แบนดิทหนีปูจั๊กจี้ 🤗 🦀 | ไฮไลต์ซีซั่น 2 - ปูจั๊กจี้ | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
237 คำ 172 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เทเลมาคัสคาดหวังว่ารักแท้จะมาช่วยเขาจากปูที่คอยจั๊กจี้ แต่คนแปลกหน้าที่หลบซ่อนอยู่ทำให้เขาทบทวนความคาดหวังนั้น เขาจึงตัดสินใจทนความไม่สบายและนำปูกลับไปปล่อยทะเลด้วยตัวเอง ทว่าสุดท้ายคลื่นกลับซัดพวกมันกลับเข้าฝั่งอีกครั้ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. I could really use you right now — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้วิธีขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ พร้อมสื่ออย่างชัดเจนว่าสถานการณ์เร่งด่วน ต่างจากการพูดตรง ๆ ว่าต้องการใครสักคน ถ้อยคำนี้บอกเป็นนัยว่าความช่วยเหลือของอีกฝ่ายจะมีคุณค่ามากเป็นพิเศษในขณะนั้น จึงใช้ได้เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการให้เพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานเข้ามาช่วยทันที 2. There's no way I'm getting tickled. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า There's no way เมื่อตามด้วยอนุประโยค ใช้แสดงการปฏิเสธอย่างหนักแน่นหรือความเชื่อมั่นว่าสิ่งหนึ่งจะไม่มีทางเกิดขึ้น ผู้เรียนสามารถนำโครงสร้างนี้ไปใช้ปฏิเสธการกระทำที่ไม่ต้องการ โดยให้น้ำเสียงเด็ดขาดกว่าประโยคปฏิเสธทั่วไปอย่างชัดเจน 3. Just gotta take the hits. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจ take the hits ว่าหมายถึงการยอมรับความเจ็บปวด อุปสรรค คำวิจารณ์ หรือผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ ไม่ได้จำกัดเพียงการถูกตีจริง ๆ และสังเกตว่า gotta แบบไม่เป็นทางการทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเหมือนการปลุกใจตนเองอย่างมุ่งมั่น เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องอดทนต่อความยากลำบากเพื่อทำสิ่งที่ตัดสินใจไว้ให้สำเร็จ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Glue, glue, glue.

0:00

ทากาว ทากาว ทากาว

Stick.

0:01

แปะ

Glue, glue, glue.

0:02

ทากาว ทากาว ทากาว

Stick.

0:03

แปะ

Well, that seems to have done it. วลี

0:03

เอาล่ะ ดูเหมือนว่าจะเสร็จแล้ว

วลี

seems to have done it: ตัดสินว่าวิธีแก้ดูเหมือนจะได้ผล

Seems to แสดงการอนุมานจากหลักฐาน ไม่ใช่ความแน่ใจ ผู้พูดดูจากผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้วตัดสินว่าการกระทำก่อนหน้านั้นสำเร็จ ส่วน to have done แสดงว่าการกระทำนั้นเสร็จก่อนการประเมินในปัจจุบันและเชื่อมโยงกับผลที่เห็นอยู่ตอนนี้ ในที่นี้ do it ต้องตีความตามบริบท โดยหมายถึงทำสิ่งที่จำเป็นให้สำเร็จหรือแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้หมายถึงการทำบางอย่างกับวัตถุแบบตรงตัว รูปแบบ X seems to have done it ใช้ได้หลังจากลองวิธีแก้แล้วสังเกตผลที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ใช้ตรวจสอบผลลัพธ์: The screen is working again. Restarting the tablet ____.

ดูคำตอบ

seems to have done it

Ooh, you want some of these big juicy ribs?

0:07

โอ้ อยากได้ซี่โครงชิ้นใหญ่ฉ่ำๆ นี่ไหม

Ooh, yeah.

0:11

โอ้ เย่

They look nice to tickle, don't they? ไวยากรณ์

0:12

ดูน่าจั๊กจี้ดีเนอะ ว่าไหม

ไวยากรณ์

don't they?: ชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วยด้วยคำถามท้ายประโยค

Don't they? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่เติมหลังประโยคบอกเล่าแบบบวกใน present simple ซึ่งใช้กริยาทั่วไป ประโยคหลักใช้ look ดังนั้นคำถามท้ายประโยคจึงใช้ do เปลี่ยนเป็นรูปปฏิเสธ don't และใช้ they แทนประธานพหูพจน์อีกครั้ง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับความเห็น ไม่ได้ถามหาข้อมูลใหม่อย่างจริงจัง ความหมายใกล้เคียงกับ “ว่าไหม?” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ประโยคบอกเล่าแบบบวก + คำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธ” โดยกริยาช่วยและสรรพนามต้องสอดคล้องกับประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคเพื่อชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย: These apples look fresh, ____?

ดูคำตอบ

don't they

Mhm.

0:14

อือฮึ

Tickle! Oh, true love.

0:17

จั๊กจี้! โอ้ รักแท้

Are you out there?

0:20

คุณอยู่แถวนี้หรือเปล่า

I could really use you right now น้ำเสียง/เจตนา

0:22

ผมต้องการคุณมากเลยตอนนี้

to come and have your turn with these tickle crabs. วลี

0:24

มาช่วยรับมือกับปูจั๊กจี้พวกนี้ที

น้ำเสียง/เจตนา

I could really use you right now: คำขอที่เร่งด่วนแต่พูดอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ I could really use you right now หมายถึง “ตอนนี้ฉันต้องการให้คุณช่วยจริง ๆ” could use บอกว่าคนหรือสิ่งนั้นจะช่วยได้มากในสถานการณ์ตอนนี้ ส่วน use you ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเอาเปรียบหรือใช้ประโยชน์จากอีกฝ่าย could ทำให้คำขอนี้ตรงน้อยกว่า I need you ขณะที่ really และ right now เพิ่มความเร่งด่วน คำที่ตามมาจะอธิบายว่าผู้พูดต้องการให้ช่วยอะไร

แบบฝึกหัด

คุณต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานทันที แต่อยากพูดให้นุ่มนวลกว่า I need you ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. I may need your help with this report next month.
  2. You must fix this report for me now.
  3. I could really use your help with this report right now.
ดูคำตอบ

I could really use your help with this report right now.

วลี

have your turn: ถึงตาของคุณตามลำดับ

have your turn หมายถึงเข้าร่วมเมื่อถึงโอกาสที่จัดไว้ให้คุณ ในที่นี้ turn เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงโอกาสของแต่ละคนในกิจกรรมที่มีลำดับ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง come and have your turn เป็นการขอให้อีกฝ่ายมารับช่วงในส่วนของตนเอง แนวคิดเดียวกันนี้ใช้ได้กับเกม การพูด การใช้สิ่งของร่วมกัน หรืองานที่ต้องทำตามลำดับ

แบบฝึกหัด

เด็กสองคนเล่นเกมเดียวกันตามลำดับ คนหนึ่งเล่นเสร็จแล้ว ประโยคใดมอบโอกาสให้อีกคนได้อย่างถูกต้อง

  1. Now you can have your turn.
  2. Now you can take your time.
  3. Now we can turn around.
ดูคำตอบ

Now you can have your turn.

Hey.

0:27

เฮ้

That's enough. น้ำเสียง/เจตนา

0:29

พอแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ That's enough. เพื่อขีดเส้นอย่างหนักแน่น

เมื่อ That's enough. ใช้เป็นประโยคเดี่ยว enough ไม่ได้เพียงบอกว่าปริมาณเพียงพอแล้วเท่านั้น แต่ That ยังชี้ถึงการกระทำหรือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และทั้งประโยคหมายถึง “หยุดเดี๋ยวนี้” หรือ “อย่าทำต่อ” ประโยคนี้สั้นและไม่มีคำช่วยลดความแข็ง จึงเป็นการขีดเส้นที่ชัดเจน น้ำเสียงและบริบทอาจทำให้ฟังดูสงบ เป็นการเตือน ไม่พอใจ หรือโกรธ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าการใช้ต่อไปนี้เหมาะสมหรือไม่: เพื่อนร่วมงานเพิ่งเริ่มอธิบายแนวคิดอย่างสุภาพ แต่คุณพูดด้วยน้ำเสียงแข็งว่า “That's enough.”

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Time out! การใช้คำ

0:29

ขอเวลานอก!

การใช้คำ

ใช้ Time out! เพื่อขอให้หยุดชั่วคราวทันที

Time out! เป็นคำร้องที่ใช้เป็นชุดเพื่อขอให้ทุกคนหยุดกิจกรรมชั่วคราวทันที ในเกม กีฬา การเล่น หรือการโต้เถียง หมายถึง “หยุดไว้ก่อน” และโดยทั่วไปสื่อว่ากิจกรรมนั้นอาจดำเนินต่อภายหลังได้ ให้เข้าใจ time out เป็นสำนวนเดียว ไม่ใช่แยกตามความหมายตรงตัวของ time และ out ในฉากที่เกี่ยวกับเด็ก มักใช้คำร้องนี้เพื่อหยุดการกระทำหรือการเล่นที่กำลังเกิดขึ้นทันที

แบบฝึกหัด

เกมกระดานยังดำเนินอยู่ แต่มีข้อโต้แย้งเรื่องกติกา ควรใช้คำร้องใดเพื่อขอให้ทุกคนหยุดชั่วคราวระหว่างตรวจสอบกติกา

  1. Take your time.
  2. Time out!
  3. Time's up!
ดูคำตอบ

Time out!

Tickle.

0:32

จั๊กจี้

Ugh.

0:32

อึ๋ย

Hey, what are you doing in here?

0:34

เฮ้ คุณมาทำอะไรในนี้เนี่ย

Hiding.

0:36

ซ่อนตัวไง

There's no way I'm getting tickled. ไวยากรณ์

0:37

ไม่มีทางที่ฉันจะยอมโดนจั๊กจี้หรอก

ไวยากรณ์

There's no way + อนุประโยค: การปฏิเสธเด็ดขาดหรือความเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่ง

There's no way + อนุประโยค ใช้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเหตุการณ์ในอนุประโยคนั้นจะไม่เกิดขึ้น โดยอาจเป็นการตัดสินว่าเป็นไปไม่ได้หรือเป็นการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้หมายถึงเส้นทางหรือวิธีการ แต่กำลังปฏิเสธเหตุการณ์ I'm getting tickled และหมายความว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์เพื่อแสดงการปฏิเสธอย่างเด็ดขาด: There's ____ I'm lending anyone my car.

ดูคำตอบ

no way

Well, it's nice to meet you.

0:39

งั้นก็ ยินดีที่ได้รู้จักครับ

My name is Telemachus,

0:40

ผมชื่อเทเลมาคัส

and I'm looking for my true love วัฒนธรรม

0:42

และผมกำลังตามหารักแท้ของผม

วัฒนธรรม

my true love ในเทพนิยายและเรื่องรัก

my true love เป็นนามวลีที่หมายถึงคนที่ผู้พูดมองว่าเป็นคู่รักที่ใช่สำหรับตนเพียงคนเดียวและเป็นคนที่ตนรักอย่างลึกซึ้ง ในเทพนิยายและเรื่องรัก สำนวนนี้มักสื่อถึงพรหมลิขิตและความรักมั่นคงยืนยาว บางครั้งยังหมายถึงคนที่ถูกคาดหวังว่าจะมาช่วยตัวเอกหรือเปลี่ยนสถานการณ์ของตัวเอกด้วย จึงเป็นแนวคิดที่มีสีสันแบบเรื่องเล่า ไม่ใช่เพียงการบอกว่ารักใครสักคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในเรื่องราวแบบเทพนิยาย my true love น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. คนแปลกหน้าที่บังเอิญยื่นมือมาช่วย
  2. กิจกรรมที่ผู้พูดชื่นชอบอย่างแท้จริง
  3. คู่รักที่รักอย่างลึกซึ้งและเชื่อว่าเป็นคนที่พรหมลิขิตไว้ให้
ดูคำตอบ

คู่รักที่รักอย่างลึกซึ้งและเชื่อว่าเป็นคนที่พรหมลิขิตไว้ให้

who's supposed to always be there for me โน้ต

0:44

คนที่ควรจะอยู่เคียงข้างผมเสมอ

ไวยากรณ์

supposed to always be there for me: เป็นสิ่งที่คาดไว้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน

โครงสร้าง be supposed to + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่คาดไว้ตามแผน กฎ บทบาท หรือความเข้าใจร่วมกัน ในที่นี้ who's ย่อมาจาก who is และ always be there for me คือการกระทำที่คาดหวังจากคนนั้น ความคาดหวังไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือคำสัญญา ดังนั้น ถ้าความจริงไม่ตรงกับที่คาดไว้ สำนวนนี้ก็อาจสื่อถึงความผิดหวังได้

แบบฝึกหัด

“The train is supposed to arrive at six.” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตามตาราง รถไฟควรจะมาถึงตอนหกโมง แต่อาจมาช้าได้
  2. ไม่มีใครคาดว่ารถไฟจะมาถึงตอนหกโมง
  3. รถไฟมาถึงตอนหกโมงอย่างแน่นอนแล้ว
ดูคำตอบ

ตามตาราง รถไฟควรจะมาถึงตอนหกโมง แต่อาจมาช้าได้

วลี

be there for me: สนับสนุนเมื่ออีกฝ่ายต้องการ

ใน be there for me คำว่า there ไม่ได้หมายถึงสถานที่ วลีนี้หมายถึงการให้กำลังใจ อยู่เป็นเพื่อน หรือช่วยเหลือฉันในทางปฏิบัติเมื่อฉันต้องการ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be there for + คน เช่น be there for you, him หรือ them ซึ่งบอกว่าคนนั้นเป็นคนที่พึ่งพาได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือสำคัญ

แบบฝึกหัด

ใช้ be there for someone ในความหมายว่าสนับสนุน: When Maya was going through a hard time, I was ____.

ดูคำตอบ

there for her

to come and help me with these crabs.

0:46

เพื่อมาช่วยผมจัดการกับปูพวกนี้

But she hasn't turned up. กริยาวลี

0:49

แต่เธอกลับไม่โผล่มาเลย

กริยาวลี

she hasn't turned ... up: ยังไม่มาตามที่คาดไว้

ในที่นี้ คำที่เน้นไว้ว่า she hasn't turned ต้องเข้าใจร่วมกับ up ที่ตามหลังมา เมื่อรวมเป็น she hasn't turned up จะหมายความว่าเธอยังไม่ปรากฏตัวหรือยังมาไม่ถึง turn up ในที่นี้เป็นกริยาวลี ดังนั้น up จึงเป็นส่วนหนึ่งของกริยาและไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน รูปปฏิเสธของ present perfect คือ hasn't turned up ใช้มองสถานการณ์ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ กล่าวคือทุกคนคาดว่าเธอจะมา แต่ขณะที่พูดเธอก็ยังไม่มา

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Priya hasn't turned up yet,” คำว่า “hasn't turned up” หมายความว่าอย่างไร

  1. เธอยังไม่ได้เปลี่ยนทิศทาง
  2. เธอยังไม่ได้เพิ่มระดับเสียง
  3. เธอยังมาไม่ถึง
ดูคำตอบ

เธอยังมาไม่ถึง

That sounds like hard work. น้ำเสียง/เจตนา

0:50

ฟังดูเป็นงานยากนะนั่น

น้ำเสียง/เจตนา

sounds like hard work: ประเมินอย่างไม่ฟันธงจากสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า

That หมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่อีกฝ่ายเพิ่งอธิบาย ส่วน sounds like ใช้บอกความรู้สึกหรือข้อสรุปของผู้พูดจากข้อมูลนั้น ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าสถานการณ์ดูยากหรือน่าเหนื่อย และไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเสียงจริง ๆ เมื่อเทียบกับ That is hard work ประโยค That sounds like hard work เปิดพื้นที่ให้กับความไม่แน่ใจและเป็นคำตอบที่แสดงความใส่ใจ มากกว่าการยืนยันข้อเท็จจริงอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

เพื่อนอธิบายว่าต้องจัดงานขนาดใหญ่เพียงลำพัง ประโยคใดใช้ประเมินงานนั้นอย่างไม่ฟันธงจากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

  1. That sounds like hard work.
  2. You sound like a hard worker.
  3. That is a loud sound.
ดูคำตอบ

That sounds like hard work.

How so? น้ำเสียง/เจตนา

0:52

ทำไมล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

How so? — ถามเหตุผลเบื้องหลังคำกล่าว

How so? ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายเหตุผลหรือรายละเอียดเบื้องหลังความคิดเห็นหรือคำกล่าวที่เพิ่งพูดออกมา ในที่นี้ so ย้อนกลับไปอ้างถึงคำพูดก่อนหน้า คำถามนี้จึงหมายถึง “ทำไมถึงพูดอย่างนั้น?” หรือ “เป็นอย่างนั้นในแง่ไหน?” สำนวนนี้ช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อโดยชวนให้อีกฝ่ายขยายความ เมื่อเทียบกับการถามเพียง Why? มักฟังคล้ายการขอรายละเอียดมากกว่าการโต้แย้งโดยตรง และไม่ได้ใช้ถามวิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดว่า “The shorter route may take longer today.” คุณต้องการให้เขาอธิบายคำกล่าวนี้ ควรตอบว่าอะไรจึงจะเหมาะที่สุด?

  1. How so?
  2. How many?
  3. How long ago?
ดูคำตอบ

How so?

Well, your true love probably has her own problems.

0:53

ก็ รักแท้ของคุณคงมีปัญหาของเธอเองเหมือนกันแหละ

Hmm, I never thought of that. น้ำเสียง/เจตนา

0:56

อืม ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย

น้ำเสียง/เจตนา

I never thought of that. — ยอมรับว่าเพิ่งนึกถึงความคิดใหม่

I never thought of that. หมายถึงความคิด ทางเลือก หรือประเด็นหนึ่งไม่เคยผุดขึ้นในใจของผู้พูดก่อนที่อีกคนจะกล่าวถึง ใน thought of that นั้น think of หมายถึง “นึกขึ้นได้” หรือ “พิจารณา” ไม่ได้หมายถึง “คิดถึงใครด้วยความอาลัย” ประโยคนี้ใช้ยอมรับมุมมองใหม่และมักแสดงว่าผู้พูดยอมรับหรือเห็นคุณค่าของความคิดนั้น Never ครอบคลุมช่วงเวลาก่อนถึงขณะนี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดปฏิเสธที่จะคิดถึงเรื่องนี้

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้จัดประชุมที่ห้องสมุดแทนร้านกาแฟที่มีเสียงดัง คำตอบใดยอมรับอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณไม่เคยพิจารณาความคิดนี้มาก่อน?

  1. I never agreed with that.
  2. I never heard that.
  3. I never thought of that.
ดูคำตอบ

I never thought of that.

I guess the first thing I do is yell out for help when I'm โน้ต

0:58

ผมเดาว่าสิ่งแรกที่ผมทำคือตะโกนขอความช่วยเหลือตอนที่ผม

ไวยากรณ์

the first thing I do is ...: บอกการกระทำแรก

โครงสร้าง the first thing I do is + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุการกระทำที่คุณทำก่อนสิ่งอื่น ในประโยคนี้ is นำหน้า yell out for help เพื่อแสดงว่านี่คือการกระทำแรก ใช้ do is เมื่อพูดถึงนิสัยในปัจจุบันหรือปฏิกิริยาที่ทำเป็นประจำ ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา หลัง is มักใช้คำกริยารูปพื้นฐานโดยตรง: The first thing I do is check the door. หากพูดถึงเหตุการณ์หนึ่งครั้งที่จบไปแล้วในอดีต ให้เปลี่ยนเป็น The first thing I did was + คำกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ถูกต้องเพื่อบอกสิ่งแรกที่ทำเป็นประจำ: When I arrive at work, ____ check my messages.

ดูคำตอบ

the first thing I do is

กริยาวลี

yell out for help: ตะโกนขอความช่วยเหลือ

yell out for help หมายถึงตะโกนเสียงดังเพื่อให้ใครสักคนได้ยินและมาช่วย โดย yell สื่อถึงการใช้เสียงดัง out เน้นว่าตะโกนออกมาให้ได้ยิน และ for help บอกจุดประสงค์ของการตะโกน วลีทั้งหมดให้ความรู้สึกเร่งด่วนและรุนแรงกว่า ask for help ในประโยคนี้ วลีนี้บรรยายความพยายามของผู้พูดที่จะขอความช่วยเหลือทันที

แบบฝึกหัด

คุณติดอยู่และได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ใกล้ ๆ ประโยคใดบรรยายการกระทำที่เหมาะสมที่สุด

  1. Speak in a normal voice and ask for help even though the rescuers are too far away to hear you.
  2. Stay silent and hope they notice you.
  3. Yell out for help so the rescuers can find you.
ดูคำตอบ

Yell out for help so the rescuers can find you.

Good luck.

1:01

ขอให้โชคดีนะ

Hey.

1:02

เฮ้

Tickle.

1:03

จั๊กจี้

Tickle.

1:04

จั๊กจี้

That is it. น้ำเสียง/เจตนา

1:05

พอได้แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

That is it. ในความหมายว่า “พอแล้ว—ฉันจะลงมือทำ”

ในฉากนี้ That is it. เป็นคำประกาศอย่างหนักแน่นว่าผู้พูดถึงขีดจำกัดแล้ว มีความหมายว่า “พอแล้ว” หรือ “ต้องจบเดี๋ยวนี้” และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะยุติสถานการณ์หรือลงมือทำบางอย่าง ในบริบทอื่น คำเดียวกันนี้อาจใช้ชี้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรหรือบอกว่าบางอย่างเสร็จสิ้นแล้วได้ แต่ในที่นี้ น้ำหนักของคำมาจากสถานการณ์ที่น่าหงุดหงิดและการตัดสินใจที่ตามมา ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรว่า “นั่นคือสิ่งนั้น”

แบบฝึกหัด

ระหว่างการโต้เถียง มีคนพูดว่า “That is it. I'm leaving now.” ในที่นี้ That is it สื่อความหมายใด?

  1. ผู้พูดต้องการให้การโต้เถียงดำเนินต่อไป
  2. ผู้พูดทนไม่ไหวแล้วและกำลังยุติสถานการณ์นั้น
  3. ผู้พูดกำลังชี้ว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งคืออะไร
ดูคำตอบ

ผู้พูดทนไม่ไหวแล้วและกำลังยุติสถานการณ์นั้น

That lady was right.

1:07

ผู้หญิงคนนั้นพูดถูก

From now on, ลำดับความ

1:09

ตั้งแต่นี้ไป

I'll solve my own problem

1:09

ผมจะแก้ปัญหาของผมเอง

ลำดับความ

From now on: การตัดสินใจใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้

From now on เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยคและกำหนดให้ช่วงเวลาปัจจุบันเป็นเส้นแบ่ง วลีนี้บอกผู้ฟังว่าการตัดสินใจที่ตามมาเริ่มตั้งแต่ตอนนี้และคาดว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต วลีนี้ยังช่วยจัดระเบียบข้อความด้วยการเปรียบเทียบวิธีเดิมกับวิธีใหม่ กล่าวคือ ก่อนหน้านี้อาจทำต่างออกไป แต่ผู้พูดกำลังประกาศว่าต่อจากนี้จะจัดการอย่างไร

แบบฝึกหัด

คุณกำลังประกาศนิสัยใหม่ที่เริ่มวันนี้และจะทำต่อไป ประโยคใดเหมาะสม?

  1. For now, I will check my calendar every morning.
  2. From now on, I will check my calendar every morning.
  3. From then on, I checked my calendar every morning.
ดูคำตอบ

From now on, I will check my calendar every morning.

You ticklecrabs are going back to where you came from. การใช้คำ

1:12

เจ้าพวกปูจั๊กจี้กลับไปในที่ที่พวกแกมาซะเถอะ

การใช้คำ

go back to where you came from: การกลับไปตามความหมายตรงตัวและความเสี่ยงในการกีดกัน

ในประโยคนี้ are going back to where you came from หมายถึง “จะกลับไปยังสถานที่ที่เดิมทีจากมา” ส่วน where you came from เป็นอนุประโยคบอกสถานที่ที่อยู่หลัง to ผู้ที่ถูกพูดถึงเป็นสิ่งมีชีวิตในจินตนาการ ความหมายตรงนี้จึงเป็นความหมายตามตัวอักษร คือพวกมันจะถูกส่งกลับไปยังแหล่งที่มา แต่หากใช้คำพูดเดียวกันเป็นคำสั่งกับคนหรือกลุ่มคน โดยเฉพาะคนที่ถูกมองว่าเป็นชาวต่างชาติ อาจสื่อว่าคนนั้นไม่ใช่คนของที่นี่

แบบฝึกหัด

ตัดสินสถานการณ์: เพื่อนร่วมงานใหม่มาจากอีกประเทศหนึ่ง การพูดกับเขาว่า “Go back to where you came from” เป็นวิธีถามถึงบ้านเกิดอย่างเป็นกลางหรือไม่?

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Just gotta take the hits. สำนวน

1:15

แค่ต้องทนรับมันไว้

สำนวน

Just gotta take the hits: ทนรับอุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Just gotta ... เป็นวิธีพูดแบบกันเองมากของ “I/we just have to ...” โดยละประธานไว้ ในที่นี้ just ให้ความรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า Take the hits อาจหมายถึงการถูกตีจริง ๆ แต่ตรงนี้หมายถึงการทนรับความไม่สบายใจ คำวิจารณ์ ความสูญเสีย หรืออุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ น้ำเสียงมีทั้งความจำใจและความมุ่งมั่น คือยอมรับส่วนที่ไม่น่าพอใจแล้วเดินหน้าต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ทนรับคำวิจารณ์”: The reviews may be harsh, but we'll ____ and keep improving.

ดูคำตอบ

take the hits

Tickle.

1:20

จั๊กจี้

Tickle.

1:22

จั๊กจี้

Now,

1:23

เอาล่ะ

I'll just throw them back into the sea. วลี

1:24

ฉันจะโยนพวกมันกลับลงทะเลไป

วลี

throw ... back into ...: โยนสิ่งของกลับเข้าไปยังที่เดิม

โครงสร้าง throw + กรรม + back into + สถานที่ หมายถึงการโยนสิ่งหนึ่งให้กลับเข้าไปในพื้นที่หรือสภาพแวดล้อมเดิม ในประโยคนี้ them เป็นกรรม ส่วน into the sea บอกทั้งจุดหมายและผลลัพธ์ คือสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในน้ำ back ในที่นี้หมายถึงการกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า โดยบอกทิศทางการกลับของการกระทำทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการโยนไปข้างหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเธอโยนปลาให้กลับเข้าไปในบ่อ?

  1. She threw the fish back into the pond.
  2. She carried the fish away from the pond.
  3. She threw the fish behind the pond.
ดูคำตอบ

She threw the fish back into the pond.

Oh.

1:29

โอ้

Oh,

1:30

โอ้

and a big wave takes them out to sea. วลี

1:31

และคลื่นลูกใหญ่ก็พัดพวกมันออกสู่ทะเล

วลี

out to sea: เคลื่อนออกจากชายฝั่งไปสู่ทะเลเปิด

Out to sea เป็นวลีบอกทิศทาง หมายถึงการเคลื่อนออกห่างจากชายฝั่งไปสู่น่านน้ำเปิด ใน takes them out to sea คลื่นทำให้สิ่งเหล่านั้นเคลื่อนออกจากฝั่งไปสู่ทะเล out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอยู่นอกทะเล และในสำนวนนี้โดยปกติจะใช้ sea โดยไม่มี the นำหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนถึงการเคลื่อนออกห่างจากชายฝั่งไปสู่น่านน้ำเปิด?

  1. The empty boat drifted out to sea.
  2. The sailors were already at sea.
  3. The family ate lunch by the sea.
ดูคำตอบ

The empty boat drifted out to sea.

I did it.

1:34

ทำสำเร็จแล้ว

I got rid of those tickling crabs. กริยาวลี

1:35

ฉันกำจัดพวกปูจั๊กจี้ไปได้แล้ว

กริยาวลี

got rid of: รูปอดีตของ get rid of

got rid of เป็นรูปอดีตของ get rid of ในประโยคนี้ I got rid of those tickling crabs หมายถึงผู้พูดเอาปูเหล่านั้นออกไปหรือหลุดพ้นจากการรบกวนของพวกมัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม ให้มอง get rid of เป็นสำนวนตายตัวหนึ่งชุด โดยต้องมี of ดังนั้น got rid those crabs จึงไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get rid of: Yesterday, we ____ the broken chairs.

ดูคำตอบ

got rid of

Ah.

1:38

อา

The air tastes fresher. การใช้คำ

1:40

อากาศสดชื่นขึ้น

การใช้คำ

tastes fresher: taste + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า

ใน tastes fresher คำว่า taste เป็นกริยาเชื่อมเกี่ยวกับประสาทสัมผัส ตามด้วยคำคุณศัพท์ขั้นกว่า fresher ประโยคนี้บรรยายว่าอากาศให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นผ่านประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของผู้พูด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการใช้ลิ้นชิมอากาศจริง ๆ fresher เปรียบเทียบอากาศตอนนี้กับสภาพก่อนหน้าหรืออากาศอื่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + taste + คำคุณศัพท์ ซึ่งใช้บรรยายรสชาติหรือคุณลักษณะที่คล้ายรสชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ taste เป็นกริยาเชื่อมเพื่อบรรยายอากาศได้ถูกต้อง?

  1. After the rain, the air tastes freshly.
  2. After the rain, the air taste fresher.
  3. After the rain, the air tastes fresher.
ดูคำตอบ

After the rain, the air tastes fresher.

Birdsong's sweeter.

1:42

เสียงนกร้องก็ไพเราะขึ้น

I'm free at last. วลี

1:54

ในที่สุดฉันก็เป็นอิสระ

วลี

free at last: เป็นอิสระหลังจากรอคอยมานาน

ใน free at last คำว่า free บอกสภาพปัจจุบันของผู้พูด ส่วน at last หมายถึง “ในที่สุด หลังจากรอหรือผ่านความยากลำบากมานาน” ทั้งวลีจึงสื่อว่าข้อจำกัดหรือปัญหาสิ้นสุดลงแล้ว at last มักเพิ่มความรู้สึกโล่งใจหรือความพอใจที่รอคอยมานาน ในที่นี้ให้เข้าใจ at last เป็นวลีบอกเวลาเพียงชุดเดียว โดย last ไม่ได้หมายถึง “คนหรือสิ่งสุดท้าย”

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ในที่สุด หลังจากถูกจำกัดมาเป็นเวลานาน” ลงในประโยค: After two months in a cast, Maya took it off and said, “I'm free ____.”

ดูคำตอบ

at last

Oh,

1:56

โอ้

but a wave washes them back in. กริยาวลี

1:57

แต่คลื่นก็ซัดพวกมันกลับมาอีก

กริยาวลี

wash ... back in: น้ำพัดบางสิ่งกลับเข้าด้านใน

ในโครงสร้าง wash + กรรม + back in คำว่า wash หมายถึงน้ำที่ไหลพัดพาหรือผลักบางสิ่ง ไม่ได้หมายถึง “ทำความสะอาด” กรรมจะอยู่ระหว่าง wash กับวลีบอกทิศทาง เช่น washes them back in back แสดงการกลับไปยังตำแหน่งก่อนหน้า ส่วน in แสดงการเคลื่อนเข้าด้านใน ซึ่งมักเป็นการเคลื่อนเข้าหาฝั่งหรือบริเวณปัจจุบัน จุดหมายที่แน่นอนต้องดูจากบริบท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าน้ำที่กำลังเคลื่อนไหวพัดของเล่นกลับเข้าด้านในอีกครั้ง

  1. Nina washed the toy with soap after the beach trip.
  2. The tide washed the toy back in toward the beach.
  3. The tide washed the toy farther out to sea.
ดูคำตอบ

The tide washed the toy back in toward the beach.

Wait, what? น้ำเสียง/เจตนา

2:00

เดี๋ยวนะ อะไรกันเนี่ย

น้ำเสียง/เจตนา

Wait, what?: ความประหลาดใจและการขอให้ยืนยัน

“Wait, what?” เป็นคำโต้ตอบแบบภาษาพูดที่พูดออกมาทันทีเมื่อได้ยินข้อมูลที่น่าประหลาดใจ ชวนสับสน หรือขัดแย้งกัน มีความหมายประมาณว่า “เดี๋ยวก่อน ฉันได้ยินหรือเข้าใจถูกไหม?” และมักเป็นการชวนให้อีกฝ่ายพูดซ้ำหรือยืนยันสิ่งที่เพิ่งพูด ในที่นี้ “wait” ทำหน้าที่หยุดบทสนทนาหรือความคิดของผู้พูดชั่วครู่ ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้ใครหยุดเคลื่อนไหว ส่วน “What?” เพิ่มความประหลาดใจและบอกว่าต้องตรวจสอบข้อมูลใหม่

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “The meeting starts at 3 a.m.” แต่คุณคิดว่าเป็นเวลา 3 p.m. คำตอบใดแสดงความประหลาดใจอย่างฉับพลันและขอให้ยืนยันได้เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. Never mind.
  2. At last.
  3. Wait, what?
ดูคำตอบ

Wait, what?

No.

2:00

ไม่นะ

Hey, no.

2:01

เฮ้ ไม่นะ