คุณสามารถไขปริศนาความขัดแย้งของโทรลล์ได้หรือไม่? - Dan Finkel: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
529 คำ 164 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ปริศนาตรรกะในโลกแฟนตาซีอธิบายว่า ประโยคจริงหรือเท็จเพียงประโยคเดียวที่วางถ้อยคำอย่างรอบคอบสามารถผูกมัดโทรลล์ด้วยกฎที่มันตั้งเอง และบังคับให้มันปล่อยทั้งพี่น้องที่ถูกจับกับเหล่าสิ่งมีชีวิตได้อย่างไร จากนั้นเรื่องราวนำเสนอปริศนาที่เกี่ยวข้องกับหีบสองใบซึ่งเปิดเมื่อได้ยินข้อความจริงหรือข้อความเท็จ โดยใบหนึ่งมีสมบัติ ส่วนอีกใบปล่อยก๊าซพิษร้ายแรง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. coercive logic, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจศัพท์เฉพาะที่หมายถึงการใช้เหตุผลเพื่อบีบให้อีกฝ่ายต้องทำสิ่งหนึ่ง เพราะทางเลือกอื่นทุกทางขัดกับเงื่อนไขที่ประกาศไว้ และแยกแยะความหมายนี้ได้เมื่อพูดถึงปริศนาตรรกะ เกมวางกลยุทธ์ หรือช่องโหว่ของกฎ 2. by its own rules, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: สังเกตว่าวลีนี้เน้นว่าบุคคลหรือผู้กระทำถูกผูกมัดด้วยกฎที่ตนตั้งขึ้นเอง และนำไปใช้อธิบายว่าเหตุใดคำสัญญา นโยบาย หรือกติกาเกมจึงไม่เปิดทางให้หลีกเลี่ยงอย่างสอดคล้องกัน 3. and live to tell the tale? — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นการรอดชีวิตจากเหตุการณ์อันตรายจนยังเล่าเรื่องนั้นได้ภายหลัง ไม่ใช่การมีชีวิตอยู่เพื่อเล่าเรื่องตามความหมายตรงตัว และใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในคำถามชวนลุ้นหรือเรื่องเล่าการรอดตายอย่างหวุดหวิด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You've discovered a doorway to another realm, สำนวน

0:07

คุณได้ค้นพบประตูมิติสู่ดินแดนอื่น

สำนวน

doorway to another realm: ทางเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง

ในประโยคนี้ a doorway to another realm หมายถึงทางเข้าหรือทางผ่านไปสู่อีกโลกหนึ่ง ในเรื่องแฟนตาซี doorway อาจเป็นประตูจริง ๆ ประตูมิติ หรือช่องทางแบบอื่นก็ได้ ใจความสำคัญคือมันทำให้เข้าถึงโลกที่อยู่นอกเหนือจากโลกที่คุ้นเคย รูปแบบ a doorway to + คำนาม ยังใช้เชิงเปรียบเทียบได้ โดยนำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นหนทางเข้าสู่ประสบการณ์ สาขา หรือช่วงใหม่ เช่น a doorway to new opportunities

แบบฝึกหัด

ในเรื่องแฟนตาซี doorway to another realm น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. กำแพงข้างประตูธรรมดา
  2. วิธีปิดห้องทุกห้อง
  3. ทางเข้าสู่โลกที่แตกต่างออกไป
ดูคำตอบ

ทางเข้าสู่โลกที่แตกต่างออกไป

and now you and your brother are off exploring วลี

0:11

และตอนนี้คุณกับพี่ชายก็ออกเดินทางสำรวจ

วลี

are off exploring: be off + V-ing เพื่อบอกว่าออกไปทำบางอย่าง

be off + V-ing หมายถึงใครบางคนได้ออกจากที่เดิมหรือกำลังออกเดินทางไปทำกิจกรรมบางอย่าง ในที่นี้ are off exploring บอกว่าคุณกับพี่น้องได้เริ่มการเดินทางหรือการผจญภัยเพื่อสำรวจแล้ว พร้อมความรู้สึกของการออกเดินทางที่เบาและกระตือรือร้น off ในที่นี้เกี่ยวข้องกับการออกจากสถานที่ปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงปิดเครื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย be off + V-ing เพื่อแสดงว่า Mia และ Leo ออกจากที่ตั้งแคมป์ไปสำรวจแล้ว: Mia and Leo have left the campsite and ____ the valley.

ดูคำตอบ

are off exploring

the wonderful world of Paradoxica.

0:14

โลกอันมหัศจรรย์ของ Paradoxica

Fantastically paradoxical creatures crawl, run, and fly around you. การใช้คำ

0:17

สิ่งมีชีวิตที่ย้อนแย้งอย่างน่าประหลาดใจคลาน วิ่ง และบินอยู่รอบตัวคุณ

การใช้คำ

paradoxical creatures: สิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้นจากความขัดแย้ง

ในประโยคนี้ paradoxical creatures หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ลักษณะหรือพฤติกรรมดูขัดแย้งในตัวเอง ราวกับว่าสองสิ่งที่ปกติไม่น่าจะเป็นจริงพร้อมกันกลับเป็นจริงในเวลาเดียวกัน paradoxical มีความหมายเจาะจงกว่าแค่ strange โดยชี้ถึงความขัดแย้งด้านตรรกะ ความคาดหมาย หรือผลลัพธ์ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าสิ่งมีชีวิตในโลกจินตนาการเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยแนวคิดเรื่องปฏิทรรศน์

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายด้วยคำว่า paradoxical มากที่สุด

  1. กระเป๋าเป้สีน้ำเงินวางอยู่ใต้โต๊ะ
  2. เด็กคนหนึ่งสวมหมวกที่ไม่ธรรมดาไปงานเลี้ยง
  3. กฎที่ตั้งใจให้ประหยัดเวลากลับสร้างงานเพิ่มเป็นสองเท่า
ดูคำตอบ

กฎที่ตั้งใจให้ประหยัดเวลากลับสร้างงานเพิ่มเป็นสองเท่า

And then you see the troll.

0:22

แล้วคุณก็เห็นโทรลล์

It's catching all the creatures in an enormous net.

0:24

มันกำลังจับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดด้วยตาข่ายขนาดมหึมา

You bravely step forward and demand it let them go. โน้ต

0:28

คุณก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญและสั่งให้มันปล่อยพวกมันไป

วลี

step forward: สมัครใจออกมาลงมือทำ

step forward อาจหมายถึงการก้าวไปข้างหน้าตามตัวอักษร แต่ในประโยคนี้มีความหมายมากกว่านั้น คือคุณเลิกเป็นเพียงผู้ดูและเข้าไปมีส่วนร่วมในสถานการณ์อย่างจริงจังเพื่อพูดหรือทำอะไรบางอย่าง การใช้เชิงเปรียบเทียบนี้มักแสดงถึงความเต็มใจหรือความกล้าหาญ คนเราอาจ step forward เพื่ออาสา ให้ข้อมูล ช่วยเหลือ หรือรับผิดชอบบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stepped forward ในความหมายว่าคนคนหนึ่งสมัครใจออกมาลงมือทำ

  1. When the coach asked for a captain, Leo stepped forward.
  2. The project moved forward after the budget was approved.
  3. Leo took one step forward to see the map more clearly.
ดูคำตอบ

When the coach asked for a captain, Leo stepped forward.

ไวยากรณ์

demand (that) + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ใน demand it let them go

ใน demand it let them go คำว่า demand ตามด้วยอนุประโยคแสดงเนื้อหา (that) it let them go โดยละ that ไว้ it เป็นประธานของอนุประโยค และ let คงรูปกริยาพื้นฐาน เพราะ demand สามารถใช้กับโครงสร้าง mandative subjunctive ที่แสดงคำเรียกร้องได้ จึงไม่ใช้ lets หรือ to let ในฉากนี้ let them go หมายถึง “ปล่อยสิ่งมีชีวิตที่ถูกจับไว้ให้เป็นอิสระ” โดยทั่วไป demand (that) + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงการยืนกรานอย่างหนักแน่นให้ใครทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ arrive: The coach demanded that every player ____ on time.

ดูคำตอบ

arrive

The troll laughs.

0:33

โทรลล์หัวเราะ

"If you're such a fan of paradoxes," วลี

0:34

"ถ้าเจ้าเป็นแฟนตัวยงของความย้อนแย้งล่ะก็"

วลี

such a fan of paradoxes: ความสนใจอย่างมากพร้อมน้ำเสียงหยอกท้าทาย

ใน a fan of something คำว่า fan หมายถึงคนที่ชอบหรือสนับสนุนสิ่งนั้น such a fan of paradoxes หมายถึง “คนที่หลงใหลเรื่องย้อนแย้งมากขนาดนั้น” โดย such เน้นระดับของนามวลีตามโครงสร้าง such + a + คำนามนับได้เอกพจน์ + of ในที่นี้ If you're such a fan of... ใช้เกริ่นเพื่อนำไปสู่การท้าทาย ผู้พูดไม่ได้เพียงชมความสนใจของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ถ้อยคำอาจฟังเหมือนหยอกล้อหรือยั่วยุ มีความหมายประมาณว่า “ในเมื่อชอบเรื่องย้อนแย้งขนาดนั้น ก็พิสูจน์ให้เห็นสิ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ such a fan of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปลี่ยนความสนใจอย่างมากของใครบางคนให้เป็นการท้าทาย

  1. If you're so a fan of riddles, solve this one.
  2. If you're such a fan of riddles, solve this one.
  3. If you're such fan of riddles, solve this one.
ดูคำตอบ

If you're such a fan of riddles, solve this one.

it says,

0:36

มันพูด

"then I'll make you an offer. วลี

0:37

"ข้าก็มีข้อเสนอให้เจ้า

วลี

make you an offer: เสนอข้อตกลงหรือเงื่อนไข

ใน make someone an offer คำที่หมายถึงผู้รับข้อเสนอจะอยู่ระหว่าง make กับ an offer สำนวนนี้หมายถึงการเสนอข้อเสนอ ข้อตกลง ราคา หรือเงื่อนไขให้อีกฝ่ายพิจารณา make you an offer สามารถพูดอีกแบบว่า make an offer to you ได้ ในที่นี้ offer ใช้เปิดข้อตกลงที่มีเงื่อนไข ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป รายละเอียดที่ตามมาจะบอกว่าข้อตกลงนี้กำหนดให้อีกฝ่ายทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย make someone an offer และใช้สรรพนามแทน Maya: After interviewing Maya, the company decided to ____.

ดูคำตอบ

make her an offer

If you say something true, ไวยากรณ์

0:39

ถ้าเจ้าพูดความจริง

I'll release all these creatures."

0:40

ข้าจะปล่อยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทั้งหมด"

ไวยากรณ์

If you say..., I'll release...: เงื่อนไขอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้น

ประโยคนี้กำหนดเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น แล้วสัญญาว่าจะให้ผลลัพธ์ตามมา If you say something true ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่บอกว่าต้องเกิดอะไรขึ้นก่อนจึงจะมีการปล่อยสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น รูปแบบอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นนี้ใช้ if + present simple (say) ในส่วนเงื่อนไข และ will + กริยารูปพื้นฐาน (will release) ในส่วนผลลัพธ์ แม้เงื่อนไขจะเกี่ยวกับอนาคต แต่ if-clause แบบนี้ปกติไม่ใช้ will

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นด้วยรูปที่ถูกต้องของ arrive และ visit: If Maya ____ early, we ____ the museum. (arrive; visit)

ดูคำตอบ

arrives · will visit

You're about to say, ไวยากรณ์

0:43

คุณกำลังจะพูดว่า

ไวยากรณ์

You're about to say: be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน

ใน You're about to say โครงสร้าง be about to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคาดว่าการกระทำจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจหรือเร็วมาก แต่ยังไม่เกิดขึ้น คำว่า say หลัง to ใช้รูปพื้นฐาน ในเรื่องเล่า โครงสร้างนี้ใช้ปูว่าการกระทำกำลังจะเริ่มและอาจถูกเหตุการณ์ถัดไปขัดจังหวะ ตรงนี้ about to เป็นโครงสร้างเดียวกัน และ about ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be about to และคำกริยา begin: The game ____, so take your seat.

ดูคำตอบ

is about to begin

"You are a troll,"

0:44

"เจ้าคือโทรลล์"

but before you can, ลำดับความ

0:45

แต่ก่อนที่คุณจะได้ทำเช่นนั้น

the troll grabs your brother.

0:47

โทรลล์ก็คว้าตัวพี่ชายของคุณไป

ลำดับความ

but before you can: การกระทำที่ถูกขัดจังหวะด้วยการละคำ

But before you can เปลี่ยนลำดับที่คาดไว้: คุณกำลังจะพูด แต่โทรลล์ลงมือก่อน จึงไม่ได้พูดจริง ๆ but แสดงจุดหักเห ส่วน before บอกว่าเหตุการณ์ถัดไปเกิดก่อน วลีกริยาหลักหลัง can ถูกละไว้ เพราะเข้าใจ say it ได้จากส่วนแรกอยู่แล้ว การละแบบนี้เรียกว่า ellipsis ดังนั้น before you can จึงมีความหมายที่เข้าใจได้ว่า before you can say it และไม่ได้เป็นวลีที่ขาดกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ before + ประธาน + could และละกริยาที่ซ้ำ: I was about to answer, but ____, the call ended.

ดูคำตอบ

before I could

"If you say something false," ไวยากรณ์

0:49

"ถ้าเจ้าพูดสิ่งที่เป็นเท็จ"

he continues,

0:50

มันพูดต่อ

"then I'll release your brother."

0:51

"ข้าก็จะปล่อยพี่ชายของเจ้า"

ไวยากรณ์

"If you say something false," ... "then I'll release": ประโยคเงื่อนไข If–Then ที่ถูกคั่นด้วยวลีรายงานคำพูด

"If you say something false" เป็นเงื่อนไข ส่วน "then I'll release your brother" เป็นผลลัพธ์ เมื่อนำมารวมกัน ทั้งสองส่วนเป็นกฎแบบ if–then: เมื่อเงื่อนไขเกิดขึ้น ผู้พูดสัญญาว่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น "he continues" เป็นวลีที่บอกการพูดและถูกแทรกอยู่กลางประโยคคำพูด เวลาอ่านให้ตัดส่วนนี้ออกชั่วคราว: "If you say something false, then I'll release your brother." การแทรกนี้เปลี่ยนวิธีนำเสนอประโยค แต่ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขกับผลลัพธ์ขาดลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีเงื่อนไข if–then ที่สมบูรณ์และถูกคั่นด้วยวลีรายงานคำพูด

  1. If the delivery arrives today, Maya said that we can open the shop early.
  2. "If the delivery arrives today," Maya said, "then we can open the shop early."
  3. Maya said that if the delivery arrives today, we can open the shop early.
ดูคำตอบ

"If the delivery arrives today," Maya said, "then we can open the shop early."

Your statement can only be a single sentence, ไวยากรณ์

0:53

"คำพูดของเจ้าต้องเป็นประโยคเดียวเท่านั้น

ไวยากรณ์

"Your statement can only be a single sentence":การจำกัดรูปแบบที่อนุญาต

"can only be a single sentence" หมายความว่าข้อความถูกจำกัดให้มีรูปแบบเดียว คือมีเพียงหนึ่งประโยคเท่านั้น ในที่นี้ only จำกัดความเป็นไปได้ที่แสดงโดย "can be" ไม่ได้เพียงบอกว่าข้อความนั้นเป็นสิ่งพิเศษหรือมีเพียงหนึ่งเดียว ให้เข้าใจกฎนี้ว่า “ข้อความของคุณมีได้หนึ่งประโยคและมากกว่านั้นไม่ได้” หากละเลย only ก็อาจเข้าใจผิดว่าสามารถใช้หลายประโยคได้

แบบฝึกหัด

"Your statement can only be a single sentence" หมายความว่าอย่างไร

  1. ข้อความต้องมีอย่างน้อยสองประโยค
  2. ข้อความสามารถมีหลายประโยคได้
  3. ข้อความต้องมีหนึ่งประโยคพอดี
ดูคำตอบ

ข้อความต้องมีหนึ่งประโยคพอดี

and as you can see, ลำดับความ

0:56

และอย่างที่เจ้าเห็น

I hate paradoxes more than anything. วลี

0:58

ข้าเกลียดความย้อนแย้งมากกว่าสิ่งใด

ลำดับความ

as you can see: ชี้ให้เห็นข้อสรุปที่ดูชัดเจน

ในที่นี้ as you can see เป็นวลีเชื่อมความคิดที่ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังข้อมูลที่ผู้พูดนำเสนอว่าชัดเจนหรือรับรู้ได้อยู่แล้ว วลีนี้ทำให้ข้อความถัดไป “I hate paradoxes more than anything” เป็นข้อสรุปที่ผู้ฟังก็น่าจะมองออกได้ see ในที่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมองเห็นด้วยตา หลักฐานอาจมาจากสิ่งที่มองเห็นได้ การสาธิต ข้อมูลก่อนหน้า หรือตัวสถานการณ์เอง

แบบฝึกหัด

as you can see ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้ระบุว่าข้อความถัดไปเป็นความลับที่ไม่มีหลักฐานร่วมกัน
  2. วลีนี้ถามว่าผู้ฟังมีสายตาดีหรือไม่
  3. วลีนี้ชี้ให้ผู้ฟังสนใจหลักฐานที่สนับสนุนข้อความถัดไป
ดูคำตอบ

วลีนี้ชี้ให้ผู้ฟังสนใจหลักฐานที่สนับสนุนข้อความถัดไป

วลี

hate ... more than anything: แสดงความเกลียดที่รุนแรงที่สุด

ใน I hate paradoxes more than anything วลี more than anything จัดให้ความย้อนแย้งอยู่เหนือสิ่งอื่นทั้งหมดที่ผู้พูดเกลียด ความหมายตามธรรมชาติคือ ไม่มีสิ่งอื่นใดที่ผู้พูดเกลียดมากเท่านี้ วลีนี้เปรียบเทียบความเข้มข้นของอารมณ์หรือลำดับความสำคัญ ไม่ใช่จำนวนหรือปริมาณ เมื่อใช้กับคำกริยาอย่าง want, love, need, matter หรือ hate จะชี้ว่าสิ่งหนึ่งเป็นความปรารถนา ความชอบ ความจำเป็น ความสำคัญ หรือความเกลียดที่รุนแรงที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าสันติภาพเป็นความปรารถนาที่แรงกล้าที่สุดของเขา เหนือเป้าหมายอื่นทั้งหมด?

  1. He wants peace more than anyone else does.
  2. He wants peace more than anything.
  3. He wants peace more than ever.
ดูคำตอบ

He wants peace more than anything.

If you try to cheat by saying something paradoxical, ไวยากรณ์

1:01

ถ้าเจ้าพยายามโกงด้วยการพูดอะไรที่ย้อนแย้ง

ไวยากรณ์

by saying something paradoxical: by + -ing เพื่อบอกวิธีการ

ใน by saying something paradoxical คำว่า by ใช้บอกวิธีที่นำมาใช้เพื่อพยายามโกง โดยหมายถึง “ผ่านการกระทำบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึง “ข้าง ๆ” ใช้ by + คำกริยา-ing หลังการกระทำหรือผลลัพธ์เพื่อบอกว่าทำสิ่งนั้นอย่างไร กล่าวคือ ทำสิ่งหนึ่งโดยใช้อีกการกระทำหนึ่งเป็นวิธีการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย by + -ing และคำกริยาในวงเล็บ: Nora fixed the loose handle ____ a screwdriver. (use)

ดูคำตอบ

by using

like "This statement is false," วัฒนธรรม

1:04

เช่น "คำพูดนี้เป็นเท็จ"

วัฒนธรรม

This statement is false: ปฏิทรรศน์คนโกหกแบบอ้างถึงตัวเอง

This statement is false เป็นรูปแบบอย่างง่ายของปฏิทรรศน์คนโกหก คำว่า this statement อ้างถึงประโยคที่กำลังกล่าวข้อความนี้เอง ประโยคจึงตัดสินความจริงของตัวเอง ถ้าประโยคนี้เป็นจริง เนื้อหาที่มันกล่าวก็ทำให้มันเป็นเท็จ แต่ถ้ามันเป็นเท็จ คำกล่าวที่ว่าตัวเองเป็นเท็จก็ดูเหมือนจะเป็นจริง วงวนนี้เกิดจากการอ้างถึงตัวเอง จึงไม่ใช่เพียงข้อความธรรมดาที่ให้ข้อมูลผิด

แบบฝึกหัด

ทำไม This statement is false จึงก่อให้เกิดปฏิทรรศน์?

  1. เพราะมันให้ข้อมูลผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายนอก
  2. เพราะทุกประโยคที่มีคำว่า false เป็นปฏิทรรศน์
  3. เพราะมันอ้างถึงความจริงของตัวเองและทำให้การตัดสินทั้งสองแบบกลับไปเป็นตรงกันข้าม
ดูคำตอบ

เพราะมันอ้างถึงความจริงของตัวเองและทำให้การตัดสินทั้งสองแบบกลับไปเป็นตรงกันข้าม

then I'll eat your brother and the creatures.

1:07

ข้าก็จะกินพี่ชายเจ้าและสิ่งมีชีวิตพวกนี้"

What true-false statement can you say การใช้คำ

1:10

ประโยคจริง-เท็จอะไรที่คุณสามารถพูดได้

to force the troll to free your brother ไวยากรณ์

1:13

เพื่อบังคับให้โทรลล์ปล่อยพี่ชายของคุณ

and the paradoxical creatures?

1:15

และสิ่งมีชีวิตที่ย้อนแย้งเหล่านี้

การใช้คำ

true-false statement: ข้อความที่ตัดสินได้ว่าจริงหรือเท็จ

ในประโยคนี้ true-false statement หมายถึงข้อความบอกเล่าที่สามารถตัดสินได้ว่าจริงหรือเท็จ วลีนี้ระบุว่าปริศนาอนุญาตให้ใช้ประโยคชนิดใด วลีนี้ไม่ได้หมายถึง “ข้อความที่จริงและเท็จพร้อมกัน” แต่บอกว่าประโยคนั้นมีค่าความจริงให้ตัดสินได้หรือไม่ ไม่ได้บอกว่าค่าความจริงนั้นเป็นค่าใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็น statement ที่ตัดสินได้ว่าจริงหรือเท็จ?

  1. Please close the library door.
  2. When does the library close?
  3. The library closes at six.
ดูคำตอบ

The library closes at six.

ไวยากรณ์

force the troll to free your ...: force + กรรม + to-infinitive

โครงสร้างคือ force + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น force the troll to free your brother โดย the troll เป็นกรรมและเป็นฝ่ายที่ถูกบังคับให้ทำการกระทำ ส่วน free เป็นกริยาที่หมายถึง “ปล่อยให้เป็นอิสระ” force หมายถึงบุคคลหรือสถานการณ์ทำให้อีกฝ่ายไม่มีทางเลือกอย่างแท้จริง ในที่นี้แรงบังคับมาจากตรรกะและกฎของปริศนา ไม่จำเป็นต้องเป็นกำลังทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ mark เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: New safety rules forced the factory ____ its exits clearly. (mark)

ดูคำตอบ

to mark

This seems like an impossible situation, วลี

1:26

นี่ดูเหมือนเป็นสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้

วลี

seems like an impossible situation: การตัดสินอย่างระมัดระวัง

This seems like an impossible situation หมายความว่า จากสิ่งที่เห็นหรือรู้ในตอนนี้ สถานการณ์นั้นดูเหมือนจะไม่มีทางแก้ seems like แสดงว่าเป็นเพียงความรู้สึกหรือการประเมิน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว การพูดแบบนี้เปิดโอกาสให้ข้อมูลใหม่เปลี่ยนการตัดสินได้ ผู้พูดใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง เพราะสถานการณ์นั้นอาจเพียงแค่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแผนนี้ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้จากความรู้สึกแรกเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน

  1. This seems like an impossible plan.
  2. This was proven to be an impossible plan.
  3. This is definitely an impossible plan.
ดูคำตอบ

This seems like an impossible plan.

but incredibly, you can say something ลำดับความ

1:28

แต่อย่างไม่น่าเชื่อ คุณสามารถพูดบางอย่าง

that will force the troll to release all its prisoners.

1:31

ที่จะบังคับให้โทรลล์ปล่อยนักโทษทั้งหมด

ลำดับความ

but incredibly: การพลิกทิศทางที่คาดไว้

But เปลี่ยนทิศทางของคำอธิบาย ข้อความก่อนหน้าทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีทางแก้ แต่อนุประโยคนี้กลับบอกสิ่งตรงกันข้าม คือมีบางอย่างที่คุณสามารถพูดได้ คำนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังปรับความคาดหมายที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ Incredibly เป็นกริยาวิเศษณ์ที่แสดงความคิดเห็นต่อข้อความทั้งหมดที่ตามมา โดยบอกว่าความเป็นไปได้นั้นน่าประหลาดใจอย่างมาก ส่วน you can say something เริ่มเปิดเผยทางแก้

แบบฝึกหัด

รายงานเริ่มด้วย “The hikers had no map and the trail had vanished.” ข้อความต่อใดพลิกความคาดหมายนั้นได้ชัดเจนที่สุดและบอกว่าผลลัพธ์น่าประหลาดใจ

  1. But incredibly, they found the cabin before dark.
  2. So predictably, they stayed where they were.
  3. And they had started walking at noon.
ดูคำตอบ

But incredibly, they found the cabin before dark.

This is an example of coercive logic, การใช้คำ

1:34

นี่คือตัวอย่างของตรรกะเชิงบังคับ

การใช้คำ

coercive logic: ใช้ข้อจำกัดเพื่อบังคับผลลัพธ์

ในที่นี้ coercive logic หมายถึงการให้เหตุผลที่ใช้กฎหรือเงื่อนไขเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีทางเลือกที่ยอมรับได้ นอกจากการกระทำหรือผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง คำว่า coercive หมายถึง “บังคับ” ไม่ใช่เพียง “โน้มน้าว” วลีนี้เรียกกลไกอย่างหนึ่งว่า หากอีกฝ่ายต้องทำตามเงื่อนไข ตรรกะจะค่อย ๆ จำกัดทางเลือกจนเหลือผลลัพธ์เดียวที่ถูกบังคับ แนวคิดนี้ช่วยให้เข้าใจการพูดคุยเรื่องปริศนา เกม นโยบาย และระบบกฎได้

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย coercive logic ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เสนอเหตุผลที่เป็นประโยชน์โดยยังให้อีกฝ่ายมีอิสระที่จะไม่เห็นด้วย
  2. ใช้กฎหรือเงื่อนไขเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีทางเลือกอื่นที่ยอมรับได้
  3. ยกตัวอย่างหลายข้อเพื่อให้แนวคิดเข้าใจง่ายขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้กฎหรือเงื่อนไขเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีทางเลือกอื่นที่ยอมรับได้

invented by the great logician and puzzle creator การใช้คำ

1:37

ที่คิดค้นโดยนักตรรกวิทยาและนักสร้างปริศนาผู้ยิ่งใหญ่

Raymond Smullyan.

1:40

Raymond Smullyan

การใช้คำ

logician and puzzle creator: สองบทบาทของคนคนเดียว

ในวลีนี้ and เชื่อมบทบาทสองอย่างที่ใช้อธิบายคนคนเดียวกัน คือ Raymond Smullyan เขาเป็นทั้ง logician และ puzzle creator โดย puzzle creator เป็นชื่อบทบาทหนึ่งอย่างสมบูรณ์ หมายถึงผู้ที่สร้างปริศนา รูปแบบสั้น ๆ “บทบาท A and บทบาท B + ชื่อ” พบได้บ่อยในชีวประวัติและการแนะนำบุคคล การใช้ the ร่วมกันและมีชื่อเพียงชื่อเดียวตามหลังช่วยแสดงว่าบทบาททั้งสองเป็นของคนคนเดียว

แบบฝึกหัด

logician and puzzle creator บอกอะไรเราเกี่ยวกับ Raymond Smullyan

  1. มีเพียง puzzle creator ที่อธิบายถึงเขา ส่วน logician อธิบายถึงอีกคนหนึ่ง
  2. กำลังแนะนำคนสองคนที่ต่างก็ชื่อ Raymond Smullyan
  3. ทั้งสองบทบาทอธิบายถึงเขา เขาเป็นนักตรรกศาสตร์และยังสร้างปริศนาด้วย
ดูคำตอบ

ทั้งสองบทบาทอธิบายถึงเขา เขาเป็นนักตรรกศาสตร์และยังสร้างปริศนาด้วย

The trick Smullyan came up with กริยาวลี

1:42

กลวิธีที่ Smullyan คิดขึ้นมา

กริยาวลี

Smullyan came up with: คิดแนวคิดหรือวิธีแก้ปัญหาขึ้นมา

ในประโยคนี้ came up with หมายถึง “คิดขึ้นมาได้” หรือ “สร้างแนวคิดขึ้นมา” Smullyan เป็นผู้คิดกลวิธีนี้ขึ้นมา คำเหล่านี้ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างที่เต็มกว่าคือ The trick that Smullyan came up with กรรมของ come up with คือคำนาม the trick ที่อยู่ก่อนหน้า และละคำเชื่อมความสัมพันธ์ that ไว้ โดยทั่วไป come up with + an idea, plan, or solution หมายถึงคิดหรือเสนอสิ่งนั้นขึ้นมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come up with: After an hour, Maya ____ a simple solution.

ดูคำตอบ

came up with

involves saying a statement whose truth or falseness ไวยากรณ์

1:44

คือการพูดประโยคที่ความจริงหรือเท็จ

depends on what you want the troll to do. วลี

1:47

ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการให้โทรลล์ทำ

ไวยากรณ์

whose truth or falseness depends on: ใช้ whose แสดงคุณสมบัติของสิ่งของ

Whose นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย statement ในที่นี้ truth or falseness เป็นคุณสมบัติของ statement ดังนั้นส่วนนี้จึงหมายความว่าความจริงหรือความเท็จของข้อความขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ตามมา Whose ใช้กล่าวถึงสิ่งของได้เช่นเดียวกับคน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ thing + whose + property or part + verb เช่น a plan whose success depends on teamwork

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมความสัมพันธ์ที่แสดงว่าหลังคาเป็นของบ้านหลังนั้น: We bought a house ____ roof needs repair.

ดูคำตอบ

whose

วลี

depends on what you want the troll to do: ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้โทรลล์ทำอะไร

depend on หมายถึง “ถูกกำหนดโดย” หรือ “ได้รับผลจาก” ในประโยคนี้ ข้อความจะจริงหรือเท็จขึ้นอยู่กับการกระทำที่คุณอยากให้โทรลล์ทำ อนุประโยค what you want the troll to do ทั้งหมดเป็นกรรมของ on นี่คืออนุประโยค wh ที่ฝังอยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what you want... ไม่ใช่ what do you want...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าตารางเวลาถูกกำหนดโดยงานที่ทีมต้องทำให้เสร็จ?

  1. The schedule depends on what the team needs to finish.
  2. The schedule depends on what does the team need to finish.
  3. The schedule depends on whether the team needs to finish the task.
ดูคำตอบ

The schedule depends on what the team needs to finish.

Your statement still has to be carefully crafted. ไวยากรณ์

1:51

คำพูดของคุณยังต้องถูกสร้างสรรค์อย่างระมัดระวัง

ไวยากรณ์

has to be carefully crafted: ต้องได้รับการเรียบเรียงอย่างรอบคอบ

has to แสดงความจำเป็นหรือความหมายว่า “ต้อง” เนื่องจาก statement เป็นสิ่งที่รับการกระทำ จึงตามด้วยรูปกรรมวาจก be + คำกริยาช่องสาม: has to be crafted ส่วน carefully บอกว่าการเรียบเรียงนั้นต้องทำอย่างไร ในที่นี้ crafted หมายถึง “ถูกเลือกถ้อยคำหรือออกแบบอย่างตั้งใจ” ไม่ได้หมายถึงเพียงทำขึ้นด้วยมือ ประโยคนี้บอกว่าต้องวางแผนการใช้ถ้อยคำอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ต้องได้รับการออกแบบอย่างรอบคอบ”: A public warning ____ so that everyone understands it.

ดูคำตอบ

has to be carefully crafted

For example, if you were to say, โน้ต

1:54

ตัวอย่างเช่น หากคุณพูดว่า

"You are going to free the creatures and my brother,"

1:56

"เจ้ากำลังจะปล่อยสิ่งมีชีวิตและพี่ชายของข้า"

ลำดับความ

การใช้ For example, เพื่อยกกรณีเฉพาะ

For example เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะหนึ่งกรณี ในที่นี้ วลีนี้นำเข้าประโยคตัวอย่างเพื่อให้พิจารณา ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้มักทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ใช้เมื่อรายละเอียดถัดไปช่วยยกตัวอย่างหรือทดสอบแนวคิดที่เพิ่งกล่าวไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งกล่าวว่า “Small choices can save water.” ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับนำเสนอกรณีเฉพาะหนึ่งกรณี

  1. However, turning off the tap while brushing your teeth saves water.
  2. In conclusion, turning off the tap while brushing your teeth saves water.
  3. For example, turning off the tap while brushing your teeth saves water.
ดูคำตอบ

For example, turning off the tap while brushing your teeth saves water.

ไวยากรณ์

if you were to say: โครงสร้างสมมติแบบเป็นทางการ

if you were to say ใช้โครงสร้าง if + ประธาน + were to + คำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้สมมติการกระทำที่อาจเป็นไปได้เพื่อให้ผู้พูดวิเคราะห์ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ คำพูดดังกล่าวเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับพิจารณา ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฟังเคยพูดไปแล้ว were ในที่นี้ไม่ได้แสดงเวลาในอดีต โครงสร้างนี้เพิ่มระยะห่างในเชิงสมมติ และมักใช้ร่วมกับ would, could หรือ might เมื่อกล่าวถึงผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการเปลี่ยนตารางเวลาเป็นทางเลือกเชิงสมมติและถามถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ชัดเจนที่สุด

  1. When you changed the schedule yesterday, what happened to the deadline?
  2. If you change the schedule, what happens to the deadline each time?
  3. If you were to change the schedule, what would happen to the deadline?
ดูคำตอบ

If you were to change the schedule, what would happen to the deadline?

the troll could respond,

1:59

โทรลล์อาจจะตอบกลับว่า

"That's false.

2:00

"นั่นเป็นเท็จ

I'm only going to free your brother." ไวยากรณ์

2:01

ข้าแค่จะปล่อยพี่ชายของเจ้าเท่านั้น"

ไวยากรณ์

I'm only going to free your...: ขอบเขตความหมายของ only

ในประโยคนี้ only จำกัดว่าใครจะได้รับการปล่อย จุดเน้นที่ผู้พูดตั้งใจคือ your brother: ผู้พูดจะปล่อยพี่ชายของอีกฝ่าย และไม่รวมเชลยคนอื่นที่อาจถูกปล่อยได้ ในภาษาพูดทั่วไป only อาจวางไว้หน้ากริยาวลีที่ยาวกว่า แม้ส่วนที่ต้องการเน้นจะอยู่ถัดไป ใช้บริบทและการลงน้ำหนักเสียงเพื่อดูขอบเขตของคำนี้ ในที่นี้ only ไม่ได้ขยายแค่ going

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ I'm only going to free your brother หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดไม่แน่ใจว่าจะปล่อยพี่ชายหรือไม่
  2. ในกลุ่มคนที่ผู้พูดจะปล่อย มีเพียงพี่ชายเท่านั้น
  3. ผู้พูดจะปล่อยพี่ชายในภายหลังเท่านั้น
ดูคำตอบ

ในกลุ่มคนที่ผู้พูดจะปล่อย มีเพียงพี่ชายเท่านั้น

Similarly, if you said, ลำดับความ

2:03

ในทำนองเดียวกัน หากคุณพูดว่า

"You will free the paradoxes,"

2:05

"เจ้าจะปล่อยความย้อนแย้ง"

ลำดับความ

Similarly: การเชื่อมตัวอย่างที่ขนานกัน

Similarly ใช้เกริ่นกรณีที่สองซึ่งมีรูปแบบการทำงานเหมือนกรณีก่อนหน้า คำนี้บอกผู้ฟังให้นำแนวการให้เหตุผลเดิมมาใช้กับตัวอย่างใหม่ แทนที่จะมองว่าเป็นประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง คำนี้หมายถึงในลักษณะที่คล้ายกันหรือด้วยผลลัพธ์ที่คล้ายกัน ไม่ได้หมายถึงในเวลาเดียวกัน

แบบฝึกหัด

การตรวจสอบความปลอดภัยครั้งแรกไม่พบปัญหา ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นการตรวจครั้งที่สองซึ่งได้ผลเหมือนกัน?

  1. Meanwhile, the second safety check found no problems.
  2. Similarly, the second safety check found no problems.
  3. For example, the second safety check found no problems.
ดูคำตอบ

Similarly, the second safety check found no problems.

the troll could say,

2:07

โทรลล์สามารถพูดได้ว่า

"That's true,"

2:08

"นั่นเป็นความจริง"

and free the paradoxes.

2:09

และปล่อยความย้อนแย้งไป

But watch what happens if you say, ลำดับความ

2:11

แต่มาดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าคุณพูดว่า

"You will free my brother."

2:14

"เจ้าจะปล่อยพี่ชายข้า"

ลำดับความ

But watch what happens if...: ชี้ให้ผู้ฟังสนใจผลลัพธ์

ในที่นี้ But แสดงการเปลี่ยนจากแนวคิดก่อนหน้าไปสู่กรณีใหม่ที่สำคัญ จากนั้น watch what happens if... บอกให้ผู้ฟังสนใจผลที่เกิดจากเงื่อนไขถัดไป โดยในประโยคนี้ you say... คือเงื่อนไขนั้น watch ในที่นี้หมายถึง “คอยดูหรือสังเกตว่าจะเกิดอะไรต่อไป” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองด้วยตาเท่านั้น โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับการสาธิต การทดลอง การอธิบายกฎ และปริศนาให้เป็นเงื่อนไขก่อน แล้วจึงดูผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคของผู้สาธิตด้วยสำนวนที่ชี้ให้ผู้ฟังสนใจผลลัพธ์: Now, ____ I press this button.

ดูคำตอบ

watch what happens if

The statement can't be false ไวยากรณ์

2:16

คำพูดนี้ไม่สามารถเป็นเท็จได้

because if it were,

2:18

เพราะถ้ามันเป็นเท็จ

ไวยากรณ์

can't be false because if it were: ให้เหตุผลจากกรณีตรงข้าม

The statement can't be false แสดงข้อสรุปก่อน ส่วน Because if it were... เริ่มอธิบายเหตุผล โดยให้สมมติสิ่งที่ตรงกันข้ามชั่วคราว นั่นคือสมมติว่าข้อความนี้เป็นเท็จ แล้วติดตามว่าสมมติฐานนั้นนำไปสู่ความขัดแย้งหรือผลที่เป็นไปไม่ได้อย่างไร It หมายถึง the statement และละ false หลัง were เพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว ดังนั้น if it were จึงหมายถึง if the statement were false ตรงนี้ were แสดงสภาวะสมมติ ไม่ได้บอกเวลาในอดีต

แบบฝึกหัด

ใน "The answer can't be wrong because if it were, the score would change," วลี "if it were" หมายถึงอะไร

  1. if the score were wrong
  2. if the answer were wrong
  3. because the answer was wrong in the past
ดูคำตอบ

if the answer were wrong

the troll, by its own rules, วลี

2:19

โทรลล์ ตามกฎของมันเอง

วลี

by its own rules: ถูกผูกมัดด้วยกฎที่ตนตั้งขึ้น

ในประโยคนี้ by its own rules หมายถึง “ตามกฎที่โทรลล์ตนนั้นตั้งขึ้นหรือยอมรับเอง” คำว่า its หมายถึง troll และ own เน้นว่ากฎเหล่านี้เป็นของโทรลล์เอง ไม่ใช่ของคนอื่น วลีนี้มักใช้ในการให้เหตุผลเพื่อแสดงว่า บุคคล กลุ่ม หรือระบบต้องยึดตามมาตรฐานของตนเอง แม้ผลที่ได้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อตนก็ตาม

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ตามกฎของพิพิธภัณฑ์เอง” ลงในประโยค: ____, the museum must refund the ticket.

ดูคำตอบ

By its own rules

would have to free your brother. ไวยากรณ์

2:21

จะต้องปล่อยพี่ชายของคุณ

ไวยากรณ์

would have to + คำกริยา: ความจำเป็นในผลลัพธ์สมมติ

would have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่า การกระทำหนึ่งจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นถ้าเงื่อนไขที่กล่าวไว้หรือเข้าใจกันนั้นเป็นจริง ในที่นี้ free เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน และในสถานการณ์สมมติ โทรลล์จะต้องปล่อยพี่หรือน้องชายของอีกฝ่ายตามกฎ would บอกผลลัพธ์ในสถานการณ์สมมติ ส่วน have to บอกความจำเป็นที่เกิดจากกฎหรือสถานการณ์ would ในที่นี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอร้องอย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

เติมผลลัพธ์ในสถานการณ์สมมติด้วย would have to: If the bridge were closed, we ____ take the longer road.

ดูคำตอบ

would have to

That would make the statement ไวยากรณ์

2:23

นั่นจะทำให้คำพูดนี้

paradoxically true and false.

2:24

เป็นความจริงและเท็จที่ย้อนแย้งกัน

ไวยากรณ์

make the statement ... true and false: โครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

ใน make the statement paradoxically true and false คำว่า make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งอยู่ในสภาพหนึ่ง” ไม่ใช่ “ผลิต” โครงสร้างคือ make + object + complement โดย the statement เป็นกรรม และ true and false เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ซึ่งบอกสภาพผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ใช้บอกผลกระทบว่า สิ่งหนึ่งทำให้คนหรือสิ่งของอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์มักวางต่อจากกรรมโดยตรงโดยไม่ใช้ to be ส่วน paradoxically ชี้ว่าสภาพนั้นก่อให้เกิดปฏิทรรศน์ทางตรรกะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์อย่างถูกต้องเพื่อบอกสภาพผลลัพธ์?

  1. The loud noise made nervous the baby.
  2. The loud noise made the baby nervous.
  3. The loud noise made the baby to be nervous.
ดูคำตอบ

The loud noise made the baby nervous.

But the troll hates paradoxes

2:27

แต่โทรลล์เกลียดความย้อนแย้ง

and would never willingly create one. น้ำเสียง/เจตนา

2:29

และจะไม่มีทางสร้างมันขึ้นมาอย่างตั้งใจแน่นอน

น้ำเสียง/เจตนา

would never willingly create one: เน้นความเต็มใจ ไม่ใช่ความสามารถ

ใน would never willingly create one คำว่า never ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นมาก ส่วน willingly บอกว่าการสร้างสิ่งนั้นจะเป็นการเลือกทำอย่างตั้งใจและด้วยเจตจำนงเสรี ประเด็นไม่ใช่ว่าคนนั้นไม่มีความสามารถ แต่คือเขาจะไม่เลือกทำ one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ paradox ที่กล่าวถึงก่อนหน้าเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำ แต่ต้องชัดเจนว่า one หมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

Leo มีความสามารถที่จะเปิดเผยรหัสผ่าน แต่หลักการของเขาทำให้เขาไม่เลือกทำเช่นนั้น ประโยคใดเหมาะสมที่สุด?

  1. Leo would never willingly reveal the password.
  2. Leo accidentally revealed the password.
  3. Leo could never reveal the password.
ดูคำตอบ

Leo would never willingly reveal the password.

So his only option is for the statement to be true. ไวยากรณ์

2:32

ดังนั้นทางเลือกเดียวของเขาคือให้คำพูดนั้นเป็นความจริง

ไวยากรณ์

only option is for the statement to be true: for + คำนาม + to-infinitive

โครงสร้าง only option is for + คำนาม + to + คำกริยา ใช้ชี้ผลลัพธ์หรือแนวทางเดียวที่เป็นไปได้ ในที่นี้ ผลลัพธ์นั้นคือข้อความต้องเป็นจริง ใน for the statement to be true คำว่า the statement เป็นประธานเชิงความหมายของ to be กล่าวคือ สิ่งที่ต้องเป็นจริงคือข้อความนั้น For ใช้แนะนำประธานนี้ ไม่ได้หมายถึง “เพื่อประโยชน์ของข้อความ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ for + everyone + take the ferry: Because the bridge is closed, our only option is ____.

ดูคำตอบ

for everyone to take the ferry

"If you will free my brother" is true, ไวยากรณ์

2:36

"ถ้าคุณจะปล่อยพี่ชายของข้า" เป็นความจริง

ไวยากรณ์

"If you will free my brother" is true: คำพูดอ้างอิงทั้งส่วนทำหน้าที่เป็นประธาน

คำว่า "If you will free my brother" อยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศและถูกมองเป็นข้อความอ้างคำพูดหนึ่งหน่วย ข้อความทั้งหน่วยทำหน้าที่เป็นประธานของ is true ซึ่งใช้ตัดสินว่าคำพูดที่ยกมานั้นเป็นจริงหรือไม่ คำพูดอ้างอิงที่ถูกมองเป็นหนึ่งหน่วยทำหน้าที่เหมือนประธานเอกพจน์ ดังนั้นคำกริยาของประโยคด้านนอกจึงเป็น is โครงสร้างด้านนอกคือ “[คำพูดที่ยกมา] + is true”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำพูดอ้างอิงทั้งหมดเป็นประธานและตัดสินว่าคำพูดนั้นเป็นจริง?

  1. "The museum is closed" are true.
  2. The museum "is closed" is true.
  3. "The museum is closed" is true.
ดูคำตอบ

"The museum is closed" is true.

then the troll has to release your brother.

2:38

แล้วโทรลล์ก็ต้องปล่อยพี่ชายของคุณ

And by its own rules,

2:40

และตามกฎของมันเอง

the troll has to free the creatures as well, วลี

2:42

โทรลล์ต้องปล่อยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ด้วย

since you said a true statement. ลำดับความ

2:44

เพราะคุณพูดประโยคที่เป็นความจริง

วลี

as well: เพิ่มผลลัพธ์อีกอย่างไว้ท้ายอนุประโยค

ในประโยคนี้ as well หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” โดยเพิ่มการปล่อยเหล่าสิ่งมีชีวิตเข้าไปจากการปล่อยที่กล่าวถึงก่อนหน้า นั่นคือ โทรลล์ต้องปล่อยพวกมันด้วย as well มักอยู่ท้ายอนุประโยคที่ใช้เพิ่มข้อมูล ในที่นี้อยู่หลัง free the creatures และก่อนเครื่องหมายจุลภาคที่นำเข้าสู่เหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as well: The museum is open on Saturdays, and it is open on Sundays ____.

ดูคำตอบ

as well

ลำดับความ

since you said a true statement: ใช้ since เพื่อนำเข้าเหตุผล

ในที่นี้ since หมายถึง “เพราะ” อนุประโยค since you said a true statement ให้เหตุผลของผลลัพธ์ในอนุประโยคก่อนหน้า นั่นคือ การพูดสิ่งที่เป็นจริงทำให้กฎนั้นมีผล since ยังใช้ระบุจุดเริ่มต้นของเวลาได้ แต่ความหมายแบบนั้นไม่เข้ากับเหตุผลในข้อความนี้ ให้ดูว่าอนุประโยค since ตอบคำถามว่า “ทำไม” หรือ “ตั้งแต่เมื่อไร” ในที่นี้ตอบว่า “ทำไม”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ since เพื่อนำเข้าเหตุผล ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเวลา?

  1. We have been here since noon.
  2. Since the gym is closed today, practice will be outside.
  3. I have known Mia since third grade.
ดูคำตอบ

Since the gym is closed today, practice will be outside.

By wielding just five words like a logical scalpel, สำนวน

2:47

ด้วยการใช้คำเพียงหกคำเหมือนมีดผ่าตัดทางตรรกะ

สำนวน

wielding ... like a logical scalpel: เปรียบภาษาที่แม่นยำเป็นเครื่องมือ

ในที่นี้ คำห้าคำ You will free my brother ถูกเปรียบกับมีดผ่าตัดทางตรรกะ มีดผ่าตัดใช้ตัดอย่างแม่นยำ ภาพเปรียบเทียบนี้จึงหมายความว่าคำห้าคำนั้นเจาะจงไปยังจุดอ่อนในตรรกะของโทรลล์ได้พอดี ไม่ได้มีการใช้เครื่องมือผ่าตัดจริง By + V-ing แสดงวิธีที่ใช้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ส่วน wield สื่อถึงการใช้เครื่องมืออย่างชำนาญ เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้ทำให้การเลือกใช้ภาษาอย่างรอบคอบกลายเป็นภาพที่ชัดเจนของการจัดการตรรกะอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

like a logical scalpel ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. คำห้าคำถูกใช้เป็นเครื่องมือที่แม่นยำเพื่อเจาะจุดอ่อนในตรรกะ
  2. คำห้าคำบรรยายการผ่าตัดทางการแพทย์จริง
  3. ผู้พูดใช้มีดผ่าตัดตัดคำห้าคำออกจากข้อความ
ดูคำตอบ

คำห้าคำถูกใช้เป็นเครื่องมือที่แม่นยำเพื่อเจาะจุดอ่อนในตรรกะ

you've forced the troll to free all its prisoners. ไวยากรณ์

2:51

คุณได้บังคับให้โทรลล์ปล่อยนักโทษทั้งหมด

ไวยากรณ์

you've forced ... to ...: present perfect ที่เน้นผลในปัจจุบัน

You've forced เป็นรูปย่อของ you have forced โดยมีโครงสร้าง have + past participle รูป present perfect นำเสนอว่าการบังคับเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมเน้นผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้ นั่นคือ โทรลล์อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปล่อยนักโทษทั้งหมด โครงสร้าง force + กรรม + to-infinitive หมายถึงการทำให้บุคคลหรือสิ่งใดทำบางอย่างโดยขัดกับความต้องการของตน ในที่นี้ รูป perfect แสดงว่าการบังคับนั้นเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นผลในปัจจุบันของการกระทำที่เสร็จแล้วได้ชัดเจนที่สุด?

  1. You've forced the gate open, so everyone can leave now.
  2. You forced the gate open yesterday, and we repaired it later.
  3. You force the gate open every morning.
ดูคำตอบ

You've forced the gate open, so everyone can leave now.

As the troll stomps off in anger, กริยาวลี

2:54

เมื่อโทรลล์กระทืบเท้าเดินจากไปด้วยความโกรธ

กริยาวลี

stomps off: เดินจากไปด้วยก้าวหนัก ๆ อย่างโกรธเคือง

Stomp off หมายถึงเดินจากไปด้วยก้าวที่หนักและแรง ในประโยคนี้ วลีนี้แสดงทั้งการออกไปจากบริเวณนั้นและความโกรธที่เห็นได้ชัด โดย in anger ยืนยันอารมณ์ดังกล่าว off ในที่นี้หมายถึงออกไปหรือห่างจากสถานที่นั้น ไม่ได้หมายถึง “ปิด” วลีนี้ช่วยให้เข้าใจท่าทีของตัวละครจากลักษณะการเดินจากไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะบรรยายด้วย stomped off

  1. Leo เดินจากไปอย่างช้า ๆ และเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ใครได้ยิน
  2. Leo ปิดโคมไฟก่อนออกไป
  3. Leo เดินจากไปด้วยก้าวหนัก ๆ หลังการโต้เถียงอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

Leo เดินจากไปด้วยก้าวหนัก ๆ หลังการโต้เถียงอย่างรุนแรง

the paradoxes cheer you for winning them their freedom วลี

2:56

ความย้อนแย้งทั้งหลายต่างโห่ร้องยินดีที่คุณทำให้พวกเขาได้รับอิสรภาพ

วลี

cheer someone for doing something ... win someone something: เหตุผลและโครงสร้างกรรมสองตัว

Cheer someone for doing something หมายถึงฉลองหรือชื่นชมใครบางคนเพราะการกระทำอย่างหนึ่ง ในที่นี้ for นำหน้าเหตุผลที่ส่งเสียงชื่นชม และ winning ใช้รูป -ing หลังคำบุพบท ไม่ได้แสดงจุดประสงค์ Win someone something เป็นโครงสร้างกรรมสองตัว หมายถึงได้มาหรือทำให้บางสิ่งมั่นคงสำหรับใครบางคน winning them their freedom หมายถึงคุณทำให้พวกมันได้รับอิสรภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงฝูงชนฉลองให้ Maya เพราะเธอทำภารกิจช่วยเหลือสำเร็จแล้ว

  1. The crowd cheered for Maya during the rescue.
  2. The crowd cheered Maya for completing the rescue.
  3. The crowd cheered Maya on to complete the rescue.
ดูคำตอบ

The crowd cheered Maya for completing the rescue.

and promise to lead you to the treasure วลี

2:59

และสัญญาว่าจะนำทางคุณไปสู่สมบัติ

วลี

promise to lead someone to...: สัญญาว่าจะนำทางใครบางคน

promise to do something หมายถึงให้คำมั่นอย่างชัดเจนว่าจะทำบางอย่าง และตามด้วยกริยารูป to-infinitive ดังนั้น promise to lead จึงเป็นโครงสร้างที่ถูกต้อง ในที่นี้ lead someone to a place or thing หมายถึงนำทางคนคนนั้นให้ไปถึงสถานที่หรือพบสิ่งของ ดังนั้น promise to lead you to the treasure คือการสัญญาว่าจะนำทางคุณไปจนพบขุมทรัพย์ ไม่ได้หมายถึง lead ในความหมายว่าเป็นผู้นำหรือบริหารทีม

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง promise to lead someone to และเปลี่ยนกาลตามความจำเป็น: Yesterday, the ranger ____ us ____ the campsite before dark.

ดูคำตอบ

promised to lead · to

at the top of the stairs,

3:01

ที่ด้านบนสุดของบันได

if you can reach it.

3:03

หากคุณสามารถไปถึงได้

There are two chests.

3:07

มีหีบสองใบ

One will open if you say a true statement, ไวยากรณ์

3:09

ใบหนึ่งจะเปิดออกหากคุณพูดประโยคที่เป็นจริง

and the other will open if you say a false statement.

3:12

และอีกใบจะเปิดออกหากคุณพูดประโยคที่เป็นเท็จ

ไวยากรณ์

One will... if..., and the other will... if...: กฎสองข้อที่มีโครงสร้างขนานกัน

ประโยคนี้ใช้โครงสร้างเดียวกันเพื่อนำเสนอกฎสองข้อที่จับคู่กัน: One will open if..., and the other will open if.... อนุประโยค if แต่ละส่วนบอกเงื่อนไขของผลลัพธ์ของตนเอง และโครงสร้างที่ขนานกันทำให้เห็นชัดว่าเงื่อนไขใดคู่กับผลลัพธ์ใด one ... the other ... ใช้เมื่อมีสิ่งของทั้งหมดสองอย่างพอดี one กล่าวถึงสิ่งแรก ส่วน the other หมายถึงอีกสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ ในประโยคนี้ อนุประโยค if ใช้ simple present ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์ใช้ will ซึ่งเป็นรูปแบบทั่วไปสำหรับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แบบฝึกหัด

คำสั่งระบุว่ามีประตูสองบานพอดี เติมกฎที่มีโครงสร้างขนานกันให้สมบูรณ์: One door opens if you press the green button, and ____ opens if you press the yellow button.

ดูคำตอบ

the other

One contains treasure,

3:15

ใบหนึ่งบรรจุสมบัติ

and the other will release a deadly gas. การใช้คำ

3:16

และอีกใบจะปล่อยก๊าซมรณะออกมา

การใช้คำ

will release a deadly gas: ปล่อยสารออกมา

ในประโยคนี้ release หมายถึง “ทำให้หรือปล่อยให้สารออกมา” กรรมของคำนี้คือ a deadly gas ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าก๊าซอันตรายถึงชีวิตออกมาจากหีบหรือถูกปล่อยออกมาจากหีบ Release ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการปล่อยคนให้เป็นอิสระ ในบริบทด้านความปลอดภัยและวิทยาศาสตร์ คำนี้มักมีกรรมเป็น gas, chemicals, heat หรือ energy ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ release ในความหมายว่า “ทำให้สารออกมา”

  1. A damaged battery can release harmful chemicals.
  2. The guard will release the visitor at noon.
  3. The studio will release the film in June.
ดูคำตอบ

A damaged battery can release harmful chemicals.

But you don't know whether the treasure ไวยากรณ์

3:20

แต่คุณไม่รู้ว่าสมบัติ

is in the true or the false chest.

3:21

อยู่ในหีบแห่งความจริงหรือหีบแห่งความเท็จ

ไวยากรณ์

whether the treasure is in the true or the false chest: ทางเลือกในคำถามแฝง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย whether เป็นกรรมของ don't know และบอกอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ไม่รู้นั้นคืออะไร Whether ... or ... เสนอทางเลือกสองอย่าง ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าสมบัติอาจอยู่ในหีบจริงหรือหีบปลอม เนื่องจากนี่เป็นคำถามแฝงอยู่ในประโยค จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ whether the treasure is ... ไม่ใช่ whether is the treasure ... ในที่นี้ whether แสดงความไม่แน่ใจระหว่างหลายความเป็นไปได้ ไม่ได้มีความหมายเป็นเงื่อนไขแบบ if

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ whether ... or ... อย่างถูกต้องเพื่อแสดงทางเลือกในคำถามแฝง

  1. We need to find out whether the key is in the drawer or the backpack.
  2. We need to find out whether is the key in the drawer or the backpack.
  3. We need to find out whether the key in the drawer or the backpack.
ดูคำตอบ

We need to find out whether the key is in the drawer or the backpack.

What should you say to get the treasure

3:24

คุณควรจะพูดอะไรเพื่อให้ได้สมบัติมา

and live to tell the tale? สำนวน

3:26

และรอดชีวิตกลับมาเล่าเรื่องราวนี้ได้

สำนวน

live to tell the tale: รอดชีวิตจากอันตราย

live to tell the tale เป็นสำนวนที่หมายถึงการรอดชีวิตจากเหตุการณ์อันตรายหรือยากลำบากอย่างมาก แล้วสามารถเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในภายหลัง ใจความสำคัญคือการรอดชีวิต ไม่ได้หมายถึงเพียงมีชีวิตอยู่นานพอที่จะเล่าเรื่องหนึ่งเรื่อง ในประโยคนี้ and เชื่อมผลลัพธ์ที่ต้องการสองอย่าง คือได้สมบัติและรอดจากอันตรายที่เกี่ยวข้องกับสมบัตินั้น สำนวนนี้ทำให้คำถามมีน้ำเสียงน่าตื่นเต้นเหมือนเรื่องราวผจญภัย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงพวกเขารอดชีวิตจากเหตุการณ์อันตรายให้ประโยคสมบูรณ์: The hikers were rescued from the avalanche and ____.

ดูคำตอบ

lived to tell the tale

This bonus riddle comes courtesy of our sponsor Brilliant. การใช้คำ

3:28

ปริศนาโบนัสนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Brilliant

การใช้คำ

comes courtesy of: ระบุผู้จัดหาหรือผู้สนับสนุน

ในบริบทของการให้เครดิตหรือการสนับสนุน รูปแบบ X comes courtesy of Y ระบุว่า Y คือบุคคลหรือองค์กรที่จัดหา มอบ หรือสนับสนุน X ในโครงสร้างนี้ courtesy ไม่ได้หมายถึง “ความสุภาพ” เป็นหลัก แต่ courtesy of ทำหน้าที่เป็นวลีบอกแหล่งที่มาหรือผู้ที่ควรได้รับเครดิต ในที่นี้ประธานคือ this bonus riddle และ our sponsor Brilliant ถูกระบุว่าเป็นผู้จัดหา วลีนี้ยังเพิ่มความรู้สึกยอมรับหรือขอบคุณอีกด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่บอกว่าใครเป็นผู้จัดงานให้ข้อความผู้สนับสนุนสมบูรณ์: The free concert ____ several local businesses.

ดูคำตอบ

comes courtesy of

Commit to advancing your personal growth วลี

3:32

มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเติบโตส่วนบุคคลของคุณ

วลี

Commit to advancing your personal growth: commit to + รูป -ing

ใน commit to advancing คำว่า commit หมายถึงการตัดสินใจอย่างจริงจังและทุ่มเทความพยายามให้กับเป้าหมาย รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ commit to + คำนามหรือรูป -ing โดย to ในที่นี้เป็นคำบุพบท และ advancing ใช้เรียกการกระทำที่ดำเนินต่อเนื่อง ประโยคคำสั่งนี้ทำให้ข้อความกลายเป็นคำเชิญชวนให้ลงมือทำที่เป็นทางการและเป็นบวก โดยขอให้ผู้ฟังลงทุนกับการพัฒนาตนเองในระยะยาว ไม่ใช่เพียงทำงานสั้น ๆ ให้เสร็จครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบทั่วไป commit to + รูป -ing และรูปที่ถูกต้องของ improve: Lena committed to ____ her public-speaking skills this year.

ดูคำตอบ

improving

by visiting brilliant.org/teded,

3:34

โดยเข้าไปที่ brilliant.org/teded

and the first 833 of you to use that link ไวยากรณ์

3:37

และ 833 ท่านแรกที่ใช้ลิงก์นั้น

ไวยากรณ์

the first 833 of you to use that link: เลือกกลุ่มที่ลงมือก่อน

The first 833 of you หมายถึง 833 คนที่ลงมือก่อนคนอื่นภายในกลุ่มที่ผู้พูดกำลังกล่าวถึง โดย the first 833 กำหนดทั้งจำนวนและลำดับ ส่วน of you ระบุว่าคนเหล่านี้มาจากกลุ่มใหญ่ที่เป็น “พวกคุณ” วลี infinitive to use that link ขยายคนกลุ่มนี้และระบุการกระทำที่ใช้ตัดสินว่าใครนับว่าเป็นคนแรก หมายถึง 833 คนในหมู่พวกคุณที่ใช้ลิงก์นั้นก่อนคนอื่นทั้งหมด ไม่ใช่วลีที่บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า 30 คนที่ส่งแบบฟอร์มเร็วที่สุดในกลุ่มคนที่กำลังได้รับการกล่าวถึงจะได้รับเข็มกลัด?

  1. The first 30 people will submit the form to receive a badge.
  2. Thirty of you will be the first to receive a badge after submitting the form.
  3. The first 30 of you to submit the form will receive a badge.
ดูคำตอบ

The first 30 of you to submit the form will receive a badge.

will get a 20% discount off the annual subscription. วลี

3:41

จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับการสมัครสมาชิกรายปี

วลี

get a 20% discount off ...: ลด 20% จากราคาปกติ

ใน get a 20% discount off the annual subscription คำว่า get หมายถึง “ได้รับ” และ a 20% discount หมายถึงหัก 20% ออกจากราคาปกติ โดยทั่วไปลูกค้าจึงจ่าย 80% ของราคานั้น off ใช้นำหน้าสิ่งที่ถูกลดราคา ซึ่งในที่นี้คือ the annual subscription หรือ “การสมัครสมาชิกรายปี” ตรงนี้ off ไม่ได้หมายถึงการออกจากหรือปิดการสมัครสมาชิก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get a [percentage or amount] discount off [a price, product, or service]

แบบฝึกหัด

แผนรายปีของบริการหนึ่งมีราคา 100 ดอลลาร์ก่อนใช้ข้อเสนอ เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: New members get a 20% ____ the annual plan, so they pay $80.

ดูคำตอบ

discount off