6 วายร้ายที่ห่วยที่สุดตลอดกาล!: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vsauce
แนะนำวิดีโอ: Michael กับ Newt จาก Underbelly จัดอันดับตัวร้ายสุดพิลึกหกตัวจากการ์ตูนจริง พร้อมเล่าที่มา พลัง เครื่องแต่งกาย และมุกตามบริบทวัฒนธรรม ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “First things first,”—กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจสัญญาณที่ให้จัดการเรื่องเร่งด่วนก่อนหัวข้อหลัก แล้วใช้เรียงลำดับคำอธิบายในการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ 2. “had his arms ripped off”—ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า have + กรรม + กริยาช่องสาม อาจหมายถึงเหตุร้ายที่ประธานต้องเผชิญ ไม่ใช่สิ่งที่เขาสั่งให้เกิด 3. “Any port in a storm,”—สำนวนและถ้อยคำเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าในยามลำบาก ตัวเลือกที่ไม่ดีนักก็อาจยอมรับได้ พร้อมจับน้ำเสียงจำใจหรือขบขัน โดยไม่แปลเรื่องท่าเรือกับพายุตรงตัว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It's a Skype conversation I had with Newt from Underbelly
0:03นี่คือบทสนทนาทาง Skype ระหว่างผมกับ Newt จาก Underbelly
where he teaches me about six actual villains from real comic books
0:06ซึ่งเขาจะสอนผมให้รู้จักวายร้ายตัวจริงหกคนจากหนังสือการ์ตูนจริง ๆ
He's joined by a bunch of ladies from Underbelly and as you will see immediately from Storytime,
0:12เขามาพร้อมกับสาว ๆ จาก Underbelly อีกเพียบ และอย่างที่คุณจะเห็นได้ทันทีในช่วง Storytime
Quite the ladies' man: quite the + คำนามเพื่อเน้นความหมาย
ในที่นี้ quite the + คำนามเอกพจน์ใช้บอกว่าคนหนึ่งเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นมากของคนประเภทนั้น โครงสร้างนี้เน้นความหมายอย่างชัดเจน และมักมีน้ำเสียงชื่นชม ประหลาดใจ หรือประชดแบบหยอกล้อ ไม่ได้ทำให้คำบรรยายอ่อนลง A ladies' man หมายถึงผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าดึงดูดใจหรือจีบผู้หญิงเก่ง ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังพูดแบบขำ ๆ ว่าเขาเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงมาก ในงานเขียนมาตรฐานจะเขียนว่า ladies' man โดยวางเครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง ladies
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย quite the + คำนาม โดยใช้ charmer: After making everyone smile at the party, Leo proved he was ____.
ดูคำตอบ
quite the charmer
First things first: กำหนดเรื่องที่ต้องทำก่อน
First things first เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่าควรจัดการเรื่องที่สำคัญที่สุดหรือเร่งด่วนที่สุดก่อนสิ่งอื่นทั้งหมด สำนวนนี้ใช้จัดลำดับความสำคัญ ไม่ได้หมายถึง “สิ่งแรก ๆ” ตามตัวอักษร โดยทั่วไปจะวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยจุลภาค เพื่อบอกขั้นตอนแรกที่จำเป็นหรือดึงความสนใจกลับมาที่ขั้นตอนนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนตายตัวที่หมายถึง “ก่อนสิ่งอื่นทั้งหมด”: ____, let's decide how much we can spend on the trip.
ดูคำตอบ
First things first
you should know that I'm kind of busy right now playing the May update for Angry Birds Rio
0:21คุณควรรู้ไว้ว่าตอนนี้ผมค่อนข้างยุ่งอยู่กับการเล่นอัปเดตประจำเดือนพฤษภาคมของ Angry Birds Rio
be off to a really good start: เริ่มต้นได้ดีมาก
ในโครงสร้าง be off to a/an + คำคุณศัพท์ + start คำว่า off to หมายความว่าบางสิ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและกำลังดำเนินไปในลักษณะที่คำคุณศัพท์นั้นบอกไว้ ในที่นี้ we're off to a really good start โดยปกติหมายความว่าสถานการณ์เริ่มต้นได้อย่างประสบความสำเร็จมาก ส่วน off ไม่ได้แปลว่า “ปิด” หรือ “ออกไป” ในฉากนี้ ถ้อยคำเชิงบวกมีความหมายประชด เพราะสถานการณ์ก่อนหน้านั้นดูไม่ดีอย่างชัดเจน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ประเมินช่วงเริ่มต้นของวัน โครงการ การแข่งขัน บทสนทนา หรือความสัมพันธ์ได้ทั้งอย่างจริงใจและอย่างประชดประชัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มต้นได้ดีแล้ว”: We won our first two matches, so we're ____.
ดูคำตอบ
off to a good start
Prince Hobopopo says in the flesh. If you're going to read me the bad guys, โน้ต
0:36เจ้าชาย Hobopopo ตัวเป็น ๆ เลยนะ ถ้าคุณจะอ่านเรื่องเหล่าตัวร้ายให้ผมฟัง
in the flesh: ตัวจริงมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
In the flesh เป็นสำนวนที่หมายถึงบุคคลนั้นมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าจริง ๆ ไม่ใช่เห็นผ่านภาพถ่าย สิ่งบันทึก หรือหน้าจอ คำว่า flesh ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เนื้อ” หรือส่วนประกอบของร่างกายตามตัวอักษร ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การปรากฏตัวของเจ้าชายโฮโบโปโปฟังดูยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้น กล่าวคือ บุคคลหรือตัวละครนั้นมาปรากฏตัวด้วยตัวเอง สำนวนนี้มักเพิ่มความตื่นเต้น ความประหลาดใจ หรือการเน้นย้ำเมื่อได้พบตัวจริงของคนที่ก่อนหน้านี้รู้จักเพียงผ่านสื่อหรือชื่อเสียง
แบบฝึกหัด
in the flesh ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?
- เจ้าชายตัวจริงอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เพียงปรากฏอยู่ในภาพหรือบนหน้าจอ
- เจ้าชายกำลังพูดถึงอาหารที่มีเนื้อเป็นส่วนประกอบ
- เจ้าชายเข้าไปอยู่ในร่างกายที่สร้างจากเนื้อ
ดูคำตอบ
เจ้าชายตัวจริงอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เพียงปรากฏอยู่ในภาพหรือบนหน้าจอ
If you're going to ... you got to ... เพื่อเชื่อมแผนกับข้อกำหนด
ในประโยคนี้ If you're going to read ... ตั้งการกระทำที่ผู้ฟังตั้งใจจะทำไว้เป็นเงื่อนไข จากนั้น You got to read ... ย้ำว่าต้องทำการกระทำนั้นอย่างไร กล่าวคือ ถ้าจะอ่าน ก็ต้องอ่านด้วยเสียงน่ากลัว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If you're going to do X, you've got to do Y ในที่นี้ going to แสดงความตั้งใจ ส่วน (have) got to แสดงความจำเป็น ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง
แบบฝึกหัด
เติมเงื่อนไขด้วยรูปมาตรฐานที่ระมัดระวังของ (have) got to: If you're going to enter the lab, ____ wear safety glasses.
ดูคำตอบ
you've got to
You know I only want you on the show if you do what I tell you.
0:42คุณก็รู้ว่าผมจะให้คุณออกรายการก็ต่อเมื่อคุณทำตามที่ผมบอกเท่านั้น
who's a Batman villain, who's just some dork with a kite strapped to his back,
0:51วายร้ายของ Batman ที่เป็นแค่ไอ้งั่งติดว่าวไว้กลางหลัง
but I decided instead to go with a colorblind villain กริยาวลี
0:55แต่ผมตัดสินใจเปลี่ยนมาเลือกวายร้ายตาบอดสีแทน
go with ในความหมายว่าเลือกหนึ่งตัวเลือก
ในที่นี้ go with หมายถึงเลือกผู้สมัครหนึ่งรายจากตัวเลือกที่มีอยู่ คำว่า decided instead แสดงว่าผู้พูดเคยพิจารณาความเป็นไปได้อื่นแล้วเปลี่ยนตัวเลือก ในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ decide to go with + option คำว่า with นำหน้าตัวเลือกที่ถูกเลือก ความหมายนี้ไม่ใช่ go with ที่หมายถึงไปกับใคร และไม่ใช่ความหมายว่าเข้ากันได้ซึ่งใช้กับเสื้อผ้า สี หรือการออกแบบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ go with ในความหมายว่าเลือกหนึ่งตัวเลือก
- That blue tie goes with your gray shirt.
- After comparing the plans, we decided to go with the cheaper one.
- I'll go with Maya to the station.
ดูคำตอบ
After comparing the plans, we decided to go with the cheaper one.
because colorblindness is nothing to joke about in America. วลี
1:00เพราะในอเมริกา อาการตาบอดสีไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่น
nothing to joke about: จริงจังเกินกว่าจะเอามาล้อเล่น
ในประโยคนี้ nothing to joke about หมายถึง “จริงจังเกินกว่าจะมองว่าเป็นเรื่องตลกหรือไม่สำคัญ” คำว่า nothing ช่วยเน้นการตัดสินว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะจะนำมาล้อเล่น สำนวนนี้มักตามหลัง be เป็นรูป something is nothing to joke about ในที่นี้ผู้พูดจงใจใช้ถ้อยคำจริงจังเกินจริง จึงทำให้เกิดน้ำเสียงขบขันและประชดด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “จริงจังเกินกว่าจะมองข้าม”: A loose gas pipe is ____.
ดูคำตอบ
nothing to joke about
sucks: คำวิจารณ์เชิงลบที่ตรงและไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ sucks เป็นคำสแลงไม่เป็นทางการ หมายถึง “แย่มาก น่าผิดหวัง หรือไม่มีความสามารถ” ประโยค This guy sucks เป็นการตัดสินคนคนนั้นในทางลบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายถึงการดูดตามตัวอักษร เมื่อเทียบกับ is bad คำว่า sucks มีน้ำเสียงแรงกว่าและดูถูกมากกว่า ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อปฏิเสธการออกแบบและความสามารถของตัวละคร ไม่ได้อธิบายการกระทำทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sucks ได้เหมาะที่สุดในฐานะคำบ่นตรง ๆ แบบไม่เป็นทางการกับเพื่อนสนิท?
- The vacuum sucks dust from the carpet.
- This new game sucks.
- Professor, your lecture sucks.
ดูคำตอบ
This new game sucks.
and then he creates structures for him to emote from that are colorful,
1:12จากนั้นก็สร้างโครงสร้างสีสันสดใสไว้ใช้ถ่ายทอดอารมณ์
but I mean really this guy is just fabulous cuz everything's rainbow colored. ลำดับความ
1:17แต่เอาจริง ๆ หมอนี่เริ่ดมาก เพราะทุกอย่างเป็นสีรุ้งหมดเลย
I mean really ในฐานะกรอบเน้นย้ำในภาษาพูด
ในประโยคนี้ I mean ไม่ได้ใช้เพื่อนิยามคำว่า mean หรือแก้คำพูดที่ผิด แต่เป็นการหยิบความเห็นของผู้พูดขึ้นมาเน้นอีกครั้ง และส่งสัญญาณว่า “นี่คือการประเมินที่ฉันอยากให้คุณสนใจเป็นพิเศษ” really เพิ่มน้ำหนักก่อน this guy is just fabulous เมื่อรวมกันแล้ว I mean really ช่วยจัดลำดับคำพูดให้เปลี่ยนไปสู่การตัดสินที่แรงขึ้นและจงใจพูดเกินจริง ในบริบทอื่น กรอบเดียวกันนี้สามารถใช้เน้นหรืออธิบายประเด็นที่ตามมาให้ชัดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
I mean really ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ใช้บอกความหมายตามพจนานุกรมของ fabulous
- ใช้เกริ่นการประเมินที่แรงขึ้นและพูดเกินจริง
- ใช้แสดงว่าผู้พูดกำลังยกคำพูดของคนอื่นมาอ้าง
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นการประเมินที่แรงขึ้นและพูดเกินจริง
Anyway, it's just one of those characters where it's like 4:00 in the morning
1:21เอาเป็นว่า เขาเป็นตัวละครประเภทที่เหมือนมีคนคิดขึ้นมาตอนตีสี่
and they're like, oh, we got to have the Flash fight somebody. ไวยากรณ์
1:24แล้วก็พูดกันว่า “โอ๊ย เราต้องหาใครสักคนมาสู้กับ Flash”
they're like ในฐานะกรอบนำคำพูดแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ they're like ใช้นำคำพูดและปฏิกิริยาที่จินตนาการว่าเป็นของคนกลุ่มนั้น คือ oh, we got to have the Flash fight somebody ทำให้การเล่าเรื่องเปลี่ยนไปเป็นเสียงของคนกลุ่มนั้น โดยไม่ได้อ้างว่านี่คือคำพูดจริงที่มีการบันทึกไว้อย่างถูกต้องทุกคำ Be like ตามด้วยเนื้อหาที่ยกมาเป็นกรอบการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการที่พบบ่อย ใช้ถ่ายทอดคำพูด ความคิด หรือปฏิกิริยา การใช้รูปปัจจุบัน they're like ทำให้ฉากในอดีตหรือฉากสมมติดูเหมือนเกิดขึ้นตรงหน้าและมีชีวิตชีวา
แบบฝึกหัด
ในเรื่องเล่าแบบไม่เป็นทางการนี้ they're like น่าจะส่งสัญญาณถึงอะไร?
- ผู้เล่ากำลังแสดงปฏิกิริยาโดยประมาณหรือปฏิกิริยาที่จินตนาการขึ้น
- คนกลุ่มนั้นชอบคนที่จะปรากฏตัวต่อไป
- ผู้เล่ากำลังเปรียบเทียบคนกลุ่มนี้กับอีกกลุ่มหนึ่ง
ดูคำตอบ
ผู้เล่ากำลังแสดงปฏิกิริยาโดยประมาณหรือปฏิกิริยาที่จินตนาการขึ้น
ใช้ “Next one on the list” เพื่อไปยังรายการถัดไป
ในประโยคนี้ “Next one on the list” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดพูดจบหนึ่งรายการแล้วและกำลังไปยังรายการถัดไป “one” ใช้แทน “item” ส่วน “on the list” หมายถึงอยู่ในรายชื่อตามลำดับ ไม่ได้หมายถึงวางอยู่บนกระดาษรายชื่อจริง ๆ วลีนี้เป็นสัญญาณบอกลำดับในการพูด ช่วยให้ผู้ฟังตามการจัดอันดับ วาระ หรือชุดข้อมูลได้ แม้ยังไม่ได้ยิน “number five”
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับหน้าที่ของ “Next one on the list” ในตัวอย่างมากที่สุด
- พาผู้ฟังไปยังรายการถัดไปในรายชื่อ
- ขอให้ผู้ฟังสร้างรายชื่อใหม่
- บอกว่าวัตถุชิ้นหนึ่งวางอยู่บนกระดาษรายชื่อจริง ๆ
ดูคำตอบ
พาผู้ฟังไปยังรายการถัดไปในรายชื่อ
Basically, this guy's story was he was a small German boy who had his arms ripped off in an industrial accident. ไวยากรณ์
1:35เรื่องของหมอนี่ก็คือ เขาเคยเป็นเด็กชายชาวเยอรมันตัวเล็ก ๆ ที่แขนทั้งสองข้างถูกกระชากขาดในอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม
“had his arms ripped off” ในความหมายว่าประสบเหตุที่ไม่ต้องการ
ในที่นี้ had + his arms + ripped off ใช้โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่องที่สาม หมายถึงเหตุการณ์เลวร้ายนี้เกิดขึ้นกับเขา โดยแขนของเขาถูกกระชากออก เขาเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่คนที่เลือกหรือจัดให้เกิดการกระทำนั้น โครงสร้างเดียวกันใช้ได้ทั้งกับการจัดให้คนอื่นทำบางอย่างและการประสบเหตุบางอย่าง บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย อุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมและผลเสียในที่นี้ทำให้ชัดเจนว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ต้องการ
แบบฝึกหัด
ใน “Leo had his bike stolen outside the library,” โครงสร้างนี้น่าจะหมายถึงอะไร
- ลีโอขโมยจักรยานให้คนอื่น
- ลีโอจัดให้ใครบางคนขโมยจักรยานของตน
- ลีโอประสบเหตุจักรยานถูกขโมย
ดูคำตอบ
ลีโอประสบเหตุจักรยานถูกขโมย
using his sharp teeth and his prowess with his toes to destroy all machines. วลี
1:43ใช้ฟันอันแหลมคมและความชำนาญในการใช้นิ้วเท้าทำลายเครื่องจักรทุกชนิด
prowess with his toes: ความชำนาญยอดเยี่ยมในการใช้บางสิ่ง
ใน prowess with his toes คำว่า prowess หมายถึงทักษะหรือความสามารถที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้หมายถึงกำลังทางกายเพียงอย่างเดียว บุพบท with นำเข้าสู่อวัยวะที่ถูกใช้อย่างชำนาญ ซึ่งก็คือ his toes รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ prowess with + เครื่องมือ อุปกรณ์ หรืออวัยวะ โดยเน้นว่าคนคนนั้นใช้งานสิ่งนั้นได้อย่างน่าประทับใจ ในที่นี้คำค่อนข้างเป็นทางการอย่าง prowess ทำให้ความสามารถดูโดดเด่นและมีอารมณ์เกินจริงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป็นทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ทักษะยอดเยี่ยมในการใช้บางสิ่ง”: The archer's ____ the bow impressed the judges.
ดูคำตอบ
prowess with
and this guy has the most eye-be-jarringly bad costume in comic book history,
1:55และหมอนี่มีชุดที่ห่วยและ “กระแทกตา” ที่สุดในประวัติศาสตร์หนังสือการ์ตูน
and I think I just made up the word eye-be-jarring. กริยาวลี
2:00และผมว่าผมเพิ่งประดิษฐ์คำว่า “กระแทกตา” ขึ้นมาเอง
made up: คิดหรือสร้างคำใหม่ขึ้นมา
ในประโยคนี้ made up เป็นรูปอดีตของ make up และหมายถึง “คิดขึ้น” หรือ “สร้างขึ้น” กรรม the word แสดงว่าผู้พูดเพิ่งสร้างสำนวนใหม่ขึ้นมา ไม่ได้ใช้สำนวนที่มีอยู่แล้ว ความหมายนี้มักใช้กับกรรมอย่าง a word, name, story หรือ excuse เนื่องจาก make up มีหลายความหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกัน จึงต้องดูกรรมและบริบทรอบข้างเพื่อระบุความหมายที่ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีรูปอดีตจากบทเรียนที่หมายถึง “คิดขึ้นมา”: During the game, Sam ____ a funny name for the dragon.
ดูคำตอบ
made up
Crazy Quilt was a low-level robber who was blinded by a bullet,
2:02Crazy Quilt เป็นโจรกระจอกที่ตาบอดเพราะถูกยิง
but in prison had an experimental surgery to restore his vision,
2:07แต่ระหว่างอยู่ในคุก เขาเข้ารับการผ่าตัดทดลองเพื่อฟื้นฟูการมองเห็น
but unfortunately the vision that he was left with was so disorienting that it drove him crazy. โน้ต
2:11แต่น่าเสียดาย ภาพที่เขามองเห็นหลังจากนั้นชวนสับสนเสียจนทำให้เขาเป็นบ้า
Be left with: เหลือบางสิ่งไว้เป็นผลลัพธ์
ในประโยคนี้ was left with หมายถึง “ยังต้องประสบหรือรับมือกับบางสิ่งซึ่งเป็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น” รูปประโยคแบบถูกกระทำเน้นสภาพที่ยังคงเหลืออยู่ สุดท้ายเขาต้องอยู่กับการมองเห็นที่ทำให้สับสนอย่างมาก ใช้ be left with + คำนาม เพื่อบอกว่ายังมีอะไรเหลืออยู่หลังการเปลี่ยนแปลง การสูญเสีย การตัดสินใจ หรือกระบวนการอื่น ๆ ผลลัพธ์มักไม่เป็นที่ต้องการ แต่ก็อาจเป็นกลางหรือเป็นบวกได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ยังมีเหลืออยู่เป็นผลลัพธ์”: After paying all my bills, I was ____ only twenty dollars.
ดูคำตอบ
left with
So disorienting that: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
ในที่นี้ so disorienting that เชื่อมระดับที่รุนแรงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น so ขยายคำคุณศัพท์ disorienting และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะการมองเห็นชวนสับสนถึงระดับนั้น โดย it ในอนุประโยคผลลัพธ์หมายถึง vision รูปแบบคือ so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยคผลลัพธ์ ที่นี่ so หมายถึง “มากถึงระดับที่...” ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่แสดงระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The trail was ____ slippery ____ we had to turn back.
ดูคำตอบ
so · that
drove him crazy: ทำให้ใครบางคนสูญเสียการควบคุม
ใน drove him crazy คำว่า drove เป็นรูปอดีตของ drive ในโครงสร้างบอกเหตุ drive + person + adjective การมองเห็นที่ทำให้สับสนนั้นทำให้เขาเข้าสู่สภาพที่ crazy บรรยายไว้ ในเรื่องนี้หมายถึงการเสียสติจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความรำคาญธรรมดา กรรมจะอยู่ระหว่าง drive กับคำคุณศัพท์ที่บอกผลลัพธ์ เช่น drive me crazy, drive her crazy, drove him crazy การจำโครงสร้างนี้ได้ช่วยป้องกันการเข้าใจ drive ผิดว่าเกี่ยวกับการขับรถ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The neighbor's alarm has been ringing for an hour. It's ____.
ดูคำตอบ
driving me crazy
We have several different we have home and away uniforms.
2:21เรามีหลายแบบนะ มีทั้งชุดเหย้าและชุดเยือน
who at the peak of the Red Scare would try to have people denounce their love for the Red, White, and Blue. วัฒนธรรม
2:29ผู้ซึ่งในช่วงที่กระแสหวาดกลัวคอมมิวนิสต์พุ่งถึงขีดสุด พยายามบีบให้ผู้คนปฏิเสธความรักที่มีต่อสีแดง ขาว และน้ำเงิน
the Red Scare ... the Red, White, and Blue: ความหมายทางวัฒนธรรมสองแบบของ red
the Red Scare เป็นชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่เขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ หมายถึงช่วงเวลาที่มีความกลัว การกล่าวหา และการข่มเหงผู้ที่ถูกมองว่าเป็นคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงต้นสงครามเย็น ตามธรรมเนียมทางการเมือง red เชื่อมโยงกับลัทธิคอมมิวนิสต์ the Red, White, and Blue หมายถึงสีของธงชาติสหรัฐฯ และโดยนัยยังหมายถึงอเมริกาหรือความจงรักภักดีต่อชาติ การวางวลีนี้ข้าง the Red Scare ทำให้ red ปรากฏซ้ำโดยมีสิ่งอ้างอิงทางวัฒนธรรมต่างกัน กล่าวคือ ในช่วงที่ความกลัวต่อ “สีแดง” ของคอมมิวนิสต์สูงสุด ตัวละครกลับพยายามให้ผู้คนละทิ้งความรักต่ออเมริกา ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดการเล่นคำและการเสียดสี
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ความสัมพันธ์ที่ต้องการสื่อระหว่าง the Red Scare กับ the Red, White, and Blue คืออะไร?
- ทั้งสองวลีหมายถึงสีตามตัวอักษรเท่านั้น และไม่มีความหมายทางประวัติศาสตร์หรือเกี่ยวกับชาติ
- วลีแรกหมายถึงความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์ ส่วนวลีที่สองสื่อถึงสหรัฐอเมริกาและความรักชาติผ่านสีของธงชาติ
- วลีแรกสื่อถึงธงชาติสหรัฐฯ ส่วนวลีที่สองเป็นชื่อเรียกลัทธิคอมมิวนิสต์
ดูคำตอบ
วลีแรกหมายถึงความหวาดกลัวคอมมิวนิสต์ ส่วนวลีที่สองสื่อถึงสหรัฐอเมริกาและความรักชาติผ่านสีของธงชาติ
And this worked with him using fear because he is essentially a giant egg with a mustache.
2:35วิธีข่มขู่ให้กลัวนี้ได้ผล เพราะโดยพื้นฐานแล้วเขาคือไข่ยักษ์ติดหนวด
เสียงคล้องจองแบบขี้เล่นใน freaky deaky '70s
ใน freaky deaky '70s คำว่า freaky deaky หมายถึงแปลกมาก หลุดโลก หรือไม่เหมือนปกติ โดยมีน้ำเสียงล้อเล่น ส่วน deaky เป็นคำที่แต่งขึ้นมาเพื่อให้คล้องจองกับ freaky เป็นหลัก ไม่ได้มีความหมายตายตัวแยกต่างหาก วลีนี้ทำให้ยุค 1970 ฟังดูฉูดฉาดและแปลกประหลาด เสียงคล้องจองเพิ่มอารมณ์ย้อนยุคที่ตลกและจงใจเกินจริง
แบบฝึกหัด
ภัณฑารักษ์เขียนในรายงานพิพิธภัณฑ์ที่เป็นทางการว่า "This outfit has a freaky deaky style." การเลือกใช้คำนี้เหมาะสมหรือไม่?
- ไม่เหมาะ เพราะเป็นสแลงขี้เล่นที่มีเสียงคล้องจอง
- เหมาะ เพราะเป็นคำที่เป็นกลางและแม่นยำ
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะ เพราะเป็นสแลงขี้เล่นที่มีเสียงคล้องจอง
And this guy's clearly he's got the most glorious glitter-encrusted Afro I've ever seen on the printed page. ไวยากรณ์
2:51เห็นได้ชัดว่าหมอนี่มีผมทรงแอโฟรประดับกากเพชรที่อลังการที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นบนหน้ากระดาษ
the most glorious ... I've ever seen: ขั้นสูงสุดในประสบการณ์ส่วนตัว
โครงสร้าง the most + adjective + noun + I've ever seen จัดให้สิ่งหนึ่งอยู่เหนือสิ่งประเภทเดียวกันทั้งหมดในประสบการณ์ของผู้พูดจนถึงตอนนี้ I've เป็นรูปย่อของ I have และ present perfect ใน ever seen กำหนดช่วงของประสบการณ์ส่วนตัวนั้น ในประโยคนี้ glorious ชื่นชมทรงแอฟโฟรประดับกลิตเตอร์อย่างกระตือรือร้น ถ้อยคำนี้อาจเป็นคำชมอย่างจริงใจหรือการพูดเกินจริงเพื่อความขบขันก็ได้ แต่ไม่ได้อ้างว่าเป็นสถิติโลกที่วัดได้อย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างขั้นสูงสุดที่อิงประสบการณ์ส่วนตัวให้ครบโดยใช้ beautiful: This is ____ sunset ____.
ดูคำตอบ
the most beautiful · I've ever seen
Any port in a storm: การยอมรับตัวเลือกที่ไม่สมบูรณ์แบบ
Any port in a storm เป็นสุภาษิตที่หมายความว่า เมื่อกำลังเผชิญความลำบากอย่างหนัก เราอาจยอมรับความช่วยเหลือ ที่หลบภัย หรือทางแก้ใด ๆ ที่มีอยู่ แม้สิ่งนั้นจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องการที่สุดก็ตาม any ในที่นี้สื่อว่าคนเราลดมาตรฐานลงเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน ผู้พูดเปรียบเครื่องดื่มที่มีคนยื่นให้แบบขำ ๆ ว่าเป็นสิ่งบรรเทาที่ไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็น่ายินดี ดังนั้นประโยคนี้จึงมีน้ำเสียงที่มองตามความเป็นจริงและแซวตัวเองเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงท่าเรือจริง ๆ
แบบฝึกหัด
หลังจากรับเครื่องดื่มที่กำลังต้องการ ผู้พูดใช้ Any port in a storm เพื่อหมายความว่าอะไร?
- ทางตอบสนองที่ปลอดภัยที่สุดคือรอจนกว่าอันตรายทั้งหมดจะผ่านไป
- มีเพียงสถานที่ที่คุ้นเคยเท่านั้นที่ให้การปกป้องอย่างแท้จริงได้
- เมื่อกำลังต้องการความช่วยเหลือ แหล่งช่วยเหลือที่ไม่สมบูรณ์แบบก็ยอมรับได้
ดูคำตอบ
เมื่อกำลังต้องการความช่วยเหลือ แหล่งช่วยเหลือที่ไม่สมบูรณ์แบบก็ยอมรับได้
I have them bring me drinks every now and again when I get parched. วลี
3:11เวลาคอแห้ง ผมก็ให้พวกเธอเอาเครื่องดื่มมาให้เป็นครั้งคราว
every now and again: เหตุการณ์ที่เกิดเป็นครั้งคราวและมีช่วงห่างไม่แน่นอน
Every now and again เป็นวลีบอกความถี่ที่หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” ใช้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยและมีช่วงห่างไม่แน่นอน ไม่ได้เกิดตามตารางเวลาตายตัว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยาย have them bring me drinks และทำให้การกระทำนั้นดูเป็นนิสัยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว วลีนี้ต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียว โดย every ไม่ได้หมายความว่าทุกช่วงเวลาที่เรียกว่า now จะเกิดซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย every และหมายถึง “เป็นครั้งคราวโดยมีช่วงห่างไม่แน่นอน”: I work from the library ____, but most days I stay home.
ดูคำตอบ
every now and again
he put the audience in a trance and was able to rob them. วลี
3:18เขาสะกดผู้ชมให้ตกอยู่ในภวังค์ แล้วก็ปล้นพวกเขาได้
Armed with ... ในฐานะวลี participle เปิดประโยค
Armed with his Hypno goggles and power boots เป็นวลีรูปกริยาช่องที่สามซึ่งวางไว้ก่อนอนุประโยคหลัก ในที่นี้ armed with หมายถึง “มีหรือติดตั้งสิ่งนั้นเป็นอุปกรณ์” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพกอาวุธ ประธานโดยนัยของวลีนี้คือ he ในอนุประโยคหลัก วลีจะบอกอุปกรณ์ของตัวละครก่อน แล้วอนุประโยคหลักจึงบอกว่าเขาทำอะไร โครงสร้างนี้กระชับกว่าการกล่าว He had หรือ He carried ซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเปิดสองคำที่มีความหมายว่า “มีสิ่งนั้นเป็นอุปกรณ์” ____ a flashlight and a map, the hikers entered the cave.
ดูคำตอบ
Armed with
put someone in a trance: ทำให้ใครตกอยู่ในภวังค์
Put the audience in a trance ใช้โครงสร้าง put + กรรม + in + สภาวะ เพื่อหมายถึง “ทำให้ผู้ชมเข้าสู่ภาวะเคลิบเคลิ้มหรือถูกสะกดจิต” In a trance อธิบายสภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้ชมเป็นผลลัพธ์ ดังนั้น put ในที่นี้จึงมีความหมายเชิงเหตุให้เกิด ไม่ใช่การนำคนไปวางไว้ในสถานที่จริง รูปแบบที่กว้างขึ้นคือ put + กรรม + in + สภาวะ ซึ่งพบในสำนวนอย่าง put someone in danger หรือ put someone in a good mood ได้เช่นกัน แต่ส่วนที่บอกสภาวะต้องเป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติในภาษาอังกฤษ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยส่วนที่ถูกต้องของ put someone in a trance During yesterday's show, the hypnotist's steady voice ____ the volunteers ____ a trance.
ดูคำตอบ
put · in
and he wants to restore San Francisco to the glory days of like the 1900s. สำนวน
3:32และอยากฟื้นฟู San Francisco ให้กลับไปรุ่งเรืองเหมือนในช่วงทศวรรษ 1900
the glory days: ช่วงรุ่งเรืองในอดีตที่ถูกทำให้ดูดีเกินจริง
“The glory days” หมายถึงช่วงเวลาในอดีตที่ผู้คนจดจำว่าเคยประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง หรือน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ สภาพของซานฟรานซิสโกในอดีตถูกนำเสนอว่าเป็นสภาพในอุดมคติที่ตัวละครต้องการฟื้นคืนมา วลีนี้แสดงการประเมิน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่เป็นกลาง มันมักทำให้อดีตดูสวยงามเกินจริง และไม่ได้หมายความว่ายุคนั้นดีกว่าสำหรับทุกคน
แบบฝึกหัด
the glory days สื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้? “Fans still talk about the team’s glory days.”
- ช่วงเวลาในอนาคตที่ทีมอาจพัฒนาขึ้น
- ช่วงเวลาใด ๆ ก่อนฤดูกาลปัจจุบัน
- ช่วงเวลาในอดีตที่ถูกจดจำว่าเป็นช่วงที่ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด
ดูคำตอบ
ช่วงเวลาในอดีตที่ถูกจดจำว่าเป็นช่วงที่ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด
And he goes toe-to-dandy-toe with any superhero who tries to stop him. สำนวน
3:41และเขาก็สู้แบบหนุ่มเจ้าสำอางตัวต่อตัวกับซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนที่พยายามหยุดเขา
goes toe-to-dandy-toe with: การดัดแปลง go toe-to-toe with ให้ตลก
“Goes toe-to-dandy-toe with” เป็นการดัดแปลงสำนวนมาตรฐาน “go toe-to-toe with” ให้ตลก สำนวนมาตรฐานหมายถึงการเผชิญหน้าหรือแข่งขันกับใครบางคนโดยตรง ซึ่งมักสื่อว่าทั้งสองฝ่ายไม่ยอมถอย มีการแทรกคำว่า “dandy” เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์แบบโบราณและการแต่งตัวอย่างพิถีพิถันของตัวละคร ความหมายเรื่องการเผชิญหน้ายังคงอยู่ แต่ถ้อยคำที่ดัดแปลงเพิ่มมุกที่อิงกับตัวละคร โดย toe-to-dandy-toe ไม่ใช่สำนวนมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนมาตรฐานที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ ใช้คำว่า toe และหมายถึง “เผชิญหน้ากันโดยตรง”: The two boxers were evenly matched and ready to go ____ in the final round.
ดูคำตอบ
toe-to-toe
And he has a horn that's honking fury will kill anyone under the age of 65 years old.
3:46เขายังมีแตรที่ส่งเสียงแผดก้องอย่างเกรี้ยวกราด ซึ่งจะฆ่าทุกคนที่อายุต่ำกว่า 65 ปี
And that's how he can restore San Francisco to the glory days.
3:52และนั่นคือวิธีที่เขาจะฟื้นฟู San Francisco ให้กลับสู่ยุครุ่งเรือง
So, that was our top six worst, my top six worst supervillains in comic book history.
3:56และนั่นก็คือหกวายร้ายที่แย่ที่สุดของเรา เอ่อ หกซูเปอร์วายร้ายที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การ์ตูนในความเห็นของผม
And this is kicking off this month is superhero month.
4:01และวิดีโอนี้เป็นการเปิดฉากเดือนแห่งซูเปอร์ฮีโร่
We're going to give you a top 10 worst superhero list.
4:05เราจะนำเสนอสิบอันดับซูเปอร์ฮีโร่ที่แย่ที่สุดให้คุณชม
Kevin from Underbelly is going to give us a little piece called Saving Superman, การใช้คำ
4:10Kevin จาก Underbelly จะนำเสนอผลงานสั้น ๆ ชื่อ Saving Superman
a little piece called Saving Superman: ผลงานสั้น ๆ ชื่อ Saving Superman
ในการเกริ่นนำรายการนี้ piece หมายถึงผลงานสร้างสรรค์หรือผลงานการแสดงสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของสิ่งของ ส่วน little ทำให้การแนะนำฟังดูถ่อมตัวและเป็นกันเอง ไม่ได้ระบุความยาวที่แน่นอน called Saving Superman บอกชื่อของผลงาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a piece called + ชื่อผลงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแนะนำชื่อของผลงานการแสดงสั้น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- We will perform a short piece from River Lights.
- We will perform a short piece called River Lights.
- We will perform a short piece about River Lights.
ดูคำตอบ
We will perform a short piece called River Lights.
and then we're going to introduce a new Underbelly character,
4:14จากนั้นเราจะแนะนำตัวละครใหม่ของ Underbelly
There's going to be some fantastic stuff going on this weekend just in time for Captain America and the Green Lantern, วลี
4:19สุดสัปดาห์นี้จะมีอะไรเด็ด ๆ เกิดขึ้นมากมาย พอดีกับการมาถึงของ Captain America และ Green Lantern
just in time for: ทันเวลาพอดีสำหรับ
just in time for หมายถึงสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นหรือพร้อมใช้ในช่วงเวลาที่พอดี ก่อนเหตุการณ์หรือความต้องการอีกอย่างหนึ่ง just เน้นว่าเวลาห่างกันน้อยมากและมักแทบไม่มีเวลาเหลือ รูปแบบคือ just in time for + คำนามหรือวลีคำนาม สำนวนนี้บอกเวลา ไม่ได้บอกจุดประสงค์ ในประโยคนี้ for นำเข้าสู่ช่วงที่ภาพยนตร์กำลังจะออกฉาย ซึ่งตรงกับกิจกรรมสุดสัปดาห์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ในช่วงเวลาที่พอดีก่อนเหตุการณ์หนึ่ง”: The battery arrived ____ our trip—we were leaving in ten minutes.
ดูคำตอบ
just in time for
all the big comic book movies coming out this summer. กริยาวลี
4:24รวมถึงหนังฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากการ์ตูนทุกเรื่องซึ่งจะเข้าฉายในฤดูร้อนนี้
coming out ในความหมายว่าภาพยนตร์ออกฉาย
ในประโยคนี้ coming out หมายถึง “ออกฉาย วางจำหน่าย หรือเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกมาจากสถานที่จริง ๆ วลีนี้ระบุว่าภาพยนตร์จะออกฉายในช่วงฤดูร้อน coming out this summer เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อที่ขยาย movies และมีความหมายเท่ากับ that are coming out this summer ภาษาอังกฤษมักใช้ผลงานหรือผลิตภัณฑ์เป็นประธาน เช่น The movie is coming out แม้ว่าบริษัทจะเป็นผู้เผยแพร่ก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “ออกฉายหรือเผยแพร่”: The new science-fiction movie is ____ next Friday.
ดูคำตอบ
coming out
go over to underbellyshow on YouTube and be sure you're subscribed
4:32ไปที่ช่อง underbellyshow บน YouTube แล้วอย่าลืมกดติดตาม
for their unique brand of infotainment and of course the ladies. การใช้คำ
4:36เพื่อชมสาระบันเทิงสไตล์เฉพาะตัวของพวกเขา และแน่นอนว่ายังมีสาว ๆ ด้วย
Unique brand of infotainment ที่มีเอกลักษณ์
ใน unique brand of infotainment คำว่า brand ไม่ได้หมายถึงเครื่องหมายการค้า a brand of หมายถึงประเภท สไตล์ หรือวิธีการที่มีลักษณะเด่นและเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่ม ส่วน unique เน้นว่ารูปแบบของพวกเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Infotainment เป็นคำผสมระหว่าง information กับ entertainment ในที่นี้หมายถึงสื่อที่นำเสนอข้อเท็จจริงหรือบทวิจารณ์อย่างสนุกสนาน วลีนี้อาจฟังดูเป็นการประชาสัมพันธ์ แต่ infotainment อาจมีนัยวิจารณ์เล็กน้อยในบริบทที่สื่อว่าความบันเทิงสำคัญกว่าความลึกซึ้ง
แบบฝึกหัด
their unique brand of infotainment หมายถึงอะไรในบริบทนี้?
- สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมข้อมูลเข้ากับความบันเทิง
- เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนสำหรับอุปกรณ์สื่อ
- สไตล์ที่ให้ข้อมูลโดยไม่พยายามสร้างความบันเทิง
ดูคำตอบ
สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมข้อมูลเข้ากับความบันเทิง
In fact, to fit in better, let me just do this. กริยาวลี
4:39ที่จริง เพื่อให้ผมดูกลมกลืนมากขึ้น ขอทำแบบนี้หน่อย
fit in better: เข้ากับกลุ่มหรือสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น
ในประโยคนี้ fit in หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งหรือกลมกลืนกับผู้คน สไตล์ หรือสภาพแวดล้อมรอบตัว เพื่อไม่ให้ดูผิดที่ผิดทาง ไม่ได้หมายถึงการมีขนาดทางกายภาพที่พอดี better ขยายกริยาวลี fit in ทั้งชุด ผู้พูดต้องการให้ตัวเองกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากขึ้นและกำลังจะเปลี่ยนบางอย่างเพื่อทำเช่นนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ fit in, fit in with + กลุ่มหรือสไตล์ และ fit in better เมื่อต้องการเปรียบเทียบระดับของการเป็นส่วนหนึ่งหรือความกลมกลืนทางสายตา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง ‘เป็นส่วนหนึ่งหรือกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น’: After a few weeks, Leo learned the local customs and began to ____.
ดูคำตอบ
fit in better
It's superhero and villain month over on underbellyshow.
4:45ที่ underbellyshow เดือนนี้เป็นเดือนแห่งซูเปอร์ฮีโร่และวายร้าย