เคมีของคุกกี้ - Stephanie Warren: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอติดตามการเปลี่ยนแปลงของแป้งคุกกี้ในเตาอบ โดยอธิบายว่าความร้อนทำให้เนยละลาย เกิดไอน้ำ โปรตีนแข็งตัว เบกกิ้งโซดาปล่อยก๊าซ และเกิดปฏิกิริยาเมลลาร์ดกับคาราเมลไลเซชัน ทั้งยังชี้ว่าอุณหภูมิและกลิ่นช่วยบอกได้ว่าคุกกี้สุกแล้ว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. What happened inside that oven? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตว่าคำถามชวนติดตามนี้พาผู้ชมเปลี่ยนจากฉากเปิดอันน่าตื่นเต้นที่คุกกี้ดูเหมือนสัตว์ประหลาด ไปสู่คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์อย่างไร ผู้เรียนสามารถใช้วิธีเดียวกันเพื่อเกริ่นถึงสาเหตุของปรากฏการณ์ใกล้ตัวที่น่าประหลาดใจ โดยยังไม่เฉลยทันทีและคงความอยากรู้ของผู้ฟังไว้ 2. Helping this along is your leavening agent, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้างกลับคำที่วางกระบวนการซึ่งได้รับการเสริมไว้ก่อน แล้วจึงเปิดเผยปัจจัยที่ทำให้เกิดผลตามหลัง รูปแบบนี้ช่วยเน้นปัจจัยสำคัญและสร้างความคาดหวังเล็กน้อยในคำอธิบาย แทนการเริ่มด้วยประธานโดยตรง 3. reflect that science can be pretty sweet. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความ sweet ได้ทั้งความหวานของคุกกี้และคำชมแบบไม่เป็นทางการว่าวิทยาศาสตร์นั้นยอดเยี่ยม ผู้เรียนจะเห็นวิธีปิดคำอธิบายด้วยการเล่นคำสั้น ๆ ที่เชื่อมเนื้อหา น้ำเสียง และข้อสรุปเข้าไว้ด้วยกัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
time-lapse video: การย่อกระบวนการที่ยาวนานให้สั้นลง
time-lapse video คือวิดีโอที่นำกระบวนการซึ่งเกิดขึ้นจริงเป็นเวลานานมาแสดงในช่วงเวลาสั้นมาก โดยทั่วไปจะบันทึกภาพเป็นช่วง ๆ แล้วนำมาเล่นต่อกันอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงที่ช้าดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกให้รู้ว่าฉากนั้นถูกนำเสนอด้วยวิธีใด ไม่ได้หมายความว่าวิดีโอมาช้า กำลังโหลด หรือเล่นค้าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบาย time-lapse video?
- The live video keeps freezing because the connection is weak.
- A slow-motion video stretches a one-second splash into ten seconds.
- A time-lapse video shows a seed growing into a plant in thirty seconds.
ดูคำตอบ
A time-lapse video shows a seed growing into a plant in thirty seconds.
coming alive: เริ่มดูคึกคักหรือเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ในวลี a monster coming alive คำว่า coming alive บรรยายสัตว์ประหลาดในช่วงที่มันเริ่มขยับหรือดูเหมือนมีชีวิต ในประโยคนี้ ผู้พูดเปรียบแป้งที่กำลังเปลี่ยนแปลงกับภาพดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดกลายเป็นสิ่งมีชีวิตจริง ๆ come alive มักใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ สามารถใช้บรรยายสถานที่ ภาพ เรื่องราว หรือความคิดที่เริ่มคึกคัก มีชีวิตชีวา กระตือรือร้น หรือจินตนาการได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “เริ่มคึกคักและเต็มไปด้วยกิจกรรม”: After sunset, the quiet square begins to ____ with music and dancing.
ดูคำตอบ
come alive
bulges outwards, bursting with weird boils: ปูดออกด้านนอกและเต็มไปด้วยตุ่มฝีประหลาด
bulges outwards หมายถึงพื้นผิวดันหรือนูนออกไปจากรูปทรงปกติ ส่วน bursting with weird boils เพิ่มสภาพที่เห็นภาพชัดเจนว่า พื้นผิวดูเหมือนปกคลุมไปด้วยตุ่มจำนวนมากที่คล้ายฝี ในที่นี้ bursting with หมายถึง “เต็มไปด้วยอย่างมาก” ไม่ใช่ “กำลังระเบิด” วลี -ing อย่าง bursting with weird boils เพิ่มรายละเอียดที่เกิดขึ้นพร้อมกับ bulges outwards การรวมการเคลื่อนไหวกับคำบรรยายเสริมทำให้เกิดภาพที่ชัดเจน คำนาม boils โดยทั่วไปหมายถึงฝีหรือก้อนบวมที่เจ็บบนผิวหนัง ดังนั้น weird boils จึงทำให้ภาพดูพิกลและเกินจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้เพื่อสื่อทั้งการปูดออกด้านนอกและการมีสิ่งของอยู่ข้างในอย่างแน่นเต็มที่
- The balloon burst and scattered pieces across the room.
- The empty box folded inward under pressure.
- The suitcase bulged outwards, bursting with clothes.
ดูคำตอบ
The suitcase bulged outwards, bursting with clothes.
triples in volume: ปริมาตรเพิ่มเป็นสามเท่า
triples เป็นรูปกริยาของ triple และหมายถึง “กลายเป็นสามเท่าของปริมาณเดิม” ส่วน in volume ระบุว่าค่าที่เปลี่ยนคือปริมาตร หรือขนาดของพื้นที่สามมิติที่วัตถุนั้นครอบครอง ถ้าปริมาตรเดิมคือ 100 มิลลิลิตร it triples in volume หมายความว่าปริมาตรสุดท้ายคือ 300 มิลลิลิตร ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 200% ไม่ใช่เพิ่มขึ้น 300%
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: During each heating cycle, the air pocket ____.
ดูคำตอบ
triples in volume
harden into: พื้นผิวแข็งตัวกลายเป็นภูมิประเทศแปลกตา
ในที่นี้ hardens into หมายถึง “แข็งตัวและกลายเป็นรูปร่างผลลัพธ์ที่ตามมา” รูปแบบคือ harden into + ผลลัพธ์: พื้นผิวแข็งขึ้นและสุดท้ายดูคล้ายภูมิประเทศที่แปลกตา alien ขยายคำว่า topography และในที่นี้หมายถึง “แปลกหรือไม่คุ้นเคย” คำว่า peaks and craters ช่วยขยายภาพเปรียบเทียบกับภูมิประเทศ ไม่ได้หมายความว่าสถานที่นั้นอยู่นอกโลกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ harden into: As the candle wax cooled, it ____ a solid disk.
ดูคำตอบ
hardened into
What happened inside that oven? ในฐานะคำถามเรียกความสนใจ
คำถามนี้เปลี่ยนผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจซึ่งเพิ่งแสดงไปให้เป็นหัวข้อที่คำอธิบายต่อไปจะตอบ และเปลี่ยนความสนใจจากสิ่งที่ผู้ชมเห็นไปสู่สาเหตุภายในเตาอบ ในฐานะคำถามเรียกความสนใจ ประโยคนี้สร้างความอยากรู้และจัดลำดับข้อมูล โดยเริ่มจากเหตุการณ์ที่ชวนสงสัย ตามด้วยคำถาม แล้วจึงให้คำอธิบาย ในการนำเสนอ ผู้พูดสามารถถามเช่นนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังให้ผู้ฟังตอบออกมาดัง ๆ
แบบฝึกหัด
ข้อความเปิดเรื่องใดใช้คำถามเรียกความสนใจเพื่อเปลี่ยนจากสิ่งที่สังเกตเห็นอย่างน่าประหลาดใจไปสู่คำอธิบายได้ดีที่สุด
- What color was the bridge? Let's examine why metal expands when heated.
- Why did the bridge begin to sway? Let's examine the forces acting on it.
- The bridge began to sway during the storm. Here is another photograph.
ดูคำตอบ
Why did the bridge begin to sway? Let's examine the forces acting on it.
Don't let the apron deceive: อย่าหลงเชื่อรูปลักษณ์ภายนอก
ในข้อความช่วงนี้ Don't let the apron deceive หมายถึง “อย่าตัดสินจากภาพที่ผ้ากันเปื้อนทำให้เรานึกถึง” ผ้ากันเปื้อนเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ธรรมดาและเป็นมิตรของคนทำขนม จึงเป็นคำเตือนว่าภายนอกที่ดูเรียบง่ายอาจซ่อนสิ่งที่ซับซ้อนกว่าไว้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Don't let + นามวลี + กริยารูปพื้นฐาน: Don't let X deceive you ในที่นี้ the apron คือสิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และ deceive ใช้รูปพื้นฐานหลัง let ในประโยคมาตรฐานที่สมบูรณ์ deceive มักต้องมีกรรม เช่น you แต่ข้อความคำบรรยายนี้จบลงก่อนกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาสองคำจากโครงสร้าง Don't let X deceive you: Don't ____ the plain box ____ you; the device inside is powerful.
ดูคำตอบ
let · deceive
Bakers are mad scientists: อุปลักษณ์โดยตรง
Bakers are mad scientists เป็นอุปลักษณ์ที่เรียกคนทำขนมว่า mad scientists โดยตรง แทนที่จะบอกว่าพวกเขาเหมือนนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ประเด็นไม่ได้หมายความว่าคนทำขนมมีสภาพจิตใจไม่มั่นคงจริง ๆ หรือทำงานในห้องทดลองลับ ภาพนี้ทำให้การอบขนมดูเหมือนการทดลอง ปริมาณที่แม่นยำ ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีทำให้ครัวคล้ายห้องทดลอง ส่วน mad scientists เพิ่มความเกินจริงแบบขบขันและความรู้สึกของการทดลองอย่างกล้า ๆ ในวลีที่รู้จักกันทั่วไปว่า mad scientist คำว่า mad หมายถึงแปลกประหลาดอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงแค่ “โกรธ”
แบบฝึกหัด
“Bakers are mad scientists.” ในที่นี้สื่อความหมายหลักว่าอะไร?
- คนทำขนมโกรธเพราะสูตรของพวกเขาล้มเหลวเสมอ
- การอบขนมต้องควบคุมส่วนผสม ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในลักษณะคล้ายการทดลอง
- คนทำขนมทุกคนแอบทำงานในห้องทดลอง
ดูคำตอบ
การอบขนมต้องควบคุมส่วนผสม ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในลักษณะคล้ายการทดลอง
slide the pan into the oven: เลื่อนสิ่งของเข้าไปอย่างราบรื่น
ในที่นี้ slide the pan into the oven หมายถึงเลื่อนถาดเข้าไปในเตาอบอย่างราบรื่น โดยปกติเลื่อนไปตามตะแกรงหรือพื้นผิวรองรับอื่น ๆ คำว่า slide บอกลักษณะการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหล ส่วน put บอกเพียงว่าสุดท้ายถาดอยู่ข้างใน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ slide + สิ่งของ + into + สถานที่ วางสิ่งของที่ถูกเลื่อนไว้หน้า into และวางจุดหมายไว้หลังคำนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ slide + the tray + into ที่ตรงตามกำหนด: Please ____ the oven slowly so it stays level.
ดูคำตอบ
slide the tray into
setting off: กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา
ในประโยคนี้ setting off หมายถึงทำให้กระบวนการหนึ่งเริ่มต้นขึ้น ประธาน you เป็นผู้เริ่มการกระทำ และ a series of chemical reactions เป็นกรรมตรงที่ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้น Set off ยังหมายถึงออกเดินทางได้ด้วย แต่ในความหมายนั้นจะไม่ใช้ reactions เป็นกรรมตรง เมื่อกรรมเป็นสัญญาณเตือน ปฏิกิริยา การระเบิด หรือลำดับเหตุการณ์ set off มักหมายถึงกระตุ้นให้เกิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ set off ในความหมายว่ากระตุ้นให้เกิด?
- The steam set off the fire alarm.
- The bright frame set off the painting.
- The hikers set off before sunrise.
ดูคำตอบ
The steam set off the fire alarm.
transform one substance into another: โครงสร้าง transform X into Y
Transform X into Y หมายถึงการเปลี่ยน X จนกลายเป็น Y โดย X คือวัสดุ ตัวตน หรือสภาพก่อนเปลี่ยน ส่วน Y คือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ dough คือ X และ cookies คือ Y คำนาม dough และ cookies ที่คั่นด้วยจุลภาคเป็นคำอธิบายเพิ่มเติม ซึ่งบอกให้ชัดว่า one substance และ another หมายถึงอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ transform และคำว่า into: The machine ____ food waste ____ compost.
ดูคำตอบ
transforms · into
When ... reaches 92 degrees Fahrenheit: เมื่ออุณหภูมิถึง 92 องศาฟาเรนไฮต์
When ใช้บอกจุดเวลาที่ค่าซึ่งวัดได้ขึ้นไปถึงระดับที่กำหนด วลี When the dough reaches 92 degrees Fahrenheit กำหนดระดับอุณหภูมิหนึ่งไว้ และประโยคหลักอธิบายว่าเมื่อถึงจุดนั้นจะเริ่มเกิดอะไรขึ้น reach ตามด้วยอุณหภูมิ ความเร็ว ปริมาณ หรือระดับได้โดยตรงโดยไม่ใช้ to จึงพูดว่า reaches 92 degrees ไม่ใช่ reaches to 92 degrees รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ When + subject + reaches + value, + result
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ reach ได้ถูกต้องเพื่อบอกระดับอุณหภูมิที่กำหนด?
- When the water reaches to 80 degrees Celsius, turn off the heat.
- When the water reaches 80 degrees Celsius, turn off the heat.
- When the water arrives 80 degrees Celsius, turn off the heat.
ดูคำตอบ
When the water reaches 80 degrees Celsius, turn off the heat.
causing the dough to start spreading out: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์
วลี -ing causing the dough to start spreading out บอกผลที่เกิดจากใจความทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค กล่าวคือ เนยละลายและทำให้แป้งโดเริ่มแผ่ออก ภายในวลีใช้รูป cause + กรรม + to-infinitive ได้แก่ causing + the dough + to start โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมเหตุการณ์กับผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไว้ในประโยคเดียวที่กระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ cause + กรรม + to-infinitive ในวลีผลลัพธ์รูป -ing: The storm knocked down a power line, ____ the neighborhood ____ lose electricity.
ดูคำตอบ
causing · to
emulsion: ของเหลวชนิดหนึ่งกระจายในของเหลวอีกชนิด
emulsion คือส่วนผสมที่เกิดจากของเหลวชนิดหนึ่งกระจายเป็นหยดเล็กมากอยู่ในของเหลวอีกชนิดที่ตามปกติไม่ผสมกัน เป็นส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์ชนิดเฉพาะ ไม่ใช่คำที่ใช้เรียกส่วนผสมทุกแบบ ในที่นี้ การเรียกเนยว่า emulsion อธิบายว่าน้ำกระจายตัวอยู่ในไขมันอย่างไร ประโยคนี้จึงกำลังเริ่มคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เพียงบอกรายการส่วนผสม
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายความหมายของ emulsion ได้ถูกต้องที่สุด
- ส่วนผสมใด ๆ ที่เกิดจากการนำของแข็งสองชิ้นมาวางรวมกัน
- สารบริสุทธิ์เพียงชนิดเดียวที่ไม่มีวัสดุอื่นอยู่เลย
- ส่วนผสมที่เกิดจากของเหลวชนิดหนึ่งกระจายเป็นหยดเล็กมากอยู่ในของเหลวอีกชนิดที่ตามปกติไม่ผสมกัน
ดูคำตอบ
ส่วนผสมที่เกิดจากของเหลวชนิดหนึ่งกระจายเป็นหยดเล็กมากอยู่ในของเหลวอีกชนิดที่ตามปกติไม่ผสมกัน
or mixture of two substances: or ที่ใช้ขยายความ
ในที่นี้ or ไม่ได้เสนออีกตัวเลือกหนึ่ง แต่ใช้เกริ่นการกล่าวซ้ำแบบที่ง่ายกว่าของศัพท์เทคนิคที่อยู่ก่อนหน้า โดย mixture of two substances ใช้คำที่คุ้นเคยกว่าเพื่อเรียกแนวคิดเดียวกัน ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ รูปแบบ technical term, or plain-language definition บอกว่าวลีที่สองกำลังนิยามหรือขยายความวลีแรก ตรงนี้จึงเข้าใจ or ได้ว่า “กล่าวคือ” หรือ “พูดอีกอย่างหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A habitat, or the natural home of an organism, provides food and shelter.” คำว่า or ทำหน้าที่อะไร?
- ใช้เกริ่นคำจำกัดความของ habitat ที่เข้าใจง่ายกว่า
- เสนอถิ่นอาศัยสองแห่งให้เลือก
- แสดงว่าวลีที่สองขัดแย้งกับ habitat
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นคำจำกัดความของ habitat ที่เข้าใจง่ายกว่า
that don't want to stay together: การทำให้สารมีลักษณะเหมือนคน
วลี that don't want to stay together บรรยายสารสองชนิดราวกับว่ามีความต้องการแบบมนุษย์ นี่คือการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคน ที่จริงสารไม่มีเจตนา วลีนี้หมายความว่าคุณสมบัติของสารทำให้สารคงสภาพที่ผสมกันอย่างสม่ำเสมอได้ยากและมีแนวโน้มจะแยกออกจากกัน ภาพจากชีวิตประจำวันนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ตัดสินการใช้ต่อไปนี้: ในรายงานห้องปฏิบัติการที่เป็นทางการ “The liquids don't want to stay together” เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการอธิบายว่าเหตุใดของเหลวจึงแยกออกจากกัน
- ถูกต้อง
- ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ
ไม่ถูกต้อง
help hold ... together: help + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to
ใน help hold คำว่า help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน hold โดยตรง โครงสร้าง help + กริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งช่วยให้การกระทำทำได้ง่ายขึ้นหรือมีส่วนทำให้เกิดการกระทำนั้น ในที่นี้ hold them together หมายถึงทำให้ส่วนต่าง ๆ ยังติดหรือรวมอยู่ด้วยกัน หลัง help สามารถใช้กริยาที่มี to ได้เช่นกัน: help to hold ทั้งสองแบบถูกหลักไวยากรณ์ แต่แบบไม่มี to กระชับกว่าและพบบ่อยมากทั้งในภาษาพูดและงานเขียนเชิงอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยารูปพื้นฐานของ hold ที่ไม่มี to: These clips help ____ the papers together.
ดูคำตอบ
hold
As the butter melts: การใช้ as เชื่อมการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปตามเวลา
ในที่นี้ as มีความหมายหลักว่า “ในขณะที่” หรือ “เมื่อ...ค่อย ๆ เปลี่ยนไป” และไม่ได้ระบุเหตุผลอย่างชัดเจนแบบ because คำนี้เชื่อมการละลายของเนยกับการปล่อยน้ำให้เป็นสองกระบวนการที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ในการอธิบายกระบวนการ as มักใช้กระบวนการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเป็นกรอบเวลาให้อีกกระบวนการหนึ่ง คือ เมื่อ A เปลี่ยนไป B ก็เปลี่ยนตาม จึงสื่อได้ว่าทั้งสองกระบวนการค่อย ๆ ดำเนินไปพร้อมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการเย็นตัวและการแข็งตัวว่าเป็นสองกระบวนการแบบค่อยเป็นค่อยไปที่ดำเนินไปพร้อมกันได้ดีที่สุด
- Because the metal cools, it becomes harder.
- As the metal cools, it becomes harder.
- When the metal has cooled completely, it becomes harder.
ดูคำตอบ
As the metal cools, it becomes harder.
trapped water is released: ใช้รูปถูกกระทำเพื่อเน้นกระบวนการ
ใน trapped water is released คำว่า trapped ขยาย water และบอกว่าน้ำนั้นเดิมถูกกักหรือขังอยู่ภายใน ส่วน is released มีโครงสร้าง be + past participle ดังนั้น water จึงเป็นฝ่ายที่ได้รับการกระทำ ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำการปล่อย รูปถูกกระทำนี้เน้นการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์ เมื่อกระบวนการสำคัญกว่าผู้กระทำหรือสาเหตุ ก็ไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำใน simple present ของ release: When the capsule dissolves, the medicine ____ slowly.
ดูคำตอบ
is released
as the cookie gets hotter: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยด้วย get + ขั้นกว่า
gets hotter ใช้โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่าเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินไป โดยคุกกี้เปลี่ยนจากอุณหภูมิที่ต่ำกว่าไปสู่อุณหภูมิที่สูงกว่า ในที่นี้ get หมายถึง become ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” As แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของน้ำ รูปแบบ as + ประธาน + get(s) + ขั้นกว่าใช้เชื่อมกระบวนการสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันได้
แบบฝึกหัด
ใช้ get + รูปขั้นกว่าของ hot เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย: As the engine works harder, it ____.
ดูคำตอบ
gets hotter
water expands into steam: ใช้ expand into เพื่อเข้าสู่รูปแบบใหม่
ในประโยคนี้ water expands into steam หมายถึงความร้อนทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำ ซึ่งกินพื้นที่มากขึ้นอย่างมาก คำว่า into ชี้ไปที่รูปแบบที่เกิดขึ้น ส่วน expands เน้นว่าปริมาตรเพิ่มขึ้น โดยทั่วไป expand into + คำนาม ใช้บอกว่าการเติบโตทำให้เข้าสู่รูปแบบ ขอบเขต หรือกิจกรรมใหม่ หากประโยคบอกเพียงการเปลี่ยนสถานะ become หรือ turn into มักชัดเจนกว่า เพราะ expand เพิ่มความหมายว่าขนาด ระยะ หรือขอบเขตขยายขึ้นด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง expand เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์: The family business plans to expand ____ online sales.
ดูคำตอบ
into
pushes against the dough from the inside: ดันแป้งจากด้านใน
Pushes against the dough หมายถึงบางสิ่งออกแรงบนผิวของแป้ง ในที่นี้ against บอกถึงการสัมผัสและแรงกด ไม่ได้หมายถึงการคัดค้านความคิด From the inside บอกว่าแรงเริ่มจากที่ใด โดยแรงเริ่มภายในแป้งและกระทำออกไปด้านนอก โครงสร้าง push against + กรรม + from the inside ระบุอย่างชัดเจนทั้งพื้นผิวที่รับแรงและแหล่งกำเนิดของแรงดัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าก๊าซภายในภาชนะดันผนังออกไปด้านนอก?
- The gas pushes against the container walls from the inside.
- The gas pushes against the container walls from the outside.
- The gas pulls away from the container walls on the inside.
ดูคำตอบ
The gas pushes against the container walls from the inside.
trying to escape: อนุประโยค -ing ที่เสริมการกระทำที่กำลังพยายามทำ
Trying to escape เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่เสริมจุดมุ่งหมายที่ดูเหมือนมีอยู่ของการกระทำก่อนหน้า ประธานที่ละไว้เป็นตัวเดียวกับประธานของประโยคหลักก่อนหน้า จึงย่อความหมายว่า “มันเคลื่อนไหวและดูเหมือนกำลังพยายามหนี” ให้เป็นคำบรรยายสั้น ๆ ในที่นี้ try เป็นการใช้แบบบุคลาธิษฐาน ไอน้ำไม่มีเจตนาจริง ๆ แต่ถ้อยคำนี้ทำให้แรงดันออกด้านนอกดูมีพลังและมีชีวิตชีวา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ได้ถูกต้องเพื่อเสริมสิ่งที่ประธานเดียวกันกำลังพยายามทำ
- The hamster squeezed between the bars, trying to escape.
- The hamster squeezed between the bars, try to escape.
- The hamster squeezed between the bars, trying escape.
ดูคำตอบ
The hamster squeezed between the bars, trying to escape.
like Ridley Scott's chest-bursting alien. วัฒนธรรม
1:15เหมือนเอเลี่ยนทะลวงอกในหนังของ ริดลีย์ สก็อตต์
like Ridley Scott's chest-bursting alien: การอ้างอิงถึงภาพยนตร์ Alien
นี่เป็นการอ้างอิงถึง Alien ภาพยนตร์สยองขวัญแนววิทยาศาสตร์ปี 1979 ที่กำกับโดยริดลีย์ สก็อตต์ ในฉากเชสต์เบิร์สเตอร์อันโด่งดัง สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งพุ่งทะลุออกจากหน้าอกของคนอย่างรุนแรง โดย chest-bursting บรรยายการเคลื่อนไหวที่น่าตกใจนั้น Like นำเข้าสู่การเปรียบเทียบทางภาพที่จงใจกล่าวเกินจริง ไม่ใช่ข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ ภาพนี้ทำให้แรงดันที่ฝ่าผนังคุกกี้ออกมาดูน่ากลัวและไร้สาระในเวลาเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: การเปรียบเทียบกับ Alien มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายการเคลื่อนที่ของไอน้ำอย่างแม่นยำทางวิทยาศาสตร์
- จริง
- เท็จ
ดูคำตอบ
เท็จ
may have been home to: อาจเคยเป็นที่อยู่อาศัยในอดีต
be home to หมายถึง “เป็นสถานที่ที่คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาศัย มีอยู่ หรือถูกพบ” ในที่นี้ ไข่ถูกกล่าวถึงว่าอาจเป็นสภาพแวดล้อมที่มีแบคทีเรียซัลโมเนลลาอยู่ได้ คำว่า home ไม่ได้หมายถึงบ้านตามตัวอักษร may have been ใช้บอกความเป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต เมื่อนำมารวมกัน may have been home to จึงหมายความว่าสิ่งหนึ่งอาจเคยอาศัยหรือมีอยู่ที่นั่นมาก่อน โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ may รูป perfect ของ be และ home to: The cave ____ early humans.
ดูคำตอบ
may have been home to
An estimated 142,000: ระบุว่าสถิติเป็นค่าประมาณ
an estimated + ตัวเลข ใช้บอกว่าตัวเลขนั้นเป็นค่าประมาณที่ได้จากการคำนวณ ไม่ใช่จำนวนที่นับได้อย่างแม่นยำ วลี An estimated 142,000 ทั้งวลีทำหน้าที่ขยายคำนามพหูพจน์ Americans โครงสร้างแบบสั้นนี้พบบ่อยในข่าวและงานเขียนให้ข้อมูล แม้ว่าจะขึ้นต้นด้วย an แต่คำหลักของประธานคือคำนามพหูพจน์ Americans จึงใช้ are infected ไม่ใช่ is infected
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่บอกว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณในประโยคแบบข่าว: ____ 2,000 households lost power during the storm.
ดูคำตอบ
An estimated
Though ... and even ...:ยอมรับความขัดแย้งก่อนบอกผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
Though ใช้นำหน้าประโยคย่อยที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน โดย先บอกข้อเท็จจริงที่อาจทำให้คาดหวังผลอีกแบบหนึ่ง แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าผลลัพธ์นั้นยังคงเป็นจริง ในประโยคนี้ การที่เชื้อซัลโมเนลลาอยู่นอกร่างกายที่มีชีวิตและทนการแช่แข็งได้แสดงว่าเชื้อมีความทนทานมาก แต่ประโยคหลักยังบอกว่า 136 องศาร้อนเกินไปสำหรับเชื้อเหล่านี้ and even survive freezing เชื่อมขนานกับ can live และเพิ่มข้อเท็จจริงที่รุนแรงและน่าประหลาดใจกว่าเดิม โครงสร้างนี้เข้าใจได้เป็น ยอมรับ A เสริมด้วย B แล้วจึงบอกผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง C
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ Though ... and even ได้ถูกต้องเพื่อแสดงการยอมรับความขัดแย้งก่อนบอกผลลัพธ์หลัก
- Though the package was late and even had a torn label, the customer still accepted it.
- Because the package was late and even had a torn label, the customer complained.
- Though the package was late, the customer complained.
ดูคำตอบ
Though the package was late and even had a torn label, the customer still accepted it.
Die off:สมาชิกในกลุ่มตายเป็นจำนวนมาก
Die off ใช้เมื่อสมาชิกจำนวนมากในกลุ่มหนึ่งตาย โดยมักสื่อว่าจำนวนของกลุ่มลดลงตามเวลาหรือจากการตายเป็นจำนวนมาก ในประโยคนี้ they หมายถึงเชื้อซัลโมเนลลาที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นจุดสำคัญคือกลุ่มแบคทีเรียลดลงอย่างมาก ไม่ใช่แค่แบคทีเรียตัวเดียวตาย คำว่า off เพิ่มความรู้สึกว่ากลุ่มค่อย ๆ ลดจำนวนลงหรือหายไป แต่ die off ไม่ได้หมายความด้วยตัวเองว่าสมาชิกทุกตัวตายหรือทั้งสายพันธุ์สูญพันธุ์อย่างถาวร
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่อธิบายได้ดีที่สุดว่าสมาชิกจำนวนมากในกลุ่มตาย แต่กลุ่มนั้นอาจยังคงอยู่
- The oak species died out during the dry summer, but the forest survived.
- Many young trees died off during the dry summer, but the forest survived.
- Many young trees died during the dry summer, but the forest survived.
ดูคำตอบ
Many young trees died off during the dry summer, but the forest survived.
You'll live to test your fate: การพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ด้วย live to + คำกริยา
ในโครงสร้าง live to + คำกริยา คำว่า live หมายถึงรอดชีวิตหรือมีชีวิตอยู่นานพอที่จะทำสิ่งนั้นในภายหลัง ในประโยคนี้ You'll live to test your fate หมายความว่าคนนั้นจะรอดจากอันตรายตรงหน้าและยังไปเสี่ยงเรื่องอื่นได้อีก test your fate เป็นคำพูดเชิงละคร ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร โดยหมายถึงการลองเสี่ยงและดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งประโยคเป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ไม่ใช่การทำนายอายุขัยหรือชะตากรรมอย่างจริงจัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ live to + คำกริยา เพื่อหมายความว่าคนหนึ่งรอดชีวิตและสามารถทำบางสิ่งได้ในภายหลัง
- After the storm, Maya lived to tell the story.
- After the storm, Maya listened to the story.
- After the storm, Maya hoped to tell the story.
ดูคำตอบ
After the storm, Maya lived to tell the story.
are composed of ...: โครงสร้างทางการที่แสดงองค์รวมและส่วนประกอบ
be composed of หมายถึง “ประกอบด้วย” โดยสิ่งที่เป็นองค์รวมจะอยู่ก่อน be composed และส่วนประกอบหรือวัตถุดิบจะตามหลัง of ในประโยคนี้ eggs คือองค์รวม ส่วน dozens of different kinds of proteins คือองค์ประกอบ วลีนี้ค่อนข้างเป็นทางการและเหมาะกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ทางเทคนิค หรือภาษาเขียน dozens of หมายถึงจำนวนโดยประมาณในหลักสิบ ไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน ส่วน different kinds เน้นความหลากหลาย ไม่ใช่แค่ปริมาณรวม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างทางการ be composed of: The course ____ six short units.
ดูคำตอบ
is composed of
each sensitive to ...: ส่วนเสริมแบบกระชับด้วย each + วลีคุณศัพท์
ในที่นี้ each ย้อนกลับไปกล่าวถึงสมาชิกแต่ละตัวของกลุ่มที่พูดถึงก่อนหน้า sensitive to a different temperature เป็นวลีคุณศัพท์ที่บอกคุณสมบัติของสมาชิกทุกตัว ส่วน different แสดงว่าอุณหภูมิที่เกี่ยวข้องอาจต่างกันไปในแต่ละตัว รูปแบบย่อ each + วลีคุณศัพท์ ทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมของอนุประโยคก่อนหน้า ความหมายสามารถขยายเป็น and each one is sensitive to a different temperature ได้ แต่รูปสั้นช่วยให้คำอธิบายกระชับขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ส่วนเสริม each + วลีคุณศัพท์ ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายสมาชิกในกลุ่มแยกกัน
- The kit contains three filters, each suitable for a different task.
- The kit contains three filters, each suitably for a different task.
- The kit contains three filters, each are suitable for a different task.
ดูคำตอบ
The kit contains three filters, each suitable for a different task.
look like coiled up balls of string: การเปรียบเทียบรูปลักษณ์
look like + วลีนาม หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายกับอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้เปรียบโปรตีนกับ coiled up balls of string ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นเคยของเส้นยาวที่ม้วนรวมกันเป็นก้อนแน่น นี่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้บอกว่าสองสิ่งเป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ โปรตีนไม่ได้ทำจากเชือก โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องอธิบายรูปร่างที่ไม่คุ้นเคยหรือมองเห็นได้ยากผ่านภาพในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ look like + วลีนาม ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบรูปลักษณ์
- Under the microscope, the crystals look like brightly.
- Under the microscope, the crystals look tiny stars.
- Under the microscope, the crystals look like tiny stars.
ดูคำตอบ
Under the microscope, the crystals look like tiny stars.
When ... be exposed to ...: ปัจจัยภายนอกที่เป็นเงื่อนไข
be exposed to หมายถึงประธานสัมผัสหรือได้รับผลจากปัจจัยภายนอก ในที่นี้ they're ย่อมาจาก they are และ are exposed เป็นรูปกรรมวาจก จึงเน้นว่าสายโปรตีนเป็นฝ่ายได้รับพลังงานความร้อน ไม่ได้เน้นว่าอะไรเป็นสิ่งให้ความร้อน When ใช้บอกเวลาหรือเงื่อนไขที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงต่อมาเกิดขึ้น โครงสร้าง When + ประธาน + be exposed to + ปัจจัยภายนอก ใช้อธิบายว่าปัจจัยนั้นกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์หลังจากนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปกรรมวาจกของ expose และคำบุพบทที่ถูกต้อง: When the medicine ____ high temperatures, it can lose its effectiveness.
ดูคำตอบ
is exposed to
and get tangled up with their neighbors. กริยาวลี
2:03และพันกันยุ่งเหยิงกับเส้นอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
get tangled up with their neighbors: พันกันกับสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง
get tangled up with หมายถึงเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพที่พันกันกับคนหรือสิ่งของอีกฝ่ายหนึ่ง get บอกการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพใหม่ tangled up บอกสภาพที่เกิดขึ้น และ with ใช้ระบุอีกฝ่ายที่เข้ามาพันกัน ในที่นี้ their neighbors ใช้คำที่ปกติเรียกคนเพื่อหมายถึงสายโปรตีนอื่นที่อยู่ใกล้กัน ไม่ได้หมายถึงคนที่อาศัยอยู่บ้านข้าง ๆ ประโยคนี้พูดถึงการพันกันทางกายภาพ แต่ในบริบทอื่นวลีนี้ยังใช้บอกการเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างซับซ้อนกับคนหรือเหตุการณ์ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสายไฟสองเส้นที่แยกกันอยู่เกิดพันกันขึ้นมา?
- One wire got tangled in a net.
- The two wires got tangled up with each other.
- The two wires were stored in separate boxes.
ดูคำตอบ
The two wires got tangled up with each other.
This linked structure makes the runny egg nearly solid, ไวยากรณ์
2:05โครงสร้างที่เชื่อมโยงกันนี้ทำให้ไข่เหลวๆ แทบจะกลายเป็นของแข็ง
make + กรรม + คำคุณศัพท์: makes the runny egg nearly solid
ในประโยคนี้ makes ใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย the runny egg เป็นกรรมที่ได้รับผล และ nearly solid เป็นวลีคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพผลลัพธ์ nearly ขยาย solid จึงหมายความว่าไข่เกือบแข็งตัว แต่ยังไม่แข็งทั้งหมด วางคนหรือสิ่งของที่ได้รับผลไว้หลัง make โดยตรง แล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ที่บอกผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ไม่ใส่ to be ดังนั้นใช้ make the room warm ไม่ใช่ make the room to be warm
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์เพื่อบอกผลลัพธ์ได้ถูกต้อง
- The new window makes the room warmer.
- The new window makes warmer the room.
- The new window makes the room to be warmer.
ดูคำตอบ
The new window makes the room warmer.
boil away: หายไปเพราะการเดือด
ใน Water boils away คำว่า boil away หมายถึงน้ำค่อย ๆ ลดลงหรือหายไปขณะที่ยังคงเดือด away เพิ่มความหมายของผลลัพธ์ว่าของเหลวถูกใช้จนหมดหรือหายไป วลีนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าน้ำถึงจุดเดือด ใช้ boil away เมื่อการเดือดทำให้ของเหลวลดลงหรือหายไป ซึ่งโดยทั่วไปเกิดจากของเหลวเปลี่ยนเป็นไอ
แบบฝึกหัด
หม้อถูกวางทิ้งไว้บนเตาจนแทบไม่มีน้ำเหลือ ประโยคใดบอกผลลัพธ์นี้ได้ชัดเจนที่สุด
- Most of the water was boiling.
- Most of the water boiled away.
- The water reached a boil.
ดูคำตอบ
Most of the water boiled away.
So, like mud baking in the sun: บอกผลลัพธ์ด้วยการเปรียบเทียบ
So บอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสาเหตุหรือกระบวนการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ จึงช่วยให้ผู้ฟังตามคำอธิบายได้ว่าเนื้อหาถัดไปคือผลที่เกิดขึ้น Like mud baking in the sun แทรกการเปรียบเทียบที่คุ้นเคยไว้ก่อนผลลัพธ์หลัก ภาพโคลนที่ถูกแดดเผาจนสูญเสียความชื้นและแข็งขึ้นช่วยให้นึกภาพคำอธิบายต่อไปได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ baking หมายถึงการถูกแดดทำให้ร้อนและแห้ง ไม่ใช่การอบในเตาอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์ และใช้ like เพื่อแทรกการเปรียบเทียบ
- So, like a leaf curling in the heat, the thin paper bent as it dried.
- Because the thin paper bent, the leaf curled in the heat.
- The thin paper bent as it dried, but the leaf stayed flat.
ดูคำตอบ
So, like a leaf curling in the heat, the thin paper bent as it dried.
gets dried out: แห้งจากการสูญเสียความชื้น
Gets dried out หมายถึง “แห้งขึ้นเพราะสูญเสียความชื้น” โครงสร้าง get + คำกริยาช่องสามแสดงการเปลี่ยนสภาพ ส่วน out เน้นว่าความชื้นส่วนใหญ่หายไปแล้ว ในประโยคนี้ คุกกี้สูญเสียความชื้นแล้วจึงแข็งขึ้น เมื่อใช้กับอาหาร dried out มักสื่อถึงเนื้อสัมผัสที่แห้งเกินไปและไม่น่ากิน นอกจากนี้ยังใช้กับผิวหนัง ดิน หมึก หรือปากกามาร์กเกอร์ที่สูญเสียความชื้นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “สูญเสียความชื้นและแห้งเกินไป”: If you leave the bag open, the bread may ____.
ดูคำตอบ
get dried out
leaving behind airy pockets: บอกผลลัพธ์ที่ยังคงหลงเหลือ
ในประโยคนี้ leaving behind airy pockets หมายความว่าเมื่อไอน้ำระเหย จะเหลือช่องเล็ก ๆ ที่มีอากาศอยู่ airy pockets หมายถึงโพรงเล็ก ๆ ที่มีอากาศ ไม่ได้หมายถึงกระเป๋าเสื้อผ้า อนุประโยค -ing leaving behind ... เพิ่มผลที่เกิดจากเหตุการณ์หลัก evaporates โครงสร้าง เหตุการณ์ + เครื่องหมายจุลภาค + leaving behind + คำนาม มักใช้บอกว่ายังมีอะไรเหลืออยู่หลังจากบางสิ่งหายไป เคลื่อนออกไป หรือสิ้นสุดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ leave behind: The candle melted away, ____ a small pool of wax.
ดูคำตอบ
leaving behind
that make the cookie light and flaky: อธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอะไร
That เปิดอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยายคำนามพหูพจน์ airy pockets ในวลีก่อนหน้า อนุประโยคนี้อธิบายว่าช่องอากาศเหล่านั้นทำอะไร เนื่องจาก that เป็นประธานและแทน pockets ซึ่งเป็นพหูพจน์ จึงใช้คำกริยา make ไม่ใช่ makes ภายในอนุประโยค โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ ใช้อธิบายคุณสมบัติที่เกิดขึ้นกับกรรม the cookie เป็นกรรม ส่วน light และ flaky เป็นคำคุณศัพท์สองคำที่เชื่อมกัน ในที่นี้ light หมายถึงเนื้อสัมผัสไม่แน่นหรือหนัก ส่วน flaky หมายถึงแตกแยกเป็นชั้นบาง ๆ ที่กรอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ that make + กรรม + คำคุณศัพท์ หลังคำนามพหูพจน์ได้ถูกต้อง?
- The tiny air bubbles that make the cake lightly and softly are trapped in the batter.
- The tiny air bubbles that make the cake light and soft are trapped in the batter.
- The tiny air bubbles that makes the cake light and soft are trapped in the batter.
ดูคำตอบ
The tiny air bubbles that make the cake light and soft are trapped in the batter.
Helping this along is...: กล่าวถึงการกระทำก่อน แล้วจึงเปิดเผยประธาน
ประโยคนี้ใช้การสลับลำดับเพื่อเสนอข้อมูล โดยวางอนุประโยค -ing Helping this along ไว้ก่อน ตามด้วย is และประธานที่เลื่อนไปไว้ท้ายประโยคคือ your leavening agent หากใช้ลำดับปกติที่ประธานมาก่อน จะเป็น Your leavening agent is helping this along. ลำดับนี้เริ่มจากกระบวนการที่กำลังพูดถึงอยู่ แล้วเก็บข้อมูลใหม่ที่บอกว่าอะไรเป็นผู้ทำไว้ตอนท้าย จึงช่วยสร้างจังหวะเล็กน้อยในการอธิบาย คือให้ผู้ฟังรู้ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วจึงเฉลยว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบการจัดข้อมูลแบบเดียวกัน คือวางอนุประโยค -ing ไว้ก่อนและวางประธานไว้ท้ายประโยค
- Helping the project move forward is a grant from the city.
- A grant from the city helps the project move forward.
- The project is moving forward, and the city may offer a grant.
ดูคำตอบ
Helping the project move forward is a grant from the city.
leavening agent, sodium bicarbonate, or baking soda: ชื่อหมวดหมู่และชื่อเรียก
leavening agent เป็นชื่อหมวดหมู่ตามหน้าที่ หมายถึงสารที่ช่วยให้แป้งโดหรือส่วนผสมสำหรับอบฟูขึ้น ในบริบทนี้สารช่วยขึ้นฟูที่กล่าวถึงคือ sodium bicarbonate ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันทั่วไปว่า baking soda or ในที่นี้ใช้แนะนำอีกชื่อหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงส่วนผสมสามอย่างที่แยกจากกัน sodium bicarbonate และ baking soda เป็นชื่อของสารชนิดเดียวกัน ส่วน leavening agent เป็นหมวดหมู่ที่กว้างกว่า
แบบฝึกหัด
ชื่อทั้งสามในประโยคนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- baking soda เป็นชื่อทางเคมีของ leavening agent ทุกชนิด
- ทั้งสามเป็นส่วนผสมที่ไม่เกี่ยวข้องกันและต้องใส่ทั้งหมด
- leavening agent ในที่นี้คือสารชนิดเดียวที่มีชื่อทางเคมีว่า sodium bicarbonate และชื่อทั่วไปว่า baking soda
ดูคำตอบ
leavening agent ในที่นี้คือสารชนิดเดียวที่มีชื่อทางเคมีว่า sodium bicarbonate และชื่อทั่วไปว่า baking soda
reacts with acids: react with + สาร
React with หมายถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีร่วมกับสารอีกชนิดหนึ่ง ในโครงสร้าง A reacts with B นั้น A และ B คือสารที่เข้าร่วมในปฏิกิริยา ในที่นี้ reacts อยู่ในรูป present simple เพราะประโยคกำลังบอกข้อเท็จจริงทั่วไปทางวิทยาศาสตร์ ประธานเอกพจน์ The sodium bicarbonate จึงใช้กริยารูปบุรุษที่สามเอกพจน์ reacts
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ react with ในรูปที่ถูกต้อง: Zinc ____ hydrochloric acid and releases hydrogen gas.
ดูคำตอบ
reacts with
to create carbon dioxide gas: กระบวนการ + to create + ผลิตภัณฑ์
to create carbon dioxide gas เป็นวลี infinitive ที่เชื่อมปฏิกิริยากับสิ่งที่ปฏิกิริยานั้นสร้างขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกผลลัพธ์หรือหน้าที่ของปฏิกิริยา นั่นคือเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการ มักใช้โครงสร้าง “กระบวนการ + to + กริยา” เพื่อแสดงผลิตภัณฑ์หรือผลลัพธ์ของกระบวนการ คำว่า to ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าโซเดียมไบคาร์บอเนตมีความตั้งใจอย่างมีสติ
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายกระบวนการโดยใช้ create ในรูป infinitive: Recycled glass is melted and shaped ____ new bottles.
ดูคำตอบ
to create
for a refreshing dunk in a cool glass of milk: dunk ที่ใช้เป็นคำนาม
dunk ในที่นี้เป็นคำนามนับได้ หมายถึงการจุ่มสิ่งหนึ่งลงในของเหลวอย่างรวดเร็วแล้วนำขึ้นมา ในบริบทเกี่ยวกับอาหารนี้ อาหารกำลังจะถูกจุ่มลงในนมเย็นเพียงครู่เดียว หลัง ready for ประโยคใช้กลุ่มคำนาม a refreshing dunk โดย refreshing ทำให้การจุ่มลงในนมเย็นฟังดูเป็นประสบการณ์ที่สดชื่นและน่าลิ้มลอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dunk เป็นคำนามเพื่อหมายถึงการจุ่มอาหารลงในของเหลวเพียงครู่เดียว
- She gave the biscuit a quick dunk in her tea.
- She left the biscuit soaking in her tea for an hour.
- The player dunked the ball through the hoop.
ดูคำตอบ
She gave the biscuit a quick dunk in her tea.
One of science's tastiest reactions: การใช้ tastiest อย่างขี้เล่น
ปกติ tasty ใช้บรรยายอาหาร แต่ในที่นี้ใช้ tastiest บรรยายปฏิกิริยาทางวิทยาศาสตร์อย่างขี้เล่น เพราะปฏิกิริยานั้นช่วยสร้างรสชาติ กลิ่นหอม และสีเกรียมที่น่ากิน ไม่ได้หมายความว่าคนเราชิมตัวปฏิกิริยาได้ One of science's ... reactions หมายถึงหนึ่งในปฏิกิริยาที่วิทยาศาสตร์ศึกษาอธิบาย การใช้คำคุณศัพท์ที่คาดไม่ถึงทำให้คำอธิบายวิทยาศาสตร์มีชีวิตชีวาและเป็นกันเอง
แบบฝึกหัด
One of science's tastiest reactions ในที่นี้สื่อความหมายว่าอะไร
- เป็นการพูดอย่างขี้เล่นว่าปฏิกิริยานี้ช่วยสร้างอาหารที่อร่อย
- หมายความว่าตัวปฏิกิริยาเป็นของว่างที่นักวิทยาศาสตร์กิน
- หมายความว่าปฏิกิริยานี้เชื่อถือไม่ได้เพราะรสนิยมเป็นเรื่องส่วนบุคคล
ดูคำตอบ
เป็นการพูดอย่างขี้เล่นว่าปฏิกิริยานี้ช่วยสร้างอาหารที่อร่อย
This is the temperature for Maillard reactions. วัฒนธรรม
2:50นี่คืออุณหภูมิสำหรับปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard reactions)
for Maillard reactions: เคมีของการเกิดสีน้ำตาลและรสชาติ
ปฏิกิริยาเมลลาร์ดคือปฏิกิริยาเคมีระหว่างส่วนประกอบของโปรตีน เช่น กรดอะมิโน กับน้ำตาลบางชนิดเมื่ออาหารถูกให้ความร้อน ปฏิกิริยานี้ช่วยให้เกิดสีน้ำตาล รวมทั้งกลิ่นและรสแบบคั่ว กลิ่นถั่ว หรือรสกลมกล่อม ในวลี the temperature for Maillard reactions คำว่า for ชี้ถึงอุณหภูมิที่กระบวนการเคมีนี้เกิดขึ้นได้ คำนี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่ออีกชื่อหนึ่งของการเกิดคาราเมล เพราะการเกิดคาราเมลคือการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลที่เกิดจากการให้ความร้อนแก่น้ำตาลเป็นหลัก
แบบฝึกหัด
ในการทำอาหาร Maillard reactions ช่วยอธิบายอะไร?
- สีน้ำตาลและกลิ่นรสใหม่แบบคั่วหรือกลมกล่อม
- มีเพียงน้ำตาลละลายโดยส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนไม่มีบทบาท
- อาหารเย็นลงหลังนำออกจากเตาอบ
ดูคำตอบ
สีน้ำตาลและกลิ่นรสใหม่แบบคั่วหรือกลมกล่อม
break down and rearrange themselves ในกระบวนการทางเคมี
ในที่นี้ break down หมายถึง “สลายตัว” ในกระบวนการทางเคมี โดยโครงสร้างโมเลกุลเดิมของโปรตีนและน้ำตาลเปลี่ยนเป็นส่วนที่เล็กลงหรือเปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรหยุดทำงานหรือคนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ rearrange themselves หมายถึงส่วนเหล่านั้นจัดเรียงตัวในรูปแบบใหม่ สรรพนามสะท้อนกลับรูปพหูพจน์ themselves ย้อนกลับไปหมายถึง proteins and sugars และไม่ได้สื่อถึงการกระทำอย่างตั้งใจ คำกริยาที่เชื่อมด้วย and บรรยายขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกันของการเปลี่ยนแปลงระดับโมเลกุล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ break down ในความหมายว่า “สลายตัว” ในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
- During the reaction, the molecules break down and rearrange themselves into new structures.
- The old printer broke down during the test.
- After the bad news, he broke down and cried.
ดูคำตอบ
During the reaction, the molecules break down and rearrange themselves into new structures.
Maillard reactions result when ...: การนำเสนอเงื่อนไข
ในที่นี้ result เป็นกริยาอกรรมที่หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ก่อตัวขึ้น” Maillard reactions เป็นชื่อของปรากฏการณ์ ส่วนอนุประโยค when บอกเงื่อนไขหรือกระบวนการที่ทำให้ปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้น ใช้โครงสร้าง X results when + อนุประโยคสมบูรณ์ ในตัวอย่าง proteins and sugars เป็นประธานของอนุประโยค when และ break down and rearrange เป็นวลีกริยา โครงสร้างนี้มีน้ำเสียงเป็นทางการและเป็นการอธิบาย จึงพบได้บ่อยในเนื้อหาวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ result when เพื่อบอกเงื่อนไขที่ทำให้ปรากฏการณ์เกิดขึ้น?
- Condensation results when moist air touches a cold surface.
- Condensation results from cooling water vapor.
- Condensation results in water droplets on the glass.
ดูคำตอบ
Condensation results when moist air touches a cold surface.
forming ring-like structures: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์
วลี forming หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยค participle รูป -ing ไม่มีประธานที่ระบุแยกต่างหาก โดยประธานที่เข้าใจได้มาจากกระบวนการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้บอกผลของกระบวนการนั้นว่าเกิดโครงสร้างคล้ายวงแหวนขึ้น ใน ring-like ปัจจัยท้าย -like หมายถึง “คล้ายกับ” หรือ “มีรูปร่างเหมือน” ดังนั้น ring-like structures จึงหมายถึงโครงสร้างที่คล้ายวงแหวน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นวงกลมที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “จุลภาค + วลี -ing” ได้ถูกต้องเพื่อแสดงผลของเหตุการณ์แรก
- The hot vapor cooled rapidly, forming tiny droplets.
- The hot vapor cooled rapidly, formed tiny droplets.
- The hot vapor cooled rapidly, to forming tiny droplets.
ดูคำตอบ
The hot vapor cooled rapidly, forming tiny droplets.
reflect light in a way that gives ... color: เชื่อมวิธีกับผลลัพธ์
วลี in a way that เชื่อมการกระทำเข้ากับลักษณะเฉพาะที่การกระทำนั้นเกิดขึ้น ในที่นี้ โครงสร้างเหล่านั้นสะท้อนแสง และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that อธิบายว่าลักษณะการสะท้อนนั้นพิเศษอย่างไร กล่าวคือทำให้อาหารดูเป็นสีหนึ่งโดยเฉพาะ ใน gives foods ... their distinctive, rich brown color คำว่า give หมายถึง “ทำให้มี” ไม่ใช่ “ส่งมอบ” โครงสร้าง give + ผู้รับ + สิ่งของ/ผลลัพธ์ แสดงว่าผลจากการสะท้อนแสงทำให้อาหารมีสีน้ำตาลเข้มที่สังเกตได้ชัดเจนนั้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ในลักษณะที่ทำให้เกิดผลนี้” ลงในประโยค: The glass bends light ____ creates a rainbow.
ดูคำตอบ
in a way that
foods like Thanksgiving turkey and hamburgers: การยกตัวอย่างอาหารที่คุ้นเคย
ใน foods like Thanksgiving turkey and hamburgers คำว่า like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่าง” อาหารสองอย่างนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่รายการทั้งหมด และ like ในที่นี้ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” Thanksgiving turkey คือไก่งวงอบที่เสิร์ฟตามธรรมเนียมในวันขอบคุณพระเจ้าของสหรัฐอเมริกา หนังไก่งวงที่อบจนเป็นสีน้ำตาลและผิวของเนื้อแฮมเบอร์เกอร์ที่ย่างสุกเป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยของสีน้ำตาลเข้มที่กำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เหตุใดจึงกล่าวถึง Thanksgiving turkey และ hamburgers ในที่นี้?
- เป็นชื่อสองชื่อของอาหารเทศกาลจานเดียวกัน
- เป็นอาหารเพียงสองอย่างเท่านั้นที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้
- เป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยของอาหารที่ผิวอาจเป็นสีน้ำตาลเข้มหลังปรุงสุก
ดูคำตอบ
เป็นตัวอย่างที่คุ้นเคยของอาหารที่ผิวอาจเป็นสีน้ำตาลเข้มหลังปรุงสุก
produces a range of flavor and aroma compounds: การบอกว่ามีผลิตผลหลายชนิด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ it หมายถึง reaction และ produces หมายถึงปฏิกิริยานั้น “ทำให้สารต่าง ๆ ก่อตัวขึ้น” เนื่องจากประธาน it เป็นเอกพจน์ กริยาจึงใช้รูป produces โครงสร้าง a range of + คำนามพหูพจน์ หมายถึง “หลายชนิดที่แตกต่างกัน” ในที่นี้ flavor และ aroma ขยาย compounds จึงหมายความว่าปฏิกิริยาสร้างสารประกอบหลายชนิดที่มีส่วนทำให้เกิดรสชาติและกลิ่น
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างเป้าหมาย produce + a range of เติมประโยคให้สมบูรณ์: This machine ____ sounds for the game.
ดูคำตอบ
produces a range of
forming even more complex tastes and smells. ไวยากรณ์
3:12เกิดเป็นรสชาติและกลิ่นที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก
which also react with each other: การแสดงการกระทำต่อกัน
which ย้อนกลับไปหมายถึง flavor and aroma compounds และเชื่อมอนุประโยคนี้เข้ากับคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน also บอกว่าสารประกอบเหล่านั้นยังทำอีกสิ่งหนึ่งด้วย โดยปกติ react ใช้กับ with หน้าสารอีกชนิดหนึ่ง เมื่อประธานเป็นกลุ่มพหูพจน์ react with each other หมายถึงสมาชิกในกลุ่มทำปฏิกิริยาต่อกัน เช่น สารประกอบหนึ่งทำปฏิกิริยากับอีกสารประกอบหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าแต่ละสารออกฤทธิ์ต่อตัวเองเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสารเคมีสองชนิดทำปฏิกิริยาต่อกัน?
- The two chemicals react by themselves when heated.
- Each chemical reacts with the container when heated.
- The two chemicals react with each other when heated.
ดูคำตอบ
The two chemicals react with each other when heated.
forming even more complex tastes and smells: วลี -ing ที่แสดงผลลัพธ์
วลี -ing forming even more complex tastes and smells เพิ่มผลลัพธ์ของการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า หมายความว่ากระบวนการก่อนหน้านั้นทำให้เกิดรสชาติและกลิ่นใหม่ ผู้กระทำหรือสาเหตุที่สัมพันธ์กับ forming เข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ even more complex ใช้ more เพื่อแสดงการเปรียบเทียบ และใช้ even เพื่อเน้นระดับให้มากขึ้น รสชาติและกลิ่นใหม่ไม่ได้เพียงซับซ้อน แต่ซับซ้อนกว่าสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงผลลัพธ์ต่อเนื่อง และใช้ even เพื่อเน้นรูปเปรียบเทียบ?
- The colors blend, create even more vivid a pattern.
- The colors blend, creating an most vivid pattern.
- The colors blend, creating an even more vivid pattern.
ดูคำตอบ
The colors blend, creating an even more vivid pattern.
the last reaction to take place: take place ที่หมายถึง “เกิดขึ้น”
ใน the last reaction to take place คำว่า take place หมายถึง “เกิดขึ้น” ใกล้เคียงกับ happen หรือ occur ใช้อธิบายว่าปฏิกิริยาเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการยึดหรือเอาสถานที่จริง ๆ to take place เป็นวลี infinitive ที่ขยาย reaction รูปแบบ the last + คำนาม + to + คำกริยา ชี้ถึงสมาชิกในกลุ่มที่เกิดการกระทำนั้นเป็นลำดับสุดท้าย ในที่นี้หมายถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นหลังจากปฏิกิริยาอื่นทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take place: The final stage ____ at a higher temperature.
ดูคำตอบ
takes place
Caramelization is what happens when ...: นิยามกระบวนการด้วยเงื่อนไขที่ทำให้เกิดขึ้น
รูปแบบ X is what happens when Y ใช้อธิบาย X ด้วยการบอกกระบวนการหรือเงื่อนไขที่ทำให้ X เกิดขึ้น ในประโยคนี้ what happens หมายถึง “เหตุการณ์หรือผลที่เกิดขึ้น” และอนุประโยคหลัง when บอกเงื่อนไขว่าโมเลกุลของน้ำตาลสลายตัวภายใต้ความร้อนสูง รูปแบบนี้ใช้ได้กับการอธิบายปรากฏการณ์ กระบวนการ หรือผลลัพธ์ ให้วางสิ่งที่ต้องการนิยามไว้หน้า is แล้วตามหลัง when ด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งอธิบายว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมคำนิยามให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบเป้าหมาย: Static electricity ____ electrical charges build up on an object's surface.
ดูคำตอบ
is what happens when
break down under high heat: สลายตัวภายใต้ความร้อนสูง
ในที่นี้ break down หมายถึง “สลายตัว” คือโครงสร้างทางเคมีของโมเลกุลน้ำตาลเปลี่ยนไปและเกิดสารอื่นขึ้น ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรหยุดทำงาน Under high heat แสดงให้เห็นว่าความร้อนสูงเป็นเงื่อนไขที่ส่งผลต่อโมเลกุล ดังนั้น break down under high heat จึงหมายถึง “สลายตัวเมื่อสัมผัสความร้อนสูง” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายวัสดุ สารอาหาร หรือสารเคมีที่เปลี่ยนแปลงภายใต้ความร้อน ความดัน หรือแรงอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ under high heat เพื่อแสดงว่าความร้อนสูงเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการสลายตัว
- The enzyme works best at low temperatures.
- Cook the onions over high heat for two minutes.
- Some vitamins break down under high heat.
ดูคำตอบ
Some vitamins break down under high heat.
sweet, nutty, and slightly bitter flavor compounds: การบรรยายรสชาติแบบขนานกัน
Sweet, nutty และ slightly bitter เป็นคำบรรยายทางประสาทสัมผัสที่วางขนานกันและขยาย flavor compounds ทั้งหมด Sweet บอกถึงรสหวาน nutty สื่อถึงรสหรือกลิ่นคล้ายถั่ว และ slightly bitter หมายถึงขมเล็กน้อย เครื่องหมายจุลภาคใช้แยกคำบรรยายแต่ละส่วน และคำเชื่อม and นำเข้าส่วนสุดท้าย Slightly ขยายเฉพาะ bitter จึงช่วยบรรยายรสชาติหลายชั้นโดยไม่ทำให้ความขมดูรุนแรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์บรรยายรสชาติแบบขนานกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The sauce has a sweet, smoky, and slightly spicy flavor.
- The sauce has a sweet and smokily slight spice flavor.
- The sauce has sweet, smoke, and slight bitterly flavor.
ดูคำตอบ
The sauce has a sweet, smoky, and slightly spicy flavor.
well ที่เป็นคำแทรกใน define, well, caramel
ใน define, well, caramel คำว่า well เป็นคำแทรกที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรม ไม่ใช่คำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างดี” เมื่อตัดออก โครงสร้างหลักที่เหลือคือ that define caramel โดย well อยู่นอกโครงสร้างนี้ ผู้พูดหยุดเล็กน้อยก่อนบอกคำตอบที่เห็นได้ชัดคือ caramel ทำให้คำอธิบายฟังเป็นกันเองและมีอารมณ์ขันเล็กน้อย ในบริบทอื่น well แบบนี้ยังช่วยให้ผู้พูดมีเวลาคิดหรือทำให้การเริ่มตอบนุ่มนวลขึ้นได้
แบบฝึกหัด
well ทำหน้าที่อะไรในวลี “that define, well, caramel”
- หมายความว่าสารประกอบเหล่านั้นนิยามคาราเมลได้อย่างชำนาญ
- เป็นจังหวะหยุดแบบสนทนาก่อนที่ผู้พูดจะบอกคำตอบที่เห็นได้ชัด
- หมายความว่าคาราเมลดีต่อสุขภาพ
ดูคำตอบ
เป็นจังหวะหยุดแบบสนทนาก่อนที่ผู้พูดจะบอกคำตอบที่เห็นได้ชัด
recipe calls for a 350 degree oven: calls for หมายถึง ต้องใช้
ในประโยคนี้ calls for หมายถึง ต้องใช้ ต้องการ หรือกำหนดไว้ สูตรอาหารเป็นสิ่งที่ตั้งข้อกำหนด และ a 350-degree oven คือเงื่อนไขที่ต้องมี ไม่ได้หมายถึงการโทรศัพท์ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ X calls for Y รูปแบบนี้มักใช้เมื่อสูตรอาหาร คำแนะนำ แผน กฎ หรือสถานการณ์ระบุว่าสิ่งใดจำเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ call for: This recipe ____ two eggs.
ดูคำตอบ
calls for
since caramelization starts at 356 degrees: since หมายถึง เพราะว่า
ในที่นี้ since ใช้นำเหตุผลของข้อความ it'll never happen อนุประโยคหลัง since อธิบายสาเหตุว่า การเกิดคาราเมลเริ่มที่ 356 องศา จึงไม่สามารถเริ่มที่อุณหภูมิ 350 องศาตามที่กล่าวไว้ได้ เมื่อ since เชื่อมข้อความเข้ากับคำอธิบายว่าเหตุใดข้อความนั้นจึงเป็นจริง since จะทำหน้าที่คล้าย because นี่คือ since ที่แสดงเหตุผล ไม่ใช่ความหมายด้านเวลาที่ระบุจุดเริ่มต้นในอดีต
แบบฝึกหัด
since หมายถึงอะไรในประโยคนี้: The picnic is canceled, since it is raining.
- แม้ว่า
- นับตั้งแต่เวลาที่
- เพราะว่า
ดูคำตอบ
เพราะว่า
barely browned: แทบไม่มีสีน้ำตาลจากการอบ
ใน barely browned คำว่า barely หมายถึง “เพิ่งจะถึงระดับนั้น” หรือ “แทบไม่” จึงลดระดับของ browned ลงมาก คือพอมองเห็นสีน้ำตาลจาง ๆ แต่ยังเกือบเหมือนไม่มีสีจากการอบเลย เมื่อวางหน้า adjective หรือ past participle คำว่า barely มักแสดงว่าบางสิ่งเพิ่งถึงระดับนั้นอย่างฉิวเฉียด ในที่นี้คุกกี้ที่ต้องการมีสีเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่สีน้ำตาลที่เห็นชัดหรือเข้ม
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “แทบไม่มีสีจากการอบ” ลงในประโยค: The toast was ____, with only the faintest hint of color.
ดูคำตอบ
barely browned
like a northeasterner on a beach vacation, วัฒนธรรม
3:43เหมือนคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไปเที่ยวชายหาด
like a northeasterner on a beach vacation: คำเปรียบเทียบเชิงขำขันเกี่ยวกับภูมิภาค
like ใช้นำคำเปรียบเทียบ ส่วน northeasterner ในที่นี้หมายถึงคนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ มุกนี้อาศัยภาพเหมารวมว่าคนจากพื้นที่ที่หนาวกว่าและมีแสงแดดน้อยกว่าอาจมาถึงชายหาดพร้อมผิวขาวที่ยังแทบไม่เป็นสีแทน ในบริบทนี้ ภาพดังกล่าวสานต่อแนวคิดที่ว่าคุกกี้ barely browned หรือมีสีน้ำตาลเพียงเล็กน้อย นี่เป็นการพูดเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทุกคนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ
แบบฝึกหัด
คำเปรียบเทียบนี้สื่อว่าคุกกี้มีลักษณะอย่างไร?
- ตรงกลางยังแข็งเป็นน้ำแข็ง
- ไหม้จนเกือบเป็นสีดำ
- มีสีน้ำตาลเพียงเล็กน้อย
ดูคำตอบ
มีสีน้ำตาลเพียงเล็กน้อย
could have set: มองย้อนกลับไปถึงทางเลือกในอดีต
Could have + กริยาช่องที่ 3 ใช้มองย้อนกลับไปถึงการกระทำที่เป็นไปได้ในอดีต ใน could have set คำว่า set เป็นกริยาช่องที่ 3 โดย set มีรูปเหมือนกันทั้งรูปพื้นฐาน รูปอดีต และกริยาช่องที่ 3 ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนออุณหภูมิ 310 องศาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งหลังจากที่ตัดสินใจไปแล้ว โครงสร้างนี้มักสื่อว่าไม่ได้เลือกทางนั้น แต่ต้องดูบริบทประกอบ เพราะไวยากรณ์เพียงอย่างเดียวยังยืนยันไม่ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย could have + กริยาช่องที่ 3 ของ set: You ____ the oven to a lower temperature before the cookies went in.
ดูคำตอบ
could have set
to have a nice tan: บรรยายสีของอาหารอย่างสนุก ๆ
A tan คือสีน้ำตาลบนผิวของคนหลังจากโดนแสงแดด คุกกี้ไม่สามารถอาบแดดจนผิวแทนได้จริง ดังนั้น to have a nice tan จึงทำให้คุกกี้ดูเหมือนคน และหมายถึงผิวคุกกี้ที่อบจนเป็นสีน้ำตาลน่ากิน การใช้คำแบบนี้ทำให้คำพูดเรื่องการทำอาหารฟังดูสนุก ไม่ใช่คำอธิบายเชิงเทคนิค เมื่อเอาลักษณะภายนอกของคนไปใช้กับอาหารหรือสิ่งของ ให้มองหาคุณสมบัติที่เห็นได้ซึ่งภาพเปรียบเทียบนั้นกำลังบรรยาย แทนการตีความตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ to have a nice tan หมายความว่าอย่างไร?
- นำไปวางกลางแดดก่อนอบ
- มีผิวที่อบจนเป็นสีน้ำตาลน่ากิน โดยพูดแบบสนุก ๆ
- ด้านในไหม้จนเป็นสีดำ
ดูคำตอบ
มีผิวที่อบจนเป็นสีน้ำตาลน่ากิน โดยพูดแบบสนุก ๆ
crank up the heat: เร่งความร้อนให้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
Crank up หมายถึงเพิ่มระดับของบางสิ่งให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในที่นี้ crank up the heat เป็นประโยคคำสั่งให้เพิ่มความร้อนในการทำอาหาร รูปแบบ crank up + คำนาม ยังใช้กับระดับที่ปรับได้ เช่น ระดับเสียง ความดัน ความเร็ว หรือการผลิต โดยมักทำให้การเพิ่มนั้นฟังดูแรงและมีพลัง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากคำอธิบายนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The music is too quiet, so let's ____ the volume.
ดูคำตอบ
crank up
continues up to 390 degrees: up to ใช้บอกขีดจำกัดสูงสุด
ในรูปแบบ up to + ตัวเลข คำว่า up to ใช้บอกจุดสูงสุดหรือขีดจำกัดบนของช่วง Continues up to 390 degrees หมายถึงกระบวนการยังดำเนินต่อไปขณะที่อุณหภูมิสูงขึ้น โดยมี 390 องศาเป็นจุดสูงสุดของช่วง รูปแบบนี้ใช้บ่อยกับจำนวน ราคา เวลา ความเร็ว และความจุ เมื่อใช้บอกขีดจำกัดหรือความจุ ค่าจริงอาจต่ำกว่าค่าสูงสุดที่ระบุไว้
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายของประโยคนี้: The meeting room can hold up to fifty people.
- ห้องนี้รองรับได้ไม่เกินห้าสิบคน
- ในห้องนี้มีคนอยู่ครบห้าสิบคนเสมอ
- ห้องนี้รองรับได้เฉพาะจำนวนที่มากกว่าห้าสิบคน
ดูคำตอบ
ห้องนี้รองรับได้ไม่เกินห้าสิบคน
Your nose is a sensitive scientific instrument: อุปลักษณ์ที่เปรียบประสาทรับกลิ่นเป็นเครื่องมือวัด
ประโยคนี้ใช้อุปลักษณ์ โดยบอกว่าจมูกเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ไว ไม่ได้หมายความว่าจมูกเป็นเครื่องจักรจริง ๆ คำว่า sensitive หมายถึงสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยได้ จึงเป็นการเปรียบประสาทรับกลิ่นกับวิธีตรวจจับกลิ่นอย่างแม่นยำ แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ เราสามารถกล่าวถึงประสาทสัมผัสของร่างกายว่าเป็นเครื่องมือวัดได้ เมื่อมันให้หลักฐานที่มีประโยชน์ต่อการตัดสิน
แบบฝึกหัด
อุปลักษณ์นี้มีความหมายหลักว่าอะไร
- ควรใช้เครื่องมือในห้องทดลองแทนประสาทรับกลิ่นของคุณ
- จมูกของคุณวัดอุณหภูมิที่แน่นอนของเตาอบได้
- ประสาทรับกลิ่นของคุณตรวจจับความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและช่วยให้คุณตัดสินได้
ดูคำตอบ
ประสาทรับกลิ่นของคุณตรวจจับความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและช่วยให้คุณตัดสินได้
nutty, toasty aromas: กลิ่นคล้ายถั่วและอาหารคั่วอบ
ในคำบรรยายอาหารนี้ nutty หมายถึงกลิ่นที่ชวนให้นึกถึงถั่ว ส่วน toasty หมายถึงกลิ่นอุ่น ๆ ของอาหารที่ผ่านการอบ คั่ว หรือปิ้งจนเป็นสีน้ำตาล คำคุณศัพท์ทั้งสองคำขยาย aromas และบอกลักษณะกลิ่นคนละชั้น คำเหล่านี้บอกว่ากลิ่นชวนให้นึกถึงอะไร ไม่ได้ยืนยันว่ามีถั่วหรือขนมปังปิ้งเป็นส่วนผสมจริง ๆ และมักใช้บรรยายกาแฟ ขนมปัง ช็อกโกแลต และอาหารอบหรือคั่วชนิดอื่นด้วย
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้บรรยายกาแฟ nutty, toasty aromas มีความหมายตามธรรมชาติที่สุดว่าอะไร
- กลิ่นที่ไม่มีลักษณะของการคั่วหรืออบเลย
- หลักฐานว่าใส่ถั่วทั้งเม็ดและชิ้นขนมปังปิ้ง
- กลิ่นที่ชวนให้นึกถึงถั่วและอาหารที่ผ่านการอบหรือปิ้ง
ดูคำตอบ
กลิ่นที่ชวนให้นึกถึงถั่วและอาหารที่ผ่านการอบหรือปิ้ง
When you smell ..., your cookies are ready: รูปแบบที่เชื่อมสัญญาณกับผลลัพธ์
อนุประโยค When ตอนต้นบอกสัญญาณที่สังเกตได้ นั่นคือคุณได้กลิ่นบางอย่าง ส่วนประโยคหลักบอกข้อสรุปที่ได้จากสัญญาณนั้น คือ your cookies are ready รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ When + สัญญาณหรือความเปลี่ยนแปลง, + ผลลัพธ์หรือข้อสรุป ในคำแนะนำและกฎทั่วไป รูปแบบนี้บอกว่าเมื่อสัญญาณปรากฏขึ้น ผลลัพธ์ที่กล่าวถึงก็เกิดขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบอนุประโยค when ที่เรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the indicator stops blinking, the update is complete.
ดูคำตอบ
When
put your feet up: นั่งลงและผ่อนคลาย
Put your feet up เป็นสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึงหยุดทำงาน นั่งลง และผ่อนคลาย สำนวนนี้อาจทำให้นึกถึงภาพการพักโดยยกเท้าขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องยกเท้าจริง ๆ ใจความสำคัญคือถึงเวลาพักแล้ว โดยมักใช้หลังจากทำงาน งานบ้าน หรือกิจกรรมอื่นที่เหน็ดเหนื่อยเสร็จ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “นั่งลงและผ่อนคลาย”: The chores are done, so ____ for a while.
ดูคำตอบ
put your feet up
and reflect that science can be pretty sweet. สำนวน
4:11และไตร่ตรองดูสิว่าวิทยาศาสตร์นั้นแสนจะหอมหวานจริงๆ
reflect that science can be pretty sweet: การเล่นคำด้วย sweet
ในที่นี้ reflect that หมายถึงการหยุดคิดถึงแนวคิดที่อยู่ในอนุประโยค that ที่ตามมา ใน pretty sweet คำว่า pretty หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ตรงนี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่แปลว่า “สวย” Sweet ทำหน้าที่สองอย่าง ความหมายตรงตัวเชื่อมโยงกับรสหวานในหัวข้อเรื่องอาหาร ส่วนในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ sweet ยังแปลว่า “ยอดเยี่ยม” หรือ “น่าเพลิดเพลิน” ได้ด้วย ดังนั้นประโยคจึงจบด้วยการเล่นคำที่บอกว่าวิทยาศาสตร์สนุก พร้อมกับย้อนให้นึกถึงความหวาน
แบบฝึกหัด
pretty sweet สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้?
- อ้างว่าวิทยาศาสตร์เองมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ
- บอกว่าวิทยาศาสตร์ดูสวย แต่เพลิดเพลินกับมันได้ยาก
- สื่อว่าวิทยาศาสตร์สนุก พร้อมกับชวนให้นึกถึงรสหวานตามความหมายตรงตัว
ดูคำตอบ
สื่อว่าวิทยาศาสตร์สนุก พร้อมกับชวนให้นึกถึงรสหวานตามความหมายตรงตัว