วิธีออกเสียงคำว่า 'and' ในภาษาอังกฤษให้ถูกต้องด้วย Weak Forms (การออกเสียงภาษาอังกฤษเบื้องต้น): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
824 คำ 150 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบบริติชนี้อธิบายว่าเหตุใด and จึงมักเปลี่ยนจากรูปเต็ม /ænd/ เป็นรูปไม่เน้น /ən/ ในการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเชื่อมการลดรูปเข้ากับการลงน้ำหนักและจังหวะของประโยค แล้วใช้วลีและประโยคเต็มเพื่อเปรียบเทียบการออกเสียงอย่างชัดเจนกับการพูดในชีวิตประจำวันที่เร็วขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. vowel reduction; weak forms — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจศัพท์ภาษาศาสตร์สองคำที่ใช้อธิบายการที่เสียงสระไม่ชัดลง และการที่คำหน้าที่ซึ่งไม่รับน้ำหนักมีรูปออกเสียงที่สั้นและเบาลง จึงติดตามคำอธิบายเรื่องการออกเสียงและระบุกระบวนการที่ทำให้เกิดรูปอย่าง /ən/ ได้ 2. slowly with the strong form; quickly with the weak form — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตโครงสร้างคู่ขนานที่จัดลำดับแบบฝึกออกเสียงเชิงเปรียบเทียบได้ชัดเจน และนำไปปรับใช้เมื่อบอกขั้นตอนจากรูปเต็มที่ตั้งใจออกเสียงชัด ไปสู่รูปไม่เน้นในคำพูดต่อเนื่อง 3. grammar words, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าคำนี้หมายถึงคำหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่แสดงความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์เป็นหลัก ไม่ได้บรรจุสารสำคัญ จึงคาดเดาได้ว่าเหตุใด and, of, to และ for จึงมักไม่รับน้ำหนักและถูกลดรูปเมื่อพูดเร็ว

คำอธิบายในบทเรียนนี้

fish and chips?

0:00

fish and chips เหรอคะ?

No, it's actually fish 'n' chips. โน้ต

0:02

ไม่ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วมันคือ fish 'n' chips ต่างหาก

น้ำเสียง/เจตนา

It's actually... สำหรับการแก้ข้อมูลอย่างนุ่มนวล

ในประโยคนี้ it's actually ใช้นำหน้าคำพูดที่ถูกต้องกว่า actually บอกว่าข้อมูลที่ตามมาเป็นการแก้หรือปรับสิ่งที่พูดก่อนหน้าให้แม่นยำขึ้น ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ในขณะนี้” การใช้ It's actually... ช่วยย้ายจุดสนใจจากความผิดไปยังข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทั่วไปฟังดูไม่ห้วนเท่าการพูด You're wrong แต่ถ้าน้ำเสียงแข็งก็ยังอาจฟังดูแรงได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าการแสดงของโรงเรียนมีวันพฤหัสบดี แต่จริง ๆ แล้วมีวันศุกร์ เลือกประโยคแก้ข้อมูลที่เป็นธรรมชาติและนุ่มนวลที่สุด

  1. You're wrong. It's on Friday.
  2. It's actually on Friday.
  3. It's currently on Friday.
ดูคำตอบ

It's actually on Friday.

การใช้คำ

'n' ใน fish 'n' chips

ใน fish 'n' chips คำว่า 'n' เป็นรูปเขียนย่อแบบไม่เป็นทางการของ and ไม่ใช่คำศัพท์ใหม่ เครื่องหมายอะพอสทรอฟีบอกว่าการสะกดถูกย่อให้สั้นลง การสะกดแบบนี้เลียนแบบการพูดเร็ว ๆ แบบสบาย ๆ และทำให้วลีดูไม่เป็นทางการ ในการเขียนมาตรฐานให้เขียนว่า fish and chips

แบบฝึกหัด

ข้อใดเป็นรูปเขียนมาตรฐานของ fish 'n' chips?

  1. fish on chips
  2. fish in chips
  3. fish and chips
ดูคำตอบ

fish and chips

So what happened to and?

0:05

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคำว่า and ล่ะ?

And why does it disappear slightly?

0:07

และทำไมมันถึงหายไปนิดหน่อย?

Well, that disappearing and isn't slang or lazy English. การใช้คำ

0:10

การที่ and หายไปนั้นไม่ใช่สแลงหรือการพูดภาษาอังกฤษแบบขี้เกียจนะคะ

การใช้คำ

slang or lazy English: การปฏิเสธคำติดป้ายสองแบบ

ในประโยคนี้ slang และ lazy English เป็นป้ายกำกับสองแบบที่ผู้พูดปฏิเสธด้วยโครงสร้าง isn't ... or .... Slang หมายถึงคำศัพท์ที่ไม่เป็นทางการมากและมักเกี่ยวข้องกับกลุ่มหรือชุมชนหนึ่ง ส่วน lazy English เป็นคำเรียกเชิงตัดสินที่ไม่ใช่ศัพท์วิชาการ สำหรับการพูดที่ถูกมองว่าไม่ใส่ใจ ใจความคือ and ที่ถูกลดเสียงหรือแทบไม่ได้ยินในภาษาพูดธรรมชาติ ไม่ใช่สแลงประเภทหนึ่งและไม่ได้แสดงว่าผู้พูดขี้เกียจ การลดเสียงอย่างเป็นระบบเป็นส่วนหนึ่งของภาษาพูดมาตรฐานที่คล่องแคล่วได้

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ถ้า and ฟังดูถูกลดเสียงในการพูดที่คล่อง ก็ต้องเป็น slang or lazy English

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

It's actually a perfect example of vowel reduction and the use of weak forms in British English. การใช้คำ

0:15

แต่มันคือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการลดรูปสระและการใช้เสียงเบาในภาษาอังกฤษแบบบริติชค่ะ

การใช้คำ

vowel reduction และ weak forms: กระบวนการกับรูปการออกเสียงของคำ

Vowel reduction คือกระบวนการเปลี่ยนเสียง โดยสระในพยางค์ที่ไม่ลงเสียงหนักจะสั้นลงและไม่ชัดเจนเท่าเดิม และมักเข้าใกล้เสียง /ə/ คำนี้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับสระ Weak forms คือการออกเสียงแบบไม่ลงน้ำหนักที่ใช้ตามปกติกับคำไวยากรณ์ที่พบบ่อย เช่น and, to และ of weak form อาจมี vowel reduction และบางครั้งมีการเปลี่ยนแปลงอื่นด้วย แต่ weak ไม่ได้แปลว่า “ผิด” รูปเหล่านี้เป็นส่วนปกติของภาษาอังกฤษแบบบริติชที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดใช้ vowel reduction และ weak form ได้ถูกต้อง

  1. Vowel reduction คือการเปลี่ยนเสียง ส่วน weak form คือการออกเสียงคำแบบไม่ลงน้ำหนักที่ใช้ตามปกติ
  2. Weak forms คือการสะกดผิด ส่วน vowel reduction คือสแลง
  3. สระทุกตัวที่ถูกลดเสียงทำให้ทั้งคำกลายเป็น weak form
ดูคำตอบ

Vowel reduction คือการเปลี่ยนเสียง ส่วน weak form คือการออกเสียงคำแบบไม่ลงน้ำหนักที่ใช้ตามปกติ

In this English pronunciation lesson,

0:22

ในบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษนี้

you'll learn why native speakers almost never say the full and strong pronunciation of and,

0:24

คุณจะได้เรียนรู้ว่าทำไมเจ้าของภาษาแทบจะไม่เคยออกเสียง and แบบเต็มและเน้นเสียงหนักเลย

how it changes in fast speech and becomes weaker,

0:30

มันเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อพูดเร็วๆ และเสียงเบาลง

and then we'll practice it together in real example sentences,

0:34

จากนั้นเราจะมาฝึกด้วยกันในประโยคตัวอย่างจริง

so you can sound more natural when you speak in English. ไวยากรณ์

0:38

เพื่อให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้ฟังดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ

ไวยากรณ์

so you can sound more natural: เชื่อมการกระทำกับจุดประสงค์

so you can + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมการกระทำก่อนหน้ากับจุดประสงค์หรือผลดีที่คาดหวัง ในประโยคนี้หมายความว่า การฝึกด้วยตัวอย่างจริงมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ภาษาอังกฤษของคุณฟังดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดย so ไม่ได้หมายถึงระดับที่มากขนาดนั้น sound + คำคุณศัพท์ ใช้บอกความรู้สึกหรือภาพที่คนหรือสิ่งหนึ่งทำให้ผู้ฟังรับรู้ sound more natural หมายถึงฟังดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นสำหรับผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย so + ประธาน + can: Write down the key words ____ remember them later.

ดูคำตอบ

so you can

I'm Emma,

0:41

ฉันคือ Emma

a qualified pronunciation coach with a degree in English language and linguistics, วลี

0:42

โค้ชสอนการออกเสียงที่ผ่านการรับรอง พร้อมปริญญาด้านภาษาอังกฤษและภาษาศาสตร์

a Cambridge CELTA teaching qualification,

0:47

ใบประกาศนียบัตรการสอน CELTA จากเคมบริดจ์

and a master's in teaching English to speakers of other languages.

0:49

และปริญญาโทด้านการสอนภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาอื่น

วลี

with a degree in ... a master's in: อธิบายวุฒิการศึกษา

with ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคุณวุฒิของโค้ช ในโครงสร้าง with a degree in + สาขา คำว่า in ใช้นำหน้าสาขาวิชาที่บุคคลนั้นเรียน a master's เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปของ a master's degree และใช้ in ก่อนชื่อสาขาเช่นกัน เช่น a master's in education ต้องคงเครื่องหมายอะพอสทรอฟีใน master's ไว้

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้นำหน้าสาขาวิชา: He has a degree ____ history and a master's ____ education.

ดูคำตอบ

in · in

I've been teaching since I was 16 years old,

0:53

ฉันสอนมาตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี

and I've helped thousands of learners from around the world sound clearer,

0:56

และได้ช่วยเหลือผู้เรียนหลายพันคนจากทั่วโลกให้ออกเสียงได้ชัดเจนขึ้น

more confident,

1:00

มั่นใจมากขึ้น

and more natural in English.

1:01

และเป็นธรรมชาติมากขึ้นในภาษาอังกฤษค่ะ

All right,

1:03

เอาล่ะค่ะ

let's dive into today's British English pronunciation lesson. วลี

1:03

เรามาเริ่มบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบบริติชของวันนี้กันเลย

วลี

let's dive into ...: เริ่มเข้าสู่หัวข้อ

Let's dive into ... เป็นสำนวนภาษาพูดที่มีชีวิตชีวา ใช้ชวนให้ทุกคนเริ่มสำรวจหัวข้อหนึ่งอย่าง深入 ในประโยคนี้ใช้เป็นสัญญาณเปลี่ยนจากช่วงเกริ่นนำเข้าสู่บทเรียนวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการกระโดดลงน้ำจริง ๆ โครงสร้างพื้นฐานคือ let's dive into + คำนามหรือวลีคำนาม โดย let's แสดงว่าเป็นขั้นตอนถัดไปที่ทำร่วมกัน ส่วน into ใช้นำเข้าสู่หัวข้อที่จะพูดถึง

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนเปลี่ยนเข้าสู่เนื้อหาที่เป็นธรรมชาติสำหรับชั้นเรียน

  1. Let's dive the first topic into.
  2. Let's dive into the first topic.
  3. Let's dive into to discuss the first topic.
ดูคำตอบ

Let's dive into the first topic.

In clear, careful speech, การใช้คำ

1:07

ในการพูดแบบชัดเจนและระมัดระวัง

we say and with a very open and clear /æ/ vowel

1:09

เราจะพูดคำว่า and ด้วยเสียงสระ /æ/ ที่เปิดกว้างและชัดเจน

and a very clear duh at the end. And.

1:15

และมีเสียง d ที่ชัดเจนมากในตอนท้าย And

However,

1:19

อย่างไรก็ตาม

in fast natural speech,

1:20

ในการพูดที่รวดเร็วและเป็นธรรมชาติ

การใช้คำ

clear, careful speech ... fast natural speech: รูปแบบการพูดสองแบบ

clear, careful speech หมายถึงรูปแบบการพูดที่ควบคุมอย่างตั้งใจ ผู้พูดจะลดความเร็วและทำให้เสียงต่าง ๆ ฟังได้ง่ายขึ้น มักใช้ในการสอน การเน้นคำ หรือการป้องกันความเข้าใจผิด ส่วน fast natural speech หมายถึงการพูดต่อเนื่องตามปกติด้วยความเร็วที่มากกว่า ซึ่งคำที่ไม่เน้นอาจสั้นลงหรือเบาลงได้ สำนวนสองแบบนี้บอกถึงเงื่อนไขการพูดที่แตกต่างกัน ไม่ได้แบ่งเป็นภาษาอังกฤษที่ถูกกับภาษาอังกฤษที่ผิด ในบทเรียนนี้ การเปรียบเทียบช่วยอธิบายว่าทำไมคำอย่าง and จึงอาจฟังดูครบถ้วนกว่าในการสาธิตอย่างระมัดระวัง และฟังไม่เด่นเท่าเดิมในการพูดตามธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: ในการพูดเร็วและเป็นธรรมชาติ ผู้พูดสามารถลดเสียงที่ไม่เน้นได้โดยไม่ได้พูดผิด

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ถูก

we almost never pronounce it like that because it's too strong. ไวยากรณ์

1:22

เราแทบไม่เคยออกเสียงแบบนั้นเลยเพราะมันเน้นหนักเกินไป

ไวยากรณ์

almost never: ความถี่เกือบเป็นศูนย์แต่ยังอาจมีข้อยกเว้น

Almost never หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ไม่ใช่ศูนย์ครั้ง ในประโยคนี้หมายความว่าโดยทั่วไปจะหลีกเลี่ยงการออกเสียงแบบเน้นหนัก แต่ยังอาจมีข้อยกเว้นที่พบได้น้อย Almost ทำหน้าที่ขยาย never และวางไว้ข้างหน้าโดยตรง ใช้รูปแบบนี้เพื่อบอกนิสัยหรือกฎทั่วไปที่เกือบเท่ากับ never แต่ไม่เด็ดขาดเท่า

แบบฝึกหัด

คนคนหนึ่งนั่งแท็กซี่เพียงปีละหนึ่งหรือสองครั้ง ประโยคใดตรงกับความหมายนี้มากที่สุด

  1. I often take a taxi.
  2. I never take a taxi.
  3. I almost never take a taxi.
ดูคำตอบ

I almost never take a taxi.

Instead,

1:26

แต่เราจะ

we use what's called a weak form, วลี

1:26

ใช้สิ่งที่เรียกว่ารูปแบบเสียงเบา

วลี

what's called: ใช้แนะนำชื่อหรือคำศัพท์

What's called เป็นรูปย่อของ what is called โครงสร้าง what's called + นามวลี ใช้แนะนำชื่อหรือคำศัพท์ของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ a weak form คือคำศัพท์ที่กำลังแนะนำ ในประโยคนี้ what's called a weak form เป็นส่วนที่ตามหลัง use และบอกว่าเราใช้อะไร Called หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ไม่ใช่ “ถูกโทรหา” และรูปประโยคนี้ให้ข้อมูล ไม่ได้ถามคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมรูปย่อของ what is called: The science lesson explains ____ a food chain.

ดูคำตอบ

what's called

where the vowel sound becomes softer and weaker.

1:29

ซึ่งเสียงสระจะนุ่มนวลและเบาลงค่ะ

So /ænd/ becomes /ənd/.

1:32

ดังนั้น /ænd/ จึงกลายเป็น /ənd/

More commonly,

1:34

ที่พบบ่อยกว่านั้น

you'll hear this reduced even further to just /ən/, วลี

1:35

คุณจะได้ยินเสียงนี้ลดรูปลงไปอีกเหลือแค่ /ən/

which is what we're going to practice today because that's much more common.

1:39

ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราจะมาฝึกกันในวันนี้เพราะมันเป็นที่นิยมมากกว่าค่ะ

วลี

be reduced even further to just /ən/: ลดเสียงต่อไปจนเป็นรูปสุดท้าย

ในประโยคนี้ be reduced to + ผลลัพธ์ ใช้บอกว่ารูปหนึ่งเปลี่ยนเป็นรูปที่เรียบง่ายหรือสั้นกว่า this หมายถึงการออกเสียง and ส่วน to just /ən/ ระบุรูปที่ถูกลดเสียงขั้นสุดท้าย reduce ในที่นี้พูดถึงรูปของเสียง ไม่ใช่จำนวน Even further แสดงว่าการลดเสียงดำเนินต่อไปอีกขั้น ส่วน just เน้นว่ารูปเต็มเหลืออยู่น้อยมาก โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกจำนวน ความยาว หรือจำนวนขั้นตอนสุดท้ายได้ด้วย

แบบฝึกหัด

หลังจากแก้ไขครั้งที่สอง รายงานเหลือเพียง 500 คำ ประโยคใดอธิบายผลลัพธ์สุดท้ายได้ถูกต้อง

  1. After another edit, the report was reduced even further at just 500 words.
  2. After another edit, the report was reduced even further to just 500 words.
  3. After another edit, the report was reduced even further by just 500 words.
ดูคำตอบ

After another edit, the report was reduced even further to just 500 words.

This is why you hear native English speakers saying things like fish 'n' chips ลำดับความ

1:42

นี่คือเหตุผลที่คุณได้ยินเจ้าของภาษาอังกฤษพูดอะไรอย่าง fish 'n' chips

instead of fish and chips. ไวยากรณ์

1:47

แทนที่จะเป็น fish and chips

ลำดับความ

This is why: เชื่อมเหตุผลก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์

This is why เชื่อมคำอธิบายก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์ที่ตามมา This สรุปคำอธิบายก่อนหน้าว่า and ถูกลดเสียงอย่างไร ส่วน why นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้น คือผู้พูดออกเสียงว่า fish 'n' chips ลำดับข้อมูลคือบอกเหตุก่อน แล้วตามด้วย This is why + ผลลัพธ์ โครงสร้างนี้ทำให้ความเชื่อมโยงชัดเจน แทนที่จะให้ this ชี้ไปที่คำนามเพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคแรกให้เหตุผล เลือกคำเชื่อมที่เหมาะที่สุดเพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์: The battery is dead. ___ the phone won't turn on.

  1. For example
  2. This is because
  3. This is why
ดูคำตอบ

This is why

ลำดับความ

things like: ยกตัวอย่างโดยไม่ได้ให้รายการทั้งหมด

ในประโยคนี้ things like ใช้เกริ่น fish 'n' chips ว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของรูปแบบการพูดที่ผู้พูดหมายถึง คำนี้บอกว่ายังมีตัวอย่างคล้ายกันอีก ดังนั้นสิ่งที่ตามมาจึงไม่ใช่รายการทั้งหมด ตรงนี้ things หมายถึงตัวอย่าง สำนวน หรือปรากฏการณ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ ทั้งวลีทำหน้าที่คล้าย such as แต่เป็นกันเองกว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค “We do things like paint, sing, and build models,” คำว่า things like บอกอะไร?

  1. คำว่า like หมายความว่ากลุ่มนี้ชอบเฉพาะกิจกรรมเหล่านี้
  2. นี่คือกิจกรรมทั้งหมดที่กลุ่มนี้ทำ
  3. การวาดภาพ ร้องเพลง และสร้างแบบจำลองเป็นตัวอย่าง และอาจมีกิจกรรมอื่นอีก
ดูคำตอบ

การวาดภาพ ร้องเพลง และสร้างแบบจำลองเป็นตัวอย่าง และอาจมีกิจกรรมอื่นอีก

ไวยากรณ์

instead of: ใช้ตัวเลือกหนึ่งแทนอีกตัวเลือกหนึ่ง

ในประโยคนี้ instead of แสดงการใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่งหรือการเปรียบต่างระหว่างสองตัวเลือก fish 'n' chips คือรูปที่คนพูดจริง ส่วน fish and chips หลัง instead of คือรูปที่ไม่ได้ใช้ในตอนนั้น หลัง instead of ใช้กลุ่มคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น tea instead of coffee, her instead of me หรือ walking instead of driving เมื่อนำสองการกระทำมาเปรียบกัน ควรทำให้ทั้งสองด้านชัดเจนและมีโครงสร้างสอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ instead of ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าเลือกเดินแทนการนั่งรถบัส?

  1. We walked instead of taking the bus.
  2. We walked instead of take the bus.
  3. We walked instead of that we took the bus.
ดูคำตอบ

We walked instead of taking the bus.

As a side note, ลำดับความ

1:49

เกร็ดความรู้เล็กน้อย

ลำดับความ

As a side note: การเกริ่นข้อมูลรอง

As a side note เป็นวลีเชื่อมความที่บอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่า ประเด็นถัดไปเกี่ยวข้องกับหัวข้อ แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแนวข้อมูลหลัก วลีนี้ทำเครื่องหมายว่าประเด็นดังกล่าวเป็นข้อมูลรอง เพื่อให้ใจความหลักยังคงชัดเจน วลีนี้มักอยู่ต้นข้อความเสริมและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเกริ่นข้อมูลรองได้ชัดเจนที่สุด?

  1. Most importantly, the library closes early on Fridays.
  2. As a side note, the library closes early on Fridays.
  3. To sum up, the library closes early on Fridays.
ดูคำตอบ

As a side note, the library closes early on Fridays.

in informal writing, การใช้คำ

1:50

ในการเขียนแบบไม่เป็นทางการ

and is sometimes just written as 'n' in between two apostrophes, การใช้คำ

1:52

คำว่า and บางครั้งก็เขียนแค่ตัว 'n' อยู่ระหว่างเครื่องหมายอะพอสทรอฟีสองตัว

การใช้คำ

in informal writing: การกำหนดขอบเขตระดับภาษา

วลีบุพบท in informal writing กำหนดระดับภาษาให้กับข้อความที่ตามมา หมายความว่ารูปสะกดที่กล่าวถึงพบได้ในบริบทการเขียนแบบสบาย ๆ ไม่ใช่รูปมาตรฐานสำหรับงานเขียนทุกประเภท ในที่นี้ ข้อจำกัดดังกล่าวใช้กับการเขียน and เป็น 'n' ระหว่างเครื่องหมายอะพอสทรอฟี ส่วนงานเขียนที่เป็นทางการหรือมีระดับภาษากลางโดยทั่วไปจะเขียน and เต็มคำ

แบบฝึกหัด

พิจารณาข้อความเกี่ยวกับ in informal writing ต่อไปนี้: การเขียน and เป็น 'n' เหมาะสำหรับรายงานวิจัยที่เป็นทางการ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

การใช้คำ

written as 'n' in between two apostrophes: การบอกรูปแบบการเขียน

โครงสร้าง be written as + รูปแบบ ใช้บอกว่าคำ เสียง หรือแนวคิดหนึ่งปรากฏเป็นอย่างไรในงานเขียน ในที่นี้คำว่า and สามารถเขียนเป็น 'n' ได้ in between two apostrophes บอกตำแหน่งของ n โดยมีเครื่องหมายอะพอสทรอฟีอยู่ข้างหน้าและข้างหลังอย่างละหนึ่งตัว เครื่องหมายเหล่านี้แสดงว่ามีตัวอักษรถูกละไว้ เป็นเครื่องหมายอะพอสทรอฟี ไม่ใช่เครื่องหมายคำพูดที่ใช้ครอบข้อความอ้างอิง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกรูปแบบการเขียนโดยเฉพาะ ไม่ใช่การออกเสียง

  1. The shortened form is written as 'n'.
  2. The shortened form is pronounced as /ən/.
  3. The shortened form sounds like the letter n.
ดูคำตอบ

The shortened form is written as 'n'.

like rock 'n' roll and fish 'n' chips.

1:57

เช่น rock 'n' roll และ fish 'n' chips

So here are a few short phrases

2:00

เอาล่ะ นี่คือวลีสั้นๆ

to help you practice the weak form of the word and. ไวยากรณ์

2:02

ที่จะช่วยให้คุณฝึกการออกเสียงเบาของคำว่า and ค่ะ

ไวยากรณ์

to help you practice: การบอกจุดประสงค์

วลี infinitive to help you practice ... ใช้บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าสื่อที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มีไว้เพื่ออะไร ในที่นี้ to เป็นเครื่องหมาย infinitive ไม่ใช่คำบุพบทที่บอกการเคลื่อนที่หรือทิศทาง ประโยคเดิมใช้โครงสร้างทั่วไป to help + คน + กริยารูปพื้นฐาน ใน help you practice คำว่า you คือทั้งผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือและผู้ที่ฝึก ส่วน practice ต้องอยู่ในรูปพื้นฐาน ไม่ใช่ practicing หรือ practiced รูป help you to practice ก็ใช้ได้ แต่มี to เพิ่มมาอีกหนึ่งคำ

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมข้อความบอกจุดประสงค์นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ: This worksheet includes short drills ___ difficult sounds.

  1. to help you practicing
  2. for help you practice
  3. to help you practice
ดูคำตอบ

to help you practice

I'll say it slowly with the strong form ลำดับความ

2:06

ฉันจะพูดช้าๆ ด้วยรูปแบบเสียงหนัก

and then quickly with the weak form

2:08

และตามด้วยแบบรวดเร็วที่เป็นเสียงเบา

ลำดับความ

slowly with the strong form ... quickly with the weak form: ขั้นตอนสองขั้นที่วางขนานกัน

“slowly with the strong form” และ “quickly with the weak form” เป็นวลีบอกลักษณะการพูดสองวลีที่วางขนานกันและขยาย “I'll say it” คำว่า “and then” จัดลำดับให้วลีแรกเป็นการพูดรูปหนักอย่างช้า ๆ และวลีที่สองเป็นการพูดรูปเบาอย่างรวดเร็ว ทั้งสองส่วนใช้กริยาวลีเดียวกัน จึงไม่ต้องพูดซ้ำ ทั้งสองส่วนใช้รูปแบบเดียวกัน คือ คำกริยาวิเศษณ์บอกลักษณะ + with + นามวลี ทำให้ผู้ฟังเปรียบเทียบความเร็วและรูปแบบการออกเสียงได้พร้อมกัน ในที่นี้ strong form และ weak form เป็นชื่อของรูปแบบการออกเสียงสองแบบ ไม่ได้หมายถึงดีและไม่ดี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีที่วางขนานกันเพื่อบอกขั้นตอนการฝึกสองขั้นตามลำดับได้ชัดเจนที่สุด

  1. I'll read the poem slowly with pauses and then quickly without pauses.
  2. I'll read the poem slowly because the pauses are helpful.
  3. I'll read the poem quickly, but the pauses will be long.
ดูคำตอบ

I'll read the poem slowly with pauses and then quickly without pauses.

for you to listen and repeat. ไวยากรณ์

2:10

ให้คุณลองฟังและพูดตามนะคะ

ไวยากรณ์

for you to listen and repeat: ระบุผู้ที่ทำกริยา

ใน “for you to listen and repeat” โครงสร้างคือ for + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า you ระบุว่าใครเป็นผู้ฟังและพูดตาม ดังนั้นวลีนี้จึงบอกผู้ที่ทำกริยา ไม่ได้เป็นเพียงอีกวิธีหนึ่งในการพูดว่า “เพื่อประโยชน์ของคุณ” listen และ repeat เป็นกริยาที่วางขนานกันและใช้ to ตัวเดียวร่วมกัน ความสัมพันธ์แบบเต็มคือ “for you to listen” และ “for you to repeat” แต่ภาษาอังกฤษโดยทั่วไปจะไม่พูด “for you to” ซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย for + you + to + check: Here is a form ____ before you sign it.

ดูคำตอบ

for you to check

Rock and roll.

2:12

Rock and roll.

Rock and roll.

2:15

Rock and roll.

Bread and butter.

2:17

Bread and butter.

Bread and butter.

2:19

Bread and butter.

Black and white.

2:21

Black and white.

Black and white.

2:23

Black and white.

Salt and pepper.

2:25

Salt and pepper.

Salt and pepper.

2:27

Salt and pepper.

Steve and John.

2:29

Steve and John.

Steve and John.

2:31

Steve and John.

So do you hear how and becomes weak and quiet น้ำเสียง/เจตนา

2:32

คุณได้ยินไหมคะว่า and กลายเป็นเสียงเบาและเงียบลงอย่างไร

when you say it quickly?

2:36

เวลาที่คุณพูดเร็วๆ?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you hear how ...? เพื่อชี้จุดสังเกตในการฟัง

Do you hear how + อนุประโยค? ใช้ถามเพื่อให้ผู้ฟังสังเกตว่าเสียงเปลี่ยนหรือมีลักษณะอย่างไร ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังชี้ให้สังเกตว่าคำว่า and จะเบาและไม่เน้นเมื่อพูดเร็ว ไม่ได้กำลังทดสอบว่าผู้ฟังได้ยินเสียงหรือไม่โดยทั่วไป หลัง how ให้ตามด้วยอนุประโยคที่อธิบายจุดที่ต้องสังเกต เช่น ตำแหน่งการเน้นเสียงเปลี่ยนอย่างไร หรือระดับเสียงสูงขึ้นอย่างไร คำถามนี้ทำให้ผู้ฟังรู้ว่าควรตั้งใจฟังอะไรจากตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

หลังจากให้ฟังประโยคสองแบบ ครูถามว่า “Do you hear how the stress moves?” ครูกำลังทำอะไร

  1. ถามว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้น
  2. ตรวจสอบว่าเสียงดังพอที่จะได้ยินหรือไม่
  3. ชี้ให้ผู้ฟังสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเสียง
ดูคำตอบ

ชี้ให้ผู้ฟังสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเสียง

By weakening the word, ไวยากรณ์

2:37

การทำให้คำนั้นเบาลง

ไวยากรณ์

By weakening: ใช้ by + คำกริยารูป -ing เพื่อบอกวิธี

By + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ใน By weakening the word คำว่า weakening ระบุการกระทำที่ใช้เป็นวิธี และประโยคหลักที่ตามมาจะบอกผลลัพธ์ของวิธีนั้น by ในที่นี้เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ด้วยการ” หรือ “โดยวิธี” ไม่ได้ใช้บอกกำหนดเวลา คำกริยาหลัง by ที่ใช้ในความหมายนี้ต้องอยู่ในรูป -ing เช่น by lowering, by practising, by changing

แบบฝึกหัด

ใช้ by + รูป -ing ของ organise เพื่อบอกวิธี: You can find your files faster ____ them into folders.

ดูคำตอบ

by organising

it makes it much quicker to say in sentences, ไวยากรณ์

2:38

มันจะช่วยให้พูดในประโยคได้รวดเร็วขึ้นมาก

ไวยากรณ์

makes it much quicker to say: make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive

ใน it makes it much quicker to say คำว่า make หมายถึง “ทำให้บางสิ่งเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพหนึ่ง” it ตัวแรกหมายถึงการลดเสียงของคำที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน it ตัวที่สองหมายถึงคำหรือสำนวนที่กำลังพูด much quicker บอกผลที่เกิดขึ้น และ to say บอกว่าการกระทำใดเร็วขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X makes + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้อธิบายว่าวิธีการหรือคุณสมบัติหนึ่งเปลี่ยนความเร็วหรือความยากของการกระทำอย่างไร much ใช้เน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า เช่น quicker, easier หรือ harder ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายผลที่เป็นประโยชน์

  1. This handle makes the box easier carry.
  2. This handle makes the box easier to carry.
  3. This handle makes the box to carry easier.
ดูคำตอบ

This handle makes the box easier to carry.

and therefore your speech sounds much more natural. ลำดับความ

2:41

และดังนั้นการพูดของคุณก็จะฟังดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย

ลำดับความ

and therefore: การบอกผลตามเหตุผล

and ทำให้คำอธิบายต่อเนื่องจากส่วนก่อนหน้า ส่วน therefore บอกผู้ฟังว่าความคิดถัดไปเป็นผลตามเหตุผลจากความคิดก่อนหน้า ในที่นี้ การพูดคำต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นทำให้คำพูดฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น and therefore จัดความคิดสองส่วนให้เป็นเหตุและผล ไม่ใช่แค่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นแล้วอีกเหตุการณ์เกิดตามมา ให้ย้อนดูอนุประโยคก่อนหน้าเพื่อหาเหตุผลของผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงอย่างชัดเจนว่าอนุประโยคที่สองเป็นผลจากอนุประโยคแรก? The bridge was closed, ____ we took a different road.

  1. and therefore
  2. and meanwhile
  3. and then
ดูคำตอบ

and therefore

So now you know what's happening and how to pronounce the weak form of and as /ən/.

2:44

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นและจะออกเสียงเบาของ and เป็น /ən/ ได้อย่างไร

you're probably wondering, ลำดับความ

2:50

คุณอาจจะกำลังสงสัยว่า

ลำดับความ

“You're probably wondering ...”: เกริ่นถึงคำถามที่ผู้ฟังน่าจะสงสัย

You're probably wondering ... บอกว่าผู้พูดคาดว่าผู้ฟังน่าจะมีคำถามบางอย่าง ในประโยคนี้วลีดังกล่าวทำหน้าที่เกริ่นนำ โดยจะตามมาด้วยคำถามแล้วจึงเป็นคำอธิบาย probably ช่วยลดความหนักแน่น ผู้พูดจึงไม่ได้ทำเหมือนรู้ความคิดของทุกคน วลีนี้ใช้เกริ่นคำถามที่แยกออกมาได้ หรือจะตามด้วยเนื้อหาของคำถามที่มักขึ้นต้นด้วย why, how หรือ whether ก็ได้ เช่น You're probably wondering why this happens.

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “You're probably wondering why the plan changed”?

  1. ยืนยันว่ารู้ความคิดส่วนตัวของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
  2. จบหัวข้อโดยไม่ให้คำอธิบาย
  3. เกริ่นถึงคำถามที่ผู้ฟังน่าจะสงสัยก่อนอธิบาย
ดูคำตอบ

เกริ่นถึงคำถามที่ผู้ฟังน่าจะสงสัยก่อนอธิบาย

why do we weaken the word and

2:52

ทำไมเราถึงลดเสียงคำว่า and ให้เบาลง

but not other words in the phrases we practiced?

2:54

แต่ไม่ทำกับคำอื่นๆ ในวลีที่เราฝึกกัน?

It's all about English stress patterns. โน้ต

2:57

ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับรูปแบบการลงน้ำหนักเสียงในภาษาอังกฤษค่ะ

วลี

“It's all about X”: ชี้ปัจจัยสำคัญ

It's all about + คำนามหรือรูป -ing ใช้ชี้สิ่งที่ผู้พูดมองว่าเป็นปัจจัยหลัก ในที่นี้รูปแบบการลงเสียงหนักในภาษาอังกฤษถูกนำเสนอว่าเป็นกุญแจสำคัญในการอธิบายการลดเสียงที่กำลังพูดถึง all เพิ่มน้ำหนักให้กับข้อความ ในการใช้นี้ วลีไม่ได้จำเป็นต้องหมายความว่า X เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว หรือเนื้อหาทั้งหมดกล่าวถึง X ตามตัวอักษร แต่มักหมายถึง “สิ่งสำคัญคือ X”

แบบฝึกหัด

โค้ชต้องการบอกกุญแจสำคัญของการพัฒนา ไม่ใช่เพียงบอกหัวข้อของบทเรียน ประโยคใดเหมาะสม?

  1. It's all about regular practice.
  2. We talked about regular practice yesterday.
  3. Today's lesson is about regular practice.
ดูคำตอบ

It's all about regular practice.

การใช้คำ

English stress patterns: คำใดเด่นกว่าเมื่อพูด

ในประโยคนี้ English stress patterns หมายถึงแบบแผนที่ทำให้คำบางคำเด่นกว่าคำอื่นเมื่อพูดประโยคภาษาอังกฤษ ในที่นี้ stress เป็นศัพท์ด้านการออกเสียงที่หมายถึงความเด่นของเสียง ไม่ใช่ความเครียดหรือแรงกดดัน ส่วน patterns หมายถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำหรือกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ลวดลายที่มองเห็น

แบบฝึกหัด

English stress patterns หมายถึงอะไรในการอธิบายเรื่องการออกเสียงนี้?

  1. ความกังวลที่เกิดจากการเรียนภาษาอังกฤษ
  2. ลวดลายที่สร้างจากตัวอักษรภาษาอังกฤษ
  3. แบบแผนที่ทำให้คำบางคำในประโยคฟังเด่นกว่าคำอื่น
ดูคำตอบ

แบบแผนที่ทำให้คำบางคำในประโยคฟังเด่นกว่าคำอื่น

In English,

3:00

ในภาษาอังกฤษ

we don't stress every word equally in a sentence. ไวยากรณ์

3:01

เราไม่ได้ลงน้ำหนักทุกคำในประโยคเท่ากัน

ไวยากรณ์

don't stress every word equally: การปฏิเสธบางส่วน

Don't stress every word equally หมายความว่าเสียงหนักไม่ได้กระจายเท่ากันในทุกคำ บางคำเด่นกว่า ส่วนบางคำเด่นน้อยกว่า คำปฏิเสธ don't ครอบคลุมแนวคิดทั้งหมดของ stress every word equally ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคำใดถูกลงเสียงหนักเลย โดยทั่วไป don't/not + every ... แสดงการปฏิเสธบางส่วน คือข้อความนั้นไม่ได้เป็นจริงกับทุกสิ่ง

แบบฝึกหัด

We don't stress every word equally หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทุกคำได้รับเสียงหนักในระดับเดียวกัน
  2. บางคำได้รับเสียงหนักมากกว่าคำอื่น
  3. ไม่มีคำใดในประโยคได้รับเสียงหนัก
ดูคำตอบ

บางคำได้รับเสียงหนักมากกว่าคำอื่น

Instead,

3:04

แต่เราจะ

we stress the important words

3:05

ลงน้ำหนักคำที่สำคัญ

that carry the content and meaning of the sentence, วลี

3:06

ที่เป็นเนื้อหาและสื่อความหมายของประโยค

วลี

carry the content and meaning: carry ในความหมายว่า “มีและสื่อสารเนื้อหา”

ใน carry the content and meaning คำว่า carry หมายถึง “มีและสื่อสารเนื้อหา” ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายสิ่งของจริง ๆ คำสำคัญมีเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ประโยคต้องการบอกผู้ฟัง ความหมายเชิงเปรียบเทียบนี้พบได้บ่อยใน carry meaning, carry information และ carry a message ใช้บอกได้ว่าคำ สัญลักษณ์ เสียง หรือการกระทำสื่ออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ carry ในความหมายว่า “มีและสื่อสารเนื้อหา”

  1. Leo can carry the suitcase upstairs.
  2. A small gesture can carry a lot of meaning.
  3. This truck can carry twelve boxes.
ดูคำตอบ

A small gesture can carry a lot of meaning.

such as nouns,

3:09

เช่น คำนาม

verbs,

3:10

คำกริยา

and adjectives.

3:11

และคำคุณศัพท์

However,

3:12

อย่างไรก็ตาม

we weaken the little less important grammar words, การใช้คำ

3:13

เราจะลดเสียงคำทางไวยากรณ์เล็กๆ ที่สำคัญน้อยกว่า

such as and,

3:16

เช่น and

of,

3:18

of

to,

3:19

to

and for,

3:19

และ for

which in rapid speech are pronounced as n การใช้คำ

3:20

ซึ่งในการพูดเร็วๆ จะออกเสียงเป็น n

การใช้คำ

rapid speech ในคำอธิบายเรื่องการออกเสียง

“Rapid speech” หมายถึงคำพูดตามธรรมชาติที่เชื่อมต่อกันและพูดด้วยจังหวะเร็ว ในคำอธิบายเรื่องการออกเสียงและการฟัง in rapid speech หมายถึง “เมื่อผู้คนพูดเร็วและต่อเนื่อง” วลีนี้บอกความเร็ว ไม่ได้หมายถึงการออกเสียงที่ไม่ดี คำพูดตามธรรมชาติที่เร็วอาจมีรูปเสียงเบา การเชื่อมเสียง หรือเสียงที่สั้นลง แต่ผู้ฟังก็ยังอาจฟังได้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนการออกเสียง “rapid speech” หมายถึงอะไร?

  1. คำพูดตามธรรมชาติที่เชื่อมต่อกันและพูดอย่างรวดเร็ว
  2. คำพูดที่ไม่ชัดเจนเสมอ
  3. คำพูดที่มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์มากมาย
ดูคำตอบ

คำพูดตามธรรมชาติที่เชื่อมต่อกันและพูดอย่างรวดเร็ว

/əv/,

3:24

/əv/

t

3:24

t

and f.

3:25

และ f

การใช้คำ

grammar words: คำหน้าที่ที่สร้างโครงสร้างประโยค

Grammar words คือคำที่มีหน้าที่หลักในการเชื่อมส่วนต่าง ๆ ของประโยคหรือแสดงความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์ เรียกอีกอย่างว่า function words โดย and, of, to และ for เป็นตัวอย่าง คำเหล่านี้มักมีเนื้อหาหลักของประโยคน้อยกว่าคำนาม คำกริยาหลัก คำคุณศัพท์ และคำวิเศษณ์จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ผู้พูดจึงมักไม่ลงเสียงเน้นและใช้รูปเสียงอ่อนในการพูดที่ลื่นไหล คำนี้ไม่ได้หมายถึง “คำที่มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์”

แบบฝึกหัด

กลุ่มใดประกอบด้วย grammar words เป็นหลัก

  1. teacher, build, happy, London
  2. and, of, to, for
  3. table, music, bright, quickly
ดูคำตอบ

and, of, to, for

So and becomes a weak /ən/

3:26

ดังนั้น and จึงกลายเป็นเสียง /ən/ ที่แผ่วเบา

when said quickly in sentences ไวยากรณ์

3:29

เมื่อถูกพูดเร็วๆ ในประโยค

to help us match the rhythm of the sentence. วลี

3:31

เพื่อช่วยให้เราเข้ากับจังหวะของประโยคได้

ไวยากรณ์

when said quickly in sentences: อนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อรูป

“When said quickly in sentences” เป็นอนุประโยคแบบถูกกระทำที่ย่อรูป รูปเต็มคือ “when it is said quickly in sentences” โดยประธานที่เข้าใจได้แม้ละไว้คือ it และ said เป็นกริยารูป past participle ในโครงสร้างแบบถูกกระทำ รูปแบบ when + past participle มีความหมายสั้น ๆ ว่า “เมื่อบางสิ่งถูกกระทำด้วยวิธีนี้” ในที่นี้ รูปแบบดังกล่าวบอกเงื่อนไขที่ทำให้ “and” ออกเสียงแบบเบาเป็น /ən/

แบบฝึกหัด

ย่อ “when it is heated” โดยใช้ when + past participle: ____, the metal expands.

ดูคำตอบ

When heated

วลี

match the rhythm of the sentence: ทำให้เข้ากับรูปแบบจังหวะ

ใน match the rhythm of the sentence คำว่า match หมายถึง “ทำให้เข้ากันหรือประสานกัน” ไม่ใช่ “แข่งขันกับ” รูปเสียงเบาช่วยให้คำพูดเข้ากับรูปแบบจังหวะหนักและเบาของประโยค โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ match the rhythm of + คำนาม ซึ่งหมายถึงทำให้การพูด การเคลื่อนไหว หรือจังหวะเวลาเข้ากับจังหวะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย match the rhythm of + คำนาม: Tap your feet to ____ the music.

ดูคำตอบ

match the rhythm of

If you stress every word in English, ไวยากรณ์

3:33

ถ้าคุณเน้นเสียงทุกคำในภาษาอังกฤษ

the sentence sounds very unnatural.

3:36

ประโยคนั้นจะฟังดูไม่เป็นธรรมชาติเอามากๆ ค่ะ

ไวยากรณ์

If you stress every word: เงื่อนไขและผลของเงื่อนไข

If you stress every word เป็นอนุประโยคที่บอกเงื่อนไข ส่วนอนุประโยคหลัก the sentence sounds very unnatural บอกผลของเงื่อนไขนั้น ในที่นี้ ทั้งสองอนุประโยคใช้รูปปัจจุบันธรรมดาเพื่อบอกผลทั่วไป กล่าวคือ เมื่อเน้นเสียงทุกคำ ประโยคมักจะฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ ในประโยคนี้ stress เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ออกเสียงโดยเน้นเป็นพิเศษ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค if เพื่อบอกผลทั่วไป

  1. If you press this button, the screen lights up.
  2. If you press this button, the screen will light up later.
  3. If you pressed this button, the screen would light up.
ดูคำตอบ

If you press this button, the screen lights up.

For example,

3:38

ตัวอย่างเช่น

her dress is black and white.

3:39

her dress is black and white.

Her dress is black and white.

3:42

Her dress is black and white.

I eat bread and butter.

3:43

I eat bread and butter.

I eat bread and butter.

3:46

I eat bread and butter.

I love fish and chips.

3:49

I love fish and chips.

I love fish and chips.

3:51

I love fish and chips.

So you see that the focus, วลี

3:53

ดังนั้นคุณจะเห็นว่าจุดโฟกัส

the emphasis,

3:54

หรือการเน้นย้ำ

stays on the main words,

3:56

จะอยู่ที่คำหลัก

not the little grammatical words in between,

3:57

ไม่ใช่คำทางไวยากรณ์เล็กๆ ที่อยู่ตรงกลาง

which you probably noticed are all softer and weaker.

4:00

ซึ่งคุณอาจจะสังเกตเห็นว่าพวกมันจะเบาและนุ่มนวลกว่าทั้งหมด

วลี

the focus, the emphasis, stays on: จุดเน้นหลักยังคงอยู่ที่ใด

ในช่วง the focus, the emphasis ผู้พูดใช้ emphasis เพื่ออธิบายความหมายของ focus ให้ชัดขึ้น ทั้งสองคำหมายถึงส่วนสำคัญของประโยค ผู้พูดนำเสนอคำทั้งสองเป็นชื่อสองแบบของแนวคิดเดียวกัน จึงใช้กริยาเอกพจน์ stays the focus stays on + คำนาม หมายความว่าความสนใจหรือความสำคัญยังคงมุ่งไปยังสิ่งที่คำนามนั้นกล่าวถึง ในที่นี้ on บอกเป้าหมายของการเน้น ไม่ได้หมายถึงการสัมผัสกันทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าความปลอดภัยบนท้องถนนยังคงเป็นหัวข้อหลัก?

  1. Road safety is one of several unrelated examples.
  2. The focus stays on road safety.
  3. The focus shifts from road safety to parking.
ดูคำตอบ

The focus stays on road safety.

Now let's practice these together in some short phrases and sentences.

4:03

ตอนนี้เรามาฝึกประโยคและวลีสั้นๆ เหล่านี้ด้วยกันนะคะ

Say each phrase slowly first with the full and, ลำดับความ

4:07

พูดแต่วลีช้าๆ ก่อนด้วยคำว่า and แบบเต็มเสียง

then again naturally and quickly three times with the weak form /ən/.

4:11

จากนั้นพูดให้เป็นธรรมชาติและรวดเร็วอีกสามครั้งด้วยรูปแบบเสียงเบา /ən/

ลำดับความ

slowly first ... then again naturally and quickly: การเรียงลำดับคำสั่งสองขั้นตอน

First และ then จัดคำสั่งนี้ออกเป็นสองขั้นตอน Slowly อธิบายวิธีทำขั้นตอนแรก ส่วน naturally และ quickly อธิบายวิธีทำขั้นตอนที่สอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Do X first, then do Y ในประโยคต้นฉบับ again แสดงว่ามีการพูดวลีเดิมซ้ำ คำบอกลำดับและคำที่อธิบายวิธีทำงานร่วมกันเพื่อบอกทั้งลำดับที่ต้องทำและวิธีทำแต่ละขั้นตอน

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกลำดับ first และ then เพื่อทำคำสั่งสองขั้นตอนให้สมบูรณ์: Read the sentence slowly ____, ____ read it again at a natural speed.

ดูคำตอบ

first · then

Fish and chips.

4:17

Fish and chips.

Fish and chips.

4:20

Fish and chips.

Fish and chips.

4:21

Fish and chips.

Fish and chips.

4:21

Fish and chips.

Bread and butter.

4:23

Bread and butter.

Bread and butter.

4:26

Bread and butter.

Bread and butter.

4:27

Bread and butter.

Bread and butter.

4:28

Bread and butter.

Black and white.

4:29

Black and white.

Black and white.

4:31

Black and white.

Black and white.

4:32

Black and white.

Black and white.

4:33

Black and white.

Salt and pepper.

4:35

Salt and pepper.

Salt and pepper.

4:37

Salt and pepper.

Salt and pepper.

4:38

Salt and pepper.

Salt and pepper.

4:39

Salt and pepper.

Cup and saucer.

4:40

Cup and saucer.

Cup and saucer.

4:43

Cup and saucer.

Cup and saucer.

4:44

Cup and saucer.

Cup and saucer.

4:45

Cup and saucer.

Pen and paper.

4:46

Pen and paper.

Pen and paper.

4:49

Pen and paper.

Pen and paper.

4:50

Pen and paper.

Pen and paper.

4:51

Pen and paper.

Now let's practice these in sentences.

4:53

ตอนนี้มาฝึกประโยคเหล่านี้กันค่ะ

Listen to the slow version with the strong form and, ลำดับความ

4:55

ฟังเวอร์ชันช้าที่มีคำว่า and แบบเสียงหนักนะคะ

then listen carefully again with the natural quick version with /ən/.

4:59

จากนั้นตั้งใจฟังอีกครั้งกับเวอร์ชันที่รวดเร็วเป็นธรรมชาติซึ่งใช้ /ən/ ค่ะ

ลำดับความ

Listen to ... then listen carefully again: เรียงลำดับสองขั้นตอน

Listen to the slow version เป็นประโยคคำสั่งที่บอกการกระทำแรกโดยตรง คำสั่งภาษาอังกฤษมักละประธาน you จึงเริ่มประโยคด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน Listen Then listen carefully again บอกการกระทำถัดไป then แสดงลำดับ again หมายถึงให้ฟังซ้ำ และ carefully บอกว่าครั้งที่สองต้องฟังอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้อย่าง Do X, then do Y ช่วยให้คำสั่งสองขั้นตอนเข้าใจง่าย

แบบฝึกหัด

คำสั่งใดให้ฟังหนึ่งรอบก่อน แล้วจึงขอให้ตั้งใจฟังซ้ำอีกครั้ง

  1. Listen carefully for the final sound before you hear the whole recording.
  2. Listen to the whole recording once and stop.
  3. Listen to the whole recording first, then listen carefully again for the final sound.
ดูคำตอบ

Listen to the whole recording first, then listen carefully again for the final sound.

We had fish and chips for dinner.

5:03

We had fish and chips for dinner.

We had fish and chips for dinner.

5:07

We had fish and chips for dinner.

She bought bread and butter from the shop.

5:09

She bought bread and butter from the shop.

She bought bread and butter from the shop.

5:13

She bought bread and butter from the shop.

The film was black and white.

5:16

The film was black and white.

The film was black and white.

5:19

The film was black and white.

Can you pass me the salt and pepper? น้ำเสียง/เจตนา

5:22

Can you pass me the salt and pepper?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you pass me ...?: ขอให้ส่งสิ่งของอย่างสุภาพ

Can you pass me + สิ่งของ? เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยเมื่อต้องการขอให้ใครส่งสิ่งของให้ ในที่นี้ Can you ...? ทำหน้าที่เป็นคำขอ ไม่ได้เน้นถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทำได้หรือไม่ ลำดับคำคือ pass + คน + สิ่งของ เช่น pass me the salt และยังพูดได้ว่า pass the salt to me รูปแบบแรกพบได้บ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโดยใช้โครงสร้าง Can you pass me จากบทเรียนนี้: ____ the ruler, please?

ดูคำตอบ

Can you pass me

Can you pass me the salt and pepper?

5:25

Can you pass me the salt and pepper?

So that's the end of today's British English pronunciation lesson. ลำดับความ

5:28

และนี่ก็คือตอนจบของบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบบริติชในวันนี้นะคะ

I hope this has helped you understand วลี

5:31

ฉันหวังว่านี่จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า

why and often sounds like 'n' ไวยากรณ์

5:33

ทำไม and ถึงมักจะฟังดูเหมือน 'n'

in fast natural English

5:36

ในภาษาอังกฤษที่พูดเร็วและเป็นธรรมชาติ

and how you can use this weak form confidently

5:38

และคุณจะใช้รูปแบบเสียงเบานี้อย่างมั่นใจได้อย่างไร

to sound more natural and fluent.

5:40

เพื่อให้ฟังดูเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่วมากขึ้น

ลำดับความ

that's the end of: บอกว่าบทเรียนหรือกิจกรรมสิ้นสุดลง

That's the end of + นามวลี ใช้บอกจุดที่บทเรียน การพูด เรื่องราว หรือกิจกรรมสิ้นสุดลง ในประโยคนี้ that's ย้อนกลับไปหมายถึงบทเรียนที่เพิ่งจบไป ส่วน end ไม่ได้หมายถึงขอบทางกายภาพ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณปิดท้าย โดยบอกผู้ฟังว่าเนื้อหาหลักจบแล้ว แม้ผู้พูดจะกล่าวสรุป ขอบคุณ หรืออำลาต่อจากนั้นก็ตาม

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะจบการนำเสนอ ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าการนำเสนอสิ้นสุดแล้วก่อนที่คุณจะขอบคุณผู้ฟัง

  1. That's the end of today's presentation.
  2. We are halfway through today's presentation.
  3. Today's presentation begins in five minutes.
ดูคำตอบ

That's the end of today's presentation.

วลี

I hope this has helped you understand: ทบทวนผลของคำอธิบาย

I hope this has helped you understand ... ใช้ปิดท้ายคำอธิบายอย่างสุภาพ โดยบอกว่าคุณหวังว่าข้อมูลที่เพิ่งให้ไปจะเป็นประโยชน์ ในโครงสร้างนี้ this หมายถึงบทเรียน คำอธิบาย หรือคำแนะนำที่เพิ่งให้ไป Has helped เป็นรูป present perfect ซึ่งมองย้อนจากปัจจุบันไปยังความช่วยเหลือที่เพิ่งเสร็จสิ้น และเน้นผลที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ไม่ได้บอกการกระทำในอนาคต โครงสร้างคือ help + คน + กริยารูปพื้นฐาน จึงเป็น helped you understand หลัง understand สามารถใส่หัวข้อโดยตรง หรือตามด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย why หรือ how

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งอธิบายแอปของโรงเรียนเสร็จ ประโยคใดใช้ทบทวนอย่างสุภาพว่าคำอธิบายของคุณเป็นประโยชน์หรือไม่

  1. I understood how the school app worked before the lesson.
  2. I will explain how the school app works tomorrow.
  3. I hope this has helped you understand how the school app works.
ดูคำตอบ

I hope this has helped you understand how the school app works.

ไวยากรณ์

why ... and how ...: การเชื่อมอนุประโยคคำถามทางอ้อม

รูปแบบ why ... and how ... เชื่อมอนุประโยคคำถามทางอ้อมสองส่วนเข้าด้วยกัน โดยอนุประโยค why บอกเหตุผลที่ต้องทำความเข้าใจ และอนุประโยค how บอกวิธีที่ต้องเรียนรู้ เมื่อนำมาคู่กัน จึงช่วยสรุปขอบเขตของบทเรียน บทความ หรือคำอธิบายได้อย่างชัดเจน คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: why 'and' often sounds ... และ how you can use .... อย่าเปลี่ยนเป็นลำดับคำแบบคำถามตรงเมื่ออยู่ภายในประโยคใหญ่ ในที่นี้ and ตัวแรกคือคำภาษาอังกฤษที่กำลังอธิบาย ส่วน and ตัวหลังเป็นคำสันธานที่เชื่อมสองอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เชื่อมคำถามทางอ้อมสองส่วนหลัง This lesson explains ได้อย่างถูกต้อง

  1. This lesson explains why does the sound change and how can you pronounce it clearly.
  2. This lesson explains why the sound changes and how can you pronounce it clearly.
  3. This lesson explains why the sound changes and how you can pronounce it clearly.
ดูคำตอบ

This lesson explains why the sound changes and how you can pronounce it clearly.

If this video has helped you,

5:43

หากวิดีโอนี้ช่วยคุณได้

give it a like,

5:44

ฝากกดไลก์

share it with a friend who's learning English,

5:45

แชร์ให้เพื่อนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ

and subscribe for more practical British English pronunciation lessons every week.

5:47

และกดติดตามเพื่อรับบทเรียนการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบบริติชที่นำไปใช้ได้จริงในทุกๆ สัปดาห์นะคะ

I'll see you in the next lesson.

5:52

แล้วพบกันใหม่ในบทเรียนหน้า

Bye-bye.

5:54

บ๊ายบายค่ะ