พายุสุริยะจะทำลายอารยธรรมมนุษย์ได้หรือไม่? เปลวสุริยะ และ การพ่นมวลโคโรนา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,251 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: การปะทุจากดวงอาทิตย์อาจมาถึงโลก คุกคามโครงข่ายไฟฟ้า และลดผลกระทบได้ด้วยการเฝ้าสังเกตกับการเตรียมพร้อม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. `similar to how` — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เชื่อมกระบวนการสนามแม่เหล็กที่ไม่คุ้นเคยกับแรงโน้มถ่วงด้วยการเปรียบเทียบ เพื่อให้คำอธิบายทางเทคนิคติดตามง่ายขึ้น ไม่ใช่เพียงบอกว่ารูปลักษณ์คล้ายกัน 2. `induce currents` — ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา: เรียนความหมายเชิงฟิสิกส์ของ induce ว่า “ทำให้เกิด”; สนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงสร้างกระแสในสายไฟ ไม่ใช่คนเปิดแหล่งจ่ายไฟ 3. `It's hard to overstate how much` — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เน้นว่าบางสิ่งสำคัญมากจนแทบกล่าวเกินจริงไม่ได้ โดยไม่สื่อว่าผู้พูดลังเลหรือไม่แน่ใจ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The sun,

0:01

ดวงอาทิตย์

smooth and round and peaceful,

0:02

กลมเกลี้ยงและสงบสุข

except when it suddenly vomits radiation and plasma in random directions. สำนวน

0:05

ยกเว้นตอนที่มันพ่นรังสีและพลาสมาออกมาในทิศทางสุ่มอย่างกะทันหัน

สำนวน

ภาพเปรียบเทียบใน vomits radiation and plasma

ดวงอาทิตย์ไม่สามารถอาเจียนได้จริง ๆ ในที่นี้ vomits เป็นคำเปรียบเทียบที่ทำให้ดวงอาทิตย์ดูเหมือนร่างกายของสิ่งมีชีวิตซึ่งจู่ ๆ ก็ผลักรังสีและพลาสมาออกมาอย่างแรง เมื่อเทียบกับคำกริยาที่เป็นกลางอย่าง emits หรือ ejects คำว่า vomits สร้างภาพที่รุนแรง ยุ่งเหยิง และควบคุมไม่ได้ พร้อมอารมณ์ขบขันเล็กน้อย การใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายที่คุ้นเคยทำให้จินตนาการถึงปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ "vomits radiation and plasma" สื่อถึงภาพแบบใด

  1. มันค่อย ๆ เก็บรังสีและพลาสมาไว้ภายในตัวเอง
  2. มันย่อยรังสีและพลาสมาเหมือนสิ่งมีชีวิต
  3. มันเหวี่ยงบางสิ่งออกไปอย่างรุนแรง ฉับพลัน และดูเหมือนควบคุมไม่ได้
ดูคำตอบ

มันเหวี่ยงบางสิ่งออกไปอย่างรุนแรง ฉับพลัน และดูเหมือนควบคุมไม่ได้

These solar flares and coronal mass ejections or CMEs

0:11

เปลวสุริยะและการพ่นมวลโคโรนาหรือ CME เหล่านี้

can hit Earth and have serious consequences for humanity.

0:15

สามารถพุ่งชนโลกและส่งผลร้ายแรงต่อมนุษยชาติ

How exactly do they work? ลำดับความ

0:19

พวกมันทำงานอย่างไรกันแน่?

How bad could they be?

0:21

พวกมันจะรุนแรงได้แค่ไหน?

And can we prepare for them?

0:23

และเราสามารถรับมือกับพวกมันได้หรือไม่?

ลำดับความ

ใช้ “ทำงานอย่างไร ร้ายแรงแค่ไหน และเตรียมรับมือได้ไหม” เป็นแผนที่ข้อมูล

คำถามสามข้อนี้ทำหน้าที่เป็นแผนที่ข้อมูล โดยเรียงลำดับว่าจะอธิบายว่าเหตุการณ์เหล่านี้ทำงานอย่างไร ผลกระทบอาจร้ายแรงเพียงใด และเราสามารถเตรียมรับมืออย่างไรได้บ้าง คำถามเหล่านี้ใช้วางกรอบการอธิบาย ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังตอบทันที แต่ละข้อเกริ่นถึงส่วนที่จะอธิบายในภายหลัง จึงช่วยให้ผู้ฟังคาดเดาและติดตามโครงสร้างได้

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของคำถามสามข้อนี้คืออะไร

  1. คำถามเหล่านี้ขอให้ผู้ฟังตอบคำถามเชิงเทคนิคสามข้อก่อนจะอธิบายต่อ
  2. คำถามเหล่านี้เกริ่นถึงส่วนต่าง ๆ ของคำอธิบาย ได้แก่ กลไก อันตราย และการเตรียมรับมือ
  3. คำถามเหล่านี้ถามเรื่องเดิมซ้ำด้วยรูปไวยากรณ์ที่ต่างกันสามแบบ
ดูคำตอบ

คำถามเหล่านี้เกริ่นถึงส่วนต่าง ๆ ของคำอธิบาย ได้แก่ กลไก อันตราย และการเตรียมรับมือ

While the sun seems pretty solid, ไวยากรณ์

0:33

แม้ดวงอาทิตย์จะดูค่อนข้างแข็ง

it's actually like a very hot ocean.

0:35

แต่มันเหมือนกับมหาสมุทรที่ร้อนจัด

ไวยากรณ์

การใช้ While ... it's actually ... เพื่อแก้ไขความเข้าใจแรก

while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในช่วงเวลาที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while นำเสนอความเข้าใจแรกว่าดวงอาทิตย์ดูค่อนข้างแข็ง จากนั้นประโยคหลักจึงให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน Actually เป็นสัญญาณว่ากำลังแก้ไขความเข้าใจนั้น เพราะภาพที่เห็นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ โครงสร้าง While X seems/looks ..., it is actually ... สามารถนำไปใช้เพื่อแทนที่ความเชื่อเดิมด้วยข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจได้ ส่วน pretty ในที่นี้หมายถึง “ค่อนข้าง” ไม่ใช่ “สวย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างแสดงความขัดแย้งจากบทเรียน: ____ the bag looks full, it's ____ holding only air.

ดูคำตอบ

While · actually

So hot that it rips atoms into electrons and nuclei all flowing around each other in a plasma.

0:38

ร้อนจนฉีกอะตอมออกเป็นอิเล็กตรอนและนิวเคลียสที่ไหลวนรอบกันในพลาสมา

This plasma is pushed around and shaped by the sun's magnetic field,

0:44

พลาสมานี้ถูกผลักและก่อตัวโดยสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์

similar to how the sun's gravitational field ลำดับความ

0:49

คล้ายกับวิธีที่สนามโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์

reaches out to the planets and shapes their orbits.

0:51

แผ่ขยายไปถึงดาวเคราะห์และกำหนดวงโคจรของพวกมัน

ลำดับความ

similar to how + อนุประโยค สำหรับเปรียบเทียบกระบวนการ

Similar to how ใช้เริ่มการเปรียบเทียบกระบวนการ หลัง how จะตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ ในประโยคนี้คือ the sun's gravitational field reaches out to the planets and shapes their orbits ซึ่งอธิบายว่ากระบวนการที่คุ้นเคยกว่าทำงานอย่างไร วลีนี้จัดระเบียบคำอธิบายโดยเชื่อมการทำงานของสนามแม่เหล็กที่ไม่คุ้นเคยเข้ากับตัวอย่างที่คุ้นเคยกว่าเกี่ยวกับสนามที่ส่งผลต่อวัตถุ วลีนี้บอกเพียงว่ากลไกทั้งสองคล้ายกันในด้านที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้บอกว่าแรงแม่เหล็กและแรงโน้มถ่วงเป็นสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่ใช้เริ่มอนุประโยคบอกกระบวนการแบบสมบูรณ์: The sensor adjusts the screen brightness, ____ your eyes adapt to a dark room.

ดูคำตอบ

similar to how

But magnetism is very different from gravity.

0:54

แต่แม่เหล็กต่างจากแรงโน้มถ่วงมาก

Magnetism is one part of a dual force,

0:58

แม่เหล็กเป็นส่วนหนึ่งของแรงคู่

electromagnetism.

1:00

แม่เหล็กไฟฟ้า

Electricity creates magnetic fields

1:02

ไฟฟ้าสร้างสนามแม่เหล็ก

and magnetic fields create electricity.

1:04

และสนามแม่เหล็กสร้างไฟฟ้า

On the sun,

1:08

บนดวงอาทิตย์

the plasma made of electrically charged protons and electrons

1:09

พลาสมาที่ประกอบด้วยโปรตอนและอิเล็กตรอนที่มีประจุไฟฟ้า

creates a magnetic field as they move,

1:12

สร้างสนามแม่เหล็กขณะเคลื่อนที่

and this magnetic field then shapes the flow of particles.

1:14

และสนามแม่เหล็กนี้จะกำหนดทิศทางการไหลของอนุภาค

They're stuck in a dynamic feedback loop การใช้คำ

1:18

พวกมันติดอยู่ในวงจรป้อนกลับแบบไดนามิก

called a dynamo,

1:20

ที่เรียกว่าไดนาโม

which keeps the sun's magnetic field alive.

1:22

ซึ่งทำให้สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์คงอยู่ต่อไป

การใช้คำ

a dynamic feedback loop called a dynamo: วงจรป้อนกลับแบบพลวัตที่เรียกว่าไดนาโม

วงจรป้อนกลับแบบพลวัตคือกระบวนการที่องค์ประกอบสองส่วนส่งผลต่อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในที่นี้ อนุภาคมีประจุที่เคลื่อนที่กับสนามแม่เหล็กปรับเปลี่ยนกันและกันอย่างต่อเนื่อง called a dynamo เป็นรูปย่อของ which is called a dynamo และทำหน้าที่บอกชื่อทางเทคนิคของกระบวนการที่กล่าวมาก่อนหน้า ในบริบททางดาราศาสตร์นี้ dynamo หมายถึงกลไกทางกายภาพที่ดำเนินต่อได้ด้วยตัวเองและรักษาสนามแม่เหล็กไว้ ไม่ได้หมายถึงเพียงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ยี่ห้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคต้นฉบับ called a dynamo ทำหน้าที่อะไร

  1. เป็นการบอกว่าวงจรกำลังโทรหาเครื่องจักร
  2. เป็นการบอกว่ามีอุปกรณ์ยี่ห้อหนึ่งติดอยู่ภายในดวงอาทิตย์
  3. เป็นการบอกชื่อทางเทคนิคของกลไกวงจรป้อนกลับ
ดูคำตอบ

เป็นการบอกชื่อทางเทคนิคของกลไกวงจรป้อนกลับ

This magnetic field stores enormous amounts of energy

1:25

สนามแม่เหล็กนี้กักเก็บพลังงานมหาศาล

and leaks out over the solar system.

1:29

และรั่วไหลออกไปทั่วระบบสุริยะ

It carries with it a constant trickle of solar plasma สำนวน

1:31

มันพัดพาพลาสมาสุริยะที่ไหลรินออกมาอย่างต่อเนื่อง

like a light rain known as the solar wind,

1:34

เหมือนฝนปรอยๆ ที่รู้จักกันในชื่อลมสุริยะ

creating a sort of space weather.

1:36

สร้างสิ่งที่เป็นเหมือนสภาพอวกาศ

สำนวน

constant trickle ... light rain ... space weather: อุปลักษณ์เรื่องสภาพอากาศที่เชื่อมโยงกัน

วลีทั้งสามสร้างอุปลักษณ์เรื่องสภาพอากาศที่เชื่อมโยงกัน constant trickle นำเสนอพลาสมาจากดวงอาทิตย์ว่าเป็นกระแสเล็ก ๆ แต่ไหลอย่างต่อเนื่อง ส่วน light rain เปรียบกระแสอนุภาคที่มองไม่เห็นนี้กับฝนเบา ๆ ในที่นี้ light หมายถึงความแรงน้อย ไม่ได้หมายถึงสว่าง space weather ขยายภาพเดียวกันไปสู่สภาวะในอวกาศที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อสิ่งรอบข้างได้ solar wind และ space weather เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ แต่ภาษาที่เกี่ยวกับฝนช่วยให้จินตนาการถึงกระบวนการที่มองไม่เห็นได้ง่ายขึ้น ไม่มีน้ำธรรมดาตกลงมาในอวกาศจริง ๆ

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับอุปลักษณ์ที่เชื่อมโยงกันในประโยคมากที่สุด

  1. ฝนที่สว่างและทำจากน้ำตกลงมาจากดวงอาทิตย์ แล้วสร้างสภาพอากาศบนโลก
  2. กระแสพลาสมาปริมาณน้อยแต่ไหลต่อเนื่องถูกเปรียบกับฝนเบา ๆ และมีส่วนทำให้เกิดสภาวะที่เปลี่ยนแปลงในอวกาศ
  3. พลาสมาจากดวงอาทิตย์ปรากฏเพียงครั้งเดียวเป็นการปะทุที่ฉับพลันและรุนแรง
ดูคำตอบ

กระแสพลาสมาปริมาณน้อยแต่ไหลต่อเนื่องถูกเปรียบกับฝนเบา ๆ และมีส่วนทำให้เกิดสภาวะที่เปลี่ยนแปลงในอวกาศ

But it isn't always calm and smooth.

1:39

แต่มันไม่ได้สงบและราบรื่นเสมอไป

As the sun's plasma churns and flows around itself,

1:41

เมื่อพลาสมาของดวงอาทิตย์ปั่นป่วนและไหลวนรอบตัวเอง

its magnetic field gets all kinked and twisted.

1:44

สนามแม่เหล็กของมันจะบิดเบี้ยวและพันกัน

This creates magnetic knots

1:48

สิ่งนี้สร้างปมแม่เหล็ก

that build up enormous amounts of energy.

1:49

ที่สะสมพลังงานจำนวนมหาศาล

When the magnetic knots break

1:52

เมื่อปมแม่เหล็กขาดออก

like a tangle of springs exploding outwards, ลำดับความ

1:54

เหมือนกลุ่มสปริงที่ระเบิดออกด้านนอก

the sun can vomit plasma and other awful things

1:56

ดวงอาทิตย์สามารถพ่นพลาสมาและสิ่งเลวร้ายอื่นๆ

into the solar system.

1:59

เข้าสู่ระบบสุริยะ

ลำดับความ

like a tangle of springs exploding outwards ในฐานะอุปมาที่แสดงการเคลื่อนไหว

วลี like a tangle of springs exploding outwards เป็นอุปมาที่แสดงให้เห็นว่าปมแม่เหล็กแตกออกอย่างไร คำว่า like นำเสนอภาพเพื่อใช้เปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงบนดวงอาทิตย์ ส่วน a tangle of springs ชวนให้นึกถึงวัตถุที่บิดพันกันและเก็บพลังงานไว้ ขณะที่ exploding outwards เพิ่มการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันออกไปด้านนอก ภาพนี้จึงเปลี่ยนการปล่อยพลังงานแม่เหล็กที่เป็นนามธรรมให้เป็นกระบวนการที่ผู้ฟังนึกภาพได้ คือพันกันแน่นก่อนจะแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

วลี "like a tangle of springs exploding outwards" ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ใช้การเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเพื่อแสดงพลังงานที่พันกันแล้วถูกปล่อยออกอย่างฉับพลันและแผ่ออกด้านนอก
  2. บอกว่าสปริงโลหะจริง ๆ ระเบิดออกมาจากดวงอาทิตย์
  3. ระบุชื่อทางเทคนิคของพายุสุริยะชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

ใช้การเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเพื่อแสดงพลังงานที่พันกันแล้วถูกปล่อยออกอย่างฉับพลันและแผ่ออกด้านนอก

These solar storms come in many types,

2:01

พายุสุริยะเหล่านี้มีหลายประเภท

like solar flares,

2:04

เช่น เปลวสุริยะ

a tidal wave of high energy radiation. สำนวน

2:05

คลื่นยักษ์ของรังสีพลังงานสูง

สำนวน

a tidal wave of high energy radiation ในฐานะคำเปรียบเปรย

ในที่นี้ a tidal wave of high energy radiation เป็นคำเปรียบเปรยถึงการแผ่รังสีปริมาณมหาศาลที่มีพลังรุนแรง โดยยืมภาพคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดไปข้างหน้า แต่ไม่ได้มีน้ำทะเลจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง วลีนี้ตามหลัง solar flares เพื่อให้คำอธิบายที่เห็นภาพ ช่วยให้ผู้ฟังสัมผัสถึงขนาดและความรุนแรงของสิ่งที่เปลวสุริยะปล่อยออกมา เป็นภาษาที่มีสีสัน ไม่ใช่คำนิยามทางเทคนิคของเปลวสุริยะ

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ "a tidal wave of high energy radiation" ในที่นี้ได้เหมาะสมที่สุด

  1. วลีนี้ให้ค่าการวัดทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำของเปลวสุริยะ
  2. ใช้ภาพของคลื่นเพื่อบรรยายการแผ่รังสีปริมาณมหาศาลและมีพลังรุนแรง
  3. คลื่นน้ำทะเลกำลังเดินทางผ่านระบบสุริยะจริง ๆ
ดูคำตอบ

ใช้ภาพของคลื่นเพื่อบรรยายการแผ่รังสีปริมาณมหาศาลและมีพลังรุนแรง

They race through the solar system at the speed of light,

2:08

พวกมันพุ่งผ่านระบบสุริยะด้วยความเร็วแสง

sweeping up protons in the solar wind, กริยาวลี

2:10

กวาดเอาโปรตอนในลมสุริยะไปด้วย

accelerating them into a high-speed solar proton storm.

2:12

เร่งความเร็วให้กลายเป็นพายุโปรตอนสุริยะความเร็วสูง

กริยาวลี

sweeping up: รวบและพาสิ่งของไปขณะเคลื่อนที่

ในประโยคนี้ sweeping up หมายถึงการรวบและพาโปรตอนไปด้วย ขณะที่รังสีเคลื่อนผ่านอวกาศอย่างรวดเร็ว ภาพที่สื่อคือแรงที่เคลื่อนที่เร็วเก็บวัสดุที่กระจัดกระจายตามเส้นทาง ไม่ใช่คนใช้ไม้กวาดทำความสะอาด รูปแบบ sweep up + กรรม ใช้บรรยายการเคลื่อนที่ที่รวบรวมหรือพาสิ่งของที่กระจัดกระจายไปด้วยได้ ในที่นี้กริยาวลีทั้งชุดเน้นการเก็บอนุภาคไปตามเส้นทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sweep up ในความหมายว่าแรงที่กำลังเคลื่อนที่รวบสิ่งของที่กระจัดกระจายตามเส้นทาง?

  1. The actor swept up three awards that night.
  2. The floodwater swept up branches as it rushed downhill.
  3. Please sweep up the crumbs under the table.
ดูคำตอบ

The floodwater swept up branches as it rushed downhill.

Then there are coronal mass ejections,

2:17

แล้วก็มีการพ่นมวลโคโรนา

which rip millions or billions of tons of plasma

2:19

ซึ่งฉีกพลาสมานับล้านหรือพันล้านตัน

from the sun's atmosphere,

2:22

ออกจากชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์

catapulting it through the solar system

2:24

เหวี่ยงมันทะลุระบบสุริยะ

at speeds of up to 9 million km per hour. วลี

2:26

ด้วยความเร็วสูงสุด 9 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง

วลี

at speeds of up to: การบอกความเร็วสูงสุด

at speeds of up to + ตัวเลข ใช้บอกความเร็วสูงสุดที่อาจทำได้ วัตถุอาจเคลื่อนที่ช้ากว่านั้น และวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถึงตัวเลขที่ระบุทุกครั้ง การใช้ speeds เป็นพหูพจน์เหมาะกับอัตราความเร็วที่เปลี่ยนแปลงหรือมีหลายระดับ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริง รูปแบบนี้ช่วยบอกขอบเขตสูงสุดของช่วงความเร็วได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยรูปแบบตรงตามบทเรียนที่ใช้บอกความเร็วสูงสุดที่อาจทำได้: The drone can fly ____ 120 kilometres per hour.

ดูคำตอบ

at speeds of up to

When these monsters hit us, ลำดับความ

2:29

เมื่อสัตว์ประหลาดเหล่านี้พุ่งชนเรา

nothing happens on Earth.

2:31

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนโลก

ลำดับความ

When these monsters hit us ... nothing happens on Earth: จากภัยคุกคามสู่ความสบายใจ

ประโยคนี้สร้างความรู้สึกอันตรายก่อน บริบทก่อนหน้าเรียกปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์ว่า monsters และประโยคนี้ใช้ hit us จึงทำให้คาดว่าจะเกิดอันตราย แต่ผลลัพธ์ nothing happens on Earth กลับหักความคาดหมายนั้น และทำให้ผู้ฟังสบายใจเกี่ยวกับผู้คนบนพื้นผิวโลก คำว่า nothing ในที่นี้มีขอบเขตจำกัด ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีผลใด ๆ เกิดขึ้นที่ไหนเลย” แต่หมายถึงไม่มีเหตุอันตรายเกิดขึ้นโดยตรงที่พื้นผิวในสถานการณ์ที่กำลังอธิบาย ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าดาวเทียมหรือระบบเทคโนโลยีอื่น ๆ ไม่ได้รับผลกระทบ รูปแบบที่เริ่มด้วยภัยคุกคามแล้วจึงทำให้สบายใจช่วยดึงความสนใจและจำกัดขอบเขตของความเสี่ยงจริง

แบบฝึกหัด

การจัดข้อมูลหลักใน “When these monsters hit us, nothing happens on Earth” คืออะไร?

  1. ประโยคอ้างว่ากิจกรรมของดวงอาทิตย์ไม่มีผลใด ๆ เกิดขึ้นที่ไหนเลย
  2. ประโยคเปลี่ยนการเกริ่นที่ดูน่ากลัวให้เป็นความสบายใจเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงบนพื้นผิวโลก
  3. ประโยคอธิบายว่าปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์ไม่เคยมาถึงโลก
ดูคำตอบ

ประโยคเปลี่ยนการเกริ่นที่ดูน่ากลัวให้เป็นความสบายใจเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงบนพื้นผิวโลก

While even smaller storms can damage satellites,

2:33

แม้ว่าพายุที่เล็กกว่าอาจทำให้ดาวเทียมเสียหาย

affect radio communication,

2:36

ส่งผลกระทบต่อการสื่อสารทางวิทยุ

or be dangerous to astronauts,

2:38

หรือเป็นอันตรายต่อนักบินอวกาศ

for people on the surface,

2:39

แต่สำหรับผู้คนบนพื้นผิวโลก

space weather is harmless.

2:40

สภาพอวกาศนั้นไม่เป็นอันตราย

Earth's atmosphere protects us from the worst effects of a solar flare ไวยากรณ์

2:43

บรรยากาศของโลกปกป้องเราจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของเปลวสุริยะ

by absorbing the blast of X-rays high up in the atmosphere,

2:46

โดยการดูดซับแรงระเบิดของรังสีเอกซ์ในชั้นบรรยากาศระดับสูง

well before it reaches the surface.

2:49

ก่อนที่มันจะมาถึงพื้นผิวโลก

ไวยากรณ์

protects us from ... by absorbing: ภัยคุกคามและวิธีการ

Protect A from B แสดงบทบาทสามอย่าง ได้แก่ protect คือการกระทำเพื่อปกป้อง A คือคนหรือสิ่งที่ได้รับการปกป้อง และ from B ใช้ระบุภัยคุกคามหรือผลที่เป็นอันตราย ในประโยคนี้ us ได้รับการปกป้องจาก the worst effects of a solar flare จากนั้น by + -ing อธิบายวิธีการ By absorbing the blast of X-rays ตอบคำถามว่า “ชั้นบรรยากาศปกป้องเราอย่างไร” from และ by สลับหน้าที่กันไม่ได้ เพราะ from ชี้ถึงสิ่งที่ต้องป้องกัน ส่วน by ชี้ถึงวิธีที่ทำให้เกิดการปกป้อง

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ใช้ระบุภัยคุกคามและวิธีการให้ประโยคสมบูรณ์: The sleeve protects the tablet ____ scratches ____ covering its surface.

ดูคำตอบ

from · by

The electrified plasma from a CME

2:52

พลาสมาที่มีประจุไฟฟ้าจาก CME

is deflected by the Earth's magnetic field,

2:54

จะถูกเบี่ยงเบนโดยสนามแม่เหล็กของโลก

diverting the energy storm to the north and south poles,

2:57

เปลี่ยนทิศทางพายุพลังงานไปยังขั้วโลกเหนือและใต้

where energetic particles fall into the atmosphere,

3:00

ที่ซึ่งอนุภาคพลังงานตกลงสู่ชั้นบรรยากาศ

causing the atmosphere to glow and creating beautiful auroras.

3:02

ทำให้ชั้นบรรยากาศเรืองแสงและสร้างแสงออโรร่าที่สวยงาม

As with any sort of weather, ลำดับความ

3:07

เช่นเดียวกับสภาพอากาศทุกรูปแบบ

most of the time things are fine.

3:09

โดยส่วนใหญ่แล้วทุกอย่างจะปกติดี

Sometimes there are hurricanes, though,

3:11

อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็มีพายุเฮอริเคน

or in the case of the sun,

3:14

หรือในกรณีของดวงอาทิตย์

solar superstorms.

3:16

พายุสุริยะระดับซูเปอร์

ลำดับความ

การเปิดบทเปรียบเทียบด้วย As with any sort of weather

As with + นามวลี ใช้เปิดการเปรียบเทียบกับสิ่งที่คุ้นเคย ในที่นี้ any sort of weather แสดงแบบแผนที่คุ้นเคยว่า โดยทั่วไปสภาพต่าง ๆ เป็นปกติ แต่บางครั้งอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่พบได้น้อย คำเปิดนี้ทำหน้าที่จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้บอกเวลา และเตรียมให้ผู้อ่านนำแบบแผนทั่วไปเดียวกันไปใช้ทำความเข้าใจดวงอาทิตย์และพายุสุริยะระดับรุนแรงมากที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

แบบฝึกหัด

As with any sort of weather ที่ต้นข้อความนี้ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อมกับสภาพอากาศ
  2. บอกสาเหตุที่แน่นอนของพายุสุริยะระดับรุนแรงมาก
  3. นำเสนอสภาพอากาศเป็นแบบแผนที่คุ้นเคยซึ่งใช้กับดวงอาทิตย์ได้ด้วย
ดูคำตอบ

นำเสนอสภาพอากาศเป็นแบบแผนที่คุ้นเคยซึ่งใช้กับดวงอาทิตย์ได้ด้วย

And we know that they happen once or twice every century.

3:18

และเรารู้ว่ามันเกิดขึ้นหนึ่งหรือสองครั้งในทุกศตวรรษ

If one were to happen today, ไวยากรณ์

3:21

ถ้าหากมันเกิดขึ้นในวันนี้

we would first detect strong solar flares,

3:23

เราจะตรวจพบเปลวสุริยะที่รุนแรงก่อน

ไวยากรณ์

การตั้งสมมติฐานแบบเป็นทางการด้วย If ... were to ..., ... would ...

one ในที่นี้หมายถึงพายุสุริยะระดับรุนแรงมากหนึ่งครั้ง ประโยคนี้สมมติว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันนี้ และบอกว่าเปลวสุริยะที่รุนแรงจะเป็นสิ่งแรกที่ตรวจพบ โครงสร้าง: If + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอสถานการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคตว่าเป็นเรื่องสมมติหรือมีโอกาสเกิดค่อนข้างต่ำ were to ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์เกิดในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสมมติแบบเป็นทางการด้วย were to และ would: If the road ____ close tomorrow, we ____ take the train instead.

ดูคำตอบ

were to · would

a sort of flash สำนวน

3:25

เหมือนเป็นแสงวาบ

before the much more dangerous thunder.

3:26

ก่อนที่จะมีเสียงฟ้าร้องที่อันตรายกว่ามาก

สำนวน

a sort of flash before ... thunder ในฐานะอุปมาแสดงลำดับ

วลี a sort of ทำให้เห็นว่านี่เป็นการเปรียบเทียบแบบใกล้เคียง เหตุการณ์จากดวงอาทิตย์ที่เกิดก่อนถูกเปรียบกับแสงวาบ ไม่ได้หมายความว่าเป็นฟ้าแลบจริง ๆ ส่วนเหตุการณ์ที่มาทีหลังและอันตรายกว่าถูกเปรียบกับเสียงฟ้าร้อง อุปมานี้ใช้ลำดับที่คุ้นเคยว่าเห็นแสงวาบก่อนแล้วจึงได้ยินเสียงฟ้าร้อง เพื่อจัดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันสองเหตุการณ์ตามเวลา ในที่นี้ before บอกลำดับการมาถึง ไม่ได้บรรยายพายุฝนฟ้าคะนองจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ภาพของแสงวาบที่มาก่อนเสียงฟ้าร้องในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. เหตุการณ์ที่มาทีหลังอันตรายน้อยกว่าเพราะมาถึงเป็นลำดับที่สอง
  2. พายุฝนฟ้าคะนองจริง ๆ กำลังเคลื่อนเข้าหาโลก
  3. เหตุการณ์แรกที่คล้ายสัญญาณเตือนตามมาด้วยเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันและอันตรายกว่า
ดูคำตอบ

เหตุการณ์แรกที่คล้ายสัญญาณเตือนตามมาด้วยเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกันและอันตรายกว่า

The thunder is a CME,

3:29

เสียงฟ้าร้องนั้นคือ CME

consisting of billions of tons of hot magnetic plasma

3:31

ประกอบด้วยพลาสมาแม่เหล็กร้อนหลายพันล้านตัน

that crosses the 150 million km between the sun and Earth

3:34

ที่เดินทางข้ามระยะทาง 150 ล้านกิโลเมตรระหว่างดวงอาทิตย์และโลก

in less than a day.

3:38

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน

When it arrives,

3:40

เมื่อมันมาถึง

it causes a shock wave

3:41

มันจะทำให้เกิดคลื่นกระแทก

that violently compresses the Earth's magnetic field

3:43

ที่บีบอัดสนามแม่เหล็กโลกอย่างรุนแรง

and transfers energy into the magnetosphere.

3:46

และถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่แมกนีโตสเฟียร์

But it can get worse.

3:49

แต่มันสามารถเลวร้ายกว่านั้นได้

If the magnetic field of the CME is aligned to Earth's

3:50

หากสนามแม่เหล็กของ CME อยู่ในแนวเดียวกับโลก

in just the right way,

3:53

ในทิศทางที่พอดี

the two magnetic fields merge.

3:54

สนามแม่เหล็กทั้งสองจะรวมกัน

As the magnetic cloud passes over Earth,

3:57

เมื่อเมฆแม่เหล็กพาดผ่านโลก

it stretches the Earth's field into a long tail.

3:59

มันจะยืดสนามแม่เหล็กโลกออกเป็นหางยาว

Eventually,

4:02

ในท้ายที่สุด

the energy stored in the tail becomes too much to contain. ไวยากรณ์

4:03

พลังงานที่สะสมอยู่ในหางจะมีมากเกินกว่าจะกักไว้ได้

ไวยากรณ์

too much to contain: มากเกินขีดจำกัดที่จะควบคุมได้

วลี too much to contain ใช้โครงสร้าง too much + to-infinitive หมายถึงปริมาณหรือความรุนแรงได้เกินขีดจำกัดไปแล้ว จึงไม่สามารถกักหรือควบคุมไว้ได้อีก ในประโยคนี้ contain หมายถึงกักไว้ จำกัด หรือควบคุม ไม่ได้หมายถึงเพียงมีบางสิ่งเป็นส่วนประกอบ โครงสร้างนี้ยังใช้บรรยายแรงกดดัน อารมณ์ ข้อมูล หรืองานที่เกินความสามารถของบุคคลได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างที่ตรงกับบทเรียนคือ too much + to-infinitive เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The pressure in the tank became ____.

ดูคำตอบ

too much to contain

It snaps and explosively releases its energy towards Earth.

4:06

มันจะขาดและปลดปล่อยพลังงานออกมายังโลกอย่างรุนแรง

A geomagnetic storm has begun.

4:11

พายุแม่เหล็กโลกได้เริ่มขึ้นแล้ว

A few hundred years ago,

4:14

เมื่อสองสามร้อยปีก่อน

nobody would have cared. ไวยากรณ์

4:16

จะไม่มีใครสนใจเลย

ไวยากรณ์

nobody would have cared: ผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติขึ้น

Nobody would have cared แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่ผู้พูดสมมติขึ้น โครงสร้าง would have + กริยาช่องที่สาม cared มองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือถูกพิจารณาเพียงว่าอาจเกิดขึ้นได้ ไม่ได้กล่าวเงื่อนไขออกมาตรง ๆ เพราะบริบทบอกไว้แล้วว่า “ถ้าพายุแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน” คำว่า Nobody ทำให้อนุประโยคมีความหมายปฏิเสธอยู่แล้ว ดังนั้น would have cared จึงหมายความว่าไม่มีใครสักคนที่จะเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า ในสถานการณ์อดีตที่สมมติขึ้น ไม่มีใครจะเห็นว่าความผิดพลาดนั้นสำคัญ

  1. If the mistake stays private, nobody cares.
  2. If the mistake had stayed private, nobody would have cared.
  3. If the mistake stayed private, nobody would care.
ดูคำตอบ

If the mistake had stayed private, nobody would have cared.

This storm gushing over the Earth is not relevant for machines

4:17

พายุที่พัดกระหน่ำโลกนี้ไม่มีผลต่อเครื่องจักร

made out of meat and bones. ลำดับความ

4:21

ที่ทำมาจากเลือดเนื้อและกระดูก

But it's very relevant for machines

4:22

แต่มันมีผลอย่างมากต่อเครื่องจักร

made out of metal and wire.

4:25

ที่ทำมาจากโลหะและสายไฟ

ลำดับความ

made out of meat and bones ... made out of metal and wire: การเปรียบต่างแบบขนาน

วลี made out of ทั้งสองแห่งใช้กรอบไวยากรณ์เดียวกันเพื่อจัดข้อมูลให้เป็นการเปรียบเทียบที่ชัดเจน “เครื่องจักร” ชนิดหนึ่งมีเนื้อและกระดูก ส่วนอีกชนิดมีโลหะและสายไฟ การใช้กรอบเดิมซ้ำช่วยให้ผู้ฟังจับคู่ข้อมูลสองฝั่งได้อย่างรวดเร็ว และเน้นคำที่บอกวัสดุ การเรียกมนุษย์ว่า machines made out of meat and bones เป็นอุปมาแบบขบขัน ไม่ใช่การจำแนกทางวิทยาศาสตร์ ถ้อยคำแบบขนานทำให้มุกได้ผล และยังแสดงให้เห็นว่าทำไมพายุจึงมีผลต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ใช่ร่างกายมนุษย์

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The toy shield is made out of foam and paint, but the real shield is made out of metal and leather," กรอบที่ใช้ซ้ำมีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. ทำให้คำบรรยายวัสดุทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน จึงติดตามความแตกต่างได้ง่าย
  2. ให้คำจำกัดความทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของโล่
  3. บอกว่าโล่ทั้งสองใช้วัสดุเหมือนกัน
ดูคำตอบ

ทำให้คำบรรยายวัสดุทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน จึงติดตามความแตกต่างได้ง่าย

Remember the dynamo? ลำดับความ

4:27

จำไดนาโมได้ไหม?

Magnetism creates electric currents.

4:29

แม่เหล็กสร้างกระแสไฟฟ้า

ลำดับความ

Remember the dynamo? ในฐานะสัญญาณให้ย้อนนึกถึงข้อมูลเดิม

Remember the dynamo? เป็นคำถามสั้น ๆ ที่ชวนผู้ฟังย้อนนึกถึงแนวคิดที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดดึงเรื่องไดนาโมกลับมาเป็นจุดสนใจก่อนจะอธิบายต่อว่าแม่เหล็กทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร ผู้พูดไม่ได้ต้องการทดสอบความจำหรือรอคำตอบเป็นหลัก คำถามนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย โดยเรียกข้อมูลเดิมกลับมาก่อน แล้วใช้ข้อมูลนั้นทำความเข้าใจขั้นเหตุและผลถัดไป

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ Remember the dynamo? ในคำอธิบายนี้คืออะไร

  1. เรียกแนวคิดก่อนหน้ากลับมาก่อนสร้างความเชื่อมโยงถัดไป
  2. ขอให้ผู้ฟังอธิบายความหมายของไดนาโมออกเสียง
  3. แนะนำไดนาโมเป็นหัวข้อใหม่ทั้งหมด
ดูคำตอบ

เรียกแนวคิดก่อนหน้ากลับมาก่อนสร้างความเชื่อมโยงถัดไป

Earth in the 21st century is covered in millions of kilometers

4:31

โลกในศตวรรษที่ 21 ถูกปกคลุมด้วยสายไฟยาวหลายล้านกิโลเมตร

of wires transporting electricity and a complex grid

4:35

ที่ส่งกระแสไฟฟ้าและโครงข่ายที่ซับซ้อน

of machines like transformers that make this transfer possible.

4:38

ของเครื่องจักรอย่างหม้อแปลงที่ทำให้การถ่ายโอนนี้เป็นไปได้

A CME's energy can induce currents in our power grid การใช้คำ

4:42

พลังงานของ CME สามารถเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในโครงข่ายไฟฟ้าของเรา

การใช้คำ

induce currents: ทำให้เกิดกระแสด้วยการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า

ในทางฟิสิกส์ induce currents หมายถึงทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าด้วยการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า สนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อตัวนำ จึงเกิดกระแสขึ้นในตัวนำนั้น ไม่ได้หมายความว่าพลังงานขนกระแสที่มีอยู่แล้วเข้าไปในโครงข่ายไฟฟ้า รูปแบบคือ induce + current(s) โดยให้สาเหตุเป็นประธาน: A changing field induces a current. ในคำบรรยายนี้ พลังงานของ CME ถูกนำเสนอเป็นสาเหตุนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำประกอบทางเทคนิคสองคำจากบทเรียน: A changing magnetic field can ____ in nearby wires.

ดูคำตอบ

induce currents

that can either completely shut it down

4:45

ซึ่งสามารถทำให้โครงข่ายหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง

or worse, ลำดับความ

4:47

หรือแย่กว่านั้น

destroy the transformer stations that keep our grid running.

4:48

ทำลายสถานีหม้อแปลงที่ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าของเราทำงานได้

ลำดับความ

or worse: การเพิ่มระดับไปสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่า

“Or worse” ใช้จัดลำดับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองอย่างตามระดับความรุนแรง โดยนำเสนอผลลัพธ์ที่ตามมาว่าร้ายแรงกว่าผลลัพธ์ก่อนหน้า ในที่นี้ worse ประเมินความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ตามมา คือการทำลายสถานีหม้อแปลง ไม่ได้ขยายเฉพาะคำกริยา destroy ที่อยู่ติดกัน โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ฟังสังเกตได้อย่างรวดเร็วว่ารายการความเสี่ยงกำลังเพิ่มระดับความรุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย or และบอกว่าความเสี่ยงอย่างที่สองร้ายแรงกว่า: The leak could damage the carpet, ____, ruin the floor below.

ดูคำตอบ

or worse

This has happened already,

4:52

สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

like when the Quebec power grid failed after a strong solar storm in 1989.

4:53

เช่นเมื่อโครงข่ายไฟฟ้าควิเบกล้มเหลวหลังจากพายุสุริยะที่รุนแรงในปี 1989

But in general,

4:59

แต่โดยทั่วไปแล้ว

our engineers know how to deal with these storms,

5:00

วิศวกรของเราวิธีกรับมือกับพายุเหล่านี้

and so we usually don't even notice.

5:02

ดังนั้นเรามักจะไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ

The last time a solar hurricane washed over Earth

5:05

ครั้งสุดท้ายที่พายุเฮอริเคนสุริยะซัดกระหน่ำโลก

was in 1859,

5:07

คือในปี 1859

the Carrington event, วัฒนธรรม

5:09

เหตุการณ์คาร์ริงตัน

the largest geomagnetic storms ever observed on Earth.

5:11

พายุแม่เหล็กโลกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสังเกตพบบนโลก

วัฒนธรรม

Carrington event: เกณฑ์อ้างอิงทางประวัติศาสตร์จากปี 1859

Carrington event หรือเหตุการณ์แคร์ริงตัน เป็นชื่อเฉพาะของพายุสุริยะที่รุนแรงเป็นพิเศษและการรบกวนสนามแม่เหล็กโลกที่เกิดขึ้นตามมาในปี 1859 ในประโยคนี้ ชื่อนี้หมายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หนึ่งเหตุการณ์ ไม่ใช่ชื่อประเภททั่วไปของพายุสุริยะ เหตุการณ์นี้ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง โดยสามารถทำความเข้าใจความรุนแรงของพายุสุริยะในเวลาต่อมาและความเสียหายที่อาจเกิดกับโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ผ่านการเปรียบเทียบกับกรณีที่มีชื่อเสียงนี้

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง Carrington event หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อทั่วไปของพายุสุริยะทุกชนิด
  2. พายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรงมากเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสังเกตพบในปี 1859
  3. สถานีหม้อแปลงชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

พายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรงมากเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสังเกตพบในปี 1859

Massive auroras occurred as far south as the Caribbean.

5:15

เกิดแสงออโรร่าขนาดใหญ่ไปทางใต้ไกลถึงแคริบเบียน

In some places,

5:19

ในบางแห่ง

they were so bright that people got up, ไวยากรณ์

5:20

พวกมันสว่างมากจนผู้คนตื่นขึ้นมา

thinking the sun was rising.

5:22

โดยคิดว่าพระอาทิตย์กำลังขึ้น

ไวยากรณ์

so bright that ...: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์

โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ so bright แสดงระดับความสว่าง ส่วน that people got up แสดงผลที่สังเกตได้ that ตรงนี้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคบอกผล ไม่ใช่สรรพนามเชื่อมความ แสงออโรราดูสว่างจนผู้คนคิดว่าใกล้รุ่ง ไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์ขึ้นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผล so ... that: The music was ____ loud ____ we could hear it from outside.

ดูคำตอบ

so · that

Luckily,

5:24

โชคดีที่

we only had one sort of modern technology,

5:24

เรามีเทคโนโลยีสมัยใหม่เพียงอย่างเดียว

telegraph systems.

5:27

คือระบบโทรเลข

They failed all over the world,

5:29

พวกมันล้มเหลวทั่วโลก

shocking their operators and chucking out sparks. กริยาวลี

5:31

ทำให้ผู้ใช้งานถูกไฟดูดและมีประกายไฟพุ่งออกมา

กริยาวลี

chucking out sparks: พ่นประกายไฟออกมาอย่างแรง

Chuck out มักมีความหมายเชิงกายภาพแบบไม่เป็นทางการว่าโยนหรือส่งบางสิ่งออกไป ในประโยคนี้ chucking out sparks บรรยายอย่างเห็นภาพว่าระบบโทรเลขที่ขัดข้องกำลังพ่นหรือดีดประกายไฟออกมา ไม่ได้หมายความว่าผู้ควบคุมตั้งใจนำประกายไฟไปทิ้ง เมื่อบรรยายเครื่องจักรหรือเหตุการณ์ บริบทอาจทำให้ chuck out หมายถึง “สร้างแล้วส่งออกมาอย่างแรง”

แบบฝึกหัด

ในประโยค The damaged cable was chucking out sparks คำว่า chucking out หมายถึงอะไร?

  1. ตั้งใจทิ้งประกายไฟที่ไม่ต้องการ
  2. พ่นประกายไฟออกมาอย่างแรง
  3. ทำเสียงคลิกเบา ๆ
ดูคำตอบ

พ่นประกายไฟออกมาอย่างแรง

Today,

5:34

ในปัจจุบัน

we have a tad more technology, การใช้คำ

5:35

เรามีเทคโนโลยีมากกว่านั้นนิดหน่อย

การใช้คำ

a tad more กับการพูดให้น้อยกว่าความจริงเพื่อสร้างมุก

ในความหมายตามตัวอักษรทั่วไป a tad more หมายถึง “มากขึ้นอีกเล็กน้อย” คำว่า tad เป็นคำนามไม่เป็นทางการที่หมายถึงปริมาณเล็กน้อย และ a tad ทำหน้าที่บอกระดับหน้าคำเปรียบเทียบอย่าง more ในที่นี้ ความแตกต่างด้านเทคโนโลยีระหว่างปี 1859 กับปัจจุบันนั้นมหาศาลอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย การเรียกว่า a tad more จึงเป็นการจงใจพูดให้ความเปลี่ยนแปลงดูเล็กลง และสร้างมุกหน้าตายจากช่องว่างระหว่างคำพูดกับความจริง

แบบฝึกหัด

เมืองหนึ่งเปลี่ยนจากจักรยานเก่าหนึ่งคันเป็นรถโดยสารไฟฟ้าทั้งกอง แล้วมีคนพูดว่า 'We have a tad more transport now.' ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไร

  1. ความจริงเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นมาก แต่จงใจพูดให้ดูเล็กเพื่อสร้างอารมณ์ขัน
  2. การขนส่งเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจริง ๆ
  3. เมืองนี้มีการขนส่งน้อยกว่าเดิม
ดูคำตอบ

ความจริงเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นมาก แต่จงใจพูดให้ดูเล็กเพื่อสร้างอารมณ์ขัน

and our luck may run out soon. สำนวน

5:36

และโชคของเราอาจจะหมดลงในไม่ช้า

สำนวน

ความหมายของ luck may run out

เมื่อ luck runs out ช่วงเวลาที่ผลลัพธ์เป็นใจก็สิ้นสุดลง ดังนั้นผลร้ายที่เคยโชคดีหลีกเลี่ยงมาได้อาจเกิดขึ้นในที่สุด run out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวิ่งออกไปจริง ๆ แต่เปรียบโชคเป็นสิ่งที่ใช้จนหมดได้ may ทำให้ข้อความนี้เป็นความเป็นไปได้หรือคำเตือน ไม่ใช่การบอกว่าเรื่องร้ายได้เกิดขึ้นแล้ว แนวคิดนี้ใช้ได้กับการเสี่ยงซ้ำ ๆ ช่วงชนะต่อเนื่อง และการรอดอันตรายอย่างหวุดหวิดหลายครั้ง

แบบฝึกหัด

Leo เดาสุ่มหลายครั้งและถูกทั้งหมด แต่ his luck may run out ส่วนสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร

  1. ช่วงที่เขาโชคดีต่อเนื่องอาจสิ้นสุดลง
  2. เขาจะเดาถูกต่อไปอย่างแน่นอน
  3. เขาอาจออกไปวิ่งข้างนอก
ดูคำตอบ

ช่วงที่เขาโชคดีต่อเนื่องอาจสิ้นสุดลง

Another bad solar storm is bound to happen eventually. ไวยากรณ์

5:39

พายุสุริยะที่เลวร้ายอีกลูกจะเกิดขึ้นในที่สุดอย่างแน่นอน

ไวยากรณ์

is bound to happen: การคาดการณ์ที่เกือบแน่นอน

Be bound to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการคาดการณ์ที่ผู้พูดมั่นใจมาก ในที่นี้ is bound to happen หมายความว่าผู้พูดคาดว่าจะเกิดพายุสุริยะรุนแรงอีกครั้ง เพราะเหตุการณ์ชนิดนี้เกิดซ้ำตามแบบแผนธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่ามีการกำหนดวันไว้แล้ว Eventually ระบุว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นสักเวลาในอนาคตระยะยาว ประโยคจึงสื่อว่าเหตุการณ์แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงการคาดการณ์ที่มั่นใจมากโดยไม่ระบุเวลาที่แน่นอน

  1. A similar failure happened at noon.
  2. A similar failure is bound to happen eventually.
  3. A similar failure may happen eventually.
ดูคำตอบ

A similar failure is bound to happen eventually.

A storm as strong as the Carrington event

5:43

พายุที่รุนแรงเท่ากับเหตุการณ์คาร์ริงตัน

missed Earth only by a small margin in 2012. วลี

5:45

พลาดเป้าหมายโลกไปเพียงนิดเดียวในปี 2012

วลี

missed Earth only by a small margin: พลาดโลกไปเพียงนิดเดียว

โครงสร้าง miss + เป้าหมาย + by + ระยะทางหรือจำนวน หมายความว่าสิ่งหนึ่งไม่ได้ชนหรือไปถึงเป้าหมาย โดย by ใช้บอกขนาดของช่องว่าง ดังนั้น missed Earth by a small margin จึงหมายถึงพายุผ่านใกล้โลกมาก แต่ไม่ได้พุ่งชนโลก Only เน้นว่าช่องว่างนั้นเล็ก ประโยคนี้บอกว่าเกือบชน ไม่ได้หมายถึงมีระยะปลอดภัยมาก และไม่ได้หมายถึงคนตั้งใจพลาดโอกาส

แบบฝึกหัด

The asteroid missed the satellite by a small margin. ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ดาวเคราะห์น้อยผ่านใกล้ดาวเทียมมากโดยไม่ชน
  2. ดาวเคราะห์น้อยชนดาวเทียมเบา ๆ
  3. ดาวเคราะห์น้อยอยู่ห่างจากดาวเทียมมาก
ดูคำตอบ

ดาวเคราะห์น้อยผ่านใกล้ดาวเทียมมากโดยไม่ชน

Studies projected that it would have inflicted serious damage to electronic systems globally, ไวยากรณ์

5:48

การศึกษาคาดการณ์ว่ามันจะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

costing up to $2.6 trillion to the US alone.

5:53

ทำให้สหรัฐอเมริกาประเทศเดียวต้องสูญเสียเงินถึง 2.6 ล้านล้านดอลลาร์

ไวยากรณ์

would have inflicted serious damage: ผลในอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

Would have inflicted บอกผลที่คาดว่าจะเกิดจากเงื่อนไขในอดีตซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ เงื่อนไขที่ละไว้คือพายุพุ่งชนโลก ดังนั้นความเสียหายจึงเป็นผลสมมติที่คาดการณ์ไว้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โครงสร้างคือ would have + กริยาช่องที่ 3 ซึ่งในประโยคนี้คือ would have inflicted ใช้เมื่อต้องการย้อนมองอดีตและบอกว่าผลจะเป็นอย่างไรหากเงื่อนไขในอดีตแตกต่างออกไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ damage เพื่อแสดงผลที่คาดว่าจะเกิดจากเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริง: The safety system stopped the surge. Without it, the surge ____ the equipment.

ดูคำตอบ

would have damaged

The time to replace all the damaged systems

5:57

ระยะเวลาในการเปลี่ยนระบบที่เสียหายทั้งหมด

was estimated at between 4 and 10 years.

6:00

คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 4 ถึง 10 ปี

It's hard to say how bad it could have been. ไวยากรณ์

6:03

ยากที่จะบอกได้ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน

ไวยากรณ์

It's hard to say how bad it could have been: ยากที่จะบอกว่าอาจเลวร้ายเพียงใด

It's hard to say หมายความว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะตัดสินอย่างมั่นใจ เป็นสำนวนที่ไม่ระบุผู้กระทำและช่วยให้การประเมินฟังดูระมัดระวัง แทนที่จะนำเสนอการคาดเดาเป็นข้อเท็จจริง How bad it could have been เป็นคำถามทางอ้อมเกี่ยวกับระดับความร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในอดีตสมมติ เพราะอยู่หลัง say และเป็นส่วนหนึ่งของประโยคใหญ่ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า how bad it could have been ไม่ใช่ how bad could it have been

แบบฝึกหัด

ประโยคใดประเมินผลในอดีตสมมติที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องและระมัดระวัง

  1. It's hard to say how bad it could have been.
  2. It's hard to say how bad it has been.
  3. It's hard to say how bad could it have been.
ดูคำตอบ

It's hard to say how bad it could have been.

Experts disagreed.

6:05

ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นไม่ตรงกัน

Some assumed there would just be temporary blackouts,

6:07

บางคนคาดว่าจะมีเพียงไฟฟ้าดับชั่วคราว

but others worried it could be much worse.

6:09

แต่คนอื่นๆ กังวลว่ามันอาจจะเลวร้ายกว่านั้นมาก

We won't know for sure until a big solar hurricane hits us.

6:12

เราจะไม่รู้แน่ชัดจนกว่าพายุเฮอริเคนสุริยะลูกใหญ่จะพุ่งชนเรา

The probability of such an event is estimated to be 12% per decade.

6:16

ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ที่ 12% ต่อทศวรรษ

That's about a 50-50 chance วลี

6:20

นั่นหมายถึงโอกาสประมาณ 50-50

of at least one in the next 50 years.

6:22

ที่จะเกิดอย่างน้อยหนึ่งครั้งใน 50 ปีข้างหน้า

วลี

a 50-50 chance of: โอกาสที่เกือบครึ่งต่อครึ่ง

ในประโยคนี้ a 50-50 chance of หมายถึงเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดและไม่เกิดพอ ๆ กันโดยประมาณ เป็นการพูดถึงความน่าจะเป็นที่เกือบเท่ากัน ไม่ใช่จำนวนครั้งที่เกิดเหตุการณ์ โครงสร้างคือ a 50-50 chance of + นามวลีหรือรูป -ing ตรงนี้ about แสดงว่าเป็นค่าประมาณ ส่วน one แทนเหตุการณ์ชนิดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตามบทเรียนซึ่งสร้างจาก 50-50 และหมายถึงโอกาสที่เกือบเท่ากัน: There is ____ rain during the picnic.

ดูคำตอบ

a 50-50 chance of

And there is more unsettling news.

6:25

และมีข่าวที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น

A 2019 paper found that even calm stars like our sun

6:28

รายงานปี 2019 พบว่าแม้แต่ดาวฤกษ์ที่สงบนิ่งอย่างดวงอาทิตย์ของเรา

can create superflares every few thousand years.

6:32

ก็สามารถสร้างซูเปอร์แฟลร์ได้ในทุกๆ ไม่กี่พันปี

Eruptions orders of magnitude stronger วลี

6:36

เป็นการปะทุที่รุนแรงกว่าหลายเท่า

than the strongest storms we have observed in the solar system.

6:38

กว่าพายุที่รุนแรงที่สุดที่เราเคยสังเกตพบในระบบสุริยะ

วลี

orders of magnitude stronger than: ความต่างหลายขั้นของกำลังสิบ

Orders of magnitude stronger than หมายถึงรุนแรงกว่าหลายขั้นในระดับกำลังของสิบ ไม่ใช่แค่รุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด หนึ่ง order of magnitude คือความแตกต่างประมาณสิบเท่า ส่วน orders ในรูปพหูพจน์มักหมายถึงความแตกต่างประมาณหนึ่งร้อยเท่าหรือมากกว่า ตรงนี้ orders เป็นส่วนหนึ่งของศัพท์การวัด order of magnitude ไม่ได้หมายถึงคำสั่ง โครงสร้างคือ orders of magnitude + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than เช่น orders of magnitude stronger than, faster than หรือ larger than ในประโยคนี้โครงสร้างดังกล่าวเน้นว่าการปะทุอาจรุนแรงเกินกว่าพายุทุกลูกที่เคยสังเกตในระบบสุริยะอย่างมหาศาล

แบบฝึกหัด

ใช้วลีทางวิทยาศาสตร์ที่ตรงตามบทเรียน: The magnetic field near a neutron star can be ____ Earth's magnetic field.

ดูคำตอบ

orders of magnitude stronger than

If such a storm hits us unprepared,

6:42

หากพายุลูกนั้นพุ่งชนเราในขณะที่ยังไม่พร้อม

the consequences could be catastrophic.

6:44

ผลที่ตามมาอาจจะเป็นหายนะ

It's hard to overstate how much we depend on electricity. วลี

6:47

การพูดว่าเราพึ่งพาไฟฟ้ามากแค่ไหนนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

วลี

It's hard to overstate how much...: การเน้นอย่างหนักแน่น

ในที่นี้ It's hard to overstate how much หมายความว่าระดับนั้นสูงมาก ต่อให้ใช้ถ้อยคำที่หนักแน่นมากก็อาจยังไม่ถือว่าเกินจริง ผู้พูดกำลังเน้นอย่างชัดเจนว่าเราพึ่งพาไฟฟ้ามาก ไม่ได้บอกว่าไม่รู้ว่าพึ่งพามากเพียงใด รูปแบบ It's hard to overstate how much + อนุประโยค ใช้เน้นว่าระดับของการพึ่งพา อิทธิพล ความสำคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นสูงเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

It's hard to overstate how much ในประโยค “It's hard to overstate how much the town relies on volunteers” หมายความว่าอย่างไร

  1. เมืองนี้พึ่งพาอาสาสมัครอย่างมาก
  2. ผู้คนมักกล่าวเกินจริงว่าเมืองนี้พึ่งพาอาสาสมัครมากเพียงใด
  3. เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าเมืองนี้ใช้อาสาสมัครหรือไม่
ดูคำตอบ

เมืองนี้พึ่งพาอาสาสมัครอย่างมาก

It's not just the lights at home, ลำดับความ

6:50

มันไม่ใช่แค่ไฟในบ้าน

it means no computers,

6:52

มันหมายถึงไม่มีคอมพิวเตอร์

no communication,

6:54

ไม่มีการสื่อสาร

no navigation.

6:55

ไม่มีระบบนำทาง

ลำดับความ

It's not just... it means no..., no..., no...: การขยายขอบเขตผลกระทบ

ประโยคนี้เริ่มจากผลกระทบที่มองอย่างแคบ คือไฟที่บ้านดับ แล้วใช้ It's not just... แก้ความเข้าใจที่จำกัดนั้น ไฟยังคงได้รับผลกระทบอยู่ ส่วน not just หมายความว่านั่นไม่ใช่ผลกระทบเพียงอย่างเดียว ในที่นี้ it means ใช้นำเสนอสิ่งที่ตามมาจากการไม่มีไฟฟ้า การซ้ำ no computers, no communication, no navigation เป็นรายการแบบขนาน การใช้ no ซ้ำทำให้ผลกระทบแต่ละข้อมีน้ำหนักเท่ากัน และช่วยให้ติดตามขอบเขตผลกระทบที่กว้างขึ้นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแก้ความเข้าใจที่แคบก่อน แล้วจึงขยายผลด้วยรายการแบบขนาน

  1. A power cut is just a dark room, with no other effects.
  2. A power cut is not just a dark room; it means no lifts, no alarms, and no internet.
  3. A power cut is not a dark room; it means the room still has lights.
ดูคำตอบ

A power cut is not just a dark room; it means no lifts, no alarms, and no internet.

A sustained power outage might lead to a breakdown of the supply chain, วลี

6:56

ไฟดับอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของห่วงโซ่อุปทาน

วลี

lead to a breakdown of: นำไปสู่การล้มเหลวของระบบ

Lead to เชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สาเหตุที่เป็นไปได้คือไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน และผลลัพธ์ที่เป็นไปได้คือห่วงโซ่อุปทานล้มเหลวอย่างรุนแรง Might แสดงว่านี่เป็นเพียงสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลที่แน่นอน A breakdown of หมายถึงระบบ กระบวนการ ความสัมพันธ์ หรือการสื่อสารที่มีแบบแผนหยุดทำงานอย่างเหมาะสม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สาเหตุ + lead to + a breakdown of + ระบบหรือกระบวนการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกเหตุและผลจากบทเรียน: Poor coordination can ____ communication between teams.

ดูคำตอบ

lead to a breakdown of

water supply systems failing,

7:01

ระบบประปาล้มเหลว

and hospital generators running dry. สำนวน

7:03

และเครื่องปั่นไฟในโรงพยาบาลเชื้อเพลิงหมด

สำนวน

running dry: ทรัพยากรกำลังหมด

Run dry หมายถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จนเหลือน้อยมากหรือหมดไป ในที่นี้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าไม่ได้แห้งจริง ๆ แต่เชื้อเพลิงที่ทำให้มันทำงานกำลังจะหมด Running dry เป็นรูป -ing ในผลลัพธ์ข้อหนึ่งที่เรียงต่อจาก lead to สำนวนเดียวกันนี้ใช้บอกว่าถัง เงินทุน สินค้าคงคลัง หรือแหล่งไอเดียกำลังร่อยหรอได้

แบบฝึกหัด

Without another fuel delivery, the backup generators could ____ by morning. วลีใดหมายถึงเชื้อเพลิงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอาจหมดลง?

  1. dry out
  2. run smoothly
  3. run dry
ดูคำตอบ

run dry

Supermarkets not being refilled

7:05

ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีของมาเติม

while food rots in the fields.

7:07

ในขณะที่อาหารเน่าเสียอยู่ในทุ่งนา

The lack of power might make it extremely hard to reboot our broken power grid, ไวยากรณ์

7:10

การขาดแคลนไฟฟ้าอาจทำให้การรีบูตโครงข่ายไฟฟ้าที่พังทลายเป็นเรื่องยากมาก

taking years or decades to restart our starving civilization.

7:14

ต้องใช้เวลาหลายปีหรือหลายทศวรรษในการเริ่มต้นอารยธรรมที่อดอยากของเราใหม่

ไวยากรณ์

make it extremely hard to + คำกริยา

ในโครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to do คำว่า it เป็นกรรมสมมติและไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ การกระทำที่ถูกประเมินจริง ๆ อยู่หลัง to ซึ่งในประโยคนี้คือ to reboot our broken power grid ประธานบอกสาเหตุ ส่วนคำคุณศัพท์อธิบายว่าสาเหตุนั้นส่งผลต่อการกระทำข้างหลังอย่างไร การขาดแคลนไฟฟ้าทำให้การเริ่มระบบโครงข่ายใหม่ยากอย่างยิ่ง โดย hard ไม่ได้ขยาย power grid โดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to และคำคุณศัพท์ hard เติมประโยคให้สมบูรณ์: A weak internet connection can ____ join the class.

ดูคำตอบ

make it hard to

Okay,

7:19

โอเค

time to panic.

7:20

ถึงเวลาต้องตื่นตระหนกแล้ว

As much as daily newspapers might like for solar storms ไวยากรณ์

7:21

แม้ว่าหนังสือพิมพ์รายวันอาจจะอยากให้พายุสุริยะ

to send us back to the Stone Age, สำนวน

7:24

ส่งเรากลับไปสู่ยุคหินแค่ไหนก็ตาม

they probably won't.

7:26

พวกมันก็อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น

ไวยากรณ์

As much as ... เพื่อบอกการยอมรับข้อหนึ่ง ไม่ใช่ปริมาณ

เมื่ออยู่ต้นอนุประโยค as much as สามารถนำหน้าความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อหนึ่งก่อนหักไปอีกทางได้ ในที่นี้ แม้หนังสือพิมพ์จะดูเหมือนอยากให้พายุสุริยะก่อผลลัพธ์ที่น่าตื่นตระหนกนั้น แต่ประโยคหลักกลับบอกว่าพายุคงไม่ทำเช่นนั้น ถ้อยคำ might like for ... มีน้ำเสียงประชด ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต้องการภัยพิบัติ they หมายถึง solar storms และ won't ละคำที่กล่าวไปแล้วคือ send us back to the Stone Age

แบบฝึกหัด

As much as ... แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้

  1. การเปรียบเทียบปริมาณที่บอกอย่างชัดเจนว่าหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับต้องการพายุสุริยะมากแค่ไหน
  2. การยอมรับข้อหนึ่งก่อนหักกลับ: แม้หนังสือพิมพ์จะดูเหมือนอยากให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าตื่นตระหนกนั้น แต่ก็คงไม่เกิดขึ้น
  3. เหตุและผล: ความต้องการของหนังสือพิมพ์จะทำให้พายุสุริยะพาอารยธรรมย้อนกลับไป
ดูคำตอบ

การยอมรับข้อหนึ่งก่อนหักกลับ: แม้หนังสือพิมพ์จะดูเหมือนอยากให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าตื่นตระหนกนั้น แต่ก็คงไม่เกิดขึ้น

สำนวน

ส่งเรากลับไปสู่ยุคหิน

รูปแบบ send someone back to the Stone Age หมายถึงการทำลายหรือทำให้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่จำนวนมากใช้งานไม่ได้ จนชีวิตกลับไปอยู่ในสภาพที่ล้าหลังอย่างยิ่ง ในที่นี้ us หมายถึงสังคมโดยรวม ไม่ใช่กลุ่มคนที่ถูกส่งย้อนเวลากลับไปจริง ๆ ในประโยคนี้ หนังสือพิมพ์ถูกพูดถึงราวกับว่าอยากได้ข่าวภัยพิบัติที่น่าตื่นตะลึง สำนวนนี้เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ ผู้พูดกำลังบอกว่าพายุสุริยะไม่น่าจะทำให้เกิดการล่มสลายทั้งหมดเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

สำนวนที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ส่งทุกคนไปยังอดีตอันไกลโพ้นจริง ๆ
  2. ทำให้ผู้คนศึกษาประวัติศาสตร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
  3. ทำให้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ล่มสลายอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ทำให้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ล่มสลายอย่างรุนแรง

Fortunately,

7:27

โชคดีที่

even though solar storms aren't preventable, ไวยากรณ์

7:28

แม้พายุสุริยะจะไม่สามารถป้องกันได้

virtually all of their nasty side effects are.

7:30

แต่ผลข้างเคียงที่เลวร้ายเกือบทั้งหมดของมันสามารถป้องกันได้

ไวยากรณ์

even though ... aren't preventable, ... are: การยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งและการละคำ

Even though นำเสนอข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนขัดกับใจความหลัก ลักษณะนี้เรียกว่าการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง พายุสุริยะป้องกันไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบที่เป็นอันตรายของมันจะป้องกันไม่ได้ด้วย are ที่ท้ายประโยคหมายถึง are preventable ภาษาอังกฤษสามารถละส่วนเติมเต็มที่ซ้ำหลังรูปหนึ่งของ be ได้ เมื่อคำที่หายไปมีความหมายชัดเจน การละเช่นนี้เรียกว่าการละคำ ซึ่งช่วยไม่ให้พูด preventable ซ้ำและทำให้ความขัดแย้งชัดขึ้น Virtually all หมายถึง “แทบทั้งหมด” ไม่ใช่ทุกอย่างโดยไม่มีข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งจากตัวอย่างและรูปละคำของ be: ____ earthquakes aren't preventable, many injuries ____.

ดูคำตอบ

Even though · are

Scientists observing the sun

7:33

นักวิทยาศาสตร์ที่สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์

have a few hours up to a few days to see a CME coming. ไวยากรณ์

7:35

มีเวลาไม่กี่ชั่วโมงจนถึงสองสามวันเพื่อดู CME ที่กำลังจะมาถึง

ไวยากรณ์

see a CME coming: see + กรรม + -ing

โครงสร้าง see + กรรม + -ing นำเสนอการกระทำหรือเหตุการณ์ว่าเริ่มดำเนินอยู่หรือกำลังพัฒนาแล้วในขณะที่ตรวจพบ ในที่นี้ a CME เป็นกรรม และ coming อธิบายว่ามันกำลังเคลื่อนเข้าหาบริเวณที่เฝ้าติดตาม see ในประโยคนี้หมายถึงตรวจพบจากการสังเกต ไม่ใช่เพียงคาดเดา โครงสร้างนี้เน้นสัญญาณระยะแรกของกระบวนการ จึงเหมาะกับบริบทการเตือนภัยและการติดตามความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

เรียงคำ see, the storm และ coming ตามโครงสร้าง see + กรรม + -ing เพื่อเติมช่องว่าง: The radar team can ____ hours before it arrives.

ดูคำตอบ

see the storm coming

And the engineers working the systems that keep the world running

7:39

และวิศวกรที่ทำงานกับระบบที่ทำให้โลกเดินหน้าต่อไป

are well aware of the risks posed by solar storms. วลี

7:43

ก็ตระหนักดีถึงความเสี่ยงที่เกิดจากพายุสุริยะ

วลี

well aware of the risks posed by: ตระหนักดีถึงความเสี่ยงที่เกิดจาก

well aware of หมายถึงตระหนักถึงบางสิ่งอย่างเต็มที่หรือชัดเจน โดย well เพิ่มระดับความหมายของ aware และตามด้วย of + นามวลี ซึ่งในที่นี้คือ the risks posed by solar storms เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก the risks that are posed by solar storms ในภาษาที่ใช้กล่าวถึงความเสี่ยง pose หมายถึงสร้างหรือก่อให้เกิดอันตราย ดังนั้นวลีนี้จึงระบุแหล่งที่มาของความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดให้คำเตือนอย่างเป็นทางการได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าผู้เชี่ยวชาญเข้าใจความเสี่ยงที่เกิดจากสภาพอากาศในอวกาศอย่างชัดเจน?

  1. The engineers are well aware of the risks posed by solar storms.
  2. The engineers are aware about the risks made by solar storms.
  3. The engineers know well the risks posed from solar storms.
ดูคำตอบ

The engineers are well aware of the risks posed by solar storms.

Transformers and substations can be taken offline, การใช้คำ

7:46

หม้อแปลงและสถานีไฟฟ้าย่อยสามารถตัดออกจากระบบได้

short preventative blackouts,

7:50

การตัดไฟเพื่อป้องกันล่วงหน้าในช่วงสั้นๆ

or in other words, ลำดับความ

7:52

หรือพูดอีกอย่างก็คือ

by unplugging stuff.

7:53

ด้วยการถอดปลั๊กอุปกรณ์

การใช้คำ

be taken offline: ถูกหยุดการทำงาน

ในบริบททางเทคนิคนี้ be taken offline หมายถึง “ถูกหยุดการทำงานชั่วคราวหรือถูกตัดออกจากระบบที่กำลังทำงาน” หม้อแปลงและสถานีไฟฟ้าย่อยถูกนำออกจากการใช้งานโดยตั้งใจเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์เสียหรือถูกย้ายไปที่อื่น โครงสร้างกรรมวาจก be + taken + offline เน้นอุปกรณ์ที่ได้รับผลโดยไม่ต้องระบุว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ โครงสร้างเดียวกันนี้มักใช้กับเครื่องจักร เซิร์ฟเวอร์ และบริการ

แบบฝึกหัด

ประโยค "The payment system will be taken offline for maintenance" หมายความว่าอย่างไร

  1. ระบบนั้นจะสูญเสียการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยบังเอิญ
  2. มีผู้ย้ายระบบนั้นออกห่างจากสายเคเบิลจริง ๆ
  3. มีผู้ตั้งใจทำให้ระบบนั้นใช้งานไม่ได้ชั่วคราว
ดูคำตอบ

มีผู้ตั้งใจทำให้ระบบนั้นใช้งานไม่ได้ชั่วคราว

ลำดับความ

in other words: พูดอีกอย่างหนึ่ง

In other words เป็นสัญญาณของการกล่าวใหม่ หมายความว่าผู้พูดกำลังจะสื่อแนวคิดเดิมด้วยวิธีที่ชัดเจน ง่าย หรือคุ้นเคยกว่า ในที่นี้วลีดังกล่าวเปลี่ยนคำอธิบายเชิงเทคนิคให้เป็นคำอธิบายตรง ๆ ไม่ได้เพิ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่ง วลีนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยเชื่อมคำอธิบายชุดที่สองกลับไปยังข้อความแรก รูปแบบที่พบบ่อยคือ ข้อความ + in other words, + การกล่าวใหม่

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าส่วนที่สองเป็นการกล่าวส่วนแรกใหม่อีกแบบหนึ่ง The ticket is nonrefundable; ____, you cannot get your money back after buying it.

  1. in other words
  2. for example
  3. in addition
ดูคำตอบ

in other words

Engineers can open up extra lines to dissipate the extra power,

7:54

วิศวกรสามารถเปิดสายไฟพิเศษเพื่อกระจายพลังงานส่วนเกิน

and with investments and upgrades cheap compared to those other natural disasters require, ไวยากรณ์

7:58

และด้วยการลงทุนและการอัปเกรดที่ราคาถูกเมื่อเทียบกับภัยธรรมชาติอื่นๆ

we could protect the world's electric grid against even the nastiest of storms.

8:03

เราสามารถปกป้องโครงข่ายไฟฟ้าของโลกจากพายุที่รุนแรงที่สุดได้

ไวยากรณ์

those ใน those other natural disasters require

ในที่นี้ those ใช้แทนกลุ่มคำนามพหูพจน์ investments and upgrades โดยหมายถึงการลงทุนและการปรับปรุงที่จำเป็นสำหรับภัยธรรมชาติอื่น ๆ ไม่ได้หมายถึงตัวภัยธรรมชาติเอง ใน those other natural disasters require มีการละสรรพนามสัมพันธ์ that: those [that] other natural disasters require คำว่า other natural disasters เป็นประธานของ require ส่วน those เป็นกรรมที่เข้าใจได้จากโครงสร้าง การเปรียบเทียบนี้จึงหมายความว่าการลงทุนและการปรับปรุงเหล่านี้มีราคาถูกกว่าแบบที่จำเป็นสำหรับภัยธรรมชาติอื่น ๆ และ require ไม่ได้เชื่อมกับ cheap

แบบฝึกหัด

ใน “The safety upgrades for this school are cheaper than those most hospitals require,” คำว่า “those” หมายถึงอะไร?

  1. การปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ต้องการ
  2. โรงพยาบาลส่วนใหญ่
  3. ราคาของโรงเรียนนี้
ดูคำตอบ

การปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ต้องการ

But we do need to prepare. ไวยากรณ์

8:08

แต่เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อม

ไวยากรณ์

do ที่ใช้เน้นใน do need

ในประโยคบอกเล่า สามารถเติม do หน้า need ซึ่งเป็นกริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นความหมายได้: do + need โครงสร้างนี้บอกว่าการเตรียมตัวเป็นสิ่งจำเป็นจริง ๆ และมักใช้แก้ความเข้าใจหรือย้ำข้อสรุป รูปที่ไม่เน้นเป็นพิเศษอย่าง But we need to prepare. เพียงบอกข้อเท็จจริง ส่วน But we do need to prepare. เพิ่มความขัดแย้งว่า อันตรายอาจรับมือได้ แต่การเตรียมตัวยังคงจำเป็น

แบบฝึกหัด

ใช้ do เพื่อเน้นและแก้คำกล่าวที่ว่าไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว: We ____ to prepare.

ดูคำตอบ

do need

While the risk is manageable,

8:10

แม้ความเสี่ยงจะสามารถจัดการได้

it is real.

8:12

แต่มันก็มีอยู่จริง

For while our sun bathes us in warm and pleasant light, สำนวน

8:13

เพราะในขณะที่ดวงอาทิตย์ของเราอาบแสงที่อบอุ่นและน่ารื่นรมย์ให้เรา

one day it might send a monster our way

8:16

วันหนึ่งมันอาจส่งสัตว์ประหลาดมาทางเรา

that we better be ready for. ไวยากรณ์

8:20

ซึ่งเราควรเตรียมตัวให้พร้อมจะดีกว่า

สำนวน

“อาบไล้เราด้วยแสงอุ่นสบาย” ... “ส่งสัตว์ประหลาดมาทางเรา”

ใน “bathes us in warm and pleasant light” คำว่า bathes เป็นอุปลักษณ์ โดยวาดภาพว่าดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คลุมเราไว้ด้วยแสง ราวกับแสงนั้นเป็นน้ำอุ่น คำนี้เน้นความสบายและความอุดมของแสงอาทิตย์ตามปกติ ไม่ได้หมายถึงการอาบน้ำจริง ๆ ใน “send a monster our way” คำว่า monster เป็นอุปลักษณ์ที่เห็นภาพชัดสำหรับปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์ที่อันตราย ซึ่งในที่นี้น่าจะหมายถึงพายุสุริยะที่รุนแรงมาก our way หมายถึงมาทางเรา หรือเข้ามาในเส้นทางของเรา ภาพทั้งสองทำให้เห็นทั้งด้านที่น่ารื่นรมย์และด้านที่อาจเป็นภัยของดวงอาทิตย์ จึงทำให้คำเตือนตอนจำน่าจดจำ

แบบฝึกหัด

สองสำนวนที่เน้นไว้สร้างความแตกต่างแบบใดในประโยคนี้

  1. ทั้งสองสำนวนบอกว่าดวงอาทิตย์ล้างคนและส่งสัตว์ประหลาดมาให้จริง ๆ
  2. ทั้งสองสำนวนบอกว่าแสงอาทิตย์น่ารื่นรมย์ได้ก็เพราะมีสัตว์ประหลาดอยู่ใกล้ ๆ
  3. ทั้งสองสำนวนทำให้ดวงอาทิตย์เป็นทั้งแหล่งกำเนิดแสงที่ให้ความสบายและแหล่งกำเนิดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
  4. ทั้งสองสำนวนเปรียบเทียบดาวเคราะห์สองดวงที่อันตรายพอ ๆ กัน
ดูคำตอบ

ทั้งสองสำนวนทำให้ดวงอาทิตย์เป็นทั้งแหล่งกำเนิดแสงที่ให้ความสบายและแหล่งกำเนิดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

“เราควรเตรียมพร้อมรับมือ”

“we better be ready” เป็นรูปแบบภาษาพูดที่ย่อมาจาก “we had better be ready” Had better ใช้ให้คำแนะนำหรือคำเตือนที่หนักแน่น โดยมักสื่อว่าถ้าไม่เตรียมตัวอาจเกิดผลเสียตามมา จึงมีน้ำหนักมากกว่า should ในที่นี้ be ready หมายถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสัตว์ประหลาดที่อาจมา better ในที่นี้ไม่ใช่คำวิเศษณ์เปรียบเทียบที่แปลว่า “ดีกว่า” ในงานเขียนที่เป็นทางการและรอบคอบ ควรคง had ไว้เป็น “we had better be ready” โครงสร้างเต็มคือ be ready for something เมื่อสิ่งที่เป็นกรรมถูกย้ายมาไว้ข้างหน้าในอนุประโยคสัมพัทธ์ การวาง for ไว้ท้ายประโยคยังเป็นธรรมชาติ เช่น “the monster that we had better be ready for”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ we better be ready หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลและไม่มีความรู้สึกเร่งด่วน
  2. เป็นรูปแบบภาษาพูดของ we had better be ready ซึ่งสื่อคำเตือนหรือคำแนะนำที่หนักแน่น
  3. หมายความว่าเราเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว
  4. หมายความว่าเราเตรียมตัวได้ดีกว่าคนอื่น
ดูคำตอบ

เป็นรูปแบบภาษาพูดของ we had better be ready ซึ่งสื่อคำเตือนหรือคำแนะนำที่หนักแน่น