ตัวอักษร 'g' ในภาษาอังกฤษไม่ออกเสียงเมื่อไหร่? / คำศัพท์และกฎของ Silent G: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Pronunciation with Emma

ความยากในการเรียน
510 คำ 152 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: Emma อธิบายว่า G ที่เขียนอยู่ไม่ออกเสียงเมื่อใด โดยเปรียบเทียบ G ที่เป็นอักษรไม่ออกเสียงใน GN และ GH กับ GH ที่ต้นคำ รวมถึงกรณีที่ GH ออกเสียงเป็น F ก่อนจะกล่าวถึงคำที่มาจากภาษากรีกซึ่งมี G ไม่ออกเสียงด้วย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. when the letter G is silent. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: คุณจะเข้าใจว่า silent ในบริบทการออกเสียงเป็นศัพท์ที่หมายถึงตัวอักษรซึ่งปรากฏในรูปเขียนแต่ไม่มีเสียง ไม่ได้หมายถึงเพียง “เงียบ” ตามการใช้ทั่วไป ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามคำอธิบายเกี่ยวกับ GN และ GH ได้โดยไม่สับสนระหว่างการสะกดกับเสียงพูดจริง 2. However, if — การเรียบเรียงเรื่อง วาทกรรม และวาทศิลป์: คุณจะใช้คำเชื่อมนี้เพื่อรวมความขัดแย้งกับเงื่อนไขไว้ในการเปลี่ยนประเด็นสั้น ๆ ได้ จึงอธิบายได้ชัดว่ากฎการออกเสียงใช้ในตำแหน่งหนึ่งแต่เปลี่ยนเมื่อเงื่อนไขต่างออกไป เช่น GH ไม่ออกเสียงใกล้ท้ายคำ แต่ยังออกเสียงเมื่อต้นคำ 3. some words of Greek origin — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: คุณจะเข้าใจ origin ว่าหมายถึงที่มาทางประวัติศาสตร์ของคำ และเชื่อมโยงรากศัพท์กับการสะกดหรือการออกเสียงที่คาดเดาได้ยาก จึงเห็นเหตุผลได้ง่ายขึ้นว่าทำไมคำจากภาษากรีกอย่าง phlegm, diaphragm และ paradigm จึงยังเขียน G ไว้แม้จะไม่ออกเสียง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hi, and welcome back to pronunciation with Emma. วลี

0:03

สวัสดีค่ะ และยินดีต้อนรับกลับสู่การออกเสียงกับ Emma

วลี

welcome back to: การต้อนรับผู้ที่กลับมาชมซีรีส์หรือเข้าร่วมกิจกรรมอีกครั้ง

welcome back to + สถานที่ รายการ หลักสูตร หรือกิจกรรม ใช้ต้อนรับผู้ที่กลับมาอีกครั้ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าผู้ฟังเคยติดตามซีรีส์การออกเสียงนี้มาก่อน ส่วน to นำหน้าสิ่งที่ผู้ฟังกลับมาเข้าร่วม ใช้วลีทั้งหมดเป็นคำเปิดที่เป็นธรรมชาติ แทนการแปล welcome back แยกทีละคำ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้กับชั้นเรียน รายการ ช่อง หรือกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเปิดที่เป็นธรรมชาติสำหรับผู้ที่กลับมาเรียนชั้นเรียนประจำอีกครั้ง

  1. Welcome back to our Saturday art club.
  2. Welcome back our Saturday art club.
  3. Welcome to our Saturday art club.
ดูคำตอบ

Welcome back to our Saturday art club.

In this lesson, ลำดับความ

0:06

ในบทเรียนนี้

we're going to look at when the letter G is silent. โน้ต

0:06

เราจะมาดูกันว่าเมื่อไหร่ที่ตัวอักษร G จะไม่ออกเสียง

ลำดับความ

In this lesson, ...: การกำหนดขอบเขตของบทเรียนปัจจุบัน

เมื่อวาง In this lesson, ไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่ตามมา โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังกล่าวถึงบทเรียนปัจจุบัน และอนุประโยคถัดไปจะบอกหัวข้อของบทเรียน นี่เป็นกรอบสำหรับจัดระเบียบข้อมูล ไม่ใช่คำอธิบายว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่ไหน คุณสามารถเปลี่ยน lesson เป็น video, chapter หรือ presentation ได้เมื่อหน่วยเนื้อหาที่ใหญ่กว่าเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ In this lesson เพื่อแนะนำขอบเขตและหัวข้อของบทเรียน

  1. After the lesson, the plants grew quickly.
  2. In this lesson, we will learn how plants grow.
  3. I enjoyed the lesson yesterday.
ดูคำตอบ

In this lesson, we will learn how plants grow.

วลี

we're going to look at + หัวข้อ

“We're going to look at + หัวข้อ” ใช้เกริ่นว่าสิ่งที่ผู้พูดจะพูดถึงหรือพิจารณาต่อไปคืออะไร ในที่นี้ look at ไม่ได้หมายถึงแค่มองด้วยตา แต่หมายถึงให้ความสนใจกับหัวข้อหนึ่งและอธิบายหัวข้อนั้น “We're going to” แสดงว่านี่คือส่วนถัดไปของบทเรียนที่วางแผนไว้แล้ว จึงช่วยให้ผู้ฟังตามโครงสร้างของบทเรียนได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมบทนำของวิดีโอสอนด้วยสำนวนเป้าหมายจากบันทึกนี้: Today, ____ three simple ways to save energy.

ดูคำตอบ

we're going to look at

การใช้คำ

when the letter G is silent: ตัวอักษรที่ไม่ออกเสียง

ในวลี “the letter G is silent” คำว่า silent หมายถึงมี G อยู่ในการสะกด แต่ไม่ออกเสียงที่ปกติตรงกับตัวอักษรนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ออกเสียงเบามาก “When” หมายถึง “ในคำหรือเงื่อนไขใด” ดังนั้นทั้งวลีจึงกล่าวถึงกรณีที่ G ซึ่งเขียนอยู่ไม่มีเสียง

แบบฝึกหัด

silent หมายถึงอะไรในประโยค “The k in knee is silent”?

  1. ออกเสียงตัว k เบามาก
  2. มีตัว k เขียนอยู่ แต่ไม่ออกเสียง
  3. ผู้พูดหยุดชั่วครู่หลังจากพูดตัว k
ดูคำตอบ

มีตัว k เขียนอยู่ แต่ไม่ออกเสียง

We will also take a look at some cases where โน้ต

0:09

เราจะมาดูบางกรณีที่

the letter G may change its sound completely ไวยากรณ์

0:11

ตัวอักษร G อาจเปลี่ยนเสียงไปอย่างสิ้นเชิง

วลี

take a look at: ชวนให้หันมาดูหรือพิจารณาสั้น ๆ

take a look at + คำนามหรือนามวลี หมายถึง “มอง ตรวจดู หรือพิจารณาสิ่งนั้น” โดยมักสื่อว่าใช้เวลาไม่นาน ในประโยคนี้ we will take a look at ใช้เกริ่นเนื้อหาส่วนถัดไปของบทเรียนและชวนให้ทุกคนหันไปสนใจกลุ่มกรณีต่าง ๆ วลีนี้อาจหมายถึงการมองด้วยตาจริง ๆ แต่ในการอธิบายก็มักหมายถึงการศึกษาข้อมูลหรือคิดพิจารณาหัวข้อหนึ่ง สิ่งที่ต้องการดูวางหลัง at

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย take a look at: Before we choose a route, let's ____ the map together.

ดูคำตอบ

take a look at

ไวยากรณ์

some cases where: ใช้อนุประโยคเพื่อบอกบางกรณี

some cases where + อนุประโยค หมายถึง “บางกรณีที่มีบางสิ่งเกิดขึ้นหรือเป็นจริง” โดย cases เป็นคำนามหลัก และ where ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคขยายความที่อธิบายกรณีเหล่านั้น where ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสถานที่จริงเท่านั้น หลัง where ต้องเป็นอนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเอง เช่น where the letter G may change its sound completely

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย some cases where: Most devices connect automatically, but there are ____ a password is required.

ดูคำตอบ

some cases where

ไวยากรณ์

may change its sound completely: may ที่ใช้บอกความเป็นไปได้

ใน may change its sound completely คำว่า may บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่เสียงจะเปลี่ยนไปทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าเสียงของ G จะเปลี่ยนทุกครั้ง และไม่ได้ใช้เพื่อขออนุญาต ใช้ may + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่ออธิบายผลหรือข้อยกเว้นที่อาจเกิดขึ้นในกฎ change จึงคงรูปพื้นฐานหลัง may ส่วน completely หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ may เพื่อบอกการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่เพื่อขออนุญาตหรือบอกความแน่นอน

  1. May I change the school schedule?
  2. School schedules may change during bad weather.
  3. School schedules always change during bad weather.
ดูคำตอบ

School schedules may change during bad weather.

from the typical G that you may be used to hearing. ไวยากรณ์

0:14

จากเสียง G ปกติที่คุณอาจจะคุ้นเคย

ไวยากรณ์

be used to hearing: โครงสร้าง be used to + -ing

Be used to hearing หมายถึง การได้ยินเสียงนั้นเป็นเรื่องปกติหรือคุ้นเคย เพราะเคยได้ยินมาหลายครั้ง ใน be used to คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาหลัง to ต้องอยู่ในรูป -ing คือ hearing ไม่ใช่ hear รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและเวลาได้ เช่น am used to, is used to หรือ was used to แต่หลัง to ยังคงต้องตามด้วยคำนามหรือคำกริยารูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hear: Nina has lived near the station for years, so she is used to ____ trains at night.

ดูคำตอบ

hearing

Before we get started though, ลำดับความ

0:17

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มต้น

ลำดับความ

Before we get started: การเปลี่ยนช่วงก่อนเข้าสู่หัวข้อหลัก

Before we get started เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงก่อนกิจกรรมหลักจะเริ่มขึ้น ผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังว่าจะขอแจ้งประกาศสั้น ๆ เตือนบางอย่าง หรือบอกสิ่งที่ต้องเตรียมก่อน อนุประโยคที่มี before ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยกำหนดกรอบเวลาก่อนเริ่ม จากนั้นประโยคหลักจะบอกข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องทำก่อนเข้าสู่หัวข้อหลัก get started หมายถึงเริ่มทำกิจกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนช่วงด้วยโครงสร้าง before + we + get started: ____, I have one quick announcement.

ดูคำตอบ

Before we get started

if you are serious about improving your pronunciation and listening skills in English, วลี

0:18

หากคุณจริงจังกับการพัฒนาการออกเสียงและทักษะการฟังภาษาอังกฤษ

วลี

are serious about improving: โครงสร้าง be serious about + -ing

be serious about + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงการมองว่าเป้าหมายสำคัญและพร้อมทุ่มเทจริง ๆ ในที่นี้ are serious about improving แสดงว่าการพัฒนาทักษะเหล่านี้เป็นความตั้งใจจริง ไม่ใช่เพียงความอยากชั่วคราว about เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงต้องใช้รูป -ing เช่น serious about improving ไม่ใช่ serious about improve ส่วนรูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน improve เป็นรูปที่ถูกต้อง: Mia is serious about ____ her reading skills.

ดูคำตอบ

improving

you'd like daily feedback on your pronunciation, วลี

0:22

คุณอยากได้ฟีดแบ็กรายวันเกี่ยวกับการออกเสียงของคุณ

วลี

feedback on your pronunciation: feedback on + ด้านที่เจาะจง

โครงสร้าง feedback on + นามวลี ใช้ระบุหัวข้อ ผลงาน หรือทักษะที่ความคิดเห็นกล่าวถึง ในที่นี้ your pronunciation คือทักษะเฉพาะที่กำลังได้รับการประเมิน โครงสร้างนี้ใช้กับด้านอื่นได้ด้วย เช่น feedback on an essay, feedback on a plan หรือ feedback on a performance

แบบฝึกหัด

ประโยคใดขอความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพวาดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Could you feedback me on my drawing?
  2. Could you give me a feedback on my drawing?
  3. Could you give me some feedback on my drawing?
ดูคำตอบ

Could you give me some feedback on my drawing?

a one-to-one session with me every month การใช้คำ

0:25

แบบตัวต่อตัวกับฉันทุกเดือน

to correct your pronunciation and talk about pronunciation together one-on-one.

0:27

เพื่อแก้ไขการออกเสียงของคุณและพูดคุยเกี่ยวกับการออกเสียงแบบตัวต่อตัว

การใช้คำ

one-to-one ... one-on-one: การใช้หน้าคำนามและหลังคำกริยา

one-to-one และ one-on-one ต่างก็หมายถึงการสื่อสารโดยตรงระหว่างคนสองคน ไม่ได้หมายถึงจำนวนคนที่ต่างกัน ใน a one-to-one session คำว่า one-to-one เป็นคำขยายแบบผสมที่อยู่หน้าคำนาม session ส่วนใน talk ... one-on-one คำว่า one-on-one อยู่หลังกลุ่มคำกริยาและบอกว่าทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงการเรียนแบบส่วนตัว แล้วตามด้วยการพูดคุยโดยตรงระหว่างคนสองคน

  1. We had a group lesson and then spoke one-on-one.
  2. We had a one-to-one lesson and then joined a group discussion.
  3. We had a one-to-one lesson and then spoke one-on-one.
ดูคำตอบ

We had a one-to-one lesson and then spoke one-on-one.

If you are interested as well in a group webinar every month

0:31

หากคุณสนใจการสัมมนาผ่านเว็บแบบกลุ่มทุกเดือนเช่นกัน

and access to over 100 pronunciation lessons, วลี

0:35

และเข้าถึงบทเรียนการออกเสียงมากกว่า 100 บทเรียน

วลี

access to over 100 pronunciation lessons: access to + ทรัพยากร

ในที่นี้ access เป็นคำนาม หมายถึงโอกาสหรือสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากร วลีนี้หมายถึงการสามารถใช้บทเรียนการออกเสียงมากกว่า 100 บทเรียน เมื่อ access เป็นคำนาม ให้ใช้รูป access to + ทรัพยากร คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงต้องอยู่หน้าทรัพยากร เช่น lessons, files, websites และ services

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ access เป็นคำนามได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่ามีสิทธิ์ใช้คลังหลักสูตร?

  1. Members have access to the full course library.
  2. Members have access for the full course library.
  3. Members have access the full course library.
ดูคำตอบ

Members have access to the full course library.

then do check out my pronunciation Pro membership site. น้ำเสียง/เจตนา

0:38

อย่าลืมไปดูเว็บไซต์สมาชิก Pronunciation Pro ของฉัน

น้ำเสียง/เจตนา

do check out: คำเชิญบอกเล่าที่เน้นย้ำมากขึ้น

ในที่นี้ do ไม่ได้หมายถึงการลงมือทำ แต่ใช้วางหน้า check out ซึ่งเป็นคำสั่ง เพื่อเน้นคำแนะนำให้ชัดขึ้น Do check out หมายถึงกรุณาอย่าลืมเข้าไปดู ไม่ใช่การกระทำสองอย่างแยกกัน Check out ในที่นี้หมายถึงการเข้าไปเยี่ยมชมหรือดูบางสิ่งเพื่อรู้จักให้มากขึ้น รูป do + คำกริยารูปพื้นฐาน ช่วยให้คำเชิญที่เป็นมิตรฟังดูกระตือรือร้นหรือหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำที่เป็นมิตรและเน้นหนักด้วย do + check out: ____ our new website.

ดูคำตอบ

Do check out

It's an online pronunciation course

0:41

นี่คือหลักสูตรการออกเสียงออนไลน์

100% dedicated to pronunciation and listening skills. วลี

0:43

ที่เน้นเรื่องการออกเสียงและทักษะการฟังแบบ 100%

วลี

dedicated to pronunciation and listening skills: มุ่งเน้นการออกเสียงและทักษะการฟัง

ในประโยคนี้ dedicated to pronunciation and listening skills หมายความว่าคอร์สมุ่งเน้นสองด้านนี้โดยเฉพาะ วลีนี้บอกจุดประสงค์หลักของคอร์ส และ 100% ย้ำว่าเน้นอย่างเต็มที่ ใช้โครงสร้าง be dedicated to + คำนามหรือรูป -ing ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท จึงใช้ dedicated to teaching ไม่ใช่ dedicated to teach

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ support:This website is dedicated to ____ new readers.

ดูคำตอบ

supporting

I will link it down in the description, วลี

0:47

ฉันจะใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายด้านล่าง

วลี

link it down in the description: ใส่ลิงก์ไว้ในคำอธิบายด้านล่าง

ในภาษาที่ใช้ในวิดีโอออนไลน์ link it down in the description หมายความว่าผู้พูดจะใส่ลิงก์ของแหล่งข้อมูลไว้ในส่วนคำอธิบายวิดีโอ link เป็นคำกริยา และ it หมายถึงแหล่งข้อมูลที่พูดถึงก่อนหน้านี้ down บอกว่าส่วนคำอธิบายอยู่ต่ำลงไปบนหน้าเว็บ ไม่ได้หมายถึง download

แบบฝึกหัด

ในวิดีโอ “I'll link the guide down in the description” หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดจะดาวน์โหลดคู่มือจากส่วนคำอธิบาย
  2. ผู้พูดจะใส่ลิงก์ของคู่มือไว้ในคำอธิบายใต้วิดีโอ
  3. ผู้พูดจะอธิบายคู่มือโดยไม่แชร์ลิงก์
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะใส่ลิงก์ของคู่มือไว้ในคำอธิบายใต้วิดีโอ

then you can go and check it out.

0:48

แล้วคุณสามารถไปลองดูได้

So, our first rule is when we have the letters G and N together ลำดับความ

0:50

กฎข้อแรกของเราคือ เมื่อเรามีตัวอักษร G และ N อยู่ด้วยกัน

ลำดับความ

So, our first rule is when ...: การเข้าสู่กฎข้อแรก

So เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากบทนำไปสู่ประเด็นหลักข้อแรก ส่วน our first rule บอกผู้ฟังว่านี่คือข้อแรกในการอธิบายตามลำดับ โครงสร้าง our first rule is when + อนุประโยค ใช้ when เพื่อเกริ่นเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่กฎนั้นครอบคลุม ทั้งหมดนี้ช่วยจัดทั้งลำดับและเงื่อนไขของคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนจากบทนำเข้าสู่กฎข้อแรกอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วจึงบอกเงื่อนไขของกฎนั้น

  1. Before we begin, the light is red.
  2. We finished our first rule when the light turned red.
  3. So, our first rule is when the light is red: stop and wait.
ดูคำตอบ

So, our first rule is when the light is red: stop and wait.

at the end or towards the end of a word. วลี

0:54

ที่ท้ายคำหรือค่อนไปทางท้ายคำ

วลี

at the end ... towards the end of a word: ตำแหน่งท้ายสุดกับตำแหน่งใกล้ท้าย

At the end of a word หมายถึงตำแหน่งสุดท้ายของคำพอดี ส่วน towards the end of a word หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ใกล้ส่วนท้ายของคำ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งสุดท้าย Or เชื่อมสองตำแหน่งนี้เข้าด้วยกัน กฎจึงครอบคลุมทั้งจุดท้ายสุดพอดีและตำแหน่งที่อยู่ใกล้จุดนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่หมายถึงใกล้ส่วนท้าย แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งสุดท้าย: The silent letter appears ____.

ดูคำตอบ

towards the end of a word

We tend to remove that G completely. ไวยากรณ์

0:57

เรามักจะตัด G นั้นออกไปเลย

ไวยากรณ์

tend to remove: การบอกแนวโน้มที่มักเกิดขึ้น

ในที่นี้ tend to remove หมายความว่า ผู้พูดมักจะละเสียง G โดยบอกว่าเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัวที่ไม่มีข้อยกเว้น โครงสร้างคือ tend to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัย พฤติกรรมที่เกิดซ้ำ หรือแนวโน้มทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกลักษณะที่มักเกิดขึ้นโดยไม่ทำให้เป็นกฎตายตัว?

  1. This vowel tends to sound shorter before p.
  2. This vowel must sound shorter before p.
  3. This vowel always sounds shorter before p.
ดูคำตอบ

This vowel tends to sound shorter before p.

So, don't try and pronounce it. ไวยากรณ์

1:00

ดังนั้น ไม่ต้องพยายามออกเสียงมันนะคะ

ไวยากรณ์

don't try and pronounce it: try and + กริยาในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ

try and + กริยารูปพื้นฐานเป็นโครงสร้างที่พบบ่อยในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ และมีความหมายเกือบเหมือน try to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังว่าอย่าพยายามออกเสียง G ที่ไม่ออกเสียง ใน don't try and pronounce it คำว่า don't ปฏิเสธการพยายามทั้งหมด ส่วน and เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง ไม่ได้แยกการพยายามกับการออกเสียงเป็นสองการกระทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ try and + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง?

  1. Don't try and to say every letter.
  2. Don't try and saying every letter.
  3. Don't try and say every letter.
ดูคำตอบ

Don't try and say every letter.

For example, in align,

1:02

ตัวอย่างเช่น ในคำว่า align

I don't say align gn or anything like that, วลี

1:04

ฉันจะไม่ออกเสียงว่า align gn หรืออะไรแบบนั้น

วลี

or anything like that: จบรายการที่ยกมาไม่ครบ

เมื่อยกตัวอย่างหนึ่งอย่างแล้ว or anything like that หมายถึง “หรือสิ่ง คำพูด หรือการกระทำอื่นที่คล้ายกัน” เป็นการบอกผู้ฟังว่าผู้พูดไม่ได้แจกแจงรายการทั้งหมด ในประโยคปฏิเสธนี้ or รวมวิธีพูดผิดแบบอื่นที่คล้ายกันไว้ในสิ่งที่ผู้พูดบอกว่าไม่ได้พูดด้วย วลีนี้ช่วยจบกลุ่มตัวอย่างอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องบอกทุกตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนที่หมายถึง “หรือสิ่งที่คล้ายกัน”: I don't share passwords, bank details, ____ online.

ดูคำตอบ

or anything like that

but align.

1:06

แต่จะเป็น align

This is completely removed.

1:08

มันถูกตัดออกไปเลย

The next one,

1:10

คำต่อไป

assign.

1:11

assign

Assign.

1:12

Assign

Campaign.

1:15

Campaign

Campaign.

1:16

Campaign

Resign.

1:19

Resign

Resign.

1:20

Resign

Sign.

1:22

Sign

Sign.

1:24

Sign

So, when you have resign,

1:26

ดังนั้น เมื่อคุณเจอคำว่า resign

it's with a Z. วลี

1:28

มันจะเป็นเสียง Z

But sign is with a S.

1:29

แต่ sign จะเป็นเสียง S

วลี

with a Z ... with a S: ใช้ชื่ออักษรบอกเสียง /z/ และ /s/

with ในที่นี้หมายถึง “มีหรือใช้” ไม่ใช่ “อยู่กับใครสักคน” เนื่องจากผู้พูดกำลังเปรียบเทียบการออกเสียง a Z และ a S จึงเป็นป้ายสั้น ๆ สำหรับเสียง /z/ และ /s/ จริง ๆ แล้วทั้งสองคำสะกดด้วยตัวอักษร s โดย resign มีเสียง /z/ อยู่ตรงกลาง ส่วน sign ขึ้นต้นด้วยเสียง /s/ หากไม่มีบริบทเรื่องการออกเสียง with a Z อาจฟังเหมือนกำลังอธิบายการสะกดได้ง่าย ดังนั้นการบอกเสียงแบบเต็มจึงชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ในบทเรียนการออกเสียงนี้ “resign is with a Z, but sign is with a S” หมายความว่าอย่างไร

  1. resign สะกดด้วยตัวอักษร Z แต่ sign สะกดด้วยตัวอักษร S
  2. ตัวอักษร s ใน resign ออกเสียงเป็น /z/ แต่ตัวอักษร s ใน sign ออกเสียงเป็น /s/
  3. ทั้งสองคำออกเสียง g เป็น /g/
ดูคำตอบ

ตัวอักษร s ใน resign ออกเสียงเป็น /z/ แต่ตัวอักษร s ใน sign ออกเสียงเป็น /s/

Champagne.

1:32

Champagne

Champagne.

1:34

Champagne

Cologne.

1:37

Cologne

Cologne.

1:38

Cologne

Design.

1:40

Design

Design.

1:43

Design

Foreign.

1:45

Foreign

Foreign.

1:47

Foreign

The same also goes with foreigner. วลี

1:49

กฎเดียวกันนี้ก็ใช้กับคำว่า foreigner ด้วยเช่นกัน

It doesn't change there either.

1:52

เสียงมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

วลี

The same also goes with foreigner: ขยายกฎเดียวกันไปยังอีกคำหนึ่ง

ในประโยคนี้ The same ... หมายความว่า กฎที่เพิ่งอธิบายสำหรับคำว่า foreign ใช้กับคำว่า foreigner ด้วย The same ชี้ย้อนกลับไปยังกฎเดิม ผู้พูดจึงขยายกฎไปยังตัวอย่างใหม่ได้โดยไม่ต้องอธิบายซ้ำ สำนวนที่ใช้ตามปกติเพื่อเชื่อมความหมายนี้คือ The same goes for foreigner. ส่วน goes with ในต้นฉบับพอเข้าใจได้จากบริบท แต่ไม่ใช่คำบุพบทมาตรฐานเมื่อต้องการบอกว่ากฎเดียวกันใช้กับอีกตัวอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่ากฎก่อนหน้านี้ใช้กับอีกหนึ่งคำด้วย

  1. The same goes for the final word.
  2. The same goes at the final word.
  3. The same goes with the final word.
ดูคำตอบ

The same goes for the final word.

Foreign,

1:54

Foreign,

foreigner.

1:55

foreigner

When you get the G and N at the beginning of a word, ไวยากรณ์

1:57

เมื่อคุณเจอ G และ N ที่จุดเริ่มต้นของคำ

it also disappears. การใช้คำ

2:00

มันก็จะหายไปเช่นกัน

ไวยากรณ์

When you get ... at the beginning of a word: บอกเงื่อนไขของกฎ

When ใช้บอกเงื่อนไขที่ทำให้ผลในประโยคหลักเป็นจริง โครงสร้าง When you get X at the beginning of a word หมายถึง “เมื่อ X ปรากฏอยู่ตรงนั้น” และใช้ได้ดีเมื่อต้องอธิบายกฎการสะกดหรือการออกเสียง ในที่นี้ you หมายถึงคนทั่วไป และ get หมายถึงพบหรือเจอ ไม่ได้หมายถึงได้รับหรือได้มา

แบบฝึกหัด

เติมคำอธิบายในชั้นเรียนด้วยกรอบเงื่อนไขสามคำจากบทเรียน: ____ two vowels at the beginning of a word, check whether they make one sound or two.

ดูคำตอบ

When you get

การใช้คำ

it also disappears: ตัวอักษรยังเขียนอยู่แต่ไม่ออกเสียง

ในที่นี้ it หมายถึงตัว G ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วน disappears ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือยังเขียน G อยู่ แต่ไม่ได้ยินเสียงของมันที่ต้นคำ ในการอธิบายการออกเสียง เราอาจพูดว่าตัวอักษรหรือเสียงหนึ่ง disappear เมื่อผู้พูดไม่ออกเสียงนั้น นี่เป็นการอธิบายสิ่งที่ได้ยิน ไม่ได้หมายความว่าการสะกดเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าข้อความนี้ถูกต้องหรือไม่: ใน it also disappears ต้องลบ G ออกจากการสะกด

  1. ไม่ถูกต้อง
  2. ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

For example,

2:02

ตัวอย่างเช่น

gnome.

2:04

gnome

So, not gnome,

2:05

ดังนั้น ไม่ใช่ gnome

but gnome.

2:06

แต่เป็น gnome

Gnarly.

2:08

Gnarly

Gnarly.

2:10

Gnarly

Gnaw.

2:13

Gnaw

Gnaw.

2:15

Gnaw

Gnal.

2:17

Gnal

Gnal.

2:19

Gnal

Sometimes when you get G and H together

2:21

บางครั้งเมื่อคุณเจอ G และ H อยู่ด้วยกัน

at the end or towards the end of a word,

2:23

ที่ท้ายคำหรือค่อนไปทางท้ายคำ

the G is also completely silent.

2:26

G ก็จะไม่ออกเสียงเลยเช่นกัน

For example,

2:29

ตัวอย่างเช่น

Night.

2:30

Night

Night.

2:32

Night

Weight.

2:33

Weight

Weight.

2:35

Weight

Furlough.

2:37

Furlough

Furlough.

2:39

Furlough

Thorough.

2:42

Thorough

Thorough.

2:44

Thorough

Bough.

2:46

Bough

Bough.

2:48

Bough

And you might be familiar with this city in Scotland. วลี

2:50

และคุณอาจจะคุ้นเคยกับเมืองนี้ในสกอตแลนด์

วลี

you might be familiar with: บอกอย่างนุ่มนวลว่าอีกฝ่ายอาจรู้จักสิ่งนั้น

You might be familiar with หมายความว่า คุณอาจเคยเห็น เคยได้ยิน หรือเคยเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งหนึ่งมาก่อน โดย with ใช้นำหน้าสิ่งที่อาจเป็นที่รู้จัก Might ทำให้ข้อความไม่แน่นอนและไม่ฟันธงมากเกินไป ผู้พูดไม่ได้ทึกทักว่าผู้ฟังต้องรู้จักเมืองนี้ แต่เปิดโอกาสไว้ว่าผู้ฟังอาจไม่รู้จักก็ได้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกอย่างนุ่มนวลว่าผู้ฟังอาจรู้จักแอปนี้อยู่แล้ว

  1. You must be familiar with this app.
  2. You might be familiar with this app.
  3. This app might be familiar with you.
ดูคำตอบ

You might be familiar with this app.

It's Edinburgh.

2:53

มันคือ Edinburgh

Edinburgh.

2:55

Edinburgh

Or Edinburgh.

2:56

หรือ Edinburgh

Edinburgh.

2:58

Edinburgh

So, as we know, ลำดับความ

3:00

ดังนั้น อย่างที่เรารู้กัน

GH at the end of a word or towards the end of a word

3:01

GH ที่ท้ายคำหรือค่อนไปทางท้ายคำ

becomes silent.

3:04

จะไม่ออกเสียง

ลำดับความ

as we know: ย้อนกลับไปยังข้อมูลที่รู้ร่วมกัน

as we know บอกว่าข้อมูลที่กำลังจะตามมาเคยกล่าวถึงแล้วหรือถือว่าเป็นความรู้ที่ผู้พูดกับผู้ฟังรู้ร่วมกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพาผู้ฟังย้อนกลับไปยังกฎการออกเสียงก่อนหน้า แล้วจึงอธิบายต่อ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ได้เพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ หากตัดออก ประโยคยังถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ความเชื่อมโยงกับสิ่งที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้วจะไม่ชัดเท่าเดิม

แบบฝึกหัด

as we know ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. เริ่มเงื่อนไขที่อาจทำให้กฎเปลี่ยนไป
  2. บอกว่าผู้พูดสงสัยกฎที่ตามมา
  3. บอกว่ากฎที่ตามมาเป็นข้อมูลที่รู้ร่วมกันหรือเคยกล่าวถึงแล้ว
ดูคำตอบ

บอกว่ากฎที่ตามมาเป็นข้อมูลที่รู้ร่วมกันหรือเคยกล่าวถึงแล้ว

However, if you get GH at the start of a word, โน้ต

3:05

อย่างไรก็ตาม หากคุณเจอ GH ที่จุดเริ่มต้นของคำ

it's still pronounced.

3:09

มันจะยังคงออกเสียงอยู่

ลำดับความ

However, if: นำเสนอเงื่อนไขที่ขัดกับกรณีทั่วไป

However ย้อนกลับไปเชื่อมกับข้อความก่อนหน้าและบอกว่ามีความขัดแย้ง ส่วน if ที่ตามมาจะนำเสนอเงื่อนไขซึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง เมื่อใช้ร่วมกัน However, if ... จึงหมายความว่ากฎก่อนหน้าเป็นจริงโดยทั่วไป แต่เงื่อนไขนี้เป็นอีกกรณีหนึ่ง อนุประโยค if เพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้ความคิดสมบูรณ์ ต้องเชื่อมกับประโยคหลักที่บอกผลลัพธ์ ในตัวอย่าง เงื่อนไขคือ GH อยู่ต้นคำ และผลลัพธ์คือ GH มีการออกเสียง

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่นำเสนอเงื่อนไขซึ่งขัดกับสถานการณ์ปกติ: “The device normally connects automatically. ___ the battery is empty, it will not turn on.”

  1. However, if
  2. For example, if
  3. Therefore, if
ดูคำตอบ

However, if

วลี

at the start of a word: บอกตำแหน่งต้นคำ

at the start of a word หมายถึงอยู่ในตำแหน่งแรกของคำ ใช้บอกว่าตัวอักษรหรือเสียงปรากฏตรงไหน ในประโยคนี้วลีดังกล่าวบอกว่า GH อยู่ต้นคำ รูปแบบคือ at the start of + คำนาม สามารถเปลี่ยน a word เป็นคำนามอื่นได้ เช่น at the start of a sentence หรือ at the start of a name ถ้าต้องการบอกตำแหน่งตรงข้าม ให้ใช้ at the end of a word

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่บอกตำแหน่งต้นคำ: The letters ph can appear ____, as in phone.

ดูคำตอบ

at the start of a word

So, for example,

3:10

ตัวอย่างเช่น

ghost.

3:11

ghost

We don't remove the G.

3:12

เราไม่ตัด G ออก

It's still there.

3:13

มันยังคงอยู่

G.

3:15

G

Ghost.

3:16

Ghost

Another one is ghoul. ลำดับความ

3:17

อีกคำหนึ่งคือ ghoul

Ghoul.

3:20

Ghoul

ลำดับความ

Another one is ghoul: เพิ่มอีกหนึ่งตัวอย่าง

ประโยค Another one is ghoul บอกผู้ฟังว่า ghoul เป็นรายการถัดไปในชุดตัวอย่างประเภทเดียวกัน another หมายถึงเพิ่มมาอีกหนึ่ง ส่วน one ใช้แทนคำนามที่เข้าใจได้จากบริบทอยู่แล้ว ซึ่งในที่นี้คือ word หรือ example รูปแบบนี้เชื่อมรายการใหม่กับตัวอย่างก่อนหน้าโดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ สามารถนำไปใช้ในรูป Another one is + รายการ

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเพิ่มวิธีเดินทางอีกหนึ่งวิธีลงในรายการที่ยังต่อได้ ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. Another one is by bus.
  2. The first one is by bus.
  3. The other one is by bus.
ดูคำตอบ

Another one is by bus.

In some cases, ลำดับความ

3:22

ในบางกรณี

towards the end of a word,

3:23

ค่อนไปทางท้ายคำ

GH is actually pronounced as F. การใช้คำ

3:24

GH จะออกเสียงเป็น F

ลำดับความ

In some cases: การจำกัดขอบเขตของกฎ

In some cases เป็นวลีที่จำกัดขอบเขตของข้อมูลที่ตามมา เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้บอกว่ากฎต่อไปใช้เฉพาะในบางสถานการณ์ ไม่ได้ใช้กับทุกกรณี ใช้วลีนี้ก่อนอธิบายกฎที่มีข้อยกเว้น การกำหนดขอบเขตก่อนให้ข้อมูลหลักช่วยให้คำอธิบายถูกต้องแม่นยำขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นกฎการสะกดที่ใช้กับคำที่เกี่ยวข้องเพียงบางส่วน?

  1. In most cases, the final letter is silent.
  2. In some cases, the final letter is silent.
  3. In all cases, the final letter is silent.
ดูคำตอบ

In some cases, the final letter is silent.

การใช้คำ

GH is actually pronounced as F: การอธิบายเสียงของรูปสะกด

โครงสร้างกรรมวาจก X is pronounced as Y เชื่อมรูปเขียน X เข้ากับวิธีออกเสียง Y ในที่นี้หมายความว่า GH แทนเสียง /f/ คำว่า pronounced หมายถึง “ถูกพูดหรืออ่านออกเสียงด้วยวิธีหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ” actually แสดงความแตกต่างจากกรณีที่ GH ไม่ออกเสียง เมื่อต้องการระบุเสียงอย่างแม่นยำ GH is pronounced /f/ จะชัดเจนกว่าการเอ่ยชื่ออักษร F

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง be pronounced as เติมประโยคให้สมบูรณ์: The name Sean is ____ Shawn.

ดูคำตอบ

pronounced as

So, we looked at words where GH is silent altogether ลำดับความ

3:27

เราได้ดูคำที่ GH ไม่ออกเสียงเลยไปแล้ว

at the end of words.

3:30

ที่ท้ายคำ

ลำดับความ

we looked at words where ...: การทบทวนหมวดหนึ่ง

We looked at ... ใช้ simple past เพื่อย้อนกลับไปถึงเนื้อหาที่เพิ่งเรียนไป ส่วน words where ... ระบุกลุ่มที่ต้องการด้วยลักษณะที่มีร่วมกัน โดย where ในที่นี้หมายถึง “ซึ่งในนั้น” ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง เมื่อรวมกันแล้ว สำนวนนี้ใช้สรุปหมวดก่อนหน้าก่อนที่บทเรียนจะดำเนินต่อไป ส่วน altogether เน้นความหมายของ silent ว่า GH ไม่ออกเสียงเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ we looked at ... where ...: ____ nouns ____ the plural ending changes.

ดูคำตอบ

We looked at · where

And now we're going to look at a few where ลำดับความ

3:32

และตอนนี้เราจะมาดูบางคำที่

GH is pronounced as F.

3:33

GH ออกเสียงเป็น F

ลำดับความ

And now we're going to look at a few where ...: การเปลี่ยนไปยังกลุ่มถัดไป

And now บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปยังส่วนถัดไป ส่วน we're going to look at ใช้บอกล่วงหน้าว่าต่อไปจะดูอะไร a few ใช้แทน a few words เพราะจากบริบทเป็นที่เข้าใจอยู่แล้วว่ากำลังพูดถึง words ส่วน where นำเสนอลักษณะที่กลุ่มเล็กนี้มีร่วมกัน นั่นคือ GH ออกเสียงเป็น F ดังนั้นในที่นี้จึงมีความหมายว่า “ซึ่งในนั้น” ไม่ใช่ “ที่สถานที่ใด”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนไปยังตัวอย่างกลุ่มเล็กกลุ่มใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และบอกลักษณะที่ตัวอย่างเหล่านั้นมีร่วมกัน?

  1. And now we're going to look at a few examples where the rule changes.
  2. And now we looked at a few examples where will the rule change.
  3. And now we're going to look a few examples which the rule changes.
ดูคำตอบ

And now we're going to look at a few examples where the rule changes.

For example,

3:36

ตัวอย่างเช่น

tough.

3:37

tough

Tough.

3:39

Tough

Enough.

3:41

Enough

Enough.

3:42

Enough

Laugh.

3:44

Laugh

Laugh.

3:46

Laugh

Or laugh.

3:47

หรือ laugh

Laugh.

3:49

Laugh

Cough.

3:51

Cough

Cough.

3:53

Cough

And finally, ลำดับความ

3:55

และสุดท้าย

some words of Greek origin วัฒนธรรม

3:56

บางคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก

also have a silent G.

3:58

ก็มี G ที่ไม่ออกเสียงเช่นกัน

ลำดับความ

ใช้ And finally, เพื่อเกริ่นเข้าสู่ข้อสุดท้าย

And finally, เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่รายการสุดท้ายในลิสต์ คำอธิบาย หรือการนำเสนอ ทำให้ผู้ฟังคาดได้ว่าส่วนนี้ใกล้จบแล้ว And เชื่อมรายการใหม่เข้ากับรายการก่อนหน้า ส่วน finally บอกว่ารายการนี้เป็นรายการสุดท้าย

แบบฝึกหัด

คุณกำลังจะจบการนำเสนอที่มีสามส่วน ประโยคใดเกริ่นเข้าสู่ประเด็นสุดท้ายได้อย่างชัดเจน

  1. And finally, let's look at the last example.
  2. First, let's look at the opening example.
  3. At last, the delayed train arrived.
ดูคำตอบ

And finally, let's look at the last example.

วัฒนธรรม

some words of Greek origin: ระบุต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ของคำ

Some words of Greek origin หมายถึง “คำบางคำที่ท้ายที่สุดแล้วมาจากภาษากรีก” วลี of Greek origin อยู่หลัง words และระบุแหล่งที่มาของคำเหล่านั้น โดย origin ในที่นี้หมายถึงต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ ปัจจุบันคำเหล่านี้อาจเป็นคำภาษาอังกฤษทั่วไป ในประโยคนี้ ประวัติความเป็นมาจากภาษากรีกช่วยอธิบายว่าทำไมการสะกดจึงอาจยังมีตัว G ที่ไม่ออกเสียงในภาษาอังกฤษ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ of + source + origin เพื่อบอกว่าคำเหล่านี้มาจากภาษากรีกในทางประวัติศาสตร์: The dictionary lists several words ____.

ดูคำตอบ

of Greek origin

For example,

4:00

ตัวอย่างเช่น

phlegm.

4:01

phlegm

Phlegm.

4:03

Phlegm

Diaphragm.

4:05

Diaphragm

Diaphragm.

4:07

Diaphragm

And lastly,

4:09

และคำสุดท้าย

paradigm.

4:10

paradigm

Paradigm.

4:12

Paradigm

And that's it for today's video. ลำดับความ

4:14

และนั่นก็คือทั้งหมดสำหรับวิดีโอวันนี้ค่ะ

ลำดับความ

That's it for ... ในฐานะสำนวนปิดท้าย

That's it for ... เป็นสำนวนปิดท้ายที่ใช้กันทั่วไป เพื่อบอกว่าไม่มีกิจกรรมหรือเนื้อหาในส่วนนั้นต่อแล้ว ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกผู้ชมว่าเนื้อหาหลักของวิดีโอวันนี้จบลงแล้ว ข้อความหลัง for ระบุว่าสิ่งใดกำลังจบ เช่น today's video, today's lesson หรือ this section ส่วน And ที่ต้นประโยคช่วยเชื่อมคำปิดท้ายกับเนื้อหาก่อนหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนปิดท้าย That's it for ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: “And ____ today's lesson.”

ดูคำตอบ

that's it for

I hope you've enjoyed it and you've learned something new. น้ำเสียง/เจตนา

4:15

ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับมันและได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ นะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

การปิดท้ายด้วย I hope you've enjoyed ... and you've learned ...

I hope + อนุประโยค เป็นวิธีที่เป็นมิตรในการแสดงความหวังเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้ชม ในที่นี้ you've ทั้งสองตำแหน่งหมายถึง you have ส่วน enjoyed และ learned เป็นคำกริยาช่อง past participle ดังนั้นอนุประโยคทั้งสองจึงใช้ present perfect เมื่ออยู่ท้ายวิดีโอ present perfect จะมองย้อนจากเวลาปัจจุบันไปยังประสบการณ์ที่เพิ่งจบลง ผู้พูดหวังว่าผู้ชมจะทั้งสนุกกับเนื้อหาและได้รับความรู้ใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้ enjoy และ learn ในรูป present perfect แบบย่อ: “I hope ____ the workshop and ____ something useful.”

ดูคำตอบ

you've enjoyed · you've learned

If you have, ไวยากรณ์

4:17

ถ้าใช่

then remember to press the like button. วลี

4:18

ก็อย่าลืมกดปุ่มไลก์นะคะ

ไวยากรณ์

If you have, then remember to ...: ใช้ have เพื่อเลี่ยงการพูดซ้ำ

ใน If you have คำว่า have เป็นกริยาช่วยที่คงไว้แทนวลีกริยา present perfect ที่ยาวกว่า โดยย้อนกลับไปถึงการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า เช่น have enjoyed หรือ have learned ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เป็นเจ้าของ” Then นำเข้าสู่ผลที่เกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขที่ใช้ if เป็นจริง ส่วน remember to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “อย่าลืมทำสิ่งนี้ต่อไป” ในภาษาพูดทั่วไปสามารถละ then ได้

แบบฝึกหัด

คำถามก่อนหน้าคือ ‘Have you saved the document?’ เลือกประโยคที่หลีกเลี่ยงการพูดวลีกริยา present perfect ซ้ำได้อย่างถูกต้อง

  1. If you have, remember to close the program.
  2. If you are, remember to close the program.
  3. If you do, remember to close the program.
ดูคำตอบ

If you have, remember to close the program.

วลี

press the like button: ขอให้ผู้ชมกดถูกใจวิดีโอ

Press the like button หมายถึงการเปิดใช้งานปุ่มถูกใจบนหน้าจอ เพื่อให้วิดีโอได้รับหนึ่งการถูกใจ คำว่า press ใช้กับปุ่มดิจิทัลได้ ไม่ได้หมายถึงการกดวัตถุจริงเท่านั้น นี่เป็นคำชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมที่พบได้บ่อยในวิดีโอและไลฟ์สตรีม ส่วน Like the video เป็นวิธีที่สั้นกว่าและพบได้บ่อยมากในการขอให้ทำสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

บนแพลตฟอร์มวิดีโอ เมื่อผู้พูดกล่าวว่า 'press the like button' ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ชมทำอะไร

  1. เพิ่มระดับเสียง
  2. หยุดวิดีโอชั่วคราว
  3. เปิดใช้งานปุ่มถูกใจเพื่อกดถูกใจวิดีโอ
ดูคำตอบ

เปิดใช้งานปุ่มถูกใจเพื่อกดถูกใจวิดีโอ

It really helps out my channel, กริยาวลี

4:19

มันช่วยช่องของฉันได้มากเลย

helps me out,

4:21

ช่วยฉันได้มาก

helps the video out,

4:22

ช่วยวิดีโอนี้ได้มาก

กริยาวลี

helps out: การช่วยเหลือที่ใช้ได้จริงและตำแหน่งของกรรม

ในที่นี้ helps out หมายถึง “ให้ความช่วยเหลือที่เป็นประโยชน์แก่” วลีนี้ถูกกล่าวซ้ำกับกรรมต่างกัน เพื่อแสดงว่าการกระทำเดียวกันเป็นประโยชน์ต่อช่อง ผู้พูด และวิดีโอ ตรงนี้ out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง เมื่อมีกรรม help out สามารถแยกตำแหน่งได้ โดยพูดได้ทั้ง help out a project และ help a project out ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ปกติจะวางไว้ระหว่าง help กับ out เช่น help me out ไม่ใช่ help out me

แบบฝึกหัด

ใช้ help out และวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: Could you ____ with these boxes?

ดูคำตอบ

help me out

and I would greatly appreciate it. น้ำเสียง/เจตนา

4:23

และฉันจะซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I would greatly appreciate it: การขอบคุณอย่างสุภาพหลังคำขอ

เมื่อใช้หลังคำขอ I would greatly appreciate it หมายถึง “ฉันจะซาบซึ้งมากถ้าคุณทำเช่นนั้น” คำว่า it อ้างถึงการกระทำที่เพิ่งขอไป จึงไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำ Would แสดงว่าความขอบคุณขึ้นอยู่กับความร่วมมือของอีกฝ่ายในอนาคต และทำให้คำขอไม่ตรงเกินไป Greatly เพิ่มระดับความขอบคุณและฟังเป็นทางการหรือหนักแน่นขึ้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยสำนวนสุภาพจากบทเรียนนี้: If you could send the form today, ____.

ดูคำตอบ

I would greatly appreciate it

Remember that if you're interested in improving your pronunciation, ไวยากรณ์

4:24

จำไว้นะคะว่าหากคุณสนใจที่จะพัฒนาการออกเสียงของคุณ

ไวยากรณ์

if you're interested in improving your ...: interested in + -ing

be interested in หมายถึง “สนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” คืออยากรู้เพิ่มเติมหรืออยากทำสิ่งนั้น ในที่นี้ interested in improving your pronunciation หมายถึงสนใจที่จะพัฒนาการออกเสียงของตนเอง in เป็นคำบุพบท ดังนั้นถ้ามีคำกริยาตามหลัง ต้องใช้รูป -ing: interested in improving ไม่ใช่ interested to improving ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ใช้เกริ่นข้อมูลอย่างสุภาพสำหรับผู้ที่มีความสนใจนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ interested in + -ing: If you're ____ your English pronunciation, this course may help.

ดูคำตอบ

interested in improving

my online pronunciation course is linked in the description. วลี

4:28

หลักสูตรการออกเสียงออนไลน์ของฉันมีลิงก์อยู่ในคำอธิบาย

วลี

is linked in the description: ตำแหน่งที่พบเว็บลิงก์

ในบริบทของวิดีโอนี้ is linked หมายถึงมีการใส่เว็บลิงก์ที่กดเพื่อไปยังคอร์สไว้แล้ว ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ “มีความเกี่ยวข้องกัน” in the description บอกตำแหน่งที่หาลิงก์นั้นได้ คือส่วนคำอธิบายด้านล่างหรือด้านข้างวิดีโอ รูปแบบ X is linked in the description หมายถึง “คุณสามารถหาลิงก์ไปยัง X ได้ในคำอธิบายวิดีโอ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าสามารถพบลิงก์ไปยังรายงานฉบับเต็มได้ในส่วนคำอธิบาย

  1. The full report is linked in the description below.
  2. The full report is linking at the description below.
  3. The full report is linked to the description below.
ดูคำตอบ

The full report is linked in the description below.

So, go and check it out.

4:30

ลองไปดูกันนะคะ

I hope you have a fantastic week and I will see you next lesson. วลี

4:32

หวังว่าคุณจะมีสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมและไว้เจอกันบทเรียนหน้านะคะ

วลี

การพูด “I will see you next lesson.” ตอนจบชั้นเรียน

“I will see you next lesson” เป็นคำกล่าวลาแบบเป็นกันเองที่ใช้เมื่อจบชั้นเรียนและคาดว่าจะมีบทเรียนถัดไป ในที่นี้ see you หมายถึง “พบกันอีก” ไม่ใช่ “มองคุณ” Next lesson บอกว่าจะพบกันอีกเมื่อไร ในคำกล่าวลาสั้น ๆ นี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่บอกเวลาโดยตรงเหมือน next week จึงไม่ต้องมีคำบุพบทหรือ the

แบบฝึกหัด

ครูกำลังจะจบชั้นเรียนและคาดว่าจะพบกลุ่มเดิมในบทเรียนถัดไป ประโยคใดเป็นคำกล่าวลาที่เป็นธรรมชาติ?

  1. I'll look at you next lesson.
  2. I'll see you next lesson.
  3. I'll say goodbye next lesson.
ดูคำตอบ

I'll see you next lesson.

Bye-bye.

4:35

บ๊ายบาย