จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณหยุดนอนหลับ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
521 คำ 181 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: เนื้อหาไล่ผลของการอดนอนจากความตื่นตัวชั่วคราวไปสู่การตัดสินใจและร่างกายที่แย่ลง พร้อมแยกขอบเขตหลักฐาน ความเสียหายที่ค่อย ๆ เพิ่ม และการตายทันที ประเด็นภาษาอังกฤษ: 1. “what if you stopped sleeping altogether?” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ what if กับรูปอดีตเพื่อสมมติกรณีสุดขั้วและสำรวจผลที่อาจตามมา 2. “a slippery slope.” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: บรรยายจุดเริ่มที่น่าดึงดูดแต่พาไปสู่ผลเสียที่หนักขึ้นและควบคุมยาก 3. “this doesn't mean permanent damage couldn't be inflicted” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกคำปฏิเสธซ้อนกันเพื่อไม่ถือว่าหลักฐานจำกัดรับรองความปลอดภัย และสื่อความไม่แน่นอนได้แม่นยำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Ah, sleep.

0:00

อา... การนอนหลับ

You can never have enough of it, it seems.

0:01

ดูเหมือนว่าคุณจะนอนเท่าไรก็ไม่เคยพอ

In fact, sometimes it literally feels like you aren't getting enough.

0:03

ที่จริง บางครั้งก็รู้สึกเหมือนว่าคุณนอนไม่พอจริง ๆ

But what if you stopped sleeping altogether? ไวยากรณ์

0:07

แต่ถ้าคุณเลิกนอนไปเลยล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?

ไวยากรณ์

what if + รูปอดีตสำหรับสถานการณ์สมมติ

What if ใช้เปิดคำถามเชิงสมมติ รูปอดีต stopped ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีต แต่สร้างระยะห่างจากความเป็นจริงและชวนผู้ฟังให้จินตนาการถึงสภาวะสุดขั้ว โครงสร้าง what if + ประธาน + รูปอดีต มักใช้เปิดการทดลองทางความคิดเพื่อสำรวจผลที่อาจเกิดขึ้น Altogether เน้น stopped sleeping ให้หมายถึงการหยุดนอนอย่างสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมคำเปิดแบบตายตัวสองคำที่หมายถึง “จะเกิดอะไรขึ้นถ้า” เพื่อทำคำถามการทดลองทางความคิดให้สมบูรณ์: ____ every city banned private cars for one month?

ดูคำตอบ

What if

Strangely,

0:09

น่าแปลกที่

science understands relatively little about why we sleep or how it evolved in the first place. วลี

0:10

วงการวิทยาศาสตร์ยังเข้าใจค่อนข้างน้อยว่าเหตุใดเราจึงนอนหลับ หรือเดิมทีการนอนหลับวิวัฒนาการมาได้อย่างไร

วลี

in the first place สำหรับเหตุผลเดิมหรือจุดเริ่มต้น

in the first place ในที่นี้หมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “เดิมที” โดยขยาย how it evolved และเปลี่ยนจุดสนใจจากหน้าที่ของการนอนหลับในปัจจุบันไปยังคำถามพื้นฐานกว่าว่าเหตุใดการนอนหลับจึงพัฒนาขึ้นมา วลีตายตัวนี้มีประโยชน์เมื่อผู้พูดย้อนกลับไปยังจุดกำเนิด เหตุผลเดิม หรือสมมติฐานตั้งต้นของหัวข้อ Place ไม่ได้หมายถึงสถานที่ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวสี่คำที่ใช้ถามถึงเหตุผลเดิมให้ประโยคสมบูรณ์: Why did we choose this route ____?

ดูคำตอบ

in the first place

After all, ลำดับความ

0:14

เพราะท้ายที่สุดแล้ว

laying unconscious and dormant for hours on end while predators lurk โน้ต

0:15

การนอนโดยไม่รู้สึกตัวและไม่เคลื่อนไหวอยู่หลายชั่วโมง ขณะที่สัตว์นักล่าซุ่มรออยู่

hardly seems advantageous or smart.

0:18

ก็ดูแทบจะไม่เป็นประโยชน์หรือฉลาดเอาเสียเลย

ลำดับความ

“After all,” ในฐานะคำเชื่อมที่นำเสนอเหตุผล

“After all” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ภายหลัง” แต่ย้อนกลับไปเชื่อมกับข้อกล่าวอ้างหรือคำถามก่อนหน้า แล้วนำเสนอเหตุผลที่ช่วยสนับสนุนข้อดังกล่าว ในประโยคนี้ ความเปราะบางต่อสัตว์นักล่าถูกนำเสนอเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อสงสัยว่าเหตุใดการนอนหลับจึงวิวัฒนาการขึ้นมา วลีนี้จัดลำดับตรรกะเป็นการเสนอประเด็นแล้วตามด้วยสิ่งสนับสนุน ไม่ใช่การเรียงเหตุการณ์ตามเวลา

แบบฝึกหัด

“After all,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?

  1. แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในภายหลัง
  2. ประกาศรายการสุดท้ายในลำดับ
  3. นำเสนอหลักฐานที่สนับสนุนประเด็นก่อนหน้า
ดูคำตอบ

นำเสนอหลักฐานที่สนับสนุนประเด็นก่อนหน้า

ไวยากรณ์

“laying unconscious and dormant”: เหตุใดภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงใช้ “lying”

ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน รูปที่ต้องการคือ “lying unconscious and dormant” โดย lying เป็นรูป -ing ของกริยาอกรรม lie หมายถึงประธานอยู่ในท่านอนราบหรือท่าพัก และไม่รับกรรมตรง ส่วน unconscious และ dormant บรรยายสภาพของประธานขณะที่นอนอยู่ laying เป็นรูป -ing ของกริยาสกรรม lay ซึ่งหมายถึง “วางบางสิ่งลง” และโดยปกติต้องมีกรรม lay ยังเป็นรูปอดีตของ lie ได้ด้วย เช่น “It lay still yesterday.” อย่างไรก็ตาม ประโยคนี้ต้องใช้รูป -ing ดังนั้นรูปมาตรฐานคือ lying ส่วน laying ที่เน้นไว้จึงเป็นรูปที่ไม่เป็นมาตรฐานในที่นี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ lie หรือ lay: “The injured deer was ____ motionless beside the road.”

ดูคำตอบ

lying

สำนวน

for hours on end: เน้นระยะเวลายาวนานอย่างต่อเนื่อง

ในประโยคนี้ for hours on end หมายถึงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่มีช่วงหยุดที่ชัดเจน ทำให้ช่วงเวลาที่หมดสติและอยู่ในภาวะไม่เคลื่อนไหวดูยาวนานผิดปกติ โครงสร้าง for + ช่วงเวลา + on end ใช้เน้นระยะเวลา มักสื่อว่าระยะเวลานั้นยาวจนน่าประหลาดใจ เหน็ดเหนื่อย ก่อความไม่สะดวก หรือมีความสำคัญ ส่วนท่าทีที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นเวลาหลายชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง: During the delay, passengers waited at the gate for ____.

ดูคำตอบ

hours on end

But we have discovered a few correlations.

0:21

แต่เราก็ค้นพบความสัมพันธ์บางอย่าง

For example,

0:23

ตัวอย่างเช่น

adults who sleep between 6 to 8 hours a night tend to live longer. ไวยากรณ์

0:24

ผู้ใหญ่ที่นอนคืนละ 6 ถึง 8 ชั่วโมงมีแนวโน้มจะอายุยืนกว่า

ไวยากรณ์

between 6 and 8 ไม่ใช่ between 6 to 8

ข้อความที่เน้นไว้ผสมโครงสร้างมาตรฐานสองแบบสำหรับบอกช่วงเข้าด้วยกัน ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน between ต้องใช้คู่กับ and ส่วน from ต้องใช้คู่กับ to ในที่นี้รูปที่แก้แล้วเป็นธรรมชาติคือ adults who sleep between 6 and 8 hours a night ส่วน From 6 to 8 hours a night ก็ถูกไวยากรณ์เช่นกัน แต่ไม่ควรผสมสองโครงสร้างนี้เข้าด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคำคู่มาตรฐานให้สมบูรณ์: The museum is busiest between 11 ____ 2 p.m.

ดูคำตอบ

and

ไวยากรณ์

tend to สำหรับแนวโน้มทั่วไปที่ไม่ตายตัว

ในประโยคนี้ tend to นำเสนอการมีอายุยืนกว่าในฐานะแนวโน้มทั่วไปหรือแนวโน้มทางสถิติของกลุ่มผู้ใหญ่ที่กล่าวถึง สำนวนนี้เปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น จึงไม่ได้รับประกันผลลัพธ์สำหรับผู้ใหญ่ทุกคน และตัวสำนวนเองก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าระยะเวลานอนเป็นสาเหตุของการมีอายุยืนขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ ประธาน + tend(s) to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เพื่อกล่าวอย่างระมัดระวังว่าโดยทั่วไปเกิดอะไรขึ้น หรือใครบางคนมักมีพฤติกรรมอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ความแน่นอน: In large surveys, people who exercise regularly ____ report better sleep.

ดูคำตอบ

tend to

Excessive sleep however,

0:28

อย่างไรก็ตาม การนอนมากเกินไป

can lead to medical problems including cardiovascular disease and diabetes. วลี

0:29

อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดกับโรคเบาหวาน

วลี

can lead to สำหรับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ can lead to เชื่อมการนอนมากเกินไปเข้ากับปัญหาทางการแพทย์ในฐานะผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น can แสดงความเป็นไปได้ กล่าวคือ ปัญหาอาจเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง หรือมีการพิสูจน์อย่างเด็ดขาดแล้วว่ามีสาเหตุโดยตรงเพียงสาเหตุเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ X can lead to Y โดย lead to เป็นกริยาวลีที่เชื่อมสิ่งหนึ่งกับผลลัพธ์ และ to ในที่นี้เป็นคำบุพบท ดังนั้น Y จึงเป็นนามวลีหรือรูป -ing ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีเป้าหมายที่แสดงผลลัพธ์ซึ่งอาจเกิดขึ้น: Ignoring a small leak for months ____ serious water damage.

ดูคำตอบ

can lead to

Similarly,

0:33

ในทำนองเดียวกัน

chronic sleep deprivation has been linked to aspects of cardiovascular disease, โน้ต

0:34

การอดนอนเรื้อรังสัมพันธ์กับหลายแง่มุมของโรคหัวใจและหลอดเลือด

obesity, depression, and even brain damage.

0:39

โรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า และแม้กระทั่งความเสียหายของสมอง

การใช้คำ

chronic sleep deprivation: การขาดการนอนหลับในระยะยาว

chronic sleep deprivation เป็นนามวลีที่หมายถึงการนอนหลับไม่เพียงพออย่างต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำเป็นเวลานาน ในที่นี้ chronic หมายถึง “ยาวนาน” หรือ “เกิดซ้ำ” ไม่ได้หมายถึงเพียง “รุนแรง” sleep deprivation เน้นที่การขาดการนอนหลับที่จำเป็น วลีทั้งหมดบอกถึงรูปแบบที่ดำเนินต่อเนื่องตามเวลา ไม่ใช่การนอนน้อยเพียงคืนเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสามคำจากบทเรียนนี้: After months of sleeping only four hours a night, Maya experienced ____.

ดูคำตอบ

chronic sleep deprivation

วลี

has been linked to: การรายงานความสัมพันธ์

has been linked to เป็นโครงสร้างถูกกระทำใน present perfect: has + been + linked โดยบอกว่างานวิจัยหรือหลักฐานพบความเชื่อมโยงระหว่างสองสิ่ง และข้อค้นพบนั้นยังเกี่ยวข้องอยู่ในปัจจุบัน ถ้อยคำที่ระมัดระวังนี้รายงานความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่าสิ่งแรกทำให้เกิดสิ่งที่สองโดยตรง เป็นสาเหตุเดียว หรือจะทำให้เกิดผลนั้นในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

งานวิจัยหนึ่งพบความสัมพันธ์แต่ไม่ได้พิสูจน์สาเหตุ ประโยคใดรายงานผลได้อย่างถูกต้อง?

  1. Low physical activity causes lower mood in every case.
  2. Low mood is unrelated to physical activity.
  3. Low physical activity has been linked to lower mood.
ดูคำตอบ

Low physical activity has been linked to lower mood.

But what if you stopped sleeping right now?

0:41

แต่ถ้าคุณหยุดนอนตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะ?

Well, after your first sleepless night

0:44

หลังจากผ่านคืนแรกที่ไม่ได้นอน

your mesolimbic system becomes stimulated and dopamine runs rampant. โน้ต

0:45

ระบบเมโซลิมบิกของคุณจะถูกกระตุ้น และโดพามีนจะหลั่งออกมาอย่างพลุ่งพล่าน

วัฒนธรรม

mesolimbic system: เครือข่ายเส้นทางด้านรางวัลและแรงจูงใจ

ในที่นี้ mesolimbic system หมายถึงเครือข่ายเส้นทางในสมองที่เชื่อมโยงกันและเกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และการส่งสัญญาณของโดพามีน ระบบนี้เป็นเครือข่ายของเส้นทาง ไม่ใช่อวัยวะชิ้นเดียวหรือศูนย์ความสุขที่แยกออกมาเพียงจุดเดียว ในประโยคนี้ การที่ระบบดังกล่าวถูกกระตุ้นอธิบายว่าทำไมกิจกรรมของโดพามีนจึงเพิ่มขึ้น และทำไมผู้ที่อดนอนจึงอาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าหรือมีแรงจูงใจมากขึ้นชั่วคราวหลังคืนแรกที่นอนไม่หลับ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ mesolimbic system หมายถึงอะไร?

  1. ช่วงการนอนหลับที่สร้างพลังงานเพิ่ม
  2. สมองทั้งหมดที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์ความสุขเพียงแห่งเดียว
  3. อวัยวะชิ้นเดียวที่เก็บโดพามีน
  4. เครือข่ายเส้นทางในสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และกิจกรรมของโดพามีน
ดูคำตอบ

เครือข่ายเส้นทางในสมองที่เกี่ยวข้องกับรางวัล แรงจูงใจ และกิจกรรมของโดพามีน

สำนวน

runs rampant: การดำเนินไปหรือแพร่กระจายอย่างควบคุมไม่ได้

ในประโยคนี้ runs rampant หมายถึงกิจกรรมของโดพามีนเพิ่มสูงเกินไปและควบคุมไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าโดพามีนกำลังวิ่งจริง ๆ Run rampant ใช้อธิบายสิ่งที่แพร่กระจาย เติบโต หรือดำเนินไปโดยไม่มีการควบคุมที่ได้ผล โดยทั่วไปสื่อว่าสถานการณ์นั้นไม่พึงประสงค์หรืออาจเป็นอันตราย ไม่ได้หมายเพียงว่ามีสิ่งนั้นอยู่เป็นจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “แพร่กระจายหรือดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม”: Without active moderation, misinformation can ____ online.

ดูคำตอบ

run rampant

And this may actually trigger some extra energy,

0:49

สิ่งนี้อาจทำให้คุณมีพลังงานเพิ่มขึ้นจริง ๆ

motivation, positivity, and even sex drive. การใช้คำ

0:52

ทั้งยังมีแรงจูงใจ มีทัศนคติเชิงบวก และแม้แต่มีความต้องการทางเพศมากขึ้น

การใช้คำ

sex drive: ความต้องการทางเพศ ไม่ใช่การขับรถ

ใน sex drive คำว่า drive หมายถึงแรงกระตุ้นหรือแรงขับภายใน ไม่ใช่การขับยานพาหนะ คำนามประสมนี้หมายถึงระดับความต้องการทางเพศของบุคคล ประโยคนี้กล่าวถึง sex drive ว่าเป็นหนึ่งในสภาวะภายในหลายอย่างที่อาจเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยเป็นการบอกผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การแนะนำให้อดนอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Some medications can lower a person's sex drive," คำว่า sex drive หมายถึงอะไร?

  1. ทักษะการขับรถ
  2. ความต้องการทางเพศ
  3. แรงจูงใจในการออกกำลังกาย
ดูคำตอบ

ความต้องการทางเพศ

Sounds appealing, น้ำเสียง/เจตนา

0:54

ฟังดูน่าสนใจ

but it's a slippery slope. สำนวน

0:55

แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของสถานการณ์ที่จะแย่ลงเรื่อย ๆ

น้ำเสียง/เจตนา

Sounds appealing: ยอมรับก่อนว่าความประทับใจแรกน่าสนใจ

Sounds appealing เป็นรูปย่อในภาษาสนทนาของ That sounds appealing หรือ It sounds appealing โดย Sounds เป็นกริยาเชื่อม และ appealing เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงน่าสนใจหรือน่าพิจารณา วลีนี้ประเมินว่าแนวคิดก่อนหน้าสร้างความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้กล่าวถึงเสียงจริง ๆ เมื่อวางไว้หน้า but วลีนี้จะทำหน้าที่แสดงการยอมรับบางส่วน กล่าวคือ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าแนวคิดนั้นดูน่าสนใจในตอนแรก แล้วจึงเสนอปัญหาหรือคำเตือน ดังนั้นจึงไม่ได้เท่ากับการแนะนำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่แสดงว่าแนวคิดน่าสนใจก่อนจะเสนอข้อสงวน: A remote position ____, but I need to ask about the working hours.

ดูคำตอบ

sounds appealing

สำนวน

a slippery slope ในฐานะคำเตือน

สำนวน a slippery slope หมายถึงก้าวแรกที่อาจดูไม่เป็นอันตรายหรือน่าสนใจ แต่คาดว่าจะนำไปสู่ผลเสียที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และหยุดได้ยากขึ้น ในประโยคนี้ but พลิกปฏิกิริยาเชิงบวกจาก Sounds appealing ให้กลายเป็นคำเตือน สำนวนนี้เสนอความเป็นไปได้ของผลที่เกิดต่อเนื่องกัน แต่ตัวสำนวนเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกขั้นตอนหลังจากนั้นจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ a slippery slope เตือนเกี่ยวกับอะไร

  1. ก้าวแรกที่น่าดึงดูดอาจนำไปสู่ผลที่แย่ลงเรื่อย ๆ และหยุดได้ยาก
  2. สถานการณ์จะเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นน่าจะไม่เป็นอันตราย
  3. แนวคิดนี้น่าสนใจเพียงเพราะจะให้ประโยชน์ทันที
ดูคำตอบ

ก้าวแรกที่น่าดึงดูดอาจนำไปสู่ผลที่แย่ลงเรื่อย ๆ และหยุดได้ยาก

Your brain slowly begins to shut off the regions responsible for planning and evaluating decisions, โน้ต

0:57

สมองจะค่อย ๆ ปิดการทำงานของบริเวณที่มีหน้าที่วางแผนและประเมินการตัดสินใจ

กริยาวลี

Shut off ที่หมายถึงหยุดการทำงาน

Shut off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงหยุดแหล่งจ่าย การเชื่อมต่อ อุปกรณ์ หรือการทำงาน ในประโยคนี้ สมองทำให้บริเวณที่ใช้วางแผนและประเมินการตัดสินใจหยุดทำงานหรือลดการทำงานลงอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงการปิดประตูจริง ๆ กรรมสามารถอยู่หลังกริยาวลีทั้งชุดได้ เช่น shut off the regions หรือแทรกระหว่างสองส่วนได้ เช่น shut the regions off โดยปกติคำสรรพนามจะอยู่ตรงกลาง: shut them off

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังเสียงที่เชื่อมกันใน shut off

  1. The heater shut down automatically when the room got warm.
  2. The heater switched off automatically when the room got warm.
  3. The heater shut off automatically when the room got warm.
ดูคำตอบ

The heater shut off automatically when the room got warm.

ไวยากรณ์

responsible for + รูป -ing: planning and evaluating decisions

ในประโยคนี้ responsible for planning and evaluating decisions เป็นวลีคุณศัพท์ที่ขยาย the regions โดยระบุว่าบริเวณเหล่านั้นของสมองทำหน้าที่อะไร ไม่ได้หมายความว่าบริเวณเหล่านั้นต้องรับผิดเพราะทำผิด for เป็นคำบุพบท ดังนั้นการกระทำที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing โดย planning และ evaluating เป็นรูปที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ซึ่งรวมกันเพื่อบอกหน้าที่ที่ตามหลัง for

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย บริบทต้องการวลีทางการที่ระบุหน้าที่ของทีม: The safety team is ____ checking the alarms every morning.

ดูคำตอบ

responsible for

leading to more impulsive behavior. ไวยากรณ์

1:02

ทำให้คุณมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นมากขึ้น

ไวยากรณ์

leading to ในฐานะวลีบอกผล

ในที่นี้ leading to ใช้บอกผลของอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด กล่าวคือ การปิดการทำงานของบริเวณเหล่านั้นทำให้เกิดพฤติกรรมที่หุนหันพลันแล่นมากขึ้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นวลีเสริมที่บอกผล leading เป็น present participle ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ progressive tense และไม่ใช่กริยาหลักอีกตัวที่ผันตามประธาน โครงสร้าง -ing นี้ช่วยย่อความหมายของ “and this leads to ...” ให้อยู่ในประโยคเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลสองคำจากบทเรียน: A software update disabled the login page, ____ thousands of support calls.

ดูคำตอบ

leading to

Once exhaustion sets in, โน้ต

1:04

เมื่อความอ่อนล้าเริ่มถาโถม

กริยาวลี

sets in: สภาวะค่อย ๆ เริ่มขึ้น

sets in เป็นกริยาวลีอกรรม หมายถึง “เริ่มขึ้นแล้วค่อย ๆ คงอยู่หรือสังเกตเห็นได้ชัด” มักใช้กับสภาวะที่ค่อย ๆ พัฒนา โดยเฉพาะสภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ในประโยคนี้ exhaustion คือสภาวะที่เริ่มเกิดขึ้น ประธานคือสภาวะนั้นเอง: exhaustion sets in เนื่องจาก exhaustion เป็นเอกพจน์ set จึงเปลี่ยนเป็น sets ในความหมายนี้ set in ไม่มีกรรมตรงตามหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เริ่มขึ้นและค่อย ๆ คงอยู่”: Without repairs, decay may ____ during the rainy season.

ดูคำตอบ

set in

you'll find yourself with slower reaction times and reduced perceptual and cognitive functions. ไวยากรณ์

1:05

คุณจะตอบสนองช้าลง และความสามารถด้านการรับรู้กับการคิดก็ลดลง

ไวยากรณ์

Once exhaustion sets in: ใช้ once ระบุจุดกระตุ้น

ในที่นี้ once ใช้นำอนุประโยคบอกเวลา หมายถึง “หลังจากสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว” หรือ “หลังจากมาถึงจุดนี้” ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคนี้แสดงว่าการเริ่มเกิดความเหนื่อยล้าเป็นจุดกระตุ้นให้เกิดผลในประโยคหลัก once มักแสดงว่าเหตุการณ์ที่เป็นจุดกระตุ้นนั้นเป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิด หรือแน่นอนพอที่จะวางแผนสิ่งที่จะตามมาได้ รูปแบบทั่วไปคือ Once + เหตุการณ์, ผลลัพธ์ หรือ “เมื่อ X เกิดขึ้นแล้ว Y ก็ตามมา”

แบบฝึกหัด

คาดว่าประตูจะเปิด และหลังจากนั้นแขกจึงเข้าได้ เลือกประโยคที่สื่อความสัมพันธ์นี้ได้ดีที่สุด

  1. Although the doors open, guests may enter.
  2. Unless the doors open, guests may enter.
  3. If the doors open, guests may enter.
  4. Once the doors open, guests may enter.
ดูคำตอบ

Once the doors open, guests may enter.

ไวยากรณ์

“Find yourself with” สำหรับสภาพที่ไม่ได้วางแผนไว้

ในประโยคนี้ find yourself with หมายถึง “มารู้หรือสังเกตในภายหลังว่าตอนนี้ตนเองมีบางสิ่งหรืออยู่ในสภาพบางอย่าง” บุคคลนั้นไม่ได้ตั้งใจเลือกให้ตอบสนองช้าลงหรือมีความสามารถลดลง แต่สภาพเหล่านี้ค่อย ๆ เกิดขึ้น โครงสร้างคือ find + สรรพนามสะท้อนกลับ + with + นามวลี โดยเน้นการตระหนักถึงสถานการณ์ที่มีอยู่แล้วหรือกำลังก่อตัว ไม่ได้หมายถึงการค้นหาตัวตน สรรพนามสะท้อนกลับจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I find myself, she finds herself และ they find themselves

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “มาพบในภายหลังว่าตนเองมี”: If you keep adding subscriptions, you may ____ several bills you forgot about.

ดูคำตอบ

find yourself with

After a day or two of no sleep,

1:11

หลังจากไม่ได้นอนหนึ่งหรือสองวัน

the body loses its ability to properly metabolize glucose วลี

1:12

ร่างกายจะสูญเสียความสามารถในการเผาผลาญกลูโคสอย่างเหมาะสม

วลี

“Loses its ability to” สำหรับความสามารถที่สูญหาย

Loses its ability to หมายถึง “ไม่เหลือความสามารถเดิมในการทำบางสิ่งอีกต่อไป” ในที่นี้ ปกติร่างกายสามารถเผาผลาญกลูโคสได้ แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ความสามารถนั้นหายไปหรือบกพร่องอย่างมาก โครงสร้างคือ ประธาน + lose + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + ability + to-infinitive คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น the body loses its ability, she loses her ability และ they lose their ability โครงสร้างนี้กล่าวถึงการสูญเสียความสามารถที่เคยมี ไม่ใช่การเสียโอกาส

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่แสดงว่าความสามารถเดิมหายไป: When its backup battery fails, the clock ____ keep the correct time during an outage.

ดูคำตอบ

loses its ability to

and the immune system stops working as well. การใช้คำ

1:16

และระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม

การใช้คำ

stops working as well: ไม่ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่าเดิม

ในที่นี้ as well บอกคุณภาพของการทำงาน กล่าวคือ ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าภาวะปกติ เกณฑ์เปรียบเทียบที่ละไว้คือ “ดีเท่ากับตอนที่นอนหลับตามปกติ” แม้จะไม่ได้กล่าวออกมาครบถ้วน เนื่องจาก as well อาจหมายถึง “ด้วย” ได้เช่นกัน จึงต้องพิจารณาความหมายแวดล้อม ในประโยคนี้ as well เชื่อมกับ working และสื่อว่าประสิทธิภาพลดลง ไม่ได้หมายความว่าระบบภูมิคุ้มกันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หยุดทำงานโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ในประโยคเดิม stops working as well หมายความว่าอย่างไร

  1. ระบบภูมิคุ้มกันหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง และอีกระบบหนึ่งก็หยุดด้วย
  2. ระบบภูมิคุ้มกันยังคงทำงานในระดับเดิมทุกประการ
  3. ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าภาวะปกติอีกต่อไป
ดูคำตอบ

ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าภาวะปกติอีกต่อไป

In some cases, ลำดับความ

1:18

ในบางกรณี

3 days of no sleep has led to hallucinations.

1:19

การไม่ได้นอนนาน 3 วันทำให้เกิดอาการประสาทหลอน

ลำดับความ

In some cases: จำกัดขอบเขตของข้อความ

In some cases เป็นวลีจำกัดขอบเขตที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดว่าข้อความทั้งหมดใช้ได้กว้างเพียงใด วลีนี้บอกว่าผลที่ตามมาเกิดขึ้นเฉพาะในบางสถานการณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง การวางคำจำกัดขอบเขตนี้ไว้ก่อนข้อความหลักช่วยให้ผู้พูดนำเสนอหลักฐานอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการกล่าวว่าข้อสังเกตนั้นเป็นจริงในทุกกรณี วลีนี้ไม่ได้ระบุว่ากรณีเหล่านั้นพบบ่อยเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดจำกัดผลลัพธ์ไว้อย่างชัดเจนว่าเกิดขึ้นเฉพาะในบางสถานการณ์

  1. In some cases, the backup restores every file.
  2. The backup restores every file in all cases.
  3. The backup always restores every file.
ดูคำตอบ

In some cases, the backup restores every file.

Care about how you look? ลำดับความ

1:22

ใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ของตัวเองไหม?

ลำดับความ

Care about how you look? ในฐานะคำถามเกริ่นเชิงวาทศิลป์

“Care about how you look?” เป็นรูปย่อในภาษาสนทนาของ “Do you care about how you look?” การละประธานและกริยาช่วยทำให้คำถามสั้นและตรงประเด็น ในที่นี้ คำถามนี้เป็นคำเกริ่นเชิงวาทศิลป์ที่พูดกับผู้ชมโดยตรง โดยเปลี่ยนประเด็นไปสู่เรื่องรูปลักษณ์ในฐานะเหตุผลใหม่ที่ควรสนใจ และปูทางไปสู่หลักฐานที่จะตามมา จึงไม่จำเป็นต้องต้องการคำตอบจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอด้านวิทยาศาสตร์ถามว่า “Care about how you look?” ก่อนกล่าวถึงงานวิจัยเรื่องการนอนหลับกับรูปลักษณ์ คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ดึงผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงและเปิดเรื่องรูปลักษณ์เป็นหัวข้อใหม่
  2. ปิดหัวข้อที่อธิบายไว้อย่างครบถ้วนแล้ว
  3. ขอให้ผู้ฟังทุกคนตอบเรื่องส่วนตัวอย่างละเอียด
ดูคำตอบ

ดึงผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงและเปิดเรื่องรูปลักษณ์เป็นหัวข้อใหม่

Studies have shown a direct correlation between sleep deprivation and a person's perceived beauty. วลี

1:23

งานวิจัยพบความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการอดนอนกับความดูดีของบุคคลในสายตาผู้อื่น

วลี

ความสัมพันธ์โดยตรงระหว่าง A กับ B

โครงสร้าง a correlation between A and B ใช้รายงานว่าตัวแปรสองตัวเปลี่ยนแปลงอย่างสัมพันธ์กัน ในที่นี้ A คือการอดนอน และ B คือ a person's perceived beauty ซึ่งหมายถึงความงามของบุคคลนั้นตามการตัดสินของผู้อื่น Direct เน้นว่าความเชื่อมโยงที่สังเกตเห็นนั้นชัดเจนหรือเด่นชัดในผลการศึกษา แต่ correlation ก็ยังไม่พิสูจน์ว่า A ทำให้เกิด B ดังนั้นประโยคนี้จึงรายงานความสัมพันธ์ ไม่ใช่หลักฐานของเหตุและผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดรายงานความสัมพันธ์โดยไม่ได้กล่าวอ้างว่าตัวแปรหนึ่งทำให้เกิดอีกตัวแปรหนึ่ง?

  1. There is no relationship between weekly exercise and reported energy levels.
  2. Weekly exercise directly causes higher reported energy levels.
  3. The report found a direct correlation between weekly exercise and reported energy levels.
ดูคำตอบ

The report found a direct correlation between weekly exercise and reported energy levels.

That is to say, ลำดับความ

1:28

กล่าวอีกอย่างคือ

sleep-deprived individuals appear less healthy and less attractive ไวยากรณ์

1:29

คนที่อดนอนจะดูสุขภาพแย่ลงและมีเสน่ห์น้อยลง

than when they were well rested. วลี

1:33

เมื่อเทียบกับตอนที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ลำดับความ

That is to say: การเกริ่นข้อความกล่าวซ้ำที่ชัดเจนขึ้น

That is to say เป็นสัญญาณว่าสิ่งที่ตามมาจะกล่าวซ้ำหรือชี้แจงแนวคิดก่อนหน้าด้วยถ้อยคำที่ตรงกว่า ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงการวิจัยที่เป็นนามธรรมให้เป็นคำอธิบายตรง ๆ ว่าผู้ที่อดนอนได้รับการมองอย่างไร วลีนี้จัดระเบียบข้อมูลเดิม ไม่ได้เพิ่มหลักฐานหรือบอกผลที่ตามมา จึงควรเข้าใจว่า “พูดให้ตรงขึ้นก็คือ” ไม่ใช่ “ดังนั้น”

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเติมประโยคได้เหมาะที่สุดเพื่อเกริ่นการกล่าวซ้ำที่ชัดขึ้น ไม่ใช่ผลลัพธ์? The archive is public. _____, anyone can view its records without special permission.

  1. That is to say
  2. Therefore
  3. For example
ดูคำตอบ

That is to say

ไวยากรณ์

less ... and less ... than when ...: การเปรียบเทียบสองลักษณะระหว่างสภาวะ

การใช้ less ซ้ำสร้างรูปเปรียบเทียบที่เชื่อมกันสองส่วน ได้แก่ less healthy และ less attractive โดยอนุประโยค than when เพียงชุดเดียวทำหน้าที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบให้คำคุณศัพท์ทั้งสองคำ Than when they were well rested เปรียบเทียบคนกลุ่มเดิมในสองสภาวะ คือ ตอนอดนอนกับตอนพักผ่อนเต็มที่ ส่วน Appear บอกว่าพวกเขาดูเป็นอย่างไรหรือได้รับการประเมินอย่างไร ไม่ได้ยืนยันว่าสุขภาพหรือความน่าดึงดูดที่แท้จริงเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้แสดงว่าคุณสมบัติทั้งสองมีระดับต่ำลง โดยใช้รูปเปรียบเทียบซ้ำและสภาวะในอดีตเป็นเกณฑ์: After the overnight flight, Maya felt ____ alert and ____ cheerful ____ she had slept for eight hours at home.

ดูคำตอบ

less · less · than when

วลี

well rested: พักผ่อนมาอย่างเพียงพอ

ในประโยคนี้ well rested หมายถึงการได้พักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพจนร่างกายและจิตใจฟื้นตัว well ขยายระดับหรือความครบถ้วนของ rested ไม่ได้เป็นการตัดสินแยกต่างหากว่าบุคคลเหล่านั้นมีสุขภาพดี วลีนี้ใช้สภาพที่พักผ่อนเพียงพอเป็นจุดเปรียบเทียบกับ sleep-deprived individuals โดยทั่วไป be well rested หมายถึงรู้สึกสดชื่นและพร้อมหลังจากนอนหลับหรือพักผ่อนอย่างเพียงพอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายเพื่อแสดงว่า Maya ฟื้นตัวแล้วหลังจากนอนหลับเพียงพอ: After sleeping for nine hours, Maya woke up ____.

ดูคำตอบ

well rested

The longest scientifically documented case of being awake

1:34

กรณีการตื่นต่อเนื่องยาวนานที่สุดที่มีการบันทึกทางวิทยาศาสตร์

was 264 hours or 11 days.

1:37

กินเวลา 264 ชั่วโมง หรือ 11 วัน

And while they did develop problems with concentration, perception, and irritability, โน้ต

1:40

แม้บุคคลนั้นจะมีปัญหาด้านสมาธิ การรับรู้ และอาการหงุดหงิด

ไวยากรณ์

did develop: did ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ในอนุประโยคบอกเล่านี้ did เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น did develop หมายความว่าปัญหาเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ การเน้นนี้ทำหน้าที่ยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวก่อนจะกล่าวส่วนที่ขัดแย้งในภายหลัง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคบอกเล่า เมื่อต้องการยืนยันข้อเท็จจริงหรือแก้ความสงสัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นประโยคบอกเล่าแบบเน้นที่ยืนยันว่าอัปเดตแก้ปัญหาได้จริง แม้ก่อนหน้านี้จะมีข้อสงสัย

  1. The update did fix the problem.
  2. Did the update fix the problem?
  3. The update fixed the problem.
ดูคำตอบ

The update did fix the problem.

the surprising truth is that they suffered no serious long-term health effects.

1:44

แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ กลับไม่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพที่ร้ายแรงในระยะยาว

ลำดับความ

while ... the surprising truth is that: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนแล้วเน้นข้อสรุปที่ไม่คาดคิด

ในที่นี้ while นำอนุประโยคที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงด้านหนึ่ง โดยยอมรับปัญหาเรื่องสมาธิ การรับรู้ และความหงุดหงิดก่อนที่ประโยคจะเปลี่ยนไปสู่ข้อสรุปที่สำคัญกว่าและตรงข้ามกัน ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน The surprising truth is that ระบุอย่างชัดเจนว่าอนุประโยคที่มี that ตามมาเป็นข้อมูลสำคัญและผิดจากที่คาดไว้ สองส่วนนี้ร่วมกันสร้างรูปแบบ “ยอมรับก่อน แล้วปรับกรอบความสนใจใหม่” คือยอมรับหลักฐานด้านลบก่อน แล้วจึงนำผู้ฟังไปยังข้อสรุปหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเป้าหมายสองส่วน เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างแล้วจึงเน้นข้อสรุปที่ไม่คาดคิด: ____ the first attempt failed, ____ the team learned exactly what to change.

ดูคำตอบ

While · the surprising truth is that

In fact,

1:48

ที่จริงแล้ว

no individuals under these documented conditions ลำดับความ

1:49

ไม่มีใครที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขซึ่งมีการบันทึกไว้เหล่านี้

experienced medical, physiological, neurological, or psychiatric problems.

1:51

ประสบปัญหาทางการแพทย์ ทางสรีรวิทยา ทางระบบประสาท หรือทางจิตเวช

ลำดับความ

under these documented conditions: การจำกัดขอบเขตของข้อสรุป

under these documented conditions เป็นวลีบุพบทที่กำหนดขอบเขต ในที่นี้ under หมายถึง “ในสถานการณ์เหล่านี้” วลีนี้บอกผู้อ่านว่าข้อกล่าวอ้างใช้ได้เฉพาะภายในเงื่อนไขที่มีการบันทึกไว้สำหรับกรณีที่กำลังกล่าวถึง ตำแหน่งของวลีจำกัดขอบเขตของผลการสังเกตทั้งหมดที่ตามมา documented หมายถึงมีบันทึกที่มีอยู่รองรับ ไม่ได้หมายถึงครอบคลุมทั้งหมด เป็นระยะยาว หรือควบคุมอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่ควรเหมารวมประโยคนี้ไปยังการอดนอนทุกรูปแบบ

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความนี้: “ประโยคนี้พิสูจน์ว่าการอดนอนไม่เคยทำให้ใครมีปัญหาทางการแพทย์ สรีรวิทยา ระบบประสาท หรือจิตเวช”

  1. การตีความที่ไม่เหมาะสม
  2. การตีความที่เหมาะสม
ดูคำตอบ

การตีความที่ไม่เหมาะสม

But there are limited studies

1:56

แต่งานวิจัยยังมีอยู่อย่างจำกัด

and this doesn't mean permanent damage couldn't be inflicted with more time. ไวยากรณ์

1:57

และนี่ก็ไม่ได้หมายความว่า หากปล่อยให้นานกว่านั้นแล้วจะไม่เกิดความเสียหายถาวร

ไวยากรณ์

this doesn't mean ... couldn't: เปิดความเป็นไปได้ของความเสี่ยงไว้

โครงสร้าง this doesn't mean [permanent damage couldn't be inflicted] ใช้ปฏิเสธข้อสรุปที่หนักแน่นเกินหลักฐาน งานวิจัยที่มีจำกัดไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายถาวรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจาก couldn't อยู่ภายในแนวคิดที่ถูกปฏิเสธด้วย doesn't mean ประโยคนี้จึงยังเปิดความเป็นไปได้ว่าการดำเนินต่อไปนานกว่านั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายถาวร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Evidence for A does not mean B could not happen ซึ่งหมายความว่า B ยังเป็นไปได้ ไม่ได้ยืนยันว่า B จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ข้อความที่เน้นในประโยคนี้สื่อความหมายว่าอะไร

  1. หากใช้เวลานานขึ้น ความเสียหายถาวรจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
  2. มีการพิสูจน์แล้วว่าความเสียหายถาวรเป็นไปไม่ได้
  3. หากใช้เวลานานขึ้น ความเสียหายถาวรยังคงเป็นไปได้
ดูคำตอบ

หากใช้เวลานานขึ้น ความเสียหายถาวรยังคงเป็นไปได้

Sleep deprivation experiments on rats,

2:01

การทดลองอดนอนในหนู

for example,

2:03

ตัวอย่างเช่น

generally lead to death after about 2 weeks.

2:04

โดยทั่วไปทำให้หนูตายหลังจากผ่านไปราว 2 สัปดาห์

But scientists aren't totally sure if they're dying from the lack of sleep ไวยากรณ์

2:06

แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจนักว่าหนูตายเพราะอดนอน

or from the stress of constantly being woken up. ไวยากรณ์

2:09

หรือเพราะความเครียดจากการถูกปลุกอยู่ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

aren't totally sure if: แสดงคำถามที่ยังไม่มีข้อยุติ

Aren't totally sure if แสดงความมั่นใจที่ยังไม่สมบูรณ์ totally ขยาย sure และรูปปฏิเสธหมายความว่านักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าพวกเขาไม่มีหลักฐานหรือไม่มีแนวคิดเลย ในที่นี้ if ใช้นำคำถามทางอ้อมที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ และมีความหมายเท่ากับ whether นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าสาเหตุใดในสองสาเหตุที่เสนอมาเป็นสาเหตุจริง ไม่ได้ใช้เพื่อนำเงื่อนไขทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The engineers aren't totally sure if the outage came from the router or the power supply.” คำว่า if ทำหน้าที่อะไร

  1. แสดงว่าวิศวกรมั่นใจอย่างสมบูรณ์
  2. ใช้นำคำถามที่ยังไม่มีข้อยุติว่าสาเหตุใดถูกต้อง
  3. ใช้ระบุเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการขัดข้อง
ดูคำตอบ

ใช้นำคำถามที่ยังไม่มีข้อยุติว่าสาเหตุใดถูกต้อง

ไวยากรณ์

being woken up: gerund รูป passive หลัง of

ใน from the stress of constantly being woken up วลี being woken up เป็น gerund รูป passive โดยทำให้ประสบการณ์นี้กลายเป็นหน่วยที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม และเป็นกรรมของบุพบท of หนูเป็นฝ่ายรับการกระทำ เพราะมีคนหรือบางสิ่งปลุกพวกมันซ้ำ ๆ ตรงนี้ being ไม่ใช่กริยาหลักของ progressive tense แต่ being + กริยาช่องสาม woken ประกอบกันเป็นโครงสร้าง -ing รูป passive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive -ing ของ wake up: After three nights at the noisy hotel, Mia was tired of ____ by people in the hallway.

ดูคำตอบ

being woken up

Perhaps we should look at fatal familial insomnia for an answer, วัฒนธรรม

2:12

บางทีเราอาจหาคำตอบได้จากโรคนอนไม่หลับมรณะในครอบครัว

a rare genetic disease of the brain

2:15

ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมของสมองที่พบได้ยาก

which causes progressively worsening insomnia or sleeplessness วลี

2:17

และทำให้อาการนอนไม่หลับหรือหลับไม่ได้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

วัฒนธรรม

fatal familial insomnia: ชื่อโรคอย่างเป็นทางการ

Fatal familial insomnia เป็นชื่อทางการของโรคทางสมองที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและพบได้น้อยอย่างยิ่ง โดยทำให้ความผิดปกติด้านการนอนแย่ลงตามเวลา fatal บอกถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่ทำให้เสียชีวิต familial บอกถึงรูปแบบการถ่ายทอดในครอบครัว และ insomnia หมายถึงความผิดปกติด้านการนอนอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ ชื่อดังกล่าวยกกรณีทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจงและผิดปกติขึ้นมาเป็นหลักฐานที่อาจใช้ในการอภิปรายเรื่องการนอนและความตาย ไม่ใช่คำพูดเกินจริงแทนอาการนอนไม่หลับทั่วไป และไม่ได้หมายความว่าการอดนอนตามปกติคือโรคนี้

แบบฝึกหัด

ในบทความทางการแพทย์ fatal familial insomnia หมายถึงอะไร?

  1. ปัญหาก่อนนอนที่คุ้นเคยและเกิดกับครอบครัวส่วนใหญ่
  2. โรคทางสมองจากพันธุกรรมที่พบได้น้อยและทำลายการนอนลงเรื่อย ๆ
  3. การนอนหลับไม่ดีอย่างรุนแรงแต่เกิดขึ้นชั่วคราวในคืนใดก็ตาม
ดูคำตอบ

โรคทางสมองจากพันธุกรรมที่พบได้น้อยและทำลายการนอนลงเรื่อย ๆ

leading to hallucinations, dementia,

2:20

จนนำไปสู่อาการประสาทหลอน ภาวะสมองเสื่อม

and ultimately death.

2:22

และเสียชีวิตในที่สุด

วลี

progressively worsening insomnia: อาการนอนไม่หลับที่รุนแรงขึ้นตามเวลา

progressively worsening insomnia หมายถึงอาการนอนไม่หลับที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป progressively ขยาย worsening โดยเน้นว่าแต่ละระยะรุนแรงกว่าระยะก่อนหน้า ไม่ได้หมายความเพียงว่าอาการนอนไม่หลับรุนแรงมาก ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง โครงสร้าง progressively worsening + คำนาม ใช้อธิบายอาการ ภาวะ ความเสี่ยง หรือสถานการณ์ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง «รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ» ให้สมบูรณ์: The patient reported ____ headaches over several weeks.

ดูคำตอบ

progressively worsening

This disease has only affected around 100 people in the world,

2:23

โรคนี้ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลกเพียงประมาณ 100 คน

but their average survival span was around 18 months.

2:27

แต่ระยะเวลารอดชีวิตโดยเฉลี่ยของพวกเขาอยู่ที่ประมาณ 18 เดือน

Over time, ลำดับความ

2:30

เมื่อเวลาผ่านไป

the lack of sleep becomes worse

2:30

การอดนอนจะยิ่งรุนแรงขึ้น

and the body's organs begin to shut down. กริยาวลี

2:32

และอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจะเริ่มหยุดทำงาน

ลำดับความ

Over time: การกำหนดกรอบเวลาให้การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Over time เป็นส่วนขยายประโยคที่หมายถึง «เมื่อเวลาผ่านไป» หรือ «อย่างค่อยเป็นค่อยไป» ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าอาการที่แย่ลงและการล้มเหลวของอวัยวะเกิดจากกระบวนการสะสม ไม่ได้เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาที่เจาะจงเพียงครั้งเดียว เมื่อวางไว้ต้นประโยคตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาให้ทั้งอนุประโยคและพาคำอธิบายจากสภาวะก่อนหน้าไปสู่ผลลัพธ์ภายหลัง จึงมีประโยชน์ในการจัดลำดับคำอธิบายกระบวนการ การวิเคราะห์แนวโน้ม และพัฒนาการของตัวละคร

แบบฝึกหัด

วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับเติมประโยคเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดช่วงเวลาหนึ่ง? ____, the neighborhood became quieter as traffic patterns changed.

  1. On time
  2. Over time
  3. In time
ดูคำตอบ

Over time

กริยาวลี

shut down เมื่ออวัยวะหยุดทำงาน

ในประโยคนี้ shut down หมายถึงอวัยวะของร่างกายหยุดทำงานตามปกติและเริ่มล้มเหลว เป็นการบรรยายกระบวนการทางสรีรวิทยาที่รุนแรง ไม่ใช่การที่ใครบางคนตั้งใจปิดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กริยาวลีนี้ใช้บรรยายอวัยวะ เครื่องจักร ระบบ หรือองค์กรทั้งระบบที่หยุดดำเนินงานได้ และใช้แบบไม่ต้องมีกรรมได้ดังใน the organs shut down

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “หยุดทำงานโดยรวมทั้งหมด” ให้สมบูรณ์: After the cooling system failed, the server began to ____.

ดูคำตอบ

shut down

So,

2:34

ดังนั้น

while lack of sleep won't necessarily kill you quickly, ไวยากรณ์

2:34

แม้การอดนอนอาจไม่ทำให้คุณเสียชีวิตอย่างรวดเร็วเสมอไป

ไวยากรณ์

won't necessarily: ปฏิเสธความแน่นอน ไม่ใช่ความเป็นไปได้

Won't necessarily หมายถึง “ไม่แน่ว่าบางสิ่งจะเกิดขึ้น” คำปฏิเสธมีผลต่อ necessarily ดังนั้นผู้พูดกำลังปฏิเสธว่าผลลัพธ์นั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์นั้นเป็นไปไม่ได้ ในที่นี้ quickly ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการคาดการณ์ การอดนอนอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การตัด necessarily หรือ quickly ออกจะทำให้ข้อความหนักแน่นขึ้นมากและเปลี่ยนความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่ได้รับประกันว่าจะ” ให้สมบูรณ์: A longer meeting ____ produce a better decision.

ดูคำตอบ

won't necessarily

continuous sleep deprivation will have a negative effect on your body. วลี

2:37

แต่การอดนอนอย่างต่อเนื่องจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

วลี

have a negative effect on + คำนาม: ส่งผลเสียต่อ

ในประโยคนี้ have a negative effect on หมายถึงทำให้บางคนหรือบางสิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดี ประธานเป็นสาเหตุ ส่วนคำนามหลัง on คือคนหรือสิ่งที่ได้รับผลเสีย โครงสร้างคือ have + a negative effect + on + คำนาม ในที่นี้ continuous sleep deprivation เป็นสาเหตุ และ your body เป็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่ตรงกับในบทเรียนนี้: Constant noise can ____ concentration.

ดูคำตอบ

have a negative effect on

Sleep tight, โน้ต

2:41

นอนหลับให้สบายนะ

but not too much.

2:42

แต่อย่านอนมากเกินไป

วลี

Sleep tight ในฐานะคำอวยพรก่อนนอน

Sleep tight เป็นคำอวยพรก่อนนอนแบบตายตัว หมายถึงให้นอนหลับสบายหรือพักผ่อนอย่างเต็มที่ในคืนนี้ คำว่า tight ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว แม้รูปประโยคจะดูเหมือนคำสั่ง แต่โดยปกติทำหน้าที่เป็นคำกล่าวราตรีสวัสดิ์ที่อบอุ่น ส่วน but not too much ในประโยคนี้เติมข้อจำกัดแบบขำ ๆ ให้กับสำนวนที่คุ้นเคย

แบบฝึกหัด

เพื่อนส่งข้อความว่า 'I'm going to bed now.' การตอบว่า 'Sleep tight!' เป็นธรรมชาติหรือไม่

  1. ใช่ เป็นคำอวยพรก่อนนอนที่เป็นธรรมชาติ
  2. ไม่ใช่ เพราะหมายถึงการบอกให้อีกฝ่ายเกร็งร่างกายตามตัวอักษร
ดูคำตอบ

ใช่ เป็นคำอวยพรก่อนนอนที่เป็นธรรมชาติ

ลำดับความ

Sleep tight, but not too much: คำปิดท้ายคุ้นเคยที่มีการหักมุม

Sleep tight เป็นคำอวยพรก่อนนอนที่คุ้นเคยและอบอุ่น ผู้พูดใช้เป็นวลีปิดท้ายที่ผู้ฟังจำได้ทันที But not too much เข้ามาจำกัดคำอวยพรนั้นทันที เนื่องจากเนื้อหาก่อนหน้านี้พูดถึงความเสี่ยงของทั้งการนอนน้อยเกินไปและมากเกินไป ส่วนที่เติมเข้ามาอย่างคาดไม่ถึงจึงสร้างมุกเบา ๆ และพาตอนจบกลับไปยังสารหลักว่า ควรนอนในปริมาณที่เหมาะสม รูปแบบที่เริ่มด้วยคำปิดท้ายคุ้นเคยแล้วตามด้วย but และข้อจำกัดเช่นนี้ช่วยให้ข้อสรุปน่าจดจำขึ้นได้

แบบฝึกหัด

but not too much ทำหน้าที่อะไรในคำปิดท้ายนี้

  1. หมายความว่าผู้พูดไม่ต้องการให้ผู้ฟังนอนเลย
  2. จำกัดความหมายของคำอวยพรก่อนนอนที่คุ้นเคย และย้อนกลับไปยังสารที่ว่าควรนอนอย่างพอดีด้วยอารมณ์ขัน
  3. เปลี่ยน Sleep tight ให้เป็นคำเตือนมาตรฐานที่ใช้ทุกคืน
ดูคำตอบ

จำกัดความหมายของคำอวยพรก่อนนอนที่คุ้นเคย และย้อนกลับไปยังสารที่ว่าควรนอนอย่างพอดีด้วยอารมณ์ขัน

Got a burning question you want answered? สำนวน

2:44

มีคำถามคาใจที่อยากได้คำตอบไหม?

สำนวน

burning question: คำถามที่อยากได้คำตอบอย่างเร่งด่วน

ใน burning question คำว่า burning ใช้ในเชิงอุปมา หมายถึงคำถามที่รู้สึกเร่งด่วนเพราะใครบางคนอยากรู้อย่างมากหรือกระตือรือร้นที่จะได้คำตอบ ไม่ได้หมายถึงไฟ อันตรายทางกายภาพ หรือวิกฤตเสมอไป วลีนี้มักปรากฏในคำเชิญอย่าง Got a burning question...? เพื่อทำให้คำขอดูกระตือรือร้นและกระตุ้นให้ผู้คนส่งคำถามที่พวกเขาอยากให้มีผู้อธิบายมากที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงคำถามที่คุณอยากได้คำตอบอย่างมาก: I have a ____ about what happens next.

ดูคำตอบ

burning question

Ask it in the comments or on Facebook and Twitter.

2:46

ถามได้ในช่องความคิดเห็น หรือทาง Facebook และ Twitter

And if you can't get enough science in your life,

2:48

และถ้าคุณยังรับเรื่องราววิทยาศาสตร์ได้ไม่จุใจ

check out the ScienceAlert Facebook page,

2:50

ลองเข้าไปดูหน้า Facebook ของ ScienceAlert

which is one of the best out there

2:52

ซึ่งเป็นหนึ่งในเพจที่ดีที่สุด

to keep you up to date and entertained วลี

2:53

ที่จะช่วยให้คุณตามทันข่าวสารและเพลิดเพลินไปพร้อมกัน

วลี

keep you up to date: ให้ข้อมูลล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

ใน keep you up to date คำว่า keep หมายถึง “ทำให้ยังคงอยู่ในสภาพหนึ่ง” และ up to date หมายถึง “รับรู้ความคืบหน้าล่าสุด” เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้หมายถึงการให้ข้อมูลปัจจุบันแก่ใครบางคนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่บอกเพียงครั้งเดียว โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ keep + person + up to date ในประโยคนี้เป็นการสัญญาว่าผู้ชมจะยังคงได้รับข่าวสารล่าสุดต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเดิมจากบทเรียน: Our project manager sends a summary every Friday to ____ on the latest changes.

ดูคำตอบ

keep you up to date

with the latest news and breakthroughs.

2:54

ด้วยข่าวล่าสุดและความก้าวหน้าครั้งสำคัญ

And subscribe to AsapSCIENCE for more weekly science videos.

2:56

และกดติดตาม AsapSCIENCE เพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์