วิทยาศาสตร์ของการฝันรู้ตัว (Lucid Dream): บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
501 คำ 210 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: คู่มือแบบเป็นขั้นตอนเริ่มจากการจดบันทึกความฝันและการตรวจสอบความจริง ไปสู่ MILD และ WILD พร้อมอธิบายว่าเหตุใดภาวะผีอำจึงทำให้วิธีขั้นสูงน่ากังวล ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. ในไวยากรณ์และรูปแบบประโยค “what if you could” ใช้เปิดความเป็นไปได้เชิงสมมติ ไม่ใช่ถามหารายงานข้อเท็จจริง จึงช่วยให้สำรวจความสามารถในจินตนาการและผลลัพธ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 2. ในสำนวนและภาษาเปรียบเทียบ “become second nature” หมายถึงการกระทำที่ฝึกจนเป็นอัตโนมัติ ไม่ใช่กลายเป็นธรรมชาติ ช่วยอธิบายผลของการทำซ้ำและความชำนาญได้แม่นยำ 3. ในกลุ่มคำสำเร็จและคำปรากฏร่วม “has provided an insight into” ใช้บอกอย่างเป็นทางการว่างานวิจัยช่วยให้เข้าใจเรื่องใดลึกขึ้น แล้วตามด้วยหัวข้อเมื่อเสนอผลค้นพบที่มีหลักฐานรองรับ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Dreams provide a world in which we escape from reality into the mind โน้ต

0:00

ความฝันมอบโลกใบหนึ่งที่เราใช้หลบหนีจากความเป็นจริงเข้าไปในห้วงความคิด

วลี

วลี escape from reality

Escape from reality หมายถึงการพักใจจากปัญหา หน้าที่ หรือแรงกดดันในชีวิตจริงชั่วคราว ซึ่งมักเกิดผ่านความฝัน เรื่องราว เกม หรือจินตนาการ ในประโยคนี้ reality คือสถานการณ์ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังชั่วคราว ไม่ใช่สถานที่จริง โครงสร้างคือ escape from + สิ่งหรือสถานการณ์ที่คนคนหนึ่งถอยห่างออกมา Escape สามารถหมายถึงการหนีจากอันตรายจริงได้ แต่ escape from reality มักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่บอกสิ่งซึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง: After a hard day, Leo reads comic books to escape ____ reality.

ดูคำตอบ

from

and seemingly have little control over what happens.

0:03

และดูเหมือนว่าเราแทบควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

ไวยากรณ์

in which ที่ใช้บอกสภาพแวดล้อม

ในที่นี้ in which นำหน้าอนุประโยคขยายคำนาม world โดย in หมายถึง 'ภายในโลกนั้น' และ which อ้างกลับไปถึง world ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกสภาพแวดล้อมที่เราใช้หลีกหนีจากความเป็นจริง โครงสร้าง คำนาม + in which + อนุประโยค ใช้อธิบายสถานที่ สถานการณ์ หรือระบบว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่บางสิ่งเกิดขึ้นได้ which ในที่นี้ไม่ใช่คำถามที่แปลว่า 'อันไหน'

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเชื่อมสองคำที่หมายถึง 'ภายในสถานที่นั้น': Our school has a garden ____ butterflies can live safely.

ดูคำตอบ

in which

But what if you could know you were dreaming ไวยากรณ์

0:06

แต่ถ้าคุณรู้ตัวได้ว่ากำลังฝันอยู่

and subsequently control the dream?

0:07

แล้วจากนั้นก็ควบคุมความฝันได้ล่ะ?

ไวยากรณ์

what if you could: จินตนาการถึงความสามารถที่เป็นไปได้

What if + ประธาน + could + คำกริยา ใช้เสนอความเป็นไปได้ที่สมมติขึ้น ไม่ได้รายงานข้อเท็จจริง แต่ชวนผู้ฟังให้นึกภาพสถานการณ์หนึ่งและคิดต่อว่าอาจเกิดอะไรขึ้น ในที่นี้ what if you could ชวนให้ผู้ฟังจินตนาการว่าตนมีความสามารถใหม่ Could แสดงความสามารถที่เป็นสมมติฐาน ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ can และส่วนที่เหลือของประโยคจะบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจินตนาการถึงความสามารถใหม่ ข้อใดเป็นคำขึ้นต้นที่แนะนำความเป็นไปได้นี้ได้ถูกต้อง ___ read any language instantly

  1. What if you could
  2. Can you
  3. What did you
ดูคำตอบ

What if you could

It turns out lucid dreaming is entirely possible วลี

0:09

ปรากฏว่าการฝันรู้ตัวนั้นเป็นไปได้จริง ๆ

วลี

It turns out: เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันภายหลัง

It turns out ใช้แนะนำข้อมูลที่เพิ่งชัดเจนหรือถูกเปิดเผยหลังจากก่อนหน้านั้นมีความไม่แน่นอน ความคาดหวัง หรือการค้นคว้า มักทำหน้าที่เชื่อมจากคำถามหรือการคาดเดาไปสู่ข้อเท็จจริงที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการฝันรู้ตัวได้รับการยืนยันว่าเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงการหันตัวจริง ๆ แต่ turns out เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่าสถานการณ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ตอนแรกคุณคิดว่าห้องสมุดปิด แต่ต่อมาพบว่าห้องสมุดเปิดถึงดึก ประโยคใดรายงานข้อเท็จจริงใหม่นี้

  1. In the end, the library is open until eight.
  2. It turns out the library is open until eight.
  3. I think the library might be open until eight.
ดูคำตอบ

It turns out the library is open until eight.

and with a little effort and practice วลี

0:12

และด้วยความพยายามกับการฝึกฝนเพียงเล็กน้อย

even you can do it.

0:14

แม้แต่คุณเองก็ทำได้

วลี

With a little effort and practice: ด้วยความพยายามและการฝึกฝนสักเล็กน้อย

with a little effort and practice นำเสนอว่าความพยายามจริงและการฝึกซ้ำในปริมาณเล็กน้อยเป็นเงื่อนไขของความสำเร็จ ในที่นี้ a little มีความหมายเชิงบวก คือจำเป็นต้องใช้ความพยายามและการฝึกอยู่บ้าง แต่ปริมาณนั้นถูกมองว่าจัดการได้ วลีบุพบททั้งหมดขยาย even you can do it นี่เป็นวิธีให้กำลังใจอย่างสมจริงที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ กล่าวคือผลลัพธ์เป็นไปได้ แต่จะไม่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “ด้วยความพยายามในระดับที่จัดการได้และการฝึกซ้ำ”: ____, you can master the basic steps.

ดูคำตอบ

With a little effort and practice

Now some of you might be saying, ลำดับความ

0:15

ทีนี้ บางคนอาจพูดว่า

"I don't even dream."

0:16

“ฉันไม่เคยฝันเลยด้วยซ้ำ”

ลำดับความ

Now some of you might be saying...: ตอนนี้บางคนในพวกคุณอาจกำลังคิดว่า…

Now ทำหน้าที่เปลี่ยนเข้าสู่ปฏิกิริยาที่เป็นไปได้ของผู้ฟัง Some of you จำกัดปฏิกิริยานั้นไว้ที่ผู้ฟังบางส่วน และ might be saying นำเสนอคำพูดที่ยกมาว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังอาจกำลังคิดหรือแย้งอยู่ในใจ ณ ตอนนั้น กรอบนี้ช่วยให้ผู้พูดยกคำถามที่น่าจะเกิดขึ้นมาก่อนตอบ ไม่ได้รายงานว่ามีใครพูดจริง ๆ และ might ในที่นี้สื่อถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่การอนุญาต

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นข้อโต้แย้งที่ผู้ฟังอาจมีแต่ยังไม่มีใครพูดออกมาจริง ๆ?

  1. Some of you are allowed to say, 'That sounds too expensive.'
  2. Some of you said, 'That sounds too expensive.'
  3. Some of you might be saying, 'That sounds too expensive.'
ดูคำตอบ

Some of you might be saying, 'That sounds too expensive.'

But the truth is everybody has about three to seven dreams a night. โน้ต

0:17

แต่ความจริงก็คือ ทุกคนฝันประมาณคืนละสามถึงเจ็ดครั้ง

ลำดับความ

But the truth is: การแก้ความเข้าใจอย่างหนักแน่น

But เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากความเชื่อที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน The truth is วางกรอบอนุประโยคที่ตามมาว่าเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่แก้ความเชื่อนั้น ใช้ But the truth is + อนุประโยค เมื่อต้องการให้ผู้ฟังแทนที่ข้อสันนิษฐานเดิมด้วยสิ่งที่ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นสถานการณ์จริง กรอบนี้เน้นข้อมูลที่ตามมาอย่างมาก

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด But the truth is จัดระเบียบสารของผู้พูดได้เหมาะสมที่สุด

  1. คุณแก้ความเชื่อที่ผิดและนำเสนอข้อเท็จจริงสำคัญ
  2. คุณเพิ่มอีกตัวอย่างหนึ่งที่สนับสนุนความเชื่อเดิม
  3. คุณแสดงว่าตนไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นจริงหรือไม่
ดูคำตอบ

คุณแก้ความเชื่อที่ผิดและนำเสนอข้อเท็จจริงสำคัญ

ไวยากรณ์

about three to seven dreams a night: ความถี่โดยประมาณ

ใน about three to seven dreams a night คำว่า about ทำให้ช่วง three to seven ทั้งหมดเป็นจำนวนโดยประมาณ เนื่องจากตัวเลขในช่วงนี้มากกว่าหนึ่ง dreams จึงเป็นรูปพหูพจน์ a night ในที่นี้หมายถึง each night ไม่ใช่คืนใดคืนหนึ่งโดยเฉพาะ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ about + ช่วงตัวเลข + คำนามนับได้พหูพจน์ + a/an + หน่วยเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ช่วง two to four และวลีบอกความถี่ a + หน่วยเวลา ที่หมายถึง each day: The puppy eats about ____ small meals ____.

ดูคำตอบ

two to four · a day

The problem is we quickly forget them. ลำดับความ

0:21

ปัญหาคือเราลืมความฝันเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว

ลำดับความ

The problem is + อนุประโยค

The problem is ใช้เกริ่นถึงอุปสรรคหรือความยากหลัก ส่วนอนุประโยคหลัง is จะบอกผู้ฟังอย่างชัดเจนว่าปัญหาคืออะไร ในที่นี้ปัญหาคือความฝันถูกลืมอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ว่าผู้คนไม่ได้ฝัน ในบทสนทนา มักละ that หน้าอนุประโยคได้: The problem is we quickly forget them. รูปเต็ม The problem is that... ก็ถูกต้อง และอาจทำให้โครงสร้างชัดขึ้น โดยเฉพาะในงานเขียนที่เป็นทางการและเรียบเรียงอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

The problem is ทำหน้าที่อะไรในประโยค The problem is we quickly forget them?

  1. วลีนี้เกริ่นถึงอุปสรรคหลัก แล้วอนุประโยคถัดไปอธิบายอุปสรรคนั้น
  2. วลีนี้แสดงว่าการลืมได้แก้ปัญหาไปแล้ว
  3. วลีนี้ขอให้ผู้ฟังเลือกจากความฝันหลายเรื่อง
ดูคำตอบ

วลีนี้เกริ่นถึงอุปสรรคหลัก แล้วอนุประโยคถัดไปอธิบายอุปสรรคนั้น

The first strategy towards lucid dreaming is keeping a dream journal.

0:23

วิธีแรกที่จะนำไปสู่การฝันรู้ตัวคือการจดบันทึกความฝัน

Keeping the journal improves your ability to recall dreams วลี

0:26

การจดบันทึกช่วยให้คุณจำความฝันได้ดีขึ้น

and helps facilitate lucidity.

0:29

และช่วยให้รู้ตัวในความฝันได้ง่ายขึ้น

วลี

ability to recall dreams: ความสามารถในการนึกถึงความฝัน

Ability to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกความสามารถของบุคคลในการทำสิ่งหนึ่ง ใน ability to recall dreams คำว่า to เป็นตัวบอกกริยา infinitive และ recall ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน Recall ในที่นี้หมายถึงการดึงรายละเอียดของความฝันกลับเข้าสู่ความทรงจำที่รู้ตัว คำนี้พบบ่อยในบริบททางการหรือบริบทเกี่ยวกับการรับรู้ ส่วน remember dreams ก็เป็นธรรมชาติในภาษาพูดประจำวัน แต่ remember มีขอบเขตความหมายกว้างกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้คำกริยาในวงเล็บ: Regular practice improves your ability ____ details accurately. (recall)

ดูคำตอบ

to recall

So every time you wake up, ไวยากรณ์

0:31

ดังนั้น ทุกครั้งที่คุณตื่นขึ้นมา

write down what you can remember, กริยาวลี

0:32

ให้เขียนทุกอย่างที่คุณจำได้ลงไป

ไวยากรณ์

every time you wake up: เงื่อนไขกระตุ้นที่เกิดซ้ำ

Every time ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา หมายถึง “เมื่อใดก็ตาม; ทุกครั้งที่เกิดขึ้น” ในประโยคนี้ every time you wake up เป็นเงื่อนไขที่เกิดซ้ำสำหรับคำสั่ง write down กล่าวคือต้องทำสิ่งนี้หลังจากตื่นทุกครั้ง ไม่ใช่ทำเพียงครั้งเดียว โครงสร้างคือ every time + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยประโยคหลัก Every time ทำหน้าที่เชื่อมเวลาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติม when ให้พูดว่า every time you wake up ไม่ใช่ every time when you wake up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่เน้นว่าทุกครั้งไม่มีข้อยกเว้น: ____ the alarm rings, I check the oven.

ดูคำตอบ

Every time

กริยาวลี

write down: บันทึกข้อมูลไว้ใช้ภายหลัง

Write down หมายถึงการบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้จำหรือตรวจสอบภายหลังได้ ในที่นี้ผู้ฟังถูกขอให้บันทึกสิ่งที่ยังจำได้ ไม่ใช่ให้แต่งข้อความยาว ๆ กริยาวลีนี้แยกคำได้ กรรมที่เป็นคำนามจะวางหลังวลีทั้งหมดหรือแทรกตรงกลางก็ได้: write down the address หรือ write the address down ส่วนกรรมที่เป็นคำสรรพนามมักวางตรงกลาง: ใช้ write it down ไม่ใช่ write down it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย write down และวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: You may forget the code, so ____ before closing the message.

ดูคำตอบ

write it down

even if it's nothing, ไวยากรณ์

0:33

แม้จะจำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม

just to form the habit. วลี

0:34

เพียงเพื่อให้ติดเป็นนิสัย

ไวยากรณ์

even if it's nothing, ...:เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even if ใช้นำเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นหรือเป็นการสมมติ และบอกว่าการกระทำหลักยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิม เงื่อนไขนี้ไม่ได้ทำให้ยกเลิกการกระทำ ในประโยคนี้ it's nothing หมายถึงจำเนื้อหาของความฝันไม่ได้เลย ถึงอย่างนั้นก็ยังควรจดไว้ ดังนั้นการจดบันทึกจึงไม่เปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

even if ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร “Write down one word, even if you remember nothing else.”

  1. เขียนหนึ่งคำ แม้จะจำอย่างอื่นไม่ได้เลย
  2. อย่าเขียนหนึ่งคำ เพราะจำอย่างอื่นไม่ได้เลย
  3. เขียนหนึ่งคำเฉพาะเมื่อจำอย่างอื่นได้
ดูคำตอบ

เขียนหนึ่งคำ แม้จะจำอย่างอื่นไม่ได้เลย

วลี

to form the habit. ...:วลีบอกจุดประสงค์ในการสร้างกิจวัตร

to form the habit หมายถึงการค่อย ๆ เปลี่ยนการกระทำอย่างหนึ่งให้กลายเป็นกิจวัตรที่ทำเป็นประจำ คำว่า form เน้นกระบวนการสร้างนิสัย ไม่ใช่แค่การมีนิสัยนั้นอยู่แล้ว ในที่นี้ to form the habit เป็นวลีบอกจุดประสงค์ การทำสิ่งนั้นแม้จะไม่มีเนื้อหาอะไร ก็มีเป้าหมายเพื่อทำให้กิจวัตรนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำได้โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่แสดงว่าคนคนหนึ่งกำลังสร้างพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำเมื่อเวลาผ่านไป “Try to ___ of checking your backpack before school.”

  1. have a habit
  2. break the habit
  3. form the habit
ดูคำตอบ

form the habit

The next step is performing reality checks. การใช้คำ

0:35

ขั้นต่อไปคือการทดสอบความเป็นจริง

การใช้คำ

Performing reality checks ในการฝึกฝันรู้ตัว

ในประโยคนี้ reality checks เป็นคำเฉพาะในการฝึกฝันรู้ตัว หมายถึงการทดสอบเล็ก ๆ เพื่อดูว่าคุณกำลังตื่นอยู่หรือกำลังฝัน การอ่านประโยค นับนิ้ว และดูเวลาเป็นตัวอย่างของการทดสอบนี้ เพราะรายละเอียดเหล่านี้อาจผิดปกติในความฝัน วลีคำนามนี้เป็นรูปพหูพจน์ เพราะการฝึกต้องทำการทดสอบดังกล่าวซ้ำ ๆ ในที่นี้ performing หมายถึงการลงมือทำการทดสอบ ไม่ได้หมายถึงการวิจารณ์ใครหรือบอกให้เขามองโลกตามความจริงมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ reality checks หมายถึงอะไร

  1. คำวิจารณ์ที่บังคับให้ใครบางคนเผชิญข้อเท็จจริงที่ไม่น่าพอใจ
  2. การตรวจสายตาและความจำทางการแพทย์
  3. การทดสอบซ้ำ ๆ เพื่อดูว่าคุณกำลังฝันอยู่หรือไม่
ดูคำตอบ

การทดสอบซ้ำ ๆ เพื่อดูว่าคุณกำลังฝันอยู่หรือไม่

In a dream,

0:38

ในความฝัน

something as simple as reading a sentence, ไวยากรณ์

0:38

เรื่องง่าย ๆ อย่างการอ่านประโยคหนึ่ง

counting your fingers,

0:40

การนับนิ้วของคุณ

or checking the time can often go astray. สำนวน

0:41

หรือการดูเวลา ก็มักจะผิดเพี้ยนไป

ไวยากรณ์

Something as simple as + กิจกรรม

โครงสร้าง something as + คำคุณศัพท์ + as + กิจกรรม ใช้แนะนำตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมและมีคุณสมบัติตามที่กล่าวไว้อย่างชัดเจน ใน something as simple as reading a sentence คำว่า simple บอกว่าตัวอย่างนั้นง่ายเพียงใด และ as ตัวที่สองแนะนำว่าตัวอย่างนั้นคืออะไร ซึ่งก็คือ reading a sentence ผู้พูดใช้โครงสร้างนี้เพื่อเน้นการกระทำที่ธรรมดาหรือง่าย ก่อนจะบอกว่าการกระทำนั้นอาจให้ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจหรือสำคัญ รูป -ing ทั้งสามคำ ได้แก่ reading, counting และ checking เป็นตัวอย่างที่วางขนานกันหลังโครงสร้างเดียวกัน ประโยคนี้ไม่ได้เปรียบเทียบสิ่งสองสิ่งที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า 'แม้แต่การกระทำที่ง่ายขนาดนี้': ____ checking one setting can solve the problem.

ดูคำตอบ

Something as simple as

สำนวน

Go astray ในความหมายเชิงเปรียบเทียบสำหรับกระบวนการ

ในที่นี้ go astray ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ประธานไม่ได้เป็นนักเดินทางที่หลงทาง แต่หมายถึงการตรวจสอบง่าย ๆ เหล่านี้ไม่เป็นไปตามกฎที่คาดไว้ จึงให้ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนหรือไม่น่าเชื่อถือ โดยทั่วไป เมื่อกิจกรรม แผน ข้อโต้แย้ง หรือกระบวนการหนึ่ง go astray สิ่งนั้นจะเบี่ยงออกจากแนวทางที่ตั้งใจไว้หรือแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้น สำนวนนี้จึงใช้บรรยายความผิดพลาดทางความคิดหรือพฤติกรรมได้ นอกเหนือจากการหลงทางตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึงการให้เหตุผลเบี่ยงออกจากแนวทางที่ถูกต้อง: Without reliable evidence, even careful reasoning can ____.

ดูคำตอบ

go astray

Try it right now.

0:43

ลองทำตอนนี้เลย

Look at the time,

0:44

ดูเวลา

look away, กริยาวลี

0:45

หันไปมองทางอื่น

and then look back.

0:46

แล้วหันกลับมาดูอีกครั้ง

กริยาวลี

ลำดับการมอง look away ... look back

Look away หมายถึงการละสายตาจากสิ่งที่กำลังมอง ส่วน look back หมายถึงการหันสายตากลับไปยังเป้าหมายเดิมอีกครั้ง คำบอกทิศทาง away และ back ร่วมกันจัดลำดับการตรวจสอบด้วยสายตาสามขั้น ได้แก่ มอง หยุดมองชั่วคราว แล้วกลับไปมองอีกครั้ง ในคำสั่งที่ให้ทำทันทีนี้ back หมายถึงทิศทางทางกายภาพ ไม่ได้หมายถึงการจดจำหรือย้อนคิดถึงอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้วลีบอกทิศทางเป้าหมายสองวลีตามลำดับเพื่อเติมคำสั่งตรวจสอบด้วยสายตาให้สมบูรณ์: To see whether the display changes, ____ for a second and then ____ at it.

ดูคำตอบ

look away · look back

Assuming you aren't currently dreaming, ไวยากรณ์

0:47

ถ้าตอนนี้คุณไม่ได้กำลังฝันอยู่

the time probably stayed the same. วลี

0:49

เวลาก็น่าจะยังเหมือนเดิม

ไวยากรณ์

Assuming + อนุประโยค: เสนอข้อสมมติที่ยอมรับไว้ชั่วคราว

Assuming ใช้นำหน้าอนุประโยคที่ผู้พูดยอมรับว่าเป็นจริงชั่วคราว เพื่อใช้เป็นฐานของข้อความถัดไป ในประโยคนี้ การที่ผู้ฟังตื่นอยู่เป็นข้อสมมติที่ใช้สนับสนุนข้อสรุปเรื่องเวลา โครงสร้างนี้มีความหมายใกล้กับ if we assume that แต่ยกข้อสมมติขึ้นมาก่อนประโยคหลักเพื่อเน้นว่าเป็นจุดตั้งต้นของการให้เหตุผล ไม่ได้บอกว่ามีใครกำลังทำกริยา “สมมติ” อยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงชัดเจนที่สุดว่าผู้พูดยอมรับว่าถนนโล่งเป็นข้อสมมติสำหรับการคาดการณ์?

  1. The roads are clear, so we'll arrive by six.
  2. If the roads are clear, we'll arrive by six.
  3. Assuming the roads are clear, we'll arrive by six.
ดูคำตอบ

Assuming the roads are clear, we'll arrive by six.

วลี

stayed the same: ยังคงเหมือนเดิม

ใน stayed the same คำว่า stayed เป็นกริยาเชื่อม และ the same บอกสภาพของประธานที่ไม่เปลี่ยนแปลง วลีนี้หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่เปลี่ยนไประหว่างช่วงเวลาหรือการตรวจดูครั้งหนึ่งกับครั้งถัดไป ไม่ได้หมายความว่าเวลาอยู่ค้างในสถานที่จริงแห่งหนึ่ง โครงสร้างนี้ใช้พูดถึงตัวเลข แผน รูปลักษณ์ กฎ และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่เปลี่ยนแปลงได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่ได้เปลี่ยนแปลง”: After the new coach arrived, the team colors ____.

ดูคำตอบ

stayed the same

However,

0:51

แต่

in a dream,

0:51

ในความฝัน

the time or the words you were reading will often completely change.

0:52

เวลาหรือคำที่คุณเพิ่งอ่านมักจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

The key is to do these reality checks often when you're awake. ไวยากรณ์

0:55

หัวใจสำคัญคือทำการทดสอบความเป็นจริงเหล่านี้บ่อย ๆ ขณะที่คุณตื่นอยู่

ไวยากรณ์

The key is to + คำกริยารูปพื้นฐาน

รูปแบบ “The key is to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกว่าการกระทำใดสำคัญที่สุดต่อการบรรลุเป้าหมาย ในประโยคนี้ ผู้พูดเน้นว่าการตรวจสอบความเป็นจริงบ่อย ๆ ขณะตื่นคือขั้นตอนสำคัญ “Key” ใช้ในความหมายเปรียบเทียบว่า “ปัจจัยที่สำคัญที่สุด” ไม่ใช่กุญแจสำหรับเปิดล็อก ในรูปแบบนี้ “to” นำหน้าคำกริยา infinitive จึงตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น “to do”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด: “____ practice a little every day.”

ดูคำตอบ

The key is to

This way they become second nature โน้ต

0:59

วิธีนี้จะทำให้การทดสอบกลายเป็นสิ่งที่คุณทำโดยอัตโนมัติ

สำนวน

become second nature: ทำได้โดยอัตโนมัติจากการฝึก

ในประโยคนี้ become second nature หมายถึง “คุ้นเคยมากจากการทำซ้ำจนทำได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องคิดวางแผนแต่ละขั้นอย่างตั้งใจ” เป็นการอธิบายการกระทำที่เรียนรู้มาแล้วจนเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นสัญชาตญาณ สำนวนนี้ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร second nature ไม่ได้หมายถึงอีกบุคลิกหนึ่งหรือธรรมชาติชนิดที่สอง คำกริยา become เน้นการเปลี่ยนจากความพยายามอย่างตั้งใจไปเป็นนิสัยที่ทำโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “กลายเป็นสิ่งที่ทำโดยอัตโนมัติจากการฝึกซ้ำ” ให้ครบประโยค: After a few weeks of daily drills, checking the mirrors will ____.

ดูคำตอบ

become second nature

and when you're dreaming

1:00

และเมื่อคุณกำลังฝัน

you're likely to perform the same test ไวยากรณ์

1:01

คุณก็น่าจะทำการทดสอบแบบเดียวกัน

ลำดับความ

This way ที่ใช้เชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์

เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค “This way” จะย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีการหรือการกระทำที่เพิ่งกล่าวไป ในประโยคนี้หมายถึงการตรวจสอบความเป็นจริงซ้ำ ๆ ขณะตื่น จากนั้นจะจัดข้อมูลที่ตามมาให้เป็นผลจากการใช้วิธีนั้น กล่าวคือ การตรวจสอบจะกลายเป็นอัตโนมัติและอาจเกิดขึ้นในความฝันด้วย ผู้พูดจึงเชื่อมคำแนะนำกับผลลัพธ์ได้โดยไม่ต้องกล่าวคำแนะนำทั้งหมดซ้ำ ในงานเขียนที่ผ่านการเรียบเรียง มักมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง: “This way, ...”

แบบฝึกหัด

ใน “Check the lock twice. This way, you will know the door is secure,” คำว่า “This way” สื่อถึงอะไร?

  1. ผู้พูดกำลังเริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดกำลังอธิบายเส้นทางจริง
  3. การใช้วิธีที่เพิ่งกล่าวถึงจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่บอกไว้ต่อไป
ดูคำตอบ

การใช้วิธีที่เพิ่งกล่าวถึงจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่บอกไว้ต่อไป

and realize that something's wrong.

1:03

แล้วตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ไวยากรณ์

you're likely to: แสดงผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้น

You're likely to หมายถึง “มีโอกาสมากที่คุณจะทำเช่นนั้น” ในที่นี้เป็นการคาดการณ์ว่าผู้ฟังจะทำการทดสอบแบบเดิม โดยเสนอผลลัพธ์ว่าเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน โครงสร้างคือ ประธาน + be + likely to + กริยารูปพื้นฐาน: you + are + likely to + perform ในที่นี้ likely เป็นคำคุณศัพท์ จึงต้องมีรูปของ be ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน You likely to perform ไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

เติมคำคาดการณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ be likely to: With dark clouds overhead, it ____ rain this afternoon.

ดูคำตอบ

is likely to

After this comes a technique known as mnemonically induced lucid dreams โน้ต

1:05

จากนั้นก็มาถึงเทคนิคที่เรียกว่า การชักนำให้เกิดความฝันรู้ตัวด้วยการช่วยจำ

or MILD.

1:08

หรือ MILD

ไวยากรณ์

After this comes ...: การแนะนำขั้นตอนถัดไป

After this comes วางคำบอกเวลาและลำดับไว้ข้างหน้า แล้ววางประธานไว้หลังคำกริยา: After this comes a technique หมายถึง “หลังจากนี้จะเป็น...” และทำให้ขั้นตอนใหม่เด่นขึ้น นี่คือการสลับตำแหน่งประธานกับคำกริยา เพื่อเน้นข้อมูลใหม่เมื่ออธิบายกระบวนการหรือเล่าเรื่องต่อ ประธานไม่ใช่ this แต่คือ a technique ที่อยู่หลัง comes และเพราะเป็นเอกพจน์จึงใช้ comes

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้การสลับตำแหน่งเพื่อแนะนำสิ่งถัดไปหลังจากขั้นตอนที่กล่าวถึงแล้ว

  1. The first drill comes after the warm-up.
  2. After the warm-up comes the first drill.
  3. After the warm-up, the first drill comes.
ดูคำตอบ

After the warm-up comes the first drill.

วลี

known as: การบอกชื่อของเทคนิค

Known as ใช้บอกชื่อหรือป้ายกำกับที่ผู้คนใช้เรียกบุคคล สิ่งของ หรือความคิด ในประโยคนี้ a technique known as mnemonically induced lucid dreams หมายถึง “เทคนิคที่เรียกว่า mnemonically induced lucid dreams” โดยชื่อเต็มจะอยู่หลัง known as นี่คือโครงสร้างอนุประโยคขยายที่ย่อมาจาก a technique [that is] known as ... ใช้บอกว่าเทคนิคนี้มีชื่อว่าอะไร ไม่ได้บอกว่าเหตุใดเทคนิคนี้จึงมีชื่อเสียง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ known as เพื่อบอกชื่อหรือป้ายกำกับ

  1. This method is known as spaced practice.
  2. This method is known for helping learners remember more.
  3. This method is famous for helping learners remember more.
ดูคำตอบ

This method is known as spaced practice.

วัฒนธรรม

mnemonically induced lucid dreams หรือ MILD

ในประโยคนี้ mnemonically induced lucid dreams เป็นชื่อเต็มของเทคนิคฝึกฝันรู้ตัว ส่วน MILD เป็นคำย่อที่เกิดจากอักษรตัวแรก โดย M, I, L และ D มาจากคำว่า Mnemonically, Induced, Lucid และ Dreams ชื่อนี้บอกว่าวิธีดังกล่าวใช้ความจำและความตั้งใจอย่างชัดเจนเพื่อช่วยให้เกิดการตระหนักรู้ขณะอยู่ในความฝัน ในที่นี้ MILD เป็นชื่อวิธี ไม่ได้ใช้บรรยายว่าสิ่งใดอ่อนโยน ไม่รุนแรง หรือปานกลาง

แบบฝึกหัด

เติมชื่อเต็มที่ใช้ในการฝึกฝันรู้ตัวให้สมบูรณ์: MILD stands for ____.

ดูคำตอบ

mnemonically induced lucid dreams

As you're falling asleep, ไวยากรณ์

1:09

ขณะที่คุณกำลังเคลิ้มหลับ

begin to think of a recent dream

1:10

ให้เริ่มนึกถึงความฝันที่เพิ่งฝันไปไม่นาน

and imagine yourself becoming lucid. ไวยากรณ์

1:12

และจินตนาการว่าตัวเองเริ่มรู้ตัวในความฝัน

ไวยากรณ์

As you're falling asleep: as + present progressive

ในที่นี้ as เป็นคำเชื่อมบอกเวลาที่หมายถึง while หรือ during the time that ส่วน present progressive ใน you're falling asleep แสดงการเคลิ้มหลับว่าเป็นกระบวนการที่กำลังดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป คำสั่งหลัก begin to think ต้องเริ่มก่อนที่กระบวนการนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ โครงสร้าง As + ประธาน + be + -ing ใช้ประสานการกระทำหนึ่งกับอีกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย As + present progressive โดยใช้ fall asleep: ____, put your phone away.

ดูคำตอบ

As you're falling asleep

ไวยากรณ์

จินตนาการว่าตัวเองรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่

imagine + yourself + รูป -ing ใช้เพื่อจินตนาการว่าตัวเองกำลังทำบางอย่างหรือกำลังเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ในที่นี้ becoming lucid หมายถึงการรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ขณะที่ความฝันยังดำเนินต่อไป คำสรรพนามสะท้อนกลับ yourself แสดงว่าคนที่เปลี่ยนคือคุณเอง ส่วน becoming เน้นกระบวนการเข้าสู่สภาวะนั้น โครงสร้างนี้ยังใช้จินตนาการถึงการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงของตัวเองในสถานการณ์อื่นได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ imagine + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + -ing เพื่อจินตนาการถึงการเปลี่ยนสภาวะของตัวเอง

  1. imagine the team becoming confident: จินตนาการว่าทีมกำลังเปลี่ยนแปลง
  2. imagine becoming confident: ไม่ระบุว่าใครเข้าสู่สภาวะนั้น
  3. imagine yourself becoming confident: จินตนาการว่าตัวเองเข้าสู่สภาวะที่มั่นใจ
ดูคำตอบ

imagine yourself becoming confident: จินตนาการว่าตัวเองเข้าสู่สภาวะที่มั่นใจ

The idea is to reinforce the intention วลี

1:14

แนวคิดคือการตอกย้ำความตั้งใจ

to realize you're dreaming in your dream.

1:16

ที่จะรู้ตัวว่าคุณกำลังฝันอยู่ในความฝัน

วลี

เสริมความตั้งใจ

reinforce the intention หมายถึงทำให้ความตั้งใจที่มีอยู่แล้วเข้มแข็งขึ้น ไม่ได้หมายถึงการสร้างความตั้งใจขึ้นเป็นครั้งแรก ใน the intention to realize... ส่วน to realize... อธิบายว่าเนื้อหาของความตั้งใจคืออะไร นั่นคือการรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ภายในความฝัน วลีนี้เหมาะกับการพูดถึงแผน การฝึกฝน และการสร้างนิสัย reinforce สื่อถึงการทำให้ความตั้งใจเดิมมั่นคงขึ้นด้วยการทำซ้ำ การเตือน หรือการฝึก ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่จำความตั้งใจนั้นได้

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดหมายถึงการทำให้ความตั้งใจที่มีอยู่แล้วเข้มแข็งขึ้น

  1. form an intention: สร้างความตั้งใจขึ้นเป็นครั้งแรก
  2. remember the intention: นึกถึงความตั้งใจที่มีอยู่แล้วอีกครั้ง
  3. reinforce the intention: ทำให้ความตั้งใจที่มีอยู่แล้วเข้มแข็งขึ้น
ดูคำตอบ

reinforce the intention: ทำให้ความตั้งใจที่มีอยู่แล้วเข้มแข็งขึ้น

Keep repeating the phrase, ไวยากรณ์

1:19

พูดประโยคนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ ว่า

"I will have a lucid dream tonight." น้ำเสียง/เจตนา

1:20

“คืนนี้ฉันจะฝันแบบรู้ตัว”

ไวยากรณ์

Keep repeating: keep + รูป -ing เพื่อบอกการกระทำที่ดำเนินต่อไป

ใน Keep repeating คำว่า keep ตามด้วยรูป -ing คือ repeating โครงสร้าง keep + -ing หมายถึงทำสิ่งหนึ่งต่อไป ซึ่งมักหมายถึงทำซ้ำหลายครั้งด้วย ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเป็นคำสั่งโดยตรงให้พูดประโยคในเครื่องหมายคำพูดต่อไป ไม่ใช่พูดเพียงครั้งเดียว โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับการกระทำอื่นได้ เช่น keep trying หรือ keep reading

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยรูปสองคำ keep + รูป -ing ของ repeat: “To memorize the line, ____ it slowly.”

ดูคำตอบ

keep repeating

น้ำเสียง/เจตนา

I will have ... tonight: will ในฐานะคำยืนยันกับตนเองอย่างหนักแน่น

ในที่นี้ will ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคาดการณ์อนาคตอย่างเป็นกลาง เพราะผู้พูดได้รับคำแนะนำให้พูดประโยคนี้ซ้ำก่อนนอน I will have ... จึงนำเสนอเหตุการณ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในฐานะความตั้งใจส่วนตัวที่หนักแน่นหรือคำยืนยันกับตนเอง ประโยคนี้พูดกับตนเอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อเสริมความมุ่งมั่นและทำให้มีสมาธิ ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะฝันรู้ตัวอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เมื่อพูดซ้ำก่อนนอน “I will have a lucid dream tonight.” มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. เสริมความตั้งใจของผู้พูดด้วยคำยืนยันกับตนเองที่หนักแน่น
  2. รายงานเหตุการณ์ในอนาคตที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น
  3. ขอให้อีกคนหนึ่งทำให้ความฝันนั้นเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

เสริมความตั้งใจของผู้พูดด้วยคำยืนยันกับตนเองที่หนักแน่น

The highest rates of success

1:22

อัตราความสำเร็จสูงสุด

tend to come if you wake up in the middle of the night, โน้ต

1:23

มักเกิดขึ้นหากคุณตื่นขึ้นมากลางดึก

ไวยากรณ์

tend to + คำกริยา: มักเป็นเช่นนั้น แต่ไม่แน่นอน

“tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกสิ่งที่มักเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นบ่อย แต่ยังอาจมีข้อยกเว้นได้ ในที่นี้ “tend to come” หมายความว่าอัตราความสำเร็จสูงสุดมักเกิดขึ้นในเงื่อนไขนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง หลัง “tend to” ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น “tend to come” ไม่ใช่ “tend to comes” โครงสร้างนี้ช่วยบอกแนวโน้มโดยไม่กล่าวอย่างเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

ครูพูดว่า “Children tend to learn new songs quickly.” ครูหมายความว่าอย่างไร?

  1. เด็กทุกคนเรียนรู้เพลงใหม่ทุกเพลงได้เร็วเสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น
  2. เด็ก ๆ เคยเรียนรู้เพลงใหม่หนึ่งเพลงได้เร็วในครั้งหนึ่ง
  3. เด็ก ๆ มักเรียนรู้เพลงใหม่ได้เร็ว แต่อาจมีข้อยกเว้น
ดูคำตอบ

เด็ก ๆ มักเรียนรู้เพลงใหม่ได้เร็ว แต่อาจมีข้อยกเว้น

get up for 30 minutes,

1:25

ลุกขึ้นมาและตื่นต่ออีก 30 นาที

การใช้คำ

wake up กับ get up: ตื่นหรือลุกจากเตียง

“Wake up” หมายถึงหยุดนอนและตื่นขึ้น ส่วน “get up” หมายถึงลุกออกจากเตียงและเริ่มเคลื่อนไหว ในลำดับนี้ คุณwake upก่อน แล้วจึงget upเป็นเวลา 30 นาที การกระทำสองอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดพร้อมกัน คุณอาจตื่นแล้วแต่ยังนอนอยู่บนเตียง หรืออาจตื่นมาสักพักแล้วจึงลุกจากเตียงก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ “wake up” และ “get up”: Noah ____ at 6:30, but he didn't ____ until 6:45.

ดูคำตอบ

woke up · get up

and then go back to sleep วลี

1:26

แล้วกลับไปนอนต่อ

with these intentions in mind. วลี

1:28

โดยยังคงย้ำความตั้งใจเหล่านี้ไว้ในใจ

วลี

Go back to sleep: กลับไปหลับอีกครั้ง

go back to sleep หมายถึงกลับไปหลับอีกครั้งหลังจากตื่นหรือลุกจากเตียง ในประโยคนี้ บุคคลนั้นตื่นอยู่ 30 นาทีแล้วจึงหลับอีกครั้ง คำว่า back แสดงการกลับไปสู่สภาวะหลับก่อนหน้านี้ วลีนี้เน้นว่าหลับอีกครั้งจริง ๆ ไม่ใช่เพียงกลับไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: I woke up after the thunder, but I was soon able to ____.

ดูคำตอบ

go back to sleep

วลี

With ... in mind: โดยคำนึงถึง...

with X in mind เป็นโครงสร้างประโยคที่หมายถึง “ขณะที่คำนึงถึง X อย่างตั้งใจ” หรือ “โดยมี X เป็นเป้าหมายหรือปัจจัยชี้นำ” ในที่นี้ เจตนาเหล่านี้ยังคงอยู่ขณะที่บุคคลนั้นกลับไปหลับ ตำแหน่ง X สามารถเป็นเป้าหมาย บุคคล ความต้องการ หรือข้อจำกัดได้ โครงสร้างนี้วางก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้ และใช้อธิบายว่าอะไรเป็นสิ่งชี้นำการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: We designed the entrance ____ wheelchair users ____.

ดูคำตอบ

with · in mind

Finally,

1:29

สุดท้าย

once you've had success with MILD, ไวยากรณ์

1:30

เมื่อคุณทำ MILD สำเร็จแล้ว

an advanced technique known as wake-induced lucid dreams

1:31

เทคนิคขั้นสูงที่เรียกว่า ความฝันรู้ตัวที่ชักนำจากภาวะตื่น

or WILD

1:34

หรือ WILD

may be attempted. ไวยากรณ์

1:35

ก็เป็นอีกวิธีที่อาจลองได้

ไวยากรณ์

once you've had success with MILD: เงื่อนไขเบื้องต้นที่ทำสำเร็จแล้ว

ในประโยคนี้ once หมายถึง “เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once กำหนดให้การประสบความสำเร็จกับ MILD เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนลองเทคนิคถัดไป Present perfect ใน you've had เชื่อมผลที่เกิดขึ้นแล้วกับขั้นตอนต่อไป โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีกับกระบวนการต่าง ๆ: once + ประธาน + have/has + past participle แล้วตามด้วยสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย once และรูปย่อของ you have: You may start the advanced course ____ ____ finished the basic course.

ดูคำตอบ

once · you've

ไวยากรณ์

may be attempted: โครงสร้าง modal แบบ passive

May be attempted เป็นโครงสร้าง modal แบบ passive: may + be + past participle คำว่า technique เป็นประธานทางไวยากรณ์ แต่เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ส่วนผู้ที่ลองเทคนิคนั้นไม่ได้ระบุไว้ ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเสนอเทคนิคขั้นสูงเป็นตัวเลือกสำหรับขั้นต่อไปด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวังและเป็นทางการ may ไม่ได้รับประกันว่าการลองจะสำเร็จหรือเหมาะกับทุกคน

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำแบบเป็นทางการโดยใช้ may และรูป passive ของ attempt: After the safety check, the new procedure ____.

ดูคำตอบ

may be attempted

The idea behind this is to keep your mind aware ไวยากรณ์

1:36

แนวคิดเบื้องหลังวิธีนี้คือการทำให้จิตใจของคุณยังคงรู้ตัว

while your body falls asleep.

1:38

ขณะที่ร่างกายหลับไป

ไวยากรณ์

ทำให้จิตใจยังรู้ตัวในขณะที่ร่างกายหลับไป

keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพนั้น” ในที่นี้ your mind เป็นกรรม และ aware เป็นคำคุณศัพท์ เป้าหมายคือให้การรับรู้ยังคงอยู่แทนที่จะหายไป อนุประโยคที่มี while วาง body falls asleep ไว้ในช่วงเวลาเดียวกับสภาวะทางจิตที่ยังดำเนินอยู่ while สื่อทั้งการเกิดขึ้นพร้อมกันและความแตกต่าง กล่าวคือ จิตใจยังรู้ตัวในขณะที่ร่างกายเข้าสู่การหลับ aware บรรยายการมีสติรับรู้ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายยังตื่นอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ที่สร้างจาก relax เพื่อเติมโครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ให้สมบูรณ์: Keep your shoulders ____ while your breathing slows.

ดูคำตอบ

relaxed

The risk here is that you'll experience sleep paralysis, โน้ต

1:40

ความเสี่ยงคือคุณอาจประสบภาวะอัมพาตขณะหลับ

ลำดับความ

ใช้ The risk here is that ... เพื่อเกริ่นถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

The risk here is that จัดคำเตือนออกเป็นสองส่วน โดย The risk here ระบุประเภทของข้อมูลที่จะตามมา และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลเสียที่อาจเกิดขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังรู้ก่อนจะได้ยินรายละเอียดว่าประโยคนี้กำลังประเมินความเสี่ยง here ในที่นี้หมายถึง “ในสถานการณ์นี้” ไม่ใช่ “ในสถานที่นี้” risk นำเสนอภาวะผีอำว่าเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแน่นอน หลัง that ต้องตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งกำลังพูดถึงทางลัดที่ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

  1. The result here is that the shortcut deleted your files.
  2. The problem here is that the shortcut has already deleted your files.
  3. The risk here is that the shortcut might delete your files.
ดูคำตอบ

The risk here is that the shortcut might delete your files.

a completely normal phenomenon

1:42

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติอย่างยิ่ง

that prevents your body from moving during sleep, ไวยากรณ์

1:44

ที่ทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ขณะหลับ

วัฒนธรรม

ภาวะอัมพาตขณะหลับ

ในประโยคนี้ sleep paralysis หมายถึงภาวะชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการนอน ซึ่งบุคคลอาจตื่นหรือรู้สึกตัวแล้ว แต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ตามต้องการ คำว่า paralysis ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นอัมพาตถาวร วลีนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดประสบการณ์ดังกล่าวจึงน่ากลัว เพราะสติอาจกลับมาก่อนความสามารถตามปกติในการขยับร่างกาย เป็นการอธิบายปรากฏการณ์ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

sleep paralysis ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. การสูญเสียความสามารถในการขยับอย่างถาวรจากการบาดเจ็บ
  2. เทคนิคที่ทำให้หลับได้ทันที
  3. ภาวะชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการนอน ซึ่งบุคคลอาจรู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้
ดูคำตอบ

ภาวะชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการนอน ซึ่งบุคคลอาจรู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้

ไวยากรณ์

prevent your body from moving: prevent + กรรม + from + -ing

Prevent + กรรม + from + -ing หมายถึงการขัดขวางไม่ให้กรรมทำการกระทำหนึ่ง หรือทำให้การกระทำนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ในที่นี้กรรมคือ your body และการกระทำที่ถูกขัดขวางคือ moving โครงสร้างคือ prevent someone or something from doing something ต้องคง from ไว้หน้า -ing ในภาษาอังกฤษมาตรฐานจะไม่ใช้ prevent + กรรม + to-infinitive เพื่อสื่อความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างมาตรฐานของ prevent และคำกริยา fall: The guardrail prevents visitors ____ over the edge.

ดูคำตอบ

from falling

except you'll be awake, ไวยากรณ์

1:46

เพียงแต่คุณจะยังตื่นและรู้สึกตัว

which can be somewhat frightening.

1:47

ซึ่งอาจน่ากลัวอยู่ไม่น้อย

ไวยากรณ์

คุณจะยังรู้สึกตัวอยู่……ซึ่งอาจน่ากลัวอยู่บ้าง

Except ใช้เพื่อเกริ่นข้อยกเว้น โดยบอกว่าสิ่งที่มักเกิดขึ้นตามปกติไม่ตรงกับกรณีนี้ทั้งหมด ในที่นี้ประสบการณ์อาจคล้ายการนอนหลับ แต่คุณจะยังรู้สึกตัวอยู่ ไม่ได้หลับไป which หลังเครื่องหมายจุลภาคหมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่ยังรู้สึกตัวอยู่ในสภาวะนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่คำว่า awake เท่านั้น และยังเพิ่มการประเมินของผู้พูดว่าสถานการณ์นี้อาจน่ากลัวอยู่บ้าง

แบบฝึกหัด

ใน “except you'll be awake, which can be somewhat frightening” which หมายถึงอะไร

  1. คำว่า awake เพียงคำเดียว
  2. การกำลังจะหลับ
  3. สถานการณ์ทั้งหมดที่ยังรู้สึกตัวอยู่ในสภาวะนั้น
  4. คำว่า except
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทั้งหมดที่ยังรู้สึกตัวอยู่ในสภาวะนั้น

The extra caveat with WILD is that during sleep paralysis การใช้คำ

1:49

ข้อควรระวังเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WILD คือ ระหว่างภาวะอัมพาตขณะหลับ

การใช้คำ

caveat ใน The extra caveat with WILD

Caveat หมายถึงข้อจำกัดหรือเงื่อนไขสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเมื่อยอมรับแนวคิด แผน หรือคำอธิบายบางอย่าง ในประโยคนี้ The extra caveat with WILD ใช้เกริ่นข้อควรระวังเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างภาวะอัมพาตขณะหลับ Caveat นำเสนอข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาว่าเป็นสิ่งที่อาจส่งผลต่อการทำความเข้าใจหรือการนำแนวคิดหลักไปใช้ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าควรปฏิเสธแนวคิดหลักนั้น

แบบฝึกหัด

ใน “One caveat with the plan is that it depends on good weather” caveat ใช้เกริ่นอะไร

  1. การปฏิเสธ WILD โดยสิ้นเชิง
  2. ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขสำคัญที่ต้องคำนึงถึง
  3. คำรับรองว่าประสบการณ์จะปลอดภัย
  4. รายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่มีผลต่อการตีความ
ดูคำตอบ

ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขสำคัญที่ต้องคำนึงถึง

the brain can play tricks on you, สำนวน

1:52

สมองอาจเล่นตลกกับคุณ

สำนวน

play tricks on you: การรับรู้ที่ทำให้เข้าใจผิด

ใน play tricks on you สมองถูกกล่าวถึงราวกับว่าสามารถหลอกคนได้ ในที่นี้วลีนี้หมายถึงสมองอาจสร้างการรับรู้หรือความรู้สึกที่ทำให้เข้าใจผิด ไม่ได้หมายถึงการจงใจแกล้งเล่น รูปแบบ X plays tricks on someone มักใช้อธิบายประสบการณ์ที่ดูเหมือนจริงแต่เชื่อถือไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อประธานเป็นสมอง จิตใจ ความทรงจำ ดวงตา หรือประสาทสัมผัสอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "After hours in the dark, my eyes began to play tricks on me," วลีนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ดวงตาทำให้ฉันรับรู้สิ่งที่เห็นผิดไป
  2. ฉันตัดสินใจหลอกคนอื่น
  3. ดวงตาของฉันแข็งแรงขึ้นทางกายภาพ
  4. มีคนจงใจแกล้งฉัน
ดูคำตอบ

ดวงตาทำให้ฉันรับรู้สิ่งที่เห็นผิดไป

inducing strong feelings of fear ไวยากรณ์

1:53

ทำให้เกิดความรู้สึกกลัวอย่างรุนแรง

and causing hallucinations of dark and scary figures

1:55

และทำให้เห็นภาพหลอนเป็นร่างมืดที่น่ากลัว

approaching you.

1:57

กำลังเข้ามาใกล้คุณ

ไวยากรณ์

inducing ... and causing ...: วลีผลลัพธ์ -ing ที่วางขนานกัน

หลังเครื่องหมายจุลภาค inducing ... และ causing ... เป็นวลี present participle ที่วางขนานกัน โดยเพิ่มผลลัพธ์สองอย่างจากแนวคิดก่อนหน้า นั่นคือการทำให้เข้าใจผิดของสมองก่อให้เกิดความกลัวและภาพหลอน คำเชื่อม and เชื่อมวลี -ing สองวลีที่มีหน้าที่เท่ากัน วลี -ing ทั้งสองมีประธานร่วมกับประโยคหลัก คือ the brain ภายในวลีที่สอง approaching you ขยาย dark and scary figures ดังนั้นสิ่งที่กำลังเข้ามาคือร่างในจินตนาการ ไม่ใช่ hallucinations

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ที่ขนานกันสองวลีอย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ของประโยคหลัก

  1. The power failure shut down the servers, interrupting service and causing customers to lose access.
  2. The power failure shut down the servers, interrupted service and causing customers to lose access.
  3. The power failure shut down the servers, interrupt service and caused customers to lose access.
  4. The power failure shut down the servers, to interrupt service and customers losing access.
ดูคำตอบ

The power failure shut down the servers, interrupting service and causing customers to lose access.

Scientific research into lucid dreaming วลี

1:58

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการฝันรู้ตัว

has provided an insight โน้ต

2:00

ช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น

into the location of metaconsciousness in the brain,

2:02

เกี่ยวกับตำแหน่งของอภิจิตสำนึกในสมอง

วลี

research into + หัวข้อ

research into + นามวลี ใช้ระบุเรื่องที่กำลังศึกษา ในประโยคนี้ into lucid dreaming หมายความว่าการฝันรู้ตัวเป็นสิ่งที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ศึกษาอยู่ โดย into ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ เมื่อ research เป็นคำนาม มักตามด้วย into หากผู้เขียนนำเสนอคำถาม ปัญหา กระบวนการ หรือปรากฏการณ์ว่าเป็นจุดสำคัญของการศึกษา รูปแบบนี้พบบ่อยในงานเขียนเชิงวิชาการ ข่าว และรายงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย research และคำบุพบทที่นำเสนอผลกระทบในฐานะสิ่งที่กำลังศึกษา: The committee funded ____ the long-term effects of air pollution.

ดูคำตอบ

research into

วลี

has provided an insight into: ทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง

ใน has provided an insight into คำว่า provide หมายถึงทำให้มีบางสิ่งพร้อมใช้ ส่วน an insight คือความเข้าใจที่มีประโยชน์และช่วยอธิบายเรื่องหนึ่ง into ใช้นำเข้าสิ่งที่เข้าใจ ซึ่งในที่นี้คือตำแหน่งของการตระหนักรู้ระดับเมตาในสมอง วลีนี้สื่อมากกว่า provide information เพราะชี้ว่างานวิจัยช่วยอธิบายหัวข้อนั้น has provided เป็น present perfect จึงนำเสนอผลการวิจัยว่ายังเกี่ยวข้องกับความรู้ในปัจจุบัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ has/have provided an insight into + นามวลีหรืออนุประโยคคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน present perfect ที่หมายถึงการทำให้เกิดความเข้าใจที่มีประโยชน์และลึกซึ้งหนึ่งอย่าง: The pilot study ____ why some plants survive the drought.

ดูคำตอบ

has provided an insight into

provided opportunities for dream therapy and nightmare recession,

2:04

เปิดโอกาสให้เกิดการบำบัดด้วยความฝันและการบรรเทาฝันร้าย

and even begged the question การใช้คำ

2:07

และยังทำให้เกิดคำถามว่า

if sleep and wakefulness are distinct events การใช้คำ

2:09

การหลับและการตื่นเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกัน

or part of a continuum.

2:11

หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการต่อเนื่องเดียวกัน

ลำดับความ

has provided ... provided ... and even begged: ผลลัพธ์แบบขนานที่ไล่ระดับขึ้น

ส่วนที่เน้นทั้งสามส่วนประกอบกันเป็นภาคแสดงแบบขนานชุดเดียว โดยมีประธานเชิงตรรกะเดียวกันคือ Scientific research into lucid dreaming กริยาช่วยแสดง perfect คือ has ครอบคลุมทั้งชุด ได้แก่ has provided an insight, [has] provided opportunities และ [has] even begged the question ดังนั้น provided ตัวที่สองจึงไม่ได้เริ่มอนุประโยคใหม่ที่มีประธานใหม่ ชุดนี้ยังจัดข้อมูลให้ไล่ระดับจากผลการวิจัย ไปสู่การประยุกต์ใช้จริง และสุดท้ายไปสู่ประเด็นเชิงแนวคิดที่พื้นฐานยิ่งกว่า and even ทำเครื่องหมายว่าผลลัพธ์สุดท้ายมีขอบเขตกว้างที่สุดหรือน่าประหลาดใจที่สุด จึงช่วยให้ผู้อ่านมองเห็นจุดเน้นในประโยคยาวได้

แบบฝึกหัด

and even ที่อยู่หน้า begged the question มีหน้าที่เชิงโครงสร้างและเชิงวาทกรรมอย่างไร?

  1. เพิ่มผลลัพธ์ที่สามเข้ากับภาคแสดงร่วมและทำเครื่องหมายว่าเป็นการไล่ระดับที่แรงที่สุด
  2. แสดงว่าผลลัพธ์ที่สองมาแทนผลลัพธ์แรก
  3. แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์สองข้อแรกเกิดขึ้นหรือไม่
  4. นำประธานใหม่ที่ทำการกระทำซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้ามา
ดูคำตอบ

เพิ่มผลลัพธ์ที่สามเข้ากับภาคแสดงร่วมและทำเครื่องหมายว่าเป็นการไล่ระดับที่แรงที่สุด

การใช้คำ

begged the question: ทำให้เกิดคำถามหรือให้เหตุผลแบบวนเป็นวงกลม

ในประโยคนี้ begged the question ใช้ในความหมายสมัยใหม่ที่แพร่หลายของ raised or prompted the question คือทำให้เกิดหรือนำไปสู่คำถาม อนุประโยค if ที่ตามมาระบุเนื้อหาของประเด็นว่า การหลับและการตื่นเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกันหรือเป็นจุดต่าง ๆ บนภาวะต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในตรรกศาสตร์แบบดั้งเดิม to beg the question หมายถึงการตั้งข้อสรุปที่ยังต้องพิสูจน์ให้เป็นข้อสมมติในเหตุผลตั้งแต่แรก เนื่องจากความหมายเชิงเทคนิคนี้ยังคงสำคัญ ผู้อ่านแต่ละคนจึงอาจตีความวลีนี้ต่างกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่ไม่กำกวมซึ่งเรียนในบทนี้: The findings ____ sleep and wakefulness are distinct states.

ดูคำตอบ

raised the question of whether

การใช้คำ

“เหตุการณ์ที่แยกจากกัน” หรือ “ส่วนหนึ่งของภาวะต่อเนื่อง”

กริยา are ที่ใช้ร่วมกันนำเสนอการวิเคราะห์การนอนหลับและการตื่นสองแบบที่แข่งขันกัน กล่าวคือ ทั้งสองอาจเป็น distinct events หรือสถานะที่แยกจากกันและมีขอบเขตระบุได้ หรืออาจเป็น part of a continuum ซึ่งหมายถึงตำแหน่งต่าง ๆ ภายในช่วงเดียวที่เชื่อมต่อกันและมีการเปลี่ยนผ่านอย่างค่อยเป็นค่อยไป กรอบแบบสองทางเลือกนี้นำไปใช้ถามในบริบทอื่นได้ว่า ควรเข้าใจปรากฏการณ์หนึ่งว่าเป็นหมวดหมู่ที่แยกจากกัน หรือเป็นระดับต่าง ๆ บนมาตราเดียวกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงได้ดีที่สุดว่าการนอนหลับกับการตื่นเป็น part of a continuum?

  1. คนเราอาจผ่านสถานะกึ่งกลางระหว่างการตื่นเต็มที่กับการหลับลึกได้
  2. การนอนหลับกับการตื่นมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนและไม่เคยผสมกันเลย
  3. การนอนหลับกับการตื่นเป็นเพียงชื่อสองชื่อของสถานะเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ

คนเราอาจผ่านสถานะกึ่งกลางระหว่างการตื่นเต็มที่กับการหลับลึกได้

After all, ลำดับความ

2:12

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

dreaming of doing something ไวยากรณ์

2:13

การฝันว่ากำลังทำบางสิ่ง

is almost equivalent to actually doing it วลี

2:14

แทบจะเทียบเท่ากับการทำสิ่งนั้นจริง ๆ

ลำดับความ

After all ที่ใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุน

After all ที่อยู่ต้นประโยคใช้เกริ่นข้อเท็จจริงหรือข้อพิจารณาที่สนับสนุนสิ่งที่เพิ่งพูดไป หรือทำให้สิ่งนั้นดูสมเหตุสมผล ในที่นี้ ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับความฝันถูกเสนอเป็นหลักฐานสนับสนุนแนวคิดก่อนหน้า สำนวนนี้จัดลำดับเหตุผล ไม่ใช่ลำดับเวลา กล่าวคือ ผู้ฟังได้รับการเตือนให้นึกถึงเหตุผลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ได้รับแจ้งว่าบางสิ่งเกิดขึ้นเป็นอย่างสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ใน “We should ask Priya. After all, she has handled this before,” คำว่า After all ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากความไม่แน่นอน
  2. การกระทำสุดท้ายในลำดับ
  3. เหตุผลที่สนับสนุนให้ไปขอความช่วยเหลือจาก Priya
ดูคำตอบ

เหตุผลที่สนับสนุนให้ไปขอความช่วยเหลือจาก Priya

ไวยากรณ์

dreaming of doing something: รูปแบบ dream of + -ing

ในประโยคนี้ dreaming of doing something หมายถึงการรู้สึกว่าตนเองกำลังทำสิ่งหนึ่งอยู่ในความฝันขณะหลับ บริบทรอบ ๆ กล่าวถึงการทำงานของสมอง จึงชี้ว่าที่นี่หมายถึงความฝันระหว่างนอน ไม่ใช่ความหมายว่าอยากทำสิ่งหนึ่งอย่างมาก รูปแบบคือ dream of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ doing เป็น gerund หลังบุพบท of และรูปแบบนี้ยังใช้ได้ในวลีอย่าง dream of flying และ dream of winning

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่า Mia รู้สึกว่าตนเองกำลังบินอยู่ขณะหลับ

  1. Mia dreamed to fly.
  2. Mia dreamed of fly.
  3. Mia dreamed of flying.
ดูคำตอบ

Mia dreamed of flying.

วลี

equivalent to actually doing it: ความเท่าเทียมแบบจำกัดและการเน้น

Be equivalent to หมายถึง “เท่ากันในด้านผลกระทบ คุณค่า หรือหน้าที่ตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง” ในที่นี้เกณฑ์คือการเปรียบเทียบการทำงานของสมองในการสนทนา ไม่ใช่ผลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกจริง ใน almost equivalent to actually doing it คำว่า almost บอกว่าทั้งสองอย่างใกล้เคียงกันมากแต่ไม่สมบูรณ์ ส่วน actually เน้นการลงมือทำจริง คำว่า to ใน equivalent to เป็นบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing อย่าง doing ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be equivalent to: Under these rules, touching the red line ____ losing a turn.

ดูคำตอบ

is equivalent to

when looking at the functional system ไวยากรณ์

2:16

เมื่อดูจากระบบ

of neuronal activity in your brain.

2:18

การทำงานของเซลล์ประสาทในสมองของคุณ

ไวยากรณ์

when looking at ในฐานะอนุประโยคบอกมุมมองแบบย่อ

“When looking at” เป็นอนุประโยควิเศษณ์แบบย่อ โดยย่อมาจากอนุประโยคเต็มอย่าง “when you or we are looking at” ด้วยการละประธานทั่วไปและรูปของคำกริยา be ในที่นี้ “look at” หมายถึง “พิจารณาหรือวิเคราะห์” ไม่ได้หมายถึงการใช้ตามองสมองจริง ๆ วลีนี้กำหนดมุมมองให้กับข้อความที่ขยายอยู่ โดยจำกัดข้อสรุปไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นจริงเมื่อวิเคราะห์ระบบการทำงานของกิจกรรมเซลล์ประสาท รูปแบบนี้ใช้วางกรอบคำอธิบายได้ว่า “When looking at X, ...” หมายถึง “เมื่อพิจารณา X”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อของ “when we are looking at” When ____ the test results, we should compare the two age groups separately.

ดูคำตอบ

looking at

So,

2:20

ดังนั้น

are you sure you're not dreaming? ลำดับความ

2:20

คุณแน่ใจหรือว่าตอนนี้ไม่ได้กำลังฝันอยู่?

ลำดับความ

Are you sure you're not dreaming? ในฐานะคำถามย้อนกลับสู่หัวข้อเชิงวาทศิลป์

คำถามปฏิเสธ “Are you sure you're not dreaming?” ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังกำลังฝัน และไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อขอคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่ท้าทายความมั่นใจของผู้ฟังหลังจากคำอธิบายแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมของสมองขณะฝันและขณะตื่นอาจคล้ายกันในบางแง่ของการทำงาน การเริ่มด้วย “So” บ่งบอกว่าคำถามนี้เป็นข้อสรุป ผู้พูดย้อนกลับไปหาแนวคิดเรื่องความฝันในช่วงเปิดเรื่อง เปลี่ยนคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นความสงสัยส่วนตัวของผู้ฟัง และจบการพูดด้วยความคิดที่ยังไม่มีคำตอบ ดังนั้นคำถามปิดท้ายจึงทั้งย้อนกลับไปยังหัวข้อหลักและทำให้ผู้ฟังคิดต่อ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งอธิบายว่าภาพที่ผ่านการแก้ไขสามารถดูเหมือนจริงอย่างสมบูรณ์ได้ แล้วจบด้วยคำถาม “So, are you sure the photo is real?” คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอะไร?

  1. ขอให้ผู้ฟังตอบเชิงเทคนิคอย่างละเอียดทันที
  2. ยืนยันว่าภาพนั้นเป็นของจริงอย่างแน่นอน
  3. ย้อนกลับไปยังหัวข้อหลักและท้าทายความมั่นใจของผู้ฟัง
  4. เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ย้อนกลับไปยังหัวข้อหลักและท้าทายความมั่นใจของผู้ฟัง

Got a burning question you want answered? โน้ต

2:22

มีคำถามคาใจที่อยากได้คำตอบไหม?

สำนวน

burning question: สิ่งที่อยากรู้คำตอบอย่างมาก

ในประโยคนี้ a burning question หมายถึงคำถามที่ใครบางคนอยากรู้คำตอบอย่างมาก burning ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อถึงความอยากรู้อย่างแรงกล้าและทันที ไม่ได้หมายถึงไฟจริง ๆ วลีนี้ทำให้คำเชิญชวนฟังดูมีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้น มักใช้กระตุ้นให้ผู้คนแบ่งปันคำถามหนึ่งข้อที่ติดอยู่ในใจมากที่สุด

แบบฝึกหัด

burning question ในตัวอย่างหมายความว่าอะไร?

  1. คำถามที่ห้ามตอบโดยเด็ดขาด
  2. คำถามที่ใครบางคนอยากรู้คำตอบอย่างมาก
  3. คำถามที่กำลังติดไฟจริง ๆ
ดูคำตอบ

คำถามที่ใครบางคนอยากรู้คำตอบอย่างมาก

ไวยากรณ์

question you want answered: want + กรรม + past participle

ใน a question you want answered รูปเต็มคือ a question that you want answered โดยละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ไว้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อคำนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมภายในอนุประโยคสัมพันธ์ โครงสร้าง want + กรรม + past participle บอกผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดกับกรรม กล่าวคือ คุณต้องการให้ใครสักคนตอบคำถามนั้น answered มีความหมายเชิงถูกกระทำ เพราะ question เป็นสิ่งที่รับการกระทำ ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องการตอบคำถามเอง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ answer เพื่อเติมโครงสร้าง want + กรรม + past participle ให้สมบูรณ์: I have a question I want ____ before the meeting.

ดูคำตอบ

answered

Ask it in the comments

2:24

ถามได้ในช่องความคิดเห็น

or on Facebook and Twitter

2:25

หรือทาง Facebook และ Twitter

and subscribe for more weekly science videos.

2:26

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์