สิทธิมนุษยชนสากลคืออะไร? - Benedetta Berti: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าพัฒนาการของสิทธิมนุษยชนสากลสมัยใหม่ ตั้งแต่ปฏิญญาของสหประชาชาติหลังสงคราม ไปจนถึงข้อถกเถียงเรื่องการบังคับใช้ อคติทางวัฒนธรรม และสิทธิดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้น ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. no matter who we are or where we are born, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่าโครงสร้างแสดงการยอมรับเงื่อนไขนี้ตัดอัตลักษณ์และสถานที่เกิดออกจากข้อยกเว้นของหลักการทั่วไปอย่างไร คุณสามารถนำไปใช้กล่าวว่ากฎ สิทธิ หรือความรับผิดชอบมีผลอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครหรือมาจากที่ใด 2. takes no sides as to which rights are more important, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่ข้อโต้แย้งแบบเป็นทางการแสดงความเป็นกลาง แทนที่จะจัดลำดับว่าสิทธิที่แข่งขันกันข้อใดสำคัญกว่า สำนวนนี้ช่วยอธิบายว่าเอกสารหรือผู้พูดไม่เลือกข้างระหว่างทางเลือกต่าง ๆ แต่ยังคงมีจุดยืนที่ชัดเจน 3. must comply with. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจ comply with ว่าเป็นคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นทางการในบริบทกฎหมายและนโยบาย หมายถึงการปฏิบัติตามคำตัดสินที่มีผลผูกพัน กฎ หรือข้อกำหนด คุณจะใช้ได้อย่างถูกต้องเมื่ออธิบายสิ่งที่รัฐ สถาบัน บริษัท หรือบุคคลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเป็นทางการ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
is entitled to the same basic rights and freedoms. การใช้คำ
0:12มีสิทธิได้รับสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน
no matter who... or where...: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
no matter who we are or where we are born กล่าวถึงความแตกต่างที่เป็นไปได้สองอย่าง คือ ตัวตนและสถานที่เกิด โดยความแตกต่างเหล่านี้ไม่เปลี่ยนข้อสรุปหลัก ทั้งวลีหมายถึง “ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรือเกิดที่ไหน” ไม่ใช่การแปล no + matter แยกทีละคำ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter + คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา ในประโยคนี้ who we are และ where we are born ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าภายในอนุประโยค และ or เชื่อมสองเงื่อนไขเข้าด้วยกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย no matter where: ____ you live, you can take this course online.
ดูคำตอบ
No matter where
is entitled to: มีสิทธิที่ได้รับการรับรอง
is entitled to หมายถึง “มีสิทธิที่ได้รับการรับรอง” หรือ “มีสิทธิได้รับอย่างเป็นทางการ” ในประโยคนี้ สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนมีสิทธิเรียกร้องได้อย่างชอบธรรม ไม่ใช่เพียงสิ่งที่บังเอิญมีอยู่ ใช้ be entitled to + คำนาม เพื่อระบุสิ่งที่มีสิทธิได้รับ เช่น is entitled to paid leave หรือใช้ be entitled to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อระบุการกระทำที่มีสิทธิทำได้ เช่น is entitled to receive compensation ในที่นี้ entitled เกี่ยวข้องกับสิทธิหรือคุณสมบัติ ไม่ได้หมายถึงชื่อเรื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be entitled to: Under the policy, every full-time employee ____ paid leave.
ดูคำตอบ
is entitled to
cannot be granted or revoked: การมอบและการเพิกถอนอย่างเป็นทางการ
cannot be granted or revoked เป็นโครงสร้างกรรมวาจก grant หมายถึงการมอบสิทธิ การอนุญาต หรืออำนาจอย่างเป็นทางการ ส่วน revoke หมายถึงการยกเลิกสิ่งที่เคยมอบให้อย่างเป็นทางการ การวางคำกริยาสองคำนี้คู่กันครอบคลุมทั้งการมอบและการเพิกถอน ประโยคนี้ชี้ว่าสิทธิมนุษยชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจอื่นจะเลือกมอบหรือถอนสิทธินั้น ที่นี่ granted ไม่เกี่ยวกับสำนวน take something for granted
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ grant และ revoke: The permit was ____ after review and later ____ after repeated violations.
ดูคำตอบ
granted · revoked
inalienable and universal: สิทธิที่ไม่อาจถูกพรากไปและใช้กับทุกคน
Inalienable หมายถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่อาจถูกพรากไปโดยชอบธรรมหรือโอนให้บุคคลอื่นได้ ส่วน universal หมายถึงสิทธินั้นใช้กับทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้มีสัญชาติ กลุ่ม หรือสถานะใดสถานะหนึ่ง คำคุณศัพท์สองคำนี้บอกลักษณะที่ต่างกัน สิทธินั้นโดยหลักการแล้วได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกพรากไป และขอบเขตของสิทธิครอบคลุมทุกคน ตัวอักษร alien ที่อยู่ใน inalienable ไม่ได้หมายถึงมนุษย์ต่างดาว
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายสิทธิที่เรียกว่า inalienable and universal ได้ถูกต้องที่สุด?
- สิทธิเหล่านี้เป็นกฎหมายที่เหมือนกันทุกประการและบังคับใช้ในทุกประเทศ
- สิทธิเหล่านี้ใช้กับทุกคนและไม่อาจถูกพรากไปโดยชอบธรรม
- สิทธิเหล่านี้เป็นผลประโยชน์ชั่วคราวที่มีให้เฉพาะบางกลุ่ม
ดูคำตอบ
สิทธิเหล่านี้ใช้กับทุกคนและไม่อาจถูกพรากไปโดยชอบธรรม
but it gets incredibly complicated as soon as anyone tries to put the idea into practice. โน้ต
0:26แต่มันจะซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อทันทีที่มีใครพยายามนำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติจริง
as soon as: จุดกระตุ้นทางเวลาที่เกิดผลทันที
as soon as ใช้นำอนุประโยคบอกเวลาที่ระบุเหตุการณ์ซึ่งกระตุ้นให้เหตุการณ์ในประโยคหลักเกิดขึ้น ในที่นี้ anyone tries to put the idea into practice คือเหตุการณ์กระตุ้น และ it gets incredibly complicated คือผลที่ตามมาทันที โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประโยคหลัก + as soon as + ประธาน + กริยา หรือ As soon as + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก โครงสร้างนี้แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทันทีเมื่ออีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย as soon as: ____ the bell rings, the students may leave.
ดูคำตอบ
As soon as
put the idea into practice: เปลี่ยนแนวคิดให้เป็นการลงมือทำ
put + สิ่งใดสิ่งหนึ่ง + into practice เป็นโครงสร้างตายตัวที่หมายถึงการเปลี่ยนแนวคิด แผนการ หลักการ หรือวิธีการให้เป็นการลงมือทำจริง ในที่นี้หมายถึงการพยายามเปลี่ยนแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนที่กำลังอภิปรายอยู่ให้เป็นกฎ สถาบัน และกลไกบังคับใช้ที่เป็นรูปธรรม ในวลีนี้ practice หมายถึงการนำไปใช้จริง ไม่ได้หมายถึงการฝึกซ้ำเพื่อพัฒนาทักษะ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ put ... into practice: The committee has approved the plan; now it is time to ____.
ดูคำตอบ
put the plan into practice
get to pick: มีอำนาจหรือมีโอกาสเลือก
get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าใครบางคนมีโอกาส ได้รับอนุญาต หรือมีสิทธิ์ทำบางอย่าง ในที่นี้ gets to pick หมายถึง “ได้รับอนุญาตหรือมีสิทธิ์เลือก” ส่วน pick หมายถึง “เลือก” ไม่ใช่ “หยิบสิ่งของขึ้นมา” คำถามนี้ถามว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ Who gets to pick? อาจเป็นเพียงคำถามเพื่อขอข้อมูลอย่างเป็นกลาง หรือเป็นการตั้งคำถามต่อวิธีจัดสรรอำนาจนั้นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ามีเพียงคณะกรรมการเท่านั้นที่มีอำนาจหรือได้รับอนุญาตให้เลือกผู้ชนะ?
- Only the committee gets to choose the winner.
- Only the committee has to choose the winner.
- Only the committee is chosen by the winner.
ดูคำตอบ
Only the committee gets to choose the winner.
The history behind the concept of human rights is a long one.
0:39ประวัติศาสตร์เบื้องหลังแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้นยาวนาน
we have struggled with defining notions of rightfulness, justice, and rights. วลี
0:47เราได้ดิ้นรนกับการให้คำจำกัดความของความชอบธรรม ความยุติธรรม และสิทธิ
Throughout the centuries and across societies...: กำหนดขอบเขตที่กว้าง
Throughout the centuries กำหนดขอบเขตเวลาที่ยาวนาน โดยบอกว่าปัญหานี้ดำเนินมาตลอดหลายศตวรรษ Across societies, religions, and cultures เพิ่มขอบเขตของกลุ่มและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ในที่นี้ across หมายถึง “ในหรือท่ามกลางหลายสิ่งที่แตกต่างกัน” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ข้ามพื้นที่จริง การวางทั้งสองวลีไว้ต้นประโยคช่วยกำหนดกรอบให้ข้อความทั้งหมดก่อนเข้าสู่ใจความหลัก การรวมขอบเขตด้านเวลาเข้ากับขอบเขตด้านสังคมและวัฒนธรรมเน้นว่าความยากนี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงยุคสมัยหรือชุมชนใดชุมชนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ throughout สำหรับช่วงเวลาทั้งหมด และใช้ across สำหรับขอบเขตของสถานที่: The program ran ____ the school year and ____ three campuses.
ดูคำตอบ
throughout · across
have struggled with defining: ความยากลำบากที่ดำเนินต่อเนื่องในการทำงานหนึ่ง
struggle with + คำนามหรือ V-ing หมายถึงมีความยากลำบากในการรับมือกับปัญหาหรือทำงานอย่างหนึ่ง ในที่นี้ defining เป็น gerund ที่ตามหลังบุพบท with ดังนั้นงานที่ทำได้ยากคือการนิยามแนวคิดเหล่านั้น รูป present perfect คือ have struggled แสดงว่าความยากลำบากเริ่มขึ้นในอดีตและยังดำเนินต่อมาหรือเกิดซ้ำจนถึงปัจจุบัน struggle ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ struggle with defining: For decades, researchers ____ consciousness.
ดูคำตอบ
have struggled with defining
But one of the most modern affirmations of universal human rights
0:52แต่หนึ่งในการยืนยันถึงสิทธิมนุษยชนสากลที่ทันสมัยที่สุด
emerged from the ruins of World War II: ผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์หลังสงคราม
วลีนี้นำเสนอการยืนยันสิทธิมนุษยชนสากลว่าเป็นผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์จากความเสียหายของสงครามโลกครั้งที่สอง ในที่นี้ ruins ครอบคลุมทั้งสถานที่ที่ถูกทำลายและความเสียหายด้านมนุษย์ การเมือง และศีลธรรมในวงกว้างที่สงครามทิ้งไว้ บริบทขั้นต่ำที่จำเป็นคือ ความพยายามสร้างระเบียบระหว่างประเทศขึ้นใหม่หลังสงครามนำไปสู่การก่อตั้งสหประชาชาติและช่วยวางรูปแบบกรอบสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศสมัยใหม่ ดังนั้น emerged from จึงหมายถึง “พัฒนาขึ้นจากสภาพหลังสงครามและการตอบสนองต่อสภาพนั้น” ไม่ใช่ “ถูกพบจริง ๆ ในกองซากปรักหักพัง”
แบบฝึกหัด
emerged from the ruins of World War II ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- การยืนยันนั้นกล่าวถึงเฉพาะการซ่อมแซมเมืองที่เสียหายจากสงคราม
- การยืนยันนั้นถูกค้นพบจริง ๆ ใต้อาคารที่ถูกทำลาย
- การยืนยันนั้นพัฒนาขึ้นจากความเสียหายในช่วงสงคราม การทบทวนหลังสงคราม และการฟื้นฟู
ดูคำตอบ
การยืนยันนั้นพัฒนาขึ้นจากความเสียหายในช่วงสงคราม การทบทวนหลังสงคราม และการฟื้นฟู
creation of the United Nations: การก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ
ในประโยคนี้ creation of the United Nations หมายถึงการก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศที่มักเรียกว่า UN หรือองค์การสหประชาชาติ United Nations เป็นชื่อเฉพาะในที่นี้ ไม่ใช่วลีทั่วไปที่หมายถึง “ประเทศต่าง ๆ ที่สามัคคีกัน” วลี with the creation of the United Nations ระบุว่าการก่อตั้งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบริบทหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นช่วงที่พัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนตามที่กล่าวในประโยคเกิดขึ้น ภูมิหลังขั้นต่ำที่ควรรู้คือ องค์การสหประชาชาติก่อตั้งขึ้นในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อเป็นองค์การใหม่สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ
แบบฝึกหัด
creation of the United Nations ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- การที่ UN สร้างประเทศใหม่หลายประเทศขึ้นมา
- การก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศที่รู้จักกันในชื่อ UN
- โดยทั่วไปแล้วประเทศต่าง ๆ มีความสามัคคีกันมากขึ้นหลังจากเกิดความขัดแย้ง
ดูคำตอบ
การก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศที่รู้จักกันในชื่อ UN
to reaffirm faith in fundamental human rights.
1:03เพื่อยืนยันความเชื่อมั่นในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
gives as one of its purposes to reaffirm: โครงสร้างทางการแบบยาวที่ใช้บอกจุดประสงค์
ความสัมพันธ์พื้นฐานคือ gives [to reaffirm faith in fundamental human rights] as one of its purposes แม้ว่าในต้นฉบับจะวาง as one of its purposes ไว้ก่อน to-infinitive ก็ตาม วลี to reaffirm faith in fundamental human rights เป็นส่วนที่บอกจุดประสงค์จริง ส่วน as one of its purposes ระบุว่าการกระทำนั้นเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลายข้อของสนธิสัญญา Its หมายถึง the treaty การเรียบเรียงใหม่แบบปัจจุบันที่ชัดเจนกว่าคือ One of the treaty's purposes is to reaffirm faith in fundamental human rights. เมื่ออ่านร้อยแก้วแบบเป็นทางการ ให้เชื่อม gives เข้ากับ to-infinitive ที่ตามมาภายหลัง แทนที่จะคิดว่าความหมายจบลงที่ purposes
แบบฝึกหัด
การตีความใดเชื่อมส่วนต่าง ๆ ของ gives as one of its purposes to reaffirm ได้ถูกต้อง
- หมายความว่า UN ไม่ใช่สนธิสัญญา เป็นผู้มีจุดประสงค์ที่จะยืนยันสิทธิมนุษยชนอีกครั้ง
- หมายความว่า สนธิสัญญาได้ทำจุดประสงค์ทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว
- หมายความว่า การยืนยันศรัทธาในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอีกครั้งเป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของสนธิสัญญา
ดูคำตอบ
หมายความว่า การยืนยันศรัทธาในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอีกครั้งเป็นหนึ่งในจุดประสงค์ของสนธิสัญญา
in 1948 the UN General Assembly adopted the Universal Declaration of Human Rights. วัฒนธรรม
1:09ในปี 1948 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
adopted the Universal Declaration of Human Rights: การรับรองอย่างเป็นทางการ
ในที่นี้ adopted หมายถึงสถาบันยอมรับและอนุมัติข้อความอย่างเป็นทางการผ่านกระบวนการตัดสินใจ ประโยคนี้บอกว่าสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นทางการในปี 1948 เมื่อกรรมของ adopt เป็นเอกสารของสถาบัน กรรมนั้นจะบอกว่าสิ่งใดได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นรูปแบบเดียวกับ adopt a resolution หรือ adopt a policy
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ adopted ในความหมายว่า “ยอมรับอย่างเป็นทางการผ่านการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ”?
- The city council adopted the new safety code after the final vote.
- The research team adopted a more cautious approach.
- The family adopted a child last year.
ดูคำตอบ
The city council adopted the new safety code after the final vote.
written by an international committee chaired by Eleanor Roosevelt, ไวยากรณ์
1:16เขียนโดยคณะกรรมการระหว่างประเทศซึ่งมี Eleanor Roosevelt เป็นประธาน
written by ... chaired by ...: วลี past participle ที่ซ้อนกัน
written by an international committee เป็นวลี past participle ที่เพิ่มข้อมูลแบบถูกกระทำเกี่ยวกับเอกสาร กล่าวคือ คณะกรรมการนานาชาติเป็นผู้เขียน ส่วน chaired by Eleanor Roosevelt ก็เป็นวลี past participle อีกวลีหนึ่ง และเนื่องจากอยู่ถัดจาก committee โดยตรง จึงขยายคณะกรรมการนั้น กล่าวคือ Eleanor Roosevelt เป็นประธานคณะกรรมการ ในที่นี้ chair เป็นคำกริยาหมายถึง “เป็นประธาน” หรือ “ทำหน้าที่ประธาน” สามารถคลี่ความสัมพันธ์ได้ว่า คณะกรรมการนานาชาติเขียนเอกสาร และ Eleanor Roosevelt เป็นประธานคณะกรรมการนั้น โครงสร้างซ้อนเดิมช่วยให้ภาษาเขียนแบบเป็นทางการเพิ่มข้อมูลพื้นหลังสองชั้นได้โดยไม่ต้องเขียนทั้งสองความสัมพันธ์เป็นอนุประโยคเต็ม
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ วลี past participle แต่ละวลีขยายอะไร?
- written by an international committee ขยายเอกสาร ส่วน chaired by Eleanor Roosevelt ขยายคณะกรรมการ
- written by an international committee ขยาย Eleanor Roosevelt ส่วน chaired by Eleanor Roosevelt ขยายเอกสาร
- ทั้งสองวลีขยาย Eleanor Roosevelt
ดูคำตอบ
written by an international committee ขยายเอกสาร ส่วน chaired by Eleanor Roosevelt ขยายคณะกรรมการ
lays the basis for modern international human rights law. วลี
1:20เป็นการวางรากฐานสำหรับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศสมัยใหม่
lay the basis for: วางรากฐานสำหรับการพัฒนาในภายหลัง
โครงสร้าง lay the basis for + คำนาม หมายถึงการสร้างแนวคิด เงื่อนไข หรือกรอบพื้นฐานที่ทำให้การพัฒนาในภายหลังเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ lays แสดงว่าปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานที่กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศสมัยใหม่พัฒนาต่อยอดขึ้นมา เลือกใช้รูปของ lay ให้ตรงกับประธานและเวลา ได้แก่ lay, lays หรือ laid คำนามหลัง for ระบุระบบ ผลลัพธ์ หรือพัฒนาการในภายหลังที่ตั้งอยู่บนรากฐานนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ lay the basis for: Her early experiments ____ the later invention.
ดูคำตอบ
laid the basis for
is based on the principle that: ระบุแนวคิดที่ใช้เป็นหลักนำทาง
โครงสร้าง be based on the principle that + อนุประโยค บอกว่ากฎ ระบบ การตัดสินใจ หรือข้อโต้แย้งตั้งอยู่บนแนวคิดที่ใช้เป็นหลักนำทาง อนุประโยคหลัง that ระบุเนื้อหาของหลักการนั้นอย่างครบถ้วน ในประโยคนี้ หลักการคือมนุษย์ทุกคนเกิดมาอย่างเสรีและเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีและสิทธิ ใน is based คำว่า based เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกรรมวาจกที่ใช้คู่กับ on สำนวนนี้กล่าวถึงพื้นฐานเชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย is based on the principle that: Our review process ____ every applicant deserves equal consideration.
ดูคำตอบ
is based on the principle that
are born free and equal: เสรีภาพและความเท่าเทียมที่มีมาแต่กำเนิด
ใน are born free and equal คำว่า born หมายถึง “ตั้งแต่เกิด” ส่วน free และ equal บอกสถานะที่ติดตัวมนุษย์มา ข้อความนี้กล่าวว่ามนุษย์ทุกคนมีเสรีภาพและสถานะที่เท่าเทียมกันเพียงเพราะเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพราะผู้มีอำนาจมอบให้ในภายหลัง วลี in dignity and rights ที่ตามมาระบุว่าความเท่าเทียมนี้อยู่ในด้านใด ข้อความไม่ได้อ้างว่าทุกคนมีความสามารถ ประสบการณ์ หรือผลลัพธ์ในชีวิตเหมือนกันทุกประการ
แบบฝึกหัด
are born free and equal ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ทุกคนเกิดมาพร้อมความสามารถและผลลัพธ์ในชีวิตที่เหมือนกันทุกประการ
- การคลอดทุกครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน
- ทุกคนมีเสรีภาพและสถานะที่เท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีและสิทธิตั้งแต่เกิด
ดูคำตอบ
ทุกคนมีเสรีภาพและสถานะที่เท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีและสิทธิตั้งแต่เกิด
the principle of non-discrimination and the right to life and liberty. การใช้คำ
1:35หลักการไม่เลือกปฏิบัติ และสิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ
among other things: ใช้บอกว่ารายการยังไม่ครบทั้งหมด
among other things เป็นวลีแทรกที่บอกว่ารายการที่กล่าวมายังไม่ครบทั้งหมด วลีนี้บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่าสิ่งที่ระบุเป็นเพียงตัวอย่างจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า และยังมีสิ่งอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าหลักการไม่เลือกปฏิบัติและสิทธิในชีวิตและเสรีภาพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่บทบัญญัติ 30 ข้อรับรอง คำว่า things อาจหมายถึงหัวข้อ หลักการ การกระทำ หรือเรื่องอื่น ๆ โดยกว้าง ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้เท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแทรกสามคำที่บอกว่ารายการยังไม่ครบทั้งหมด: The handbook explains, ____, how to report a problem and request a review.
ดูคำตอบ
among other things
principle of non-discrimination: หลักการไม่เลือกปฏิบัติ
ในสำนวนทางกฎหมายและนโยบายนี้ principle of non-discrimination หมายถึงหลักที่ว่าบุคคลต้องไม่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพราะลักษณะที่ได้รับความคุ้มครอง เช่น เชื้อชาติ เพศ ศาสนา หรือสถานะอื่น คำเติมหน้า non- หมายถึงการปฏิเสธหรือการไม่มี เมื่อนำมารวมกับ discrimination จึงกลายเป็นชื่อมาตรฐานอย่างเป็นทางการสำหรับกฎหมาย นโยบาย และการตัดสินใจของสถาบัน ไม่ใช่เพียงความต้องการส่วนบุคคลที่จะปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างมีน้ำใจ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย principle of non-discrimination ในกฎหมายหรือนโยบายได้ถูกต้องที่สุด
- หลักนี้ห้ามการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยอาศัยลักษณะที่ได้รับความคุ้มครอง
- หลักนี้กำหนดให้ทุกคนได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกันทุกประการในทุกสถานการณ์
- หลักนี้หมายความว่าบุคคลไม่ควรมีความชอบส่วนตัวใด ๆ
ดูคำตอบ
หลักนี้ห้ามการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยอาศัยลักษณะที่ได้รับความคุ้มครอง
the right to life and liberty: สิทธิในชีวิตและเสรีภาพ
ในสำนวนที่ใช้แจกแจงสิทธิอย่างเป็นทางการนี้ the right to life and liberty ระบุสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองสองประการ คำบุพบท to นำหน้าสิ่งที่สิทธินั้นเกี่ยวข้องด้วย และเชื่อมกับคำนามที่วางคู่กันทั้ง life และ liberty Liberty เป็นคำทางกฎหมายและการเมืองอย่างเป็นทางการ หมายถึงเสรีภาพส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง โดยเฉพาะเสรีภาพจากการควบคุมโดยพลการ ไม่ได้หมายถึงการได้รับอนุญาตให้ละเลยกฎหมายทั้งหมดหรือสิทธิของผู้อื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำที่เรียนในคำอธิบายนี้สำหรับระบุสิทธิ: The charter protects everyone's ____ life and liberty.
ดูคำตอบ
right to
negative freedoms เทียบกับ positive freedoms
ในปรัชญาการเมือง negative freedoms คือเสรีภาพจากการแทรกแซง การบีบบังคับ หรืออันตราย ส่วน positive freedoms เกี่ยวข้องกับการมีความสามารถ โอกาส หรือเงื่อนไขที่จะลงมือทำและตัดสินใจเลือก ในที่นี้ negative และ positive เป็นคำที่ใช้แบ่งประเภท ไม่ใช่คำตัดสินว่า “ไม่ดี” กับ “ดี” และไม่ได้หมายถึงอารมณ์แบบมองโลกในแง่ร้ายกับมองโลกในแง่ดี วิธีทดสอบที่เป็นประโยชน์เวลาอ่านคือ สิทธินั้นปกป้องบุคคลจากการแทรกแซง หรือทำให้บุคคลสามารถลงมือทำได้
แบบฝึกหัด
ข้อความใดใช้ศัพท์ทางปรัชญาการเมืองเหล่านี้ได้ถูกต้อง
- Negative freedoms เป็นสิทธิที่ก่อให้เกิดอันตราย ส่วน positive freedoms เป็นสิทธิที่ให้ประโยชน์
- Negative freedoms ใช้อธิบายคนที่มองโลกในแง่ร้าย ส่วน positive freedoms ใช้อธิบายคนที่มองโลกในแง่ดี
- Negative freedoms เกี่ยวข้องกับการได้รับความคุ้มครองจากการแทรกแซงหรืออันตราย ส่วน positive freedoms เกี่ยวข้องกับความสามารถหรือโอกาสในการลงมือทำ
ดูคำตอบ
Negative freedoms เกี่ยวข้องกับการได้รับความคุ้มครองจากการแทรกแซงหรืออันตราย ส่วน positive freedoms เกี่ยวข้องกับความสามารถหรือโอกาสในการลงมือทำ
freedom from ... กับ freedom of ...
Freedom from + คำนาม ใช้ระบุสิ่งที่บุคคลไม่ควรต้องทนรับหรือถูกสิ่งนั้นควบคุม ในประโยคนี้ freedom from torture or slavery หมายถึงการได้รับความคุ้มครองจากอันตรายเหล่านั้น ในภาษาที่ใช้กล่าวถึงสิทธิ freedom of + คำนาม มักใช้ระบุกิจกรรม ทางเลือก หรือขอบเขตที่บุคคลสามารถใช้เสรีภาพได้ Freedom of movement and residence คือสิทธิในการเดินทางและเลือกว่าจะอาศัยอยู่ที่ใด คำบุพบทแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคำนามกับ freedom ดังนั้น from และ of จึงใช้แทนกันไม่ได้ในที่นี้
แบบฝึกหัด
ใช้ from เมื่อหมายถึงการได้รับความคุ้มครองจากบางสิ่ง และใช้ of เมื่อหมายถึงขอบเขตของการกระทำ เติมประโยคให้สมบูรณ์: People deserve freedom ____ fear and freedom ____ expression.
ดูคำตอบ
from · of
such as freedom of expression, religion, or peaceful assembly, การใช้คำ
1:52เช่น เสรีภาพในการแสดงออก ศาสนา หรือการชุมนุมอย่างสันติ
encompasses basic civil and political rights: การกำหนดขอบเขต
ในประโยคนี้ encompasses หมายถึง “รวมอยู่ภายในขอบเขตของสิ่งนั้น” สิ่งที่ It อ้างถึงเป็นกรอบใหญ่ซึ่งรวมหมวด basic civil and political rights ไว้ด้วย คำกริยานี้ไม่ได้อธิบายขอบเขตทางกายภาพ โครงสร้าง A encompasses B แสดงให้ A เป็นภาพรวมขนาดใหญ่ และ B เป็นเนื้อหาหรือหมวดหมู่ที่อยู่ภายในขอบเขตนั้น ใช้เพื่อระบุว่ากฎหมาย แผนงาน งานศึกษา หรือแนวคิดครอบคลุมอะไรบ้าง
แบบฝึกหัด
เลือกคำกริยาที่เหมาะที่สุดสำหรับข้อความทางการที่หมายความว่าการทบทวนรวมทุกด้านเหล่านี้ไว้: The review ___ cost, safety, and environmental impact.
- surrounds
- encompasses
- performs
ดูคำตอบ
encompasses
freedom of expression, religion, or peaceful assembly: โครงสร้างขนานที่ใช้ freedom of ร่วมกัน
วลีนี้ระบุสิทธิ 3 ประการ ได้แก่ freedom of expression, freedom of religion และ freedom of peaceful assembly ในที่นี้ expression หมายถึงการสื่อสารความคิดและข้อมูล freedom of religion เกี่ยวกับการเลือก เปลี่ยน หรือนับถือศาสนาหรือความเชื่อ และ peaceful assembly หมายถึงการรวมตัวกับผู้อื่นอย่างสงบ ในรายการแบบกระชับนี้ freedom of เขียนเพียงครั้งเดียว แต่เข้าใจว่ามีอยู่หน้า religion และ peaceful assembly ด้วย โครงสร้างร่วมนี้ช่วยเลี่ยงการกล่าวซ้ำ พร้อมทั้งทำให้ทั้งสามรายการอยู่ภายใต้แนวคิดเรื่องเสรีภาพเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย freedom of expression, religion, or peaceful assembly ได้ถูกต้อง
- สิทธิในการสื่อสารความคิด เลือกหรือนับถือศาสนา และรวมตัวกันอย่างสงบ
- สิทธิในการแสดงอารมณ์ทางใบหน้า เป็นเจ้าของอาคารทางศาสนา และเข้าร่วมฝูงชนใดก็ได้
- สิทธิเพียงอย่างเดียวที่ใช้ได้เฉพาะระหว่างการประชุมทางศาสนา
ดูคำตอบ
สิทธิในการสื่อสารความคิด เลือกหรือนับถือศาสนา และรวมตัวกันอย่างสงบ
as well as social, economic, and cultural rights, การใช้คำ
1:56เช่นเดียวกับสิทธิทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
สิทธิทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
วลี social, economic, and cultural rights เป็นชื่อหมวดสิทธิอย่างเป็นทางการในกฎหมายและนโยบายสิทธิมนุษยชน หมวดนี้มักได้รับการอภิปรายร่วมกับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง พร้อมทั้งแยกความแตกต่างจากสิทธิเหล่านั้น คำคุณศัพท์ที่เชื่อมกันทั้งสามคำขยายคำว่า rights หมวดนี้ครอบคลุมด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา การทำงาน ความมั่นคงทางสังคม สุขภาพ และการมีส่วนร่วมในชีวิตทางวัฒนธรรม สิทธิทางวัฒนธรรมมีขอบเขตกว้างกว่าศิลปะหรือความบันเทิง โดยอาจรวมถึงการมีส่วนร่วมในชีวิตทางวัฒนธรรมและการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับสิทธิทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมมากที่สุด
- สิทธิที่จำกัดอยู่เพียงการลงคะแนนเสียง การเลือกตั้ง และการพิจารณาคดีอาญา
- สิทธิที่เกี่ยวข้องกับด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา การทำงาน ความมั่นคงทางสังคม สุขภาพ และการมีส่วนร่วมในชีวิตทางวัฒนธรรม
- สิทธิที่จำกัดอยู่เพียงการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และการชมการแสดง
ดูคำตอบ
สิทธิที่เกี่ยวข้องกับด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา การทำงาน ความมั่นคงทางสังคม สุขภาพ และการมีส่วนร่วมในชีวิตทางวัฒนธรรม
and the right to freely choose one's occupation and be paid and treated fairly.
2:00และสิทธิในการเลือกอาชีพอย่างเสรี ได้รับค่าจ้างและได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
สิทธิในการศึกษา... เลือกอาชีพ... ได้รับค่าตอบแทนและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
ประโยคนี้เชื่อมการใช้ right to สองแบบเข้าด้วยกัน ใน the right to education คำว่า to ตามด้วยคำนาม education ส่วนใน the right to freely choose one's occupation ... คำว่า to นำหน้าวลีกริยารูป infinitive ภายในสิทธิข้อที่สอง freely ขยาย choose วลีกริยา freely choose one's occupation และ be paid and treated fairly เชื่อมกันอยู่ภายใต้ right เดียวกัน ใน be paid and treated fairly คำว่า be ใช้ร่วมกันกับรูป passive paid และ treated ส่วน fairly หมายถึง “อย่างเป็นธรรม” ไม่ใช่ “ในระดับหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบ right to + วลีกริยาที่เชื่อมแบบขนานกันได้ถูกต้องและมีรูป passive อยู่ด้วย
- People have the right to choose their occupation freely and be paid and treated fairly.
- People have the right for choose their occupation freely and be paying and treating fairly.
- People have the right to choosing their occupation freely and paid and treated fairly.
ดูคำตอบ
People have the right to choose their occupation freely and be paid and treated fairly.
insisting on their universality, indivisibility, and interdependence. การใช้คำ
2:10โดยยืนยันถึงความเป็นสากล การแบ่งแยกไม่ได้ และการพึ่งพาอาศัยกัน
takes no sides as to...: ปฏิเสธการจัดอันดับตัวเลือก
takes no sides หมายความว่าปฏิญญาไม่ได้สนับสนุนจุดยืนหนึ่งเหนืออีกจุดยืนหนึ่ง โครงสร้าง as to + อนุประโยคคำถามระบุประเด็นเฉพาะที่ปฏิญญาวางตัวเป็นกลาง นั่นคือสิทธิใดควรได้รับการจัดอันดับว่าสำคัญกว่า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเริ่มจากการปฏิเสธการจัดลำดับสิทธิ จากนั้นวลี participle ที่ตามมา คือ insisting on... จะให้หลักการที่รองรับจุดยืนนั้น ประโยคจึงเคลื่อนจากการปฏิเสธลำดับชั้นไปสู่การเสนอวิธีมองสิทธิแบบอื่น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “วางตัวเป็นกลางเกี่ยวกับ” ให้สมบูรณ์: The review ____ which plan is better.
ดูคำตอบ
takes no sides as to
universality, indivisibility, and interdependence: หลักการสามประการเกี่ยวกับสิทธิ
คำนามนามธรรมสามคำนี้ใช้เรียกหลักการที่แตกต่างกัน universality หมายถึงสิทธิใช้ได้กับทุกคน indivisibility หมายถึงสิทธิต่าง ๆ ประกอบกันเป็นองค์รวมและไม่ควรถูกแยกจนบางสิทธิสามารถถูกละเลยได้ง่าย ๆ ส่วน interdependence หมายถึงการได้รับหรือสูญเสียสิทธิหนึ่งอาจส่งผลต่อสิทธิอื่น เมื่อใช้ร่วมกัน รายการนี้อธิบายว่าเหตุใดจึงไม่จัดอันดับสิทธิ Their ขยายคำนามที่เชื่อมกันทั้งสามคำ และนามวลีทั้งหมดเติมเต็ม insisting on โดยรวบหลักการเหล่านี้ไว้ในรูปแบบที่กระชับและเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับ universality, indivisibility และ interdependence ตามลำดับอย่างถูกต้อง
- สิทธิต้องถูกจัดอันดับ สิทธิเป็นของพลเมืองเท่านั้น และสิทธิไม่ส่งผลต่อกันเลย
- สิทธิใช้ได้กับทุกคน ไม่ควรถูกแบ่งเป็นส่วนที่ละทิ้งได้ และสิทธิต่าง ๆ ส่งผลซึ่งกันและกัน
- สิทธิทุกอย่างเหมือนกัน สิทธิสามารถถูกระงับได้อย่างเสรี และสิทธิขึ้นอยู่กับรัฐบาลเท่านั้น
ดูคำตอบ
สิทธิใช้ได้กับทุกคน ไม่ควรถูกแบ่งเป็นส่วนที่ละทิ้งได้ และสิทธิต่าง ๆ ส่งผลซึ่งกันและกัน
deepening and expanding our understanding of what human rights are
2:18ทำให้ความเข้าใจของเราลึกซึ้งและกว้างขึ้นว่าสิทธิมนุษยชนคืออะไร
has grown, deepening and expanding: การพัฒนาและผลที่ตามมา
has grown เป็นกริยาหลักที่แสดงกาล Present perfect แสดงว่าการพัฒนานี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนปัจจุบันและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน deepening and expanding เป็นอนุประโยค -ing ที่คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค และอธิบายผลจากการพัฒนาดังกล่าว คำกริยารูป participle ทั้งสองใช้ our understanding เป็นกรรมร่วมกัน ไม่ใช่กริยาหลักที่แสดงกาลอีกสองคำ
แบบฝึกหัด
ข้อใดวิเคราะห์โครงสร้าง has grown, deepening and expanding ในประโยคได้ถูกต้องที่สุด
- has grown เป็นกริยาหลักที่แสดงกาล ส่วนรูป -ing สองรูปอธิบายผลจากการเติบโต
- deepening and expanding เป็นคำคุณศัพท์ทั่วไปที่ขยาย law โดยตรง
- ทั้งสามรูปเป็นกริยาหลักแยกกันและแต่ละรูปมีกาลของตนเอง
ดูคำตอบ
has grown เป็นกริยาหลักที่แสดงกาล ส่วนรูป -ing สองรูปอธิบายผลจากการเติบโต
then why are human rights abused and ignored time and time again all over the world? สำนวน
2:27แล้วทำไมสิทธิมนุษยชนจึงถูกละเมิดและเพิกเฉยซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั่วโลก?
So if ... then why ...?: การตั้งประเด็นความขัดแย้ง
So if ... then why ...? เป็นโครงสร้างที่ยอมรับข้อสมมติหนึ่งเพื่อใช้ในการให้เหตุผล แล้วถามทันทีถึงข้อเท็จจริงที่ดูขัดแย้งกับข้อสมมตินั้น อนุประโยค if ในที่นี้ไม่ได้เน้นความไม่แน่นอน แต่ตั้งข้อกล่าวอ้างว่าหลักการเหล่านี้ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างดีขึ้นมาเพื่อทดสอบกับความเป็นจริง So เชื่อมคำถามเข้ากับการอภิปรายก่อนหน้า ส่วน then why ดึงความสนใจไปยังความขัดแย้งที่ต้องอธิบาย โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังไปยังประเด็นถัดไปในการให้เหตุผล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ So if ... then why ... เพื่อชี้ให้เห็นความขัดแย้ง
- So the safety checks are effective, but the same failures keep occurring.
- If the safety checks are effective, the system will block the attack.
- So if the safety checks are effective, then why do the same failures keep occurring?
ดูคำตอบ
So if the safety checks are effective, then why do the same failures keep occurring?
time and time again: การเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
time and time again เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” หรือ “ครั้งแล้วครั้งเล่า” สำนวนนี้นำเสนอสิ่งหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่ได้หมายถึง “ช่วงเวลา” หลายช่วงตามตัวอักษร ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเน้นว่าสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดและเพิกเฉยซ้ำ ๆ ทั่วโลก เมื่อเทียบกับการใช้ again เพียงคำเดียว สำนวนนี้เน้นได้หนักแน่นกว่าและอาจสื่อถึงความคับข้องใจ ความกังวล หรือการวิพากษ์วิจารณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”: The same safety warning was ignored ____.
ดูคำตอบ
time and time again
to universally enforce these rights or to punish transgressors. การใช้คำ
2:38ที่จะบังคับใช้สิทธิเหล่านี้ในระดับสากลหรือลงโทษผู้ละเมิด
it is not at all easy to...: เน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่าเป็นเรื่องยาก
it is not at all easy to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการทำบางสิ่งเป็นเรื่องยากมาก at all ช่วยเน้นคำปฏิเสธ not ดังนั้นวลีนี้จึงเน้นหนักกว่า it is not easy to it เป็นประธานชั่วคราว ส่วน to-infinitive ระบุการกระทำที่ทำได้ยาก ในตัวอย่าง โครงสร้าง infinitive ครอบคลุมการกระทำที่เชื่อมกันสองอย่าง ได้แก่ to universally enforce these rights และ to punish transgressors
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำที่หายไปเพื่อให้ได้วลีเน้นย้ำที่สมบูรณ์: It is not ____ easy to repair a damaged reputation.
ดูคำตอบ
at all
universally enforce these rights: บังคับใช้สิทธิเหล่านี้อย่างทั่วถึงทั่วโลก
ในภาษากฎหมายและนโยบาย enforce these rights หมายถึงการใช้กฎหมาย ศาล สถาบัน หรืออำนาจอื่นเพื่อให้มีการเคารพสิทธิเหล่านั้นจริง ๆ กรรมของกริยาคือ rights โดย enforce ไม่ได้หมายถึง “บังคับสิทธิ” Universally บอกขอบเขตของการกระทำ หมายถึงการบังคับใช้สิทธิในทุกประเทศ เขตอำนาจศาล หรือกรณีที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงการยอมรับสิทธิตามหลักการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้การคุ้มครองทางกฎหมายเหล่านี้มีผลจริงในทุกแห่ง”: No single institution can ____.
ดูคำตอบ
universally enforce these rights
to punish transgressors: ลงโทษผู้ที่ละเมิดขอบเขต
to punish transgressors หมายถึงการลงโทษผู้ที่ก้าวข้ามขอบเขตทางกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือศีลธรรม คำว่า transgressor มาจาก transgress ซึ่งหมายถึง “ละเมิดกฎหรือก้าวข้ามขอบเขต” ในประโยคนี้ to punish เป็นรูป infinitive ที่ระบุการกระทำหนึ่งที่อาจเกิดขึ้น และ or เชื่อมให้ขนานกับ to universally enforce คำนาม transgressors ทำให้ถ้อยคำเป็นทางการและมีความหมายกว้าง แทนที่จะระบุผู้กระทำผิดประเภทเดียวโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย transgressors ในสำนวนทางการ “to punish transgressors” ได้ดีที่สุด
- ผู้ที่สร้างและอนุมัติกฎใหม่
- ผู้ที่เดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
- ผู้ที่ละเมิดกฎหมาย กฎ หรือขอบเขตทางศีลธรรม
ดูคำตอบ
ผู้ที่ละเมิดกฎหมาย กฎ หรือขอบเขตทางศีลธรรม
despite being ...: ใช้ despite + รูป -ing เพื่อแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกัน
despite ใช้แสดงความยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับสิ่งที่จะกล่าวต่อไป ในที่นี้ผู้พูดยอมรับว่า UDHR มีอำนาจน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับอย่างสูง แต่ประโยคหลักระบุข้อจำกัดที่อาจผิดจากความคาดหมายว่าเอกสารนี้เป็นปฏิญญา ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลผูกพัน Despite เป็นคำบุพบท ในประโยคนี้ตามด้วยวลี -ing คือ being highly authoritative and respected ซึ่งมี The UDHR itself เป็นประธานโดยนัย หลัง despite ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาผันของตนเองโดยตรง
แบบฝึกหัด
เขียนอนุประโยคเปิดใหม่โดยใช้ despite และรูป -ing ของ be: Although it is widely respected, the organization has no legal authority. Despite ____ widely respected, the organization has no legal authority.
ดูคำตอบ
being
not a hard law: ผลผูกพันทางกฎหมาย ไม่ใช่ความยาก
hard law เป็นศัพท์เฉพาะในกฎหมายระหว่างประเทศ ธรรมาภิบาล และนโยบาย หมายถึงกฎหรือเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ก่อให้เกิดหน้าที่อย่างเป็นทางการ และนำไปใช้ผ่านสถาบันทางกฎหมายได้ ในประโยคนี้ not a hard law หมายความว่า UDHR ไม่ได้เป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันประเภทนั้นด้วยตัวมันเอง hard ในที่นี้อธิบายประเภทของผลทางกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนั้นเข้าใจยากหรือรุนแรง ปฏิญญายังคงมีอำนาจน่าเชื่อถือและอิทธิพลได้แม้ไม่ใช่ hard law
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายด้านนโยบาย The declaration is not hard law หมายความว่าอย่างไร?
- ปฏิญญานี้กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงเป็นพิเศษ
- ปฏิญญานี้มีอิทธิพล แต่ตัวมันเองไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายแบบ hard law
- ปฏิญญานี้เป็นกฎหมายที่เข้าใจยากผิดปกติ
ดูคำตอบ
ปฏิญญานี้มีอิทธิพล แต่ตัวมันเองไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายแบบ hard law
the mechanisms to address those violations are weak. การใช้คำ
2:52กลไกในการจัดการกับการละเมิดเหล่านั้นจึงอ่อนแอ
กลไกในการจัดการกับการละเมิดเหล่านั้น
ในภาษาอังกฤษเชิงนโยบายและองค์กร mechanism หมายถึงระบบ ขั้นตอน กฎ หรือแนวทางที่จัดไว้อย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง ในที่นี้ คำนามพหูพจน์ mechanisms หมายถึงวิธีการอย่างเป็นทางการที่ใช้ตอบสนองต่อการละเมิด ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนเครื่องจักร วลี infinitive to address those violations บอกจุดประสงค์ของกลไกเหล่านั้น address ในที่นี้เป็นคำกริยาที่หมายถึงจัดการหรือดำเนินการตอบสนอง ไม่ได้หมายความว่าการละเมิดจะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์เสมอไป ส่วน those violations หมายถึงการละเมิดของประเทศต่าง ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
“the mechanisms to address those violations” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- เครื่องจักรที่รับประกันว่าการละเมิดทุกอย่างจะหายไป
- ขั้นตอนที่จัดไว้อย่างเป็นระบบหรือการจัดการเชิงสถาบันเพื่อรับมือกับการละเมิด
- ที่อยู่ไปรษณีย์ที่แสดงว่าการละเมิดเกิดขึ้นที่ใด
ดูคำตอบ
ขั้นตอนที่จัดไว้อย่างเป็นระบบหรือการจัดการเชิงสถาบันเพื่อรับมือกับการละเมิด
the main bodies within the UN in charge of protecting human rights โน้ต
2:56หน่วยงานหลักใน UN ที่รับผิดชอบในการปกป้องสิทธิมนุษยชน
main bodies within the UN: body ในความหมายว่าองค์กร
ในภาษาอังกฤษเชิงสถาบันแบบเป็นทางการ body อาจหมายถึงองค์กร คณะกรรมการ หรือกลุ่มอื่นที่มีหน้าที่อย่างเป็นทางการ ในที่นี้ bodies เป็นรูปพหูพจน์ ดังนั้น main bodies within the UN จึงหมายถึงสถาบันหรือหน่วยงานหลักในระบบสหประชาชาติ ไม่ได้หมายถึงร่างกายของมนุษย์ within the UN ระบุองค์กรขนาดใหญ่ที่หน่วยงานเหล่านี้สังกัดอยู่ ความหมายนี้ยังพบในวลีอย่าง governing body และ regulatory body
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ body ในความหมายเดียวกับ “main bodies within the UN”?
- The body of the email explains the decision.
- Regular exercise keeps the body healthy.
- The commission is an independent body that reviews complaints.
ดูคำตอบ
The commission is an independent body that reviews complaints.
in charge of protecting: การระบุหน้าที่รับผิดชอบ
in charge of หมายถึง “รับผิดชอบ” หรือ “มีหน้าที่รับผิดชอบ” ในที่นี้ in charge of protecting ขยายความ the main bodies และบอกว่าการคุ้มครองเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทของหน่วยงานเหล่านั้น of เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้าตามด้วยคำกริยา ต้องใช้รูป -ing ตามโครงสร้าง in charge of + คำนามหรือรูป -ing ความสัมพันธ์ในวลีนี้สามารถขยายเป็น bodies that are in charge of protecting human rights ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “รับผิดชอบ”:The team is ____ protecting customer data.
ดูคำตอบ
in charge of
monitor and investigate violations: การกำกับดูแลและค้นหาข้อเท็จจริง
monitor และ investigate เป็นคำกริยาที่เชื่อมกันและใช้กรรมร่วมกันคือ violations โดย monitor หมายถึงการเฝ้าดู บันทึก หรือตรวจสอบการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน investigate หมายถึงการตรวจสอบกรณีเฉพาะและรวบรวมหลักฐานเพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้น ในภาษาขององค์กร การกระทำเหล่านี้หมายถึงการกำกับดูแลและการค้นหาข้อเท็จจริง ไม่ได้หมายถึง enforce การบังคับให้ปฏิบัติตาม หรือการลงโทษโดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าหน่วยงานทำอะไรเมื่อ monitor and investigate violations?
- สั่งให้ทุกรัฐบาลปฏิบัติตามโดยอัตโนมัติและกำหนดบทลงโทษ
- ติดตามปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวบรวมหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริง
- เพียงสังเกตเห็นเหตุการณ์หนึ่งแล้วไม่ดำเนินการใดต่อ
ดูคำตอบ
ติดตามปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวบรวมหลักฐานเพื่อหาข้อเท็จจริง
force states to: โครงสร้าง force + กรรม + to
โครงสร้าง force + คนหรือองค์กร + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการทำให้คนหรือองค์กรนั้นลงมือทำ โดยปกติแทบไม่มีอิสระในการเลือก ในประโยคนี้ states เป็นกรรมของ force และ to นำหน้ากริยารูปพื้นฐานทั้ง change และ compensate ในบริบทการเมืองระหว่างประเทศนี้ states หมายถึงประเทศที่มีอธิปไตย ส่วน say ที่แทรกอยู่หมายถึง “ตัวอย่างเช่น” และไม่ได้ทำให้โครงสร้าง force + กรรม + to ขาดออกจากกัน ประโยคนี้กล่าวถึงการไม่มีอำนาจบังคับให้ประเทศต่าง ๆ ลงมือทำ ไม่ใช่เพียงการไม่สามารถขอให้พวกเขาทำได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ force, factories และโครงสร้าง force + กรรม + to: New safety rules may ____ install better ventilation.
ดูคำตอบ
force factories to
compensate a victim: ระบุผู้รับค่าชดเชยโดยตรง
Compensate a victim หมายถึงการให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ที่ได้รับอันตราย ความสูญเสีย หรือการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม compensate เป็นคำทางการและใช้บ่อยในบริบทด้านกฎหมาย ประกันภัย สถานที่ทำงาน และอุบัติเหตุ ผู้รับค่าชดเชยสามารถวางต่อจากกริยาได้โดยตรง: compensate someone หากต้องการระบุความเสียหายหรือค่าใช้จ่าย ให้ใช้ compensate someone for something เช่น compensate a victim for medical expenses
แบบฝึกหัด
เติมประโยคอดีตกาลให้สมบูรณ์โดยใช้ compensated, residents และ for: After the chemical spill, the company ____ the damage.
ดูคำตอบ
compensated residents for
a given: สิ่งที่ถือว่าแน่นอนอยู่แล้ว
ในประโยคนี้ a given เป็นนามวลีนับได้ หมายถึงข้อเท็จจริงหรือเงื่อนไขที่ผู้คนสันนิษฐานว่าแน่นอนและไม่คิดว่าจำเป็นต้องตั้งคำถาม ใน consider human rights a given นั้น human rights เป็นกรรม และ a given เป็นส่วนเติมเต็มกรรม ซึ่งบอกว่าสิทธิมนุษยชนถูกมองว่าเป็นอะไร ผู้พูดปฏิเสธข้อสันนิษฐานดังกล่าว เมื่อผลประโยชน์ของรัฐที่ทรงอำนาจสามารถกำหนดเหตุการณ์ได้ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนก็ไม่อาจถูกมองว่ามีหลักประกันแน่นอนโดยอัตโนมัติ given ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ถูกจัดหาให้หรือถูกมอบให้ใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: In emergency planning, reliable electricity cannot be treated as ____.
ดูคำตอบ
a given
state interests wield so much power: ผลประโยชน์ของรัฐใช้อิทธิพลอย่างมาก
State interests หมายถึงลำดับความสำคัญและเป้าหมายที่รัฐชาติพยายามผลักดัน ไม่ใช่ state ในความหมายว่า “สภาวะ” วลีนี้ทำให้ผลประโยชน์ดังกล่าวดูเป็นพลังที่ลงมือกำหนดการตัดสินใจและเหตุการณ์ได้ Wield power หมายถึงการมีอำนาจและใช้อำนาจนั้นอย่างจริงจังเพื่อส่งผลต่อผลลัพธ์ เดิมที wield ใช้บรรยายการถือและใช้อาวุธหรือเครื่องมือ ดังนั้นเมื่อใช้เป็นอุปมาจึงเป็นทางการและหนักแน่นกว่าการพูดเพียงว่า have power
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากเหนือตลาดและใช้อิทธิพลนั้นอย่างจริงจัง
- A few large platforms rely on the market for most of their revenue.
- A few large platforms compete for a larger share of the market.
- A few large platforms wield enormous power over the market.
ดูคำตอบ
A few large platforms wield enormous power over the market.
Critics also question the universality of human rights การใช้คำ
3:17นักวิจารณ์ยังตั้งคำถามถึงความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน
question the universality of human rights: question ที่ใช้เป็นคำกริยา
question ในที่นี้เป็นสกรรมกริยา หมายถึงสงสัยหรือโต้แย้งว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง ถูกต้อง หรือมีเหตุผลรองรับหรือไม่ นักวิจารณ์ไม่ได้กำลังขอข้อมูล แต่กำลังโต้แย้งข้อกล่าวอ้างที่ว่าสิทธิมนุษยชนมีความเป็นสากล ในการอภิปรายแบบเป็นทางการ question สามารถตามด้วยแนวคิดที่ถูกตั้งข้อสงสัยเป็นกรรมได้โดยตรง เช่น question an assumption, question the evidence หรือ question the universality of a principle
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ question ในความหมายว่าโต้แย้งหรือสงสัยข้อกล่าวอ้าง?
- The committee questions the accuracy of the report.
- The committee answers a question about the report.
- The committee asks a question about the report.
ดูคำตอบ
The committee questions the accuracy of the report.
has been heavily guided by a small number of mostly Western nations, ไวยากรณ์
3:23ได้รับการชี้นำอย่างมากโดยประเทศส่วนน้อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติตะวันตก
has been heavily guided by: present perfect แบบกรรมวาจก
has been heavily guided by เป็นโครงสร้าง present perfect แบบกรรมวาจก: has been + กริยาช่องที่สาม ตามด้วย by + ผู้กระทำหรือแหล่งที่มาของอิทธิพล ประธาน their development เป็นฝ่ายที่ได้รับการชี้นำ ส่วน a small number of mostly Western nations คือแหล่งที่มาที่อยู่หลัง by ในประโยคนี้ present perfect แสดงว่าอิทธิพลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน หรือมีผลมาถึงปัจจุบัน heavily ในที่นี้หมายถึง “ในระดับมาก” ไม่ได้หมายถึงน้ำหนักทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูป present perfect แบบกรรมวาจกของ guide และคำวิเศษณ์บอกระดับ heavily: Since the project began, its design ____ feedback from users.
ดูคำตอบ
has been heavily guided by
to the detriment of inclusiveness: โดยส่งผลเสียต่อการเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม
to the detriment of + คำนาม หมายความว่า การกระทำหรือสถานการณ์ก่อนหน้าส่งผลเสียต่อสิ่งที่ระบุหลัง of วลีนี้นำเสนอความเสียหายนั้นว่าเป็นผลลัพธ์ด้านลบ และมักสื่อว่าการได้มาหรือให้ความสำคัญกับสิ่งหนึ่งต้องแลกกับอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ สิ่งที่ได้รับผลเสียคือ inclusiveness หรือการเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม วลีนี้เพิ่มการประเมินต่อข้อความก่อนหน้า กล่าวคือ การถูกชี้นำโดยกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้การมีส่วนร่วมในวงกว้างเกิดขึ้นได้ยากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีทางการที่มีความหมายว่า “โดยส่งผลเสียต่อ” ลงในประโยค: The shortcut saved time ____ accuracy.
ดูคำตอบ
to the detriment of
and of individual over collective or group's rights.
3:36และสิทธิส่วนบุคคลเหนือสิทธิส่วนรวมหรือสิทธิของกลุ่ม
The result? ในฐานะสัญญาณที่นำเข้าสู่ผลลัพธ์
The result? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์สั้น ๆ ที่ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยย้อนกลับไปยังสาเหตุหรือปัญหาที่เพิ่งกล่าวถึง ทำให้เกิดจังหวะหยุด และส่งสัญญาณว่าผลที่ตามมากำลังจะถูกอธิบาย ผู้พูดไม่ได้รอให้ผู้ฟังตอบ วลีนามที่ตามมาอย่าง A general bias... ทำหน้าที่เป็นคำตอบ รูปแบบถามแล้วตอบเช่นนี้จึงช่วยเน้นผลที่ตามมาให้เด่นขึ้น
แบบฝึกหัด
The result? ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้?
- เป็นการขอให้ผู้ฟังคำนวณตัวเลข
- เป็นการเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นก่อนหน้า
- เป็นสัญญาณว่าผลจากประเด็นก่อนหน้าจะถูกอธิบายต่อไป
ดูคำตอบ
เป็นสัญญาณว่าผลจากประเด็นก่อนหน้าจะถูกอธิบายต่อไป
bias in favor of A over B ... of A over B: การเปรียบเทียบแบบขนานเพื่อแสดงความเอนเอียง
นามวลี bias in favor of A over B แสดงว่า A ได้รับน้ำหนักหรือความสำคัญมากกว่า B โดย over ในที่นี้ใช้เปรียบเทียบลำดับความสำคัญ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านบน โครงสร้างร่วมเพียงชุดเดียวจัดการเปรียบเทียบแบบขนานสองคู่ ได้แก่ civil political liberties เทียบกับ socio-political rights และ individual rights เทียบกับ collective or group rights ในคู่ที่สอง เราเข้าใจว่ามี rights ตามหลัง individual แม้จะละไว้ ส่วน of ที่ปรากฏซ้ำทำหน้าที่เปิดคู่เปรียบเทียบใหม่ภายใต้โครงสร้าง bias in favor of เดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย bias in favor of A over B: The report identifies a ____ established companies ____ new entrants.
ดูคำตอบ
bias in favor of · over
setting international standards: การกำหนดข้อกำหนดระหว่างประเทศร่วมกัน
ใน set standards คำว่า set หมายถึงกำหนดหรือวางกฎและเกณฑ์อ้างอิง ดังนั้น setting international standards จึงหมายถึงการสร้างมาตรฐานร่วมที่ใช้เป็นแนวทางแก่ประเทศหรือองค์กรต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงการนำมาตรฐานไปวางไว้ในสถานที่ใดจริง ๆ Setting เป็นรูป -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมนั้น สำนวนนี้พบได้บ่อยเมื่ออธิบายว่ากฎหมาย ข้อตกลง หรือองค์กรช่วยสร้างข้อกำหนดร่วมกันอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการกำหนดมาตรฐานซึ่งใช้ร่วมกันในหลายประเทศ: The panel plays a key role in ____ for online privacy.
ดูคำตอบ
setting international standards
helping activists in their campaigns: ช่วยเหลือนักเคลื่อนไหวในการรณรงค์
helping activists in their campaigns หมายถึงการสนับสนุนนักเคลื่อนไหวขณะที่พวกเขาดำเนินความพยายามอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือการเมือง ในที่นี้ campaigns หมายถึงความพยายามต่อเนื่องดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการโฆษณาเสมอไป คำกริยา helping มี activists เป็นกรรมตรง ส่วนวลีบุพบท in their campaigns ระบุกิจกรรมหรือบริบทที่ให้ความช่วยเหลือ โครงสร้างนี้ใช้บรรยายได้ว่าองค์กร เครื่องมือ หรือนโยบายช่วยเหลือผู้คนภายในความพยายามที่กว้างขึ้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่ากองทุนช่วยเหลือทางกฎหมายสนับสนุนนักเคลื่อนไหวขณะที่พวกเขาดำเนินความพยายามอย่างเป็นระบบ
- The legal fund asks activists to advertise its services.
- The legal fund points at activists during a meeting.
- The legal fund helps activists in their campaigns.
ดูคำตอบ
The legal fund helps activists in their campaigns.
They also point out that not all international human rights instruments are powerless. โน้ต
3:50พวกเขายังชี้ให้เห็นว่าตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศไม่ได้ไร้อำนาจไปเสียทั้งหมด
point out that + อนุประโยค: ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์
point out that ใช้นำอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีข้อเท็จจริง ปัญหา หรือข้อโต้แย้งซึ่งผู้พูดต้องการให้ผู้อื่นสนใจ สำนวนนี้หมายถึง “กล่าวหรือดึงความสนใจไปยังสิ่งหนึ่ง” ไม่ใช่การใช้นิ้วชี้สิ่งของจริง ๆ ในประโยคนี้ also แสดงว่าเป็นประเด็นเพิ่มเติม และอนุประโยค that บอกเนื้อหาที่ถูกเน้นว่า ตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศไม่ได้ไร้อำนาจทั้งหมด โครงสร้างนี้พบบ่อยเมื่อเพิ่มหลักฐาน ข้อจำกัดของคำกล่าว หรือข้อโต้แย้งกลับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ point out that เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์
- The researchers point at the sample chart on the wall.
- The researchers point out that the sample was small.
- The researchers point to the small sample as a limitation.
ดูคำตอบ
The researchers point out that the sample was small.
international human rights instruments are: ความหมายทางกฎหมายของ instruments
ในที่นี้ international human rights instruments หมายถึงเอกสารระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เช่น สนธิสัญญา อนุสัญญา พิธีสาร และปฏิญญา ในภาษาอังกฤษทางกฎหมาย instrument หมายถึงเอกสารอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เครื่องดนตรี กริยาพหูพจน์ are เชื่อมวลีนาม international human rights instruments ทั้งวลีกับ powerless ประเด็นสำคัญที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ เมื่อพบ instrument ในบริบทกฎหมายระหว่างประเทศ ให้เข้าใจว่าเป็นเอกสารทางกฎหมายหรือนโยบายอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ instruments ในความหมายทางกฎหมายแบบเดียวกับตัวอย่าง?
- The laboratory bought instruments for measuring air quality.
- The new human rights instruments include a convention and two protocols.
- The orchestra packed its instruments after the concert.
ดูคำตอบ
The new human rights instruments include a convention and two protocols.
where the 47 member countries and their citizens can bring cases. การใช้คำ
3:59โดยให้ประเทศสมาชิก 47 ประเทศและพลเมืองของประเทศเหล่านั้นสามารถยื่นฟ้องได้
establishes a court: จัดตั้งสถาบันตุลาการอย่างเป็นทางการ
Establishes a court หมายถึงการจัดตั้งศาลอย่างเป็นทางการในฐานะสถาบัน โดยอาศัยกฎหมาย สนธิสัญญา หรือคำตัดสินอย่างเป็นทางการ establish เน้นรากฐานทางกฎหมายและสถานะของสถาบันที่ได้รับการรับรอง ไม่ใช่งานก่อสร้าง ในประโยคนี้ the European Convention on Human Rights เป็นประธานทางไวยากรณ์ เอกสารทางกฎหมายสามารถ establish a court ได้ด้วยการกำหนดกฎและรากฐานทางกฎหมายที่ทำให้ศาลนั้นเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึงการจัดตั้งสถาบันตุลาการอย่างเป็นทางการ: The treaty ____ to hear cross-border disputes.
ดูคำตอบ
establishes a court
can bring cases: เริ่มกระบวนการทางกฎหมาย
ในภาษาอังกฤษเชิงกฎหมาย bring a case หมายถึงการเริ่มดำเนินคดีหรือยื่นข้อพิพาทให้ศาลวินิจฉัย ในที่นี้ can bring cases บอกว่าประเทศสมาชิกและพลเมืองของประเทศเหล่านั้นได้รับอนุญาตหรือสามารถใช้ศาลนี้เพื่อยื่นคดีได้ bring ไม่ได้หมายถึงการขนย้ายสิ่งของจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bring a case against a person or organization สำหรับการยื่นคดีต่อบุคคลหรือองค์กร และ bring a case before a court สำหรับการนำคดีขึ้นสู่ศาล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำประกอบทางกฎหมายที่หมายถึงการเริ่มดำเนินคดีต่อบริษัทได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Residents can bring a case against the company.
- Residents can carry a case against the company.
- A lawyer can take the case after reviewing the evidence.
ดูคำตอบ
Residents can bring a case against the company.
court issues binding decisions: คำตัดสินอย่างเป็นทางการที่ต้องปฏิบัติตาม
ในภาษาอังกฤษเชิงกฎหมายแบบเป็นทางการ a court issues a decision หมายถึงศาลออกหรือประกาศคำตัดสินอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ issues เป็นคำกริยา ไม่ได้หมายถึงปัญหาหลายข้อ Binding หมายความว่าคำตัดสินมีผลทางกฎหมายและสมาชิกที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม คำว่า must comply with ที่ตามมายืนยันว่าคำตัดสินเหล่านี้เป็นข้อผูกพัน ไม่ใช่คำแนะนำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าคณะตุลาการออกคำตัดสินอย่างเป็นทางการซึ่งคู่กรณีต้องปฏิบัติตาม
- The tribunal bound the printed decision into a book.
- The tribunal offered a nonbinding recommendation.
- The tribunal issued a binding decision.
ดูคำตอบ
The tribunal issued a binding decision.
must comply with: หน้าที่อย่างเป็นทางการในการปฏิบัติตามกฎ
Comply with หมายถึงการปฏิบัติตามกฎ กฎหมาย คำสั่ง มาตรฐาน หรือคำตัดสิน ส่วน must comply with แสดงว่านี่เป็นหน้าที่ ไม่ใช่ทางเลือก ในที่นี้ that เป็นกรรมที่เข้าใจว่าอยู่หลัง with: each member state must comply with that. ในอนุประโยคสัมพัทธ์ ภาษาอังกฤษสามารถย้าย that ไปไว้ข้างหน้าและทิ้งบุพบทที่ใช้คู่กันอย่าง with ไว้ท้ายประโยคได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมายจากบทนี้: Every laboratory must ____ the safety regulations.
ดูคำตอบ
comply with
as are our views and definitions of what the basic human rights should be. ไวยากรณ์
4:11เช่นเดียวกับมุมมองและคำจำกัดความของเราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานควรเป็นอย่างไร
as are our views and definitions: การกลับคำแบบขนานด้วย as
ใน as are our views and definitions คำว่า as หมายถึง “สิ่งเดียวกันนี้เป็นจริงกับ...” ไม่ได้หมายถึง “ขณะที่” หรือ “เมื่อ” โครงสร้างนี้รับแนวคิดจากข้อความก่อนหน้า คือกฎหมายสิทธิมนุษยชนพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และมุมมองกับคำจำกัดความของเราก็พัฒนาอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน รูปแบบคือ as + กริยาช่วยหรือ be + ประธานใหม่ ในที่นี้ be ต้องสอดคล้องกับประธานพหูพจน์ our views and definitions จึงใช้รูป as are our views and definitions นี่คือการกลับคำแบบขนานในประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าทั้งตลาดและนิสัยการบริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว?
- The market is changing quickly because consumer habits are stable.
- The market is changing quickly, as are consumer habits.
- The market is changing quickly, but consumer habits are not changing.
ดูคำตอบ
The market is changing quickly, as are consumer habits.
how basic or important is the right to democracy or to development? วัฒนธรรม
4:16สิทธิในระบอบประชาธิปไตยหรือการพัฒนามีความเป็นพื้นฐานหรือสำคัญแค่ไหน?
the right to democracy or to development: สิทธิในประชาธิปไตยหรือการพัฒนา
ในคำถามเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนนี้ the right to democracy หมายถึงข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิในการมีส่วนร่วมในการปกครองแบบประชาธิปไตย ส่วน the right to development หมายถึงข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิในการมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ผู้พูดกำลังถามว่าสิทธิที่มีการเสนอหรือถกเถียงเหล่านี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานหรือสำคัญเพียงใด ไม่ได้กล่าวว่าระบบกฎหมายทุกแห่งยอมรับสิทธิเหล่านี้ในแบบเดียวกัน ในโครงสร้าง right to + คำนาม คำว่า to เป็นคำบุพบท และคำนามจะระบุสิ่งที่มีการอ้างว่าบุคคลมีสิทธิได้รับหรือมีส่วนร่วม ในที่นี้ democracy และ development เป็นเป้าหมายทางสังคมที่เป็นนามธรรม โดย development ไม่ได้หมายถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์
แบบฝึกหัด
เติมคำศัพท์ด้านสิทธิมนุษยชนให้สมบูรณ์: In policy debates, the claimed entitlement to participate in and benefit from social and economic progress is called the ____.
ดูคำตอบ
right to development
should there be a right to access the internet? ไวยากรณ์
4:23ควรมีสิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือไม่?
And as our lives are increasingly digital: และเมื่อชีวิตของเราเป็นดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่นี้ as ใช้เกริ่นถึงภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลง นั่นคือชีวิตประจำวันกำลังพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น แนวโน้มนี้เป็นเหตุผลรองรับคำถามต่อมาว่าควรมีสิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือไม่ ในบริบทนี้ as สื่อทั้งความหมายด้านเวลาและเหตุผล ไม่ได้ใช้เพื่อเปรียบเทียบ increasingly + คำคุณศัพท์ หมายถึงคุณลักษณะหนึ่งกำลังเด่นชัดหรือพบได้มากขึ้น ดังนั้น increasingly digital จึงหมายถึงเป็นดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วน And ที่ต้นประโยคเชื่อมคำถามใหม่นี้กับการอภิปรายก่อนหน้า และไม่ได้เปลี่ยนความหมายของ as
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อเกริ่นถึงภูมิหลังที่กำลังเปลี่ยนแปลงและช่วยสนับสนุนประเด็นหลัก
- Although more public services move online, reliable internet access becomes less important.
- As more public services move online, reliable internet access becomes more important.
- More public services move online because reliable internet access becomes more important.
ดูคำตอบ
As more public services move online, reliable internet access becomes more important.
Should there be a right ...? สำหรับอภิปรายว่าควรมีสิทธินั้นหรือไม่
โครงสร้าง should + there + be + นามวลี ใช้สร้างคำถามว่าสิ่งใดควรมีอยู่ ควรถูกจัดตั้งขึ้น หรือควรได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการหรือไม่ นี่คือรูปคำถามของ there should be ไม่ใช่แค่ถามว่าปัจจุบันสิ่งนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ในประโยคนี้ a right คือนามวลีที่กำลังนำมาพิจารณา ส่วนวลี infinitive to access the internet ระบุเนื้อหาของสิทธินั้น คือการสามารถเชื่อมต่อและใช้อินเทอร์เน็ตได้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเชิงนโยบายโดยใช้ should there be: As heat waves become more dangerous, ____ a right to free public cooling centers?
ดูคำตอบ
should there be
digital privacy: การควบคุมและขอบเขตส่วนบุคคลบนโลกออนไลน์
Digital privacy หมายถึงการมีขอบเขตส่วนบุคคลที่เหมาะสมและมีอำนาจควบคุมว่าใครสามารถเก็บ ดู ใช้ หรือแบ่งปันข้อมูล การสื่อสาร และกิจกรรมออนไลน์ของคุณได้ แนวคิดนี้ใช้กับการใช้อุปกรณ์ แอป และบริการอินเทอร์เน็ต และไม่ได้หมายถึงการซ่อนทุกอย่าง ในนามวลี digital privacy คำว่า digital ขยายคำว่า privacy ส่วน A right to digital privacy? เป็นประโยคย่อที่สานต่อคำถามเชิงนโยบายก่อนหน้า และเข้าใจได้ว่าเป็น Should there be a right to digital privacy?
แบบฝึกหัด
แอปออกกำลังกายให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะแชร์ตำแหน่งของตนกับผู้ลงโฆษณาหรือไม่ สถานการณ์นี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นใดมากที่สุด
- data security
- secrecy
- digital privacy
ดูคำตอบ
digital privacy
การใช้ What do you think? เพื่อขอความคิดเห็น
What do you think? เป็นการเชิญให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นหรือประเมินเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วโดยตรง เมื่อใช้ต่อจากคำถามปลายเปิดหลายข้อ ประโยคนี้จะส่งต่อโอกาสให้ผู้ฟังตอบและทำให้การปิดท้ายมีปฏิสัมพันธ์ หัวข้อที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ คือ “เรื่องนี้” หรือ “สิ่งที่เพิ่งพูดถึง” โดยทั่วไปประโยคนี้หมายถึง “คุณมีความเห็นอย่างไร?” ไม่ใช่ “ตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ?”
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมชั้นเพิ่งแสดงแบบโปสเตอร์สองแบบให้คุณดู คำถามใดเชิญให้คุณแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแบบเหล่านั้นโดยตรง?
- What are you thinking about?
- What do you think?
- What do you remember?
ดูคำตอบ
What do you think?