วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาไข้หวัดคืออะไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
704 คำ 136 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าการตอบสนองของภูมิคุ้มกันทำให้เกิดอาการหวัดอย่างไร ยาหลักสี่กลุ่มบรรเทาอาการแทนที่จะโจมตีไวรัสอย่างไร และเหตุใดหลักฐานเกี่ยวกับยาจากร้านขายยาและวิธีรักษาที่บ้านจึงยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ข้อสรุปคือควรเข้าใจตัวยาและข้อจำกัดของงานวิจัยเพื่อเลือกให้ปลอดภัยและตรงอาการ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. it's this inflammation that leads to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ผู้เรียนจะสังเกตโครงสร้างเน้นความ “it’s this … that …” ซึ่งใช้ชี้สาเหตุสำคัญในลำดับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ และนำไปใช้อธิบายได้ว่าการอักเสบ ไม่ใช่ไวรัสโดยตรง เป็นสิ่งที่ทำให้จมูกอุดตัน 2. take dextromethorphan as directed, — วลีสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่าเป็นคำแนะนำด้านความปลอดภัยให้ใช้ยาตามขนาดและวิธีที่ระบุ และใช้รูปแบบ “take + ชื่อยา + as directed” เมื่อต้องกล่าวถึงการใช้ยาอย่างรับผิดชอบ 3. is inconclusive. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจศัพท์งานวิจัยแบบเป็นทางการว่าหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอให้สรุปอย่างแน่นอน โดยไม่ตีความผิดว่าความไม่แน่นอนนั้นพิสูจน์แล้วว่าวิธีรักษาไม่ได้ผล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Throughout history, one persistent ailment has inspired a variety of treatments. โน้ต

0:07

ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ ความเจ็บป่วยที่กวนใจอย่างหนึ่งได้ทำให้เกิดวิธีการรักษาที่หลากหลาย

ลำดับความ

Throughout history: วางกรอบข้อความให้ครอบคลุมหลายยุคสมัย

Throughout history ที่อยู่ต้นประโยคสร้างกรอบเวลาที่กว้างและครอบคลุมหลายยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วลีนี้บอกผู้ฟังให้เข้าใจข้อความว่าเป็นรูปแบบที่ดำเนินมายาวนาน ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียวในวันที่เฉพาะเจาะจง คำขึ้นต้นนี้ยังช่วยจัดลำดับข้อมูลที่จะตามมา โดยเริ่มจากข้อสรุปทั่วไป แล้วจึงใช้รายละเอียดแสดงให้เห็นว่าเรื่องนั้นปรากฏหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละยุค

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ทำให้ข้อความครอบคลุมประวัติศาสตร์ทั้งหมด: ____, people have found new ways to store food.

ดูคำตอบ

Throughout history

การใช้คำ

one persistent ailment: อาการที่เป็นอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำ

ใน one persistent ailment คำว่า persistent ขยายคำว่า ailment หมายถึงอาการป่วยที่เป็นอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำและกำจัดให้หายได้ยาก ส่วน ailment เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการที่หมายถึงโรคหรือปัญหาสุขภาพ ในที่นี้ persistent อธิบายว่าอาการป่วยคงอยู่นานเพียงใด ไม่ได้บอกว่าคนคนหนึ่งดื้อรั้น

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเติมประโยค: Mia saw a doctor about a ___ cough that had kept returning for three weeks.

  1. temporary
  2. continuous
  3. persistent
ดูคำตอบ

persistent

In ancient Egypt, doctors used incantations and breast milk remedies. วัฒนธรรม

0:13

ในอียิปต์โบราณ แพทย์ใช้มนตร์คาถาและวิธีรักษาด้วยนมแม่

วัฒนธรรม

incantations and breast milk remedies ในฐานะวิธีรักษาแบบโบราณ

incantations คือถ้อยคำที่ท่องขึ้นโดยเชื่อว่ามีพลังทางเวทมนตร์หรือจิตวิญญาณ ส่วน breast milk remedies คือวิธีรักษาที่ใช้น้ำนมแม่เป็นส่วนประกอบ เมื่อนำมาใช้คู่กัน วลีนี้แสดงให้เห็นว่าแนวทางการรักษาในอียิปต์โบราณอาจผสมผสานวัสดุที่ใช้จริงเข้ากับความเชื่อทางศาสนาหรือเวทมนตร์ ในที่นี้ remedies หมายถึงวิธีที่ผู้คนนำมาใช้หรือลองใช้เพื่อรักษาโรคเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าวิธีเหล่านั้นได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ หรือรับรองว่าปลอดภัยและได้ผล

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ incantations and breast milk remedies ในประโยคนี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. เป็นวิธีรักษาที่รับประกันว่ารักษาได้ทุกโรค
  2. เป็นวิธีรักษาที่แพทย์สมัยใหม่แนะนำ
  3. เป็นความพยายามรักษาในอดีต ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

เป็นความพยายามรักษาในอดีต ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์

In 18th century Europe, bloodletting was a popular choice. วัฒนธรรม

0:18

ในยุโรปศตวรรษที่ 18 การปล่อยเลือดเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม

วัฒนธรรม

bloodletting ในฐานะวิธีรักษาทางประวัติศาสตร์

bloodletting คือวิธีรักษาทางการแพทย์ในอดีตที่จงใจนำเลือดออกจากร่างกายผู้ป่วย เพราะผู้คนเชื่อว่าวิธีนี้รักษาโรคได้ คำนี้หมายถึงขั้นตอนที่ทำโดยตั้งใจ ไม่ใช่เลือดออกตามปกติจากการบาดเจ็บ วลี popular choice บอกว่าวิธีรักษานี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 18 แต่ไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ปลอดภัยหรือได้ผล

แบบฝึกหัด

bloodletting ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การเก็บตัวอย่างเลือดปริมาณเล็กน้อยเพื่อตรวจในห้องปฏิบัติการสมัยใหม่
  2. การจงใจนำเลือดออกจากร่างกายในฐานะวิธีรักษาในอดีต
  3. เลือดออกจากการบาดเจ็บโดยอุบัติเหตุ
ดูคำตอบ

การจงใจนำเลือดออกจากร่างกายในฐานะวิธีรักษาในอดีต

And when President Calvin Coolidge was afflicted in 1924, การใช้คำ

0:22

และเมื่อประธานาธิบดีแคลวิน คูลิดจ์ ล้มป่วยในปี 1924

การใช้คำ

was afflicted: รูปถูกกระทำแบบเป็นทางการที่สื่อว่าป่วยและทุกข์ทรมาน

Was afflicted เป็นรูปอดีตแบบถูกกระทำของ afflict ในที่นี้หมายความว่าประธานาธิบดีคูลิดจ์ประสบกับโรคหรือภาวะที่ก่อความทุกข์ในปี 1924 อนุประโยคนี้ไม่ระบุสาเหตุ เพราะบริบทรอบข้างบอกไว้แล้ว ถ้อยคำนี้เป็นทางการและให้น้ำหนักมากกว่า was ill หรือ had an illness รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ be afflicted with + โรคหรือภาวะ และ be afflicted by + สาเหตุที่ก่ออันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างถูกกระทำแบบเป็นทางการได้ถูกต้อง เพื่อบอกความเสียหายที่เกิดจากปัจจัยภายนอก

  1. The region was afflicted by a severe drought.
  2. The region afflicted with a severe drought.
  3. The region was afflicted a severe drought.
ดูคำตอบ

The region was afflicted by a severe drought.

his ill-advised solution was inhaling poisonous chlorine gas. การใช้คำ

0:26

วิธีแก้ปัญหาที่ไม่เข้าท่าของเขาคือการสูดดมก๊าซคลอรีนที่มีพิษ

การใช้คำ

ill-advised solution: การประเมินเชิงลบอย่างชัดเจน

Ill-advised หมายถึงผ่านการตัดสินใจที่ไม่ดีและมีแนวโน้มจะก่อผลเสีย ใน ill-advised solution คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หน้า solution และแสดงคำวิจารณ์ของผู้บรรยาย การเรียกบางอย่างว่า solution ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นปลอดภัยหรือได้ผล สำนวนนี้ประเมินตัวการตัดสินใจ ไม่ได้บอกว่ามีใครให้คำแนะนำหรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ ill-advised + คำนามที่หมายถึงแผน การตัดสินใจ ความคิดเห็น หรือการกระทำ

แบบฝึกหัด

ill-advised solution ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. วิธีแก้ปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจไม่ดีและมีแนวโน้มจะก่อปัญหา
  2. วิธีแก้ปัญหาที่ไม่มีใครอธิบายให้ใครฟัง
  3. วิธีแก้ปัญหาที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและได้ผล
ดูคำตอบ

วิธีแก้ปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจไม่ดีและมีแนวโน้มจะก่อปัญหา

These are just a few of history's many creative attempts to soothe the common cold. วลี

0:31

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่ความพยายามที่สร้างสรรค์ในประวัติศาสตร์เพื่อบรรเทาโรคหวัดทั่วไป

วลี

to soothe the common ...: บรรเทาความไม่สบายจากหวัด ไม่ใช่รักษาให้หาย

to soothe the common cold หมายถึงทำให้อาการหรือความไม่สบายจากหวัดรุนแรงน้อยลง soothe ใช้ได้ทั้งกับการบรรเทาความไม่สบายทางร่างกายและการปลอบให้สงบทางอารมณ์ จึงไม่ได้หมายความว่ากำจัดไวรัสหรือรักษาหวัดให้หายแล้ว ในที่นี้ to soothe เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยบอกว่าความพยายามอันสร้างสรรค์เหล่านั้นมีเป้าหมายทำอะไร ส่วน common ใช้คู่กับ cold เป็นชื่อที่ใช้กันตายตัวว่า the common cold ซึ่งหมายถึง “หวัดธรรมดา”

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ soothe the common cold หมายความว่าอะไร

  1. รับประกันว่าไวรัสจะหายไปทันที
  2. ทำให้หวัดรุนแรงขึ้น
  3. ลดความไม่สบายที่เกิดจากหวัดโดยไม่ได้รับประกันว่าจะรักษาหาย
ดูคำตอบ

ลดความไม่สบายที่เกิดจากหวัดโดยไม่ได้รับประกันว่าจะรักษาหาย

Today, pharmacies are filled with a seemingly mountainous assortment of cold remedies. สำนวน

0:38

ปัจจุบัน ร้านขายยาเต็มไปด้วยยารักษาหวัดสารพัดชนิดที่ดูราวกับภูเขา

สำนวน

seemingly mountainous assortment: ความหลากหลายที่เปรียบว่ามากราวภูเขา

assortment หมายถึงกลุ่มสิ่งของหลายชนิดที่แตกต่างกัน ใน seemingly mountainous assortment คำว่า mountainous เป็นการกล่าวเกินจริงเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อว่ามีตัวเลือกมากจนรู้สึกเหมือนมีตัวเลือกกองเป็นภูเขา seemingly บอกว่านี่เป็นความรู้สึกที่มองเห็น ไม่ใช่ปริมาณที่วัดมาอย่างแม่นยำ วลีนี้สร้างภาพของความอุดมสมบูรณ์และความรู้สึกว่าอาจมีตัวเลือกมากจนรับมือไม่ไหว ไม่ได้หมายถึงภูเขาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

a seemingly mountainous assortment ในที่นี้สื่อถึงอะไร

  1. สิ่งของชนิดเดียวกันจำนวนเล็กน้อยที่นับไว้อย่างละเอียด
  2. ผลิตภัณฑ์ที่เก็บมาจากภูเขาจริง ๆ
  3. กลุ่มสิ่งของที่ดูมีจำนวนมากอย่างท่วมท้นและหลากหลาย
ดูคำตอบ

กลุ่มสิ่งของที่ดูมีจำนวนมากอย่างท่วมท้นและหลากหลาย

But how do these products work? ลำดับความ

0:44

แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำงานอย่างไร?

And are they effective?

0:46

และมันมีประสิทธิภาพหรือไม่?

ลำดับความ

how do these products work? ... are they effective?: แนวทางการอธิบายด้วยคำถามสองข้อ

คำถามแรกถามถึงกลไกว่าผลิตภัณฑ์ทำสิ่งที่ควรทำได้อย่างไร คำถามที่สองถามถึงประสิทธิผลว่าผลิตภัณฑ์ให้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ เมื่อใช้ร่วมกัน คำถามทั้งสองจะวางแนวทางให้กับคำอธิบายที่ตามมา But เปลี่ยนเข้าสู่การสำรวจประเด็นหลัก ส่วน And เพิ่มคำถามที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ซ้ำกัน จึงบอกเป็นนัยว่าจะอธิบายวิธีการทำงานก่อน แล้วจึงประเมินว่าได้ผลดีพอหรือไม่

แบบฝึกหัด

คำถามทั้งสองสร้างแนวทางการให้ข้อมูลแบบใด

  1. ถามกลไกก่อน แล้วจึงถามประสิทธิผล
  2. ถามเรื่องประสิทธิผลสองครั้งโดยไม่กล่าวถึงกลไก
  3. แนะนำให้ซื้อก่อน แล้วจึงเตือนเรื่องราคา
ดูคำตอบ

ถามกลไกก่อน แล้วจึงถามประสิทธิผล

While colds are caused by a variety of viruses, ไวยากรณ์

0:48

แม้ว่าโรคหวัดจะเกิดจากไวรัสหลายชนิด

their nasty symptoms aren't actually produced by the viruses themselves.

0:51

แต่อาการที่น่ารำคาญเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากตัวไวรัสเอง

ไวยากรณ์

While ... aren't actually produced by: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนแล้วจึงแก้ความเข้าใจ

While ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” โดยนำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยอมรับก่อนว่าโรคหวัดเกิดจากไวรัสหลายชนิด ไม่ได้ใช้บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ประโยคหลักใช้ aren't actually produced by เพื่อแก้ข้อสันนิษฐานที่อาจเกิดขึ้น รูปประโยคแบบถูกกระทำทำให้ those nasty symptoms เป็นจุดเน้นของข้อมูล ส่วน actually บอกว่าความสัมพันธ์จริงแตกต่างจากที่คาดไว้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ While A, B โดยยอมรับ A ก่อน แล้วจึงแก้ความเข้าใจด้วย B ที่ขัดกับสิ่งที่คาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงแก้ข้อสรุปที่คาดไว้

  1. While the cream is popular, its benefits haven't actually been proven.
  2. While the cream was drying, I washed the brush.
  3. The cream is popular because its benefits have been proven.
ดูคำตอบ

While the cream is popular, its benefits haven't actually been proven.

Rather, they're the result of your body's natural defenses. ลำดับความ

0:56

แต่เป็นผลมาจากกลไกการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายคุณต่างหาก

ลำดับความ

Rather, สำหรับแทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธด้วยคำอธิบายที่แม่นยำกว่า

Rather, ที่ต้นประโยคใช้แทนคำอธิบายที่เพิ่งถูกปฏิเสธด้วยคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ในประโยคนี้ คำดังกล่าวบอกให้ผู้อ่านละทิ้งคำอธิบายก่อนหน้าและยอมรับคำอธิบายที่ตามมา นั่นคือ ผลนี้เกิดจากกลไกป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย รูปแบบการจัดข้อมูลที่พบบ่อยคือ not A. Rather, B. โดย B เป็นการแก้ไข A ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ขัดแย้งกับ A

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Rather ที่ต้นประโยคเพื่อแทนคำอธิบายที่ถูกปฏิเสธ

  1. A power cut did not cause the lights to fail. Rather, a loose cable broke the connection.
  2. The room had rather bright lights.
  3. The lights failed during the storm. However, the room was already empty.
ดูคำตอบ

A power cut did not cause the lights to fail. Rather, a loose cable broke the connection.

When a virus is detected, ไวยากรณ์

1:00

เมื่อตรวจพบไวรัส

ไวยากรณ์

When a virus is detected: อนุประโยคกรรมวาจกที่บอกเหตุการณ์กระตุ้น

When นำเสนอเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้สิ่งถัดไปเกิดขึ้น ในคำอธิบายกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ อนุประโยคนี้หมายความว่าเมื่อมีการตรวจพบไวรัส ปฏิกิริยาที่อธิบายในประโยคหลักจะเกิดขึ้นตามมา is detected เป็นรูปกรรมวาจกของ present simple ซึ่งมีโครงสร้าง is + past participle รูปกรรมวาจกเน้นที่ไวรัสและเหตุการณ์ตรวจพบ พร้อมกับละผู้ตรวจออกไปเพราะไม่สำคัญในที่นี้ อนุประโยค when นี้ยังไม่สมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพังและต้องมีประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจก present simple ของ detect: When motion ____, the camera starts recording.

ดูคำตอบ

is detected

white blood cells release proteins called cytokines, ไวยากรณ์

1:01

เซลล์เม็ดเลือดขาวจะปล่อยโปรตีนที่เรียกว่าไซโตไคน์ออกมา

ไวยากรณ์

called cytokines: การตั้งชื่อคำศัพท์ด้วยอนุประโยคสัมพันธ์รูปย่อ

ใน called cytokines คำว่า called เป็นคำกริยาช่องสามที่หมายถึง “ที่เรียกว่า” หรือ “ที่รู้จักในชื่อ” วลีนี้อยู่หลัง proteins เพื่อบอกชื่อของโปรตีนเหล่านั้น เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ โดย proteins called cytokines มีความหมายเท่ากับ proteins that are called cytokines โครงสร้างสั้น ๆ แบบคำนาม + called + ชื่อ มักใช้เมื่อต้องการแนะนำคำศัพท์หรือชื่อเฉพาะ ในที่นี้ called ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค กริยาหลักคือ release

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อแบบถูกกระทำหนึ่งคำของ “that is called”: Scientists discovered a signaling protein ____ interferon.

ดูคำตอบ

called

which recruit more pathogen-fighting immune cells to the area. ไวยากรณ์

1:05

ซึ่งจะเรียกระดมเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ต่อสู้กับเชื้อโรคเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

ไวยากรณ์

which recruit: การเพิ่มคำอธิบายด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ

เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องหมายจุลภาคท้ายอนุประโยคก่อนหน้า which recruit ... จะเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ which อ้างกลับไปยังพหูพจน์ proteins called cytokines และเพิ่มข้อมูลว่าโปรตีนเหล่านี้ทำอะไร ไม่ได้ใช้เลือกเพียงบางส่วนของโปรตีนเหล่านั้น which เป็นประธานของอนุประโยคสัมพันธ์ เนื่องจากคำที่มันอ้างถึงเป็นพหูพจน์ จึงใช้ recruit ไม่ใช่ recruits โครงสร้างนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่บอกชื่อสิ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงเพิ่มหน้าที่ของมัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค which แบบไม่จำกัดความเพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับเซนเซอร์ทั้งสามตัว

  1. The robot has three sensors that detect obstacles.
  2. The robot has three sensors, that detect obstacles.
  3. The robot has three sensors, which detect obstacles.
ดูคำตอบ

The robot has three sensors, which detect obstacles.

To aid in this bombardment, สำนวน

1:09

เพื่อช่วยในการโจมตีครั้งนี้

สำนวน

this bombardment ในฐานะอุปมาของการโจมตีทางภูมิคุ้มกัน

ในประโยคนี้ this bombardment เป็นอุปมาทางการทหารที่เปรียบการตอบสนองอย่างรุนแรงและเข้มข้นของร่างกายต่อภัยคุกคามเป็นการโจมตี คำว่า this ย้อนถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่อธิบายไว้แล้ว ส่วน bombardment ทำให้ปฏิกิริยานั้นดูเหมือนการระดมยิงอย่างหนักต่อเนื่องกัน ไม่ได้มีระเบิดหรือการระเบิดจริง ๆ ในร่างกาย เมื่อพบอุปมานี้ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ให้เข้าใจว่าเป็นกิจกรรมการป้องกันระลอกใหญ่ที่ทรงพลัง

แบบฝึกหัด

this bombardment หมายถึงอะไรในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้

  1. การตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่รุนแรงและเข้มข้นซึ่งถูกเปรียบเป็นการโจมตี
  2. ช่วงหยุดที่ระบบภูมิคุ้มกันไม่ทำงานเลย
  3. การระเบิดจริงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
ดูคำตอบ

การตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่รุนแรงและเข้มข้นซึ่งถูกเปรียบเป็นการโจมตี

blood vessels widen,

1:11

หลอดเลือดจะขยายตัว

and it's this inflammation that leads to a blocked, stuffy nose. ไวยากรณ์

1:12

และการอักเสบนี้เองที่นำไปสู่อาการคัดจมูก

ไวยากรณ์

it's this inflammation that leads to: เน้นสาเหตุที่แท้จริง

โครงสร้าง It is/was + จุดเน้น + that + ส่วนที่เหลือ คือประโยคเน้นแบบ cleft ในประโยคนี้ this inflammation ถูกวางไว้ในตำแหน่งจุดเน้น จึงชี้ว่าการอักเสบ ไม่ใช่ขั้นตอนอื่น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จมูกอุดตันและคัดจมูก ประโยคธรรมดา This inflammation leads to a blocked, stuffy nose ให้ข้อเท็จจริงพื้นฐานเหมือนกัน แต่ประโยคแบบ cleft จัดข้อมูลใหม่เพื่อแก้ไขหรือทำให้ความเข้าใจของผู้ฟังชัดขึ้นว่าอะไรเป็นสาเหตุของผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเน้นให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างสองส่วนที่ถูกต้องเพื่อให้ the faulty battery เป็นจุดเน้น: ____ the faulty battery ____ keeps shutting the phone down.

ดูคำตอบ

It's · that

The body dials up mucus production in an effort to trap and expel pathogens, โน้ต

1:17

ร่างกายจะเพิ่มการผลิตน้ำมูกเพื่อดักจับและขับเชื้อโรคออกไป

กริยาวลี

dials up: เพิ่มปริมาณหรือความเข้ม

ในที่นี้ dials up หมายถึง “เพิ่ม” หรือ “ทำให้เข้มข้นขึ้น” ร่างกายผลิตเมือกมากขึ้น ไม่ได้เกี่ยวกับการโทรศัพท์ กริยาวลีนี้มาจากภาพของการหมุนปุ่มควบคุมไปที่ระดับสูงขึ้น จึงมักทำให้การเปลี่ยนแปลงด้านปริมาณหรือความเข้มดูเหมือนสิ่งที่ปรับระดับได้และเห็นภาพชัด เช่น dial up the pressure หรือ dial up security

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ dial up ในความหมายว่า “เพิ่ม”: During peak hours, the server ____ its cooling power.

ดูคำตอบ

dials up

วลี

in an effort to: นำเสนอการกระทำว่าเป็นความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมาย

in an effort to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเป้าหมายเบื้องหลังการกระทำ และนำเสนอการกระทำนั้นว่าเป็นความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมาย ในที่นี้ การเพิ่มการผลิตเมือกมีเป้าหมายเพื่อดักจับและขับเชื้อก่อโรคออกไป วลีนี้เน้นความพยายามมากกว่า to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์แบบธรรมดา และไม่ได้ยืนยันว่าเป้าหมายสำเร็จแล้ว เมื่อใช้กับกระบวนการอัตโนมัติของร่างกาย วลีนี้อธิบายหน้าที่ของกระบวนการ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายวางแผนอย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่นำเสนอการกระทำว่าเป็นความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมาย: The school opened a quiet study room ____ help students focus.

ดูคำตอบ

in an effort to

การใช้คำ

trap and expel: ดักจับก่อน แล้วจึงขับออก

ในประโยคนี้ trap หมายถึงดักจับและกักเชื้อก่อโรคไว้ไม่ให้เคลื่อนที่หรือแพร่กระจายได้อย่างอิสระ ส่วน expel หมายถึงผลักเชื้อเหล่านั้นออกจากร่างกาย คำกริยาทั้งสองเชื่อมด้วย and และใช้กรรม pathogens ร่วมกัน โดยอธิบายกระบวนการสองขั้นตอน คือกักสิ่งที่เป็นอันตรายไว้ก่อน แล้วจึงกำจัดออก โครงสร้างนี้ยังใช้บรรยายระบบอื่นที่ดักจับบางสิ่งแล้วขับออกในภายหลังได้ด้วย

แบบฝึกหัด

trap and expel pathogens ในที่นี้หมายถึงอะไร

  1. เมือกดักจับเชื้อก่อโรคแล้วผลักเชื้อออกไป
  2. เมือกไหลผ่านเชื้อก่อโรคโดยไม่ส่งผลใด ๆ ต่อเชื้อ
  3. เมือกสร้างเชื้อก่อโรคและเก็บเชื้อไว้ภายในร่างกาย
ดูคำตอบ

เมือกดักจับเชื้อก่อโรคแล้วผลักเชื้อออกไป

but this mucus can irritate and inflame airways, การใช้คำ

1:22

แต่น้ำมูกนี้สามารถทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองและอักเสบได้

การใช้คำ

irritate and inflame airways: การระคายเคืองกับการอักเสบ

ในประโยคนี้ irritate หมายถึงทำให้ทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้นหรือรู้สึกไม่สบาย และอาจกระตุ้นให้ไอ ส่วน inflame หมายถึงทำให้เนื้อเยื่อในทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ เช่น อาการบวม คำกริยาทั้งสองเชื่อมด้วย and และใช้กรรม airways ร่วมกัน เมื่อนำมาใช้คู่กันจึงหมายความว่าเมือกอาจทำให้เกิดทั้งการระคายเคืองทันทีและปฏิกิริยาการอักเสบของเนื้อเยื่อ การระคายเคืองเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่ามีการอักเสบเสมอไป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ irritate and inflame the airways มากที่สุด

  1. ทำให้ทางเดินหายใจรู้สึกไม่สบายและเกิดการอักเสบด้วย
  2. ทำให้ทางเดินหายใจสงบลงอย่างสมบูรณ์และป้องกันการอักเสบ
  3. นำทางเดินหายใจออกจากร่างกาย
ดูคำตอบ

ทำให้ทางเดินหายใจรู้สึกไม่สบายและเกิดการอักเสบด้วย

causing coughing and a sore throat. ไวยากรณ์

1:26

ทำให้เกิดอาการไอและเจ็บคอ

ไวยากรณ์

causing ...: การเติมผลลัพธ์ด้วยอนุประโยค -ing

ในที่นี้ causing coughing and a sore throat เติมผลที่เกิดจากกระบวนการซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า วลีนี้เข้าใจได้ว่า “และผลก็คือ สิ่งนี้ทำให้...” จึงต้องอาศัยประโยคหลักก่อนหน้าและไม่เป็นประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง รูปแบบที่พบบ่อยคือ “ประโยคหลัก, causing + ผลลัพธ์” อนุประโยค -ing นี้ช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เชื่อมเหตุการณ์กับผลที่ตามมาได้โดยตรง ใน causing coughing ... คำว่า causing เป็นรูปกริยา ส่วน coughing ทำหน้าที่คล้ายคำนามที่เรียกอาการไอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ cause เพื่อบอกผลลัพธ์: The power went out, ____ all the computers to shut down.

ดูคำตอบ

causing

Since the viruses causing colds are so varied, ไวยากรณ์

1:29

เนื่องจากไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดมีความหลากหลายมาก

pharmacy products aren't designed to attack viruses,

1:32

ผลิตภัณฑ์ในร้านขายยาจึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโจมตีไวรัส

but rather to alleviate the most common symptoms. วลี

1:36

แต่เพื่อบรรเทาอาการที่พบบ่อยที่สุดแทน

ไวยากรณ์

Since ... aren't designed to ..., but rather to ...: บอกเหตุผลและแก้ความเข้าใจเรื่องจุดประสงค์

ในประโยคนี้ Since นำเข้าสู่เหตุผลของใจความหลัก กล่าวคือ ไวรัสมีความหลากหลายมาก ผลิตภัณฑ์จากร้านขายยาจึงมีเป้าหมายในการใช้งานที่ต่างออกไป ในที่นี้ since หมายถึง because ไม่ใช่ “ตั้งแต่ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต” รูปแบบ isn't/aren't designed to A, but rather to B ปฏิเสธจุดประสงค์ A ก่อน แล้วแก้เป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ B รูป infinitive ทั้งสองส่วนวางขนานกัน ได้แก่ to attack และ to alleviate โครงสร้างนี้ช่วยจัดข้อมูลโดยบอกเหตุผลก่อน แล้วจึงแก้ความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งนั้นมีไว้ทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย Since และ but rather to: ____ the app is built for short messages, it isn't designed to replace email, ____ help a team share quick updates.

ดูคำตอบ

Since · but rather to

วลี

alleviate the most common symptoms: บรรเทาอาการที่พบบ่อยที่สุด

Alleviate หมายถึง “ทำให้สิ่งที่เจ็บปวด เป็นอันตราย หรือยากลำบากมีความรุนแรงน้อยลง” ใน alleviate the most common symptoms คำว่า symptoms เป็นกรรมตรง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการลดความรุนแรงหรือความไม่สบายจากอาการเหล่านั้น คำนี้สื่อถึงการบรรเทา ไม่ใช่การรักษาให้หาย อาการอาจดีขึ้นได้แม้โรคหรือสาเหตุของโรคยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The treatment can alleviate the symptoms, but it does not cure the illness. alleviate the symptoms หมายความว่าอย่างไร?

  1. ทำให้อาการเกิดบ่อยขึ้น
  2. กำจัดสาเหตุของโรคได้อย่างสมบูรณ์
  3. ทำให้อาการรุนแรงน้อยลง
ดูคำตอบ

ทำให้อาการรุนแรงน้อยลง

So which pill, syrup, or spray should you choose?

1:39

แล้วคุณควรเลือกยาเม็ด ยาน้ำ หรือยาสเปรย์ตัวไหนดี?

Or should you ditch the pharmacy and try a home remedy? การใช้คำ

1:43

หรือคุณควรทิ้งร้านขายยาแล้วลองใช้วิธีรักษาแบบบ้านๆ ดี?

การใช้คำ

ditch the pharmacy: เลิกใช้ทางเลือกนั้นแบบไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ ditch เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “หยุดใช้ ละทิ้ง หรือข้ามไป” ส่วน the pharmacy ใช้แทนทางเลือกที่พึ่งร้านขายยา ดังนั้น ditch the pharmacy จึงหมายถึงไม่เลือกวิธีนั้นและลองวิธีรักษาที่บ้านแทน ไม่ได้หมายถึงโยนร้านค้าทิ้งจริง ๆ Ditch ทำให้คำถามฟังดูเป็นกันเอง กระชับ และหนักแน่น พร้อมสื่อถึงการเปลี่ยนจากทางเลือกหนึ่งไปสู่อีกทางเลือกอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้เหมาะสำหรับเวชระเบียนที่เป็นทางการหรือไม่? The patient ditched the medication.

  1. ไม่เหมาะ เพราะไม่เป็นทางการเกินไปสำหรับเวชระเบียน
  2. ใช่ เหมาะสำหรับเวชระเบียนที่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะไม่เป็นทางการเกินไปสำหรับเวชระเบียน

It depends.

1:46

มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

Most pharmacy products contain a painkiller, in addition to one or several other active ingredients, โน้ต

1:47

ผลิตภัณฑ์ในร้านขายยาส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาแก้ปวด นอกเหนือจากสารออกฤทธิ์อื่นๆ อีกหนึ่งหรือหลายชนิด

วลี

in addition to + คำนามหรือรูป -ing

in addition to หมายถึง “นอกจาก...แล้วยัง...” หรือ “รวมทั้ง...” ใช้เพิ่มบุคคล สิ่งของ หรือการกระทำเข้าไปในข้อมูลที่กล่าวไว้แล้ว ในที่นี้ ผลิตภัณฑ์มีตัวยาแก้ปวดและยังมีสารออกฤทธิ์อื่นอีกอย่างน้อยหนึ่งชนิด ในวลีนี้ to เป็นคำบุพบท หลัง to ต้องตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น in addition to vitamins, in addition to them หรือ in addition to taking medicine

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย in addition to: ____ a map, bring a flashlight.

ดูคำตอบ

In addition to

การใช้คำ

active ingredients บนฉลากยา

บนฉลากยา active ingredients หมายถึงสารที่ใส่ไว้เพื่อให้เกิดผลในการรักษาของยา ในประโยคนี้ ตัวยาแก้ปวดเป็นสารออกฤทธิ์ชนิดหนึ่ง และผลิตภัณฑ์อาจมีสารออกฤทธิ์อื่นที่ทำหน้าที่ต่างกันด้วย ในที่นี้ active หมายถึงสารนั้นมีผลทางการแพทย์ ไม่ได้หมายถึง “กระฉับกระเฉง” ฉลากอาจระบุชื่อ ปริมาณ และจุดประสงค์ของสารออกฤทธิ์แต่ละชนิด

แบบฝึกหัด

ฉลากยาระบุ acetaminophen ไว้ใต้หัวข้อ Active ingredients ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. สารนี้ใช้เพียงเพื่อแต่งสีหรือขึ้นรูปเม็ดยา
  2. สารนี้มีไว้เพื่อทำให้เกิดผลการรักษาอย่างหนึ่งของยา
  3. สารนี้คือชื่อร้านที่ขายยา
ดูคำตอบ

สารนี้มีไว้เพื่อทำให้เกิดผลการรักษาอย่างหนึ่งของยา

or those mystifying chemical names stamped onto the packaging.

1:54

หรือชื่อสารเคมีที่น่าสับสนที่พิมพ์อยู่บนบรรจุภัณฑ์

While there are over a dozen cold-related ingredients available,

1:58

แม้ว่าจะมีส่วนผสมที่เกี่ยวข้องกับโรคหวัดมากกว่าหนึ่งโหลให้เลือก

most fall into one of four symptom-fighting categories. วลี

2:02

แต่ส่วนใหญ่จัดอยู่ในหนึ่งในสี่หมวดหมู่ของการต่อสู้กับอาการ

วลี

fall into one of ... categories: อยู่ในหนึ่งในหลายหมวด

ในที่นี้ fall into หมายถึง “อยู่ใน” หรือ “ถูกจัดอยู่ในหมวด” ไม่ได้หมายถึงการตกลงไปจริง ๆ ส่วนผสมเหล่านี้สามารถแบ่งตามอาการที่มันช่วยบรรเทาได้ รูปแบบ X falls/fall into one of + ตัวเลข + คำนามหมวดหมู่รูปพหูพจน์ แสดงว่า X แต่ละอย่างอยู่ในหนึ่งหมวดจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ดังนั้น one of four symptom-fighting categories จึงหมายถึงหนึ่งหมวดจากทั้งหมดสี่หมวด แม้ส่วนผสมแต่ละชนิดจะอยู่เพียงหมวดเดียว แต่ categories เป็นพหูพจน์เพราะในกลุ่มมีสี่หมวด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคจำแนกประเภทด้วย fall into: These questions ____ one of three categories.

ดูคำตอบ

fall into

If you're sick of dealing with the mucousy mess oozing from your nostrils, โน้ต

2:07

หากคุณเบื่อที่จะจัดการกับน้ำมูกเละเทะที่ไหลออกมาจากรูจมูก

วลี

you're sick of dealing with: เบื่อเต็มทีกับการต้องคอยรับมือ

be sick of หมายถึง “เบื่อหรือรำคาญอย่างมาก” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการป่วยทางร่างกาย dealing with เพิ่มความหมายว่าต้องรับมือกับปัญหาที่ไม่น่าพอใจซ้ำ ๆ ดังนั้น you're sick of dealing with ... จึงหมายถึงคุณรำคาญมากที่ต้องคอยจัดการกับสิ่งนั้นต่อไป รูปแบบคือ be sick of + คำนามหรือรูป -ing ในประโยคเกี่ยวกับหวัดนี้ การใช้ sick ในสำนวนยังทำให้เกิดการเล่นคำเล็กน้อยกับความหมายว่าเจ็บป่วยทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

“I'm sick of dealing with this delay” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันป่วยทางร่างกายเพราะจัดการกับความล่าช้านี้
  2. ฉันยินดีที่ได้จัดการกับความล่าช้านี้ต่อไป
  3. ฉันรำคาญมากเพราะต้องคอยจัดการกับความล่าช้านี้
ดูคำตอบ

ฉันรำคาญมากเพราะต้องคอยจัดการกับความล่าช้านี้

การใช้คำ

mucousy mess oozing from your nostrils: ภาพชัดเจนที่ชวนขยะแขยงเล็กน้อย

mucousy หมายถึงเต็มไปด้วยหรือเปื้อนเมือก ส่วน mess ทำให้เมือกนั้นดูเป็นก้อนสกปรกที่ไม่น่าพอใจและจัดการยาก วลี -ing อย่าง oozing from your nostrils บอกว่าของเหลวข้นนั้นกำลังค่อย ๆ ไหลออกมาจากรูจมูก เมื่อนำคำเหล่านี้มารวมกัน จะเกิดภาพของอาการน้ำมูกไหลที่ชัดเจนและชวนขยะแขยงเล็กน้อย นี่เป็นการเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์แบบขี้เล่น ไม่ใช่ภาษาทางการแพทย์ ภาพที่เป็นรูปธรรมช่วยเพิ่มอารมณ์ขันและทำให้นึกภาพอาการได้ง่าย

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้

  1. สร้างภาพที่ชัดเจนและชวนขยะแขยงเล็กน้อยของเมือกที่ค่อย ๆ ไหลออกจากจมูก
  2. ให้คำวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการว่าเป็นโรคจมูกที่อันตราย
  3. บรรยายน้ำสะอาดที่กำลังถูกเทเข้าไปในจมูก
ดูคำตอบ

สร้างภาพที่ชัดเจนและชวนขยะแขยงเล็กน้อยของเมือกที่ค่อย ๆ ไหลออกจากจมูก

you may want to take nasal decongestants like pseudoephedrine. การใช้คำ

2:12

คุณอาจต้องการใช้ยาลดน้ำมูก เช่น ซูโดอีเฟดรีน

การใช้คำ

nasal decongestants: ยาสำหรับบรรเทาอาการคัดจมูก

nasal decongestants คือกลุ่มยาที่ใช้บรรเทาภาวะคัดจมูกหรือจมูกตันชั่วคราว ยากลุ่มนี้ทำงานโดยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดภายในจมูก nasal หมายถึงเกี่ยวกับจมูก ส่วน decongestant คือสิ่งที่ลดภาวะคัดแน่น รูปพหูพจน์ decongestants หมายถึงยาทั้งกลุ่ม โดย pseudoephedrine เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง ไม่ใช่อีกชื่อหนึ่งของยาทั้งกลุ่ม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ nasal decongestants มากที่สุด

  1. ชื่อเรียกยาทุกชนิดที่ให้ผ่านทางจมูก
  2. กลุ่มยาที่บรรเทาจมูกตันโดยลดการบวมในช่องจมูก
  3. กลุ่มยาที่ใช้ฆ่าไวรัสซึ่งทำให้เกิดหวัด
ดูคำตอบ

กลุ่มยาที่บรรเทาจมูกตันโดยลดการบวมในช่องจมูก

This snot fighter, สำนวน

2:16

นักสู้กับน้ำมูกตัวนี้

สำนวน

This snot fighter: ชื่อเล่นขำ ๆ

ในประโยคนี้ snot fighter เป็นชื่อเล่นขำ ๆ ของยาหรือการรักษาที่ช่วยจัดการน้ำมูกหรืออาการคัดจมูก การเรียกสิ่งนี้ว่า fighter เป็นการทำให้ผลิตภัณฑ์ดูเหมือนคน โดยจินตนาการว่ายากำลังต่อสู้กับปัญหา คำนี้ไม่ใช่ประเภททางการแพทย์ รูปแบบ คำนาม + fighter สามารถใช้สร้างชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการให้กับสิ่งที่ต่อสู้หรือควบคุมปัญหาบางอย่างได้

แบบฝึกหัด

snot fighter ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อเล่นขำ ๆ ของสิ่งที่ต่อสู้กับน้ำมูกหรืออาการคัดจมูก
  2. ชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการของยา
  3. คนที่เริ่มชกต่อยในร้านขายยา
ดูคำตอบ

ชื่อเล่นขำ ๆ ของสิ่งที่ต่อสู้กับน้ำมูกหรืออาการคัดจมูก

found in pills and syrups,

2:18

ซึ่งพบได้ในยาเม็ดและยาน้ำ

promotes the release of norepinephrine, วลี

2:20

จะส่งเสริมการหลั่งนอร์อิพิเนฟริน

วลี

promotes the release of + สาร: ส่งเสริมการปล่อยสาร

ในที่นี้ promotes หมายถึง “ช่วยให้เกิดหรือเพิ่มขึ้น” ไม่ใช่ “โฆษณา” รูปแบบ promote the release of + สาร ใช้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำให้สารชีวภาพหรือสารเคมีถูกปล่อยออกมาได้ง่ายขึ้น หรือเพิ่มปริมาณที่ปล่อยออกมา gลุ่มคำนาม the release of norepinephrine เน้นไปที่กระบวนการปล่อยสาร รูปแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์เกี่ยวกับฮอร์โมน สารสื่อประสาท และโมเลกุลส่งสัญญาณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยควิทยาศาสตร์ด้วยรูปแบบที่ตรงกันว่า promotes the release of: Regular exercise ____ endorphins.

ดูคำตอบ

promotes the release of

a chemical messenger that reduces blood flow to the vessels in your nasal passages. การใช้คำ

2:22

สารสื่อประสาทที่ช่วยลดการไหลเวียนของเลือดไปยังหลอดเลือดในโพรงจมูกของคุณ

การใช้คำ

chemical messenger: สารเคมีที่ส่งสัญญาณในร่างกาย

ในประโยคนี้ chemical messenger หมายถึงสารเคมีที่ส่งสัญญาณภายในร่างกายและทำให้เซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะตอบสนอง คำว่า messenger ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพราะสารนี้ส่งข้อมูล ไม่ได้ส่งข้อความที่จับต้องได้จริง คำนี้เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์ที่มีความหมายกว้าง ไม่ใช่ชื่อของสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งฮอร์โมนและสารสื่อประสาทสามารถเรียกว่า chemical messengers ได้

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย chemical messenger ในบริบททางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้องที่สุด

  1. บุคคลที่นำอุปกรณ์ไปส่งให้ห้องปฏิบัติการ
  2. สารเคมีชนิดใดก็ตามที่มีกลิ่นแรง
  3. สารเคมีที่ส่งสัญญาณภายในร่างกาย
ดูคำตอบ

สารเคมีที่ส่งสัญญาณภายในร่างกาย

This frees air and fluid so that you can breathe more easily.

2:27

สิ่งนี้ช่วยเปิดทางให้อากาศและของเหลวไหลเวียนได้ เพื่อให้คุณหายใจได้สะดวกขึ้น

Cough suppressants aim to quell those torturous coughs. วลี

2:32

ยาระงับอาการไอมีจุดมุ่งหมายเพื่อระงับอาการไอที่แสนทรมานเหล่านั้น

วลี

aim to quell: มุ่งควบคุมสิ่งที่สร้างความกังวล

aim to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีเป้าหมายที่จะทำบางสิ่ง ส่วน quell หมายถึงควบคุมกิจกรรมหรือความรู้สึกที่รุนแรงและสร้างความกังวล ในประโยคนี้ aim to quell บอกว่ายาระงับอาการไอมีไว้เพื่อลดอาการไอ quell สื่อถึงการทำให้สงบหรือกดสิ่งหนึ่งไว้อย่างหนักแน่น แต่ไม่ได้รับประกันว่าสิ่งนั้นจะหายไปทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ aim to quell: The official statement ____ public fears about the water supply.

ดูคำตอบ

aims to quell

Dextromethorphan,

2:36

เดกซ์โทรเมทอร์แฟน

one of the most common suppressants,

2:37

หนึ่งในยาระงับอาการไอที่พบบ่อยที่สุด

addresses the head of the command chain, สำนวน

2:39

จะจัดการกับจุดสูงสุดของสายการบังคับบัญชา

สำนวน

the head of the command chain: คำเปรียบเทียบถึงจุดควบคุมต้นทาง

ในประโยคนี้ the head of the command chain เป็นคำเปรียบเทียบถึงจุดควบคุมสูงสุดซึ่งอยู่ต้นทางของระบบที่ทำให้เกิดอาการไอ คำว่า head หมายถึงจุดที่คำสั่งเริ่มต้น ไม่ได้หมายถึงอวัยวะของร่างกายหรือโซ่จริง ๆ คำเปรียบเทียบนี้สื่อว่าส่วนผสมออกฤทธิ์ต่อการควบคุมส่วนกลางของปฏิกิริยาการไอ ไม่ใช่เพียงบรรเทาการระคายเคืองตรงบริเวณที่รู้สึกไอเท่านั้น ในที่นี้ command chain เป็นถ้อยคำเชิงบรรยาย ส่วนสำนวนมาตรฐานเมื่อพูดถึงองค์กรคือ chain of command

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The safety computer is at the head of the command chain for the whole system,” คำว่า at the head of the command chain หมายถึงอะไร?

  1. เป็นส่วนสุดท้ายที่ทำตามคำสั่ง
  2. เป็นจุดควบคุมต้นทางที่ส่งคำสั่งไปทั่วทั้งระบบ
  3. เป็นชิ้นส่วนรูปโซ่ที่ติดอยู่กับคอมพิวเตอร์
ดูคำตอบ

เป็นจุดควบคุมต้นทางที่ส่งคำสั่งไปทั่วทั้งระบบ

moderating brain regions responsible for coughing.

2:42

โดยควบคุมบริเวณสมองที่รับผิดชอบต่อการไอ

While it's not fully understood how this ingredient manages to quiet coughs, ไวยากรณ์

2:45

แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าส่วนผสมนี้ช่วยระงับอาการไอได้อย่างไร

ไวยากรณ์

While it's not fully understood how ...: การยอมรับความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์

While ในที่นี้ใช้แสดงการยอมรับข้อจำกัด โดยหมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยคนี้ยอมรับข้อจำกัดก่อน แล้วประโยคจึงเปลี่ยนไปกล่าวถึงสิ่งที่หลักฐานสนับสนุน It's not fully understood how ... ใช้โครงสร้างกรรมวาจกแบบไม่ระบุบุคคล จึงไม่บอกว่าใครเป็นผู้ที่ยังไม่เข้าใจ และนำเสนอความรู้ที่ยังไม่สมบูรณ์ว่าเป็นสถานะปัจจุบันของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ not fully หมายถึงกลไกยังไม่แน่นอนหรือยังเข้าใจไม่ครบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครรู้อะไรเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบหกคำจากบทเรียนที่ใช้ยอมรับความไม่แน่นอนให้ตรงทุกคำ: “____ the new treatment reduces inflammation, early results are promising.”

ดูคำตอบ

While it's not fully understood how

we know it interacts with receptors that neurons use to communicate. วลี

2:50

แต่เรารู้ว่ามันมีปฏิกิริยากับตัวรับที่เซลล์ประสาทใช้ในการสื่อสาร

วลี

interacts with receptors: การระบุความสัมพันธ์อย่างแม่นยำในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

ในที่นี้ interacts with receptors หมายถึงสารนั้นมีส่วนในปฏิสัมพันธ์ทางชีวภาพกับโปรตีนตัวรับ สำนวนนี้บอกว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้ระบุว่าสารนั้นกระตุ้น ยับยั้ง หรือจับกับตัวรับโดยตรงหรือไม่ ในความหมายนี้ interact เป็นกริยาที่ไม่รับกรรมตรง จึงต้องใช้ with เพื่อนำอีกฝ่ายของปฏิสัมพันธ์เข้ามา: interact with receptors

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ต้องใช้หลัง interacts: The new compound interacts ____ receptors on immune cells.

ดูคำตอบ

with

Drugs like ketamine and PCP engage similar receptors,

2:55

ยาอย่างคีตามีนและ PCP ก็จับกับตัวรับที่คล้ายกัน

which is why it's important to take dextromethorphan as directed, โน้ต

2:59

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการรับประทานเดกซ์โทรเมทอร์แฟนตามคำแนะนำจึงมีความสำคัญ

ลำดับความ

which is why: การเชื่อมสาเหตุกับผลลัพธ์

Which is why ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า และนำเสนออนุประโยคถัดไปว่าเป็นผลลัพธ์ ข้อสรุป หรือคำแนะนำที่นำไปใช้ได้ ลำดับข้อมูลคือ สาเหตุ, which is why ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเปลี่ยนคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าให้เป็นคำเตือนเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำ Which สรุปแนวคิดทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามคำเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ which is why ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าถนนเป็นน้ำแข็งคือสาเหตุ และโรงเรียนเปิดช้าคือผลลัพธ์

  1. The school opened late, which is why the roads are icy.
  2. The school opened late because the roads are icy.
  3. The roads are icy, which is why the school opened late.
ดูคำตอบ

The roads are icy, which is why the school opened late.

วลี

take dextromethorphan as directed: รับประทานเดกซ์โทรเมทอร์แฟนตามคำแนะนำ

ใน take dextromethorphan as directed คำว่า as directed หมายถึง “ตามวิธีที่ระบุไว้ในคำแนะนำ” เมื่อพูดถึงยา ความหมายนี้ครอบคลุมขนาดยา เวลา ความถี่ และระยะเวลาการใช้ที่กำหนดไว้ รูปแบบคือ take + ยา + as directed ส่วน directed เป็นกริยาช่องสามในสำนวนรูปถูกกระทำที่ย่อไว้ หมายถึงรับประทานยาตามที่บุคคลหรือฉลากระบุ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “ทำตามคำแนะนำที่ให้ไว้”: Take these tablets ____ on the label.

ดูคำตอบ

as directed

as high doses are notorious for causing hallucinatory effects. วลี

3:03

เนื่องจากปริมาณที่สูงเป็นที่รู้กันดีว่าทำให้เกิดอาการประสาทหลอน

วลี

are notorious for causing: มีชื่อเสียงในทางลบอย่างมาก

ใน are notorious for causing คำว่า notorious หมายถึง “เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเรื่องที่ไม่ดี” สำนวนนี้ทำให้ปริมาณยาสูงมีชื่อเสียงในทางลบอย่างชัดเจน เพราะผลอันตรายที่กล่าวตามมา โครงสร้างคือ be notorious for + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ for เป็นคำบุพบท ดังนั้น cause จึงเปลี่ยนเป็น causing

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่เน้นไว้เพื่อแสดงชื่อเสียงด้านลบอย่างรุนแรง: These outdated machines ____ costly delays.

ดูคำตอบ

are notorious for causing

But not all coughing is bad when you have a cold. ไวยากรณ์

3:09

แต่ไม่ใช่การไอทั้งหมดจะแย่เมื่อคุณเป็นหวัด

ไวยากรณ์

not all coughing is bad: การปฏิเสธบางส่วน

โครงสร้าง not all + นามวลี ใช้ปฏิเสธแบบบางส่วนเกี่ยวกับทั้งกลุ่ม ในประโยคนี้หมายความว่า การไอไม่ได้แย่ในทุกกรณี อย่างน้อยการไอบางแบบก็ไม่แย่ not ปฏิเสธ all ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าการไอทุกครั้งแย่ และก็ไม่ได้กล่าวแรงไปถึงว่าไม่มีการไอแบบใดที่แย่เลย

แบบฝึกหัด

not all coughing is bad หมายความว่าอย่างไร?

  1. การไอบางแบบไม่แย่
  2. การไอทุกแบบแย่
  3. ไม่มีการไอแบบใดแย่เลย
ดูคำตอบ

การไอบางแบบไม่แย่

Expelling mucus can help clear out infectious debris and ease uncomfortable congestion. โน้ต

3:12

การขับน้ำมูกออกช่วยกำจัดเศษซากเชื้อโรคและบรรเทาอาการคัดจมูกที่ไม่สบายตัวได้

กริยาวลี

clear out: นำสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากข้างใน

clear out หมายถึงนำสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภายในสถานที่หรือระบบ ในประโยคนี้ เมือกช่วยพาเศษสิ่งสกปรกที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อออกจากทางเดินหายใจ คำว่า out เพิ่มความหมายของการเคลื่อนจากข้างในออกไปข้างนอก และอาจสื่อว่ากำจัดออกอย่างหมดจด

แบบฝึกหัด

ใช้ clear out และคำสรรพนาม it เติมประโยคให้สมบูรณ์: The drawer is full of junk, so we need to ____ before moving.

ดูคำตอบ

clear it out

วลี

ease uncomfortable congestion: ลดความรุนแรงของอาการ

ในวลี ease uncomfortable congestion คำว่า ease เป็นคำกริยา หมายถึงทำให้อาการคัดแน่นหรืออุดตันรุนแรงน้อยลงและสบายขึ้น เป็นการบอกว่าอาการทุเลา ไม่ได้หมายความว่ารักษาหายหรือกำจัดสาเหตุได้ทั้งหมดเสมอไป ในบริบทสุขภาพ ease มักวางหน้าคำที่เป็นอาการหรือความไม่สบายโดยตรง เช่น ease pain, ease pressure หรือ ease congestion ในที่นี้ uncomfortable ขยาย congestion

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ ease อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าทำให้อาการเบาลง

  1. A warm shower may ease nasal congestion.
  2. A warm shower may easy nasal congestion.
  3. A warm shower may ease from nasal congestion.
ดูคำตอบ

A warm shower may ease nasal congestion.

By lubricating airways, ไวยากรณ์

3:19

โดยการหล่อลื่นทางเดินหายใจ

ไวยากรณ์

By lubricating airways: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี

by + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ By lubricating airways หมายถึงด้วยการหล่อลื่นทางเดินหายใจ และอธิบายว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร ในที่นี้ วลีที่บอกวิธีอยู่ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค จากนั้นประโยคหลักจึงบอกผลลัพธ์ เนื่องจาก by เป็นคำบุพบท จึงใช้รูป -ing คือ lubricating ไม่ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน lubricate

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่ถูกต้องของ turn off: You can save energy by ____ unused lights.

ดูคำตอบ

turning off

our third class of ingredients,

3:21

ส่วนผสมประเภทที่สามของเรา

expectorants,

3:23

ยาขับเสมหะ

aim to help improve coughing rather than eliminate it. ไวยากรณ์

3:24

มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยบรรเทาอาการไอมากกว่าที่จะกำจัดมันทิ้งไป

ไวยากรณ์

rather than eliminate it: เปรียบเทียบเป้าหมายกับทางเลือกที่ไม่ต้องการ

rather than ใช้บอกทางเลือกอีกอย่างที่ไม่ใช่เป้าหมาย ในประโยคนี้ เป้าหมายคือช่วยให้อาการไอดีขึ้น ไม่ใช่กำจัดอาการไอให้หมดไป โดย it หมายถึง coughing ที่กล่าวไปก่อนหน้า การกระทำทั้งสองใช้โครงสร้างที่ขนานกัน คือ improve ... rather than eliminate ... รูปแบบนี้ช่วยให้เราบอกสิ่งที่ต้องการทำก่อน แล้วจึงแก้ความเข้าใจหรือปฏิเสธอีกทางเลือกหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “แทนที่จะ” ลงในประโยค: The guide aims to clarify the rules ____ confuse new players.

ดูคำตอบ

rather than

Guaifenesin,

3:28

ไกวเฟนิซิน

the most common expectorant,

3:29

ยาขับเสมหะที่พบได้บ่อยที่สุด

is thought to hydrate mucus by upping fluid secretions in the respiratory tract, โน้ต

3:31

เชื่อกันว่าจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเสมหะโดยการเพิ่มการหลั่งของเหลวในระบบทางเดินหายใจ

ไวยากรณ์

is thought to: รายงานความเชื่ออย่างระมัดระวัง

is thought to หมายถึง “เชื่อหรือคิดกันว่า” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า” โครงสร้างแบบถูกกระทำคือ ประธาน + be + thought + กริยารูป to-infinitive ในประโยคนี้ การเพิ่มน้ำในเมือกถูกนำเสนอเป็นกลไกที่คาดไว้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน โครงสร้างนี้เน้นที่ข้อกล่าวอ้างโดยไม่ระบุว่าบุคคลหรืองานวิจัยใดเป็นที่มาของความคิดนี้ มักใช้ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ประวัติศาสตร์ และข่าว เมื่อหลักฐานสนับสนุนข้อสรุปที่ยังต้องกล่าวอย่างระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

นักวิจัยมีหลักฐานเกี่ยวกับผลที่อาจเกิดขึ้น แต่ผลนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ประโยคใดรายงานข้อกล่าวอ้างด้วยความระมัดระวังที่เหมาะสม

  1. The compound is known to reduce inflammation.
  2. The compound is thought to reduce inflammation.
  3. The compound definitely reduces inflammation.
ดูคำตอบ

The compound is thought to reduce inflammation.

การใช้คำ

by upping fluid secretions: up แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เพิ่ม”

ใน by upping fluid secretions คำว่า by ใช้นำวิธีการ และ upping หมายถึง increasing หรือ “เพิ่ม” ในที่นี้ up เป็นคำกริยา และ upping เป็นรูป -ing ของคำนี้ ส่วน fluid secretions คือสิ่งที่ถูกเพิ่ม คำกริยา upping ที่ค่อนข้างเป็นกันเองถูกใช้คู่กับศัพท์การแพทย์เชิงเทคนิค ทำให้คำอธิบายยังแม่นยำแต่ฟังไม่เป็นทางการเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ up ที่หมายถึง “เพิ่ม”: To meet demand, the company is ____ production.

ดูคำตอบ

upping

making it less sticky and easier to clear out. ไวยากรณ์

3:36

ทำให้มันเหนียวน้อยลงและขับออกมาได้ง่ายขึ้น

ไวยากรณ์

making it less sticky and easier to clear out: อนุประโยค -ing ที่บอกผล

making it less sticky and easier to clear out เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลจากกระบวนการซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ making หมายถึงทำให้เกิดสภาพบางอย่าง จึงเข้าใจส่วนนี้ได้ว่า “และผลก็คือ สิ่งนี้ทำให้มัน...” ในที่นี้ it หมายถึง mucus ในโครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม it เป็นกรรม ส่วน less sticky และ easier to clear out เป็นส่วนเติมเต็มที่ขนานกัน โดยบอกการเปลี่ยนแปลงสองอย่างของสิ่งเดียวกัน คือเหนียวน้อยลงและนำออกได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคบอกผลด้วยรูป -ing ของ make: The new handle improves the grip, ____ the pan safer and easier to carry.

ดูคำตอบ

making

Finally,

3:40

สุดท้าย

we have antihistamines.

3:41

เรามียาต้านฮิสตามีน

As advertised, ลำดับความ

3:42

ตามที่โฆษณาไว้

ลำดับความ

As advertised: เชื่อมคำกล่าวก่อนหน้ากับผลที่สอดคล้องกัน

As advertised หมายความว่าเนื้อหาที่ตามมาตรงกับโฆษณา คำกล่าวอ้าง คำอธิบายก่อนหน้า หรือความคาดหมายที่เกิดจากชื่อ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม โดยย้อนกลับไปยังแนวคิดก่อนหน้าและพาไปสู่ผลหรือหน้าที่ที่ตรงกัน ในที่นี้ยังแฝงความเห็นเบา ๆ ว่าหน้าที่นั้นเป็นไปตามที่สัญญาหรือบอกเป็นนัยไว้

แบบฝึกหัด

As advertised ในที่นี้บอกอะไร?

  1. ผู้พูดได้พิสูจน์แล้วว่าโฆษณาทุกชิ้นเป็นความจริง
  2. ผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ข้อมูลถัดไปตรงกับคำกล่าวอ้างหรือคำอธิบายก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ข้อมูลถัดไปตรงกับคำกล่าวอ้างหรือคำอธิบายก่อนหน้า

these inhibit the effects of histamine, วลี

3:44

ยาเหล่านี้จะยับยั้งการออกฤทธิ์ของฮิสตามีน

วลี

Inhibit the effects of histamine: จำกัดการทำงานของฮิสตามีน

Inhibit the effects of histamine หมายถึงลดหรือขัดขวางการทำงานของฮิสตามีน กรรมของ inhibit คือ the effects ดังนั้นประโยคนี้จึงเน้นการจำกัดการทำงานของฮิสตามีน ไม่ได้หมายความว่าต้องกำจัดฮิสตามีนออกไป รูปแบบทางวิทยาศาสตร์ที่นำไปใช้ได้คือ inhibit the effects of + สารหรือกระบวนการ โดย inhibit มักหมายถึงยับยั้งหรือลดการทำงาน และคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าการทำงานนั้นจะหยุดโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ลดหรือขัดขวางการทำงานของฮิสตามีน”: Antihistamines help ____.

ดูคำตอบ

inhibit the effects of histamine

the chemical messenger behind allergy symptoms.

3:46

สารสื่อประสาทที่อยู่เบื้องหลังอาการภูมิแพ้

While histamines aren't involved producing cold symptoms, ไวยากรณ์

3:50

แม้ว่าฮิสตามีนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างอาการหวัด

studies suggest many antihistamines can still help dry a runny nose. วลี

3:53

แต่การศึกษาชี้ให้เห็นว่ายาต้านฮิสตามีนหลายชนิดยังคงสามารถช่วยลดน้ำมูกไหลได้

ไวยากรณ์

While ... can still ...: การยอมรับข้อจำกัดและผลที่ยังเป็นไปได้

ในประโยคนี้ While หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในขณะที่” โดยนำเสนอข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนจะทำให้ผลในประโยคหลักเป็นไปได้น้อยลงก่อน นั่นคือฮิสตามีนไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดอาการหวัด can still ในประโยคหลักบอกว่า ประโยชน์ที่เป็นไปได้นั้นยังคงอยู่แม้จะมีข้อเท็จจริงดังกล่าว ใช้โครงสร้าง While + อนุประโยค, ... can still + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อยอมรับข้อจำกัดหรือความซับซ้อนก่อน แล้วจึงบอกว่าบางสิ่งยังเป็นไปได้หรือยังมีประโยชน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย While ... can still: ____ the trail is steep, beginners ____ finish it with enough time.

ดูคำตอบ

While · can still

วลี

help dry a runny (nose): dry ที่ใช้เป็นคำกริยา

ใน help dry a runny nose คำว่า dry เป็นคำกริยา หมายถึง “ทำให้แห้งลง” ในบริบทสุขภาพนี้ หมายถึงการลดเมือกที่ไหลออกจากจมูก ไม่ใช่ทำให้จมูกแห้งสนิท dry คือการกระทำที่ตามหลัง help และ a runny nose เป็นสิ่งที่รับการกระทำนั้น คำว่า runny เป็นคำคุณศัพท์ที่บรรยายจมูกที่มีน้ำมูกไหล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ dry เป็นคำกริยาหลัง help อย่างเป็นธรรมชาติ และใช้วลีทั่วไปสำหรับอาการน้ำมูกไหล?

  1. This spray may help when my nose is running.
  2. This spray may help a dry nose.
  3. This spray may help dry a runny nose.
ดูคำตอบ

This spray may help dry a runny nose.

Benadryl,

3:59

เบนาดริล (Benadryl)

for example,

3:59

เป็นต้น

contains diphenhydramine,

4:00

มีส่วนประกอบของไดเฟนไฮดรามีน

which blocks both the effects of histamine and a neurotransmitter which regulates the flow of mucus in our airways. โน้ต

4:02

ซึ่งจะปิดกั้นทั้งฤทธิ์ของฮิสตามีนและสารสื่อประสาทที่ควบคุมการไหลของน้ำมูกในทางเดินหายใจของเรา

ไวยากรณ์

both ... and ...: การเชื่อมกรรมสองส่วนที่ขนานกัน

both ... and ... เชื่อมองค์ประกอบสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน และหมายความว่าข้อความนั้นใช้กับทั้งสองส่วน ในประโยคนี้ blocks มีกรรมสองส่วน คือ the effects of histamine และ a neurotransmitter which regulates the flow of mucus in our airways เมื่ออ่านประโยคยาว ให้หา both ก่อนแล้วจึงหา and เพื่อดูจุดเริ่มต้นขององค์ประกอบแต่ละส่วนที่จับคู่กัน ข้อความที่ตามหลังทั้งสองคำควรทำหน้าที่ทางไวยากรณ์แบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both ... and ...: The library lends ____ books ____ games.

ดูคำตอบ

both · and

วลี

regulates the flow of mucus: ควบคุมว่าสิ่งหนึ่งไหลอย่างไร

regulates the flow of mucus หมายถึงควบคุมหรือปรับวิธีที่เมือกไหล โดยทั่วไป regulate สื่อถึงการทำให้กระบวนการทำงานด้วยอัตราหรือระดับที่เหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการหยุดกระบวนการนั้น รูปแบบ regulate the flow of + คำนาม ใช้บ่อยกับสิ่งหรือกระบวนการที่เคลื่อนที่ เช่น น้ำ เลือด อากาศ การจราจร และข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย regulate the flow of: These valves ____ water into the greenhouse.

ดูคำตอบ

regulate the flow of

Unfortunately,

4:10

น่าเสียดาย

histamines also regulate wakefulness in the brain,

4:11

ฮิสตามีนยังทำหน้าที่ควบคุมความตื่นตัวในสมองด้วย

so many of these drugs can make you drowsy. วลี

4:14

ยาเหล่านี้หลายตัวจึงอาจทำให้คุณง่วงนอนได้

วลี

make you drowsy: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ใน make you drowsy คำว่า make หมายถึง “ทำให้” you เป็นกรรม และ drowsy เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพซึ่งเกิดขึ้น โครงสร้างคือ make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งของอยู่ในสภาพหนึ่ง” คำว่า can ในที่นี้บอกว่ายาเหล่านี้มีโอกาสทำให้ง่วง ไม่ได้หมายความว่าผลนี้จะเกิดขึ้นทุกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่ทำให้เกิดโครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์: A warm room can ____ me drowsy during a long meeting.

ดูคำตอบ

make

In this fight against cold symptoms, สำนวน

4:17

ในการต่อสู้กับอาการหวัดนี้

สำนวน

In this fight against cold symptoms: คำเปรียบเทียบเกี่ยวกับการต่อสู้

ในวลีนี้ fight เป็นคำเปรียบเทียบถึงความพยายามควบคุมหรือบรรเทาอาการหวัด โดยนำเสนออาการต่าง ๆ เสมือนเป็นคู่ต่อสู้ จึงทำให้การรักษาฟังดูกระตือรือร้นและมุ่งมั่น ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้ทางร่างกายจริง ๆ In this fight against ... ยังทำหน้าที่เป็นกรอบเปิดเรื่องเพื่อกำหนดหัวข้อของข้อมูลที่จะตามมา โครงสร้าง fight against + ปัญหา ใช้บอกความพยายามที่เป็นระบบเพื่อต่อต้านสิ่งที่เป็นอันตรายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fight against เป็นคำเปรียบเทียบถึงความพยายามที่เป็นระบบในการจัดการปัญหา?

  1. The town is stepping up its fight against air pollution.
  2. The two boxers began their fight after the bell.
  3. The children watched a fight in the movie.
ดูคำตอบ

The town is stepping up its fight against air pollution.

there's still a lot we don't know. ลำดับความ

4:20

ยังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้

ลำดับความ

การใช้ there's still a lot we don't know เพื่อบอกขอบเขตของความรู้

There's still a lot we don't know เป็นการยอมรับว่าเรามีความรู้อยู่แล้วบางส่วน แต่ยังมีคำถามสำคัญที่ไม่ได้รับคำตอบ still แสดงความต่างระหว่างสิ่งที่ได้เรียนรู้แล้วกับข้อมูลที่ยังไม่รู้ ในการอธิบาย ประโยคนี้กำหนดขอบเขตระหว่างข้อมูลที่ยืนยันแล้วกับความไม่แน่นอน และช่วยเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับข้อสรุปที่ระมัดระวังโดยไม่ได้บอกว่าเราไม่รู้อะไรเลย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า there's still a lot we don't know?

  1. บอกว่าคำถามที่เหลือทั้งหมดจะได้รับคำตอบในไม่ช้า
  2. ชี้ว่ายังมีคำถามสำคัญแม้จะรู้อะไรบางอย่างแล้ว
  3. อ้างว่าไม่มีความรู้ใดที่เชื่อถือได้เลย
ดูคำตอบ

ชี้ว่ายังมีคำถามสำคัญแม้จะรู้อะไรบางอย่างแล้ว

Since these ingredients don't attack the viruses themselves, ไวยากรณ์

4:22

เนื่องจากส่วนผสมเหล่านี้ไม่ได้โจมตีไวรัสโดยตรง

it's unclear if any speed up your recovery. กริยาวลี

4:25

จึงไม่ชัดเจนว่าจะมีตัวใดที่ช่วยเร่งการฟื้นตัวของคุณได้หรือไม่

ไวยากรณ์

Since ... it's unclear if ...: จากเหตุผลไปสู่ข้อสรุปที่ไม่แน่นอน

ในประโยคนี้ Since ใช้บอกเหตุผลว่า ส่วนผสมเหล่านี้ไม่ได้โจมตีตัวไวรัส ความหมายคือ because หรือ “เพราะว่า” ไม่ใช่การบอกจุดเริ่มต้นในอดีต อนุประโยคหลัก it's unclear if any speed up your recovery นำเสนอคำถามที่ตอบได้ว่าใช่หรือไม่ แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังให้คำตอบไม่ได้ รูปแบบ Since + เหตุผล, it's unclear if + คำถาม เชื่อมเงื่อนไขที่มีข้อจำกัดกับข้อสรุปที่ระมัดระวัง โดย if ในที่นี้มีความหมายเหมือน whether

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ Since ... it's unclear if ...: ____ only one test was done, ____ the result will be the same next time.

ดูคำตอบ

Since · it's unclear if

กริยาวลี

speed up your recovery: เร่งการฟื้นตัวของคุณ

ในที่นี้ speed up your recovery หมายถึงทำให้กระบวนการฟื้นตัวเกิดขึ้นเร็วขึ้น speed up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ และ your recovery คือกระบวนการที่ถูกเร่งให้เร็วขึ้น เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง speed up your recovery และ speed your recovery up ถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่แบบแรกมักฟังลื่นไหลกว่า หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง โดยใช้ speed it up ไม่ใช่ speed up it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการพักผ่อนเป็นประจำอาจทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

  1. Regular rest may slow down your recovery.
  2. Regular rest may describe your recovery.
  3. Regular rest may speed up your recovery.
ดูคำตอบ

Regular rest may speed up your recovery.

Further,

4:29

ยิ่งไปกว่านั้น

many were first introduced to the market decades ago when studies were less rigorous. โน้ต

4:29

ยาหลายตัวถูกนำออกสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อนซึ่งการศึกษายังไม่เข้มงวดนัก

วลี

first introduced to the market: ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก

ใน first introduced to the market คำว่า introduced หมายถึงถูกนำมาวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก นี่คือความหมายของ introduce ในบริบทการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ความหมายว่า “แนะนำคนหนึ่งให้รู้จักกับอีกคนหนึ่ง” โครงสร้างกรรมวาจก were introduced ทำให้จุดสนใจอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ ส่วน first และ decades ago บอกว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเริ่มมีจำหน่ายในตลาดเมื่อใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าอุปกรณ์นี้เริ่มวางจำหน่ายในปี 2021

  1. The device first introduced the market in 2021.
  2. The device was first introduced at the market in 2021.
  3. The device was first introduced to the market in 2021.
ดูคำตอบ

The device was first introduced to the market in 2021.

การใช้คำ

were less rigorous: การเปรียบเทียบคุณภาพงานวิจัยอย่างระมัดระวัง

ในประโยคนี้ were less rigorous หมายความว่างานวิจัยในเวลานั้นใช้วิธีการหรือมาตรฐานที่ไม่เข้มงวดเท่างานวิจัยในภายหลังหรือในปัจจุบัน คำว่า rigorous ใช้อธิบายงานวิจัยที่ออกแบบ ควบคุม และวิเคราะห์อย่างรอบคอบ รูปแบบ less + คำคุณศัพท์ เป็นการประเมินเชิงเปรียบเทียบที่ใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายความว่างานวิจัยเก่าไร้คุณค่า เป็นเท็จ หรือมีการทุจริต แต่หมายถึงระดับความเข้มงวดต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย “the earlier studies were less rigorous” ได้ถูกต้องที่สุด

  1. งานวิจัยก่อนหน้านี้ใช้วิธีการหรือมาตรฐานที่ไม่เข้มงวดเท่า
  2. งานวิจัยก่อนหน้านี้พิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเป็นอันตราย
  3. งานวิจัยก่อนหน้านี้ถูกทำซ้ำบ่อยกว่า
ดูคำตอบ

งานวิจัยก่อนหน้านี้ใช้วิธีการหรือมาตรฐานที่ไม่เข้มงวดเท่า

So,

4:35

ดังนั้น

scientists continue to reevaluate how well each ingredient relieves symptoms. ไวยากรณ์

4:35

นักวิทยาศาสตร์จึงยังคงประเมินประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการของแต่ละส่วนผสมใหม่อยู่เสมอ

ไวยากรณ์

reevaluate how well: คำถามแฝงเกี่ยวกับระดับประสิทธิผล

Reevaluate หมายถึงประเมินอีกครั้ง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีหลักฐานหรือมาตรฐานใหม่ ในที่นี้ how well นำเข้าสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กำลังประเมินใหม่ นั่นคือส่วนผสมแต่ละชนิดช่วยบรรเทาอาการได้ดีเพียงใด ไม่ใช่แค่มีผลหรือไม่มีผล เนื่องจาก how well each ingredient relieves symptoms เป็นคำถามแฝงที่ตามหลัง reevaluate จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how well + ประธาน + กริยา ถ้าเป็นคำถามตรงที่สมบูรณ์จะใช้ does: How well does each ingredient relieve symptoms?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ how ร่วมกับรูปคำวิเศษณ์ของ good: Researchers are checking ____ the new treatment works.

ดูคำตอบ

how well

Similar questions remain around holistic remedies. การใช้คำ

4:41

คำถามที่คล้ายกันยังคงมีอยู่กับการรักษาแบบองค์รวม

การใช้คำ

holistic remedies: วิธีบำบัดที่มองคนทั้งคน

Holistic remedies หมายถึงการรักษาหรือแนวทางดูแลสุขภาพที่พยายามมองคนทั้งคน เช่น พิจารณาสุขภาพกาย สภาพอารมณ์ และวิถีชีวิตร่วมกัน แทนที่จะเน้นเพียงอาการเดียว คำนี้มักปรากฏในการพูดถึงการดูแลแบบเสริมหรือทางเลือก Holistic บอกถึงแนวทางการดูแล ไม่ได้บอกถึงคุณภาพของหลักฐาน วิธีบำบัดอาจถูกเรียกว่า holistic ได้โดยที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าได้ผล เป็นธรรมชาติ หรือปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องสุขภาพ holistic remedies โดยทั่วไปหมายถึงอะไร?

  1. การรักษาที่พิจารณาสุขภาพของบุคคลในหลายด้านมากขึ้น
  2. ยาที่รับประกันว่าจะรักษาได้ทุกโรค
  3. เฉพาะยาตามใบสั่งแพทย์ที่ผลิตในโรงพยาบาล
ดูคำตอบ

การรักษาที่พิจารณาสุขภาพของบุคคลในหลายด้านมากขึ้น

Many people use zinc,

4:44

หลายคนใช้สังกะสี (ซิงค์)

but research on its effectiveness is inconclusive. การใช้คำ

4:46

แต่งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมันยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด

การใช้คำ

is inconclusive: ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

Is inconclusive หมายถึงงานวิจัยที่มีอยู่ยังไม่สนับสนุนข้อสรุปที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ ผลลัพธ์อาจขัดแย้งกัน ข้อมูลอาจมีจำกัดเกินไป หรืองานวิจัยอาจยังไม่แข็งแรงพอ คำนี้ไม่ได้หมายความว่าวิธีบำบัดได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล จนกว่าจะมีหลักฐานที่แข็งแรงกว่า ก็ยังเป็นไปได้ทั้งว่าได้ผลและไม่ได้ผล

แบบฝึกหัด

งานวิจัยชิ้นหนึ่งมีผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกัน นักวิจัยจึงยังยืนยันข้อสรุปไม่ได้ ข้อใดแม่นยำที่สุด?

  1. The research is inconclusive.
  2. The treatment is effective.
  3. The treatment is ineffective.
ดูคำตอบ

The research is inconclusive.

And while vitamin C has many benefits, ไวยากรณ์

4:50

และแม้ว่าวิตามินซีจะมีประโยชน์มากมาย

the value of taking large doses to fight a cold is likely overhyped. การใช้คำ

4:53

แต่คุณค่าของการรับประทานในปริมาณมากเพื่อต่อสู้กับโรคหวัดนั้นมีแนวโน้มที่จะถูกกล่าวเกินจริง

ไวยากรณ์

while vitamin C has many ...: ยอมรับข้อหนึ่งก่อนเพิ่มข้อจำกัด

ในที่นี้ while หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยค while vitamin C has many benefits ยอมรับข้อเท็จจริงด้านบวกก่อน แล้วประโยคหลักจึงจำกัดคำกล่าวที่เฉพาะเจาะจงกว่าเกี่ยวกับการรับประทานในปริมาณสูงเพื่อต่อสู้กับหวัด โครงสร้าง “while + ประเด็นที่ยอมรับ, ประโยคหลัก + ข้อจำกัด” ทำให้ข้อโต้แย้งสมดุลมากขึ้น คุณสามารถยอมรับประเด็นหนึ่งได้โดยไม่ต้องยอมรับข้อสรุปที่กว้างกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับประเด็นหนึ่งก่อนเพิ่มข้อจำกัด?

  1. Please stay here while I check the price.
  2. I read the instructions while the software was installing.
  3. While the software has useful features, it is too expensive for our team.
ดูคำตอบ

While the software has useful features, it is too expensive for our team.

การใช้คำ

likely overhyped: การวิจารณ์การส่งเสริมที่มากเกินไปอย่างระมัดระวัง

Overhyped หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกส่งเสริมหรือพูดถึงด้วยความตื่นเต้นมากเกินกว่าที่คุณค่าจริงหรือหลักฐานสนับสนุนจะสมเหตุสมผล ในที่นี้เป็นการวิจารณ์คำกล่าวอ้างเรื่องคุณค่าของการรับประทานในปริมาณสูงเพื่อต่อสู้กับหวัด Likely ทำให้คำกล่าวอ่อนลง โดยผู้พูดบอกว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่ได้ยืนยันว่าแน่นอน ดังนั้น likely overhyped ยังเป็นการประเมินเชิงลบ แต่ระมัดระวังกว่า is overhyped ที่ไม่มี likely

แบบฝึกหัด

ผลิตภัณฑ์สุขภาพชนิดหนึ่งถูกโฆษณาอย่างมาก แต่งานวิจัยไม่สนับสนุนคำกล่าวอ้าง ข้อใดแสดงคำวิจารณ์อย่างระมัดระวังได้ดีที่สุด?

  1. The product is carefully packaged.
  2. The product is widely available.
  3. The product is likely overhyped.
ดูคำตอบ

The product is likely overhyped.

Yet,

4:58

ถึงกระนั้น

studies suggest that honey can improve cough and may even shorten your illness by a day or two. ไวยากรณ์

4:58

การศึกษาชี้ให้เห็นว่าน้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอและอาจช่วยลดระยะเวลาเจ็บป่วยของคุณลงได้หนึ่งถึงสองวัน

ไวยากรณ์

may even ... by a day or two: ความเป็นไปได้และปริมาณการเปลี่ยนแปลง

may แสดงว่าผลนั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้น ส่วน even เพิ่มน้ำหนักว่า การทำให้ระยะเวลาป่วยสั้นลงเป็นประโยชน์ที่น่าประหลาดใจหรือมากกว่าการช่วยบรรเทาอาการไอเพียงอย่างเดียว ใน shorten your illness by a day or two คำว่า by บอกปริมาณที่ลดลง หมายถึงป่วยสั้นลงหนึ่งหรือสองวัน ไม่ได้หมายความว่าโรคจะหายภายในหนึ่งหรือสองวันอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย may even และ by: The new bus route ____ shorten the trip ____ ten minutes.

ดูคำตอบ

may even · by

Who knows what the future of cold treatment will look like? วลี

5:05

ใครจะรู้ว่าอนาคตของการรักษาโรคหวัดจะเป็นอย่างไร?

วลี

what the future ... will look like ในคำถามทางอ้อม

what ... will look like ใช้ถามว่าสภาพหรือสถานการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่ได้ถามเฉพาะรูปลักษณ์ที่มองเห็นเท่านั้น ในที่นี้หมายถึงการรักษาโรคหวัดในอนาคตอาจเป็นอย่างไร อนุประโยค what ทั้งหมดเป็นคำถามทางอ้อมหลัง knows จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + will + look like ต้องใช้ what the future ... will look like ไม่ใช่ what will the future ... look like และ like ท้ายประโยคเป็นส่วนหนึ่งของ look like

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้องและใช้โครงสร้าง look like ครบถ้วน

  1. No one knows what the city will look like in twenty years.
  2. No one knows what will the city look like in twenty years.
  3. No one knows what the city will look in twenty years.
ดูคำตอบ

No one knows what the city will look like in twenty years.

Until then, ลำดับความ

5:08

จนกว่าจะถึงตอนนั้น

ลำดับความ

Until then: เชื่อมจุดในอนาคตกับช่วงเวลาที่รอ

Until then หมายถึง “ตั้งแต่จุดอ้างอิงปัจจุบันไปจนถึงเวลาหรือเหตุการณ์ในอนาคตที่เพิ่งกล่าวถึง” คำว่า then ชี้กลับไปยังจุดอ้างอิงในอนาคตนั้น จึงไม่ต้องบอกเวลาเดิมซ้ำ เมื่ออยู่ต้นประโยค Until then, จะเปลี่ยนประเด็นจากความเป็นไปได้หรือแผนในอนาคต กลับมาสู่สิ่งที่เป็นจริง มีประโยชน์ หรือทำได้ในช่วงที่รอ โดยปกติต้องมีจุดอ้างอิงในอนาคตที่ชัดเจนอยู่ในบริบทใกล้เคียง

แบบฝึกหัด

สระว่ายน้ำกลางแจ้งจะเปิดอีกครั้งในเดือนหน้า ประโยคใดบอกว่านักว่ายน้ำทำอะไรได้ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเวลานั้น

  1. Until then, swimmers can use the indoor pool.
  2. By then, swimmers can use the indoor pool.
  3. Since then, swimmers can use the indoor pool.
ดูคำตอบ

Until then, swimmers can use the indoor pool.

better understanding these products can help you choose the right ones for your symptoms ไวยากรณ์

5:09

การทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ดีขึ้นจะช่วยให้คุณเลือกยาที่เหมาะสมกับอาการของคุณได้

ไวยากรณ์

better understanding ... can help you: วลี gerund ทำหน้าที่เป็นประธาน

ใน better understanding these products คำว่า understanding เป็นรูป -ing ของ understand และวลี better understanding these products ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธาน โดยตั้งชื่อกิจกรรมหรือกระบวนการ ซึ่งก็คือการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น รูปแบบคือ Doing something + can help you + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ can help you choose หมายถึงความเข้าใจนี้ทำให้เลือกได้ง่ายขึ้น และ choose ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง help you

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี gerund เป็นประธาน แล้วตามด้วย can help you + กริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. Reading the instructions carefully can help you avoid setup mistakes.
  2. Reading the instructions carefully can helps you avoiding setup mistakes.
  3. Read the instructions carefully can help you avoid setup mistakes.
ดูคำตอบ

Reading the instructions carefully can help you avoid setup mistakes.

and know which remedies can best reduce the sting of a nasty cold. สำนวน

5:14

และรู้ว่าวิธีการรักษาใดที่จะช่วยลดความทรมานจากโรคหวัดที่น่ารังเกียจได้ดีที่สุด

สำนวน

reduce the sting of ...: ลดความเจ็บปวดหรือผลกระทบที่ไม่ดี

ในประโยคนี้ sting ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ตามตัวอักษร a sting คือความเจ็บแปลบจากแมลงต่อย และในที่นี้นำภาพนั้นมาใช้บรรยายความเจ็บปวดและความทรมานจากหวัดหนัก reduce the sting of ... หมายถึงทำให้ประสบการณ์ที่ไม่ดีเจ็บปวดน้อยลงหรือทนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังใช้กับการลดผลกระทบจากความผิดหวัง คำวิจารณ์ การสูญเสีย หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสาเหตุของปัญหาหายไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sting ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงความเจ็บปวดทางอารมณ์หรือผลกระทบในชีวิตจริง

  1. The wasp can sting when it feels threatened.
  2. The bee sting left a red mark on her arm.
  3. A discount helped reduce the sting of the unexpected fee.
ดูคำตอบ

A discount helped reduce the sting of the unexpected fee.

While we're talking about the common cold, ลำดับความ

5:22

ในขณะที่เรากำลังพูดถึงโรคหวัดทั่วไป

why haven't we found a cure for it yet? ไวยากรณ์

5:24

ทำไมเราถึงยังหาวิธีรักษามันไม่ได้เสียที?

ลำดับความ

While we're talking about ...: เปลี่ยนไปสู่ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

While we're talking about ... ใช้หัวข้อที่กำลังพูดคุยกันเป็นสะพานไปสู่ประเด็นหรือคำถามที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากเรื่องวิธีบรรเทาหวัดไปสู่คำถามที่เชื่อมโยงกันว่าเหตุใดจึงยังไม่พบวิธีรักษาให้หายขาด แม้ while จะใช้บอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันได้ แต่คำขึ้นต้นนี้มีหน้าที่หลักในการจัดลำดับบทสนทนา มีความหมายใกล้เคียงกับ “ในเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว” หรือ “พูดถึงเรื่องนี้” แนวคิดที่ตามมาต้องเชื่อมโยงกับหัวข้อปัจจุบันอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

บทสนทนากำลังพูดถึงการเดินทางอยู่แล้ว ประโยคใดใช้คำเชื่อมนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อถามคำถามที่เกี่ยวข้อง

  1. After we finish talking about travel, have you checked your passport?
  2. While we're talking about travel, this soup needs more salt.
  3. While we're talking about travel, have you checked your passport?
ดูคำตอบ

While we're talking about travel, have you checked your passport?

ไวยากรณ์

haven't we found ... yet?: ถามว่าทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีผลลัพธ์

Why haven't we found ... yet? เป็นคำถามปฏิเสธในรูป present perfect โครงสร้าง haven't + ประธาน + past participle ใช้ถามว่าเหตุใดผลลัพธ์ที่คาดหวังจึงยังไม่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ found เป็น past participle ของ find yet ที่ท้ายประโยคหมายถึง “จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่” คำนี้เน้นว่าการค้นหายังไม่เสร็จ และมักสื่อว่าผู้พูดคาดหวังว่าน่าจะมีผลลัพธ์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูปย่อปฏิเสธของ present perfect และ yet: Why ____ they announced the winners ____?

ดูคำตอบ

haven't · yet

Explore what makes this endeavor so challenging with this video. ไวยากรณ์

5:27

มาสำรวจสิ่งที่ทำให้ความพยายามนี้เป็นเรื่องท้าทายไปกับวิดีโอนี้

ไวยากรณ์

what makes this endeavor so challenging: อะไรทำให้ความพยายามนี้ท้าทายมาก

what makes this endeavor so challenging เป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่ตามหลัง Explore ใช้ถามว่าปัจจัยใดทำให้ความพยายามนี้ยากมาก โครงสร้างคือ what + makes + กรรม + คำคุณศัพท์ โดย what เป็นประธานของ makes, this endeavor เป็นกรรม และ so challenging ใช้อธิบายกรรมนั้น เนื่องจาก what เป็นประธานอยู่แล้ว คำถามทั่วไปจึงใช้ what makes... โดยไม่เติม does เพียงเพื่อสร้างคำถาม

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง what makes + กรรม + so + คำคุณศัพท์ เติมประโยคให้สมบูรณ์: The report explains ____ this route so dangerous.

ดูคำตอบ

what makes