ความปลอดภัยบนรถโรงเรียน|ซีซัน 2 ตอนที่ 08|ทีมกู้ภัยซูเปอร์พิงค์ฟอง - เพลงเด็กและการ์ตูน: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pinkfong Super Rescue Team - Kids Songs & Cartoons

ความยากในการเรียน
261 คำ 144 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนจากทีมกู้ภัยพาเด็ก ๆ เรียนรู้ความปลอดภัยตั้งแต่รอรถโรงเรียน นั่งอยู่บนรถ จนถึงลงจากรถ โดยต้องยืนอยู่กับที่จนรถหยุด คาดเข็มขัดไว้ และรอสัญญาณจากคนขับก่อนข้ามถนน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. There are rules to follow — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้าง There are + คำนาม + to-infinitive ซึ่งใช้แนะนำกฎ หน้าที่ หรืองานที่จำเป็นต้องทำอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้เรียนจึงสามารถสร้างคำชี้แจงที่บอกได้ครบว่ามีเรื่องใดต้องปฏิบัติ แทนที่จะกล่าวเพียงว่ามีกฎอยู่ 2. Fasten your seat belt tight — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้ว่า fasten a seat belt เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ และ tight บอกสภาพผลลัพธ์ว่าเข็มขัดถูกยึดไว้อย่างแน่นหนา จึงใช้รูปแบบเต็มนี้สั่งให้ผู้อื่นคาดเข็มขัดให้กระชับได้ชัดเจน โดยไม่เลือกคำกริยาที่แปลตรงตัวแล้วฟังไม่เป็นธรรมชาติ 3. wait for the signal from the driver. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจกฎความปลอดภัยของรถโรงเรียนที่ใช้จริงว่า หลังจากเดินออกห่างจากรถแล้ว เด็กต้องรอจนคนขับส่งสัญญาณว่าสามารถข้ามได้อย่างปลอดภัย ทำให้ตีความ signal ว่าเป็นการอนุญาตหรือคำแนะนำในสถานการณ์การเดินทาง ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายทั่ว ๆ ไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

To the rescue. วลี

0:03

ออกปฏิบัติการกู้ภัย

วลี

To the rescue!: คำร้องเมื่อลงมือไปช่วยเหลือ

To the rescue! เป็นคำร้องติดปากในฉากลงมือช่วยเหลือ หมายถึง “ฉันมาช่วยแล้ว!” หรือ “ไปช่วยกันเถอะ!” ในเรื่องราวการกู้ภัย คำนี้บอกว่าการช่วยเหลือกำลังเริ่มขึ้นหรือมาถึงแล้ว วลีนี้ใช้เป็นคำอุทานแบบย่อที่สมบูรณ์ได้ ให้เข้าใจ to the rescue เป็นก้อนเดียว โดยไม่ต้องพูดกริยาอย่าง go หรือ come ออกมา

แบบฝึกหัด

เพื่อนทำกล่องสีเทียนตก แล้วคุณวิ่งเข้าไปช่วยด้วยท่าทีสนุก ๆ คุณพูดประโยคใดได้บ้าง?

  1. See you later!
  2. Take your time.
  3. To the rescue!
ดูคำตอบ

To the rescue!

Pinkfong Super Rescue Team.

0:06

ทีมซูเปอร์กู้ภัยพิงฟอง

School bus safety. วัฒนธรรม

0:11

ความปลอดภัยบนรถโรงเรียน

วัฒนธรรม

School bus safety: รอ นั่ง และลงจากรถอย่างปลอดภัย

School bus safety หมายถึงกฎและพฤติกรรมที่ช่วยให้เด็กปลอดภัยขณะรอรถโรงเรียน ขึ้นรถ นั่งรถ และลงจากรถ ในสหรัฐอเมริกา school bus คือรถที่ใช้รับส่งนักเรียนไปและกลับจากโรงเรียน ไม่ใช่เพียงรถโดยสารสาธารณะที่บังเอิญจอดใกล้โรงเรียน วลีทั้งหมดเป็นกลุ่มคำนามที่ใช้เป็นชื่อหัวข้อ จึงไม่ต้องมีกริยา

แบบฝึกหัด

school bus safety อธิบายหัวข้อใดได้ตรงที่สุด?

  1. กฎสำหรับการรอ ขึ้น นั่ง และลงจากรถโรงเรียนอย่างปลอดภัย
  2. กฎความปลอดภัยทุกข้อที่ใช้ในทุกพื้นที่ของโรงเรียน
  3. ราคาตั๋วและเส้นทางของรถโดยสารสาธารณะทุกสาย
ดูคำตอบ

กฎสำหรับการรอ ขึ้น นั่ง และลงจากรถโรงเรียนอย่างปลอดภัย

Kids,

0:18

เด็ก ๆ

you shouldn't run around here. โน้ต

0:19

ไม่ควรวิ่งเล่นแถวนี้นะ

ไวยากรณ์

shouldn't: คำแนะนำด้านความปลอดภัย ไม่ใช่การทำไม่ได้

shouldn't เป็นรูปย่อของ should not ในประโยค you shouldn't run around here คำนี้บอกว่าการวิ่งไปมาแถวนี้ไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม จึงเป็นคำแนะนำหรือกฎ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นไม่มีความสามารถในการวิ่ง โครงสร้าง shouldn't + คำกริยารูปพื้นฐานใช้แสดงคำแนะนำในเชิงปฏิเสธ: shouldn't run เนื่องจากมีรถอยู่ใกล้ ๆ ประโยคนี้จึงเป็นคำเตือนเรื่องความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

shouldn't ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. คุณไม่มีความสามารถที่จะวิ่งไปมาแถวนี้
  2. การวิ่งไปมาแถวนี้เป็นไปไม่ได้
  3. การวิ่งไปมาแถวนี้ไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

การวิ่งไปมาแถวนี้ไม่ปลอดภัยหรือไม่เหมาะสม

กริยาวลี

'run around': วิ่งไปมาในบริเวณหนึ่ง

run around หมายถึงการเคลื่อนที่ไปหลายทิศทางภายในบริเวณหนึ่ง โดยมักไม่มีเส้นทางที่แน่นอน ใน you shouldn't run around here คำนี้หมายถึงการวิ่งไปมาจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งในบริเวณนี้ ไม่ใช่แค่วิ่งไปตามเส้นทางเดียว ในที่นี้ around อธิบายรูปแบบและขอบเขตของการเคลื่อนไหว ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการวิ่งเป็นวงกลมรอบวัตถุใดวัตถุหนึ่ง เนื่องจากมีรถอยู่ใกล้ ๆ การวิ่งไปมาอย่างไม่มีทิศทางแน่นอนจึงเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเด็ก ๆ กำลังเคลื่อนที่ไปหลายทิศทางภายในสนามเด็กเล่น ไม่ใช่วิ่งไปยังสนามเด็กเล่นหรือวิ่งรอบวัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

  1. The children are running around in the playground.
  2. The children are running to the playground.
  3. The children are running around the tree.
ดูคำตอบ

The children are running around in the playground.

Catch me if you can. สำนวน

0:23

จับฉันให้ได้สิ

สำนวน

“Catch me if you can.” ในฐานะคำท้าทายแบบหยอกเล่น

“Catch me if you can.” เป็นคำท้าที่ใช้บ่อยเวลาเล่นไล่จับ คนที่กำลังวิ่งหนีพูดประโยคนี้ในความหมายว่า “ลองจับฉันดูสิ—แต่อาจจับไม่ได้ก็ได้” แม้ “if you can” จะมีรูปเหมือนเงื่อนไข แต่หน้าที่หลักของทั้งประโยคคือการท้าแบบหยอกเล่น มักฟังดูขี้เล่นหรือมั่นใจ มากกว่าจะเป็นคำขอจริงจัง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับคำว่า “Catch me if you can!” มากที่สุด

  1. ครูกำลังอธิบายกฎความปลอดภัย
  2. เด็กสองคนกำลังเริ่มเล่นไล่จับกัน
  3. ผู้โดยสารกำลังซื้อตั๋ว
ดูคำตอบ

เด็กสองคนกำลังเริ่มเล่นไล่จับกัน

Hey,

0:27

เฮ้

I said it's dangerous. น้ำเสียง/เจตนา

0:28

บอกแล้วไงว่ามันอันตราย

น้ำเสียง/เจตนา

“I said” เพื่อย้ำและเพิ่มน้ำหนักให้คำเตือน

ในประโยคนี้ “I said” ย้อนถึงคำเตือนที่ผู้พูดได้บอกไปแล้ว ไม่ใช่แค่การรายงานอย่างเป็นกลางว่าเคยพูดอะไร แต่เป็นการย้ำให้ผู้ฟังใส่ใจคำเตือนนั้นตอนนี้ เมื่อวางหน้า “it's dangerous” วลีนี้ทำให้คำเตือนหนักแน่นขึ้น และอาจสื่อถึงความไม่อดทน ความหงุดหงิด หรือความเป็นห่วงอย่างจริงจัง ในบริบทอื่น “I said” อาจเป็นกลางได้ ดังนั้นความหมายในที่นี้จึงมาจากคำเตือนก่อนหน้าและน้ำเสียงของผู้พูด

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ “I said” ใน “I said it's dangerous” คืออะไร

  1. ผู้พูดกำลังเริ่มเล่าเรื่องในอดีตอย่างเป็นกลาง
  2. ผู้พูดกำลังถามว่าอีกคนพูดอะไร
  3. ผู้พูดกำลังย้ำและเพิ่มน้ำหนักให้คำเตือนก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังย้ำและเพิ่มน้ำหนักให้คำเตือนก่อนหน้านี้

There are rules to follow when you take the bus. โน้ต

0:47

มีกฎที่ต้องทำตามเวลาขึ้นรถบัส

ไวยากรณ์

There are rules to follow: โครงสร้าง there are + คำนาม + to do

There are rules to follow หมายถึงมีกฎบางอย่างที่ต้องปฏิบัติตาม โครงสร้างคือ there are + คำนามพหูพจน์ + คำกริยารูป infinitive ที่มี to ในประโยคนี้ to follow ขยาย rules และบอกว่าต้องทำอะไรกับกฎเหล่านั้น ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการมีกฎ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กล่าวถึงงาน ขั้นตอน หรือสิ่งอื่นที่ต้องลงมือทำได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้ follow เติมประโยคตามโครงสร้าง there are + คำนาม + to do: There are three safety rules ____ in the lab.

ดูคำตอบ

to follow

วลี

take the bus: ใช้รถประจำทางเป็นพาหนะ

take the bus เป็นสำนวนปกติที่ใช้บอกว่าคนหนึ่งเดินทางด้วยรถประจำทาง ในวลีนี้ take หมายถึงการใช้พาหนะ ไม่ได้หมายถึงการถือหรือเอารถไป การใช้ take แบบเดียวกันพบได้ใน take a train และ take a taxi

แบบฝึกหัด

ปกติ Rina ใช้รถประจำทางไปโรงเรียน ประโยคใดเน้นการเลือกพาหนะนี้ โดยไม่เน้นว่าไปทันเวลาหรือกำลังขึ้นรถ

  1. Rina takes the bus to school every day.
  2. Rina gets on the bus to school every day.
  3. Rina catches the bus to school every day.
ดูคำตอบ

Rina takes the bus to school every day.

Let's learn them together. ลำดับความ

0:50

มาเรียนรู้ไปด้วยกันเถอะ

ลำดับความ

Let's learn them together: การชวนผู้ชมเข้าสู่บทเรียน

คำสรรพนาม them ย้อนกลับไปหมายถึง rules ที่เพิ่งกล่าวถึงก่อนประโยคนี้ การใช้คำสรรพนามช่วยไม่ให้ต้องพูดคำว่า rules ซ้ำ Let's เป็นการชวนผู้ชมให้เข้าร่วมกิจกรรมถัดไป ในที่นี้ประโยคยังช่วยจัดลำดับเนื้อหาของวิดีโอ โดยเปลี่ยนจากการกล่าวถึงกฎไปสู่ช่วงที่สอนกฎเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ณ จุดนี้ของวิดีโอ ประโยค Let's learn them together. มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. ขอให้ผู้ชมสร้างกฎชุดอื่นขึ้นมา
  2. บอกผู้ชมว่าบทเรียนจบแล้ว
  3. ชวนผู้ชมให้เริ่มเรียนรู้กฎ
ดูคำตอบ

ชวนผู้ชมให้เริ่มเรียนรู้กฎ

I'm waiting for the bus.

0:54

ฉันกำลังรอรถบัส

The bus is coming.

0:56

รถบัสกำลังมา

I can't wait anymore. วลี

0:58

ฉันรอไม่ไหวแล้ว

วลี

can't wait anymore: รอต่อไปไม่ไหวแล้ว

ในประโยคนี้ can't wait anymore หมายถึงผู้พูดหมดความอดทนและไม่ต้องการรอต่อไปแล้ว สื่อถึงความเร่งรีบหรือความไม่อดทน ไม่ได้หมายความว่ารอไม่ได้ในทางกายภาพ Anymore ใช้ร่วมกับ can't ซึ่งเป็นรูปปฏิเสธเพื่อบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้ยังรอได้ แต่ตอนนี้การรอต่อไปเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงผู้พูดรอจนถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่ใช่กำลังตื่นเต้นกับเหตุการณ์ในอนาคต?

  1. I've been waiting for two hours, and I can't wait anymore.
  2. I can't wait to open my birthday present.
  3. I can wait until tomorrow.
ดูคำตอบ

I've been waiting for two hours, and I can't wait anymore.

I'll catch it first. การใช้คำ

1:01

ฉันจะขึ้นก่อน

การใช้คำ

catch it: ไปขึ้นรถบัสให้ทัน

ในบริบทการเดินทาง catch หมายถึงไปถึงทันเวลาเพื่อขึ้นรถบัส รถไฟ เครื่องบิน หรือบริการเดินทางอื่นที่มีเวลาออกแน่นอน ไม่ได้หมายถึงใช้มือจับยานพาหนะจริง ๆ ในประโยคนี้ it หมายถึงรถโรงเรียน ดังนั้น I'll catch it first หมายถึงผู้พูดคิดว่าจะไปถึงและขึ้นรถคันนั้นก่อนคนอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ catch ในความหมายว่า “ไปถึงทันเวลาเพื่อขึ้นขนส่งสาธารณะ”

  1. She caught the falling glass before it hit the floor.
  2. He caught a cold last week.
  3. We need to leave now to catch the last bus.
ดูคำตอบ

We need to leave now to catch the last bus.

Oh, oh, oh,

1:09

โอ้ โอ้ โอ้

do not run to the bus. น้ำเสียง/เจตนา

1:10

อย่าวิ่งไปที่รถบัส

น้ำเสียง/เจตนา

do not + กริยารูปพื้นฐาน: ข้อห้ามด้านความปลอดภัยโดยตรง

Do not + กริยารูปพื้นฐาน สร้างประโยคคำสั่งปฏิเสธ ซึ่งเป็นคำสั่งตรง ๆ ที่ห้ามการกระทำหนึ่ง ในประโยคนี้ run เป็นกริยารูปพื้นฐาน และกฎนี้ห้ามวิ่งไปทางรถบัส คำว่า do not ทำงานร่วมกันเพื่อทำให้คำสั่งเป็นรูปปฏิเสธ ตรงนี้ do ไม่ใช่กริยาที่ใช้เน้นแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ถ้อยคำใดเหมาะที่สุดสำหรับกฎความปลอดภัยที่ชัดเจนและเป็นทางการ

  1. You could think about not running near the pool.
  2. Do not run near the pool.
  3. Maybe don't run near the pool.
ดูคำตอบ

Do not run near the pool.

Stand in place until the bus stops. โน้ต

1:14

ยืนอยู่กับที่จนกว่ารถบัสจะหยุด

วลี

Stand in place: ยืนอยู่ในจุดเดิม

Stand in place หมายถึงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิม ในคำสั่งเพื่อความปลอดภัยนี้ ผู้ฟังไม่ควรก้าวไปทางรถบัสหรือเดินไปมา ในที่นี้ in place ต้องเข้าใจรวมกันว่าอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ใช่แค่อยู่ที่ใดที่หนึ่ง วลีนี้รวมท่าทาง stand เข้ากับวลีบอกตำแหน่ง in place

แบบฝึกหัด

เจ้าหน้าที่ดูแลทางข้ามต้องการให้เด็ก ๆ ยืนอยู่ในจุดเดิม คำสั่งใดตรงที่สุด

  1. Run in place until I give the signal.
  2. Sit in place until I give the signal.
  3. Stand in place until I give the signal.
ดูคำตอบ

Stand in place until I give the signal.

ไวยากรณ์

until the bus stops: ดำเนินต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด

until the bus stops กำหนดจุดสิ้นสุดของ stand in place การยืนอยู่กับที่จะดำเนินต่อไปก่อนเหตุการณ์นั้น และการที่รถบัสหยุดคือจุดที่ข้อกำหนดสิ้นสุดลง Until ไม่ได้หมายถึงให้เริ่มยืนเมื่อถึงเวลานั้น เมื่ออนุประโยคบอกเวลาที่ใช้ until กล่าวถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple โดยใช้ until the bus stops ไม่ใช้ until the bus will stop

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าไฟต้องปิดอยู่จนถึงเวลาที่การแสดงเริ่มขึ้น

  1. Keep the lights off after the show begins.
  2. Keep the lights off until the show begins.
  3. Turn the lights off when the show begins.
ดูคำตอบ

Keep the lights off until the show begins.

Okay,

1:17

ตกลงครับ

Officer Pinkfong.

1:17

เจ้าหน้าที่พิงฟอง

Let's get on the bus. กริยาวลี

1:20

ไปขึ้นรถบัสกันเถอะ

กริยาวลี

get on the bus: ขึ้นรถบัส

ในประโยคนี้ get on the bus หมายถึง “ขึ้นรถบัส” คือเคลื่อนจากด้านนอกรถเข้าไปด้านใน คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนเกี่ยวกับการเดินทาง ไม่ได้หมายถึงยืนอยู่บนหลังคารถ โครงสร้าง get on + ยานพาหนะ ใช้บอกการขึ้นยานพาหนะนั้น และมักใช้กับรถบัส รถไฟ และเครื่องบิน

แบบฝึกหัด

มีรถไฟจอดรออยู่ที่ชานชาลา ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's get on the train before the doors close.
  2. Let's get at the train before the doors close.
  3. Let's get in the train before the doors close.
ดูคำตอบ

Let's get on the train before the doors close.

I'm on the bus. วลี

1:22

ฉันอยู่บนรถบัสแล้ว

วลี

on the bus: อยู่บนรถบัสในฐานะผู้โดยสาร

on the bus หมายถึงผู้พูดอยู่ข้างในรถบัสในฐานะผู้โดยสาร เมื่อต้องการพูดถึงการเดินทางด้วยรถบัสตามปกติ ภาษาอังกฤษมักใช้ on นี่เป็นสำนวนที่ใช้กันตามธรรมเนียมเกี่ยวกับการเดินทาง คำว่า on ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นอยู่บนหลังคารถบัสจริง ๆ

แบบฝึกหัด

Maya กำลังนั่งรถบัสในเมืองไปทำงาน ประโยคใดบรรยาย Maya ได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Maya is on the bus.
  2. Maya is in the bus.
  3. Maya is at the bus.
ดูคำตอบ

Maya is on the bus.

Fastening my seatbelt. วลี

1:24

คาดเข็มขัดนิรภัย

วลี

Fastening my seatbelt: คำที่ใช้คู่กัน fasten a seatbelt

ในที่นี้ fasten my seatbelt หมายถึงทำให้เข็มขัดนิรภัยยึดแน่นด้วยการเสียบหัวเข็มขัด fasten a seatbelt เป็นคำที่ใช้คู่กันตามปกติเพื่อบอกการกระทำนี้ โดย fasten ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับความเร็ว Fastening my seatbelt. เป็นส่วนของคำพูดสั้น ๆ ที่บอกการกระทำซึ่งกำลังเกิดขึ้น ประโยคเต็มคือ I'm fastening my seatbelt. seatbelt และ seat belt เป็นการสะกดสองแบบของคำนามเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ผู้โดยสารยังไม่ได้เสียบหัวเข็มขัด ประโยคใดบอกให้ทำสิ่งนี้ก่อนออกเดินทางได้ตรงที่สุด

  1. Please unbuckle your seatbelt before departure.
  2. Please fasten your seatbelt before departure.
  3. Please wear your seatbelt during the trip.
ดูคำตอบ

Please fasten your seatbelt before departure.

But it's uncomfortable.

1:26

แต่มันไม่สบายเลย

I'll unbuckle my seatbelt. การใช้คำ

1:28

ฉันจะปลดเข็มขัดนิรภัยออก

การใช้คำ

unbuckle my seatbelt: ใช้ un- เพื่อกลับความหมายของ buckle

ใน unbuckle my seatbelt คำว่า unbuckle หมายถึงปลดเข็มขัดนิรภัยด้วยการแกะหัวเข็มขัด คำนำหน้า un- ทำให้การกระทำของ buckle กลับเป็นตรงกันข้าม โดย buckle คือการเสียบและยึดหัวเข็มขัด ส่วน unbuckle คือการปลดและคลายออก เนื่องจากคำกริยานี้ระบุการกระทำที่เกี่ยวกับหัวเข็มขัด จึงเฉพาะเจาะจงกว่าคำกริยาทั่วไป open

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาที่เกิดจากการเติม un- หน้า buckle: The car has stopped. Now ____ your seatbelt before you get out.

ดูคำตอบ

unbuckle

Hoi Poi,

1:33

ฮอย ปอย

Pinkfong.

1:34

พิงฟอง

Oh, oh, oh,

1:36

โอ้ โอ้ โอ้

Do not unbuckle your seatbelt. น้ำเสียง/เจตนา

1:37

อย่าปลดเข็มขัดนิรภัยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

Do not unbuckle your seatbelt: ข้อห้ามด้านความปลอดภัยโดยตรง

Do not + คำกริยารูปพื้นฐานใช้สร้างคำสั่งห้ามโดยตรง ในที่นี้ unbuckle หมายถึงปลดหัวเข็มขัด ดังนั้นประโยคนี้จึงสั่งให้ผู้ฟังคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ต่อไป ในสถานการณ์ด้านความปลอดภัย นี่คือข้อห้าม ไม่ใช่คำแนะนำแบบอ่อน ๆ ผู้พูดกำลังหยุดการกระทำที่เป็นอันตราย

แบบฝึกหัด

เติมข้อห้ามด้านความปลอดภัยโดยใช้ Do not และ unbuckle: ____ your seatbelt while the car is moving.

ดูคำตอบ

Do not unbuckle

Fasten your seat belt tight on the bus. วลี

1:41

คาดเข็มขัดนิรภัยให้แน่นบนรถบัส

วลี

Fasten your seat belt tight: กรรม + ผลลัพธ์

ใน Fasten your seat belt tight คำว่า fasten คือการกระทำ your seat belt คือกรรม และ tight อธิบายผลลัพธ์ กล่าวคือ หลังจากคาดแล้ว เข็มขัดควรอยู่ในสภาพกระชับ นี่คือรูปแบบ กริยา + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่บอกผลลัพธ์ คำว่า tight หมายถึงเข็มขัดนิรภัย ไม่ได้ขยายคำว่า bus ใน on the bus

แบบฝึกหัด

ใน Fasten your seat belt tight คำว่า tight อธิบายอะไร?

  1. สภาพของเข็มขัดนิรภัยหลังจากคาดแล้ว
  2. ความเร็วของการคาดเข็มขัด
  3. สภาพของรถบัส
ดูคำตอบ

สภาพของเข็มขัดนิรภัยหลังจากคาดแล้ว

Okay,

1:44

ตกลงครับ

Officer Pinkfong.

1:45

เจ้าหน้าที่พิงฟอง

Now we're here. ลำดับความ

1:47

ตอนนี้เรามาถึงแล้ว

ลำดับความ

Now we're here: บอกการมาถึงและพาเข้าสู่ฉากถัดไป

Now we're here บอกว่ากลุ่มนี้มาถึงจุดหมายแล้ว here หมายถึงสถานที่ที่เพิ่งมาถึง ส่วน now แสดงการเปลี่ยนจากช่วงที่กำลังเดินทางมาเป็นช่วงที่อยู่ ณ จุดหมายแล้ว ในเรื่องเล่าหรือการเล่าปากเปล่า ประโยคนี้ยังช่วยจัดลำดับเหตุการณ์ด้วย โดยปิดช่วงการเดินทางและพาความสนใจไปยังสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป จึงไม่ใช่แค่การบอกตำแหน่งเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Now we're here มีหน้าที่หลักในการเล่าเรื่องอย่างไร?

  1. อธิบายว่าพวกเขาเคยมาที่นี่มาก่อน
  2. บอกว่าพวกเขากำลังจะออกเดินทาง
  3. ถามว่าทุกคนอยู่ที่ไหน
  4. ประกาศว่ามาถึงแล้วและพาเรื่องไปสู่เหตุการณ์ถัดไป
ดูคำตอบ

ประกาศว่ามาถึงแล้วและพาเรื่องไปสู่เหตุการณ์ถัดไป

The bus arrived.

1:49

รถบัสมาถึงแล้ว

There is my friend.

1:51

เพื่อนฉันอยู่นั่นไง

I can't wait to play. วลี

1:53

ฉันอดใจรอเล่นไม่ไหวแล้ว

วลี

can't wait to play: can't wait to + คำกริยารูปพื้นฐาน

can't wait to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากทำบางอย่างเร็ว ๆ นี้มาก ในประโยคนี้ I can't wait to play แสดงว่าผู้พูดตั้งตารอที่จะเล่นอย่างมาก ไม่ได้เน้นความหมายตรงตัวว่าไม่มีความสามารถในการรอ คำบอก infinitive อย่าง to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐานของการกระทำ ซึ่งในที่นี้คือ play รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ใน I can't wait to see you และ We can't wait to begin ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนเพื่อแสดงความตื่นเต้นอย่างมากที่จะเปิดของขวัญ: I ____ open my birthday present.

ดูคำตอบ

can't wait to

I'll run to my friend.

1:55

ฉันจะวิ่งไปหาเพื่อน

Oh,

1:59

โอ้

oh, oh, oh,

2:04

โอ้ โอ้ โอ้

don't cross right in front of the bus. วลี

2:05

อย่าเดินตัดหน้ารถบัสเด็ดขาดนะ

วลี

right in front of the bus: right หมายถึง “พอดี”

right in front of the bus หมายถึง “ตรงหน้ารถบัสพอดี” หรือ “อยู่ด้านหน้ารถบัสโดยตรง” ในที่นี้ right เป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้เน้นความหมายว่า “พอดี” หรือ “ตรงเป๊ะ” ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ด้านขวา” เมื่อเทียบกับ in front of แล้ว right in front of จะเน้นตำแหน่งที่แน่นอนและตรงกว่ามาก ในคำแนะนำด้านความปลอดภัยนี้ วลีดังกล่าวชี้ถึงบริเวณอันตรายตรงหน้ารถ

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เพิ่มความหมายว่า “อยู่ตรงหน้าหรือด้านหน้าพอดี”: The box is _____ the door.

  1. right in front of
  2. in front of
  3. to the right of
ดูคำตอบ

right in front of

Before crossing the street, ไวยากรณ์

2:09

ก่อนจะข้ามถนน

take several steps back วลี

2:10

ให้ถอยหลังออกมาก่อนสองสามก้าว

and wait for the signal from the driver. วัฒนธรรม

2:12

และรอสัญญาณจากคนขับ

ไวยากรณ์

Before crossing the street: Before + -ing

Before crossing the street หมายถึง “ก่อนเริ่มข้ามถนน” หลังคำบุพบท before คำว่า crossing เป็นรูป -ing ที่ใช้เรียกการกระทำนั้น ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรูปกาลต่อเนื่อง เมื่อวางไว้ต้นประโยค โครงสร้าง Before + -ing จะกำหนดเงื่อนไขด้านเวลา การถอยหลังและการรอในคำสั่งหลักต้องเกิดขึ้นก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของคำกริยาในวงเล็บ: Before ____ the file, make a backup copy. (delete)

ดูคำตอบ

deleting

วลี

take several steps back: การเคลื่อนตัวถอยหลังไปหลายก้าว

ในคำสั่งนี้ take several steps back หมายถึงเดินถอยหลังไปหลายก้าว โดย steps หมายถึงการก้าวเท้าจริง ๆ และ back บอกทิศทาง รูปแบบคือ take + จำนวนหรือปริมาณ + step(s) + back เช่น take one step back, take two steps back หรือ take several steps back

แบบฝึกหัด

เติมวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ซึ่งมีความหมายว่า “เคลื่อนตัวถอยหลังไปสองสามก้าว” ให้สมบูรณ์: Please ____ before I open the gate.

ดูคำตอบ

take several steps back

วัฒนธรรม

wait for the signal from the driver: รอสัญญาณให้เดินต่อจากคนขับ

ในบริบทความปลอดภัยของรถโรงเรียนนี้ the signal from the driver คือสัญญาณที่ชัดเจนจากคนขับรถโรงเรียนว่าเด็กสามารถเริ่มข้ามถนนตามขั้นตอนความปลอดภัยได้ สัญญาณนั้นอาจเป็นการโบกมือหรือสัญญาณอื่นที่ตกลงกันไว้ คำว่า signal ไม่ได้หมายถึงไฟจราจรเท่านั้น wait for ทำให้สัญญาณนี้เป็นเงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้นก่อนข้ามถนน วลีนี้บอกว่าอย่าเริ่มข้ามจนกว่าคนขับจะให้สัญญาณ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the signal from the driver น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ไฟจราจรที่ทางแยกใกล้ที่สุด
  2. ข้อความโฆษณาเส้นทางรถโรงเรียน
  3. สัญญาณที่ชัดเจนจากคนขับรถโรงเรียนว่าเด็กสามารถเดินต่อได้
  4. เสียงเครื่องยนต์ของรถโรงเรียนเริ่มทำงาน
ดูคำตอบ

สัญญาณที่ชัดเจนจากคนขับรถโรงเรียนว่าเด็กสามารถเดินต่อได้

Okay,

2:15

ตกลงครับ

Officer Pinkfong.

2:16

เจ้าหน้าที่พิงฟอง

Hey kids,

2:23

นี่เด็ก ๆ

you all remember the rules when taking the bus? น้ำเสียง/เจตนา

2:24

จำกฎตอนขึ้นรถบัสกันได้ทุกคนไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

you all remember the rules: การถามยืนยันกับคนทั้งกลุ่ม

ในประโยคนี้ you all หมายถึงทุกคนในกลุ่มที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย ผู้พูดกำลังตรวจสอบคนทั้งกลุ่ม ไม่ได้ถามถึงความจำของคนเพียงคนเดียว เนื่องจากเพิ่งทบทวนกฎไป คำถาม you all remember the rules? จึงใช้ตรวจสอบความเข้าใจอย่างรวดเร็วและชวนให้ผู้ฟังตอบยืนยัน ประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าร่วมกับน้ำเสียงคำถาม ซึ่งพบได้บ่อยในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ ส่วนคำถามรูปเต็มมาตรฐานคือ Do you all remember the rules?

แบบฝึกหัด

โค้ชเพิ่งทบทวนขั้นตอนฉุกเฉินและต้องการตรวจสอบว่าทั้งทีมจำได้หรือไม่ คำถามรูปเต็มข้อใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Are you all remember the emergency steps?
  2. Do you all remembering the emergency steps?
  3. Do you all remember the emergency steps?
  4. Does you all remember the emergency steps?
ดูคำตอบ

Do you all remember the emergency steps?

Yes.

2:27

ได้ครับ

Waiting for the bus,

2:29

เวลารอรถบัส

make sure to stay in place น้ำเสียง/เจตนา

2:30

ต้องยืนอยู่กับที่

until the bus has completely stopped. ไวยากรณ์

2:31

จนกว่ารถบัสจะหยุดสนิท

น้ำเสียง/เจตนา

make sure to stay in place: คำเตือนด้านความปลอดภัยที่สำคัญ

Make sure to + กริยารูปพื้นฐานเป็นโครงสร้างสำหรับเตือนว่าต้องทำสิ่งนั้นให้แน่ใจ หรือในคำแนะนำหมายถึงอย่าลืมทำสิ่งนั้น ในที่นี้โครงสร้างนี้เน้นคำสั่งด้านความปลอดภัย ไม่ได้เสนอเป็นคำแนะนำที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ Stay in place หมายถึงอยู่ในตำแหน่งเดิมและไม่เคลื่อนไปข้างหน้า เมื่อรวมกัน make sure to stay in place บอกผู้ฟังว่าต้องอยู่ในตำแหน่งเดิมจนกว่ารถบัสจะหยุดสนิท

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยใหม่ด้วยวลีจากบทเรียน: During the class photo, ____ until the photographer says you can move.

ดูคำตอบ

make sure to stay in place

ไวยากรณ์

has completely stopped: หยุดสนิทอย่างสมบูรณ์แล้ว

ใน until the bus has completely stopped คำว่า has stopped เป็นรูป present perfect ซึ่งแสดงการหยุดเป็นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว นั่นคือรถต้องหยุดสนิทก่อนที่คุณจะเคลื่อนตัว completely เน้นจุดสิ้นสุดนี้ให้ชัดขึ้น ในกฎความปลอดภัย คำนี้บอกว่าการกำลังชะลอความเร็วหรือยังเคลื่อนที่อยู่ไม่ถือว่าครบเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งด้านความปลอดภัยโดยใช้รูป present perfect ของ stop และคำวิเศษณ์ completely: Stay behind the line until the train ____.

ดูคำตอบ

has completely stopped

On the bus,

2:35

บนรถบัส

always sit up straight โน้ต

2:36

ให้นั่งตัวตรงเสมอ

and fasten your seat belt.

2:37

และคาดเข็มขัดนิรภัย

ไวยากรณ์

always: ทุกครั้งในกฎความปลอดภัย

ในคำสั่งนี้ always หมายถึงทุกครั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้กฎความปลอดภัยมีผลทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้นที่กำหนดไว้ always อยู่หน้า sit แต่มีผลกับการกระทำทั้งสองที่เชื่อมด้วย and ได้แก่ sit up straight และ fasten your seat belt

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดบอกว่าต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขี่จักรยาน?

  1. Wear a helmet on long rides.
  2. Always wear a helmet when you ride a bike.
  3. Try to wear a helmet when you ride a bike.
ดูคำตอบ

Always wear a helmet when you ride a bike.

วลี

sit up straight: นั่งหลังตรง

Sit up straight หมายถึงการยืดหรือรักษาช่วงบนของร่างกายให้ตั้งตรงขณะที่ยังนั่งอยู่ sit up ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าที่ตั้งขึ้น ส่วน straight เน้นว่าหลังไม่งอและแนวร่างกายอยู่ในท่าที่ถูกต้อง นี่เป็นคำสั่งโดยตรงให้ปรับท่านั่ง ไม่ใช่คำสั่งให้ยืนขึ้น ในคำเตือนด้านความปลอดภัยนี้ วลีดังกล่าวบอกผู้โดยสารว่าควรนั่งอย่างไรก่อนคาดเข็มขัดนิรภัย

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งเกี่ยวกับท่านั่งด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้: Please ____ in your chair.

ดูคำตอบ

sit up straight

After getting off, กริยาวลี

2:39

หลังจากลงจากรถ

remember to walk several steps away from the bus น้ำเสียง/เจตนา

2:40

อย่าลืมเดินให้ห่างจากรถบัสสักสองสามก้าว

and wait for a signal from the bus driver before you cross the street. ไวยากรณ์

2:43

และรอสัญญาณจากคนขับรถบัสก่อนค่อยข้ามถนน

กริยาวลี

After getting off: หลังจากลงจากรถบัส

After getting off หมายถึงหลังจากลงจากรถบัส get off เป็นกริยาวลีที่มักใช้เมื่อออกจากรถบัส รถไฟ เครื่องบิน หรือยานพาหนะลักษณะคล้ายกัน ในที่นี้ละกรรม the bus ไว้ เพราะบริบททำให้รู้อยู่แล้วว่าหมายถึงรถบัส ในการใช้นี้ off หมายถึงการออกจากยานพาหนะ ไม่ได้หมายถึงการปิดอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติสำหรับผู้โดยสารทั่วไปที่กำลังจะลงจากรถบัสที่ป้ายถัดไป

  1. I'll get out of the taxi at the next stop.
  2. I'll get off the bus at the next stop.
  3. I'll get on the bus at the next stop.
ดูคำตอบ

I'll get off the bus at the next stop.

น้ำเสียง/เจตนา

remember to walk several steps away from the bus: การเตือนให้ทำสิ่งที่ยังค้างอยู่

Remember to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกให้ใครสักคนจำการกระทำที่ยังไม่ได้ทำและลงมือทำ ในประโยคคำสั่งนี้ การจำเกิดขึ้นก่อน ส่วนการกระทำที่เน้นคือ walk ยังต้องทำหลังจากลงจากรถบัส Walk several steps away from the bus หมายถึงเดินไปสองสามก้าวในทิศทางที่ทำให้ระยะห่างจากรถบัสเพิ่มขึ้น วลีทั้งหมดจึงเป็นการย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัยโดยตรง

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเตือนสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับงานที่ยังไม่ได้ทำ ประโยคใดเป็นการเตือนโดยตรง

  1. Do you remember where you packed your lunch?
  2. I remember packing my lunch before I left.
  3. Remember to pack your lunch before you leave.
ดูคำตอบ

Remember to pack your lunch before you leave.

ไวยากรณ์

before you cross the street: วางการกระทำหนึ่งไว้ก่อนอีกการกระทำหนึ่ง

Before you cross the street เป็นอนุประโยคบอกเวลา อนุประโยคนี้ระบุเหตุการณ์ที่เกิดทีหลังและทำหน้าที่เป็นขอบเขตเวลา คำสั่งหลักคือ wait for a signal ต้องเกิดก่อน แล้วจึงข้ามถนน แม้ว่าการข้ามถนนจะเป็นเหตุการณ์ในอนาคต อนุประโยคเวลาที่ขึ้นต้นด้วย before โดยปกติยังใช้รูป present simple คือ cross ไม่ใช้ will cross

แบบฝึกหัด

ใช้ before + อนุประโยคสมบูรณ์ที่มี you และคำกริยา leave เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: Lock the door ____.

ดูคำตอบ

before you leave

Yes,

2:48

ใช่ครับ

we'll remember it.

2:49

พวกเราจะจำไว้

Stay smart, ลำดับความ

2:50

เป็นเด็กฉลาด

stay safe.

2:51

ต้องปลอดภัย

ลำดับความ

Stay smart, stay safe: รูปแบบขนาน stay + คำคุณศัพท์

Stay smart, stay safe. นำอนุประโยคสองส่วนที่ใช้โครงสร้าง stay + คำคุณศัพท์เหมือนกันมาวางคู่กัน การย้ำคำว่า stay ทำให้ตอนจบสมดุลและจำง่าย จึงช่วยสรุปคำแนะนำด้านความปลอดภัยก่อนหน้าให้เป็นคำขวัญปิดท้ายสั้น ๆ smart ในที่นี้หมายถึงการตื่นตัวและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ไม่ได้หมายถึงการเรียนเก่งเท่านั้น ส่วนแรกส่งเสริมการใช้วิจารณญาณที่ดี ส่วนที่สองย้ำเป้าหมายโดยรวมเรื่องความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ stay + คำคุณศัพท์ซ้ำเหมือนกับคำขวัญนี้

  1. Keep calm and focus on the task.
  2. Stay calm, stay focused.
  3. Stay calm because focus matters.
ดูคำตอบ

Stay calm, stay focused.

Super Rescue Team.

2:53

ทีมซูเปอร์กู้ภัย

Ready.

2:57

พร้อม

Roger.

2:59

รับทราบ

Forest.

3:01

ฟอเรสต์

Cloudia.

3:02

คลาวเดีย

Pinkfong Super Rescue Team.

3:06

ทีมซูเปอร์กู้ภัยพิงฟอง

Are you ready?

3:13

พร้อมหรือยัง?

Yes,

3:15

ใช่ครับ

I'm ready.

3:16

ฉันพร้อมแล้ว

Roger.

3:17

รับทราบ

Click the subscribe button.

3:21

กดปุ่มติดตามด้วยนะ

Complete.

3:22

เสร็จสมบูรณ์