English Rewind - 6 Minute English: ชีวิตนักศึกษาดีไปหมดทุกอย่างจริงหรือ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
934 คำ 175 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทสนทนาของ BBC นี้กล่าวถึงสุขภาพจิตของนักศึกษาในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่มหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงความเครียดและความคิดถึงบ้านกับความยากในการสร้างสมดุลระหว่างสังคม การเรียน และการใช้ชีวิตด้วยตนเอง พร้อมกล่าวถึงการใช้บริการให้คำปรึกษาที่เพิ่มขึ้นและอธิบายว่าการเตรียมทักษะชีวิตช่วยให้ปรับตัวง่ายขึ้นอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Let's move on, shall we? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การเปลี่ยนหัวข้ออย่างสุภาพพร้อมขอความเห็นชอบจากคู่สนทนา เพื่อไม่ให้ฟังห้วนหรือเหมือนออกคำสั่ง เหมาะสำหรับการสนทนา สัมภาษณ์ นำเสนอ และประชุม 2. have put in place — กริยาวลี: เข้าใจว่า put in place หมายถึงการจัดเตรียมหรือวางระบบไว้ล่วงหน้า และใช้พูดถึงแผน การเตรียมตัว ระบบสนับสนุน หรือทักษะชีวิตที่ควรพร้อมก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ 3. survey completed by over a thousand students — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตวลี past participle ที่วางหลังคำนามเพื่อระบุหรือเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนามนั้น โครงสร้างกระชับนี้ช่วยให้อ่านและเขียนสถิติ รายงาน และภาษาข่าวได้โดยไม่ต้องใช้อนุประโยคสัมพันธ์เต็มรูปซ้ำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hello, the program you're about to listen to ไวยากรณ์

0:00

สวัสดี รายการที่คุณกำลังจะได้รับฟังนี้

was first broadcast in December 2015 on the BBC Learning English website. ไวยากรณ์

0:02

ออกอากาศครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2015 ทางเว็บไซต์ BBC Learning English

ไวยากรณ์

you're about to listen to: be about to + กริยารูปพื้นฐาน

be about to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ในที่นี้ you're about to listen to บอกผู้ฟังว่าการฟังกำลังจะเริ่มในไม่ช้า ในกลุ่มคำนามเต็ม the program เป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ listen to: the program (that) you're about to listen to โดย to ตัวแรกเป็นส่วนหนึ่งของ be about to ส่วน to ตัวสุดท้ายเป็นส่วนหนึ่งของ listen to และ about ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เกี่ยวกับ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be about to: The lights are dimming, and the film ____ start.

ดูคำตอบ

is about to

ไวยากรณ์

was first broadcast: รูปถูกกระทำของ simple past ของ broadcast

was first broadcast เป็นรูปถูกกระทำของอดีตกาลแบบ simple past: was + past participle โครงสร้างนี้เน้นรายการและเวลาที่ออกอากาศครั้งแรก โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครเป็นผู้เผยแพร่ สำหรับกริยา broadcast รูปอดีตและ past participle มาตรฐานมักยังคงเป็น broadcast เหมือนรูปพื้นฐาน โดย first วางระหว่างกริยาช่วย was กับ past participle อย่างเป็นธรรมชาติ: was first broadcast ส่วน broadcasted พบได้ในบางการใช้ แต่ broadcast เป็นรูปที่ใช้โดยทั่วไปสำหรับวิทยุและโทรทัศน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย first และรูปถูกกระทำของ simple past มาตรฐานของ broadcast: The documentary ____ in 1998.

ดูคำตอบ

was first broadcast

For more English language learning programs and podcasts,

0:08

สำหรับรายการและพอดแคสต์เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

search for BBC Learning English.

0:11

ให้ค้นหาคำว่า BBC Learning English

Six Minute English from bbclearningenglish.com.

0:15

Six Minute English จาก bbclearningenglish.com

Hello and welcome to Six Minute English. วลี

0:20

สวัสดีและยินดีต้อนรับสู่รายการ Six Minute English

วลี

Hello and welcome to ...: การเปิดรายการหรืองาน

Hello and welcome to ... เป็นคำเปิดมาตรฐานที่ผู้ดำเนินรายการใช้ Hello ทำหน้าที่ทักทายผู้ฟัง ส่วน welcome to ใช้แนะนำรายการ งาน ชั้นเรียน หรือสถานที่ที่ผู้ฟังกำลังเข้าร่วม หลัง to ให้ตามด้วยคำนามหรือชื่อ เช่น welcome to our show วลีทั้งหมดทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือเรียกความสนใจและต้อนรับทุกคนเข้าสู่กิจกรรมร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดของผู้ดำเนินรายการด้วยวลีที่กำหนด: Hello and ____ our annual science fair.

ดูคำตอบ

welcome to

I'm Alice.

0:22

ฉัน อลิซ ค่ะ

And I'm Neil.

0:23

และผม นีล ครับ

Hello.

0:23

สวัสดี

Hello Neil.

0:24

สวัสดีนีล

You went to university, didn't you? ไวยากรณ์

0:25

คุณเคยเรียนมหาวิทยาลัยใช่ไหม?

ไวยากรณ์

didn't you?: คำถามท้ายประโยคในอดีตกาล

didn't you? เป็นคำถามท้ายประโยค หรือ question tag โดยตามหลังประโยคหลักรูปบอกเล่าในอดีตกาล You went to university: didn't แสดงอดีตกาลที่สอดคล้องกันในรูปปฏิเสธ และ you ใช้สรรพนามแทนประธานซ้ำอีกครั้ง ผู้พูดน่าจะคิดว่าข้อความข้างหน้าเป็นจริงและขอให้ผู้ฟังยืนยัน คำถามท้ายประโยคนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าผู้ฟังเคยเรียนมหาวิทยาลัย

แบบฝึกหัด

เติม question tag มาตรฐานที่สอดคล้องกับประโยคหลักรูปบอกเล่าใน simple past: Maya called you yesterday, ____?

ดูคำตอบ

didn't she

Ah, yes.

0:27

อ่า ใช่ครับ

University, the best days of my life. วลี

0:28

มหาวิทยาลัย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลย

วลี

the best days of my life: คำชื่นชมสูงสุดต่อช่วงเวลาในอดีต

the best days of my life หมายถึง “ช่วงที่มีความสุขหรือเพลิดเพลินที่สุดเท่าที่เคยพบมา” คำว่า days ในที่นี้หมายถึงช่วงหนึ่งของชีวิตโดยกว้าง ไม่ได้หมายถึงวันตามปฏิทินเพียงไม่กี่วันเท่านั้น คำขั้นสุด best ทำให้สำนวนนี้เป็นการประเมินเชิงบวกที่หนักแน่นมาก ในข้อความสั้นนี้ สำนวนดังกล่าวบรรยายช่วงมหาวิทยาลัยของผู้พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและคิดถึง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ช่วงที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของคนคนหนึ่ง” ให้สมบูรณ์: “Those were ____.”

ดูคำตอบ

the best days of my life

I made fantastic friends, went to great parties, วลี

0:31

ผมได้เพื่อนที่ยอดเยี่ยม ไปงานปาร์ตี้สนุกๆ

วลี

made fantastic friends: กลุ่มคำ make friends

make friends เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันตามธรรมชาติเมื่อหมายถึงการสร้างมิตรภาพ โดย make ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ ส่วน made เป็นรูปอดีต ดังนั้น made fantastic friends จึงหมายถึงผู้พูดได้ผูกมิตรกับคนที่ตนมองว่ายอดเยี่ยม เมื่อต้องการระบุว่าเป็นเพื่อนกับใคร ให้ใช้ make friends with someone: I made friends with my new neighbors. สามารถใส่คำคุณศัพท์เชิงบวกไว้หน้า friends ได้ เช่น made fantastic friends

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของกลุ่มคำ make friends: “During the exchange program, I ____ with two local students.”

ดูคำตอบ

made friends

did some work?

0:34

ได้เรียนหนังสือบ้างไหมคะ?

Well, yeah, I did some work,

0:35

ก็ ใช่ ผมก็เรียนอยู่บ้างนะ

but probably not enough.

0:38

แต่อาจจะไม่พอ

Mm, well, the subject of today's show is student mental health. ลำดับความ

0:39

อืม เอาล่ะ หัวข้อรายการในวันนี้คือเรื่องสุขภาพจิตของนักศึกษาค่ะ

ลำดับความ

the subject of today's show is: การเกริ่นหัวข้อหลัก

โครงสร้าง the subject of today's show is ... ใช้ประกาศหัวข้อหลักอย่างชัดเจน โดยส่วนแรกระบุประเภทของข้อมูลว่าเป็น “หัวข้อของรายการ” แล้ววางหัวข้อจริงไว้หลัง is โครงสร้างนี้ยังเป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากช่วงเปิดเข้าสู่การสนทนาหลัก สามารถนำไปใช้กับบทเรียน การบรรยาย หรือการประชุมได้โดยเปลี่ยน show เป็นชื่อกิจกรรมที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคของผู้ดำเนินรายการด้วยโครงสร้างแนะนำหัวข้อแบบตรงตามรูปที่ขึ้นต้นด้วย The subject: ____ how sleep affects memory.

ดูคำตอบ

The subject of today's show is

So Neil, do you think you're looking back at your university days through rose-tinted spectacles โน้ต

0:43

งั้นนีล คุณคิดว่าคุณมองย้อนกลับไปในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยผ่านแว่นตาสีกุหลาบหรือเปล่าคะ

กริยาวลี

you're looking back at: การมองย้อนประสบการณ์ในอดีตจากปัจจุบัน

look back at + ช่วงเวลา เหตุการณ์ หรือประสบการณ์ในอดีต หมายถึงการนึกถึงสิ่งนั้นจากมุมมองในปัจจุบัน ในประโยคนี้ you're looking back at นำเข้าสู่ช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยของ Neil ในฐานะช่วงเวลาที่เขากำลังระลึกถึง ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าความทรงจำนั้นมีความสุข วิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกต้อง ส่วนที่เหลือของประโยคเป็นสิ่งบอกท่าทีดังกล่าว เมื่อกรรมเป็นประสบการณ์ในอดีต back หมายถึงการย้อนกลับไปในเวลา ไม่ใช่การหันศีรษะไปด้านหลังจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการย้อนนึกถึงประสบการณ์ในอดีต: When I ____ my first year at work, I can see how much I learned.

ดูคำตอบ

look back at

and that means looking at a situation as being better than it really was?

0:49

ซึ่งนั่นหมายถึงการมองสถานการณ์ว่าดีกว่าที่มันเป็นจริงๆ?

สำนวน

through rose-tinted spectacles: มองอดีตว่าดีเกินจริง

through rose-tinted spectacles เป็นอุปมาที่หมายถึงการมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งในแง่บวกเกินจริงหรือทำให้ดูดีเกินความเป็นจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกเป็นนัยว่า Neil อาจจดจำชีวิตในมหาวิทยาลัยว่าดีกว่าที่เป็นจริง สำนวนนี้อธิบายมุมมองที่ลำเอียง ไม่ได้หมายถึงแว่นจริง ๆ และมักสื่อว่าเรื่องที่ไม่น่าพอใจถูกลืมหรือมองข้ามไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ through rose-tinted spectacles ในความหมายว่า จดจำบางสิ่งในแง่ดีเกินจริง

  1. She examines the old contract carefully before signing it.
  2. She buys rose-tinted spectacles to reduce the glare.
  3. She remembers the old job through rose-tinted spectacles and forgets the long hours.
ดูคำตอบ

She remembers the old job through rose-tinted spectacles and forgets the long hours.

I did feel out of my comfort zone when I arrived, yes. โน้ต

0:53

ผมรู้สึกเหมือนหลุดออกจากคอมฟอร์ตโซนตอนที่ไปถึง ใช่ครับ

ไวยากรณ์

I did feel: did ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน I did feel คำว่า did เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นในประโยคบอกเล่าอดีตกาล โดยเพิ่มความหมายว่า “ฉันรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ” ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ โครงสร้างคือ ประธาน + did + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก did แสดงอดีตกาลแล้ว จึงใช้ feel ไม่ใช่ felt การเน้นแบบนี้ใช้ยืนยันข้อเท็จจริง แก้ความเข้าใจที่ตรงกันข้าม หรือเน้นการยอมรับบางอย่างให้หนักแน่นขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยอดีตกาลที่ใช้เพื่อเน้นให้ประโยคสมบูรณ์: I ____ enjoy the course, even though it was difficult.

ดูคำตอบ

did

สำนวน

out of my comfort zone:บรรยายความท้าทายที่ไม่คุ้นเคย

ใน I did feel out of my comfort zone วลีนี้หมายความว่า ผู้พูดรู้สึกไม่สบายใจเพราะสถานการณ์นั้นไม่คุ้นเคยหรือท้าทาย comfort zone เป็นคำเปรียบเทียบถึงผู้คน สถานที่ และกิจกรรมที่รู้สึกปลอดภัยและคุ้นเคย ไม่ใช่พื้นที่จริงตามตัวอักษร Feel out of one's comfort zone เป็นโครงสร้างที่เปลี่ยนรูปได้ โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล เช่น out of your comfort zone วลีนี้อธิบายประสบการณ์ของผู้พูด ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์นั้นอันตรายจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ out of my comfort zone เพื่อบรรยายประสบการณ์ที่ไม่คุ้นเคยหรือท้าทาย

  1. Speaking to a large audience for the first time put me out of my comfort zone.
  2. Speaking to a large audience for the first time put me under my comfort zone.
  3. Speaking to a large audience for the first time put me in my comfort zone.
ดูคำตอบ

Speaking to a large audience for the first time put me out of my comfort zone.

Everyone seemed to know everyone, knew where to go.

0:57

ทุกคนดูเหมือนจะรู้จักกันหมด รู้ว่าต้องไปไหน

Yes, well, being out of your comfort zone means being in a situation that you aren't familiar with วลี

0:59

ใช่ค่ะ การอยู่หลุดจากคอมฟอร์ตโซนหมายถึงการอยู่ในสถานการณ์ที่คุณไม่คุ้นเคย

and which makes you feel nervous.

1:05

และนั่นทำให้คุณรู้สึกประหม่า

วลี

aren't familiar with:โครงสร้าง be familiar with + กรรม

ในวลี being in a situation that you aren't familiar with, aren't familiar with หมายถึง คุณไม่รู้จักสถานการณ์นั้นดีหรือมีประสบการณ์กับสถานการณ์นั้นน้อย โครงสร้างพื้นฐานคือ be familiar with + คน สิ่งของ สถานที่ หรือกิจกรรม ในที่นี้ that อ้างถึง situation และทำหน้าที่เป็นกรรมของ with ซึ่งมีความสัมพันธ์เหมือนกับ you aren't familiar with the situation ในอนุประโยค relative clause กรรมนี้ถูกย้ายมาไว้ข้างหน้า แต่ with ยังคงอยู่ท้ายประโยค

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง be familiar with + สิ่งของ โดยมีคนเป็นประธาน

  1. I am familiar to this system.
  2. I am familiar with this system.
  3. This system is familiar to me.
ดูคำตอบ

I am familiar with this system.

Did you talk to anyone about your feelings, Neil?

1:07

คุณได้พูดคุยกับใครเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณไหม นีล?

Or did you get any counseling? การใช้คำ

1:10

หรือคุณได้รับการให้คำปรึกษาใดๆ หรือเปล่า?

And that means professional help with personal or psychological problems?

1:12

และนั่นหมายถึงความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาทางจิตใจเหรอ?

การใช้คำ

get any counseling: รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

ใน get any counseling คำว่า get หมายถึง “ได้รับ” ส่วน counseling หมายถึงความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาทางจิตใจ คำถามนี้ถามว่าบุคคลนั้นเคยได้รับความช่วยเหลือแบบนี้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าเขาเคยให้คำแนะนำคนอื่นหรือไม่ ในที่นี้ counseling เป็นชื่อบริการและโดยปกติเป็นคำนามนับไม่ได้ การใช้ any ในคำถามจึงเป็นธรรมชาติ และกลุ่มคำที่นำไปใช้ต่อได้คือ get counseling

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya ได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องความวิตกกังวล

  1. Maya got counseling for her anxiety.
  2. Maya got a counseling for her anxiety.
  3. Maya made counseling for her anxiety.
ดูคำตอบ

Maya got counseling for her anxiety.

What?

1:16

อะไรนะ?

No, not me.

1:17

ไม่ล่ะ ไม่ใช่ผม

I'm one of those men who isn't good at talking about their feelings, Alice. ไวยากรณ์

1:19

ผมเป็นหนึ่งในผู้ชายที่ไม่เก่งเรื่องการพูดคุยความรู้สึกตัวเองครับ อลิซ

ไวยากรณ์

isn't good at talking about their feelings: ไม่เก่งเรื่องการพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง

Be good at + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงมีทักษะหรือเก่งในเรื่องหนึ่ง รูปปฏิเสธ isn't good at หมายความว่ากิจกรรมนั้นยากสำหรับคนคนหนึ่งหรือไม่ใช่จุดแข็งของเขา ในประโยคนี้ talking about their feelings คือกิจกรรมที่ผู้ชายคนนี้บอกว่าตนไม่ถนัด At เป็นคำบุพบท ดังนั้นเมื่อมีกิจกรรมตามหลัง กริยาต้องอยู่ในรูป -ing เช่น good at talking ไม่ใช่ good at talk หรือ good at to talk โครงสร้างนี้ใช้บรรยายทักษะและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำได้หลายอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ explain: Nora is good at ____ difficult ideas clearly.

ดูคำตอบ

explaining

I just felt a bit homesick, that's all. โน้ต

1:23

ผมแค่รู้สึกคิดถึงบ้านนิดหน่อย แค่นั้นเอง

การใช้คำ

a bit homesick: ความรู้สึกคิดถึงบ้านเล็กน้อย

ในประโยคนี้ homesick เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกเศร้าหรือไม่สบายใจเพราะอยู่ไกลบ้านและคิดถึงผู้คน สถานที่ หรือกิจวัตรที่นั่น felt homesick จึงหมายถึง “รู้สึกคิดถึงบ้าน” a bit วางไว้หน้าคำคุณศัพท์เพื่อลดระดับความรู้สึก ผู้พูดยอมรับว่ารู้สึกเช่นนั้น แต่ทำให้ฟังดูไม่รุนแรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel/be/get + a bit + คำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์หนึ่งคำที่หมายถึง “เศร้าเพราะอยู่ไกลบ้าน” ให้ประโยคสมบูรณ์: During her first month at boarding school, Lina felt a bit ____.

ดูคำตอบ

homesick

น้ำเสียง/เจตนา

that's all: ลดทอนคำอธิบายและปิดประเด็น

ในที่นี้ that's all หมายถึง “นั่นเป็นเหตุผลเดียว ไม่มีอะไรต้องอธิบายเพิ่มเติม” โดยย้อนกลับไปถึงความรู้สึกคิดถึงบ้านเล็กน้อยที่พูดไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงการไล่บอกทุกอย่างตามตัวอักษร เมื่อวางไว้หลังคำอธิบายสั้น ๆ วลีนี้ทำให้สถานการณ์ฟังดูไม่ร้ายแรงนัก และอาจบอกว่าผู้พูดไม่ต้องการขยายความ เมื่อใช้ร่วมกับ just และ a bit จะเกิดน้ำเสียงที่ลดทอนเรื่องลงอย่างชัดเจน น้ำเสียงนี้แสดงท่าทีของผู้พูด ไม่ได้แปลว่าความรู้สึกนั้นเบาจริงเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ that's all เพื่อลดทอนคำอธิบายและบอกว่าไม่มีเหตุผลที่ร้ายแรงกว่านั้น?

  1. That's all, everyone; the meeting is over.
  2. That's all the paint we have.
  3. I was just worried about the test, that's all.
ดูคำตอบ

I was just worried about the test, that's all.

I missed my friends and family.

1:25

ผมคิดถึงเพื่อนๆ และครอบครัว

Oh, right.

1:28

อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ

Let's move on, shall we? น้ำเสียง/เจตนา

1:28

เรามาต่อกันเลยไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Let's move on, shall we? เพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างสุภาพ

Let's move on หมายถึง “จบส่วนนี้แล้วไปยังหัวข้อหรือกิจกรรมถัดไปกัน” โดย move on ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ทางกายภาพ shall we? เป็นคำถามท้ายประโยคที่ใช้ตามปกติหลัง Let's.... คำถามนี้เป็นการขอความเห็นชอบและทำให้การเปลี่ยนเรื่องนุ่มนวลขึ้น แม้ว่าผู้พูดยังคงเป็นคนกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคมาตรฐานหลัง Let's: We have finished this topic. Let's move on, ____?

ดูคำตอบ

shall we

Why don't you ask me today's quiz question? น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ทำไมคุณไม่ถามคำถามควิซของวันนี้กับผมล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Why don't you ask me ... เพื่อเสนอแนะ

Why don't you + กริยารูปพื้นฐาน มักใช้เพื่อเสนอแนะหรือชวนให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ในที่นี้ Why don't you ask me... หมายถึง “คุณถามฉันได้นะ...” หรือ “ลองถามฉันดูไหม...?” ไม่ได้ถามเหตุผลตามความหมายตรงตัว กริยาหลัง don't ต้องคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น ask, take, call บริบทและน้ำเสียงจะบอกว่าเป็นคำแนะนำที่เป็นมิตร หรือเป็นคำถามจริงที่อาจมีน้ำเสียงตำหนิว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่ทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณดูเหนื่อยและคุณต้องการเสนอแนะอย่างเป็นมิตร ควรพูดประโยคใด

  1. Why don't you take a short break?
  2. Why do you take a short break?
  3. Why didn't you take a short break?
ดูคำตอบ

Why don't you take a short break?

All right then.

1:32

ตกลงค่ะ

So, here it is. ลำดับความ

1:32

เอาล่ะ คำถามมีอยู่ว่า

ลำดับความ

here it is: นำเสนอสิ่งที่กำลังรออยู่

Here it is ใช้เมื่อนำเสนอสิ่งหนึ่งชิ้นหรือเนื้อหาหนึ่งส่วนที่พูดถึงไว้แล้ว รับปากว่าจะนำมาให้ดู หรือผู้ฟังกำลังรออยู่ โดยดึงสิ่งนั้นมาไว้ตรงหน้าความสนใจของผู้ฟังทันทีว่า นี่คือสิ่งที่รออยู่ ในประโยคนี้ it หมายถึงคำถามที่จะตามมา ไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุที่จับต้องได้ วลีนี้ช่วยจัดลำดับการพูดโดยเปลี่ยนจากช่วงเกริ่นนำไปสู่การนำเสนอเนื้อหาจริง

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอรับปากว่าจะเปิดเผยคำถามแบบทดสอบหนึ่งข้อ และตอนนี้แสดงคำถามนั้นบนหน้าจอ ประโยคใดใช้เพื่อนำเสนอคำถามได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Where is it?
  2. Here it is.
  3. Here they are.
ดูคำตอบ

Here it is.

In a survey of students at Imperial College London,

1:34

ในการสำรวจนักศึกษาที่ Imperial College London

how many students said they suffered from high levels of stress วลี

1:38

มีนักศึกษากี่คนที่บอกว่าพวกเขาประสบปัญหาความเครียดระดับสูง

or a mental health condition during their time at college? การใช้คำ

1:41

หรือมีปัญหาสุขภาพจิตในช่วงเวลาที่เรียนมหาวิทยาลัย?

วลี

suffered from high levels of stress: รายงานแรงกดดันที่รุนแรง

Suffer from + ภาวะหรือปัญหา หมายถึงได้รับผลกระทบด้านลบจากสิ่งนั้น Suffered เป็นรูปอดีต จึงหมายความว่านักศึกษารายงานประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ High levels of stress เป็นวิธีพูดแบบเป็นทางการว่ามีความเครียดในระดับสูงมาก คำว่า stress เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ และทั้งวลีมีน้ำหนักมากกว่าและมีลักษณะเป็นภาษารายงานมากกว่าเพียง felt stressed

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ suffer from เติมประโยครายงานให้สมบูรณ์: Last year, many interns ____ high levels of stress.

ดูคำตอบ

suffered from

การใช้คำ

mental health condition: condition ในความหมายของปัญหาสุขภาพ

ในประโยคนี้ mental health condition หมายถึงโรค ความผิดปกติ หรือปัญหาสุขภาพอื่นที่ส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก หรือพฤติกรรมของบุคคล ในบริบทด้านสุขภาพ condition หมายถึงภาวะทางการแพทย์หรือทางจิตใจ ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม สำนวนนี้มีความหมายกว้าง โดยระบุว่าเป็นปัญหาสุขภาพจิตประเภทหนึ่งโดยไม่บอกชื่อการวินิจฉัยที่เฉพาะเจาะจง ในคำถามนี้ สำนวนดังกล่าวอยู่คู่กับ high levels of stress ในฐานะความยากลำบากอีกอย่างที่นักศึกษารายงาน ไม่ได้หมายความว่าความเครียดทุกชนิดจะนับเป็น mental health condition โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

mental health condition ในคำถามแบบสำรวจนี้หมายถึงอะไร?

  1. ข้อกำหนดสำหรับการรักษาสุขภาพจิตให้ดี
  2. โรคหรือปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
  3. ความรู้สึกเครียดชั่วคราวในทุกกรณี
ดูคำตอบ

โรคหรือปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

Was it A, one out of four, การใช้คำ

1:45

A หนึ่งในสี่

B, two out of four,

1:48

B สองในสี่

or C, three out of four?

1:51

หรือ C สามในสี่?

การใช้คำ

one out of four: หนึ่งคนจากกลุ่มสี่คน

one out of four หมายถึงคนหรือสิ่งของหนึ่งหน่วยจากกลุ่มที่มีทั้งหมดสี่หน่วย คือ 1/4 หรือ 25% ในตัวเลือกคำตอบนี้ สำนวนดังกล่าวบอกสัดส่วนของนักศึกษา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกจากสถานที่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ จำนวน + out of + จำนวนทั้งหมด เช่น three out of ten หมายถึงสามคนจากกลุ่มสิบคน คำนามสามารถตามหลังวลีสัดส่วนทั้งหมดได้ เช่น one out of four students

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี out of สี่คำที่หมายถึง “หนึ่งคนจากกลุ่มสี่คน”: In the survey, ____ students said they cycled to college.

ดูคำตอบ

one out of four

Well, I'm going to go for C, three out of four, กริยาวลี

1:54

อืม ผมจะขอเลือกข้อ C สามในสี่

กริยาวลี

going to go for C: วางแผนเลือกคำตอบ

ในที่นี้ go for C หมายถึง “เลือกคำตอบ C” ผู้พูดไม่ได้กำลังเคลื่อนที่ไปทาง C ใน I'm going to go for C โครงสร้าง be going to แสดงแผน ส่วน go for ระบุสิ่งที่เลือก คำว่า go ทั้งสองตำแหน่งทำหน้าที่ต่างกัน ดังนั้นลำดับ going to go จึงเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าผู้พูดวางแผนจะเลือกตัวเลือกสีน้ำเงิน

  1. I'm going to go the blue option.
  2. I'm going to go for the blue option.
  3. I'm going to go to the blue option.
ดูคำตอบ

I'm going to go for the blue option.

because I do think that university life can be more stressful than people realize. ไวยากรณ์

1:56

เพราะผมคิดจริงๆ ว่าชีวิตมหาวิทยาลัยอาจเครียดกว่าที่คนทั่วไปคิดครับ

ไวยากรณ์

I do think that: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในประโยคบอกเล่านี้ do ใช้เน้น think โดย I do think that หมายถึง “ฉันคิดอย่างนั้นจริง ๆ” หรือ “ฉันคิดอย่างนั้นอย่างแน่นอน” โครงสร้างนี้แสดงว่าความเห็นนั้นหนักแน่นและจริงใจ และมักใช้แก้ความสงสัยหรือความคาดหมายที่ต่างออกไป โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน จึงต้องใช้ do think ไม่ใช่ do thinks

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อแสดงว่าผู้พูดเข้าใจจริง ๆ: I ____ understand why you're worried.

ดูคำตอบ

do

ไวยากรณ์

more stressful than people realize: เครียดกว่าที่ผู้คนคิด

รูปแบบ more + คำคุณศัพท์ + than people realize เปรียบเทียบระดับที่แท้จริงของลักษณะหนึ่งกับระดับที่ผู้คนรับรู้ ในประโยคนี้ ระดับความเครียดจริงอาจสูงกว่าที่ผู้คนเข้าใจ ใช้ X is more + คำคุณศัพท์ + than people realize เพื่อบอกว่าผู้คนประเมินระดับของลักษณะนั้นต่ำเกินไป อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย than ให้ระดับที่คาดไว้หรือรับรู้ แทนที่จะระบุสิ่งที่สองเพื่อใช้เปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าความยากจริงของงานสูงกว่าที่ผู้คนเข้าใจ?

  1. The task is more difficult than people realize.
  2. The task is as difficult than people realize.
  3. The task is most difficult than people realize.
ดูคำตอบ

The task is more difficult than people realize.

Yes, and stress means pressure or worry caused by a difficult situation.

2:01

ใช่ค่ะ และความเครียด (stress) หมายถึงความกดดันหรือความกังวลที่เกิดจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก

Okay, we'll find out if you're right or wrong later on. กริยาวลี

2:06

โอเค เราจะมาดูกันว่าคุณตอบถูกหรือผิดในภายหลังนะคะ

กริยาวลี

find out if: หาคำตอบว่า...หรือไม่

Find out หมายถึงการได้รับข้อมูลและเปลี่ยนจากไม่รู้เป็นรู้ คำว่า if ใช้นำคำถามที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ดังนั้น find out if you're right or wrong จึงหมายถึงการได้รู้ในภายหลังว่าคำตอบใดถูกต้อง ใช้ find out if + อนุประโยค เมื่อการตรวจสอบ การค้นหา หรือการรอผลจะทำให้ทราบว่าบางสิ่งเป็นจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ find out กับคำเชื่อมที่ใช้นำคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่: We'll check the results to ____ I passed.

ดูคำตอบ

find out if

Now, in the UK, there has been a rise in students using counseling services. โน้ต

2:10

ตอนนี้ในสหราชอาณาจักร มีนักศึกษาที่ใช้บริการให้คำปรึกษาเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

there has been a rise in: รายงานการเพิ่มขึ้นที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

there has been a rise in หมายถึงปริมาณหรือจำนวนได้เพิ่มขึ้น has been เป็นรูป present perfect จึงนำเสนอการเพิ่มขึ้นว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่โครงสร้างนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าตอนนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ รูปแบบคือ there has been a rise in + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ในประโยคนี้ สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือ students using counseling services หรือจำนวนของนักเรียนที่ใช้บริการให้คำปรึกษา การใช้คำนาม rise เพื่อบรรยายแนวโน้มอย่างเป็นกลางเช่นนี้พบได้บ่อยในข่าว รายงาน และบทสรุปข้อมูล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานอย่างเป็นธรรมชาติถึงการเพิ่มขึ้นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

  1. There will be a rise in online applications.
  2. There was a rise in online applications last year.
  3. There has been a rise in online applications.
ดูคำตอบ

There has been a rise in online applications.

การใช้คำ

using counseling services: เข้าใช้ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญที่องค์กรจัดไว้

using counseling services หมายถึงการรับความช่วยเหลือด้านการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่โรงเรียน คลินิก ที่ทำงาน หรือองค์กรอื่นจัดไว้ให้ ในประโยคนี้ using counseling services ขยาย students และระบุว่ากำลังนับนักเรียนกลุ่มใด services ในรูปพหูพจน์นำเสนอการให้คำปรึกษาว่าเป็นบริการที่องค์กรจัดไว้อย่างเป็นระบบและผู้คนสามารถเข้าใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงงานบริการลูกค้าทั่วไป และไม่ได้บอกว่านักเรียนแต่ละคนเข้ารับคำปรึกษากี่ครั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงนักเรียนสามารถเข้าใช้ความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญที่องค์กรจัดให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Students can use counseling services when they need support.
  2. Students can make counseling services when they need support.
  3. Students can do a counseling service when they need support.
ดูคำตอบ

Students can use counseling services when they need support.

Why is that, Alice?

2:15

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ อลิซ?

Well, let's listen to Kirsty, a student at Exeter University,

2:16

มาลองฟัง เคิร์สตี้ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Exeter

talking about why she has had problems.

2:20

พูดถึงสาเหตุที่เธอมีปัญหากันค่ะ

And here's a question for you while you listen. ลำดับความ

2:23

และนี่คือคำถามสำหรับคุณในระหว่างที่คุณฟัง

Did she enjoy her first days in college?

2:25

เธอสนุกกับวันแรกๆ ในมหาวิทยาลัยไหม?

ลำดับความ

while you listen: การกำหนดโจทย์ระหว่างฟัง

while you listen เป็นอนุประโยคบอกเวลา หมายถึง “ในช่วงเวลาที่คุณกำลังฟัง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเชื่อมคำถามที่ให้ไว้กับเนื้อหาที่จะได้ฟังต่อไป หน้าที่หลักคือจัดกรอบงานฟัง ผู้พูดให้คำถามไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ฟังมุ่งหาคำตอบไปพร้อมกับการฟัง แทนที่จะฟังโดยไม่มีเป้าหมายชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนหรือพอดแคสต์ while you listen ในที่นี้บอกให้ผู้ฟังทำอะไรเป็นหลัก

  1. ให้คำถามแก่ผู้ฟังเพื่อหาคำตอบขณะฟังเนื้อหาส่วนถัดไป
  2. บอกให้ผู้ฟังหยุดฟังแล้วตอบทันที
  3. ขอให้ผู้ฟังอ่านคำถามออกเสียงระหว่างที่เสียงกำลังเล่น
ดูคำตอบ

ให้คำถามแก่ผู้ฟังเพื่อหาคำตอบขณะฟังเนื้อหาส่วนถัดไป

No, the thing is you're is a a real balancing act. สำนวน

2:30

ไม่เลยค่ะ ประเด็นคือมันเป็นสิ่งที่ต้องรักษาสมดุลอย่างแท้จริง

สำนวน

a real balancing act: การจัดการความต้องการหลายด้านที่แข่งขันกัน

ตามความหมายตรงตัว a balancing act คือการกระทำหรือการแสดงที่ต้องรักษาสมดุล แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการจัดการความต้องการตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปที่แข่งขันกัน โดยไม่ละเลยด้านใดด้านหนึ่ง real ใช้เน้นว่าสถานการณ์นั้นจัดการได้ยากจริง ๆ วลีนี้เน้นการปรับตัวและการยอมแลกบางอย่างอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงเพียงงานที่ยากเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a real balancing act ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ

  1. The acrobat's routine was a real balancing act on a high wire.
  2. Managing a part-time job, classes, and family duties is a real balancing act.
  3. The museum display explains how circus balancing acts changed over time.
ดูคำตอบ

Managing a part-time job, classes, and family duties is a real balancing act.

When I first got to university, I don't think I really realized that การใช้คำ

2:33

ตอนที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรก ฉันคิดว่าฉันไม่ค่อยรู้ตัวว่า

การใช้คำ

got to university: ไปถึงและเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัย

ในโครงสร้าง get to + สถานที่ คำว่า get หมายถึงไปถึง และ got เป็นรูปอดีต ดังนั้น got to university จึงระบุช่วงเวลาที่ผู้พูดไปถึงมหาวิทยาลัย เมื่อใช้ร่วมกับ first และการใช้ university แบบไม่มีคำนำหน้านามในภาษาอังกฤษแบบบริติช วลีนี้ยังสื่อถึงการเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยได้ด้วย ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้รับการตอบรับเข้ามหาวิทยาลัย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get to ในความหมายว่าไปถึง After a four-hour bus ride, we finally ____ the hotel.

ดูคำตอบ

got to

I had I'd forgotten how to make friends, ไวยากรณ์

2:37

ฉันได้ ฉันลืมวิธีผูกมิตรไปแล้ว

ไวยากรณ์

I'd forgotten how to make friends: past perfect และโครงสร้าง how to

ใน I'd forgotten ส่วน 'd หมายถึง had เพราะ forgotten เป็นกริยาช่อง past participle ส่วน Had forgotten เป็น past perfect ซึ่งแสดงว่าการลืมเกิดขึ้นแล้วก่อนจุดเวลาอื่นในอดีต ในที่นี้คือก่อนที่ผู้พูดจะมาถึงมหาวิทยาลัย How to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการรู้วิธีหรือมีทักษะทำบางสิ่ง Forgotten how to make friends ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความจำเสื่อมตามตัวอักษร แต่อาจสื่อว่ารู้สึกไม่คุ้นเคยหรือไม่มั่นใจในการสร้างมิตรภาพแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อ past perfect ของ forget และโครงสร้าง how to By the time orientation began, ____ introduce myself.

ดูคำตอบ

I'd forgotten how to

you know, I'd been with the same school friends for seven years. ไวยากรณ์

2:38

คุณก็รู้ ฉันอยู่กับเพื่อนที่โรงเรียนกลุ่มเดิมมาตั้งเจ็ดปี

ไวยากรณ์

I'd been ... for seven years: ระยะเวลาจนถึงจุดหนึ่งในอดีต

ในที่นี้ I'd หมายถึง I had ไม่ใช่ I would เพราะ been เป็นกริยาช่องที่สาม had been คือรูป past perfect ของ be ผู้พูดมองย้อนกลับจากอีกจุดหนึ่งในอดีต และบอกว่าสภาวะที่อยู่กับเพื่อนที่โรงเรียนกลุ่มเดิมได้ดำเนินมาระยะหนึ่งแล้วในตอนนั้น for seven years บอกระยะเวลาของสภาวะนั้นจนถึงจุดอ้างอิงในอดีต โครงสร้าง had + กริยาช่องที่สาม + for + ระยะเวลา ใช้บอกสภาวะหรือประสบการณ์ที่เป็นภูมิหลังได้ แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้บอกว่าสภาวะนั้นดำเนินต่อหลังจากนั้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ be: Before Maya changed schools, she ____ at the same school for three years.

ดูคำตอบ

had been

And so, I was trying to balance, วลี

2:41

ดังนั้น ฉันจึงพยายามรักษาสมดุล

you know, social success with academic success

2:44

คุณรู้ไหม ความสำเร็จทางสังคมกับความสำเร็จทางวิชาการ

whilst learning how to look after myself at quite a young age. โน้ต

2:48

ในขณะที่ต้องเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังค่อนข้างน้อย

วลี

balance social success with academic success: สร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จทางสังคมกับการเรียน

balance A with B หมายถึงการจัดการหรือประสานความต้องการสองด้านให้แต่ละด้านได้รับความใส่ใจอย่างเหมาะสม แทนที่จะปล่อยให้ด้านหนึ่งครอบงำทั้งหมด ในที่นี้ด้านหนึ่งคือ social success และอีกด้านคือ academic success was trying to แสดงว่าเป็นความพยายามที่ดำเนินอยู่ในอดีต ไม่ได้ยืนยันว่าทำสำเร็จแล้ว ส่วน you know เป็นคำแทรกในการสนทนา เมื่อตัดออก โครงสร้างหลักยังคงเป็น I was trying to balance A with B

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง balance A with B ให้สมบูรณ์: Lena tries to balance basketball practice ____ her homework.

ดูคำตอบ

with

การใช้คำ

whilst learning: การกระทำพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ในที่นี้ whilst หมายถึง “ขณะที่” และนำการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำในประโยคหลักของบริบท วลี whilst learning... ให้ข้อมูลเวลาเป็นฉากหลัง ไม่ได้แสดงความขัดแย้ง ใน whilst learning อนุประโยค -ing ถูกย่อ โดยละประธานเพราะเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ whilst + -ing เมื่อคนคนเดียวทำสองอย่างพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

whilst learning ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ทำให้การเรียนรู้ขัดแย้งกับอีกการกระทำหนึ่ง
  2. แสดงว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นหลังจากอีกการกระทำหนึ่งจบลงแล้วเท่านั้น
  3. แสดงว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นพร้อมกับอีกการกระทำหนึ่ง
ดูคำตอบ

แสดงว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นพร้อมกับอีกการกระทำหนึ่ง

กริยาวลี

look after myself: ดูแลตัวเอง

look after เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ดูแล” ใน look after myself ผู้พูดหมายถึงการรับผิดชอบความต้องการในชีวิตประจำวัน ความปลอดภัย หรือความเป็นอยู่ที่ดีของตนเอง myself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับที่อ้างกลับไปยังผู้พูดหรือ I ต้องเปลี่ยนสรรพนามให้ตรงกับประธาน: he looks after himself; they look after themselves.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ดูแลตัวเอง”: When I live alone, I need to ____.

ดูคำตอบ

look after myself

And I think that's the experience of a lot of young people. ลำดับความ

2:51

และฉันคิดว่านั่นคือประสบการณ์ของวัยรุ่นจำนวนมากค่ะ

ลำดับความ

That's the experience of a lot of young people: การสรุปภาพรวมจากประสบการณ์ของคนหนึ่งคน

ในที่นี้ that ย้อนอ้างถึงประสบการณ์หรือสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้บอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องของคนเพียงคนเดียว แต่คนหนุ่มสาวอีกจำนวนมากก็มีประสบการณ์คล้ายกัน ในคำอธิบายที่ยาวขึ้น ประโยคนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากตัวอย่างของบุคคลหนึ่งไปสู่รูปแบบที่กว้างขึ้น a lot of หมายถึง “จำนวนมาก” ไม่ใช่ “ทุกคน” จึงเป็นการสรุปภาพรวมที่กว้างแต่ไม่ใช่ข้อสรุปแบบเหมารวมทั้งหมด

แบบฝึกหัด

That's the experience of a lot of young people. ทำหน้าที่อะไรในการพูดคุยนี้?

  1. ประโยคนี้ขยายประสบการณ์ของคนหนึ่งคนให้เป็นรูปแบบที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากมีร่วมกัน
  2. ประโยคนี้แนะนำคนหนุ่มสาวคนหนึ่งที่จะกล่าวถึงต่อไป
  3. ประโยคนี้อ้างว่าคนหนุ่มสาวทุกคนมีประสบการณ์เหมือนกันทุกอย่าง
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ขยายประสบการณ์ของคนหนึ่งคนให้เป็นรูปแบบที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากมีร่วมกัน

Um, and people really struggle with it. วลี

2:54

อืม และคนส่วนใหญ่ก็ดิ้นรนกับเรื่องนี้จริงๆ

วลี

Struggle with it: รู้สึกลำบากกับบางสิ่ง

Struggle with something หมายถึงรู้สึกว่ายากที่จะรับมือ จัดการ หรือทำบางสิ่ง ในที่นี้ it ย้อนอ้างถึงสถานการณ์ที่เพิ่งพูดถึง ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าผู้คนรู้สึกว่าสถานการณ์นั้นยากจริง ๆ Really เน้น struggle ให้ความยากฟังดูรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง struggle with เพื่อบอกว่าการพูดต่อหน้าสาธารณชนเป็นเรื่องยาก: Many people struggle ____ public speaking.

ดูคำตอบ

with

What's a balancing act, Alice?

2:57

การรักษาสมดุล (balancing act) คืออะไร อลิซ?

It's where you try to give your attention to two or more things at the same time. วลี

2:59

มันคือการที่คุณพยายามให้ความสนใจกับสองสิ่งหรือมากกว่านั้นในเวลาเดียวกันค่ะ

วลี

give your attention to: จงใจหันความสนใจไปที่...

give your attention to something หมายถึง จงใจหันความสนใจไปยังสิ่งนั้น โครงสร้างคือ give + คำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของ + attention + to + คน สิ่งของ หรือกิจกรรมที่เป็นเป้าหมายของความสนใจ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายการแบ่งความสนใจให้กับสิ่งสองอย่างขึ้นไปพร้อมกัน give ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยื่นสิ่งของที่จับต้องได้ แต่ทำให้ attention เป็นสิ่งที่เราหันไปหรือทุ่มให้ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยวลี give your attention to ตามรูปแบบที่กำหนด: During the briefing, please ____ the safety demonstration.

ดูคำตอบ

give your attention to

So here, Kirsty is trying to balance making new friends with doing her academic work

3:04

ดังนั้นในที่นี้ เคิร์สตี้กำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างการหาเพื่อนใหม่กับการเรียนวิชาการ

and learning to look after herself.

3:09

และการเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง

What does Kirsty mean when she says she's learning to look after herself?

3:12

เคิร์สตี้หมายความว่าอย่างไรเมื่อเธอบอกว่าเธอกำลังเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง?

Well, to look after someone means to protect or take care of someone.

3:16

เอาล่ะ การดูแล (look after) ใครสักคนหมายถึงการปกป้องหรือเอาใจใส่คนๆ นั้น

And in this case, Kirsty's learning to take care of herself. ลำดับความ

3:20

และในกรณีนี้ เคิร์สตี้กำลังเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง

ลำดับความ

in this case: จำกัดคำอธิบายทั่วไปไว้ที่ตัวอย่างปัจจุบัน

in this case หมายถึง ในสถานการณ์เฉพาะที่กำลังพูดถึง ในที่นี้วลีดังกล่าวบอกถึงการเปลี่ยนจากคำอธิบายทั่วไปไปสู่การอธิบายว่าสิ่งนั้นปรากฏอย่างไรในกรณีของ Kirsty เมื่อใช้เป็นคำเชื่อมความในตอนต้นประโยค วลีนี้จะจำกัดขอบเขตของข้อความถัดไป กล่าวคือ ข้อความนั้นใช้กับตัวอย่างนี้ ไม่ได้ใช้กับทุกกรณีโดยอัตโนมัติ เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดบอกกฎทั่วไปก่อน แล้วจึงนำกฎนั้นมาใช้กับตัวอย่างที่กำลังพูดถึง คำขึ้นต้นใดแสดงการเปลี่ยนนี้ได้ดีที่สุด

  1. In any case
  2. In this case
  3. In that case
ดูคำตอบ

In this case

For example, doing her own shopping and cooking.

3:24

ตัวอย่างเช่น การออกไปซื้อของและทำอาหารด้วยตัวเอง

Okay, let's listen to Dr. Reed Caleb of the counseling service at Brunel University in London,

3:27

โอเค ลองมาฟัง ดร.รีด คาเลบ จากศูนย์บริการให้คำปรึกษาที่มหาวิทยาลัย Brunel ในลอนดอน

talking about what practical stuff students could learn before leaving for university การใช้คำ

3:33

พูดถึงสิ่งที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันที่นักศึกษาควรเรียนรู้ก่อนไปมหาวิทยาลัย

that might make life easier for them. วลี

3:38

ซึ่งอาจทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้น

การใช้คำ

practical stuff: คำพูดแบบไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งที่ใช้ได้จริงในชีวิต

Practical stuff หมายถึงสิ่ง ทักษะ หรือความรู้ที่มีประโยชน์ต่อการจัดการเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตจริง ในประโยคนี้หมายถึงสิ่งที่นักเรียนอาจเรียนรู้ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อให้รับมือกับชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น stuff ในที่นี้เป็นคำนามนับไม่ได้ที่มีความหมายกว้างและใช้แบบไม่เป็นทางการ โดยรวมเรื่องที่ใช้ได้จริงหลายเรื่องไว้ด้วยกันโดยไม่ต้องระบุทีละเรื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฟังเป็นธรรมชาติในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

  1. The workshop covers some practical stuff, like budgeting and basic cooking.
  2. The workshop covers a practical stuff, like budgeting and basic cooking.
  3. The workshop covers some practical stuffs, like budgeting and basic cooking.
ดูคำตอบ

The workshop covers some practical stuff, like budgeting and basic cooking.

วลี

make life easier for them: โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์

Make life easier for them หมายถึงทำให้ชีวิตประจำวันของพวกเขาง่ายขึ้น โดย for them ระบุว่าใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย life เป็นกรรม และ easier เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพที่เกิดขึ้นตามมา make ในการใช้นี้แสดงผลลัพธ์ ซึ่งต่างจาก make someone do something ที่มีคำกริยารูปพื้นฐานตามหลังกรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้องเพื่อบอกผลลัพธ์

  1. A clear checklist can make the process more easily.
  2. A clear checklist can make easier the process.
  3. A clear checklist can make the process easier.
ดูคำตอบ

A clear checklist can make the process easier.

Certain things that I think it would be very, very helpful

3:42

สิ่งต่างๆ ที่ฉันคิดว่าจะมีประโยชน์มากๆ

to for students to have put in place are กริยาวลี

3:46

ที่จะให้นักศึกษาเตรียมพร้อมไว้คือ

กริยาวลี

have put ... in place: จัดเตรียมให้เสร็จล่วงหน้า

Put something in place หมายถึงการจัดตั้งหรือจัดเตรียมบางสิ่งให้พร้อมใช้งาน มักใช้กับแผน ระบบ มาตรการ และการเตรียมการ โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการย้ายสิ่งของไปวางในตำแหน่งหนึ่ง ในโครงสร้างอนุประโยคสัมพันธ์ คำว่า certain things ทำหน้าที่เป็นกรรมของ put ที่ละไว้แต่เข้าใจได้ กล่าวคือนักเรียนได้จัดเตรียมสิ่งเหล่านั้นแล้ว ส่วน to have put เป็น perfect infinitive ซึ่งแสดงว่าการเตรียมการถูกมองว่าเสร็จเรียบร้อยก่อนสถานการณ์ภายหลังที่สิ่งเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ put ... in place และคำว่า a backup plan: By Monday, we need to have ____.

ดูคำตอบ

put a backup plan in place

an ability to do the practical things of life,

3:48

ความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

to do the washing, to do the cleaning and so on. วลี

3:51

เช่น การซักผ้า การทำความสะอาด และอื่นๆ

วลี

and so on: ปิดท้ายรายการสิ่งที่อยู่ในประเภทเดียวกัน

And so on ใช้ปิดท้ายรายการและแสดงว่ายังมีสิ่งอื่นในประเภทเดียวกันที่สามารถกล่าวเพิ่มได้ แต่ผู้พูดจะไม่เอ่ยทั้งหมด ในที่นี้ การซักผ้าและทำความสะอาดชี้ไปถึงงานบ้านอื่น ๆ สำนวนนี้จะชัดเจนก็ต่อเมื่อตัวอย่างที่กล่าวมาทำให้อนุมานประเภทของสิ่งที่ละไว้ได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ and so on ได้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

  1. The workshop starts at ten, and so on.
  2. The workshop covers budgeting, saving, etc. and so on.
  3. The workshop covers budgeting, saving, investing, and so on.
ดูคำตอบ

The workshop covers budgeting, saving, investing, and so on.

Uh, being able to cook. ไวยากรณ์

3:54

เอ้อ การทำอาหารเป็น

ไวยากรณ์

being able to cook ในฐานะความสามารถหนึ่งในรายการ

Being able to cook เป็นวลี gerund ในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกความสามารถในการทำอาหาร เมื่อเปลี่ยน be เป็น being วลีทั้งชุดจะทำหน้าที่คล้ายคำนามได้ ในที่นี้วลีนี้เป็นหนึ่งรายการที่ผู้พูดยกขึ้นมา ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ ในประโยคสมบูรณ์ วลีเดียวกันนี้เป็นประธานได้: Being able to cook saves money.

แบบฝึกหัด

ใช้ being able to + คำกริยา เพื่อเปลี่ยน I can cook ให้เป็นวลีบอกความสามารถสำหรับใส่ในรายการ: ____

ดูคำตอบ

being able to cook

Um, budgeting is extremely important to university uh, life. การใช้คำ

3:56

อืม การจัดการงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตในมหาวิทยาลัย

การใช้คำ

budgeting: กิจกรรมต่อเนื่องในการวางแผนและจัดการเงิน

ในที่นี้ budgeting หมายถึงกิจกรรมต่อเนื่องในการวางแผนว่ามีเงินอยู่เท่าไร ตัดสินใจว่าจะนำเงินไปใช้อะไร และควบคุมรายจ่าย ความหมายนี้กว้างกว่าการจดตัวเลขเพียงจำนวนเดียวหรือการมีวงเงินใช้จ่ายตายตัว รูป -ing ใช้เรียกกิจกรรมนี้และทำหน้าที่เป็นประธานของ is ใน budgeting is ... ส่วน Extremely ขยายระดับของ important จึงสื่อว่าผู้พูดเห็นว่าการจัดการเงินสำคัญมากต่อชีวิตในมหาวิทยาลัย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Budgeting helps me avoid overspending,” budgeting หมายถึงอะไร

  1. บันทึกเฉพาะเงินที่ใช้ไปแล้ว
  2. ยืมเงินทุกครั้งที่เงินใกล้หมด
  3. วางแผนและควบคุมวิธีใช้เงิน
ดูคำตอบ

วางแผนและควบคุมวิธีใช้เงิน

And also, spending time on your own comfortably. วลี

4:01

และรวมถึงการใช้เวลาอยู่คนเดียวได้อย่างสบายใจ

วลี

spending time on your own comfortably: การใช้เวลาอยู่คนเดียวอย่างสบายใจ

ในประโยคนี้ spending time on your own comfortably หมายถึงการอยู่คนเดียวได้โดยรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ใช่อึดอัด on your own บอกว่าไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ส่วน comfortably บอกความรู้สึกของคนในสถานการณ์นั้น วลี -ing ทั้งหมดนี้กล่าวถึงกิจกรรมที่ถือเป็นความสามารถที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตอย่างพึ่งพาตนเอง จุดสำคัญคือการรู้สึกสบายใจกับการอยู่คนเดียว ไม่ใช่แค่ข้อเท็จจริงว่ารอบตัวไม่มีคนอื่น

แบบฝึกหัด

spending time on your own comfortably ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. รู้สึกเหงาทุกครั้งที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ
  2. รู้สึกสบายใจขณะใช้เวลาอยู่คนเดียว
  3. ปฏิเสธที่จะใช้เวลาร่วมกับคนอื่นทุกกรณี
ดูคำตอบ

รู้สึกสบายใจขณะใช้เวลาอยู่คนเดียว

Oh yes, that's excellent advice.

4:06

โอ้ ใช่ นั่นเป็นคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมเลย

I couldn't boil an egg when I arrived at uni. สำนวน

4:08

ผมต้มไข่ไม่เป็นด้วยซ้ำตอนที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย

สำนวน

couldn't boil an egg: การพูดเกินจริงแบบขำ ๆ ว่าทำอาหารแทบไม่เป็น

Couldn't boil an egg มีความหมายตามตัวอักษรว่าผู้พูดทำอาหารขั้นพื้นฐานมาก ๆ อย่างหนึ่งไม่เป็น เนื่องจากการต้มไข่ถูกมองว่าเป็นเกณฑ์ง่าย ๆ ประโยคนี้จึงพูดเกินจริงว่าผู้พูดแทบไม่มีทักษะทำอาหารเลยตอนเข้ามหาวิทยาลัย น้ำเสียงเป็นการล้อตัวเองเบา ๆ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าไข่เป็นอาหารชนิดเดียวที่ผู้พูดทำไม่เป็นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

couldn't boil an egg ในประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดกำลังพูดอย่างขำ ๆ ว่าตอนนั้นตนแทบทำอาหารไม่เป็น
  2. ที่มหาวิทยาลัยไม่มีไข่ให้ใช้
  3. ไข่เป็นอาหารเพียงอย่างเดียวที่ผู้พูดทำไม่เป็น
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังพูดอย่างขำ ๆ ว่าตอนนั้นตนแทบทำอาหารไม่เป็น

Oh really? Can you do it now, Neil?

4:10

โอ้ จริงเหรอ? ตอนนี้คุณทำได้หรือยัง นีล?

Mm, just about. น้ำเสียง/เจตนา

4:12

อืม ก็พอได้ครับ

น้ำเสียง/เจตนา

just about: คำตอบรับแบบไม่เต็มที่และมีข้อจำกัด

ในคำตอบสั้น ๆ นี้ just about หมายถึง 'ได้ แต่ได้แบบเฉียด ๆ เท่านั้น' เป็นการตอบรับอย่างมีข้อจำกัด กล่าวคือ ผู้พูดทำสิ่งที่ถูกถามได้ แต่ต้องใช้ความพยายามมาก หรือทำได้เพียงถึงระดับต่ำสุดที่ยอมรับได้ ส่วนที่เหลือของคำตอบถูกละไว้ เพราะเข้าใจได้จากคำถามก่อนหน้า ในประโยคเต็ม ความหมายเดียวกันมักอยู่ในรูป can just about + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น I can just about manage it.

แบบฝึกหัด

เมื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความสามารถ just about มีแนวโน้มหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ได้ แต่ได้แบบเฉียด ๆ เท่านั้น
  2. ไม่เลย ทำไม่ได้เลย
  3. ได้ และทำได้ง่ายมาก
ดูคำตอบ

ได้ แต่ได้แบบเฉียด ๆ เท่านั้น

Just about.

4:13

ก็พอได้

Oh great.

4:14

โอ้ เยี่ยมเลย

Okay.

4:14

โอเค

And what about budgeting? น้ำเสียง/เจตนา

4:15

แล้วการจัดการงบประมาณล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

And what about budgeting?: การเปลี่ยนไปยังหัวข้อที่เกี่ยวข้อง

What about budgeting? ไม่ได้ถามความหมายของคำว่า budgeting แต่เป็นการนำเรื่องการจัดงบประมาณเข้ามาในการสนทนาปัจจุบัน และชวนให้อีกฝ่ายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โครงสร้าง what about + คำนาม หรือรูป -ing ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ใช้เสนอหัวข้อที่เกี่ยวข้องอีกเรื่องหนึ่ง ส่วน And ที่ต้นประโยคช่วยเชื่อมคำถามใหม่เข้ากับสิ่งที่เพิ่งพูดถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

หลังจากคุยเรื่องค่าเช่าแล้ว คำถามใดเปลี่ยนบทสนทนาไปยังค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. And what about transport costs?
  2. Have we finished discussing rent?
  3. What does the word transport mean?
ดูคำตอบ

And what about transport costs?

Well, this means planning how much money you have

4:16

เอาล่ะ สิ่งนี้หมายถึงการวางแผนว่าคุณมีเงินเท่าไหร่

and how you will spend it.

4:18

และคุณจะใช้จ่ายมันอย่างไร

Um, still pretty bad at that. วลี

4:20

อืม เรื่องนั้นผมยังแย่มากอยู่เลย

วลี

pretty bad at that: pretty ที่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ + bad at

pretty bad at that หมายถึง “ค่อนข้างไม่เก่งในเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึง” โครงสร้าง bad at + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ใช้ระบุทักษะหรือกิจกรรมที่ทำได้ไม่ดี ส่วน that อ้างกลับไปถึงกิจกรรมที่พูดถึงแล้ว ในที่นี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับที่ใช้ในบทสนทนาและช่วยเพิ่มระดับของ bad ไม่ได้เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สวย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย pretty bad at: Even after three lessons, I'm still ____ parallel parking.

ดูคำตอบ

pretty bad at

However, I am very good at spending time on my own comfortably.

4:23

แต่อย่างไรก็ตาม ผมถนัดเรื่องการใช้เวลาอยู่คนเดียวได้อย่างสบายใจมากนะครับ

Mm, yes, I can believe that. น้ำเสียง/เจตนา

4:27

อืม ใช่ ฉันเชื่ออย่างนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

I can believe that: การเห็นด้วยเชิงหยอกล้อ

I can believe that ตามความหมายตรงตัวคือผู้พูดมองว่าคำกล่าวก่อนหน้านั้นน่าเชื่อหรือเป็นไปได้ ในที่นี้ประโยคนี้ตอบความคิดเห็นที่อีกฝ่ายวิจารณ์ตัวเอง จึงทำหน้าที่เป็นการเห็นด้วยเชิงหยอกล้อ คล้ายกับ “ฟังดูเป็นเธอจริง ๆ” หรือ “ฉันไม่แปลกใจเลย” น้ำเสียงหยอกล้อเกิดจากบริบทและท่าที ไม่ได้มาจากไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว ในสถานการณ์อื่น คำพูดเดียวกันอาจจริงใจและเป็นกลางได้ และไม่ได้หมายความว่าผู้พูดตรวจสอบหรือพิสูจน์คำกล่าวนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนสนิทพูดว่า “I'm terrible at keeping plants alive.” คุณตอบด้วยน้ำเสียงเบาสบายว่า “I can believe that.” คำตอบนี้น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสิ่งที่อีกฝ่ายยอมรับได้รับการพิสูจน์แล้ว
  2. เห็นด้วยแบบหยอกล้อว่าสิ่งที่อีกฝ่ายยอมรับฟังดูน่าเชื่อ
  3. บอกว่าผู้พูดไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายยอมรับได้
ดูคำตอบ

เห็นด้วยแบบหยอกล้อว่าสิ่งที่อีกฝ่ายยอมรับฟังดูน่าเชื่อ

Feet up, watching TV with a takeaway. โน้ต

4:28

ยกเท้าขึ้นพาด ดูทีวีพร้อมกับอาหารสั่งกลับบ้าน

สำนวน

Feet up: ส่วนประโยคแบบละคำที่ให้ภาพการพักผ่อน

ในฉากนี้ Feet up หมายถึงการนั่งหรือนอนโดยยกเท้าพาดไว้ในท่าที่สบาย ภาพท่าทางนี้สื่อถึงการผ่อนคลายและแทบไม่ทำอะไร ไม่ใช่แค่การขยับเท้าขึ้นเท่านั้น นี่เป็นส่วนประโยคแบบละคำที่ใช้จัดฉาก ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ เมื่อวางคู่กับ watching TV ก็เป็นการบอกรายละเอียดของช่วงเวลาสบาย ๆ อย่างรวดเร็ว ในประโยคสมบูรณ์ put your feet up มักหมายถึงการเริ่มพักผ่อน ส่วน sit with your feet up ใช้บรรยายท่าที่กำลังพักโดยยกเท้าไว้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีคำว่า feet และหมายถึง “เริ่มผ่อนคลาย”: After a tiring day, Maya sat on the sofa and ____.

ดูคำตอบ

put her feet up

Takeaway, of course a takeaway, because I can't cook anything.

4:30

สั่งกลับบ้าน แน่นอนว่าต้องสั่งกลับบ้าน เพราะผมทำอาหารอะไรไม่เป็นเลย

วัฒนธรรม

takeaway: คำอังกฤษแบบบริติชสำหรับอาหารสั่งกลับบ้าน

a takeaway ในที่นี้หมายถึงอาหารที่ร้านทำไว้เพื่อให้นำไปกินที่อื่น ไม่ว่าจะไปรับเองหรือให้ร้านนำมาส่ง บริบทเรื่องอาหารและการทำอาหารทำให้ความหมายนี้ชัดเจน จึงไม่ได้หมายถึงข้อคิดหลักหรือประเด็นสำคัญจากการพูด การใช้นี้พบได้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช ส่วนภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกอาหารชนิดนี้ว่า takeout ภาษาอังกฤษแบบบริติชมักใช้ order a takeaway ขณะที่แบบอเมริกันมักใช้ order takeout

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ takeaway ในความหมายเกี่ยวกับอาหารตามภาษาอังกฤษแบบบริติช

  1. Please take these empty boxes away.
  2. Let's get a takeaway and eat it at home.
  3. The main takeaway from the meeting was to plan ahead.
ดูคำตอบ

Let's get a takeaway and eat it at home.

No. Not even an egg. น้ำเสียง/เจตนา

4:32

ไม่ ไข่สักฟองก็ทำไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

Not even an egg: เน้นว่าแม้แต่กรณีขั้นต่ำที่คาดไว้ก็ยังทำไม่ได้

“Not even an egg.” เป็นวลีตอบแบบละคำกริยาไว้ โดยเข้าใจการกระทำหรือวลีกริยาจากคำถามก่อนหน้า ความหมายคือ “ไม่ และคำปฏิเสธนั้นใช้กับแม้แต่ไข่ด้วย” ตรงนี้ even ทำให้ไข่เป็นตัวอย่างที่พื้นฐานหรือง่ายมาก โครงสร้าง not even + คำนาม ตัวเลข หรือวลี ขยายคำปฏิเสธไปถึงกรณีขั้นต่ำที่คาดไว้ ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น และมักให้น้ำเสียงขำ ๆ หรือแซวตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วย not even + คำภาษาอังกฤษที่หมายถึงเลข 1 เพื่อเน้นว่าไม่มีใครโทรมาเลย: “Did anyone call?” “No, ____.”

ดูคำตอบ

not even one

You know me so well. น้ำเสียง/เจตนา

4:34

คุณรู้จักผมดีจัง

น้ำเสียง/เจตนา

You know me so well: การยืนยันอย่างอบอุ่นหรือการประชดแบบหยอกเล่น

You know me so well หมายถึงอีกฝ่ายเข้าใจนิสัย ความชอบ หรือปฏิกิริยาที่คุณน่าจะมีได้อย่างแม่นยำมาก คำว่า so ขยายระดับของ well ทำให้จุดเน้นอยู่ที่ว่าอีกฝ่ายรู้จักคุณดีเพียงใด ในความสัมพันธ์ที่สนิทกัน มักใช้ประโยคนี้ตอบเมื่ออีกฝ่ายเดาได้ถูกหรือจำความชอบของคุณได้ อาจฟังดูจริงใจและอบอุ่น หรือเป็นการหยอกเล่นเบา ๆ ก็ได้ หากอีกฝ่ายเดาผิดอย่างชัดเจน คำเดิมนี้อาจเป็นการประชด ดังนั้นท่าทีจึงขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท

แบบฝึกหัด

ในสถานการณ์ใด You know me so well ฟังดูจริงใจอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่ใช่การประชด?

  1. คนแปลกหน้าถามชื่อคุณเป็นครั้งแรก
  2. เพื่อนสนิทจำเมนูอาหารกลางวันที่คุณสั่งประจำได้
  3. เพื่อนร่วมงานเดาความชอบของคุณผิดซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

เพื่อนสนิทจำเมนูอาหารกลางวันที่คุณสั่งประจำได้

So, how about the answer to today's quiz question, Alice? ลำดับความ

4:35

แล้วคำตอบสำหรับคำถามควิซวันนี้ล่ะ อลิซ?

ลำดับความ

ใช้ So, how about the answer ...? เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อถัดไป

ในที่นี้ So เป็นสัญญาณว่าบทสนทนากำลังเข้าสู่ช่วงถัดไป ส่วน how about + นามวลี the answer to today's quiz question ใช้ยกเรื่องที่ควรได้รับความสนใจในตอนนี้ขึ้นมา ผู้พูดกำลังพารายการกลับมาที่คำถามควิซและชวนให้ Alice บอกคำตอบ ไม่ได้หมายถึง “คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคำตอบนั้น”

แบบฝึกหัด

ที่ประชุมเพิ่งคุยเรื่องนอกประเด็นจบ ประโยคใดพาทุกคนไปยังหัวข้อถัดไปตามกำหนดการได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. How surprising the side issue was!
  2. The next item on the agenda was printed yesterday.
  3. So, how about the next item on the agenda?
ดูคำตอบ

So, how about the next item on the agenda?

All right then.

4:39

ตกลงค่ะ

I asked, in a survey of students at Imperial College London,

4:40

ฉันถามว่า ในการสำรวจนักศึกษาที่ Imperial College London

how many said they suffered from high levels of stress

4:44

มีกี่คนที่บอกว่าพวกเขาประสบปัญหาความเครียดระดับสูง

or a mental health condition during their time at college?

4:47

หรือมีปัญหาสุขภาพจิตในช่วงเวลาที่เรียนมหาวิทยาลัย?

Was it A, one out of four,

4:51

A หนึ่งในสี่

B, two out of four,

4:56

B สองในสี่

or C, three out of four?

4:59

หรือ C สามในสี่?

And I said C, three out of four.

5:02

และผมตอบว่า C สามในสี่

Yes, and you are correct.

5:05

ใช่ค่ะ และคุณตอบถูกค่ะ

Well done, Neil. น้ำเสียง/เจตนา

5:07

ทำได้ดีมาก นีล

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Well done เพื่อชมความสำเร็จ

Well done ใช้ชมโดยตรงเมื่ออีกฝ่ายตอบถูก ทำผลงานได้ดี หรือทำงานสำเร็จ ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังชม Neil ที่ทำได้ดีในควิซ ต่างจากการบอกเพียงว่าบางอย่างถูกต้อง Well done ยังสื่อถึงการให้กำลังใจอีกฝ่ายด้วย

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานทำโครงการสำคัญเสร็จก่อนกำหนด คำตอบใดเป็นคำชมที่เป็นธรรมชาติ?

  1. Good luck with finishing the project early.
  2. Correct—the project was due on Friday.
  3. Well done on finishing the project early.
ดูคำตอบ

Well done on finishing the project early.

The survey completed by over a thousand students also found that almost 70% of those ไวยากรณ์

5:09

การสำรวจที่ทำโดยนักศึกษามากกว่าหนึ่งพันคนยังพบว่าเกือบ 70% ของผู้ที่

that suffer from stress do so at least once a week. ไวยากรณ์

5:14

ประสบกับความเครียด ต้องเผชิญกับภาวะดังกล่าวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ไวยากรณ์

survey completed by over a thousand students: อนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ

ใน survey completed by over a thousand students ส่วน completed by over a thousand students เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้กริยาช่องสามและวางไว้หลัง survey เพื่อระบุว่าหมายถึงแบบสำรวจใด สามารถขยายเป็น the survey that was completed by over a thousand students ได้ วลีนี้มีความหมายแบบถูกกระทำ นักเรียนเป็นผู้ทำกริยา ส่วน survey เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ completed ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค แต่ found เป็นกริยาหลัก อนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อนี้ช่วยย่อข้อมูลและพบได้บ่อยในรายงานกับข่าว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีกริยาช่องสามขยายคำนามได้ถูกต้อง

  1. The report that published by the university is available online.
  2. The report publishing by the university is available online.
  3. The report published by the university is available online.
ดูคำตอบ

The report published by the university is available online.

ไวยากรณ์

almost 70% of those that suffer from stress: เปอร์เซ็นต์ + กลุ่มที่กำหนดชัดเจน

almost 70% หมายถึงค่าที่ใกล้แต่ยังต่ำกว่า 70% ส่วน of those that suffer from stress ระบุกลุ่มที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเปอร์เซ็นต์นั้น those หมายถึง “ผู้คน” และ that suffer from stress เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่จำกัดขอบเขตของกลุ่ม รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ “เปอร์เซ็นต์ + of + those who/that ...” ซึ่งระบุตัวหารหรือกลุ่มฐานอย่างชัดเจน ในที่นี้เป็นเปอร์เซ็นต์ในกลุ่มผู้ที่มีความเครียด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเปอร์เซ็นต์ของนักเรียนทุกคนที่ตอบแบบสำรวจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในสัดส่วนที่ต่ำกว่าแต่ใกล้ 80% สนับสนุนแผนนี้

  1. Almost 80% of those who responded supported the plan.
  2. About 80% of those who responded supported the plan.
  3. Almost 80% those who responded supported the plan.
ดูคำตอบ

Almost 80% of those who responded supported the plan.

ไวยากรณ์

do so ที่ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไปแล้ว

ในประโยคนี้ do so ใช้แทนวลีกริยา suffer from stress ที่กล่าวไปก่อนหน้า หมายความว่าคนเหล่านั้นประสบความเครียดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยไม่ต้องพูดคำเดิมซ้ำ do จะเปลี่ยนรูปเมื่อประธานหรือกาลกำหนด ส่วน so จะย้อนกลับไปถึงการกระทำ กระบวนการ หรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว เมื่อต้องการเข้าใจ do so ให้มองย้อนกลับไปหาความหมายของกริยาที่วลีนี้ใช้แทน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของโครงสร้างแทน do + so: Everyone must submit the form by Friday, and those who ____ early will receive confirmation.

ดูคำตอบ

do so

And 9% of students feel stressed constantly. การใช้คำ

5:18

และ 9% ของนักศึกษารู้สึกเครียดตลอดเวลา

การใช้คำ

students feel stressed constantly: การบอกสภาวะที่ดำเนินต่อเนื่อง

ในที่นี้ feel ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ stressed เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาวะของนักเรียน รูปแบบคือ คน + feel + คำคุณศัพท์: students feel stressed constantly ขยายสภาวะ feel stressed ทั้งหมด หมายความว่าความรู้สึกนี้มีอยู่เกือบตลอดเวลาหรือเกิดซ้ำบ่อยมาก ไม่ใช่เพียงเป็นครั้งคราว stress เป็นได้ทั้งคำนามและกริยา แต่ในรูปแบบนี้ stressed คือคำคุณศัพท์ที่ใช้บอกสภาวะของคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำคุณศัพท์หลัง feel เพื่อบอกสภาวะของนักเรียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. The students feel stressful constantly.
  2. The students feel stress constantly.
  3. The students feel stressed constantly.
ดูคำตอบ

The students feel stressed constantly.

Stressed means anxious and worried. การใช้คำ

5:22

Stressed หมายถึงความวิตกกังวลและกังวลใจค่ะ

การใช้คำ

anxious and worried: การอธิบาย stressed

anxious และ worried เป็นคำคุณศัพท์สองคำที่เชื่อมกันด้วย and ในที่นี้ใช้คำทั้งสองอธิบาย stressed ผ่านความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกันสองอย่าง ได้แก่ ความกระวนกระวายใจและความกังวลว่าอาจมีบางอย่างผิดพลาด ความหมายของคำเหล่านี้ทับซ้อนกัน แต่ไม่ได้เหมือนกันในทุกบริบท stressed เน้นสภาวะโดยรวมที่เกิดจากข้อเรียกร้อง ปัญหา หรือแรงกดดัน ส่วน anxious เน้นความไม่สบายใจภายใน และ worried เน้นความกังวลเกี่ยวกับบุคคล สถานการณ์ หรือผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

anxious and worried สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้

  1. หมายถึงบุคคลนั้นเหนื่อยทางร่างกายแต่ไม่ได้กังวล
  2. หมายถึงบุคคลนั้นแก้ไขสาเหตุของความกดดันแล้ว
  3. รวมความกระวนกระวายใจเข้ากับความกังวลว่าอาจมีบางอย่างผิดพลาด
ดูคำตอบ

รวมความกระวนกระวายใจเข้ากับความกังวลว่าอาจมีบางอย่างผิดพลาด

Well, I feel anxious just thinking about all that stress. วลี

5:24

แหม ผมรู้สึกวิตกกังวลแค่คิดถึงความเครียดทั้งหมดนั้น

วลี

just thinking about: เมื่อเพียงความคิดเป็นตัวกระตุ้น

ใน just thinking about all that stress คำว่า just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องเผชิญความเครียดจริง ๆ เพราะเพียงแค่คิดถึงก็เพียงพอที่จะทำให้รู้สึกวิตกกังวล thinking เริ่มอนุประโยค -ing ที่บอกสถานการณ์หรือสาเหตุของปฏิกิริยาหลัก ประธานที่ละไว้มักเป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก ในที่นี้ I เป็นทั้งผู้ที่คิดถึงความเครียดและผู้ที่รู้สึกวิตกกังวล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายความว่าเพียงความคิดนั้นก็ทำให้เกิดปฏิกิริยา: I feel nervous ____ tomorrow's interview.

ดูคำตอบ

just thinking about

Can we hear today's words again?

5:28

เราขอฟังคำศัพท์ของวันนี้อีกครั้งได้ไหมครับ?

We certainly can. น้ำเสียง/เจตนา

5:29

ได้แน่นอนค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

“We certainly can.” ในฐานะคำตอบรับที่มั่นใจและเป็นบวก

ในคำตอบสั้น ๆ นี้ can ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้แล้วในคำถามหรือคำขอ ดังนั้น We certainly can จึงหมายถึง “We can do that” ส่วน certainly ช่วยเน้นคำตอบรับและแสดงความมั่นใจ คำตอบนี้มักไม่ได้บอกเพียงความสามารถ แต่ยังสื่อถึงความเต็มใจที่จะร่วมมือในเชิงบวก จึงฟังดูอบอุ่นและหนักแน่นกว่า Yes หรือ We can ธรรมดา

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานถามว่า “Can we check the figures again?” คำตอบใดเป็นการตอบรับที่มั่นใจและเป็นบวก?

  1. We certainly cannot.
  2. We might be able to.
  3. We certainly can.
ดูคำตอบ

We certainly can.

They are through rose-tinted spectacles,

5:30

ได้แก่ through rose-tinted spectacles (มองผ่านแว่นตาสีกุหลาบ/มองโลกในแง่ดีเกินจริง)

out of your comfort zone,

5:36

out of your comfort zone (ออกจากคอมฟอร์ตโซน)

counseling,

5:39

counseling (การให้คำปรึกษา)

homesick,

5:42

homesick (คิดถึงบ้าน)

stress,

5:44

stress (ความเครียด)

balancing act,

5:47

balancing act (การรักษาสมดุล)

look after yourself,

5:50

look after yourself (ดูแลตัวเอง)

budgeting,

5:53

budgeting (การจัดการงบประมาณ)

stressed.

5:56

stressed (รู้สึกเครียด)

Well, that brings us to the end of today's Six Minute English. ลำดับความ

5:58

เอาล่ะ นั่นคือทั้งหมดสำหรับรายการ Six Minute English ในวันนี้ค่ะ

ลำดับความ

“Well, that brings us to the end” ในฐานะสัญญาณปิดท้าย

Well เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนช่วง ส่วน that ย้อนกลับไปอ้างถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมสุดท้ายที่เพิ่งเสร็จ เมื่อรวมกัน Well, that brings us to the end จะบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาหลักจบแล้วและผู้พูดกำลังเข้าสู่ช่วงปิดท้าย โครงสร้าง that brings us to the end of + รายการ กิจกรรม หรือช่วงเวลา เป็นกรอบสำหรับจัดลำดับเนื้อหา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ ช่วยให้ผู้ฟังติดตามโครงสร้างของรายการ งานนำเสนอ บทเรียน หรือการประชุมได้

แบบฝึกหัด

กิจกรรมสุดท้ายของเวิร์กช็อปเพิ่งจบลง ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ากำลังเข้าสู่ช่วงปิดท้าย?

  1. Well, that brings us to the middle of today's workshop.
  2. Well, let's move on to the next activity.
  3. Well, that brings us to the end of today's workshop.
ดูคำตอบ

Well, that brings us to the end of today's workshop.

We hope you've had a stress-free time. การใช้คำ

6:02

เราหวังว่าคุณจะมีช่วงเวลาที่ปราศจากความเครียดนะคะ

การใช้คำ

stress-free: โครงสร้างคำคุณศัพท์แบบคำนาม + -free

stress-free หมายถึง “ไม่มีความเครียด” หรือ “ไม่ก่อให้เกิดความเครียด” ในประโยคนี้คำนี้ขยาย time จึงสื่อว่าผู้พูดหวังว่าช่วงเวลานั้นจะสบายและผ่อนคลาย โครงสร้างคำนาม + -free ใช้สร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่มีสิ่งนั้น” หรือ “ปลอดจากสิ่งนั้น” เช่น sugar-free และ smoke-free เมื่อวางหน้าคำนาม คำประสมประเภทนี้มักคงเครื่องหมายยัติภังค์ไว้: a stress-free time

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์มาตรฐานในโครงสร้างคำนาม + -free ที่หมายถึง “ไม่มีน้ำตาล” ให้คำบรรยายผลิตภัณฑ์สมบูรณ์: This yogurt is ____.

ดูคำตอบ

sugar-free

Please do join us again soon. น้ำเสียง/เจตนา

6:05

โปรดกลับมาร่วมรายการกับเราอีกเร็วๆ นี้นะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Please do join us again soon: do ที่ใช้เน้นในประโยคคำสั่งเชิงบอกเล่า

ในประโยคคำสั่งเชิงบอกเล่านี้ do วางอยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน join เพื่อเพิ่มน้ำหนักของคำพูด ในที่นี้ do เป็นกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “ทำ” และไม่ได้เป็นสัญญาณว่าประโยคนี้เป็นคำถาม Please ทำให้คำเชิญสุภาพ ส่วน do ที่ใช้เน้นแสดงความตั้งใจจริง Please join us again soon เป็นคำเชิญที่สุภาพและเป็นกลาง แต่ Please do join us again soon ฟังดูอบอุ่นหรือหนักแน่นกว่า โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “เราหวังจริง ๆ ว่าคุณจะกลับมาร่วมกับเรา” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ please + do + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อทำให้คำเชิญฟังดูจริงใจเป็นพิเศษ: Please ____ visit us again soon.

ดูคำตอบ

do

You know where to find us, don't you?

6:07

คุณรู้ว่าต้องหาเราที่ไหน ใช่ไหม?

Go to bbclearningenglish.com, where you'll find grammar points,

6:09

ไปที่ bbclearningenglish.com ที่ซึ่งคุณจะพบเกร็ดความรู้ด้านไวยากรณ์

vocabulary, and more editions of Six Minute English.

6:13

คำศัพท์ และรายการ Six Minute English ตอนอื่นๆ อีกมากมาย

Goodbye. Bye.

6:17

ลาก่อน บ๊ายบาย

Six Minute English from the BBC.

6:19

Six Minute English จาก BBC