ปรัชญามีไว้เพื่ออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
698 คำ 177 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: แอนิเมชันนี้เสนอปรัชญาเป็นปัญญาที่ใช้ได้จริง ผ่านการตั้งคำถามใหญ่ ตรวจสอบสามัญสำนึก เข้าใจตนเอง แยกแยะสิ่งสำคัญ และสร้างมุมมองระยะยาว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ในไวยากรณ์และรูปแบบประโยค “only with sound answers to them can we direct” แสดงการสลับประธานกับกริยาช่วยเมื่อย้ายวลี only มาข้างหน้า คุณจึงอ่านการเน้นในเหตุผลแบบเป็นทางการและบอกเงื่อนไขจำเป็นได้ 2. ในกริยาวลี “pin down” หมายถึงระบุสิ่งที่จับต้องยากให้แม่นยำ ใช้ได้เมื่อสาเหตุ ปัญหา หรือความหมายยังคลุมเครือ 3. ในวลีสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม “a byword for calm,” หมายถึงสัญลักษณ์ของคุณลักษณะที่คนทั่วไปรับรู้ คุณจึงเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง philosophical กับความสงบ และอธิบายชื่อเสียงโดยไม่แปล byword ตรงตัว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

From a distance, philosophy seems weird, วลี

0:01

เมื่อมองจากระยะไกล ปรัชญาดูเหมือนจะแปลกประหลาด

วลี

From a distance: การตัดสินโดยยังไม่รู้จักอย่างใกล้ชิด

ในที่นี้ From a distance หมายถึงการมองโดยยังไม่รู้จักอย่างลึกซึ้งหรือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ได้หมายถึงการยืนอยู่ไกลจริง ๆ วลีนี้เกริ่นถึงความประทับใจแรกที่มีต่อปรัชญาจากมุมมองภายนอก เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดมุมมองที่ใช้ทำความเข้าใจข้อความที่ตามมา และมักสื่อว่าความประทับใจนั้นอาจเปลี่ยนไปเมื่อพิจารณาให้ใกล้ชิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ From a distance เพื่อแสดงความเห็นที่เกิดจากความรู้จำกัด ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ?

  1. We kept the fire at a distance.
  2. From a distance, I could see a lighthouse.
  3. From a distance, the job looks easy, but the daily work is demanding.
ดูคำตอบ

From a distance, the job looks easy, but the daily work is demanding.

irrelevant, boring, and yet also just a little intriguing.

0:04

ไม่เกี่ยวข้อง น่าเบื่อ และยังแอบน่าสนใจอยู่นิดๆ

But what are philosophers really for? ไวยากรณ์

0:08

แต่นักปรัชญามีไว้เพื่ออะไรกันแน่?

ไวยากรณ์

What are philosophers really for?: การถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง

โครงสร้าง What is/are X for? ใช้ถามจุดประสงค์ หน้าที่ หรือคุณค่าของ X ในที่นี้ X เป็นพหูพจน์จึงใช้ are และ for อยู่ท้ายประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ Really ทำให้คำถามเจาะจงและท้าทายมากขึ้น โดยถามหาจุดประสงค์ที่แท้จริงหรือสำคัญ ไม่ใช่เพียงคำตอบง่าย ๆ และไม่ได้หมายถึง Who do philosophers work for?

แบบฝึกหัด

คำถามใดถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของกฎโรงเรียนข้อใหม่?

  1. Who is this new school rule really for?
  2. What is this new school rule really for?
  3. What does this new school rule really do?
ดูคำตอบ

What is this new school rule really for?

The answer is handily already contained in the word philosophy itself.

0:11

คำตอบนั้นแฝงไว้อย่างลงตัวในคำว่าปรัชญา (philosophy) อยู่แล้ว

In ancient Greek,

0:16

ในภาษากรีกโบราณ

philo means love and sophia means wisdom.

0:17

philo แปลว่าความรัก และ sophia แปลว่าปัญญา

Philosophers are people devoted to wisdom. วลี

0:20

นักปรัชญาคือผู้อุทิศตนให้กับปัญญา

วลี

be devoted to + คำนามหรือรูป -ing

Be devoted to หมายถึงการมอบความภักดี ความใส่ใจ หรือความพยายามอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้แก่คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ devoted to wisdom บอกว่านักปรัชญามุ่งมั่นแสวงหาและให้คุณค่ากับปัญญา ไม่ใช่เพียงสนใจเท่านั้น to ในที่นี้เป็นคำบุพบท หลังจากนั้นใช้กลุ่มคำนามหรือรูป -ing เช่น devoted to wisdom; devoted to helping others

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be devoted to หน้าการกระทำได้ถูกต้อง

  1. He is devoted to protecting the forest.
  2. He is devoted for protecting the forest.
  3. He is devoted to protect the forest.
ดูคำตอบ

He is devoted to protecting the forest.

Being wise means attempting to live and die well.

0:23

การเป็นคนมีปัญญาหมายถึงความพยายามที่จะใช้ชีวิตและเผชิญความตายด้วยดี

In their pursuit of wisdom, วลี

0:26

ในการแสวงหาปัญญาของพวกเขา

วลี

pursuit of + เป้าหมายที่เป็นนามธรรม

Pursuit of หมายถึงความพยายามที่กระตือรือร้นและต่อเนื่องเพื่อไปให้ถึง ได้มา หรือเข้าใจบางสิ่ง เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม wisdom จะหมายถึงการแสวงหาปัญญา ไม่ใช่การไล่ตามใครจริง ๆ In their pursuit of wisdom เป็นวลีบุพบทที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกบริบทหรือแรงจูงใจของสิ่งที่นักปรัชญาทำต่อไป นั่นคือขณะที่พวกเขาแสวงหาปัญญา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ pursuit ได้ถูกต้องเพื่อสื่อถึงความพยายามต่อเนื่องไปสู่เป้าหมายที่เป็นนามธรรม

  1. Their pursuit of fairness shaped the new policy.
  2. Their pursuit for fairness shaped the new policy.
  3. Their pursue of fairness shaped the new policy.
ดูคำตอบ

Their pursuit of fairness shaped the new policy.

philosophers have developed a very specific skill set.

0:28

นักปรัชญาได้พัฒนาชุดทักษะที่เฉพาะเจาะจงมาก

They have, over the centuries, วลี

0:31

ในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา พวกเขา

วลี

over the centuries: การเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนาน

Over the centuries หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่กินเวลาหลายร้อยปี” วลีนี้แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาค่อย ๆ สะสมขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนาน ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะเดียว ใน They have, over the centuries, ... วลีนี้เป็นส่วนขยายบอกเวลาที่แทรกอยู่ระหว่างเครื่องหมายจุลภาค เมื่อใช้ร่วมกับ present perfect ที่มี have จึงช่วยเชื่อมพัฒนาการในหลายศตวรรษที่ผ่านมาเข้ากับผลลัพธ์หรือความเกี่ยวข้องในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเวลาสามคำที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาหลายร้อยปี”: The town has changed greatly ____.

ดูคำตอบ

over the centuries

become experts in many of the things that make people not very wise.

0:33

ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลายๆ สิ่งที่ทำให้ผู้คนไม่มีปัญญาเท่าที่ควร

Five stand out. กริยาวลี

0:37

มี 5 ประการที่โดดเด่น

กริยาวลี

stand out: โดดเด่นเป็นพิเศษ

Stand out หมายถึงเด่นชัด สำคัญ หรือน่าประทับใจเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่ม ในที่นี้ Five เป็นประธาน หมายความว่ามีห้ารายการที่น่าสังเกตมากกว่ารายการอื่น ในประโยคนี้ไม่มีกรรมตามหลัง out ความหมายไม่ใช่การยืนอยู่ข้างนอกตามตัวอักษร แต่เป็นการระบุรายการที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่หมายถึง “โดดเด่นเป็นพิเศษ”: Of all the science projects, Maya's model really ____.

ดูคำตอบ

stands out

There are lots of big questions around.

0:43

มีคำถามยิ่งใหญ่มากมายอยู่รอบตัวเรา

What's the meaning of life?

0:45

ความหมายของชีวิตคืออะไร?

What's a job for?

0:46

งานมีไว้เพื่ออะไร?

How should society be arranged?

0:47

สังคมควรถูกจัดระเบียบอย่างไร?

Most of us entertain them every now and then, วลี

0:49

พวกเราส่วนใหญ่นึกถึงคำถามเหล่านี้เป็นครั้งคราว

วลี

every now and then: เกิดซ้ำเป็นครั้งคราว

Every now and then หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” ในประโยคนี้ หมายความว่าคนส่วนใหญ่คิดถึงคำถามเหล่านั้นบ้าง แต่ไม่บ่อย ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์บอกเวลา ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำได้แต่มีความถี่ต่ำ ไม่ควรแปล now และ then แยกกันว่าเป็นช่วงเวลาสองช่วงตามลำดับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “เป็นครั้งคราว”: I call my old teacher ____.

ดูคำตอบ

every now and then

but we despair of trying to answer them. วลี

0:51

แต่เราก็หมดหวังที่จะพยายามหาคำตอบ

วลี

despair of trying: หมดหวังว่าจะสำเร็จ

Despair of trying หมายถึงการหมดหวังว่าความพยายามจะสำเร็จ ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้แค่เศร้าหรือไม่อยากทำ แต่รู้สึกว่าคำถามยากเกินกว่าจะตอบ จนแม้แต่การลองตอบก็ดูไร้ความหวัง ในโครงสร้าง despair of + -ing คำว่า of เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาต้องอยู่ในรูป -ing เช่น despair of finding, despair of solving หรือ despair of trying to answer

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ despair of + -ing อย่างถูกต้องเพื่อแสดงการหมดหวัง

  1. After years of failed searches, they began to despair to find the missing record.
  2. After years of failed searches, they began to despair of finding the missing record.
  3. After years of failed searches, they began to despair for finding the missing record.
ดูคำตอบ

After years of failed searches, they began to despair of finding the missing record.

They have the status almost of jokes.

0:54

คำถามเหล่านี้แทบจะมีสถานะเหมือนเรื่องตลก

We call them pretentious.

0:56

เราเรียกมันว่าความโอ้อวด

But they matter deeply because only with sound answers to them can we direct our energies meaningfully. ไวยากรณ์

0:57

แต่มันมีความสำคัญอย่างลึกซึ้ง เพราะเพียงแค่มีคำตอบที่มีเหตุผลสำหรับคำถามเหล่านี้ เราจึงจะสามารถกำหนดทิศทางพลังงานของเราได้อย่างมีความหมาย

ไวยากรณ์

Only with ... can we ...: การสลับตำแหน่งหลัง only ต้นประโยค

Only with sound answers to them นำเงื่อนไขที่จำกัดความหมายมาไว้ต้นประโยค เมื่อย้ายวลีที่ขึ้นต้นด้วย only มาข้างหน้า กริยาช่วย can จะอยู่หน้าประธาน we ตามโครงสร้าง only + เงื่อนไข + can + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน นี่คือการสลับตำแหน่งบางส่วน ไม่ใช่คำถาม ลำดับปกติคือ We can direct our energies meaningfully only with sound answers to them. การนำเงื่อนไขขึ้นต้นประโยคเน้นว่าคำตอบที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ในที่นี้ sound หมายถึง “น่าเชื่อถือ” หรือ “มีเหตุผลรองรับ” ไม่ได้เกี่ยวกับเสียง

แบบฝึกหัด

เรียงคำในวงเล็บให้เป็นลำดับเน้นความหมายที่ถูกต้อง: ____ finish the rescue before dark. (only / with a clear map / can / we)

ดูคำตอบ

Only with a clear map can we

Philosophers are people unafraid of asking big questions.

1:03

นักปรัชญาคือคนที่ไม่กลัวที่จะตั้งคำถามใหญ่ๆ

They have, over the centuries, asked the very largest.

1:06

ในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา พวกเขาได้ถามคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

They realize that these questions can always be broken down into more manageable chunks, กริยาวลี

1:10

พวกเขาตระหนักดีว่าคำถามเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็นส่วนๆ ที่จัดการได้ง่ายกว่าเสมอ

กริยาวลี

Be broken down into manageable chunks: แบ่งเป็นส่วนย่อยที่จัดการได้ง่าย

ใน can be broken down into more manageable chunks คำว่า questions เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ วลีนี้จึงเป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงสิ่งที่ซับซ้อนทั้งก้อนสามารถแบ่งหรือวิเคราะห์ออกเป็นหน่วยที่เล็กลงและจัดการได้ง่ายขึ้น โครงสร้างรูปกระทำที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ break + กรรม + down into + ส่วนที่ได้จากการแบ่ง: We broke the plan down into three stages. ในรูปถูกกระทำ กรรมจะย้ายมาอยู่ข้างหน้า: The plan was broken down into three stages. break down ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหยุดทำงานหรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปถูกกระทำของ break down into: The report is complex, but it can ____ three short sections.

ดูคำตอบ

be broken down into

and that the only really pretentious thing is to think one's above raising big naive-sounding inquiries. สำนวน

1:14

และสิ่งเดียวที่โอ้อวดจริงๆ ก็คือการคิดว่าตนเองอยู่เหนือกว่าการตั้งคำถามที่ฟังดูไร้เดียงสาแต่ยิ่งใหญ่

สำนวน

think one's above raising: มองว่ากิจกรรมหนึ่งต่ำเกินกว่าตนจะทำ

ใน think one's above raising คำว่า one's เป็นรูปย่อของ one is รูปแบบ think + ประธาน + be above + -ing หมายถึงการที่ใครบางคนมองว่ากิจกรรมหนึ่งธรรมดาหรือต่ำเกินกว่าที่ตนจะทำ จึงปฏิเสธหรือดูถูกกิจกรรมนั้น Above ในที่นี้หมายถึงสถานะทางสังคมหรือส่วนตัวที่เจ้าตัวคิดว่าตนมี ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพหรือความสามารถ ในประโยคนี้ ถ้อยคำดังกล่าววิจารณ์คนที่มองว่าการตั้งคำถามใหญ่ ๆ ซึ่งฟังดูไร้เดียงสาเป็นสิ่งที่ต่ำเกินกว่าตนจะทำ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ think someone is above doing something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ think + be above + -ing: Do you really ____ helping with the cleanup?

ดูคำตอบ

think you're above

Public opinion, or what gets called common sense, ไวยากรณ์

1:23

ความคิดเห็นของสาธารณชน หรือสิ่งที่เรียกว่าสามัญสำนึก

ไวยากรณ์

what gets called: รูปถูกกระทำด้วย get สำหรับบอกชื่อ

What นำหน้าประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและมีความหมายว่า “สิ่งที่...” ใน what gets called common sense ส่วน gets called เป็นรูปถูกกระทำที่ใช้ get หมายถึงผู้คนเรียกสิ่งหนึ่งว่า common sense ตรงนี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามทั้งหมดเป็นคำอธิบายอีกแบบของ Public opinion นอกจากนี้ what gets called ยังช่วยเว้นระยะเล็กน้อยระหว่างผู้พูดกับชื่อนั้น ผู้พูดเพียงรายงานชื่อที่ผู้คนใช้โดยไม่ได้ยืนยันอย่างเต็มที่ว่าชื่อนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างการตั้งชื่อแบบถูกกระทำด้วย get เติมประโยคให้สมบูรณ์: In marketing, this is ____ a soft launch.

ดูคำตอบ

what gets called

is sensible and reasonable in countless areas.

1:26

เป็นสิ่งที่มีเหตุผลและสมเหตุสมผลในหลายด้านนับไม่ถ้วน

It's what you hear about from friends and neighbors,

1:29

มันคือสิ่งที่คุณได้ยินจากเพื่อนและเพื่อนบ้าน

the stuff you take in without even thinking about it. กริยาวลี

1:31

สิ่งที่คุณรับเข้ามาโดยไม่ได้คิดอะไรเลย

กริยาวลี

take in: ซึมซับข้อมูลหรือความคิด

ในที่นี้ take in หมายถึงรับและซึมซับข้อมูลหรือความคิดไว้ในใจ เป็นการบอกถึงสิ่งที่เข้ามาในความคิดของเรา บางครั้งโดยไม่ต้องพยายามอย่างตั้งใจ กรรมของวลีช่วยบอกความหมายนี้ได้ เราสามารถ take in คำพูด ข้อเท็จจริง เรื่องราว หรือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ การ take in บางสิ่งไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วย แต่หมายถึงได้รับหรือเข้าใจสิ่งนั้นเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take in ในความหมายว่า “รับและซึมซับข้อมูลไว้ในใจ”

  1. The tailor will take in the waist of these trousers.
  2. After the talk, Maya needed a minute to take in everything she had heard.
  3. The kind family agreed to take in the lost puppy.
ดูคำตอบ

After the talk, Maya needed a minute to take in everything she had heard.

But common sense is also often full of daftness and error.

1:33

แต่สามัญสำนึกก็มักจะเต็มไปด้วยความโง่เขลาและข้อผิดพลาดเช่นกัน

Philosophy gets us to submit all aspects of common sense to reason. วลี

1:38

ปรัชญาทำให้เรานำทุกแง่มุมของสามัญสำนึกมาพิจารณาด้วยเหตุผล

วลี

submit ... to reason: นำความคิดไปตรวจสอบด้วยเหตุผล

ใน submit something to reason คำว่า submit หมายถึงนำหรือเสนอสิ่งหนึ่งให้ตรวจสอบ ส่วน reason หมายถึงการตัดสินด้วยเหตุผล ไม่ใช่ “สาเหตุ” ประโยคนี้บอกว่าปรัชญาทำให้เราทดสอบสามัญสำนึกทุกด้านด้วยความคิดที่มีเหตุผล โครงสร้าง submit X to Y หมายถึงนำ X ไปไว้ต่อหน้าบุคคล หน่วยงาน กระบวนการ หรือมาตรฐาน เพื่อรับการตรวจสอบหรือตัดสิน ในที่นี้ X คือ all aspects of common sense และ Y คือ reason

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง submit X to Y: Before we accept the claim, we should ____ it ____ rational examination.

ดูคำตอบ

submit · to

It wants us to think for ourselves. วลี

1:42

มันต้องการให้เราคิดด้วยตัวเอง

วลี

think for ourselves: สร้างข้อสรุปอย่างเป็นอิสระ

Think for ourselves หมายถึงการสร้างข้อสรุปของเราเอง แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นตัดสินว่าเราควรเชื่ออะไร ในที่นี้ ourselves อ้างกลับไปที่ us กล่าวคือ ประธานกับคนที่คิดอย่างเป็นอิสระเป็นกลุ่มเดียวกัน โครงสร้างคือ think for + คำสรรพนามสะท้อนกลับ คำสรรพนามต้องเปลี่ยนตามประธาน เช่น I think for myself, you think for yourself และ we think for ourselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ think for oneself ที่ตรงกับ we: Our teacher gives us evidence and asks us to ____.

ดูคำตอบ

think for ourselves

Is it really true what people say about love, money, children, travel, work?

1:44

สิ่งที่คนพูดกันเรื่องความรัก เงินทอง ลูกๆ การเดินทาง การทำงาน เป็นเรื่องจริงหรือ?

Philosophers are interested in asking whether an idea is logical rather than simply assuming it must be right because it's popular and long-established. ไวยากรณ์

1:49

นักปรัชญาสนใจที่จะถามว่าแนวคิดนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ มากกว่าที่จะทึกทักเอาเองว่ามันต้องถูกต้องเพียงเพราะเป็นที่นิยมและก่อตั้งมานาน

ไวยากรณ์

asking whether ... rather than simply assuming: ตั้งคำถามแทนการด่วนสรุป

ใน are interested in asking whether... คำว่า whether ใช้นำคำถามแบบตอบใช่หรือไม่ใช่โดยอ้อม ซึ่งถ้าถามตรง ๆ คือ Is the idea logical? ประโยคนี้แสดงว่าการตรวจสอบคำถามดังกล่าวเป็นแนวทางของนักปรัชญา Rather than นำแนวทางนี้ไปเปรียบต่างกับ simply assuming the idea must be right โดย asking และ assuming เป็นรูป -ing ที่วางขนานกันในประโยค ดังนั้นสิ่งที่เปรียบต่างกันคือการกระทำสองอย่าง ไม่ใช่คำว่า logical กับ right ใช้วลีคำกริยารูป -ing rather than วลีคำกริยารูป -ing อีกวลีหนึ่ง เพื่อแสดงว่าเลือกวิธีแรกมากกว่าวิธีหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ asking และ assuming เป็นการกระทำรูป -ing ที่วางขนานกันอย่างถูกต้อง และใช้ whether เพื่อนำคำถาม?

  1. Careful planning means asking whether the route is safe rather than simply assumes it will be easy.
  2. Careful planning means asking whether the route is safe rather than simply assuming it will be easy.
  3. Careful planning means asking the route is safe rather than simply assuming whether it will be easy.
ดูคำตอบ

Careful planning means asking whether the route is safe rather than simply assuming it will be easy.

We're not very good at knowing what goes on in our own minds. กริยาวลี

2:00

เราไม่ค่อยเก่งนักในการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดของเราเอง

กริยาวลี

goes on ในความหมายว่า “เกิดขึ้น”

ใน what goes on in our own minds คำว่า goes on หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ดำเนินอยู่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดกล่าวถึงความคิด ความรู้สึก และกิจกรรมทางจิตที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา การใช้ go on แบบนี้มักอธิบายกิจกรรมที่ซ่อนอยู่ ซับซ้อน หรือยังไม่เป็นที่เข้าใจทั้งหมด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทำต่อ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “เกิดขึ้น”: No one knows what ____ inside the old house.

ดูคำตอบ

goes on

Someone we meet is very annoying,

2:03

คนบางคนที่เราพบเจอทำให้เรารำคาญมาก

but we can't pin down what the issue is. กริยาวลี

2:04

แต่เราบอกไม่ได้ว่าปัญหาคืออะไร

กริยาวลี

pin down: ระบุให้แน่ชัด

Pin down หมายถึงการระบุหรือตัดสินบางสิ่งให้แน่ชัด หลังจากที่สิ่งนั้นไม่ชัดเจนหรืออธิบายได้ยาก ในที่นี้ผู้พูดรู้ว่ามีปัญหา แต่ไม่สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าปัญหาคืออะไร วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการใช้หมุดยึดหรือกดสิ่งใดไว้จริง ๆ วลีนี้เน้นความแม่นยำ ดังนั้นเพียงแค่พบคำตอบที่เป็นไปได้จึงยังไม่พอ

แบบฝึกหัด

ใช้ pin down ในรูปอดีตกาลเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The engineers finally ____ the exact cause of the outage.

ดูคำตอบ

pinned down

We lose our temper, วลี

2:07

เราโกรธจัด

วลี

Lose our temper: ควบคุมความโกรธไม่อยู่

ใน lose our temper นั้น lose one's temper เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงโกรธมากจนควบคุมวิธีแสดงความโกรธไม่ได้ สำนวนนี้สื่อถึงการระเบิดอารมณ์ ไม่ใช่เพียงแค่รู้สึกโกรธ คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน เช่น we lose our temper, I lose my temper และ she loses her temper ทั้งวลีเป็นสำนวน โดย temper ในที่นี้เกี่ยวกับความโกรธและการควบคุมตนเอง ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ lose one's temper: I tried to stay calm, but I ____ when the shouting continued.

ดูคำตอบ

lost my temper

but we can't readily tell what we're so cross about. การใช้คำ

2:08

แต่เราไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าเราโกรธเรื่องอะไรนักหนา

การใช้คำ

Be cross about something ในภาษาอังกฤษแบบบริติช

ใน we're so cross about คำว่า cross เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงโกรธหรือหงุดหงิด การใช้แบบนี้พบได้มากเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการตัดกันหรือสิ่งของที่มีรูปกากบาท โครงสร้าง be cross about something ระบุสาเหตุของความรู้สึก ใน what we're so cross about คำว่า what แทนสาเหตุที่ยังไม่ทราบ และ so เพิ่มระดับความรู้สึกให้หมายถึงโกรธหรือหงุดหงิดมาก

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ ประโยค Maya was cross about the delay หมายความว่าอย่างไร

  1. มายาข้ามถนนเพราะเธอมาสาย
  2. มายาสับสนว่าเธอควรไปที่ไหน
  3. มายาหงุดหงิดหรือโกรธเพราะความล่าช้า
ดูคำตอบ

มายาหงุดหงิดหรือโกรธเพราะความล่าช้า

We lack insights into our own satisfactions and dislikes. วลี

2:10

เราขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความพึงพอใจและความไม่ชอบของเราเอง

วลี

insights into: ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง

ในประโยคนี้ insights into หมายถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งหลายด้านเกี่ยวกับความพอใจและความไม่ชอบของเราเอง รูปพหูพจน์ insights ชี้ว่ามีข้อค้นพบมากกว่าหนึ่งอย่าง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพียงข้อเดียว โครงสร้างตายตัวคือ insight into + หัวข้อ คำว่า into ทำให้หัวข้อนั้นดูเป็นสิ่งที่ถูกตรวจสอบลึกลงไปใต้พื้นผิว วลีนี้จึงสื่อความเข้าใจที่ลึกและเป็นเชิงวิเคราะห์มากกว่าการรู้เพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำที่ใช้คู่กันซึ่งเป็นจุดเรียนรู้: The diary entries gave historians new ____ daily life during the war.

ดูคำตอบ

insights into

That's why we need to examine our own minds.

2:14

นั่นคือเหตุผลที่เราต้องตรวจสอบจิตใจของเราเอง

Philosophy is committed to self-knowledge, วลี

2:17

ปรัชญามุ่งมั่นในการรู้จักตัวเอง

วลี

committed to self-knowledge: ความทุ่มเทต่อเป้าหมายระยะยาว

ในที่นี้ is committed to หมายถึงการสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวอย่างหนักแน่นและพยายามทำให้สำเร็จอย่างต่อเนื่อง ประโยคกล่าวถึง philosophy ราวกับว่าสามารถให้คำมั่นได้ จึงหมายความว่าสาขาปรัชญาให้คุณค่าและมุ่งแสวงหาการรู้จักตนเอง โครงสร้างคือ be committed to + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ self-knowledge เป็นคำนามที่อยู่หลังบุพบท to หากตามด้วยการกระทำ ให้ใช้ is committed to learning ไม่ใช่ is committed to learn

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ reduce: Our school is committed to ____ food waste.

ดูคำตอบ

reducing

and its central precept,

2:20

และหลักเกณฑ์สำคัญของมัน

articulated by the earliest greatest philosopher Socrates,

2:21

ที่ถูกถ่ายทอดโดยนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่คนแรกๆ อย่างโสกราตีส

is just two words long.

2:25

มีความยาวเพียงสองคำ

Know yourself. วัฒนธรรม

2:26

รู้จักตัวเอง

วัฒนธรรม

Know yourself: การรู้จักตนเองในฐานะหลักปรัชญา

“Know yourself” เป็นประโยคคำสั่งที่ประกอบด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน know และคำสรรพนามสะท้อนกลับ yourself ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการรู้ข้อมูลอย่างชื่อหรือสิ่งที่ตนชอบ แต่หมายถึงการพิจารณาแรงจูงใจ ความปรารถนา จุดแข็ง ข้อจำกัด และการตัดสินของตนเอง คติพจน์นี้เชื่อมโยงกับปรัชญากรีกโบราณมาแต่เดิม และในที่นี้เชื่อมโยงกับโสเครตีสเป็นพิเศษ การเรียกว่าเป็นหลักคำสอนสำคัญแสดงว่าการรู้จักตนเองคือจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตและคิดอย่างมีปัญญา ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในบริบททางปรัชญานี้ “Know yourself” ต้องการให้คนทำสิ่งใดเป็นหลัก?

  1. จดจำข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่และวันเกิด
  2. พิจารณาแรงจูงใจ ความปรารถนา และการตัดสินของตนเอง
  3. ทำให้คนอื่นเข้าใจตนเองมากขึ้น
ดูคำตอบ

พิจารณาแรงจูงใจ ความปรารถนา และการตัดสินของตนเอง

We're not very good at making ourselves happy.

2:30

เราไม่ค่อยเก่งในการทำให้ตัวเองมีความสุข

We overrate the power of some things to improve our lives and underrate others. การใช้คำ

2:33

เราประเมินอำนาจของบางสิ่งบางอย่างสูงเกินไปในการปรับปรุงชีวิตของเรา และประเมินสิ่งอื่นๆ ต่ำเกินไป

การใช้คำ

overrate ... underrate: การประเมินที่สูงและต่ำเกินไป

Overrate หมายถึงการตัดสินว่าบางสิ่งดีกว่า สำคัญกว่า มีประโยชน์กว่า หรือทรงพลังกว่าความเป็นจริง ส่วน underrate หมายถึงการตัดสินว่าสิ่งนั้นมีคุณค่าหรือพลังน้อยกว่าความเป็นจริง คำนำหน้า over- และ under- ทำให้เกิดความหมายตรงข้ามกัน ในประโยคนี้ คำกริยาที่เป็นคู่กันสร้างความตรงข้ามที่สมดุล คือเราให้คุณค่ากับบางสิ่งมากเกินไปและให้คุณค่ากับสิ่งอื่นน้อยเกินไป Others ใช้แทน other things เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ ในที่นี้ rate หมายถึง “ประเมิน” ไม่ใช่ “ราคา” “ความเร็ว” หรืออัตราที่เป็นตัวเลข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาประเมินที่มีความหมายตรงข้ามกันสองคำจากบทเรียน: “We often ____ quick fixes and ____ steady practice.”

ดูคำตอบ

overrate · underrate

We make the wrong choices because,

2:37

เราตัดสินใจผิดพลาดเพราะ

guided by advertising and false glamour, ไวยากรณ์

2:39

ถูกชักนำด้วยโฆษณาและความเย้ายวนใจจอมปลอม

we keep on imagining that a particular kind of holiday or car or computer will make a bigger difference than it can. ไวยากรณ์

2:41

เรามักจะจินตนาการไปเรื่อยว่าวันหยุดพักผ่อน รถยนต์ หรือคอมพิวเตอร์บางประเภท จะสร้างความแตกต่างได้มากกว่าที่มันเป็นจริง

ไวยากรณ์

เมื่อมีโฆษณาและความหรูหราจอมปลอมเป็นตัวชี้นำ, …

guided by advertising and false glamour เป็นวลี participial แบบถูกกระทำที่ลดรูป วลีนี้บอกว่าเราได้รับอิทธิพลจากโฆษณาและความหรูหราจอมปลอม และเพิ่มเหตุผลหรือฉากหลังของการตัดสินใจผิด วลีนี้มีประธานโดยนัยเดียวกับประโยคหลัก คือ we และสามารถขยายเป็น because we are guided by advertising and false glamour ได้ รูป past participle แสดงความหมายแบบถูกกระทำ ไม่ได้แสดงอดีตกาล อิทธิพลนี้อาจกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับการตัดสินใจของเรา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีถูกกระทำแบบลดรูปได้ถูกต้องเพื่อแสดงเหตุผลที่ Maya เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยกว่า

  1. Guided the warning signs, Maya chose the safer route.
  2. Guided by the warning signs, Maya chose the safer route.
  3. Guiding the warning signs, Maya chose the safer route.
ดูคำตอบ

Guided by the warning signs, Maya chose the safer route.

ไวยากรณ์

keep on imagining(จินตนาการต่อไป)

keep on imagining ใช้ keep on ตามด้วย gerund หมายถึงจินตนาการต่อไป หรือจินตนาการซ้ำ ๆ เมื่อเวลาผ่านไป โดย on ช่วยเน้นความต่อเนื่อง ในที่นี้ we keep on imagining อธิบายนิสัยที่สร้างความคาดหวังแบบเดิมซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ความคิดเพียงครั้งเดียว วลีนี้อาจสื่อว่าผู้พูดมองว่าการทำเช่นนี้เห็นได้ชัด ไม่เป็นประโยชน์ หรือน่าประหลาดใจ และในประโยคนี้ใช้เพื่อวิจารณ์การประเมินผลกระทบของสิ่งต่าง ๆ สูงเกินจริงซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ keep on + gerund ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่า Nia ยังคงจินตนาการต่อไป

  1. After the first design failed, Nia kept on imagine a better solution.
  2. After the first design failed, Nia kept on imagining a better solution.
  3. After the first design failed, Nia kept on to imagine a better solution.
ดูคำตอบ

After the first design failed, Nia kept on imagining a better solution.

ไวยากรณ์

สร้างผลกระทบได้มากกว่าที่ทำได้จริง

สำนวนนี้หมายความว่า ผู้คนคาดหวังว่าสิ่งหนึ่งจะสร้างผลกระทบได้มากกว่าที่สิ่งนั้นมีความสามารถจะทำได้จริง make a bigger difference เป็นส่วนที่ใช้เปรียบเทียบ ส่วน than it can ใช้กำหนดขอบเขตของผลกระทบที่เกิดขึ้นได้จริง หลัง can มีการละ make a difference ไว้ เพราะเข้าใจได้จากข้อความก่อนหน้า it ในที่นี้หมายถึงวันหยุด รถยนต์ หรือคอมพิวเตอร์นั้น ดังนั้นทั้งประโยคจึงสื่อว่าผู้คนประเมินผลกระทบของมันสูงเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้สำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้: People may expect a new desk to ____ than it can。

ดูคำตอบ

make a bigger difference

At the same time, ลำดับความ

2:47

ในขณะเดียวกัน

ลำดับความ

ในขณะเดียวกัน

ในประโยคนี้ At the same time, เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เพิ่มประเด็นที่สองซึ่งเป็นจริงควบคู่กับประเด็นที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากการประเมินว่าสินค้าอุปโภคบริโภคทำอะไรได้บ้างสูงเกินจริง ไปสู่ข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกัน คือการประเมินคุณูปการด้านอื่นต่ำเกินไป วลีนี้ไม่ได้กำหนดว่าสองสิ่งต้องเกิดขึ้นในวินาทีเดียวกัน แต่ช่วยจัดข้อโต้แย้งให้เป็นสองแนวคิดที่เป็นจริงควบคู่กัน จึงมักใช้เพื่อเพิ่มข้อจำกัดหรือแสดงความแตกต่างแบบไม่รุนแรง

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: ในประโยคคู่นี้ At the same time, ใช้เกริ่นข้อจำกัดที่เป็นจริงควบคู่กับข้อความแรกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นในวินาทีเดียวกัน: The new schedule gives people more free time. At the same time, it makes each workday more demanding.

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

จริง

we underestimate the contribution of other things,

2:48

เราประเมินคุณค่าของสิ่งอื่นต่ำเกินไป

like going for a walk,

2:51

เช่น การไปเดินเล่น

which may have little prestige,

2:52

ซึ่งอาจไม่ได้มีหน้ามีตาอะไรนัก

but can contribute deeply to the character of existence. วลี

2:54

แต่สามารถมีส่วนช่วยอย่างลึกซึ้งต่อคุณลักษณะของการมีอยู่ของเรา

วลี

contribute deeply to: มีส่วนอย่างลึกซึ้งต่อ

Contribute to หมายถึงช่วยให้ผลลัพธ์บางอย่างเกิดขึ้นหรือเป็นรูปเป็นร่าง ในประโยคนี้ กิจกรรมนั้นถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถหล่อหลอมคุณลักษณะของการดำรงอยู่ได้อย่างมาก โดย contribute ไม่ได้หมายถึงการบริจาคเงินเท่านั้น Deeply เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย contribute จึงบอกว่าอิทธิพลนั้นลึกซึ้ง ใช้โครงสร้าง contribute (deeply) to + คำนามหรือรูป -ing เพื่อเชื่อมปัจจัยกับผลลัพธ์ที่ปัจจัยนั้นช่วยทำให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: A sense of belonging can ___ a child's happiness.

  1. contribute deep to
  2. contribute deeply to
  3. contribute deeply for
ดูคำตอบ

contribute deeply to

Philosophers seek to be wise by getting more precise about the activities and attitudes that really can help our lives to go better. ไวยากรณ์

2:57

นักปรัชญาพยายามแสวงหาปัญญาด้วยการพิจารณาให้แม่นยำยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกิจกรรมและทัศนคติที่สามารถช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้จริงๆ

ไวยากรณ์

by getting more precise about ในฐานะวลีบอกวิธี

by + รูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้บรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ by getting more precise about ตอบว่านักปรัชญาพยายามฉลาดขึ้นอย่างไร กล่าวคือ พวกเขาทำเช่นนั้นผ่านกระบวนการทำความเข้าใจให้แม่นยำขึ้น ใน get more precise about คำว่า get หมายถึงกลายเป็น ไม่ใช่ได้รับ และ about ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่กำลังพิจารณา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ เป้าหมายหรือผลลัพธ์ + by + วิธีในรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกวิธีเป้าหมาย: We can improve the plan ____ the budget and timeline.

ดูคำตอบ

by getting more precise about

Philosophers are good at keeping a sense of what really matters and what doesn't. ไวยากรณ์

3:08

นักปรัชญาเก่งในการรักษาสัมผัสว่าสิ่งใดสำคัญจริงๆ และสิ่งใดไม่สำคัญ

ไวยากรณ์

อนุประโยค what แบบขนานใน what really matters and what doesn't

วลี what really matters and what doesn't มีอนุประโยค what สองส่วนที่เชื่อมแบบขนานกัน แต่ละส่วนกล่าวถึงกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ โดย what really matters หมายถึง “สิ่งที่สำคัญจริง ๆ” และ what doesn't หมายถึง “สิ่งที่ไม่สำคัญ” ทั้งสองส่วนอยู่หลัง of และทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ of ร่วมกัน ในอนุประโยคที่สอง doesn't ใช้แทน doesn't matter โดยละ matter ไว้เพราะเข้าใจได้จากอนุประโยคแรก การละคำแบบขนานนี้ทำให้การเปรียบต่างกระชับโดยโครงสร้างไวยากรณ์ยังคงสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาช่วยปฏิเสธรูปย่อเพื่อไม่ต้องกล่าว matter ซ้ำ: We need to decide what matters and what ____.

ดูคำตอบ

doesn't

On hearing the news that he'd lost all his possessions in a shipwreck, ไวยากรณ์

3:12

เมื่อได้ยินข่าวว่าเขาสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดไปในเหตุเรืออับปาง

ไวยากรณ์

On hearing: on + -ing ที่บอกเหตุซึ่งกระตุ้นปฏิกิริยาทันที

On hearing หมายถึง “เมื่อเขาได้ยิน” หรือ “ทันทีที่เขาได้ยิน” ในที่นี้ on บอกเวลา ไม่ได้บอกสถานที่ และ hearing เป็นรูป -ing ที่ใช้หลังคำบุพบท วลีนี้นำเสนอเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำในประโยคหลัก ประธานที่ละไว้โดยปกติจะเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก กล่าวคือ คนที่ได้ยินข่าวก็เป็นผู้ทำการกระทำถัดไปด้วย รูปย่อนี้ช่วยดำเนินเรื่องจากเหตุการณ์ไปสู่ปฏิกิริยาได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง on + -ing เพื่อแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันที: ____ the final whistle, the crowd cheered.

ดูคำตอบ

On hearing

the Stoic philosopher Zeno simply said, วัฒนธรรม

3:15

เซโน นักปรัชญาลัทธิสโตอิก เพียงแค่กล่าวว่า

"Fortune commands me to be a less encumbered philosopher." การใช้คำ

3:17

"โชคชะตาสั่งให้ฉันเป็นนักปรัชญาที่มีภาระน้อยลง"

วัฒนธรรม

Stoic philosopher Zeno: การอ้างถึงภูมิหลังทางปรัชญา

เซโนแห่งซิเทียมเป็นนักปรัชญากรีกยุคแรกที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งลัทธิสโตอิก ในที่นี้ Stoic ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่เพราะเป็นชื่อของแนวคิดทางปรัชญานี้ ซึ่งสอนให้ใช้เหตุผลและใส่ใจกับวิธีที่เราตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ภูมิหลังนี้อธิบายปฏิกิริยาที่น่าประหลาดใจของเซโนได้ เขาตีความการสูญเสียทรัพย์สินใหม่ว่าเป็นการมีภาระน้อยลง คำพูดของเขาแสดงถึงความสงบและการเปลี่ยนมุมมอง ไม่ใช่เพียงความเย็นชา หรือการเชื่อฟังโชคชะตาที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติแบบตรงตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

คำว่า Stoic philosopher Zeno ในประโยคนี้บอกอะไรแก่คุณ?

  1. เซโนทำงานบนเรือและสั่งให้ผู้คนยกทรัพย์สินของตนให้ผู้อื่น
  2. เซโนอยู่ในแนวคิดทางปรัชญาที่สอนให้ตอบสนองต่อสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างมีเหตุผล
  3. ประโยคนี้เพียงบอกว่าเซโนเป็นคนที่ไม่เคยแสดงอารมณ์
ดูคำตอบ

เซโนอยู่ในแนวคิดทางปรัชญาที่สอนให้ตอบสนองต่อสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างมีเหตุผล

การใช้คำ

less encumbered: เป็นอิสระจากภาระมากขึ้น

encumbered เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการถูกบางสิ่งถ่วงหรือขัดขวางจนมีอิสระน้อยลง เช่น ทรัพย์สิน หนี้ หน้าที่ หรือกฎต่าง ๆ ส่วน less encumbered หมายถึงการมีภาระเหล่านี้น้อยลง จึงมีอิสระในการกระทำมากขึ้น ในที่นี้ วลีนี้ตีความความสูญเสียใหม่ในด้านบวก เซโนมีทรัพย์สินน้อยลง แต่เขานำเสนอเรื่องนี้ว่าเป็นการมีสิ่งที่ถ่วงตนน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าความสามารถของเขาลดลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เป็นอิสระจากภาระมากขึ้น”: After paying off the final debt, she felt ____.

ดูคำตอบ

less encumbered

It's responses like these that have made the very term philosophical a byword for calm, วลี

3:21

การตอบสนองเช่นนี้เองที่ทำให้คำว่า เชิงปรัชญา กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ

long-term thinking,

3:27

การคิดระยะยาว

and strength of mind.

3:28

และความเข้มแข็งของจิตใจ

วลี

a byword for calm: สัญลักษณ์ของความสงบ

“A byword for” ใช้บอกว่าบุคคล สิ่งของ หรือชื่อหนึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของคุณลักษณะหนึ่ง ในที่นี้ คำว่า philosophical เชื่อมโยงในสายตาคนทั่วไปกับความสงบ การคิดระยะยาว และความเข้มแข็งทางใจ โครงสร้างคือ “X is/has become a byword for Y” กลุ่มคำนามหลัง for บอกคุณลักษณะที่เชื่อมโยงกับ X สำนวนนี้หนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่า X “means” Y เพราะสื่อถึงชื่อเสียงหรือความเชื่อมโยงที่คนทั่วไปรับรู้ร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ตัวอย่างที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางของ”: After decades of reliable service, the company became ____ quality.

ดูคำตอบ

a byword for

In short, ลำดับความ

3:29

พูดสั้นๆ ก็คือ

for perspective.

3:30

เป็นเรื่องของมุมมอง

ลำดับความ

In short ในฐานะสัญญาณสรุป

“In short” เป็นสัญญาณว่ากำลังจะสรุป โดยบอกผู้ฟังว่าคำต่อไปจะย่อรายละเอียดหลายอย่างก่อนหน้านี้ให้เหลือใจความหลักเพียงข้อเดียว ในที่นี้ “for perspective” เป็นการละคำและย้อนรับโครงสร้างก่อนหน้า “a byword for ...” โดยย่อรายการยาว ๆ ให้เหลือแนวคิด perspective สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ เมื่อวางไว้ต้นประโยค จะช่วยจัดข้อมูลด้วยการปิดคำอธิบายที่ยาวกว่าและให้ข้อสรุปที่กระชับ

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้เกริ่นบทสรุปสั้น ๆ ได้ถูกต้อง? The route is unsafe, expensive, and much too long. ___, we need a different route.

  1. For a short time
  2. In short
  3. Shortly
ดูคำตอบ

In short

The wisdom of philosophy is,

3:31

ภูมิปัญญาของปรัชญานั้น

in modern times,

3:33

ในยุคสมัยใหม่

mostly delivered in the form of books. วลี

3:34

ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของหนังสือ

วลี

in the form of books: การระบุสื่อที่ใช้ถ่ายทอด

โครงสร้าง in the form of + นามวลี ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในรูปแบบ ประเภท หรือสื่อใด ในประโยคนี้ หนังสือคือสื่อที่ใช้ถ่ายทอดภูมิปัญญาทางปรัชญา ส่วน delivered หมายถึง “ถ่ายทอด” ไม่ใช่การขนส่งสิ่งของจริง ๆ คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งถูกนำเสนอ จัดให้ เก็บไว้ หรือรับมาในรูปแบบใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกนำเสนอหรือจัดให้ในรูปแบบของ” The prize was given ____ a bookstore voucher.

ดูคำตอบ

in the form of

But in the past,

3:36

แต่ในอดีต

philosophers sat in market squares and discussed their ideas with shopkeepers,

3:37

นักปรัชญาจะนั่งตามจัตุรัสในตลาดและพูดคุยแนวคิดของตนกับพ่อค้าแม่ค้า

or went into government offices and palaces to give advice.

3:41

หรือเข้าไปในหน่วยงานของรัฐและพระราชวังเพื่อให้คำปรึกษา

It wasn't abnormal to have a philosopher on your payroll. การใช้คำ

3:44

การมีนักปรัชญาอยู่ในบัญชีเงินเดือนของคุณไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

การใช้คำ

on your payroll: ได้รับการจ้างงานและค่าตอบแทน

have someone on your payroll หมายถึงจ้างบุคคลนั้นและจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างสม่ำเสมอ payroll ไม่ได้หมายถึงรายชื่อบนกระดาษเท่านั้น แต่ยังหมายถึงกลุ่มพนักงานที่องค์กรจ่ายเงินให้ หรือระบบที่ใช้จ่ายเงินเดือนด้วย ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกล่าวถึงความสัมพันธ์ในการจ้างงานตามปกติในบริบททางประวัติศาสตร์ ในบางบริบท on someone's payroll อาจสื่อถึงการติดสินบนหรือการควบคุมอย่างลับ ๆ แต่ความหมายเพิ่มเติมนั้นมาจากบริบท ไม่ใช่จากตัววลีเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

นายกเทศมนตรีคนหนึ่งพูดว่า “We have three legal advisers on our payroll.” ประโยคนี้มีความหมายโดยตรงที่สุดว่าอะไร

  1. ที่ปรึกษาเป็นผู้จัดการบันทึกเงินเดือนของเมือง
  2. นายกเทศมนตรีติดสินบนที่ปรึกษากฎหมายสามคนอย่างลับ ๆ
  3. เมืองจ้างที่ปรึกษากฎหมายสามคนและจ่ายค่าตอบแทนให้
ดูคำตอบ

เมืองจ้างที่ปรึกษากฎหมายสามคนและจ่ายค่าตอบแทนให้

Philosophy was thought of as a normal basic activity, ไวยากรณ์

3:47

ปรัชญาถูกมองว่าเป็นกิจกรรมพื้นฐานทั่วไป

rather than as an unusual esoteric optional extra.

3:50

มากกว่าจะเป็นทางเลือกพิเศษที่แปลกประหลาดและลึกลับ

ไวยากรณ์

be thought of as X rather than as Y: ถูกมองว่าเป็น X ไม่ใช่ Y

Be thought of as X หมายถึง “ถูกมองหรือเข้าใจว่าเป็น X” รูปประโยคกรรมวาจกนี้ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้คิดเช่นนั้น ในที่นี้มันบอกมุมมองทั่วไปที่ผู้คนมีต่อปรัชญา Rather than as Y เพิ่มการจัดประเภทที่สองซึ่งถูกปฏิเสธเพื่อเน้น X การใช้ as ซ้ำทำให้การจัดประเภททั้งสองขนานกัน: thought of as X rather than as Y

แบบฝึกหัด

เติมสองคำที่ทำให้การจัดประเภททั้งสองขนานกัน: The library was thought of ____ a public service rather than ____ a luxury.

ดูคำตอบ

as · as

Nowadays,

3:54

ในปัจจุบัน

it's not so much that we overtly deny this thought, ไวยากรณ์

3:55

ไม่ใช่ว่าเราปฏิเสธความคิดนี้อย่างเปิดเผย

but we just don't have the right institutions set up to promulgate wisdom coherently in the world. โน้ต

3:58

แต่เราแค่ไม่มีสถาบันที่เหมาะสมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ปัญญาอย่างเป็นระบบในโลก

ไวยากรณ์

not so much that A, but B: ไม่ใช่ A แต่ที่จริงคือ B

Not so much that A, but B ใช้แก้คำอธิบายแรกและย้ายจุดเน้นหลักไปที่ B โดยหมายความว่า “คำอธิบายที่แม่นยำกว่าคือ B ไม่ใช่ A” คำว่า so much ในที่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบปริมาณ ในประโยคนี้ A คือการปฏิเสธแนวคิดนั้นอย่างเปิดเผย ส่วน B คือการไม่มีสถาบันที่เหมาะสม ผู้พูดนำเสนอ B ว่าเป็นปัญหาที่แท้จริง หลัง but สามารถตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ได้เหมือนในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าปัญหาที่แท้จริงคือมีเวลาไม่พอ ไม่ใช่ว่ามายาไม่ชอบโครงการนี้

  1. Either Maya dislikes the project or she doesn't have enough time.
  2. It's not so much that Maya dislikes the project, but that she doesn't have enough time.
  3. Maya not only dislikes the project, but she also doesn't have enough time.
ดูคำตอบ

It's not so much that Maya dislikes the project, but that she doesn't have enough time.

กริยาวลี

set up: จัดตั้งและเตรียมให้พร้อมใช้งาน

ในที่นี้ set up หมายถึง “ได้รับการจัดตั้งและจัดเตรียมจนสามารถทำงานได้” ประโยคนี้บอกว่าสถาบันที่จำเป็นยังไม่อยู่ในสภาพพร้อมดำเนินงาน จุดเน้นอยู่ที่ความพร้อมใช้งาน ไม่ใช่การก่อสร้างอาคาร ใน don't have the right institutions set up มีโครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่สาม set up บอกสภาพสุดท้ายของ institutions ส่วนกริยารูป infinitive ที่มี to บอกจุดประสงค์ คือการเผยแพร่ปัญญาอย่างเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียน: Before the club can accept members, we need to ____ an online registration system.

ดูคำตอบ

set up

การใช้คำ

promulgate wisdom coherently: เผยแพร่ปัญญาอย่างเป็นทางการและเป็นระบบ

promulgate เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการ หมายถึงการทำให้กฎ หลักคำสอน หรือชุดความคิดเป็นที่รับรู้ของสาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยมักดำเนินการผ่านสถาบัน เมื่อใช้ wisdom เป็นกรรม ความหมายจึงมองว่าปัญญาเป็นเนื้อหาที่ต้องเผยแพร่อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่สิ่งที่บุคคลหนึ่งแบ่งปันแบบสบาย ๆ coherently บอกว่าควรเผยแพร่อย่างไร นั่นคือแนวคิดต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงกัน ชัดเจน และเป็นระเบียบ วลีนี้กล่าวถึงการสื่อสารที่มีโครงสร้าง ไม่ได้หมายถึงการพิสูจน์ว่าปัญญานั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ promulgate ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The agency will promulgate the new safety standards next month.
  2. The scientist promulgated the claim by proving every step.
  3. Sam promulgated a funny photo to one friend after lunch.
ดูคำตอบ

The agency will promulgate the new safety standards next month.

In the future,

4:04

ในอนาคต

though,

4:05

อย่างไรก็ตาม

when the value of philosophy is a little clearer,

4:05

เมื่อคุณค่าของปรัชญามีความชัดเจนขึ้นอีกนิด

we can expect to meet more philosophers in daily life.

4:08

เราคาดหวังได้ว่าจะได้พบกับนักปรัชญามากขึ้นในชีวิตประจำวัน

They won't be locked up, สำนวน

4:11

พวกเขาจะไม่ถูกขังไว้

living mainly in university departments,

4:12

ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในภาควิชาของมหาวิทยาลัย

สำนวน

locked up ในความหมายของการถูกกักเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ "locked up" ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่านักปรัชญาถูกจำคุกจริง ๆ แต่สื่อภาพว่าพวกเขาถูกจำกัดให้อยู่ในภาควิชาของมหาวิทยาลัยและแยกขาดจากปัญหาในชีวิตประจำวัน รูปถูกกระทำ be locked up ยังใช้บรรยายคน ความคิด ความรู้ เงิน หรือทรัพยากรที่ถูกกักไว้และไม่สามารถนำมาใช้ได้ ภาพเปรียบเทียบนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์ว่าสิ่งเหล่านี้ควรออกมาอยู่ในที่ที่ช่วยผู้คนได้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่างนี้ "locked up" สื่อถึงสภาพใดของนักปรัชญา

  1. พวกเขาทุกคนถูกส่งเข้าคุก
  2. พวกเขาถูกจำกัดให้อยู่ในโลกวิชาการเป็นหลักและห่างจากชีวิตประจำวัน
  3. พวกเขากำลังล็อกอาคารมหาวิทยาลัยในตอนกลางคืน
ดูคำตอบ

พวกเขาถูกจำกัดให้อยู่ในโลกวิชาการเป็นหลักและห่างจากชีวิตประจำวัน

because the points at which our unwisdom bites and messes up our lives are multiple and urgently need attention right now. โน้ต

4:14

เพราะจุดที่ความไร้ปัญญาของเราแว้งกัดและทำลายชีวิตเรานั้นมีมากมาย และกำลังต้องการความสนใจอย่างเร่งด่วนในตอนนี้

ไวยากรณ์

points at which สำหรับระบุตำแหน่งที่บางสิ่งเกิดขึ้น

Points at which หมายถึง “สถานที่ ขั้นตอน หรือช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจงซึ่งบางสิ่งเกิดขึ้น” ในที่นี้ points คือส่วนต่าง ๆ ของชีวิตที่การตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบเริ่มทำร้ายเราและก่อปัญหา ไม่ได้หมายถึงคะแนนหรือหัวข้อในรายการความคิดเห็น ในทางไวยากรณ์ points คือคำนามที่ which ย้อนกลับไปอ้างถึง บุพบท at อยู่หน้า which ดังนั้น at which จึงเริ่มอนุประโยคสัมพัทธ์แบบเป็นทางการที่หมายถึง “ณ จุดเหล่านั้น” โครงสร้างนี้ระบุตำแหน่งที่ผลกระทบเกิดขึ้นในกระบวนการ ระบบ หรือสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการแบบ “บุพบท + สรรพนามสัมพันธ์” ที่หมายถึง “ณ จุดเหล่านั้น”: The engineers identified the points ____ errors entered the process.

ดูคำตอบ

at which

สำนวน

อุปลักษณ์ “unwisdom bites”

ในที่นี้ “unwisdom” หมายถึงการเลือกหรือการตัดสินใจที่ไม่ฉลาด ส่วน “bites” ใช้ในเชิงอุปลักษณ์ โดยทำให้การตัดสินใจที่ไม่ดีดูเหมือนสิ่งที่โจมตีและทำร้ายเราได้ นั่นคือช่วงที่มันเริ่มก่อให้เกิดผลลัพธ์จริงที่เจ็บปวด รูปแบบ “ปัญหาที่เป็นนามธรรม + bites” ทำให้ผลร้ายดูใกล้ตัวและเร่งด่วน ไม่มีใครถูกกัดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใน “Their poor planning began to bite when the bills arrived” คำว่า “began to bite” หมายความว่าอย่างไร

  1. มันสำคัญน้อยลงและมองข้ามได้ง่ายขึ้น
  2. มันเริ่มใช้ฟันเคี้ยวบิลต่าง ๆ
  3. มันเริ่มก่อให้เกิดผลเสียที่เกิดขึ้นจริง
ดูคำตอบ

มันเริ่มก่อให้เกิดผลเสียที่เกิดขึ้นจริง

กริยาวลี

กริยาวลี “messes up”

ในที่นี้ “messes up” หมายถึงรบกวนอย่างหนัก สร้างความเสียหาย หรือทำให้ชีวิตผิดพลาด เนื่องจากกรรมคือ “our lives” จึงไม่ได้หมายถึงแค่การทำให้สิ่งของรก “Mess up” ในที่นี้เป็นกริยาวลีที่ต้องมีกรรม โดยใช้ได้ว่า “mess up our lives” และเมื่อกรรมเป็นคำนามก็ใช้ “mess our lives up” ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลี “mess up” ในรูปที่ถูกต้อง: If you change the map now, you could ____ our whole trip.

ดูคำตอบ

mess up