AWS AI Agents สำหรับ Lyft: นำผู้ขับขี่กลับสู่ท้องถนนได้เร็วยิ่งขึ้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Business Insider

ความยากในการเรียน
663 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวม: Lyft และ AWS แสดงผู้ช่วยที่แก้คำขอทั่วไปของคนขับได้เร็ว และให้มนุษย์จัดการกรณียาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “in their own words.” — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: อธิบายปัญหาโดยไม่ตามสคริปต์ ใช้ได้ในงานบริการ การสัมภาษณ์ และการเรียบเรียงใหม่ 2. “intent classification.” — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ศัพท์งานบริการและ AI สำหรับระบุเป้าหมายก่อนลงมือ ช่วยแยกการจัดประเภทออกจากการจัดการ 3. “that bar of complexity is going to keep going up and up and up.” — สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เกณฑ์ที่สูงขึ้นแทนงานยากที่เหลือให้มนุษย์หลังระบบอัตโนมัติ และการซ้ำ up เน้นการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We are facing one of the biggest,

0:00

เรากำลังเผชิญกับหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุด,

I'll call it a pandemic of sorts, loneliness. วลี

0:03

ขอเรียกมันว่าโรคระบาดรูปแบบหนึ่งก็แล้วกัน นั่นคือความเหงา

วลี

of sorts: คำเรียกแบบคร่าว ๆ

of sorts วางไว้หลังคำนามหรือวลีคำนาม และหมายถึง “สิ่งที่มีลักษณะไม่ปกติ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ใช่ตัวอย่างตามแบบทั่วไปเสียทีเดียว” ในที่นี้ a pandemic of sorts เปรียบความเหงากับโรคระบาดใหญ่ แต่ไม่ได้จัดว่าความเหงาเป็นโรคระบาดใหญ่ทางการแพทย์ตามความหมายตรงตัว วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดใช้คำเรียกที่หนักแน่น พร้อมกับเว้นระยะจากคำนั้นเล็กน้อย ให้เข้าใจรูปแบบ คำนาม + of sorts ว่าเป็น “สิ่งที่พอจะเรียกด้วยคำนามนั้นได้แบบกว้าง ๆ”

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่แสดงว่าคำเรียกนี้เป็นเพียงคำเรียกโดยประมาณ: The empty classroom became a studio ____ during the renovation.

ดูคำตอบ

of sorts

And Lyft's mission is to get people off their couches and go out into the world and interact with each other. สำนวน

0:05

และพันธกิจของ Lyft คือทำให้ผู้คนลุกจากโซฟา ออกไปสู่โลกภายนอก และมีปฏิสัมพันธ์กัน

สำนวน

get people off their couches: กระตุ้นให้ลงมือทำ

ใน get people off their couches โครงสร้าง get + person + off + place/state หมายถึง “ทำให้หรือชักชวนให้ใครออกจากสถานที่หรือสภาพนั้น” Couches ชวนให้นึกถึงการนั่งอยู่บ้านโดยไม่ทำกิจกรรม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการกระตุ้นให้ผู้คนเลิกอยู่แต่ในบ้านและออกไปข้างนอก โซฟาไม่จำเป็นต้องมีอยู่จริง สำนวนที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้อย่าง get someone off the couch มักหมายถึงกระตุ้นให้ใครสักคนเริ่มทำกิจกรรมหรือมีส่วนร่วม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่เกี่ยวกับโซฟาและหมายถึง “กระตุ้นให้ฉันเลิกไม่ทำกิจกรรม”: This dance class gets me ____ after a long day at my desk.

ดูคำตอบ

off the couch

Our contact center agents, what they're doing is herculean in so many ways. โน้ต

0:18

งานที่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการของเราทำอยู่นั้นหนักหนาสาหัสอย่างยิ่งในหลาย ๆ ด้าน

ไวยากรณ์

What they're doing ในฐานะประธานของการประเมิน

วลี Our contact center agents ที่ขึ้นต้นประโยคเป็นการเกริ่นหัวข้อในภาษาพูด ส่วนประโยคหลักเริ่มที่ what they're doing ในที่นี้ what นำอนุประโยคสัมพัทธ์แบบอิสระที่หมายถึง “งานหรือกิจกรรมที่พวกเขากำลังทำ” และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ โดย what ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม ภาคแสดง is herculean ให้การประเมินอย่างหนักแน่นต่อกิจกรรมทั้งหมด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “[What + ประธาน + กริยา] + be รูปเอกพจน์ + คำประเมิน” ส่วนอนุประโยคที่ใช้ that จะเสนอข้อเท็จจริงว่าบางสิ่งเป็นจริง จึงนำมาแทน what ในประโยคนี้ตรง ๆ ไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยค what ที่มีรูปย่อและหมายถึง “งานที่พวกเขากำลังทำ”: ____ is remarkably effective.

ดูคำตอบ

What they're doing

วัฒนธรรม

Herculean: ยากเป็นพิเศษและต้องใช้ความพยายามมหาศาล

Herculean มาจาก Hercules วีรบุรุษที่มีชื่อเสียงจากภารกิจซึ่งต้องใช้พละกำลังเหนือธรรมดา ในประโยคนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่างานของเจ้าหน้าที่ต้องอาศัยความพยายามมหาศาลและยากเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายความว่า Hercules เป็นผู้ทำงานนั้นจริง ๆ คำนี้เพิ่มน้ำเสียงชื่นชมและการเน้นย้ำมากกว่า difficult มักใช้บรรยาย task, effort, challenge หรือ achievement ที่ดูเหมือนต้องใช้แรงงานแทบจะเหนือมนุษย์

แบบฝึกหัด

ใน “what they're doing is herculean” คำว่า herculean สื่อความหมายใด

  1. ต้องใช้ความพยายามมหาศาลและยากเป็นพิเศษ
  2. เกิดขึ้นบ่อยและเป็นเรื่องประจำ
  3. เป็นสิ่งที่ Hercules ในเทพปกรณัมทำ
  4. มีขนาดใหญ่ทางกายภาพแต่ค่อนข้างง่าย
ดูคำตอบ

ต้องใช้ความพยายามมหาศาลและยากเป็นพิเศษ

When a rider or a driver is coming to us with something, วลี

0:23

เมื่อผู้โดยสารหรือคนขับติดต่อเรามาด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง,

something has gone wrong in their experience. วลี

0:27

แปลว่ามีบางอย่างผิดพลาดในประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับ

วลี

come to someone with something: มาหาใครสักคนด้วยเรื่องบางอย่าง

ในที่นี้ coming to us with something หมายถึงการติดต่อหรือเข้าหาทีมสนับสนุนเกี่ยวกับปัญหา คำถาม คำขอ หรือแนวคิด ไม่ได้เน้นความหมายว่ากำลังเคลื่อนที่มาหาในทางกายภาพหรือถือสิ่งของมาด้วย โครงสร้าง come to + บุคคลหรือทีม + with + ประเด็น นำเสนอประเด็นนั้นว่าเป็นเหตุผลที่ต้องการความสนใจหรือความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ในประโยคนี้ something คือปัญหาที่ยังไม่ได้ระบุชัดในประสบการณ์ของผู้โดยสารหรือคนขับ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ come to someone with something เติมประโยคให้สมบูรณ์: A customer needed help, so she ____ a billing question.

ดูคำตอบ

came to us with

วลี

gone wrong: เกิดปัญหาหรือไม่เป็นไปตามที่คาด

Go wrong หมายถึงล้มเหลว ทำงานขัดข้อง มีข้อผิดพลาด หรือดำเนินไปในแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ ในที่นี้หมายความว่าบางส่วนของประสบการณ์การใช้บริการของบุคคลนั้นไม่ทำงานตามที่คาด ไม่ได้กล่าวหาว่าบุคคลนั้นประพฤติผิดศีลธรรม Has gone wrong เป็นรูป present perfect โดยมีโครงสร้าง has + คำกริยาช่องสาม gone รูปนี้แสดงว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และช่วยอธิบายว่าทำไมบุคคลนั้นจึงติดต่อทีมสนับสนุน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ go wrong: The payment page is still showing an error, so something ____.

ดูคำตอบ

has gone wrong

And I think we say the best support experience is not having any support experience. ลำดับความ

0:29

และเรามักพูดกันว่า ประสบการณ์ด้านการช่วยเหลือที่ดีที่สุดคือการไม่ต้องขอความช่วยเหลือเลย

ลำดับความ

ประสบการณ์การสนับสนุนที่ดีที่สุดคือการไม่ต้องใช้การสนับสนุน

โครงสร้าง “the best X is not having any X” สร้างความย้อนแย้งขึ้นโดยตั้งใจ โดยนิยามประสบการณ์ในแบบที่ดีที่สุดว่าเป็นการหลีกเลี่ยงประสบการณ์นั้นไปโดยสิ้นเชิง ในประโยคนี้ “support experience” คำแรกหมายถึงคุณภาพของความช่วยเหลือที่ลูกค้าได้รับ ส่วนคำที่สองหมายถึงการต้องติดต่อทีมสนับสนุน ดังนั้น ประโยคนี้กำลังชื่นชมการป้องกันปัญหา เพื่อให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือเลย นี่เป็นข้อความทางธุรกิจที่จำง่าย ไม่ใช่ข้อเสนอให้ยกเลิกทีมสนับสนุนตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในบริบทนี้: “And I think we say the best support experience is not having any support experience.”

  1. ลูกค้าควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนให้บ่อยขึ้น
  2. บริการในอุดมคติช่วยให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ
  3. บริษัทควรปิดทีมสนับสนุน
ดูคำตอบ

บริการในอุดมคติช่วยให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ

Our customer care team handles upwards of a million plus contacts a month. วลี

0:33

ทีมดูแลลูกค้าของเรารับเรื่องติดต่อมากกว่าหนึ่งล้านครั้งต่อเดือน

วลี

“upwards of”: แสดงจำนวนที่ถึงหรือมากกว่าตัวเลขหนึ่ง

วลี “upwards of” วางไว้หน้าตัวเลขเพื่อแสดงว่าจำนวนถึงตัวเลขนั้นและอาจมากกว่านั้น ใน “upwards of a million plus contacts” หมายความว่าทีมรับเรื่องติดต่ออย่างน้อยหนึ่งล้านครั้งต่อเดือน แม้จะไม่ได้บอกยอดรวมที่แน่นอน “Contacts” หมายถึงสายโทรศัพท์ ข้อความ หรือคำขอความช่วยเหลืออื่น ๆ จากลูกค้า ส่วน “upwards of” ให้ความรู้สึกว่าเป็นขอบเขตล่างโดยไม่อ้างว่าเป็นจำนวนที่แน่นอน คำว่า “plus” ที่เติมเข้ามาเป็นการย้ำความหมายว่า “มากกว่า” และฟังเป็นธรรมชาติกว่าในภาษาพูดสบาย ๆ เมื่อเทียบกับงานเขียนทางการที่ผ่านการขัดเกลาแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “upwards of” เพื่อหมายความว่าจำนวนผู้เข้าชมถึง 10,000 คนและอาจมากกว่านั้น

  1. The museum welcomes up to 10,000 visitors each year, so the total cannot exceed 10,000.
  2. The museum welcomes upwards of 10,000 visitors each year, and the total can be higher.
  3. The museum welcomes around 10,000 visitors each year, but the figure is only a rough estimate.
ดูคำตอบ

The museum welcomes upwards of 10,000 visitors each year, and the total can be higher.

It is high volume.

0:39

ปริมาณงานสูงมาก

It is customers who are frustrated

0:41

ลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาอาจกำลังรู้สึกคับข้องใจ

or something has happened and they need help

0:44

หรืออาจเกิดเหตุบางอย่างขึ้นจนพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ

and the agents are trying their best to stay on top of that. สำนวน

0:46

ส่วนเจ้าหน้าที่ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะรับมือกับทุกอย่างให้ทัน

สำนวน

stay on top of that: ติดตามและจัดการอย่างต่อเนื่อง

ในที่นี้ stay on top of that หมายถึงติดตามสถานการณ์ต่อไปและจัดการกับปัญหาใหม่ให้ทันเวลา that หมายถึงคำขอความช่วยเหลือจากลูกค้าที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงการอยู่บนสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริง ๆ สำนวนนี้มองการควบคุมว่าเป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบและตอบกลับเพื่อไม่ให้ปัญหาควบคุมไม่ได้ และไม่ได้หมายความว่าจัดการคำขอทั้งหมดเสร็จในครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ stay on top of that หมายความว่าอย่างไร เลือกคำตอบที่ดีที่สุด

  1. ทำงานหนึ่งงานเสร็จแล้วไม่ตรวจสอบสถานการณ์อีกเลย
  2. ติดตามและจัดการปัญหาต่อไปเมื่อมีคำขอใหม่เข้ามา
  3. ยืนอยู่เหนือปัญหานั้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

ติดตามและจัดการปัญหาต่อไปเมื่อมีคำขอใหม่เข้ามา

So our goal with AI was starting really slow and building trust. วลี

0:51

ดังนั้น เป้าหมายของเราในการใช้ AI คือเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสร้างความไว้วางใจ

วลี

building trust: ค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจ

ในที่นี้ building trust หมายถึงการค่อย ๆ ทำให้ผู้คนเต็มใจเชื่อใจและพึ่งพา AI มากขึ้น คำว่า building เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ การกระทำที่ช่วยเหลือซ้ำ ๆ การสื่อสารที่ชัดเจน และผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้จะทำให้ความไว้วางใจเพิ่มขึ้นตามเวลา รูปแบบ -ing แสดงว่านี่เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่อง ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ได้มาในชั่วขณะเดียว ในประโยคนี้ building trust ใช้คู่กับ starting really slow เพื่อบอกว่าผู้พูดต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ใช้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ building trust อธิบายอะไร เลือกคำตอบที่ดีที่สุด

  1. ความไว้วางใจเป็นวัตถุจริงที่สามารถสร้างได้
  2. ความไว้วางใจเกิดขึ้นทันทีหลังจากคำสัญญาหนึ่งครั้ง
  3. ความไว้วางใจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจากการกระทำที่เชื่อถือได้และทำซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

ความไว้วางใจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจากการกระทำที่เชื่อถือได้และทำซ้ำ ๆ

They can access support a few different ways,

0:55

พวกเขาเข้าถึงบริการช่วยเหลือได้หลายช่องทาง,

but one of the main ways will be either through the help center or through their earnings tab. ไวยากรณ์

0:57

แต่หนึ่งในช่องทางหลักคือการเข้าไปผ่านศูนย์ช่วยเหลือหรือแท็บรายได้

ไวยากรณ์

either through ... or through ...: การวางสองช่องทางแบบขนาน

either ... or ... นำเสนอช่องทางรับความช่วยเหลือสองทางเป็นตัวเลือก ในประโยคนี้เป็นการบอกช่องทางที่มีอยู่ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีช่องทางใดบ้าง มีการใช้คำบุพบท through เหมือนกันทั้งสองด้าน: either through the help center or through their earnings tab โครงสร้างขนานนี้ช่วยให้เปรียบเทียบสองช่องทางได้ง่าย เมื่อแต่ละตัวเลือกต้องใช้คำบุพบทเดียวกัน การกล่าวซ้ำจะช่วยให้คำแนะนำชัดเจนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคู่ที่แสดงสองช่องทาง: You can get help ____ the website ____ the mobile app.

ดูคำตอบ

either through · or through

And through there they will open up our AI assistant. กริยาวลี

1:02

จากตรงนั้น พวกเขาจะเปิดใช้งานผู้ช่วย AI ของเรา

กริยาวลี

open up: เปิดหรือแสดงอินเทอร์เฟซ

ในบริบทของซอฟต์แวร์นี้ open up หมายถึง “เปิด เรียกใช้ หรือแสดงอินเทอร์เฟซให้เห็น” กรรมที่เป็นสิ่งดิจิทัลอย่าง our AI assistant บอกว่าการกระทำเกิดขึ้นในแอป ส่วน up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ความหมายเปลี่ยนไปตามบริบท คนคนหนึ่งสามารถ open up และเริ่มเล่าความรู้สึกส่วนตัวได้ แต่เมื่อ open up ตามด้วยแอป เมนู ไฟล์ หรือผู้ช่วย โดยทั่วไปจะหมายถึงการทำให้สิ่งนั้นปรากฏบนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ open up ในความหมายว่า “เปิดหรือแสดงอินเทอร์เฟซดิจิทัล”?

  1. Tap the icon to open up the settings menu.
  2. After a long silence, Maya began to open up to her sister.
  3. The crew will open up the road after the repairs.
ดูคำตอบ

Tap the icon to open up the settings menu.

And the thing that we've really emphasized there is natural language. การใช้คำ

1:05

และสิ่งที่เราเน้นย้ำอย่างมากก็คือการใช้ภาษาธรรมชาติ

การใช้คำ

Natural language ในระบบ AI

ในบริบทของปัญญาประดิษฐ์ natural language หมายถึงภาษามนุษย์ทั่วไปที่คนใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน เช่น คำถามภาษาอังกฤษหรือคำอธิบายที่เขียนได้อย่างอิสระ ซึ่งต่างจากโค้ดโปรแกรม สัญลักษณ์แบบเป็นทางการ และข้อมูลนำเข้าที่จำกัดไว้เฉพาะคำสั่งหรือตัวเลือกเมนูที่กำหนดล่วงหน้า ในที่นี้ วลีดังกล่าวอธิบายรูปแบบของข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน ไม่ได้ประเมินว่าประโยคใดประโยคหนึ่งฟังดูเป็นธรรมชาติ คล่องแคล่ว หรือเหมือนเจ้าของภาษา

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ “users can search in natural language” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาพิมพ์คำถามหรือคำอธิบายทั่วไปด้วยถ้อยคำของตนเองได้
  2. ผลการค้นหาจะฟังดูเป็นมิตรและคล่องแคล่วเสมอ
  3. พวกเขาต้องเขียนคำสั่งด้วยภาษาโปรแกรม
ดูคำตอบ

พวกเขาพิมพ์คำถามหรือคำอธิบายทั่วไปด้วยถ้อยคำของตนเองได้

So being able to describe their issue in their own words. วลี

1:08

นั่นคือ ให้พวกเขาอธิบายปัญหาด้วยคำพูดของตัวเองได้

วลี

In their own words: ด้วยถ้อยคำของตนเอง

In their own words หมายถึงการที่คนอธิบายบางสิ่งด้วยถ้อยคำที่ตนเลือกเอง แทนที่จะคัดลอกจากแหล่งข้อมูล ท่องตามบท หรือเลือกได้เฉพาะถ้อยคำที่กำหนดไว้ล่วงหน้า คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น in my own words, in your own words หรือ in her own words วลีนี้เปิดโอกาสให้ใช้ถ้อยคำในแบบของตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนคำทุกคำให้แตกต่างทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งของครูด้วยวลีเป้าหมาย โดยปรับให้เป็นรูปที่ใช้กับนักเรียนหนึ่งคน: “Do not copy the paragraph. Explain the idea ____.”

ดูคำตอบ

in your own words

We've had almost 70% of our drivers today use AI.

1:11

ทุกวันนี้ คนขับของเราเกือบ 70% ใช้ AI แล้ว

We're building deep trust that if it cannot solve the issue, ไวยากรณ์

1:15

เรากำลังสร้างความเชื่อมั่นว่า ถ้า AI แก้ปัญหาไม่ได้,

it very quickly will get me to a human. การใช้คำ

1:20

ระบบก็จะส่งต่อฉันไปหาเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนอย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

If it cannot ..., it will ... สำหรับเงื่อนไขอนาคตที่เป็นจริง

นี่คือเงื่อนไขจริงเกี่ยวกับอนาคต อนุประโยค if ใช้รูปปัจจุบัน cannot เพื่อระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดย cannot ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวในอดีต อนุประโยคหลักใช้ will เพื่อให้คำมั่นถึงผลลัพธ์หากปัญหานั้นเกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + รูปปัจจุบัน, ... will + กริยารูปพื้นฐาน สำหรับเงื่อนไขอนาคตทั่วไป will จะอยู่ในอนุประโยคผลลัพธ์ ไม่ใช่อยู่หลัง if

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำมั่นด้านบริการในอนาคตที่เป็นจริงเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

  1. If the payment terminal could not read your card, it would ask you to try again.
  2. If the payment terminal will not read your card, it asks you to try again.
  3. If the payment terminal cannot read your card, it will ask you to try again.
ดูคำตอบ

If the payment terminal cannot read your card, it will ask you to try again.

การใช้คำ

Get me to a human สำหรับการโอนไปยังเจ้าหน้าที่

ในบริบทงานบริการลูกค้า get someone to a human หมายถึงจัดให้บุคคลนั้นได้เชื่อมต่อหรือถูกโอนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ get ในที่นี้มีความหมายเชิงผลลัพธ์ คือทำให้บุคคลนั้นไปถึงขั้นตอนถัดไปของกระบวนการช่วยเหลือ A human เป็นรูปย่อของ a human agent ซึ่งใช้เปรียบต่างกับ AI บอต หรือเมนูอัตโนมัติ ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้ get และหมายถึง “เชื่อมต่อฉันกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์”: The chatbot kept failing, so I asked it to ____.

ดูคำตอบ

get me to a human

And that's the relationship that we wanted our customers, and our drivers to have.

1:22

และนั่นคือความสัมพันธ์แบบที่เราอยากให้ลูกค้าและคนขับของเรามีกับระบบนี้

AWS announced about two and a half years ago the AWS Generative AI Innovation Center. วัฒนธรรม

1:26

เมื่อประมาณสองปีครึ่งก่อน AWS ได้ประกาศเปิดตัว AWS Generative AI Innovation Center

วัฒนธรรม

AWS Generative AI Innovation Center ในฐานะหน่วยงานของ AWS

AWS Generative AI Innovation Center เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของหน่วยงานหนึ่งใน AWS ที่ช่วยลูกค้าดำเนินโครงการด้าน AI เชิงกำเนิด ในบริบทนี้ Center รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักกลยุทธ์ และสถาปนิก คำว่า Center ในที่นี้หมายถึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหรือโครงการที่จัดตั้งเป็นระบบ ไม่ใช่อาคารที่ให้คนเข้าไปใช้บริการหรือศูนย์ติดต่อลูกค้า การเข้าใจว่านี่คือชื่อหน่วยงานเฉพาะของ AWS จะช่วยให้ติดตามความร่วมมือและบทบาทของผู้เชี่ยวชาญในช่วงต่อไปได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ AWS Generative AI Innovation Center หมายถึงอะไร?

  1. เคาน์เตอร์บริการลูกค้าที่มีสถานที่จริงและรับสายช่วยเหลือ
  2. ชื่อทั่วไปสำหรับทีมใดก็ตามที่ทดลองใช้ AI
  3. หน่วยงานเฉพาะของ AWS ที่นำทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยโครงการ AI เชิงกำเนิดของลูกค้า
ดูคำตอบ

หน่วยงานเฉพาะของ AWS ที่นำทีมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยโครงการ AI เชิงกำเนิดของลูกค้า

And that is allowing us to bring our deep science experts, engineers, strategists, ไวยากรณ์

1:33

และศูนย์นี้ทำให้เราสามารถนำผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักกลยุทธ์,

and architects to work with our customers across the globe,

1:40

รวมถึงสถาปนิกโซลูชัน มาทำงานร่วมกับลูกค้าของเราทั่วโลก,

bringing deep technical expertise to real world problems and solving them in a manner that allows businesses to get the outcomes that they're expecting. โน้ต

1:43

โดยนำความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึกมาใช้กับปัญหาในโลกจริง และแก้ปัญหาในแบบที่ช่วยให้ธุรกิจบรรลุผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้

ไวยากรณ์

allowing us to bring: allow + กรรม + to-infinitive

ใน allowing us to bring คำว่า allowing ตามด้วยกรรม us และรูป to-infinitive คือ to bring โครงสร้างคือ allow + someone + to do something โดย us ระบุกลุ่มที่ได้รับความสามารถนั้น ส่วนผู้เชี่ยวชาญคือคนที่กลุ่มดังกล่าวสามารถนำมาร่วมงานได้ allow ในที่นี้หมายถึงทำให้เป็นไปได้หรือทำให้สามารถทำได้ ไม่ได้หมายถึงให้อนุญาตเท่านั้น โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีเมื่อต้องการอธิบายว่าเครื่องมือ นโยบาย หรือการจัดการบางอย่างช่วยให้ใครทำอะไรได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ allow กรรม us และกริยา compare เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new dashboard is ____ results more quickly than before.

ดูคำตอบ

allowing us to compare

วลี

นำความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเชิงลึกมาใช้กับปัญหาในโลกจริง

ในที่นี้ bringing deep technical expertise to real world problems หมายถึงการนำความรู้ด้านเทคนิคที่เชี่ยวชาญอย่างมากมาใช้กับความท้าทายในทางปฏิบัติ bring ไม่ได้หมายถึงการขนย้ายทางกายภาพ โดยรูปแบบ bring + expertise/skills/experience + to + ปัญหาหรือโครงการ หมายถึงการนำความสามารถนั้นไปช่วยในจุดที่จำเป็น deep ขยายความหมายของ expertise ให้ชัดว่าความรู้นั้นลึกซึ้งและอยู่ในระดับสูง ไม่ใช่เพียงความรู้พื้นฐาน การใช้คำร่วมกันแบบนี้พบได้บ่อยเมื่ออธิบายว่าผู้เชี่ยวชาญช่วยงานที่ท้าทายอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าผู้เชี่ยวชาญนำความรู้ระดับสูงมาใช้กับความท้าทายในทางปฏิบัติ

  1. Our engineers carry deep technical expertise toward the factory's safety problem.
  2. Our engineers bring deep technical expertise to the factory's safety problem.
  3. Our engineers bring the factory's safety problem to deep technical expertise.
ดูคำตอบ

Our engineers bring deep technical expertise to the factory's safety problem.

การใช้คำ

in a manner that: ในลักษณะที่

In a manner that หมายถึง “ในลักษณะที่” หรือ “ด้วยวิธีที่” และมีความหมายใกล้กับ in a way that วลีนี้นำหน้าอนุประโยคที่อธิบายว่าการกระทำนั้นทำอย่างไร และวิธีดังกล่าวทำให้สิ่งใดเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that อธิบายวิธีแก้ปัญหาที่ช่วยให้ธุรกิจบรรลุผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง ในโครงสร้างนี้ manner หมายถึง “วิธีหรือลักษณะ” ไม่ได้หมายถึงกิริยามารยาทที่สุภาพ

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการโครงการเขียนในรายงานที่เป็นทางการว่า “We changed the process in a manner that reduces waste.” การใช้ in a manner that ในที่นี้เหมาะสมหรือไม่

  1. ใช่ วลีนี้อธิบายอย่างเป็นทางการว่ากระบวนการถูกเปลี่ยนอย่างไร
  2. ไม่ใช่ manner หมายถึงกิริยามารยาทที่สุภาพเท่านั้น
ดูคำตอบ

ใช่ วลีนี้อธิบายอย่างเป็นทางการว่ากระบวนการถูกเปลี่ยนอย่างไร

Okay, I'm a driver. ลำดับความ

1:51

โอเค ฉันเป็นคนขับ

I have questions about my pay.

1:52

ฉันมีคำถามเกี่ยวกับค่าตอบแทน

ลำดับความ

โอเค ฉันเป็นคนขับรถ ฉันมีคำถามเกี่ยวกับค่าจ้างของฉัน — การเปลี่ยนเข้าสู่การสวมบทบาท

ในที่นี้ Okay เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ผู้พูดใช้มุมมองบุรุษที่หนึ่งในบทบาทคนขับรถ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากระบวนการทำงานอย่างไร ไม่ได้หมายความว่านี่คืออาชีพจริงของผู้พูด ประโยคที่เหลือบอกสถานการณ์และความต้องการของผู้ใช้ คนขับรถต้องการถามเรื่องค่าจ้าง รูปแบบ “การเปลี่ยนช่วงสั้น ๆ + บทบาทบุรุษที่หนึ่ง + ความต้องการที่ชัดเจน” ช่วยจัดระเบียบการสาธิตหรือคำอธิบายได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Okay ตอนต้นทำหน้าที่หลักอย่างไร “Okay, I'm a driver. I have questions about my pay.”

  1. แสดงว่าผู้พูดกำลังจะจบการสนทนา
  2. ยืนยันว่าคำตอบก่อนหน้าของผู้พูดถูกต้อง
  3. เป็นสัญญาณว่าเปลี่ยนไปสู่ตัวอย่างการสวมบทบาท
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าเปลี่ยนไปสู่ตัวอย่างการสวมบทบาท

The AI Assist asks me,

1:54

AI Assist จะถามฉันว่า,

you know, in my own words, น้ำเสียง/เจตนา

1:56

เอ่อ ให้ฉันอธิบายด้วยคำพูดของตัวเองว่า,

what am I there for?

1:57

ฉันเข้ามาติดต่อเรื่องอะไร?

น้ำเสียง/เจตนา

you know, — คำแสดงท่าทีแบบไม่เป็นทางการเพื่อจัดระเบียบการพูด

ในประโยคนี้ you know เป็นคำแสดงท่าทีในการพูด ไม่ใช่คำถามจริง ๆ คำนี้ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสักครู่เพื่อจัดเรียงคำอธิบาย และช่วยให้ผู้ฟังตามสถานการณ์ที่กำลังสมมติได้ทัน ไม่ได้ต้องการคำตอบ คำนี้แทรกอยู่ในคำถามที่ AI Assist ถามโดยใช้คำพูดของผู้พูดเอง อาจช่วยให้การพูดนุ่มนวลขึ้นหรือบอกว่ากำลังพูดอย่างเป็นธรรมชาติ แต่คำถามหลักยังคงเป็น “what am I there for?”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new app is easier to use, you know, once you change the settings.” you know ทำหน้าที่อะไร

  1. ทำหน้าที่เป็นคำแสดงท่าทีแบบไม่เป็นทางการและไม่ต้องการคำตอบ
  2. ถามว่าผู้ฟังรู้วิธีเปลี่ยนการตั้งค่าหรือไม่
  3. หมายความว่าแอปนี้ใช้งานไม่ได้
ดูคำตอบ

ทำหน้าที่เป็นคำแสดงท่าทีแบบไม่เป็นทางการและไม่ต้องการคำตอบ

Some questions or interactions will be fairly straightforward. การใช้คำ

1:58

คำถามหรือการโต้ตอบบางอย่างอาจค่อนข้างตรงไปตรงมา

Some will be quite complex

2:02

บางอย่างอาจซับซ้อนมาก

and in some cases actually very ambiguous. ลำดับความ

2:04

และบางกรณีอาจกำกวมมากจริง ๆ

การใช้คำ

fairly straightforward ... quite complex ... very ambiguous: ระดับการประเมินที่แม่นยำ

คำกริยาวิเศษณ์ fairly, quite และ very ใช้กำหนดระดับของคำประเมินที่ตามมา ในที่นี้ fairly straightforward บอกว่าการโต้ตอบบางอย่างค่อนข้างชัดเจนและจัดการได้ง่าย quite complex บอกว่าอย่างอื่นประมวลผลได้ยากพอสมควร และ very ambiguous บอกว่าบางอย่างมีเจตนาไม่ชัดเจนอย่างมากหรืออาจตีความได้หลายแบบ ลำดับความแตกต่างนี้ไม่ได้มาจากคำกริยาวิเศษณ์เท่านั้น แต่ยังมาจากคำคุณศัพท์ด้วย straightforward เกี่ยวกับความชัดเจนและความง่ายในการจัดการ complex เกี่ยวกับความยากด้านกระบวนการหรือโครงสร้าง ส่วน ambiguous เกี่ยวกับความไม่แน่นอนของความหมาย การจับคู่เหล่านี้บอกความแตกต่างได้แม่นยำกว่าการเรียกทุกอย่างว่า hard

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับบรรยายงานที่เข้าใจและจัดการได้ค่อนข้างง่าย โดยไม่ได้บอกว่างานนั้นง่ายทั้งหมด

  1. The task is quite complex.
  2. The task is fairly straightforward.
  3. The task is very ambiguous.
ดูคำตอบ

The task is fairly straightforward.

ลำดับความ

in some cases: จำกัดข้อสรุปไว้ที่สถานการณ์บางส่วน

In some cases จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา กล่าวคือ คำอธิบายนั้นใช้กับส่วนหนึ่งของกลุ่มสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทั้งหมด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ very ambiguous ไม่ฟังดูเหมือนข้อสรุปทั่วไปเกี่ยวกับการโต้ตอบทุกอย่าง วลีนี้มักอยู่ต้นอนุประโยคหรือหลัง and เพื่อเพิ่มข้อความที่มีเงื่อนไขและมีขอบเขตแคบลง ในที่นี้ cases หมายถึงสถานการณ์หรือกรณี วลีนี้จึงช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยระบุว่าควรเข้าใจว่าข้อความถัดไปใช้ได้กว้างเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นในสถานการณ์บางส่วนที่ไม่ได้ระบุจำนวน แต่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในสถานการณ์ส่วนใหญ่

  1. In most cases, the backup fails.
  2. In all cases, the backup fails.
  3. In some cases, the backup fails.
ดูคำตอบ

In some cases, the backup fails.

And so that's an area where we have to work through to understand what we call intent classification. โน้ต

2:07

นี่จึงเป็นส่วนที่เราต้องวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า ‘การจำแนกเจตนา’

กริยาวลี

work through: จัดการบางสิ่งทีละขั้น

ในที่นี้ work through หมายถึงการตรวจสอบและจัดการเรื่องที่ยากทีละขั้นจนเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น จุดเน้นอยู่ที่กระบวนการค่อย ๆ รับมือกับความซับซ้อน ไม่ใช่แค่การทำงานหรือการเคลื่อนผ่านสถานที่หนึ่งจริง ๆ โดยทั่วไป work through + ปัญหา ประเด็น หรือชุดเนื้อหา หมายถึงการจัดการแต่ละส่วนตามลำดับเพื่อให้เข้าใจหรือรับมือกับสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่เน้นการจัดการความเห็นต่างทีละขั้น: “We need to ____ our differences before we sign the agreement.”

ดูคำตอบ

work through

วลี

what we call: แนะนำชื่อหรือศัพท์

what we call + ชื่อหรือศัพท์ ใช้แนะนำชื่อที่กลุ่มของผู้พูดใช้เรียกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเชื่อมจากเรื่องยากที่กำลังอธิบายไปสู่ศัพท์เฉพาะ intent classification what ในที่นี้ไม่ได้สร้างคำถามปลายเปิด อนุประโยคทั้งหมดหมายถึง “สิ่งหรือกระบวนการที่เราเรียกว่า X” จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าเป็น what we call X

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสามคำที่ใช้แนะนำศัพท์ของผู้พูด: “This pattern is ____ semantic narrowing.”

ดูคำตอบ

what we call

การใช้คำ

intent classification (การจำแนกเจตนา)

การจำแนกเจตนาเป็นขั้นตอนในระบบ AI สนทนาที่จับคู่ข้อความของผู้ใช้กับเป้าหมายหรือเจตนาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น ข้อความ I need to change my address อาจถูกจัดเป็นเจตนาขอเปลี่ยนที่อยู่ ขั้นตอนนี้ระบุว่าข้อความต้องการบรรลุอะไร แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตามคำขอ แก้ปัญหา หรือจำแนกตัวผู้ใช้ว่าเป็นคนประเภทใด

แบบฝึกหัด

ลูกค้าเขียนว่า “I need to reset my password.” การจำแนกเจตนาจะทำอะไรก่อน?

  1. รีเซ็ตรหัสผ่านทันที
  2. ระบุว่าข้อความเป็นคำขอรีเซ็ตรหัสผ่าน
  3. จัดกลุ่มลูกค้าตามอายุ
ดูคำตอบ

ระบุว่าข้อความเป็นคำขอรีเซ็ตรหัสผ่าน

Once we get that, ไวยากรณ์

2:12

เมื่อจำแนกเจตนาได้แล้ว,

you then move on to doing what's called intent handling. โน้ต

2:13

จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนที่เรียกว่า ‘การจัดการเจตนา’

ไวยากรณ์

Once we get that: ทำขั้นหนึ่งให้เสร็จก่อนเริ่มขั้นต่อไป

Once ใช้นำหน้าเงื่อนไขด้านเวลา โดยการกระทำในอนุประโยคต้องเสร็จก่อน การกระทำในประโยคหลักจึงจะเกิดขึ้นได้ ใน Once we get that คำว่า that หมายถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ นั่นคือเจตนาที่ระบุได้แล้ว จากนั้นผู้พูดจึงไปยังขั้นต่อไป ในการอธิบายคำสั่งหรือกระบวนการ โครงสร้าง Once + รูปปัจจุบัน, ... แสดงว่าขั้นที่สองขึ้นอยู่กับการเสร็จสิ้นของขั้นแรก ในที่นี้ once หมายถึง “เมื่อขั้นแรกเสร็จแล้ว” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า การผลิตจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติในอนาคตแล้ว?

  1. Once we will get approval, we can start production.
  2. Once we get approval, we can start production.
  3. Once we getting approval, we can start production.
ดูคำตอบ

Once we get approval, we can start production.

กริยาวลี

move on to doing: ไปยังกิจกรรมถัดไป

ใน move on to doing คำว่า move on หมายถึงออกจากขั้นตอนปัจจุบันแล้วดำเนินไปยังกิจกรรมถัดไป ในประโยคนี้ กิจกรรมถัดไปคือการทำสิ่งที่เรียกว่า intent handling คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของวลีบุพบท move on to จึงตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ได้ เช่น move on to the next task และ move on to discussing the results ในรูปแบบนี้ to ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ move on to และรูป -ing ของ discuss: After reviewing the budget, we'll ____ the hiring plan.

ดูคำตอบ

move on to discussing

การใช้คำ

intent handling: ดำเนินการหลังจากระบุเจตนา

Intent handling คือขั้นตอนที่ระบบดำเนินการหลังจากระบุได้ว่าผู้ใช้ต้องการอะไร ระบบจะทำการตอบกลับ เวิร์กโฟลว์ หรือการดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเจตนาที่ตรวจพบ ไม่ใช่เพียงแค่กำหนดป้ายกำกับให้เจตนา ในการใช้เชิงเทคนิคนี้ handling อาจรวมถึงการสร้างคำตอบ การดึงข้อมูล หรือการสั่งให้เกิดการทำงาน ไม่ได้หมายถึงการจับถือสิ่งของ และมีความหมายกว้างกว่าการส่งข้อความเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

แชตบอตระบุแล้วว่าเจตนาของผู้ใช้คือ ResetPassword และตอนนี้ส่งลิงก์รีเซ็ต การส่งลิงก์อยู่ในขั้นตอนใด?

  1. speech recognition
  2. intent handling
  3. intent classification
ดูคำตอบ

intent handling

So actually executing whatever that intent was. ไวยากรณ์

2:16

นั่นคือการลงมือดำเนินการตามเจตนานั้นจริง ๆ

ไวยากรณ์

ความหมายและหน้าที่ของ whatever that intent was

whatever that intent was เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์อิสระ หมายถึง “เจตนานั้น ไม่ว่าเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงจะเป็นอะไร” อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ executing ในที่นี้ whatever บอกว่าเจตนาที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงไปหรือยังไม่ได้ระบุ แต่การกระทำยังใช้กับเจตนาที่เป็นไปได้ทุกแบบ ในโครงสร้างนี้ whatever สื่อถึงตัวเลือกที่ไม่ถูกจำกัด ไม่ใช่ความไม่ใส่ใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whatever เป็นอนุประโยคคำนามที่หมายถึง “กฎใดก็ตามที่ถูกเลือก”

  1. The system follows whenever the administrator selects the rule.
  2. The system follows whatever rule the administrator selects.
  3. The system follows where the administrator selects the rule.
ดูคำตอบ

The system follows whatever rule the administrator selects.

It's really incredible to just see this magical moment where they start to share their issue and they might be a little hesitant. โน้ต

2:19

น่าทึ่งจริง ๆ ที่ได้เห็นช่วงเวลามหัศจรรย์ ตอนที่พวกเขาเริ่มเล่าปัญหาของตัวเอง แม้จะยังลังเลอยู่เล็กน้อย

ไวยากรณ์

moment where: where หลังคำนามเชิงนามธรรม

ใน moment where คำว่า where นำอนุประโยคสัมพัทธ์ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น คือพวกเขาเริ่มเล่าปัญหาและอาจจะยังลังเลอยู่เล็กน้อย โครงสร้างนี้เข้าใจได้ว่าเป็น “ช่วงเวลาที่ภายในนั้น...” ดังนั้น where จึงหมายถึงสถานการณ์เชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ตามหลังคำนามเชิงนามธรรม เช่น point, stage, situation และ case ได้ โดยทำให้อนุประโยคที่ตามมาเป็นฉากหรือชุดเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับคำนามนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ where เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในขั้นเชิงนามธรรม แทนที่จะกล่าวถึงสถานที่จริง

  1. We visited the café where everyone met.
  2. We reached a stage where everyone could speak openly.
  3. She asked where everyone had met.
ดูคำตอบ

We reached a stage where everyone could speak openly.

น้ำเสียง/เจตนา

might be a little hesitant: การประเมินอย่างระมัดระวังและลดน้ำหนัก

ในที่นี้ might แสดงว่าความเห็นของผู้พูดเป็นเพียงสิ่งที่อาจเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน โดยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในปัจจุบัน ไม่ได้ทำหน้าที่บอกอดีตในประโยคนี้ a little ลดระดับของคำคุณศัพท์ hesitant เมื่อนำมารวมกัน they might be a little hesitant จึงเป็นการสังเกตสภาวะของผู้อื่นอย่างระมัดระวังและไม่รุนแรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + might be + a little + คำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงมุมมองของผู้พูดว่าเป็นทั้งการคาดอย่างระมัดระวังและการบรรยายในระดับเบา?

  1. They are a little hesitant.
  2. They might be very hesitant.
  3. They might be a little hesitant.
ดูคำตอบ

They might be a little hesitant.

And then as we show that this is really an intelligent assistant that can carry a conversation with them. วลี

2:26

แล้วเมื่อเราแสดงให้เห็นว่านี่คือผู้ช่วยอัจฉริยะจริง ๆ ที่สามารถสนทนากับพวกเขาได้,

วลี

carry a conversation: ทำให้บทสนทนาดำเนินต่อไป

carry a conversation หมายถึงการทำให้การสื่อสารสองทางดำเนินต่อไป โดยตอบอีกฝ่ายและเพิ่มเนื้อหาที่ช่วยให้มีการพูดในรอบถัดไป carry ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่า “ถือ” หรือ “ขน” ในประโยคนี้ can carry a conversation ประเมินความสามารถในการโต้ตอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงความสามารถในการสร้างคำตอบเดี่ยวหนึ่งครั้ง สำนวนนี้ไม่ได้รับประกันว่าบทสนทนาจะลึกซึ้ง เป็นมิตร หรือสนุกสนาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่ตรงกับความหมายว่า “ทำให้การสื่อสารสองทางดำเนินต่อไป”: Even when the customer changes the subject, the assistant can ____.

ดูคำตอบ

carry a conversation

You see them open up more and like share more and ask follow-up questions. โน้ต

2:32

คุณจะเห็นว่าพวกเขาค่อย ๆ เปิดใจ เล่ารายละเอียดมากขึ้น และถามคำถามต่อเนื่อง

กริยาวลี

open up more: เต็มใจแบ่งปันมากขึ้น

ในที่นี้ open up หมายถึงเริ่มเต็มใจพูดอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นเกี่ยวกับความคิด ความรู้สึก หรือรายละเอียดที่ก่อนหน้านี้เก็บไว้ ไม่ได้หมายถึงการเปิดหน้าจอหรือวัตถุจริง ๆ more แสดงว่าระดับการเปิดใจเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อมีความไว้วางใจหรือความรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น บุคคลนั้นก็เล่ามากกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงเริ่มเต็มใจแบ่งปันมากขึ้น: After several friendly conversations, Leo began to ____ about his worries.

ดูคำตอบ

open up more

น้ำเสียง/เจตนา

like ในฐานะคำเติมในการสนทนา

ในที่นี้ like เป็นคำเติมในการสนทนา ไม่ใช่กริยาที่แปลว่าชอบหรือคำบุพบทที่แปลว่าเหมือน คำนี้ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ เพื่อเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดก่อนจะกล่าวรายการต่อด้วย share more เมื่อตัด like ออก ไวยากรณ์พื้นฐานและสาระยังคงเดิม: You see them open up more and share more. หน้าที่ของมันคือช่วยกำหนดจังหวะการสนทนา ไม่ได้เพิ่มการกระทำหรือความสัมพันธ์ใหม่

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'You see them open up more and like share more,' like ทำหน้าที่อะไร?

  1. เปรียบเทียบการแบ่งปันมากขึ้นกับการเปิดใจ
  2. หมายความว่าคนเหล่านั้นชอบแบ่งปันมากขึ้น
  3. ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาจัดระเบียบความคิดส่วนถัดไป
ดูคำตอบ

ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาจัดระเบียบความคิดส่วนถัดไป

And then within seconds I have a resolution.

2:36

แล้วภายในไม่กี่วินาที ฉันก็ได้วิธีแก้ปัญหา

That experience historically would have taken 10, 15 minutes that AI now can solve in less than 2 minutes. โน้ต

2:39

ในอดีต ประสบการณ์แบบนี้ต้องใช้เวลา 10–15 นาที แต่ตอนนี้ AI แก้ปัญหาได้ภายในไม่ถึง 2 นาที

ลำดับความ

historically ... now: เปรียบเทียบเกณฑ์เดิมกับผลลัพธ์ปัจจุบัน

historically นำเสนอเกณฑ์อ้างอิงในอดีต กล่าวคือ ประสบการณ์นั้นแต่เดิมจะต้องใช้เวลาประมาณสิบถึงสิบห้านาที ส่วน now นำเสนอผลลัพธ์ในปัจจุบันว่า AI สามารถจัดการประสบการณ์แบบเดียวกันได้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที การวางคำบอกเวลาเหล่านี้ไว้กับผลลัพธ์ที่มีตัวเลขวัดได้สองชุดทำให้เกิดการเปรียบเทียบก่อนและหลัง การจัดข้อมูลแบบนี้ช่วยสนับสนุนข้อกล่าวอ้างว่ามีการพัฒนา เพราะทำให้เห็นขนาดของความเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แม้ that จะเชื่อมความแบบหลวม ๆ ตามภาษาพูด แต่ส่วนหลังไม่ใช่เหตุการณ์แยกต่างหาก หากเป็นผลลัพธ์ปัจจุบันที่นำมาเทียบกับเกณฑ์เดิม

แบบฝึกหัด

historically และ now มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดระเบียบข้อมูลของประโยคนี้?

  1. ทั้งสองคำแสดงว่าค่าประมาณเวลาทั้งคู่ใช้กับกระบวนการปัจจุบัน
  2. ทั้งสองคำเปรียบเทียบเกณฑ์เวลาในอดีตกับผลลัพธ์ในปัจจุบัน
  3. ทั้งสองคำเรียงงานสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
ดูคำตอบ

ทั้งสองคำเปรียบเทียบเกณฑ์เวลาในอดีตกับผลลัพธ์ในปัจจุบัน

ไวยากรณ์

would have taken สำหรับผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง

would have taken มีโครงสร้าง would have + คำกริยาช่องที่สาม ในที่นี้ ระยะเวลาสิบถึงสิบห้านาทีถูกนำเสนอเป็นผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหากใช้กระบวนการเดิม ซึ่งไม่ใช่กระบวนการที่ใช้อยู่แล้ว รูปนี้ไม่ได้รายงานว่าครั้งนี้ประสบการณ์นั้นใช้เวลานานขนาดนั้นจริง ๆ ผลลัพธ์เดิมเป็นเพียงสมมติฐานหรือขัดกับข้อเท็จจริง และทำหน้าที่เป็นเกณฑ์อ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ AI ทำได้ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยผลลัพธ์ที่ขัดกับข้อเท็จจริงในอดีต: If we had used the old process yesterday, the report ____ three hours to complete; with the new software, it took twenty minutes.

ดูคำตอบ

would have taken

So overall for our AI assistant, we're seeing usage rates around 70%, ลำดับความ

2:47

ดังนั้น โดยรวมแล้ว ผู้ช่วย AI ของเรามีอัตราการใช้งานประมาณ 70%,

ลำดับความ

So overall ในฐานะคำเชื่อมเข้าสู่บทสรุป

ในประโยคนี้ So overall ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อสังเกตแต่ละข้อไปสู่การประเมินผู้ช่วย AI แบบภาพรวม So เชื่อมบทสรุปเข้ากับสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน overall ทำให้อัตราการใช้งานที่ตามมาถูกมองเป็นผลลัพธ์ในภาพรวม สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นจริงในทุกกรณี แต่บอกให้ผู้ฟังพิจารณาหลักฐานทั้งหมดร่วมกันโดยยังยอมรับว่าอาจมีข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

คำขึ้นต้นใดบ่งชี้ได้ดีที่สุดว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากรายละเอียดหลายข้อไปสู่ข้อสรุปโดยรวม?

  1. So overall
  2. First of all
  3. In contrast
  4. For example
ดูคำตอบ

So overall

so our riders and our drivers are picking this as their support channel. วลี

2:52

นั่นคือผู้โดยสารและคนขับของเราเลือกช่องทางนี้เมื่อต้องการความช่วยเหลือ

วลี

pick something as a role or use: เลือกสิ่งหนึ่งให้ทำหน้าที่หรือใช้ในฐานะหนึ่ง

ใน picking this as their support channel คำว่า pick รับ this เป็นกรรม ส่วน as their support channel ระบุบทบาทหรือหน้าที่ที่เลือกให้สิ่งนั้น ในที่นี้ this หมายถึงผู้ช่วย AI กล่าวคือ ผู้โดยสารและคนขับเลือกมันเป็นช่องทางในการรับความช่วยเหลือ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ pick + กรรม + as + บทบาท/การใช้งาน หมายถึงเลือกคนหรือสิ่งของให้ทำหน้าที่ในฐานะนั้น ไม่ใช่ pick ในความหมายว่าหยิบหรือเก็บเกี่ยว

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้แนะนำบทบาทซึ่ง Jordan ได้รับเลือกให้ทำลงในประโยค: The committee picked Jordan ____ team captain.

ดูคำตอบ

as

We are seeing really high accuracy rates in terms of the resolutions that we're giving to them, วลี

2:56

เราเห็นว่าวิธีแก้ปัญหาที่มอบให้พวกเขามีความถูกต้องแม่นยำสูงมาก,

วลี

in terms of ...: จำกัดการประเมินไว้ที่ด้านหนึ่ง

in terms of ใช้เพื่อแนะนำด้านหรือมิติที่กำลังประเมินอยู่ ในที่นี้ วลีนี้จำกัดความหมายของ “อัตราความแม่นยำที่สูงมาก” ไว้ที่วิธีแก้ปัญหาที่เราให้แก่ผู้ใช้ ดังนั้นผู้พูดไม่ได้บอกว่าความแม่นยำสูงในทุกด้าน วลีนี้ใช้เป็นโครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้ คือ การประเมิน + in terms of + ด้านที่ประเมิน วลีนี้ตอบคำถามว่า “ในด้านใด” ไม่ได้หมายถึงข้อกำหนดทางกฎหมายหรือสัญญา

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับจำกัดการประเมินไว้ที่ด้านเดียว The new laptop is impressive ___ battery life

  1. because of
  2. instead of
  3. in terms of
ดูคำตอบ

in terms of

seeing it in that like 85%, 90% range.

3:01

โดยอยู่ที่ประมาณ 85%–90%

Technology could be amazing, ไวยากรณ์

3:04

เทคโนโลยีอาจยอดเยี่ยมมาก,

but if you don't use it properly to drive either business or mission outcomes, วลี

3:06

แต่ถ้าไม่ได้นำไปใช้อย่างเหมาะสมเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจหรือผลลัพธ์ตามพันธกิจ,

it doesn't make it valuable.

3:12

มันก็ไม่ก่อให้เกิดคุณค่า

ไวยากรณ์

could be amazing, but if ... it doesn't make it valuable: ศักยภาพกับคุณค่าที่เกิดขึ้นจริง

could be amazing, but if ... เป็นโครงสร้างที่รวมการยอมรับข้อดีเข้ากับเงื่อนไขไว้ด้วยกัน could be amazing ยอมรับว่าเทคโนโลยีอาจมีศักยภาพสูง แต่ไม่ได้บอกว่าเทคโนโลยีนั้นมีคุณค่าอยู่แล้ว but if นำเสนอเงื่อนไขว่า ต้องใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจหรือภารกิจ it ในตอนท้ายหมายถึงเทคโนโลยี ส่วน make it valuable หมายถึงทำให้เทคโนโลยีสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงทำให้ดูน่าประทับใจ ดังนั้นประโยคนี้จึงแยกความแตกต่างระหว่างศักยภาพกับคุณค่าที่เกิดขึ้นจริง เทคโนโลยีจะมีความสำคัญเมื่อถูกใช้อย่างถูกต้องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใจความสำคัญของประโยคนี้คืออะไร

  1. เทคโนโลยีมีศักยภาพ แต่จะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อผู้คนใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างถูกต้องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีความหมาย
  2. เทคโนโลยีมีคุณค่าอยู่แล้วเพราะฟังก์ชันของมันน่าประทับใจ
  3. เทคโนโลยีจะสร้างคุณค่าได้เฉพาะในบริบทธุรกิจ ไม่ใช่ในงานด้านภารกิจ
ดูคำตอบ

เทคโนโลยีมีศักยภาพ แต่จะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อผู้คนใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างถูกต้องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีความหมาย

วลี

ผลักดันผลลัพธ์ทางธุรกิจหรือผลลัพธ์ตามพันธกิจ

ในประโยคนี้ drive outcomes หมายถึงช่วยทำให้เกิดหรือผลักดันผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง คำว่า drive ไม่ได้หมายถึงขับยานพาหนะ และไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำเพียงอย่างเดียวจะรับประกันผลลัพธ์ได้ either business or mission เชื่อมผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองประเภท ได้แก่ ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงซึ่งเกี่ยวข้องกับเป้าหมายขององค์กร outcomes คือผลที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

ในการประชุมด้านกลยุทธ์ drive either business or mission outcomes มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร

  1. ทำกิจกรรมให้เสร็จโดยไม่คำนึงถึงผลที่เกิดขึ้น
  2. ช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงพาณิชย์หรือผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายขององค์กร
  3. ขนส่งธุรกิจหรือภารกิจไปยังสถานที่ใหม่
ดูคำตอบ

ช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงพาณิชย์หรือผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายขององค์กร

And showing the aha moment and driving those outcomes that they're after is what excites me. โน้ต

3:14

และสิ่งที่ทำให้ฉันตื่นเต้นก็คือ การทำให้พวกเขาได้สัมผัสช่วงเวลา ‘อ๋อ เข้าใจแล้ว’ และช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการ

สำนวน

วลี “aha moment”

aha moment คือช่วงเวลาที่บางสิ่งกระจ่างขึ้นมาอย่างฉับพลัน หรือคุณมองเห็นคุณค่าของแนวคิดหนึ่ง คำว่า aha เลียนแบบปฏิกิริยาที่คนอาจแสดงเมื่อเข้าใจ แต่การใช้วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องมีใครพูดคำว่า aha ออกมาจริง ๆ ในที่นี้ การทำให้คนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีกับผลลัพธ์ทำให้เกิดช่วงเวลาแห่งความเข้าใจนั้น วลีนี้เรียกจุดเปลี่ยนของความเข้าใจ ไม่ใช่ความพึงพอใจที่คงอยู่หลังจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีทั่วไปที่ใช้บอกการเข้าใจอย่างฉับพลันให้สมบูรณ์: After looking at the diagram, Mia had an ____ moment and understood the system.

ดูคำตอบ

aha

การใช้คำ

be after ใน outcomes that they're after

ใน outcomes that they're after วลี be after หมายถึง “ต้องการ แสวงหา หรือหวังว่าจะบรรลุ” อนุประโยคสัมพันธ์ that they're after ระบุว่าเป็น outcomes ใด ซึ่งก็คือผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการ ตรงนี้ after เป็นส่วนหนึ่งของ be after ไม่ได้บอกเวลาหรือตำแหน่งทางกายภาพ กรรมของ after คือสรรพนามสัมพันธ์ that ดังนั้นคำบุพบทจึงคงอยู่ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ ความสัมพันธ์พื้นฐานดูได้จาก they are after those outcomes

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง outcomes that they're after หมายความว่าอย่างไร

  1. ผลลัพธ์ที่อยู่ข้างหลังพวกเขาทางกายภาพ
  2. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง
  3. ผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการบรรลุ
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการบรรลุ

ไวยากรณ์

รูปแบบเน้น X is what excites me

รูปแบบ X is what excites me ระบุว่า X คือสาเหตุเฉพาะที่ทำให้ผู้พูดรู้สึกตื่นเต้น What excites me เป็นอนุประโยคสัมพันธ์อิสระที่มีความหมายว่า “the thing that excites me” ไม่ใช่คำถามโดยตรง ในประโยคนี้ X ประกอบด้วยวลี -ing ที่เชื่อมกันสองวลี ได้แก่ showing the aha moment และ driving those outcomes ผู้พูดนำเสนอสองการกระทำนี้รวมกันเป็นแรงจูงใจหนึ่งเดียว จึงใช้ is เอกพจน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไปสามารถเลือกความสอดคล้องตาม X ได้ เช่น Fresh ideas are what excite me

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบเน้น X is what excites me: Solving a problem together ____ me about this work.

ดูคำตอบ

is what excites

And as we've been collaborating with the Generative AI Innovation Center, ไวยากรณ์

3:21

และตลอดช่วงที่เราได้ร่วมมือกับ Generative AI Innovation Center,

we've really started to transition from just being able to answer educational questions to building AI agents but is conversational and natural วลี

3:25

เราเริ่มเปลี่ยนจากการตอบได้เพียงคำถามเพื่อให้ข้อมูล ไปสู่การสร้างเอเจนต์ AI ที่สนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ไวยากรณ์

as we've been collaborating: กิจกรรมต่อเนื่องที่เป็นฉากหลังของการเปลี่ยนแปลง

ในประโยคนี้ as นำเข้าสู่ช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงในประโยคหลักค่อย ๆ เกิดขึ้น ที่นี่มีความหมายหลักว่า “ในขณะที่” หรือ “เมื่อ...ดำเนินไป” ไม่ได้เน้นความหมายว่า “เพราะว่า” We've been collaborating เป็น present perfect continuous ในโครงสร้าง have + been + -ing โดยแสดงว่าความร่วมมือเริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อรวมกัน as we've been collaborating จึงเป็นฉากหลังด้านเวลาที่ต่อเนื่องให้กับ we've ... started to transition

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as ร่วมกับ present perfect continuous เพื่อให้ฉากหลังด้านเวลาที่ต่อเนื่องแก่การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มขึ้นแล้ว?

  1. As we've been testing the new schedule, we've started to notice fewer delays.
  2. Because we've been testing the new schedule, we've started to notice fewer delays.
  3. As we tested the new schedule last month, we noticed fewer delays.
ดูคำตอบ

As we've been testing the new schedule, we've started to notice fewer delays.

วลี

transition from ... to ... กับรูป -ing ที่ขนานกัน

Transition from A to B ระบุทั้งจุดเริ่มต้นและทิศทางใหม่ ในที่นี้ จุดเริ่มต้นคือ just being able to answer educational questions และจุดหมายคือ building AI agents from และ to เป็นคำบุพบทในโครงสร้างที่ใช้เป็นคู่นี้ จึงสามารถนำหน้ากลุ่มคำ -ing ได้ทั้งคู่ being และ building เป็นรูปที่ขนานกัน การทำให้ทั้งสองด้านมีรูปขนานกันช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทสองคำที่หายไปเพื่อทำโครงสร้าง transition from A to B ให้สมบูรณ์: The library is transitioning ____ lending only printed books ____ offering digital resources too.

ดูคำตอบ

from · to

and goes beyond just sharing a resolution and actually can take an action on behalf of the user and give them that faster resolution that we are really excited about. โน้ต

3:34

ซึ่งไม่ได้เพียงแค่บอกวิธีแก้ปัญหา แต่ยังดำเนินการแทนผู้ใช้ได้จริง และมอบทางออกที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตื่นเต้นมาก

กริยาวลี

goes beyond just sharing a resolution: ไม่ใช่แค่เสนอวิธีแก้ปัญหา

ในที่นี้ goes beyond หมายถึง “ทำมากกว่า” หรือ “ก้าวเกินระดับพื้นฐานที่กล่าวไว้” ระดับพื้นฐานคือ just sharing a resolution หรือเพียงแค่เสนอวิธีแก้ปัญหา ส่วนความสามารถที่เพิ่มขึ้นคือการดำเนินการให้ผู้ใช้ go beyond + คำนามหรือรูป -ing ใช้แสดงว่าความสามารถหรือมาตรฐานหนึ่งยังไม่เพียงพอ แล้วจึงชี้ไปยังสิ่งที่ทำได้มากกว่านั้น just จำกัดระดับพื้นฐานให้หมายถึง “เพียงแค่” จึงทำให้ความแตกต่างชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go beyond: This update ____ giving advice; it can carry out the task.

ดูคำตอบ

goes beyond

วลี

on behalf of the user: ในนามของผู้ใช้

on behalf of the user หมายถึงระบบทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ใช้หรือดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ ในประโยคนี้ ระบบเปลี่ยนจากการให้ข้อมูลไปเป็นการดำเนินการให้ผู้ใช้ วลีนี้บ่งบอกความสัมพันธ์แบบตัวแทน แต่ไม่ได้ระบุขอบเขตของสิทธิ์ด้วยตัวมันเอง บริบทโดยรอบต้องแสดงว่าตัวแทนได้รับอนุญาตให้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ในฐานะตัวแทนที่ได้รับอนุญาตของเธอ”: With her written permission, I signed the form ____ her.

ดูคำตอบ

on behalf of

As those low volume, low severity การใช้คำ

3:44

เมื่อปัญหาที่เกิดไม่บ่อยและมีความรุนแรงต่ำ

and high volume, high complexity issues

3:47

รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยและมีความซับซ้อนสูง

การใช้คำ

low volume, low severity ... high volume, high complexity issues ในงานปฏิบัติการ

ในบริบทการปฏิบัติงานนี้ volume หมายถึงจำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นหรือต้องจัดการ ไม่ใช่ระดับความดังของเสียง ส่วน severity คือขนาดของผลกระทบจากปัญหา และ complexity คือความยากในการวิเคราะห์หรือแก้ไขปัญหา ผู้พูดจับคู่ low volume กับ low severity และจับคู่ high volume กับ high complexity เพื่ออธิบายกลุ่มปัญหาที่ต่างกัน ทั้งสามอย่างเป็นคนละมิติ ดังนั้นการมีปัญหาจำนวนมากไม่ได้แปลว่าผลกระทบต้องรุนแรงหรือแก้ไขได้ยากเสมอไป คู่ทั้งสองในที่นี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ระบบจำแนกที่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

ทีมสนับสนุนได้รับคำขอรีเซ็ตรหัสผ่าน 2,000 รายการ แต่ทุกรายการแก้ไขได้ง่ายและสร้างผลกระทบน้อย คำอธิบายใดแยกทั้งสามมิติได้ถูกต้องที่สุด

  1. Low volume, high severity, and low complexity
  2. High volume, low severity, and low complexity
  3. High volume, high severity, and high complexity
ดูคำตอบ

High volume, low severity, and low complexity

start getting solved by Gen AI, ไวยากรณ์

3:51

เริ่มได้รับการแก้ไขด้วย Gen AI,

ไวยากรณ์

รูปถูกกระทำที่เน้นการเปลี่ยนแปลงใน getting solved

ใน getting solved โครงสร้าง get + past participle สร้างรูปถูกกระทำ โดย issues เป็นฝ่ายได้รับการแก้ไข ไม่ใช่ฝ่ายลงมือแก้ รูป -ing ปรากฏเพราะตามหลัง start เมื่อเทียบกับรูปถูกกระทำที่เป็นกลางอย่าง are solved แล้ว start getting solved เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มขึ้นแล้ว กล่าวคือ ปัญหากำลังเข้าสู่กระบวนการหรือสภาวะที่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเป็นฝ่ายไปหาวิธีแก้ด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ getting ร่วมกับรูป past participle ของ solve: Once the technician arrives, the network problem will start ____.

ดูคำตอบ

getting solved

our humans,

3:55

ส่วนบุคลากรของเรา,

what we are going to need them to solve,

3:56

ปัญหาที่เราจะต้องให้พวกเขารับหน้าที่แก้ไขนั้น,

that bar of complexity is going to keep going up and up and up. สำนวน

3:59

ก็จะมีระดับความซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ

สำนวน

เกณฑ์ความซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ: going up and up and up

ในประโยคนี้ bar เป็นคำเปรียบเทียบถึงเกณฑ์หรือระดับ the bar of complexity หมายถึงระดับความยากของงานที่คนต้องรับมือ ไม่ได้หมายถึงแท่งจริง ๆ หรือร้านที่ขายเครื่องดื่ม Going up หมายถึงระดับความยากนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพูด up ซ้ำสามครั้งช่วยเน้นและทำให้รู้สึกว่าการเพิ่มขึ้นดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เมื่องานที่ง่ายกว่าหายไป งานที่เหลือจึงต้องใช้ทักษะมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ“As routine tasks are automated, the bar of complexity keeps going up and up and up,”สิ่งใดกำลังสูงขึ้น?

  1. ความสูงของแท่งจริง
  2. ระดับความยากของงานที่เหลือให้คนทำ
  3. จำนวนพนักงาน
ดูคำตอบ

ระดับความยากของงานที่เหลือให้คนทำ

And so enabling them with the right knowledge and just really investing in our people, วลี

4:03

ดังนั้น การเสริมศักยภาพให้พวกเขาด้วยความรู้ที่เหมาะสม และการลงทุนกับบุคลากรของเราอย่างจริงจัง,

that's where we're headed in the future. ลำดับความ

4:09

คือทิศทางที่เราจะมุ่งไปในอนาคต

วลี

investing in our people: ลงทุนกับบุคลากร

Investing in our people หมายถึงการมอบเวลา เงิน การฝึกอบรม เครื่องมือ ความรู้ หรือโอกาสให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พวกเขาเติบโตและทำงานได้ดี เป็นการสนับสนุนระยะยาว ไม่ได้หมายถึงการซื้อคน รูปแบบคำกริยาคือ invest in + บุคคล กลุ่ม หรือทรัพยากร ในองค์กร our people เป็นวิธีเรียกพนักงานหรือสมาชิกในทีมโดยรวมอย่างเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง“สนับสนุนการเติบโตระยะยาวของพนักงาน”: The company is ____ its people through training and mentoring.

ดูคำตอบ

investing in

ลำดับความ

นั่นคือทิศทางที่เราจะมุ่งไปในอนาคต

ในที่นี้ that's อ้างกลับไปถึงแผนที่เพิ่งกล่าวถึง คือการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่บุคลากรและการลงทุนกับพวกเขา ผู้พูดนำเสนอแผนนี้ว่าเป็นทิศทางในอนาคตขององค์กร โครงสร้าง that's where we're headed ใช้การเคลื่อนที่จริงเป็นอุปมาเปรียบเทียบกับความก้าวหน้า ในที่นี้ headed หมายถึง “มุ่งไปสู่” เป้าหมาย ไม่ใช่การเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง และ in the future แสดงว่าเป็นทิศทางข้างหน้า ไม่ได้หมายความว่าเป้าหมายนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความแล้วเลือกความหมายของ “that's where we're headed in the future” ในประโยคนี้: “And so enabling them with the right knowledge and just really investing in our people, that's where we're headed in the future.”

  1. ถามว่าคนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน
  2. บอกว่าองค์กรดำเนินการเปลี่ยนแปลงนี้เสร็จแล้ว
  3. บอกว่าองค์กรกำลังเดินทางไปยังสถานที่จริง
  4. อธิบายทิศทางในอนาคตขององค์กร
ดูคำตอบ

อธิบายทิศทางในอนาคตขององค์กร