วัตถุบินปริศนา ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
843 คำ 152 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: รายการตรวจสอบวัตถุลึกลับทรง Tic Tac ที่นักบินกองทัพเรือสหรัฐฯ บันทึกไว้ และตั้งคำถามว่านี่เป็นหลักฐานของสิ่งมีชีวิตต่างดาวหรือไม่ โดยเปรียบเทียบคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์กับผลวิเคราะห์ของ NASA ซึ่งประเมินความเร็วได้เพียง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง จึงชี้ว่าต้องมีหลักฐานที่หนักแน่นกว่านี้ก่อนสรุปผลทางวิทยาศาสตร์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. how would you feel if — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ would ร่วมกับอนุประโยค if เพื่อสร้างสถานการณ์สมมติและถามถึงปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่น่าจะเกิดขึ้น รูปแบบนี้นำไปใช้ได้กับการสัมภาษณ์ การอภิปรายในชั้นเรียน แบบสำรวจ และบทสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 2. rather than any external evidence or hard facts. — การเรียบเรียงเรื่องราวและวาทศิลป์: สังเกตว่า rather than ใช้เปรียบต่างคำให้การส่วนบุคคลกับหลักฐานภายนอกที่ตรวจสอบได้อย่างไร ผู้เรียนจึงสามารถแยกเกณฑ์สองแบบ ปฏิเสธฐานเหตุผลหนึ่ง และเน้นทางเลือกที่น่าเชื่อถือกว่าในการอภิปรายเชิงวิชาการหรือข่าว 3. seemingly at high speed — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า seemingly บอกเพียงภาพที่ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นในตอนแรก ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง ช่วยให้จับภาษาที่ระมัดระวังเมื่อผลวิเคราะห์ขัดกับภาพในวิดีโอ และแยกความประทับใจออกจากข้อสรุปที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

0:01

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:07

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม นีล

And I'm Beth.

0:12

และฉัน เบธ

Now, you might know them as aliens, วลี

0:13

ตอนนี้ คุณอาจรู้จักพวกเขาในนามมนุษย์ต่างดาว,

UFOs, little green men, or even UAPs.

0:15

UFO, ชายร่างเล็กสีเขียว หรือแม้แต่ UAP

วลี

you might know them as: การแนะนำชื่อที่คุ้นเคย

ใน you might know them as aliens... โครงสร้าง know A as B หมายถึง B เป็นชื่อหรือคำเรียกที่ผู้ฟังอาจใช้รู้จัก A โดย them คือ A ส่วน aliens, UFOs และคำอื่น ๆ คือชื่อที่เป็น B โครงสร้างคือ know + กรรม + as + ชื่อหรือคำเรียก คำว่า might ทำให้คำกล่าวไม่ฟันธง ผู้พูดเพียงบอกว่าผู้ฟังอาจคุ้นกับชื่อเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใช้ชื่อเหล่านี้ ห้ามเปลี่ยน as เป็น are เพราะ you might know them are ผิดไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง know A as B: You may ____ sodium bicarbonate ____ baking soda.

ดูคำตอบ

know · as

UAP stands for unidentified anomalous phenomena, วลี

0:20

UAP ย่อมาจาก ปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้ (unidentified anomalous phenomena)

and it's the word scientists now use to describe mysterious things not from this world. สำนวน

0:24

และเป็นคำที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในปัจจุบันเพื่ออธิบายสิ่งลึกลับที่ไม่ได้มาจากโลกนี้

วลี

UAP stands for ...: การบอกคำเต็มของตัวย่อ

X stands for Y ใช้บอกคำเต็มที่ตัวย่อหรือชุดอักษรย่อแทนอยู่ ในที่นี้ UAP คือรูปย่อ และ unidentified anomalous phenomena คือคำเต็ม UAP ถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา stands ในบริบทนี้ stand for ไม่ได้หมายถึงการยืนจริง ๆ หรือการสนับสนุนหลักการใดหลักการหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีมาตรฐานที่ใช้บอกคำเต็มของตัวย่อ: RAM ____ random-access memory.

ดูคำตอบ

stands for

สำนวน

not from this world: อาจมีต้นกำเนิดนอกโลก

ในประโยคนี้ not from this world บรรยายว่าสิ่งเหล่านั้นอาจมาจากนอกโลก เพราะหัวข้อกำลังพูดถึงมนุษย์ต่างดาวและวัตถุที่ยังอธิบายไม่ได้ this world จึงหมายถึงโลกของเรา ไม่ใช่ชุมชนหรือวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่ง วลีนี้สร้างภาพของต้นกำเนิดนอกโลกที่ลึกลับหรือคล้ายนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ตัววลีเองไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งจากนอกโลกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่พูดถึงมนุษย์ต่างดาวและวัตถุลึกลับ not from this world น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. มันอาจมีต้นกำเนิดอยู่นอกโลก
  2. มันอยู่ในกลุ่มสังคมอีกกลุ่มหนึ่ง
  3. มันยอดเยี่ยมมาก
ดูคำตอบ

มันอาจมีต้นกำเนิดอยู่นอกโลก

So, Beth, how would you feel if you looked up ไวยากรณ์

0:32

เอาล่ะ เบธ คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าคุณมองขึ้นไป

and saw strange objects glowing and twisting through the sky?

0:35

และเห็นวัตถุประหลาดเรืองแสงและบิดเบี้ยวผ่านท้องฟ้า?

ไวยากรณ์

How would you feel if ...?: ถามปฏิกิริยาต่อสถานการณ์สมมติ

How would you feel if ...? ใช้ขอให้อีกฝ่ายจินตนาการถึงสถานการณ์หนึ่ง แล้วบอกว่าอาจรู้สึกหรือมีปฏิกิริยาอย่างไร ในที่นี้ would บอกผลในสถานการณ์สมมติ ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีต รูปแบบที่พบบ่อยคือ How would you feel if + ประธาน + รูปอดีต? รูปอดีต looked และ saw ทำให้อนุประโยค if ดูเป็นเรื่องสมมติหรือห่างจากความจริงในปัจจุบัน แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะหมายถึงปัจจุบันหรืออนาคตก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์สมมติให้สมบูรณ์: How ____ if you had to move to a new city?

ดูคำตอบ

would you feel

Wow.

0:39

ว้าว

Well, I might stare for a bit.

0:40

ฉันอาจจะจ้องมองสักพัก

I don't know if I'd believe what I was seeing. น้ำเสียง/เจตนา

0:43

ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือเปล่า

น้ำเสียง/เจตนา

I don't know if I'd believe: การแสดงความไม่แน่ใจอย่างระมัดระวัง

I don't know if I'd believe ... หมายถึงผู้พูดไม่แน่ใจว่าในสถานการณ์สมมติ ตนเองจะเชื่อสิ่งนั้นหรือไม่ I'd เป็นรูปย่อของ I would และตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน believe if ในที่นี้มีความหมายเหมือน whether คือ “...หรือไม่” ใช้เกริ่นสิ่งที่ผู้พูดไม่แน่ใจ ไม่ได้แสดงเงื่อนไข สำนวนนี้ยังเปิดพื้นที่ให้กับความลังเล จึงไม่หนักแน่นเท่าการพูดว่า I wouldn't believe it

แบบฝึกหัด

I don't know if I'd believe that claim หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าตนเองจะเชื่อคำกล่าวอ้างนั้นหรือไม่
  2. ผู้พูดกำลังถามว่าเงื่อนไขใดจะทำให้คำกล่าวอ้างนั้นเป็นจริง
  3. ผู้พูดตัดสินแล้วว่าคำกล่าวอ้างนั้นเป็นเท็จ
ดูคำตอบ

ผู้พูดไม่แน่ใจว่าตนเองจะเชื่อคำกล่าวอ้างนั้นหรือไม่

And I guess I'd be a bit scared.

0:46

และฉันเดาว่าฉันคงจะกลัวนิดหน่อย

Well, that situation is exactly what Navy pilots caught on their fighter jet cameras วลี

0:48

สถานการณ์นั้นคือสิ่งที่นักบินกองทัพเรือจับภาพไว้ได้ด้วยกล้องเครื่องบินขับไล่

on a training flight in 2004.

0:54

ในเที่ยวบินฝึกซ้อมเมื่อปี 2004

วลี

caught on their fighter jet cameras: ถูกบันทึกไว้ในภาพ

Catch something on camera หมายถึงบันทึกสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ในภาพถ่ายหรือวิดีโอ caught เป็นรูปอดีตของ catch ส่วน on their fighter jet cameras ระบุอุปกรณ์ที่ใช้บันทึก ในประโยคนี้ นักบินบันทึกสถานการณ์ด้วยกล้องบนเครื่องบิน caught ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาใช้มือจับหรือจับวัตถุไว้ได้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ catch: The meteor was ____ on a dashboard camera.

ดูคำตอบ

caught

They recorded mysterious oval objects flying at 24,000 m.

0:57

พวกเขาบันทึกภาพวัตถุรูปวงรีปริศนาที่บินอยู่ที่ระดับความสูง 24,000 เมตร

The footage is known as the Tic Tac videos, วลี

1:03

ภาพวิดีโอนี้รู้จักกันในชื่อวิดีโอ Tic Tac

วลี

be known as + ชื่อ

be known as + ชื่อ หมายถึง “ถูกเรียกว่า...” หรือ “เป็นที่รู้จักในชื่อนั้น” ในประโยคนี้ is known as ใช้แนะนำ Tic Tac videos ว่าเป็นชื่อที่เรียกฟุตเทจนี้โดยทั่วไป ประธานคือคนหรือสิ่งที่ได้รับชื่อ และหลัง as ตามด้วยชื่อ ฉายา ตำแหน่ง หรือคำระบุบทบาท โครงสร้างนี้บอกว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นมีชื่อเสียงเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be known as: The old cinema ____ the Picture House.

ดูคำตอบ

is known as

and they have had millions of views on YouTube. วลี

1:06

และมียอดวิวหลายล้านครั้งบน YouTube

วลี

have had millions of views on YouTube: ยอดรับชมสะสม

ในบริบทของวิดีโอออนไลน์ views คือจำนวนครั้งที่วิดีโอถูกดู ไม่ได้หมายถึง “ความคิดเห็น” Millions of views หมายถึงการเล่นหรือการรับชมหลายล้านครั้ง แต่ไม่ได้แปลว่ามีผู้ชมที่แตกต่างกันหลายล้านคนเสมอไป Have had เป็น present perfect ซึ่งแสดงว่ายอดรวมสะสมมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อต้องการระบุแพลตฟอร์ม on YouTube เป็นวลีบุพบทที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมรูป present perfect ของ have และคำนามที่หมายถึงจำนวนการรับชมบนแพลตฟอร์ม: So far, the science video ____ three million ____ on YouTube.

ดูคำตอบ

has had · views

Now these videos are being reviewed by US Congress โน้ต

1:09

ตอนนี้วิดีโอเหล่านี้กำลังได้รับการตรวจสอบโดยสภาคองเกรสสหรัฐอเมริกา

to try to understand what these objects were.

1:12

เพื่อพยายามทำความเข้าใจว่าวัตถุเหล่านี้คืออะไร

ไวยากรณ์

are being reviewed by: รูป passive ของ present progressive

are being reviewed เป็นรูป passive ของ present progressive โดยมีโครงสร้าง are + being + กริยาช่องที่สาม reviewed รูปนี้บอกว่าการตรวจสอบกำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้หรือในช่วงเวลาปัจจุบัน และ these videos เป็นฝ่ายรับการกระทำ ไม่ใช่ฝ่ายกระทำ by ใช้บอกผู้ที่ทำการตรวจสอบ ซึ่งในประโยคนี้คือรัฐสภาสหรัฐฯ โครงสร้างนี้เน้นกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่และสิ่งที่ได้รับผลจากกระบวนการนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ของ present progressive ของ review ที่มีสามคำ: The contest entries ____ by the judges right now.

ดูคำตอบ

are being reviewed

วัฒนธรรม

US Congress: ฝ่ายนิติบัญญัติระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา

US Congress หมายถึงรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยสองสภา ได้แก่ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ในที่นี้ Congress เป็นชื่อเฉพาะของสถาบัน ไม่ได้หมายถึงการประชุมทั่วไป การที่รัฐสภาเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้การตรวจสอบนี้มีบริบทของการกำกับดูแลสาธารณะหรือการไต่สวนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นทั่วไปทางออนไลน์ ประโยคนี้บอกเพียงว่าวิดีโอกำลังถูกตรวจสอบ ไม่ได้บอกว่ารัฐสภาได้ข้อสรุปแล้ว

แบบฝึกหัด

US Congress ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ฝ่ายนิติบัญญัติระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา
  2. การประชุมทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
  3. กลุ่มออนไลน์ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิดีโอ
ดูคำตอบ

ฝ่ายนิติบัญญัติระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา

Were they flying saucers? วัฒนธรรม

1:16

พวกมันคือจานบินใช่ไหม?

The disc-shaped craft flown by aliens,

1:18

ยานอวกาศรูปทรงดิสก์ที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์ต่างดาว

วัฒนธรรม

flying saucers: ยานรูปจานในวัฒนธรรม UFO

flying saucer เป็นชื่อเรียกดั้งเดิมของวัตถุรูปจานที่กล่าวกันว่าบินได้หรือถูกจินตนาการว่าบินได้ โดยเฉพาะยานที่เชื่อมโยงกับมนุษย์ต่างดาวในเรื่องเกี่ยวกับ UFO ในประโยคนี้ คำอธิบายที่ตามมาว่า The disc-shaped craft flown by aliens ช่วยอธิบายคำดังกล่าว ชื่อนี้เปรียบรูปร่างของวัตถุกับ saucer ซึ่งคือจานใบเล็กที่รองถ้วย ไม่ได้หมายถึงจานที่ใช้ในบ้านแล้วบินได้จริง และเป็นคำบรรยายจากวัฒนธรรมสมัยนิยม ไม่ใช่หลักฐานว่าวัตถุนั้นมาจากนอกโลก

แบบฝึกหัด

flying saucer หมายถึงอะไรในบริบทนี้

  1. อากาศยานทุกชนิดที่มีหน้าต่างทรงกลม
  2. จานใบเล็กที่ถูกนำขึ้นไปในอากาศยาน
  3. ยานรูปจานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมนุษย์ต่างดาวและ UFO
ดูคำตอบ

ยานรูปจานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมนุษย์ต่างดาวและ UFO

or is there a more rational explanation? การใช้คำ

1:21

หรือมีคำอธิบายที่มีเหตุผลมากกว่านี้ไหม?

การใช้คำ

more rational explanation: คำอธิบายที่อาศัยเหตุผลและหลักฐาน

rational explanation คือคำอธิบายที่อาศัยเหตุผล ตรรกะ และหลักฐาน แทนที่จะเป็นการคาดเดาที่ลึกลับหรือไม่มีข้อมูลสนับสนุน คำว่า more ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ โดยผู้พูดกำลังถามว่ามีคำอธิบายอื่นที่ได้รับการสนับสนุนดีกว่าแนวคิดเรื่องจานบินหรือไม่ คำถามนี้เปิดโอกาสให้พิจารณาคำอธิบายที่ไม่ผิดธรรมดามากนัก แต่ไม่ได้บอกว่าคำอธิบายนั้นถูกค้นพบหรือพิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังเสนออะไรเมื่อถามว่ามี a more rational explanation หรือไม่

  1. มองหาคำอธิบายที่มีเหตุผลและหลักฐานสนับสนุนมากกว่า
  2. ถือว่าคำอธิบายเรื่องมนุษย์ต่างดาวได้รับการพิสูจน์แล้ว
  3. เลือกคำอธิบายที่ลึกลับที่สุดเพราะน่าตื่นเต้น
ดูคำตอบ

มองหาคำอธิบายที่มีเหตุผลและหลักฐานสนับสนุนมากกว่า

In this program, we'll be discussing whether we are alone in the universe. วัฒนธรรม

1:24

ในรายการนี้ เราจะมาพูดคุยกันว่าเราอยู่โดดเดี่ยวในจักรวาลหรือไม่

วัฒนธรรม

whether we are alone in the universe: การถามว่ามีสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือไม่

whether ใช้นำคำถามแบบใช่หรือไม่ที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด เมื่ออยู่หลัง discussing คำนี้จะแสดงว่ากำลังจะอภิปรายคำถามใด ในที่นี้ we หมายรวมถึงมนุษยชาติหรือสิ่งมีชีวิตบนโลก alone ไม่ได้หมายถึงการที่บุคคลหนึ่งรู้สึกเหงา ในหัวข้อเกี่ยวกับอวกาศ whether we are alone in the universe ถามว่าโลกเป็นสถานที่แห่งเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตหรือมีสิ่งมีชีวิตหรืออารยธรรมที่ทรงปัญญาอยู่ที่อื่นด้วย

แบบฝึกหัด

whether we are alone in the universe ในที่นี้แสดงคำถามอะไร?

  1. ดาวเคราะห์ทุกดวงในจักรวาลว่างเปล่าทางกายภาพหรือไม่
  2. นักบินอวกาศรู้สึกเหงาขณะทำงานหรือไม่
  3. สิ่งมีชีวิตบนโลกเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงแห่งเดียวในจักรวาลหรือไม่
ดูคำตอบ

สิ่งมีชีวิตบนโลกเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงแห่งเดียวในจักรวาลหรือไม่

And as usual, we'll be learning some useful new vocabulary as well.

1:29

และเช่นเคย เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีประโยชน์ด้วย

But first, I have a question for you, Beth.

1:32

แต่ก่อนอื่น ฉันมีคำถามถึงคุณนะ เบธ

Thousands of UFO sightings are recorded every year, การใช้คำ

1:36

มีการบันทึกการพบเห็น UFO หลายพันครั้งในแต่ละปี

การใช้คำ

UFO sightings: เหตุการณ์หรือรายงานการพบเห็นยูเอฟโอ

ใน UFO sightings คำว่า sighting เป็นคำนามนับได้ หมายถึงเหตุการณ์หรือรายงานหนึ่งครั้งที่มีคนเห็นยูเอฟโอ ไม่ได้หมายถึงสายตาหรือความสามารถในการมองเห็น วลีนี้บอกเพียงว่ารายงานเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าวัตถุนั้นเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว หรือแม้แต่ว่ามีการระบุวัตถุได้อย่างถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใช้คำนาม sighting ในรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The park recorded three bear ____ this month.

ดูคำตอบ

sightings

but which country has had the highest number of reported sightings

1:39

แต่ประเทศใดที่มีจำนวนรายงานการพบเห็นสูงที่สุด

since records began, วลี

1:44

ตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก

วลี

since records began: กำหนดช่วงเวลาของการเปรียบเทียบทางสถิติ

“Since records began” หมายถึง “ตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบจนถึงปัจจุบันหรือจุดเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้อง” ในที่นี้ records หมายถึงข้อมูลสถิติหรือข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เก็บไว้ ไม่ใช่แผ่นเสียงดนตรี วลีนี้กำหนดขอบเขตเวลาให้กับการเปรียบเทียบจำนวนที่สูงที่สุด มักวางตามหลังคำขั้นสูงสุดหรือการเปรียบเทียบอื่นเพื่อบอกว่าข้อสรุปนั้นจำกัดอยู่เฉพาะช่วงเวลาที่มีข้อมูลบันทึก หากการเปรียบเทียบต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ประโยคหลักมักใช้ present perfect เช่น has had

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ”: Last July was the hottest month ____.

ดูคำตอบ

since records began

according to the National UFO Reporting Center? วลี

1:46

อ้างอิงจากศูนย์รายงาน UFO แห่งชาติ?

วลี

according to the National UFO Reporting Center: ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

“According to + แหล่งข้อมูล” ใช้ระบุว่าข้อมูลหรือคำกล่าวอ้างมาจากที่ใด ในคำถามนี้ แหล่งข้อมูลคือ National UFO Reporting Center วลีนี้ใช้ระบุที่มาของข้อมูล ไม่ได้ระบุสาเหตุ และยังช่วยให้ผู้พูดเว้นระยะจากคำกล่าวอ้างได้ด้วย การอ้างแหล่งข้อมูลไม่ได้แปลว่าผู้พูดตรวจสอบด้วยตนเองหรือเห็นด้วยอย่างเต็มที่เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่ใช้แนะนำแหล่งข้อมูลภายนอก: ____ the weather service, heavy rain is expected tonight.

ดูคำตอบ

According to

Is it A, the USA,

1:49

คือ A, สหรัฐอเมริกา

B, Canada,

1:52

B, แคนาดา

or C, China?

1:54

หรือ C, จีน?

Hmm, I think it must be the USA. ไวยากรณ์

1:56

อืม ฉันคิดว่าต้องเป็นสหรัฐอเมริกาแน่เลย

ไวยากรณ์

think it must be ...: การอนุมานอย่างมั่นใจ

ใน I think it must be the USA คำว่า must be แสดงการอนุมานที่มั่นใจมาก ผู้พูดใช้ข้อมูลที่ตนรู้เพื่อสรุปว่าคำตอบน่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาอย่างมาก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกฎหรือหน้าที่ที่ต้องทำ I think ทำให้คำพูดฟังดูตรงน้อยลงเล็กน้อย แต่ must ยังคงแสดงความมั่นใจสูง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ I think + ประธาน + must be + คำนามหรือคำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ must be เพื่ออนุมานอย่างมั่นใจจากหลักฐาน

  1. The lights are off, so they must be asleep.
  2. You must be at school by eight.
  3. The lights are off, so they might be asleep.
ดูคำตอบ

The lights are off, so they must be asleep.

Okay, Beth, I'll reveal the answer later in the program.

1:58

โอเค เบธ ฉันจะเฉลยคำตอบในภายหลังของรายการ

Now, while astronomers are scientists who study questions concerning things outside of Earth,

2:03

ในขณะที่นักดาราศาสตร์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่นอกโลก

they often avoid investigating supposed aliens. การใช้คำ

2:09

พวกเขามักจะหลีกเลี่ยงการสืบสวนสิ่งที่ถูกอ้างว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว

การใช้คำ

supposed aliens: ชื่อเรียกที่กล่าวอ้างแต่ยังไม่ยืนยัน

เมื่ออยู่หน้าคำนาม supposed หมายถึง “มีบางคนกล่าวอ้างหรือเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน” supposed aliens คือสิ่งที่ถูกเรียกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว โดยผู้พูดยังไม่ยืนยันว่ามันเป็นมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่ คำคุณศัพท์นี้เพิ่มความห่างหรือท่าทีสงสัย และแยกคำกล่าวอ้างออกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว ไม่ได้หมายถึง “มนุษย์ต่างดาวที่ควรจะมีอยู่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ supposed ในความหมายว่า “มีผู้กล่าวอ้างแต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน”

  1. They investigated a supposed alien signal.
  2. They were supposed to investigate the signal.
  3. They supposed that the signal came from space.
ดูคำตอบ

They investigated a supposed alien signal.

Adam Frank, professor of astrophysics at the University of Rochester,

2:13

อดัม แฟรงค์ ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์

explains why the footage in the Tic Tac videos

2:17

อธิบายถึงเหตุผลที่วิดีโอ Tic Tac

can't give any definitive answers of alien life วลี

2:21

ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้

to BBC World Service program The Inquiry.

2:24

กับรายการ The Inquiry ของ BBC World Service

วลี

can't give any definitive answers: หลักฐานที่ยังไม่สามารถให้ข้อสรุปชี้ขาด

To give a definitive answer หมายถึงการให้ข้อสรุปที่หนักแน่นพอจะยุติข้อสงสัยได้ definitive หมายถึงชี้ขาดหรือเป็นข้อสรุปสุดท้าย ไม่ใช่เพียงมีรายละเอียดมากหรือพูดด้วยความมั่นใจ ในที่นี้ can't give any definitive answers หมายความว่าภาพดังกล่าวอาจให้เบาะแสบางอย่าง แต่ยังไม่สามารถรองรับข้อสรุปที่หนักแน่นเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกได้ รูปแบบนี้ใช้บ่อยเมื่อต้องประเมินว่าหลักฐานหนักแน่นพอจะสรุปหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้เพื่อสื่อว่าหลักฐานไม่สามารถยุติข้อสงสัยได้: The blurry photograph ____ about what caused the light.

ดูคำตอบ

can't give any definitive answers

I don't think the pilots are lying, you know? น้ำเสียง/เจตนา

2:28

ฉันไม่คิดว่านักบินกำลังโกหกนะ คุณรู้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

you know? ท้ายประโยค: คำเชื่อมที่ช่วยให้คำพูดนุ่มนวลขึ้น

you know? ที่อยู่ท้ายประโยคนี้เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมในการสนทนา ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรว่าผู้ฟังรู้ข้อมูลบางอย่างหรือไม่ แต่เป็นการชวนให้ผู้ฟังติดตามหรือเข้าใจมุมมองของผู้พูด นอกจากนี้ยังทำให้คำกล่าวฟังไม่ห้วนและมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ผู้พูดอาจกำลังขอความเข้าใจหรือการเห็นด้วยเล็กน้อยแทนที่จะรอคำตอบเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'I was only trying to help, you know?' คำว่า you know? ท้ายประโยคทำหน้าที่หลักอะไร

  1. ถามว่าผู้ฟังรู้ข้อเท็จจริงบางอย่างหรือไม่
  2. ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลขึ้นและชวนให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อ
  3. พิสูจน์ว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริง
ดูคำตอบ

ทำให้คำกล่าวนุ่มนวลขึ้นและชวนให้ผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อ

I think the pilots are being honest and have a lot of integrity about what they say they're seeing. การใช้คำ

2:30

ฉันคิดว่านักบินมีความซื่อสัตย์และยึดมั่นในความถูกต้องในสิ่งที่พวกเขาพูดว่าได้เห็น

การใช้คำ

have a lot of integrity about: ประพฤติอย่างมีหลักการและน่าเชื่อถือ

ในประโยคนี้ have a lot of integrity ใช้ประเมินคุณลักษณะของนักบิน หมายความว่าพวกเขายึดมั่นในหลักการและน่าไว้วางใจ ผู้พูดจึงเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้จงใจบิดเบือนสิ่งที่เห็น integrity ในที่นี้หมายถึงความซื่อตรงทางศีลธรรม ไม่ใช่แนวคิดทางเทคนิคเรื่องความครบถ้วนหรือสภาพที่สมบูรณ์ คำว่า about นำเข้าสู่หัวข้อที่ใช้ประเมินความซื่อตรงของพวกเขา นั่นคือสิ่งที่พวกเขารายงานว่าเห็น

แบบฝึกหัด

have a lot of integrity ในประโยคนี้กล่าวถึงคุณลักษณะใดของนักบินเป็นหลัก

  1. พวกเขาให้รายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดแล้ว
  2. เครื่องบินของพวกเขาไม่มีความเสียหายทางโครงสร้าง
  3. พวกเขาซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักศีลธรรมที่เข้มแข็ง
ดูคำตอบ

พวกเขาซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักศีลธรรมที่เข้มแข็ง

They're not saying they're aliens.

2:35

พวกเขาไม่ได้บอกว่านั่นคือมนุษย์ต่างดาว

They're saying they behaved in ways that no jet could behave. ไวยากรณ์

2:36

พวกเขาบอกว่ามันเคลื่อนไหวในวิธีที่ไม่มีเครื่องบินไอพ่นลำไหนสามารถทำได้

ไวยากรณ์

in ways that no jet could behave: ใช้อนุประโยค that เพื่อระบุลักษณะ

in ways ในที่นี้หมายถึงในลักษณะหรือรูปแบบบางอย่าง ไม่ได้หมายถึงไปตามถนน ส่วน that no jet could behave เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย ways โดยระบุประเภทของการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติผ่านการบอกว่าไม่มีเครื่องบินไอพ่นลำใดทำได้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + in a way/in ways + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that อนุประโยคหลัง that บอกว่าอะไรทำให้ลักษณะนั้นโดดเด่น behave ใช้อธิบายได้ทั้งการทำงานของเครื่องจักรหรือวัตถุและการกระทำของคน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบพหูพจน์จากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new robot moved ____ surprised its engineers.

ดูคำตอบ

in ways that

But, you know, again,

2:40

แต่ก็นั่นแหละ คุณรู้ไหม

personal testimony, การใช้คำ

2:42

คำให้การส่วนบุคคล

การใช้คำ

personal testimony: คำบอกเล่าจากประสบการณ์ตรงที่ใช้เป็นหลักฐาน

Personal testimony คือคำบอกเล่าของบุคคลเกี่ยวกับสิ่งที่ตนประสบหรือสังเกตเห็นโดยตรง คำว่า testimony ทำให้คำบอกเล่านั้นมีบทบาทเป็นหลักฐาน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องที่เล่าเพื่อความบันเทิง การเรียกสิ่งใดว่า personal testimony เป็นการบอกแหล่งที่มาของข้อกล่าวอ้าง คำบอกเล่านั้นอาจจริงใจและมีประโยชน์ แต่หากไม่มีหลักฐานอื่นสนับสนุน ก็ยังคงอาศัยความทรงจำและการสังเกตของคนเพียงคนเดียวเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ personal testimony มากที่สุด

  1. ค่าที่เครื่องมือบันทึกและนักวิจัยคนอื่นตรวจสอบแล้ว
  2. ความชอบของบุคคลว่าเหตุผลใดฟังดูดีที่สุด
  3. คำบอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลประสบหรือสังเกตเห็นโดยตรงและถูกพิจารณาเป็นหลักฐาน
ดูคำตอบ

คำบอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลประสบหรือสังเกตเห็นโดยตรงและถูกพิจารณาเป็นหลักฐาน

you can't do any science with that. น้ำเสียง/เจตนา

2:43

คุณไม่สามารถเอามาทำวิทยาศาสตร์ได้

น้ำเสียง/เจตนา

you can't do any science with that: การตัดสินว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึง personal testimony ส่วน do science with that หมายถึงใช้ข้อมูลนั้นเป็นพื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงใช้มันเป็นเครื่องมือที่จับต้องได้ในห้องทดลอง you ใช้แบบกล่าวโดยรวมถึงผู้คนทั่วไป ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังตัดสินอย่างหนักแน่นในภาษาสนทนาว่า คำให้การส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระ วัดได้ หรือทำซ้ำได้มากพอสำหรับการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ประโยคนี้วิจารณ์ข้อจำกัดของหลักฐาน ไม่ได้จำเป็นต้องกล่าวหาว่าพยานโกหก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ you can't do any science with that หมายความว่าอย่างไร

  1. คำให้การเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่ทดสอบได้
  2. ทุกคนที่ให้คำให้การส่วนบุคคลกำลังโกหก
  3. ไม่สามารถนำคำให้การเข้าไปในห้องทดลองได้
ดูคำตอบ

คำให้การเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่ทดสอบได้

So, what may happen now is we're going to begin to get us some scientific study of this,

2:45

ดังนั้น สิ่งที่อาจเกิดขึ้นตอนนี้คือเรากำลังจะเริ่มมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้

and we'll try and get a better handle on it. สำนวน

2:49

และเราจะพยายามทำความเข้าใจกับมันให้ดียิ่งขึ้น

สำนวน

get a better handle on it: เข้าใจและจัดการได้ดีขึ้น

Get a better handle on it เป็นสำนวนที่หมายถึงการเข้าใจเรื่องหนึ่งให้ชัดเจนขึ้น เพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ it หมายถึงปรากฏการณ์หรือสถานการณ์ที่กำลังศึกษาอยู่ ส่วน handle ไม่ใช่วัตถุจริง รูปแบบคือ get a better handle on + คำนามหรือคำสรรพนาม Better สื่อว่าความเข้าใจหรือการควบคุมดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้ลงในประโยค: The budget is confusing, but more data will help us ____.

ดูคำตอบ

get a better handle on it

Adam says the pilots have integrity,

2:52

อดัมกล่าวว่านักบินมี integrity (ความซื่อสัตย์สุจริต)

a noun meaning to have honesty and moral principles.

2:55

เป็นคำนามที่หมายถึงการมีความซื่อสัตย์และมีหลักจริยธรรม

However, what they saw is based on personal testimony. วลี

2:59

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นมาจาก personal testimony (คำให้การส่วนบุคคล)

วลี

based on personal testimony: ระบุพื้นฐานของคำกล่าว

Based on personal testimony หมายความว่าเรื่องเล่าจากบุคคลเป็นแหล่งข้อมูลหรือพื้นฐานของคำกล่าวหรือการตัดสิน ในประโยคนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นมาจากสิ่งที่พยานรายงานด้วยตนเอง โครงสร้างคือ A be based on B ซึ่งหมายถึง A ใช้ B เป็นพื้นฐาน รูปประโยคแบบประธานเป็นผู้กระทำคือ base A on B เช่น We based the decision on the evidence. ในที่นี้ on บอกพื้นฐาน ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be based on เพื่อแสดงแหล่งที่มาของข้อสรุป: The conclusion ____ three interviews.

ดูคำตอบ

is based on

A personal testimony is a story or statement of evidence supported only by a person and what they saw,

3:03

คำให้การส่วนบุคคลคือเรื่องราวหรือคำบอกเล่าที่เป็นหลักฐานซึ่งสนับสนุนโดยตัวบุคคลและสิ่งที่พวกเขาเห็นเท่านั้น

rather than any external evidence or hard facts. ลำดับความ

3:10

แทนที่จะเป็นหลักฐานจากภายนอกหรือข้อเท็จจริงที่จับต้องได้

ลำดับความ

rather than any external evidence or hard facts: การเปรียบต่างแหล่งสนับสนุน

ในประโยคนี้ rather than นำเสนอแหล่งสนับสนุนที่ถูกตัดออก ซึ่งก็คือหลักฐานภายนอกหรือข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยนำไปเปรียบต่างกับการสนับสนุนจากบุคคลหนึ่งและสิ่งที่บุคคลนั้นเห็น จึงเน้นว่าไม่มีหลักฐานอิสระมายืนยัน โครงสร้าง A rather than B แสดงว่า A เป็นตัวเลือกหรือคำอธิบายที่ใช้ในที่นี้ ส่วน B เป็นอีกทางเลือกที่ถูกปฏิเสธ ในประโยคนี้ทั้งสองส่วนเป็นแหล่งที่มาของหลักฐาน rather than ไม่ได้เพิ่มหลักฐานอีกประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rather than เพื่อตัดแหล่งสนับสนุนที่สองออกและเน้นแหล่งแรก

  1. The report relies on witness accounts and verified records.
  2. The report relies on neither witness accounts nor verified records.
  3. The report relies on witness accounts rather than verified records.
ดูคำตอบ

The report relies on witness accounts rather than verified records.

To find out more about exactly what the pilots saw, กริยาวลี

3:14

เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมให้แน่ชัดว่านักบินเห็นอะไร

กริยาวลี

find out: ค้นหาข้อมูลให้รู้

find out หมายถึงการได้ข้อมูลที่เดิมยังไม่รู้ โดยมักได้มาจากการถาม ตรวจสอบ สืบค้น หรือสังเกต ในที่นี้ เป้าหมายคือการรู้ให้แน่ชัดว่านักบินเห็นอะไร ไม่ใช่การตามหาคนหรือสิ่งของ หลัง find out มักตามด้วย about + หัวข้อ หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what, why, when หรือ whether เช่น find out about the event; find out what happened.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb จากบทเรียนนี้ที่หมายถึง "ค้นข้อมูลด้วยการตรวจสอบ": Please check the timetable to ____ when the last bus leaves.

ดูคำตอบ

find out

scientific studies are being carried out to try and get a better handle on the situation. กริยาวลี

3:17

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์กำลังดำเนินการเพื่อพยายาม get a handle on (ทำความเข้าใจ/รับมือ) กับสถานการณ์

กริยาวลี

carried out: ดำเนินการศึกษา

ในที่นี้ carried out หมายถึง “ดำเนินการ” หรือ “ปฏิบัติ” เช่นเดียวกับ conducted หรือ performed การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่นักวิจัยดำเนินการ ไม่ใช่วัตถุที่ถูกยกหรือขนไปที่อื่น รูป are being carried out เป็น present progressive passive มีโครงสร้าง are being + past participle แสดงว่าการศึกษากำลังดำเนินอยู่ และไม่เน้นว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปถูกกระทำที่ถูกต้องของ carry out เติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety checks were ____ before launch.

ดูคำตอบ

carried out

If you get a handle on something,

3:23

ถ้าคุณ get a handle on บางสิ่งบางอย่าง

you understand it and are then able to deal with it.

3:25

คุณเข้าใจมันและจากนั้นก็สามารถรับมือกับมันได้

Taking a more scientific approach to what the pilots saw, ลำดับความ

3:28

เพื่อนำแนวทางทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับสิ่งที่นักบินเห็นมากขึ้น

the Tic Tac videos were examined by a panel put together by NASA. กริยาวลี

3:31

วิดีโอ Tic Tac ได้รับการตรวจสอบโดยคณะผู้เชี่ยวชาญที่รวบรวมโดย NASA

ลำดับความ

Taking a more scientific approach: บอกวิธีการก่อน

อนุประโยค -ing ต้นประโยค Taking a more scientific approach วางวิธีการไว้ก่อนเหตุการณ์หลัก เพื่อบอกกรอบของการตรวจสอบว่า หลักฐานจะได้รับการพิจารณาด้วยวิธีที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดย Taking ไม่ได้เล่าเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่แยกออกมา โดยปกติ อนุประโยค participial ที่ต้นประโยคจะมีผู้กระทำโดยนัยคนเดียวกับประธานที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาคทันที ที่นี่ประโยคหลักเริ่มด้วย the Tic Tac videos แต่วิดีโอไม่สามารถเลือกใช้แนวทางได้ ผู้กระทำที่ตั้งใจหมายถึงคือคณะผู้เชี่ยวชาญของ NASA ลำดับข้อมูลยังพอเข้าใจได้ แต่ในการเขียนที่เป็นทางการควรแก้ให้ the panel เป็นประธาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงชัดเจนว่า research team คือกลุ่มที่ใช้แนวทางทางวิทยาศาสตร์

  1. Taking a more scientific approach, there was a new review of the footage.
  2. Taking a more scientific approach, the footage was re-examined by the research team.
  3. Taking a more scientific approach, the research team re-examined the footage.
ดูคำตอบ

Taking a more scientific approach, the research team re-examined the footage.

กริยาวลี

put together by NASA: การจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญโดย NASA

ในที่นี้ put together หมายถึง “จัดตั้งกลุ่มโดยคัดเลือกและรวบรวมคนเข้าด้วยกัน” put together by NASA ขยายคำว่า a panel กล่าวคือ NASA เป็นผู้จัดตั้งคณะดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการนำวัตถุไปวางรวมกันจริง ๆ โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว: a panel put together by NASA = a panel that was put together by NASA ภาษาอังกฤษใช้รูปแบบนี้เพื่อเติมข้อมูลหลังคำนามว่าใครเป็นผู้จัดตั้งสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จัดตั้งกลุ่มโดยคัดเลือกคน”: The coach ____ a team for the charity match.

ดูคำตอบ

put together

Here's Adam again discussing the findings on BBC World Service program The Inquiry.

3:36

นี่คืออดัมอีกครั้งที่หารือเกี่ยวกับผลการค้นพบในรายการ The Inquiry ของ BBC World Service

At the NASA panel,

3:43

ในคณะผู้เชี่ยวชาญของ NASA

one of the scientists showed a simple analysis

3:45

หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ได้แสดงการวิเคราะห์ง่ายๆ

of the video that shows the object traveling uh seemingly at high speed over the ocean. การใช้คำ

3:48

เกี่ยวกับวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเหนือมหาสมุทร

การใช้คำ

seemingly at high speed: ดูเหมือนเร็ว แต่ยังไม่แน่นอน

Seemingly at high speed หมายถึง “ดูเหมือนกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง” seemingly ระบุว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกจากสิ่งที่มองเห็น ไม่ใช่ผลการวัดที่ยืนยันแล้ว การวาง seemingly ไว้หน้าวลีบุพบท at high speed ทำให้ผู้พูดลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง วัตถุอาจดูเหมือนเคลื่อนที่เร็ว แม้ว่าการวิเคราะห์ภายหลังจะให้ผลต่างออกไป

แบบฝึกหัด

seemingly บอกอะไรเราในประโยค “The car was seemingly moving at high speed”?

  1. รถดูเหมือนกำลังเคลื่อนที่เร็ว แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน
  2. มีการวัดความเร็วของรถและพิสูจน์แล้วว่ารถวิ่งเร็ว
  3. รถกำลังแกล้งทำเป็นเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

รถดูเหมือนกำลังเคลื่อนที่เร็ว แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

And what the NASA scientist showed was that with a simple analysis, ลำดับความ

3:54

และสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ของ NASA แสดงให้เห็นก็คือ ด้วยการวิเคราะห์ง่ายๆ

you could show that that was moving at 40 miles an hour. การใช้คำ

3:57

คุณสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 40 ไมล์ต่อชั่วโมง

ลำดับความ

with a simple analysis, you could show: บอกวิธีก่อน แล้วจึงนำเสนอข้อสรุป

ในที่นี้ with a simple analysis หมายถึง “โดยใช้การวิเคราะห์แบบง่าย ๆ” วลีบุพบทนี้บอกวิธีที่ใช้ ไม่ได้หมายความว่ามีใครอยู่พร้อมกับการวิเคราะห์ชิ้นหนึ่ง จากนั้นประโยคจัดข้อมูลจากวิธีไปสู่ผลลัพธ์: with + วิธี ใช้เกริ่นพื้นฐานของการให้เหตุผล และ you could show that + อนุประโยค ใช้นำเข้าข้อสรุปที่วิธีนั้นสนับสนุน you หมายถึงคนทั่วไป ส่วน could บอกว่าวิธีนั้นทำให้สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงความสามารถในอดีตของคนคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with อย่างถูกต้องเพื่อบอกวิธีก่อนนำเสนอข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับ

  1. We can show with that a simple test this battery lasts longer.
  2. With this battery, a simple test lasts longer.
  3. With a simple test, we can show that this battery lasts longer.
ดูคำตอบ

With a simple test, we can show that this battery lasts longer.

การใช้คำ

40 miles an hour: หน่วยบอกความเร็ว

40 miles an hour เป็นการบอกความเร็ว หมายถึง 40 ไมล์ต่อหนึ่งชั่วโมง มีความหมายเหมือนกับ 40 miles per hour และ 40 mph คำว่า an hour เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยความเร็ว จึงไม่ได้หมายความว่าการเคลื่อนที่นั้นกินเวลาหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากตัวเลขคือ 40 คำว่า mile จึงใช้รูปพหูพจน์ miles รูปแบบคือ ตัวเลข + หน่วยระยะทาง + an/per hour และมักอยู่หลัง at เช่น at 40 miles an hour

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยินให้ตรงทุกคำ สังเกตว่าวลีคือ miles an hour, miles per hour หรือ miles in an hour

  1. The cyclist was travelling at fifteen miles per hour.
  2. The cyclist travelled fifteen miles in an hour.
  3. The cyclist was travelling at fifteen miles an hour.
ดูคำตอบ

The cyclist was travelling at fifteen miles an hour.

So, certainly nothing very extraterrestrial about that. น้ำเสียง/เจตนา

4:00

ดังนั้น จึงไม่มีอะไรที่เป็นมนุษย์ต่างดาวมากนักในเรื่องนี้

น้ำเสียง/เจตนา

certainly nothing very extraterrestrial about that: กล่าวปฏิเสธคำอธิบายเรื่องสิ่งนอกโลกอย่างไม่ทำให้ดูเป็นเรื่องใหญ่

นี่เป็นรูปย่อที่ใช้ในการสนทนาของ There is certainly nothing very extraterrestrial about that โครงสร้าง nothing very + คำคุณศัพท์ + about that หมายความว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงไม่ได้มีคุณสมบัตินั้นมากนัก ในที่นี้ that หมายถึงผลลัพธ์ที่ 40 ไมล์ต่อชั่วโมง คำว่า certainly ทำให้การตัดสินเชิงปฏิเสธฟังดูมั่นใจขึ้น ส่วน nothing very extraterrestrial ใช้ถ้อยคำที่จงใจไม่ทำให้ดูเป็นเรื่องใหญ่เพื่อปฏิเสธคำอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งนอกโลก ไม่ได้หมายความว่าคำหรือแนวคิด extraterrestrial ไม่มีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

certainly nothing very extraterrestrial about that ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. คำว่า extraterrestrial ไม่มีความหมายในการสนทนานี้
  2. ผลลัพธ์นี้ไม่ได้ดูเกี่ยวข้องกับสิ่งนอกโลกหรือผิดปกติเป็นพิเศษ
  3. ผลลัพธ์นี้เป็นหลักฐานแน่ชัดของกิจกรรมจากมนุษย์ต่างดาว
ดูคำตอบ

ผลลัพธ์นี้ไม่ได้ดูเกี่ยวข้องกับสิ่งนอกโลกหรือผิดปกติเป็นพิเศษ

The scientists found that although it looks like the object was traveling very fast, ไวยากรณ์

4:04

นักวิทยาศาสตร์พบว่าแม้ดูเหมือนว่าวัตถุจะเดินทางเร็วมาก

it was only moving at 40 miles an hour,

4:09

แต่มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพียง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง

ไวยากรณ์

although it looks like ..., it was only ...: เปรียบเทียบภาพที่เห็นกับข้อเท็จจริง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย although ยอมรับความประทับใจแรกก่อน นั่นคือวัตถุดูเหมือนเคลื่อนที่เร็วมาก จากนั้นประโยคหลักจึงให้ข้อค้นพบที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังจดจำว่า ความเร็วจริงมีเพียง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง เมื่อ although ขึ้นต้นประโยคแบบนี้ อย่าถือว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นข้อสรุปสุดท้าย ให้รอฟังประโยคหลัก ในที่นี้ only บอกว่า 40 ไมล์ต่อชั่วโมงต่ำกว่าความประทับใจหรือความคาดหมายแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although อย่างถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบภาพที่เห็นกับค่าที่วัดได้จริง

  1. Although the parcel looked heavy, but it weighed only two kilograms.
  2. The parcel although looked heavy, it weighed only two kilograms.
  3. Although the parcel looked heavy, it weighed only two kilograms.
ดูคำตอบ

Although the parcel looked heavy, it weighed only two kilograms.

which Adam says is not very extraterrestrial.

4:12

ซึ่งอดัมกล่าวว่ามันไม่ได้เป็นเรื่อง extraterrestrial (ต่างดาว) มากนัก

Extraterrestrial means from outside Earth and is another word often used to describe aliens. การใช้คำ

4:16

Extraterrestrial หมายถึง สิ่งที่มาจากนอกโลก และเป็นอีกคำหนึ่งที่มักใช้เพื่ออธิบายมนุษย์ต่างดาว

การใช้คำ

Extraterrestrial means from outside Earth: extraterrestrial หมายถึง “มาจากนอกโลก”

ข้อความที่ไฮไลต์ให้คำจำกัดความโดยตรงว่า extraterrestrial หมายถึง “มาจากนอกโลก” หรือ “มีอยู่นอกโลก” จึงใช้บรรยายสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้ คำนี้ประกอบด้วย extra- ซึ่งในที่นี้หมายถึง “นอกหรือเลยออกไป” และ terrestrial ซึ่งหมายถึง “เกี่ยวกับโลกหรือพื้นดิน” ในคำนี้ extra- ไม่ได้แปลว่า “เพิ่มเติม” extraterrestrial มักเป็นคำคุณศัพท์ เช่น extraterrestrial life และยังเป็นคำนามหมายถึงสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์แบบเป็นทางการจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มาจากนอกโลก”: The telescope is searching for signs of ____ life.

ดูคำตอบ

extraterrestrial

So, it seems that for now, วลี

4:23

ดูเหมือนว่าในตอนนี้

scientists will need to find much more proof

4:25

นักวิทยาศาสตร์จะต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมให้มากขึ้น

to know exactly whether we're alone in the universe or not. ไวยากรณ์

4:28

เพื่อที่จะรู้ให้แน่ชัดว่าเราอยู่เพียงลำพังในจักรวาลหรือไม่

วลี

for now: สถานการณ์ชั่วคราวในตอนนี้

for now หมายถึง “ในตอนนี้” หรือ “ชั่วคราว” วลีนี้จำกัดข้อความไว้ที่สถานการณ์ปัจจุบัน และบอกเป็นนัยว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปในภายหลัง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าความคิดนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย นักวิทยาศาสตร์ยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมในช่วงนี้ แต่หลักฐานในอนาคตอาจเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขารู้ได้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของตอนนี้” ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยน”: ____, we'll meet online while the classroom is being repaired.

ดูคำตอบ

For now

ไวยากรณ์

whether we're alone ... or not: ระบุความเป็นไปได้ทั้งสองด้าน

Whether we're alone in the universe or not นำเข้าสู่คำถามที่ยังไม่มีข้อสรุปและนักวิทยาศาสตร์ต้องหาคำตอบ ในที่นี้ whether ถามว่าคำตอบคือใช่หรือไม่ใช่ และ or not ทำให้ความเป็นไปได้ในทางตรงข้ามชัดเจนขึ้น อนุประโยค whether ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ know เนื่องจากเป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we're alone ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม are we alone

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย whether ... or not: The team must decide ____ the signal is genuine ____.

ดูคำตอบ

whether · or not

Okay, Beth.

4:32

เอาล่ะ เบธ

I think it's time I revealed the answer to my question. ไวยากรณ์

4:33

ฉันคิดว่าถึงเวลาเฉลยคำตอบของฉันแล้ว

ไวยากรณ์

it's time I revealed ...: ใช้รูปอดีตกับสิ่งที่ควรทำตอนนี้

ในโครงสร้าง it's time + ประธาน + รูปอดีต รูปอดีตชี้ถึงการกระทำที่ควรเกิดขึ้นตอนนี้หรือในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น I revealed ไม่ได้หมายความว่าได้เฉลยไปแล้วในอดีต แต่หมายความว่าผู้พูดกำลังจะเฉลยคำตอบ โครงสร้างนี้ให้ความรู้สึกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว และบางครั้งอาจสื่อว่าการกระทำนั้นช้าไปเล็กน้อย เปลี่ยนประธานและกริยารูปอดีตเพื่อระบุว่าใครควรลงมือ: It's time we left.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ leave เติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: The last bus departs soon. It's time we ____ for the station.

ดูคำตอบ

left

I asked you which country has had the highest number of reported sightings ไวยากรณ์

4:36

ฉันถามคุณว่าประเทศใดมีจำนวนรายงานการพบเห็นสูงที่สุด

since records began,

4:41

ตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก

according to the National UFO Reporting Center.

4:43

อ้างอิงจากศูนย์รายงาน UFO แห่งชาติ

ไวยากรณ์

has had the highest number ... since records began: ยอดสะสมสูงสุดจนถึงปัจจุบัน

has had เป็นรูป present perfect ของ have โดย has เป็นกริยาช่วยและ had เป็นกริยาช่อง 3 ในที่นี้ have หมายถึงประเทศหนึ่งมีจำนวนรายงานการพบเห็นสะสมอยู่ ไม่ได้หมายถึงเพียงการครอบครองบางอย่าง ณ จุดหนึ่งในอดีต since records began ระบุจุดเริ่มต้น ส่วน present perfect เชื่อมการเปรียบเทียบมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น the highest number จึงหมายถึงยอดสะสมสูงสุดในบันทึกจนถึงตอนนี้ ในอนุประโยคที่ตามหลัง since คำว่า began ใช้ simple past เพราะการเริ่มบันทึกเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

บันทึกนี้ยังคงได้รับการอัปเดตอยู่ เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ have: Since 2010, this school ____ the highest number of science fair entries in the city.

ดูคำตอบ

has had

And I guessed the USA.

4:46

และฉันเดาว่าเป็นสหรัฐอเมริกา

Which was the correct answer.

4:48

ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

There have been over 100,000 reported sightings ไวยากรณ์

4:51

มีรายงานการพบเห็น

and encounters with UFOs การใช้คำ

4:54

และการเผชิญหน้ากับ UFO มากกว่า 100,000 ครั้ง

การใช้คำ

and encounters with UFOs: มากกว่าแค่การพบเห็น

an encounter with a UFO หมายถึงประสบการณ์ที่มีการรายงานว่า บุคคลหนึ่งเชื่อว่าตนได้พบ เข้าใกล้ หรือมีประสบการณ์ในรูปแบบอื่นกับสิ่งที่คิดว่าเป็นยูเอฟโอ ความหมายกว้างและเป็นทางการกว่าการบอกเพียงว่าเห็นสิ่งนั้น ในประโยคนี้ and เชื่อม reported sightings กับ encounters ให้เป็นรายงานสองประเภท คำว่า encounter เพียงคำเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการสัมผัสทางกาย และไม่ได้ยืนยันว่าวัตถุที่ถูกรายงานนั้นมีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

นักบินคนหนึ่งบอกว่าเธอไม่ได้เพียงเห็นวัตถุ แต่มีประสบการณ์ใกล้และน่ากังวลที่เกี่ยวข้องกับมัน ประโยคใดถ่ายทอดคำบอกเล่าของเธอได้เหมาะสมที่สุด

  1. The pilot confirmed physical contact with an unidentified object.
  2. The pilot reported an encounter with an unidentified object.
  3. The pilot reported a sighting of an unidentified object.
ดูคำตอบ

The pilot reported an encounter with an unidentified object.

in the USA since 1947.

4:56

ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1947

ไวยากรณ์

There have been ... since 1947: จำนวนสะสมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

There have been เป็นรูป present perfect ของโครงสร้างบอกการมีอยู่ there be ใช้เกริ่นว่ารายงานที่ตามมานั้นมีอยู่หรือเกิดขึ้น โดย there เป็นคำเปิดประโยคทางไวยากรณ์ ไม่ได้หมายถึง “ที่นั่น” เนื่องจากกลุ่มคำนามที่ตามมาเป็นพหูพจน์ จึงใช้ have been since 1947 ระบุจุดเริ่มต้น ดังนั้น over 100,000 จึงเป็นยอดรวมสะสมตั้งแต่ปี 1947 จนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่จำนวนเฉพาะในปี 1947

แบบฝึกหัด

คลังข้อมูลยังคงได้รับการอัปเดตอยู่ เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ there be: There ____ more than 500 reports since 2020.

ดูคำตอบ

have been

Okay, let's recap the vocabulary we've learned from this program, ลำดับความ

5:00

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เรียนรู้จากรายการนี้กันเถอะ

ลำดับความ

let's recap: เปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ

Let's recap หมายถึง “เรามาทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ กัน” ในที่นี้ recap เป็นคำกริยา และ let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในการกระทำถัดไป วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการส่งสัญญาณเปลี่ยนช่วง กล่าวคือ การพูดคุยหลักกำลังจบลงและกำลังจะเริ่มทบทวนเนื้อหาก่อนหน้าอย่างสั้น ๆ ไม่ได้ใช้เพื่อเปิดหัวข้อใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปลี่ยนช่วงสองคำที่เรียนในบทนี้ให้ตรงตามรูปเดิม: Before we finish, ____ the three main points.

ดูคำตอบ

let's recap

starting with UAP,

5:03

เริ่มจาก UAP

an acronym that stands for unidentified anomalous phenomena

5:05

อักษรย่อที่ย่อมาจาก unidentified anomalous phenomena (ปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถระบุได้)

and is another word meaning alien or UFO.

5:10

และเป็นอีกคำที่หมายถึงมนุษย์ต่างดาวหรือ UFO

A flying saucer is a disc-shaped craft supposedly flown by aliens.

5:14

A flying saucer (จานบิน) คือยานอวกาศรูปทรงดิสก์ที่ถูกสันนิษฐานว่าขับโดยมนุษย์ต่างดาว

Integrity means being honest in what you say and having moral principles.

5:20

Integrity หมายถึงการมีความซื่อสัตย์ในสิ่งที่คุณพูดและมีหลักการทางศีลธรรม

A personal testimony is a story or statement of evidence supported by a person and what they saw,

5:25

A personal testimony คือเรื่องราวหรือคำกล่าวอ้างที่เป็นหลักฐานซึ่งสนับสนุนโดยบุคคลและสิ่งที่พวกเขาเห็น

rather than external evidence or hard facts.

5:31

แทนที่จะเป็นหลักฐานจากภายนอกหรือข้อเท็จจริงที่จับต้องได้

If you get a handle on something,

5:35

ถ้าคุณ get a handle on สิ่งใดสิ่งหนึ่ง

you understand it and are able to deal with it.

5:36

คุณเข้าใจมันและสามารถรับมือกับมันได้

And finally, extraterrestrial means from outside Earth

5:40

และสุดท้าย extraterrestrial หมายถึง สิ่งที่มาจากนอกโลก

and is another word often used to describe aliens.

5:44

และเป็นอีกคำหนึ่งที่มักใช้เพื่ออธิบายมนุษย์ต่างดาว

Once again, our 6 minutes are up. วลี

5:47

และ 6 นาทีของเราก็หมดลงอีกครั้ง

วลี

our 6 minutes are up: เวลาที่กำหนดสิ้นสุดแล้ว

เมื่อช่วงเวลาที่จับไว้ is up หมายความว่าช่วงเวลานั้นสิ้นสุดลงและไม่มีเวลาเหลือ ในประโยคนี้ our 6 minutes are up หมายถึงเวลาหกนาทีที่กำหนดให้รายการหมดแล้ว ไม่ได้ใช้ up ในความหมายว่าอยู่สูงขึ้นไป Once again แสดงว่าช่วงปิดรายการที่คุ้นเคยนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ถ้อยคำทั้งหมดจึงทั้งบอกว่าถึงขีดจำกัดเวลาแล้วและส่งสัญญาณว่ารายการกำลังจะจบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be up ซึ่งหมายถึงเวลาที่กำหนดไว้สิ้นสุดแล้ว: The buzzer has sounded. Your ten minutes ____.

ดูคำตอบ

are up

Join us again soon for more useful vocabulary here at 6 Minute English.

5:49

มาร่วมกับเราอีกครั้งเร็วๆ นี้สำหรับคำศัพท์ที่มีประโยชน์ที่ 6 Minute English

Goodbye for now.

5:54

ลาก่อนสำหรับตอนนี้

Bye.

5:54

ลาก่อน

If you like 6 Minute English,

5:56

ถ้าคุณชอบ 6 Minute English

why not try our News Review podcast, น้ำเสียง/เจตนา

5:58

ทำไมไม่ลองฟังพอดแคสต์ News Review ของเราล่ะ

where you can learn vocabulary from the latest news headlines.

6:01

ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้คำศัพท์จากพาดหัวข่าวล่าสุด

น้ำเสียง/เจตนา

why not try ...?: เสนอแนะอย่างเป็นมิตร

Why not + กริยารูปพื้นฐาน...? มักใช้เสนอแนะอย่างเป็นมิตร ไม่ได้ใช้ถามหาเหตุผล ในที่นี้ why not try เป็นการแนะนำพอดแคสต์ News Review และให้ผู้ฟังตัดสินใจเองว่าจะลองหรือไม่ กริยาหลัง why not ต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน จึงใช้ why not try ไม่ใช่ why not trying หรือ why not to try ส่วน try a podcast หมายถึงลองสัมผัสพอดแคสต์นั้น โดยปกติคือทดลองฟังเพื่อดูว่ามีประโยชน์หรือน่าสนุกหรือไม่

แบบฝึกหัด

ใช้ why not และกริยาในวงเล็บเติมคำแนะนำอย่างเป็นมิตรให้สมบูรณ์: If the train is full, ____ the bus? (take)

ดูคำตอบ

why not take

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:06

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com