การทำลายตัวเอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทพูดอธิบายว่าทำไมคนจึงอาจทำลายความรักหรืองานของตนเมื่อความสุขใกล้เข้ามา ความเจ็บปวดที่คุ้นเคยดูปลอดภัยกว่า เพราะความหวังก็นำความเสี่ยงต่อการสูญเสียมาด้วย ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. as if we were: ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เข้าใจการเปรียบเทียบแบบไม่เป็นจริงที่ทำให้พฤติกรรมดูเหมือนตั้งใจ โดยไม่ได้ยืนยันว่าเจตนานั้นเป็นจริง และใช้บอกภาพสมมติ 2. make our peace with: สำนวนและภาษาภาพพจน์ เข้าใจการยอมรับความจริงที่ไม่น่าพอใจอย่างจำใจ ไม่ใช่การคืนดีกับบุคคลอื่น 3. open ourselves up to: กริยาวลี ใช้บอกการเปิดรับหรือทำให้ตนเปราะบางทางอารมณ์ต่อความหวัง โอกาส คำวิจารณ์ หรือการสูญเสีย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
seek out: ตั้งใจพยายามค้นหา
seek out หมายถึงการตั้งใจพยายามค้นหาหรือให้ได้มาซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการค้นหาอย่างกระตือรือร้นและมีเป้าหมาย ไม่ใช่การพบโดยบังเอิญ ในที่นี้ happiness เป็นกรรมที่เป็นนามธรรม โดย seek out our own happiness หมายถึงการตั้งใจแสวงหาทางเลือกและประสบการณ์ที่อาจทำให้เรามีความสุข ส่วน out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ออกไปข้างนอกจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้: When the instructions were unclear, I decided to ____ expert advice.
ดูคำตอบ
seek out
especially in two big areas of potential satisfaction,
0:09โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองเรื่องใหญ่ที่อาจสร้างความพึงพอใจได้
So it's odd and not a little unnerving สำนวน
0:14ดังนั้นจึงเป็นเรื่องแปลกและทำให้รู้สึกไม่สบายใจไม่น้อย
not a little unnerving: ชวนให้กังวลมากพอสมควร
not a little เป็นวลีเน้นระดับแบบกล่าวอย่างสงบ ซึ่งหมายถึงค่อนข้างมากหรือมาก ไม่ได้ทำให้ความหมายของคำคุณศัพท์เบาลงหรือกลายเป็นปฏิเสธ ใน not a little unnerving ผู้พูดหมายความว่าสถานการณ์นั้นชวนให้กังวลมากพอสมควร ต้องเข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ซึ่งมีความหมายตรงข้ามกับ not at all unnerving
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The delay was not a little frustrating,” ความล่าช้านั้นน่าหงุดหงิดเพียงใด?
- น่าหงุดหงิดเพียงเล็กน้อย
- ไม่น่าหงุดหงิดเลย
- น่าหงุดหงิดค่อนข้างมากหรือมาก
ดูคำตอบ
น่าหงุดหงิดค่อนข้างมากหรือมาก
to discover just how often some of us appear to act ไวยากรณ์
0:17เมื่อพบว่าบ่อยครั้งที่บางคนในพวกเราดูเหมือนจะแสดงออก
just how often: การเน้นความถี่ในอนุประโยคซ้อน
ใน “discover just how often ...” วลี just how often นำเข้าสู่เนื้อหาที่ถูกค้นพบ ไม่ได้เป็นการถามคำถาม ดังนั้นอนุประโยคที่ตามมาจึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ some of us appear ไม่ใช่ do some of us appear ในที่นี้ just เน้น how often และดึงความสนใจไปที่ระดับความถี่ ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่าความถี่สูงจนน่าประหลาดใจ just ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” หรือ “เมื่อสักครู่” โครงสร้าง just how + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์สามารถใช้เน้นระดับของลักษณะหนึ่งได้ เช่น just how difficult และ just how quickly
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสามคำที่เน้นว่าความถี่สูงจนน่าประหลาดใจลงในประโยค: “The report showed ____ minor mistakes went unnoticed.”
ดูคำตอบ
just how often
of getting what we are on the surface convinced that we're really after. กริยาวลี
0:23ในการได้มาซึ่งสิ่งที่เราเชื่ออย่างผิวเผินว่าเราต้องการมันจริงๆ
as if we were: การเปรียบเทียบที่ไม่เป็นจริงและห่างจากข้อเท็จจริง
ใน “as if we were deliberately out to ...” คำว่า as if นำเข้าสู่ภาพที่มองเห็นหรือการตีความ กล่าวคือ พฤติกรรมของเราดูเหมือนพฤติกรรมของคนที่มีเจตนาเช่นนั้น ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่านั่นคือแรงจูงใจที่แท้จริงของเรา were แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้แสดงเวลาในอดีต หลัง as if รูปกริยาอดีตสามารถนำเสนอการเปรียบเทียบว่าไม่เป็นจริง น่าสงสัย หรือขัดกับสิ่งที่ผู้พูดเชื่อ แม้อนุประโยคจะใช้ were แต่การอ้างอิงเวลามาจากประโยครอบข้าง ที่นี่เป็นการบรรยายว่าพฤติกรรมในปัจจุบันดูเป็นอย่างไร
แบบฝึกหัด
ใน “He checks our bags as if we were hiding something,” คำว่า as if we were สื่ออะไรอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- ผู้พูดถามว่าตอนนี้เรากำลังซ่อนบางสิ่งอยู่หรือไม่
- ดูเหมือนเป็นเช่นนั้น แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริง
- ผู้พูดยืนยันว่าเราเคยซ่อนบางสิ่งในอดีต
ดูคำตอบ
ดูเหมือนเป็นเช่นนั้น แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริง
out to ruin our chances: be out to + กริยา
Be out to do something หมายถึงมีเป้าหมายหรือเจตนาชัดเจนที่จะทำบางสิ่ง ในที่นี้ out to ruin our chances นำเสนอพฤติกรรมนั้นราวกับว่าจุดประสงค์คือการทำลายโอกาสที่จะได้สิ่งที่ต้องการ Ruin our chances หมายถึงทำให้ความสำเร็จเป็นไปได้น้อยลงหรือเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากประโยคใช้ as if เจตนานี้จึงเป็นเพียงภาพที่ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นหรือการตีความ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว และ out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างนอกหรือออกไปข้างนอก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ตั้งใจจะทำโดยเจตนา” The editor seemed ____ damage the author's reputation.
ดูคำตอบ
out to
we're really after: be after something
Be after something หมายถึงต้องการ แสวงหา หรือพยายามให้ได้บางสิ่ง ใน we're really after คำว่า what ปรากฏอยู่หน้าประโยคย่อย โดย what ... we're really after หมายถึง “สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ” Really เน้นสิ่งที่ถือว่าเป็นเป้าหมายที่แท้จริง ขณะที่ on the surface เตือนว่าความมั่นใจนี้อาจเป็นเพียงสิ่งที่ดูเหมือนเท่านั้น After ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพว่าอยู่ข้างหลังบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ทำให้เกิด be after ซึ่งหมายถึง “ต้องการหรือแสวงหา” No one knew what kind of agreement the negotiators were really ____.
ดูคำตอบ
after
When going on dates with candidates we like the sound of, โน้ต
0:27เมื่อไปออกเดตกับคนที่เราคิดว่าดูเข้าท่า
going on dates with someone: ไปเดตกับใครบางคนหลายครั้ง
go on dates with + คน หมายถึงไปพบคนนั้นเพื่อใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศโรแมนติกตามที่วางแผนไว้ with ใช้บอกว่าอีกฝ่ายคือใคร ส่วน candidates ในที่นี้หมายถึงคนที่กำลังได้รับการพิจารณาว่าอาจเป็นคู่รัก รูปพหูพจน์ dates ทำให้การเดตเป็นกิจกรรมที่เกิดซ้ำหรือกล่าวถึงโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดตครั้งใดครั้งหนึ่ง และไม่ได้แปลว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: Maya met Leo online, and now she is ____ him to see whether they are a good match.
ดูคำตอบ
going on dates with
like the sound of someone or something: รู้สึกดีกับสิ่งที่ได้ยินมา
like the sound of + คำนาม คำสรรพนาม หรือคน หมายถึงมีความรู้สึกแรกในทางบวกจากสิ่งที่ได้ยินหรือได้รับการบอกเล่า sound ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเสียงจริงหรือเสียงพูดของคน ในประโยคนี้ ผู้พูดมีความประทับใจแรกที่ดีต่อคนเหล่านั้น วลีนี้แสดงความสนใจ แต่ไม่ได้หมายถึงประสบการณ์โดยตรง ความมั่นใจ หรือความรักที่ลึกซึ้ง
แบบฝึกหัด
เพื่อนอธิบายแผนใหม่สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์และคุณรู้สึกว่าแผนนั้นน่าสนใจ เติมคำตอบด้วยวลีจากบทเรียน: I ____ that.
ดูคำตอบ
like the sound of
lapse into: เผลอตกเข้าสู่สภาวะหรือพฤติกรรมที่แย่ลง
Lapse into หมายถึงการเข้าสู่สภาวะ วิธีพูด หรือพฤติกรรมบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเพราะควบคุมตนเองได้น้อยลง ซึ่งโดยทั่วไปเป็นสิ่งที่แย่กว่าเดิม ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าพฤติกรรมเชิงลบอาจโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้ว่าผู้พูดกำลังพยายามสร้างความประทับใจที่ดีก็ตาม โครงสร้างคือ lapse into + นามวลี เช่น lapse into silence หรือ lapse into old habits
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการเข้าสู่สภาวะที่แย่ลงโดยไม่ได้วางแผน: The friendly debate began to ____ angry accusations.
ดูคำตอบ
lapse into
ความแตกต่างระหว่างพฤติกรรม opinionated กับ antagonistic
Opinionated ใช้บรรยายคนที่ยืนยันความเห็นของตนเองอย่างแข็งกร้าวเกินไปและไม่ยอมพิจารณามุมมองอื่น ส่วน antagonistic ใช้บรรยายพฤติกรรมที่เป็นศัตรู ชอบเผชิญหน้า หรือมุ่งต่อต้านใครบางคน ใน opinionated or antagonistic behavior คำว่า or นำเสนอพฤติกรรมเชิงลบที่เป็นไปได้สองแบบ Opinionated เน้นวิธีแสดงความเห็น ส่วน antagonistic เน้นความเป็นศัตรูต่อผู้อื่น ทั้งสองคำไม่ได้มีความหมายเป็นกลางในที่นี้
แบบฝึกหัด
คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุด Elena พูดซ้ำ ๆ ว่ามีเพียงความเห็นของเธอเท่านั้นที่ถูกต้องได้ แต่เธอไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร
- assertive
- antagonistic
- opinionated
ดูคำตอบ
opinionated
have no difficulty being charming: ทำตัวมีเสน่ห์ได้โดยไม่ลำบาก
โครงสร้าง have no difficulty + -ing หมายความว่าการกระทำนั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครบางคนหรือไม่ก่อให้เกิดปัญหา ในที่นี้ being charming คือการกระทำที่ทำได้อย่างง่ายดาย difficulty สามารถตามด้วยรูป -ing โดยตรง หรือ in + -ing ได้ เช่น have no difficulty doing / have no difficulty in doing ไม่ใช้ have difficulty to do คำว่า no ปฏิเสธ difficulty ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำ หมายความว่าพวกเขาทำตัวมีเสน่ห์จริงและทำได้อย่างง่ายดาย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ stay เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina has no difficulty ____ calm during interviews.
ดูคำตอบ
staying
aren't so keen on: ไม่ได้ชอบมากนัก
be keen on + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing หมายถึงชอบหรือสนใจใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ the type หมายถึงคนประเภทหนึ่งที่อาจเป็นคู่รักได้ ใน aren't so keen on คำว่า not และ so ลดระดับความชอบลง จึงหมายถึงไม่ได้ชอบคนประเภทนั้นมากนัก ไม่ได้หมายถึงเกลียดอย่างมาก So ขยายระดับของ keen และไม่ได้หมายถึงดังนั้นในที่นี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Omar ไม่ค่อยชอบงานปาร์ตี้ที่มีคนแน่น?
- Omar isn't so keen on crowded parties.
- Omar isn't so keen to leave the party.
- Omar is keen to attend crowded parties.
ดูคำตอบ
Omar isn't so keen on crowded parties.
drive our partners to distraction: ทำให้คู่ของเราทนแทบไม่ไหว
สำนวน drive someone to distraction หมายถึง การที่สิ่งซึ่งเกิดซ้ำหรือรุนแรงทำให้ใครบางคนรำคาญ ทุกข์ใจ หรือทนรับมือแทบไม่ไหว ในประโยคนี้ our partners คือผู้ที่ได้รับผล ส่วนการกล่าวหาซ้ำ ๆ และการระเบิดอารมณ์โกรธคือสาเหตุ โครงสร้างคือ drive + คน + to distraction คำว่า drive ในที่นี้หมายถึงการก่อให้เกิดผลทางจิตใจหรืออารมณ์ ไม่ใช่การขับรถ ส่วน distraction หมายถึงภาวะทุกข์ใจหรือหงุดหงิดอย่างมาก ไม่ใช่แค่การเสียสมาธิตามปกติ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The constant alarm drove Maya to distraction." เกิดอะไรขึ้นกับ Maya?
- เธอขับรถไปที่แห่งหนึ่งเพราะเสียสมาธิ
- เธอละสายตาจากงานชั่วครู่
- เธอหงุดหงิดอย่างมากจนแทบรับมือไม่ไหว
ดูคำตอบ
เธอหงุดหงิดอย่างมากจนแทบรับมือไม่ไหว
As if we were somehow willing to bring on the sad day กริยาวลี
1:00ราวกับว่าเราเต็มใจที่จะทำให้วันอันแสนเศร้ามาถึง
bring on: ทำให้เหตุการณ์หรือภาวะเริ่มขึ้น
ใน bring on the sad day คำว่า bring on หมายถึง ทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นหรือเร่งให้เกิดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ผู้พูดลองนึกภาพว่าพวกเขากำลังทำตัวราวกับต้องการให้วันที่เจ็บปวดนั้นมาถึงเร็วขึ้น โครงสร้างคือ bring on + เหตุการณ์ ภาวะ หรือผลลัพธ์ กรรมระบุสิ่งที่เริ่มต้นหรือพัฒนาขึ้นเพราะสาเหตุบางอย่าง ดังนั้น bring ในที่นี้จึงแสดงความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้ภาวะที่ไม่พึงประสงค์เริ่มขึ้น”: Too much screen time can ____ a headache.
ดูคำตอบ
bring on
but unable to take so much drama. การใช้คำ
1:08แต่ไม่สามารถรับมือกับเรื่องดราม่ามากมายขนาดนี้ได้อีกแล้ว
Walk away: ออกจากความสัมพันธ์หรือสถานการณ์
ในประโยคนี้ walk away หมายถึงออกจากความสัมพันธ์และเลิกมีส่วนร่วม ไม่ได้หมายถึงแค่เดินไปที่อื่น วลีนี้มักแสดงว่าการจากไปเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ยอมรับไม่ได้แล้ว Would be forced to แสดงว่าคนที่เรารักไม่ได้อยากจากไปโดยสมัครใจ พวกเขาอาจยังห่วงใยและเห็นใจ แต่อาจไม่มีเหตุผลที่เป็นไปได้ให้ทนอยู่ต่อเพราะความขัดแย้งที่ดำเนินต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ walk away หมายถึงอะไร
- ยังคงสนับสนุนความสัมพันธ์ต่อไปแม้มีความขัดแย้ง
- เดินออกไปชั่วครู่แล้วกลับมา
- ยุติความสัมพันธ์และเลิกมีส่วนร่วม
ดูคำตอบ
ยุติความสัมพันธ์และเลิกมีส่วนร่วม
Take so much drama: ทนรับความขัดแย้งทางอารมณ์มากขนาดนั้น
ในที่นี้ take หมายถึงทนหรืออดทน ส่วน drama เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึงความขัดแย้งทางอารมณ์ซ้ำ ๆ การทะเลาะ และปฏิกิริยาที่เกินจริง ไม่ได้หมายถึงละครหรือรายการโทรทัศน์ ดังนั้น unable to take จึงหมายถึงมาถึงขีดจำกัดที่คนคนหนึ่งจะทนได้ So much แสดงว่าความขัดแย้งสะสมเป็นจำนวนมาก ทั้งวลีมีการประเมินเชิงลบว่าสถานการณ์นี้เหน็ดเหนื่อยและรุนแรงเกินความจำเป็น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ take และ drama ในความหมายเดียวกับวลีที่เน้นไว้
- Could you take this book about drama back to the library?
- I can't take all the drama in our group chat anymore.
- She will take a drama class next term.
ดูคำตอบ
I can't take all the drama in our group chat anymore.
out of the blue: เหตุการณ์พลิกผันที่ไม่คาดคิด
Out of the blue เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่มีสัญญาณเตือน ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้การเปลี่ยนพฤติกรรมดูเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะหลังจากหลายปีที่ดูมีอนาคต วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายกริยาเพื่อบอกว่าเหตุการณ์เข้ามาในสถานการณ์อย่างไร คำว่า blue ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสีหรือสถานที่ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึงอย่างไม่คาดคิดและไม่มีสัญญาณเตือน: The invitation arrived out of ____.
ดูคำตอบ
the blue
get strident with: เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและกดดันผู้อื่น
Get strident with someone หมายถึงเริ่มพูดกับคนนั้นด้วยท่าทีแข็งกร้าว รุนแรง และยืนกรานอย่างน่ารำคาญ Strident ไม่ได้บอกเพียงว่าพูดเสียงดัง แต่ยังสื่อถึงน้ำเสียงบาดหูหรือท่าทีที่กดดันอย่างก้าวร้าว Get แสดงการเปลี่ยนสภาวะ คือก่อนหน้านี้คนคนนั้นอาจไม่ได้มีท่าทีเช่นนี้ แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นเช่นนั้น ส่วน with นำหน้าคนที่เป็นฝ่ายรับพฤติกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
หลังจากเริ่มต้นอย่างสงบ Maya เริ่มพูดกับหัวหน้าด้วยท่าทีแข็งกร้าว กดดัน และยืนกรานอย่างน่ารำคาญ ประโยคใดอธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ดีที่สุด
- Maya gets strident with her supervisor.
- Maya gets assertive with her supervisor.
- Maya gets loud with her supervisor.
ดูคำตอบ
Maya gets strident with her supervisor.
fail to hand in really important reports in time for meetings. โน้ต
1:21ก็ส่งรายงานที่สำคัญมากไม่ทันเวลาสำหรับการประชุม
hand in: ส่งงานหรือเอกสารที่กำหนด
ในประโยคนี้ hand in หมายถึง “ส่ง” หรือ “ยื่น” รายงาน การบ้าน แบบฟอร์ม หรืองานที่กำหนดให้แก่บุคคลหรือองค์กรที่รับผิดชอบรับงานนั้น การส่งอาจทำด้วยเอกสารจริงหรือทางดิจิทัลก็ได้ hand in เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ โดย hand the report in และ hand in the report ต่างก็เป็นธรรมชาติ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ให้ไว้ตรงกลาง คือ hand it in ไม่ใช่ hand in it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ส่ง” Please ____ your signed form by Friday.
ดูคำตอบ
hand in
in time for + เหตุการณ์: ยังทันเวลา
in time for meetings หมายถึงรายงานพร้อมใช้งานเร็วพอเมื่อการประชุมต้องใช้ ใจความสำคัญคือไม่สายเกินไปสำหรับจุดประสงค์หรือเหตุการณ์ ไม่ใช่การมาถึงตรงกับนาทีที่กำหนดไว้พอดี โครงสร้างคือ in time for + คำนามหรือเหตุการณ์ เช่น in time for class, in time for dinner และยังใช้ in time to + คำกริยาได้ เช่น in time to catch the train
แบบฝึกหัด
ตอนที่ Maya มาถึง ประตูกำลังจะปิด ประโยคใดบอกว่าเธอยังมาถึงเร็วพอที่จะเข้าไปได้?
- Maya arrived after the show ended.
- Maya arrived in time for the show.
- Maya said the show started on time.
ดูคำตอบ
Maya arrived in time for the show.
Such behavior can't be explained away as mere bad luck. กริยาวลี
1:25พฤติกรรมดังกล่าวไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพียงแค่ความโชคร้าย
Explain Away as Mere Bad Luck: ปัดว่าเป็นเพียงโชคร้าย
Explain something away หมายถึงการให้คำอธิบายที่ทำให้ข้อเท็จจริงที่น่ากังวลดูสำคัญน้อยลงหรือน่าสงสัยน้อยลง โดยมักไม่ได้จัดการกับปัญหานั้นจริง ๆ ในที่นี้ can't be explained away ปฏิเสธความพยายามที่จะมองพฤติกรรมนั้นว่าเป็นเพียงเหตุบังเอิญที่ไม่มีพิษภัย โครงสร้างคือ explain + กรรม + away + as + ป้ายกำกับหรือสาเหตุ ในรูปถูกกระทำของประโยคนี้ กรรมจะอยู่หน้า be explained away: Such behavior can't be explained away as mere bad luck. mere หมายถึง “เพียง” และทำให้ bad luck ดูเป็นคำอธิบายที่อ่อนเกินไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ปัดเรื่องหนึ่งทิ้งด้วยคำอธิบายที่ไม่เพียงพอ”: The repeated errors cannot be ____ as simple carelessness.
ดูคำตอบ
explained away
Deserves a Stronger, More Intentional Term: ควรใช้คำที่หนักแน่นและสื่อถึงเจตนามากกว่า
ประโยคนี้ทำหน้าที่เชื่อมจากคำอธิบายที่อ่อนเกินไปซึ่งเพิ่งถูกปฏิเสธ ไปสู่ชื่อเรียกใหม่ Deserves a stronger, more intentional term บอกผู้อ่านว่าถ้อยคำก่อนหน้านี้ยังไม่เพียงพอ และกำลังจะมีชื่อที่แม่นยำกว่า ส่วน This is self-sabotage ที่ตามมาก็ระบุชื่อนั้น ในที่นี้ deserves หมายถึง “จริงจังหรือมีลักษณะเฉพาะมากพอที่จะต้องใช้” Stronger หมายถึงชื่อใหม่ทำให้รูปแบบพฤติกรรมดูมีเจตนามากขึ้น More intentional อธิบายสิ่งที่คำนี้เน้น ไม่ใช่หลักฐานว่าทุกการกระทำเกิดขึ้นโดยรู้ตัวทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ในข้อโต้แย้ง ประโยค 'This pattern deserves a stronger, more intentional term' สื่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้พูดกำลังบอกว่ารูปแบบพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญเท่านั้น
- กำลังจะมีการเสนอชื่อเรียกที่แม่นยำกว่า
- ผู้พูดกำลังให้นิยามสุดท้ายแก่ทุกกรณีที่เป็นไปได้
ดูคำตอบ
กำลังจะมีการเสนอชื่อเรียกที่แม่นยำกว่า
What could possibly explain such destructiveness? ลำดับความ
1:35อะไรที่พอจะอธิบายพฤติกรรมทำลายล้างเช่นนี้ได้?
What could possibly explain ...? ในฐานะคำถามชี้นำ
รูปแบบ What could possibly explain ...? ใช้ถามหาสาเหตุพร้อมสื่อว่าผลลัพธ์นั้นเข้าใจได้ยาก ในที่นี้ could เปิดไว้เพื่อค้นหาคำอธิบายที่พอเป็นไปได้ ไม่ได้หมายถึงความสามารถในอดีต ส่วน possibly ทำให้น้ำเสียงสงสัยเข้มขึ้น ใกล้เคียงกับว่า “จะมีคำอธิบายอะไรได้อีกกัน” นี่เป็นคำถามชี้นำประเด็น ไม่ได้รอให้ผู้ฟังตอบ คำถามนี้ย้ายความสนใจจากพฤติกรรมที่ทำลายล้างไปยังสาเหตุ เพื่อให้ผู้พูดอธิบายต่อได้ทันที
แบบฝึกหัด
เติมคำถามเชิงวาทศิลป์ที่แสดงความสงสัยอย่างมากโดยใช้ could, possibly และ explain: What ____ the sudden drop in sales?
ดูคำตอบ
could possibly explain
how plain unnerving happiness can sometimes feel to us. การใช้คำ
1:39เป็นเพราะบางครั้งความสุขอาจทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
In large part, เพื่อเกริ่นสาเหตุหลักที่ไม่ใช่สาเหตุเดียว
เมื่ออยู่ต้นคำตอบ In large part หมายถึง “เป็นหลัก” หรือ “ในระดับมาก” วลีนี้ระบุส่วนสำคัญของคำอธิบายโดยไม่ได้ยืนยันว่านั่นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ วลีดังกล่าวเชื่อมคำถามก่อนหน้าเข้ากับเหตุผลหลักที่ตามมา คำตอบสั้น ๆ ละอนุประโยคเต็มอย่าง It can be explained... ไว้ ทำให้เกิดการดำเนินแบบถามแล้วตอบอย่างกระชับ ซึ่งพบได้บ่อยในการพูดและงานเขียนเชิงอธิบาย
แบบฝึกหัด
ใช้คำเชื่อมวาทกรรมสามคำที่หมายถึง “เป็นหลัก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด”: The delay was ____ caused by severe weather, though a staffing problem also contributed.
ดูคำตอบ
in large part
plain unnerving: plain ในฐานะคำเน้นแบบไม่เป็นทางการ
ใน plain unnerving คำว่า plain ทำหน้าที่คล้ายคำวิเศษณ์และเพิ่มน้ำหนักให้คำคุณศัพท์ unnerving โดยมีความหมายประมาณว่า “อย่างสิ้นเชิง” “จริง ๆ” หรือ “อย่างมาก” กล่าวคือ ความสุขอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ไม่ได้หมายความว่าความสุขเรียบง่ายหรือธรรมดา การใช้นี้ทำให้การประเมินฟังตรงและหนักแน่น โครงสร้างคือ plain + คำคุณศัพท์ เช่น plain wrong หรือ plain strange
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ plain เพิ่มความหมายอะไรให้กับ unnerving?
- คำนี้หมายความว่าความสุขเรียบง่ายและไม่มีการตกแต่ง
- คำนี้เพิ่มน้ำหนักที่แรงและตรงให้กับ unnerving
- คำนี้หมายความว่าสาเหตุของความรู้สึกนั้นเข้าใจได้ง่าย
ดูคำตอบ
คำนี้เพิ่มน้ำหนักที่แรงและตรงให้กับ unnerving
for many of us, it isn't really what we know.
1:46แต่สำหรับพวกเราหลายคน มันไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยนัก
Though happiness is what we want ... it isn't what we know: ความขัดแย้งแบบยอมรับข้อหนึ่งก่อน
Though ใช้เปิดประโยคย่อยที่แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน นั่นคือยอมรับแนวคิดที่คาดหมายได้ว่าทุกคนต้องการความสุขโดยพื้นฐาน ส่วน of course แสดงว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่รู้ร่วมกันและไม่น่าประหลาดใจ ใจความพลิกกลับอยู่ในประโยคหลัก สำหรับหลายคน ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ประสบการณ์ทำให้พวกเขาคุ้นเคย ในที่นี้ what we know หมายถึง “สิ่งที่เราคุ้นเคย” ไม่ใช่ “สิ่งที่เรานิยามหรือเข้าใจได้” ประโยคนี้จึงจัดวางความขัดแย้งระหว่างอุดมคติกับประสบการณ์ โดยใจความหลักอยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ประโยคย่อยที่ขึ้นต้นด้วย though ได้ถูกต้อง เพื่อเสนอสิ่งที่คาดหมายก่อนใจความหลักที่ขัดแย้งกัน?
- Leo wanted a fresh start, and the old routine was what he knew.
- Though Leo wanted a fresh start, the old routine was what he knew.
- Though Leo wanted a fresh start, but the old routine was what he knew.
ดูคำตอบ
Though Leo wanted a fresh start, the old routine was what he knew.
make our peace with: ยอมรับความจริงที่ยากลำบาก
“Make our peace with” หมายถึงค่อย ๆ ยอมรับสิ่งที่เจ็บปวดหรือไม่พึงปรารถนา เพราะสิ่งนั้นไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงได้ ในที่นี้ “our” อ้างกลับไปที่ “we” และ “with” นำหน้าสถานการณ์ที่มืดมนกว่าซึ่งกลายเป็นสิ่งคุ้นเคยแล้ว สำนวนนี้มักมีนัยของการยอมรับอย่างจำใจ ผู้พูดไม่ได้ตัดสินว่าสถานการณ์เหล่านั้นเป็นเรื่องดี แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ “make one’s peace with”: “After the appeal was denied, she ____ the final decision.”
ดูคำตอบ
made her peace with
The prospect of happiness: ความเป็นไปได้ที่จะมีความสุขในอนาคต
“The prospect of happiness” หมายถึงความเป็นไปได้ที่ความสุขจะกลายเป็นจริงในอนาคต คำนามหลัก “prospect” นำเสนอความสุขในฐานะสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่สภาวะที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ในประโยคนี้ แม้แต่ความเป็นไปได้เชิงบวกดังกล่าวก็ยังให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยและน่ากลัว ปฏิกิริยานี้เกิดจากสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่จากความสุขที่มีอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกลุ่มคำที่ใช้ “prospect” และหมายถึง “ความเป็นไปได้ที่จะ”: “The ____ moving abroad made Noor both excited and nervous.”
ดูคำตอบ
prospect of
We've come to expect: ความคาดหวังที่ก่อตัวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
Come to + คำกริยาที่บอกสภาวะทางความคิด หมายถึงการค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะนั้น ในที่นี้ we've come to expect หมายถึงประสบการณ์ที่เกิดซ้ำ ๆ ได้ค่อย ๆ สร้างความคาดหวังนี้ขึ้นมา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด Present perfect ใน we've come เชื่อมกระบวนการเปลี่ยนแปลงนั้นกับปัจจุบัน เมื่อเทียบกับ we expect เฉย ๆ วลีนี้เน้นว่าความคาดหวังเกิดขึ้นมาอย่างไร ไม่ใช่แค่บอกว่าตอนนี้มีความคาดหวังนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่แสดงว่าความคาดหวังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น โดยก่อนช่องว่างมี have: After months of quick replies, customers have ____ an answer within a day.
ดูคำตอบ
come to expect
Feel like home: ความสบายใจที่คุ้นเคยและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
Feel like + คำนาม หมายถึงการให้ความรู้สึกหรือภาพประทับใจแบบคำนามนั้น ใน feel like home คำว่า home ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงความคุ้นเคย ความสบายใจ ความปลอดภัย หรือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหรือบ้านเกิดจริง ๆ เพราะประโยคใช้ it doesn't feel like home ผู้พูดจึงหมายความว่าสถานการณ์นี้ขาดความรู้สึกคุ้นเคยและเป็นส่วนหนึ่งแบบนั้น แม้ในด้านอื่นอาจเป็นเรื่องดีก็ตาม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าสถานที่ใหม่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย สบายใจ และเป็นส่วนหนึ่ง?
- This apartment looks like my home.
- This apartment feels like home.
- I feel like going home.
ดูคำตอบ
This apartment feels like home.
over what is alienatingly fulfilling or good.
2:09มากกว่าสิ่งที่ดีหรือเติมเต็มแต่ทำให้รู้สึกแปลกแยก
prefer to choose X over Y: เลือก X มากกว่า Y
Prefer to choose X over Y เสนอทางเลือกสองอย่างและบอกว่า X เป็นตัวเลือกที่ต้องการมากกว่า ในประโยคนี้ X คือสิ่งที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย ส่วน over ใช้นำหน้า Y ซึ่งเป็นตัวเลือกที่คุ้นเคยน้อยกว่าแต่อาจดีกว่า วลี even if it's difficult แทรกอยู่ภายใน X เพื่อแสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง วลีนี้เพิ่มข้อเสียเข้ามา แต่ไม่ทำให้โครงหลัก prefer to choose X over Y เปลี่ยนไป ในโครงสร้างนี้ over หมายถึง “แทน” หรือ “เลือกมากกว่า” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เหนือสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง prefer to choose X over Y: When safety matters, I ____ the well-lit route ____ the shorter dark one.
ดูคำตอบ
prefer to choose · over
even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
Even if ใช้นำหน้าเงื่อนไขที่อาจเป็นสมมติฐาน ไม่แน่นอน หรือไม่สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ ใจความในประโยคหลักยังคงเป็นจริงไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ ในประโยคนี้ ความยากถูกนำเสนอเป็นข้อเสียที่ไม่ลบล้างความชอบ Even if แสดงการยอมรับข้อขัดแย้ง จึงหมายถึง “ไม่ว่าจะ…หรือไม่” ไม่ใช่ “เพราะ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าฝนเป็นเพียงความเป็นไปได้และจะไม่ทำให้แผนเปลี่ยนไป
- We'll play outside even though it is raining.
- We'll play outside if it does not rain.
- We'll play outside even if it rains.
ดูคำตอบ
We'll play outside even if it rains.
Getting what we want can feel unbearably risky. ไวยากรณ์
2:13การได้ในสิ่งที่ต้องการอาจรู้สึกเสี่ยงจนทนไม่ไหว
Getting what we want ในฐานะประธานของประโยค
“Getting what we want” เป็นอนุประโยค -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ “can feel” โดยทำให้การกระทำทั้งหมดกลายเป็นประสบการณ์หรือแนวคิดหนึ่งอย่างที่สามารถอธิบายได้ว่าเสี่ยง “what we want” เป็นกรรมของ “getting” และหมายถึงสิ่งที่เราต้องการ ประธานทั้งส่วนถือเป็นเอกพจน์ จึงใช้ “Getting what we want feels risky” ไม่ใช่ “... feel risky”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing เป็นประธานเพื่อกล่าวถึงกิจกรรมหนึ่ง
- We are getting enough sleep this week.
- Getting enough sleep helps me focus.
- She is getting ready for school.
ดูคำตอบ
Getting enough sleep helps me focus.
put someone at the mercy of fate: ทำให้ใครบางคนตกอยู่ใต้อำนาจของโชคชะตา
“puts us at the mercy of fate” หมายถึงทำให้เราอยู่ในสภาพที่อ่อนไหวต่อทุกสิ่งที่โชคชะตานำมา โดยไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ทั้งหมด ในที่นี้ “mercy” ไม่ได้หมายถึงความเมตตาเป็นหลัก การอยู่ “at the mercy of” บางสิ่งหมายความว่าสิ่งนั้นมีอำนาจกำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ “put + someone + at the mercy of + person or force” ในประโยคนี้ “us” คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และ “fate” คือพลังจากภายนอก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่มีอำนาจควบคุมผลลัพธ์”:Without a backup plan, we were ____ the weather.
ดูคำตอบ
at the mercy of
open ourselves up to: เปิดรับและยอมให้ตนเองเปราะบาง
Open ourselves up to หมายถึงการทำให้ตนเองพร้อมรับบางสิ่ง พร้อมกับยอมให้สิ่งนั้นส่งผลกระทบหรือทำให้เราเจ็บปวดได้ ในประโยคนี้ การยอมรับความหวังก็ทำให้เราเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียในภายหลังด้วย โดย open และ up ไม่ได้มีความหมายตรงตัวว่า “เปิด” โครงสร้างคือ open + สรรพนามสะท้อนกลับ + up to + คำนามหรือรูป -ing สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I open myself, she opens herself และ we open ourselves
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ open oneself up to: By asking for honest feedback, Lena ____ criticism that could help her improve.
ดูคำตอบ
opened herself up to
but at least ... in control: การนำเสนอสิ่งปลอบใจที่มีอยู่อย่างจำกัด
คำเชื่อม but เปลี่ยนจากผลลัพธ์ที่ไม่ดีคือ sad ไปยังสิ่งชดเชยที่ตัดกัน ส่วน at least ลดระดับของข้อกล่าวอ้างลง กล่าวคือ สถานการณ์ยังคงแย่ แต่ดูเหมือนว่ายังเหลือข้อดีอยู่หนึ่งอย่าง ตอนท้ายมีการละคำ โดยเข้าใจว่ามี leave us ซ้ำอีกครั้งก่อน in control คำว่า safely และ blessedly นำเสนอการควบคุมนั้นว่าเป็นสิ่งที่ทำให้อุ่นใจจากมุมมองของบุคคลนั้น พร้อมน้ำเสียงเชิงประชดเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่าการบ่อนทำลายตัวเองปลอดภัยหรือดีอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
ตอนท้าย 'but at least safely, blessedly, in control' ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- นำเสนอการควบคุมสถานการณ์ได้ว่าเป็นสิ่งปลอบใจที่มีอยู่อย่างจำกัดแม้จะรู้สึกเศร้า
- แก้ไขข้อกล่าวอ้างที่ว่าการบ่อนทำลายตัวเองทำให้เกิดความเศร้า
- บอกว่าการบ่อนทำลายตัวเองปลอดภัยและไม่มีผลลัพธ์ด้านลบ
ดูคำตอบ
นำเสนอการควบคุมสถานการณ์ได้ว่าเป็นสิ่งปลอบใจที่มีอยู่อย่างจำกัดแม้จะรู้สึกเศร้า
คำนึงถึงแนวคิดเรื่องการบ่อนทำลายตนเอง
keep something in mind หมายถึงการจำบางสิ่งไว้และนำมาพิจารณาเวลาคิดหรือตัดสิน ในประโยคนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ใช้แนวคิดเรื่องการบ่อนทำลายตนเองเป็นมุมมองหนึ่งในการตีความพฤติกรรมที่ไม่ปกติ โครงสร้างคือ keep + กรรม + in mind กรรมอาจเป็นนามวลี เช่น keep the concept ... in mind หรืออาจตาม keep in mind ด้วยอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that เช่น Keep in mind that people may feel nervous.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง keep ... in mind: When choosing a laptop, ____ the battery life ____.
ดูคำตอบ
keep · in mind
when we catch ourselves pulling off erratic performances โน้ต
2:39เมื่อจับได้ว่าตัวเองกำลังแสดงพฤติกรรมเอาแน่เอานอนไม่ได้
Catch ourselves pulling off: สังเกตว่าตนเองกำลังทำบางสิ่ง
catch ourselves pulling off หมายถึงการสังเกตว่าตัวเราเองกำลังทำบางสิ่งอยู่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ catch + สรรพนามสะท้อนกลับ + รูป -ing เช่น we catch ourselves doing something โดย ourselves สอดคล้องกับ we และ pull เปลี่ยนเป็นรูป -ing คือ pulling หลัง catch ourselves pull off มักหมายถึงการทำสิ่งที่ยากให้สำเร็จ แต่เมื่อใช้กับ erratic performances ในที่นี้ ถ้อยคำมีนัยประชดเล็กน้อย ผู้เขียนไม่ได้กำลังชื่นชมความสำเร็จ แต่กำลังบอกว่าเราได้สร้างพฤติกรรมที่แปลกและไม่สม่ำเสมอขึ้นมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ catch + สรรพนามสะท้อนกลับ + -ing และกริยาวลี pull off: During the challenge, we ____ risky tricks just to impress everyone.
ดูคำตอบ
caught ourselves pulling off
pulling off พฤติกรรมที่แปรปรวน
Pull off เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ หมายถึงทำสิ่งที่ยาก น่าประหลาดใจ หรือไม่แน่ว่าจะสำเร็จให้สำเร็จได้ ในที่นี้ สิ่งที่ทำสำเร็จคือ “erratic performances” ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติและไม่สม่ำเสมอ ไม่ใช่การแสดงบนเวที ถ้อยคำนี้มีนัยประชด เพราะคนคนนั้น “ทำสำเร็จ” ในการแสดงพฤติกรรมที่แย่หรือแปลก ไม่ใช่การสร้างผลลัพธ์ที่ดี
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Nico somehow pulled off the most confusing explanation of the day” คำว่า pulled off หมายถึงอะไร
- เขาป้องกันไม่ให้ใครได้ยินคำอธิบายนั้น
- เขาเอาคำอธิบายออกจากพื้นผิวหนึ่ง
- เขาสามารถอธิบายแบบชวนสับสนนั้นออกมาได้ โดยมีนัยของความสำเร็จแบบประชดประชัน
ดูคำตอบ
เขาสามารถอธิบายแบบชวนสับสนนั้นออกมาได้ โดยมีนัยของความสำเร็จแบบประชดประชัน
deep down กับความรู้สึกจริงที่ซ่อนอยู่
Deep down เป็นสำนวนที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงความรู้สึกหรือความเชื่อที่แท้จริงและเป็นส่วนตัวของคนคนหนึ่ง เป็นเรื่องทางจิตใจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ deep down ขยาย “really like or need to impress” และเผยแรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ วลีนี้มักบอกถึงความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่แสดงออกกับสิ่งที่คนคนนั้นรู้สึกจริง แม้ความแตกต่างนั้นจะไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ deep down เพื่อเผยความรู้สึกที่ขัดกับพฤติกรรมภายนอก
- Deep down, Sam is worried, though he acts confident.
- At heart, Sam is a patient person.
- Sam is deeply worried, so he asks for help.
ดูคำตอบ
Deep down, Sam is worried, though he acts confident.
Faced with: บอกสถานการณ์ที่เป็นพื้นหลังของการตอบสนอง
“Faced with” หมายถึง “เมื่อเผชิญกับ” หรือ “เมื่อต้องรับมือกับ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอสถานการณ์ที่ยากเพื่อเป็นพื้นหลังของสิ่งที่เราควรทำต่อไป ไม่ได้หมายถึงทิศทางที่ใบหน้าของใครคนหนึ่งหันไป โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยค participle แบบ passive ที่ย่อมาจาก “when we are faced with ...” โดยละประธานและรูปของ be ที่เข้าใจได้จากประโยคหลัก ดังนั้นกลุ่มที่เผชิญกับความมุ่งร้ายและความไม่น่าไว้วางใจคือ “we”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี “faced with”: “____ an unexpected budget cut, the team revised its plan.”
ดูคำตอบ
Faced with
Dare to imagine: กระตุ้นให้พิจารณาความเป็นไปได้อย่างกล้าหาญ
“Dare to imagine” กระตุ้นให้ใครบางคนกล้าพอที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ที่อาจดูไม่น่าเป็นไปได้ ชวนให้ไม่สบายใจ หรือขัดกับความประทับใจแรก ในประโยคนี้ ผู้พูดเชิญชวนให้ “we” ตั้งคำถามกับการตัดสินที่ดูเหมือนชัดเจน และพิจารณาว่าสิ่งที่เห็นอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ในที่นี้ dare เพิ่มน้ำเสียงท้าทายเชิงวาทศิลป์ให้กับ imagine ไม่ได้เกี่ยวกับอันตรายทางกายภาพหรือเพียงแค่ความสามารถ โครงสร้างคือ dare to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น imagine จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกระตุ้นให้ผู้คนพิจารณาความเป็นไปได้ที่มีความหวังแต่ดูเชื่อได้ยากอย่างชัดเจนที่สุด?
- Let us imagine that the conflict can end peacefully.
- Let us dare to imagine that the conflict can end peacefully.
- We know that the conflict will end peacefully.
ดูคำตอบ
Let us dare to imagine that the conflict can end peacefully.
not quite as they seem: ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นเสียทั้งหมด
ในประโยคนี้ “not quite as they seem” หมายความว่า สถานการณ์จริงอาจแตกต่างจากภาพที่เห็นภายนอกอยู่บ้าง คำว่า “not quite” ทำให้ข้อสรุปฟังดูระมัดระวัง กล่าวคือ ภาพที่เห็นอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ผู้พูดไม่ได้บอกว่ามันเป็นเท็จทุกอย่าง โครงสร้างนี้ใช้เมื่อต้องการชวนให้อีกฝ่ายมองหาคำอธิบายที่ซ่อนอยู่
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ “things are not quite as they seem” ได้ตรงที่สุด
- ทุกอย่างเป็นอย่างที่เห็นทุกประการ
- ภาพที่เห็นอาจชวนให้เข้าใจผิดบางส่วน ดังนั้นความจริงอาจแตกต่างออกไปบ้าง
- ภาพที่เห็นเป็นเท็จทั้งหมดในทุกรายละเอียด
ดูคำตอบ
ภาพที่เห็นอาจชวนให้เข้าใจผิดบางส่วน ดังนั้นความจริงอาจแตกต่างออกไปบ้าง
but an almost touchingly wounded self-saboteur
3:00แต่เป็นคนที่บ่อนทำลายตัวเองที่บาดเจ็บจนน่าเห็นใจ
have on our hands: มีเรื่องที่ต้องรับมือ
“Have something or someone on our hands” หมายถึงการกำลังเผชิญกับสถานการณ์หรือบุคคลที่ต้องการความใส่ใจ ความเข้าใจ หรือการลงมือจัดการ โดยมักสื่อว่าเรื่องนั้นได้กลายเป็นความรับผิดชอบของเราแล้ว ในประโยคนี้ กรรมคือส่วนเปรียบต่าง “not A, but B” ทั้งหมด เนื่องจากกรรมยาว จึงวางไว้หลัง “on our hands” กล่าวคือ สิ่งที่เราอาจต้องรับมือไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่มุ่งร้าย แต่เป็นคนที่บอบช้ำและทำลายตัวเอง “On our hands” ไม่ได้หมายถึงการถือหรือครอบครองบุคคลนั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ปัญหาที่ตอนนี้เราต้องรับมือ”: The leak is getting worse, so we have a serious problem ____.
ดูคำตอบ
on our hands
not A but B: ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่มุ่งร้าย แต่เป็น…คนบอบช้ำที่ทำลายตัวเอง
โครงสร้าง not A but B จะปฏิเสธ A ก่อนว่าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการมองสิ่งหนึ่ง แล้วจึงเสนอ B มาแทน ในประโยคนี้ a nasty malevolent opponent คือกรอบความคิดที่ถูกปฏิเสธ ส่วน an almost touchingly wounded self-saboteur คือคำอธิบายที่ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านพิจารณา กรอบที่สองชวนให้เกิดความเห็นใจมากขึ้น almost touchingly สื่อว่าสภาพบอบช้ำของคนผู้นี้แทบทำให้ผู้สังเกตรู้สึกสะเทือนใจ แต่ไม่ได้ปฏิเสธความเสียหายจากการกระทำ เพียงเปลี่ยนคำอธิบายจากความเป็นศัตรูโดยเจตนาเป็นความเจ็บปวดที่นำไปสู่การทำร้ายตัวเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ not A but B เพื่อปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง
- The delay was not only costly but also embarrassing.
- The delay was not a technical failure, and no one knew why.
- The delay was not a technical failure but a planning mistake.
ดูคำตอบ
The delay was not a technical failure but a planning mistake.
be coaxed out of doing: dibujuk dengan lembut agar tidak terus menyakiti diri sendiri
To coax someone out of doing something หมายถึงการใช้ความอดทนและการโน้มน้าวอย่างนุ่มนวล จนอีกฝ่ายตัดสินใจไม่ทำสิ่งนั้น โครงสร้างคือ coax + บุคคล + out of + รูป -ing คำบรรยายใช้รูปถูกกระทำ should be coaxed out of doing บุคคลนั้นเป็นฝ่ายได้รับการโน้มน้าว ไม่ใช่ฝ่ายโน้มน้าวผู้อื่น ในที่นี้ themselves ใช้อ้างถึงคนคนเดียวโดยไม่ระบุเพศได้ และ further หมายถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นหรือดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ coax someone out of doing something: Maya ____ quitting the team after her coach patiently discussed her concerns.
ดูคำตอบ
was coaxed out of
come to terms with: ค่อย ๆ ยอมรับความจริงที่ยาก
come to terms with หมายถึงค่อย ๆ ยอมรับและเผชิญกับความจริงที่ยากหรือทำให้ไม่สบายใจ สำนวนนี้สื่อถึงกระบวนการปรับตัวทางอารมณ์ ไม่ใช่การเห็นด้วยหรือยอมรับในทันที ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามมาซึ่งขึ้นต้นด้วย just how... คือความจริงที่ต้องยอมรับ อนุประโยคนี้ยังเติมเนื้อหาให้ help others to see ด้วย ดังนั้นส่วนเติมเต็มของ with จึงปรากฏช้ากว่าปกติ กล่าวคือ เราควรยอมรับความยากนี้ด้วยตนเองและช่วยให้คนอื่นมองเห็นมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ยอมรับและเผชิญกับความจริงที่ยาก”: After months of denial, Leo began to ____ his diagnosis.
ดูคำตอบ
come to terms with
just how ... it can be to ...: โครงสร้างฝังที่เน้นระดับ
just how + คำคุณศัพท์ ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกระดับที่ฝังอยู่ ในที่นี้ just ช่วยเน้น how จึงเน้นว่าสิ่งหนึ่งยากและชวนให้ไม่สบายใจมากเพียงใด โดย just ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” อนุประโยคทั้งหมดเป็นเนื้อหาหลัง see จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่การสลับคำแบบคำถาม ใน it can sometimes be to get close... คำว่า it เป็นประธานสมมติ ส่วน to get close... ระบุประสบการณ์ที่กำลังถูกประเมิน โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ see หรือ realize + just how + คำคุณศัพท์ + it can be + to-infinitive
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: The first week taught me ___.
- just how can tiring night shifts be
- just how tiring can night shifts be
- just how tiring night shifts can be
ดูคำตอบ
just how tiring night shifts can be