เป๊ปป้าพิกเจอแมงมุม!: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: งานเลี้ยงน้ำชาของเล่นในบ้านตุ๊กตาของเป๊ปป้าและจอร์จกลายเป็นการผจญภัยเมื่อจอร์จพบแมงมุม ตอนแรกเป๊ปป้าอยากให้เอามันออกไป แต่ครอบครัวช่วยให้เธอกล้าขึ้น จนท้ายที่สุดเธอเชิญมิสเตอร์สกินนีเลกส์มาดื่มชา ขณะที่แด๊ดดี้พิกพยายามซ่อนความกลัวของตัวเอง ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. a tea party — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในชีวิตจริง: เข้าใจว่าวลีนี้ไม่ได้หมายถึงงานที่มีชาเสิร์ฟเท่านั้น ในครอบครัวอังกฤษและการเล่นของเด็กยังหมายถึงการสมมติว่าจัดงานรับรอง มีชา ของว่าง แขก และเจ้าภาพ ความหมายทางวัฒนธรรมนี้ช่วยให้เข้าใจบทบาทสมมติในบ้านตุ๊กตาได้ถูกต้อง 2. must have eaten — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า must have ตามด้วยคำกริยาช่องสามใช้อนุมานหรือยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แด๊ดดี้พิกกำลังบอกว่าดูเหมือนตนจะกินบิสกิตหมด ไม่ได้พูดถึงหน้าที่ในปัจจุบันว่าต้องกินมัน 3. You're not scared, are you, Daddy? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เห็นได้ว่าประโยคปฏิเสธที่ตามด้วยคำถามท้ายประโยคแบบบวกไม่ได้ใช้ตรวจสอบข้อมูลเพียงอย่างเดียว เป๊ปป้ากำลังหยอกและทดสอบความกล้าของพ่อ รูปแบบนี้จึงใช้แซว ขอคำยืนยัน หรือกดดันอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวลได้ด้วย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Peppa is making a tea party for the doll family. วัฒนธรรม
0:12เป๊ปป้ากำลังจัดปาร์ตี้น้ำชาให้ครอบครัวตุ๊กตา
a tea party ในการเล่นสมมติของเด็ก
ในประโยคนี้ a tea party หมายถึงกิจกรรมสังสรรค์ในจินตนาการ โดยเป๊ปป้าแกล้งทำเป็นเสิร์ฟชาและขนมให้ตุ๊กตาและต้อนรับแขก ฉากแบบนี้พบได้บ่อยในการเล่นสมมติของเด็ก โดยเฉพาะเมื่อใช้ชุดน้ำชาของเล่นหรือตุ๊กตา วลีนี้อาจหมายถึงงานเลี้ยงน้ำชาที่จัดขึ้นจริงได้เช่นกัน แต่บริบทของ “ครอบครัวตุ๊กตา” บอกว่าที่นี่เป็นการเล่นสมมติ ไม่ใช่งานสังคมอย่างเป็นทางการของผู้ใหญ่
แบบฝึกหัด
ในบริบทของครอบครัวตุ๊กตา a tea party หมายถึงอะไร
- งานเลี้ยงในจินตนาการที่เด็กเสิร์ฟชาให้ตุ๊กตา
- ร้านที่ขายชาและภาชนะของเล่น
- งานเลี้ยงรับรองทางธุรกิจอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ใหญ่
ดูคำตอบ
งานเลี้ยงในจินตนาการที่เด็กเสิร์ฟชาให้ตุ๊กตา
the mummy and daddy ในฐานะบทบาทในการเล่นสมมติ
Mummy และ daddy เป็นคำเรียก mother และ father แบบสนิทสนมที่เด็กมักใช้ ในภาษาอังกฤษแบบบริติช mummy เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในครอบครัวเพื่อหมายถึง “แม่” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มัมมี่” ในการเล่นสมมติ the สามารถบอกบทบาทที่กำหนดไว้ เช่น the mummy หรือ the daddy ในที่นี้ the เพียงคำเดียวใช้กับบทบาทสองบทที่เชื่อมกันคือ mummy and daddy ประโยค I'm the mummy and daddy หมายความว่าผู้พูดรับบทเป็นทั้งพ่อและแม่ในเกม ไม่ได้กำลังบอกสถานะครอบครัวจริงของตน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ I'm the mummy and daddy หมายความว่าอะไร
- ผู้พูดกำลังรับบทเป็นทั้งพ่อและแม่ในการเล่นสมมติ
- ผู้พูดกำลังอ้างว่าตนเป็นทั้งพ่อและแม่ในชีวิตจริง
- ผู้พูดกำลังแนะนำแม่และพ่อที่แท้จริงของตน
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังรับบทเป็นทั้งพ่อและแม่ในการเล่นสมมติ
be the children: ใช้ be + บทบาทเพื่อแบ่งบทในการเล่นสมมติ
ในการเล่นสมมติ เกม หรือการแสดง be + บทบาท อาจหมายถึง “รับหรือแสดงบทบาทนั้น” ในที่นี้ be the children เป็นการมอบบทเด็ก ๆ ให้ผู้ฟัง ไม่ได้หมายความว่าตัวตนจริงของใครเปลี่ยนไป แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนามหลัง be ระบุบทบาทที่คนนั้นจะแสดง
แบบฝึกหัด
เพื่อนสองคนกำลังเลือกบทสำหรับการเล่นโรงพยาบาล ประโยคใดมอบบทแพทย์ให้เพื่อนคนหนึ่ง
- You can be the doctor.
- You are really a doctor.
- You can visit the doctor.
ดูคำตอบ
You can be the doctor.
nearly tea time: ใกล้ถึงเวลาน้ำชาหรือมื้ออาหารแบบครอบครัวอังกฤษ
nearly tea time หมายถึงใกล้ถึงเวลาที่กำหนดไว้สำหรับดื่มชาหรือกินอาหารแล้ว ในภาษาที่ใช้ในครอบครัวชาวอังกฤษ tea time อาจหมายถึงช่วงพักดื่มชาพร้อมกินอะไรเล็กน้อย หรือมื้อเบาหรือมื้อเย็นที่กินเร็ว โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ไม่ได้หมายถึงแค่เวลาชงชาหนึ่งถ้วย ในบทพูดจากการเล่นสมมตินี้ ผู้พูดเลียนแบบคำบอกที่คุ้นเคยในครอบครัวและบอก “เด็ก ๆ” ว่ากิจวัตรถัดไปกำลังจะเริ่ม
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “Children, it's nearly tea time.” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร
- ใกล้ถึงเวลาดื่มชา กินของว่าง หรือกินอาหารแล้ว
- เด็ก ๆ ต้องไปซื้อชาตอนนี้
- งานเลี้ยงน้ำชาจบไปแล้ว
ดูคำตอบ
ใกล้ถึงเวลาดื่มชา กินของว่าง หรือกินอาหารแล้ว
must wash your hands: ข้อกำหนดที่หนักแน่น
ในโครงสร้าง must + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า must แสดงว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำ ในประโยคนี้ must wash หมายถึงการล้างมือเป็นกฎ ไม่ใช่เพียงคำแนะนำที่มีประโยชน์ ผู้พูดใช้ถ้อยคำหนักแน่นแบบผู้ปกครองเพื่อออกคำสั่ง การใช้แบบนี้ยังพบในกฎที่ชัดเจนและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย โดย must สื่อว่าผู้ฟังแทบไม่มีทางเลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
กฎของห้องปฏิบัติการระบุว่าต้องล้างมือก่อนเข้า ประโยคใดตรงกับความหมายนี้?
- You should wash your hands before entering the lab.
- You must wash your hands before entering the lab.
- You may wash your hands before entering the lab.
ดูคำตอบ
You must wash your hands before entering the lab.
putting the dolls to bed: พาใครบางคนเข้านอน
โครงสร้าง put + ใครบางคน + to bed หมายถึงช่วยหรือจัดให้คน สัตว์ หรือตัวละครสมมติเข้านอน ในประโยคนี้ putting the dolls to bed บอกว่าจอร์จปฏิบัติต่อตุ๊กตาราวกับว่าพวกมันต้องมีกิจวัตรก่อนนอน ในสำนวนนี้ to bed หมายถึงกิจกรรมและภาวะของการเข้านอน ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายไปไว้บนพื้นผิวของเตียง กรรมจะอยู่ระหว่าง put กับ to bed
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ put และคำว่า the children to bed: The babysitter ____ at eight every night.
ดูคำตอบ
puts the children to bed
Night night: คำบอกลาก่อนนอนแบบเอ็นดู
Night night เป็นคำบอกลาก่อนนอนแบบสนิทสนม โดยเฉพาะเมื่อพูดกับเด็กหรือคนใกล้ชิด การพูด night ซ้ำเป็นรูปแบบแสดงความเอ็นดูที่ใช้กันจริง ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ เมื่อเทียบกับ Good night แล้ว Night night มักฟังดูอ่อนโยน น่ารัก และเหมือนพูดกับเด็กมากกว่า เมื่อได้ยินคำนี้ ให้เข้าใจว่าเป็นน้ำเสียงแบบคนสนิทหรือคนในครอบครัว
แบบฝึกหัด
เมื่อจบการประชุมวิดีโออย่างเป็นทางการ ลูกค้าพูดว่า Good night การตอบว่า Night night เป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติและเป็นกลางหรือไม่
- ใช่ เป็นคำบอกลาที่เป็นกลางและเป็นทางการ
- ไม่ใช่ เพราะฟังดูเหมือนพูดกับเด็กหรือสนิทสนมเกินไปสำหรับสถานการณ์นั้น
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ เพราะฟังดูเหมือนพูดกับเด็กหรือสนิทสนมเกินไปสำหรับสถานการณ์นั้น
come downstairs right now or you won't...: or ที่หมายถึง “ไม่อย่างนั้น”
ส่วนแรก come downstairs right now เป็นคำสั่งโดยตรง และ right now เพิ่มความหมายเร่งด่วนว่าให้ทำทันที เมื่ออยู่หลังคำสั่ง or สามารถนำไปสู่ผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำตามได้ ในที่นี้ or you won't get any cake หมายความว่า ถ้าเด็ก ๆ ไม่ลงมาตอนนี้ก็จะไม่ได้กินเค้ก นี่เป็นคำเตือน ไม่ใช่การให้เลือกอย่างอิสระระหว่างสองตัวเลือกที่เท่าเทียมกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค Put on your coat, or you'll be cold outside คำว่า or ทำหน้าที่อะไร
- นำไปสู่ผลที่น่าจะเกิดขึ้นหากไม่ทำตามคำสั่ง
- หมายความว่าการกระทำทั้งสองต้องเกิดขึ้นพร้อมกัน
- เสนอทางเลือกสองอย่างที่เปิดกว้างเท่า ๆ กัน
ดูคำตอบ
นำไปสู่ผลที่น่าจะเกิดขึ้นหากไม่ทำตามคำสั่ง
too busy putting ...: ยุ่งกับกิจกรรมหนึ่งจนทำอีกอย่างไม่ได้
ใน too busy putting ... คำว่า busy ตามด้วยรูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่กินเวลาและความสนใจของคนนั้น ในที่นี้ putting the dolls to bed คือสิ่งที่ทำให้เขายุ่ง Too ไม่ได้แค่หมายถึง “ยุ่งมาก” แต่บอกว่าความยุ่งนั้นขัดขวางหรือจำกัดการทำอีกอย่าง ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าอีกอย่างคืออะไร ผู้ฟังจึงต้องอนุมานจากบทสนทนา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Leo ยุ่งกับการทำโครงงานให้เสร็จ จึงรับโทรศัพท์ไม่ได้
- Leo is too busy finishing his science project to answer the phone.
- Leo is too busy to finishing his science project and answer the phone.
- Leo is busy finish his science project, so he answers the phone.
ดูคำตอบ
Leo is too busy finishing his science project to answer the phone.
if you want to ... you have to ...: การตั้งข้อกำหนดเป็นเงื่อนไข
อนุประโยค if คือ if you want to ... ใช้บอกเป้าหมายหรือสิทธิ์ที่ผู้ฟังต้องการ ส่วนประโยคหลัก you have to ... ใช้บอกข้อกำหนดที่ต้องทำให้ครบ เมื่อนำมารวมกัน การกระทำอย่างที่สองจะเป็นเงื่อนไขสำหรับการได้หรือทำอย่างแรก Have to แสดงหน้าที่ที่เกิดจากกฎ สถานการณ์ หรือเงื่อนไขที่ผู้พูดตั้งขึ้น ไม่ได้หมายความว่า George อยากช่วย แต่การช่วยคือเงื่อนไขที่ต้องทำเพื่อให้ได้รับอนุญาตให้เล่น
แบบฝึกหัด
เติมกฎโดยใช้รูปแบบ if you want to ... you have to ... ให้ตรงตามที่กำหนด: ____ use the music room, ____ book it first.
ดูคำตอบ
If you want to · you have to
help with the tea party: ช่วยเตรียมงานเลี้ยงน้ำชา
help with + งาน กิจกรรม หรืออีเวนต์ หมายถึงช่วยจัดการหรือทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าผู้ฟังต้องช่วยเตรียมหรือดำเนินงานเลี้ยงน้ำชา โดย with ใช้นำหน้าสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่ได้รับความช่วยเหลือ ถ้าจะบอกคนที่ได้รับความช่วยเหลือ ให้ใช้ help + คน เช่น help George ถ้าจะบอกทั้งคนและงาน ให้พูดว่า help George with the tea party ได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ขอให้ช่วยทำงานอย่างหนึ่งโดยไม่บอกชื่อคนที่ได้รับความช่วยเหลือ
- Can you help with the decorations?
- Can you help Maya with the decorations?
- Can you help Maya?
ดูคำตอบ
Can you help with the decorations?
fill the teapot with water: เติมน้ำลงในกาน้ำชาให้เต็ม
fill + ภาชนะ + with + สิ่งที่ใส่ หมายถึงทำให้ภาชนะเต็มด้วยสิ่งที่ระบุ ในประโยคนี้ the teapot คือภาชนะ และ water คือสิ่งที่ใส่ลงไป ลำดับคำสำคัญมาก หลัง fill ต้องพูดถึงภาชนะก่อน แล้วใช้ with นำหน้าสิ่งที่ใส่ โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับของเหลวและสิ่งของ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ fill ... with: Please ____.
ดูคำตอบ
fill the glass with water
has found: present perfect ที่เน้นผลในปัจจุบัน
Has found เป็นรูป present perfect ของ find โดยมีโครงสร้าง has + คำกริยาช่องที่สาม found รูปนี้บอกว่าการค้นพบเกิดขึ้นเสร็จแล้ว พร้อมเน้นว่าผลของมันยังสำคัญในตอนนี้ ในประโยคนี้ จอร์จมองเห็นแมงมุมอยู่ตอนนี้ การค้นพบจึงเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน การใช้แบบนี้มักใช้รายงานสิ่งที่เพิ่งค้นพบโดยไม่ระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อใดอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ find: Omar ____ his glasses, so he can read the note now.
ดูคำตอบ
has found
wants the spider to be his friend: want + กรรม + to-infinitive
โครงสร้าง want + กรรม + to-infinitive ใช้เมื่อประธานต้องการให้อีกบุคคลหนึ่ง สัตว์ หรือสิ่งของทำบางอย่างหรืออยู่ในสถานะหนึ่ง ในประโยคนี้ the spider เป็นกรรม และ to be his friend บอกบทบาทที่จอร์จต้องการให้แมงมุมเป็น ต้องคง to ไว้หลังกรรม โดยใช้ wants the spider to be ไม่ใช่ wants the spider be
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง want + กรรม + to be: I want Sam ____ the captain.
ดูคำตอบ
to be
loves playing tea parties: love + -ing เพื่อบอกว่าชอบทำกิจกรรม
ใน loves playing คำว่า playing ระบุกิจกรรมที่ Peppa ชอบ ในทางไวยากรณ์ คำนี้เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง loves ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ present continuous และเพราะ Peppa เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม love จึงเปลี่ยนเป็น loves Play tea parties หมายถึงการเล่นงานเลี้ยงน้ำชาแบบสมมติ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + love/loves + กิจกรรมรูป -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ love + -ing ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าชอบกิจกรรมหนึ่งโดยทั่วไป
- Mia loves playing chess after school.
- Mia is loves playing chess after school.
- Mia loves play chess after school.
ดูคำตอบ
Mia loves playing chess after school.
Where are all the ...?: ถามว่าสิ่งของทั้งกลุ่มที่รู้กันอยู่แล้วอยู่ที่ไหน
Where are all the + คำนามพหูพจน์? ใช้ถามว่าทุกอย่างในกลุ่มที่เฉพาะเจาะจงและรู้กันอยู่แล้วอยู่ที่ไหน Where are เป็นโครงคำถาม are สอดคล้องกับคำนามพหูพจน์ biscuits และ all the หมายถึงทั้งกลุ่ม ไม่ใช่เพียงบางส่วน เพราะผู้พูดคาดว่ากลุ่มนั้นควรอยู่ตรงนั้น คำถามนี้จึงอาจแสดงความแปลกใจหรือความกังวลด้วย เมื่อหาไม่พบหรือไม่อยู่ในที่ที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยวลีเปิดสี่คำที่ใช้ถามว่าของทั้งกลุ่มที่รู้กันอยู่แล้วอยู่ที่ไหน: ____ clean towels?
ดูคำตอบ
Where are all the
must have eaten: การคาดสรุปอดีตอย่างมั่นใจ
Must have + กริยาช่องที่ 3 ใช้สรุปเหตุการณ์ในอดีตด้วยความมั่นใจสูง ใน must have eaten ผู้พูดใช้หลักฐานที่เห็นอยู่ตอนนี้ คืออาหารหายไปแล้ว เพื่อสรุปว่าการกินน่าจะเกิดขึ้นไปแล้วอย่างมาก must ในที่นี้ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือความจำเป็น ส่วน have eaten ทำให้การกระทำที่คาดสรุปเกิดก่อนเวลาปัจจุบัน จึงมีความหมายว่า “ฉันเกือบจะแน่ใจว่าตัวเองกินมันหมดแล้ว”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสามคำที่เขียนแยกกัน โดยใช้ must และ eat เพื่อคาดสรุปเรื่องในอดีตอย่างมั่นใจ: The cake is gone. Sam ____ it.
ดูคำตอบ
must have eaten
Naughty Daddy: การตำหนิเบา ๆ แบบเด็กและขี้เล่น
Naughty Daddy. เป็นคำอุทานสั้น ๆ ที่ใช้เหมือนประโยค หมายความว่าคุณพ่อทำเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ควรทำ naughty เป็นการตำหนิเบา ๆ ไม่ใช่การตัดสินอย่างจริงจัง ในการพูดคุยในครอบครัวที่เน้นมุมมองของเด็ก วลีนี้อาจฟังดูขี้เล่นและเอ็นดู น้ำหนักที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และน้ำเสียง ในที่นี้พฤติกรรมนั้นถูกมองว่าเป็นความผิดเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ผู้จัดการเรียกพนักงานว่า naughty ระหว่างการประชุมทางวินัยอย่างเป็นทางการ การใช้ naughty แบบนี้เหมาะสมหรือไม่
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
what are you doing?:คำถามที่สื่อความประหลาดใจหรือการตำหนิได้
ในประโยคนี้ what are you doing? ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการขอข้อมูล ผู้พูดมองเห็นสิ่งที่ George กำลังทำอยู่แล้ว จึงสื่อความประหลาดใจและการตำหนิ และอาจเร่งให้อีกฝ่ายหยุดหรืออธิบาย คำถาม present continuous แบบเดียวกันอาจเป็นคำถามกลาง ๆ ได้เมื่อคุณไม่รู้จริง ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร ต้องดูบริบท น้ำเสียง และว่าการกระทำนั้นคาดไม่ถึงหรือไม่เหมาะสมหรือไม่
แบบฝึกหัด
คุณเห็นเด็กกำลังเอื้อมมือไปที่กระทะร้อนและพูดว่า What are you doing? ข้อความหลักคืออะไร
- การชวนให้อีกฝ่ายทำต่อ
- คำถามกลาง ๆ เกี่ยวกับอาชีพของคนนั้น
- ความประหลาดใจและคำเตือนให้หยุด
ดูคำตอบ
ความประหลาดใจและคำเตือนให้หยุด
There's a spider: แนะนำสิ่งใหม่ด้วย there is
There's เป็นรูปย่อของ there is ในประโยคนี้ there is ตามด้วยคำนามเอกพจน์ เพื่อแนะนำว่ามีแมงมุมอยู่ในสถานการณ์นั้น แล้ว in my bedroom จึงบอกตำแหน่งของมัน ในที่นี้ there is เป็นโครงสร้างบอกการมีอยู่ ไม่ใช่คำ there ที่ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำวิเศษณ์บอกสถานที่ โครงสร้างนี้นำเสนอข้อมูลว่ามีแมงมุมอยู่ในห้องนอนของฉัน โดยมักใช้เมื่อเพิ่งมีสิ่งนั้นปรากฏหรือเพิ่งสังเกตเห็น
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีแมวอยู่ใต้โต๊ะและกำลังบอกเรื่องนี้กับใครบางคนเป็นครั้งแรก ประโยคใดเป็นธรรมชาติ
- There's a cat under the table.
- The cat is under the table.
- There are a cat under the table.
ดูคำตอบ
There's a cat under the table.
don't worry: ใช้ปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ
Don't worry เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยเพื่อปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ ในประโยคนี้ผู้พูดพยายามลดความกลัวของเป๊ปป้าและสื่อว่าสถานการณ์นี้จัดการได้ ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดคิด ในทางไวยากรณ์ Don't + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นประโยคคำสั่งปฏิเสธ แต่เมื่อใช้กับ worry มักทำหน้าที่ปลอบอย่างเป็นมิตร และสามารถตามด้วยเหตุผลหรือคำสัญญาว่าจะช่วยได้
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบที่ใช้ปลอบใจด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: A: I'm nervous about the test. B: ____. You've prepared well.
ดูคำตอบ
Don't worry
Take it away: นำบางสิ่งออกไปจากตรงนี้
Take it away หมายถึงให้นำสิ่งที่ it กล่าวถึงออกไปจากตำแหน่งปัจจุบัน ในที่นี้เป็นประโยคคำสั่งตรง ๆ โดยละประธาน you ไว้ take ... away เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ต้องวางไว้ระหว่าง take กับ away จึงพูดว่า take it away ไม่ใช่ take away it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ take ... away กับคำสรรพนาม it: This box is in the way. Please ____.
ดูคำตอบ
take it away
No need to panic: ปลอบให้ใจเย็นด้วย no need to + คำกริยา
No need to panic เป็นรูปย่อของ There's no need to panic หมายความว่าสถานการณ์นี้ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก ในโครงสร้าง no need to + คำกริยา หลัง to ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ panic ในประโยคนี้ สำนวนนี้ใช้ปลอบอีกฝ่ายโดยเน้นว่าไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนก และโดยทั่วไปฟังดูเป็นคำสั่งตรง ๆ น้อยกว่า Don't panic
แบบฝึกหัด
เติมคำปลอบโดยใช้โครงสร้าง no need to แบบเดียวกับที่เรียน: The alarm is only a test. ____.
ดูคำตอบ
No need to panic
too scary: too + คำคุณศัพท์ ที่เกินขอบเขตที่ยอมรับได้
ในโครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ คำว่า too หมายถึงระดับที่เกินขอบเขตที่ยอมรับได้ เหมาะสม หรือรับมือไหว It's too scary ไม่ได้เพียงหมายความว่าสิ่งนั้นน่ากลัวมาก แต่หมายถึงระดับความน่ากลัวเกินขีดจำกัดของผู้พูด ผลที่สื่อโดยนัยมักเป็นว่าผู้พูดต้องการหลีกเลี่ยง หยุด หรือปฏิเสธสิ่งนั้น และยังสามารถระบุขีดจำกัดให้ชัดเจนได้ เช่น too scary for me หรือ too scary for me to watch
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าภาพยนตร์น่ากลัวจนผู้พูดดูไม่ได้?
- The film is very scary, but I can watch it.
- The film is too scary for me to watch.
- The film is scary enough for me to watch.
ดูคำตอบ
The film is too scary for me to watch.
Spiders are very very small and they can't hurt you. วลี
2:37แมงมุมตัวเล็กมากๆ และพวกมันทำร้ายลูกไม่ได้หรอก
they can't hurt: บอกว่าบางสิ่งไม่สามารถทำร้ายคุณได้
ใน they can't hurt you คำว่า can't หมายถึงแมงมุมไม่มีความสามารถที่จะทำอันตราย หรือในความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะทำให้คุณบาดเจ็บ ผู้พูดใช้แนวคิดนี้เพื่อปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ได้เป็นกฎที่ห้ามแมงมุมทำร้ายใคร ในที่นี้ hurt เป็นสกรรมกริยา ใช้โครงสร้าง hurt + คนหรือสิ่งของ เช่น hurt you โดยไม่ต้องมี to
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกข้อความที่ได้ยิน โดยเน้นแยก can กับ can't
- These paper butterflies can't hurt you.
- These paper butterflies can hurt you.
ดูคำตอบ
These paper butterflies can't hurt you.
But don't worry, Daddy will take it out of the bedroom. Whoa! วลี
2:40แต่ไม่ต้องห่วง พ่อจะเอามันออกจากห้องนอนเอง ว้าว!
will take it out of the bedroom: ย้ายสิ่งของออกจากสถานที่หนึ่ง
will take it out of the bedroom หมายถึงพ่อจะย้ายมันจากข้างในห้องนอนไปไว้ข้างนอก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ take + กรรม + out of + สถานที่ โดย it คือสิ่งที่ถูกย้าย และ out of the bedroom ระบุสถานที่ที่มันออกมา ในที่นี้ will นำเสนอการกระทำต่อไปในลักษณะคำสัญญาที่ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ ต้องคง out of ไว้ในโครงสร้างนี้ เพราะ take it the bedroom ผิดไวยากรณ์ ส่วน take it to the bedroom หมายถึงการเคลื่อนไปทางห้องนอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเดียวกันเพื่อบอกว่า Leo จะเอาร่มเปียกจากในรถออกมาข้างนอก: Leo ____.
ดูคำตอบ
will take the wet umbrella out of the car
quite big, isn't he?: ใช้คำถามพ่วงเพื่อขอความเห็นด้วย
quite big ในที่นี้หมายถึงค่อนข้างใหญ่หรือใหญ่กว่าที่คาดไว้ ส่วน isn't he? เป็นคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่ตามหลังประโยคบอกเล่าเชิงบวก He is quite big ใช้ชวนให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วย จึงทำให้ความเห็นนี้ฟังไม่แข็งเกินไป คำถามพ่วงจะใช้กริยาช่วยหรือกริยา be แบบเดียวกับประโยคหลัก และใช้คำสรรพนามที่ตรงกับประธาน เช่น He is ..., isn't he? ในที่นี้ he หมายถึงแมงมุม เพราะเรื่องนี้นำเสนอแมงมุมเป็นตัวละครเพศชาย
แบบฝึกหัด
เติมคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่ตรงกับประโยคบอกเล่าเชิงบวก: The room is quite warm, ____?
ดูคำตอบ
isn't it
fetch Mummy Pig: ไปตามใครสักคนแล้วพากลับมา
fetch Mummy Pig หมายถึงไปยังที่ที่คุณแม่พิกอยู่ แล้วพาเธอกลับมายังจุดที่ผู้พูดอยู่ หรือขอให้เธอมาที่นี่ fetch ครอบคลุมทั้งการเดินทางไปหาและการกลับมาพร้อมบุคคลหรือสิ่งของนั้น fetch สามารถใช้บุคคลเป็นกรรมได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีที่สุนัขไปคาบสิ่งของกลับมา โครงสร้างเดียวกันใช้ได้ใน fetch the doctor หรือ fetch my coat
แบบฝึกหัด
ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือ ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าคุณจะไปห้องข้าง ๆ แล้วพาพยาบาลมาที่นี่
- I'll fetch the nurse from the next room.
- I'll wait for the nurse in the next room.
- I'll call the nurse in the next room.
ดูคำตอบ
I'll fetch the nurse from the next room.
feels a little bit braver: แสดงการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
ใน feels a little bit braver คำว่า braver เป็นรูปขั้นกว่าของ brave แสดงว่าความรู้สึกของเป๊ปป้าเปลี่ยนไป ตอนนี้เธอรู้สึกกล้ากว่าเดิม a little bit วางหน้ารูปขั้นกว่าเพื่อบอกว่าการเปลี่ยนแปลงมีเพียงเล็กน้อย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel + a little bit + รูปขั้นกว่า เช่น feel a little bit better หรือ feel a little bit more confident
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย a little bit + รูปขั้นกว่าของ brave: After one swimming lesson, Nina feels ____ in the water.
ดูคำตอบ
a little bit braver
I hear you found: เกริ่นข่าวที่ได้ยินมาจากแหล่งอื่น
ใน I hear you found... คำว่า hear หมายถึงได้ยินมาหรือทราบมา ไม่ได้หมายถึงกำลังได้ยินเสียงในขณะนี้ I hear ใช้เกริ่นข่าวที่ผู้พูดได้รับจากแหล่งอื่นและนำมาเป็นหัวข้อสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ โครงสร้างคือ I hear + ประธาน + คำกริยา โดยไม่ใส่ about หน้าประโยคย่อย ในที่นี้ you found a little spider เป็นประโยคย่อย และ found เป็นรูปอดีตเพราะการพบแมงมุมเกิดขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เกริ่นข่าวที่คุณทราบมาจากคนอื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I listen you started a new job.
- I hear you started a new job.
- I hear about you started a new job.
ดูคำตอบ
I hear you started a new job.
I'll take him out of the bedroom so you two can play. ไวยากรณ์
3:06แม่จะพามันออกไปจากห้องนอน ลูกสองคนจะได้เล่นกัน
so you two can play: so ที่ใช้บอกจุดประสงค์
ตรงนี้ so you two can play บอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า ผู้พูดจะพาเขาออกจากห้องนอน เพื่อให้ผู้ฟังสองคนเล่นได้ ในการใช้นี้ so มีความหมายใกล้กับ so that หรือ in order that ไม่ได้หมายถึง therefore เพียงอย่างเดียว รูปแบบที่ใช้ได้คือ การกระทำ + so + ประธาน + can/could + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจากหลัง so เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ประธานของอนุประโยคจึงต่างจากประธานของประโยคหลักได้ you two ระบุชัดว่าพูดกับคนสองคน และ can แสดงว่าการกระทำแรกทำให้เกิดโอกาสหรือเงื่อนไขที่พวกเขาจะเล่นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so เพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตั้งใจทำ?
- The baby woke up, so I checked the clock.
- The music was loud, so the baby woke up.
- I'll lower the music so the baby can sleep.
ดูคำตอบ
I'll lower the music so the baby can sleep.
his name is Mr. Skinny Legs: การแนะนำชื่อ
His name is + name เป็นรูปแบบพื้นฐานสำหรับแนะนำชื่อของผู้ชาย สัตว์เพศผู้ หรือตัวละครที่ถูกมองว่าเป็นผู้ชาย มีความหมายเหมือนกับ He is called + name ตรงนี้ his หมายถึงแมงมุม เพราะเด็ก ๆ ตั้งชื่อแบบตัวละครชายให้มันและใช้ he/him เรียกมัน ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกเพศทางชีววิทยาของแมงมุม ในรูปแบบนี้ his อยู่หน้า name ให้คงลำดับ His name is + name เช่น His name is Max ส่วน He name is และ His is name ไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
ใช้ His name is เติมประโยคแนะนำให้สมบูรณ์: This is my toy robot. ____ Bolt.
ดูคำตอบ
His name is
Are you hungry?: คำถามเปิดที่แสดงความใส่ใจ
ในประโยคนี้ Are you hungry? ไม่ได้ใช้แค่ถามว่ารู้สึกหิวทางร่างกายหรือไม่ ในสถานการณ์ที่กำลังดูแลหรือต้อนรับใคร คำถามนี้ยังใช้เปิดทางไปสู่การเสนออาหารด้วย หากอีกฝ่ายตอบว่าหิว ผู้พูดก็พร้อมหาอะไรให้กิน โครงสร้างคือ Are + subject + hungry? ใช้ถามความต้องการในขณะนั้น แล้วต่อด้วยการเสนออาหารได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
แขกเพิ่งมาถึง และคุณพร้อมจะเสนออาหารถ้าอีกฝ่ายต้องการ ประโยคเปิดใดแสดงความใส่ใจนี้ได้ดีที่สุด?
- Did you eat a sandwich yesterday?
- Are you hungry? I can make you a sandwich.
- Which sandwich do you usually buy?
ดูคำตอบ
Are you hungry? I can make you a sandwich.
Would you like some cake?: การเสนออย่างสุภาพ
Would you like some cake? เป็นวิธีเสนอเค้กที่มีอยู่ในขณะนั้นอย่างสุภาพ ประโยคนี้ถามว่าผู้ฟังต้องการรับข้อเสนอนี้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าโดยทั่วไปแล้วชอบเค้กหรือไม่ โครงสร้าง Would you like some + noun? ใช้กันทั่วไปเมื่อต้องการเสนออาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของอื่น ๆ การใช้ some เป็นธรรมชาติในคำถามประเภทนี้ เพราะผู้พูดมีสิ่งที่จะเสนอและเชิญชวนให้อีกฝ่ายตอบรับ
แบบฝึกหัด
เสนอให้อีกฝ่ายดื่มน้ำอย่างสุภาพโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย: ____ water?
ดูคำตอบ
Would you like some
isn't afraid of ... anymore: ความกลัวที่หมดไปแล้ว
be afraid of + คนหรือสิ่งของ หมายถึงกลัวคนนั้นหรือสิ่งนั้น ในประโยคนี้ isn't ทำให้สภาวะดังกล่าวเป็นปฏิเสธ และ anymore แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลง คือเมื่อก่อนเป๊ปป้าเคยกลัว แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว ใช้ not ... anymore เมื่อสภาวะหรือนิสัยในอดีตสิ้นสุดลง หากไม่มี anymore คำว่า isn't afraid จะบอกเพียงว่าตอนนี้ไม่กลัว และไม่ได้หมายความเสมอไปว่าความรู้สึกได้เปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
เมื่อก่อน Maya กลัวสุนัข แต่ตอนนี้เธอรู้สึกสงบเมื่ออยู่ใกล้สุนัข จงเติมประโยคโดยใช้ isn't afraid of ... anymore: Maya ____ dogs ____.
ดูคำตอบ
isn't afraid of · anymore
sit down: เปลี่ยนจากท่ายืนเป็นท่านั่ง
sit down หมายถึงเปลี่ยนจากท่ายืนเป็นท่านั่ง ในประโยคคำสั่งนี้ละประธาน you ไว้ ดังนั้นวลีสองคำนี้จึงใช้เป็นคำสั่งที่สมบูรณ์ได้โดยไม่ต้องเติมคำบุพบทอีก ในที่นี้ เป๊ปป้ากำลังบอกสมาชิกครอบครัวที่สนิทกันโดยตรงว่าต้องทำอะไร ในบรรยากาศครอบครัวที่เป็นกันเอง คำสั่งสั้น ๆ นี้จึงฟังดูเป็นธรรมชาติและไม่จำเป็นต้องหยาบคาย
แบบฝึกหัด
จริงหรือเท็จ: เมื่อต้อนรับแขกที่ไม่คุ้นเคยในสถานการณ์เป็นทางการ Sit down! มักเป็นคำเชิญให้นั่งที่สุภาพและเป็นธรรมชาติที่สุด
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
going to have tea: บอกกิจกรรมในอนาคตที่วางแผนไว้
ในประโยคนี้ are going to have ใช้โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน have เพื่อบอกว่าการดื่มชาเป็นแผนในอนาคตอันใกล้ หมายถึงกลุ่มนี้ตั้งใจว่าจะทำสิ่งนี้ต่อไป Going to ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดจริง ๆ ส่วน have tea หมายถึงดื่มชาหรือนั่งดื่มชาร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ใช้ be going to เติมกิจกรรมที่วางแผนไว้ให้สมบูรณ์: We bought the ingredients, so we ____ bake a cake this afternoon.
ดูคำตอบ
are going to
Who wants tea?: เสนอสิ่งของให้คนกลุ่มหนึ่ง
Who wants tea? เป็นวิธีถามที่ตรงไปตรงมาและเป็นมิตรเมื่อต้องการเสนอชาให้คนกลุ่มหนึ่ง คำถามนี้ชวนให้คนที่ต้องการชาตอบกลับ ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อระบุตัวบุคคลอย่างเป็นทางการ Who เป็นประธานของ wants ในคำถามแบบ simple present ที่ถามถึงประธานซึ่งเป็นบุคคลที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ภาษาอังกฤษมาตรฐานมักใช้กริยาเอกพจน์บุรุษที่สาม wants และไม่เติม do หรือ does
แบบฝึกหัด
คุณกำลังเสนอน้ำผลไม้ให้กลุ่มเพื่อน คำถามใดเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามไวยากรณ์?
- Who does wants some juice?
- Who wants some juice?
- Who want some juice?
ดูคำตอบ
Who wants some juice?
Me, please. ในฐานะคำตอบสั้น ๆ ที่สุภาพ
Me, please. เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูดสำหรับคำถามอย่าง Who would like one? โดยบอกว่าผู้พูดคือคนที่ต้องการสิ่งที่เสนอหรืออยากได้คิวนั้น ในคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้เดี่ยว ๆ แบบนี้ Me ฟังเป็นธรรมชาติ แม้ในประโยคเต็มจะใช้ I เป็นประธานก็ตาม การวาง please ไว้ท้ายคำตอบทำให้น้ำเสียงสุภาพขึ้น
แบบฝึกหัด
ครูถามนักเรียนทั้งห้องว่า “Who would like a sticker?” คำตอบสั้น ๆ ข้อใดบอกอย่างสุภาพว่าคุณต้องการ
- Me, please.
- No, thank you.
- Yes, please.
ดูคำตอบ
Me, please.
Here's your tea: ใช้ตอนยื่นของให้ผู้อื่น
Here's your tea เป็นประโยคที่ใช้บ่อยขณะยื่นชาให้ผู้อื่น ในการใช้เพื่อส่งมอบของแบบนี้ here's ทำหน้าที่ดึงความสนใจไปยังสิ่งของที่กำลังยื่นให้ ไม่ได้เพียงบอกว่าชาอยู่ที่ไหน โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Here's your + คำนาม เช่น Here's your ticket. หรือ Here's your bag. ส่วน Here's เป็นรูปย่อของ here is
แบบฝึกหัด
พนักงานต้อนรับโรงแรมกำลังยื่นกุญแจห้องให้แขก เติมประโยคส่งมอบของด้วยรูปย่อของ here is: ____ your room key.
ดูคำตอบ
Here's
want to say hello to + คน: อยากทักทายใครสักคน
want to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความต้องการที่จะทำบางอย่าง ในที่นี้ say hello to + คน หมายถึงการทักทายคนนั้น โดย to หลัง hello ใช้เชื่อมไปยังคนที่ได้รับคำทักทาย ให้จำ say hello to เป็นวลีเดียวกัน ต้องพูดว่า say hello to my Daddy ไม่ใช่ say my Daddy hello รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ want to say hello to + คน
แบบฝึกหัด
ใช้ want to say hello to + คน เติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____ your mother.
ดูคำตอบ
want to say hello to
that's all right: การปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจว่า “ไม่เป็นไร”
ในประโยคนี้ that's all right ใช้ปลอบให้เป๊ปป้าสบายใจ ผู้พูดกำลังบอกว่าสถานการณ์นี้ยอมรับได้ เธอจึงไม่ต้องกังวล ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่ง “ถูกต้องทุกอย่าง” โดยทั่วไป that's all right ใช้ตอบคำขอโทษเรื่องเล็กน้อย ความกังวล หรือคำขอได้ ความหมายอาจเป็น “ไม่เป็นไร” “ไม่ต้องกังวล” หรือ “ได้” ตามบริบท
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “Sorry I spilled a little water on the table.” คำตอบใดรับคำขอโทษและปลอบเพื่อนได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- I'm all right.
- That's exactly right.
- That's all right.
ดูคำตอบ
That's all right.
Let Mr. Skinny Legs drink: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
โครงสร้างคำสั่ง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกให้อีกฝ่ายยอมให้คนหรือสิ่งหนึ่งทำบางอย่าง ในประโยคนี้ Mr. Skinny Legs เป็นกรรมของ let และเป็นผู้ทำกริยา drink หลัง let ใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่เติม to: ใช้ drink ไม่ใช่ to drink หรือ drinks แม้เปลี่ยนกรรม รูปกริยาก็ไม่เปลี่ยน เช่น Let him drink.
แบบฝึกหัด
ใช้ him และ finish เพื่อเติมโครงสร้าง let ให้สมบูรณ์: He has only one question left. Let ____ the test.
ดูคำตอบ
him finish
You're not scared, are you?: คำถามท้ายประโยคที่ใช้แซวเบา ๆ
ประโยคนี้ประกอบด้วยข้อความปฏิเสธ You're not scared ตามด้วยคำถามท้ายประโยคแบบบอกเล่า are you? ส่วนคำถามท้ายใช้ be verb รูป are ซ้ำ และเปลี่ยนประธานเป็นสรรพนาม you โดยปกติคำถามท้ายประโยคภาษาอังกฤษจะสลับรูปบอกเล่ากับปฏิเสธ: ข้อความปฏิเสธ + คำถามท้ายแบบบอกเล่า ผู้พูดเสนอความคิดว่า “คุณไม่กลัว” เป็นความคาดหมายก่อน แล้วจึงขอคำตอบ ในบริบทที่แซวกันนี้ คำถามอาจบอกเป็นนัยว่าจริง ๆ แล้วพ่อดูเหมือนกลัว จึงไม่ใช่เพียงการถามข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าเขาไม่ประหม่า แต่ยังเดินไปเดินมา คุณต้องการเริ่มจากความคาดหมายว่าเขาไม่ประหม่า แล้วถามยืนยันด้วยคำถามท้ายประโยคที่มีน้ำเสียงแซวเล็กน้อย ประโยคใดเหมาะสม?
- Are you nervous?
- You're not nervous, are you?
- You're nervous, aren't you?
ดูคำตอบ
You're not nervous, are you?
Of course not: คำตอบปฏิเสธที่หนักแน่น
Of course not เป็นคำตอบปฏิเสธสั้น ๆ ที่หนักแน่น ในที่นี้หมายถึง “ฉันไม่กลัวอย่างแน่นอน” โดยส่วนที่เหลือของความหมายเข้าใจได้จากคำถามหรือสถานการณ์ คำตอบนี้หนักแน่นกว่า No ธรรมดา เพราะสื่อว่าคำตอบเชิงปฏิเสธนั้นชัดเจนหรือแน่นอนอยู่แล้ว ในบริบทนี้ การตอบอย่างมั่นใจทันทีช่วยรักษาศักดิ์ศรีของผู้พูดด้วย จึงอาจฟังดูเหมือนกำลังปกป้องตัวเองเล็กน้อย แต่ในสถานการณ์อื่น วลีเดียวกันนี้อาจเป็นเพียงการให้ความมั่นใจอย่างหนักแน่น
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Are you going to give up after one failed attempt?” คำตอบใดเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่นและมั่นใจ
- Not really.
- Maybe. I need time to decide.
- Of course not. I'll try again.
ดูคำตอบ
Of course not. I'll try again.
Well, not so close: การบอกข้อจำกัดด้านระยะห่างอย่างนุ่มนวล
Well ในที่นี้เป็นคำที่ใช้จัดจังหวะและเชื่อมความคิดในการพูด ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ดี” หรือ “สุขภาพดี” คำนี้ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาปรับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเล็กน้อย และทำให้การแก้คำพูดฟังดูไม่หักมุมเกินไป Not so close เป็นการกำหนดระยะห่างแบบละคำกริยาการเคลื่อนไหว เช่น come หรือ get ไว้ โดยมีความหมายว่า “อย่าเข้ามาใกล้ขนาดนี้” ผู้พูดไม่ได้ถอนคำปฏิเสธก่อนหน้านี้ทั้งหมด แต่กำลังเพิ่มเงื่อนไขเพื่อให้ตนเองรักษาระยะห่างได้บ้าง
แบบฝึกหัด
สุนัขที่เป็นมิตรเข้ามาหาได้ แต่คุณอยากให้มันรักษาระยะห่างเล็กน้อย คำตอบใดยอมรับให้มันเข้ามาพร้อมกับเพิ่มข้อจำกัดอย่างนุ่มนวล
- Well, not so close.
- Stay as close as you can.
- Go away. I don't want you here.
ดูคำตอบ
Well, not so close.
Everyone likes: กริยาเอกพจน์หลัง everyone
everyone หมายถึง “ทุกคน” หรือ “แต่ละคน” แต่ตามหลักไวยากรณ์ถือเป็นเอกพจน์ ในประโยคบอกเล่า present simple กริยาจึงต้องสอดคล้องในรูปบุรุษที่ 3 เอกพจน์: ใช้ Everyone likes ... ไม่ใช่ Everyone like ... กฎความสอดคล้องเดียวกันทำให้ใช้ everyone is, everyone has และ everyone wants แม้ความหมายจะรวมหลายคน แต่ไวยากรณ์มองแยกเป็นแต่ละคน
แบบฝึกหัด
ใช้กริยาในวงเล็บเป็นรูป present simple ที่ถูกต้อง: Everyone ____ a ticket before entering. (need)
ดูคำตอบ
needs