บล็อกตัวต่อ 🧱 | ตอนสั้นบลูอี้แบบเต็ม | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
คำอธิบายวิดีโอ: บลูอีและบิงโกขอให้ปู่ย่าตายายเก็บหอคอยบล็อกไว้จนกว่าจะมาเยี่ยมครั้งถัดไป นานากับบ็อบค่อย ๆ ต่อบล็อกรอบหอคอยและห้ามคนเข้าห้องเพื่อปกป้องมัน แต่เมื่อเด็ก ๆ กลับมา หอคอยกลับไม่ได้ตั้งอยู่เหมือนเดิม ทุกคนยอมรับเหตุที่เกิดขึ้นและตัดสินใจสร้างใหม่ด้วยกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. care you've put into it. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้การใช้ care คู่กับ put into เพื่อชื่นชมเวลา ความใส่ใจ และความพยายามที่คนหนึ่งทุ่มเทให้ผลงานหรืองานชิ้นหนึ่ง ช่วยให้เข้าใจและกล่าวชมได้อบอุ่นเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าผลงานนั้นดี 2. No one's stepping foot in this room — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า step foot in เป็นวิธีเน้นย้ำการเข้าไปในสถานที่หนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องกำหนดขอบเขตอย่างเข้มงวด จึงช่วยให้จับน้ำเสียงมุ่งมั่นที่จะปกป้องของผู้พูดและนำรูปแบบนี้ไปใช้ห้ามอย่างหนักแน่นได้ 3. good at building — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ good at ตามด้วยคำกริยารูป -ing เพื่อบอกว่าคนหนึ่งมีทักษะในกิจกรรมนั้น สามารถปรับใช้เพื่อพูดถึงความสามารถของตนเองหรือผู้อื่น และเข้าใจได้ว่าทำไมหลังบุพบท at จึงใช้ building ไม่ใช่ build
คำอธิบายในบทเรียนนี้
That's special สำหรับการชื่นชมอย่างอบอุ่น
ในประโยคนี้ “That's special” เป็นคำชมที่อบอุ่น special หมายความว่าสิ่งนั้นมีคุณค่าทางใจหรือแสดงถึงความตั้งใจและความเอาใจใส่ ไม่ได้หมายเพียงว่าแตกต่างจากสิ่งทั่วไป คำพูดสั้น ๆ นี้ใช้ชื่นชมงานทำมือ ของขวัญ ความทรงจำ หรือการกระทำที่ใส่ใจผู้อื่นได้ เมื่อเทียบกับ “That's good” แล้ว จะสื่อถึงความสำคัญทางอารมณ์มากกว่า
แบบฝึกหัด
เพื่อนมอบของขวัญที่ทำด้วยตัวเองให้คุณ ประโยคใดแสดงความชื่นชมอย่างอบอุ่นต่อความหมายทางใจของของขวัญชิ้นนั้น?
- That's strange.
- That's special.
- That's ordinary.
ดูคำตอบ
That's special.
What a lot of care สำหรับการขึ้นต้นประโยคอุทาน
“What a lot of care” เป็นการขึ้นต้นประโยคอุทาน ไม่ใช่คำถาม What นำหน้ากลุ่มคำนาม a lot of care และส่วนที่เหลือคือ you've put into it บอกว่าใครเป็นผู้ใส่ใจเช่นนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + กลุ่มคำนาม + ประธาน + กริยา! เนื่องจาก care เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ a lot of care จึงเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติ โครงสร้างนี้ใช้ชื่นชมความตั้งใจหรือความพยายามของใครบางคนอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำชมด้วยวลีอุทานรูป What + a lot of + คำนามที่เรียนในบทนี้ให้ถูกต้อง: ____ you've put into this handmade gift!
ดูคำตอบ
What a lot of care
put care into something: ทุ่มเทความคิดและความใส่ใจ
ใน care you've put into it คำว่า care เป็นคำนาม หมายถึงความคิดและความใส่ใจที่ทุ่มเทเพื่อทำบางสิ่งให้ดี put care into something หมายถึงทุ่มเทความใส่ใจนั้นลงในงาน โดย put into ในที่นี้เป็นการลงทุนลงแรงในเชิงนามธรรม ไม่ใช่การนำสิ่งของใส่เข้าไปจริง ๆ โครงสร้างเต็มคือ the care that you've put into it ภาษาอังกฤษสามารถละ that ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น you've put into it จึงระบุว่าความใส่ใจแบบใดกำลังได้รับคำชม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเขาทุ่มเทความใส่ใจอย่างมากในการทำรายงาน
- He put a lot of care into the report.
- He put the report into his bag carefully.
- He took care of the report after lunch.
ดูคำตอบ
He put a lot of care into the report.
Time to go: สัญญาณในบทสนทนาว่าถึงเวลาต้องไป
Time to go เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปในบทสนทนาของ It's time to go ใช้บอกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกไปหรือเริ่มเคลื่อนที่แล้ว นอกจากนี้ยังใช้ปิดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ได้ด้วย การพูด Time to go เป็นการบอกกลุ่มให้หยุดสิ่งที่กำลังทำและไปยังขั้นต่อไป ในบทสนทนาทั่วไป ผู้ฟังเข้าใจ It's ที่ถูกละไว้ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเติมกลับเข้าไป
แบบฝึกหัด
ใช้วลีสนทนาสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อบอกว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว: The bus is here. ____!
ดูคำตอบ
Time to go
Mum ในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย
Mum เป็นคำเรียก mother แบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปในครอบครัวในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย ในประโยคนี้เด็กกำลังเรียกแม่ของตน ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักสะกดคำเรียกเดียวกันว่า Mom ทั้ง Mum และ Mom แสดงความสัมพันธ์ทางครอบครัวแบบเดียวกัน เป็นเพียงรูปคำที่ต่างกันตามภูมิภาค ไม่ได้หมายถึงญาติคนละประเภท
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย Mum ได้ถูกต้อง?
- Mum หมายถึงคุณย่าหรือคุณยาย ส่วน Mom หมายถึงแม่
- เป็นคำเรียก “แม่” ในครอบครัวที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย และตรงกับ Mom ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
- Mum เป็นได้เพียงชื่อบุคคลและใช้เป็นคำเรียกญาติไม่ได้
ดูคำตอบ
เป็นคำเรียก “แม่” ในครอบครัวที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย และตรงกับ Mom ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
Nana: คำเรียกคุณย่าหรือคุณยายอย่างสนิทสนม
Nana เป็นคำเรียกคุณย่าหรือคุณยายอย่างสนิทสนม โดยเฉพาะในคำพูดของเด็กและบทสนทนาในครอบครัว ในประโยคนี้เครื่องหมายจุลภาคแสดงการเรียกโดยตรง ผู้พูดกำลังขอบคุณคุณย่าหรือคุณยายของตน ดังนั้น Nana ในที่นี้จึงเป็นคำเรียกญาติ ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อบุคคล คำนี้ไม่ได้บอกว่าเป็นแม่ของพ่อหรือแม่ของแม่ แต่ละครอบครัวอาจใช้ Nana, Grandma, Granny หรือคำเรียกอื่น
แบบฝึกหัด
ในประโยคครอบครัว "Thanks, Nana." คำว่า Nana น่าจะหมายถึงใครมากที่สุด?
- ผู้หญิงสูงอายุคนใดก็ได้ ไม่ว่าผู้พูดจะรู้จักหรือไม่
- แม่ของผู้พูด
- คุณย่าหรือคุณยายของผู้พูด
ดูคำตอบ
คุณย่าหรือคุณยายของผู้พูด
We'll see you next Sunday: บอกลาและยืนยันนัดหมาย
ในคำบอกลานี้ We'll see you next Sunday หมายถึง “เราคาดว่าจะได้พบคุณในวันอาทิตย์หน้า” see you หมายถึงการพบกัน ไม่ใช่การมองหรือเฝ้าดูอีกฝ่าย การเติม next Sunday เป็นการยืนยันเวลาที่จะพบกันครั้งถัดไป พร้อมกับจบบทสนทนาอย่างอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
มีการนัดพบกันไว้แล้วในวันอาทิตย์หน้า ประโยคใดใช้บอกลาอย่างเป็นกันเองและยืนยันนัดหมายนี้ได้ด้วย
- We saw you next Sunday.
- We'll see you next Sunday.
- We'll watch you next Sunday.
ดูคำตอบ
We'll see you next Sunday.
Sounds good: ตอบรับข้อเสนอ
Sounds good เป็นวิธีสั้น ๆ และเป็นธรรมชาติในการตอบรับข้อเสนอ แผน หรือการนัดหมาย ในที่นี้หมายถึง “นั่นดูเป็นความคิดที่ดี” ไม่ได้หมายความว่าเสียงจริง ๆ ฟังไพเราะ ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจกันคือ that โดยรูปเต็มคือ That sounds good เมื่อเทียบกับการตอบเพียง Yes สำนวนนี้ยังแสดงปฏิกิริยาเชิงบวกต่อข้อเสนอด้วย
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “Let's meet at ten.” คำตอบใดเป็นการตอบรับแผนนี้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Sounds good.
- I couldn't hear you.
- That sounds familiar.
ดูคำตอบ
Sounds good.
I know what you're going to say: คาดเดาและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ
I know what you're going to say ตามความหมายตรงตัวคือผู้พูดคาดเดาคำพูดต่อไปของอีกฝ่ายได้ แต่ในที่นี้ไม่ได้แค่บอกว่ารู้เท่านั้น ผู้พูดยังตอบขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเตือนจนจบ เพื่อสื่อว่า 'ฉันเข้าใจว่าคุณกังวลเรื่องอะไร' วลีนี้มักตามด้วยคำตอบหรือคำสัญญาทันที หากพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและตอบเรื่องนั้นต่อ ก็ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดคำเตือนที่เห็นได้ชัดซ้ำอีก
แบบฝึกหัด
A: Before you go, please remember— B: I know what you're going to say. I'll lock the back door. B กำลังทำอะไรเป็นหลัก?
- ขอให้ A พูดคำเตือนซ้ำ
- ปฏิเสธที่จะคุยเรื่องประตู
- คาดเดาคำเตือนล่วงหน้าและทำให้ A สบายใจ
ดูคำตอบ
คาดเดาคำเตือนล่วงหน้าและทำให้ A สบายใจ
leave ... exactly how it is: ปล่อยบางสิ่งไว้เหมือนเดิม
ใน leave your block tower exactly how it is คำว่า leave หมายถึงทำให้หรือปล่อยให้สิ่งหนึ่งคงอยู่ในสภาพที่กำหนด ไม่ได้หมายถึงออกจากสถานที่ โครงสร้างคือ leave + กรรม + how it is เช่น leave the tower how it is Exactly เพิ่มความหมายว่าห้ามเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หากกรรมเป็นพหูพจน์ คำสรรพนามและคำกริยาก็ต้องสอดคล้องกัน เช่น leave the settings exactly how they are
แบบฝึกหัด
ของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต้องคงการจัดวางและรูปลักษณ์ปัจจุบันไว้จนกว่าจะถ่ายภาพเสร็จ คำสั่งใดตรงกับความต้องการนี้?
- Please move the display but keep it nearby.
- Please leave the display where it is.
- Please leave the display exactly how it is.
ดูคำตอบ
Please leave the display exactly how it is.
so you can keep building: ใช้ so บอกจุดประสงค์และ keep doing บอกการทำต่อ
ใน so you can keep building คำว่า so ใช้บอกจุดประสงค์ของการปล่อยหอคอยไว้เหมือนเดิม นั่นคือทำเช่นนั้นเพื่อให้อีกฝ่ายกลับมาสร้างต่อได้ภายหลัง ในที่นี้ so มีความหมายใกล้กับ “เพื่อให้” หรือ “แบบนี้ก็จะ...” ไม่ได้เป็นเพียงคำว่า “ดังนั้น” ที่บอกผลลัพธ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do something + so + person + can + คำกริยารูปพื้นฐาน ภายในโครงสร้างนี้ keep + -ing หมายถึง “ทำต่อไป” ดังนั้น keep building จึงหมายถึง “สร้างต่อ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง so + can + keep doing: I saved your draft ____ on it tomorrow.
ดูคำตอบ
so you can keep working
Good day: คำทักทายเปิดในช่วงกลางวันอย่างสุภาพ
Good day ในที่นี้เป็นคำทักทายที่สมบูรณ์ มีหน้าที่คล้าย hello หรือ good morning คำว่า day ไม่ใช่ข้อมูลหลัก และไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี เมื่อใช้เปิดรายการพยากรณ์อากาศ Good day, everyone เป็นการทักทายผู้ชมอย่างสุภาพ ค่อนข้างเป็นทางการหรือมีแบบแผน ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย รูปย่อ G'day เป็นคำทักทายแบบกันเองที่มีลักษณะเฉพาะถิ่นเด่นชัดกว่า
แบบฝึกหัด
ผู้ประกาศพยากรณ์อากาศในช่วงกลางวันต้องการเปิดรายการอย่างสุภาพและค่อนข้างเป็นทางการ ประโยคใดเหมาะที่สุด
- Have a good day, everyone.
- Good day, everyone.
- Good night, everyone.
ดูคำตอบ
Good day, everyone.
thanks for watching: สัญญาณปิดท้ายสื่อวิดีโอ
thanks for watching เป็นวลีปิดท้ายแบบตายตัวที่ใช้บ่อยในวิดีโอและรายการโทรทัศน์ วลีนี้ขอบคุณผู้ชมที่รับชม และยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณในการจัดลำดับเนื้อหาว่ารายการหรือวิดีโอกำลังจะจบ วลีนี้เป็นรูปย่อของ Thank you for watching ในโครงสร้าง thanks for + -ing คำว่า for นำหน้าการกระทำที่ผู้พูดกล่าวขอบคุณ ส่วนกรรมของ watching มักละไว้ เพราะเข้าใจจากบริบทว่าหมายถึงรายการหรือวิดีโอ
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ใช้ขอบคุณผู้ชมให้เป็นคำปิดท้ายวิดีโอมาตรฐาน: Thank you ____.
ดูคำตอบ
for watching
will drop: การคาดการณ์ว่าค่าตัวเลขจะลดลง
ในพยากรณ์นี้ will drop หมายถึงค่าจะลดต่ำลง เนื่องจากประธานคือ The water temperature คำว่า drop จึงอธิบายการลดลงของค่าที่วัดได้ ไม่ใช่การตกทางกายภาพของวัตถุ ตรงนี้ drop เป็นอกรรมกริยา อุณหภูมิคือค่าที่เปลี่ยนและเป็นประธาน จึงไม่ต้องมีกรรม Will แสดงว่าการลดลงนี้เป็นการคาดการณ์ในอนาคต ปริมาณการเปลี่ยนแปลงวางต่อจาก drop ได้โดยตรง เช่น drop a degree or two
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคาดว่าค่าตัวเลขจะลดลง?
- The temperature will drop tonight.
- The temperature will lower tonight.
- The temperature will drop it tonight.
ดูคำตอบ
The temperature will drop tonight.
a degree or two: จำนวนโดยประมาณหนึ่งหรือสอง
ใน a degree or two คำว่า or two ไม่ได้เสนอให้เลือกอย่างเป็นทางการระหว่างหนึ่งองศากับสององศา ทั้งวลีใช้บอกปริมาณเล็กน้อยแบบประมาณการ กล่าวคือคาดว่าอุณหภูมิน้ำจะลดลงราวหนึ่งหรือสององศา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two เช่น a minute or two และ a question or two ใช้เมื่อจำนวนที่แน่นอนไม่สำคัญหรือยังไม่ทราบ
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง a + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two เพื่อสื่อความหมายว่าประมาณหนึ่งหรือสองนาที: I only need ____ to finish this email.
ดูคำตอบ
a minute or two
think so: การตอบว่าใช่แบบยังไม่แน่ใจ
Think so เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ I think so โดย so ใช้แทนใจความทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ทำให้ผู้พูดไม่ต้องพูดซ้ำ think แสดงการคาดคิดมากกว่าความแน่ใจ เมื่อมี Uh นำหน้า คำตอบนี้จึงเอนเอียงไปทางว่าใช่ แต่ฟังดูลังเลและยังไม่ใช่การยืนยันอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Is the café still open?” คุณคิดว่าคำตอบน่าจะใช่ แต่ยังไม่แน่ใจทั้งหมด เลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด
- No, it definitely isn't.
- I think so.
- Yes, I'm completely certain.
ดูคำตอบ
I think so.
synoptic chart: แผนที่ภาพรวมสภาพอากาศ
synoptic chart คือแผนที่อากาศเฉพาะทางที่แสดงภาพรวมของความกดอากาศและระบบอากาศหลักในพื้นที่กว้าง ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายถึงมองไม่เห็นแผนที่ทางเทคนิคที่ปกติแสดงในพยากรณ์อากาศ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาโดยละเอียดเพื่อเข้าใจประโยคนี้
แบบฝึกหัด
ในพยากรณ์อากาศ synoptic chart หมายถึงอะไร
- แผนที่ที่สรุปความกดอากาศและระบบอากาศหลัก
- ตารางที่แสดงเวลาเริ่มรายการโทรทัศน์
- แผนภูมิที่แสดงความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว
ดูคำตอบ
แผนที่ที่สรุปความกดอากาศและระบบอากาศหลัก
hang on: ขอให้รอสักครู่
ในที่นี้ hang on เป็นสำนวนภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “หยุดก่อน” ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง จึงขอหยุดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นชั่วครู่ ใช้เพื่อขอให้อีกฝ่ายรอ หรือบอกว่าตนต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบหรือคิด ในความหมายนี้ hang ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
จู่ ๆ คุณคิดว่าหมายเลขโทรศัพท์อาจผิดและอยากให้เพื่อนยังไม่โทร ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- Go ahead and dial it now.
- Hang on, let me check the number.
- Hang up, let me check the number.
ดูคำตอบ
Hang on, let me check the number.
You want sugar?: คำถามแบบกันเองที่ละ Do
ในคำถามแบบกันเองนี้ You want sugar? มีความหมายว่า Do you want sugar? โดยละกริยาช่วย do ที่ต้นประโยค จึงใช้โครงสร้างที่ดูเหมือนประโยคบอกเล่าเพื่อถามให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ รูปสั้นแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อความสัมพันธ์และสถานการณ์ทำให้รู้ชัดว่าเป็นคำถาม ในที่นี้ผู้พูดกำลังเช็กอย่างรวดเร็วว่า Bob ต้องการใส่น้ำตาลในเครื่องดื่มหรือไม่
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความนี้: เมื่อพบลูกค้าใหม่เป็นครั้งแรก You want coffee? เป็นคำพูดสุภาพที่ปลอดภัยที่สุด
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
Two sugars: น้ำตาลสองส่วนในเครื่องดื่ม
เมื่อพูดถึงชาหรือกาแฟ two sugars หมายถึงน้ำตาลสองส่วน เช่น สองช้อนชา สองก้อน หรือสองซอง โดยปกติ sugar เป็นคำนามนับไม่ได้ แต่สามารถใช้เป็นคำนามนับได้เมื่อ one sugar หมายถึงน้ำตาลหนึ่งส่วนมาตรฐานที่ใส่ลงในเครื่องดื่ม โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงน้ำตาลสองชนิด ขนาดที่แน่นอนของหนึ่งส่วนขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
ในร้านกาแฟ Two sugars, please. โดยทั่วไปหมายความว่าอย่างไร
- กรุณานำเครื่องดื่มไม่ใส่น้ำตาลมาสองแก้ว
- กรุณาให้น้ำตาลต่างชนิดกันสองแบบ
- กรุณาเติมน้ำตาลมาตรฐานสองส่วนลงในเครื่องดื่ม
ดูคำตอบ
กรุณาเติมน้ำตาลมาตรฐานสองส่วนลงในเครื่องดื่ม
Pass me a red one: ขอสิ่งของโดยไม่พูดคำนามซ้ำ
Pass me + สิ่งของ เป็นคำขอแบบตรง ๆ ที่ให้ผู้ฟังยื่นสิ่งนั้นมาให้ผู้พูด ในที่นี้ pass หมายถึงส่งหรือยื่นของให้อีกคน ไม่ได้หมายถึงสอบผ่าน ใน a red one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่รู้กันอยู่แล้วจากสถานการณ์ ซึ่งก็คือบล็อก รูปแบบนี้ช่วยให้ระบุของด้วยสีหรือลักษณะอื่นได้โดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วย pass me + คำคุณศัพท์ + one: I can't reach the blue crayon. ____, please.
ดูคำตอบ
Pass me the blue one
you've got plenty: มีอยู่มากและเพียงพอ
You've got plenty หมายถึงมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพียงพอแล้ว ซึ่งมักจะมากกว่าที่จำเป็น plenty ไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอน เนื่องจากสิ่งที่พูดถึงชัดเจนจากบริบท จึงใช้ plenty เดี่ยว ๆ ได้ในประโยคนี้ แต่ถ้าระบุคำนามให้ใช้ plenty of + คำนาม เมื่อใช้เป็นคำตอบ ประโยคนี้อาจช่วยให้ผู้ฟังสบายใจว่ามีเพียงพอ หรือใช้แย้งอย่างนุ่มนวลว่าไม่จำเป็นต้องมีเพิ่ม
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ You've got plenty มากที่สุด?
- คุณไม่เหลือเลย
- คุณมีอยู่สองชิ้นพอดี
- คุณมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพียงพอแล้ว
ดูคำตอบ
คุณมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพียงพอแล้ว
I think that's it: การสรุปปิดท้ายแบบไม่ฟันธง
ในที่นี้ I think that's it หมายถึงผู้พูดคิดว่างานตรงหน้าเสร็จแล้ว ไม่มีอะไรต้องเพิ่มหรือทำอีก คำว่า it หมายถึงงานทั้งหมดหรือสภาพในตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง I think ทำให้ข้อสรุปฟังไม่ฟันธงเท่ากับ That's it. เป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติเมื่อตรวจครั้งสุดท้ายแล้วต้องการปิดงาน รายการ หรือการพูดคุยอย่างนุ่มนวล
แบบฝึกหัด
ทีมตรวจทุกรายการแล้วและพร้อมออกเดินทาง ประโยคใดใช้ปิดท้ายได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่ฟันธงเกินไป
- I think that's mine. We're ready to leave.
- I think it's over there. We're ready to leave.
- I think that's it. We're ready to leave.
ดูคำตอบ
I think that's it. We're ready to leave.
Well done: คำชมหลังจากทำได้สำเร็จ
Well done เป็นคำชมโดยตรงที่ใช้หลังจากใครบางคนทำบางอย่างสำเร็จหรือทำผลงานได้ดี สามารถใช้เป็นประโยคสั้น ๆ ได้เอง หรือเติมชื่อของคนนั้นตามหลังเหมือนใน Well done, Bob. สำนวนนี้ใช้ประเมินความพยายามหรือผลงานของอีกฝ่าย ในประโยคนี้เป็นคำตอบทางสังคมที่สมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งถูกทำเสร็จอย่างไร
แบบฝึกหัด
เพื่อนเพิ่งต่อภาพปริศนาที่ยากได้สำเร็จ คำตอบใดเป็นคำชมที่เป็นธรรมชาติ
- Well done! You solved it.
- Never mind. You can try another puzzle.
- Watch out! The pieces are falling.
ดูคำตอบ
Well done! You solved it.
get out: ออกไปหรือหนีออกจากสถานที่
ในคำถามนี้ get out หมายถึงออกจากสถานที่ที่เราอยู่ หรือหนีออกจากสถานที่ที่ออกได้ยาก How do we get out? ใช้ถามว่าจะออกไปข้างนอกได้อย่างไร โดย get ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” เมื่อระบุสถานที่ที่ต้องการออก ให้ใช้ get out of + สถานที่: We need to get out of the room.
แบบฝึกหัด
ลิฟต์หยุดและประตูเปิดไม่ได้ คำถามใดใช้ถามว่าจะหนีออกไปได้อย่างไร
- How do we get out?
- How do we go outside?
- How do we get it?
ดูคำตอบ
How do we get out?
No one's stepping foot in this room until the kids get here tomorrow. โน้ต
1:47ห้ามใครก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้จนกว่าเด็กๆ จะมาถึงพรุ่งนี้
No one's stepping foot in this room: คำสั่งห้ามเข้าที่หนักแน่น
No one's เป็นรูปย่อของ no one is ส่วน Stepping foot in this room หมายถึงการเข้ามาในห้อง ไม่ได้หมายถึงเพียงการขยับเท้า ประโยคส่วนนี้จึงหมายความว่าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามา รูป present progressive ใน is stepping แสดงคำสั่งห้ามนี้ว่าเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ส่วนอนุประโยคที่มี until ระบุจุดสิ้นสุดของคำสั่งห้าม ซึ่งมีผลจนกว่าเด็ก ๆ จะมาถึงในวันพรุ่งนี้
แบบฝึกหัด
โรงซ่อมแห่งหนึ่งไม่ปลอดภัย ประโยคใดเป็นคำสั่งห้ามแบบไม่เป็นทางการและแข็งกร้าวจนกว่าการซ่อมจะเสร็จ
- Someone is stepping into the workshop to begin the repairs.
- No one's stepping foot in the workshop until the repairs are finished.
- No one has put a foot under the workshop.
ดูคำตอบ
No one's stepping foot in the workshop until the repairs are finished.
until the kids get here tomorrow: จุดสิ้นสุดของข้อห้าม
ในประโยคนี้ until the kids get here tomorrow บอกเวลาที่ข้อห้ามสิ้นสุดลง ไม่มีใครเข้าไปได้ก่อนที่เด็ก ๆ จะมาถึง โดยการมาถึงของพวกเขาคือจุดแบ่งหลังจากนั้นข้อห้ามนี้จะไม่ใช้แล้ว ในโครงสร้างปฏิเสธอย่าง no one ... until ... การกระทำที่ถูกห้ามจะไม่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย until เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตหลัง until ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple คือ get ไม่ใช่ will get ส่วน get here หมายถึง “มาถึงที่นี่”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าห้องต้องไม่มีใครเข้าไปก่อนที่เด็ก ๆ จะมาถึง
- Everyone must enter the room by the time the children arrive.
- No one can enter the room until the children arrive.
- No one can enter the room after the children arrive.
ดูคำตอบ
No one can enter the room until the children arrive.
watch the footie: การพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ดูฟุตบอล”
watch the footie หมายถึง “ดู football” หรือ “ดูการแข่งขัน football” คำว่า footie เป็นรูปที่ไม่เป็นทางการและฟังเป็นกันเองของ football ใช้โดยเฉพาะในบทสนทนาแบบอังกฤษและออสเตรเลีย กีฬาที่หมายถึงจริง ๆ ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและบริบท ในสหราชอาณาจักรมักหมายถึงฟุตบอลแบบสากล แต่ในออสเตรเลียอาจหมายถึงกีฬาหลายชนิดที่เรียกว่า football ในที่นี้ให้เข้าใจอย่างปลอดภัยว่าเป็นการดูกีฬาที่ใช้ลูกบอลและเรียกว่า football ทางโทรทัศน์
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกเนื้อหาที่ได้ยิน ให้สังเกตความต่างระหว่าง footie /ˈfʊti/ กับ food /fuːd/
- My brother loves footie.
- My brother loves food.
ดูคำตอบ
My brother loves footie.
Have we got the ball?: ใช้ have got บอกการครอบครองในปัจจุบัน
ใน Have we got the ball? โครงสร้าง have got หมายถึง “มี” หรือ “ครอบครอง” อยู่ในขณะนี้ ในบริบทกีฬา have the ball หมายถึงเป็นฝ่ายครองหรือควบคุมบอลอยู่ โครงสร้างคำถามคือ Have + ประธาน + got + กรรม...? โดย got ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ have got ไม่ได้แสดงการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้วด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยโครงสร้าง have got แบบบริติชที่ใช้บอกการครอบครองในปัจจุบัน: ____ a charger?
ดูคำตอบ
Have you got
or not?: ต้องการคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างชัดเจน
การเติม or not ต่อท้ายคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ทำให้ตัวเลือกสองทางชัดเจนขึ้น คือเราครองบอลอยู่หรือไม่ได้ครองบอล และเป็นการขอคำตอบที่แน่นอนแทนคำอธิบายเพิ่มเติม ในประโยคนี้ ส่วนท้ายยังสื่อถึงความเร่งรีบและอาจมีความไม่อดทนด้วย น้ำหนักนี้มาจากถ้อยคำที่ตรงและวิธีพูด จึงอาจฟังเหมือนเร่งรัดมากกว่าคำถามที่ไม่มี or not
แบบฝึกหัด
คำพูดนี้เหมาะสมหรือไม่ เมื่อพบลูกค้าเป็นครั้งแรก คุณพูดว่า “Can you decide now or not?”
- ไม่ค่อยเหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่ค่อยเหมาะสม
leave our blocks up: ปล่อยให้โครงสร้างที่ต่อไว้คงอยู่ตามเดิม
Leave + กรรม + up หมายถึงปล่อยให้สิ่งที่สร้าง แขวน ติดประกาศ หรือจัดแสดงไว้แล้วคงอยู่ในสภาพนั้น ในประโยคนี้ บล็อกถูกต่อเป็นโครงสร้างไว้แล้ว และคำถามคือได้เก็บโครงสร้างนั้นไว้แทนที่จะรื้อหรือไม่ ตรงนี้ up บอกว่าสิ่งนั้นยังอยู่ในสภาพที่ตั้งหรือจัดแสดงไว้ ไม่ได้หมายถึงทิศขึ้นด้านบนอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ leave + กรรม + up เช่น leave the tent up หรือ leave the decorations up
แบบฝึกหัด
ของตกแต่งเทศกาลแขวนไว้แล้ว และคุณต้องการเก็บไว้แบบนั้นจนถึงวันจันทร์ ประโยคใดสื่อแผนนี้ได้ดีที่สุด
- Let's take the decorations down before Monday.
- Let's put the decorations up on Monday.
- Let's leave the decorations up until Monday.
ดูคำตอบ
Let's leave the decorations up until Monday.
Sure did: คำตอบรับสำหรับ Did you ...?
Sure did. เป็นคำตอบรับสั้น ๆ แบบเป็นกันเองสำหรับคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Did you ...? มีความหมายเหมือน Yes, I did แต่ฟังมั่นใจและเป็นภาษาพูดมากกว่าการตอบเพียง Yes did เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนการกระทำในอดีตซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว ใน Did you leave the blocks up? — Sure did. คำว่า did แทน leave the blocks up ไม่ได้บอกการกระทำใหม่
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Did you remember to lock the door?” เลือกคำตอบรับสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง
- Sure can.
- Sure did.
- Sure am.
ดูคำตอบ
Sure did.
take a look: วิธีพูดว่า “ดูสักหน่อย” อย่างเป็นธรรมชาติ
Take a look เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ดูหรือตรวจดูอะไรบางอย่างสั้น ๆ” ในที่นี้ take ไม่ได้แปลว่า “เอา” หรือ “ถือไป” แต่ทำหน้าที่เป็นกริยาเบา โดยความหมายหลักมาจาก look เมื่อต้องการบอกว่าควรดูอะไร ให้ใช้ take a look at + สิ่งของ เช่น take a look at this photo ใน Go and take a look คำว่า go and บอกให้ผู้ฟังไปตรงนั้นก่อนแล้วจึงดู
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่เรียนไปข้างต้น: Could you ____ at this photo?
ดูคำตอบ
take a look
Don't worry, we can start again: ปลอบใจก่อน แล้วเสนอทางแก้
Don't worry ใช้ปลอบให้ผู้ฟังสบายใจ ส่วน we can start again ที่ตามมาเสนอขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง สองส่วนนี้ไม่ได้เพียงบอกว่า “ใจเย็น ๆ” แต่ยังแสดงว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเริ่มใหม่ นี่คือรูปแบบ “ปลอบใจ + ขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง” ที่มีประโยชน์ ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคควรเป็นทางแก้ที่เหมาะกับสถานการณ์จริง
แบบฝึกหัด
เพื่อนเผลอฉีกโมเดลกระดาษที่คุณกำลังทำด้วยกัน ประโยคใดทั้งปลอบเพื่อนและเสนอขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง?
- Don't worry, but nothing can be done.
- You need to start again because this is your fault.
- Don't worry, we can start again.
ดูคำตอบ
Don't worry, we can start again.
Can you help us ...? สำหรับขอความช่วยเหลือ
Can you help us ...? ใช้โครงสร้าง Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ในที่นี้ can ใช้เพื่อขอร้อง ไม่ได้เน้นถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถหรือไม่ หลัง help สามารถใส่ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือได้ เช่น help me, help us หรือ help them และใส่คำกริยารูปพื้นฐานต่อเพื่อบอกงานที่อยากให้ช่วยได้ เช่น help us carry these boxes
แบบฝึกหัด
เติมคำขอด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียน: ____ carry these chairs?
ดูคำตอบ
Can you help us
Sure thing: การตอบรับคำขออย่างเป็นมิตรและเต็มใจ
Sure thing เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการและเป็นมิตรสำหรับตอบรับคำขอ มีความหมายใกล้กับ Of course หรือ No problem และแสดงว่าผู้พูดเต็มใจช่วย ในที่นี้ thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่ Sure thing ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำตอบตายตัว โดยทั่วไปจะฟังดูกระตือรือร้นกว่าการตอบเพียงคำว่า Sure เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: "Can you send me the photo?" "____! I'll send it now."
ดูคำตอบ
Sure thing
good at building: be good at + กริยารูป -ing
good at building หมายถึงเก่งในกิจกรรมการสร้าง ในประโยคนี้ are สอดคล้องกับประธาน Bobba and I ที่หมายถึงคนสองคน ส่วน building แสดงการกระทำใน building block towers รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + good at + คำนามหรือกริยารูป -ing เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท เมื่อตามด้วยการกระทำจึงใช้ building ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน build
แบบฝึกหัด
ใช้ build ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Ava is good at ____ model bridges.
ดูคำตอบ
building