ห้องของแมรี่: การทดลองทางความคิดเชิงปรัชญา - Eleanor Nelsen: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: ห้องของแมรีตั้งคำถามว่า ความรู้ทางกายภาพเกี่ยวกับสีอย่างครบถ้วนจะทดแทนประสบการณ์รู้สึกตัวจากการมองเห็นสีได้หรือไม่ วิดีโออธิบายข้อโต้แย้งจากความรู้ที่ท้าทายกายภาพนิยม นัยต่อ AI ข้อคัดค้านสำคัญ และการเปลี่ยนจุดยืนของแฟรงก์ แจ็กสันในภายหลัง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Now imagine — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองออกว่านี่คือคำเปลี่ยนช่วงที่ชวนผู้ฟังเข้าสู่ขั้นสมมติถัดไปของการทดลองทางความคิด ใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นฐานไปสู่สถานการณ์ชี้ขาด พร้อมพาผู้ฟังติดตามข้อโต้แย้งที่ค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับ 2. properties called qualia, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจว่า qualia คือคุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์ เช่น ความรู้สึกเมื่อเห็นสีแดงหรือเมื่อคัน ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามการถกเถียงเรื่องแง่มุมของจิตสำนึกที่อาจอธิบายด้วยถ้อยคำอย่างแม่นยำหรือวัดด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ 3. reversed his own stance on — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: ใช้กลุ่มคำทางการนี้เพื่อบอกว่าบุคคลหนึ่งเปลี่ยนจุดยืนเดิมที่เคยยึดถือต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสรุปว่าความคิดของนักวิชาการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาอย่างไร ดังเช่นแจ็กสันที่เปลี่ยนมุมมองต่อการทดลองทางความคิดของตนเอง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Imagine a brilliant neuroscientist named Mary. ไวยากรณ์
0:06ลองจินตนาการถึงนักประสาทวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องชื่อแมรี่
named Mary: วลีคำกริยาช่องที่สามที่วางหลังคำนาม
ในประโยคนี้ named Mary วางไว้หลัง a brilliant neuroscientist เพื่อบอกชื่อของบุคคลนั้น named มีความหมายแบบถูกกระทำในที่นี้ คือเธอมีชื่อว่า Mary ไม่ใช่กริยาแสดงการกระทำหลักของประโยค โครงสร้าง คำนาม + named + ชื่อ เป็นรูปแบบย่อของ คำนาม + who/that is named + ชื่อ มักใช้เมื่อแนะนำชื่อของบุคคล สัตว์ สถานที่ หรือสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ใช้ named เพื่อบอกว่านักวิทยาศาสตร์คนนั้นชื่อ Leo: We met a scientist ____.
ดูคำตอบ
named Leo
black and white room: สภาพแวดล้อมที่ไม่มีสี
ในที่นี้ black and white ทำหน้าที่เป็นคำขยายหนึ่งชุดที่วางหน้า room ในบริบทนี้หมายความว่าสภาพแวดล้อมทางสายตาทั้งหมดของห้องไม่มีสี ไม่ได้เพียงหมายความว่ามีสิ่งของสีดำและสีขาวแยกกันอยู่ในห้อง ให้มอง black and white เป็นคำตอบหนึ่งชุดของคำถาม What kind of room? ความหมายว่า “ไม่มีสี” แบบเดียวกันนี้พบบ่อยเมื่อพูดถึงภาพถ่าย ภาพยนตร์ หน้าจอ และรูปภาพ
แบบฝึกหัด
ใช้วลีมาตรฐานสำหรับภาพยนตร์ที่ไม่มีสี: The documentary was filmed in ____.
ดูคำตอบ
black and white
She only reads black and white books and her screens only display black and white.
0:13เธออ่านเฉพาะหนังสือขาวดำและหน้าจอของเธอก็แสดงผลแค่สีขาวดำเท่านั้น
But even though she has never seen color, Mary is an expert in color vision and knows everything ever discovered about its physics and biology. โน้ต
0:20แต่ถึงแม้เธอจะไม่เคยเห็นสีสันเลย แมรี่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการมองเห็นสีและรู้ทุกสิ่งที่เคยถูกค้นพบเกี่ยวกับฟิสิกส์และชีววิทยาของมัน
even though: ข้อเท็จจริงที่ตามด้วยความขัดแย้ง
even though ใช้นำหน้าข้อเท็จจริงที่อาจทำให้เราคาดว่าจะเกิดผลอีกแบบหนึ่ง ในประโยคนี้ Mary ไม่เคยเห็นสี แต่เธอก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำงานของการมองเห็นสี even though ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงนั้นก่อน แล้วจึงบอกผลที่ขัดกับความคาดหมายในประโยคหลัก มีความหมายว่า “แม้ว่าความจริงคือ...” ไม่ได้แปลว่า “เพราะ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าฝนตกเป็นข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว แล้วจึงให้ผลที่ขัดกับข้อเท็จจริงนั้น?
- Because it was raining, the match continued.
- Even if it rains, the match will continue.
- Even though it was raining, the match continued.
ดูคำตอบ
Even though it was raining, the match continued.
is an expert in color vision: การบอกสาขาความเชี่ยวชาญ
be an expert in + สาขา หมายถึงมีความรู้และความสามารถอย่างลึกซึ้งในสาขาหนึ่ง ในที่นี้ color vision หมายถึงการศึกษาเรื่องวิธีที่คนเรามองเห็นสี ไม่ได้หมายความเพียงว่า Mary มีสายตาดีเป็นพิเศษ คำบุพบท in เชื่อม expert เข้ากับสาขาความเชี่ยวชาญ เช่น an expert in biology, history หรือ color vision เมื่อใช้โครงสร้างนี้ต้องไม่ตัด in ออก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า marine biology เป็นสาขาความเชี่ยวชาญของเธอได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- She is an expert at marine biology.
- She is an expert marine biology.
- She is an expert in marine biology.
ดูคำตอบ
She is an expert in marine biology.
everything ever discovered: วลี past participle ที่วางหลังคำนาม
Everything เป็นคำนามหลักของวลีคำนาม ส่วน ever discovered เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง everything และมีความหมายว่า “สิ่งที่เคยถูกค้นพบ” จึงจำกัดขอบเขตของ everything ให้หมายถึงทุกสิ่งที่ค้นพบแล้วจนถึงเวลาที่เกี่ยวข้อง Discovered ไม่ใช่กริยาแท้ตัวใหม่ของประโยค แต่เป็นส่วนที่ขยาย everything โครงสร้างแบบย่อนี้ทำให้อนุประโยคสัมพัทธ์ที่ยาวกว่าอย่าง everything that has ever been discovered กลายเป็นวลีคำนามที่กระชับ
แบบฝึกหัด
วลีใดใช้แสดงความหมายว่า “หนังสือทั้งหมดที่เคยตีพิมพ์” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- all the books have ever published
- all the books ever publishing
- all the books ever published
ดูคำตอบ
all the books ever published
She knows how different wavelengths of light stimulate three types of cone cells in the retina and she knows how electrical signals travel down the optic nerve into the brain. การใช้คำ
0:31เธอรู้ว่าความยาวคลื่นแสงที่ต่างกันกระตุ้นเซลล์รูปกรวยสามชนิดในจอประสาทตาได้อย่างไร และรู้ว่าสัญญาณไฟฟ้าเดินทางผ่านเส้นประสาทตาเข้าสู่สมองได้อย่างไร
different wavelengths of light: วลีคำนามทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับคุณสมบัติทางกายภาพของแสง
different wavelengths of light เป็นวลีคำนาม โดย wavelengths หมายถึงระยะทางทางกายภาพของคลื่นแสง และ of light ระบุว่าเป็นความยาวคลื่นของแสง different บอกว่าค่าความยาวคลื่นแตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าโคมไฟหรือวัตถุมีความยาวต่างกัน ในวิทยาศาสตร์เรื่องการมองเห็นสี ความยาวคลื่นเป็นคุณสมบัติของแสงที่วัดได้ ช่วงความยาวคลื่นที่ต่างกันอาจทำให้ดวงตาตอบสนองต่างกัน ดังนั้นวลีนี้จึงอธิบายกลไกทางกายภาพ ไม่ใช่แค่การเรียกชื่อสี
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ different wavelengths of light หมายถึงอะไร
- Light with different brightness levels only
- Light with different physical wavelength values
- Lamps or objects with different physical lengths
ดูคำตอบ
Light with different physical wavelength values
cone cells in the retina: ศัพท์ด้านชีววิทยาการมองเห็น
cone cells คือเซลล์ไวแสงเฉพาะทางในจอตา ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อด้านหลังดวงตาที่ตรวจจับแสง ในประโยคนี้ แสงที่มีความยาวคลื่นต่างกันกระตุ้นเซลล์รูปกรวยสามชนิด ซึ่งช่วยให้มองเห็นสี ในที่นี้ cone cells เป็นศัพท์ด้านชีววิทยาการมองเห็น ไม่ใช่คำเรียกทั่วไปสำหรับเซลล์ใด ๆ ที่มีรูปร่างคล้ายกรวย วลี in the retina ระบุว่าเซลล์เหล่านี้อยู่ในจอตา
แบบฝึกหัด
cone cells in the retina ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- เซลล์เฉพาะทางในจอตาที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นสี
- เส้นใยประสาทที่ส่งสัญญาณจากดวงตาไปยังสมอง
- เซลล์ใด ๆ ที่บังเอิญมีรูปร่างคล้ายกรวย
ดูคำตอบ
เซลล์เฉพาะทางในจอตาที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นสี
travel down ... into ...: เส้นทางและปลายทาง
ในที่นี้ travel นำเสนอสัญญาณไฟฟ้าราวกับว่ากำลังเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง down the optic nerve หมายถึงไปตามเส้นประสาทตา ส่วน into the brain ระบุว่าปลายทางคือภายในสมอง down ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเคลื่อนจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เมื่อใช้กับเส้นทางยาว เช่น เส้นประสาท สายเคเบิล ถนน หรือทางเดิน down อาจหมายถึงไปตามหรือไปต่อภายในเส้นทางนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ down เพื่อบอกการเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง และใช้ into เพื่อบอกปลายทาง
- Prices went down before the holiday.
- The pulse traveled down the wire into the receiver.
- The stone fell down into the pond.
ดูคำตอบ
The pulse traveled down the wire into the receiver.
There they create patterns of neural activity that correspond to the millions of colors most humans can distinguish. โน้ต
0:42ที่นั่นพวกมันสร้างรูปแบบการทำงานของระบบประสาทที่สอดคล้องกับสีหลายล้านสีที่มนุษย์ส่วนใหญ่สามารถแยกแยะได้
patterns of neural activity: รูปแบบที่เป็นระบบของกิจกรรมสมอง
ในประโยคนี้ patterns of neural activity หมายถึงวิธีที่กลุ่มเซลล์ประสาททำงานอย่างเป็นระบบและสามารถสังเกตแบบแผนได้ วลีนี้เรียกกิจกรรมของสมองชนิดหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่มองเห็นได้ patterns ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปร่างหรือภาพสำหรับตกแต่ง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ pattern สามารถบอกได้ว่ากิจกรรมถูกจัดเรียงหรือเปลี่ยนแปลงไปตามเซลล์ ตำแหน่ง หรือเวลาอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคทางวิทยาศาสตร์นี้ patterns of neural activity หมายถึงอะไร
- ลวดลายสีที่ปรากฏบนเซลล์ประสาท
- วิธีที่กลุ่มเซลล์ประสาททำงานอย่างเป็นระบบ
- ภาพสมองที่ใช้สำหรับตกแต่ง
ดูคำตอบ
วิธีที่กลุ่มเซลล์ประสาททำงานอย่างเป็นระบบ
correspond to: การจับคู่สิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง
ในประโยคนี้ correspond to หมายถึงตรงกันหรือเชื่อมโยงกับบางสิ่ง รูปแบบกิจกรรมของระบบประสาทมีความสัมพันธ์แบบสอดคล้องกับสีที่มนุษย์สามารถแยกแยะได้ ใช้ X corresponds to Y เพื่ออธิบายการจับคู่ระหว่างรายการ ค่า สัญลักษณ์ หรือระบบสองระบบ วลีนี้ระบุว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่า X เป็นสาเหตุของ Y
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ correspond to: On this keyboard, each key ____ a different musical note.
ดูคำตอบ
corresponds to
Now imagine: การพาเข้าสู่ขั้นถัดไปของสถานการณ์สมมติ
Now imagine เป็นวลีเปลี่ยนช่วงที่พาคำอธิบายจากการปูพื้นไปสู่เหตุการณ์สมมติขั้นถัดไป imagine ชวนให้ผู้ฟังนึกภาพสถานการณ์นั้น ส่วน now เป็นสัญญาณว่าแนวคิดของผู้พูดกำลังก้าวไปอีกขั้น now ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ในเวลานี้” เป็นหลัก แต่หมายถึง “เมื่อคำอธิบายมาถึงจุดนี้” ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บ่อยในการพาผู้ฟังติดตามการทดลองทางความคิดทีละขั้น
แบบฝึกหัด
“Now imagine” ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?
- พาผู้ฟังเข้าสู่ขั้นถัดไปของสถานการณ์สมมติ
- บอกว่าเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นจริงในเวลานี้
- บอกให้ผู้ฟังหยุดพิจารณาคำอธิบายก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
พาผู้ฟังเข้าสู่ขั้นถัดไปของสถานการณ์สมมติ
appears in color: แสดงเป็นภาพสีแทนภาพขาวดำ
ใน appears in color คำว่า appears หมายถึง “เริ่มมองเห็นได้หรือถูกแสดงขึ้นมา” ส่วน in color บอกลักษณะการนำเสนอ แอปเปิลถูกแสดงเป็นภาพสีแทนที่จะเป็นเพียงภาพขาวดำ คำบุพบท in ไม่ได้หมายความว่าแอปเปิลอยู่ข้างในสีจริง ๆ รูปแบบ in color ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้ ใช้บอกว่าภาพ รูปถ่าย ภาพยนตร์ หรือเนื้อหาบนหน้าจอถูกแสดงหรือบันทึกไว้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ารูปถ่ายถูกแสดงเป็นภาพสีแทนที่จะเป็นเพียงภาพขาวดำ?
- The photograph made the screen look colorful.
- The photograph was hidden behind the screen.
- The photograph appeared in color on the screen.
ดูคำตอบ
The photograph appeared in color on the screen.
For the first time she can experience something that she's known about for years. วลี
0:56เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสกับสิ่งที่เธอรู้มานานหลายปี
For the first time เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
For the first time เป็นวลีบอกเวลาที่หมายถึงบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ทั้งวลีหมายถึง “เป็นครั้งแรก” ไม่ได้หมายถึง “เพื่อครั้งแรก” เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะเน้นเหตุการณ์ใหม่และมักแสดงถึงจุดเปลี่ยน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นการเปลี่ยนจากการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบางสิ่งไปเป็นการสัมผัสสิ่งนั้นด้วยตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายความว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน: ____, Leo traveled alone.
ดูคำตอบ
For the first time
known about for years: รู้เรื่องนั้นมานานหลายปี
ใน she's known about คำว่า she's เป็นรูปย่อของ she has และ has known เป็นรูป present perfect ส่วน know about หมายถึงมีข้อมูลหรือความรู้เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเคยสัมผัสด้วยตนเอง For years บอกระยะเวลาของสภาวะที่ต่อเนื่องนั้น ตั้งแต่หลายปีก่อนจนถึงเวลาปัจจุบันที่เกี่ยวข้อง เมื่อนำมารวมกัน ข้อความนี้เปรียบต่างความรู้ที่มีมานานกับประสบการณ์ส่วนตัวครั้งแรก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Maya รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสุริยุปราคามาหลายปี แต่ไม่เคยเห็นด้วยตนเองเลย?
- Maya has known about eclipses for years, but she has never seen one herself.
- Maya first heard about eclipses yesterday and saw one last night.
- Maya has watched eclipses for years, so she has seen many.
ดูคำตอบ
Maya has known about eclipses for years, but she has never seen one herself.
Does she learn anything new?: การเสนอประเด็นสำคัญ
ในคำอธิบายนี้ คำถามไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ยกประเด็นสำคัญของการทดลองทางความคิดขึ้นมาว่า การมีประสบการณ์โดยตรงสามารถเพิ่มความรู้ชนิดหนึ่งที่มากกว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดซึ่งคนคนนั้นรู้อยู่แล้วได้หรือไม่ ในฐานะเครื่องมือจัดระเบียบข้อมูล คำถามนี้เปลี่ยนฉากตั้งต้นของเรื่องให้เป็นประเด็นสำหรับการให้เหตุผล และบอกผู้ฟังว่าการอภิปรายต่อจากนี้จะพยายามตอบอะไร
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ “Does she learn anything new?” มีหน้าที่หลักในเชิงการเรียบเรียงอย่างไร
- เปลี่ยนฉากตั้งต้นให้เป็นคำถามหลักของข้อโต้แย้ง
- ตรวจสอบว่าเธอจำชื่อของสีหนึ่งได้หรือไม่
- ขอให้ผู้ฟังสอนทักษะใหม่ให้เธอ
ดูคำตอบ
เปลี่ยนฉากตั้งต้นให้เป็นคำถามหลักของข้อโต้แย้ง
Is there anything about perceiving color that wasn't captured in all her knowledge? โน้ต
1:04มีอะไรเกี่ยวกับการรับรู้สีที่ไม่ได้รวมอยู่ในความรู้ทั้งหมดของเธอหรือไม่?
anything about perceiving color that wasn't captured: การจำกัดสิ่งที่ต้องการถาม
ในวลี anything about perceiving color that wasn't captured คำว่า anything เป็นคำหลัก ส่วน about perceiving color จำกัดหัวข้อ และอนุประโยคขยาย that wasn't captured จำกัดขอบเขตให้แคบลงอีกเป็นแง่มุมที่ความรู้ของเธอไม่ได้ครอบคลุม ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย about เป็นส่วนหนึ่งของนามวลีที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่ประโยคแยกต่างหาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Is there anything about + หัวข้อ + that + อนุประโยค? ใช้ถามว่ามีส่วนใดของหัวข้อที่ถูกมองข้าม ยังไม่ได้อธิบาย หรือไม่ได้รวมไว้หรือไม่
แบบฝึกหัด
เรียงคำเหล่านี้ให้ถูกต้องเพื่อเติมรูปแบบเป้าหมายให้สมบูรณ์: anything / about / the schedule / that. Is there ____ we haven't discussed?
ดูคำตอบ
anything about the schedule that
wasn't captured in all her knowledge:ความหมายเชิงนามธรรมของ capture
ในประโยคนี้ capture ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม หมายถึงการนำเสนอหรือครอบคลุมแง่มุมสำคัญของบางสิ่งอย่างครบถ้วน wasn't captured in all her knowledge กำลังถามว่า แม้แมรีจะมีความรู้ทั้งหมดแล้ว ยังมีแง่มุมใดของการรับรู้สีที่ไม่ได้รับการอธิบายหรือครอบคลุมหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งใดไว้จริง ๆ แต่พูดถึงข้อจำกัดของระบบความรู้ เมื่อสิ่งที่เป็นกรรมคือแนวคิด ประสบการณ์ รายละเอียด หรือปรากฏการณ์ capture มักสื่อว่าแบบจำลอง คำอธิบาย หรือองค์ความรู้สามารถนำเสนอส่วนสำคัญของสิ่งนั้นได้
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ capture ใช้ในความหมายเชิงนามธรรมว่าแสดงหรือครอบคลุมแง่มุมสำคัญ
- The police captured the escaped prisoner.
- The net captured the fish near the shore.
- The report captures the main reasons for the change.
ดูคำตอบ
The report captures the main reasons for the change.
Philosopher Frank Jackson proposed this thought experiment called Mary's room in 1982. โน้ต
1:09นักปรัชญา แฟรงก์ แจ็คสัน เสนอการทดลองทางความคิดนี้ที่เรียกว่าห้องของแมรี่ในปี 1982
thought experiment:การทดสอบแนวคิดด้วยสถานการณ์สมมติ
ในประโยคนี้ thought experiment หมายถึงสถานการณ์สมมติที่ใช้ไตร่ตรองผลที่ตามมาของแนวคิด หรือทดสอบว่าข้ออ้างหนึ่งสมเหตุสมผลหรือไม่ “การทดลอง” นี้เกิดขึ้นผ่านการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ และไม่จำเป็นต้องลงมือทำจริง Mary's room คือชื่อของกรณีสมมติที่แจ็กสันสร้างขึ้น การเรียกสิ่งนี้ว่า thought experiment แสดงว่านี่เป็นเครื่องมือในการโต้แย้งเพื่อพิจารณาว่าความรู้ทางกายภาพอธิบายอะไรได้หรือไม่ได้เกี่ยวกับการรับรู้สี ไม่ใช่รายงานการศึกษาที่ทำในห้องจริง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่อธิบายได้ถูกต้องว่า thought experiment ทำหน้าที่อะไร
- A thought experiment tests an idea by reasoning through an imagined situation.
- An experiment and a thought experiment always provide the same kind of evidence.
- A thought experiment must be carried out in a laboratory before it can be discussed.
ดูคำตอบ
A thought experiment tests an idea by reasoning through an imagined situation.
called Mary's room: บอกชื่อไว้หลังคำนาม
called Mary's room อยู่หลัง this thought experiment และบอกชื่อของการทดลองทางความคิดนั้น called ในที่นี้เป็นกริยาช่องสาม และวลีนี้เป็นรูปย่อของ that is called Mary's room ไม่ได้หมายความว่ามีใครโทรศัพท์หาใคร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + called + ชื่อ ซึ่งพบได้บ่อยเมื่อแนะนำชื่อแนวคิด หนังสือ วิธีการ กลุ่ม หรือกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ called + ชื่อ Moon Garden: Our town opened a park ____.
ดูคำตอบ
called Moon Garden
He argued that if Mary already knew all the physical facts about color vision โน้ต
1:16เขาโต้แย้งว่าถ้าแมรี่รู้ข้อเท็จจริงทางฟิสิกส์ทั้งหมดเกี่ยวกับการมองเห็นสีอยู่แล้ว
all the physical facts about color vision ในกายภาพนิยม
ในที่นี้ physical facts หมายถึงข้อเท็จจริงที่วิทยาศาสตร์กายภาพสามารถอธิบายได้ เช่น ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลื่นแสง เซลล์รูปกรวย และสัญญาณประสาทที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นสี คำว่า physical หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับโลกทางกายภาพและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับร่างกายเท่านั้น คำว่า all แสดงว่าชุดข้อเท็จจริงนี้ครบถ้วน วลีนี้สร้างความแตกต่างระหว่างการมีคำอธิบายทางกายภาพทั้งหมดกับการรู้ด้วยประสบการณ์ของตนเองว่าการมองเห็นสีให้ความรู้สึกอย่างไร ซึ่งเป็นความแตกต่างสำคัญในการอภิปรายเรื่องกายภาพนิยม
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ all the physical facts about color vision หมายถึงอะไร
- เฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกายของดวงตา
- ทุกสิ่งที่วิทยาศาสตร์กายภาพอธิบายได้เกี่ยวกับการทำงานของการมองเห็นสี
- ทุกสิ่งที่แมรีรู้สึกเมื่อเธอมองเห็นสีด้วยตนเอง
ดูคำตอบ
ทุกสิ่งที่วิทยาศาสตร์กายภาพอธิบายได้เกี่ยวกับการทำงานของการมองเห็นสี
and experiencing color still teaches her something new, ไวยากรณ์
1:21และการได้สัมผัสกับสียังคงสอนอะไรใหม่ๆ ให้เธอ
experiencing color ในฐานะประธานของ teaches
Experiencing color เป็นวลี gerund โดย Experiencing เป็นรูป -ing ของ experience และยังคงมี color เป็นกรรม ทั้งสองคำรวมกันใช้เรียกกิจกรรมหนึ่งและทำหน้าที่เป็นประธานของ teaches โครงสร้างนี้ไม่ใช่ present progressive เพราะไม่มีรูปของ be อยู่หน้า experiencing รูปแบบนี้ทำให้การกระทำหรือประสบการณ์ทำหน้าที่คล้ายคำนามได้เมื่อกล่าวถึงแนวคิดทั่วไป
แบบฝึกหัด
เปลี่ยน experience เป็นรูป -ing เพื่อให้กิจกรรมนั้นเป็นประธาน: ____ a new culture can change how you think.
ดูคำตอบ
Experiencing
then mental states like color perception can't be completely described by physical facts. โน้ต
1:24ดังนั้นสภาวะทางจิตใจเช่นการรับรู้สีจึงไม่สามารถอธิบายด้วยข้อเท็จจริงทางฟิสิกส์ได้อย่างสมบูรณ์
if ... then ...: บอกข้อสมมุติฐานและข้อสรุป
ในการให้เหตุผลนี้ if นำเสนอข้อสมมุติฐานว่า แมรีรู้ข้อเท็จจริงทางกายภาพทั้งหมดแล้ว แต่ยังเรียนรู้สิ่งใหม่จากการได้สัมผัสสี ส่วน then บอกข้อสรุปว่า ข้อเท็จจริงทางกายภาพไม่สามารถอธิบายสภาวะทางจิตอย่างการรับรู้สีได้อย่างครบถ้วน then ในที่นี้หมายถึง “ในกรณีนั้น” หรือ “จึงสรุปได้ว่า” ไม่ได้หมายถึง “ต่อจากนั้น” ตามลำดับเวลา ในข้อโต้แย้งยาว ๆ การหา if และ then ช่วยแยกข้อสมมุติฐานออกจากข้อสรุปได้
แบบฝึกหัด
เติมกฎโดยใช้โครงสร้าง if ... then ...: ____ the battery is charged, ____ the robot will start.
ดูคำตอบ
If · then
mental states like color perception: สภาวะทางจิต เช่น การรับรู้สี
Mental states หมายถึงประสบการณ์หรือสภาวะของจิตใจ เช่น ความคิด ความรู้สึก และการรับรู้ ในที่นี้ states ไม่ได้หมายถึงรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา ใน mental states like color perception คำว่า like ใช้เพื่อยกตัวอย่าง ส่วน color perception หรือวิธีที่คนเรารับรู้สี ถูกนำเสนอว่าเป็นสภาวะทางจิตประเภทหนึ่ง
แบบฝึกหัด
mental states like color perception แสดงความสัมพันธ์แบบใด?
- สภาวะทางจิตกับการรับรู้สีเป็นแนวคิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- การรับรู้สีเป็นสถานที่จริงที่เรียกว่า state
- การรับรู้สีเป็นตัวอย่างหนึ่งของสภาวะทางจิต
ดูคำตอบ
การรับรู้สีเป็นตัวอย่างหนึ่งของสภาวะทางจิต
can't be completely described by physical facts: ไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์ด้วยข้อเท็จจริงทางกายภาพ
โครงสร้าง can't + be + กริยาช่องที่สาม เป็นโครงสร้างกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วย ในประโยคนี้ mental states เป็นสิ่งที่ถูกอธิบาย ไม่ได้หมายความว่าสภาวะเหล่านั้นเป็นฝ่ายอธิบายสิ่งอื่น completely จำกัดขอบเขตของข้อความนี้ กล่าวคือ ข้อเท็จจริงทางกายภาพอาจอธิบายได้บางแง่มุม แต่ไม่ใช่ทุกแง่มุม ส่วน by physical facts ระบุพื้นฐานหรือกรอบที่ใช้ในการอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วยตามที่เรียนมาให้ตรงรูป: A person's grief ____ a list of symptoms.
ดูคำตอบ
can't be completely described by
The Mary's room thought experiment describes what philosophers call the knowledge argument โน้ต
1:30การทดลองทางความคิดห้องของแมรี่อธิบายสิ่งที่นักปรัชญาเรียกว่าข้อโต้แย้งเรื่องความรู้
what philosophers call: การแนะนำศัพท์เฉพาะ
ใน what philosophers call the knowledge argument คำว่า what ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่เริ่มอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและมีความหมายว่า “สิ่งที่นักปรัชญาเรียกว่า the knowledge argument” ในประโยคเต็ม อนุประโยคทั้งหมดนี้เป็นกรรมของ describes รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ what + ประธาน + call/calls + ชื่อ ซึ่งใช้แนะนำชื่อที่วงการหรือชุมชนหนึ่งใช้ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับประธาน-กริยาตามปกติ คือ philosophers call ไม่ใช่ do philosophers call
แบบฝึกหัด
นักดาราศาสตร์กำลังอธิบายบริเวณรอบดาวฤกษ์ที่ดาวเคราะห์อาจมีน้ำในสถานะของเหลว วลีใดเติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ? This region is ___ the habitable zone.
- that astronomers call it
- what do astronomers call
- what astronomers call
ดูคำตอบ
what astronomers call
the knowledge argument: ความรู้ทางกายภาพและประสบการณ์
the knowledge argument เป็นข้อโต้แย้งที่มีชื่อเฉพาะในปรัชญาจิต ห้องของแมรีนำเสนอสถานการณ์แบบดั้งเดิมของข้อโต้แย้งนี้ โดยแมรีรู้ข้อเท็จจริงทางกายภาพทั้งหมดเกี่ยวกับการมองเห็นสี แต่ไม่เคยมีประสบการณ์เห็นสีอย่างสีแดง เมื่อเธอเห็นสีแดง ข้อโต้แย้งนี้บอกว่าเธอได้เรียนรู้ว่าประสบการณ์นั้นเป็นอย่างไร ในที่นี้ argument หมายถึงชุดเหตุผลที่เชื่อมโยงกันเพื่อสนับสนุนข้อสรุป ไม่ได้หมายถึงการทะเลาะกัน ใจความสำคัญคือ แม้มีความรู้ทางกายภาพครบถ้วนแล้ว ก็ยังอาจขาดความรู้ที่ได้จากประสบการณ์อย่างมีสำนึก
แบบฝึกหัด
ในบริบททางปรัชญานี้ ข้อความใดสรุป the knowledge argument ได้ดีที่สุด?
- ความรู้ทางกายภาพที่ครบถ้วนยังอาจไม่รวมความรู้ว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร
- การรู้ข้อเท็จจริงทางกายภาพทำให้ประสบการณ์อย่างมีสำนึกเป็นไปไม่ได้
- ข้อโต้แย้งนี้คือการทะเลาะกันว่าใครได้รับอนุญาตให้ศึกษาสี
ดูคำตอบ
ความรู้ทางกายภาพที่ครบถ้วนยังอาจไม่รวมความรู้ว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร
that there are non-physical properties and knowledge which can only be discovered through conscious experience. โน้ต
1:36ซึ่งระบุว่ามีคุณสมบัติและความรู้ที่ไม่ใช่ทางกายภาพซึ่งสามารถค้นพบได้ผ่านประสบการณ์การมีสติสัมปชัญญะเท่านั้น
non-physical properties and knowledge: คุณสมบัติและความรู้ที่ไม่ใช่กายภาพ
ในบริบททางปรัชญานี้ non-physical properties and knowledge หมายถึงคุณสมบัติหรือสิ่งที่เราสามารถรู้ได้ ซึ่งคำอธิบายด้วยข้อเท็จจริงทางกายภาพไม่อาจครอบคลุมได้ทั้งหมด แนวคิดนี้ชี้ไปที่ด้านที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของการมีสำนึก เช่น ประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร คำว่า non-physical ในที่นี้เป็นการจัดประเภทในการให้เหตุผล ไม่ได้หมายถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ เวทมนตร์ หรือสิ่งที่ขัดกับกฎธรรมชาติโดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ในประโยคทางปรัชญานี้ non-physical properties and knowledge หมายถึงอะไร
- พลังลึกลับที่ฝ่าฝืนกฎธรรมชาติ
- วัตถุที่ไม่มีรูปร่างหรือน้ำหนัก
- คุณสมบัติและความรู้ที่คำอธิบายทางกายภาพครอบคลุมได้ไม่หมด
ดูคำตอบ
คุณสมบัติและความรู้ที่คำอธิบายทางกายภาพครอบคลุมได้ไม่หมด
can only be discovered through conscious experience: ค้นพบได้ผ่านประสบการณ์ที่มีสำนึกเท่านั้น
Can only be discovered through ... บอกว่าสิ่งหนึ่งจะรู้หรือค้นพบได้ด้วยวิธีเดียวเท่านั้น คำว่า only จำกัดวิธีการ โดยในประโยคนี้ conscious experience ถูกนำเสนอว่าเป็นหนทางที่จำเป็นในการเข้าถึงความรู้นี้ รูปประโยคเป็นกรรมวาจกที่มีคำกริยาช่วยบอกภาวะ: can + only + be + กริยาช่องที่สาม สิ่งที่ถูกค้นพบเป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนผู้ค้นพบไม่ได้ถูกระบุ through ในที่นี้หมายถึง “โดยอาศัย” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านสถานที่ ส่วน conscious experience หมายถึงประสบการณ์ที่บุคคลรับรู้อย่างมีสำนึกจากมุมมองของตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย can only be discovered through: The cave's true size ____ careful measurement.
ดูคำตอบ
can only be discovered through
The knowledge argument contradicts the theory of physicalism โน้ต
1:43ข้อโต้แย้งเรื่องความรู้ขัดแย้งกับทฤษฎีวัตถุนิยม
contradicts the theory of physicalism: การแสดงความขัดแย้งทางตรรกะ
ในประโยคนี้ contradicts หมายถึงข้อกล่าวอ้างสองอย่างไม่สามารถสอดคล้องกันได้ในเชิงตรรกะ ข้อโต้แย้งเรื่องความรู้ถูกนำเสนอว่าขัดแย้งกับกายภาพนิยม ไม่ใช่แค่ไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนั้น contradict เป็นสกรรมกริยา จึงตามด้วยกรรมได้โดยตรง: A contradicts B ในที่นี้ A คือข้อโต้แย้ง และ B คือทฤษฎีกายภาพนิยม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ contradict อย่างถูกต้องเพื่อแสดงความขัดแย้งทางตรรกะ
- The new evidence contradicts with the original theory.
- The new evidence contradicts about the original theory.
- The new evidence contradicts the original theory.
ดูคำตอบ
The new evidence contradicts the original theory.
the theory of physicalism: ทุกสิ่งมีคำอธิบายทางกายภาพ
ในที่นี้ the theory of physicalism หมายถึงแนวคิดหนึ่งในปรัชญาจิต อนุประโยค which ที่ตามมาให้คำนิยามที่จำเป็นต่อการเข้าใจประโยคนี้ว่า ทุกสิ่งรวมถึงสภาวะทางจิตมีคำอธิบายทางกายภาพ ในคำอธิบายแบบย่อนี้ กายภาพนิยมมองว่าข้อเท็จจริงทางกายภาพเพียงพอในหลักการที่จะอธิบายจิตได้ แนวคิดนี้ไม่ใช่ทฤษฎีเกี่ยวกับการออกกำลังกาย สมรรถภาพทางกาย หรือการดูแลร่างกาย
แบบฝึกหัด
ตามประโยคนี้ ข้อความใดอธิบาย physicalism ได้ดีที่สุด
- แนวคิดนี้กล่าวว่าสภาวะทางจิตไม่สามารถนำมาพูดถึงหรืออธิบายได้
- แนวคิดนี้กล่าวว่าทุกสิ่งรวมถึงสภาวะทางจิตมีคำอธิบายทางกายภาพ
- แนวคิดนี้กล่าวว่าการออกกำลังกายเป็นที่มาของความรู้ทั้งหมด
ดูคำตอบ
แนวคิดนี้กล่าวว่าทุกสิ่งรวมถึงสภาวะทางจิตมีคำอธิบายทางกายภาพ
everything, including mental states, has...: การแทรกตัวอย่างในข้อความกล่าวโดยรวม
ใจความหลักของประโยคคือ everything has a physical explanation ส่วนวลี including mental states ถูกคั่นด้วยจุลภาคและเพิ่มหมวดหมู่หนึ่งเข้าไปในขอบเขตกว้าง ๆ ของ everything ขณะอ่าน คุณสามารถนำวลีแทรกออกชั่วคราวเพื่อดูโครงสร้างข้อมูล แล้วใส่กลับเพื่อสังเกตขอบเขตที่ผู้พูดเน้น วลีนี้ไม่ได้กลายเป็นประธาน โดย has สอดคล้องกับ everything ซึ่งถือเป็นเอกพจน์ตามหลักไวยากรณ์
แบบฝึกหัด
หากตัดวลีแทรก including mental states ออก ใจความหลักของประโยคคือข้อใด?
- everything has a physical explanation
- including has mental states
- mental states has everything
ดูคำตอบ
everything has a physical explanation
that actually seeing color will be totally different than learning about it. การใช้คำ
1:57ว่าการได้เห็นสีจริงๆ จะแตกต่างจากการเรียนรู้เกี่ยวกับมันอย่างสิ้นเชิง
To most people hearing Mary's story: การระบุกลุ่มเจ้าของมุมมอง
To most people หมายถึง “ในมุมมองของคนส่วนใหญ่” หรือ “สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว” ใช้ระบุว่าปฏิกิริยาในข้อความวินิจฉัยถัดไปเป็นของใคร ในที่นี้ to ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่หรือทิศทาง วลี -ing คือ hearing Mary's story วางหลัง people เพื่อระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด สามารถขยายเป็น most people who hear Mary's story ได้ และ hearing ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ To + กลุ่มคน แล้วตามด้วยส่วนขยาย -ing เพื่อกำหนดมุมมองของคนกลุ่มนั้น?
- To many parents reading the new rule, the change seems unfair.
- Many parents read the new rule to understand the change.
- The new rule is read to many parents, and the change seems unfair.
ดูคำตอบ
To many parents reading the new rule, the change seems unfair.
it seems intuitively obvious: การเสนอการตัดสินตามสัญชาตญาณ
โครงสร้าง it seems intuitively obvious that ... ใช้เสนอข้อกล่าวอ้างว่าเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าน่าเชื่อในทันที ในที่นี้ it เป็นประธานแทนชั่วคราว ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ถูกประเมินอยู่ในอนุประโยค that intuitively แสดงว่าการตัดสินนั้นมาจากความรู้สึกแรกหรือการใช้สามัญสำนึก ส่วน seems ช่วยเว้นระยะจากการยืนยันเต็มที่ จึงใช้วลีนี้เปิดการให้เหตุผลได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวอ้างนั้นได้รับการพิสูจน์ด้วยตรรกะหรือการทดลองแล้ว
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ถ้ามีคนพูดว่า "It seems intuitively obvious that the plan will work," คนนั้นกำลังอ้างว่าแผนนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจะสำเร็จ
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
different than learning about: การเปรียบเทียบในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
ใน different than learning about it คำว่า different than หมายถึง “ไม่เหมือนกับ” และใช้เปิดประสบการณ์อย่างที่สองที่นำมาเปรียบเทียบ ประโยคนี้เปรียบต่างระหว่าง actually seeing color กับ learning about color learning เป็น gerund หรือคำกริยาที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม ดังนั้น learning about it จึงหมายถึงกิจกรรมหนึ่ง than ไม่ได้ใช้เปรียบเทียบปริมาณหรือบอกว่ากิจกรรมหนึ่งเกิดขึ้นทีหลัง แต่ใช้เปิดสิ่งที่ประสบการณ์แรกแตกต่างจากสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างภาษาอังกฤษแบบอเมริกันสองคำตามที่เน้นในบทเรียน: Trying the recipe is ____ reading about it.
ดูคำตอบ
different than
Therefore: แสดงข้อสรุปที่มาจากเหตุผลก่อนหน้า
Therefore เป็นคำสัญญาณบอกข้อสรุป โดยแสดงว่าข้อความหลังคำนี้ถูกเสนอว่าเป็นผลที่อนุมานอย่างมีเหตุผลจากเหตุผลก่อนหน้า ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อเปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่ เมื่อพบ therefore ในคำอธิบายหรือข้อโต้แย้ง ให้ย้อนดูข้อความก่อนหน้าเพื่อหาเหตุผลตั้งต้นที่ใช้สนับสนุนสิ่งที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมข้อโต้แย้งด้วยคำบอกข้อสรุปแบบเป็นทางการที่เรียนในบทนี้: The roads are flooded. ____, the school will remain closed.
ดูคำตอบ
Therefore
there must be some quality of color vision: การอนุมานอย่างหนักแน่น
there must be... นำ there ที่ใช้บอกการมีอยู่มารวมกับ must เพื่อแสดงการอนุมานอย่างหนักแน่น กล่าวคือ ผู้พูดอาศัยเหตุผลแล้วสรุปว่าบางสิ่งต้องมีอยู่จริง ในที่นี้หมายความว่าการมองเห็นสีต้องมีลักษณะบางอย่างที่อยู่เหนือคำอธิบายทางกายภาพ โดย must ไม่ได้แสดงคำสั่งหรือหน้าที่ Some เพียงไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเป็นลักษณะใด แต่ไม่ได้ลดความแน่นอนที่ must แสดง ใน some quality of color vision คำว่า quality หมายถึงคุณสมบัติหรือลักษณะ ไม่ใช่การตัดสินว่าการมองเห็นนั้นดีหรือไม่ดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ there be ที่แสดงการอนุมานอย่างหนักแน่น: The hallway light is on, so there ____ someone in the building.
ดูคำตอบ
must be
transcends its physical description: เกินขีดจำกัดของคำอธิบาย
ในที่นี้ transcends its physical description หมายถึง “เกินกว่าสิ่งที่คำอธิบายทางกายภาพจะอธิบายหรือครอบคลุมได้อย่างสมบูรณ์” คำสรรพนาม its หมายถึง color vision ส่วน transcends กล่าวถึงขีดจำกัดของการอธิบาย ไม่ใช่การเคลื่อนที่ขึ้นข้างบนหรือผ่านสถานที่หนึ่ง transcend เป็นคำกริยาที่เป็นทางการและเป็นนามธรรม โดยทั่วไป X transcends Y หมายความว่า Y ไม่สามารถครอบคลุม อธิบาย หรือจำกัด X ได้ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The feeling transcends any physical description,” คำว่า transcends หมายความว่าอะไร
- มันทำให้คำอธิบายมีรายละเอียดมากขึ้น
- มันเคลื่อนที่ขึ้นไปอยู่เหนือคำอธิบายที่เขียนไว้
- มันเกินกว่าสิ่งที่คำอธิบายทางกายภาพจะครอบคลุมได้ทั้งหมด
ดูคำตอบ
มันเกินกว่าสิ่งที่คำอธิบายทางกายภาพจะครอบคลุมได้ทั้งหมด
The knowledge argument isn't just about color vision. วลี
2:08ข้อโต้แย้งเรื่องความรู้ไม่ได้เกี่ยวกับแค่การมองเห็นสีเท่านั้น
isn't just about...: ขยายขอบเขตของการอภิปราย
ใน isn't just about color vision คำว่า just จำกัดขอบเขตของการปฏิเสธ กล่าวคือ ข้อโต้แย้งนี้เกี่ยวข้องกับการมองเห็นสีจริง แต่การมองเห็นสีไม่ใช่หัวข้อเดียวของมัน วลีนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะขยายขอบเขตของการอภิปราย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X isn't just about A; it's also about B ใช้เมื่อต้องการคง A ไว้เป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับเพิ่มหัวข้อ เหตุผล หรือเป้าหมายอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The documentary ____ space travel; it also explores life on Earth.
ดูคำตอบ
isn't just about
Mary's room uses color vision to represent conscious experience. ลำดับความ
2:12ห้องของแมรี่ใช้การมองเห็นสีเพื่อเป็นตัวแทนของประสบการณ์การมีสติสัมปชัญญะ
uses color vision to represent conscious experience: รูปแบบ use X to represent Y
รูปแบบ use X to represent Y หมายถึงการเลือก X มาเป็นตัวอย่าง เครื่องหมาย หรือแบบจำลองที่เป็นรูปธรรมของ Y ในประโยคนี้ color vision คือกรณีเฉพาะ ส่วน conscious experience คือแนวคิดที่กว้างกว่าซึ่งการทดลองทางความคิดนี้ใช้กรณีนั้นมาช่วยอธิบาย ในที่นี้ represent หมายถึง “เป็นสัญลักษณ์หรือเป็นตัวอย่างของ” ไม่ใช่ “พูดแทนใคร” รูปแบบนี้ช่วยให้แยกได้ว่ารายละเอียดใดเป็นตัวอย่าง และตัวอย่างนั้นชี้ไปยังแนวคิดใหญ่ใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ use X to represent Y: The diagram ____ arrows ____ the direction of movement.
ดูคำตอบ
uses · to represent
then maybe it can't entirely explain other conscious experiences either. การใช้คำ
2:21ก็เป็นไปได้ว่าอาจไม่สามารถอธิบายประสบการณ์การมีสติสัมปชัญญะอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วนเช่นกัน
If ... then ... สำหรับเงื่อนไขและผลลัพธ์เชิงตรรกะ
If...then... ใช้จัดโครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์เชิงตรรกะ อนุประโยค if ให้ข้อสมมุติว่า วิทยาศาสตร์กายภาพอาจอธิบาย color vision ได้ไม่ครบถ้วน ส่วน then นำไปสู่ข้อสรุปที่กำลังพิจารณาว่า วิทยาศาสตร์อาจอธิบายประสบการณ์ที่มีสำนึกอื่น ๆ ได้ไม่ครบถ้วนเช่นกัน ในที่นี้ then หมายถึง “ในกรณีนั้น” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น” ตามลำดับเวลา maybe ทำให้ข้อสรุปเป็นเพียงความเป็นไปได้ และ either ในประโยคปฏิเสธเพิ่มความหมายว่า “ก็...เช่นกัน” คำเหล่านี้แสดงการขยายจากตัวอย่างหนึ่งไปสู่ข้ออ้างที่กว้างขึ้นอย่างระมัดระวัง
แบบฝึกหัด
เติมข้อความเงื่อนไขด้วยคำคู่ If...then: ____ a number is even, ____ it can be divided by two with no remainder.
ดูคำตอบ
If · then
other conscious experiences either: ขยายขอบเขตของข้อความปฏิเสธ
conscious experiences หมายถึงสภาวะที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งบุคคลรู้สึกหรือรับรู้ได้โดยตรง ส่วน other ขยายข้อกล่าวจากประสบการณ์ชนิดที่กล่าวถึงก่อนหน้าไปยังประสบการณ์ชนิดอื่น ๆ เนื่องจากอนุประโยคนี้เป็นปฏิเสธด้วย can't คำว่า either ที่ท้ายประโยคจึงหมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” โดยเสริมว่าประสบการณ์อื่น ๆ เหล่านี้อาจไม่สามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน ไม่ได้เป็นการเสนอให้เลือกระหว่างสองอย่าง
แบบฝึกหัด
other conscious experiences either เพิ่มความหมายใดให้กับข้อความปฏิเสธนี้?
- ขยายข้อกล่าวให้ครอบคลุมประสบการณ์ส่วนตัวอื่น ๆ
- เสนอให้เลือกระหว่างประสบการณ์สองอย่าง
- บอกว่าประสบการณ์ทั้งหมดได้รับการอธิบายอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ
ขยายข้อกล่าวให้ครอบคลุมประสบการณ์ส่วนตัวอื่น ๆ
For instance, we could know every physical detail about the structure and function of someone else's brain โน้ต
2:25ตัวอย่างเช่น เราอาจรู้รายละเอียดทางกายภาพทุกอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงานของสมองคนอื่น
every physical detail about the structure and function: รายละเอียดทางกายภาพทุกอย่างเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงาน
Every physical detail about... หมายถึงข้อเท็จจริงทางกายภาพแต่ละอย่างทั้งหมดที่เกี่ยวกับหัวข้อนั้น หลัง every ใช้คำนามนับได้เอกพจน์ detail แม้ว่าวลีทั้งหมดจะครอบคลุมรายละเอียดหลายอย่าง ในที่นี้ วลีนี้เน้นว่าความรู้ที่สมมติขึ้นนั้นครบถ้วนไม่ตกหล่น Structure and function เป็นคู่คำที่มักใช้ร่วมกันในวิทยาศาสตร์ structure คือสมองถูกจัดหรือประกอบขึ้นอย่างไร ส่วน function คือส่วนต่าง ๆ ทำหน้าที่อะไรและทำงานอย่างไร คำนามทั้งสองอยู่ภายใต้ about จึงหมายถึงข้อมูลของทั้งสองด้าน
แบบฝึกหัด
วลีใดถูกต้องตามไวยากรณ์และครอบคลุมทั้งวิธีที่สิ่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นและวิธีที่มันทำงาน?
- every physical detail about the structural and function
- every physical details about the structure and function
- every physical detail about the structure but function
- every physical detail about the structure and function
ดูคำตอบ
every physical detail about the structure and function
but still not understand what it feels like to be that person. วลี
2:32แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่ได้เป็นคนคนนั้นเป็นอย่างไร
For instance: เปลี่ยนจากข้อกล่าวทั่วไปไปสู่ตัวอย่าง
For instance เป็นคำเชื่อมในข้อความที่หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” โดยบอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปเป็นกรณีที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งช่วยสนับสนุนหรืออธิบายประเด็นกว้าง ๆ ที่กล่าวไว้แล้ว ในประโยคนี้ คำดังกล่าวพาจากข้อกล่าวทั่วไปเรื่องคำอธิบายและประสบการณ์ ไปสู่สถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจง คือการรู้ข้อเท็จจริงทางกายภาพทั้งหมดเกี่ยวกับสมองของอีกคน สถานการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ช่วยอธิบายข้อกล่าวก่อนหน้า ไม่ใช่ข้อสรุปใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบอกตัวอย่างสองคำที่เรียนในบทนี้: Many insects help gardens. ____, bees pollinate flowers.
ดูคำตอบ
For instance
what it feels like to be that person: การเป็นคนนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร
what it feels like to + คำกริยา ใช้บอกประสบการณ์ส่วนตัวจากมุมมองของผู้ที่ทำสิ่งหนึ่งหรืออยู่ในสภาวะหนึ่ง ในที่นี้ to be that person ระบุประสบการณ์ที่พูดถึง และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดเป็นกรรมของ understand like ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ชอบ” ในโครงสร้าง what ... feels like คำนี้ช่วยบอกว่าประสบการณ์นั้นให้ความรู้สึกอย่างไรจากมุมมองภายในของผู้ที่ประสบเอง
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมายที่มี feels และ like เติมประโยคให้สมบูรณ์: You cannot know ____ to lose your voice until it happens.
ดูคำตอบ
what it feels like
These ineffable experiences have properties called qualia, โน้ต
2:36ประสบการณ์ที่ไม่อาจพรรณนาได้เหล่านี้มีคุณสมบัติที่เรียกว่า ควอเลีย
ineffable experiences: ประสบการณ์ที่ไม่อาจถ่ายทอดเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน
ในวลี “ineffable experiences” คำว่า ineffable หมายถึงไม่สามารถหรือแทบไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน ความหมายแรงกว่าคำว่า “ยาก” ทั่วไป ผู้ที่มีประสบการณ์นั้นอาจเข้าใจความรู้สึกของตนชัดเจน แต่ภาษาไม่อาจถ่ายทอดได้ทั้งหมดว่าความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร คำคุณศัพท์นี้มักใช้กับสิ่งที่เป็นอัตวิสัยหรือนามธรรม เช่น ความรู้สึก ความงาม หรือประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวปูไปสู่แนวคิดที่ว่าประสบการณ์จากมุมมองของผู้ประสบมีคุณสมบัติบางอย่างที่ไม่อาจสื่อสารได้อย่างครบถ้วน
แบบฝึกหัด
ineffable ในประโยค “The moment felt ineffable” หมายความว่าอะไร?
- ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน
- วัดได้อย่างแม่นยำโดยง่าย
- เป็นสิ่งไม่น่าพอใจและควรลืมไป
ดูคำตอบ
ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน
properties called qualia: คุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์
“Properties called qualia” หมายถึง “คุณสมบัติที่เรียกว่า qualia” ในปรัชญาจิต qualia คือคุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์ที่มีสติ กล่าวคือ การมองเห็นสีแดง การชิมกาแฟ หรือการรู้สึกเจ็บนั้นเป็นอย่างไรจากมุมมองของผู้ประสบเอง คำนี้ใช้เรียกคุณลักษณะของประสบการณ์ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้จากภายนอกหรือโครงสร้างของสมอง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย qualia ในปรัชญาจิตได้ดีที่สุด?
- เป็นคุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์ที่มีสติ
- เป็นค่าตัวเลขที่วัดจากการทำงานของสมอง
- เป็นชิ้นส่วนทางกายภาพของคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ
เป็นคุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์ที่มีสติ
subjective qualities that you can't accurately describe or measure. โน้ต
2:42เป็นคุณสมบัติเชิงอัตวิสัยที่คุณไม่สามารถอธิบายหรือวัดได้อย่างแม่นยำ
subjective qualities: คุณสมบัติที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนบุคคล
subjective qualities คือคุณสมบัติที่เข้าใจผ่านประสบการณ์มุมมองบุคคลที่หนึ่งของแต่ละคน กล่าวคือ สิ่งหนึ่งให้ความรู้สึก ดู มีรสชาติ หรือดูเหมือนอย่างไรสำหรับคนนั้น ในที่นี้ subjective ตรงข้ามกับคุณสมบัติเชิงวัตถุวิสัยที่ผู้สังเกตจากภายนอกสามารถตรวจสอบหรือวัดได้โดยไม่ขึ้นกับมุมมองส่วนบุคคล subjective ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งที่จินตนาการขึ้น ลวก ๆ หรือผิด ประสบการณ์นั้นอาจเป็นเรื่องจริง แม้คำอธิบายหรือการวัดแบบวัตถุวิสัยจะไม่สามารถถ่ายทอดได้ทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ subjective qualities หมายถึงอะไร
- คุณสมบัติที่ผู้สังเกตจากภายนอกทุกคนวัดได้เหมือนกันทุกประการ
- คุณสมบัติที่ขึ้นอยู่กับมุมมองหรือประสบการณ์ของบุคคล
- คุณสมบัติที่เกิดจากจินตนาการและไม่มีอยู่จริง
ดูคำตอบ
คุณสมบัติที่ขึ้นอยู่กับมุมมองหรือประสบการณ์ของบุคคล
can't accurately describe or measure: กริยาวิเศษณ์หนึ่งคำที่ขยายกริยาสองตัว
ใน “can't accurately describe or measure” คำว่า describe และ measure เป็นกริยาสองตัวที่เชื่อมแบบขนานหลัง can't โดย accurately ขยายกริยาทั้งสองตัว ความหมายจึงเท่ากับ “can't describe accurately and can't measure accurately” ประโยคนี้เน้นว่าทำได้ไม่แม่นยำ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าไม่สามารถพูดอะไรได้เลยหรือทำการวัดใด ๆ ได้เลย ภาษาอังกฤษมักวางกริยาวิเศษณ์เพียงคำเดียวไว้หน้ากริยาที่เชื่อมแบบขนานเพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดถอดความหมายของ “We can't accurately describe or measure the sensation” ได้ถูกต้อง
- การอธิบายแม่นยำ แต่การวัดทำไม่ได้
- ทั้งการอธิบายและการวัดไม่สามารถทำได้อย่างแม่นยำ
- มีเพียงการอธิบายที่ไม่แม่นยำ ส่วนการวัดแม่นยำ
ดูคำตอบ
ทั้งการอธิบายและการวัดไม่สามารถทำได้อย่างแม่นยำ
Qualia are unique to the person experiencing them, วลี
2:46ควอเลียเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับบุคคลที่กำลังประสบกับมัน
unique to the person experiencing them: มีเฉพาะผู้ที่กำลังประสบมัน
โครงสร้าง be unique to + บุคคล กลุ่ม สถานที่ หรือสิ่งของ หมายถึงบางสิ่งเป็นของสิ่งนั้นเท่านั้น หรือพบได้เฉพาะที่นั่น ในประโยคนี้ คุณสมบัติของประสบการณ์เหล่านี้เป็นของผู้ที่กำลังประสบมันอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนรับรู้ร่วมกันได้โดยตรง experiencing them เป็นวลี -ing ที่วางหลัง the person เพื่อระบุว่าเป็นคนใด มีความหมายเท่ากับ who is experiencing them และ them หมายถึง qualia
แบบฝึกหัด
ในประโยค “This greeting is unique to the island,” คำว่า unique to the island หมายความว่าอะไร
- พบได้เฉพาะบนเกาะนั้น
- ถูกคิดขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวคนหนึ่งโดยเฉพาะ
- เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะ
ดูคำตอบ
พบได้เฉพาะบนเกาะนั้น
like having an itch, being in love, or feeling bored. ไวยากรณ์
2:50เช่น อาการคัน การตกหลุมรัก หรือความรู้สึกเบื่อหน่าย
having..., being... หรือ feeling... ในรายการที่มีโครงสร้างขนานกัน
หลังคำว่า like ประโยคนี้ยกตัวอย่างสามอย่างด้วยวลี -ing ที่มีโครงสร้างขนานกัน ได้แก่ having an itch, being in love และ feeling bored เมื่อทั้งสามส่วนมีรูปไวยากรณ์เหมือนกัน รายการจึงเข้าใจได้ง่าย ในที่นี้ being in love ใช้เรียกสภาวะหรือประสบการณ์ เป็นวลี gerund ในรายการ ไม่ใช่ present progressive ที่บรรยายการกระทำซึ่งกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดคงรูป -ing ที่ขนานกันไว้ในตัวอย่างทั้งสามส่วน
- having an itch, to be in love, or feeling bored
- having an itch, being in love, or feeling bored
- to have an itch, being in love, or feel bored
ดูคำตอบ
having an itch, being in love, or feeling bored
Physical facts can't completely explain mental states like this.
2:53ข้อเท็จจริงทางฟิสิกส์ไม่สามารถอธิบายสภาวะทางจิตใจแบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์
to theorize that recreating a physical state ลำดับความ
3:04มาตั้งเป็นทฤษฎีว่าการสร้างสภาวะทางกายภาพขึ้นมาใหม่
used the knowledge argument to theorize that: ใช้ X เพื่อตั้งทฤษฎีว่า...
ในโครงสร้าง "use X to theorize that + clause" นั้น X คือข้อโต้แย้ง หลักฐาน หรือแบบจำลองที่นำมาใช้พัฒนาแนวคิดเชิงทฤษฎี รูป infinitive "to theorize" บอกจุดประสงค์ของการใช้ X ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย "that" บอกเนื้อหาของแนวคิดที่เสนอ ในที่นี้ X คือข้อโต้แย้งเรื่องความรู้ คำว่า "theorize" หมายถึงการสร้างหรือเสนอทฤษฎี ไม่ได้หมายถึงการเรียนทฤษฎี และไม่ได้บอกว่าแนวคิดนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หายไปจากโครงสร้าง "use X to theorize that + clause" ให้ประโยคสมบูรณ์: Researchers used the flight data ____ the birds followed magnetic fields.
ดูคำตอบ
to theorize that
won't necessarily recreate a corresponding mental state. การใช้คำ
3:06ไม่จำเป็นต้องสร้างสภาวะทางจิตใจที่สอดคล้องกันขึ้นมาใหม่เสมอไป
Philosophers interested in artificial intelligence: ส่วนขยายที่อยู่หลังคำนาม
วลี "interested in artificial intelligence" อยู่หลัง "Philosophers" และบอกว่าหมายถึงนักปรัชญากลุ่มใด วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์ "Philosophers who are interested in artificial intelligence." วลี "Philosophers interested in artificial intelligence" ทั้งหมดเป็นประธาน ส่วน "interested" ไม่ใช่กริยาหลัก กลุ่มกริยาหลักคือ "have used" การวางส่วนขยายไว้หลังคำนามช่วยให้ประธานที่ยาวในภาษาอังกฤษเชิงวิชาการกระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Philosophers interested in artificial intelligence have used the argument." คำใดเป็นกลุ่มกริยาหลัก
- interested in
- artificial intelligence
- have used
ดูคำตอบ
have used
recreating a physical state won't necessarily recreate a corresponding mental state: การจำกัดข้อสรุป
การใช้คำกริยา recreate ซ้ำทำให้เกิดโครงสร้างเปรียบเทียบแบบขนาน โดย recreating a physical state เป็นการกระทำตั้งต้น ส่วน recreate a corresponding mental state เป็นผลที่อาจเกิดขึ้น การเรียบเรียงเช่นนี้แยกระดับทางกายภาพออกจากระดับทางจิต พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมโยงที่กำลังถูกเสนอระหว่างสองระดับนี้ won't necessarily ทำหน้าที่จำกัดข้อสรุป หมายความว่า การสร้างสภาวะทางกายภาพขึ้นใหม่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดสภาวะทางจิตที่สอดคล้องกัน สภาวะทางจิตนั้นยังอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเกิดตามมา
แบบฝึกหัด
ข้อความใดคงตรรกะของส่วนที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?
- การสร้างสภาวะทางกายภาพขึ้นใหม่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดสภาวะทางจิตที่สอดคล้องกัน
- การสร้างสภาวะทางกายภาพขึ้นใหม่รับประกันว่าจะเกิดสภาวะทางจิตที่สอดคล้องกัน
- การสร้างสภาวะทางกายภาพขึ้นใหม่ทำให้สภาวะทางจิตทุกชนิดไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ดูคำตอบ
การสร้างสภาวะทางกายภาพขึ้นใหม่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดสภาวะทางจิตที่สอดคล้องกัน
corresponding mental state: ความสอดคล้องระหว่างสองระดับ
ใน corresponding mental state คำว่า corresponding หมายถึง “ที่ตรงกันหรือเกี่ยวข้องกับสภาวะทางกายภาพที่กล่าวถึงไปแล้ว” คำนี้ชี้กลับไปยังสิ่งที่กล่าวก่อนหน้า และจับคู่สิ่งหนึ่งในระดับกายภาพกับสิ่งที่ตรงกันในระดับจิต corresponding แสดงความสัมพันธ์ ไม่ได้แสดงว่าสองสิ่งเหมือนกันหรือเป็นเหตุเป็นผลกัน สภาวะทั้งสองไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งชนิดเดียวกัน และคำคุณศัพท์นี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าสภาวะหนึ่งทำให้เกิดอีกสภาวะหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในตารางมีคำถามแต่ละข้ออยู่ข้างคำตอบที่จับคู่กับคำถามนั้น วลีใดใช้บรรยายคำตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- the corresponding answer
- the communicating answer
- the correspond answer
ดูคำตอบ
the corresponding answer
building a computer which mimicked the function of every single neuron of the human brain ไวยากรณ์
3:12การสร้างคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทำงานของเซลล์ประสาททุกเซลล์ในสมองของมนุษย์
building a computer which mimicked the function: วลี gerund เป็นประธานและอนุประโยคสัมพันธ์
Building a computer which mimicked the function ... เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคเต็ม วลีนี้หมายถึงกิจกรรมการสร้างคอมพิวเตอร์เช่นนั้น Building ไม่ใช่กริยา present progressive ในที่นี้ เพราะไม่ได้ใช้คู่กับรูปใดรูปหนึ่งของ be ภายในประธานนี้ which mimicked the function ... เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย a computer หากพักอนุประโยคสัมพันธ์ไว้ชั่วคราว โครงหลักของประโยคเต็มคือ Building a computer ... won't necessarily create ... วิธีนี้ช่วยให้หาประธานที่ยาวและกริยาหลักได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธานและใช้อนุประโยคสัมพันธ์ขยายกรรมของวลีได้ถูกต้อง?
- Building a robot that sorts packages is take months.
- Build a robot that sorts packages takes months.
- Building a robot that sorts packages takes months.
- Building a robot that sorts packages take months.
ดูคำตอบ
Building a robot that sorts packages takes months.
won't necessarily create a conscious computerized brain. วลี
3:17ไม่จำเป็นต้องสร้างสมองคอมพิวเตอร์ที่มีจิตสำนึกขึ้นมาเสมอไป
In other words: การกล่าวประเด็นเดิมด้วยถ้อยคำใหม่
In other words เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปกำลังกล่าวแนวคิดเดิมด้วยถ้อยคำใหม่ ไม่ได้เพิ่มข้ออ้างอีกข้อหนึ่ง ความหมายหลักยังเหมือนเดิม แต่คำอธิบายใหม่มักชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในประโยคนี้ สถานการณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเซลล์ประสาททำให้แนวคิดก่อนหน้าเป็นรูปธรรม เมื่ออ่านหรือได้ยิน In other words ให้เชื่อมข้อความทั้งสองส่วนว่าเป็นคำอธิบายของประเด็นเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสำหรับกล่าวซ้ำจากบทเรียนนี้: The material is biodegradable. ____, it can break down naturally.
ดูคำตอบ
In other words
won't necessarily create: ผลลัพธ์ไม่ได้รับการรับประกัน
ใน won't necessarily create คำปฏิเสธ not ที่อยู่ใน won't ปฏิเสธความจำเป็นที่ necessarily สื่อถึง ประโยคนี้บอกว่าการสร้างผลลัพธ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์นั้นเป็นไปไม่ได้ ใช้ won't necessarily + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อผลลัพธ์ในอนาคตอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้ตามมาจากเงื่อนไขที่กล่าวถึงโดยอัตโนมัติ ในที่นี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างสมองคอมพิวเตอร์ที่มีจิตสำนึก แต่ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลลัพธ์ที่ดีกว่าอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่มีการรับประกัน?
- A larger budget will certainly create better results.
- A larger budget definitely won't create better results.
- A larger budget won't necessarily create better results.
ดูคำตอบ
A larger budget won't necessarily create better results.
Not all philosophers agree that the Mary's room experiment is useful. ไวยากรณ์
3:21ไม่ใช่นักปรัชญาทุกคนที่เห็นพ้องว่าการทดลองห้องของแมรี่นั้นมีประโยชน์
Not all philosophers agree that: การปฏิเสธบางส่วน
ใน Not all philosophers agree that... คำว่า Not all สร้างการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายความว่าคนในกลุ่มไม่ได้เห็นพ้องกันทั้งหมด อย่างน้อยมีนักปรัชญาหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วย ขณะที่คนอื่นบางคนอาจเห็นด้วย โครงสร้าง Not all + คำนามพหูพจน์ + กริยา ปฏิเสธข้อความที่กล่าวถึงทั้งกลุ่ม โครงสร้างนี้ไม่ได้บอกว่ามีกี่คนที่เห็นด้วย จึงใช้แทน No philosophers agree ไม่ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ามีผู้ประเมินอย่างน้อยหนึ่งคนไม่อนุมัติ แต่ผู้ประเมินบางคนอาจอนุมัติแล้ว?
- Not all reviewers approved the proposal.
- No reviewers approved the proposal.
- All reviewers approved the proposal.
ดูคำตอบ
Not all reviewers approved the proposal.
Some argue that her extensive knowledge of color vision วลี
3:26บางคนแย้งว่าความรู้อันกว้างขวางของเธอเกี่ยวกับการมองเห็นสี
extensive knowledge of color vision: ความรู้กว้างขวางในสาขาหนึ่ง
Extensive knowledge of color vision หมายถึงความรู้ที่กว้างและละเอียดซึ่งครอบคลุมหลายด้านของการมองเห็นสี คำว่า extensive บอกขอบเขตหรือปริมาณของความรู้ ไม่ได้บอกว่าเรียนมาอย่างหนักหรือรวดเร็วเพียงใด โครงสร้างที่นำไปใช้กับเรื่องอื่นได้คือ have extensive knowledge of + สาขา ซึ่งเป็นวิธีพูดที่เป็นทางการกว่า know a lot about + สาขา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงความรู้กว้างขวางในสาขาหนึ่ง: The curator has ____ ancient coins.
ดูคำตอบ
extensive knowledge of
would have allowed her to create...: ผลลัพธ์สมมติในอดีต
Would have allowed her to create ใช้โครงสร้าง would have + กริยาช่องสาม เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ภายใต้เงื่อนไขในอดีตหรือเงื่อนไขเชิงทฤษฎี ภายใต้เงื่อนไขนั้น บางสิ่งน่าจะทำให้เธอสามารถสร้างสภาวะทางจิตดังกล่าวได้ รูปนี้มักบอกผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และในประโยคนี้ยังทำให้ข้ออ้างยังคงเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน ในโครงสร้าง allow + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า her คือผู้ที่ได้รับโอกาส และ create คือการกระทำ สำนวนนี้ไม่ได้ทำนายอนาคต
แบบฝึกหัด
เติมผลลัพธ์ในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยรูปเป้าหมายของ allow: A spare key ____ us to open the door, but we did not have one.
ดูคำตอบ
would have allowed
produced by actually seeing the color: วลี past participle ที่ใช้ขยายคำนาม
Produced by actually seeing the color เป็นวลี past participle ที่ขยายคำนามวลีก่อนหน้า คือ the mental state วลีนี้บอกว่าภาวะดังกล่าวเกิดจากอะไร นั่นคือเกิดจากประสบการณ์ที่ได้เห็นจริง ๆ ไม่ใช่ภาคแสดงสมบูรณ์ชุดใหม่ รูปแบบเต็มคือ the mental state that is produced by actually seeing the color การละ that is ทำให้คำอธิบายสั้นลง หลัง by คำว่า seeing เป็นรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ส่วน actually เน้นประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงข้อมูลเกี่ยวกับสีที่เรียนรู้มา
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำจากบทเรียนเพื่อให้ friction เป็นแหล่งที่มาของความร้อน: The heat ____ friction warmed the metal.
ดูคำตอบ
produced by
The screen malfunction wouldn't show her anything new. ลำดับความ
3:34การที่หน้าจอขัดข้องจะไม่แสดงอะไรใหม่ให้เธอเห็นเลย
wouldn't show her anything new: การสรุปข้อสรุปให้กระชับ
Wouldn't show her anything new ย่อมุมมองของฝ่ายคัดค้านให้เหลือผลลัพธ์เดียว คือความขัดข้องของหน้าจอจะไม่ให้ความรู้ใด ๆ ที่เธอยังไม่มี ในที่นี้ anything new หมายถึงข้อมูลหรือความเข้าใจใหม่ ไม่ใช่เพียงภาพที่ต่างออกไปบนหน้าจอ Show ใช้โครงสร้าง show + คน + สิ่งของหรือข้อมูล โดย her คือผู้รับข้อมูล และ anything new คือสิ่งที่เธออาจได้เรียนรู้ Wouldn't ย่อมาจาก would not และแสดงผลที่คาดไว้ในสถานการณ์สมมติ การบอกผลอย่างกระชับเช่นนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามข้อสรุปหลักของเหตุผลที่ยาวกว่าได้
แบบฝึกหัด
Maya เรียนรู้ข้อเท็จจริงทุกอย่างในคู่มือพิพิธภัณฑ์แล้ว ประโยคใดสรุปข้ออ้างที่ว่าการไปชมจะไม่ทำให้เธอได้ความรู้ใหม่ได้ดีที่สุด
- The museum visit would show her a new entrance.
- The museum visit wouldn't show her anything new.
- Maya wouldn't show the tour guide anything new.
ดูคำตอบ
The museum visit wouldn't show her anything new.
Others say that her knowledge was never complete in the first place สำนวน
3:38คนอื่นๆ กล่าวว่าความรู้ของเธอไม่เคยสมบูรณ์ตั้งแต่แรกแล้ว
never complete in the first place: เป็นจริงมาตั้งแต่แรก
ในที่นี้ never complete in the first place หมายความว่าความรู้ของเธอไม่สมบูรณ์อยู่แล้วตั้งแต่แรก วลี in the first place ชี้ย้อนกลับไปที่สถานการณ์เริ่มต้น ไม่ได้หมายถึง “สถานที่แรก” ทางกายภาพ ในการโต้แย้ง รูปแบบนี้ใช้ตั้งคำถามกับข้อสันนิษฐาน โดยสื่อว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นภายหลัง แต่ข้อกล่าวอ้างตั้งต้นนั้นผิดอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วตั้งแต่แรก”: The rule was unfair ____.
ดูคำตอบ
in the first place
because it was based only on those physical facts that can be conveyed in words. โน้ต
3:42เพราะมันอิงอยู่กับข้อเท็จจริงทางกายภาพที่สามารถสื่อสารเป็นคำพูดได้เท่านั้น
was based only on ...: จำกัดขอบเขตของพื้นฐาน
Was based on หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานหรือหลักฐาน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมโยงความรู้ของเธอกับข้อเท็จจริงทางกายภาพที่รองรับความรู้นั้น โดย on ใช้นำหน้าพื้นฐาน ไม่ใช่สถานที่ only จำกัดขอบเขตของพื้นฐานนั้น Was based only on those physical facts บอกว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นเป็นพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงไม่รวมข้อมูลหรือประสบการณ์ชนิดอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่มีพื้นฐานอื่นนอกจาก”: The report ____ two interviews.
ดูคำตอบ
is based only on
that can be conveyed in words: ความหมายของรูปถูกกระทำที่ใช้กริยาช่วย
อนุประโยคสัมพันธ์ “that can be conveyed in words” ขยาย “physical facts” โดย “That” ใช้แทนข้อเท็จจริงเหล่านั้น และ “can be conveyed” ใช้โครงสร้าง can + be + past participle เพื่อบอกว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นสามารถถูกสื่อสารได้ ในที่นี้ “convey” หมายถึงสื่อสารข้อมูลหรือความคิด ไม่ใช่ขนส่งสิ่งของ ส่วน “In words” หมายถึงผ่านภาษาพูดหรือภาษาเขียน จึงแยกการอธิบายด้วยภาษาออกจากประสบการณ์โดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าภาษาอาจไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกหนึ่งได้อย่างครบถ้วน?
- Some feelings cannot fully convey in words.
- Some feelings cannot be fully conveying in words.
- Some feelings cannot be fully conveyed in words.
ดูคำตอบ
Some feelings cannot be fully conveyed in words.
Jackson actually reversed his own stance on his thought experiment. วลี
3:49แจ็คสันได้กลับจุดยืนของเขาเองเกี่ยวกับการทดลองทางความคิดของเขา
Years after he proposed it: วลีบอกเวลาที่วางไว้หน้าประโยค
“Years after he proposed it” อยู่ก่อนประโยคหลักเพื่อให้ข้อมูลพื้นหลังด้านเวลา “Years” บอกระยะห่างระหว่างเหตุการณ์ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย after ระบุเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ใช้เป็นจุดอ้างอิง และ “it” หมายถึงการทดลองทางความคิดที่กล่าวถึงไปแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ระยะเวลา + after + ประธาน + กริยา เมื่อวางไว้ต้นประโยคจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค แล้วจึงเป็นใจความหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ years after + อนุประโยคได้ถูกต้องเพื่อเกริ่นพื้นหลังด้านเวลา?
- Years after did she join the lab, she became its director.
- Years after she joined the lab, she became its director.
- After years she joined the lab, she became its director.
ดูคำตอบ
Years after she joined the lab, she became its director.
reversed his own stance on: เปลี่ยนจุดยืนอย่างชัดเจน
ในประโยคนี้ reversed his own stance on หมายถึงแจ็กสันเปลี่ยนจุดยืนที่ตัวเขาเองเคยมีต่อการทดลองทางความคิดนั้น stance ในที่นี้หมายถึงความคิดเห็นหรือจุดยืนต่อประเด็นหนึ่ง ไม่ใช่ท่ายืนของร่างกาย ส่วน on ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่กล่าวถึง reverse มีน้ำหนักมากกว่าการพูดเพียงว่า adjust หรือ reconsider เพราะสื่อว่าทิศทางของจุดยืนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และมักเปลี่ยนเป็นจุดยืนที่แตกต่างมากหรือตรงกันข้าม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ reverse + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + stance on + หัวข้อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเป้าหมาย reverse + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + stance on: After reviewing the new evidence, the board ____ the safety rule.
ดูคำตอบ
reversed its stance on
still does correspond to a measurable physical event in the brain, การใช้คำ
3:56ก็ยังคงสอดคล้องกับเหตุการณ์ทางกายภาพที่วัดได้ในสมอง
even ... still does correspond to: กรณีที่ดูเป็นข้อยกเว้นยังสอดคล้องกับข้อสรุป
even ทำให้ประสบการณ์ของแมรีในการมองเห็นสีแดงเด่นขึ้นมาในฐานะกรณีที่อาจดูน่าประหลาดใจหรือเหมือนเป็นข้อยกเว้น ส่วน still แสดงว่าข้อสรุปยังคงเป็นจริงแม้จะมีข้อโต้แย้งที่อาจเกิดขึ้นนี้ ใน still does correspond to คำว่า does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า โดยสื่อว่าประสบการณ์นั้นสอดคล้องจริง ๆ หลัง does กริยาหลักต้องอยู่ในรูปพื้นฐานคือ correspond เมื่อใช้ร่วมกัน even ... still does ... จะเน้นว่าแม้กรณีนั้นดูเหมือนเป็นข้อยกเว้น แต่ก็ยังสอดคล้องกับข้อสรุป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย even และรูปแบบเน้น still does: ____ this unusual result ____ support the main conclusion.
ดูคำตอบ
Even · still does
correspond to a measurable physical event in the brain: สอดคล้องกับเหตุการณ์ทางกายภาพที่วัดได้ในสมอง
ในที่นี้ correspond to หมายความว่า ประสบการณ์เชิงอัตวิสัยมีปรากฏการณ์ที่วัดได้ซึ่งสอดคล้องกับมันในระดับทางกายภาพของสมอง วลีนี้บอกความสัมพันธ์ระหว่างคำอธิบายสองแบบ แต่ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งก่อให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง หรือทั้งสองเป็นสิ่งเดียวกันโดยสมบูรณ์ ในงานเขียนทางวิทยาศาสตร์ a physical event อาจเป็นกระบวนการ การเปลี่ยนแปลง หรือสภาวะ เช่น กิจกรรมของเซลล์ประสาท ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะ Measurable หมายความว่าอย่างน้อยในหลักการ เราสามารถสังเกตหรือบันทึกหลักฐานของปรากฏการณ์นั้นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกเพียงว่าปรากฏการณ์สองอย่างมีความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกัน โดยไม่ได้อ้างถึงเหตุและผลหรือความเป็นสิ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์?
- Each peak on the scan is identical to a measurable change in brain activity.
- Each peak on the scan corresponds to a measurable change in brain activity.
- Each peak on the scan causes a measurable change in brain activity.
ดูคำตอบ
Each peak on the scan corresponds to a measurable change in brain activity.
not unknowable qualia beyond physical explanation. การใช้คำ
4:01ไม่ใช่ควอเลียที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ซึ่งอยู่เหนือคำอธิบายทางฟิสิกส์
unknowable qualia beyond physical explanation: ควอเลียที่ไม่อาจรู้ได้และอยู่นอกขอบเขตของคำอธิบายทางกายภาพ
Qualia เป็นรูปพหูพจน์ของ quale ซึ่งเป็นศัพท์ทางปรัชญาที่หมายถึงคุณสมบัติเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์ เช่น การมองเห็นสีแดงหรือการรู้สึกเจ็บนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร Unknowable qualia beyond physical explanation บรรยายคุณสมบัติเหล่านี้ว่าไม่สามารถรู้ได้อย่างเป็นปรนัยและอยู่นอกขอบเขตของคำอธิบายทางกายภาพ ในที่นี้ beyond บอกขีดจำกัดเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่ ส่วน not ที่อยู่ข้างหน้าปฏิเสธคำบรรยายดังกล่าว กล่าวคือ ประสบการณ์ถูกมองว่ามีสิ่งที่สอดคล้องกันทางกายภาพซึ่งวัดได้ ไม่ใช่สิ่งที่คำอธิบายทางกายภาพไม่อาจเข้าถึง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ปฏิเสธมุมมองใดด้วยวลี not unknowable qualia beyond physical explanation?
- เหตุการณ์ทางกายภาพทุกอย่างไม่สามารถวัดได้
- ควอเลียเป็นเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่สาธารณชนมองเห็นได้
- ประสบการณ์เชิงอัตวิสัยอยู่นอกขอบเขตที่คำอธิบายทางกายภาพจะอธิบายได้
ดูคำตอบ
ประสบการณ์เชิงอัตวิสัยอยู่นอกขอบเขตที่คำอธิบายทางกายภาพจะอธิบายได้
to the question of whether Mary would learn anything new ไวยากรณ์
4:07สำหรับคำถามที่ว่าแมรี่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือไม่
there still isn't a definitive answer: คำถามที่ยังไม่มีข้อยุติ
ในประโยคนี้ there still isn't a definitive answer หมายถึงจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ยุติข้อสงสัยได้ โครงสร้าง there is บอกว่าคำตอบเช่นนั้นไม่มีอยู่ และ still เน้นว่าสถานการณ์นี้ยังดำเนินต่อมาแม้จะมีการอภิปรายก่อนหน้านี้ Definitive answer คือคำตอบที่ชัดเจนเด็ดขาดพอจะยุติประเด็น ไม่ได้หมายถึงเพียงคำตอบที่ชัดเจน ยาว หรือละเอียด รูปแบบนี้ใช้กล่าวถึงคำถามที่ยังไม่มีข้อยุติได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่สื่อว่าประเด็นนี้ยังไม่มีข้อยุติ: After years of research, there ____ to this question.
ดูคำตอบ
still isn't a definitive answer
whether Mary would learn anything new: ลำดับคำแบบบอกเล่าในคำถามทางอ้อม
Whether Mary would learn anything new เป็นคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ที่ฝังอยู่ในโครงสร้างที่ใหญ่กว่า เมื่ออยู่หลัง the question of ส่วนนี้จะระบุเนื้อหาของคำถามว่าแมรีจะได้รับความรู้ใหม่หรือไม่ เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในวลีที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า Mary would learn ไม่ใช่ would Mary learn รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ the question of whether + ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ whether เพื่อบอกเนื้อหาของคำถามได้ถูกต้อง?
- Researchers considered the question of whether the treatment would work.
- Researchers considered the question of whether did the treatment work.
- Researchers considered the question of whether would the treatment work.
ดูคำตอบ
Researchers considered the question of whether the treatment would work.
to what we can know about something we can't experience?
4:14ในสิ่งที่เราสามารถรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่สามารถสัมผัสได้?
Could it be that...: การเสนอความเป็นไปได้อย่างเปิดกว้าง
Could it be that + อนุประโยคที่เรียงคำแบบประโยคบอกเล่า? ใช้เสนอเนื้อหาที่ตามมาว่าเป็นความเป็นไปได้ มีความหมายโดยประมาณว่า “เป็นไปได้ไหมว่า…?” it เป็นประธานตามรูปประโยค ส่วนเนื้อหาที่แท้จริงอยู่ในอนุประโยค that ในที่นี้ could แสดงความเป็นไปได้อย่างระมัดระวัง ไม่ได้แสดงอดีต ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้ต้องการเพียงคำตอบที่เป็นข้อเท็จจริง แต่ใช้กรอบนี้เพื่อชวนผู้ฟังคิดถึงคำถามที่ใหญ่กว่า จึงเปิดกว้างและระมัดระวังกว่าการกล่าวยืนยันตรง ๆ แม้จะสามารถชี้นำให้ผู้ฟังพิจารณาข้อสรุปบางอย่างได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยกรอบสี่คำที่แสดงความเป็นไปได้ โดยขึ้นต้นด้วย Could และลงท้ายด้วย that: ____ the missing file was saved under another name?
ดูคำตอบ
Could it be that
fundamental limits to what we can know about...: ขีดจำกัดพื้นฐานของสิ่งที่เรารู้ได้
fundamental limits to what we can know หมายถึง “ขอบเขตพื้นฐานของความรู้ที่เราสามารถเข้าถึงได้” ใน limits to... คำว่า to เป็นคำบุพบท กรรมของคำบุพบทนี้คืออนุประโยค what we can know ซึ่งหมายถึง “สิ่งที่เราสามารถรู้ได้” อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า we can know ไม่ใช่ can we know about something we can't experience ระบุว่าความรู้นั้นเกี่ยวกับเรื่องใด ส่วน we can't experience เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย something เมื่อรวมกันแล้ว fundamental สื่อว่าขีดจำกัดอาจมีอยู่ในความสามารถในการรู้ของมนุษย์เอง ไม่ได้เกิดจากการขาดข้อมูลหรือเครื่องมือเพียงชั่วคราวเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ limits to what... ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายขีดจำกัด?
- There may be limits to what can the telescope detect.
- There may be limits what the telescope can detect to.
- There may be limits to what the telescope can detect.
ดูคำตอบ
There may be limits to what the telescope can detect.
And would this mean that there are certain aspects of the universe
4:18และนี่จะหมายความว่ามีบางแง่มุมของจักรวาล
that lie permanently beyond our comprehension? การใช้คำ
4:21ที่อยู่เหนือความเข้าใจของเราไปตลอดกาลหรือไม่?
lie permanently beyond our comprehension: ขอบเขตความเข้าใจที่อาจคงอยู่ตลอดไป
ในคำถามนี้ lie หมายถึง “อยู่หรือคงอยู่ในตำแหน่งหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “โกหก” วลี lie beyond our comprehension บอกว่าบางแง่มุมอาจอยู่นอกขอบเขตที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ คำว่า permanently ทำให้ขอบเขตนี้มีความหมายว่าคงอยู่อย่างยาวนาน และอาจไม่มีวันก้าวข้ามได้ ประโยคนี้เสนอความเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ lie beyond our comprehension ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าต้นกำเนิดของสัญญาณอาจไม่มีวันถูกเข้าใจ
- The origin of the signal may lie permanently beyond our comprehension.
- The origin of the signal may lay permanently beyond our comprehension.
- The origin of the signal may lie permanently beyond our comprehending.
ดูคำตอบ
The origin of the signal may lie permanently beyond our comprehension.
allow us to overcome our mind's limitations? วลี
4:27จะช่วยให้เราเอาชนะข้อจำกัดของจิตใจเราได้หรือไม่?
Or will science and philosophy...: การเสนอความเป็นไปได้ที่ตรงข้าม
ในที่นี้ Or will science and philosophy...? รับช่วงต่อจากความเป็นไปได้ก่อนหน้า และเปิดความเป็นไปได้อีกแบบที่มีความตรงข้ามกัน Or ในตำแหน่งนี้มีความหมายว่า “หรืออีกความเป็นไปได้หนึ่ง” คือบางสิ่งอาจอยู่นอกขอบเขตของเราตลอดไป หรือวิทยาศาสตร์และปรัชญาอาจช่วยให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดได้ เมื่อใช้เป็นคำถามปิดท้าย โครงสร้างนี้เปิดทางเลือกทั้งสองไว้แทนที่จะให้คำตอบสุดท้าย จึงจัดตอนจบให้มีสองทิศทางที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เพียงคำถามใช่หรือไม่ใช่ทั่วไป
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งกล่าวว่า The old method may never work ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเสนอความเป็นไปได้ที่ตรงข้ามและเปิดตอนจบไว้
- Or will a simpler method solve the problem?
- And will a simpler method solve the problem?
- Will a simpler method solve the problem?
ดูคำตอบ
Or will a simpler method solve the problem?
allow us to overcome ...: โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive
ในคำถามนี้ allow หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเป็นไปได้” ไม่ใช่ “ให้อนุญาตอย่างเป็นทางการ” วลี allow us to overcome our mind's limitations สื่อว่าบางสิ่งอาจทำให้เราก้าวพ้นขีดจำกัดของสิ่งที่จิตใจมนุษย์เข้าใจหรือสัมผัสได้ โครงสร้างคือ allow + กรรม + to-infinitive ดังนั้นจึงเป็น allow us to overcome ส่วน overcome limitations เป็นคำที่มักใช้ร่วมกันในเชิงนามธรรม หมายถึงก้าวข้ามข้อจำกัดหรืออุปสรรคได้สำเร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ allow, athletes และ overcome ตามโครงสร้างที่ถูกต้อง: Good coaching may ____ self-doubt.
ดูคำตอบ
allow athletes to overcome