กลิ่นปากเกิดจากอะไร? - Mel Rosenberg: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
530 คำ 144 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอวิทยาศาสตร์นี้เริ่มจากภาพลักษณ์ด้านลบของกลิ่นปากที่มีมาตั้งแต่อดีต แล้วอธิบายสาเหตุทางชีววิทยาว่าแบคทีเรียในช่องปากย่อยสลายสารอินทรีย์และปล่อยสารที่มีกลิ่น นอกจากนี้ยังชี้ว่าทำไมเราจึงประเมินลมหายใจตัวเองได้ยาก แยกสาเหตุทั่วไปในช่องปากออกจากโรคที่พบไม่บ่อย ทบทวนวิธีดูแลสุขอนามัย และสรุปว่าวิธีตรวจที่น่าเชื่อถือที่สุดคือถามผู้อื่น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. There is a curse — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่ผู้บรรยายวิทยาศาสตร์ใช้คำเปรียบเทียบที่ชวนตื่นเต้นเป็นประโยคเปิด โดยทำให้ปัญหาในชีวิตประจำวันดูเหมือนคำสาปโบราณก่อนเฉลยหัวข้อจริง ผู้เรียนสามารถใช้เทคนิคนี้สร้างความตึงเครียดและความอยากรู้ตอนเริ่มอธิบายโดยไม่ต้องบอกเรื่องทั้งหมดทันที 2. feed off of — กริยาวลี: เข้าใจและใช้สำนวนนี้เมื่อสิ่งมีชีวิตได้รับอาหารจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง เช่น แบคทีเรียในช่องปากอาศัยเมือก เศษอาหาร และเซลล์ที่ตายแล้ว สำนวนนี้เน้นแหล่งที่หล่อเลี้ยงสิ่งหนึ่ง และยังประยุกต์ใช้กับการพึ่งพาทรัพยากร ความสนใจ หรืออารมณ์ได้ 3. Just take a deep breath and ask a friend. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่าประโยคคำสั่งสั้น ๆ สามารถปิดคำอธิบายที่มีรายละเอียดด้วยคำแนะนำที่ตรงไปตรงมา ผ่อนคลาย และมีอารมณ์ขันเล็กน้อยได้อย่างไร รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนหลักฐานที่กล่าวมาก่อนหน้าให้เป็นข้อแนะนำที่จำง่าย พร้อมยอมรับโดยนัยว่าการทำตามอาจรู้สึกกระอักกระอ่วนในสังคม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

There is a curse that has plagued humanity since ancient times. โน้ต

0:07

มีคำสาปหนึ่งที่สร้างความรำคาญให้กับมนุษยชาติมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ลำดับความ

There is a curse: การเกริ่นเปิดเรื่องแบบดราม่า

ในประโยคนี้ There is a curse ไม่ได้หมายความว่าเวทมนตร์มีอยู่จริง คำว่า curse เป็นอุปมาที่รุนแรงสำหรับปัญหาที่ก่อผลเสีย และต่อมาจึงเฉลยว่า “คำสาป” นี้คือกลิ่นปาก การเปิดเรื่องแบบนี้เริ่มจากการประกาศว่ามีสิ่งน่ากังวล แล้วทำให้ผู้ชมรอฟังคำอธิบาย วิดีโอวิทยาศาสตร์และการศึกษามักใช้การเกริ่นแบบดราม่าเช่นนี้เพื่อดึงความสนใจก่อนบอกหัวข้อ

แบบฝึกหัด

There is a curse ที่ต้นประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

  1. เพื่ออธิบายเรื่องเหนือธรรมชาติตามความหมายตรงตัว
  2. เพื่อบอกและนิยามหัวข้อทางวิทยาศาสตร์ทันที
  3. เพื่อสร้างความสงสัยด้วยอุปมาที่รุนแรงก่อนเปิดเผยหัวข้อ
ดูคำตอบ

เพื่อสร้างความสงสัยด้วยอุปมาที่รุนแรงก่อนเปิดเผยหัวข้อ

สำนวน

has plagued humanity since ancient times: plague ที่ใช้เป็นคำกริยา

ตรงนี้ plague เป็นคำกริยา หมายถึงสร้างปัญหาร้ายแรงให้คนหรือสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงโรคระบาดร้ายแรง ส่วน humanity หมายถึงมนุษย์ทั้งหมด has plagued เป็นรูป present perfect เมื่อใช้กับ since ancient times จึงสื่อว่าปัญหาเริ่มขึ้นนานมากแล้วและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ plague: For decades, corruption has ____ the city.

ดูคำตอบ

plagued

The Greeks fought it by chewing aromatic resins, วลี

0:12

ชาวกรีกต่อสู้กับมันด้วยการเคี้ยวเรซินที่มีกลิ่นหอม

วลี

fought it by chewing: รับมือปัญหาด้วยการทำบางอย่าง

ใน fought it คำว่า fight ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงต่อสู้กับหรือลดปัญหา ไม่ได้หมายถึงทำร้ายร่างกายใคร ในที่นี้ it หมายถึงปัญหากลิ่นปากที่กล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้าง fight + ปัญหา + by + -ing ระบุทั้งปัญหาและวิธีที่ใช้รับมือ by chewing aromatic resins บอกว่าชาวกรีกพยายามจัดการปัญหาอย่างไร และ fought เป็นรูปอดีตของ fight

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ by และรูปที่ถูกต้องของ exercise: Maya fights stress ____.

ดูคำตอบ

by exercising

while the Chinese resorted to eggshells. วลี

0:15

ในขณะที่ชาวจีนใช้เปลือกไข่เข้าช่วย

วลี

resorted to: จำใจเลือกวิธีสุดท้าย

resorted to eggshells หมายถึงหันไปใช้เปลือกไข่เป็นวิธีจัดการปัญหา resort to มักสื่อว่าวิธีที่ดีกว่าหรือวิธีตามปกติใช้ไม่ได้หรือไม่สำเร็จ จึงให้ความรู้สึกว่าจำใจเลือกหรือใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย ในที่นี้ resort เป็นคำกริยา และ resorted เป็นรูปอดีต ไม่ใช่คำนาม resort ที่หมายถึงสถานที่พักตากอากาศ ใน resort to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ได้ เช่น resort to legal action และ resort to borrowing money

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ resort to ได้เป็นธรรมชาติเพื่อแสดงว่าวิธีอื่นล้มเหลวแล้ว

  1. Every sunny morning, we resorted to walking in the park because we loved it.
  2. When the printer still would not work after three repairs, we resorted to replacing it.
  3. The family resorted to the beach for their vacation.
ดูคำตอบ

When the printer still would not work after three repairs, we resorted to replacing it.

In the ancient Jewish Talmud, วัฒนธรรม

0:19

ในคัมภีร์ทัลมุดโบราณของชาวยิว

it's even considered legal grounds for divorce. การใช้คำ

0:21

มันถึงขั้นถูกมองว่าเป็นเหตุผลทางกฎหมายสำหรับการหย่าร้างได้เลย

วัฒนธรรม

In the ancient Jewish Talmud: การระบุแหล่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร

ทัลมุดเป็นชุดรวบรวมการอภิปรายและการตีความของรับไบเกี่ยวกับกฎหมายและประเพณีของชาวยิวที่สำคัญ ทัลมุดเป็นเอกสาร ไม่ใช่สถานที่หรือบุคคล ในที่นี้ In the ancient Jewish Talmud แสดงว่าข้อความที่ตามมามาจากประเพณีทางศาสนาและกฎหมายดังกล่าว ภูมิหลังของแหล่งข้อมูลนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมประโยคจึงกล่าวต่อถึง legal grounds

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ In the ancient Jewish Talmud ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกชื่อสถานที่จริงที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น
  2. ระบุเอกสารดั้งเดิมของชาวยิวว่าเป็นแหล่งที่มาหรือภูมิหลังของข้อความดังกล่าว
  3. แนะนำบุคคลที่ชื่อ Talmud
ดูคำตอบ

ระบุเอกสารดั้งเดิมของชาวยิวว่าเป็นแหล่งที่มาหรือภูมิหลังของข้อความดังกล่าว

การใช้คำ

legal grounds for divorce: เหตุผลสำหรับการหย่าที่กฎหมายรับรอง

Legal grounds for divorce หมายถึงเหตุผลที่กฎหมายยอมรับว่าเพียงพอที่จะสนับสนุนหรือทำให้การหย่าร้างมีความชอบธรรม ในที่นี้ grounds หมายถึงพื้นฐานสำหรับการดำเนินการ ไม่ได้หมายถึงที่ดิน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ (legal) grounds for + คำตัดสินหรือการดำเนินการทางกฎหมาย เช่น grounds for dismissal หรือ grounds for an appeal เมื่อมีความหมายนี้ grounds มักอยู่ในรูปพหูพจน์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ grounds ในความหมายเดียวกับ legal grounds for divorce

  1. The suitcase was left on the ground.
  2. The new evidence may provide legal grounds for an appeal.
  3. The picnic was held on the school grounds.
ดูคำตอบ

The new evidence may provide legal grounds for an appeal.

This horrible scourge is halitosis, การใช้คำ

0:25

ภัยพิบัติอันเลวร้ายนี้คือ ฮาลิโทซิส (halitosis)

otherwise known as bad breath. วลี

0:28

หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ กลิ่นปาก

การใช้คำ

halitosis: ศัพท์ทางการของ bad breath

halitosis เป็นศัพท์ทางการแพทย์หรือศัพท์ทางการของ bad breath ซึ่งหมายถึงกลิ่นปาก ในประโยคนี้ ทั้งสองคำเรียกภาวะเดียวกัน คือ ลมหายใจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่ได้กล่าวว่า halitosis เป็นโรคอีกชนิดหนึ่งที่แยกออกมา การรู้จักศัพท์ทางการนี้ช่วยให้เชื่อมโยงภาษาทางการแพทย์หรือทันตกรรมกับคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง bad breath ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ halitosis หมายถึงอะไร

  1. คำทั่วไปสำหรับการสูญเสียการรับกลิ่น
  2. ศัพท์ทางการหรือศัพท์ทางการแพทย์สำหรับกลิ่นปาก
  3. ศัพท์ทางการสำหรับอาการปวดฟัน
ดูคำตอบ

ศัพท์ทางการหรือศัพท์ทางการแพทย์สำหรับกลิ่นปาก

วลี

otherwise known as: การนำเสนอชื่ออีกชื่อหนึ่ง

otherwise known as + ชื่อ หมายถึง “เรียกอีกอย่างด้วยชื่อนั้น” ในที่นี้ otherwise known as bad breath ใช้ชื่อที่คุ้นเคยกว่ามาอธิบาย halitosis ไม่ได้กล่าวถึงภาวะอีกอย่างหนึ่ง ในวลีตายตัวนี้ otherwise ไม่ได้หมายถึง “ถ้าไม่เช่นนั้น” หรือ “มิฉะนั้น” วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นข้อความแทรกที่บอกชื่ออีกชื่อหนึ่ง และมักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: "The red planet, otherwise known as Mars, has two small moons." otherwise known as ทำหน้าที่อะไร

  1. เตือนว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
  2. นำเสนอชื่ออีกชื่อหนึ่งของสิ่งเดียวกัน
  3. บอกว่าชื่อทั้งสองหมายถึงคนละสิ่งกัน
ดูคำตอบ

นำเสนอชื่ออีกชื่อหนึ่งของสิ่งเดียวกัน

But what causes it, ลำดับความ

0:31

แต่สิ่งใดที่ทำให้เกิดสิ่งนี้

and why is it so universally terrifying?

0:32

และทำไมมันถึงเป็นเรื่องน่ากลัวไปทั่วโลกขนาดนี้

ลำดับความ

But what causes it, and why...?: ใช้คำถามเป็นแผนที่ของคำอธิบาย

คำถามสองข้อที่เชื่อมต่อกันนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อถามหาข้อมูลเท่านั้น What causes it? เปิดประเด็นเรื่องสาเหตุของกลิ่นปาก ส่วน why is it so universally terrifying? เปิดประเด็นเรื่องปฏิกิริยาที่รุนแรงของผู้คนต่อกลิ่นปาก But ที่ขึ้นต้นประโยคเปลี่ยนการอธิบายจากการบอกว่าปรากฏการณ์นี้คืออะไร ไปสู่ประเด็นถัดไปที่วิดีโอจะตอบ ในสื่ออธิบายความรู้ ชุดคำถามแบบนี้ทำหน้าที่เป็นแผนที่ได้ ผู้พูดตั้งคำถามไว้ก่อน แล้วจึงตอบในส่วนต่อ ๆ ไป

แบบฝึกหัด

คำถามสองข้อนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดโครงสร้างคำอธิบาย

  1. ปฏิเสธชื่อที่ใช้เรียกปรากฏการณ์นี้ก่อนหน้านี้
  2. แสดงว่าผู้พูดไม่มีแผนสำหรับคำอธิบายส่วนที่เหลือ
  3. ขอให้ผู้ชมแก้ปัญหาก่อนที่วิดีโอจะดำเนินต่อ
  4. เกริ่นว่าจะอธิบายสาเหตุและปฏิกิริยาของผู้คน
ดูคำตอบ

เกริ่นว่าจะอธิบายสาเหตุและปฏิกิริยาของผู้คน

Well,

0:35

เอาล่ะ

think of some of the worst odors you can imagine, ลำดับความ

0:36

ลองนึกถึงกลิ่นที่แย่ที่สุดที่คุณพอจะจินตนาการออก

like garbage,

0:39

อย่างเช่น ขยะ

feces,

0:40

อุจจาระ

or rotting meat.

0:41

หรือเนื้อเน่า

ลำดับความ

think of ... you can imagine: ชวนผู้ฟังให้นึกถึงตัวอย่าง

ในที่นี้ think of เป็นคำชวนโดยตรงให้ผู้ฟังนึกถึงตัวอย่าง ไม่ใช่คำขอให้วิเคราะห์อย่างเป็นทางการ วลี some of the worst odors you can imagine ให้ผู้ฟังแต่ละคนใช้ประสบการณ์ของตนเองเพื่อจินตนาการถึงตัวอย่างที่รุนแรงมาก คำชวนนี้ทำให้แนวคิดที่เป็นนามธรรมชัดเจนขึ้นก่อนที่คำอธิบายจะดำเนินต่อ ตัวอย่างที่ตามมาเป็นกลิ่นคุ้นเคยที่ทุกคนจินตนาการได้ จึงช่วยเตรียมผู้ฟังสำหรับการเปรียบเทียบต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ think of ได้ถูกต้องเพื่อชวนผู้ฟังให้จินตนาการตัวอย่างก่อนเริ่มการสนทนา

  1. Think a place where you feel completely relaxed.
  2. Think of to a place where you feel completely relaxed.
  3. Think of a place where you feel completely relaxed.
ดูคำตอบ

Think of a place where you feel completely relaxed.

All of these smells come from the activity of microorganisms, การใช้คำ

0:43

กลิ่นทั้งหมดนี้เกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์

particularly bacteria.

0:48

โดยเฉพาะแบคทีเรีย

การใช้คำ

come from the activity of microorganisms: การอธิบายสาเหตุทางวิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ come from บอกสาเหตุหรือที่มาของกลิ่น โดยที่มานั้นคือกิจกรรมของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะแบคทีเรีย activity ในที่นี้หมายถึงกระบวนการทางชีวภาพ เช่น การเติบโต การหาอาหาร และการย่อยสลายสาร ไม่ได้หมายถึงกิจกรรมที่วางแผนไว้ โครงสร้าง ปรากฏการณ์ + come from + กระบวนการหรือแหล่งที่มา ใช้อธิบายว่าสิ่งใดทำให้เกิดผลที่สังเกตได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come from the activity of: The warmth in a compost pile ____ microorganisms breaking down food scraps.

ดูคำตอบ

comes from the activity of

And as disgusting as it may sound, น้ำเสียง/เจตนา

0:50

และถึงแม้ว่ามันจะฟังดูน่าขยะแขยง

similar bacteria live in the moisture-rich environment of your mouth. การใช้คำ

0:52

แบคทีเรียที่คล้ายกันนี้ก็อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นในช่องปากของคุณ

น้ำเสียง/เจตนา

as disgusting as it may sound: การยอมรับปฏิกิริยาที่ไม่สบายใจก่อน

as disgusting as it may sound เป็นวลีเปิดที่แสดงการยอมรับข้อโต้แย้ง ผู้พูดยอมรับก่อนว่าข้อเท็จจริงที่จะพูดต่อไปอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แล้วจึงบอกข้อเท็จจริงนั้นต่อไป โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as it may sound หมายถึง “ถึงแม้จะฟังดูเป็นแบบนั้น” ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อมที่บอกความรู้สึกซึ่งแนวคิดหนึ่งสร้างขึ้น ส่วน may ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as ... as it may sound ได้ถูกต้องเพื่อยอมรับปฏิกิริยาของผู้ฟังก่อนบอกข้อเท็จจริง

  1. As strange it may sound, this desert can be covered in flowers after heavy rain.
  2. As it may sound strange, this desert can be covered in flowers after heavy rain.
  3. As strange as it may sound, this desert can be covered in flowers after heavy rain.
ดูคำตอบ

As strange as it may sound, this desert can be covered in flowers after heavy rain.

การใช้คำ

moisture-rich environment: รูปแบบคำนาม + -rich

ในที่นี้ moisture-rich หมายถึง “มีความชื้นอยู่มาก” คำคุณศัพท์ประสมที่เชื่อมด้วยยัติภังค์ทั้งชุดขยายคำว่า environment และในประโยคนี้ environment หมายถึงสภาวะภายในช่องปาก ในคำประสมรูป คำนาม + -rich คำว่า rich หมายถึง “มีสิ่งที่คำนามนั้นระบุอยู่มาก” ไม่ใช่ “ร่ำรวย” รูปแบบกระชับนี้พบบ่อยในงานเขียนเชิงอธิบายและวิทยาศาสตร์ เช่น nutrient-rich soil และ oxygen-rich water

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ประสมที่มียัติภังค์และหมายถึง “มีความชื้นมาก” ให้ประโยคสมบูรณ์: The greenhouse creates a ____ environment for tropical plants.

ดูคำตอบ

moisture-rich

Don't panic. น้ำเสียง/เจตนา

0:58

อย่าเพิ่งตกใจไป

น้ำเสียง/เจตนา

Don't panic: การปลอบใจแบบตรงไปตรงมา

Don't panic. ตามตัวอักษรคือการบอกใครบางคนว่าอย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำ ในที่นี้เป็นคำปลอบสั้น ๆ ผู้พูดคาดว่าข้อมูลเรื่องแบคทีเรียอาจทำให้ผู้ชมกังวล จึงช่วยให้ผู้ชมสงบลงก่อนอธิบายต่อ เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งปฏิเสธสั้น ๆ จึงฟังตรงไปตรงมา ผู้พูดมักใช้เพื่อบอกว่าสถานการณ์ที่น่ากังวลยังรับมือได้ แต่จะฟังดูปลอบโยนหรือออกคำสั่งนั้นขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและคำพูดที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ตัดสินข้อความต่อไปนี้: การพูดเพียง “Don't panic.” กับผู้ที่กำลังทุกข์ใจอย่างรุนแรงนั้นอ่อนโยนและให้กำลังใจเสมอ

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

The presence of bacteria in your body is not only normal, ไวยากรณ์

0:59

การมีแบคทีเรียอยู่ในร่างกายของคุณไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาเท่านั้น

it's actually vital for all sorts of things,

1:03

แต่มันยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งต่างๆ มากมาย

like digestion and disease prevention.

1:05

เช่น การย่อยอาหารและการป้องกันโรค

ไวยากรณ์

not only normal, it's actually vital for: การเพิ่มน้ำหนักให้ข้อกล่าว

รูปแบบ not only A, it's actually B พาจากข้อกล่าวที่มีน้ำหนักน้อยกว่าไปสู่ข้อกล่าวที่หนักแน่นและน่าประหลาดใจกว่า ในประโยคนี้ normal แก้ความเข้าใจที่ว่าการมีแบคทีเรียในร่างกายต้องเป็นเรื่องผิดปกติ ส่วน vital for บอกว่าแบคทีเรียจำเป็นต่อการทำงานที่สำคัญ ใจความหลักไม่ได้จบที่ not only normal คำว่า actually บอกว่าข้อความส่วนที่สองคือจุดเน้นที่แท้จริง รูปแบบภาษาพูดนี้มีตรรกะคล้าย not only A but also B แต่ทำให้อนุประโยคที่สองมีน้ำหนักมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแก้ความเห็นที่เบาเกินไป แล้วเพิ่มน้ำหนักจาก “มีประโยชน์” ไปเป็น “จำเป็นอย่างยิ่ง”?

  1. The backup is helpful during recovery, and it is easy to create.
  2. The backup is not only helpful; it's actually vital for recovery.
  3. The backup is helpful, but it is not vital for recovery.
ดูคำตอบ

The backup is not only helpful; it's actually vital for recovery.

But like all living things, ลำดับความ

1:08

แต่ก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

bacteria need to eat.

1:10

แบคทีเรียจำเป็นต้องกินอาหาร

ลำดับความ

like all living things: เริ่มคำอธิบายด้วยกรอบการเปรียบเทียบ

Like all living things เป็นกรอบการเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึง “ในแบบเดียวกับ” หรือ “เช่นเดียวกับที่เป็นจริงกับ” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” วลีนี้ให้กฎทั่วไปที่คุ้นเคยก่อนว่า สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร จากนั้นใจความหลักจึงนำกฎนี้มาใช้กับแบคทีเรีย ลำดับจากเรื่องทั่วไปไปสู่เรื่องเฉพาะแบบนี้ทำให้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ติดตามได้ง่ายขึ้น และปูทางไปสู่คำอธิบายว่าแบคทีเรียกินอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like เพื่อเชื่อมสิ่งหนึ่งเข้ากับแบบแผนทั่วไปที่คุ้นเคย?

  1. I like rechargeable devices that save energy.
  2. Rechargeable devices, such as tablets, need power.
  3. Like all rechargeable devices, this tablet needs power.
ดูคำตอบ

Like all rechargeable devices, this tablet needs power.

The bacteria in your mouth feed off of mucus, กริยาวลี

1:12

แบคทีเรียในช่องปากของคุณกินเมือก

food remnants,

1:15

เศษอาหาร

and dead tissue cells.

1:17

และเซลล์เนื้อเยื่อที่ตายแล้วเป็นอาหาร

กริยาวลี

feed off of: ได้สารอาหารหรือพลังงานจากแหล่งหนึ่ง

ในที่นี้ feed off of หมายถึง “ใช้บางสิ่งเป็นแหล่งอาหาร” กลุ่มคำนามที่ตามมาระบุสิ่งต่าง ๆ ที่ให้สารอาหารแก่แบคทีเรีย ส่วน off of เป็นส่วนหนึ่งของวลีทั้งหมดและไม่ได้บอกทิศทาง โครงสร้าง feed off of + แหล่งที่มา ยังใช้หมายถึงการพึ่งพาแหล่งหนึ่งเพื่อให้ได้พลังงาน พลัง ความสนใจ หรือผลประโยชน์ แม้ไม่ได้หมายถึงการกินจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ feed off of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Some fungi ____ dead wood for nutrients.

ดูคำตอบ

feed off of

In order to absorb nutrients through their cell membranes, ไวยากรณ์

1:19

เพื่อที่จะดูดซึมสารอาหารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของพวกมัน

they must break down the organic matter into much smaller molecules. กริยาวลี

1:22

พวกมันจะต้องสลายสารอินทรีย์ให้กลายเป็นโมเลกุลที่เล็กกว่ามาก

ไวยากรณ์

In order to absorb: บอกจุดประสงค์ก่อนการกระทำหลัก

In order to absorb... เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยวางเป้าหมายไว้ก่อน คือการดูดซึมสารอาหาร จากนั้นประโยคหลักจึงบอกการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น คือการย่อยสสารอินทรีย์ โครงสร้างคือ in order to + กริยารูปพื้นฐาน เมื่อวลีบอกจุดประสงค์ไม่มีประธานแยกต่างหาก โดยปกติจะเข้าใจว่ามีประธานเดียวกับประโยคหลัก ในที่นี้แบคทีเรียเป็นผู้ทำทั้งการดูดซึมและการย่อย

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกจุดประสงค์ด้วย in order to: ____ protect the seedlings from frost, we covered them overnight.

ดูคำตอบ

In order to

กริยาวลี

break down ... into: แบ่งสิ่งหนึ่งออกเป็นส่วนที่เล็กลง

ในที่นี้ break down A into B หมายถึงการแยกหรือเปลี่ยนสิ่งที่เป็นก้อนรวม A ให้กลายเป็นส่วนหรือหน่วย B ที่เล็กลง ในประโยคนี้ A คือ the organic matter และ B คือ much smaller molecules เมื่อกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง break down A into B และ break A down into B แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค เช่น break it down into smaller parts โครงสร้างนี้ใช้กับงาน ความคิด และกระบวนการได้ด้วย ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสสารเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ break A down into B ได้ถูกต้อง

  1. The guide breaks the process down five clear steps.
  2. The guide breaks the process into down five clear steps.
  3. The guide breaks the process down into five clear steps.
ดูคำตอบ

The guide breaks the process down into five clear steps.

For example,

1:27

ตัวอย่างเช่น

they'll break proteins into their component amino acids,

1:28

พวกมันจะย่อยสลายโปรตีนให้กลายเป็นกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบ

and then break those down even further into various compounds.

1:31

และจากนั้นก็จะสลายสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นสารประกอบต่างๆ ลงไปอีก

Some of the foul-smelling byproducts of these reactions, การใช้คำ

1:35

ผลพลอยได้จากปฏิกิริยาเหล่านี้บางส่วนที่มีกลิ่นเหม็น

การใช้คำ

foul-smelling byproducts: คำคุณศัพท์บอกกลิ่นที่มียัติภังค์

foul-smelling byproducts หมายถึงสารที่เป็นผลพลอยได้จากปฏิกิริยาและส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อย่างมาก ในที่นี้ foul หมายถึง “น่ารังเกียจอย่างมาก” ไม่ใช่การทำฟาวล์ในกีฬา foul-smelling เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างจาก foul + smelling เมื่อวางหน้าคำนาม byproducts คำสองคำนี้จะเชื่อมด้วยยัติภังค์และทำหน้าที่เป็นคำบรรยายเดียวกัน รูปแบบเดียวกันพบได้ใน sweet-smelling flowers และ strange-smelling gas

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ที่มียัติภังค์ซึ่งเน้นไว้และหมายถึง “มีกลิ่นแย่มาก” เติมประโยค: The crew found a ____ liquid near the pipe.

ดูคำตอบ

foul-smelling

such as hydrogen sulfide and cadaverine, ลำดับความ

1:38

เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และ คาดาเวอรีน

ลำดับความ

such as: การยกตัวอย่างโดยไม่ได้ระบุทั้งหมด

such as ใช้ยกตัวอย่างเฉพาะจากกลุ่มที่กว้างกว่าซึ่งกล่าวถึงก่อนส่วนนี้ นั่นคือผลพลอยได้ที่มีกลิ่นเหม็น ในที่นี้ hydrogen sulfide และ cadaverine ช่วยทำให้แนวคิดกว้าง ๆ นั้นเห็นเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด วลีนี้จึงไม่ได้หมายความว่ามีผลพลอยได้เพียงสองชนิดนี้ ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ such as ช่วยเปลี่ยนจากการกล่าวถึงหมวดหมู่ทั่วไปไปสู่สมาชิกที่เป็นตัวแทน

แบบฝึกหัด

such as บอกอะไรในส่วนนี้?

  1. สารเคมีสองชนิดนี้เป็นตัวอย่างจากกลุ่มที่กว้างกว่า
  2. สารเคมีเหล่านี้เป็นผลจากการกระทำก่อนหน้า
  3. สารเคมีสองชนิดนี้เป็นรายการทั้งหมด
ดูคำตอบ

สารเคมีสองชนิดนี้เป็นตัวอย่างจากกลุ่มที่กว้างกว่า

escape into the air and waft their way towards unsuspecting noses. สำนวน

1:42

จะหลุดรอดออกมาในอากาศและลอยเข้าสู่จมูกที่ไม่ทันระวัง

สำนวน

waft their way towards unsuspecting noses: การบรรยายการเคลื่อนที่อย่างมีชีวิตชีวา

waft their way towards ... หมายถึง “เคลื่อนผ่านอากาศอย่างแผ่วเบาไปยัง...” ในที่นี้ their หมายถึงผลพลอยได้ที่มีกลิ่นเหม็น ดังนั้น their way จึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่แสดงการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงถนนที่เป็นของสิ่งเหล่านั้น unsuspecting noses หมายถึงผู้คนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้กลิ่น โดยใช้ noses หรือ “จมูก” แทนผู้คนเหล่านั้น เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้ทำให้สารที่ก่อกลิ่นดูเหมือนมีชีวิตและจงใจลอยไปยังเป้าหมายถัดไป จึงทำให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มีชีวิตชีวาและมีอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

waft their way towards unsuspecting noses ในประโยคนี้สื่อถึงภาพแบบใด?

  1. ผู้คนเดินตามเส้นทางที่ทำเครื่องหมายไว้เพื่อค้นหาสารเหล่านั้น
  2. สารที่มีกลิ่นเหม็นลอยอย่างแผ่วเบาไปหาผู้คนที่ไม่ทันคาดคิด
  3. สารเหล่านั้นพุ่งหนีจากทุกคนด้วยความเร็วสูง
ดูคำตอบ

สารที่มีกลิ่นเหม็นลอยอย่างแผ่วเบาไปหาผู้คนที่ไม่ทันคาดคิด

Our sensitivity to these odors and interpretation of them as bad smells วลี

1:47

ความไวต่อกลิ่นเหล่านี้และการตีความว่ามันเป็นกลิ่นเหม็นของเรา

may be an evolutionary mechanism ลำดับความ

1:52

อาจเป็นกลไกทางวิวัฒนาการ

warning us of rotten food and the presence of disease.

1:54

ที่คอยเตือนเราถึงอาหารที่เน่าเสียและการมีอยู่ของโรค

วลี

interpretation of X as Y: การตีความ X ว่าเป็น Y

Interpretation of X as Y เป็นรูปคำนามของ interpret X as Y หมายถึงการเข้าใจ ตัดสิน หรือจัด X ว่าเป็น Y ในที่นี้ them หมายถึง these odors ที่กล่าวมาก่อน ส่วน bad smells คือผลการตัดสินเกี่ยวกับกลิ่นเหล่านั้น วลีทั้งหมดเป็นนามวลีที่เชื่อมขนานกับ sensitivity และเป็นส่วนหนึ่งของประธานในประโยค การใช้ interpretation เปลี่ยนการกระทำของการตีความให้เป็นสิ่งที่นำมาพูดถึงได้ในงานเขียนแบบเป็นทางการหรือเชิงวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้รูปแบบคำนาม interpretation of X as Y: Our ____ the delay ____ a refusal turned out to be wrong.

ดูคำตอบ

interpretation of · as

ลำดับความ

may be ... warning us of ...: เสนอหน้าที่ที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง

may be นำเสนอแนวคิดว่าเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ การเขียนเชิงวิทยาศาสตร์มักใช้ถ้อยคำระมัดระวังแบบนี้เมื่อเสนอสมมติฐานที่มีหลักฐานสนับสนุนแต่ยังมีความไม่แน่นอน an evolutionary mechanism ระบุว่าคำอธิบายที่เสนอนั้นคืออะไร จากนั้นวลี participle warning us of rotten food and the presence of disease บอกหน้าที่ที่เป็นไปได้ของกลไกนี้ ในโครงสร้าง warn someone of something คำว่า someone คือผู้ที่ได้รับคำเตือน และ something คืออันตรายหรือปัญหาที่ต้องระวัง

แบบฝึกหัด

อ่าน: This reaction may be a defense mechanism protecting the plant from insects. may be ... protecting สื่อความหมายอย่างไร?

  1. รายงานคำอธิบายที่พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ และบอกว่าแมลงสร้างกลไกนั้นขึ้นมา
  2. สั่งให้พืชโจมตีแมลงโดยตรง
  3. เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ แล้วอธิบายหน้าที่ที่คาดว่ากลไกนั้นมี
ดูคำตอบ

เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้ แล้วอธิบายหน้าที่ที่คาดว่ากลไกนั้นมี

Smell is one of our most intimate and primal senses, ไวยากรณ์

1:58

กลิ่นเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่ใกล้ชิดและดั้งเดิมที่สุดของเรา

playing a huge role in our attraction to potential mates. วลี

2:01

ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการดึงดูดใจคู่ครองที่มีศักยภาพ

ไวยากรณ์

one of our most intimate and primal senses: สมาชิกหนึ่งอย่างในกลุ่มพหูพจน์

โครงสร้าง one of + our/the + most + คำคุณศัพท์ + คำนามพหูพจน์ หมายถึง “สมาชิกหนึ่งอย่างจากกลุ่มที่ได้รับการบรรยายว่า...ที่สุด” ในที่นี้ smell เป็นสมาชิกหนึ่งอย่างของกลุ่ม our senses One ชี้ถึงสมาชิกเพียงหนึ่งอย่าง แต่คำนามหลัง of ใช้เรียกทั้งกลุ่ม จึงต้องเป็นพหูพจน์: senses ไม่ใช่ sense ประธานหลักยังคงเป็นคำนามเอกพจน์ Smell ดังนั้นจึงใช้กริยา is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย "one of" และรูปที่ถูกต้องของ "sense": Hearing is ____ our most important ____.

ดูคำตอบ

one of · senses

วลี

playing a huge role in: ส่งอิทธิพลอย่างมาก

play a huge role in หมายถึง “มีอิทธิพลอย่างมากต่อ” หรือ “มีความสำคัญมากใน” กระบวนการ ผลลัพธ์ หรือด้านใดด้านหนึ่ง คำว่า role ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงบทที่นักแสดงแสดง ในประโยคนี้ playing เริ่มอนุประโยค -ing ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ Smell และมีประธานเดียวกับประโยคหลัก หลัง in ให้ใช้วลีนามหรือรูป -ing เพื่อระบุด้านหรือกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: Regular sleep ____ memory and learning.

ดูคำตอบ

plays a huge role in

In one poll, ลำดับความ

2:06

ในการสำรวจครั้งหนึ่ง

59% of men and 70% of women said they wouldn't go on a date with someone who has bad breath, วลี

2:07

ผู้ชาย 59% และผู้หญิง 70% กล่าวว่าพวกเขาจะไม่ออกเดทกับคนที่มีกลิ่นปาก

ลำดับความ

In one poll: นำเสนอหลักฐานจากแบบสำรวจหนึ่งชุด

In one poll ที่ต้นประโยคบอกว่าตัวเลขร้อยละที่ตามมาเป็นผลจากแบบสำรวจหนึ่งชุด ทำให้คำอธิบายเปลี่ยนจากข้อความทั่วไปไปเป็นหลักฐานที่เป็นตัวเลข คำว่า one จำกัดขอบเขตของข้อความ ตัวเลขเหล่านี้มาจากแบบสำรวจเพียงหนึ่งชุด ดังนั้นวลีนี้ไม่ได้หมายความว่าแบบสำรวจทุกชุดหรือทุกคนเห็นตรงกัน

แบบฝึกหัด

In one poll ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าตัวเลขร้อยละเป็นจริงสำหรับทุกคน
  2. บอกว่าตัวเลขร้อยละเป็นผลจากแบบสำรวจหนึ่งชุด
  3. เกริ่นถึงเวลาที่การเดตแบบโรแมนติกเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

บอกว่าตัวเลขร้อยละเป็นผลจากแบบสำรวจหนึ่งชุด

วลี

wouldn't go on a date with: ปฏิเสธการไปเดตแบบโรแมนติก

Go on a date with someone เป็นโครงสร้างตายตัวที่หมายถึงการไปเดตแบบโรแมนติกกับใครสักคน go on a date บอกกิจกรรม ส่วน with ใช้นำหน้าคนที่ไปเดตด้วย ในที่นี้ wouldn't เป็นรูปย่อของ would not และแสดงความไม่เต็มใจ ผู้ตอบแบบสำรวจบอกว่าจะไม่ยอมไปเดตแบบนั้น ต้องคงคำบุพบททั้งสองคำไว้ เพราะ go a date และ go on a date someone ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง 'ไปเดตแบบโรแมนติกหนึ่งครั้งกับ': I wouldn't ____ someone who is rude to the server.

ดูคำตอบ

go on a date with

which may be why Americans alone spend $1 billion a year on various breath products. โน้ต

2:14

ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนอเมริกันเพียงประเทศเดียวถึงใช้เงิน 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีไปกับผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นปากต่างๆ

ไวยากรณ์

which may be why: เชื่อมสถานการณ์กับคำอธิบายที่เป็นไปได้

ใน which may be why... คำว่า which ย้อนอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว โครงสร้างนี้หมายถึง “สถานการณ์นั้นอาจอธิบายได้ว่าทำไม...” และเชื่อมข้อมูลก่อนหน้าเข้ากับอนุประโยคที่ตามมา คำว่า may ทำให้ความเชื่อมโยงนี้ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน ผู้พูดเสนอเพียงคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้สำหรับการใช้จ่าย ไม่ได้บอกว่าเป็นสาเหตุที่พิสูจน์แล้วหรือเป็นสาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่กำหนดเพื่อเชื่อมสถานการณ์แรกกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้อย่างระมัดระวัง: The library extended its hours, ____ more people are visiting after work.

ดูคำตอบ

which may be why

การใช้คำ

Americans alone spend...: alone หมายถึง “เพียงคนกลุ่มนี้ก็...”

ใน Americans alone คำว่า alone อยู่ต่อจากนามวลี Americans โดยตรงและเน้นไปที่คนกลุ่มนี้ หมายถึงการนับเฉพาะชาวอเมริกันก่อนรวมคนกลุ่มอื่น ประโยคนี้เน้นว่าคนเพียงกลุ่มเดียวนี้ก็ใช้เงินถึงปีละ 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว alone ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันรู้สึกโดดเดี่ยวหรือแต่ละคนซื้อของโดยไม่มีเพื่อน การใช้ alone หลังคำนามแบบนี้สามารถเน้นว่าคน กลุ่ม สถานที่ รายการ หรือค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียวก็มากพอที่จะทำให้ตัวเลขดูน่าทึ่ง

แบบฝึกหัด

Americans alone ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. เฉพาะชาวอเมริกันก็ถึงจำนวนนี้แล้ว แม้ยังไม่ได้นับกลุ่มอื่น
  2. ชาวอเมริกันใช้เงินโดยไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย
  3. มีเพียงชาวอเมริกันเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้
ดูคำตอบ

เฉพาะชาวอเมริกันก็ถึงจำนวนนี้แล้ว แม้ยังไม่ได้นับกลุ่มอื่น

Fortunately,

2:21

โชคดีที่

most bad breath is easily treated. การใช้คำ

2:22

กลิ่นปากส่วนใหญ่รักษาได้ง่าย

การใช้คำ

most bad breath is easily treated: treat ในบริบทด้านสุขภาพ

ในบริบทด้านสุขภาพ treat หมายถึงการใช้การดูแลหรือวิธีการบางอย่างเพื่อทำให้อาการเจ็บป่วย อาการ หรือปัญหาดีขึ้นหรืออยู่ภายใต้การควบคุม ในที่นี้ bad breath คือปัญหาที่ได้รับการรักษา ดังนั้น treated จึงไม่ได้หมายถึงการได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพ โครงสร้างกรรมวาจก be + treated เน้นปัญหาที่ได้รับการรักษา ไม่ใช่ผู้ที่ให้การรักษา Easily บอกว่าปัญหานี้มักจัดการได้ไม่ยาก ส่วน treat เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับรองว่าจะหายขาด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ treat ในความหมายว่าให้การรักษาทางการแพทย์แก่ภาวะหนึ่ง

  1. Leah treated her brother to lunch.
  2. The host treated every guest kindly.
  3. The dentist treated the infection with medication.
ดูคำตอบ

The dentist treated the infection with medication.

The worst-smelling byproducts come from gram-negative bacteria วัฒนธรรม

2:24

ผลพลอยได้ที่มีกลิ่นเหม็นที่สุดมาจากแบคทีเรียแกรมลบ

that live in the spaces between gums and teeth การใช้คำ

2:29

ที่อาศัยอยู่ในช่องว่างระหว่างเหงือกและฟัน

and on the back of the tongue.

2:31

และที่โคนลิ้น

วัฒนธรรม

gram-negative bacteria: การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

Gram-negative bacteria คือแบคทีเรียกลุ่มใหญ่ที่จำแนกตามผลที่ปรากฏในการทดสอบการย้อมแกรม ซึ่งสะท้อนความแตกต่างของโครงสร้างเซลล์ สำหรับประโยคนี้ สิ่งสำคัญคือให้เข้าใจว่าวลีนี้เป็นชื่อหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แบคทีเรียเพียงสายพันธุ์เดียว ใน gram-negative คำว่า negative เป็นป้ายกำกับทางเทคนิค ไม่ได้หมายความว่าแบคทีเรียมี “ทัศนคติเชิงลบ” และไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าแบคทีเรียทุกชนิดในกลุ่มนี้ก่อโรค

แบบฝึกหัด

gram-negative bacteria ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. แบคทีเรียที่มีทัศนคติในแง่ร้าย
  2. แบคทีเรียทุกชนิดที่สามารถก่อโรคได้
  3. หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ของแบคทีเรียที่อิงตามผลการย้อมแกรม
ดูคำตอบ

หมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ของแบคทีเรียที่อิงตามผลการย้อมแกรม

การใช้คำ

ใช้ in the spaces between ... และ on the back of ... เพื่อระบุตำแหน่งอย่างแม่นยำ

วลีบุพบทสองวลีที่เชื่อมกันระบุตำแหน่งที่แบคทีเรียอาศัยอยู่อย่างชัดเจน In the spaces between gums and teeth มองช่องว่างเป็นบริเวณที่แบคทีเรียอยู่ภายใน ส่วน between ระบุสิ่งสองอย่างที่ประกอบกันเป็นช่องว่างนั้น On the back of the tongue มองบริเวณนั้นของลิ้นเป็นพื้นผิว ในที่นี้ the back of the tongue หมายถึงส่วนหลังของลิ้นที่อยู่ใกล้ลำคอ ไม่ใช่พื้นที่อีกแห่งที่อยู่ด้านนอกหลังลิ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ถูกต้องสองคำเพื่อให้คำบอกตำแหน่งสมบูรณ์: Food can get stuck ____ the spaces between your teeth, while bacteria may collect ____ the back of your tongue.

ดูคำตอบ

in · on

By brushing and flossing our teeth, ไวยากรณ์

2:34

ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน

using antibacterial mouthwash at bedtime,

2:36

การใช้น้ำยาบ้วนปากต้านแบคทีเรียก่อนนอน

gently cleaning the back of the tongue with a plastic scraper,

2:39

การทำความสะอาดโคนลิ้นเบาๆ ด้วยที่ขูดพลาสติก

and even just eating a healthy breakfast,

2:42

และแม้กระทั่งแค่การกินอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

we can remove many of these bacteria and their food sources.

2:45

เราก็สามารถกำจัดแบคทีเรียเหล่านี้และแหล่งอาหารของพวกมันไปได้มาก

ไวยากรณ์

By brushing and flossing: ใช้ by + คำกริยา-ing เพื่อบอกวิธี

by + คำกริยา-ing ใช้แนะนำวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ในประโยคหลัก By brushing and flossing หมายถึง “ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน” โดย brushing และ flossing เป็นรูป -ing สองคำที่เชื่อมกันหลังคำบุพบท by ในประโยคเต็ม by ครอบคลุมรายการวลี -ing ที่บอกวิธีทั้งหมด ส่วน we can remove ... บอกผลลัพธ์ by ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ข้าง ๆ” และไม่ได้ใช้ระบุผู้ที่กระทำกริยา

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ check เติมวลีที่บอกวิธีให้สมบูรณ์: By ____ the map before we leave, we can choose the fastest route.

ดูคำตอบ

checking

In some cases, ลำดับความ

2:49

ในบางกรณี

these measures may not be enough วลี

2:51

มาตรการเหล่านี้อาจยังไม่เพียงพอ

due to dental problems,

2:52

เนื่องจากมีปัญหาทางทันตกรรม

nasal conditions,

2:54

อาการทางจมูก

or rarer ailments such as liver disease การใช้คำ

2:55

หรือโรคที่พบได้ยากกว่า เช่น โรคตับ

and uncontrolled diabetes.

2:58

และโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้

ลำดับความ

In some cases: ส่งสัญญาณถึงข้อยกเว้นของข้อความทั่วไป

In some cases หมายถึง “ในบางสถานการณ์” ตรงนี้ใช้จำกัดขอบเขตของคำแนะนำทั่วไปก่อนหน้า กล่าวคือ มาตรการเหล่านั้นมักช่วยได้ แต่อาจไม่เพียงพอทุกครั้ง เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้เป็นสัญญาณที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยเตรียมให้ผู้อ่านพบข้อยกเว้น ข้อจำกัด หรือเงื่อนไขพิเศษ ไม่ได้ระบุช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ In some cases เพื่อจำกัดข้อความทั่วไปและเปิดข้อยกเว้น?

  1. In every case, basic care is enough.
  2. Most small cuts heal with basic care. In some cases, a doctor is needed.
  3. Take a bandage in case you get a cut.
ดูคำตอบ

Most small cuts heal with basic care. In some cases, a doctor is needed.

วลี

these measures may not be enough due to: อธิบายข้อจำกัดที่อาจมีและสาเหตุ

these measures ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ส่วน may not be enough หมายความว่าการกระทำเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอในบางสถานการณ์ เป็นการพูดอย่างระมัดระวังและไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นไม่มีประโยชน์ due to ใช้นำเข้าสาเหตุของความไม่เพียงพอที่อาจเกิดขึ้น โดยในที่นี้ตามด้วยนามวลี dental problems, nasal conditions และ rarer ailments รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ measures may not be enough due to + นามวลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่าการซ่อมแซมอาจไม่เพียงพอเพราะความเสียหาย: The usual repairs ____ deeper structural damage.

ดูคำตอบ

may not be enough due to

การใช้คำ

rarer ailments such as liver disease: การระบุหมวดหมู่กว้าง ๆ และยกตัวอย่าง

ในประโยคนี้ ailments เป็นคำทั่วไปที่ค่อนข้างเป็นทางการ ใช้เรียกโรคหรือปัญหาสุขภาพ และไม่ใช่ชื่อของการวินิจฉัยโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ rarer เป็นรูปขั้นกว่าของ rare ดังนั้น rarer ailments จึงหมายถึงอาการเจ็บป่วยที่พบได้น้อยกว่าปัญหาสุขภาพที่นำมาเปรียบเทียบ วลี such as ใช้เพื่อนำเข้าสู่ตัวอย่าง liver disease เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่อยู่ในหมวดหมู่กว้าง ๆ ของ rarer ailments ไม่ใช่สมาชิกเพียงอย่างเดียวของหมวดหมู่นั้น

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย ailments และ such as ในประโยคได้ถูกต้อง

  1. ในที่นี้ ailments เป็นชื่อของโรคตับชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. ในที่นี้ such as หมายความว่า liver disease เป็น ailment เพียงอย่างเดียวที่เป็นไปได้
  3. ในที่นี้ ailments เป็นคำทั่วไปสำหรับโรคหรือปัญหาสุขภาพ และ liver disease เป็นหนึ่งในตัวอย่าง
ดูคำตอบ

ในที่นี้ ailments เป็นคำทั่วไปสำหรับโรคหรือปัญหาสุขภาพ และ liver disease เป็นหนึ่งในตัวอย่าง

Behaviors like smoking and excessive alcohol consumption การใช้คำ

3:00

พฤติกรรมต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

also have a very recognizable odor. วลี

3:03

ก็ทำให้เกิดกลิ่นที่สังเกตได้ชัดเจนมากเช่นกัน

การใช้คำ

excessive alcohol consumption: วิธีพูด drinking too much แบบเป็นทางการ

Excessive alcohol consumption เป็นนามวลีแบบเป็นทางการ หมายถึงการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าระดับที่ปลอดภัยหรือเหมาะสม excessive เพิ่มการตัดสินในเชิงลบว่าปริมาณนั้นสูงเกินไป ในที่นี้ consumption หมายถึงการนำแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายด้วยการดื่ม ไม่ใช่การซื้อแอลกอฮอล์หรือใช้เงินไปกับแอลกอฮอล์ วลีเต็มนี้พบบ่อยในงานเขียนด้านการแพทย์ สาธารณสุข งานวิจัย และนโยบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้านสาธารณสุขด้วยวลีทางการสามคำที่เน้นไว้ ซึ่งหมายถึง drinking too much: The report links several health risks to ____.

ดูคำตอบ

excessive alcohol consumption

วลี

have a very recognizable odor: มีกลิ่นที่ระบุได้ง่าย

ใน have a very recognizable odor คำว่า have หมายถึงพฤติกรรมนั้นมีความเกี่ยวข้องกับหรือก่อให้เกิดกลิ่นเฉพาะอย่างหนึ่ง ส่วน recognizable หมายถึงระบุได้ง่ายจากลักษณะเด่น และไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งที่ระบุได้ด้วยการมองเห็นเท่านั้น กลิ่นที่ระบุได้ง่ายอาจทำให้นึกถึงต้นตอของกลิ่นได้ แม้ว่ากลิ่นนั้นจะไม่แรงมากก็ตาม วลีนี้จึงเน้นว่ากลิ่นนั้นระบุได้ ไม่ได้เน้นเพียงความแรงของกลิ่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายได้ดีที่สุดว่าผู้คนระบุได้ว่ากลิ่นนั้นเป็นกลิ่นน้ำยาฟอกขาว ไม่ใช่เพียงแค่สังเกตว่ามีกลิ่น

  1. Bleach has a very recognizable odor.
  2. Bleach has a very faint odor.
  3. Bleach has a very noticeable odor.
ดูคำตอบ

Bleach has a very recognizable odor.

Regardless of cause, วลี

3:07

ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด

the bad smell almost always originates in the mouth ไวยากรณ์

3:08

กลิ่นเหม็นมักจะเกิดขึ้นที่ช่องปากเกือบเสมอ

and not the stomach or elsewhere in the body.

3:12

และไม่ได้มาจากกระเพาะอาหารหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

วลี

Regardless of cause: ไม่ว่าสาเหตุใดก็นำเข้าสู่ข้อสรุปทั่วไป

Regardless of cause หมายถึง “ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไร” โครงสร้างคือ regardless of + กลุ่มคำนาม บุพบทวลีนี้แสดงว่าปัจจัยที่กล่าวถึงไม่ทำให้ข้อความสรุปที่ตามมาเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวปิดการกล่าวถึงสาเหตุต่าง ๆ แล้วนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ใช้ได้กับทุกกรณี cause สามารถใช้โดยไม่มีคำนำหน้านามเมื่อกล่าวถึงสาเหตุโดยทั่วไป ส่วน regardless of the cause ก็เป็นธรรมชาติเมื่อเข้าใจกันว่าหมายถึงสาเหตุหนึ่งที่เฉพาะเจาะจง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ regardless ในโครงสร้างสองคำที่ถูกต้อง: ____ the weather, the match will continue.

ดูคำตอบ

Regardless of

ไวยากรณ์

originates in ... and not ...: ระบุแหล่งที่มาที่แท้จริง

Originate in หมายถึงมีแหล่งที่มาจากหรือเริ่มต้นที่ ในประโยคนี้ originates in the mouth ระบุว่าแหล่งที่แท้จริงของกลิ่นคือปาก ไม่ได้เพียงบอกว่าขณะนี้กลิ่นอยู่ที่ไหน วลี and not ... เป็นการแก้ความเข้าใจผิดอย่างชัดเจน โดยระบุว่าปากคือแหล่งที่มา และตัดกระเพาะอาหารกับส่วนอื่นของร่างกายออก ในโครงสร้าง X originates in A and not B จะเข้าใจว่าใช้บุพบท in หน้า B ด้วย แม้จะไม่ได้กล่าวซ้ำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุแหล่งที่แท้จริงของเสียงและตัดแหล่งที่เข้าใจผิดออกอย่างชัดเจน

  1. The buzzing is louder at the fan than at the speakers.
  2. The buzzing originates in the fan and not the speakers.
  3. The buzzing affects the fan but not the speakers.
ดูคำตอบ

The buzzing originates in the fan and not the speakers.

But one of the biggest challenges lies in actually determining ไวยากรณ์

3:15

แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดประการหนึ่งคือการตัดสินใจจริงๆ ว่า

how our breath smells in the first place, วลี

3:19

ลมหายใจของเรามีกลิ่นอย่างไรตั้งแต่แรก

and it's unclear why.

3:21

และไม่ชัดเจนว่าทำไม

ไวยากรณ์

one of the biggest challenges lies in + V-ing

One of the biggest challenges หมายถึงความท้าทายหนึ่งอย่างในกลุ่มความท้าทายที่สำคัญมาก หลัง one of the + ขั้นสูงสุด คำนามนับได้ใช้รูปพหูพจน์ จึงเป็น challenges แต่คำหลักของประธานคือ one ซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงใช้กริยา lies ในโครงสร้าง lie in + คำนามหรือ V-ing คำว่า lie in หมายถึงแก่นสำคัญอยู่ที่หรือมีส่วนหลักอยู่ที่ ไม่ได้หมายถึงนอนอยู่ข้างในจริง ๆ เนื่องจาก in เป็นบุพบท determine จึงเปลี่ยนเป็น determining ส่วน Actually เน้นว่าสิ่งที่ยากคือการลงมือพิจารณาให้รู้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง lie in + V-ing ที่ถูกต้อง: One of the hardest parts of planning a trip ____ choosing what to pack.

ดูคำตอบ

lies in

วลี

in the first place: จุดเริ่มต้นพื้นฐาน

ในประโยคนี้ in the first place หมายถึง “ก่อนสิ่งอื่น” หรือ “ในขั้นพื้นฐานที่สุด” โดยชี้ไปที่อุปสรรคแรก คือการจะบอกให้ได้เสียก่อนว่าลมหายใจของตนเองมีกลิ่นอย่างไร วลีนี้ยังใช้ดึงการสนทนากลับไปยังเหตุผลหรือข้อสันนิษฐานตั้งต้นได้ โดยเฉพาะในคำถามอย่าง Why did this happen in the first place? วลีนี้เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่ใช้ถามถึงเหตุผลตั้งต้น: Why did you cancel the trip ____?

ดูคำตอบ

in the first place

It may be that we're too acclimated to the smell ไวยากรณ์

3:23

อาจเป็นไปได้ว่าเราคุ้นเคยกับกลิ่น

inside our own mouths to judge it.

3:26

ภายในปากของเราเองมากเกินไปจนไม่สามารถตัดสินมันได้

ไวยากรณ์

too acclimated to ... to judge: คุ้นเคยเกินไปจนประเมินไม่ได้

โครงสร้าง too + adjective + to + base verb หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งมีระดับสูงเกินไปจนการกระทำข้างหลังไม่เกิดขึ้นหรือทำไม่ได้ ในที่นี้ การคุ้นเคยกับกลิ่นมากเกินไปทำให้ไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน โดย too หมายถึง “มากเกินไป” ไม่ใช่ “ด้วย” ใน acclimated to the smell คำว่า to ตัวแรกเป็นคำบุพบทที่ต้องใช้กับ acclimated และตามด้วยวลีนาม ส่วน to ตัวที่สองเริ่มรูป infinitive ใน to judge ซึ่งบอกผลลัพธ์ที่ถูกขัดขวาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya คุ้นเคยกับเสียงหึ่งมากจนไม่สังเกตเห็นมันอีกต่อไป?

  1. After months in the apartment, Maya was acclimated to the hum, but it still bothered her every night.
  2. After months in the apartment, Maya was too acclimated to the hum to notice it anymore.
  3. After months in the apartment, Maya was too unfamiliar with the hum to ignore it.
ดูคำตอบ

After months in the apartment, Maya was too acclimated to the hum to notice it anymore.

And methods like cupping your hands over your mouth การใช้คำ

3:28

และวิธีการต่างๆ เช่น การเอามือป้องปาก

or licking and smelling your wrist

3:31

หรือการเลียและดมข้อมือของคุณ

don't work perfectly either. วลี

3:33

ก็ไม่ได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบนัก

การใช้คำ

cupping your hands over your mouth: cup ที่ใช้เป็นคำกริยา

ในที่นี้ cup เป็นคำกริยา to cup your hands หมายถึงงอมือให้เป็นแอ่งคล้ายชาม ส่วน cupping your hands over your mouth หมายถึงใช้มือที่งอเป็นรูปนั้นครอบหรือวางไว้ด้านหน้าปาก ไม่ใช่วางฝ่ามือราบลงบนปาก วลีรูป -ing นี้ระบุวิธีหนึ่งหลัง methods like รูปแบบคำกริยานี้ใช้ได้ทั้งกับมือข้างเดียวและสองมือ เช่น cup your hand behind your ear และ cup your hands around a small object

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cup เป็นคำกริยาอย่างเป็นธรรมชาติ ในความหมายว่าทำมือเป็นรูปชามล้อมรอบหรือครอบสิ่งหนึ่ง?

  1. She covered the candle with a glass cup.
  2. She cupped her hands around the candle to shield the flame.
  3. She clapped her hands above the candle.
  4. She placed a cup beside the candle.
ดูคำตอบ

She cupped her hands around the candle to shield the flame.

วลี

don't work perfectly either: either หลังข้อความปฏิเสธ

ในอนุประโยคปฏิเสธ either ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน” ในที่นี้ don't work perfectly either เพิ่มวิธีเหล่านี้เข้าไปในผลด้านลบหรือข้อจำกัดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า Don't work perfectly หมายถึง “ไม่ได้ผลอย่างสมบูรณ์” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ไม่ได้ผลเลย” Perfectly จำกัดระดับความสำเร็จ ส่วน either เชื่อมการประเมินเชิงลบนี้กับข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

การทดสอบแรกไม่น่าเชื่อถือ เติมข้อความปฏิเสธที่สองด้วยคำที่หมายถึง “ก็ไม่...เช่นกัน”: The backup test didn't work perfectly ____.

ดูคำตอบ

either

One study showed that even when people do this, ไวยากรณ์

3:35

การศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าถึงแม้คนเราจะทำเช่นนี้

they tend to rate the smell subjectively,

3:38

พวกเขาก็มักจะประเมินกลิ่นไปตามความรู้สึกส่วนตัว

ไวยากรณ์

even when ... they tend to ...: แนวโน้มที่ยังคงเกิดขึ้น

ในที่นี้ do this หมายถึงการพยายามดมกลิ่นลมหายใจของตนเอง even when นำเข้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือถูกมองว่าเกิดซ้ำ ส่วน even เพิ่มความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง คือเราอาจคาดว่าการกระทำนั้นจะเปลี่ยนผลลัพธ์ แต่รูปแบบที่น่าประหลาดใจก็ยังคงอยู่ tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสิ่งนั้นเกิดขึ้นบ่อย ไม่ใช่เกิดขึ้นทุกครั้ง โครงสร้าง even when ..., they tend to ... ใช้รายงานผลที่มักเกิดขึ้นต่อไป แม้จะมีเงื่อนไขที่น่าจะป้องกันผลนั้นได้

แบบฝึกหัด

งานวิจัยพบซ้ำ ๆ ว่าผู้คนตรวจดูฉลากแล้วแต่ยังพลาดคำเตือน ประโยคใดรายงานรูปแบบนี้ได้แม่นยำที่สุด

  1. Even if people checked the label tomorrow, they might miss the warning.
  2. Even when people check the label, they must miss the warning.
  3. When people check the label, they always miss the warning.
  4. Even when people check the label, they tend to miss the warning.
ดูคำตอบ

Even when people check the label, they tend to miss the warning.

according to how bad they thought it was going to be. ไวยากรณ์

3:41

ตามที่พวกเขาคิดว่ามันจะแย่ขนาดไหน

ไวยากรณ์

according to how bad ... was going to be: ตัดสินจากความคาดหวัง

according to สามารถนำเข้าสิ่งที่ใช้เป็นพื้นฐานในการตัดสินได้ ในที่นี้ตามด้วยอนุประโยคแทรก how bad they thought it was going to be จึงหมายความว่าพวกเขาประเมินกลิ่นตามระดับความแย่ที่คาดไว้ ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามกลิ่นจริง they thought กำหนดมุมมองในอดีต ส่วน was going to be บอกสิ่งที่พวกเขาคาดไว้จากมุมมองในเวลานั้น รูปอนาคตจากมุมมองในอดีตนี้รายงานการคาดการณ์หรือความคาดหวัง ไม่ได้บอกว่ากลิ่นนั้นแย่ถึงระดับนั้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการตัดสินของพวกเขาอิงจากความยากที่คาดไว้ ไม่ใช่ความยากที่ได้รับการยืนยันแล้ว

  1. They judged the task according to how difficult they expected it to be.
  2. They judged the task according how difficult they expected it to be.
  3. They judged the task according to how difficult did they expect it to be.
  4. They judged the task because how difficult they expected it to be.
ดูคำตอบ

They judged the task according to how difficult they expected it to be.

But there's one simple,

3:44

แต่มีวิธีที่ง่ายอยู่วิธีหนึ่ง

if socially difficult, ไวยากรณ์

3:46

แม้ว่าอาจจะยากในทางสังคม

way of finding out how your breath smells. วลี

3:47

ในการค้นหาว่าลมหายใจของคุณมีกลิ่นเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

if socially difficult: ข้อความแทรกเชิงยอมรับข้อขัดแย้งแบบ if + คำคุณศัพท์

ในข้อความแทรกที่คั่นด้วยจุลภาคนี้ if socially difficult หมายถึง “แม้ว่าจะยากในทางสังคม” หรือ “ถึงจะยากในทางสังคมก็ตาม” เป็นการแสดงความยอมรับข้อขัดแย้ง ไม่ใช่เงื่อนไข กล่าวคือ วิธีนี้เรียบง่าย แต่การลงมือทำระหว่างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอาจทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วน รูปแบบนี้ให้คำประเมินอย่างหนึ่งก่อน แล้วใช้ if + คำคุณศัพท์เติมข้อจำกัดที่ขัดกัน ประธานและกริยา be ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากบริบท ดังนั้น simple, if socially difficult, way จึงหมายถึงวิธีที่ง่าย แม้จะทำได้ยากในทางสังคม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if + คำคุณศัพท์เป็นข้อความแทรกเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง โดยมีความหมายว่า “แม้จะแพงอยู่บ้าง”

  1. If the plan is practical, we will use it.
  2. We will use the plan if the budget is approved.
  3. The plan is practical, if somewhat expensive.
ดูคำตอบ

The plan is practical, if somewhat expensive.

วลี

way of finding out how: วิธีการ + คำถามทางอ้อมที่ใช้ how

way of finding out how... หมายถึง “วิธีค้นหาว่า...เป็นอย่างไร” หลัง way of การกระทำต้องอยู่ในรูป -ing จึงใช้ finding ส่วน find out หมายถึงได้รู้หรือค้นพบข้อมูล คำที่ตามหลัง how เป็นคำถามทางอ้อม คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงเป็น how your breath smells ไม่ใช่ how does your breath smell โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ how, whether, why หรือ where เพื่อบอกข้อมูลที่ต้องการค้นหาได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามได้ถูกต้องว่ามีวิธีค้นหาหรือไม่ว่าอุปกรณ์ทำงานอย่างไร

  1. Is there a simple way of find out how this device works?
  2. Is there a simple way of finding out how this device works?
  3. Is there a simple way of finding out how does this device work?
ดูคำตอบ

Is there a simple way of finding out how this device works?

Just take a deep breath น้ำเสียง/เจตนา

3:50

เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

and ask a friend.

3:52

แล้วถามเพื่อนดู

น้ำเสียง/เจตนา

Just take a deep breath and ask a friend: คำแนะนำง่าย ๆ สองขั้นตอน

นี่เป็นประโยคคำสั่งสั้น ๆ ที่ละประธาน you ไว้ คำว่า take และ ask อยู่ในรูปกริยาพื้นฐานและเชื่อมด้วย and จึงเรียงการกระทำสองอย่างตามลำดับ คือ ตั้งสติก่อน แล้วค่อยถามเพื่อน คำว่า just ทำให้คำแนะนำฟังดูง่ายและตรง โดยสื่อกว้าง ๆ ว่าให้ตัดสินใจลงมือทำได้เลย ใน take a deep breath การหายใจลึก ๆ เป็นทั้งการกระทำจริงและการให้กำลังใจให้ใจเย็นหรือรวบรวมความกล้า ที่นี่ผู้พูดใช้วลีนี้เพื่อปิดท้ายด้วยขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริง เพราะการเอ่ยถามอาจทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนในสังคม

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ข้อความหลักของประโยคคืออะไร

  1. หายใจหลาย ๆ ครั้ง แต่อย่าพูดกับใคร
  2. ตั้งสติ รวบรวมความกล้า แล้วค่อยถามเพื่อน
  3. บอกให้เพื่อนใจเย็นก่อนที่จะถามคำถามคุณ
ดูคำตอบ

ตั้งสติ รวบรวมความกล้า แล้วค่อยถามเพื่อน