คำศัพท์ใหม่ในภาษาอังกฤษ - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่า slay, flex และ extra พัฒนาจากความหมายเดิมที่เกี่ยวกับการฆ่า การงอ และสิ่งที่เพิ่มเข้ามา ไปสู่ความหมายสมัยใหม่ได้อย่างไร ผ่านตัวอย่างจากการแสดง การเพาะกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เกินพอดี พร้อมชี้ให้เห็นว่าการใช้ในชุมชนและบริบททางสังคมทำให้คำคุ้นเคยกลายเป็นคำชม การอวด หรือคำวิจารณ์ได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "You're slaying it." — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเข้าใจว่านี่คือคำชมสมัยใหม่ที่บอกว่าใครบางคนแสดงหรือทำสิ่งหนึ่งได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ได้หมายถึงการฆ่าตามตัวอักษร นอกจากนี้ยังจะมองเห็นนัยของการเสริมพลังในวงการดนตรี แฟชั่น และศิลปะ โดยเฉพาะในหมู่ผู้หญิงและชุมชน LGBTQ+ จึงสามารถใช้ชมผลงานหรือความสำเร็จของเพื่อนได้อย่างเหมาะสม 2. flex — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเห็นว่าคำกริยาที่เดิมหมายถึงการงอหรือเบ่งกล้ามได้ขยายไปสู่ความหมายของการอวดความสามารถ ทรัพย์สิน หรือความสำเร็จอย่างไร ความรู้นี้ช่วยให้ตีความคำดังกล่าวในสื่อสังคมและบทสนทนาไม่เป็นทางการได้ถูกต้อง ทั้งยังใช้บรรยายการโอ้อวดหรือกระตุ้นให้ใครสักคนแสดงฝีมือได้ 3. being over the top — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: คุณจะเข้าใจว่าสำนวนนี้หมายถึงการทำตัวเกินพอดี ดราม่า หรืออลังการเกินกว่าสถานการณ์ต้องการ ไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่ด้านบนตามตัวอักษร เมื่อเชื่อมโยงกับความหมายแบบสแลงของ extra แล้ว คุณจะบรรยายเสื้อผ้า ปฏิกิริยา หรือการตัดสินใจที่โดดเด่นเกินไป พร้อมปรับน้ำเสียงวิจารณ์ให้เหมาะกับบริบทได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Words are always changing and taking on new meanings. กริยาวลี
0:00คำศัพท์มักจะเปลี่ยนแปลงและมีความหมายใหม่ ๆ อยู่เสมอ
taking on new meanings: ค่อย ๆ มีความหมายใหม่ตามกาลเวลา
ใน taking on new meanings นั้น take on หมายถึง “เริ่มมีหรือค่อย ๆ พัฒนาขึ้น” วลีนี้บอกว่าความหมายค่อย ๆ เกิดจากการใช้งานเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ได้หมายความว่าคำเป็นผู้ตั้งใจเลือกความหมายเอง รูปแบบนี้ใช้บอกคุณสมบัติหรือลักษณะเชิงนามธรรมที่สิ่งหนึ่งค่อย ๆ มีขึ้นได้ เช่น take on a different meaning, appearance, or importance
แบบฝึกหัด
อ่านข้อความนี้: The empty classroom took on a spooky atmosphere at night. ในที่นี้ took on หมายถึงอะไร
- ตั้งใจเลือก
- ยกขึ้นมาจริง ๆ
- เริ่มมี
ดูคำตอบ
เริ่มมี
Today we're looking at three words that have changed a lot:
0:02วันนี้เราจะมาดูสามคำที่มีความหมายเปลี่ยนไปมาก:
take a look at: ชวนให้สนใจหัวข้อหนึ่ง
Take a look at เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “ดูหรือตรวจดูสั้น ๆ” ในประโยคนี้ Let's take a look at... เปลี่ยนเนื้อหาไปที่คำแรกและชวนทุกคนให้สนใจคำนั้น เมื่อเทียบกับคำสั่ง Look at... วลีนี้ให้ความรู้สึกเหมือนชวนให้ดูด้วยกัน ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว take ไม่ได้หมายถึง “เอาไป” ส่วน at ใช้นำหน้าสิ่งที่จะดูหรือพูดถึง
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมในการนำเสนอด้วย take a look at: Let's ____ the final chart.
ดูคำตอบ
take a look at
ใช้ What do you think this means? เพื่อชวนให้เดา
คำถามนี้ชวนผู้ฟังให้เดาหรือบอกความคิดก่อนที่ผู้พูดจะเฉลยคำตอบ do you think ไม่ใช่ส่วนเกิน แต่ทำให้คำถามมีปฏิสัมพันธ์ แทนที่จะถามหาความหมายโดยตรงเท่านั้น หลัง do you think ส่วน this means ยังคงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ให้พูดว่า What do you think this means? ไม่ใช่ What do you think does this mean?
แบบฝึกหัด
เลือกคำถามที่เรียงคำถูกต้องและใช้ชวนให้อีกฝ่ายเดาความหมาย
- What do you think does this mean?
- What this do you think means?
- What do you think this means?
ดูคำตอบ
What do you think this means?
ใช้ If you said..., you'd be right เพื่อยืนยันคำตอบที่เป็นไปได้
รูปแบบ If you said..., you'd be right เป็นการสมมติคำตอบหนึ่งที่ผู้ฟังอาจตอบ แล้วจึงยืนยันว่าคำตอบนั้นถูกต้อง ในที่นี้ said หมายถึงผู้ฟังให้คำตอบนั้น และ you'd หมายถึง you would รูปอดีต said และคำว่า would ทำให้คำตอบรับนี้เป็นการสมมติ กล่าวคือ ถ้านั่นเป็นคำตอบของคุณ ก็ถือว่าถูกต้อง would ในที่นี้ไม่ได้แสดงเวลาในอนาคต
แบบฝึกหัด
ครูกำลังสมมติคำตอบที่ผู้เรียนอาจตอบ ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์จริงในอดีตหรือตัวเลือกในอนาคต ประโยคตอบรับใดเหมาะสม
- If you say blue tomorrow, you'll be right.
- If you said blue, you'd be right.
- When you said blue, you were right.
ดูคำตอบ
If you said blue, you'd be right.
The young prince slayed the mighty dragon. การใช้คำ
0:18เจ้าชายหนุ่มสังหาร (slayed) มังกรผู้ทรงพลัง
slayed: ความหมายตรงตัวว่า “ฆ่า” ในเรื่องเล่า
ในที่นี้ slayed ใช้เป็นรูปอดีตของ slay ในประโยคนี้คำนี้มีความหมายตรงตัวแบบดั้งเดิมว่า “ฆ่า” กล่าวคือ เจ้าชายฆ่ามังกร คำว่า the mighty dragon และฉากแบบเรื่องแฟนตาซีช่วยให้รู้ว่าต้องใช้ความหมายนี้ ตรงนี้ไม่ใช่ slay ในภาษาสแลงสมัยใหม่ที่หมายถึง “ทำได้ยอดเยี่ยมหรือดูดีมาก”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The young prince slayed the mighty dragon,” คำว่า slayed หมายถึงอะไร?
- เจ้าชายพบมังกร
- เจ้าชายฆ่ามังกร
- เจ้าชายทำให้มังกรประทับใจด้วยการแสดง
ดูคำตอบ
เจ้าชายฆ่ามังกร
check out this: ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะตามมา
ในที่นี้ check out this หมายถึง “ดูนี่” หรือ “สนใจสิ่งนี้” เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการเพื่อดึงความสนใจ ไม่ใช่คำขอให้ตรวจสอบหรือยืนยันบางอย่าง this ชี้ไปยังตัวอย่างที่จะตามมา และเครื่องหมายโคลอนบอกว่าตัวอย่างกำลังจะปรากฏต่อจากนี้ ในประโยคทั่วไป เมื่อใช้สำนวนนี้เดี่ยว ๆ มักเรียงเป็น Check this out มากกว่า
แบบฝึกหัด
เติมคำดึงความสนใจแบบไม่เป็นทางการด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้: ____ this photo of a rainbow.
ดูคำตอบ
Check out
is Emilia saying that Beyoncé came to kill everyone?
0:22เอมิเลียกำลังบอกว่าบียอนเซ่มาเพื่อฆ่าทุกคนเหรอ?
She's saying that Beyoncé came to give a really good performance. วลี
0:26เธอกำลังบอกว่าบียอนเซ่มามอบการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากต่างหาก
give a really good performance: แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก
give a performance เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึงการแสดงต่อหน้าผู้ชม ในที่นี้ give ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบสิ่งของให้ใคร แต่ใช้ร่วมกับคำนามนับได้ a performance เพื่อกล่าวถึงการแสดงหนึ่งครั้ง really ทำให้ความหมายของ good เข้มขึ้น ดังนั้น a really good performance จึงเป็นการประเมินการแสดงนั้นในทางบวกอย่างมาก ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกจุดประสงค์ที่ Beyoncé มา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ give: At the school concert, the choir ____ a wonderful performance.
ดูคำตอบ
gave
slay began to be used in the context of music, fashion, and art โน้ต
0:33slay เริ่มถูกนำมาใช้ในบริบทของดนตรี แฟชั่น และศิลปะ
began to be used: รูปถูกกระทำหลัง begin
Began to be used เป็นการรวม began to เข้ากับรูป infinitive แบบถูกกระทำ be used ประธาน slay เป็นคำที่รับการกระทำ กล่าวคือ ผู้คนเริ่มใช้คำนี้ ดังนั้นคำนี้จึง began to be used โครงสร้างนี้เน้นว่าการใช้หรือการนำมาใช้เริ่มขึ้นเมื่อใด ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้เริ่ม และยังใช้พูดถึงคำ วิธีการ เทคโนโลยี หรือกฎได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้คนเริ่มใช้ระบบใหม่?
- The new system used to be used in local libraries.
- The new system began to be used in local libraries.
- The new system began to use local libraries.
ดูคำตอบ
The new system began to be used in local libraries.
in the context of ...: ระบุบริบทที่ส่งผลต่อความหมาย
โครงสร้าง in the context of + นามวลี หมายถึง ภายในสาขา สถานการณ์ หรือภูมิหลังที่เฉพาะเจาะจง ในที่นี้ music, fashion, and art ระบุสาขาที่การใช้ slay ในความหมายนี้พัฒนาและมีความหมายขึ้นมา context ไม่เหมือนกับ content โดย context หมายถึงสถานการณ์แวดล้อมที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดคำ การกระทำ หรือแนวคิดหนึ่งจึงมีความหมายเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้: The word has a special meaning ____ online gaming.
ดูคำตอบ
in the context of
to describe someone who gives a tremendous performance,
0:37เพื่อบรรยายถึงคนที่ทำการแสดงได้อย่างน่าทึ่ง
and women as a term of empowerment. วัฒนธรรม
0:42และในหมู่ผู้หญิง เพื่อเป็นคำที่แสดงถึงความเข้มแข็ง
as a term of empowerment: อธิบายหน้าที่เชิงสังคมในทางบวก
โครงสร้าง as a term of empowerment หมายถึง การใช้บางสิ่งเป็นคำหรือสำนวนที่ช่วยให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจ ได้รับการยอมรับ และแสดงตัวตนของตนเองได้ ในที่นี้ as ใช้บอกบทบาทหรือหน้าที่ของ slay empowerment ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการควบคุมผู้อื่น แต่หมายถึงการสร้างความมั่นใจและยืนยันตัวตน การกล่าวถึงชุมชน LGBTQ+ และผู้หญิงช่วยให้เห็นภูมิหลังทางวัฒนธรรมของการใช้ slay เป็นคำชมในเชิงบวก
แบบฝึกหัด
as a term of empowerment ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- ใช้เพื่อสร้างความมั่นใจและยืนยันตัวตน
- เป็นคำศัพท์ทางกฎหมายที่หมายถึงอำนาจเหนือผู้อื่น
- หมายถึงเฉพาะความหมายรุนแรงที่เก่าแก่ที่สุดของคำนี้
ดูคำตอบ
ใช้เพื่อสร้างความมั่นใจและยืนยันตัวตน
So next time you see a friend doing something really well, ไวยากรณ์
0:45ดังนั้นครั้งหน้า ถ้าคุณเห็นเพื่อนทำอะไรได้ดีมาก ๆ
So next time you see...: การตั้งสถานการณ์ในอนาคต
So เชื่อมคำแนะนำนี้กับคำอธิบายก่อนหน้า Next time you see... วางสถานการณ์ในอนาคตไว้ก่อน เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าคำแนะนำที่ตามมาใช้เมื่อใด มีความหมายว่า 'ในครั้งต่อไปที่คุณเห็น...' และทำหน้าที่เป็นอนุประโยคบอกเวลา เครื่องหมายจุลภาคบอกว่าการเกริ่นสถานการณ์จบแล้ว จากนั้นจึงตามด้วยคำแนะนำหรือคำสั่งหลัก
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง next time โดยไม่ใช้ when: ____ you visit the library, bring your card.
ดูคำตอบ
Next time
don't be afraid to tell them: การให้กำลังใจอย่างเข้าใจ
Don't be afraid to tell them ใช้ให้กำลังใจผู้ฟังให้ลงมือทำ afraid ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความกลัวจริง ๆ แต่อาจหมายถึงความเขิน ความไม่แน่ใจ หรือความลังเลก็ได้ วลีนี้มีความหมายใกล้กับ 'บอกพวกเขาได้เลย ไม่ต้องกังวล' โครงสร้างคือ don't be afraid to + กริยารูปพื้นฐาน การยอมรับว่าผู้ฟังอาจลังเลทำให้ประโยคนี้ฟังดูให้กำลังใจมากกว่าคำสั่งตรง ๆ อย่าง Tell them.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้กำลังใจด้วยวลีเป้าหมาย: ____ ask a teacher if you need help.
ดูคำตอบ
Don't be afraid to
You're slaying it ในฐานะคำชมอย่างเต็มที่
ในภาษาอังกฤษไม่เป็นทางการสมัยใหม่ You're slaying it เป็นคำชมที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น หมายถึง “คุณทำได้ดีมาก” หรือ “ผลงานของคุณยอดเยี่ยมมาก” คำว่า slaying ในที่นี้ไม่มีความหมายเกี่ยวกับความรุนแรง it หมายถึงกิจกรรมหรือผลงานโดยรวมที่เข้าใจได้อยู่แล้วจากสถานการณ์ เช่น การเต้นหรือการนำเสนอ ไม่จำเป็นต้องแทนสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังแสดงเต้นได้ยอดเยี่ยม ข้อใดใช้สำนวนนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- That routine is amazing—you're slaying it!
- That routine is over—you're leaving now.
- That routine is difficult—you're avoiding it.
ดูคำตอบ
That routine is amazing—you're slaying it!
are they saying that the Jamaican team can bend really well?
0:58พวกเขากำลังบอกว่าทีมจาเมกาสามารถงอตัวได้ดีมากเหรอ?
They're saying that the Jamaican team performed really well
1:04พวกเขากำลังบอกว่าทีมจาเมกาทำผลงานได้ดีมาก
and they want to show everyone their success.
1:07และพวกเขาต้องการโชว์ความสำเร็จให้ทุกคนเห็นต่างหาก
So when did flex take on a second meaning? กริยาวลี
1:09แล้ว flex เริ่มมีความหมายที่สองตั้งแต่เมื่อไหร่?
take on a second meaning: เริ่มมีความหมายเพิ่มเติม
ใน take on a second meaning คำว่า take on หมายถึง “เริ่มมี” หรือ “ได้รับ” วลีนี้อธิบายการที่คำหรือสำนวนพัฒนาความหมายเพิ่มเติมขึ้นมา โดยความหมายเดิมอาจยังคงใช้อยู่ second ในที่นี้หมายถึง “อีกหนึ่ง” ไม่ได้หมายความว่าความหมายใหม่สำคัญน้อยกว่า ในคำถาม did แสดงเวลาในอดีตแล้ว ดังนั้น take จึงคงรูปพื้นฐานไว้: When did ... take on ...?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มมี”: Over time, the phrase began to ____ a second meaning.
ดูคำตอบ
take on
Well, bodybuilders would flex their muscles to show their size, ไวยากรณ์
1:11นักเพาะกายมักจะเกร็ง (flex) กล้ามเนื้อเพื่อโชว์ขนาดตัว
would flex their muscles: การกระทำทั่วไปในอดีต
ใน would flex their muscles คำว่า would แสดงการกระทำที่นักเพาะกายทำเป็นประจำหรือเป็นพฤติกรรมทั่วไปในอดีต ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “will” การใช้ would แบบนี้พบได้บ่อยเมื่ออธิบายนิสัยในอดีตหรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในสถานการณ์อดีต โดยปกติเรื่องราวรอบข้างจะเป็นตัวกำหนดช่วงเวลาในอดีต เพราะ would เพียงคำเดียวไม่ได้ทำให้ช่วงเวลานั้นชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ would เพื่อบอกการกระทำที่เกิดซ้ำในอดีต
- She said she would call after dinner.
- I would help if I had more time.
- When we lived by the sea, we would swim every morning.
ดูคำตอบ
When we lived by the sea, we would swim every morning.
and at some point this idea became connected with showing off. กริยาวลี
1:15และเมื่อถึงจุดหนึ่ง แนวคิดนี้ก็ไปเชื่อมโยงกับการโอ้อวด
showing off: พยายามเรียกร้องความสนใจหรือคำชื่นชม
Show off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการจงใจแสดงความสามารถ สิ่งของ หรือความสำเร็จ เพื่อให้คนอื่นสนใจหรือชื่นชม ในประโยคนี้ showing off ใช้เรียกพฤติกรรมที่ต้องการเรียกร้องความสนใจดังกล่าว ส่วน off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง ใน became connected with showing off รูป -ing คือ showing ทำหน้าที่เป็นคำนามกริยาหลังบุพบท with
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของกริยาวลีที่หมายถึง “พยายามทำให้คนชื่นชม”: Everyone was tired of Mia ____ her new phone.
ดูคำตอบ
showing off
So you can say flex to talk about you showing off การใช้คำ
1:19ดังนั้นคุณสามารถใช้คำว่า flex เพื่อพูดถึงการอวดของคุณ
flex ในความหมายว่า “อวด”
ในที่นี้ flex เป็นคำไม่เป็นทางการสมัยใหม่ที่หมายถึง “อวด” คือแสดงความสามารถ สิ่งของ หรือความสำเร็จของตนเพื่อให้คนอื่นสังเกตเห็น ไม่ได้หมายถึงการ “งอ” หรือ “เกร็งกล้ามเนื้อ” ทางกายภาพ ในตัวอย่างนี้ flex ถูกกล่าวถึงในฐานะคำที่สามารถใช้ได้ เมื่ออยู่ในประโยคจริง ความหมายนี้สามารถใช้โดยไม่ระบุกรรมได้ เช่น “He came here to flex.”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ flex ในความหมายว่า “อวด”?
- Leo wore his medal to school just to flex.
- Maya flexed her ankle after the long walk.
- The plastic ruler can flex without breaking.
ดูคำตอบ
Leo wore his medal to school just to flex.
"Flex those skills today." การใช้คำ
1:26"Flex those skills today." (โชว์ทักษะพวกนั้นให้เต็มที่เลยวันนี้)
Flex those skills เพื่อให้กำลังใจแบบเป็นกันเอง
ในที่นี้ flex รับ those skills เป็นกรรมตรง จึงเป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม Flex those skills หมายถึง “แสดงหรือใช้ทักษะเหล่านั้นอย่างมั่นใจ” ไม่ใช่งอทักษะเหล่านั้นจริง ๆ ประโยคนี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยเข้าใจได้ว่าประธานคือ you แม้จะไม่ได้พูดออกมา น้ำเสียงเป็นการให้กำลังใจอย่างกระตือรือร้นให้ทำผลงานได้ดีในวันนี้ ไม่ใช่การตำหนิว่าอวด
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาไม่เป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “แสดงหรือใช้อย่างมั่นใจ” เพื่อให้ประโยคให้กำลังใจสมบูรณ์: ____ those passing skills in today's match.
ดูคำตอบ
Flex
in addition to + คำนามหรือรูป -ing
in addition to เป็นวลีบุพบทที่หมายถึง “นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งด้วย” หรือ “ร่วมกับสิ่งที่กล่าวไปแล้ว” ในประโยคนี้ วลีนี้อธิบายความหมายทั่วไปของ extra ที่เกี่ยวกับการเพิ่มสิ่งหนึ่งเข้ามา คำว่า to ตรงนี้เป็นบุพบท ดังนั้นจึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น in addition to English, in addition to them หรือ in addition to working
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่สามารถตามด้วยคำนามได้โดยตรง: ____ English, Maya studies Japanese.
ดูคำตอบ
In addition to
flamboyant or exaggerated: ความหมายที่ extra สามารถสื่อได้
ตรงนี้ flamboyant or exaggerated ใช้อธิบายความหมายแบบไม่เป็นทางการของ extra เมื่อใช้บรรยายพฤติกรรม เสื้อผ้า หรือปฏิกิริยา คือโดดเด่นมาก มีความเป็นละคร หรือทำเกินพอดี Flamboyant เน้นสไตล์ที่กล้า สีสันสดใส และดึงดูดความสนใจ โดยไม่ได้เป็นคำลบเสมอไป ส่วน exaggerated เน้นสิ่งที่ถูกทำให้รุนแรง ใหญ่ หรือดูเป็นละครมากกว่าความจริงหรือระดับที่เหมาะสม และมักมีน้ำเสียงวิจารณ์มากกว่า
แบบฝึกหัด
นักร้องสวมชุดสีสดและดูมีความเป็นละครเพื่อดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ได้บอกว่าชุดนั้นมากเกินไป คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุด?
- flamboyant
- exaggerated
- additional
ดูคำตอบ
flamboyant
we don't exactly know: ความไม่แน่ใจอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับคำตอบที่ชัดเจน
ใน we don't exactly know คำว่า exactly ทำให้ความหมายของการ “ไม่รู้” เปลี่ยนไป ผู้พูดให้คำตอบที่แม่นยำและแน่นอนไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่รู้อะไรเลยเสมอไป วลีนี้เป็นวิธีพูดอย่างระมัดระวังว่า “เราไม่แน่ใจ” และเปิดโอกาสให้เข้าใจว่าอาจรู้ภาพรวม แต่ไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างระมัดระวังว่าไม่ทราบเวลาแน่ชัด โดยไม่ได้กล่าวว่าไม่รู้อะไรเลย?
- We don't know anything about the bridge.
- We don't exactly know when the bridge was built.
- We know exactly when the bridge was built.
ดูคำตอบ
We don't exactly know when the bridge was built.
so quickly that: เชื่อมระดับเข้ากับผลลัพธ์
โครงสร้าง so + adjective/adverb + that + clause แสดงว่าระดับที่มากนำไปสู่ผลลัพธ์ ตรงนี้ so quickly บอกว่าคำเปลี่ยนเร็วมาก ส่วนอนุประโยคหลัง that บอกผลคือ we have no idea when they transformed. เข้าใจ so quickly that แบบง่าย ๆ ได้ว่า “เร็วมากจนเกิดผลนี้” อนุประโยค that เป็นอนุประโยคบอกผล ไม่ใช่อนุประโยคขยายคำนาม words
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกระดับและผลด้วย so...that: The queue moved ____ slowly ____ we missed the start.
ดูคำตอบ
so · that
have no idea when they transformed: ลำดับคำในอนุประโยค wh- แบบฝัง
have no idea หมายถึง “ไม่มีข้อมูลเลย” หลังสำนวนนี้สามารถตามด้วยอนุประโยค wh- เพื่อบอกว่าขาดข้อมูลเรื่องใด โดย when ใช้กับเวลา why ใช้กับเหตุผล where ใช้กับสถานที่ และ how ใช้กับวิธีการ ในที่นี้ when they transformed เป็นอนุประโยค wh- ที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ when + ประธาน + กริยา ไม่ใช้การสลับลำดับแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ลำดับคำหลัง have no idea ได้ถูกต้อง
- I have no idea why went out the lights.
- I have no idea why the lights went out.
- I have no idea why did the lights go out.
ดูคำตอบ
I have no idea why the lights went out.
and it's really hard to pinpoint the evolution. วลี
1:48และมันยากมากที่จะระบุจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการ
hard to pinpoint the evolution: การระบุกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างแม่นยำ
hard to + กริยา หมายถึงการทำสิ่งนั้นเป็นเรื่องยาก ส่วน pinpoint หมายถึงระบุหรือหาตำแหน่งบางอย่างด้วยความแม่นยำสูง ไม่ได้หมายถึงใช้เข็มปักตามตัวอักษร ในที่นี้ evolution คือกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น วลีนี้บอกว่าเป็นเรื่องยากที่จะระบุเส้นทาง ขั้นตอน หรือจุดเปลี่ยนที่แน่นอนของกระบวนการนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงทีมกำลังพยายามระบุสาเหตุที่แน่นอน
- The team is trying to predict what will happen next.
- The team is trying to pinpoint the cause.
- The team is trying to trace how the problem developed.
ดูคำตอบ
The team is trying to pinpoint the cause.
If you want to say someone's being over the top or dramatic, โน้ต
1:50ถ้าคุณอยากจะบอกว่าใครบางคนทำตัวโอเวอร์หรือดราม่า
being over the top:บรรยายพฤติกรรมที่เกินพอดี
Being over the top เป็นสำนวนที่หมายถึงพฤติกรรม รูปลักษณ์ ปฏิกิริยา หรือการแสดงของใครบางคนสุดโต่งเกินกว่าที่สถานการณ์ต้องการ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยอธิบายว่าควรใช้ extra บรรยายพฤติกรรมแบบใด ใน someone's being over the top, someone's ย่อมาจาก someone is ส่วน being ใช้บรรยายว่าคนคนนั้นกำลังแสดงออกเกินพอดีในขณะนั้น ที่นี่เป็นการประเมินพฤติกรรม ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือยอดของสิ่งใด
แบบฝึกหัด
งานเลี้ยงวันเกิดนั้นมีน้ำพุช็อกโกแลต วงดนตรีเล่นสด และดอกไม้ไฟ เติมประโยคให้สมบูรณ์: The celebration was completely ____.
ดูคำตอบ
over the top
If you want to say ... you can use extra:โครงสร้างสำหรับแนะนำสำนวน
If you want to say... you can use... เป็นโครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำเพื่ออธิบายว่าควรใช้สำนวนภาษาอังกฤษใดกับความหมายหนึ่ง ประโยค if จะบอกสิ่งที่ต้องการสื่อ ส่วน you can use... จะเสนอคำหรือวลีที่เหมาะสม เพียงเปลี่ยนความหมายตรงกลางและสำนวนที่แนะนำตอนท้าย: If you want to say + ความหมายที่ต้องการสื่อ, you can use + สำนวนภาษาอังกฤษ โครงสร้างนี้เสนอทางเลือกที่เหมาะสม ไม่ได้บอกว่านี่เป็นวิธีเดียวเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติและใช้โครงสร้างนี้เพื่อแนะนำสำนวน
- If you want to use something is very easy, you can say a piece of cake.
- If you want to say something is very easy, you can use a piece of cake.
- If you can say something is very easy, you want to use a piece of cake.
ดูคำตอบ
If you want to say something is very easy, you can use a piece of cake.
a bit extra: พูดว่า “เว่อร์ไปนิด” ให้ฟังนุ่มนวลขึ้น
extra ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงสิ่งที่ประณีตเกินไป ดูเป็นละครเกินไป หรือมากเกินกว่าที่สถานการณ์ต้องการ a bit ช่วยลดความแรงของการประเมิน ดังนั้น a bit extra จึงหมายถึง “เว่อร์ไปนิด” a bit ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงปริมาณหรือสิ่งของที่เพิ่มขึ้น การใช้คำนี้ทำให้คำวิจารณ์นุ่มนวลกว่าการพูดตรง ๆ ว่าสิ่งหนึ่ง extra แต่ผู้พูดยังคงกำลังตัดสินหรือหยอกล้ออยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bit extra ในความหมายว่า “เว่อร์ไปนิด”?
- Booking a castle for a small study-group meeting seems a bit extra.
- The express service costs a bit extra.
- Could you pack a bit extra food for the trip?
ดูคำตอบ
Booking a castle for a small study-group meeting seems a bit extra.
Or my wife's being so extra about where to eat. การใช้คำ
1:59หรือภรรยาของฉันทำตัว extra มากเรื่องเลือกร้านอาหาร
being so extra about...: ระบุเรื่องที่มีพฤติกรรมโอเวอร์
Being so extra about + หัวข้อ ใช้บอกว่าคนหนึ่งกำลังแสดงท่าทีโอเวอร์ จุกจิก หรือเรียกร้องมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องนั้น about where to eat ระบุการตัดสินใจเฉพาะที่เจ้าตัวให้ความสำคัญมากเกินไป so ทำให้คำประเมินแรงขึ้น ใน my wife's being คำว่า wife's ย่อมาจาก wife is ส่วน is being เน้นว่าเป็นพฤติกรรมในขณะนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นนิสัยถาวร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “ทำตัวโอเวอร์เกินไปเกี่ยวกับเรื่องนี้”: Leo is ____ choosing a name for the class pet.
ดูคำตอบ
being so extra about
be extra with my exit: ออกจากฉากแบบเวอร์ ๆ โดยตั้งใจ
ในประโยคนี้ be extra หมายถึงทำตัวให้ดูเวอร์หรือเล่นใหญ่โดยตั้งใจ ส่วน with my exit บอกว่าสิ่งที่ผู้พูดจะทำให้ดูเวอร์คือวิธีที่ตนออกไป ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของที่เรียกว่า exit ติดตัวไป ผู้พูดกำลังพูดติดตลกว่า จะจบวิดีโอด้วยการออกจากฉากอย่างเกินจริง โครงสร้าง be extra with + คำนาม สามารถนำไปใช้กับการกระทำหรือรายละเอียดอื่นได้ เช่น การปรากฏตัว การตกแต่ง หรือการนำเสนอ เพื่อบอกว่าส่วนนั้นถูกทำให้ดูเวอร์เป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า ผู้พูดวางแผนจะปรากฏตัวแบบเล่นใหญ่โดยตั้งใจ
- I'm going to use the extra entrance beside the stage.
- I'm going to stand at the entrance and wait for my friend.
- I'm going to be extra with my entrance and walk in under a spotlight.
ดูคำตอบ
I'm going to be extra with my entrance and walk in under a spotlight.