10 ความจริงที่คุณอาจไม่รู้ - ความรัก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

LEMMiNO

ความยากในการเรียน
1,044 คำ 159 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การสำรวจความรักเชิงวิทยาศาสตร์นี้กล่าวถึงสมอง สัญลักษณ์หัวใจ มิตรภาพ ความดึงดูด และความเข้ากันได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “As far as historians can tell,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: นำเสนอข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ตามขอบเขตของหลักฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน 2. “comes at the cost of” — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: บอกว่าการได้มาหนึ่งอย่างนำมาซึ่งความสูญเสีย ในที่นี้คือเวลากับเพื่อนสนิท 3. “The more symmetrical your body is, specifically your face, the more attractive you are.” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองด้านด้วย “the more..., the more...” และเข้าใจว่าส่วนที่กล่าวถึงใบหน้าเป็นคำอธิบายแทรก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today, is Valentine's Day,

0:09

วันนี้คือวันวาเลนไทน์

one of the most popular and most celebrated holidays across the globe. ไวยากรณ์

0:12

หนึ่งในวันหยุดที่ได้รับความนิยมและมีการเฉลิมฉลองมากที่สุดทั่วโลก

ไวยากรณ์

หนึ่งในวันหยุดเทศกาลที่ได้รับความนิยมและมีการเฉลิมฉลองมากที่สุด

ใน one of the most popular and most celebrated holidays คำหลักของวลีคือ one ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย of ระบุกลุ่มที่สิ่งนั้นเป็นสมาชิกอยู่ ดังนั้นคำนามนับได้ holidays ซึ่งเป็นชื่อของกลุ่มจึงต้องเป็นรูปพหูพจน์ ทั้ง most popular และ most celebrated เชื่อมกันแบบขนานและขยาย holidays โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ one of the + คำบรรยายขั้นสูงสุด + คำนามนับได้พหูพจน์ เมื่อทั้งวลีเป็นประธาน กริยามักเป็นเอกพจน์เพราะคำหลักคือ one เช่น One of the holidays is...

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง one of the most + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้พหูพจน์ได้ถูกต้อง

  1. This is one of the most useful tools in the workshop.
  2. This is the one of the most useful tools in the workshop.
  3. This is one of the most useful tool in the workshop.
ดูคำตอบ

This is one of the most useful tools in the workshop.

And as you all know, ลำดับความ

0:16

และอย่างที่คุณทุกคนทราบกันดี

ลำดับความ

as you all know: การระบุข้อมูลพื้นฐานที่รู้ร่วมกัน

as you all know ช่วยจัดลำดับสารโดยนำเสนอแนวคิดถัดไปว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้พูดและผู้ฟังรู้ร่วมกันหรือคุ้นเคยอยู่แล้ว ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อสร้างจุดร่วมกับผู้ฟังก่อนเข้าสู่ประเด็นหลัก วลีนี้มักเป็นกลวิธีทางภาษา ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังทุกคนรู้จริงหรือไม่ คำว่า all ทำให้ข้อสมมตินี้ฟังดูครอบคลุมและมั่นใจมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ As you all know ที่วางไว้ก่อนข้อความถัดไปบ่งบอกอะไรเป็นหลัก

  1. นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่รู้ร่วมกันหรือคุ้นเคย
  2. พิสูจน์ว่าผู้ฟังทุกคนได้ยืนยันข้อความนั้นแล้ว
  3. เตือนว่าข้อความถัดไปเป็นความลับ
ดูคำตอบ

นำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่รู้ร่วมกันหรือคุ้นเคย

Valentine's Day is all about love.

0:17

วันวาเลนไทน์เป็นเรื่องของความรัก

Unless you're single, of course, ไวยากรณ์

0:20

เว้นแต่ว่าคุณจะโสด แน่นอน

then it's all about excruciating loneliness. การใช้คำ

0:22

ถ้างั้นมันก็เป็นเรื่องของความเหงาที่แสนปวดร้าว

ไวยากรณ์

Unless you're single: การบอกข้อยกเว้น

Unless มักใช้เพื่อบอกข้อยกเว้น มีความหมายว่า “ยกเว้นถ้า” และในประโยคเงื่อนไขแบบตรงไปตรงมา มักเทียบได้กับ “if ... not” คำนี้มีเงื่อนไขเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว จึงไม่ควรเติม not โดยอัตโนมัติ ในประโยคนี้ Unless you're single ย้อนกลับไปจำกัดคำกล่าวทั่วไปก่อนหน้าเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ โดยแยกคนโสดออกจากคำกล่าวนั้น จากนั้นผู้พูดอธิบายกรณียกเว้นว่า สำหรับคนโสด วันนั้นเป็นเรื่องของความเหงาที่เจ็บปวด ลำดับแบบ “คำกล่าวทั่วไป ข้อยกเว้นด้วย unless และผลใหม่สำหรับข้อยกเว้น” พบได้บ่อยในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดเพิ่งบอกว่าวันวาเลนไทน์เป็นเรื่องของความรักทั้งหมด ในคำพูดข้างต้น Unless you're single ทำหน้าที่อะไร

  1. ทำให้คนโสดเป็นข้อยกเว้นจากคำกล่าวก่อนหน้าเกี่ยวกับความรัก
  2. บอกว่ามีเพียงคนที่ไม่โสดเท่านั้นที่รู้สึกเหงา
  3. ถามผู้ฟังว่าเป็นโสดหรือไม่
ดูคำตอบ

ทำให้คนโสดเป็นข้อยกเว้นจากคำกล่าวก่อนหน้าเกี่ยวกับความรัก

การใช้คำ

Excruciating loneliness: ความทุกข์ทางอารมณ์ที่รุนแรงอย่างยิ่ง

Excruciating หมายถึงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์อย่างรุนแรงจนแทบจะทนไม่ไหว แม้มักใช้บรรยายความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่ก็ใช้เพิ่มความรุนแรงของอารมณ์หรือประสบการณ์ได้เช่นกัน ใน excruciating loneliness ความเหงาถูกนำเสนอว่าเป็นความทรมานทางอารมณ์ ไม่ใช่เพียงความเหงาที่ค่อนข้างมากหรือธรรมดา การใช้ถ้อยคำสุดขั้วนี้เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ และทำให้ประโยคมีอารมณ์ขันแบบมืดมน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับวลี excruciating loneliness อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ลดความรุนแรงของความหมาย

  1. คนหนึ่งหาที่นั่งบนรถโดยสารที่แออัดไม่ได้
  2. คนหนึ่งอยู่คนเดียวเงียบ ๆ สิบนาทีและรู้สึกเบื่อเล็กน้อย
  3. คนหนึ่งถูกแยกจากคนที่รักอย่างเจ็บปวดเป็นเวลาหลายเดือน
ดูคำตอบ

คนหนึ่งถูกแยกจากคนที่รักอย่างเจ็บปวดเป็นเวลาหลายเดือน

But what is love? วัฒนธรรม

0:24

แต่ความรักคืออะไร?

Baby, don't hurt me.

0:27

ที่รัก อย่าทำร้ายฉันเลย

Don't hurt me no more.

0:29

อย่าทำร้ายฉันอีกเลย

วัฒนธรรม

“What is love? Baby, don't hurt me” ในฐานะการอ้างถึงเพลง

คำถาม What is love? ตามด้วยท่อนที่ผู้คนจำได้จากเพลง What Is Love ทันทีว่า Baby, don't hurt me ผู้พูดกำลังอ้างถึงเพลงนี้ ไม่ได้กำลังนำเสนอบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริง การอ้างถึงนี้ทำให้คำถามเชิงนามธรรมเปลี่ยนไปเป็นเนื้อเพลงป๊อปที่ผู้ฟังคาดว่าจะได้ยิน จึงเกิดมุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเนื้อเพลงที่คุ้นเคยมาต่อหรือ “ตอบ” ข้อความในลักษณะนี้ ให้ลองมองหาการอ้างอิงจากสื่อก่อนที่จะตีความทุกคำตามตัวอักษรเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ การต่อ What is love? ด้วย Baby, don't hurt me... ให้ผลหลักอย่างไร

  1. เป็นการอ้างเพลงที่มีชื่อเสียงและเปลี่ยนคำถามให้กลายเป็นการอ้างอิงวัฒนธรรมป๊อปแบบขบขัน
  2. เป็นการให้นิยามความรักตามหลักชีววิทยาอย่างตรงตัว
  3. เป็นการรายงานว่าผู้พูดกำลังขอความช่วยเหลือทางการแพทย์จากทารก
ดูคำตอบ

เป็นการอ้างเพลงที่มีชื่อเสียงและเปลี่ยนคำถามให้กลายเป็นการอ้างอิงวัฒนธรรมป๊อปแบบขบขัน

Well, biologically speaking, ลำดับความ

0:30

ถ้าพูดกันตามหลักชีววิทยา

ลำดับความ

biologically speaking: กรอบสำหรับกำหนดมุมมอง

Biologically speaking เป็นกรอบบอกมุมมองที่วางไว้ตอนต้นประโยค หมายถึง “ถ้ามองจากมุมชีววิทยา” และจำกัดข้อกล่าวอ้างที่ตามมาให้อยู่ในขอบเขตชีววิทยา รูปแบบ “คำวิเศษณ์บอกมุมมอง + speaking” บอกผู้ฟังว่าควรจัดระเบียบข้อมูลต่อไปจากมุมใด ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังพูดด้วยวิธีแบบชีววิทยาจริง ๆ หรือต้องใช้ศัพท์ชีววิทยาเชิงเทคนิค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบ “คำวิเศษณ์ + speaking” ที่หมายถึง “ถ้ามองจากมุมชีววิทยา”: ____, the two animals are closely related.

ดูคำตอบ

Biologically speaking

love is a powerful neurological condition,

0:32

ความรักคือสภาวะทางระบบประสาทที่ทรงพลัง

much like hunger or thirst, ไวยากรณ์

0:35

คล้ายกับความหิวหรือความกระหายมาก

only more permanent.

0:37

เพียงแต่มันถาวรกว่า

ไวยากรณ์

much like: การสร้างการเปรียบเทียบที่ชัดเจน

much like หมายถึง “คล้ายกับอย่างมาก” หรือ “ในลักษณะที่แทบจะเหมือนกัน” คำว่า much ทำให้ like มีน้ำหนักมากขึ้น จึงเน้นว่าทั้งสองสิ่งมีความคล้ายคลึงกันในระดับสูง ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทและตามด้วยนามวลี hunger or thirst โครงสร้าง A is much like B ใช้อธิบาย A ที่ไม่คุ้นเคยโดยเปรียบเทียบกับ B ที่คุ้นเคยได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The brain works much like a prediction machine” คำว่า much like แสดงความหมายใด

  1. สิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง
  2. ผู้พูดชอบเครื่องทำนาย
  3. ทั้งสองสิ่งคล้ายกันอย่างมากในประเด็นที่กล่าวถึง
ดูคำตอบ

ทั้งสองสิ่งคล้ายกันอย่างมากในประเด็นที่กล่าวถึง

When you're truly in love,

0:39

เมื่อคุณตกหลุมรักอย่างแท้จริง

the brain can release a whole set of chemicals,

0:41

สมองสามารถหลั่งสารเคมีออกมามากมาย

pheromones, dopamine, norepinephrine,

0:44

ฟีโรโมน โดปามีน นอร์เอพิเนฟริน

serotonin, oxytocin, and vasopressin.

0:46

เซโรโทนิน ออกซิโทซิน และวาโซเพรสซิน

What's interesting about this, ลำดับความ

0:50

แต่สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

though, is that love is more or less like a drug. วลี

0:51

ก็คือความรักนั้นไม่ต่างอะไรกับยาเสพติด

ลำดับความ

What's interesting about this, though, is that...: การเน้นประเด็นที่ขัดแย้ง

โครงสร้าง What's interesting about X is that Y กำหนดให้ X เป็นหัวข้อ และนำเสนอ Y เป็นประเด็นหลักที่ควรสนใจ จึงนำความสนใจของผู้ฟังไปยังข้อความหลัง is that though ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์แสดงความขัดแย้งที่แทรกอยู่ในประโยค โดยมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นทั้งสองด้าน เพื่อบอกว่าประเด็นหลักเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงหรือเปลี่ยนทิศทางจากข้อมูลก่อนหน้า ในประโยคนี้ though ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อเน้นประเด็นหลักที่ขัดแย้งกับข้อมูลก่อนหน้า

  1. The plan sounds expensive. What's interesting about it although is that it actually saves money.
  2. The plan sounds expensive. What's interesting about it, though, is that it actually saves money.
  3. The plan sounds expensive. What's interesting about it, though, that it actually saves money.
ดูคำตอบ

The plan sounds expensive. What's interesting about it, though, is that it actually saves money.

วลี

more or less: บอกความโดยประมาณและลดความหนักแน่น

More or less หมายถึง “โดยประมาณ” “คร่าว ๆ” หรือ “ในระดับมากพอสมควร” โดยใช้เป็นวลีตายตัวหนึ่งวลี ไม่ได้หมายถึงการเลือกระหว่าง more กับ less ตามตัวอักษร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความหนักแน่นของการเปรียบเทียบ love is like a drug ผู้พูดมองว่าการเปรียบเทียบนี้ใช้ได้ในภาพรวม ไม่ได้ยืนยันอย่างแม่นยำว่าความรักกับยาเสพติดเหมือนกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “โดยประมาณ” และช่วยลดความหนักแน่นของข้อความ: The plan is ____ ready, but we still need one small change.

ดูคำตอบ

more or less

Actually, when you're going through a breakup, กริยาวลี

0:55

อันที่จริง เมื่อคุณกำลังผ่านช่วงเวลาอกหัก

กริยาวลี

going through a breakup: การผ่านกระบวนการที่ยากลำบาก

ใน you’re going through a breakup คำว่า go through หมายถึง “ประสบและรับมือกับ” เหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ยากลำบาก ส่วน you’re going through เป็นรูป present progressive ซึ่งแสดงว่ากระบวนการนั้นกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ A breakup คือการสิ้นสุดของความสัมพันธ์เชิงรักใคร่ เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้เน้นการใช้ชีวิตผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านสิ่งใดทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ความสัมพันธ์เพิ่งสิ้นสุดลง และ Lina กำลังอยู่ท่ามกลางประสบการณ์ที่เจ็บปวด ประโยคใดเน้นประสบการณ์นั้นเอง ไม่ใช่การฟื้นตัวหรือการทำตามการตัดสินใจ?

  1. Lina is going through with a breakup.
  2. Lina is going through a breakup.
  3. Lina is getting over a breakup.
ดูคำตอบ

Lina is going through a breakup.

it's exactly like a drug.

0:57

มันก็เหมือนกับยาเสพติดเป๊ะเลย

Researchers have found that for heartbroken men and women,

1:00

นักวิจัยพบว่าสำหรับชายหญิงที่อกหัก

looking at photographs of their former loved ones

1:03

การมองภาพของอดีตคนรัก

activated regions in the brain associated with physical pain วลี

1:06

จะกระตุ้นบริเวณในสมองที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดทางร่างกาย

and intense cocaine addiction.

1:10

และการติดโคเคนอย่างรุนแรง

วลี

associated with: บอกความเชื่อมโยงโดยไม่ยืนยันเหตุและผล

ในประโยคนี้ associated with physical pain and intense cocaine addiction ขยาย regions in the brain โดยระบุว่าสมองส่วนใดถูกกระตุ้น นั่นคือบริเวณที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์เหล่านั้น ไม่ได้ขยาย photographs Be associated with หมายถึง “มีความเชื่อมโยงหรือมีความสัมพันธ์กับ” สำนวนนี้บอกว่ามีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งทำให้เกิดอีกสิ่งหนึ่ง การยืนยันเหตุและผลต้องมีหลักฐานเชิงสาเหตุที่ชัดเจนกว่านี้

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบว่าสองสิ่งเกิดขึ้นร่วมกัน แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุและผล ประโยคใดรายงานผลการค้นพบได้ถูกต้อง

  1. High stress is associated with sleep problems.
  2. High stress is caused by sleep problems.
  3. High stress is unrelated to sleep problems.
ดูคำตอบ

High stress is associated with sleep problems.

In fact, the withdrawal symptoms can be so bad ไวยากรณ์

1:13

อันที่จริง อาการถอนยาสามารถรุนแรงมาก

that your body releases chemicals that significantly weakens your heart

1:15

จนร่างกายของคุณหลั่งสารเคมีที่ทำให้หัวใจของคุณอ่อนแอลงอย่างมาก

to the point where you could have a heart attack. วลี

1:20

ถึงจุดที่คุณอาจเกิดภาวะหัวใจวายได้

ไวยากรณ์

so bad that: เชื่อมระดับที่รุนแรงกับผลลัพธ์

So bad that ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดย so เพิ่มระดับความรุนแรงของ bad และอนุประโยคหลัง that บอกผลที่เกิดขึ้นเมื่อถึงระดับนั้น ในที่นี้ อาการถอนยาถูกอธิบายว่ารุนแรงพอที่จะกระตุ้นการตอบสนองทางเคมีของร่างกาย โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ so + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + that + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผลแบบคู่ที่เรียนมา: The road was ____ icy ____ the buses stopped running.

ดูคำตอบ

so · that

วลี

to the point where: ไปถึงระดับที่ทำให้เกิดผลตามมา

to the point where ใช้นำผลที่เกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์พัฒนาไปถึงระดับที่รุนแรงหรือสำคัญ ในประโยคนี้ อาการถอนรุนแรงมากจนมีโอกาสเกิดอาการหัวใจวายได้ where จึงย้อนกลับไปหมายถึงระดับที่ไปถึง ไม่ใช่สถานที่จริง ใช้โครงสร้าง สถานการณ์ที่กำลังพัฒนา + to the point where + อนุประโยคสมบูรณ์ โครงสร้างนี้ช่วยจัดข้อมูลในประโยคยาวโดยเชื่อมภาวะที่รุนแรงขึ้นกับผลที่เป็นรูปธรรม

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมหน้าส่วนบอกผลที่เป็นอนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้อง: The noise increased ______ nobody could hear the announcement.

  1. at the point of
  2. to the point of
  3. to the point where
ดูคำตอบ

to the point where

You could actually die just by losing someone you love.

1:22

คุณอาจตายได้จริงๆ เพียงเพราะสูญเสียคนที่คุณรัก

It's something called broken heart syndrome. การใช้คำ

1:26

มันคือสิ่งที่เรียกว่าโรคหัวใจสลาย

การใช้คำ

broken heart syndrome: คำศัพท์ทางการแพทย์ ไม่ใช่เพียงคำเปรียบเทียบ

ในประโยคนี้ broken heart syndrome เป็นชื่อทั่วไปของภาวะหัวใจที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งความเครียดทางอารมณ์หรือทางร่างกายอย่างรุนแรงส่งผลต่อหัวใจชั่วคราว คำว่า called แสดงว่าผู้พูดกำลังบอกชื่อของภาวะนี้ แม้ชื่อนี้จะมาจากแนวคิดเรื่องหัวใจสลายในทางอารมณ์ แต่วลีทั้งหมดเป็นชื่อทางการแพทย์ ไม่ใช่แค่สำนวนเปรียบเทียบว่าคนหนึ่งกำลังเศร้ามาก

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: คนคนหนึ่งเศร้ามากหลังการเลิกรา ดังนั้นจึงกล่าวได้อย่างถูกต้องว่าเขามี broken heart syndrome โดยไม่ต้องผ่านการประเมินทางการแพทย์

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

In other words, don't do love,

1:29

พูดอีกอย่างก็คือ อย่าเล่นกับความรัก

don't love and drive. วัฒนธรรม

1:31

อย่ารักแล้วขับ

วัฒนธรรม

don't love and drive ในฐานะคำขวัญล้อเลียน

don't love and drive เลียนแบบโครงสร้างของคำเตือนความปลอดภัยบนท้องถนนที่คุ้นเคยอย่าง don't drink and drive โดยเปลี่ยน drink เป็น love เมื่อผู้ฟังจำคำเตือนต้นฉบับได้ ประโยคที่ดัดแปลงจึงฟังคล้ายคำเตือนสาธารณะ ตรงนี้เป็นมุกตลกร้าย ความรักถูกเปรียบกับยาอันตราย ผู้พูดจึงแกล้งทำเหมือนว่าการมีความรักขณะขับรถก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน นี่ไม่ใช่กฎจราจรจริง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรด้วยข้อความ don't love and drive?

  1. ล้อเลียนคำขวัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่คุ้นเคยเพื่อสร้างมุกตลกร้าย
  2. อ้างว่าความรักช่วยเพิ่มความสามารถในการขับรถ
  3. บอกกฎอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขับรถขณะมีความรัก
ดูคำตอบ

ล้อเลียนคำขวัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่คุ้นเคยเพื่อสร้างมุกตลกร้าย

Why

1:35

ทำไม

do we use this shape

1:35

เราจึงใช้รูปทรงนี้

to illustrate the heart and love?

1:37

ในการแสดงถึงหัวใจและความรัก?

Actually, why do we use the heart

1:39

อันที่จริง ทำไมเราถึงใช้หัวใจ

as a representation of love at all?

1:41

เป็นตัวแทนของความรักกันล่ะ?

We're not exactly sure why.

1:44

เราก็ไม่แน่ใจนักว่าทำไม

As far as historians can tell, ลำดับความ

1:46

เท่าที่นักประวัติศาสตร์สามารถบอกได้

ลำดับความ

ขีดจำกัดของหลักฐานใน as far as historians can tell

as far as historians can tell จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างไว้เพียงสิ่งที่นักประวัติศาสตร์วินิจฉัยได้จากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน tell ในที่นี้หมายถึง “วินิจฉัย” หรือ “ตัดสินจากข้อมูล” ไม่ได้หมายถึง “บอกใครบางคน” โครงสร้าง as far as + บุคคลหรือกลุ่ม + can tell วางแหล่งที่มาของหลักฐานและขอบเขตความแน่นอนไว้ก่อนข้อกล่าวอ้างหลัก ทำให้ข้อความที่ตามมาเป็นข้อสรุปที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอนเด็ดขาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่บอกขีดจำกัดตามหลักฐาน as far as + archaeologists + can tell: ____, this temple is the oldest structure in the valley.

ดูคำตอบ

As far as archaeologists can tell

the very first known depiction of a real heart

1:48

การพรรณนาถึงหัวใจจริงๆ ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้

as a symbol of love dates back to the middle of the 13th century. กริยาวลี

1:51

ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความรักย้อนไปถึงกลางศตวรรษที่ 13

กริยาวลี

dates back to: การย้อนถึงจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์

ในประโยคนี้ dates back to หมายถึง “มีต้นกำเนิดใน” หรือ “มีอยู่มาตั้งแต่” วลีนี้เชื่อมภาพแรกสุดเท่าที่ทราบเข้ากับช่วงกลางศตวรรษที่ 13 เพื่อระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่เก่าแก่ที่สุดที่ทราบในปัจจุบัน โครงสร้างคือ ประธาน + date(s) back to + เวลา หรือช่วงเวลาในอดีต ในที่นี้ date เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงวันที่ในปฏิทิน และไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ออกเดตกับใครสักคน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “มีต้นกำเนิดใน”: This village church ____ the 14th century.

ดูคำตอบ

dates back to

The use of the heart shape

1:55

การใช้รูปหัวใจ

as a metaphor for the heart

1:57

เป็นภาพเปรียบเปรยแทนหัวใจ

grew in popularity during the 15th and 16th centuries. วลี

1:58

เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16

วลี

grew in popularity: การบรรยายแนวโน้มที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

ในประโยคนี้ grew in popularity หมายถึง “ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ” โดยนำเสนอความนิยมว่าเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 โครงสร้าง grow in + คำนาม ใช้ระบุด้านที่เปลี่ยนแปลง ในที่นี้ popularity คือด้านที่เพิ่มขึ้น และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น รูปแบบ แนวคิด หรือธรรมเนียม ก็สามารถเป็นประธานของ grow in popularity ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่บอกว่าสิ่งหนึ่งค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นในอดีต: Over the next few years, the podcast ____.

ดูคำตอบ

grew in popularity

For example, this symbol of Lutheranism was designed in 1530,

2:02

ตัวอย่างเช่น สัญลักษณ์ของนิกายลูเธอรันนี้ถูกออกแบบขึ้นในปี 1530

and this painting is from 1486,

2:06

และภาพวาดนี้มาจากปี 1486

illustrating the crucifixion of Jesus Christ.

2:09

ซึ่งแสดงภาพการตรึงกางเขนของพระเยซูคริสต์

Some believe that the heart shape

2:12

บางคนเชื่อว่ารูปหัวใจ

was inspired by leaves,

2:14

ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใบไม้

or it might have been one of the many heart-shaped flowers. ไวยากรณ์

2:16

หรืออาจจะเป็นหนึ่งในดอกไม้รูปหัวใจที่มีอยู่มากมาย

ไวยากรณ์

might have been สำหรับความเป็นไปได้ในอดีตที่ยังไม่แน่นอน

Might have been เป็นการรวมกริยาช่วย might กับ have + กริยาช่องที่สาม been ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอาจเคยเป็นสภาพหรือสิ่งนั้นในอดีต โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริง ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเสนอคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอนเกี่ยวกับที่มาของรูปหัวใจ โครงสร้าง might have + กริยาช่องที่สาม ใช้คาดเดาเหตุการณ์หรือสถานการณ์ในอดีตอย่างระมัดระวังได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย might + รูป perfect ของ be เพื่อคาดเดาอดีตอย่างไม่แน่นอน: The empty room ____ a library years ago.

ดูคำตอบ

might have been

If you're in a relationship right now,

2:21

หากตอนนี้คุณกำลังคบหาดูใจกับใครสักคน

try looking each other in the eye for three whole minutes. วลี

2:23

ลองมองตากันเป็นเวลาสามนาทีเต็มดูสิ

วลี

looking each other in the eye สำหรับการสบตากันโดยตรง

Look someone in the eye เป็นรูปแบบตายตัวที่หมายถึงการสบตากับบุคคลนั้นโดยตรง โดยวางบุคคลไว้หลัง look ทันที แล้วตามด้วย in the eye ในส่วนที่เน้น looking คือรูป -ing ของสำนวนเดียวกัน Each other อยู่ในตำแหน่งของบุคคลและทำให้การกระทำเป็นแบบต่างฝ่ายต่างทำ กล่าวคือทั้งสองคนสบตากันโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงการสบตาโดยตรง โดยใช้ me เป็นบุคคล: Please ____ and tell me the truth.

ดูคำตอบ

look me in the eye

Also, make sure you have

2:27

นอกจากนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมี

some type of heart rate monitor

2:28

เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจบางชนิด

to observe both of your heart rates.

2:29

เพื่อสังเกตอัตราการเต้นของหัวใจของคุณทั้งสองคน

Now, something strange should happen. ไวยากรณ์

2:32

เอาล่ะ เรื่องแปลกๆ น่าจะเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

should happen: ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ should ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือคำแนะนำ แต่บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหากสถานการณ์ดำเนินไปตามปกติ ดังนั้น โครงสร้าง ประธาน + should + กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้คาดการณ์แบบที่ยังมีความไม่แน่นอนได้ ผู้พูดคิดว่าผลนั้นมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The update is complete, so the app should restart now," should แสดงความหมายใด

  1. มีคนมีหน้าที่ต้องเริ่มแอปใหม่
  2. แอปเริ่มทำงานใหม่ไปแล้วอย่างแน่นอน
  3. คาดว่าแอปจะเริ่มทำงานใหม่
ดูคำตอบ

คาดว่าแอปจะเริ่มทำงานใหม่

If you're truly in love,

2:35

หากคุณตกหลุมรักกันอย่างแท้จริง

your heart rates will begin to synchronize.

2:37

อัตราการเต้นของหัวใจของคุณจะเริ่มประสานกัน

As in your hearts will start beating ลำดับความ

2:39

หมายความว่าหัวใจของคุณจะเริ่มเต้น

in almost exactly the same way.

2:41

ในจังหวะที่เกือบจะเหมือนกันเป๊ะ

ลำดับความ

As in: ใช้นำเข้าสู่คำอธิบายที่ชัดเจนขึ้น

As in เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะทำให้แนวคิดก่อนหน้าชัดเจนและเจาะจงขึ้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าสู่คำอธิบายที่เป็นรูปธรรมว่าแนวคิดก่อนหน้านั้นหมายถึงอะไร เมื่อใช้ขึ้นต้นการชี้แจง As in ทำหน้าที่คล้าย "กล่าวคือ" หรือ "เจาะจงกว่านั้น" โดยยังคงอยู่ในหัวข้อเดิมและทำให้ความหมายชัดขึ้น ไม่ได้เริ่มประเด็นใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีชี้แจงแบบภาษาพูดสองคำจากบทเรียน: "The schedule is unusual. ____, the office closes at noon on Fridays."

ดูคำตอบ

As in

How or why this is happening, ไวยากรณ์

2:44

มันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือทำไม

we simply don't know.

2:47

เราก็ไม่รู้เหมือนกัน

ไวยากรณ์

How or why this is happening: ลำดับคำของคำถามแฝงที่ย้ายมาไว้ต้นประโยค

How or why this is happening คือเนื้อหาที่เราไม่รู้ใน we simply don't know ส่วนนี้ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อเน้นข้อมูลที่ยังไม่รู้ หากใช้ลำดับปกติจะเป็น We simply don't know how or why this is happening. เนื่องจากเป็นคำถามแฝง อนุประโยคจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า this is happening ไม่ใช่ is this happening ส่วนคำถามตรงจะมีการสลับตำแหน่งเป็น How or why is this happening?

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำถูกต้องสำหรับคำถามแฝงที่ย้ายมาไว้ต้นประโยค

  1. Why do the lights keep flickering, we don't know.
  2. Why the lights keep flickering, we don't know.
  3. Why the lights do keep flickering, we don't know.
ดูคำตอบ

Why the lights keep flickering, we don't know.

The longest married couple in the world

2:50

คู่แต่งงานที่ยาวนานที่สุดในโลก

married in 1925 and are still married to this day. วลี

2:53

แต่งงานกันในปี 1925 และยังคงใช้ชีวิตคู่มาจนถึงทุกวันนี้

วลี

to this day: ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

To this day หมายถึงสภาวะหรือผลบางอย่างเริ่มต้นในอดีตและยังดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน ในประโยคนี้เน้นว่าการสมรสที่เริ่มขึ้นในปี 1925 ยังคงอยู่ในตอนนี้ วลีนี้ไม่ใช่วิธีธรรมดาในการระบุวันที่วันนี้ แต่เพิ่มน้ำหนักว่าบางสิ่งยังคงอยู่ต่อเนื่อง โดยมักใช้หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานหรือน่าจดจำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงการดำเนินต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน: The old rule was created centuries ago and remains in force ____.

ดูคำตอบ

to this day

As of 2015, they have been married for 90 years. โน้ต

2:58

ณ ปี 2015 พวกเขาแต่งงานกันมาแล้ว 90 ปี

วลี

As of 2015: วันที่ใช้เป็นจุดตัด

As of 2015 กำหนดให้ปี 2015 เป็นวันตัดยอดหรือจุดอ้างอิงของข้อความที่ตามมา ตัวเลข 90 ปีเป็นข้อมูลที่เป็นจริง ณ เวลานั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่คงเดิมตลอดไป ใช้ as of + วันที่หรือเวลา เพื่อระบุว่าสถิติ สถานะ หรือข้อมูลอัปเดตนั้นวัด ณ เวลาใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as of เพื่อระบุวันที่ตัวเลขที่รายงานมีผล?

  1. As of June 30, the club has 500 members.
  2. By June 30, the club has 500 members.
  3. Since June 30, the club has 500 members.
ดูคำตอบ

As of June 30, the club has 500 members.

ไวยากรณ์

have been married for 90 years: สถานะที่ดำเนินต่อเนื่อง

They have been married เป็นรูป present perfect ของ be married ในที่นี้ be married บอกสถานะที่ดำเนินต่อเนื่อง และ for 90 years บอกระยะเวลาของสถานะนั้นตั้งแต่เริ่มในอดีตจนถึงจุดอ้างอิง วลี As of 2015 ตอนต้นกำหนดให้ปี 2015 เป็นจุดอ้างอิงของการรายงานในประโยคนี้ ใช้ have หรือ has been + สถานะหรือคำคุณศัพท์ + for + ระยะเวลา เพื่อบอกสถานะที่ดำเนินต่อมาจนถึงจุดอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ be married และคำบุพบทบอกระยะเวลา: They ____ 20 years.

ดูคำตอบ

have been married for

If you've ever been in love, ไวยากรณ์

3:04

หากคุณเคยมีความรัก

you might have felt that

3:06

คุณอาจจะเคยรู้สึกว่า

it's almost difficult to concentrate on other things.

3:07

มันแทบจะเป็นเรื่องยากที่จะมีสมาธิกับเรื่องอื่นๆ

ไวยากรณ์

If you've ever..., you might have felt that...: ถ้าคุณเคย... คุณอาจเคยรู้สึกว่า...

If you've ever + คำกริยาช่องสาม ชวนให้ผู้ฟังย้อนมองประสบการณ์ตลอดชีวิตจนถึงตอนนี้ ว่าเคยพบเจอเรื่องแบบนั้นหรือไม่ ever ขยายช่วงเวลาให้หมายถึงเวลาใดก็ตามจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้แปลว่าเสมอไป ในประโยคหลัก you might have felt that + อนุประโยค เป็นการคาดเดาอย่างระมัดระวังถึงความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้นในอดีต โครงสร้างทั้งหมดช่วยแสดงความเข้าอกเข้าใจ โดยชวนให้ผู้ฟังเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตนโดยไม่ยืนยันว่าทุกคนเคยพบเรื่องเดียวกันหรือรู้สึกเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนผู้ฟังให้นึกถึงประสบการณ์ในอดีตที่อาจเคยมี พร้อมทั้งคาดเดาความรู้สึกอย่างระมัดระวัง

  1. If you've ever waited for exam results, you might have felt that time moved slowly.
  2. If you wait for exam results tomorrow, you will feel that time moves slowly.
  3. You waited for exam results, so you definitely felt that time moved slowly.
ดูคำตอบ

If you've ever waited for exam results, you might have felt that time moved slowly.

Your mind is so filled with thoughts of this new love interest,

3:11

จิตใจของคุณเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับคนรักใหม่คนนี้

you can't stop thinking about them. ไวยากรณ์

3:14

คุณไม่สามารถหยุดคิดถึงพวกเขาได้เลย

ไวยากรณ์

can't stop thinking about them: หยุดคิดถึงคนนั้นไม่ได้

Can't stop + -ing หมายถึงการกระทำหรือกิจกรรมทางความคิดยังคงเกิดขึ้นและรู้สึกว่าควบคุมได้ยาก ในที่นี้ thinking เป็น gerund ที่ตามหลัง stop ส่วน about them ระบุถึงคนที่อยู่ในความคิดของผู้พูดตลอดเวลา Them สามารถใช้แทนคนเพียงคนเดียวได้เมื่อไม่ทราบเพศ เพศไม่สำคัญ หรือผู้พูดไม่ได้ระบุเพศ ในประโยคนี้คำนี้ย้อนกลับไปหา love interest ที่มีความหมายเป็นเอกพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย can't stop และรูป -ing ของ think: This puzzle is so interesting that I ____ about it.

ดูคำตอบ

can't stop thinking

It's almost obsessive.

3:16

มันแทบจะเหมือนการหมกมุ่น

Well, this isn't so strange

3:18

ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกนัก

as your brain will have very similar activity

3:20

เพราะสมองของคุณจะมีกิจกรรมที่คล้ายคลึงกันมาก

to a person with obsessive-compulsive disorder.

3:22

กับคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

It has actually been proven that in the early stages ไวยากรณ์

3:25

มีการพิสูจน์แล้วว่าในช่วงแรก

of a new romantic relationship,

3:28

ของความสัมพันธ์รักครั้งใหม่

people have reduced cognitive control.

3:30

ผู้คนจะมีการควบคุมการรู้คิดลดลง

ไวยากรณ์

โครงสร้างรายงาน “It has actually been proven that ...”

ประโยคนี้ใช้ it ที่เป็นประธานสมมติเป็นประธานทางไวยากรณ์ เนื้อหาจริงอยู่ในอนุประโยค that คือ ในช่วงต้นของความสัมพันธ์ คนเรามีการควบคุมทางความคิดลดลง โครงสร้างนี้ช่วยไม่ให้ต้องวางข้อความอ้างยาว ๆ ไว้ในตำแหน่งประธาน และนำเสนอข้อความนั้นได้ชัดเจน Has been proven เป็น present perfect รูปถูกกระทำ หมายถึงหลักฐานก่อนหน้านี้ได้ยืนยันข้ออ้างแล้ว และผลนั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน Actually เพิ่มน้ำหนัก มักใช้แก้ความสงสัยหรือบอกว่าผลที่พบอาจน่าประหลาดใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบรายงานรูปถูกกระทำจากบทเรียน: ____ no whole number satisfies the equation.

ดูคำตอบ

It has been proven that

In other words, you're so consumed ไวยากรณ์

3:33

พูดง่ายๆ ก็คือ คุณถูกกลืนกิน

by thoughts and feelings of this new person

3:35

ด้วยความคิดและความรู้สึกต่อคนใหม่คนนี้

that you become stupid.

3:37

จนคุณกลายเป็นคนโง่

ไวยากรณ์

รูปแบบระดับและผลลัพธ์ “so consumed by ... that”

Consumed by ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือความคิดและความรู้สึกกินพื้นที่ความสนใจของคนคนนั้นเกือบทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงถูกกินจริง ๆ ในบริบทนี้ thoughts and feelings of this new person หมายถึงความคิดและความรู้สึกเกี่ยวกับคนนั้น รูปแบบ so + คำคุณศัพท์หรือวลี participle + อนุประโยค that เชื่อมระดับที่รุนแรงเข้ากับผลลัพธ์ So เพิ่มระดับความหมายของ consumed by ... ส่วน that นำเข้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา วลีที่มี by ระบุสิ่งที่ครอบงำจิตใจ และอนุประโยค that บอกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ so consumed by ... that เติมประโยคให้สมบูรณ์: She was ____ worry ____ she could not sleep.

ดูคำตอบ

so consumed by · that

There's practically a phobia

3:41

ในทางปฏิบัติแล้วมีโรคกลัว

for everything.

3:43

สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

And yes, believe it or not, ลำดับความ

3:44

และใช่ เชื่อหรือไม่ก็ตาม

ลำดับความ

believe it or not สำหรับเกริ่นข้อมูลที่น่าประหลาดใจ

Believe it or not เป็นวลีแทรกที่เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลที่ผู้พูดคาดว่าอาจฟังดูน่าประหลาดใจหรือเชื่อได้ยาก วลีนี้ช่วยจัดลำดับสารโดยชี้ไปยังข้อความน่าประหลาดใจที่จะตามมา แม้รูปคำจะดูเหมือนคำถาม แต่โดยปกติไม่ใช่คำถามจริง และผู้ฟังไม่ต้องเลือกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "Believe it or not, the school has a rooftop garden," วลีที่ขึ้นต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. พิสูจน์ว่าสวนบนดาดฟ้าต้องเป็นเรื่องสมมติ
  2. ขอให้ผู้ฟังตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ก่อนจึงจะพูดประโยคต่อได้
  3. เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลที่ผู้พูดคาดว่าจะน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ

เตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อมูลที่ผู้พูดคาดว่าจะน่าประหลาดใจ

love is no exception. วลี

3:46

ความรักก็ไม่มีข้อยกเว้น

วลี

be no exception: กฎทั่วไปใช้กับกรณีหนึ่งด้วย

Be no exception หมายความว่าบุคคลหรือสิ่งที่กำลังกล่าวถึงอยู่ภายใต้กฎทั่วไปเดียวกับสิ่งอื่น ใน love is no exception คำว่า love คือกรณีเฉพาะ และกฎที่กล่าวไว้ก่อนหน้าก็ใช้กับกรณีนี้ด้วย โครงสร้างคือ subject + be + no exception ซึ่งเชื่อมข้อความทั่วไปเข้ากับกรณีหนึ่งโดยไม่ต้องกล่าวกฎทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน: Every member must show an ID, and the team captain is ____.

ดูคำตอบ

no exception

It's called philophobia

3:48

มันเรียกว่า Philophobia

and is the fear of falling in love.

3:50

และมันคือความกลัวที่จะตกหลุมรัก

You know, I think most of us

3:54

คุณรู้ไหม ฉันคิดว่าเราส่วนใหญ่

would like to think that the saying bros before hoes โน้ต

3:56

อยากจะคิดว่าคำกล่าวที่ว่า 'เพื่อนต้องมาก่อนผู้หญิง'

holds true in real life. วลี

4:00

เป็นเรื่องจริงในชีวิตจริง

น้ำเสียง/เจตนา

would like to think that: ความเชื่อที่มีความหวังแต่ยังระมัดระวัง

ใน “would like to think that” คำว่า would like ไม่ได้หมายถึง “อยากใช้เวลาคิด” ทั้งสำนวนหมายถึง “อยากเชื่อ” หรือ “เลือกที่จะเชื่อ” ว่าข้อความที่ตามมาเป็นความจริง การใช้คำแบบนี้เพิ่มระยะห่างและความระมัดระวัง ผู้พูดเสนอความเชื่อที่ตนอยากให้เป็นจริง พร้อมเปิดโอกาสไว้ด้วยว่าหลักฐานหรือความเป็นจริงอาจขัดแย้งกับความเชื่อนั้น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดสื่อความหมายแฝงอะไรเมื่อพูดว่า “we would like to think that loyalty comes first”?

  1. เรากำลังขอให้ใครสักคนพิจารณาเรื่องนี้ภายหลัง
  2. เราได้พิสูจน์อย่างรอบคอบแล้วว่าสิ่งนี้เป็นจริงเสมอ
  3. เราอยากเชื่อเช่นนั้น แต่ก็ยอมรับว่าความเป็นจริงอาจไม่ได้สนับสนุนความเชื่อนี้ทั้งหมด
ดูคำตอบ

เราอยากเชื่อเช่นนั้น แต่ก็ยอมรับว่าความเป็นจริงอาจไม่ได้สนับสนุนความเชื่อนี้ทั้งหมด

การใช้คำ

bros before hoes: ความหมายและระดับภาษาที่อาจสร้างความไม่พอใจ

“Bros before hoes” เป็นคำขวัญสแลงที่คล้องจองกัน หมายความว่าผู้ชายควรให้ความสำคัญกับเพื่อนผู้ชายมากกว่าแฟนสาวหรือคู่รักหรือคู่นอนที่เป็นผู้หญิงคนอื่น ๆ “Bros” เป็นคำย่อแบบไม่เป็นทางการของ “brothers” ซึ่งในที่นี้หมายถึงเพื่อนผู้ชายที่สนิท ส่วน “hoes” เป็นคำดูหมิ่นผู้หญิง ดังนั้นคำขวัญนี้ไม่ได้แค่หมายถึง “มิตรภาพสำคัญ” แต่ยังกล่าวถึงผู้หญิงอย่างไม่ให้เกียรติด้วย

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: “bros before hoes” เป็นวิธีพูดที่ให้เกียรติและเป็นกลางเพื่อบอกว่ามิตรภาพสำคัญในการสนทนาทั่วไปในที่ทำงานหรือไม่?

  1. ใช่ เป็นคำพูดที่เป็นกลางและเหมาะสม
  2. ไม่ใช่ เป็นคำพูดหยาบคายและอาจฟังดูเหยียดเพศหรือดูหมิ่น
ดูคำตอบ

ไม่ใช่ เป็นคำพูดหยาบคายและอาจฟังดูเหยียดเพศหรือดูหมิ่น

วลี

holds true: ยังคงใช้ได้ในสถานการณ์ที่ระบุ

ในที่นี้ holds true หมายถึง “ยังคงใช้ได้หรือพิสูจน์แล้วว่าถูกต้องในสถานการณ์ที่กล่าวถึง” ประธานคือ the saying หรือ “คำพูดนั้น” ส่วน in real life ระบุขอบเขตที่นำความถูกต้องของคำพูดนี้ไปทดสอบ hold ในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงการถือสิ่งของ ข้อกล่าวอ้าง กฎ หรือข้อสรุปทั่วไปจะ holds true เมื่อยังใช้ได้หลังจากตรวจสอบหรือภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง เมื่อเทียบกับ is true สำนวนนี้จะเน้นความถูกต้องที่ผ่านการทดสอบหรือยังคงมีผลอยู่มากกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้มีความหมายว่า “ยังคงใช้ได้”: The safety rule still ____ during an emergency.

ดูคำตอบ

holds true

But yet again, science creeps up behind us, สำนวน

4:02

แต่แล้วอีกครั้ง วิทยาศาสตร์ก็คืบคลานเข้ามาข้างหลังเรา

stabs us in the back,

4:05

แทงข้างหลังเรา

and silently whispers, "No fucking way." น้ำเสียง/เจตนา

4:06

และกระซิบเบาๆ ว่า "ไม่มีทางหรอกเว้ย"

สำนวน

science ย่องเข้ามา แทง และกระซิบ: บุคลาธิษฐาน

ประโยคนี้ทำให้ science มีการกระทำแบบมนุษย์สามอย่าง คือย่องเข้ามา แทง และกระซิบ ในที่นี้ science หมายถึงหลักฐานหรือผลการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ จึงไม่ได้กล่าวถึงผู้โจมตีจริง ๆ หรือขั้นตอนการทดลอง ลำดับการกระทำนี้ทำให้การค้นพบที่ไม่น่ายินดีดูน่าตื่นเต้นขึ้น creeps up สื่อว่าหลักฐานปรากฏขึ้นโดยไม่คาดคิด stabs us in the back เพิ่มความรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพราะผลลัพธ์ทำลายความเชื่อที่ทำให้สบายใจ ส่วน silently whispers ทำให้การปฏิเสธดูสงบแต่ไร้ความปรานี การกระทำทั้งหมดเปลี่ยนข้อสรุปที่เป็นนามธรรมให้เหมือนการจู่โจม

แบบฝึกหัด

บุคลาธิษฐานนี้สื่อถึงอะไร?

  1. วิทยาศาสตร์เห็นด้วยกับคำพูดนั้นอย่างเงียบ ๆ
  2. นักวิจัยโจมตีผู้พูดจากด้านหลังจริง ๆ
  3. ผลการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ล้มล้างความเชื่อที่ทำให้สบายใจอย่างไม่คาดคิด
ดูคำตอบ

ผลการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ล้มล้างความเชื่อที่ทำให้สบายใจอย่างไม่คาดคิด

น้ำเสียง/เจตนา

“No fucking way”: การไม่เชื่อหรือปฏิเสธอย่างรุนแรงและหยาบคาย

ในประโยคนี้ “No fucking way” เป็นปฏิกิริยาที่หนักแน่นมาก หมายถึง “ฉันไม่เชื่อหรือไม่ยอมรับเรื่องนั้นอย่างเด็ดขาด” หรือ “เรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน” ผู้พูดใช้เพื่อปฏิเสธแนวคิดก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้พูดถึงเส้นทางหรือวิธีการตามความหมายตรงตัว คำสบถ “fucking” ทำให้ “no way” รุนแรงขึ้น และเพิ่มอารมณ์โกรธ ตกใจ หรือความแข็งกร้าว อารมณ์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบท แต่ในที่นี้เป็นการปัดทิ้งอย่างหยาบและใช้อารมณ์

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพูดกับครูในการอภิปรายอย่างเป็นทางการในชั้นเรียน การตอบว่า “No fucking way” เหมาะสมหรือไม่

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Purely statistically speaking, ลำดับความ

4:10

ในทางสถิติล้วนๆ

ลำดับความ

“Purely statistically speaking”: จำกัดข้อกล่าวอ้างให้อยู่ในแง่สถิติ

กรอบเปิดประโยค “Purely statistically speaking” บอกผู้ฟังว่าควรตีความเนื้อหาที่ตามมาอย่างไร กล่าวคือ ข้อกล่าวอ้างนี้อาศัยหลักฐานทางสถิติเท่านั้น “Purely” จำกัดมุมมองให้แคบลง ส่วน “speaking” หมายถึง “เมื่อเราพูดถึงเรื่องนี้ด้วยมุมมองแบบนี้” กรอบนี้ยังจำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้างด้วย แบบแผนหรือค่าเฉลี่ยในข้อมูลไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะได้ผลลัพธ์เดียวกัน จึงช่วยแยกข้อสังเกตระดับกลุ่มออกจากการคาดการณ์เกี่ยวกับบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเกริ่นที่จำกัดข้อกล่าวอ้างให้อยู่ในแง่สถิติเท่านั้น: ____, customers in the survey were more likely to choose the cheaper plan.

ดูคำตอบ

Purely statistically speaking

falling in love

4:12

การตกหลุมรัก

comes at the cost วลี

4:13

ต้องแลกมาด้วย

of losing at least two

4:14

การสูญเสียอย่างน้อยสองคน

of your close friends.

4:16

จากบรรดาเพื่อนสนิทของคุณ

วลี

comes at the cost of: ผลลัพธ์ที่ต้องแลกด้วยการเสียบางอย่าง

ในประโยคนี้ comes at the cost of หมายถึงผลลัพธ์หนึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียที่สำคัญ โดยกล่าวว่าการตกหลุมรักเกิดขึ้นพร้อมกับการสูญเสียเพื่อนสนิท cost ในที่นี้เป็นต้นทุนเชิงนามธรรม ไม่ใช่ราคาที่เป็นเงิน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X comes at the cost of Y โดย Y คือสิ่งที่ต้องเสียไปหรือผลเสียที่ต้องแลกกับ X หลัง of ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่แสดงว่าประโยชน์หนึ่งต้องอาศัยการแลกเปลี่ยน: The larger apartment comes ____ living farther from the city center.

ดูคำตอบ

at the cost of

Romantic partners usually absorb time

4:18

คู่รักมักจะดึงเอาเวลา

that would otherwise be spent with friends, ไวยากรณ์

4:21

ที่ควรจะได้ใช้กับเพื่อนๆ ไป

ไวยากรณ์

would otherwise be spent: ทางเลือกภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ได้กล่าวตรง ๆ

ในที่นี้ would otherwise be spent หมายถึง “เวลาจะถูกใช้ในอีกทางหนึ่งหากสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีอยู่” คนรักใช้เวลาส่วนนั้นไป ดังนั้นการใช้เวลากับเพื่อนจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง would แสดงผลลัพธ์ที่สมมุติขึ้น otherwise ให้เงื่อนไขที่ซ่อนอยู่ว่า “หากไม่เป็นเช่นนั้น” และ be spent เป็นรูปกรรมวาจกเพราะ time เป็นสิ่งที่ถูกใช้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + would otherwise be + กริยาช่องที่สาม

แบบฝึกหัด

เติมวลีกรรมวาจกที่หมายถึง “หากไม่จำเป็นต้องซ่อมแซม เงินก็จะนำไปใช้กับหนังสือ”: The repairs use money that ____ on new books.

ดูคำตอบ

would otherwise be spent

and thus friendships have a tendency วลี

4:23

และด้วยเหตุนี้มิตรภาพจึงมีแนวโน้ม

to slowly fade away. กริยาวลี

4:25

ที่จะค่อยๆ เลือนหายไป

วลี

have a tendency to: การอธิบายแนวโน้มทั่วไป

ในโครงสร้าง have a tendency to + คำกริยารูปพื้นฐาน คำว่า tendency หมายถึงทิศทางหรือรูปแบบที่มักเกิดขึ้น ในที่นี้รูปแบบดังกล่าวคือมิตรภาพค่อย ๆ อ่อนลง ไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพทุกความสัมพันธ์จะเป็นเช่นนี้เสมอ วลีนี้ใช้กล่าวสรุปอย่างระมัดระวัง ใช้เมื่อหลักฐานบ่งชี้ว่าบางสิ่งเกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ต้องการยืนยันว่าเกิดขึ้นทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง have/has ที่มี tendency: Friendships ____ slowly change when people move apart.

ดูคำตอบ

have a tendency to

กริยาวลี

fade away: ค่อย ๆ อ่อนลงจนหายไป

Fade away หมายถึงค่อย ๆ อ่อนลง สังเกตเห็นได้น้อยลง หรือมีความสำคัญน้อยลงจนหายไป ในประโยคนี้มิตรภาพไม่ได้จบลงทันที แต่ค่อย ๆ สูญเสียความแน่นแฟ้น กริยาวลีนี้เน้นกระบวนการที่เกิดขึ้นทีละน้อย จึงมีความหมายละเอียดกว่าการพูดเพียงว่า disappear นอกจากนี้ยังใช้บรรยายเสียง ความทรงจำ แสง อิทธิพล หรือความรู้สึกที่ค่อย ๆ จางไปได้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึงค่อย ๆ อ่อนลงและหายไป: Without regular contact, some friendships ____.

ดูคำตอบ

fade away

Mother fucking science, bitch.

4:27

วิทยาศาสตร์มันแสบจริงๆ

If you have a slight headache,

4:32

หากคุณมีอาการปวดหัวเล็กน้อย

it might be worth to just cuddle ไวยากรณ์

4:34

มันอาจจะคุ้มค่าที่จะลองกอด

with your significant other for a while.

4:36

กับคนรักของคุณสักพัก

ไวยากรณ์

be worth doing ไม่ใช่ be worth to do

ภาษาอังกฤษมาตรฐานใช้ be worth ตามด้วยคำนามหรือคำกริยารูป -ing ในที่นี้ผู้พูดต้องการสื่อว่าการกอดอาจมีประโยชน์มากพอที่จะลองทำ ดังนั้นรูปมาตรฐานคือ “It might be worth just cuddling with your significant other for a while.” ไม่ควรใช้ be worth to cuddle ในคำบรรยายเป็นแบบอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง be worth แบบมาตรฐาน

  1. It might be worth to check the schedule.
  2. It might be worth checking the schedule.
  3. It might be worth check the schedule.
ดูคำตอบ

It might be worth checking the schedule.

The reason being that when you cuddle ลำดับความ

4:39

เหตุผลก็คือเมื่อคุณกอดกัน

ลำดับความ

The reason being that ในฐานะส่วนประโยคสนทนา

“The reason being that” ใช้เกริ่นคำอธิบายของสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในที่นี้วลีดังกล่าวเชื่อมคำแนะนำก่อนหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนกอดกัน โดยมีความหมายใกล้เคียงกับ “The reason is that ...” นี่เป็นส่วนประโยคแบบละคำที่ใช้ในการสนทนา เนื่องจาก being เป็นรูปกริยาไม่ผัน วลีนี้จึงไม่มีกริยาหลักที่ผันตามประธานและกาล และไม่เป็นอนุประโยคอิสระที่สมบูรณ์ วลีนี้ช่วยจัดลำดับคำพูดด้วยการส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีสาเหตุหรือเหตุผลตามมา

แบบฝึกหัด

ใน “Leave a little earlier. The reason being that the roads get busy after eight,” ส่วนที่สองทำหน้าที่อะไร

  1. ส่วนนี้เปลี่ยนคำแนะนำให้เป็นออกเดินทางหลังสองทุ่ม
  2. ส่วนนี้เริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ส่วนนี้บอกเหตุผลที่ควรออกเดินทางให้เร็วขึ้น
ดูคำตอบ

ส่วนนี้บอกเหตุผลที่ควรออกเดินทางให้เร็วขึ้น

or when you're simply embraced in any way

4:40

หรือเพียงแค่ได้รับการโอบกอดในรูปแบบใดก็ตาม

by someone you love,

4:42

โดยคนที่คุณรัก

the hormone oxytocin is released

4:44

ฮอร์โมนออกซิโทซินจะถูกหลั่งออกมา

and acts as a sort of natural painkiller. วลี

4:46

และทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ

วลี

acts as a sort of: ทำหน้าที่คล้ายกับบางสิ่ง

Acts as หมายถึงบางสิ่งทำหน้าที่หรือมีบทบาทอย่างหนึ่ง ในที่นี้อธิบายออกซิโทซินจากสิ่งที่มันทำ ไม่ได้จัดประเภทตามตัวอักษรว่ามันเป็นยา A sort of ทำให้การเปรียบเทียบเป็นเพียงความใกล้เคียง เมื่อนำมารวมเป็น acts as a sort of ผู้พูดจึงอธิบายผลที่คล้ายกันได้โดยไม่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าออกซิโทซินเป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างโดยรวม acts as กับ a sort of: The thick curtain ____ sound barrier.

ดูคำตอบ

acts as a sort of

Even just looking at a picture of a loved one ไวยากรณ์

4:48

แม้แต่แค่การมองภาพของคนที่รัก

can be enough to relieve the pain.

4:51

ก็อาจเพียงพอที่จะบรรเทาความเจ็บปวดได้

ไวยากรณ์

Even just doing ... can be enough to ...: เพียงการกระทำเล็ก ๆ ก็อาจเพียงพอ

Even just + วลี -ing เน้นการกระทำที่เล็กน้อยหรือทำได้ง่ายมาก และแสดงให้เห็นว่าผลของมันน่าประหลาดใจ วลี -ing นี้ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค Can be enough to + กริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าการกระทำนั้นอาจเพียงพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะเป็นเช่นนั้นทุกครั้ง โครงสร้างทั้งหมดเชื่อมเงื่อนไขขั้นต่ำเข้ากับผลลัพธ์ที่เงื่อนไขนั้นอาจเพียงพอจะทำให้เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Even just doing ... can be enough to ... และกริยา send เติมช่องว่างทั้งสองช่อง: ____ one kind message ____ brighten someone's day.

ดูคำตอบ

Even just sending · can be enough to

Love is complicated.

4:55

ความรักเป็นเรื่องซับซ้อน

You can love your family

4:57

คุณสามารถรักครอบครัวของคุณ

just as much as you can love a good meal, ไวยากรณ์

4:59

ได้มากพอๆ กับที่คุณรักอาหารมื้ออร่อย

ไวยากรณ์

just as much as สำหรับบอกระดับที่เท่ากัน

just as much as ใช้เปรียบเทียบระดับหรือความเข้มของสองสิ่งและบอกว่าเท่ากัน ในประโยคนี้ สิ่งที่เปรียบเทียบคือระดับที่คนคนหนึ่งรักครอบครัวกับระดับที่รักอาหารมื้ออร่อย ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวกับอาหารคล้ายกัน ใช้ much เพราะมอง love เป็นระดับหรือปริมาณที่นับไม่ได้ ส่วน just เน้นความเท่ากันว่าไม่ได้เพียงใกล้เคียง แต่เท่ากันพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่มี just และแสดงความเข้มที่เท่ากัน: I value honest feedback ____ I value praise.

ดูคำตอบ

just as much as

a pet, a friend, a hobby,

5:01

สัตว์เลี้ยง เพื่อน งานอดิเรก

and of course, a significant other

5:04

และแน่นอน คนรัก

like on Valentine's Day.

5:06

อย่างเช่นในวันวาเลนไทน์

This diversity of uses and meanings

5:07

ความหลากหลายของการใช้งานและความหมายเหล่านี้

combined with the complexity

5:10

ผสมผสานกับความซับซ้อน

of the feelings involved

5:11

ของความรู้สึกที่เกี่ยวข้อง

makes love unusually difficult ไวยากรณ์

5:13

ทำให้ความรักเป็นเรื่องยากผิดปกติ

to consistently define

5:15

ที่จะกำหนดนิยามอย่างสม่ำเสมอ

ไวยากรณ์

make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive

โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ + to-infinitive หมายถึงบางสิ่งทำให้กรรมมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหนึ่ง ในประโยคนี้ love เป็นกรรม unusually difficult เป็นคำบอกผลลัพธ์ และ to consistently define บอกว่าการกระทำใดเป็นเรื่องยาก ให้อ่านทั้งช่วงว่า “ทำให้ความรักยากต่อการนิยามอย่างสอดคล้องกันเป็นพิเศษ” อย่าหยุดแยกความหมายที่ make love เพราะ make love อาจเป็นสำนวนตายตัวอีกสำนวนหนึ่งได้ แต่ในที่นี้ไม่ได้ใช้โครงสร้างนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ของ identify: The faded ink makes the labels difficult ____.

ดูคำตอบ

to identify

compared to other emotional states.

5:17

เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะทางอารมณ์อื่นๆ

Ancient Greeks identified love

5:19

ชาวกรีกโบราณจำแนกความรัก

in a much more organized fashion. การใช้คำ

5:21

อย่างเป็นระบบมากกว่ามาก

การใช้คำ

ความหมายและการใช้ in a much more organized fashion

ในที่นี้ in a much more organized fashion หมายถึง “ด้วยวิธีที่เป็นระบบและมีระเบียบมากกว่าอย่างชัดเจน” คำว่า fashion หมายถึงวิธีหรือรูปแบบการทำสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าหรือกระแสนิยม โครงสร้าง in a/an + คำคุณศัพท์ + fashion ใช้อธิบายว่าการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร ส่วน much more เน้นระดับการเปรียบเทียบของ organized ว่าแนวทางของชาวกรีกเป็นระบบกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ in a much more organized fashion หมายความว่าอย่างไร?

  1. ด้วยวิธีที่เป็นระบบและมีระเบียบมากกว่า
  2. โดยไม่แบ่งแยกสิ่งใดเลย
  3. ในขณะที่ติดตามกระแสเสื้อผ้าล่าสุด
ดูคำตอบ

ด้วยวิธีที่เป็นระบบและมีระเบียบมากกว่า

They actually used different words

5:23

ที่จริงพวกเขาใช้คำที่แตกต่างกัน

to describe different forms of love.

5:25

เพื่ออธิบายรูปแบบความรักที่ต่างกัน

For example, love for your family,

5:28

ตัวอย่างเช่น ความรักต่อครอบครัว

love between friends, romantic love,

5:30

ความรักระหว่างเพื่อน ความรักแบบโรแมนติก

and divine or unconditional love.

5:33

และความรักที่ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่มีเงื่อนไข

The very first step วลี

5:39

ก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

to finding true romantic love

5:40

ในการค้นหาความรักที่แท้จริง

is attraction.

5:42

คือความดึงดูดใจ

วลี

โครงสร้าง The very first step to finding ... is attraction

รูปแบบ the first step to doing X is Y ใช้ระบุว่า Y เป็นขั้นตอนแรกสุดในการไปถึง X ส่วน very เพิ่มการเน้น ดังนั้น very first จึงหมายถึงจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริง ใน step to finding คำว่า to เป็นคำบุพบทที่เชื่อมกับ step ไม่ใช่เครื่องหมายของ infinitive กริยาหลัง to นี้จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ to finding จากนั้นประโยคใช้ is เพื่อระบุว่าขั้นตอนแรกคือ attraction

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ create: The first step to ____ a budget is tracking your spending.

ดูคำตอบ

creating

You need to be attracted to the person วลี

5:44

คุณจำเป็นต้องรู้สึกดึงดูดใจต่อคนๆ นั้น

before you can love them.

5:46

ก่อนที่คุณจะสามารถรักพวกเขาได้

วลี

Be attracted to: รู้สึกดึงดูดใจต่อใครสักคน

Be attracted to someone หมายถึงรู้สึกถูกดึงดูดใจโดยใครสักคน ซึ่งมักเกิดจากรูปลักษณ์ บุคลิก หรือลักษณะทางอารมณ์ของคนนั้น เมื่อกล่าวถึงคน วลีนี้มักสื่อถึงความสนใจเชิงโรแมนติกหรือทางกาย แต่บริบทอาจทำให้มีความหมายกว้างกว่านั้นได้ ในโครงสร้างนี้ ผู้ที่รู้สึกดึงดูดใจจะอยู่หน้า be attracted และอีกคนจะอยู่หลัง to: Alex is attracted to Sam. ทิศทางของความหมายตรงข้ามกับ Sam attracts Alex.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “รู้สึกดึงดูดใจต่อ”: Jordan may ____ Casey, but that does not mean Jordan is in love.

ดูคำตอบ

be attracted to

And while attractiveness

5:47

และถึงแม้ความดึงดูดใจ

is of course relative วลี

5:49

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องสัมพัทธ์

to the situation and the individual in question, วลี

5:50

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

วลี

Relative to: เมื่อเทียบกับสถานการณ์หรือจุดอ้างอิง

Relative to X หมายถึงสิ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับ X ในฐานะบริบทหรือจุดอ้างอิง หรือถูกประเมินโดยเทียบกับ X แทนที่จะเป็นสิ่งตายตัว ในที่นี้วลีคุณศัพท์บอกว่าความดึงดูดใจอาจเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และบุคคลเฉพาะที่กำลังพิจารณา รูปแบบคือ be + relative to + นามวลี ในการใช้นี้ relative เป็นคำคุณศัพท์ และ to เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว โดย relative ไม่ได้หมายถึง “ญาติ”

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกว่าการตัดสินเรื่องน้ำหนักขึ้นอยู่กับจุดอ้างอิง

  1. The battery's weight is related to the device's design.
  2. The battery is heavier than the previous model's battery.
  3. The battery is heavy relative to the size of the device.
ดูคำตอบ

The battery is heavy relative to the size of the device.

วลี

in question: บุคคลหรือสิ่งที่กำลังกล่าวถึง

in question เป็นคำขยายที่วางหลังคำนาม ใช้ระบุบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะที่กำลังถูกพูดถึง พิจารณา หรือตรวจสอบ ในที่นี้ the individual in question หมายถึงบุคคลคนที่กำลังถูกประเมินอยู่โดยเฉพาะ โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีปัญหาหรือน่าสงสัย รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ คำนาม + in question ซึ่งหมายถึง “บุคคลหรือสิ่งนั้นโดยเฉพาะที่เรากำลังพูดถึง”

แบบฝึกหัด

ใน “The policy in question was introduced last year,” คำว่า in question ระบุถึงอะไร?

  1. นโยบายที่เขียนเป็นคำถาม
  2. นโยบายที่กำลังถูกพูดถึง
  3. นโยบายที่เขียนได้แย่
ดูคำตอบ

นโยบายที่กำลังถูกพูดถึง

there's a few common patterns

5:52

มันก็ยังมีรูปแบบทั่วไปอยู่บ้าง

on how most of us

5:54

เกี่ยวกับวิธีที่เราส่วนใหญ่

assess attractiveness

5:55

ประเมินความดึงดูดใจ

and who we ultimately choose

5:56

และท้ายที่สุดเราเลือกใคร

to establish a romantic relationship with. วลี

5:58

เพื่อสร้างความสัมพันธ์ฉันคู่รักด้วย

วลี

establish a romantic relationship with: สร้างความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกกับใครบางคน

establish a romantic relationship with someone หมายถึงการเริ่มต้นและสร้างสายสัมพันธ์เชิงโรแมนติกที่ชัดเจนกับบุคคลนั้น establish มีความเป็นทางการและสื่อถึงความตั้งใจมากกว่าคำกริยาทั่วไปอย่าง start ส่วน with ใช้นำหน้าบุคคลอีกฝ่ายในความสัมพันธ์ ในอนุประโยคนี้ who เป็นกรรมของ with ในแง่ความหมาย แต่ถูกย้ายมาไว้ข้างหน้า: who we ... establish a romantic relationship with คำว่า with ที่อยู่ท้ายประโยคย่อยเป็นธรรมชาติและจำเป็น การจบอนุประโยคด้วยคำบุพบทนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ establish และ relationship ตามรูปแบบเป้าหมายสี่คำ: Our team hopes to ____ the local clinic.

ดูคำตอบ

establish a relationship with

One key point ลำดับความ

6:01

ประเด็นสำคัญหนึ่งประการ

that researchers have found

6:02

ที่นักวิจัยได้ค้นพบ

is symmetry.

6:03

คือความสมมาตร

ลำดับความ

One key point ... is ... เปิดเผยข้อค้นพบหลักอย่างไร

ประโยคขึ้นต้นด้วย One key point เพื่อส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีข้อสรุปสำคัญตามมา อนุประโยคขยาย that researchers have found บอกว่าประเด็นนี้เป็นสิ่งที่พบจากงานวิจัย แต่ไม่ได้เป็นตัวข้อสรุปเอง โครงสร้างคือ One key point + อนุประโยคบอกแหล่งที่มา + is + ข้อค้นพบหลัก ในที่นี้ symmetry หลัง is คือข้อมูลใหม่ที่สำคัญที่สุด โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้ฟังรับรู้แหล่งที่มาของหลักฐานก่อน แล้วจึงมุ่งความสนใจไปที่ข้อสรุปซึ่งเปิดเผยในตอนท้าย

แบบฝึกหัด

ในประโยค One key point that researchers have found is symmetry ส่วนใดบอกข้อค้นพบหลัก?

  1. One key point
  2. that researchers have found
  3. symmetry
ดูคำตอบ

symmetry

The more symmetrical your body is, ไวยากรณ์

6:04

ยิ่งร่างกายของคุณมีความสมมาตรมากเท่าไหร่

specifically your face,

6:07

โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าของคุณ

the more attractive you are.

6:08

คุณก็จะยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The more ..., the more ... สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน

โครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ The more X ..., the more Y ... เชื่อมตัวแปรสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงเข้าด้วยกัน กล่าวคือ เมื่อระดับของ X เพิ่มขึ้น ระดับของ Y ก็เพิ่มขึ้นด้วย the ทั้งสองตำแหน่งเป็นเครื่องหมายของโครงสร้างนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะแบบทั่วไป ในประโยคนี้ ความสมมาตรของร่างกายที่มากขึ้น โดยเฉพาะใบหน้า เชื่อมโยงกับความน่าดึงดูดที่มากขึ้น specifically your face เป็นคำอธิบายเสริมที่แทรกอยู่ในอนุประโยคแรก เมื่อตัดออกจะเหลือกรอบสมบูรณ์ว่า The more symmetrical your body is, the more attractive you are. โครงสร้างนี้ใช้บอกความสัมพันธ์หรือแนวโน้มได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผลโดยตรงด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบสัมพันธ์ให้สมบูรณ์: ____ carefully you plan, ____ smoothly the event will run.

ดูคำตอบ

The more · the more

The general idea is ลำดับความ

6:10

แนวคิดทั่วไปก็คือ

that good symmetry shows

6:11

ความสมมาตรที่ดีแสดงให้เห็น

that an individual is healthy

6:13

ว่าบุคคลนั้นมีสุขภาพดี

and will produce healthy offspring.

6:15

และจะให้กำเนิดลูกหลานที่แข็งแรง

ลำดับความ

The general idea is that: การเกริ่นข้อสรุปโดยรวม

The general idea is that เป็นสำนวนที่ใช้วางกรอบสิ่งที่จะพูดต่อไป โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังออกจากรายละเอียดและสรุปคำอธิบายหลักให้ง่ายขึ้น สิ่งที่ตามมาเป็นแบบจำลองหรือข้อสรุปกว้าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีได้รับการพิสูจน์แล้ว หรือข้อความนี้ไม่มีข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

สำนวน The general idea is that ในประโยคนี้บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. ทุกกรณีได้รับการพิสูจน์แล้ว
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. กำลังจะมีการสรุปคำอธิบายหลักในรูปแบบที่ง่ายขึ้น
ดูคำตอบ

กำลังจะมีการสรุปคำอธิบายหลักในรูปแบบที่ง่ายขึ้น

And while the face proved

6:17

และแม้ว่าใบหน้าจะได้รับการพิสูจน์แล้ว

to be a lot more important ไวยากรณ์

6:18

ว่ามีความสำคัญมากกว่า

than the body,

6:20

ร่างกายมากก็ตาม

ไวยากรณ์

a lot more important than: การเน้นความแตกต่างที่มาก

ใน a lot more important than คำว่า a lot ใช้เพิ่มน้ำหนักให้คำเปรียบเทียบ more important โดยบอกว่าความแตกต่างนั้นมาก กล่าวคือ ใบหน้าสำคัญกว่ามาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย โครงสร้างคือ a lot + คำเปรียบเทียบขั้นกว่า + than + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ than the body บอกว่าใบหน้าถูกนำไปเปรียบเทียบกับร่างกาย การใช้ a lot แบบนี้บอกระดับ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจำนวนมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความชัดเจนได้เปรียบอย่างมากในด้านความสำคัญ?

  1. For emergency messages, clarity is a lot more important than decoration.
  2. For emergency messages, clarity is as important as decoration.
  3. For emergency messages, clarity is a little more important than decoration.
ดูคำตอบ

For emergency messages, clarity is a lot more important than decoration.

some big factors were hips and shoulders.

6:21

ปัจจัยสำคัญบางประการคือสะโพกและไหล่

Women with a waist

6:24

ผู้หญิงที่มีเอว

significantly slimmer than the hips

6:25

คอดกว่าสะโพกอย่างเห็นได้ชัด

are the most desirable to men.

6:26

เป็นที่ต้องการของผู้ชายมากที่สุด

And while the same

6:29

และในขณะที่เรื่องเดียวกัน

to a lesser extent วลี

6:30

ในระดับที่น้อยกว่า

is true for men, วลี

6:31

ก็เป็นจริงสำหรับผู้ชายด้วย

วลี

to a lesser extent: ในระดับที่น้อยกว่า

to a lesser extent หมายความว่า รูปแบบหรือข้อความเดียวกันยังใช้ได้ แต่มีความชัดเจน ความแรง หรือระดับน้อยกว่า ในประโยคนี้วลีดังกล่าวช่วยจำกัดการเปรียบเทียบ โดยบอกว่าความสัมพันธ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ใช้ได้กับผู้ชายเช่นกัน แต่มีผลอ่อนกว่า วลีนี้ต้องมีจุดอ้างอิงสำหรับการเปรียบเทียบที่กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท จึงช่วยเลี่ยงการบอกว่าสองกรณีเท่ากัน หรือว่ากรณีที่สองไม่มีผลนี้เลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “เกิดขึ้นเช่นกัน แต่มีความแรงน้อยกว่า”: The policy reduced delays in large cities and, ____, in small towns.

ดูคำตอบ

to a lesser extent

วลี

is true for: ใช้ได้กับกลุ่มหนึ่ง

is true for หมายถึง “ใช้ได้กับ” หรือ “เป็นเช่นเดียวกันสำหรับ” ประธานของโครงสร้างนี้คือข้อความ รูปแบบ หรือข้อสรุป ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นซื่อสัตย์ ในประโยคนี้ the same ย้อนกลับไปถึงรูปแบบที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน for men ระบุกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งที่รูปแบบนั้นใช้ได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ The same is true for + กลุ่ม บุคคล หรือสถานการณ์ โครงสร้างนี้ช่วยขยายข้อความก่อนหน้าไปยังอีกกรณีหนึ่งโดยไม่ต้องพูดซ้ำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

is true for หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้? The same rule is true for part-time employees.

  1. กฎนี้ซื่อสัตย์ต่อพนักงานพาร์ตไทม์
  2. กฎเดียวกันนี้ใช้ได้กับพนักงานพาร์ตไทม์ด้วย
  3. กฎนี้ภักดีต่อพนักงานพาร์ตไทม์
ดูคำตอบ

กฎเดียวกันนี้ใช้ได้กับพนักงานพาร์ตไทม์ด้วย

it's more important to have broad shoulders.

6:32

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมีไหล่กว้าง

Another interesting thing is

6:35

อีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ

that love and attractiveness

6:36

ความรักและความดึงดูดใจ

activate completely different regions of the brain.

6:37

กระตุ้นการทำงานของสมองคนละส่วนกันอย่างสิ้นเชิง

Feelings of romantic love

6:41

ความรู้สึกของความรักแบบโรแมนติก

activate regions

6:42

กระตุ้นการทำงานในบริเวณ

on the right side of the brain,

6:43

ทางซีกขวาของสมอง

while looking at someone ไวยากรณ์

6:45

ในขณะที่การมองคน

you find attractive

6:46

ที่คุณรู้สึกว่ามีเสน่ห์ดึงดูด

activates the left side.

6:48

จะกระตุ้นการทำงานในซีกซ้าย

ไวยากรณ์

while ที่ใช้เปรียบต่างในความหมายว่า whereas

while ในที่นี้หมายถึง whereas หรือ “ในทางตรงกันข้าม” โดยเชื่อมผลการวิจัยสองข้อที่มีโครงสร้างขนานกัน ข้อหนึ่งเกี่ยวกับความรักแบบโรแมนติกและสมองด้านขวา อีกข้อเกี่ยวกับความดึงดูดทางสายตาและสมองด้านซ้าย โครงสร้างที่ขนานกันและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันแสดงว่า while ใช้จัดวางการเปรียบต่าง ไม่ได้หมายความว่าการกระตุ้นอย่างหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังมองใครบางคน

แบบฝึกหัด

ในประโยค The first plan saves time, while the second costs less money. คำว่า while ทำหน้าที่อะไร?

  1. ใช้เปรียบต่างข้อเท็จจริงสองข้อ
  2. บอกเหตุผลของข้อเท็จจริงข้อแรก
  3. บอกว่าการกระทำสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
ดูคำตอบ

ใช้เปรียบต่างข้อเท็จจริงสองข้อ

But most important of all,

6:49

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ

you should not be too much alike ไวยากรณ์

6:51

คุณไม่ควรจะเหมือนกันมากเกินไป

or too different.

6:54

หรือแตกต่างกันเกินไป

ไวยากรณ์

ไม่ควรเหมือนกันหรือแตกต่างกันมากเกินไป

โครงสร้าง not ... too much alike or too different ใช้ปฏิเสธทั้งสองขั้ว too much alike หมายถึง “เหมือนกันมากเกินไป” และ too different หมายถึง “แตกต่างกันมากเกินไป” เมื่อนำสองส่วนมารวมกันจึงสื่อถึงช่วงกลางที่สมดุล alike ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มหลัง be และอธิบายว่าคนสองคนเหมือนกันมากเพียงใด too much เพิ่มระดับของ alike ส่วน or เชื่อมสองขั้วที่ไม่ต้องการภายใต้ขอบเขตการปฏิเสธของ not

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเดียวกับในบทเรียนเพื่อปฏิเสธทั้งสองขั้ว ใส่ส่วนที่ลงท้ายด้วย alike ในช่องแรก และส่วนที่ลงท้ายด้วย different ในช่องที่สอง: The two teammates should ____ or ____.

ดูคำตอบ

not be too much alike · too different

And it seems to apply to all levels, วลี

6:55

และดูเหมือนว่ามันจะใช้ได้กับทุกระดับ

genetics, behavior, appearance,

6:58

ตั้งแต่พันธุกรรม พฤติกรรม รูปร่างหน้าตา

วลี

apply to all levels: ขอบเขตของหลักการ

ในที่นี้ apply to หมายถึง “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “ใช้ได้กับ” ประธาน it อ้างถึงหลักการเรื่องความสมดุลที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ คำบุพบท to ใช้นำหน้าขอบเขตที่หลักการมีผล ส่วน all levels ขยายขอบเขตนั้นให้ครอบคลุมลักษณะหลายด้าน เช่น พันธุกรรม พฤติกรรม รูปลักษณ์ และกลิ่น เมื่อต้องระบุบุคคล กรณี หรือด้านที่ได้รับผล ต้องคง to ไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้ถูกต้องว่ากฎหนึ่งใช้กับพนักงานทุกคน

  1. The rule applies for every employee.
  2. The rule applies to every employee.
  3. The rule applies every employee.
ดูคำตอบ

The rule applies to every employee.

and even what you smell like. ไวยากรณ์

7:00

หรือแม้กระทั่งกลิ่นตัวของคุณ

ไวยากรณ์

what you smell like: กลิ่นที่คุณมี

What you smell like เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึง “คุณมีกลิ่นแบบไหน” หรือ “กลิ่นของคุณ” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นรายการหนึ่งต่อจาก genetics, behavior และ appearance ภายในอนุประโยคใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + you + smell + like คำว่า like เป็นคำบุพบทที่เติมเต็ม smell like ไม่ได้แปลว่า “ชอบ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่านักวิจัยบันทึกว่าตัวอย่างนั้นมีกลิ่นแบบไหน

  1. The researcher recorded what the sample liked to smell.
  2. The researcher recorded what the sample smelled like.
  3. The researcher recorded what did the sample smell like.
ดูคำตอบ

The researcher recorded what the sample smelled like.

The idea is that couples

7:02

แนวคิดก็คือ คู่รัก

who have found a balance วลี

7:03

ที่พบความสมดุล

between not being identical

7:04

ระหว่างการไม่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว

and not too different

7:06

และไม่แตกต่างกันจนเกินไป

วลี

find a balance between A and B: หาจุดสมดุลระหว่าง A กับ B

find a balance between A and B หมายถึงการหาจุดกึ่งกลางที่ใช้ได้จริงและให้ความสำคัญกับทั้งสองด้านอย่างเหมาะสม แทนที่จะเลือกด้านหนึ่งแล้วละเลยอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ สองด้านคือ not being identical และ not being too different between นำหน้าด้านแรก และ and นำหน้าด้านที่สอง ตามโครงสร้าง between A and B โดย A และ B ควรมีโครงสร้างไวยากรณ์ที่ขนานกัน ในที่นี้ทั้งสองด้านใช้ not being + คำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย “find a balance between”: The coach wants to help the team ____ hard training and enough recovery.

ดูคำตอบ

find a balance between

are able to learn from each other

7:07

จะสามารถเรียนรู้จากกันและกันได้

while also having enough similarities

7:09

ในขณะเดียวกันก็มีความคล้ายคลึงกันเพียงพอ

to relate to one another.

7:11

ที่จะเชื่อมโยงถึงกันได้

In other words,

7:13

พูดอีกอย่างก็คือ

scientists have found

7:14

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ

that love is just as complicated ไวยากรณ์

7:15

ว่าความรักนั้นซับซ้อน

as we think it is.

7:17

อย่างที่เราคิดนั่นแหละ

ไวยากรณ์

just as + คำคุณศัพท์ + as: เน้นว่ามีระดับเท่ากัน

โครงสร้าง just as + คำคุณศัพท์ + as แสดงว่ามีระดับเท่ากัน โดย just เน้นว่าความเท่ากันนั้นตรงกันอย่างชัดเจนหรือน่าสังเกตเป็นพิเศษ ในที่นี้หมายความว่าความรักซับซ้อนจริง ๆ เท่ากับที่ผู้คนคิด as ตัวแรกเริ่มการเปรียบเทียบระดับ ส่วน as ตัวที่สองนำหน้ามาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบ ซึ่งในที่นี้คืออนุประโยคสมบูรณ์ we think it is ในอนุประโยคนี้ it is ใช้แทน it is complicated เพื่อไม่ต้องกล่าวคำคุณศัพท์ซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบระดับเท่ากันแบบเน้นย้ำด้วย “just as ... as”: The group project was ____ challenging ____ the final exam.

ดูคำตอบ

just as · as