ตำนานกษัตริย์ไมดาสและสัมผัสทองคำ - Iseult Gillespie: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
647 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตำนานเล่าว่าความโลภทำให้กษัตริย์ไมดาสได้สัมผัสทองคำอันนำหายนะมาให้ การตัดสินใจที่ผิดทำให้เขามีหูลาช และความอัปยศทั้งสองกลายเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้จดจำเขา ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. was lacking luster. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า luster หมายถึงได้ทั้งความแวววาวทางกายภาพและเสน่ห์หรือความโดดเด่น ถ้อยคำนี้เผยความไม่พอใจของไมดาสแม้มีชีวิตหรูหรา พร้อมกับปูไปสู่ความปรารถนาเรื่องทองคำ ช่วยให้มองเห็นการเล่นความหมายที่เชื่อมทัศนคติของตัวละครกับเหตุการณ์ภายหลัง 2. You'd think he would have learned his lesson, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่ผู้เล่าชักนำความคาดหวังของผู้ฟัง รูปแบบนี้ทำให้ผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลดูเหมือนจะต้องเกิดขึ้น แล้วพลิกไปสู่การทำผิดซ้ำ เช่น ตอนที่ไมดาสดูหมิ่นอะพอลโล จึงนำไปใช้สร้างความคาดหมายและจุดหักมุมได้ 3. In the depths of the glittering river and the rustle of the Phrygian wind. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่าวลีที่ไม่มีกริยาชัดเจนสามารถเติมความคิดจากประโยคก่อนหน้าให้สมบูรณ์ได้อย่างไร ภาพของส่วนลึกในแม่น้ำและเสียงลมแห่งฟรีเจียเปลี่ยนความทรงจำเกี่ยวกับไมดาสให้เป็นฉากปิดเชิงวรรณศิลป์ ช่วยให้ตีความหรือสร้างตอนจบที่สะท้อนผลสำคัญของเรื่องได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

With his harebrained schemes and asinine dealings with the gods, โน้ต

0:08

ด้วยแผนการอันบ้าระห่ำและการติดต่อกับเหล่าทวยเทพอย่างโง่เขลา

การใช้คำ

harebrained schemes and asinine dealings with: การวิจารณ์เชิงลบอย่างรุนแรง

harebrained schemes หมายถึงแผนการที่โง่และไม่ได้คิดให้รอบคอบ ส่วน asinine dealings with the gods หมายถึงการติดต่อหรือความสัมพันธ์กับเหล่าทวยเทพที่โง่อย่างยิ่ง dealings with อาจครอบคลุมการติดต่อ การเจรจา หรือความสัมพันธ์ที่ดำเนินต่อเนื่อง และไม่จำเป็นต้องหมายถึงข้อตกลงทางธุรกิจ คำคุณศัพท์ทั้งสองคำมีความหมายเชิงลบอย่างรุนแรง ผู้เล่าจึงฟังดูเยาะเย้ยและนำเสนอไมดาสว่าเป็นคนโง่และไม่น่าเชื่อถือ ในอดีต asinine มีความเชื่อมโยงกับความหมายว่า ‘เหมือนลา’ ซึ่งอาจสอดคล้องกับภาพลาในตำนาน แต่ความหมายทั่วไปในที่นี้คือ ‘โง่อย่างยิ่ง’

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายวลีที่เน้นไว้ได้ดีที่สุด

  1. ผู้เล่าชื่นชมแผนการที่สร้างสรรค์และการบูชาเหล่าทวยเทพด้วยความเคารพของเขา
  2. ผู้เล่าวิจารณ์อย่างรุนแรงถึงแผนการที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบและการติดต่อกับเหล่าทวยเทพที่โง่อย่างยิ่งของเขา
  3. ผู้เล่าบอกว่าเขาค้าสัตว์กับเหล่าทวยเทพ
ดูคำตอบ

ผู้เล่าวิจารณ์อย่างรุนแรงถึงแผนการที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบและการติดต่อกับเหล่าทวยเทพที่โง่อย่างยิ่งของเขา

King Midas ruled the ancient kingdom of Phrygia with an uneven hand. สำนวน

0:12

กษัตริย์ไมดาสทรงปกครองอาณาจักรฟริเจียโบราณด้วยพระหัตถ์ที่ไม่มั่นคง

ลำดับความ

With his harebrained schemes ... ที่ต้นประโยค: วางกรอบให้เรื่องเล่า

วลี With ที่ต้นประโยคให้ข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับไมดาส ก่อนที่ประโยคหลักจะบอกว่าเขาปกครองอย่างไร ในที่นี้ with หมายความว่าแผนการและความเกี่ยวข้องเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์และลักษณะนิสัยของเขา ไม่ได้หมายถึง ‘ร่วมกับ’ การวาง With + นามวลีไว้ข้างหน้าช่วยกำหนดกรอบให้ข้อความหลัก ผู้อ่านจึงมองตัวละครผ่านพื้นหลังนี้ก่อนจะไปถึงการกระทำ โครงสร้างนี้ใช้แนะนำคุณลักษณะ ทรัพยากร หรือสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าพื้นหลังนั้นเป็นสาเหตุของการกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี With ที่ต้นประโยคเพื่อกำหนดสถานการณ์ก่อนบอกการกระทำหลัก

  1. Maya began the meeting cautiously, and several difficult decisions came later.
  2. Several difficult decisions were discussed with Maya at the meeting.
  3. With several difficult decisions ahead of her, Maya began the meeting cautiously.
ดูคำตอบ

With several difficult decisions ahead of her, Maya began the meeting cautiously.

สำนวน

with an uneven hand: ปกครองอย่างไม่เสมอต้นเสมอปลายหรือไม่เป็นธรรม

ในประโยคนี้ hand เป็นคำเปรียบเทียบถึงวิธีใช้อำนาจหรือปฏิบัติต่อผู้คน ส่วน uneven บอกว่ามาตรฐานนั้นไม่คงที่หรือไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น with an uneven hand จึงหมายถึงด้วยวิธีที่ไม่เสมอต้นเสมอปลายและอาจไม่เป็นธรรม วลีนี้บอกว่าไมดาสปกครองอย่างไร ไม่ได้บรรยายมือของเขาจริง ๆ แต่เป็นการประเมินรูปแบบการปกครอง และสื่อว่าเหตุการณ์คล้ายกันอาจได้รับการปฏิบัติที่ต่างกัน

แบบฝึกหัด

with an uneven hand ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร

  1. เขาปกครองโดยวางมือข้างหนึ่งไว้บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
  2. เขาปกครองอย่างเด็ดขาดและใช้กฎเดียวกันกับทุกคน
  3. เขาปกครองอย่างไม่เสมอต้นเสมอปลายและไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน
ดูคำตอบ

เขาปกครองอย่างไม่เสมอต้นเสมอปลายและไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน

He was known in Greek mythology วลี

0:19

พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักในตำนานเทพเจ้ากรีก

as a rogue ruler

0:20

ในฐานะผู้ปกครองจอมวายร้าย

วลี

be known in ... as ...: ขอบเขตและป้ายระบุบทบาท

โครงสร้างในที่นี้คือ be known in + สาขา สถานที่ หรือขนบ + as + บทบาทหรือป้ายเรียก was known เป็นรูปกรรมวาจกในอดีต in Greek mythology กำหนดขอบเขต ส่วน as a rogue ruler ให้ป้ายเชิงลบแก่เขาว่าเป็นผู้ปกครองที่ไร้หลักการหรือไม่อยู่ในกฎระเบียบ ใช้ be known as หน้าชื่อ บทบาท ตำแหน่ง หรือคำบรรยายที่สังคมใช้เรียก ส่วนวลี in ไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป ให้เติมเมื่อต้องการบอกว่าป้ายนี้เป็นที่ยอมรับที่ไหนหรือในกลุ่มใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ของ be known as: In the robotics club, Lena ____ a patient team leader.

ดูคำตอบ

is known as

whose antics bemused his people โน้ต

0:22

ผู้ซึ่งการกระทำอันพิลึกพิลั่นของพระองค์ทำให้ประชาชนสับสน

การใช้คำ

bemused: งุนงง ไม่ใช่ amused

ในที่นี้ bemused เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ทำให้ใครบางคนงุนงงหรือไม่แน่ใจ” พฤติกรรมพิสดารของผู้ปกครองทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเข้าใจหรือตอบสนองอย่างไร อย่าเข้าใจ bemused เป็น amused โดยอัตโนมัติ ในการใช้ที่แม่นยำ bemused เน้นความสับสน ส่วน amused เน้นความรู้สึกว่าบางสิ่งตลกหรือให้ความบันเทิง

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังพยางค์แรกของ bemused หรือ amused

  1. The new rule amused everyone in the room.
  2. The new rule bemused everyone in the room.
ดูคำตอบ

The new rule bemused everyone in the room.

and distracted the gods.

0:24

และทำให้เหล่าทวยเทพต้องว้าวุ่นใจ

ไวยากรณ์

whose antics ...: อนุประโยคสัมพัทธ์แสดงความเป็นเจ้าของ

Whose นำหน้าอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย a rogue ruler ใน whose antics คำว่า whose มีความหมายเท่ากับ “the ruler's” จึงแสดงว่า antics เป็นของผู้ปกครองคนนั้น ส่วนที่เหลือของอนุประโยคบอกว่าพฤติกรรมเหล่านั้นส่งผลอย่างไร รูปแบบนี้เชื่อมคนหรือสิ่งของเข้ากับสิ่งที่เป็นของหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น: คำนาม + whose + คำนาม + คำกริยา whose ไม่ได้ใช้เฉพาะกับคน แต่ใช้ตามหลังสัตว์ สิ่งของ องค์กร หรือสถานที่ได้เมื่อแสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำสัมพัทธ์แสดงความเป็นเจ้าของในประโยค: The museum hired an architect ____ designs use recycled materials.

ดูคำตอบ

whose

Midas spent his days in a stupor of splendor, สำนวน

0:27

ไมดาสทรงใช้เวลาในแต่ละวันไปกับความงุนงงในความโอ่อ่าตระการตา

spoiling himself and his beloved daughter,

0:30

ทรงตามใจพระองค์เองและพระธิดาอันเป็นที่รัก

and gorging himself on feasts and wine. วลี

0:33

และเสวยงานเลี้ยงและไวน์อย่างตะกละตะกลาม

สำนวน

in a stupor of splendor: มึนงงเพราะหมกมุ่นกับความหรูหรา

Being in a stupor โดยทั่วไปหมายถึงการมึนงงจนแทบคิดหรือตอบสนองไม่ได้ แต่ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดย splendor หรือความหรูหราโอ่อ่าทำให้ไมดาสเหมือนมีจิตใจด้านชาและหมกมุ่นอยู่กับความสุข วลีที่ไม่ธรรมดาอย่าง in a stupor of splendor ไม่ได้เพียงบอกว่าเขาร่ำรวย การกล่าวเกินจริงและเสียง s ที่ซ้ำกันทำให้ความหรูหราของเขากลายเป็นคำวิจารณ์ว่าเขาหลงอยู่ในนั้นจนขาดวิจารณญาณและการควบคุมตนเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย in a stupor of splendor ในตัวอย่างได้ดีที่สุด

  1. ไมดาสเพลิดเพลินกับบ้านที่สวยงามอย่างสงบ พร้อมกับควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
  2. ไมดาสหมดสติเพราะต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
  3. ไมดาสหมกมุ่นกับความหรูหราจนดูมึนงงและไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ

ไมดาสหมกมุ่นกับความหรูหราจนดูมึนงงและไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจน

วลี

gorge oneself on: กินหรือดื่มมากเกินไป

Gorge oneself on + อาหารหรือเครื่องดื่ม หมายถึงกินหรือดื่มมากเกินไป โดยมักสื่อถึงความตะกละหรือการควบคุมตนเองไม่ได้ โครงสร้างเต็มคือ gorge + สรรพนามสะท้อนกลับ + on + สิ่งที่กินหรือดื่ม สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น Midas gorges himself, she gorges herself และ they gorge themselves ในตัวอย่าง gorging himself on แสดงว่าการกินเลี้ยงของเขามากเกินขอบเขต ไม่ใช่เพียงการกินอย่างเพลิดเพลิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายในรูปอดีต: After skipping lunch, Ben ____ pasta and garlic bread.

ดูคำตอบ

gorged himself on

Unsurprisingly, he felt an affinity with Dionysus, วลี

0:37

ไม่น่าแปลกใจเลยที่พระองค์ทรงรู้สึกผูกพันกับไดโอนีซัส

god of wine, วัฒนธรรม

0:40

เทพแห่งไวน์

carnival, and performance.

0:41

งานรื่นเริง และการแสดง

วลี

felt an affinity with: รู้สึกเชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติ

To feel an affinity with someone or something หมายถึงรู้สึกเชื่อมโยงหรือรู้สึกว่าเข้ากันได้โดยธรรมชาติกับคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักเกิดจากความสนใจ ลักษณะ ประสบการณ์ หรือค่านิยมที่มีร่วมกัน ความหมายจึงเฉพาะเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่า like หรือชอบ ในประโยคนี้ felt เป็นรูปอดีตของ feel และ with นำหน้าคนที่เขารู้สึกเชื่อมโยงด้วย วลีนี้สื่อถึงความรู้สึกว่าเข้าใจกันหรือเป็นพวกเดียวกันในระดับที่ลึกกว่า ไม่ใช่แค่ความชอบชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ felt an affinity with ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Maya felt an affinity with the bus because it arrived at noon.
  2. Maya felt an affinity with the sandwich because it tasted good.
  3. After they discovered their shared values, Maya felt an affinity with the new club.
ดูคำตอบ

After they discovered their shared values, Maya felt an affinity with the new club.

วัฒนธรรม

god of wine, carnival, and performance: ขอบเขตในตำนานของไดโอนีซัส

วลี god of wine, carnival, and performance เป็นส่วนขยายแบบ appositive กล่าวคืออธิบาย Dionysus อีกครั้งด้วยการแจกแจงด้านต่าง ๆ ของชีวิตที่เชื่อมโยงกับเขาในตำนานกรีก ที่นี่ god of ไม่ได้บอกอาชีพทั่วไป แต่หมายถึงเทพที่เกี่ยวข้องกับหรือปกครองขอบเขตเหล่านั้น ส่วน carnival ใช้ในความหมายกว้างถึงการเฉลิมฉลองอย่างครึกครื้น ไม่ใช่งานสมัยใหม่งานใดงานหนึ่ง คำอธิบายสั้น ๆ นี้ทำให้เห็นเหตุผลของประโยค ไดโอนีซัสเชื่อมโยงกับไวน์ การเฉลิมฉลอง ละคร และงานรื่นเริงที่เปี่ยมด้วยความปลาบปลื้ม ดังนั้นคนที่หลงใหลความสุขและการแสดงอันตระการตาจึงอาจรู้สึกผูกพันกับเขาได้โดยธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

god of wine, carnival, and performance ทำหน้าที่อะไรในประโยค

  1. บอกขอบเขตในตำนานที่เชื่อมโยงกับไดโอนีซัส และช่วยอธิบายความรู้สึกผูกพัน
  2. แจกแจงอาชีพทั่วไปสามอย่างที่ไดโอนีซัสทำให้ตัวละครอื่น
  3. บอกว่าไดโอนีซัสปรากฏตัวเฉพาะในงานคาร์นิวัลสมัยใหม่เท่านั้น
ดูคำตอบ

บอกขอบเขตในตำนานที่เชื่อมโยงกับไดโอนีซัส และช่วยอธิบายความรู้สึกผูกพัน

One day, Midas discovered a satyr วัฒนธรรม

0:48

วันหนึ่ง ไมดาสทรงพบแซเทอร์ (satyr) ตนหนึ่ง

วัฒนธรรม

satyr: สิ่งมีชีวิตในเทพปกรณัมกรีกที่เกี่ยวข้องกับไดโอนีซัส

satyr เป็นสิ่งมีชีวิตในเทพปกรณัมกรีก มักถูกวาดให้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์บางส่วนและมีลักษณะของสัตว์ satyr มักเชื่อมโยงกับไดโอนีซัส รวมถึงไวน์ ดนตรี งานรื่นเริง และพฤติกรรมที่ไม่อยู่ในระเบียบ ดังนั้น satyr ในที่นี้จึงไม่ใช่ชื่อของคนธรรมดาหรือแพะธรรมดา ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดตัวละครนี้จึงเมา และเหตุใดไดโอนีซัสจึงสำคัญต่อเรื่อง

แบบฝึกหัด

ในบริบทของเทพปกรณัมนี้ satyr คืออะไร?

  1. เจ้าหน้าที่มนุษย์ที่ทำงานในพระราชวัง
  2. แพะธรรมดาที่เลี้ยงในฟาร์ม
  3. สิ่งมีชีวิตในเทพปกรณัมที่มักเกี่ยวข้องกับไดโอนีซัสและงานรื่นเริง
ดูคำตอบ

สิ่งมีชีวิตในเทพปกรณัมที่มักเกี่ยวข้องกับไดโอนีซัสและงานรื่นเริง

dozing in his rose garden

0:51

กำลังงีบหลับอยู่ในสวนกุหลาบของพระองค์

and drunk on more than the scent of flowers. สำนวน

0:53

และเมามายด้วยสิ่งอื่นที่มากกว่ากลิ่นหอมของดอกไม้

สำนวน

drunk on more than the scent of flowers: มุกที่สื่อถึงแอลกอฮอล์แบบอ้อม ๆ

ในที่นี้ drunk on more than the scent of flowers บอกเป็นนัยว่าแซเทอร์ดื่มแอลกอฮอล์และเมาจริง ๆ คำว่า more than แสดงให้เห็นว่ากลิ่นดอกไม้ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด ส่วนสาเหตุสำคัญอีกอย่างคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ ประโยคนี้เล่นกับความหมายของ drunk on ซึ่งอาจหมายถึงการหลงใหลหรือเคลิบเคลิ้มกับบางสิ่งในเชิงเปรียบเทียบได้ ขณะเดียวกัน drunk ก็หมายถึงเมาเพราะแอลกอฮอล์ได้เช่นกัน การเริ่มจากกลิ่นดอกไม้ที่หอมรื่นรมย์แล้วให้ผู้อ่านอนุมานถึงแอลกอฮอล์เองทำให้เกิดความขบขัน

แบบฝึกหัด

drunk on more than the scent of flowers ในที่นี้สื่อเป็นนัยว่าอย่างไร?

  1. เขาเมาเพราะแอลกอฮอล์จริง ๆ ไม่ได้เพียงแค่เคลิบเคลิ้มกับกลิ่นดอกไม้
  2. ดอกกุหลาบมีแอลกอฮอล์ตามธรรมชาติมากพอที่จะทำให้เขาเมา
  3. เขาชอบดอกไม้แต่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลย
ดูคำตอบ

เขาเมาเพราะแอลกอฮอล์จริง ๆ ไม่ได้เพียงแค่เคลิบเคลิ้มกับกลิ่นดอกไม้

Midas recognized the satyr as one of Dionysus's followers

0:56

ไมดาสทรงจำได้ว่าแซเทอร์ตนนั้นเป็นหนึ่งในผู้ติดตามของไดโอนีซัส

and let him nurse his hangover at the palace. การใช้คำ

1:00

จึงทรงอนุญาตให้เขาพักฟื้นจากอาการเมาค้างที่พระราชวัง

การใช้คำ

nurse his hangover: ดูแลอาการเมาค้างระหว่างที่ค่อย ๆ ดีขึ้น

ในที่นี้ nurse เป็นคำกริยา หมายถึงการค่อย ๆ ดูแลอาการป่วยหรือความไม่สบายระหว่างที่อาการดีขึ้นอย่างช้า ๆ ใน nurse his hangover เซเทอร์กำลังพักและรับมือกับอาการหลังดื่มสุรา ไม่ได้มีพยาบาลมืออาชีพเข้ามาเกี่ยวข้อง รูปแบบคือ nurse + ปัญหาหรืออาการบาดเจ็บ โดยเน้นการดูแลและการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การรักษาให้หายทันที

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After the party, Lena stayed in bed to nurse a hangover,” คำว่า nurse a hangover หมายถึงอะไร

  1. ดื่มต่อเพื่อให้อาการเมาค้างรุนแรงขึ้น
  2. ขอให้พยาบาลมืออาชีพรักษาคนอื่น
  3. พักและดูแลอาการไม่สบายจนกว่าอาการจะดีขึ้น
ดูคำตอบ

พักและดูแลอาการไม่สบายจนกว่าอาการจะดีขึ้น

Pleased with the king's hospitality, ไวยากรณ์

1:04

ด้วยความพอพระทัยในการต้อนรับของกษัตริย์

Dionysus offered to grant him one wish. วลี

1:06

ไดโอนีซัสจึงเสนอที่จะประทานพรให้พระองค์หนึ่งข้อ

ไวยากรณ์

Pleased with...: วลี past participle ที่วางไว้ต้นประโยค

Pleased with the king's hospitality เป็นวลี past participle ที่วางไว้ก่อนอนุประโยคหลัก วลีนี้บอกความรู้สึกของไดอะไนซัสและให้เหตุผลที่เขาเสนอจะให้พร รูปที่เต็มกว่าคือ Because Dionysus was pleased with the king's hospitality, he offered to grant the king one wish. ประธานที่ละไว้ของ Pleased ต้องเป็นประธานของอนุประโยคหลัก ซึ่งก็คือ Dionysus คำว่า Pleased ไม่ใช่กริยาหลัก ส่วนกริยาหลักคือ offered

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่า Maya พอใจกับภาพถ่าย จึงขอบคุณช่างภาพ

  1. Pleased with the photos, the photographer was thanked by Maya.
  2. Pleased with the photos, Maya's thanks went to the photographer.
  3. Pleased with the photos, Maya thanked the photographer.
ดูคำตอบ

Pleased with the photos, Maya thanked the photographer.

วลี

grant him one wish: โครงสร้างกรรมสองตัวของ grant

ในประโยคนี้ grant him one wish หมายถึง ให้เขาเลือกพรได้หนึ่งข้อ แล้วใช้พลังทำให้พรนั้นเป็นจริง grant รับกรรมได้สองตัว โดย him คือผู้รับ และ one wish คือสิ่งที่มอบให้ grant เป็นทางการกว่า give มักใช้กล่าวถึงพร คำขอ การอนุญาต สิทธิ หรือสิทธิ์การเข้าถึงว่าเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจหรือสิทธิ์อนุมัติให้

แบบฝึกหัด

ใช้ grant คำสรรพนามรูปกรรมที่แทน Lina และ one wish เติมประโยคให้สมบูรณ์: After Lina freed the genie, he promised to ____.

ดูคำตอบ

grant her one wish

Midas cast a greedy eye over his surroundings. สำนวน

1:10

ไมดาสทรงกวาดสายตาอันละโมบไปรอบๆ บริเวณนั้น

สำนวน

cast a greedy eye over: มองด้วยความอยากครอบครอง

ในประโยคนี้ cast a greedy eye over หมายถึง กวาดตามองบางสิ่งพร้อมกับอยากครอบครองหรือหาผลประโยชน์จากสิ่งนั้นอย่างมาก วลีพื้นฐาน cast an eye over หมายถึง มองอย่างรวดเร็วหรือตรวจดู ส่วน greedy เพิ่มมุมมองของผู้เล่าว่าความต้องการนั้นเห็นแก่ตัว eye แทนสายตาของบุคคล และ cast หมายถึงการส่งสายตานั้นไปยังบางสิ่ง วลีนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการโยนดวงตาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตรงกับความหมายของ cast a greedy eye over the paintings มากที่สุด

  1. พ่อค้าตรวจดูภาพวาดเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าภาพเหล่านั้นปลอดภัย
  2. พ่อค้าโยนดวงตาเทียมไปอีกฟากหนึ่งของห้อง
  3. พ่อค้ากวาดตามองภาพวาดด้วยความอยากครอบครองอย่างแรงกล้า
ดูคำตอบ

พ่อค้ากวาดตามองภาพวาดด้วยความอยากครอบครองอย่างแรงกล้า

Despite the luxury in which he lived, ไวยากรณ์

1:13

แม้พระองค์จะทรงใช้ชีวิตอย่างหรูหรา

no amount of precious jewels, ไวยากรณ์

1:15

แต่อัญมณีล้ำค่า

finest silk, or splendid decor

1:17

ผ้าไหมเนื้อดีที่สุด หรือการตกแต่งอันวิจิตรตระการตามากเพียงใด

felt like enough.

1:20

ก็ไม่เคยรู้สึกว่าเพียงพอ

ไวยากรณ์

Despite the luxury in which he lived: despite + วลีนาม

Despite the luxury in which he lived ใช้ตั้งฉากหลังแบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ กล่าวคือ ตามปกติแล้วชีวิตที่หรูหราน่าจะทำให้เขาพอใจ แต่ประโยคหลักกลับแสดงผลตรงกันข้าม Despite เป็นคำบุพบท ดังนั้นส่วนที่ตามมาคือวลีนาม the luxury in which he lived ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ in which he lived เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่ขยาย luxury โดยมาจากโครงสร้าง live in luxury การวาง in ไว้หน้า which เป็นทางการกว่า the luxury which he lived in รูปแบบนี้จึงช่วยเพิ่มรายละเอียดภายในวลีนามที่ยังคงใช้ต่อจาก despite ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแสดงความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงได้ถูกต้อง

  1. Although the difficult conditions under which they trained, the athletes improved.
  2. Despite they trained under difficult conditions, the athletes improved.
  3. Despite the difficult conditions under which they trained, the athletes improved.
ดูคำตอบ

Despite the difficult conditions under which they trained, the athletes improved.

ไวยากรณ์

no amount of ... felt like enough: ไม่มีปริมาณใดเพียงพอ

No amount of ... felt like enough หมายความว่า ไม่ว่าจะมีปริมาณมากเท่าใดก็ยังดูไม่เพียงพอ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าปริมาณที่มีจริงนั้นน้อย แต่บอกว่าต่อให้เพิ่มมากขึ้นก็ไม่ทำให้คนคนนั้นพอใจ precious jewels, finest silk และ splendid decor ล้วนอยู่ในขอบเขตของ no amount of กล่าวคือ ของหรูหราเหล่านี้ไม่ว่าจะมีมากเพียงใดก็ยังดูไม่พอ felt like enough นำเสนอการตัดสินนี้ในฐานะความรู้สึกหรือความประทับใจส่วนตัว ไม่ใช่การวัดอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายถึง “ไม่ว่าจะมากเพียงใดก็ยังดูไม่เพียงพอ”: Before the final exam, ____ studying felt like enough to Leo.

ดูคำตอบ

no amount of

His life, he thought,

1:22

พระองค์ทรงดำริว่า ชีวิตของพระองค์นั้น

was lacking luster. สำนวน

1:23

ขาดความแวววาว

What he needed was more gold. ไวยากรณ์

1:25

สิ่งที่พระองค์ต้องการคือทองคำที่มากขึ้น

สำนวน

was lacking luster: การเล่นความหมายระหว่างชีวิตที่จืดชืดกับประกายของทองคำ

วลี was lacking luster บอกว่าสิ่งหนึ่งมี luster น้อยเกินไป คำว่า luster หมายถึงความสว่างหรือความเงางามทางกายภาพได้ และในเชิงเปรียบเทียบยังหมายถึงเสน่ห์ พลัง หรือความโดดเด่นได้ด้วย เนื่องจากประธานคือ his life ความหมายแรกจึงเป็นชีวิตของเขาดูน่าเบื่อและไม่น่าพอใจ ประโยคถัดไปกล่าวถึง gold ซึ่งมีความเงางามจริง ๆ ได้ จึงทำให้ทั้งสองความหมายทำงานพร้อมกัน คือเป็นทั้งการบอกว่าชีวิตจืดชืดและการพาดพิงอย่างขบขันถึงประกายของทองคำที่เขาต้องการ

แบบฝึกหัด

was lacking luster สร้างผลอย่างไรในข้อความนี้?

  1. บอกว่าบ้านของเขามีตะเกียงไม่เพียงพอ
  2. บอกว่าทองคำสกปรกและต้องนำไปขัด
  3. บอกว่าชีวิตของเขาน่าเบื่อ พร้อมกับพาดพิงถึงความเงางามจริงของทองคำ
ดูคำตอบ

บอกว่าชีวิตของเขาน่าเบื่อ พร้อมกับพาดพิงถึงความเงางามจริงของทองคำ

ไวยากรณ์

What he needed was...: เน้นความต้องการที่แท้จริงด้วยประโยค pseudo-cleft

What he needed was more gold เป็นประโยคแยกส่วนเทียม หรือ pseudo-cleft ที่เรียกอีกอย่างว่า what-cleft อนุประโยค What he needed ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานและหมายถึงสิ่งที่เขาต้องการ ส่วน more gold อยู่หลัง was ในฐานะคำตอบที่ถูกเน้น รูปแบบ What + ประธาน + กริยา + be + ข้อมูลที่เน้น ใช้เน้นความต้องการที่แท้จริง คำตอบ หรือประเด็นสำคัญ What ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม อนุประโยคจึงเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า คือ What he needed ไม่ใช่ What did he need

แบบฝึกหัด

เขียนใหม่ด้วยโครงสร้าง pseudo-cleft แบบ What...was... โดยคงกริยา needed ไว้: The team needed more time. ____ more time.

ดูคำตอบ

What the team needed was

The god sent the power to turn anything the king touched to gold ไวยากรณ์

1:28

เทพเจ้าจึงส่งมอบพลังที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งที่กษัตริย์สัมผัสให้กลายเป็นทองคำ

surging through Midas. สำนวน

1:32

ไหลเวียนไปทั่วร่างของไมดาส

ไวยากรณ์

turn anything the king touched to gold: กรรม ผลลัพธ์ และ that ที่ถูกละ

ในประโยคนี้ turn ตามด้วยกรรมและผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง: turn [anything the king touched] [to gold] พลังนี้ทำให้วลีกรรมทั้งหมดกลายเป็นทอง และ to gold บอกวัสดุที่ได้หลังการเปลี่ยนแปลง The king touched เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย anything โดยละสรรพนามสัมพันธ์ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ รูปเต็มคือ anything (that) the king touched ดังนั้น touched จึงมีกรรมที่เข้าใจได้อยู่แล้ว ไม่ได้ขาดกรรมหลังคำกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย turn และ to ที่ใช้บอกผลลัพธ์: The spell could ____ anything the prince touched ____ silver.

ดูคำตอบ

turn · to

สำนวน

surging through Midas: วาดภาพพลังให้เหมือนกระแสที่พุ่งมาอย่างฉับพลัน

Surging through Midas หมายถึงพลังเคลื่อนผ่านร่างของไมดาสอย่างฉับพลันและรุนแรง surge ใช้บรรยายการไหลที่รวดเร็วและทรงพลังได้ ส่วน through แสดงว่าการเคลื่อนไหวนั้นผ่านเข้าไปภายในหรือไปทั่วร่างของเขา พลังเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่คำกริยานี้ทำให้รู้สึกราวกับเป็นคลื่นหรือกระแสไฟฟ้า ภาพนี้เน้นการพุ่งผ่านอย่างฉับพลันและรุนแรง ไม่ได้หมายถึงคลื่นทะเลจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยค "Power was surging through him" สร้างภาพแบบใด?

  1. เขาเดินผ่านคลื่นทะเลจริง ๆ
  2. พลังหยุดนิ่งอยู่นอกร่างของเขาอย่างสงบ
  3. พลังพุ่งผ่านร่างของเขาอย่างฉับพลันและรุนแรง
ดูคำตอบ

พลังพุ่งผ่านร่างของเขาอย่างฉับพลันและรุนแรง

Ecstatic, he turned to his possessions.

1:34

ด้วยความปีติยินดี พระองค์ทรงหันไปหาทรัพย์สมบัติของพระองค์

At his lightest touch, วลี

1:37

เพียงแค่สัมผัสเบาๆ

the palace walls transformed.

1:39

กำแพงพระราชวังก็เปลี่ยนไป

วลี

At his lightest touch: แสดงว่าการสัมผัสเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ในที่นี้ at นำหน้าการสัมผัสที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้บอกสถานที่ At his lightest touch หมายความว่ากำแพงเปลี่ยนไปทันทีที่เขาแตะ แม้จะแตะเบามากก็ตาม คำขั้นสูงสุด lightest เน้นว่าแทบไม่ต้องออกแรงเลย โครงสร้าง at + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + touch ใช้เสนอว่าการสัมผัสของใครคนหนึ่งเป็นสาเหตุหรือสิ่งกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาในทันที

แบบฝึกหัด

มายากำลังแตะแบบจำลองกระดาษ ใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของ her เติมโครงสร้าง At + possessive + lightest touch ให้สมบูรณ์: ____, the tiny doors open.

ดูคำตอบ

At her lightest touch

Stone statues shone, and goblets glittered. ลำดับความ

1:41

รูปปั้นหินส่องแสงประกาย และถ้วยชามก็ระยิบระยับ

ลำดับความ

Stone statues shone ... goblets glittered: โครงสร้างขนานและการเล่นเสียงต้นซ้ำ

ประโยคนี้วางอนุประโยคที่มีรูปแบบคล้ายกันสองส่วนไว้คู่กัน คือ Stone statues shone และ goblets glittered แต่ละส่วนเริ่มจากสิ่งของแล้วตามด้วยคำกริยาที่สื่อถึงการเปล่งแสง ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพสั้น ๆ ที่สมดุลกันสองภาพอย่างรวดเร็ว เสียงช่วยเน้นโครงสร้างนี้ Stone กับ statues ขึ้นต้นด้วย /st/ ซ้ำกัน ส่วน goblets กับ glittered ขึ้นต้นด้วย /ɡ/ ซ้ำกัน จึงเกิดการเล่นเสียงพยัญชนะต้น Shone ขึ้นต้นด้วยเสียงเสียดแทรกที่ใกล้เคียงกันคือ /ʃ/ แต่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วย /st/ แบบเดียวกัน โครงสร้างขนานและการจัดวางเสียงเหล่านี้ช่วยสร้างจังหวะและทำให้ภาพที่บรรยายชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

สิ่งใดสร้างจังหวะที่รวดเร็วและเห็นภาพชัดของประโยคนี้ได้เด่นที่สุด

  1. วลีลำดับเวลาที่อธิบายว่าสิ่งใดส่องแสงก่อน
  2. โครงสร้างกรรมวาจกที่ซ่อนสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง
  3. อนุประโยคขนานสองส่วนที่ประกอบด้วยสิ่งของและคำกริยาแสดงการเปล่งแสง พร้อมเสียงต้นที่ซ้ำกัน
ดูคำตอบ

อนุประโยคขนานสองส่วนที่ประกอบด้วยสิ่งของและคำกริยาแสดงการเปล่งแสง พร้อมเสียงต้นที่ซ้ำกัน

He galloped through his home in a frenzy,

1:47

พระองค์ทรงวิ่งควบไปทั่วพระที่นั่งอย่างบ้าคลั่ง

handling each item until it took on a lustrous sheen. กริยาวลี

1:49

ทรงจับต้องสิ่งของทุกชิ้นจนมันเปล่งประกายเงางาม

กริยาวลี

took on a lustrous sheen: เริ่มมีความมันวาวเป็นประกาย

ใน took on a lustrous sheen คำว่า took on หมายถึง “เริ่มมีหรือแสดงลักษณะใหม่” ไม่ได้หมายถึง “เอาไป” เมื่อสิ่งของแต่ละชิ้นถูกจับ พื้นผิวของมันก็เปลี่ยนเป็นมันวาวและส่องประกาย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ take on + รูปลักษณ์ คุณสมบัติ หรือความหมายใหม่ โดยเน้นว่าลักษณะบางอย่างเริ่มปรากฏหรือเห็นได้ชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีรูปอดีตที่หมายถึง “เริ่มมี” ลงในประโยค: At sunset, the lake ____ a golden color.

ดูคำตอบ

took on

Soon, the palace heaved with gold, การใช้คำ

1:54

ไม่นาน พระราชวังก็เต็มไปด้วยทองคำ

and Midas's delirious laughter echoed off the walls.

1:56

และเสียงสรวลอย่างเพ้อเจ้อของไมดาสก็ดังก้องไปทั่วกำแพง

การใช้คำ

heaved with gold: ภาพความแน่นและน้ำหนักอย่างชัดเจน

ใน heaved with gold คำว่า heaved ทำให้พระราชวังดูเหมือนเต็มไปด้วยทองคำจนพองหรือรับน้ำหนักและปริมาณไม่ไหว เป็นวิธีเชิงเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดในการบอกว่าพระราชวังอัดแน่นไปด้วยทองคำ คำกริยา heave มักสื่อถึงการยกตัว การเคลื่อนไหว หรือการออกแรงอย่างหนัก เมื่อนำมาใช้กับอาคารในที่นี้ จึงเพิ่มความรู้สึกกดดันและเคลื่อนไหวให้ฉาก แทนที่จะเพียงบอกว่าข้างในมีอะไร

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดถ่ายทอดภาพของ heaved with gold ได้ดีที่สุด

  1. พระราชวังยกทองคำชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นไปในอากาศ
  2. พระราชวังมีเพียงของตกแต่งทองคำบาง ๆ บนผนัง
  3. พระราชวังดูเหมือนอัดแน่นด้วยทองคำมากจนพองและถูกน้ำหนักกดทับ
ดูคำตอบ

พระราชวังดูเหมือนอัดแน่นด้วยทองคำมากจนพองและถูกน้ำหนักกดทับ

Exhausted and hungry from his rampage,

2:01

ด้วยความเหนื่อยล้าและหิวโหยจากการอาละวาดของพระองค์

Midas picked up a bunch of grapes

2:04

ไมดาสทรงหยิบพวงองุ่นขึ้นมา

from his newly gilded fruit bowl.

2:06

จากชามผลไม้ที่เพิ่งกลายเป็นทองคำของพระองค์

But he nearly shattered his teeth,

2:08

แต่พระองค์แทบจะทำฟันหัก

for the fruit had turned to metal in his mouth. ลำดับความ

2:11

เพราะผลไม้นั้นได้กลายเป็นโลหะในพระโอษฐ์ของพระองค์

ลำดับความ

for the fruit had turned to metal: for ที่ใช้บอกเหตุผล

for ในที่นี้มีความหมายเหมือน because หรือ “เพราะว่า” โดยนำเข้าสู่เหตุผลที่ฟันของเขาเกือบแตก นั่นคือผลไม้ได้กลายเป็นโลหะแล้ว for ที่ใช้บอกเหตุผลนี้เชื่อมอนุประโยคที่สมบูรณ์สองส่วน ประโยคบอกผลก่อน แล้วใช้ for เติมคำอธิบายภายหลัง ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ของ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ for เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลเหมือนในตัวอย่าง

  1. We went inside, for the rain had started.
  2. This gift is for my sister.
  3. We waited for two hours.
ดูคำตอบ

We went inside, for the rain had started.

When he picked up a loaf of bread,

2:14

เมื่อพระองค์ทรงหยิบขนมปังขึ้นมาหนึ่งก้อน

the crumbs hardened in his hand.

2:16

เศษขนมปังก็แข็งตัวในพระหัตถ์

Flinging himself onto his bed in frustration, ไวยากรณ์

2:19

ทรงทิ้งพระวรกายลงบนแท่นบรรทมด้วยความหงุดหงิด

Midas discovered his plush pillows had morphed into solid gold. การใช้คำ

2:21

ไมดาสทรงพบว่าหมอนอันอ่อนนุ่มของพระองค์ได้กลายเป็นทองคำแท่งไปแล้ว

ไวยากรณ์

Flinging himself onto his bed in frustration: วลี -ing ต้นประโยค

Flinging himself onto his bed in frustration หมายถึงไมดาสทิ้งทั้งตัวลงบนเตียงอย่างฉับพลันและรุนแรงเพราะรู้สึกหงุดหงิด วลี -ing ต้นประโยคนี้เกริ่นการกระทำและอารมณ์ ส่วนประโยคหลัก Midas discovered ... บอกเหตุการณ์สำคัญ ผู้ทำกริยา flinging ที่เข้าใจกันคือ Midas ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก Flinging ไม่ใช่กริยาหลักที่แสดงกาล โครงสร้างนี้รวมการกระทำสองอย่างที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ทำให้การเล่าเรื่องกระชับและรวดเร็วขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ต้นประโยคได้ถูกต้อง โดยมีผู้กระทำคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก

  1. Running toward the bus, Mia's backpack was heavy.
  2. Running toward the bus, the rain soaked Mia.
  3. Running toward the bus, Mia waved to the driver.
ดูคำตอบ

Running toward the bus, Mia waved to the driver.

การใช้คำ

had morphed into solid gold: การเปลี่ยนแปลงที่เกิดก่อนหน้าอย่างเห็นภาพ

ในที่นี้ morph into หมายถึง “เปลี่ยนไปเป็นรูปร่างหรือสภาพอื่นอย่างเห็นได้ชัด” ซึ่งให้ภาพชัดกว่า become และทำให้นึกเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงได้ หมอนนุ่ม ๆ กลายเป็นวัสดุทองคำล้วนที่แข็ง Had morphed เป็น past perfect แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเสร็จสิ้นแล้วก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง คือก่อนที่ไมดัสจะพบเห็น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ morph into: By the time the guests arrived, the garage ____ a small theater.

ดูคำตอบ

had morphed into

Hearing his cries of frustration,

2:27

เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ด้วยความหงุดหงิดของพระองค์

his daughter entered the room.

2:29

พระธิดาก็เสด็จเข้ามาในห้อง

But when Midas reached out to her, กริยาวลี

2:31

แต่เมื่อไมดาสทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปหาเธอ

he saw with horror that he had frozen her into a golden statue. ไวยากรณ์

2:33

พระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรด้วยความสยดสยองว่าได้แช่แข็งเธอให้กลายเป็นรูปปั้นทองคำ

กริยาวลี

reached out to: ยื่นมือไปทางใครบางคนจริง ๆ

ในที่นี้ reached out to her เป็นการกระทำตามความหมายตรง ไมดัสยื่นมือไปทางเธอเพราะตั้งใจจะแตะตัวเธอ คำว่า out เพิ่มภาพว่ามือเคลื่อนออกจากลำตัว Reach out to someone ยังหมายถึง “เป็นฝ่ายติดต่อใครก่อน” ได้ด้วย โดยมักใช้เมื่อต้องการสื่อสาร เสนอความช่วยเหลือ หรือขอความช่วยเหลือ คำใบ้เกี่ยวกับการกระทำทางกาย เช่น hand, touch, grab หรือ pull มักชี้ไปที่ความหมายตรง ส่วน phone, email หรือ advice มักชี้ไปที่ความหมายว่า “ติดต่อ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ reached out to เพื่อบอกการยื่นมือจริง ๆ เหมือนในประโยคต้นฉบับ

  1. I reached for Maya's notebook on the table.
  2. I reached out to Maya and caught her hand before she fell.
  3. I reached out to Maya by email about the science fair.
ดูคำตอบ

I reached out to Maya and caught her hand before she fell.

ไวยากรณ์

had frozen her into a golden statue: การเปลี่ยนแปลงที่เสร็จสมบูรณ์และผลลัพธ์

ในโครงสร้างบอกผล freeze X into Y นั้น X คือคนหรือสิ่งที่ถูกเปลี่ยน ส่วน Y บอกว่ากลายเป็นรูปแบบหรือสภาพใด ในที่นี้ her คือผู้ที่ถูกเปลี่ยน และ a golden statue คือผลลัพธ์ ส่วน frozen ไม่ได้หมายความว่าเธอแค่ยืนนิ่งเพราะกลัว Past perfect ใน had frozen วางการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลังคือ saw เมื่อไมดาสรู้ตัว การเปลี่ยนแปลงก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว วลีนี้จึงเน้นผลที่เขาพบเห็น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “had frozen her into a golden statue” ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. การเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่ไมดาสจะเห็น และเธอได้กลายเป็นรูปปั้นทองคำแล้ว
  2. เธอวางแผนจะสร้างรูปปั้นหลังจากที่ไมดาสเห็นเธอ
  3. เธอเพียงแค่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกกลัว
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่ไมดาสจะเห็น และเธอได้กลายเป็นรูปปั้นทองคำแล้ว

Horrified at what he had done,

2:39

ด้วยความหวาดกลัวในสิ่งที่ได้ทำลงไป

Midas begged the gods to rid him of his power. วลี

2:40

ไมดาสทรงอ้อนวอนให้เหล่าทวยเทพขจัดพลังของพระองค์ไป

วลี

rid him of his power: โครงสร้าง rid someone of something

Rid someone or something of X หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งนั้นไม่มี X อีกต่อไป ในที่นี้ไมดาสต้องการให้เหล่าเทพนำพลังของเขาออกไป เพราะพลังนั้นกลายเป็นภาระแล้ว ลำดับคำที่ตายตัวคือ rid + กรรม + of + สิ่งที่ถูกนำออก ในประโยคนี้ him เป็นกรรม และ his power คือสิ่งที่ถูกนำออก จะละ of ไม่ได้ รูปพื้นฐาน รูปอดีต และ past participle ของกริยานี้ล้วนเป็น rid

แบบฝึกหัด

เติมรูปที่ถูกต้องของ rid และคำบุพบทที่จำเป็นลงในประโยค: “Every day, the filter ____ the air ____ harmful particles.”

ดูคำตอบ

rids · of

Taking pity on the foolish king, วลี

2:44

ด้วยความสงสารกษัตริย์ผู้โง่เขลา

Dionysus told Midas to wash his hands in the river Pactolus. วัฒนธรรม

2:47

ไดโอนีซัสจึงบอกให้ไมดาสไปล้างพระหัตถ์ในแม่น้ำแพกโทลัส (Pactolus)

วลี

Taking pity on: ความสงสารที่นำไปสู่การช่วยเหลือ

take pity on someone หมายถึงรู้สึกสงสารคนหรือสัตว์ที่กำลังลำบาก และมักลงมือช่วยหรือแสดงความเมตตา ในประโยคนี้ ไดโอนีซัสสงสารไมดาส ความรู้สึกนั้นจึงอธิบายว่าเหตุใดเขาจึงบอกวิธีกำจัดพลังสัมผัสเป็นทองให้ไมดาส Taking pity on... เป็นอนุประโยค -ing ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจได้คือ Dionysus ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก และอนุประโยคที่วางไว้ข้างหน้าบอกเหตุผลของการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ take pity on: Seeing the cold stray cat, Maya ____ it and brought it indoors.

ดูคำตอบ

took pity on

When Midas reached into the river,

2:51

เมื่อไมดาสทรงยื่นพระหัตถ์ลงไปในแม่น้ำ

the gold drained from his fingertips. การใช้คำ

2:53

ทองคำก็ไหลออกจากปลายนิ้วของพระองค์

วัฒนธรรม

the river Pactolus: เหตุใดสถานที่นี้จึงสำคัญในตำนานของไมดาส

ในตำนานโบราณ แม่น้ำแพ็กโทลัสมีชื่อเสียงเรื่องทองคำในทราย จึงเป็นสถานที่ที่มีความหมายต่อบทจบของเรื่องไมดาส ไม่ใช่แม่น้ำที่เลือกมาแบบสุ่ม เมื่อทองคำไหลจากปลายนิ้วของไมดาสลงสู่แม่น้ำ เขาก็สูญเสียพลังสัมผัสเป็นทอง ตำนานใช้เหตุการณ์นี้เชื่อมไมดาสเข้ากับทองคำในแม่น้ำ และอธิบายเป็นเรื่องเล่าว่าเหตุใดจึงพบทองคำที่นั่น

แบบฝึกหัด

แม่น้ำแพ็กโทลัสมีบทบาทอย่างไรในตำนานส่วนนี้

  1. เป็นเพียงสถานที่สุ่มที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทองคำ
  2. มอบพลังสัมผัสเป็นทองครั้งที่สองให้ไมดาส และเขาเก็บพลังนั้นไว้ตลอดไป
  3. เชื่อมการที่ไมดาสสูญเสียพลังสัมผัสเป็นทองเข้ากับทองคำอันมีชื่อเสียงของแม่น้ำ
ดูคำตอบ

เชื่อมการที่ไมดาสสูญเสียพลังสัมผัสเป็นทองเข้ากับทองคำอันมีชื่อเสียงของแม่น้ำ

การใช้คำ

drained from his fingertips: ไหลหายไปจากแหล่งกำเนิด

ในประโยคนี้ drained from หมายถึง “ไหลออกไปจาก” แหล่งหนึ่ง ทองคำถูกบรรยายราวกับเป็นของเหลวที่ไหลออกจากร่างกายของไมดาสทางปลายนิ้ว ไม่ใช่การระบายน้ำตามปกติ ในโครงสร้าง X drains from Y นั้น X คือสิ่งที่ค่อย ๆ หายไป ส่วน Y คือแหล่งที่สิ่งนั้นไหลออกมา ภาพนี้ยังใช้บรรยายสิ่งที่ไม่ใช่ของเหลวได้ เช่น สีหน้า พลังงาน หรือความตื่นเต้นที่ค่อย ๆ จางหายไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ drain from เติมประโยคให้สมบูรณ์: When he heard the crash, the color ____ his face.

ดูคำตอบ

drained from

Midas returned home to find his daughter alive

2:57

ไมดาสเสด็จกลับพระราชวังและพบว่าพระธิดายังมีชีวิตอยู่

and his palace back to normal,

3:00

และพระราชวังก็กลับสู่สภาพปกติ

and he rejoiced.

3:01

พระองค์จึงทรงยินดีเป็นอย่างยิ่ง

You'd think he would have learned his lesson, ลำดับความ

3:04

คุณอาจคิดว่าพระองค์น่าจะได้รับบทเรียนแล้ว

but just a few weeks later, ลำดับความ

3:06

แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

Midas blundered again,

3:08

ไมดาสก็ทรงทำผิดพลาดอีกครั้ง

ลำดับความ

You'd think he would have learned his lesson: สร้างความคาดหมายก่อนเกิดการพลิกกลับ

You'd think ... เป็นรูปย่อของ You would think ... ผู้เล่าไม่ได้ถามคำถามจริง ๆ แต่วลีนี้ชี้นำให้ผู้ฟังนึกถึงข้อสรุปที่ดูสมเหตุสมผลว่า หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น ไมดาสน่าจะได้บทเรียนแล้ว แต่ but ที่ตามมาจะล้มความคาดหมายนั้นและนำไปสู่ผลลัพธ์ตรงกันข้าม ในเรื่องเล่าหรือข้อคิดเห็น You'd think ... มักจัดข้อมูลเป็น “ความคาดหมายก่อน แล้วจึงตามด้วยความประหลาดใจหรือคำวิจารณ์”

แบบฝึกหัด

You'd think he would have learned his lesson ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่องนี้?

  1. เป็นการถามความคิดเห็นของผู้ฟังเกี่ยวกับไมดาส
  2. เป็นการยืนยันว่าไมดาสจะไม่ทำผิดอีก
  3. เป็นการสร้างความคาดหมายที่สมเหตุสมผลเพื่อให้เนื้อหาถัดไปล้มความคาดหมายนั้น
ดูคำตอบ

เป็นการสร้างความคาดหมายที่สมเหตุสมผลเพื่อให้เนื้อหาถัดไปล้มความคาดหมายนั้น

ลำดับความ

but just a few weeks later ... blundered again: การหักความคาดหมายและพาเรื่องราวเดินหน้า

ในที่นี้ but หักความคาดหมายที่สร้างไว้ด้วย You'd think he would have learned his lesson แทนที่จะยืนยันว่าไมดาสเปลี่ยนไปแล้ว ผู้เล่ากลับเผยผลที่ตรงกันข้าม just a few weeks later พาเรื่องไปยังช่วงเวลาใหม่ ส่วน just เน้นว่าช่วงห่างนั้นสั้นจนน่าแปลกใจ จากนั้น blundered again แสดงว่าเขาตัดสินใจพลาดและทำพลาดครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อนำมารวมกัน ส่วนเหล่านี้สร้างความขัดแย้งกับสิ่งที่คาดไว้ เลื่อนเวลาไปข้างหน้า และย้ำข้อเสียของไมดาสที่ทำผิดซ้ำ

แบบฝึกหัด

“but just a few weeks later, Midas blundered again” ทำหน้าที่อะไรในเรื่อง?

  1. หักความคาดหมายว่าไมดาสได้บทเรียนแล้ว และแสดงอย่างรวดเร็วว่าเขาทำพลาดอีกครั้ง
  2. ให้ข้อมูลเบื้องหลังว่าไมดาสได้เป็นกษัตริย์ครั้งแรกอย่างไร
  3. ยืนยันว่าไมดาสฉลาดขึ้นหลังจากรอเป็นเวลานาน
ดูคำตอบ

หักความคาดหมายว่าไมดาสได้บทเรียนแล้ว และแสดงอย่างรวดเร็วว่าเขาทำพลาดอีกครั้ง

insulting the music and sun god Apollo วัฒนธรรม

3:10

ทรงดูหมิ่นอพอลโล เทพแห่งดนตรีและดวงอาทิตย์

when he declared Pan a greater musician. ไวยากรณ์

3:13

เมื่อพระองค์ทรงประกาศว่า แพน เป็นนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่กว่า

วัฒนธรรม

music and sun god Apollo: สองด้านที่ใช้อธิบายเทพองค์เดียว

ใน music and sun god Apollo คำว่า music และ sun ทำงานร่วมกันเพื่อขยายคำว่า god กล่าวให้ชัดคือ ทั้งสองเป็นคำนามขยายที่เชื่อมกันและระบุสองด้านที่เกี่ยวข้องกับเทพองค์เดียวคือ Apollo คำว่า and เชื่อมสองด้าน ไม่ได้เชื่อมเทพสององค์ ความเกี่ยวข้องของ Apollo กับดนตรีทำให้คำอธิบายฐานะนี้มีความสำคัญต่อเรื่องโดยตรง การบอกว่า Pan เป็นนักดนตรีที่เก่งกว่าเท่ากับท้าทาย Apollo ในด้านที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของเขา จึงอธิบายได้ว่าทำไมคำพูดนี้ถึงเป็นการดูหมิ่น

แบบฝึกหัด

music และ sun มีหน้าที่อะไรในวลี the music and sun god Apollo?

  1. ระบุสองด้านที่เกี่ยวข้องกับเทพองค์เดียวคือ Apollo
  2. บอกว่า Apollo ทำดนตรีเฉพาะตอนที่ดวงอาทิตย์ส่องแสง
  3. กล่าวถึงเทพสององค์ที่ต่างก็ชื่อ Apollo
ดูคำตอบ

ระบุสองด้านที่เกี่ยวข้องกับเทพองค์เดียวคือ Apollo

ไวยากรณ์

declared Pan a greater musician: declare + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

ใน declared Pan a greater musician คำว่า Pan เป็นกรรมของ declared ส่วน a greater musician เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกว่า Pan ถูกตัดสินว่าเป็นอะไร ทั้งวลีจึงหมายความว่าใครบางคนตัดสินอย่างชัดเจนและเป็นทางการว่าแพนเป็นนักดนตรีที่เก่งกว่า โครงสร้าง declare + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์ ใช้กำหนดสถานะหรือคุณสมบัติให้กรรม คำที่ตามหลังกรรมไม่ใช่อีกเรื่องหนึ่งที่ถูกประกาศแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง declare + กรรม + ส่วนเติมเต็มได้ถูกต้อง

  1. The judges declared Maya the winner.
  2. The judges said Maya the winner.
  3. The judges declared that Maya the winner.
ดูคำตอบ

The judges declared Maya the winner.

Apollo scornfully declared that the king

3:16

อพอลโลทรงประกาศด้วยความดูแคลนว่ากษัตริย์

must have the ears of an ass น้ำเสียง/เจตนา

3:19

จะต้องมีหูเป็นลาอย่างแน่นอน

to make such a misjudgment

3:21

ถึงได้ตัดสินใจผิดพลาดเช่นนี้

and transformed Midas accordingly.

3:22

และได้เปลี่ยนร่างไมดาสตามนั้น

น้ำเสียง/เจตนา

must have the ears of an ass: การอนุมาน คำดูหมิ่น และบทลงโทษที่เกิดขึ้นจริง

ในที่นี้ must have + นามวลี แสดงการอนุมานอย่างหนักแน่นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน อะพอลโลสรุปอย่างดูหมิ่นว่ากษัตริย์ต้องมีหูลาแน่ ๆ เพราะตัดสินได้แย่มาก ไม่ใช่คำสั่งให้กษัตริย์ไปหาหูลา ass ในที่นี้หมายถึงลาโดยตรง และยังมีนัยดูหมิ่นว่าคนหนึ่งโง่ด้วย จากนั้นเรื่องราวก็เปลี่ยนคำเยาะเย้ยของอะพอลโลให้เป็นบทลงโทษจริง ๆ โดยทำให้ไมดาสมีหูลา

แบบฝึกหัด

must have the ears of an ass ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. อะพอลโลกำลังสั่งกษัตริย์อย่างสุภาพให้ไปหาหูลา
  2. อะพอลโลกำลังเดาว่ากษัตริย์เคยได้ยินเสียงลาในอดีต
  3. อะพอลโลกำลังอนุมานอย่างดูหมิ่นว่ากษัตริย์ต้องมีหูลาแน่ ๆ
ดูคำตอบ

อะพอลโลกำลังอนุมานอย่างดูหมิ่นว่ากษัตริย์ต้องมีหูลาแน่ ๆ

Once again regretting his behavior,

3:27

ทรงเสียพระทัยกับพฤติกรรมของพระองค์อีกครั้ง

Midas kept his hairy ears hidden in public. ไวยากรณ์

3:29

ไมดาสทรงซ่อนพระกรรณที่มีขนดกไว้เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ

ไวยากรณ์

kept his hairy ears hidden: keep + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกสภาพ

โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาช่องที่สาม หมายถึงการทำให้กรรมคงอยู่ในสภาพหนึ่ง ในประโยคนี้ kept เป็นกริยาหลัก his hairy ears เป็นกรรม และ hidden เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกสภาพต่อเนื่องของหู hidden ไม่ใช่การกระทำหลักอีกอย่างหนึ่ง โครงสร้างเดียวกันนี้พบได้ใน keep it simple และ keep the door closed

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง keep + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกสภาพได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่าห้องควรเงียบอยู่ตลอด?

  1. Please keep to quiet the room during the test.
  2. Please keep quiet the room during the test.
  3. Please keep the room quiet during the test.
  4. Please keep the room quietly during the test.
ดูคำตอบ

Please keep the room quiet during the test.

They were seen only by his barber,

3:32

มีเพียงช่างตัดผมของพระองค์เท่านั้นที่ได้เห็น

who was sworn to secrecy วลี

3:35

ผู้ซึ่งถูกสาบานให้เก็บเป็นความลับ

during a very awkward grooming session.

3:37

ในระหว่างการตัดแต่งทรงผมที่น่าอึดอัดใจอย่างมาก

วลี

was sworn to secrecy: คำสัญญาอย่างจริงจังว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูล

Be sworn to secrecy หมายถึงการถูกผูกมัดด้วยคำสัญญาอย่างจริงจังว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูล เป็นรูปถูกกระทำของ swear someone to secrecy ในประโยคนี้ ช่างตัดผมคือผู้ที่ต้องเก็บสิ่งที่ตนเห็นไว้เป็นความลับ Sworn เป็นคำกริยาช่องที่สามของ swear ส่วน secrecy เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงสภาวะของการเก็บข้อมูลเป็นความลับ ไม่ใช่รูปพหูพจน์ของ secret

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวน be sworn to secrecy: Before the surprise announcement, the organizers were ____.

ดูคำตอบ

sworn to secrecy

The barber stifled his laughter วลี

3:40

ช่างตัดผมกลั้นเสียงหัวเราะ

and fought the desire to tell someone. วลี

3:41

และต่อสู้กับความต้องการที่จะบอกใครสักคน

วลี

stifled his laughter: ตั้งใจกลั้นเสียงหัวเราะ

ใน stifled his laughter คำว่า stifled หมายถึงจงใจกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ให้หลุดออกมา ช่างตัดผมยังคงรู้สึกว่าบางอย่างน่าขำอยู่ สิ่งที่เน้นคือการควบคุมปฏิกิริยา ไม่ใช่ความรู้สึกขำที่หายไปเอง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ stifle + ปฏิกิริยา เช่น stifle a laugh หรือ stifle a yawn เมื่อใช้กับ laughter ให้ใช้คำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับบุคคล เช่น stifle my laughter และ stifle her laughter

แบบฝึกหัด

Nina รู้สึกว่าความผิดพลาดหนึ่งน่าขำ แต่พิธีกำลังเงียบและเธอไม่ยอมให้ตัวเองหัวเราะ ประโยคใดอธิบายเธอได้ดีที่สุด

  1. Nina asked the audience to stop laughing.
  2. Nina burst out laughing and everyone heard her.
  3. Nina stifled her laughter so she would not interrupt the ceremony.
  4. Nina stopped laughing when the joke became boring.
ดูคำตอบ

Nina stifled her laughter so she would not interrupt the ceremony.

Yet the secret consumed him. สำนวน

3:44

ทว่าความลับนั้นก็กัดกินเขา

วลี

fought the desire to tell someone: ต่อต้านแรงกระตุ้นภายในใจ

ใน fought the desire to tell someone คำว่า fought หมายถึงพยายามต่อสู้กับความต้องการภายในใจ เขาอยากบอกความลับให้ใครสักคนฟัง แต่พยายามไม่ทำตามความต้องการนั้น ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้กันทางร่างกาย โครงสร้างคือ fight + the desire/urge/temptation + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งเน้นว่าการห้ามใจต้องใช้ความพยายาม ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความต้องการนั้นเลย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya อยากเปิดของขวัญก่อนเวลา แต่พยายามห้ามตัวเองไม่ให้ทำเช่นนั้น

  1. Maya fought the desire to open the gift early.
  2. Maya no longer wanted to open the gift.
  3. Maya fought with her brother beside the gift.
  4. Maya opened the gift as soon as she saw it.
ดูคำตอบ

Maya fought the desire to open the gift early.

สำนวน

The secret consumed him: consumed ในความหมายเปรียบเทียบว่าทรมานจิตใจ

ในที่นี้ consumed ไม่ได้หมายความว่าความลับนั้นกินเขาจริง ๆ แต่ความลับถูกนำเสนอราวกับเป็นพลังที่เข้าครอบงำความคิดและความรู้สึกของเขา ทำให้เขาตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางจิตใจอย่างมาก เมื่ออารมณ์รุนแรง ความกังวล หรือปัญหา consumes someone หมายความว่าสิ่งนั้นครอบงำความสนใจของคนนั้นเกือบทั้งหมดและทำให้ทุกข์อย่างต่อเนื่อง สำนวนนี้มีความหมายแรงกว่าการพูดเพียงว่า the secret worried him

แบบฝึกหัด

“The secret consumed him” หมายความว่าอย่างไรในบริบทนี้

  1. เขาเล่าความลับนั้นให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็น
  2. ความลับนั้นกินเขาจริง ๆ
  3. เขาลืมความลับนั้นและรู้สึกสบายใจอย่างสมบูรณ์
  4. ความลับนั้นครอบงำความคิดของเขาและทำให้เขาทุกข์ใจอย่างมาก
ดูคำตอบ

ความลับนั้นครอบงำความคิดของเขาและทำให้เขาทุกข์ใจอย่างมาก

One day, he walked outside the city

3:47

วันหนึ่ง เขาเดินออกไปนอกเมือง

and dug a hole in the ground.

3:49

และขุดหลุมบนพื้นดิน

Plunging his head into the earth,

3:52

ด้วยการมุดหัวลงไปในดิน

the desperate barber whispered,

3:54

ช่างตัดผมผู้สิ้นหวังกระซิบว่า

"Midas has ass's ears."

3:56

"ไมดาสมีหูลา"

Soon after, a clump of reeds

4:00

ไม่นานหลังจากนั้น กอต้นอ้อ

sprang up in the spot where กริยาวลี

4:02

ก็ผุดขึ้นมาในจุดที่

the barber had buried his words. สำนวน

4:03

ช่างตัดผมได้ฝังคำพูดของเขาไว้

กริยาวลี

sprang up: ปรากฏขึ้นหรือเติบโตอย่างฉับพลัน

Spring up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงปรากฏขึ้น พัฒนา หรือเติบโตขึ้นอย่างฉับพลันหรือรวดเร็ว Sprang up เป็นรูปอดีตของวลีนี้ ในที่นี้หมายความว่าต้นอ้อปรากฏและเติบโตขึ้นตรงจุดนั้นหลังจากนั้นไม่นาน วลีนี้ใช้บรรยายพืช ร้านค้า อาคาร ปัญหา หรือกลุ่มคนที่เกิดขึ้นในเวลาไม่นานก็ได้ ใจความสำคัญคือการปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายถึงฤดูใบไม้ผลิหรือสปริงโลหะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sprang up ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าสิ่งนั้นปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

  1. New repair shops stayed empty for years.
  2. New repair shops were slowly removed from the highway.
  3. New repair shops sprang up along the highway.
  4. New repair shops were carefully planned but never opened.
ดูคำตอบ

New repair shops sprang up along the highway.

สำนวน

had buried his words: ทำให้ความลับกลายเป็นสิ่งที่ฝังได้

ในประโยคนี้ had buried his words ไม่ได้หมายความว่าช่างตัดผมนำคำที่เขียนไว้ไปฝังใต้ดิน เรื่องเล่านำเสนอความลับที่เขาพูดออกมาราวกับเป็นสิ่งของที่ฝังได้ ภาพที่เป็นรูปธรรมนี้แสดงให้เห็นว่าเขาพยายามซ่อนความลับอย่างหมดจด

แบบฝึกหัด

had buried his words หมายความว่าอย่างไรในเรื่องนี้?

  1. เขาพูดความลับลงไปในดิน และเรื่องเล่าทำให้ถ้อยคำนั้นดูเหมือนสิ่งที่ฝังได้
  2. เขาตัดสินใจว่าจะไม่พูดอีกเลย
  3. เขาเขียนทุกคำลงบนกระดาษแล้วนำกระดาษไปฝังใต้ดิน
  4. เขาจำความลับนั้นไม่ได้
ดูคำตอบ

เขาพูดความลับลงไปในดิน และเรื่องเล่าทำให้ถ้อยคำนั้นดูเหมือนสิ่งที่ฝังได้

When the wind blew,

4:05

เมื่อลมพัดมา

they carried the echoes of his whisper สำนวน

4:07

พวกมันก็พัดพาเสียงสะท้อนคำกระซิบของเขา

through the breeze.

4:09

ล่องลอยไปตามสายลม

สำนวน

they carried the echoes of his whisper: ต้นอ้อในบทบาทผู้ส่งสาร

They หมายถึง reeds หรือต้นอ้อในประโยคก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงคน คำกริยา carried ทำให้ต้นอ้อมีบทบาทเชิงรุก เมื่อลมพัดต้นอ้อ เสียงของมันก็ดูราวกับกำลังพาเสียงกระซิบของช่างตัดผมไปด้วย นี่คือบุคลาธิษฐาน ธรรมชาติกลายเป็นผู้ส่งสารที่ทำให้ความลับซึ่งถูกซ่อนไว้แพร่ต่อไป แทนที่จะเป็นเพียงฉากหลัง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ they หมายถึงอะไร และ carried สร้างผลทางการเล่าเรื่องอย่างไร?

  1. คำว่า they หมายถึงบันทึกของช่างตัดผมที่มีคนนำไปส่งด้วยมือ
  2. คำว่า they หมายถึงลมกับสายลมที่กำลังโต้เถียงกัน
  3. คำว่า they หมายถึงต้นอ้อ ซึ่งถูกนำเสนอเป็นผู้ส่งสารที่เผยแพร่เสียงกระซิบ
  4. คำว่า they หมายถึงคนหลายคนที่กำลังยกตัวช่างตัดผมขึ้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

คำว่า they หมายถึงต้นอ้อ ซึ่งถูกนำเสนอเป็นผู้ส่งสารที่เผยแพร่เสียงกระซิบ

"Midas has ass's ears."

4:10

"ไมดาสมีหูลา"

At the sound, donkeys in the fields

4:16

เมื่อได้ยินเสียงนั้น ลาในทุ่งนา

raised their heads in recognition, วลี

4:18

ก็เงยหน้าขึ้นยอมรับ

and people chuckled to themselves at the follies of their king. วลี

4:20

และผู้คนก็แอบหัวเราะคิกคักกับความโง่เขลาของกษัตริย์ของพวกเขา

วลี

raised their heads in recognition: เงยหน้าขึ้นเมื่อจำสิ่งที่คุ้นเคยได้

Raised their heads บรรยายการเงยหน้าขึ้น ส่วน in recognition อธิบายสิ่งที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานั้น คือลาได้ยินสิ่งที่คุ้นเคย จำได้ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นตอบสนอง ในที่นี้ recognition หมายถึงการจำได้ว่าเป็นสิ่งที่คุ้นเคย ไม่ได้หมายถึงคำชมเชยหรือรางวัล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in recognition เพื่อแสดงปฏิกิริยาต่อสิ่งที่คุ้นเคย?

  1. Mia raised her head because she did not recognize the sound.
  2. The school gave Mia a prize in recognition of her service.
  3. At her brother's familiar knock, Mia raised her head in recognition.
ดูคำตอบ

At her brother's familiar knock, Mia raised her head in recognition.

วลี

chuckled to themselves at: แอบหัวเราะเบา ๆ กับบางสิ่ง

Chuckled หมายถึงหัวเราะเบา ๆ ส่วน to themselves แสดงว่าแต่ละคนเก็บปฏิกิริยานั้นไว้กับตัวหรือหัวเราะอย่างสำรวม ไม่ได้หมายถึงหัวเราะเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โครงสร้างคือ chuckle to oneself at something คำสรรพนามสะท้อนต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I ... myself, she ... herself และ they ... themselves ส่วน at ใช้นำสิ่งที่ทำให้รู้สึกขำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ chuckle คำสรรพนามสะท้อนที่สอดคล้องกับ Rosa และคำบุพบทที่นำสาเหตุ: Rosa ____ the harmless typo in her diary.

ดูคำตอบ

chuckled to herself at

With his golden touch and ass's ears, ลำดับความ

4:25

ด้วยสัมผัสทองคำและหูลา

Midas was not the most respected ruler. น้ำเสียง/เจตนา

4:28

ไมดาสไม่ใช่ผู้ปกครองที่ได้รับการเคารพมากที่สุด

ลำดับความ

With his golden touch and ass's ears: ใช้รายละเอียดก่อนหน้าในเรื่องเพื่อปูพื้นให้คำประเมิน

วลี with ที่ขึ้นต้นประโยคให้ข้อมูลพื้นหลังสำหรับคำประเมินในประโยคหลัก นามวลีสองส่วนที่เชื่อมกันคือ his golden touch และ ass's ears ย่อผลลัพธ์สองอย่างจากช่วงก่อนหน้าของเรื่องไว้ในกรอบเดียว รายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงรายการสิ่งที่มีหรือลักษณะภายนอก การวางไว้ต้นประโยคช่วยเตือนให้นึกถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดของไมดาสและผลที่ตามมา แล้วใช้ข้อมูลนั้นรองรับคำประเมินถัดไป รูปแบบข้อมูลที่นำไปใช้ได้อีกคือ With + รายละเอียดพื้นหลัง, ประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษข้อใดใช้รูปแบบข้อมูลเดียวกัน คือ With + รายละเอียดพื้นหลังสองอย่าง แล้วตามด้วยคำประเมิน?

  1. The old phone had a cracked screen, and its battery was dead.
  2. The reviewer compared the old phone with a newer model.
  3. After the review, the old phone was placed on a shelf.
  4. With a cracked screen and a dead battery, the old phone was hard to recommend.
ดูคำตอบ

With a cracked screen and a dead battery, the old phone was hard to recommend.

น้ำเสียง/เจตนา

not the most respected ruler: กล่าวคำวิจารณ์แรง ๆ แบบลดน้ำหนัก

Not the most respected ruler ดูเหมือนเป็นเพียงการปฏิเสธขั้นสูงสุด โดยตามความหมายตรงคือไมดาสไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งในด้านความเคารพ แต่ในบริบทเชิงลบที่ชัดเจนนี้ เป็นการพูดลดน้ำหนัก ผู้พูดใช้รูปที่เบากว่าเพื่อสื่อคำวิจารณ์ที่แรงกว่า นั่นคือไมดาสไม่ได้รับความเคารพมากนัก รูปแบบ not the most + คำคุณศัพท์เชิงบวก ทำให้คำวิจารณ์ฟังดูยับยั้งและบางครั้งมีนัยประชดได้ เช่น not the best idea น้ำหนักของความหมายขึ้นอยู่กับบริบท หากพูดถึงการจัดอันดับจริง ๆ รูปแบบนี้อาจมีเพียงความหมายตรงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

หลังจากผู้จัดการเพิกเฉยต่อคำเตือนทั้งหมดจนโครงการล้มเหลว มีคนพูดว่า “That wasn't the most careful decision.” ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดจำการตัดสินใจนั้นไม่ได้
  2. ผู้พูดกำลังชื่นชมการตัดสินใจนั้นอย่างมาก
  3. การตัดสินใจนั้นรอบคอบ แต่เป็นเพียงตัวเลือกที่ดีเป็นอันดับสอง
  4. การตัดสินใจนั้นน่าจะค่อนข้างประมาท
ดูคำตอบ

การตัดสินใจนั้นน่าจะค่อนข้างประมาท

And where other leaders were honored ลำดับความ

4:31

และในขณะที่ผู้นำคนอื่นๆ ได้รับการยกย่อง

through statues and temples,

4:33

ผ่านรูปปั้นและวิหาร

his people remembered him a little differently.

4:35

ประชาชนของพระองค์กลับจดจำพระองค์ในวิธีที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย

ลำดับความ

where other leaders were honored through statues and temples... his people remembered him a little differently: กรอบที่ใช้สร้างการเปรียบต่าง

where ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง แต่ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ กล่าวคือ ผู้นำคนอื่น ๆ ได้รับการยกย่องผ่านรูปปั้นและวิหาร แต่ประโยคหลักแสดงให้เห็นว่าผู้คนของผู้นำคนนี้จดจำเขาด้วยวิธีอื่น โครงสร้าง where A, B อาจหมายความว่า เมื่อมีสถานการณ์ A แล้ว B แตกต่างออกไปเมื่อเปรียบเทียบกัน โครงสร้างนี้นำเสนอวิธีทั่วไปในการยกย่องผู้นำก่อน แล้วจึงทำให้วิธีจดจำผู้นำคนนี้ที่ไม่เหมือนปกติโดดเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ where ในประโยคที่เน้นไว้คืออะไร

  1. ใช้เกริ่นสถานการณ์หนึ่งเพื่อให้ประโยคหลักนำไปเปรียบต่างได้
  2. ใช้แสดงว่าผู้คนอยู่ภายในวิหาร
  3. ใช้ถามว่าผู้นำได้รับการยกย่อง ณ สถานที่ใด
  4. ใช้บอกชื่ออาคารที่ผู้คนจดจำเขา
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นสถานการณ์หนึ่งเพื่อให้ประโยคหลักนำไปเปรียบต่างได้

In the depths of the glittering river ลำดับความ

4:38

ในส่วนลึกของแม่น้ำที่ทอประกายระยิบระยับ

and the rustle of the Phrygian wind.

4:40

และเสียงลู่ลมของสายลมแห่งฟริเจีย

ลำดับความ

In the depths of the glittering river and the rustle of the Phrygian wind: วลีเชิงวรรณศิลป์ที่ตั้งใจให้ไม่สมบูรณ์

นี่คือวลีที่ตั้งใจใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนเชิงวรรณศิลป์ ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่อยู่ได้โดยลำพัง ประธานและกริยาเข้าใจได้จากแนวคิดก่อนหน้าที่ว่า ผู้คนของเขาจดจำเขาในแบบที่ต่างออกไป เมื่ออ่านต่อจากแนวคิดนั้น วลีนี้วางความทรงจำถึงเขาไว้ในส่วนลึกของสายน้ำระยิบระยับและในเสียงพริ้วไหวของสายลมแห่งฟรีเจีย ภาพสองภาพที่เชื่อมกันให้ทั้งองค์ประกอบทางสายตาและองค์ประกอบทางเสียง การละกริยาที่ต้องกล่าวซ้ำทำให้ตอนจบสั้นและเป็นบทกวี ขณะที่สายน้ำและสายลมแห่งฟรีเจียสะท้อนภาพที่ปรากฏก่อนหน้านี้ในเรื่อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนวลีเชิงวรรณศิลป์ให้เป็นประโยคมาตรฐานที่สมบูรณ์ได้ถูกต้องโดยยังคงความหมายเดิม

  1. People remembered him in the depths of the glittering river and in the rustle of the Phrygian wind.
  2. People remembered in the depths of the glittering river and in the rustle of the Phrygian wind.
  3. The river remembered him, and the wind remembered the people.
  4. The depths of the glittering river and the rustle of the Phrygian wind remembered him.
ดูคำตอบ

People remembered him in the depths of the glittering river and in the rustle of the Phrygian wind.

We really enjoy telling these myths

4:45

เราสนุกกับการเล่าตำนานเหล่านี้มาก

and are on a mission to share stories

4:46

และมีภารกิจในการแบ่งปันเรื่องราว

from all over the world.

4:48

จากทั่วทุกมุมโลก

Help us out and leave your favorite myth in the comments

4:50

ช่วยเราหน่อยและทิ้งตำนานที่คุณชื่นชอบไว้ในความคิดเห็น

and check out this playlist for more myths.

4:53

และตรวจสอบเพลย์ลิสต์นี้สำหรับตำนานเพิ่มเติม