ความเชื่อผิดๆ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวิวัฒนาการ - Alex Gendler: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
575 คำ 166 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้แก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิวัฒนาการ โดยอธิบายว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวไม่ได้วิวัฒน์ด้วยการส่งต่อลักษณะที่เกิดขึ้นภายหลัง ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการสืบพันธุ์ในสภาพแวดล้อมหนึ่ง ๆ และการคัดเลือกโดยธรรมชาติไม่ได้มองเห็นอนาคตหรือมีเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. passing those on to their offspring. — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า pass on to ใช้บอกการถ่ายทอดลักษณะไปยังลูกหลานอย่างไร และสังเกตว่ารูปแบบเดียวกันยังใช้กับการส่งต่อข้อมูล ประเพณี หรือทรัพย์สินให้ผู้อื่นได้ด้วย 2. at least we can say that — วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าทีในการสนทนา: เข้าใจวิธีที่ผู้พูดถอยมาเสนอข้อสรุปซึ่งดูเหมือนปลอดภัยอย่างระมัดระวังก่อนจะหักล้าง และใช้สำนวนนี้เพื่อจำกัดขอบเขตของคำกล่าวโดยไม่ยืนยันว่าแน่นอนทั้งหมด 3. evolution proceeds blindly — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า blindly เป็นคำเปรียบเทียบว่าวิวัฒนาการดำเนินไปโดยไม่มีการคาดการณ์ เจตนา หรือแบบแผนปลายทาง ไม่ได้กล่าวถึงการมองเห็นตามตัวอักษร และตีความการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนมนุษย์แบบเดียวกันในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Myths and misconceptions about evolution. วลี

0:14

มายาคติและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ

วลี

Myths and misconceptions: คำนามคู่ที่ใช้กำหนดหัวข้อซึ่งต้องชี้แจง

ในชื่อเรื่องวิทยาศาสตร์นี้ myths หมายถึงคำกล่าวที่ถูกพูดซ้ำอย่างแพร่หลายแต่ไม่เป็นความจริง ไม่ได้หมายถึงเรื่องเล่าปรัมปรา ส่วน misconceptions คือความเชื่อหรือความเข้าใจที่ผิดซึ่งผู้คนอาจคิดว่าเป็นความจริง การเชื่อม myths กับ misconceptions ด้วย and ทำให้แนวคิดผิดสองประเภทที่เกี่ยวข้องกันกลายเป็นหัวข้อ โครงสร้างชื่อเรื่อง Myths and misconceptions about + หัวข้อ บอกว่าเนื้อหาจะช่วยชี้แจงแนวคิดที่ผิดเกี่ยวกับหัวข้อนั้น

แบบฝึกหัด

ชื่อเรื่องใดบอกชัดเจนที่สุดว่าเนื้อหาจะแก้ไขแนวคิดผิด ๆ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนอนหลับ

  1. Myths and misconceptions about sleep
  2. Questions and schedules about sleep
  3. Stories and adventures about sleep
ดูคำตอบ

Myths and misconceptions about sleep

Let's talk about evolution.

0:18

มาคุยกันเรื่องวิวัฒนาการดีกว่า

You've probably heard that some people consider it controversial, วลี

0:20

คุณอาจเคยได้ยินว่าบางคนมองว่ามันเป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน

วลี

You've probably heard that: การเกริ่นถึงข้อกล่าวอ้างที่ผู้ฟังคุ้นเคย

You've probably heard that + อนุประโยค ใช้เกริ่นถึงข้อกล่าวอ้างที่ผู้ฟังน่าจะเคยพบมาก่อน heard ในที่นี้หมายถึงการรับรู้แนวคิดที่แพร่หลาย ไม่จำเป็นต้องเป็นการจำเหตุการณ์เฉพาะครั้งที่ได้ยินด้วยหู probably ทำให้การคาดเดานุ่มนวลขึ้น ผู้พูดคาดว่าข้อกล่าวอ้างนี้น่าจะคุ้นหู แต่ยังเปิดโอกาสว่าผู้ฟังอาจเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเกริ่นถึงข้อกล่าวอ้างที่ผู้ฟังน่าจะคุ้นเคยได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทึกทักว่าผู้ฟังต้องรู้อยู่แล้ว

  1. Listen that plants need sunlight.
  2. You've probably heard that plants need sunlight.
  3. You certainly know that plants need sunlight.
ดูคำตอบ

You've probably heard that plants need sunlight.

วลี

consider it controversial: consider + กรรม + คำคุณศัพท์

ในที่นี้ consider ใช้โครงสร้าง consider + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย it เป็นกรรมและหมายถึง evolution ส่วน controversial เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกว่าคนบางกลุ่มประเมินสิ่งนั้นอย่างไร โครงสร้างนี้ใช้บอกการตัดสินอย่างกระชับ consider something controversial หมายถึง มองหรือประเมินว่าสิ่งหนึ่งเป็นประเด็นถกเถียง คำว่า controversial หมายถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเห็นต่างหรือการถกเถียง ไม่ได้แปลว่า ซับซ้อน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง consider + กรรม + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้อง

  1. Most reviewers consider the design practical.
  2. Most reviewers consider about the design practical.
  3. Most reviewers consider that the design practical.
ดูคำตอบ

Most reviewers consider the design practical.

even though most scientists don't. ไวยากรณ์

0:23

ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้คิดเช่นนั้นก็ตาม

ไวยากรณ์

even though: นำการยอมรับข้อเท็จจริงที่สวนทางกัน

even though ใช้นำใจความยอมรับข้อเท็จจริงที่สวนทางกัน โดยอนุประโยคที่ตามมาถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นสิ่งที่ทราบแน่แล้ว แต่ขัดกับข้อความหลัก ในที่นี้ใจความหลักคือบางคนมองว่าวิวัฒนาการเป็นประเด็นถกเถียง ทั้งที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้น ใน most scientists don't คำว่า don't ใช้แทนวลีกริยาที่ซ้ำคือ consider it controversial ภาษาอังกฤษมักละคำที่ซ้ำหลังคำกริยาช่วยเมื่อความหมายชัดเจน

แบบฝึกหัด

ผู้พูดรู้ว่าตอนนี้ถนนปิดอยู่ เลือกประโยคที่เหมาะสมที่สุด

  1. Even if the road is closed, the bus is still running.
  2. Because the road is closed, the bus is still running.
  3. Even though the road is closed, the bus is still running.
ดูคำตอบ

Even though the road is closed, the bus is still running.

But even if you aren't one of those people ไวยากรณ์

0:26

แต่ถึงแม้คุณจะไม่ใช่หนึ่งในคนเหล่านั้น

ไวยากรณ์

even if: เงื่อนไขสมมติที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

even if ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นหรือเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้น ไม่ใช่เงื่อนไขที่ผู้พูดบอกว่าเป็นข้อเท็จจริง ประเด็นหลักยังคงเป็นจริงไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าผู้ฟังอาจไม่ใช่หนึ่งในคนเหล่านั้น แล้วจึงกล่าวข้อคิดเห็นอื่นต่อไป วิธีนี้ช่วยให้ประเด็นถัดไปฟังดูตรงหรือกล่าวโทษน้อยลง

แบบฝึกหัด

ใช้ even if เพื่อแสดงว่าฝนเป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นและแผนจะไม่เปลี่ยน: We'll play outside ____ it rains tomorrow.

ดูคำตอบ

even if

and you think you have a pretty good understanding of evolution,

0:28

และคุณคิดว่าตัวเองมีความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการค่อนข้างดี

chances are you still believe some things about it วลี

0:30

ก็เป็นไปได้มากว่าคุณยังคงเชื่อบางสิ่งเกี่ยวกับมัน

that aren't entirely right. น้ำเสียง/เจตนา

0:33

ที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

วลี

chances are: บอกว่าบางสิ่งมีความเป็นไปได้สูง

Chances are + อนุประโยค หมายความว่าบางสิ่งน่าจะเป็นจริงหรือน่าจะเกิดขึ้น ใช้นำเสนอการคาดการณ์หรือการคาดเดาที่ค่อนข้างมั่นใจแต่ไม่แน่นอน คำว่า that ซึ่งไม่จำเป็นมักถูกละไว้ เช่น Chances are you'll ... ในที่นี้ chances หมายถึงความน่าจะเป็น ไม่ได้หมายถึงโอกาสหลายครั้ง วลีนี้บอกว่าผู้ฟังน่าจะยังเชื่อแนวคิดบางอย่างที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเพื่อแสดงการคาดเดาที่มีความเป็นไปได้สูง: ____ we'll need more time.

ดูคำตอบ

Chances are

น้ำเสียง/เจตนา

aren't entirely right: การแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ aren't entirely right หมายถึง “ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด” เป็นการบอกว่ามีบางอย่างต้องแก้ไข โดยไม่พูดตรง ๆ ว่าทุกส่วนผิดทั้งหมด entirely หมายถึง “ทั้งหมด” หรือ “โดยสมบูรณ์” ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้ระบุว่าถูกหรือผิดมากน้อยเพียงใด อย่าคิดเอาเองว่าหมายถึง “เกือบทั้งหมดถูก” เพราะผู้พูดอาจกำลังจะชี้ข้อผิดพลาดสำคัญ

แบบฝึกหัด

คำอธิบายของเพื่อนร่วมชั้นมีข้อผิดพลาด ประโยคใดแก้ความเข้าใจอย่างนุ่มนวลโดยไม่บอกว่าทุกส่วนผิดทั้งหมด?

  1. Everything in your explanation is completely wrong.
  2. Your explanation isn't entirely right.
  3. Your explanation is entirely right.
ดูคำตอบ

Your explanation isn't entirely right.

Things like

0:35

เรื่องต่างๆ เช่น

evolution is organisms adapting to their environment. วลี

0:36

วิวัฒนาการคือการที่สิ่งมีชีวิตปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม

วลี

organisms adapting to their environment: โครงสร้าง adapt to

adapt to + คำนาม หมายถึง “เปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อเงื่อนไขบางอย่าง” ในที่นี้ organisms เป็นฝ่ายปรับตัว และ their environment คือสภาพที่พวกมันปรับตัวเข้าหา Adapting เป็นรูป -ing ของ adapt คง to ไว้เมื่อประธานเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เข้ากับเงื่อนไขภายนอก หากไม่มี to คำว่า adapt สามารถรับกรรมตรงและหมายถึงการดัดแปลงสิ่งนั้นเพื่อจุดประสงค์ใหม่ได้ ประโยคเต็มกำลังเสนอแนวคิดที่จะถูกแก้ไขในภายหลัง จึงไม่ควรถือเป็นคำจำกัดความที่ครบถ้วนของวิวัฒนาการ

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ต้องใช้หลัง adapt: Young trees must adapt ____ colder winters.

ดูคำตอบ

to

This was an earlier,

0:41

นี่เป็นทฤษฎีวิวัฒนาการในยุคแรกๆ

now discredited theory of evolution. การใช้คำ

0:42

ซึ่งปัจจุบันถูกหักล้างไปแล้ว

การใช้คำ

now discredited: ทฤษฎีที่สูญเสียความน่าเชื่อถือแล้ว

ในวลี now discredited theory คำว่า discredited เป็นรูป past participle ที่ทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์ หมายความว่าหลักฐานหรือการตรวจสอบอย่างจริงจังทำให้ทฤษฎีนี้สูญเสียความน่าเชื่อถือและไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางอีกต่อไป คำว่า now บอกว่าการประเมินเปลี่ยนไปตามเวลา ทฤษฎีนี้อาจเคยมีผู้สนับสนุน แต่ปัจจุบันไม่เป็นที่ยอมรับแล้ว ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงทฤษฎีทางประวัติศาสตร์เฉพาะเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับวิวัฒนาการ ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการทั้งหมดถูกปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

หลักฐานที่พบภายหลังแสดงว่าข้ออ้างหนึ่งไม่น่าเชื่อถือ และผู้เชี่ยวชาญไม่ยอมรับข้ออ้างนั้นอีกต่อไป ประโยคใดแสดงผลนี้ได้แม่นยำที่สุด

  1. Experts now call it a controversial claim.
  2. Experts say the claim has received criticism.
  3. Experts now call it a discredited claim.
ดูคำตอบ

Experts now call it a discredited claim.

Almost 60 years before Darwin published his book, ไวยากรณ์

0:45

เกือบ 60 ปีก่อนที่ดาร์วินจะตีพิมพ์หนังสือของเขา

ไวยากรณ์

before Darwin published: ช่วงเวลา + before + อนุประโยค

ใน before Darwin published his book คำว่า before ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา โดย Darwin เป็นประธานและ published เป็นคำกริยา อนุประโยคนี้ใช้เหตุการณ์ที่สมบูรณ์เป็นจุดอ้างอิงด้านเวลา ไม่ได้ให้เพียงวันที่เท่านั้น Almost 60 years บอกช่วงห่างระหว่างเหตุการณ์อ้างอิงนั้นกับเหตุการณ์ในประโยคหลัก เหตุการณ์ในประโยคหลักเกิดก่อน ส่วนการตีพิมพ์ของดาร์วินเกิดขึ้นเกือบ 60 ปีต่อมา รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ time period + before + subject + verb เช่น two days before school started

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกเวลาที่แสดงว่าไฟดับก่อนและการแสดงเริ่มทีหลัง: The lights went out moments ____ the show began.

ดูคำตอบ

before

Jean-Baptiste Lamarck proposed that creatures evolve วลี

0:49

ฌอง-บาติสต์ ลามาร์ก เสนอว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ

วลี

proposed that creatures evolve:การเสนอทฤษฎีอย่างเป็นทางการ

proposed that + อนุประโยค เป็นรูปแบบที่เป็นทางการสำหรับเสนอแนวคิด ทฤษฎี หรือคำอธิบายให้ผู้อื่นพิจารณา ในประโยคนี้ ลามาร์กเสนอข้ออ้างว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ แต่ proposed ไม่ได้หมายความว่าข้ออ้างนั้นได้รับการพิสูจน์แล้ว โครงสร้างคือ proposed that + ประธาน + กริยา ในที่นี้ creatures เป็นประธาน และ evolve เป็นกริยา การใช้ propose แบบนี้หมายถึงเสนอแนวคิด ไม่ได้หมายถึงขอใครแต่งงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ proposed that ได้ถูกต้องเพื่อเสนอแนวคิดอย่างเป็นทางการ

  1. The researchers proposed that the river had changed course.
  2. The researchers proposed the river to have changed course.
  3. The researchers proposed about the river changing course.
ดูคำตอบ

The researchers proposed that the river had changed course.

by developing certain traits over their lifetimes ไวยากรณ์

0:51

โดยการพัฒนาลักษณะบางอย่างตลอดช่วงชีวิตของพวกมัน

ไวยากรณ์

by developing certain traits:การบอกวิธีด้วย by + -ing

By + กริยา-ing ใช้บอกวิธีหรือหนทางที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในวลีนี้ by developing certain traits อธิบายว่าสิ่งมีชีวิตถูกกล่าวว่าเกิดวิวัฒนาการได้อย่างไร การพัฒนาลักษณะเหล่านี้ถูกเสนอให้เป็นวิธีการ ไม่ใช่การกระทำแบบถูกกระทำอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบคือ by + กริยา-ing developing เป็นรูป -ing ที่อยู่หลังบุพบท by และ creatures ที่เข้าใจได้จากบริบทเป็นผู้กระทำ developing ในที่นี้ by ไม่ได้เป็นเครื่องหมายของประโยคถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by + กริยา-ing เพื่อบอกวิธีได้ถูกต้อง

  1. She improved her drawing by to practice for ten minutes each day.
  2. She improved her drawing by practiced for ten minutes each day.
  3. She improved her drawing by practicing for ten minutes each day.
ดูคำตอบ

She improved her drawing by practicing for ten minutes each day.

and then passing those on to their offspring. กริยาวลี

0:54

แล้วส่งต่อสิ่งเหล่านั้นไปยังลูกหลาน

กริยาวลี

passing those on to their offspring: ถ่ายทอดลักษณะเหล่านั้นไปยังลูกหลาน

ในประโยคนี้ those หมายถึง traits ที่กล่าวมาก่อนหน้า วลี passing those on to their offspring หมายถึงการถ่ายทอดลักษณะเหล่านั้นไปยังรุ่นต่อไป โดย pass on ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเดินผ่าน ใช้ pass something on to someone เมื่อต้องการส่งต่อข้อมูล ความรู้ ประเพณี สิ่งของ หรือลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม วลีนี้เป็นกริยาวลีที่แยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางคำนั้นไว้ระหว่าง pass กับ on เช่น pass it on หรือ pass them on

แบบฝึกหัด

ใช้ pass ... on เติมประโยคให้สมบูรณ์: After you read the note, please ____ it ____ to Maya.

ดูคำตอบ

pass · on

For example,

0:58

ตัวอย่างเช่น

he thought that because giraffes spent their lives stretching ไวยากรณ์

0:59

เขาคิดว่าเพราะยีราฟใช้เวลาทั้งชีวิตในการยืดคอ

ไวยากรณ์

spent their lives stretching: ใช้เวลาทั้งชีวิตยืดตัว

spent their lives stretching ใช้โครงสร้าง spend + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life/lives + กริยา-ing เนื่องจาก giraffes เป็นพหูพจน์ จึงใช้ their lives ส่วน stretching ระบุกิจกรรมที่ทำ สำนวนนี้บอกว่ากิจกรรมนั้นดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำตลอดชีวิต ไม่ใช่การยืดตัวเพียงครั้งเดียว โดยทั่วไป spend one's life doing something ใช้อธิบายการทุ่มเทระยะยาวหรือพฤติกรรมที่ดำเนินไปตลอดชีวิต

แบบฝึกหัด

ใช้ spend one's life doing ในรูปอดีตเติมประโยคให้สมบูรณ์: Ms. Lee ____ children to read.

ดูคำตอบ

spent her life teaching

to reach leaves on higher branches,

1:02

เพื่อกินใบไม้บนกิ่งที่สูงกว่า

their children would be born with longer necks. ไวยากรณ์

1:05

ลูกของพวกมันจึงเกิดมาพร้อมกับคอที่ยาวขึ้น

ไวยากรณ์

would be born with + ลักษณะ: ลักษณะที่มีมาตั้งแต่เกิดในผลลัพธ์สมมติ

ในประโยคนี้ would แสดงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้ทฤษฎีหรือสถานการณ์สมมติ ไม่ได้ยืนยันว่าการคาดการณ์นั้นถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ be born with + นามวลี หมายถึงมีลักษณะบางอย่างมาตั้งแต่เกิด ในที่นี้ with longer necks บอกถึงลักษณะที่มีอยู่แล้วตอนเกิด ไม่ใช่สิ่งที่ลูก ๆ ได้มาภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า ในสถานการณ์สมมติ ลูกสุนัขจะมีขนหนาอยู่แล้วตั้งแต่เกิด

  1. The puppies would born with thick fur.
  2. The puppies would be born to thick fur.
  3. The puppies would be born with thick fur.
ดูคำตอบ

The puppies would be born with thick fur.

But we know now that's not how genetic inheritance works. วลี

1:08

แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าการถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่ได้ทำงานแบบนั้น

วลี

That's not how X works: การแก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีทำงาน

That's not how X works เป็นวิธีพูดตรง ๆ เพื่อแก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกลไก กระบวนการ กฎ หรือระบบ หมายความว่า X ทำงานต่างจากที่เพิ่งมีการกล่าวไว้ How genetic inheritance works เป็นอนุประโยคที่อยู่ภายในประโยค จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + ประธาน + works ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงไม่ใช้ do หรือ does

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าระบบชำระเงินทำงานต่างจากที่กล่าวไว้

  1. That's not how does the payment system work.
  2. That's not what the payment system works.
  3. That's not how the payment system works.
ดูคำตอบ

That's not how the payment system works.

In fact,

1:12

อันที่จริง

individual organisms don't evolve at all. วลี

1:13

สิ่งมีชีวิตแต่ละตัวไม่ได้มีวิวัฒนาการเลย

วลี

don't evolve at all: at all ใช้เน้นการปฏิเสธ

ในประโยคปฏิเสธ at all ใช้เน้นการปฏิเสธ และหมายถึงไม่ว่าในทางใดหรือไม่แม้แต่น้อย ในที่นี้ don't evolve at all หมายถึงสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวไม่ได้วิวัฒนาการในความหมายที่กำลังพูดถึง แม้แต่น้อย ในรูปแบบนี้ all ไม่ได้หมายถึงทุกตัว โครงสร้าง not ... at all ทั้งชุดทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้เพื่อเน้นการปฏิเสธ: The new rule didn't help ____.

ดูคำตอบ

at all

Instead,

1:16

แต่ทว่า

random genetic mutations cause some giraffes ไวยากรณ์

1:17

การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมแบบสุ่มต่างหากที่ทำให้ยีราฟบางตัว

to be born with longer necks

1:19

เกิดมามีคอที่ยาวขึ้น

ไวยากรณ์

mutations cause some giraffes to be born: cause + กรรม + to-infinitive

โครงสร้าง cause + กรรม + to-infinitive หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้เกิดผลบางอย่างกับคนหรือสิ่งของ ในที่นี้ mutations ระบุสาเหตุ วลี some giraffes เป็นกรรมที่ได้รับผล และ to be born อธิบายเหตุการณ์ที่เป็นผลลัพธ์ cause ในประโยคนี้เป็นคำกริยา หลังกรรมให้ใช้ to + คำกริยารูปพื้นฐาน คือ cause someone or something to do something เนื่องจาก born ปกติใช้ร่วมกับ be วลีที่บอกผลจึงเป็น to be born

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ที่ถูกต้องของ freeze: The cold weather caused the lake ____.

ดูคำตอบ

to freeze

and that gives them a better chance to survive วลี

1:21

และนั่นทำให้พวกมันมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า

วลี

gives them a better chance to survive: เพิ่มความเป็นไปได้ที่ผลลัพธ์หนึ่งจะเกิดขึ้น

โครงสร้าง give someone a better chance to do something หมายถึง เงื่อนไขบางอย่างทำให้คนหรือกลุ่มหนึ่งมีแนวโน้มที่จะได้ผลลัพธ์ตามที่ระบุด้วย to-infinitive มากขึ้น ในที่นี้ them หมายถึงยีราฟที่มีคอยาวกว่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น ส่วน to survive ระบุผลลัพธ์ว่า “รอดชีวิต” ในประโยคนี้ chance หมายถึง “ความเป็นไปได้” หรือ “โอกาสเชิงความน่าจะเป็น” ไม่ใช่โอกาสเฉพาะครั้งที่เลือกคว้าไว้ได้ คำว่า better แสดงการเปรียบเทียบว่าโอกาสรอดชีวิตของพวกมันสูงกว่าเดิมหรือสูงกว่าเมื่อไม่มีเงื่อนไขนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ความเป็นไปได้ที่สูงขึ้น”: Wearing a helmet gives cyclists ____ avoid serious injury.

ดูคำตอบ

a better chance to

than the ones who weren't so lucky.

1:24

ตัวที่ไม่ได้โชคดีแบบนั้น

Which brings us to ลำดับความ

1:26

ซึ่งนำเรามาสู่เรื่อง

ลำดับความ

Which brings us to: เปลี่ยนจากประเด็นหนึ่งไปสู่ประเด็นถัดไป

Which brings us to + หัวข้อ เป็นสำนวนเปลี่ยนเรื่องที่แสดงว่าประเด็นก่อนหน้านำไปสู่ประเด็นถัดไปอย่างเป็นธรรมชาติ สำนวนนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วยการจบขั้นตอนหนึ่งแล้วเริ่มขั้นตอนต่อไป Which อ้างถึงข้อความหรือแนวเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงคำนามคำใดคำหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ส่วน brings us to ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงพาผู้พูดและผู้ฟังไปยังหัวข้อใหม่ เนื่องจาก to ต้องมีจุดหมายในโครงสร้างนี้ จึงมักมีหัวข้อถัดไปตามหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเปลี่ยนเรื่องสี่คำจากบทเรียน: We've reviewed the budget, ____ the timeline.

ดูคำตอบ

which brings us to

survival of the fittest. วัฒนธรรม

1:28

การอยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด

วัฒนธรรม

survival of the fittest: fittest ไม่ได้หมายถึง strongest

survival of the fittest เป็นวลีสั้น ๆ ที่ใช้กันทั่วไปเพื่ออธิบายส่วนหนึ่งของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ในที่นี้ fittest หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบันมากที่สุด จึงมีโอกาสรอดและสืบพันธุ์มากกว่า ไม่ได้หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงที่สุดทางร่างกายเท่านั้น ลักษณะที่นับว่า fit จะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ลักษณะที่มีประโยชน์ในสถานที่หรือช่วงเวลาหนึ่งอาจไม่เป็นประโยชน์ในอีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง ดังนั้นวลีนี้จึงพูดถึงการปรับตัวโดยเปรียบเทียบ ไม่ใช่การแข่งขันด้านพละกำลัง

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนเรื่องวิวัฒนาการ the fittest หมายถึงอะไรได้ถูกต้องที่สุด?

  1. สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงที่สุดทางร่างกายในทุกสถานการณ์
  2. สิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนที่สุดในทุกสถานการณ์
  3. สิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบันมากที่สุดและมีโอกาสสืบพันธุ์มากกว่า
ดูคำตอบ

สิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบันมากที่สุดและมีโอกาสสืบพันธุ์มากกว่า

This makes it sound like evolution always favors วลี

1:31

นี่ฟังดูเหมือนว่าวิวัฒนาการมักจะเข้าข้าง

วลี

This makes it sound like: ใช้บอกความรู้สึกที่คำพูดสร้างขึ้น

ในโครงสร้าง This makes it sound like + อนุประโยค ถ้อยคำหรือสถานการณ์หนึ่งจะสร้างความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นความจริงแน่นอน และอาจกำลังจะอธิบายแก้ไขความรู้สึกนั้น ในที่นี้ This ย้อนกลับไปหมายถึงวลีที่เพิ่งใช้ ส่วน it หมายถึงแนวคิดที่กำลังนำเสนอโดยรวม sound หมายถึงดูเหมือนเป็นเช่นนั้นจากวิธีอธิบาย ไม่ได้หมายถึงส่งเสียงออกมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ make it sound like: The poster ____ the concert is free, but tickets actually cost ten dollars.

ดูคำตอบ

makes it sound like

the biggest, strongest or fastest creatures,

1:34

สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุด แข็งแรงที่สุด หรือเร็วที่สุดเสมอ

which is not really the case. วลี

1:37

ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

วลี

which is not really the case: แก้แนวคิดก่อนหน้าอย่างนุ่มนวล

อนุประโยคสัมพันธ์ “which is not really the case” ย้อนอ้างถึงแนวคิดหรือข้อสรุปที่เพิ่งกล่าวไป แล้วบอกอย่างนุ่มนวลว่าสิ่งนั้นไม่ตรงกับสถานการณ์จริง ในที่นี้ “the case” หมายถึง “สถานการณ์จริง” ไม่ใช่คดีความ ส่วน “not really” ช่วยให้การแก้ความเข้าใจฟังไม่ห้วน จึงสามารถโต้แย้งแนวคิดที่ดูสมเหตุสมผลได้โดยไม่ต้องพูดตรง ๆ ว่าแนวคิดนั้นผิด

แบบฝึกหัด

“which is not really the case” ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. ยืนยันว่าแนวคิดก่อนหน้าถูกต้องทั้งหมด
  2. บอกอย่างนุ่มนวลว่าแนวคิดก่อนหน้าไม่ตรงกับสถานการณ์จริง
  3. กล่าวถึงคดีความคดีใหม่
ดูคำตอบ

บอกอย่างนุ่มนวลว่าแนวคิดก่อนหน้าไม่ตรงกับสถานการณ์จริง

For one thing, ลำดับความ

1:39

ประการแรก

ลำดับความ

For one thing: ใช้เปิดเหตุผลข้อแรก

“For one thing” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังเริ่มเสนอเหตุผลหรือข้อโต้แย้งข้อแรกในลำดับที่จัดไว้ โดยทำให้ข้อมูลถัดไปเป็นหนึ่งในประเด็นสนับสนุน ในที่นี้ thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ สำนวนนี้มักสื่อว่าอาจมีเหตุผลอื่นตามมา ในข้อความนี้ “Secondly” ที่ปรากฏภายหลังทำให้ลำดับชัดเจน แต่ “For one thing” ไม่จำเป็นต้องตามด้วย “For another thing” เสมอไป

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่ใช้เปิดเหตุผลข้อแรกได้อย่างเป็นธรรมชาติ: ____, the room is too small. Secondly, it has no windows.

  1. By the way
  2. For one thing
  3. In other words
ดูคำตอบ

For one thing

evolutionary fitness is just a matter of โน้ต

1:41

ความเหมาะสมทางวิวัฒนาการเป็นเพียงแค่เรื่องของ

การใช้คำ

evolutionary fitness: ความสำเร็จในการสืบพันธุ์ในสภาพแวดล้อมหนึ่ง

Evolutionary fitness เป็นศัพท์ชีววิทยาที่บอกว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งประสบความสำเร็จเพียงใดเมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตอื่นในการอยู่รอดและมีลูกในสภาพแวดล้อมหนึ่ง การส่งต่อยีนไปยังรุ่นถัดไปคือผลสำคัญในทางวิวัฒนาการ fitness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความสามารถในการออกกำลังกายหรือความแข็งแรงของร่างกาย สิ่งมีชีวิตที่แข็งแรงน้อยกว่าก็อาจมีความเหมาะสมเชิงวิวัฒนาการสูงกว่าได้ หากมีลูกที่อยู่รอดมากกว่า

แบบฝึกหัด

ในทางชีววิทยา evolutionary fitness อธิบายสิ่งใดเป็นหลัก?

  1. จำนวนปีสูงสุดที่สิ่งมีชีวิตใด ๆ สามารถมีชีวิตอยู่ได้
  2. ความสำเร็จโดยเปรียบเทียบในการมีลูกที่อยู่รอดในสภาพแวดล้อมหนึ่ง
  3. ร่างกายของสิ่งมีชีวิตแข็งแรงและมีความสามารถทางกีฬาเพียงใด
ดูคำตอบ

ความสำเร็จโดยเปรียบเทียบในการมีลูกที่อยู่รอดในสภาพแวดล้อมหนึ่ง

วลี

just a matter of: สรุปให้เหลือปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียว

โครงสร้าง be just a matter of + คำนาม รูป -ing หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำคำถาม หมายความว่าผลลัพธ์หรือคำอธิบายขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตามหลัง of just จำกัดคำอธิบายให้เหลือปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียว ส่วน matter เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว a matter of และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์หรือสิ่งของที่แยกออกมาต่างหาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีเป้าหมาย just a matter of: Choosing the final color is ____ personal taste.

ดูคำตอบ

just a matter of

how well suited they are to their current environment. วลี

1:43

ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมปัจจุบันของพวกมัน

วลี

how well suited ... to: บอกระดับความเหมาะสม

How well ใช้บอกระดับความเข้ากัน หมายถึง “มากน้อยเพียงใด” ในอนุประโยคนี้ suited เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง are และ they are suited to their current environment หมายถึงพวกมันเข้ากับสภาพแวดล้อมนั้นหรือใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้ดี โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ how well + ประธาน + be + suited to + คำนาม เนื่องจากส่วนนี้เป็นอนุประโยคที่อยู่ในประโยคใหญ่ ลำดับคำจึงเป็น they are ไม่ใช่ are they คำบุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง suited to และห้ามละ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่สร้างจาก suited และมีความหมายว่า “เข้ากันได้ดีกับ” ลงในประโยค: These boots are well ____ wet weather.

ดูคำตอบ

suited to

If all the tall trees suddenly died out กริยาวลี

1:47

หากต้นไม้สูงทั้งหมดเกิดล้มตายลงอย่างกะทันหัน

กริยาวลี

suddenly died out: การหายไปของทั้งกลุ่ม

Die out หมายถึงการที่ทั้งกลุ่มหรือทั้งประเภทหายไปโดยสิ้นเชิง สายพันธุ์ สายตระกูล ภาษา ประเพณี หรือธรรมเนียมสามารถ die out ได้ โดยปกติวลีนี้ไม่ได้ใช้บอกเพียงว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งตัวตาย Suddenly บอกว่าการหายไปเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แม้ว่า die out มักอธิบายกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป ในที่นี้มีการสมมติว่าต้นไม้สูงทั้งหมดหายไปจากสภาพแวดล้อม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสายพันธุ์ทั้งหมดหยุดมีอยู่แล้ว

  1. Several island birds flew away for the winter.
  2. That island bird species died out in the 1800s.
  3. One island bird died yesterday.
ดูคำตอบ

That island bird species died out in the 1800s.

and only short grass was left,

1:49

และเหลือเพียงหญ้าเตี้ยๆ

all those long-necked giraffes would be at a disadvantage. วลี

1:51

ยีราฟคอยาวเหล่านั้นทั้งหมดก็จะเสียเปรียบ

วลี

be at a disadvantage: อยู่ในสถานะเสียเปรียบ

be at a disadvantage หมายถึงอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบน้อยกว่าคนหรือสิ่งอื่น จึงประสบความสำเร็จได้ยากกว่า วลีนี้อธิบายสถานการณ์โดยรวม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงข้อบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอาจกล่าวไว้ตรง ๆ หรือเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้ สภาพอาหารที่มีอยู่จะทำให้ยีราฟคอยาวอยู่ในสถานะเสียเปรียบ

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบน้อยกว่า” ให้สมบูรณ์: Without reliable internet, the team would ____.

ดูคำตอบ

be at a disadvantage

Secondly,

1:54

ประการที่สอง

survival is not how evolution occurs. ลำดับความ

1:55

การอยู่รอดไม่ใช่วิธีการที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการ

Reproduction is.

1:59

แต่การสืบพันธุ์ต่างหากที่ใช่

ลำดับความ

survival is not ... Reproduction is: การละคำเพื่อย้ายจุดเน้น

ประโยคแรกปฏิเสธ survival ว่าเป็นคำตอบของคำถามว่าวิวัฒนาการเกิดขึ้นอย่างไร ประโยคที่สองซึ่งสั้นมากนำ reproduction มาแทน survival จึงย้ายใจความสำคัญจากแนวคิดหนึ่งไปสู่อีกแนวคิดหนึ่ง ใน Reproduction is. ส่วนที่เหลือของภาคแสดงถูกละไว้ เพราะเพิ่งกล่าวไปในประโยคก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ Reproduction is how evolution occurs. การละคำเช่นนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำและเน้น reproduction ให้ตัดกับ survival อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในข้อความนี้ Reproduction is. มีความหมายเต็มว่าอย่างไร?

  1. Reproduction exists, but nothing more is implied.
  2. Reproduction is the same thing as survival.
  3. Reproduction is how evolution occurs.
ดูคำตอบ

Reproduction is how evolution occurs.

And the world is full of creatures like the male anglerfish,

2:01

และโลกนี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอย่างปลาแองเกลอร์เพศผู้

which is so small and ill-suited for survival at birth โน้ต

2:04

ซึ่งมีขนาดเล็กมากและไม่เหมาะแก่การเอาตัวรอดตั้งแต่แรกเกิด

วลี

ill-suited for survival at birth: ill-suited for + จุดประสงค์

ill-suited for หมายถึง “ไม่เหมาะหรือไม่เข้ากับจุดประสงค์หรือกิจกรรมหนึ่ง” ในที่นี้ for survival ระบุจุดประสงค์ที่สัตว์ตัวนั้นไม่มีความพร้อมเพียงพอ คำเติมหน้า ill- ในคำประสมนี้หมายถึง “อย่างไม่ดี” หรือ “อย่างไม่เหมาะสม” ไม่ได้หมายถึง “ป่วย” at birth เป็นวลีบอกเวลาที่จำกัดคำบรรยายไว้ที่ช่วงเวลาที่สัตว์เกิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย ill-suited for: The tiny boat is ____ crossing the ocean.

ดูคำตอบ

ill-suited for

that it has to quickly find a mate before it dies.

2:07

จนมันต้องรีบหาคู่ให้ได้ก่อนที่มันจะตาย

ไวยากรณ์

so small and ill-suited ... that it has to: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ตรงนี้ so แสดงว่ามีระดับสูงมาก และ that นำเข้าสู่ผลที่ตามมา กล่าวคือ การที่ตัวเล็กมากและไม่เหมาะกับการเอาชีวิตรอดทำให้เกิดความจำเป็นที่แสดงด้วย has to โครงสร้างคือ so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยคบอกผล กลุ่มคำคุณศัพท์ small และ ill-suited for survival at birth เชื่อมกันด้วย and และทั้งคู่ถูกขยายด้วย so ในการใช้นี้ that เป็นคำสันธานที่บอกว่าอนุประโยคถัดไปคือผลที่ตามมา ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่แปลว่า “นั่น”

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำในโครงสร้าง so ... that ให้สมบูรณ์: The lake was ____ cold ____ it froze overnight.

ดูคำตอบ

so · that

But at least we can say that if an organism dies without reproducing, โน้ต

2:11

แต่อย่างน้อยเราก็สามารถพูดได้ว่า หากสิ่งมีชีวิตตายโดยไม่ได้สืบพันธุ์

น้ำเสียง/เจตนา

at least we can say that: การเสนอข้อสรุปแบบจำกัดขอบเขต

At least we can say that ใช้เสนอข้อสรุปที่จงใจจำกัดขอบเขต แม้ข้อสรุปที่หนักแน่นกว่านี้จะยังไม่แน่นอน ผู้พูดก็เสนอข้อนี้ว่าเป็นข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนั้น ในที่นี้ at least จำกัดน้ำหนักหรือขอบเขตของเหตุผล ไม่ได้บอกจำนวน ถ้อยคำที่ระมัดระวังนี้ยังอาจใช้ปูทางไปสู่การโต้แย้งได้ ผู้พูดอาจชวนให้เห็นด้วยกับข้อสรุปที่ดูปลอดภัยก่อน แล้วจึงแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ข้อนั้นก็ผิด

แบบฝึกหัด

โดยทั่วไป at least we can say that ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผล?

  1. เสนอข้อกล่าวอ้างที่แคบลงว่าเป็นข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนั้น
  2. บอกค่าตัวเลขต่ำสุดในการคำนวณ
  3. รับรองว่าข้อความถัดไปจะไม่มีใครโต้แย้งได้
ดูคำตอบ

เสนอข้อกล่าวอ้างที่แคบลงว่าเป็นข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนั้น

ไวยากรณ์

dies without reproducing: โครงสร้าง without + -ing

Without เป็นคำบุพบท เมื่อส่วนที่ตามมาเป็นการกระทำ ให้ใช้รูป -ing ตามโครงสร้าง without + คำกริยา-ing ใน dies without reproducing คำว่า reproducing หมายถึงการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นก่อนสิ่งมีชีวิตนั้นตาย โครงสร้างนี้เชื่อมเหตุการณ์หนึ่งกับอีกการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น และมักสื่อว่าได้ทำสิ่งหนึ่งโดยไม่ได้ทำอีกสิ่งหนึ่ง ห้ามใช้คำกริยารูปพื้นฐานหรือ to-infinitive ต่อจาก without โดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ check เติมประโยคให้สมบูรณ์: He left without ____ the answer.

ดูคำตอบ

checking

it's evolutionarily useless, right? โน้ต

2:14

มันก็ไม่มีประโยชน์ในทางวิวัฒนาการ ใช่ไหม?

การใช้คำ

evolutionarily useless: การประเมินที่จำกัดด้วยมุมมอง

ในประโยคนี้ evolutionarily เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่บอกมุมมองและขยาย useless หมายถึง “เมื่อประเมินจากมุมมองด้านวิวัฒนาการ” ดังนั้นข้อความนี้จึงกล่าวถึงหน้าที่หรือข้อได้เปรียบเชิงวิวัฒนาการ คำกริยาวิเศษณ์นี้จำกัดขอบเขตของการประเมิน: evolutionarily useless ไม่ได้หมายความว่าไร้ประโยชน์ในทุกแง่มุม รูปคำที่ลงท้ายด้วย -arily แบบนี้มักพบในคำอธิบายเชิงทางการหรือเชิงเทคนิค เมื่อต้องระบุเกณฑ์ที่ใช้ประเมิน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “The trait is evolutionarily useless” ได้ตรงที่สุด

  1. มันไม่มีประโยชน์เมื่อประเมินจากมุมมองด้านวิวัฒนาการ
  2. มันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากผ่านกระบวนการวิวัฒนาการ
  3. มันไม่มีคุณค่าใด ๆ ในทุกบริบท
ดูคำตอบ

มันไม่มีประโยชน์เมื่อประเมินจากมุมมองด้านวิวัฒนาการ

น้ำเสียง/เจตนา

right?: ขอการเห็นพ้องก่อนหักมุม

เมื่อวาง right? ไว้ท้ายประโยคบอกเล่า ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือยอมรับข้อความนั้น คล้ายกับถามว่า “ถูกต้องไหม?” ผู้พูดมักคาดหวังให้เห็นด้วย จึงไม่ใช่การถามข้อมูลที่ยังไม่รู้แบบเป็นกลาง ในที่นี้ “Wrong.” ที่ตามมาทันทีหักล้างการเห็นด้วยที่คาดไว้ ผู้พูดใช้ right? เพื่อทำให้ข้อสรุปดูเหมือนชัดเจนอยู่ชั่วขณะ แล้วจึงสร้างการหักมุมโดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกล่าวว่า “It's evolutionarily useless, right?” แล้วตามด้วย “Wrong.” ทันที right? มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับข้อความแรก เพื่อให้ผู้พูดหักล้างข้อความนั้นในภายหลัง
  2. ถามว่าผู้ฟังควรเดินไปทางไหน
  3. แสดงว่าผู้ฟังคัดค้านไปแล้ว
ดูคำตอบ

ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับข้อความแรก เพื่อให้ผู้พูดหักล้างข้อความนั้นในภายหลัง

Wrong.

2:16

ผิด

Remember,

2:18

จงจำไว้ว่า

natural selection happens not at the organism level, ไวยากรณ์

2:19

การคัดเลือกโดยธรรมชาติไม่ได้เกิดขึ้นในระดับสิ่งมีชีวิต

but at the genetic level.

2:21

แต่เกิดขึ้นในระดับพันธุกรรม

ไวยากรณ์

not at ..., but at ...: การแก้ไขระดับที่กล่าวถึง

โครงสร้างคู่ขนาน not at A, but at B บอกว่า A เป็นระดับที่ไม่ถูกต้อง และ B เป็นระดับที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวแก้จากระดับสิ่งมีชีวิตเป็นระดับพันธุกรรมในฐานะระดับที่การคัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้น ทั้งสองด้านใช้ at จึงเปรียบเทียบกันอย่างตรงกัน คือ at the organism level กับ at the genetic level ส่วน but at ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ แต่ทำให้การแก้ไขที่เริ่มด้วย not at สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างแก้ไขแบบคู่ขนานด้วยรูปแบบ not at ..., but at ...: The issue is ____ the user level, ____ the server level.

ดูคำตอบ

not at · but at

And the same gene that exists in one organism ไวยากรณ์

2:23

และยีนแบบเดียวกันที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง

will also exist in its relatives.

2:26

ก็จะมีอยู่ในญาติของมันด้วย

ไวยากรณ์

the same gene ... will also exist ...: สำเนายีนที่ตรงกัน

ประโยคนี้บอกว่ายีนที่พบในสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งสามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตที่เป็นญาติของมันด้วย ส่วน that exists in one organism ขยายคำว่า gene และเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ ขณะที่ also เพิ่มญาติเป็นกลุ่มที่สองที่พบยีนนั้น ในที่นี้ the same gene หมายถึงยีนที่ตรงกันซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวมีอยู่ในสำเนา DNA ที่แยกกัน ไม่ได้หมายความว่าโมเลกุล DNA ทางกายภาพชิ้นเดียวอยู่ภายในสิ่งมีชีวิตหลายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่ากฎข้อเดียวกันใช้กับทั้งพนักงานและผู้จัดการ?

  1. One rule applies to employees, and a similar rule applies to managers.
  2. The same rule that applies to employees will also apply to managers.
  3. The rule that applies to employees does not apply to managers.
ดูคำตอบ

The same rule that applies to employees will also apply to managers.

So a gene that makes an animal altruistically sacrifice itself ไวยากรณ์

2:28

ดังนั้นยีนที่ทำให้สัตว์ยอมเสียสละตัวเองอย่างเห็นแก่ผู้อื่น

ไวยากรณ์

makes an animal ... sacrifice itself: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

โครงสร้างคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย makes เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิด an animal เป็นกรรม และ sacrifice ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน ในประโยคแบบ active ที่ใช้ make ห้ามเติม to หน้ากริยา altruistically บอกว่าการเสียสละเกิดขึ้นในลักษณะใด ส่วน itself อ้างกลับไปถึง an animal คำเหล่านี้ไม่เปลี่ยนโครงสร้างหลัก make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ laugh เติมประโยคให้สมบูรณ์: The funny story made the children ____.

ดูคำตอบ

laugh

to help the survival and future reproduction

2:31

เพื่อช่วยให้พี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องของมัน

of its siblings or cousins

2:34

อยู่รอดและสามารถสืบพันธุ์ได้ในอนาคต

can become more widespread than one that is solely concerned โน้ต

2:36

สามารถแพร่หลายได้มากกว่ายีนที่สนใจเพียงแค่

วลี

can become more widespread than: การเปรียบเทียบขอบเขตการกระจาย

หลัง can ใช้กริยารูปพื้นฐาน become ซึ่งแสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ ส่วน more widespread than เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบด้วยคำคุณศัพท์ หมายความว่าสิ่งหนึ่งอาจกลายเป็นสิ่งที่พบได้ในสถานที่มากกว่า หรือพบในสมาชิกของกลุ่มจำนวนมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ widespread บอกการกระจายของสำเนายีน ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของสัตว์กว้างขึ้นทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเปรียบเทียบของ widespread ตามด้วย than: The new study method became ____ the old one.

ดูคำตอบ

more widespread than

with self-preservation.

2:38

การเอาตัวรอดของตัวเองเท่านั้น

การใช้คำ

is solely concerned with self-preservation: การมุ่งเน้น ไม่ใช่ความกังวล

ในประโยคนี้ is solely concerned with หมายถึง “มุ่งเน้นเพียง...” หรือ “ไม่มีเป้าหมายอื่นนอกจาก...” concerned with ระบุเรื่องหรือเป้าหมายที่เป็นจุดสนใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกกังวล self-preservation หมายถึงการทำให้ตนเองมีชีวิตอยู่ ปลอดภัย หรือยังคงดำรงอยู่ต่อไป เมื่อรวมกันแล้ว สำนวนนี้บอกว่าสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวคือการรักษาการดำรงอยู่ของตนเอง เมื่อประธานเป็นสิ่งอย่างยีน concerned จะเป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยอธิบายผลลัพธ์ที่กระบวนการหนึ่งส่งเสริม ไม่ได้หมายความว่ายีนมีความรู้สึกหรือตัดสินใจอย่างมีสติจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถ่ายทอดความหมายของ is solely concerned with self-preservation ได้ดีที่สุด

  1. มันพยายามปกป้องสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
  2. มันกังวลว่าสิ่งมีชีวิตอื่นจะอยู่รอดหรือไม่
  3. มันมุ่งเน้นเพียงการทำให้ตนเองยังคงดำรงอยู่
ดูคำตอบ

มันมุ่งเน้นเพียงการทำให้ตนเองยังคงดำรงอยู่

Anything that lets more copies of the gene ไวยากรณ์

2:41

สิ่งใดก็ตามที่ทำให้ยีนถูกคัดลอกเพิ่มมากขึ้น

pass on to the next generation

2:43

และส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปได้

ไวยากรณ์

lets more copies of the gene pass on: let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน

ในที่นี้ let หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้” โครงสร้างคือ let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย more copies of the gene เป็นกรรม และ pass เป็นคำกริยารูปพื้นฐาน pass on หมายถึงดำเนินต่อไปหรือถูกส่งต่อไปยังบุคคลหรือคนอีกรุ่นหนึ่ง หลัง let ไม่เติม to หน้า pass จึงใช้ lets ... pass on ไม่ใช่ lets ... to pass on

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ pass: A clear handover plan lets the team ____ responsibility on to new staff.

ดูคำตอบ

pass

will serve its purpose. วลี

2:44

ก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์ของมันแล้ว

วลี

serve its purpose: ทำหน้าที่ตามที่ตั้งใจไว้

ในที่นี้ serve its purpose หมายถึง “ทำหน้าที่ตามที่ถูกสร้างหรือกำหนดไว้” หรือ “ให้ผลตามที่คาดหวัง” ส่วน serve ไม่ได้หมายถึงการช่วยเหลือหรือให้บริการแก่บุคคล คำสรรพนาม its ย้อนกลับไปกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะและหน้าที่ที่คาดหวังจากสิ่งนั้น โครงสร้างนี้ใช้ประเมินได้ว่าเครื่องมือ แผน กฎ หรือการกระทำทำงานได้ดีพอสำหรับหน้าที่นั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ทำงานตามที่ถูกกำหนดไว้”: This simple cover will ____ until we buy a stronger one.

ดูคำตอบ

serve its purpose

Except ลำดับความ

2:47

ยกเว้นเพียง

evolutionary purpose.

2:49

จุดประสงค์ทางวิวัฒนาการ

ลำดับความ

Except evolutionary purpose: ส่วนประโยคแก้ความหมายที่เติมภายหลัง

Except evolutionary purpose. เป็นส่วนประโยคที่ผู้พูดตั้งใจเติมต่อจากข้อความก่อนหน้า Except ส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อจำกัดเพิ่มเติม ส่วน evolutionary ทำให้ความหมายของ purpose ที่กล่าวไปก่อนหน้านั้นแคบลง ผู้พูดไม่ได้บอกข้อจำกัดตั้งแต่แรก แต่เติมภายหลังเพื่อให้ผู้ฟังทบทวนการตีความครั้งแรกใหม่ ในบริบทนี้ evolutionary purpose เป็นคำกล่าวแบบย่อถึงหน้าที่หรือผลที่ถูกหล่อหลอมและคงไว้ด้วยการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เป้าหมายที่วิวัฒนาการมีอย่างมีสติ ส่วนประโยคที่ปรากฏอย่างฉับพลันทำให้เกิดจังหวะหยุดและการแก้ความหมายอย่างรวดเร็ว โดยต้องอาศัยประโยคก่อนหน้าจึงจะเข้าใจได้

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้พูดใช้ purpose แล้ว เขาเติม “Except evolutionary purpose.” ส่วนประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. ส่วนประโยคนี้เริ่มรายการหัวข้อวิทยาศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
  2. ส่วนประโยคนี้บอกว่าวิวัฒนาการวางแผนเป้าหมายอย่างมีสติ
  3. ส่วนประโยคนี้เติมข้อจำกัดอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนวิธีทำความเข้าใจ purpose
ดูคำตอบ

ส่วนประโยคนี้เติมข้อจำกัดอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนวิธีทำความเข้าใจ purpose

One of the most difficult things to keep in mind about evolution ไวยากรณ์

2:51

หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการ

ไวยากรณ์

One of the most difficult things to keep in mind: one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์

โครงสร้าง one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ใช้เลือกสมาชิกหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่ถูกบอกว่า “มากที่สุด” หรือ “น้อยที่สุด” ในด้านใดด้านหนึ่ง ในที่นี้ one เลือกหนึ่งอย่างจาก things ที่ยากมากหลายอย่าง จึงต้องใช้ things เป็นพหูพจน์ วลี infinitive to keep in mind ขยาย things และบอกว่าสิ่งเหล่านั้นทำอะไรได้ยาก ซึ่งในที่นี้คือการเก็บไว้ในใจ โครงสร้างทั้งหมดใช้เกริ่นถึงประเด็นยากสำคัญที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ได้ถูกต้อง

  1. Staying calm is one of the most useful skill in an emergency.
  2. Staying calm is one of the most useful skills in an emergency.
  3. Staying calm is one of most useful skills in an emergency.
ดูคำตอบ

Staying calm is one of the most useful skills in an emergency.

is that when we say things like วลี

2:55

ก็คือเมื่อเราพูดประโยคต่างๆ เช่น

วลี

when we say things like: การเกริ่นตัวอย่างสำนวน

when we say things like เป็นวลีเกริ่นแบบภาษาสนทนาเพื่อยกตัวอย่างคำ วลี หรือข้อความที่ผู้คนใช้ ในที่นี้ things หมายถึงถ้อยคำที่พูดออกมา ไม่ใช่สิ่งของ และ like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่างเช่น” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ใช้กำหนดสถานการณ์ให้กับใจความหลักที่ตามมา กล่าวคือ ผู้พูดจะอธิบายต่อว่าเกิดอะไรขึ้นหรือมีความหมายอย่างไรเมื่อผู้คนใช้สำนวนเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

when we say things like ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. กล่าวถึงสิ่งของที่คล้ายกัน
  2. ถามว่าผู้คนเริ่มพูดเมื่อใด
  3. ใช้เกริ่นตัวอย่างสำนวนที่ผู้คนใช้
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นตัวอย่างสำนวนที่ผู้คนใช้

genes want to make more copies of themselves สำนวน

2:57

ยีนต้องการสร้างสำเนาของตัวเองให้มากขึ้น

สำนวน

genes want to make more copies of themselves ในฐานะอุปมาแบบทำให้ยีนเหมือนคน

ประโยคนี้พูดถึง genes ราวกับว่ายีนสามารถ “ต้องการ” บางอย่างได้ นี่คือการทำให้สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์มีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยใช้เจตนาของคนเป็นอุปมาเพื่อให้เห็นภาพรูปแบบหนึ่งของวิวัฒนาการได้ง่ายขึ้น ถ้อยคำนี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษร ยีนไม่มีจิตสำนึกหรือแผนการ ความหมายคือรูปแบบของยีนที่ถูกคัดลอกและถ่ายทอดได้สำเร็จกว่ามักจะพบได้บ่อยขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้?

  1. ยีนทุกแบบมีโอกาสถูกคัดลอกเท่ากัน
  2. ยีนวางแผนที่จะสืบพันธุ์อย่างมีสติ
  3. รูปแบบของยีนที่ทิ้งสำเนาไว้ได้มากกว่ามักจะพบได้บ่อยขึ้น
ดูคำตอบ

รูปแบบของยีนที่ทิ้งสำเนาไว้ได้มากกว่ามักจะพบได้บ่อยขึ้น

or even natural selection,

3:00

หรือแม้กระทั่งคำว่า การคัดเลือกโดยธรรมชาติ

we're actually using metaphors. ลำดับความ

3:03

แท้จริงแล้วเรากำลังใช้คำอุปมาอุปไมย

ลำดับความ

we're actually using metaphors เพื่อชี้แนวทางการตีความถ้อยคำก่อนหน้า

ประโยคนี้หยุดอธิบายเนื้อหาวิทยาศาสตร์ชั่วครู่ เพื่อให้ผู้พูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับถ้อยคำที่ตนเองใช้ we're actually using metaphors บอกผู้ฟังว่าควรตีความข้อความก่อนหน้า เช่น genes want อย่างไร นั่นคือให้เข้าใจว่าเป็นภาษาที่ไม่ตรงตามตัวอักษรเพื่อใช้ในการอธิบาย ไม่ใช่ข้อความที่เป็นจริงตามตัวอักษรทุกอย่าง ในที่นี้ actually เน้นว่าผู้พูดกำลังแก้ความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อน metaphors ถูกใช้เป็นเครื่องมืออธิบายกระบวนการที่เป็นนามธรรม ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำประดับแบบบทกวี

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อพูดว่า we're actually using metaphors?

  1. ระบุว่าถ้อยคำก่อนหน้าไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร
  2. กล่าวว่าคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์คือบทกวี
  3. แนะนำการทดลองใหม่ที่ใช้แบบจำลองทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ระบุว่าถ้อยคำก่อนหน้าไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร

A gene doesn't want anything

3:06

ยีนไม่ได้ต้องการสิ่งใดเลย

and there's no outside mechanism that selects

3:08

และไม่มีกลไกภายนอกใดๆ ที่คอยเลือก

which genes are best to preserve.

3:11

ว่ายีนตัวไหนดีที่สุดที่จะรักษาไว้

All that happens is that random genetic mutations ลำดับความ

3:14

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมแบบสุ่ม

ลำดับความ

All that happens is that: จำกัดคำอธิบายให้เหลือกลไกหลัก

“All that happens” เป็นประธานและหมายถึง “สิ่งเดียวที่เกิดขึ้น” ส่วน “is that” นำอนุประโยคที่บอกกระบวนการจริง เมื่อนำมารวมกัน All that happens is that ... จึงหมายถึง “กลไกทั้งหมดมีเพียงว่า...” รูปแบบนี้จัดระเบียบคำอธิบายด้วยการตัดแนวคิดส่วนเกิน เช่น จุดประสงค์ การเลือก หรือกระบวนการที่ซ่อนอยู่ แล้วมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง คำว่า all ทำให้มีความหมายว่า “ไม่มีอย่างอื่นอีก” ไม่ได้เพียงแค่นำเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

ครูต้องการบอกว่าไม่มีกระบวนการที่ซ่อนอยู่ กลไกทั้งหมดมีเพียงน้ำแข็งดูดซับความร้อนแล้วละลาย ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. All that happens is that the ice absorbs heat and melts.
  2. What happens is that the ice absorbs heat and melts.
  3. The reason the ice melts is that it absorbs heat.
ดูคำตอบ

All that happens is that the ice absorbs heat and melts.

cause the organisms carrying ไวยากรณ์

3:17

ทำให้สิ่งมีชีวิตที่นำพา

them to behave or develop in different ways.

3:18

ยีนเหล่านั้น มีพฤติกรรมหรือพัฒนาการในรูปแบบที่แตกต่างกัน

ไวยากรณ์

the organisms carrying them: คำขยาย -ing ที่อยู่หลังคำนาม

วลี -ing carrying them อยู่หลัง organisms และช่วยระบุว่าหมายถึงสิ่งมีชีวิตกลุ่มใด วลีนี้ขยายเป็นอนุประโยคสัมพันธ์ that carry them ได้ จึงเป็นความสัมพันธ์แบบประธานเป็นผู้กระทำ กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตเป็นฝ่ายมีการกลายพันธุ์เหล่านั้น carry ในที่นี้หมายถึง “มีหรือประกอบด้วย” การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ไม่ได้หมายถึงการขนย้ายสิ่งของจริง ๆ ส่วน them หมายถึงการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมแบบสุ่มที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คำขยายแบบ -ing สามารถบอกลักษณะหรือสภาพที่ใช้ระบุคำนามได้ ไม่ได้บอกเฉพาะการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

แบบฝึกหัด

อนุประโยคสัมพันธ์ข้อใดขยายความ the organisms carrying them ได้ถูกต้อง

  1. the organisms that carry them
  2. the organisms that used to carry them
  3. the organisms that are carried by them
ดูคำตอบ

the organisms that carry them

Some of those ways result in more copies of the mutated gene วลี

3:21

บางรูปแบบส่งผลให้สำเนาของยีนที่กลายพันธุ์มีจำนวนมากขึ้น

วลี

ways result in...: จากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์

ใน ways result in more copies... คำว่า result in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “นำไปสู่” ประธานบอกสาเหตุ ส่วนข้อความหลัง in บอกผลลัพธ์ ในที่นี้ some ways คือสาเหตุ และการมีสำเนาของยีนที่กลายพันธุ์เพิ่มขึ้นคือผลลัพธ์ โครงสร้าง A results in B เรียงความคิดจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์ มักพบเป็นพิเศษในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการให้เหตุผลอย่างเป็นทางการ โดย B อาจเป็นวลีคำนามหรือรูป -ing ก็ได้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่หมายความว่าไฟฟ้าดับทำให้ข้อมูลสูญหาย

  1. The power cut resulted in the data loss.
  2. The power cut resulted from the data loss.
  3. The data loss resulted in the power cut.
ดูคำตอบ

The power cut resulted in the data loss.

being passed on and so forth. วลี

3:23

ถูกส่งต่อออกไปเรื่อยๆ

วลี

and so forth: ปิดท้ายรายการที่ยังกล่าวไม่ครบ

ใน being passed on and so forth คำว่า and so forth หมายถึง “และสิ่งหรือขั้นตอนอื่นที่คล้ายกัน” ใช้ปิดท้ายรายการหรือลำดับโดยไม่ต้องบอกทุกข้อ เพราะคาดว่าผู้ฟังจะอนุมานส่วนที่เหลือได้ ให้จำเป็นวลีตายตัวที่ใช้ท้ายรายการ ในสำนวนนี้ forth ไม่ได้มีความหมายว่า “ไปข้างหน้า” เมื่อแยกออกมาเพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ and so forth อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. เพื่อบอกว่าคนหนึ่งเคลื่อนไปข้างหน้าจริง ๆ
  2. หลังจากพูดถึงแผนที่ ตั๋ว และตารางเวลา ผู้พูดละสิ่งของสำหรับการเดินทางชนิดอื่นที่คล้ายกันไว้
  3. เพื่อหลีกเลี่ยงการบอกเวลาที่แน่นอนของรถไฟ
ดูคำตอบ

หลังจากพูดถึงแผนที่ ตั๋ว และตารางเวลา ผู้พูดละสิ่งของสำหรับการเดินทางชนิดอื่นที่คล้ายกันไว้

Nor is there any predetermined plan ไวยากรณ์

3:25

และไม่มีแผนการที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

ไวยากรณ์

Nor is there ...: การกล่าวแนวคิดปฏิเสธต่อด้วยการสลับลำดับ

เมื่อ nor อยู่ต้นอนุประโยค คำนี้จะเพิ่มข้อความปฏิเสธอีกหนึ่งข้อความต่อจากแนวคิดปฏิเสธที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้หมายถึง “และก็ไม่มีแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเช่นกัน” เนื่องจาก nor อยู่ข้างหน้า จึงต้องใช้การสลับลำดับ โดย is มาก่อน there หากเรียงแบบประโยคบอกเล่าปกติ แนวคิดเดียวกันคือ There is not any predetermined plan, either.

แบบฝึกหัด

ใช้ nor กับกริยา be รูปปัจจุบันเพื่อกล่าวแนวคิดปฏิเสธต่อ: The review found no reliable pattern. ____ any evidence of a fixed plan.

ดูคำตอบ

Nor is there

progressing towards an ideal form. วลี

3:27

เพื่อที่จะก้าวหน้าไปสู่รูปแบบในอุดมคติ

วลี

progressing towards an ideal form: การพัฒนาไปสู่เป้าหมาย

Progressing towards + คำนาม หมายถึงการพัฒนาหรือเคลื่อนไปในทิศทางของเป้าหมายหรือสภาวะหนึ่ง ในที่นี้ an ideal form ถูกนำเสนอว่าเป็นจุดหมายปลายทางตามแนวคิดที่ตั้งสมมติไว้ วลีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่ถูกปฏิเสธด้วย Nor is there ก่อนหน้า ผู้พูดกำลังปฏิเสธแนวคิดที่ว่าวิวัฒนาการเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าไปสู่รูปแบบที่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้บอกว่าการพัฒนาเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ progress เป็นคำกริยาได้ถูกต้องเพื่อแสดงการเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย?

  1. The project is progressing from completion.
  2. The project is progressing completion.
  3. The project is progressing towards completion.
ดูคำตอบ

The project is progressing towards completion.

It's not ideal for the human eye to have a blind spot โน้ต

3:30

มันไม่ใช่เรื่องในอุดมคติเลยที่ดวงตาของมนุษย์จะมีจุดบอด

ไวยากรณ์

It's not ideal for ... to ...: การประเมินการกระทำด้วย for + คำนาม + to do

โครงสร้าง It is + adjective + for + noun + to do ใช้ประเมินการกระทำหรือสถานการณ์ โดย It เป็นประธานสมมติ ส่วนวลี infinitive เป็นเนื้อหาที่ถูกประเมินว่าไม่เหมาะนัก For the human eye ระบุประธานเชิงความหมายของ to have กล่าวคือ human eye เป็นสิ่งที่มี blind spot ในที่นี้ for ไม่ได้แสดงจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ระบุผู้กระทำของ infinitive: It is important ____ children to get enough sleep.

ดูคำตอบ

for

การใช้คำ

blind spot: ช่องว่างในการมองเห็นและจุดอ่อนที่ไม่รู้ตัว

ในบริบทนี้ blind spot คือส่วนเล็ก ๆ ของลานสายตาที่ดวงตาตรวจจับไม่ได้ จุดนี้เกิดขึ้นเพราะบริเวณที่เส้นประสาทตาออกจากจอประสาทตาไม่มีเซลล์รับแสง blind spot ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อกล่าวถึงจุดอ่อน อคติ หรือปัญหาที่บุคคลหรือกลุ่มไม่ทันสังเกต ความหมายเปรียบเทียบนี้ยังคงแนวคิดพื้นฐานเดิม คือมีบางสิ่งถูกมองข้ามแม้กำลังมองหรือคิดอยู่

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Our hiring process has a blind spot around accessibility. blind spot หมายความว่าอะไร?

  1. รอยสีเข้มที่มีอยู่จริงบนกระบวนการ
  2. จุดอ่อนในกระบวนการที่ยังไม่มีใครสังเกตเห็น
  3. การตัดสินใจโดยตั้งใจที่จะซ่อนข้อมูลทั้งหมด
ดูคำตอบ

จุดอ่อนในกระบวนการที่ยังไม่มีใครสังเกตเห็น

where the optic nerve exits the retina, การใช้คำ

3:33

ในบริเวณที่เส้นประสาทตาออกจากจอตา

การใช้คำ

optic nerve exits the retina: กายวิภาคของตาและคำกริยา exit

optic nerve คือเส้นประสาทตาที่ส่งข้อมูลการมองเห็นจากตาไปยังสมอง ส่วน retina คือจอตา ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อไวต่อแสงที่อยู่ด้านหลังของตา ในวลี optic nerve exits the retina คำว่า exits หมายถึงเส้นประสาทตาออกจากจอตาหรือแยกออกจากจอตาตรงตำแหน่งนั้น ในโครงสร้างนี้ exit ตามด้วยกรรมโดยตรง จึงไม่ต้องเติม from

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นหมายความว่าอย่างไรในบริบททางกายวิภาคนี้?

  1. จอตาเปลี่ยนเป็นเส้นประสาทตา
  2. เส้นประสาทตาปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  3. เส้นประสาทตาออกจากจอตาตรงจุดนั้น
ดูคำตอบ

เส้นประสาทตาออกจากจอตาตรงจุดนั้น

but that's how it developed

3:35

แต่นั่นคือวิธีที่มันพัฒนาขึ้นมา

starting from a simple photoreceptor cell. วลี

3:37

โดยเริ่มจากเซลล์รับแสงธรรมดาๆ เซลล์หนึ่ง

วลี

starting from ...: บอกจุดเริ่มต้นของกระบวนการ

starting from + นามวลี ใช้บอกจุดที่กระบวนการ คำอธิบาย หรือการพัฒนาเริ่มต้นขึ้น ในที่นี้ a simple photoreceptor cell ถูกนำเสนอเป็นจุดเริ่มต้นแรกที่การพัฒนาดำเนินต่อไป วลีนี้บอกเฉพาะจุดกำเนิดเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ในภายหลังยังประกอบด้วยเซลล์แรกนั้นเพียงเซลล์เดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากตัวอย่างที่ใช้บอกจุดเริ่มต้น: The guide explains the process, ____ a simple example.

ดูคำตอบ

starting from

In retrospect, ลำดับความ

3:40

เมื่อมองย้อนกลับไป

ลำดับความ

In retrospect: เปลี่ยนไปมองอดีตจากมุมมองภายหลัง

In retrospect หมายถึง “เมื่อมองย้อนกลับไปในตอนนี้ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้รู้ภายหลัง” วลีนี้ย้ายมุมมองจากช่วงที่เหตุการณ์เกิดขึ้นไปยังช่วงเวลาภายหลังที่ทราบผลแล้ว เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เปลี่ยนเข้าสู่การประเมินอดีตใหม่อีกครั้ง และมักสื่อว่าความเห็นของผู้พูดในตอนนี้อาจต่างจากสิ่งที่ดูสมเหตุสมผลในเวลานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ In retrospect ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. In retrospect, the concert will take place for the first time next month.
  2. In retrospect, I should have backed up the file before installing the update.
  3. In retrospect, nobody knows what will happen in the distant future.
ดูคำตอบ

In retrospect, I should have backed up the file before installing the update.

it would have been much more advantageous for humans ไวยากรณ์

3:41

มันคงจะมีประโยชน์มากกว่ามากสำหรับมนุษย์

to crave nutrients and vitamins rather than just calories, ไวยากรณ์

3:43

ที่จะโหยหาสารอาหารและวิตามิน แทนที่จะเป็นแค่แคลอรี่

ไวยากรณ์

it would have been ... for ... to ...: การประเมินทางเลือกในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

โครงสร้าง it would have been + คำคุณศัพท์ + for + บุคคลหรือกลุ่ม + to + คำกริยา ใช้ประเมินทางเลือกในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ การโหยหาสารอาหารและวิตามินถูกเสนอว่าเป็นเส้นทางที่มีประโยชน์กว่ามาก ขณะที่บริบทสื่อว่ามนุษย์ไม่ได้พัฒนาความอยากแบบนั้นขึ้นมา It เป็นประธานที่วางไว้ล่วงหน้า เนื้อหาจริงที่ถูกประเมินอยู่ในอนุประโยค infinitive ที่มี to และ for humans ระบุผู้ทำกริยา crave ส่วน much ใช้เน้นรูปเปรียบเทียบ more advantageous ให้หมายถึง “มีประโยชน์กว่ามาก”

แบบฝึกหัด

นักเดินป่าไม่ได้หันกลับก่อนมืด เติมประโยคโดยใช้ would + have + รูป past participle ของ be: It ____ safer for them to turn back earlier.

ดูคำตอบ

would have been

ไวยากรณ์

rather than just calories, ...: เปรียบเทียบความต้องการที่ครบถ้วนกว่ากับแคลอรีเพียงอย่างเดียว

rather than just calories ใช้เปรียบเทียบ nutrients and vitamins กับการได้รับเพียง calories เท่านั้น rather than จะเน้นสิ่งที่ต้องการหรือให้ความสำคัญมากกว่า ส่วน just calories จะจำกัดอีกทางเลือกไว้ที่แคลอรีเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ just หมายถึง “เพียงแค่” ประโยคไม่ได้บอกว่าแคลอรีไม่มีคุณค่าเลย แต่บอกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะแคลอรีเป็นเป้าหมายที่แคบเกินไป รูปแบบ A rather than B ใช้แสดงการเลือก ความชอบ หรือการแก้ไขให้หันไปเน้น A

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าผู้พูดเลือกขนมที่ครบถ้วนกว่าแทนที่จะเลือกแค่ลูกอม

  1. I packed fruit and nuts rather than just candy for the hike.
  2. I packed fruit and nuts before the hike, then bought candy.
  3. I packed fruit and nuts along with candy for the hike.
ดูคำตอบ

I packed fruit and nuts rather than just candy for the hike.

but over the millennia during which our ancestors evolved, ไวยากรณ์

3:47

แต่ในช่วงหลายพันปีที่บรรพบุรุษของเราวิวัฒนาการมานั้น

ไวยากรณ์

over the millennia during which ...: เชื่อมช่วงเวลาที่ยาวนานกับเหตุการณ์ภายในช่วงนั้น

over the millennia แสดงช่วงเวลาที่ยาวนานหลายพันปี ส่วน during which เป็นโครงสร้างอนุประโยคขยาย โดย which ย้อนกลับไปที่ the millennia และอนุประโยค our ancestors evolved บอกว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น รูปแบบคำนามบอกเวลา + during which + ประธาน + กริยา ใช้เชื่อมช่วงเวลาที่ระบุชัดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในช่วงนั้น โครงสร้างนี้เป็นทางการกว่าคำเชื่อมบอกเวลาแบบง่าย จึงพบได้บ่อยในคำอธิบาย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และสารคดี

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เชื่อมช่วงเวลากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในช่วงนั้นได้ถูกต้อง: The report covers a decade _____ the town doubled in size.

  1. during that
  2. which during
  3. during which
ดูคำตอบ

during which

calories were scarce การใช้คำ

3:50

แคลอรี่เป็นสิ่งที่หายาก

การใช้คำ

calories were scarce: scarce สำหรับทรัพยากรที่มีจำกัด

ใน calories were scarce คำว่า scarce หมายถึงพลังงานจากอาหารที่หาได้มีปริมาณจำกัดและได้มายาก ไม่ได้หมายความว่าไม่มีแคลอรีเลย แต่หมายถึงมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้คนต้องการ โดยทั่วไป scarce ใช้อธิบายทรัพยากรหรือโอกาสที่ข้อจำกัดด้านปริมาณมีความสำคัญ เช่น น้ำ อาหาร เวลา ที่อยู่อาศัย หรืองาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าทรัพยากรที่จำเป็นมีไม่เพียงพอหลังพายุ?

  1. Clean drinking water was scarce after the storm.
  2. Clean drinking water was unusual after the storm.
  3. Clean drinking water was rare after the storm.
ดูคำตอบ

Clean drinking water was scarce after the storm.

and there was nothing to anticipate ไวยากรณ์

3:51

และไม่มีทางคาดการณ์ได้เลยว่า

ไวยากรณ์

there was nothing to anticipate: โครงสร้าง there was + nothing + to-infinitive

ในบริบทนี้ there was nothing to anticipate หมายถึงไม่มีสัญญาณหรือข้อมูลพื้นฐานที่จะช่วยให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงในภายหลังล่วงหน้าได้ โครงสร้าง there was + nothing + to-infinitive บอกว่าไม่มีสิ่ง งาน หรือพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำนั้น โดยบริบทจะบอกความสัมพันธ์ที่แน่นอน anticipate ในที่นี้หมายถึงมองล่วงหน้าหรือคาดการณ์บางอย่างก่อนที่จะเกิดขึ้น คำนี้เป็นกลางทางอารมณ์ เหตุการณ์นั้นอาจเป็นเรื่องดี เรื่องร้าย หรือไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็ได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ there was nothing to anticipate หมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีสัญญาณหรือข้อมูลพื้นฐานให้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้
  2. การเปลี่ยนแปลงในภายหลังเห็นได้ชัดอยู่แล้ว
  3. ไม่มีเหตุการณ์ที่น่ายินดีให้ตั้งตารอ
ดูคำตอบ

ไม่มีสัญญาณหรือข้อมูลพื้นฐานให้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้

that this would later change so quickly. ไวยากรณ์

3:53

สิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

ไวยากรณ์

would later change: การเปลี่ยนแปลงในอนาคตเมื่อมองจากอดีต

would later change วางเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไว้หลังจุดอ้างอิงหนึ่งในอดีต ผู้เล่าย้อนมองอดีตและบอกถึงสิ่งที่ ณ เวลานั้นยังเป็นอนาคต โดย later ทำให้ลำดับเวลาก่อนหลังชัดเจน would ในที่นี้คือรูปของ will เมื่อมองจากอดีต ไม่ได้แสดงความเต็มใจหรือกิจวัตรที่เกิดซ้ำในอดีต ส่วน so quickly เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงภายหลังเกิดขึ้นเร็วอย่างน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงอนาคตเมื่อมองจากอดีต: In 2010, no one guessed that the small app ____ become a global service.

ดูคำตอบ

would later

So, evolution proceeds blindly สำนวน

3:56

ดังนั้น วิวัฒนาการจึงดำเนินไปอย่างมืดบอด

สำนวน

evolution proceeds blindly: กระบวนการที่ไม่มีการคาดการณ์หรือแผน

ใน evolution proceeds blindly คำว่า proceeds หมายถึง “ดำเนินต่อไปหรือพัฒนา” ส่วน blindly เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่าวิวัฒนาการไม่ได้คาดการณ์ความต้องการในอนาคตหรือทำตามแผนที่มุ่งไปสู่ผลลัพธ์ซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า ถ้อยคำนี้ทำให้วิวัฒนาการดูเหมือนเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าวิวัฒนาการมีดวงตา และไม่ได้หมายความโดยตัวมันเองว่าทุกส่วนของกระบวนการเป็นการสุ่มอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย evolution proceeds blindly ในที่นี้ได้ดีที่สุด

  1. วิวัฒนาการไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้จริง ๆ
  2. วิวัฒนาการเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเสมอ
  3. วิวัฒนาการดำเนินต่อไปโดยไม่คาดการณ์หรือวางแผนผลลัพธ์สุดท้าย
ดูคำตอบ

วิวัฒนาการดำเนินต่อไปโดยไม่คาดการณ์หรือวางแผนผลลัพธ์สุดท้าย

step by step by step, ลำดับความ

3:58

ไปทีละก้าว ทีละก้าว

ลำดับความ

step by step by step: การซ้ำโดยตั้งใจเพื่อเน้นการค่อย ๆ สะสม

step by step มีความหมายอยู่แล้วว่าบางสิ่งเกิดขึ้นผ่านขั้นตอนเล็ก ๆ ต่อเนื่องกัน การยืดเป็น step by step by step คือการซ้ำคำว่า step โดยตั้งใจและทำให้จังหวะยาวขึ้น ไม่ใช่การเริ่มประโยคใหม่หรือพูดซ้ำโดยเผลอ จังหวะที่ซ้ำทำให้กระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปเห็นภาพชัดขึ้น และเน้นกระบวนการนั้นก่อนที่ผู้พูดจะบอกผลลัพธ์ ข้อมูลจึงถูกจัดโดยทำให้ผู้ฟังรู้สึกถึงการสะสมอย่างช้า ๆ ก่อน แล้วจึงบอกว่าสิ่งนั้นก่อให้เกิดอะไร

แบบฝึกหัด

เหตุใดผู้พูดจึงยืด step by step เป็น step by step by step?

  1. ช่วยยืดจังหวะและเน้นการสะสมทีละน้อย
  2. นับการก้าวจริง ๆ ให้ครบสามก้าวพอดี
  3. แสดงว่าผู้พูดแก้ไขคำที่พูดไปก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

ช่วยยืดจังหวะและเน้นการสะสมทีละน้อย

creating all of the diversity we see in the natural world. ไวยากรณ์

4:03

ทำให้เกิดความหลากหลายทั้งหมดที่เราเห็นในโลกธรรมชาติ

ไวยากรณ์

creating ...: อนุประโยค -ing ท้ายประโยคที่แสดงผลลัพธ์

creating เปิดอนุประโยค -ing ที่อยู่ท้ายประโยค ในที่นี้คำนี้ย้อนกลับไปยังทั้งกระบวนการทีละขั้นที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และบอกผลของกระบวนการนั้น คือกระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดความหลากหลายในธรรมชาติ เพราะ creating ไม่ได้แสดงกาลด้วยตัวเอง จึงไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ที่เชื่อมขนานกับกริยาก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ อนุประโยคสมบูรณ์ + จุลภาค + อนุประโยค -ing ซึ่งเพิ่มผลลัพธ์หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ create เพื่อเพิ่มผลลัพธ์: The community garden brought neighbors together, ____ a stronger sense of belonging.

ดูคำตอบ

creating