ร้านฟิชแอนด์ชิปส์เปิดแล้ว! | คาลิปโซ | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: ในโลกสมมติจากการเล่นบทบาทของเด็ก ๆ ร้านฟิชแอนด์ชิปส์มีลูกค้าแน่น ขณะที่เพื่อน ๆ สร้างบ้านและป้อม อินดี้กำลังหาที่อยู่ จึงได้รับข้อเสนอให้เช่าห้องชั้นบน และคิดจะทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟเมื่อไม่มีเงินสมมติจ่ายค่าเช่า ก่อนเรื่องจะนำไปสู่การขอให้ช่วยดูแลพอลลี่ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. You busy, Bluey? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เข้าใจว่าในการสนทนาแบบเป็นกันเอง ผู้พูดอาจละ Are ที่ต้นประโยค Are you busy? ได้ ผู้เรียนจึงใช้คำถามสั้นนี้ถามเพื่อนว่าไม่ว่างอยู่หรือไม่อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมแยกได้ว่ารูปเต็มเหมาะกว่าในงานเขียนและสถานการณ์ทางการ 2. pop over. — กริยาวลี รู้จักสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึงการไปยังสถานที่ใกล้ ๆ หรือแวะหาใครสักคนเพียงครู่เดียว ผู้เรียนสามารถใช้เมื่อการไปนั้นสั้น สบาย ๆ และไม่ต้องวางแผนมาก โดยไม่สื่อว่าเป็นการเยี่ยมอย่างเป็นพิธีการหรือการเดินทางไกล 3. mind Polly? — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์ เรียนรู้ว่า mind ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ใช้ในชีวิตประจำวันอาจหมายถึงการดูแลหรือเฝ้าเด็ก ไม่ได้แปลว่า “รังเกียจ” หรือ “ขัดข้อง” เท่านั้น จึงช่วยไม่ให้เข้าใจคำขอผิด และทำให้เข้าใจการขอให้ใครดูแลอีกคนชั่วคราวแบบกันเองได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You busy, Bluey?: คำถามกันเองที่ละ are
ตรงนี้ You busy? เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ Are you busy? ในภาษาพูด โดยยังมีประธาน you แต่ละ are ออก น้ำเสียงคำถามเวลาพูดหรือเครื่องหมายคำถามเวลาเขียนช่วยให้รู้ว่าเป็นคำถาม ไม่ใช่ประโยคบอกเล่า รูปนี้ใช้ถามสั้น ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังยุ่งหรือว่างอยู่ในตอนนี้ Bluey เป็นชื่อที่ใช้เรียกอีกฝ่ายโดยตรง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างคำถามย่อนี้
แบบฝึกหัด
ข้อใดเป็นรูปเต็มตามมาตรฐานของ You busy right now?
- Do you busy right now?
- You are busy right now.
- Are you busy right now?
ดูคำตอบ
Are you busy right now?
not yet: จนถึงตอนนี้ยังไม่
not yet หมายความว่า จนถึงตอนนี้เหตุการณ์ยังไม่เกิด งานยังไม่เสร็จ หรือสภาวะหนึ่งยังไม่เป็นจริง ใน No, not yet. คำว่า no ให้คำตอบปฏิเสธโดยตรงก่อน ส่วน not yet เพิ่มความหมายด้านเวลา Yet เปิดโอกาสไว้ว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนในภายหลัง ดังนั้น not yet มักสื่อว่าสิ่งนั้นอาจเปลี่ยนได้ และไม่ได้แปลว่า never
แบบฝึกหัด
เติม B ด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “จนถึงตอนนี้ยังไม่เกิด แต่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง”: A: Have you finished packing? B: No, ____.
ดูคำตอบ
not yet
fish and chip shop: ร้านปลาทอดกับมันฝรั่งทอด
“Fish and chip shop” เป็นชื่อร้านที่พบได้ทั่วไปในอังกฤษและออสเตรเลีย หมายถึงร้านที่ขายปลาทอดกับมันฝรั่งทอดร้อน ๆ เป็นหลัก และมักซื้อกลับบ้านได้ อาหารจานนี้เรียกว่า “fish and chips” แต่ในชื่อร้าน “fish” กับ “chip” วางร่วมกันหน้า “shop” เพื่อบอกประเภทร้าน คำว่า “chips” ในชื่อนี้หมายถึงมันฝรั่งทอดร้อน ๆ ไม่ได้หมายถึงมันฝรั่งแผ่นบางบรรจุถุง ซึ่งในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกว่า “potato chips”
แบบฝึกหัด
“fish and chip shop” คือร้านประเภทใด?
- ร้านที่ขายปลาดิบกับมันฝรั่งแผ่นบรรจุถุง
- ร้านที่ขายอุปกรณ์ตกปลาและเครื่องครัว
- ร้านที่ขายปลาทอดกับมันฝรั่งทอดร้อน ๆ เป็นหลัก
ดูคำตอบ
ร้านที่ขายปลาทอดกับมันฝรั่งทอดร้อน ๆ เป็นหลัก
run out of fish: ไม่มีปลาเหลือแล้ว
“Run out of + คำนาม” หมายถึงมาถึงจุดที่สิ่งนั้นไม่เหลือเลย ใน “we’ve run out of fish” ร้านไม่มีปลาเหลืออยู่ในตอนนี้ “We’ve” ย่อมาจาก “we have” ดังนั้น “we’ve run out” จึงเป็น present perfect และเน้นผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ให้เข้าใจ “run out of” เป็นวลีเดียว ไม่ได้หมายถึงมีใครวิ่งออกจากสถานที่หนึ่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียน: We’ve ____ milk, so we need to buy more.
ดูคำตอบ
run out of
be patient: ขอให้อีกฝ่ายรออย่างใจเย็น
Be patient เป็นประโยคคำสั่งที่สร้างด้วย be + คำคุณศัพท์ ในที่นี้ patient หมายถึง «สามารถรออย่างใจเย็น» ผู้พูดจึงกำลังบอกอีกฝ่ายว่าอย่ารีบร้อนระหว่างที่รอ ในประโยคคำสั่ง ประธาน you เป็นที่เข้าใจและไม่ต้องพูดออกมา patient ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ ส่วน patient ที่เป็นคำนามหมายถึง «ผู้รับการรักษาพยาบาล» โดยทั่วไปต้องมีคำกำหนด เช่น a patient
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขอให้อีกฝ่ายรออย่างใจเย็นระหว่างที่คุณตรวจสอบบางอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Please be patient while I check your order.
- Please have patient while I check your order.
- Please be a patient while I check your order.
ดูคำตอบ
Please be patient while I check your order.
had no sleep all night: ไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน
Had no sleep หมายความว่าปริมาณการนอนที่ได้รับเป็นศูนย์ ในที่นี้ sleep เป็นคำนามนับไม่ได้ และ had เป็นรูปอดีตที่ใช้พูดถึงว่าผู้พูดได้นอนมากน้อยเพียงใด All night ขยายความหมายนี้ให้ครอบคลุมตลอดทั้งคืน ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงหมายความว่าผู้พูดไม่ได้นอนเลยในช่วงใดของคืนนั้น
แบบฝึกหัด
Lena ตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน ประโยคใดตรงกับสถานการณ์นี้อย่างแม่นยำ
- Lena slept badly.
- Lena had no sleep all night.
- Lena had little sleep.
ดูคำตอบ
Lena had no sleep all night.
It certainly is: การยืนยันอย่างหนักแน่น
ใน it certainly is คำว่า certainly ช่วยเน้นการยืนยันของ is อย่างชัดเจน ในประโยคเต็ม ผู้พูดบอกว่าการที่สถานที่นี้แออัดเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดและแน่นอน กล่าวคือ ที่นี่แออัดจริง ๆ รูปแบบ It certainly is ยังใช้ตอบประโยคก่อนหน้าที่มี be ได้โดยลำพัง เป็นการยืนยันประธานและคำบรรยายเดิมโดยไม่ต้องพูดคำคุณศัพท์ซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบสั้น ๆ ด้วยคำสองคำพอดี ใช้ certainly และอย่าพูด crowded ซ้ำ: A: "The hall is crowded." B: "It ____."
ดูคำตอบ
certainly is
It sure is: การเห็นด้วยอย่างหนักแน่นแบบไม่เป็นทางการ
“It sure is.” เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการที่ใช้เห็นด้วยอย่างหนักแน่นกับประโยคก่อนหน้าที่มี be ในที่นี้ sure เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่หมายถึง “certainly” หรือ “really” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “แน่นอน” is ใช้รับคำบรรยายก่อนหน้าแทนการพูดซ้ำ เช่น “It’s crowded.” “It sure is.” จึงเป็นการเห็นด้วยที่ทั้งสั้นและเน้นหนัก
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบแบบสบาย ๆ ด้วยคำสองคำพอดี ใช้ sure และอย่าพูด noisy ซ้ำ: A: "The street is noisy." B: "It ____."
ดูคำตอบ
sure is
might have to + คำกริยา: ความจำเป็นที่ยังไม่แน่นอน
ใช้ might have to + คำกริยารูปพื้นฐานเมื่อการกระทำหนึ่งอาจกลายเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยังไม่แน่ว่าจะต้องทำจริง ๆ might แสดงความไม่แน่นอน ส่วน have to แสดงความจำเป็นหรือแรงกดดันจากสถานการณ์ ในประโยคนี้ การย้ายออกเป็นเพียงสิ่งที่อาจจำเป็น ไม่ใช่การตัดสินใจที่แน่นอนแล้ว รูปแบบนี้ใช้พูดถึงแผนที่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ประกอบจาก might และ have to: If the boiler cannot be fixed, we ____ replace it.
ดูคำตอบ
might have to
move out: ย้ายออกจากบ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน
Move out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเลิกอาศัยอยู่ในบ้านปัจจุบันและย้ายออกจากที่นั่น out แสดงทิศทางที่ออกห่างจากบ้านนั้น ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงเพียง move ในความหมายทั่วไปว่า “เคลื่อนย้าย” เมื่อทราบอยู่แล้วว่าหมายถึงบ้านใด สามารถใช้ move out โดยไม่ต้องระบุสถานที่ได้ หากต้องการบอกสถานที่ที่ย้ายออก ให้ใช้ move out of + สถานที่ เช่น move out of the flat
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Nora จะย้ายออกจากแฟลตที่เธออาศัยอยู่ในปัจจุบันในวันศุกร์?
- Nora is moving out of her old flat on Friday.
- Nora is moving her furniture on Friday.
- Nora is moving into a new flat on Friday.
ดูคำตอบ
Nora is moving out of her old flat on Friday.
Did you know that a fish and chip shop just opened next door? โน้ต
0:26รู้ไหมว่ามีร้านฟิชแอนด์ชิปส์เพิ่งมาเปิดข้างๆ?
Did you know that... สำหรับเกริ่นข่าวใหม่
Did you know that... มีรูปเป็นคำถามอดีตกาล แต่ในที่นี้หน้าที่หลักคือเกริ่นข้อมูลที่ผู้พูดต้องการแบ่งปัน สำนวนนี้ดึงความสนใจของผู้ฟังและนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไปว่าอาจเป็นข่าวใหม่ จึงใช้เปลี่ยนไปสู่หัวข้อใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย หลัง that ให้ใช้อนุประโยคบอกเล่าที่สมบูรณ์ตามลำดับคำของประโยคบอกเล่า: Did you know that + ประธาน + กริยา โดยทั่วไปผู้พูดถือว่าเนื้อหานั้นเป็นความจริง คำถามมักถามว่าผู้ฟังเคยได้ยินหรือยัง ไม่ใช่การทดสอบความรู้
แบบฝึกหัด
คุณยืนยันแล้วว่าพิพิธภัณฑ์เข้าฟรีในวันศุกร์และต้องการแบ่งปันข่าวนี้ ประโยคใดใช้เกริ่นข่าวได้เหมาะสมที่สุด
- Did you know is the museum free on Fridays?
- Do you know whether the museum is free on Fridays?
- Did you know that the museum is free on Fridays?
ดูคำตอบ
Did you know that the museum is free on Fridays?
opened next door: ธุรกิจเริ่มเปิดดำเนินการอยู่ข้าง ๆ
เมื่อประธานเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือองค์กรอื่น opened สามารถเป็นกริยาที่ไม่ต้องมีกรรมและหมายถึงเริ่มดำเนินกิจการหรือเริ่มให้บริการแก่สาธารณะ ในการใช้แบบนี้ไม่ได้หมายถึงมีคนเปิดสิ่งของใดสิ่งหนึ่ง Next door เป็นวลีบอกสถานที่ที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงในสถานที่ที่อยู่ติดกัน Just ทำให้เหตุการณ์มีความหมายว่าเพิ่งเกิดขึ้น ดังนั้น just opened next door จึงหมายถึงธุรกิจนั้นเพิ่งเริ่มดำเนินกิจการในบริเวณข้าง ๆ ไม่นานมานี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าร้านเบเกอรีแห่งใหม่เริ่มดำเนินกิจการในอาคารข้าง ๆ
- The bakery opened the door next.
- A new bakery just opened next door.
- Someone opened the bakery's next door.
ดูคำตอบ
A new bakery just opened next door.
pop over: แวะไปเยี่ยมสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการ
ในประโยคนี้ pop over หมายถึงไปยังสถานที่ใกล้ ๆ เพื่อเยี่ยมหรือแวะช่วงสั้น ๆ ทำให้การไปครั้งนี้ฟังดูรวดเร็ว สะดวก และไม่เป็นทางการ โดย pop ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ระเบิด” เมื่อรู้กันอยู่แล้วว่าจะไปที่ไหน สามารถใช้ pop over โดยไม่ต้องบอกจุดหมายได้เหมือนในตัวอย่าง หรือระบุจุดหมายด้วยโครงสร้าง pop over to + สถานที่: We can pop over to the shop.
แบบฝึกหัด
คุณกับเพื่อนบ้านกำลังคุยเรื่องการไปเยี่ยม ข้อใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าคุณจะแวะไปเยี่ยมสั้น ๆ แบบกันเอง?
- I'll pop over to your place after lunch.
- I'll move into your place after lunch.
- I'll arrange a formal appointment at your place after lunch.
ดูคำตอบ
I'll pop over to your place after lunch.
looking for somewhere to live: กำลังหาที่อยู่อาศัย
Looking for หมายถึงกำลังพยายามค้นหา จึงบอกถึงการค้นหาที่ยังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ผลว่าหาพบแล้ว ส่วน somewhere to live หมายถึงสถานที่ที่ใครคนหนึ่งสามารถอาศัยอยู่ได้ ในโครงสร้าง somewhere to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำกริยา infinitive จะบอกว่าสถานที่นั้นใช้ทำอะไร เช่น somewhere to eat และ somewhere to park คำว่า somewhere มีความหมายว่า “สถานที่หนึ่ง” อยู่แล้ว จึงไม่เติม there หลังคำกริยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya กำลังพยายามหาสถานที่ที่เธอสามารถอาศัยอยู่ได้?
- Maya is looking for somewhere to live there.
- Maya is looking for somewhere to live.
- Maya is looking somewhere for live.
ดูคำตอบ
Maya is looking for somewhere to live.
made another fort: สร้างป้อมเล่นเพิ่มอีกหนึ่งหลัง
made another fort หมายถึง “สร้างป้อมขึ้นมาอีกหนึ่งหลัง” ในที่นี้ make หมายถึงทำหรือสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมา ส่วน another หมายถึงเพิ่มมาอีกหนึ่งจากที่มีอยู่แล้ว ในเกมของเด็ก fort มักหมายถึงป้อมสมมติที่ทำจากผ้าห่ม เบาะ กล่อง หรือของเล่น ไม่ใช่ป้อมทางทหารจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสามคำ: รูปอดีตของ make + another + fort. The children ____ with the spare cushions.
ดูคำตอบ
made another fort
We're Romans.: การบอกตัวตนในเกมสวมบทบาท
ในฉากนี้ We're Romans. เป็นการบอกตัวตนในเกมสวมบทบาท เด็ก ๆ หมายความว่าพวกเขากำลังสมมติตัวเองเป็นชาวโรมัน เมื่อทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นเกม การแสดง หรือสถานการณ์สมมติ ภาษาอังกฤษมักใช้ be + บทบาทได้โดยตรง หากไม่มีบริบทสมมตินี้ คำพูดเดียวกันมักสื่อถึงตัวตนหรือการเป็นสมาชิกกลุ่มจริง ๆ ต้องดูจากบริบท ไม่ใช่ไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว จึงจะรู้ว่าเป็นบทบาทสมมติ
แบบฝึกหัด
ในเกมที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการสมมติ เด็กที่พูดว่า We're Romans. น่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขากำลังบอกว่าพูดภาษาละตินได้
- พวกเขากำลังบอกตัวตนจริงของตน
- พวกเขากำลังสมมติตัวเองเป็นชาวโรมัน
ดูคำตอบ
พวกเขากำลังสมมติตัวเองเป็นชาวโรมัน
Now, you are here to protect the kingdom? ไวยากรณ์
0:55ตอนนี้ เธอมาที่นี่เพื่อปกป้องอาณาจักรใช่ไหม?
be here to + คำกริยา: บอกจุดประสงค์ของการอยู่ที่นี่
โครงสร้าง be here to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้อธิบายว่าทำไมใครบางคนจึงอยู่หรือมาที่นี่ ในคำถามนี้ are here to protect เป็นการถามยืนยันว่าการปกป้องอาณาจักรคือหน้าที่หรือจุดประสงค์ของบุคคลนั้นหรือไม่ here ไม่ได้บอกเพียงสถานที่ แต่เมื่อใช้ร่วมกับ to-infinitive จะทำให้การกระทำข้างหลังเป็นเหตุผลของการอยู่ที่นั่น ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกภารกิจ หน้าที่ หรือเหตุผลของการมาเยือนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ be here to + check: I ____ the fire alarm.
ดูคำตอบ
am here to check
need protecting: ความหมายเชิงรับหลัง need
need + รูป -ing สามารถมีความหมายเชิงรับได้ Do you need protecting? ถามว่าคุณจำเป็นต้องได้รับการปกป้องหรือไม่ กล่าวคือ ประธานเป็นผู้รับการปกป้อง ไม่ใช่ผู้ปกป้องคนอื่น โครงสร้างมาตรฐานนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติช แม้จะใช้ในภาษาอังกฤษแบบอื่นด้วย มักใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของต้องได้รับการดูแลหรือจัดการ และสามารถเขียนใหม่เป็น need + to be + คำกริยาช่องที่สามได้
แบบฝึกหัด
ใช้ need + repair ในรูป -ing เพื่อให้มีความหมายเชิงรับ: The old gate ____ before winter.
ดูคำตอบ
needs repairing
ใช้ Not right now, thanks. เพื่อปฏิเสธชั่วคราวอย่างสุภาพ
Not right now, thanks. ใช้ปฏิเสธข้อเสนออย่างสุภาพเฉพาะในตอนนี้ Not right now หมายถึง “ไม่ใช่ตอนนี้” จึงยังเปิดโอกาสที่จะตอบรับในภายหลัง Thanks แสดงว่าคุณเห็นคุณค่าของข้อเสนอและช่วยให้คำปฏิเสธฟังนุ่มนวลขึ้น ทั้งวลีใช้เป็นคำตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพูดเป็นประโยคยาว
แบบฝึกหัด
มีคนเสนอจะช่วยคุณตอนนี้ คุณยังไม่ต้องการความช่วยเหลือในขณะนี้ แต่อาจต้องการในภายหลัง คำตอบใดสุภาพและเป็นธรรมชาติ
- Not right now, thanks.
- Never ask me again.
- I don't right now.
ดูคำตอบ
Not right now, thanks.
ใช้ Can I please have...? เพื่อขอสิ่งของอย่างสุภาพ
Can I please have + noun? เป็นรูปแบบที่ใช้ขอให้ใครบางคนมอบสิ่งของให้เราอย่างสุภาพ ในที่นี้ can I ใช้ขอร้อง ไม่ได้ถามถึงความสามารถ ส่วน have หมายถึงได้รับหรือได้มา Please วางหลัง I และก่อน have ได้อย่างเป็นธรรมชาติ Now บอกว่าต้องการสิ่งของนั้นในตอนนี้ แต่ถ้าเน้นเสียงคำนี้หรือขอซ้ำ อาจฟังดูใจร้อน
แบบฝึกหัด
เติมคำขออย่างสุภาพนี้ด้วยรูปแบบ Can I please have + noun: ____ a glass of water?
ดูคำตอบ
Can I please have
Let's have a look: การชวนอย่างเป็นมิตรให้มาดูด้วยกัน
Let's have a look เป็นคำชวนที่ใช้บ่อยในภาษาพูด หมายถึงผู้พูดกับผู้ฟังจะดูหรือตรวจบางอย่างสั้น ๆ ให้เข้าใจ have a look เป็นสำนวนทั้งชุดที่แปลว่า ดู โดย have ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า มีหรือครอบครอง Let's ทำให้ผู้พูดและผู้ฟังมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นด้วยกัน มักใช้เริ่มการดู การตรวจ หรือการพิจารณาให้ละเอียดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
แบบฝึกหัด
เติมด้วยวลีที่ตรงตัว Let's have a look: The package is here. ____ inside.
ดูคำตอบ
Let's have a look
a place for her to sleep: คำนาม + for + บุคคล + to-infinitive
วลีนี้ใช้โครงสร้าง คำนาม + for + บุคคล + to-infinitive ใน a place for her to sleep คำว่า her เป็นประธานโดยนัยของ sleep ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงสถานที่ที่เธอสามารถนอนได้ ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย for ไม่ได้เพียงบอกว่าสถานที่นั้นมีไว้สำหรับใคร แต่ยังเชื่อมบุคคลนั้นเข้ากับการกระทำด้วย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ตามหลังคำนามอย่าง time, chance, room หรือ something ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง คำนาม + for + บุคคล + to-infinitive เพื่อบอกว่าใครเป็นผู้ทำกริยา
- We found a quiet room for Maya to study in.
- We found Maya studying in a quiet room.
- We found a quiet room that belonged to Maya.
ดูคำตอบ
We found a quiet room for Maya to study in.
but she'll also need a forest for her morning walk. วลี
1:20แต่เธอก็ต้องมีป่าไว้เดินเล่นตอนเช้าด้วยนะ
need X for Y: บอกสิ่งที่จำเป็นสำหรับกิจกรรม
need a forest for her morning walk ใช้โครงสร้าง need + X + for + Y โดย X คือสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ และ for + Y บอกกิจกรรมหรือจุดประสงค์ที่สิ่งนั้นรองรับ ในประโยคนี้ ป่าคือสถานที่ที่จินตนาการขึ้นสำหรับการเดินเล่น ความต้องการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นสมมติ ไม่ได้หมายความว่าการเดินเล่นตอนเช้าในชีวิตจริงต้องมีป่า โครงสร้างเดียวกันใช้บอกความต้องการจริงได้ เช่น อุปกรณ์สำหรับงาน สถานที่สำหรับกิจกรรม หรือเวลาสำหรับทำกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย need + a lamp + for + reading: We ____.
ดูคำตอบ
need a lamp for reading
cheeky: ซนแบบขี้เล่น ไม่ได้หมายถึงหยาบคายเสมอไป
ใน You cheeky baby คำว่า cheeky หมายถึงซนหรือกล้าแบบขี้เล่น ผู้พูดกำลังหยอกทารกด้วยความเอ็นดู ไม่ได้ตำหนิอย่างจริงจัง ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ cheeky อาจฟังดูอบอุ่นและขบขันเมื่อใช้กับเด็กหรือคนที่รู้จัก แต่ถ้าใช้ด้วยน้ำเสียงแข็งขึ้นหรือกับคนที่ไม่สนิท อาจหมายถึงทะลึ่งหรือไม่ค่อยให้เกียรติ ดังนั้นน้ำเสียงและความสัมพันธ์จึงเปลี่ยนน้ำหนักของคำนี้
แบบฝึกหัด
ผู้ปกครองยิ้มเมื่อเห็นเด็กแอบหยิบบิสกิตหนึ่งชิ้น แล้วพูดว่า “You cheeky little thing!” การใช้ cheeky ในสถานการณ์นี้เป็นธรรมชาติหรือไม่
- ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะฟังเหมือนคำดูถูกรุนแรง
- เป็นธรรมชาติ เพราะในที่นี้เป็นการหยอกอย่างเอ็นดู
ดูคำตอบ
เป็นธรรมชาติ เพราะในที่นี้เป็นการหยอกอย่างเอ็นดู
so many customers: so many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์
“so many customers” หมายถึงมีลูกค้าจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด คำว่า so เน้น many และอาจสื่อว่าผู้พูดประหลาดใจกับจำนวนคนที่มาก โครงสร้างคือ so many + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ customer นับแยกเป็นคน ๆ ได้ จึงใช้รูปพหูพจน์ customers หลัง many
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย so many หรือ so much: The library has ____ books that I cannot choose just one.
ดูคำตอบ
so many
What's going on with you?: ถามว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไป
“What's going on with you?” เป็นสำนวนพูดที่ใช้ถามว่าอะไรเป็นสาเหตุให้อารมณ์ สภาพ หรือพฤติกรรมของอีกฝ่ายดูผิดไปจากปกติ ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “เป็นอะไรไป” หรือ “ทำไมดูไม่เหมือนเดิม” โดย on ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสหรือการอยู่บนตัวจริง ๆ with you ทำให้คำถามมุ่งไปที่ผู้ฟัง ไม่ใช่เหตุการณ์ทั่วไป ในบริบทนี้ผู้พูดกำลังแสดงความเป็นห่วงและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบาย
แบบฝึกหัด
จู่ ๆ คุณก็เงียบไป เพื่อนถามเบา ๆ ว่า “What's going on with you?” เขาน่าจะหมายถึงอะไร
- มีวัตถุอะไรอยู่บนตัวคุณ
- ทำไมคุณดูไม่เหมือนเดิม—เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
- คุณกำลังจะไปงานไหน
ดูคำตอบ
ทำไมคุณดูไม่เหมือนเดิม—เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า
Where to? คำถามสั้น ๆ เพื่อถามจุดหมาย
Where to? เป็นคำถามแบบย่อที่ใช้ถามจุดหมาย ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงการย้ายบ้านแล้ว จึงมีความหมายเท่ากับ Where are you moving to? ในบทสนทนาภาษาอังกฤษ มักละคำที่ผู้ฟังเข้าใจอยู่แล้ว ในคำถามสั้นนี้ยังคงใช้ to เพราะทำหน้าที่ชี้ไปยังจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบของ B ด้วยคำถามย่อที่ใช้ถามจุดหมายและลงท้ายด้วย to: A: I'm moving next month. B: ____?
ดูคำตอบ
Where to
move into my house: โครงสร้าง move into + สถานที่
Move into my house หมายถึงเริ่มมาอาศัยอยู่ในบ้านของฉัน โครงสร้าง move into + place ระบุบ้านหลังใหม่ และ into แสดงทิศทางการเคลื่อนเข้าไปในบ้านนั้น หากวาง my house ต่อจาก move โดยตรงโดยไม่มีคำบุพบท move my house มักหมายถึงการเคลื่อนย้ายตัวบ้าน ไม่ใช่การเปลี่ยนที่อยู่อาศัย
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง move into + place เติมประโยคให้สมบูรณ์: Next month, we're going to ____ a flat near the station.
ดูคำตอบ
move into
You can rent the upstairs room for 10 dollarbucks. โน้ต
1:45เธอเช่าห้องข้างบนได้ในราคา 10 ดอลลาร์นะ
rent the upstairs room for 10 dollarbucks: ใช้ rent X for เพื่อบอกราคาเช่า
ใน rent the upstairs room for 10 dollarbucks คำว่า rent เป็นคำกริยา หมายถึงจ่ายเงินเพื่อใช้ห้องในช่วงเวลาที่จำกัด โครงสร้างคือ rent + สิ่งของหรือสถานที่ + for + ราคา โดย for ในที่นี้ใช้บอกราคาเช่า ไม่ได้บอกจุดประสงค์ หากต้องการระบุรอบการคิดราคา ให้วางไว้หลังจำนวนเงิน เช่น for ten pounds a day หากไม่ระบุช่วงเวลา ต้องอาศัยบริบทเพื่อดูว่าเป็นราคาต่อวัน ต่อสัปดาห์ หรือราคาสำหรับการเช่าทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าค่าเช่าตู้เก็บของอยู่ที่วันละ 5 ปอนด์
- You can rent this locker to five pounds a day.
- You can rent this locker from five pounds a day.
- You can rent this locker for five pounds a day.
ดูคำตอบ
You can rent this locker for five pounds a day.
10 dollarbucks: เงินสมมติในการเล่นบทบาท
ใน 10 dollarbucks คำว่า dollarbucks เป็นชื่อเงินที่แต่งขึ้นแบบขี้เล่น ซึ่งใช้ในโลกของ Bluey และในการเล่นสมมติของเด็ก ๆ ในที่นี้คำดังกล่าวบอกว่าเป็นการซื้อขายในจินตนาการ ไม่ใช่สกุลเงินทางการ หากพูดถึงเงินจริง 10 ดอลลาร์สหรัฐ ให้ใช้ ten dollars คำว่า dollarbucks ไม่ใช่ชื่อมาตรฐานของดอลลาร์ ปอนด์ หรือสกุลเงินจริงอื่นใด
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายการใช้ในโลกจริงได้ถูกต้อง
- ใช้ ten dollars สำหรับการซื้อขายทั่วไปด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
- ถือว่า dollarbucks เป็นชื่อทางการของสกุลเงินอังกฤษ
- ใช้ ten dollarbucks สำหรับการซื้อขายทั่วไปด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ดูคำตอบ
ใช้ ten dollars สำหรับการซื้อขายทั่วไปด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
don't have any + คำนาม: บอกว่าจำนวนเป็นศูนย์
ในโครงสร้าง don't have any + คำนาม คำว่า don't ทำให้ข้อความเป็นปฏิเสธ และ any แสดงว่าจำนวนเป็นศูนย์ ในที่นี้ ผู้พูดไม่มี dollarbuck เลยแม้แต่หนึ่งอัน โครงสร้างนี้ใช้ได้กับคำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น any coins และคำนามนับไม่ได้ เช่น any money เมื่อต้องการสื่อความหมายพื้นฐานว่าจำนวนเป็นศูนย์ หลัง don't have โดยทั่วไปใช้ any ไม่ใช่ some ถ้าประธานเป็น he, she หรือ it ให้ใช้ doesn't have any
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย don't have any เพื่อบอกว่าจำนวนเป็นศูนย์: I want to pay, but I ____ cash with me.
ดูคำตอบ
don't have any
Maybe you need...: ทำให้คำแนะนำฟังนุ่มนวลขึ้น
Maybe ที่ขึ้นต้น Maybe you need a job ทำให้แนวคิดนี้ฟังเป็นหนึ่งในทางออกที่เป็นไปได้ ผู้พูดกำลังเสนอให้มีงานทำ ไม่ได้ออกคำสั่งหนักแน่นหรือยืนยันอย่างแน่นอน ถ้าตัด maybe ออก You need a job จะฟังตรงกว่าและอาจเหมือนการตัดสินอย่างแรง Maybe ช่วยลดความหนักแน่น แต่เนื้อหาหลังจากนั้นยังคงเป็นคำแนะนำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอแนวคิดอย่างไม่ยืนยันแน่นอน แทนที่จะเป็นคำสั่งหรือการตัดสินอย่างแรง?
- You definitely need a warmer coat.
- Put on a warmer coat now.
- Maybe you need a warmer coat.
ดูคำตอบ
Maybe you need a warmer coat.
could be a waitress: การเสนอบทบาทที่อาจเป็นไปได้
ใน could be a waitress คำว่า could นำเสนอการเป็นพนักงานเสิร์ฟว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นไปได้หรือเป็นแนวคิดชั่วคราว ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงความสามารถในอดีต โครงสร้างคือ could be + บทบาท เนื่องจาก could เป็นกริยาช่วย modal คำว่า be จึงคงรูปเดิม ไม่ใช้ could to be หรือ could being
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย could + be รูปพื้นฐาน เพื่อเสนอบทบาทที่เป็นไปได้: At the school fair, I ____ the ticket seller.
ดูคำตอบ
could be
mind Polly?: mind ในความหมายว่าดูแล
ใน Can you mind Polly? คำว่า mind หมายถึงดูแลหรือคอยเฝ้า Polly เป็นเวลาสั้น ๆ ผู้พูดกำลังขอให้ช่วยดูแล ไม่ได้ถามว่า Polly ทำให้ผู้ฟังรำคาญหรือไม่ การใช้นี้มีโครงสร้าง Can you mind + คน สัตว์ หรือสิ่งของ? กรรมที่ตามหลัง mind คือสิ่งที่ขอให้ผู้ฟังช่วยดูแล
แบบฝึกหัด
ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษ Can you mind the dog for five minutes? หมายความว่าอย่างไร
- ช่วยเรียกสุนัขกลับมาในอีกห้านาทีได้ไหม
- ช่วยดูแลสุนัขตัวนี้ห้านาทีได้ไหม
- คุณขัดข้องไหมที่สุนัขอยู่ที่นี่
ดูคำตอบ
ช่วยดูแลสุนัขตัวนี้ห้านาทีได้ไหม
learn how to build a fence: learn how to + กริยารูปพื้นฐาน
ใน learn how to build a fence คำที่ตามหลัง learn บอกว่ากำลังเรียนทักษะอะไร โครงสร้าง learn how to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการเรียนรู้วิธีหรือขั้นตอนในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลัง how to ใช้กริยารูปพื้นฐาน build ไม่ใช่ building คุณสามารถเปลี่ยนวลีกริยาส่วนท้ายเพื่อบอกทักษะอื่นได้ เช่น learn how to cook หรือ learn how to drive
แบบฝึกหัด
ใช้ learn how to และกริยา cook เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya wants to ____ pasta for her family.
ดูคำตอบ
learn how to cook