ฉันชอบกลิ่นเหม็น | ตั้งแคมป์ | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอี้พบฌอง-ลุคซึ่งพูดภาษาฝรั่งเศส ระหว่างเล่นสมมติว่าตนถูกไล่ออกและต้องมาอยู่ในป่า แม้ทั้งคู่จะใช้คนละภาษา แต่ก็ช่วยกันสร้างบ้านจากกิ่งไม้ คิดหาวิธีหาอาหาร ซ่อนตัวจากหมูป่า และยืนยันว่าต่างหวังจะได้พบกันอีกในวันถัดไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. kicked us out. — กริยาวลี: เข้าใจว่า kick someone out หมายถึงการบังคับให้ใครออกไป ไม่ใช่การใช้เท้าเตะตามความหมายตรงตัว สามารถนำไปใช้พูดถึงการถูกไล่ออกจากบ้าน โรงเรียน ทีม กลุ่ม หรือสถานที่อื่นได้ 2. I'm not really sure — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีบอกอย่างสุภาพว่าตนไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย หรือยังไม่มั่นใจ คำว่า not really sure ช่วยลดความตรงของคำตอบ ทำให้ฟังนุ่มนวลกว่าการพูด I don’t understand ออกไปตรง ๆ 3. I'll see you tomorrow? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่าคำบอกลาที่คุ้นเคยสามารถกลายเป็นคำถามเชิงขอคำยืนยันได้ด้วยน้ำเสียง ประโยคนี้แสดงความหวังว่าจะได้พบกันอีก พร้อมทั้งถามอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลว่าแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ยังเป็นไปตามนั้นหรือไม่
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Can you believe it? ในฐานะปฏิกิริยาแสดงความประหลาดใจ
ในที่นี้ Can you believe it? เป็นปฏิกิริยาต่อเรื่องที่น่าประหลาดใจ มีความหมายใกล้เคียงกับ “ไม่น่าเหลือเชื่อเลยใช่ไหม?” หรือ “น่าตกใจใช่ไหม?” ไม่ใช่คำถามจริงจังว่าผู้ฟังมีความสามารถที่จะเชื่อหรือไม่ คำถามนี้ยังชวนให้ผู้ฟังมีปฏิกิริยาร่วมกับผู้พูดด้วย โดยอาจสื่อถึงความดีใจ ความตกใจ หรือความไม่พอใจ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียง
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I won two concert tickets!” คำตอบใดแสดงความประหลาดใจได้ดีที่สุดและชวนให้เพื่อนมีปฏิกิริยาร่วมกัน?
- Can you believe it?
- Do you believe the ticket seller?
- Is believing difficult for you?
ดูคำตอบ
Can you believe it?
kicked us out: ใช้ kick someone out เพื่อไล่ใครออกไป
Kick someone out เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ หมายถึงบังคับให้ใครบางคนออกจากสถานที่ งาน หรือกลุ่ม ในที่นี้ kicked us out หมายถึงพ่อบ้านทำให้พวกเราต้องออกไป โดยปกติไม่ได้หมายถึงการใช้เท้าเตะจริง ๆ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ใส่คำที่แทนบุคคลไว้ระหว่าง kick กับ out เช่น kick us out, kick him out หรือ kick them out ห้ามพูดว่า kick out us
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ kick ... out และแทน Leo ด้วยคำสรรพนามเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo broke the club rules, so the manager ____.
ดูคำตอบ
kicked him out
we'll have to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกความจำเป็นในอนาคต
we'll เป็นรูปย่อของ we will ใน we'll have to คำว่า will ชี้ว่าความจำเป็นนั้นอยู่ในอนาคต ส่วน have to บอกว่าสถานการณ์ทำให้จำเป็นต้องทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ การอยู่ในป่าจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และ have ไม่ได้หมายถึงการมีหรือครอบครอง โครงสร้างคือ ประธาน + will + have to + กริยารูปพื้นฐาน หลัง have to ใช้กริยารูปพื้นฐาน เช่นใน we'll have to live, wait หรือ leave
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ we will ตามด้วย have to: The road closes at six, so ____ leave before then.
ดูคำตอบ
we'll have to
hasn't had ... in 3 days: ไม่ได้เกิดขึ้นเลยจนถึงตอนนี้
hasn't had คือ has not + กริยาช่อง past participle คือ had ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงเป็น present perfect รูปปฏิเสธ รูปนี้มองย้อนจากปัจจุบันและบอกว่าการอาบน้ำไม่ได้เกิดขึ้นเลยในช่วงเวลาล่าสุด การไม่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตอนนี้ ในโครงสร้าง present perfect รูปปฏิเสธนี้ in 3 days หมายถึงตลอดสามวันที่ผ่านมาเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงอีกสามวันนับจากนี้ การอาบน้ำครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อประมาณสามวันก่อนหรือก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดไม่ได้โทรหา Sam เลยตลอดสองสัปดาห์ล่าสุดจนถึงตอนนี้
- I didn't call Sam two weeks ago.
- I haven't called Sam in two weeks.
- I won't call Sam for two weeks.
ดูคำตอบ
I haven't called Sam in two weeks.
make a house out of sticks: ใช้ B ทำเป็น A
make A out of B หมายถึงสร้าง A โดยใช้ B เป็นวัสดุ ในประโยคนี้ a house คือสิ่งที่ทำเสร็จ และ sticks คือวัสดุ ตรงนี้ out of เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกวัสดุ make + สิ่งที่ทำเสร็จ + out of + วัสดุ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากข้างในสิ่งใด
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ make A out of B เพื่อบอกว่าพวกเขาใช้ขวดรีไซเคิลทำเรือจำลอง: For the science fair, they ____ recycled bottles.
ดูคำตอบ
made a model boat out of
I'm not really sure: พูดถึงความไม่แน่ใจหรือความไม่เข้าใจให้นุ่มนวล
ในประโยคนี้ I'm not really sure เป็นคำขึ้นต้นที่นุ่มนวลเพื่อบอกว่าผู้พูดไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร not really ทำให้คำตอบฟังดูตรงน้อยกว่าการพูดว่า I don't understand ทันที วลีนี้ยังใช้แสดงความไม่แน่ใจจริง ๆ ได้ด้วย โดยตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what, why หรือ whether เพื่อระบุว่าไม่แน่ใจเรื่องใด เนื่องจากเป็นคำถามแฝง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what you're talking about ไม่ใช่ what are you talking about
แบบฝึกหัด
คำอธิบายของเพื่อนร่วมงานไม่ชัดเจน คำตอบใดเป็นวิธีขอคำอธิบายที่สุภาพและเป็นธรรมชาติที่สุด
- I know exactly what you mean.
- That makes no sense.
- I'm not really sure what you mean. Could you explain it again?
ดูคำตอบ
I'm not really sure what you mean. Could you explain it again?
what you're talking about: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม
อนุประโยค what you're talking about เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ต่อจาก I'm not really sure โดยระบุสิ่งที่ผู้พูดไม่แน่ใจ และไม่ได้เป็นคำถามที่ใช้แยกเดี่ยว ภายในคำถามทางอ้อมให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ตรงนี้ you're ย่อมาจาก you are ดังนั้นต้องเรียงเป็น what you are talking about ไม่ใช่ what are you talking about
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง
- I'm not sure what does he talk about.
- I'm not sure what he is talking about.
- I'm not sure what is he talking about.
ดูคำตอบ
I'm not sure what he is talking about.
Those can be the walls: การใช้ can be เพื่อกำหนดบทบาท
ในที่นี้ can be หมายถึง “ใช้เป็น” หรือ “ทำหน้าที่เป็น” Those หมายถึงสิ่งของที่มีอยู่แล้ว ส่วน the walls คือบทบาทที่กำหนดให้สิ่งของเหล่านั้น ประโยคนี้กำลังเลือกการใช้งานที่เป็นไปได้ ไม่ได้บอกว่าสิ่งของเหล่านั้นมีความสามารถทำการกระทำบางอย่าง ใช้โครงสร้าง X can be Y เมื่อ X สามารถทำหน้าที่เป็น Y ในแผน เกม การออกแบบ หรือการจัดวางชั่วคราว
แบบฝึกหัด
ใช้ can be เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อกำหนดบทบาทชั่วคราวให้กล่อง: These sturdy boxes ____ our tables for the picnic.
ดูคำตอบ
can be
On pourrait planter cette graine pour faire pousser des fruits.
1:02เราสามารถปลูกเมล็ดนี้ให้มันออกผลได้นะ
like farmers: like ที่หมายถึง “ด้วยวิธีเดียวกับ”
ใน like farmers คำว่า like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ด้วยวิธีเดียวกับ” วลีนี้อธิบายว่าผู้พูดจะปลูกเมล็ดอย่างไร คือปลูกแบบที่ชาวนาทำ ในที่นี้ like ตามด้วยนามวลี farmers ไม่ใช่กริยาหลัก like ที่หมายถึง “ชอบ” หรือ “รู้สึกดีกับ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Leo ทำอาหารด้วยวิธีเดียวกับเชฟ
- Leo likes the chef.
- Leo works as a chef.
- Leo cooks like a chef.
ดูคำตอบ
Leo cooks like a chef.
This will grow into a big tree with fruit on it. กริยาวลี
1:10นี่จะโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ออกผลเต็มไปหมด
grow into a big tree: ค่อย ๆ เปลี่ยนจนเป็นผลลัพธ์ใหม่
grow into + คำนาม หมายถึงค่อย ๆ เปลี่ยนจนกลายเป็นสิ่งนั้น ในประโยคนี้ เมล็ดเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและสุดท้ายกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ดังนั้น a big tree จึงเป็นผลลัพธ์ของการเติบโต into ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ โครงสร้างนี้ยังใช้บอกการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของคน กลุ่มคน ความคิด หรือโครงการได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ grow into เติมประโยคให้สมบูรณ์: Over ten years, the small local club ____ a national organization.
ดูคำตอบ
grew into
Might take a while: การประเมินเวลาแบบไม่เป็นทางการ
take a while หมายถึงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเสร็จหรือเกิดขึ้น ส่วน might ทำให้การประเมินเวลานี้ไม่แน่นอน ผู้พูดจึงกำลังบอกว่าผลลัพธ์อาจไม่ได้เกิดขึ้นทันที คำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดนี้ละประธาน it ไว้ ประโยคเต็มคือ It might take a while. การละเช่นนี้เป็นธรรมชาติเมื่อบริบทบอกชัดเจนอยู่แล้วว่ากำลังพูดถึงกระบวนการหรืองานใด
แบบฝึกหัด
ร้านซ่อมไม่สามารถรับปากว่าจะซ่อมเสร็จเร็วได้ เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The repair ____.
ดูคำตอบ
might take a while
something to eat: to-infinitive หลัง something
something to eat หมายถึงสิ่งที่ไม่ได้ระบุชัดเจนแต่กินได้ เช่น อาหารหรือของที่รับประทานได้ to-infinitive อย่าง to eat วางหลัง something เพื่อบอกว่าต้องการสิ่งของประเภทใด ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์ที่แยกไปขยาย need ภาษาอังกฤษมักวาง to-infinitive หลังคำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ เช่น something, anything และ nothing ตัวอย่างเช่น something to read, anything to drink และ nothing to do
แบบฝึกหัด
คุณกำลังหิว ใช้ to-infinitive ของ eat เติมประโยคให้สมบูรณ์: I'm hungry. I need something ____.
ดูคำตอบ
to eat
I'll see you tomorrow? เพื่อถามยืนยันอย่างไม่แน่ใจนัก
ในประโยคนี้ I'll see you tomorrow? ยังคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า แต่ทำหน้าที่เป็นคำถาม ผู้พูดหวังหรือคาดว่าจะได้พบกันอีก แต่ขอคำยืนยันแทนที่จะถือว่าการพบกันในวันพรุ่งนี้แน่นอนแล้ว ถ้าใช้จุดและน้ำเสียงที่มั่นใจ I'll see you tomorrow. สามารถเป็นคำกล่าวลาที่แสดงความแน่นอนได้ เครื่องหมายคำถามในที่นี้บอกว่าควรเข้าใจประโยคนี้ว่าเป็นการถามยืนยันอย่างไม่แน่ใจนัก
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน สังเกตว่าคำต่าง ๆ ยังคงเรียงแบบประโยคบอกเล่าหรือไม่ และตอนท้ายฟังดูเหมือนการถามยืนยันอย่างไม่แน่ใจนักหรือไม่
- I'll see you tomorrow.
- I'll see you tomorrow?
- Will I see you tomorrow?
ดูคำตอบ
I'll see you tomorrow?
my name's Bluey: name's เป็นรูปย่อของ name is
My name's ... เป็นรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปเพื่อบอกชื่อของตนเองให้อีกฝ่ายรู้ ในประโยคนี้ name's สามารถเขียนเต็มเป็น name is และ Bluey ระบุว่าชื่อนั้นคืออะไร รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งตอนเริ่มแนะนำตัวและในภายหลัง เมื่อเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้บอกชื่อ ในที่นี้เครื่องหมายอะพอสทรอฟีกับ s เป็นรูปย่อ ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ
แบบฝึกหัด
แนะนำตัวโดยใช้รูปย่อของ my name is: Hi, ____ Maya.
ดูคำตอบ
my name's