พุ่งสู่อวกาศ! 😮 🚀 | ไฮไลท์ Bluey ซีซั่น 2 - หลบหนี | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
254 คำ 174 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เด็กสองคนจินตนาการถึงการไล่ตามด้วยสกู๊ตเตอร์และจรวดจนเดินทางไปถึงดวงจันทร์ ต่อมาเมื่อวาดรูปกับคุณยาย ทั้งคู่เล่าถึงรถบ้านในฝัน เจอร์รี ลี และการผจญภัยบนดวงจันทร์ จึงเผยให้เห็นว่าการเดินทางช่วงแรกเกิดจากจินตนาการอันมีชีวิตชีวาของพวกเขา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. take off. — กริยาวลี: เข้าใจว่ากริยาวลีนี้ใช้บอกจังหวะที่จรวดหรือเครื่องบินออกจากพื้นดิน ในการผจญภัยนี้หมายถึงการทะยานขึ้นหรือการปล่อยจรวด ผู้เรียนจึงนำไปใช้พูดถึงเครื่องบิน จรวด หรือยานอื่นที่เริ่มบินได้ โดยไม่แปลคำแต่ละคำแยกจากกัน 2. make the most of it. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เรียนรู้วิธีชวนให้ใครสักคนใช้เวลาที่มีจำกัดหรือโอกาสอันมีค่าให้คุ้มที่สุด คุณยายใช้คำนี้เพื่อเตือนพ่อแม่ให้เพลิดเพลินกับเวลาส่วนตัวที่หาได้ยาก และยังใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการใช้เวลา ทรัพยากร หรือสถานการณ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. where you get your ideas from. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: รู้จักวิธีพูดถึงที่มาของความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยอาจมีน้ำเสียงประหลาดใจแบบเอ็นดูหรือหยอกล้อ การวาง from ไว้ท้ายประโยคเป็นเรื่องปกติในภาษาอังกฤษสนทนา จึงถามหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับแหล่งที่มาของไอเดียได้โดยไม่ต้องย้ายบุพบทไปข้างหน้าอย่างฝืนธรรมชาติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We jump on a scooter that's electricity.

0:00

พวกเรากระโดดขึ้นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

Well, we get on our scooter that's electricity, กริยาวลี

0:02

งั้น พ่อกับแม่ก็ขึ้นสกู๊ตเตอร์ที่เป็นไฟฟ้าเหมือนกัน

กริยาวลี

get on ... scooter: ขึ้นสกู๊ตเตอร์

ในประโยคนี้ get on หมายถึงการเคลื่อนตัวขึ้นไปบนยานพาหนะเพื่อขี่หรือนั่งโดยสาร เมื่อใช้กับ scooter จึงหมายถึง “ขึ้นสกู๊ตเตอร์” โดยเน้นการขึ้นไป ไม่ใช่แค่การอยู่บนสกู๊ตเตอร์อยู่แล้ว โครงสร้างเดียวกันใช้กับ bike, bus และ train ได้ด้วย get on เน้นการขึ้นไปบนยานพาหนะที่จะใช้เดินทาง

แบบฝึกหัด

รถบัสกำลังรออยู่ และเรากำลังจะขึ้นรถ เลือกวลีที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: We need to ___ now.

  1. get on
  2. get in
  3. get off
ดูคำตอบ

get on

but we've paid Jerry Lee to pull us on a motorbike too. ไวยากรณ์

0:04

แต่เราจ่าย Jerry Lee ให้ลากเราด้วยมอเตอร์ไซค์ด้วยนะ

ไวยากรณ์

paid Jerry Lee to pull us: จ่ายเงินให้ใครทำบางอย่าง

ในที่นี้ paid Jerry Lee to pull us ใช้โครงสร้าง pay + person + to + base verb โดย Jerry Lee คือคนที่รับเงินและเป็นผู้ทำการกระทำนั้น ส่วน to pull us บอกว่าเขาได้รับเงินให้ทำอะไร paid อยู่หลัง we've จึงเป็น past participle ของ pay และใช้สร้าง present perfect โครงสร้างนี้ใช้บอกการตกลงจ่ายเงินให้ใครทำบางอย่างได้

แบบฝึกหัด

คาเฟ่ให้เงินเชฟคนหนึ่งเพื่อให้เชฟคนนั้นทำเมนูใหม่ เลือกประโยคที่ตรงกับความหมายนี้:

  1. The café paid a chef to create a new menu.
  2. The café paid for a new menu.
  3. The café paid a chef for the new menu.
ดูคำตอบ

The café paid a chef to create a new menu.

Oh, Jerry Lee, you work for us. วลี

0:07

โอ้ เจอร์รี่ ลี นายทำงานให้เรานะ

วลี

work for us: ระบุนายจ้างหรือผู้รับบริการ

work for us หมายถึง “เป็นลูกจ้างของเรา” หรือ “ให้บริการแก่เรา” ในที่นี้ for ระบุนายจ้างหรือคนหรือกลุ่มที่รับบริการ ไม่ได้บอกเพียงจุดประสงค์หรือผู้ได้รับประโยชน์เท่านั้น สามารถเปลี่ยน us เป็นบุคคลหรือองค์กรได้ เช่น work for my uncle หรือ work for a hospital โครงสร้างคือ work for + นายจ้างหรือผู้รับบริการ

แบบฝึกหัด

Nina เป็นพนักงานของบริษัทซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง เลือกวลีที่เติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina ___ a software company.

  1. works for
  2. works with
  3. works to
ดูคำตอบ

works for

Not anymore. น้ำเสียง/เจตนา

0:09

ไม่ใช่อีกแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

Not anymore: สถานะเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว

Not anymore เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายความว่าสิ่งหนึ่งเคยเป็นจริงมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่เป็นจริงแล้ว ใช้ปฏิเสธนิสัย ความสัมพันธ์ หรือสถานะที่กล่าวถึงก่อนหน้า และเน้นว่ามีการเปลี่ยนแปลง ละความหมายเต็มไว้ได้เพราะบริบทให้ข้อมูลอยู่แล้ว ในที่นี้หมายความว่า Jerry Lee เคยทำงานให้พวกเธอ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำงานให้แล้ว ไม่ได้เป็นเพียงการบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยวลีสองคำจากบทเรียนเพื่อแสดงว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้สิ้นสุดลงแล้ว: “Do you still work at the café?” “____. I left last month.”

ดูคำตอบ

Not anymore

We gave him our coconut drinks, so he likes us better now. ไวยากรณ์

0:10

เราให้น้ำมะพร้าวเขาไป เขาเลยชอบเรามากกว่าแล้วตอนนี้

ไวยากรณ์

likes us better now: ความชอบที่เพิ่มขึ้น

ใน “likes us better now” คำว่า better เป็นคำวิเศษณ์ขั้นกว่าที่ขยาย likes หมายความว่าตอนนี้ระดับความชอบที่เขามีต่อพวกเราสูงขึ้น โดยในบริบทนี้ ความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดคือ “ชอบมากกว่าเมื่อก่อน” ไม่ได้หมายความว่าพวกเรากลายเป็นคนที่ดีขึ้น สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือระดับความชอบที่ like แสดงออกมา เกณฑ์เปรียบเทียบอาจเป็นช่วงเวลา บุคคล หรือสิ่งของอื่น และมักทราบได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After spending more time with Maya, I like her better now,” คำว่า better หมายความว่าอะไร?

  1. ฉันเก่งขึ้นในการชอบ Maya
  2. Maya กลายเป็นคนที่ดีขึ้น
  3. ฉันชอบ Maya มากกว่าเมื่อก่อน
ดูคำตอบ

ฉันชอบ Maya มากกว่าเมื่อก่อน

We scoot to the place where rockets take off. โน้ต

0:13

เราขี่ไปที่ที่จรวดบินขึ้น

ไวยากรณ์

the place where: ระบุสถานที่ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น

ใน “the place where rockets take off” คำว่า where นำอนุประโยคที่ระบุว่าเป็นสถานที่ใดด้วยการบอกว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น “Rockets take off” มีประธานและคำกริยาของตัวเอง ส่วน where เชื่อมการกระทำนั้นเข้ากับสถานที่ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ คำนามบอกสถานที่ + where + ประธาน + คำกริยา เช่น “the café where we meet” ในที่นี้ where มีความหมายว่า “ที่สถานที่นั้น” ไม่ได้ใช้เพื่อนำเสนอชื่อของสถานที่อีกแห่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่เชื่อมสถานที่กับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นให้ประโยคสมบูรณ์: This is the room ____ we rehearse the play.

ดูคำตอบ

where

กริยาวลี

take off: ออกจากพื้นและบินขึ้น

ในประโยคนี้ take off หมายถึงออกจากพื้นและเริ่มบิน เนื่องจาก rockets เป็นประธาน จึงหมายถึงตัวจรวดเองทะยานขึ้นจากฐานปล่อย เมื่อใช้ในความหมายนี้ take off เป็นกริยาวลีที่ไม่ต้องมีกรรม เครื่องบินหรือจรวดเป็นประธานของ take off ได้ แต่ถ้าประธานเป็นคนหรือทีม มักใช้ launch a rocket ให้เข้าใจ take off เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ไม่ใช่แปล take กับ off แยกกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take off: The first flight ____ at 6:30 every morning.

ดูคำตอบ

takes off

And we jump in one and take off to space.

0:16

แล้วเราก็กระโดดเข้าไปในนั้นแล้วพุ่งออกไปสู่อวกาศ

Yeah, well, we jump onto the tail. การใช้คำ

0:20

ใช่ งั้น พ่อกับแม่ก็กระโดดเกาะหางจรวดไป

การใช้คำ

onto the tail: การเคลื่อนที่ขึ้นไปบนพื้นผิว

ใน onto the tail คำว่า onto บอกจุดสิ้นสุดของการ jump กล่าวคือเมื่อการเคลื่อนไหวจบลง คนจะอยู่บนส่วนหาง บุพบทนี้รวมทั้งทิศทางที่มุ่งไปยังสถานที่หนึ่งและตำแหน่งสุดท้ายที่อยู่บนสถานที่นั้น

แบบฝึกหัด

ใช้บุพบทหนึ่งคำที่เน้นการเคลื่อนที่ไปยังพื้นผิวเพื่อเติมประโยค: The cat jumped from the floor ____ the table and landed on top.

ดูคำตอบ

onto

We just want to love you.

0:24

พ่อกับแม่แค่อยากจะรักลูกนะ

Well, we go up to space.

0:27

งั้นเราขึ้นไปบนอวกาศแล้ว

Yeah, where there's no air. ไวยากรณ์

0:29

ใช่ ที่ที่ไม่มีอากาศ

ไวยากรณ์

there's no air: โครงสร้าง there is no + คำนาม

There's no air ใช้โครงสร้าง there is no + คำนาม เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งไม่มีอยู่หรือไม่มีอยู่ในสถานที่นั้น ในที่นี้ air เป็นคำนามนับไม่ได้ และ no เป็นคำกำหนดในวลีนาม no air ใช้ there is no กับคำนามเอกพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ หากเป็นคำนามพหูพจน์ รูปมาตรฐานคือ there are no เช่น There are no windows.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ there is ตามด้วย no: ____ natural light in this room.

ดูคำตอบ

There's no

Dad, quick, take a big breath. วลี

0:31

พ่อ เร็วเข้า สูดหายใจลึกๆ

วลี

take a big breath: การใช้ take กับคำนาม breath

Take a big breath หมายถึงสูดอากาศเข้าไปมาก ๆ ในครั้งเดียว ภาษาอังกฤษใช้คำคู่ take a breath โดย breath เป็นคำนาม ส่วน big เน้นปริมาณอากาศและให้ความรู้สึกตรงไปตรงมาแบบไม่เป็นทางการ เมื่อต้องการบอกให้หายใจลึก ๆ สำนวนที่ใช้ได้ทั่วไปมากกว่าคือ take a deep breath โดยเฉพาะเมื่อต้องการสงบสติอารมณ์หรือเตรียมลงมือทำอะไร หากใช้คำกริยา breathe ให้พูดว่า breathe deeply ไม่ใช่ breathe a breath

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้วยคำนามที่ตามหลัง take a deep อย่างเป็นธรรมชาติ: Take a deep ____ before you begin.

ดูคำตอบ

breath

They can't hold it forever. วลี

0:36

พวกเขากลั้นหายใจตลอดไปไม่ได้หรอก

วลี

hold it forever: it อ้างกลับไปถึง breath ที่กล่าวก่อนหน้า

ในที่นี้ it อ้างถึงลมหายใจที่กล่าวถึงก่อนหน้า hold it จึงหมายถึง “กลั้นลมหายใจนั้นไว้” และถ้าพูดให้ชัดเจนเต็มรูปจะเป็น hold their breath นี่เป็นตัวอย่างที่คำสรรพนามรับข้อมูลต่อจากประโยคก่อนหน้า hold ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของด้วยมือ ดังนั้นเมื่อเห็น it ให้ดูบริบทใกล้เคียงว่าแทนคำนามใด

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนมาตรฐานที่หมายถึง “เก็บอากาศไว้ในปอด”: Before you go underwater, ____.

ดูคำตอบ

hold your breath

Oh, you got away. กริยาวลี

0:47

โอ้ พวกลูกหนีไปได้

กริยาวลี

got away: หนีรอดได้สำเร็จ

Got away เป็นรูปอดีตของ get away ในที่นี้หมายถึง “หนีรอด” หรือ “ออกไปได้สำเร็จ” ระหว่างการไล่ตาม และสื่อว่าคนนั้นเสี่ยงจะถูกจับหรือถูกขวางไว้ เมื่อต้องการบอกว่าหนีจากใคร สถานที่ใด หรือสถานการณ์ใด ให้ใช้ get away from + บุคคล สถานที่ หรือสถานการณ์ เช่น She got away from the crowd.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ got away ในความหมายว่า “หนีรอดได้สำเร็จ”

  1. The rabbit got away before the fox caught it.
  2. We got away to the coast for the weekend.
  3. Please go away and leave me alone.
ดูคำตอบ

The rabbit got away before the fox caught it.

Yay!

0:50

เย้!

We win!

0:50

เราชนะ!

We're gonna live on the moon. การใช้คำ

0:52

เราจะไปอยู่บนดวงจันทร์

การใช้คำ

We're gonna: รูปภาษาพูดไม่เป็นทางการของ We are going to

We're gonna เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ We are going to ในที่นี้ be going to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกแผนหรือความตั้งใจในอนาคต และ gonna ตามด้วย live การเขียนว่า gonna สะท้อนการออกเสียงแบบสบาย ๆ เมื่อพบในบทสนทนาหรือคำบรรยาย ให้เข้าใจว่าเป็น going to

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานที่เป็นทางการ

  1. We're gonna launch the project next month.
  2. We are going to launch the project next month.
  3. We gonna launch the project next month.
ดูคำตอบ

We are going to launch the project next month.

การใช้คำ

on the moon: ตำแหน่งบนพื้นผิวของวัตถุท้องฟ้า

on the moon หมายถึงอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์ ภาษาอังกฤษใช้ on เพราะมองดวงจันทร์เป็นพื้นผิวที่คนสามารถอยู่อาศัย เดิน หรือลงจอดได้ ใช้ in กับบริเวณสามมิติที่โอบล้อมอยู่ เช่น in space คำบุพบทจึงบอกว่าตำแหน่งนั้นอยู่บนพื้นผิวของวัตถุท้องฟ้า หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมกว้าง ๆ รอบวัตถุนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านักบินอวกาศกำลังยืนอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์

  1. They are standing near the moon.
  2. They are standing on the moon.
  3. They are standing in space.
ดูคำตอบ

They are standing on the moon.

Well done. น้ำเสียง/เจตนา

0:55

เก่งมาก

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: คำชมทันที

Well done เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ชมใครสักคนทันทีหลังจากเขาทำสำเร็จหรือทำบางอย่างเสร็จแล้ว สำนวนนี้ใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ได้ จึงไม่ต้องระบุว่าเป็นใครหรือทำอะไร ในที่นี้หมายถึง “คุณทำได้ดี” Well done เป็นคำชมสั้น ๆ ที่พูดได้ทันที ส่วน You did well เป็นประโยคเต็มที่ประเมินว่าอีกฝ่ายทำได้ดีเพียงใด

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งต่อจิ๊กซอว์ยาก ๆ เสร็จ คำตอบใดเป็นคำชมทันทีที่ฟังเป็นธรรมชาติ?

  1. Never mind!
  2. Well done!
  3. Not yet!
ดูคำตอบ

Well done!

We're here.

0:57

เราถึงแล้ว

Hi, girls!

0:59

หวัดดี เด็ก ๆ!

Have fun with Nana. วลี

1:01

ขอให้สนุกกับคุณย่านะ

วลี

Have fun: คำอวยพรที่เป็นมิตร

Have fun เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายมีช่วงเวลาที่สนุก รูปแบบคือ have + คำนาม แต่ have ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของสิ่งใด ทั้งสำนวนทำหน้าที่เป็นคำอวยพรที่เป็นมิตร ไม่ใช่คำสั่ง With Nana บอกว่าอีกฝ่ายจะใช้เวลานั้นกับใคร และยังเติมสถานที่หรือกิจกรรมได้ เช่น Have fun at the party

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังจะออกไปงานปาร์ตี้ เติมคำอวยพรที่เป็นมิตรสองคำในรูป have + คำนาม: ____ at the party!

ดูคำตอบ

Have fun

น้ำเสียง/เจตนา

We will.: คำตอบสั้นแบบละวลีกริยา

ในคำตอบนี้ We will. หมายถึง “We will have fun.” วลีกริยา have fun ถูกละไว้ เพราะเพิ่งกล่าวถึงไปและผู้ฟังเติมความหมายจากบริบทได้ง่าย คำตอบสั้น ๆ ในภาษาอังกฤษมักคงกริยาช่วยอย่าง will ไว้และละวลีกริยาที่ซ้ำกัน will ยังคงแสดงเจตนาของผู้พูด ดังนั้นนี่จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ประโยคที่พูดไม่จบ

แบบฝึกหัด

เลือกคำตอบสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติที่สุดจากเพื่อนสองคน: “Please send me the photos tomorrow.” — “___”

  1. We will.
  2. We are.
  3. We do.
ดูคำตอบ

We will.

Thanks, Mum.

1:03

ขอบคุณค่ะแม่

You two, make the most of it. สำนวน

1:04

พวกเธอสองคน ใช้เวลาให้คุ้มค่าล่ะ

สำนวน

make the most of it: ใช้โอกาสให้เต็มที่

สำนวนตายตัว make the most of it หมายถึงการใช้เวลาหรือโอกาสที่มีอยู่ให้เต็มที่ที่สุด เพื่อให้ได้ประโยชน์หรือความสุขมากที่สุด ในที่นี้ it หมายถึงช่วงเวลาพิเศษที่ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่สิ่งของ โครงสร้างคือ make the most of + คำนามหรือคำสรรพนาม มักใช้เพื่อกระตุ้นไม่ให้ใครเสียเวลาที่มีจำกัด โอกาสอันมีค่า หรือทรัพยากรที่มีอยู่ไปโดยเปล่าประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: We have only one more hour at the beach, so let's ____.

ดูคำตอบ

make the most of it

It's not easy getting time to yourselves. โน้ต

1:06

มันไม่ง่ายเลยนะที่จะมีเวลาเป็นของตัวเอง

ไวยากรณ์

'It's not easy getting ...': It's not easy + คำกริยาเติม -ing

โครงสร้าง It's not easy + คำกริยาเติม -ing ใช้บอกว่ากิจกรรมหนึ่งทำได้ยาก ในประโยคนี้ getting time to yourselves คือกิจกรรมที่ถูกมองว่ายาก it ที่ต้นประโยคเป็นประธานแทนรูป ส่วน getting เป็น gerund ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปกาลต่อเนื่อง โครงสร้าง infinitive ก็ถูกหลักไวยากรณ์เช่นกัน แต่รูป -ing มักนำเสนอกิจกรรมนั้นในฐานะประสบการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ find: It's not easy ____ a reliable babysitter at short notice.

ดูคำตอบ

finding

วลี

'time to yourselves': เวลาส่วนตัวของผู้ฟังหลายคน

time to yourselves หมายถึงเวลาที่คนหลายคนซึ่งผู้พูดกำลังพูดด้วยสามารถอยู่ด้วยกันตามลำพัง หรืออยู่โดยไม่ต้องดูแลคนอื่น วลี to yourselves เน้นว่าเวลานั้นสงวนไว้สำหรับพวกเขาเอง ในที่นี้ you หมายถึงคนมากกว่าหนึ่งคน จึงใช้คำสรรพนามสะท้อนกลับ yourselves หากพูดกับคนเดียวให้ใช้ yourself และหากพูดถึงคนอื่นให้ใช้ themselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่พูดกับคนสองคนให้สมบูรณ์: You both finally have some time to ____.

ดูคำตอบ

yourselves

It certainly isn't. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

ไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ ค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

“It certainly isn't.”: การเห็นด้วยอย่างหนักแน่นกับข้อความปฏิเสธ

ในที่นี้ It certainly isn't. เป็นการเห็นด้วยอย่างหนักแน่นกับคำพูดก่อนหน้าที่บอกว่าบางอย่างไม่ง่าย มีความหมายว่า “ใช่ มันไม่ง่ายจริง ๆ” ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่ Certainly ช่วยเน้นความมั่นใจ ส่วน isn't ใช้แทน isn't easy เพราะผู้ฟังเข้าใจ easy จากบริบทอยู่แล้ว ในคำตอบสั้น ๆ ภาษาอังกฤษมักละส่วนเติมเต็มที่ซ้ำกัน

แบบฝึกหัด

A พูดว่า “Finding time alone isn't easy.” B หมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “It certainly isn't.”?

  1. ถามว่าการหาเวลาอยู่กันตามลำพังเป็นเรื่องง่ายหรือไม่
  2. บอกว่าการหาเวลาอยู่กันตามลำพังเป็นเรื่องง่าย
  3. เห็นด้วยอย่างหนักแน่นว่าการหาเวลาอยู่กันตามลำพังไม่ใช่เรื่องง่าย
ดูคำตอบ

เห็นด้วยอย่างหนักแน่นว่าการหาเวลาอยู่กันตามลำพังไม่ใช่เรื่องง่าย

See you, kids.

1:11

เจอกันนะเด็กๆ

See you.

1:11

เจอกันค่ะ

Nana, can we watch TV? น้ำเสียง/เจตนา

1:13

คุณย่าคะ เราดูทีวีได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

“Can we watch TV?”: การขออนุญาตด้วย Can we...?

Can we + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ในที่นี้ใช้ขออนุญาตให้ผู้พูดและคนอื่นอีกอย่างน้อยหนึ่งคนทำบางอย่าง Can we watch TV? หมายถึง “อนุญาตให้พวกเราดูทีวีได้ไหม” ไม่ได้ถามว่าพวกเขามีความสามารถดูทีวีหรือไม่ หลัง can ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน คือ watch ไม่ใช่ watches หรือ to watch

แบบฝึกหัด

ใช้ Can we เติมคำขอต่อผู้ปกครองให้สมบูรณ์: ____ play outside?

ดูคำตอบ

Can we

Well, okay, if that's what you want. น้ำเสียง/เจตนา

1:15

เอาสิ ถ้าหลานอยากดู

น้ำเสียง/เจตนา

if that's what you want: การยอมรับทางเลือกของอีกฝ่าย

ในคำตอบนี้ if that's what you want หมายถึงผู้พูดจะยอมรับหรือทำตามสิ่งที่อีกฝ่ายเลือก เพราะนั่นคือสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แม้จะมีคำว่า if แต่ผู้พูดไม่ได้กำลังพูดถึงเงื่อนไขในอนาคตที่ยังไม่แน่นอนเป็นหลัก วลีนี้กำลังตอบรับความต้องการที่อีกฝ่ายบอกไว้แล้ว ประโยคนี้อาจฟังเหมือนยอมตามมากกว่าเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น น้ำเสียงและบริบทจะบอกว่าเป็นการเคารพการเลือกของอีกฝ่ายอย่างจริงใจ หรือมีความไม่เต็มใจเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนา: A: I'd rather sit outside. B: Okay, if that's what you want. B น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. B ยอมทำตามความต้องการของ A แต่อาจมีความลังเลอยู่บ้าง
  2. B กำลังถามว่า A มีความสามารถทางร่างกายที่จะนั่งข้างนอกหรือไม่
  3. B บอกว่าการนั่งข้างนอกเป็นสิ่งที่ B ต้องการอย่างมากเช่นกัน
ดูคำตอบ

B ยอมทำตามความต้องการของ A แต่อาจมีความลังเลอยู่บ้าง

No, Bingo, let's draw. น้ำเสียง/เจตนา

1:19

ไม่ บิงโก เรามาวาดรูปกันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

let's draw: ใช้ Let's + คำกริยารูปพื้นฐานเพื่อเสนอให้ทำร่วมกัน

Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน Let's draw หมายถึงผู้พูดเสนอให้ทุกคนวาดรูปด้วยกัน ต่างจากคำสั่ง Draw เพราะประโยคนี้รวมผู้พูดไว้ในกิจกรรมด้วย และฟังเป็นข้อเสนอมากกว่าคำสั่ง Let's เป็นรูปย่อของ let us แต่ในโครงสร้างที่ใช้กันทั่วไปนี้ทำหน้าที่บอกว่าเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่การขอให้บุคคลที่สามอนุญาต

แบบฝึกหัด

ใช้ Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์: ____ start.

ดูคำตอบ

Let's

Oh, okay.

1:21

โอ้ โอเค

Oh, oh, okay.

1:23

โอ้ๆ โอเค

I'll get the pens and paper. น้ำเสียง/เจตนา

1:24

ย่าจะไปเอาปากกากับกระดาษมานะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'll get: การตัดสินใจลงมือทำทันที

“I’ll” เป็นรูปย่อของ “I will” ในประโยคนี้ “I’ll get...” แสดงการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในขณะพูด ผู้พูดอาสาไปเอาปากกากับกระดาษ ในที่นี้ “get” หมายถึงไปเอาหรือนำบางสิ่งมา รูปแบบที่ใช้ได้คือ “I’ll + กริยารูปพื้นฐาน” เมื่อตัดสินใจในตอนนั้นว่าจะรับหน้าที่ทำสิ่งต่อไป ไม่ได้กล่าวถึงแผนในอนาคตอันไกลหรือแผนที่วางไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า “Who can bring the extra chairs?” เติมคำตอบที่อาสาทันทีด้วยรูปเป้าหมาย “I’ll + get”: “____ the extra chairs.”

ดูคำตอบ

I'll get

Ooh,

1:27

อู้

and what's this one, Bingo? วลี

1:28

แล้วนี่อะไรจ๊ะ บิงโก

วลี

what's this one: ถามถึงสิ่งหนึ่งในกลุ่ม

“What’s this one?” ใช้ถามว่าสิ่งที่เจาะจงชิ้นหนึ่งคืออะไร เมื่อมีสิ่งของ รูปภาพ หรือตัวเลือกหลายอย่าง “This” ชี้ไปที่สิ่งที่อยู่ใกล้ ส่วน “one” ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่เข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้ “one” ไม่ได้หมายถึงเลข 1 แต่ช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำ และเพิ่มความหมายว่า “สิ่งนี้โดยเฉพาะในกลุ่มนั้น” “What’s this?” ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน แต่ไม่ได้เน้นชัดเท่าว่ากำลังเลือกสิ่งหนึ่งจากหลายสิ่ง

แบบฝึกหัด

บนโต๊ะมีเครื่องมือหลายชิ้นที่คุณไม่รู้จัก คุณชี้ไปที่ชิ้นหนึ่งและอยากถามว่าสิ่งนั้นโดยเฉพาะคืออะไร ประโยคใดเหมาะที่สุด?

  1. Which ones are yours?
  2. What are these?
  3. What's this one?
ดูคำตอบ

What's this one?

It's the dream house car.

1:30

มันคือรถบ้านในฝันค่ะ

That's what we chased Mum and Dad in. ไวยากรณ์

1:32

นั่นคือสิ่งที่เราใช้ไล่ตามพ่อกับแม่

ไวยากรณ์

That's what ... in: อนุประโยค what กับบุพบทท้ายประโยค

That’s เป็นรูปย่อของ That is ส่วน what we chased Mum and Dad in เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดย what ในที่นี้หมายถึง “the thing that” หรือ “สิ่งที่...” ดังนั้นทั้งอนุประโยคจึงระบุยานพาหนะหรือสิ่งของที่ผู้พูดอยู่ข้างในขณะไล่ตามแม่กับพ่อ ในอนุประโยคนี้ what เป็นส่วนเติมเต็มของบุพบท in โดยเข้าใจความสัมพันธ์เดิมได้ว่า we chased Mum and Dad in that thing ภาษาอังกฤษมักย้าย what ไปไว้ข้างหน้าแต่คง in ไว้ท้ายอนุประโยค ดังนั้น in ท้ายประโยคจึงจำเป็น หากตัดออก what จะไม่มีหน้าที่ทางไวยากรณ์ในอนุประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อระบุว่ากล่องคือสิ่งที่ใช้ใส่แซนด์วิชขณะขนย้าย โดยใช้อนุประโยค what ที่มีบุพบทอยู่ท้ายประโยค: That is ____ I carried the sandwiches ____.

ดูคำตอบ

what · in

Oh, the dream house car.

1:34

โอ้ รถบ้านในฝัน

That's the spa.

1:37

นั่นคือสปาค่ะ

See?

1:39

เห็นไหมคะ

It has a little dome on it.

1:39

มันมีโดมเล็กๆ อยู่ข้างบนด้วย

Oh, it does too. น้ำเสียง/เจตนา

1:42

โอ้ มีจริงๆ ด้วย

น้ำเสียง/เจตนา

does too: ยืนยันภาคกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

does ในที่นี้เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึง “ทำ” โดยใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คือ has a little dome on it ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดคำบรรยายทั้งหมดซ้ำ ในคำตอบที่แสดงความประหลาดใจนี้ too ช่วยเน้นการยืนยันว่า “it really does” หรือ “มีจริงด้วย” เมื่อใช้ร่วมกับ Oh ทั้งประโยคจะแสดงว่าผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดนั้นและเห็นด้วยกับข้อสังเกตก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนา: A: “This toy has a tiny door on the side.” B: “Oh, it does too.” B หมายความว่าอย่างไร?

  1. B บอกว่าของเล่นกำลังสร้างประตู
  2. B บอกว่าของเล่นไม่มีประตูบานนั้น
  3. B เพิ่งสังเกตเห็นและยืนยันว่าของเล่นมีประตูบานนั้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

B เพิ่งสังเกตเห็นและยืนยันว่าของเล่นมีประตูบานนั้นจริง ๆ

And this is Jerry Lee.

1:43

และนี่คือเจอร์รี่ ลีค่ะ

Oh, Jerry Lee parachuting.

1:45

โอ้ เจอร์รี่ ลีกำลังกระโดดร่ม

Got it. น้ำเสียง/เจตนา

1:47

เข้าใจแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Got it. เพื่อยืนยันว่าเข้าใจแล้ว

Got it. เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ใช้บ่อยในการสนทนา หมายถึง I understand. («ฉันเข้าใจแล้ว») ใช้บอกอีกฝ่ายว่าเราเข้าใจคำอธิบาย คำสั่ง หรือข้อมูลที่ได้ยินแล้ว got ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับหรือได้สิ่งของมาจริง ๆ ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท หลังจากฟังคำอธิบาย Got it. มักใช้ยืนยันว่าเข้าใจแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งอธิบายวิธีเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ คำตอบใดยืนยันอย่างสั้น ๆ และไม่เป็นทางการได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณเข้าใจแล้ว?

  1. I obtained it.
  2. Got it.
  3. Please explain it.
ดูคำตอบ

Got it.

He's one of our butlers. ไวยากรณ์

1:48

เขาเป็นหนึ่งในพ่อบ้านของเราค่ะ

ไวยากรณ์

one of our butlers: one of + คำกำหนด + คำนามพหูพจน์

โครงสร้าง one of + คำกำหนด + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่งจากกลุ่ม คำกำหนดคือคำอย่าง our, the หรือ my ใน one of our butlers คำว่า one ชี้ถึงคนหนึ่งคน ส่วน butlers หมายถึงทั้งกลุ่ม ในโครงสร้างนี้ คำนามหลัง one of ต้องเป็นพหูพจน์ จึงใช้ butlers ไม่ใช่ butler เมื่อวลีที่มี one of เป็นประธาน กริยาหลักมักเป็นเอกพจน์ เพราะวลีนี้หมายถึงสมาชิกเพียงหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่ง: One of our butlers is here.

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน butler ให้เป็นรูปที่ต้องใช้หลัง one of: He is one of our ____.

ดูคำตอบ

butlers

And this is us on the moon. วลี

1:49

และนี่คือพวกเราบนดวงจันทร์

วลี

this is us: การชี้ว่า “นี่คือพวกเรา” ในภาพ

This is us ใช้บอกว่าคนในภาพคือใคร โดย this ชี้ไปที่รูปถ่าย ภาพวาด หรือฉากที่กำลังแสดงอยู่ ส่วน us หมายถึงผู้พูดรวมกับคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งคน ในการพูดระบุตัวบุคคลหลัง be แบบทั่วไป มักใช้สรรพนามรูปกรรม เช่น This is us, This is me และ That's him ส่วน This is we ฟังไม่เป็นธรรมชาติ หากใช้สรรพนามเป็นประธาน ต้องเปลี่ยนเป็นโครงสร้างอย่าง We are on the moon.

แบบฝึกหัด

เติมวลีปัจจุบันสามคำที่ขึ้นต้นด้วย This และใช้ระบุตัวคุณกับคนอื่นในรูปถ่ายให้สมบูรณ์: ____ at the beach.

ดูคำตอบ

This is us

Oh, goodness, you kids have got good imaginations. โน้ต

1:51

โอ้พระเจ้า พวกเด็กๆ นี่จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Oh, goodness: การแสดงความประหลาดใจอย่างนุ่มนวล

Oh, goodness เป็นคำอุทานที่นุ่มนวล ในประโยคนี้แสดงความประหลาดใจอย่างอบอุ่นและความชื่นชมต่อจินตนาการของเด็ก ๆ goodness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความดีหรือคุณธรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิกิริยา ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำนามทั่วไป คำที่ตามมาและน้ำเสียงจะบอกความรู้สึกที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เพื่อนเปิดให้ดูเค้กก้อนใหญ่มาก ข้อใดใช้ Oh, goodness เพื่อแสดงความประหลาดใจแบบนุ่มนวลและเป็นบวก

  1. You must not have brought a cake.
  2. I do not want to look at it.
  3. Oh, goodness, that looks amazing!
ดูคำตอบ

Oh, goodness, that looks amazing!

การใช้คำ

have got เพื่อบอกการมีหรือครอบครองในปัจจุบัน

ใน have got good imaginations คำว่า have got หมายถึง “มี” หรือ “ครอบครอง” โดยบอกคุณสมบัติที่เด็ก ๆ มีอยู่ตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่า got บอกการกระทำว่าได้จินตนาการมาแล้ว เมื่อพูดถึงการมีหรือครอบครองในปัจจุบัน have got และ have มักมีความหมายพื้นฐานเหมือนกัน Have got พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษและออสเตรเลีย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ have got อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อถามว่าตอนนี้อีกฝ่ายมีสิ่งของหรือไม่

  1. Are you got a spare pencil?
  2. Do you have got a spare pencil?
  3. Have you got a spare pencil?
ดูคำตอบ

Have you got a spare pencil?

Yes, Nana.

1:55

ใช่ค่ะ คุณย่า

I don't know where you get your ideas from. วลี

1:56

ย่าไม่รู้เลยว่าพวกหลานเอาไอเดียพวกนี้มาจากไหน

วลี

where you get your ideas from: ลำดับคำในคำถามแบบฝัง

where you get your ideas from เป็นอนุประโยคคำถามที่มี where และฝังอยู่หลัง I don't know คำถามแบบฝังใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงใช้ you get ไม่ใช่ do you get ในที่นี้ I don't know ยังทำหน้าที่เป็นคำพูดแสดงความประหลาดใจแบบขำ ๆ ผู้พูดทึ่งกับความคิดแปลกใหม่ของเด็ก ๆ และไม่ได้ต้องการคำตอบตามข้อเท็จจริงเสมอไป from ที่อยู่ท้ายประโยคบอกแหล่งที่มาของความคิด การวาง from ไว้ท้ายคำถามหรืออนุประโยคแบบฝังเช่นนี้เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษประจำวัน ดังนั้น from จึงไม่ใช่คำที่เกินมา

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำถูกต้องหลัง I wonder

  1. I wonder where does she get her ideas from.
  2. I wonder where she gets her ideas from.
ดูคำตอบ

I wonder where she gets her ideas from.