บล็อกตัวต่อ 🧱 | ตอนสั้นบลูอี้แบบเต็ม | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
225 คำ 167 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บลูอีและบิงโกขอให้ปู่ย่าตายายเก็บหอคอยบล็อกไว้จนกว่าจะมาเยี่ยมครั้งถัดไป นานากับบ็อบค่อย ๆ ต่อบล็อกรอบหอคอยและห้ามคนเข้าห้องเพื่อปกป้องมัน แต่เมื่อเด็ก ๆ กลับมา หอคอยกลับไม่ได้ตั้งอยู่เหมือนเดิม ทุกคนยอมรับเหตุที่เกิดขึ้นและตัดสินใจสร้างใหม่ด้วยกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. care you've put into it. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้การใช้ care คู่กับ put into เพื่อชื่นชมเวลา ความใส่ใจ และความพยายามที่คนหนึ่งทุ่มเทให้ผลงานหรืองานชิ้นหนึ่ง ช่วยให้เข้าใจและกล่าวชมได้อบอุ่นเจาะจงกว่าการบอกเพียงว่าผลงานนั้นดี 2. No one's stepping foot in this room — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่า step foot in เป็นวิธีเน้นย้ำการเข้าไปในสถานที่หนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องกำหนดขอบเขตอย่างเข้มงวด จึงช่วยให้จับน้ำเสียงมุ่งมั่นที่จะปกป้องของผู้พูดและนำรูปแบบนี้ไปใช้ห้ามอย่างหนักแน่นได้ 3. good at building — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ good at ตามด้วยคำกริยารูป -ing เพื่อบอกว่าคนหนึ่งมีทักษะในกิจกรรมนั้น สามารถปรับใช้เพื่อพูดถึงความสามารถของตนเองหรือผู้อื่น และเข้าใจได้ว่าทำไมหลังบุพบท at จึงใช้ building ไม่ใช่ build

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Oh, boy.

0:05

โอ้โฮ

That's special, girls. น้ำเสียง/เจตนา

0:06

พิเศษมากเลยจ้ะ เด็กๆ

น้ำเสียง/เจตนา

That's special สำหรับการชื่นชมอย่างอบอุ่น

ในประโยคนี้ “That's special” เป็นคำชมที่อบอุ่น special หมายความว่าสิ่งนั้นมีคุณค่าทางใจหรือแสดงถึงความตั้งใจและความเอาใจใส่ ไม่ได้หมายเพียงว่าแตกต่างจากสิ่งทั่วไป คำพูดสั้น ๆ นี้ใช้ชื่นชมงานทำมือ ของขวัญ ความทรงจำ หรือการกระทำที่ใส่ใจผู้อื่นได้ เมื่อเทียบกับ “That's good” แล้ว จะสื่อถึงความสำคัญทางอารมณ์มากกว่า

แบบฝึกหัด

เพื่อนมอบของขวัญที่ทำด้วยตัวเองให้คุณ ประโยคใดแสดงความชื่นชมอย่างอบอุ่นต่อความหมายทางใจของของขวัญชิ้นนั้น?

  1. That's strange.
  2. That's special.
  3. That's ordinary.
ดูคำตอบ

That's special.

Thanks.

0:08

ขอบคุณค่ะ

What a lot of care you've put into it. โน้ต

0:09

หลานๆ ใส่ใจกับมันมากเลยนะเนี่ย

ไวยากรณ์

What a lot of care สำหรับการขึ้นต้นประโยคอุทาน

“What a lot of care” เป็นการขึ้นต้นประโยคอุทาน ไม่ใช่คำถาม What นำหน้ากลุ่มคำนาม a lot of care และส่วนที่เหลือคือ you've put into it บอกว่าใครเป็นผู้ใส่ใจเช่นนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + กลุ่มคำนาม + ประธาน + กริยา! เนื่องจาก care เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ a lot of care จึงเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติ โครงสร้างนี้ใช้ชื่นชมความตั้งใจหรือความพยายามของใครบางคนอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำชมด้วยวลีอุทานรูป What + a lot of + คำนามที่เรียนในบทนี้ให้ถูกต้อง: ____ you've put into this handmade gift!

ดูคำตอบ

What a lot of care

วลี

put care into something: ทุ่มเทความคิดและความใส่ใจ

ใน care you've put into it คำว่า care เป็นคำนาม หมายถึงความคิดและความใส่ใจที่ทุ่มเทเพื่อทำบางสิ่งให้ดี put care into something หมายถึงทุ่มเทความใส่ใจนั้นลงในงาน โดย put into ในที่นี้เป็นการลงทุนลงแรงในเชิงนามธรรม ไม่ใช่การนำสิ่งของใส่เข้าไปจริง ๆ โครงสร้างเต็มคือ the care that you've put into it ภาษาอังกฤษสามารถละ that ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น you've put into it จึงระบุว่าความใส่ใจแบบใดกำลังได้รับคำชม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเขาทุ่มเทความใส่ใจอย่างมากในการทำรายงาน

  1. He put a lot of care into the report.
  2. He put the report into his bag carefully.
  3. He took care of the report after lunch.
ดูคำตอบ

He put a lot of care into the report.

Time to go, girls. วลี

0:12

ได้เวลากลับแล้วจ้ะ เด็กๆ

วลี

Time to go: สัญญาณในบทสนทนาว่าถึงเวลาต้องไป

Time to go เป็นรูปย่อที่ใช้กันทั่วไปในบทสนทนาของ It's time to go ใช้บอกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกไปหรือเริ่มเคลื่อนที่แล้ว นอกจากนี้ยังใช้ปิดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ได้ด้วย การพูด Time to go เป็นการบอกกลุ่มให้หยุดสิ่งที่กำลังทำและไปยังขั้นต่อไป ในบทสนทนาทั่วไป ผู้ฟังเข้าใจ It's ที่ถูกละไว้ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเติมกลับเข้าไป

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสนทนาสามคำจากบทเรียนนี้เพื่อบอกว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว: The bus is here. ____!

ดูคำตอบ

Time to go

Mum! การใช้คำ

0:13

แม่คะ!

การใช้คำ

Mum ในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย

Mum เป็นคำเรียก mother แบบไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไปในครอบครัวในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย ในประโยคนี้เด็กกำลังเรียกแม่ของตน ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักสะกดคำเรียกเดียวกันว่า Mom ทั้ง Mum และ Mom แสดงความสัมพันธ์ทางครอบครัวแบบเดียวกัน เป็นเพียงรูปคำที่ต่างกันตามภูมิภาค ไม่ได้หมายถึงญาติคนละประเภท

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย Mum ได้ถูกต้อง?

  1. Mum หมายถึงคุณย่าหรือคุณยาย ส่วน Mom หมายถึงแม่
  2. เป็นคำเรียก “แม่” ในครอบครัวที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย และตรงกับ Mom ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
  3. Mum เป็นได้เพียงชื่อบุคคลและใช้เป็นคำเรียกญาติไม่ได้
ดูคำตอบ

เป็นคำเรียก “แม่” ในครอบครัวที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริเตนและออสเตรเลีย และตรงกับ Mom ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน

Thanks, Nana. การใช้คำ

0:15

ขอบคุณค่ะ นาน่า

การใช้คำ

Nana: คำเรียกคุณย่าหรือคุณยายอย่างสนิทสนม

Nana เป็นคำเรียกคุณย่าหรือคุณยายอย่างสนิทสนม โดยเฉพาะในคำพูดของเด็กและบทสนทนาในครอบครัว ในประโยคนี้เครื่องหมายจุลภาคแสดงการเรียกโดยตรง ผู้พูดกำลังขอบคุณคุณย่าหรือคุณยายของตน ดังนั้น Nana ในที่นี้จึงเป็นคำเรียกญาติ ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อบุคคล คำนี้ไม่ได้บอกว่าเป็นแม่ของพ่อหรือแม่ของแม่ แต่ละครอบครัวอาจใช้ Nana, Grandma, Granny หรือคำเรียกอื่น

แบบฝึกหัด

ในประโยคครอบครัว "Thanks, Nana." คำว่า Nana น่าจะหมายถึงใครมากที่สุด?

  1. ผู้หญิงสูงอายุคนใดก็ได้ ไม่ว่าผู้พูดจะรู้จักหรือไม่
  2. แม่ของผู้พูด
  3. คุณย่าหรือคุณยายของผู้พูด
ดูคำตอบ

คุณย่าหรือคุณยายของผู้พูด

We'll see you next Sunday. น้ำเสียง/เจตนา

0:16

แล้วเจอกันวันอาทิตย์หน้านะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

We'll see you next Sunday: บอกลาและยืนยันนัดหมาย

ในคำบอกลานี้ We'll see you next Sunday หมายถึง “เราคาดว่าจะได้พบคุณในวันอาทิตย์หน้า” see you หมายถึงการพบกัน ไม่ใช่การมองหรือเฝ้าดูอีกฝ่าย การเติม next Sunday เป็นการยืนยันเวลาที่จะพบกันครั้งถัดไป พร้อมกับจบบทสนทนาอย่างอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

มีการนัดพบกันไว้แล้วในวันอาทิตย์หน้า ประโยคใดใช้บอกลาอย่างเป็นกันเองและยืนยันนัดหมายนี้ได้ด้วย

  1. We saw you next Sunday.
  2. We'll see you next Sunday.
  3. We'll watch you next Sunday.
ดูคำตอบ

We'll see you next Sunday.

Oh, yes.

0:17

โอ้ ได้สิ

Sounds good. น้ำเสียง/เจตนา

0:18

ฟังดูดีเลย

น้ำเสียง/เจตนา

Sounds good: ตอบรับข้อเสนอ

Sounds good เป็นวิธีสั้น ๆ และเป็นธรรมชาติในการตอบรับข้อเสนอ แผน หรือการนัดหมาย ในที่นี้หมายถึง “นั่นดูเป็นความคิดที่ดี” ไม่ได้หมายความว่าเสียงจริง ๆ ฟังไพเราะ ประธานที่ละไว้แต่เข้าใจกันคือ that โดยรูปเต็มคือ That sounds good เมื่อเทียบกับการตอบเพียง Yes สำนวนนี้ยังแสดงปฏิกิริยาเชิงบวกต่อข้อเสนอด้วย

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “Let's meet at ten.” คำตอบใดเป็นการตอบรับแผนนี้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Sounds good.
  2. I couldn't hear you.
  3. That sounds familiar.
ดูคำตอบ

Sounds good.

Bye, girls.

0:18

บ๊ายบาย เด็กๆ

Bye.

0:19

บ๊ายบาย

Um, Nana?

0:21

เอิ่ม นาน่าคะ?

Bluey,

0:22

บลูอี้

I know what you're going to say. น้ำเสียง/เจตนา

0:23

ย่ารู้ว่าหลานจะพูดอะไร

น้ำเสียง/เจตนา

I know what you're going to say: คาดเดาและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ

I know what you're going to say ตามความหมายตรงตัวคือผู้พูดคาดเดาคำพูดต่อไปของอีกฝ่ายได้ แต่ในที่นี้ไม่ได้แค่บอกว่ารู้เท่านั้น ผู้พูดยังตอบขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะเตือนจนจบ เพื่อสื่อว่า 'ฉันเข้าใจว่าคุณกังวลเรื่องอะไร' วลีนี้มักตามด้วยคำตอบหรือคำสัญญาทันที หากพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและตอบเรื่องนั้นต่อ ก็ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดคำเตือนที่เห็นได้ชัดซ้ำอีก

แบบฝึกหัด

A: Before you go, please remember— B: I know what you're going to say. I'll lock the back door. B กำลังทำอะไรเป็นหลัก?

  1. ขอให้ A พูดคำเตือนซ้ำ
  2. ปฏิเสธที่จะคุยเรื่องประตู
  3. คาดเดาคำเตือนล่วงหน้าและทำให้ A สบายใจ
ดูคำตอบ

คาดเดาคำเตือนล่วงหน้าและทำให้ A สบายใจ

Yes, I will leave your block tower วลี

0:25

จ้ะ ย่าจะเก็บหอคอยบล็อกของหลานไว้

exactly how it is

0:27

ให้อยู่ในสภาพเดิมเป๊ะเลย

so you can keep building next Sunday. ไวยากรณ์

0:29

หลานจะได้มาต่อได้ในวันอาทิตย์หน้า

วลี

leave ... exactly how it is: ปล่อยบางสิ่งไว้เหมือนเดิม

ใน leave your block tower exactly how it is คำว่า leave หมายถึงทำให้หรือปล่อยให้สิ่งหนึ่งคงอยู่ในสภาพที่กำหนด ไม่ได้หมายถึงออกจากสถานที่ โครงสร้างคือ leave + กรรม + how it is เช่น leave the tower how it is Exactly เพิ่มความหมายว่าห้ามเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หากกรรมเป็นพหูพจน์ คำสรรพนามและคำกริยาก็ต้องสอดคล้องกัน เช่น leave the settings exactly how they are

แบบฝึกหัด

ของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต้องคงการจัดวางและรูปลักษณ์ปัจจุบันไว้จนกว่าจะถ่ายภาพเสร็จ คำสั่งใดตรงกับความต้องการนี้?

  1. Please move the display but keep it nearby.
  2. Please leave the display where it is.
  3. Please leave the display exactly how it is.
ดูคำตอบ

Please leave the display exactly how it is.

ไวยากรณ์

so you can keep building: ใช้ so บอกจุดประสงค์และ keep doing บอกการทำต่อ

ใน so you can keep building คำว่า so ใช้บอกจุดประสงค์ของการปล่อยหอคอยไว้เหมือนเดิม นั่นคือทำเช่นนั้นเพื่อให้อีกฝ่ายกลับมาสร้างต่อได้ภายหลัง ในที่นี้ so มีความหมายใกล้กับ “เพื่อให้” หรือ “แบบนี้ก็จะ...” ไม่ได้เป็นเพียงคำว่า “ดังนั้น” ที่บอกผลลัพธ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ do something + so + person + can + คำกริยารูปพื้นฐาน ภายในโครงสร้างนี้ keep + -ing หมายถึง “ทำต่อไป” ดังนั้น keep building จึงหมายถึง “สร้างต่อ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง so + can + keep doing: I saved your draft ____ on it tomorrow.

ดูคำตอบ

so you can keep working

Hey!

0:32

เย้!

Oh, dear.

0:37

โอ้ แย่ละ

Good day, everyone, การใช้คำ

0:38

สวัสดีทุกคน

การใช้คำ

Good day: คำทักทายเปิดในช่วงกลางวันอย่างสุภาพ

Good day ในที่นี้เป็นคำทักทายที่สมบูรณ์ มีหน้าที่คล้าย hello หรือ good morning คำว่า day ไม่ใช่ข้อมูลหลัก และไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี เมื่อใช้เปิดรายการพยากรณ์อากาศ Good day, everyone เป็นการทักทายผู้ชมอย่างสุภาพ ค่อนข้างเป็นทางการหรือมีแบบแผน ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย รูปย่อ G'day เป็นคำทักทายแบบกันเองที่มีลักษณะเฉพาะถิ่นเด่นชัดกว่า

แบบฝึกหัด

ผู้ประกาศพยากรณ์อากาศในช่วงกลางวันต้องการเปิดรายการอย่างสุภาพและค่อนข้างเป็นทางการ ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Have a good day, everyone.
  2. Good day, everyone.
  3. Good night, everyone.
ดูคำตอบ

Good day, everyone.

and thanks for watching. ลำดับความ

0:39

และขอบคุณที่รับชมครับ

ลำดับความ

thanks for watching: สัญญาณปิดท้ายสื่อวิดีโอ

thanks for watching เป็นวลีปิดท้ายแบบตายตัวที่ใช้บ่อยในวิดีโอและรายการโทรทัศน์ วลีนี้ขอบคุณผู้ชมที่รับชม และยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณในการจัดลำดับเนื้อหาว่ารายการหรือวิดีโอกำลังจะจบ วลีนี้เป็นรูปย่อของ Thank you for watching ในโครงสร้าง thanks for + -ing คำว่า for นำหน้าการกระทำที่ผู้พูดกล่าวขอบคุณ ส่วนกรรมของ watching มักละไว้ เพราะเข้าใจจากบริบทว่าหมายถึงรายการหรือวิดีโอ

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้ขอบคุณผู้ชมให้เป็นคำปิดท้ายวิดีโอมาตรฐาน: Thank you ____.

ดูคำตอบ

for watching

The water temperature will drop a degree or two. โน้ต

0:40

อุณหภูมิของน้ำจะลดลงหนึ่งถึงสององศา

การใช้คำ

will drop: การคาดการณ์ว่าค่าตัวเลขจะลดลง

ในพยากรณ์นี้ will drop หมายถึงค่าจะลดต่ำลง เนื่องจากประธานคือ The water temperature คำว่า drop จึงอธิบายการลดลงของค่าที่วัดได้ ไม่ใช่การตกทางกายภาพของวัตถุ ตรงนี้ drop เป็นอกรรมกริยา อุณหภูมิคือค่าที่เปลี่ยนและเป็นประธาน จึงไม่ต้องมีกรรม Will แสดงว่าการลดลงนี้เป็นการคาดการณ์ในอนาคต ปริมาณการเปลี่ยนแปลงวางต่อจาก drop ได้โดยตรง เช่น drop a degree or two

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคาดว่าค่าตัวเลขจะลดลง?

  1. The temperature will drop tonight.
  2. The temperature will lower tonight.
  3. The temperature will drop it tonight.
ดูคำตอบ

The temperature will drop tonight.

วลี

a degree or two: จำนวนโดยประมาณหนึ่งหรือสอง

ใน a degree or two คำว่า or two ไม่ได้เสนอให้เลือกอย่างเป็นทางการระหว่างหนึ่งองศากับสององศา ทั้งวลีใช้บอกปริมาณเล็กน้อยแบบประมาณการ กล่าวคือคาดว่าอุณหภูมิน้ำจะลดลงราวหนึ่งหรือสององศา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two เช่น a minute or two และ a question or two ใช้เมื่อจำนวนที่แน่นอนไม่สำคัญหรือยังไม่ทราบ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง a + คำนามนับได้เอกพจน์ + or two เพื่อสื่อความหมายว่าประมาณหนึ่งหรือสองนาที: I only need ____ to finish this email.

ดูคำตอบ

a minute or two

I can't see.

0:43

ปู่มองไม่เห็นเลย

Is that a rain cloud?

0:44

นั่นเมฆฝนหรือเปล่า?

Uh, think so. น้ำเสียง/เจตนา

0:46

เอ่อ น่าจะใช่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

think so: การตอบว่าใช่แบบยังไม่แน่ใจ

Think so เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ I think so โดย so ใช้แทนใจความทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ทำให้ผู้พูดไม่ต้องพูดซ้ำ think แสดงการคาดคิดมากกว่าความแน่ใจ เมื่อมี Uh นำหน้า คำตอบนี้จึงเอนเอียงไปทางว่าใช่ แต่ฟังดูลังเลและยังไม่ใช่การยืนยันอย่างเต็มที่

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Is the café still open?” คุณคิดว่าคำตอบน่าจะใช่ แต่ยังไม่แน่ใจทั้งหมด เลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

  1. No, it definitely isn't.
  2. I think so.
  3. Yes, I'm completely certain.
ดูคำตอบ

I think so.

Well,

0:47

เอาล่ะ

I can't see the synoptic chart. วัฒนธรรม

0:47

ปู่มองไม่เห็นแผนที่อากาศเลย

วัฒนธรรม

synoptic chart: แผนที่ภาพรวมสภาพอากาศ

synoptic chart คือแผนที่อากาศเฉพาะทางที่แสดงภาพรวมของความกดอากาศและระบบอากาศหลักในพื้นที่กว้าง ในประโยคนี้ ผู้พูดหมายถึงมองไม่เห็นแผนที่ทางเทคนิคที่ปกติแสดงในพยากรณ์อากาศ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาโดยละเอียดเพื่อเข้าใจประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในพยากรณ์อากาศ synoptic chart หมายถึงอะไร

  1. แผนที่ที่สรุปความกดอากาศและระบบอากาศหลัก
  2. ตารางที่แสดงเวลาเริ่มรายการโทรทัศน์
  3. แผนภูมิที่แสดงความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว
ดูคำตอบ

แผนที่ที่สรุปความกดอากาศและระบบอากาศหลัก

Oh, hang on. กริยาวลี

0:49

โอ้ เดี๋ยวนะ

กริยาวลี

hang on: ขอให้รอสักครู่

ในที่นี้ hang on เป็นสำนวนภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “รอสักครู่” หรือ “หยุดก่อน” ผู้พูดเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง จึงขอหยุดสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นชั่วครู่ ใช้เพื่อขอให้อีกฝ่ายรอ หรือบอกว่าตนต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบหรือคิด ในความหมายนี้ hang ไม่ได้มีความหมายตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

จู่ ๆ คุณคิดว่าหมายเลขโทรศัพท์อาจผิดและอยากให้เพื่อนยังไม่โทร ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Go ahead and dial it now.
  2. Hang on, let me check the number.
  3. Hang up, let me check the number.
ดูคำตอบ

Hang on, let me check the number.

Yep.

0:50

ใช่เลย

Yep, definitely a sunny face.

0:51

ใช่ เป็นหน้ายิ้มแดดออกแน่นอน

You want sugar, Bob? น้ำเสียง/เจตนา

0:56

เอาน้ำตาลไหม บ็อบ?

น้ำเสียง/เจตนา

You want sugar?: คำถามแบบกันเองที่ละ Do

ในคำถามแบบกันเองนี้ You want sugar? มีความหมายว่า Do you want sugar? โดยละกริยาช่วย do ที่ต้นประโยค จึงใช้โครงสร้างที่ดูเหมือนประโยคบอกเล่าเพื่อถามให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ รูปสั้นแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อความสัมพันธ์และสถานการณ์ทำให้รู้ชัดว่าเป็นคำถาม ในที่นี้ผู้พูดกำลังเช็กอย่างรวดเร็วว่า Bob ต้องการใส่น้ำตาลในเครื่องดื่มหรือไม่

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความนี้: เมื่อพบลูกค้าใหม่เป็นครั้งแรก You want coffee? เป็นคำพูดสุภาพที่ปลอดภัยที่สุด

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

Two sugars, yes, please. การใช้คำ

0:58

ขอสองก้อน ใช่ รบกวนด้วย

การใช้คำ

Two sugars: น้ำตาลสองส่วนในเครื่องดื่ม

เมื่อพูดถึงชาหรือกาแฟ two sugars หมายถึงน้ำตาลสองส่วน เช่น สองช้อนชา สองก้อน หรือสองซอง โดยปกติ sugar เป็นคำนามนับไม่ได้ แต่สามารถใช้เป็นคำนามนับได้เมื่อ one sugar หมายถึงน้ำตาลหนึ่งส่วนมาตรฐานที่ใส่ลงในเครื่องดื่ม โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงน้ำตาลสองชนิด ขนาดที่แน่นอนของหนึ่งส่วนขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

ในร้านกาแฟ Two sugars, please. โดยทั่วไปหมายความว่าอย่างไร

  1. กรุณานำเครื่องดื่มไม่ใส่น้ำตาลมาสองแก้ว
  2. กรุณาให้น้ำตาลต่างชนิดกันสองแบบ
  3. กรุณาเติมน้ำตาลมาตรฐานสองส่วนลงในเครื่องดื่ม
ดูคำตอบ

กรุณาเติมน้ำตาลมาตรฐานสองส่วนลงในเครื่องดื่ม

Knees right...

1:10

เข่าไปทางขวา...

Though he's dunkin.

1:11

ทั้งๆ ที่เขากำลังจุ่มบิสกิตอยู่นะ

Oh, no.

1:13

โอ้ ไม่นะ

Oh, Bobba.

1:20

โอ้ บ็อบบ้า

Pass me a red one, Bobba. น้ำเสียง/เจตนา

1:24

ส่งสีแดงมาให้ฉันหน่อย บ็อบบ้า

น้ำเสียง/เจตนา

Pass me a red one: ขอสิ่งของโดยไม่พูดคำนามซ้ำ

Pass me + สิ่งของ เป็นคำขอแบบตรง ๆ ที่ให้ผู้ฟังยื่นสิ่งนั้นมาให้ผู้พูด ในที่นี้ pass หมายถึงส่งหรือยื่นของให้อีกคน ไม่ได้หมายถึงสอบผ่าน ใน a red one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่รู้กันอยู่แล้วจากสถานการณ์ ซึ่งก็คือบล็อก รูปแบบนี้ช่วยให้ระบุของด้วยสีหรือลักษณะอื่นได้โดยไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วย pass me + คำคุณศัพท์ + one: I can't reach the blue crayon. ____, please.

ดูคำตอบ

Pass me the blue one

Oh, but I need the red ones.

1:25

อ้าว แต่ผมต้องใช้สีแดงนะ

Oh, you've got plenty. การใช้คำ

1:27

โธ่ คุณมีตั้งเยอะแล้ว

การใช้คำ

you've got plenty: มีอยู่มากและเพียงพอ

You've got plenty หมายถึงมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพียงพอแล้ว ซึ่งมักจะมากกว่าที่จำเป็น plenty ไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอน เนื่องจากสิ่งที่พูดถึงชัดเจนจากบริบท จึงใช้ plenty เดี่ยว ๆ ได้ในประโยคนี้ แต่ถ้าระบุคำนามให้ใช้ plenty of + คำนาม เมื่อใช้เป็นคำตอบ ประโยคนี้อาจช่วยให้ผู้ฟังสบายใจว่ามีเพียงพอ หรือใช้แย้งอย่างนุ่มนวลว่าไม่จำเป็นต้องมีเพิ่ม

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ You've got plenty มากที่สุด?

  1. คุณไม่เหลือเลย
  2. คุณมีอยู่สองชิ้นพอดี
  3. คุณมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพียงพอแล้ว
ดูคำตอบ

คุณมีอยู่เป็นจำนวนมากและเพียงพอแล้ว

Oh,

1:32

โอ้

I think that's it. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

ฉันคิดว่าเสร็จแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think that's it: การสรุปปิดท้ายแบบไม่ฟันธง

ในที่นี้ I think that's it หมายถึงผู้พูดคิดว่างานตรงหน้าเสร็จแล้ว ไม่มีอะไรต้องเพิ่มหรือทำอีก คำว่า it หมายถึงงานทั้งหมดหรือสภาพในตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง I think ทำให้ข้อสรุปฟังไม่ฟันธงเท่ากับ That's it. เป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติเมื่อตรวจครั้งสุดท้ายแล้วต้องการปิดงาน รายการ หรือการพูดคุยอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

ทีมตรวจทุกรายการแล้วและพร้อมออกเดินทาง ประโยคใดใช้ปิดท้ายได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่ฟันธงเกินไป

  1. I think that's mine. We're ready to leave.
  2. I think it's over there. We're ready to leave.
  3. I think that's it. We're ready to leave.
ดูคำตอบ

I think that's it. We're ready to leave.

Well done, Bob. น้ำเสียง/เจตนา

1:34

เก่งมาก บ็อบ

น้ำเสียง/เจตนา

Well done: คำชมหลังจากทำได้สำเร็จ

Well done เป็นคำชมโดยตรงที่ใช้หลังจากใครบางคนทำบางอย่างสำเร็จหรือทำผลงานได้ดี สามารถใช้เป็นประโยคสั้น ๆ ได้เอง หรือเติมชื่อของคนนั้นตามหลังเหมือนใน Well done, Bob. สำนวนนี้ใช้ประเมินความพยายามหรือผลงานของอีกฝ่าย ในประโยคนี้เป็นคำตอบทางสังคมที่สมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ใช่คำบรรยายตามตัวอักษรว่าสิ่งของชิ้นหนึ่งถูกทำเสร็จอย่างไร

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งต่อภาพปริศนาที่ยากได้สำเร็จ คำตอบใดเป็นคำชมที่เป็นธรรมชาติ

  1. Well done! You solved it.
  2. Never mind. You can try another puzzle.
  3. Watch out! The pieces are falling.
ดูคำตอบ

Well done! You solved it.

Yeah, well done, Nana.

1:35

เยี่ยม เก่งมาก นาน่า

Oh, how do we get out? กริยาวลี

1:38

อ้าว แล้วเราจะออกไปยังไงเนี่ย?

กริยาวลี

get out: ออกไปหรือหนีออกจากสถานที่

ในคำถามนี้ get out หมายถึงออกจากสถานที่ที่เราอยู่ หรือหนีออกจากสถานที่ที่ออกได้ยาก How do we get out? ใช้ถามว่าจะออกไปข้างนอกได้อย่างไร โดย get ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” เมื่อระบุสถานที่ที่ต้องการออก ให้ใช้ get out of + สถานที่: We need to get out of the room.

แบบฝึกหัด

ลิฟต์หยุดและประตูเปิดไม่ได้ คำถามใดใช้ถามว่าจะหนีออกไปได้อย่างไร

  1. How do we get out?
  2. How do we go outside?
  3. How do we get it?
ดูคำตอบ

How do we get out?

Oh.

1:40

โอ้

What's this?

1:46

นี่มันอะไรกัน?

No one's stepping foot in this room until the kids get here tomorrow. โน้ต

1:47

ห้ามใครก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้จนกว่าเด็กๆ จะมาถึงพรุ่งนี้

สำนวน

No one's stepping foot in this room: คำสั่งห้ามเข้าที่หนักแน่น

No one's เป็นรูปย่อของ no one is ส่วน Stepping foot in this room หมายถึงการเข้ามาในห้อง ไม่ได้หมายถึงเพียงการขยับเท้า ประโยคส่วนนี้จึงหมายความว่าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามา รูป present progressive ใน is stepping แสดงคำสั่งห้ามนี้ว่าเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ส่วนอนุประโยคที่มี until ระบุจุดสิ้นสุดของคำสั่งห้าม ซึ่งมีผลจนกว่าเด็ก ๆ จะมาถึงในวันพรุ่งนี้

แบบฝึกหัด

โรงซ่อมแห่งหนึ่งไม่ปลอดภัย ประโยคใดเป็นคำสั่งห้ามแบบไม่เป็นทางการและแข็งกร้าวจนกว่าการซ่อมจะเสร็จ

  1. Someone is stepping into the workshop to begin the repairs.
  2. No one's stepping foot in the workshop until the repairs are finished.
  3. No one has put a foot under the workshop.
ดูคำตอบ

No one's stepping foot in the workshop until the repairs are finished.

ไวยากรณ์

until the kids get here tomorrow: จุดสิ้นสุดของข้อห้าม

ในประโยคนี้ until the kids get here tomorrow บอกเวลาที่ข้อห้ามสิ้นสุดลง ไม่มีใครเข้าไปได้ก่อนที่เด็ก ๆ จะมาถึง โดยการมาถึงของพวกเขาคือจุดแบ่งหลังจากนั้นข้อห้ามนี้จะไม่ใช้แล้ว ในโครงสร้างปฏิเสธอย่าง no one ... until ... การกระทำที่ถูกห้ามจะไม่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย until เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตหลัง until ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple คือ get ไม่ใช่ will get ส่วน get here หมายถึง “มาถึงที่นี่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าห้องต้องไม่มีใครเข้าไปก่อนที่เด็ก ๆ จะมาถึง

  1. Everyone must enter the room by the time the children arrive.
  2. No one can enter the room until the children arrive.
  3. No one can enter the room after the children arrive.
ดูคำตอบ

No one can enter the room until the children arrive.

Oh, but I want to watch the footie. การใช้คำ

1:51

โธ่ แต่ผมอยากดูฟุตบอลนะ

การใช้คำ

watch the footie: การพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ดูฟุตบอล”

watch the footie หมายถึง “ดู football” หรือ “ดูการแข่งขัน football” คำว่า footie เป็นรูปที่ไม่เป็นทางการและฟังเป็นกันเองของ football ใช้โดยเฉพาะในบทสนทนาแบบอังกฤษและออสเตรเลีย กีฬาที่หมายถึงจริง ๆ ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและบริบท ในสหราชอาณาจักรมักหมายถึงฟุตบอลแบบสากล แต่ในออสเตรเลียอาจหมายถึงกีฬาหลายชนิดที่เรียกว่า football ในที่นี้ให้เข้าใจอย่างปลอดภัยว่าเป็นการดูกีฬาที่ใช้ลูกบอลและเรียกว่า football ทางโทรทัศน์

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกเนื้อหาที่ได้ยิน ให้สังเกตความต่างระหว่าง footie /ˈfʊti/ กับ food /fuːd/

  1. My brother loves footie.
  2. My brother loves food.
ดูคำตอบ

My brother loves footie.

Is that...

1:55

นั่นมัน...

Have we got the ball or not? โน้ต

1:56

เราได้ลูกบอลหรือเปล่าเนี่ย?

ไวยากรณ์

Have we got the ball?: ใช้ have got บอกการครอบครองในปัจจุบัน

ใน Have we got the ball? โครงสร้าง have got หมายถึง “มี” หรือ “ครอบครอง” อยู่ในขณะนี้ ในบริบทกีฬา have the ball หมายถึงเป็นฝ่ายครองหรือควบคุมบอลอยู่ โครงสร้างคำถามคือ Have + ประธาน + got + กรรม...? โดย got ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ have got ไม่ได้แสดงการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้วด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยโครงสร้าง have got แบบบริติชที่ใช้บอกการครอบครองในปัจจุบัน: ____ a charger?

ดูคำตอบ

Have you got

น้ำเสียง/เจตนา

or not?: ต้องการคำตอบว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างชัดเจน

การเติม or not ต่อท้ายคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ทำให้ตัวเลือกสองทางชัดเจนขึ้น คือเราครองบอลอยู่หรือไม่ได้ครองบอล และเป็นการขอคำตอบที่แน่นอนแทนคำอธิบายเพิ่มเติม ในประโยคนี้ ส่วนท้ายยังสื่อถึงความเร่งรีบและอาจมีความไม่อดทนด้วย น้ำหนักนี้มาจากถ้อยคำที่ตรงและวิธีพูด จึงอาจฟังเหมือนเร่งรัดมากกว่าคำถามที่ไม่มี or not

แบบฝึกหัด

คำพูดนี้เหมาะสมหรือไม่ เมื่อพบลูกค้าเป็นครั้งแรก คุณพูดว่า “Can you decide now or not?”

  1. ไม่ค่อยเหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่ค่อยเหมาะสม

Oh, Nana!

1:58

โอ้ นาน่า!

Hey, kids.

2:02

ไง เด็กๆ

Did you leave our blocks up? วลี

2:04

ย่าปล่อยบล็อกของเราไว้เหมือนเดิมไหมคะ?

วลี

leave our blocks up: ปล่อยให้โครงสร้างที่ต่อไว้คงอยู่ตามเดิม

Leave + กรรม + up หมายถึงปล่อยให้สิ่งที่สร้าง แขวน ติดประกาศ หรือจัดแสดงไว้แล้วคงอยู่ในสภาพนั้น ในประโยคนี้ บล็อกถูกต่อเป็นโครงสร้างไว้แล้ว และคำถามคือได้เก็บโครงสร้างนั้นไว้แทนที่จะรื้อหรือไม่ ตรงนี้ up บอกว่าสิ่งนั้นยังอยู่ในสภาพที่ตั้งหรือจัดแสดงไว้ ไม่ได้หมายถึงทิศขึ้นด้านบนอย่างเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ leave + กรรม + up เช่น leave the tent up หรือ leave the decorations up

แบบฝึกหัด

ของตกแต่งเทศกาลแขวนไว้แล้ว และคุณต้องการเก็บไว้แบบนั้นจนถึงวันจันทร์ ประโยคใดสื่อแผนนี้ได้ดีที่สุด

  1. Let's take the decorations down before Monday.
  2. Let's put the decorations up on Monday.
  3. Let's leave the decorations up until Monday.
ดูคำตอบ

Let's leave the decorations up until Monday.

Sure did. น้ำเสียง/เจตนา

2:06

แน่นอนจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Sure did: คำตอบรับสำหรับ Did you ...?

Sure did. เป็นคำตอบรับสั้น ๆ แบบเป็นกันเองสำหรับคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Did you ...? มีความหมายเหมือน Yes, I did แต่ฟังมั่นใจและเป็นภาษาพูดมากกว่าการตอบเพียง Yes did เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนการกระทำในอดีตซึ่งกล่าวถึงไปแล้ว ใน Did you leave the blocks up? — Sure did. คำว่า did แทน leave the blocks up ไม่ได้บอกการกระทำใหม่

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า “Did you remember to lock the door?” เลือกคำตอบรับสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง

  1. Sure can.
  2. Sure did.
  3. Sure am.
ดูคำตอบ

Sure did.

Go and take a look. วลี

2:07

ลองไปดูสิ

วลี

take a look: วิธีพูดว่า “ดูสักหน่อย” อย่างเป็นธรรมชาติ

Take a look เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ดูหรือตรวจดูอะไรบางอย่างสั้น ๆ” ในที่นี้ take ไม่ได้แปลว่า “เอา” หรือ “ถือไป” แต่ทำหน้าที่เป็นกริยาเบา โดยความหมายหลักมาจาก look เมื่อต้องการบอกว่าควรดูอะไร ให้ใช้ take a look at + สิ่งของ เช่น take a look at this photo ใน Go and take a look คำว่า go and บอกให้ผู้ฟังไปตรงนั้นก่อนแล้วจึงดู

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่เรียนไปข้างต้น: Could you ____ at this photo?

ดูคำตอบ

take a look

Thanks, Nana.

2:08

ขอบคุณค่ะ นาน่า

Thanks, Chris.

2:10

ขอบคุณค่ะ คริส

Don't worry, we can start again. น้ำเสียง/เจตนา

2:15

ไม่ต้องห่วง เราเริ่มใหม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry, we can start again: ปลอบใจก่อน แล้วเสนอทางแก้

Don't worry ใช้ปลอบให้ผู้ฟังสบายใจ ส่วน we can start again ที่ตามมาเสนอขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง สองส่วนนี้ไม่ได้เพียงบอกว่า “ใจเย็น ๆ” แต่ยังแสดงว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยการเริ่มใหม่ นี่คือรูปแบบ “ปลอบใจ + ขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง” ที่มีประโยชน์ ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคควรเป็นทางแก้ที่เหมาะกับสถานการณ์จริง

แบบฝึกหัด

เพื่อนเผลอฉีกโมเดลกระดาษที่คุณกำลังทำด้วยกัน ประโยคใดทั้งปลอบเพื่อนและเสนอขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง?

  1. Don't worry, but nothing can be done.
  2. You need to start again because this is your fault.
  3. Don't worry, we can start again.
ดูคำตอบ

Don't worry, we can start again.

Can you help us, Nana and Bobba? น้ำเสียง/เจตนา

2:16

ช่วยพวกเราได้ไหมคะ นาน่าและบ็อบบ้า?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you help us ...? สำหรับขอความช่วยเหลือ

Can you help us ...? ใช้โครงสร้าง Can you + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ในที่นี้ can ใช้เพื่อขอร้อง ไม่ได้เน้นถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถหรือไม่ หลัง help สามารถใส่ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือได้ เช่น help me, help us หรือ help them และใส่คำกริยารูปพื้นฐานต่อเพื่อบอกงานที่อยากให้ช่วยได้ เช่น help us carry these boxes

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียน: ____ carry these chairs?

ดูคำตอบ

Can you help us

Sure thing, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

2:19

ได้เลยจ้ะ บิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

Sure thing: การตอบรับคำขออย่างเป็นมิตรและเต็มใจ

Sure thing เป็นคำตอบแบบไม่เป็นทางการและเป็นมิตรสำหรับตอบรับคำขอ มีความหมายใกล้กับ Of course หรือ No problem และแสดงว่าผู้พูดเต็มใจช่วย ในที่นี้ thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่ Sure thing ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำตอบตายตัว โดยทั่วไปจะฟังดูกระตือรือร้นกว่าการตอบเพียงคำว่า Sure เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: "Can you send me the photo?" "____! I'll send it now."

ดูคำตอบ

Sure thing

Bobba and I are good at building block towers. ไวยากรณ์

2:21

บ็อบบ้ากับย่าเก่งเรื่องต่อหอคอยบล็อกนะ

ไวยากรณ์

good at building: be good at + กริยารูป -ing

good at building หมายถึงเก่งในกิจกรรมการสร้าง ในประโยคนี้ are สอดคล้องกับประธาน Bobba and I ที่หมายถึงคนสองคน ส่วน building แสดงการกระทำใน building block towers รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + good at + คำนามหรือกริยารูป -ing เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท เมื่อตามด้วยการกระทำจึงใช้ building ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน build

แบบฝึกหัด

ใช้ build ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Ava is good at ____ model bridges.

ดูคำตอบ

building