ชายคนนี้ใช้เวลา 43 ปีในการแยกตัว - ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าคนจะเสียสติ?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The Infographics Show
คำแนะนำวิดีโอ: การทดลองในถ้ำ การตัดสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส การขังเดี่ยวนานหลายสิบปี และการปลีกวิเวกของแม่ชี แสดงให้เห็นว่าความโดดเดี่ยวรบกวนเวลา ความจำ อารมณ์ และการรับรู้ความจริงอย่างไร โดยผลขึ้นอยู่กับบุคคลและเงื่อนไข ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ใช้รูปแบบไวยากรณ์และโครงสร้างประโยค “memory was so bad that he forgot” เพื่อเชื่อมระดับความรุนแรงของสภาวะกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง 2. เข้าใจสำนวนและภาษาภาพพจน์ “lived to tell the tale.” ว่าเป็นการปิดเรื่องซึ่งสื่อว่าคนหนึ่งรอดจากอันตรายและยังเล่าประสบการณ์ได้ 3. แยกแยะสำนวนและภาษาภาพพจน์ “lose their grip on reality,” ว่าเป็นการสูญเสียการรับรู้ความจริง ไม่ใช่การปล่อยสิ่งของจากมือจริง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
surround ourselves with other people: อยู่ร่วมกับผู้อื่น
ในประโยคนี้ surround ourselves with other people หมายถึงเราเลือกใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นและรักษาความสัมพันธ์กับพวกเขา เป็นการพูดถึงคนที่เราเลือกคบหา ไม่ได้หมายถึงผู้คนยืนล้อมรอบตัวเราเป็นวงจริง ๆ โครงสร้างคือ surround + สรรพนามสะท้อนกลับ + with + คนหรือสิ่งของ สรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I surround myself, we surround ourselves และ she surrounds herself
แบบฝึกหัด
เติมรูปของ surround oneself ที่สอดคล้องกับ Leo: Leo tries to ____ with creative people.
ดูคำตอบ
surround himself
only have to + คำกริยารูปพื้นฐาน
ในที่นี้ only จำกัดขอบเขตของสิ่งที่จำเป็น การเปิดอุปกรณ์เป็นการกระทำง่าย ๆ เพียงอย่างเดียวที่ต้องทำเพื่อเริ่มบทสนทนา ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “แค่ต้องทำ” หรือ “สิ่งที่จำเป็นมีเพียงเท่านี้” ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีหน้าที่พิเศษ โครงสร้างคือ only have to + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น You only have to ask คำกริยาหลัง to คงรูปพื้นฐานไว้
แบบฝึกหัด
เติมรูปของ have to ที่ขยายด้วย only เพื่อสื่อว่าการกระทำง่าย ๆ หนึ่งอย่างก็เพียงพอ: To save the file, you ____ click this icon.
ดูคำตอบ
only have to
on your own: อยู่คนเดียวโดยไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน
ในประโยคนี้ on your own หมายถึงการอยู่คนเดียว โดยไม่มีครอบครัว เพื่อน หรือคนที่รักคนอื่น ๆ อยู่เป็นเพื่อน วลี isolated from... ที่ตามมาทำให้ชัดเจนว่าความหมายในที่นี้คือการแยกตัวจากผู้คน วลีเดียวกันนี้ยังอาจหมายถึงการทำบางสิ่งด้วยตนเองโดยไม่มีคนช่วยได้ด้วย แต่ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้ในความหมายนั้น ให้ดูการกระทำและบริบทรอบข้างเพื่อตัดสินว่ากำลังพูดถึงการอยู่ตามลำพังหรือการทำสิ่งใดอย่างอิสระ
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง on your own หมายความว่าอย่างไร
- นำผู้อื่นให้ผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบาก
- อยู่คนเดียวโดยไม่มีคนอื่นอยู่รอบตัว
- ทำงานอย่างหนึ่งโดยไม่มีคนช่วย
ดูคำตอบ
อยู่คนเดียวโดยไม่มีคนอื่นอยู่รอบตัว
But what can isolation really do to a person?
0:19แต่การแยกตัวโดดเดี่ยวสามารถทำอะไรกับคนเราได้บ้าง?
If ..., how long would it take to ...?: ถามระยะเวลาภายใต้เงื่อนไขสมมติ
ประโยคนี้รวมอนุประโยค if เข้ากับกรอบคำถาม “How long would it take to + คำกริยา?” อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขที่สมมติขึ้นหรือยังไม่แน่นอน ส่วนประโยคหลักถามว่าต้องใช้เวลาเท่าใดกว่าผลนั้นจะเกิดขึ้น would แสดงว่าคำถามนี้เป็นการสมมติ ไม่ใช่การบอกกรอบเวลาที่ทราบอยู่แล้ว ในที่นี้ indefinite หมายถึงช่วงเวลานั้นไม่มีจุดสิ้นสุดที่ตายตัวหรือเป็นที่ทราบ ไม่ได้หมายความว่าจะคงอยู่ตลอดไปเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมติให้สมบูรณ์ด้วยกรอบเป้าหมาย: If the backup failed, ____ restore all the files?
ดูคำตอบ
how long would it take to
by exploring: บอกวิธีด้วย by + คำกริยา-ing
ใน by exploring คำว่า by ใช้นำเสนอวิธีที่ใช้ทำการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ ผู้พูดจะพยายามตอบคำถามผ่านกระบวนการสำรวจเรื่องราวของผู้คน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำหลัก + by + คำกริยา-ing วลีคำกริยา-ing ตอบคำถามว่า “อย่างไร?” หรือ “ด้วยวิธีใด?” ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์หรือเป้าหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ compare ในโครงสร้าง by + คำกริยา-ing: The team chose the best design ____ all three prototypes.
ดูคำตอบ
by comparing
Let's begin by looking at the case of Michel Siffre,
0:41เรามาเริ่มจากการดูตัวอย่างของ Michel Siffre
a French underground explorer, adventurer, and scientist.
0:44นักสำรวจถ้ำใต้ดิน นักผจญภัย และนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
and descended 100 ft into the Midnight Cave in Texas.
0:51และลงไป 100 ฟุตใน Midnight Cave ที่เท็กซัส
did get: did ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า
ใน did get คำว่า did ไม่ได้ใช้สร้างคำถามหรือประโยคปฏิเสธ แต่ใช้เน้นข้อความบอกเล่า กล่าวคือ แม้เขาจะไม่ได้เสียสติ แต่สถานการณ์ก็แปลกขึ้นจริง ๆ เมื่อต้องการเน้นเหตุการณ์ในอดีต ให้ใช้ did + คำกริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก did แสดงอดีตอยู่แล้ว คำกริยาหลักจึงคงเป็น get ไม่ใช่ got โครงสร้างนี้มักใช้เพื่อยืนยัน แก้ไข โต้แย้ง หรือยอมรับอย่างหนักแน่นว่าบางสิ่งเกิดขึ้นจริง
แบบฝึกหัด
ใช้ work กับ did ที่ใช้เน้นเพื่อเติมประโยคอดีตให้สมบูรณ์: The first solution failed, but the backup plan ____ in the end.
ดูคำตอบ
did work
creature comforts: สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทำให้ชีวิตน่าอยู่ขึ้น
ในประโยคนี้ creature comforts หมายถึงข้าวของอำนวยความสะดวกและความหรูหราเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ชีวิตประจำวันง่ายหรือน่าอยู่ขึ้น ตู้แช่แข็ง เฟอร์นิเจอร์ หนังสือ และเครื่องเล่นเพลงเป็นตัวอย่างของสิ่งเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านอื่น ๆ Creature ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสัตว์ ในสำนวนตายตัวที่มักใช้เป็นรูปพหูพจน์นี้ คำดังกล่าวสื่อถึงความต้องการทางกายและอารมณ์ทั่วไปของมนุษย์ โดยมีรูปแบบที่พบบ่อยคือ the creature comforts of home
แบบฝึกหัด
creature comforts ในตัวอย่างหมายถึงอะไร
- สิ่งอำนวยความสะดวกและความหรูหราเล็ก ๆ ที่ทำให้ชีวิตประจำวันน่าอยู่ขึ้น
- อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นสำหรับสัตว์โดยเฉพาะ
- เฉพาะสิ่งของพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่รอด
ดูคำตอบ
สิ่งอำนวยความสะดวกและความหรูหราเล็ก ๆ ที่ทำให้ชีวิตประจำวันน่าอยู่ขึ้น
as part of their research for long-haul space missions. การใช้คำ
1:11ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยสำหรับภารกิจอวกาศระยะยาว
long-haul space missions: ภารกิจอวกาศระยะไกลที่กินเวลานาน
Long-haul เป็นคำคุณศัพท์ประสม หมายถึงการครอบคลุมระยะทางไกลหรือต้องใช้เวลาเดินทางหรือดำเนินงานเป็นเวลานาน ในที่นี้คำดังกล่าวขยายภารกิจอวกาศที่ยาวนานพอจะก่อให้เกิดข้อกำหนดด้านโลจิสติกส์และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เมื่อวางหน้า space missions คำว่า long และ haul ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นคำขยายหนึ่งหน่วย เครื่องหมายยัติภังค์จึงช่วยแสดงความเป็นหน่วยเดียวกันอย่างชัดเจน แนวคิดนี้มาจากวงการขนส่ง ซึ่ง haul หมายถึงการเดินทางหรือการขนสินค้าไปตามระยะทางหนึ่ง
แบบฝึกหัด
คำคุณศัพท์ใดเน้นการเดินทางที่ยาวนานพร้อมการเคลื่อนที่และข้อกำหนดในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องได้ดีที่สุด แทนที่จะเน้นเพียงเวลาที่ผ่านไปหรือระยะห่างทางภูมิศาสตร์
- long-term
- long-haul
- long-distance
ดูคำตอบ
long-haul
fare ที่เป็นคำกริยาใน how did Siffre fare?
ใน how did Siffre fare? คำว่า fare เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำได้ดีแค่ไหนหรือมีผลลัพธ์อย่างไรในสถานการณ์หนึ่ง คำถามนี้ถามถึงสภาพหรือผลลัพธ์โดยรวมของซิฟเฟร ไม่ได้ถามว่าสิ่งใดมีราคาเท่าไร โครงสร้าง How did + บุคคล + fare? ใช้ถามถึงผลลัพธ์โดยรวมของบุคคลหลังผ่านประสบการณ์หนึ่ง คำตอบอาจใช้ fared well, fared badly หรือ fared better than expected
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาที่หมายถึง “ทำได้หรือรับมือกับสถานการณ์หนึ่ง” ให้สมบูรณ์: How did the new team ____ in its first tournament?
ดูคำตอบ
fare
led to + ผลลัพธ์
Led to เป็นรูปอดีตของ lead to ในประโยคนี้วลีดังกล่าวเชื่อมสาเหตุ คือการขาดสิ่งกระตุ้นทางประสาทสัมผัสและทางสังคม เข้ากับผลลัพธ์ คือสุขภาวะทางจิตที่ค่อย ๆ แย่ลง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สาเหตุ + lead หรือ led to + ผลลัพธ์ ในโครงสร้างนี้ to นำหน้าผลลัพธ์ที่เป็นคำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่หนึ่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกเหตุและผลในอดีตจากบทเรียนลงในประโยค: A blocked drain ____ serious flooding in the basement.
ดูคำตอบ
led to
that he forgot things unless he wrote them down immediately. กริยาวลี
1:26จนเขาลืมสิ่งต่างๆ นอกจากจะจดมันไว้ทันที
so + คำคุณศัพท์ + that: เชื่อมระดับกับผลลัพธ์
ใน “memory was so bad that he forgot” คำว่า so เน้นระดับของ bad ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ กล่าวคือ ความจำที่ไม่ดีทำให้เขาลืมสิ่งต่าง ๆ ใช้โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยค เมื่อระดับของสิ่งหนึ่งรุนแรงมากพอที่จะก่อให้เกิดผลตามมา โครงสร้างนี้ไม่ได้แปลว่า “มากเกินไปจนไม่สามารถ...” เสมอไป เพราะอนุประโยคผลลัพธ์สามารถบอกได้ทั้งผลเชิงบวกและเชิงลบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผล so ... that: The backpack was ____ I had to carry it with both hands.
ดูคำตอบ
so heavy that
write them down: ตำแหน่งคำสรรพนามในกริยาวลีที่แยกคำได้
“Wrote them down” หมายถึง เขาบันทึกสิ่งเหล่านั้นเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อไม่ให้ลืม โดย them ในที่นี้หมายถึง things Write down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หากกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง write the address down และ write down the address แต่หากกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it หรือ them ต้องวางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง เช่น write it down หรือ write them down ไม่ใช้ write down it หรือ write down them
แบบฝึกหัด
ใช้ write down กับคำสรรพนาม it เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This password is important, so ____ before you forget it.
ดูคำตอบ
write it down
he continued to have issues with his memory and eyesight.
1:34เขาก็ยังมีปัญหาเรื่องความจำและสายตาอย่างต่อเนื่อง
with a shorter timeframe and more extreme conditions.
1:40ด้วยกรอบเวลาที่สั้นลงและเงื่อนไขที่สุดขั้วมากขึ้น
try and answer: รูปไม่เป็นทางการ try and + กริยารูปพื้นฐาน
ใน try and answer โครงสร้าง try and + กริยารูปพื้นฐาน มีความหมายหลักเหมือนกับ try to + กริยารูปพื้นฐาน คือ “พยายามตอบ” คำว่า and ตรงนี้ไม่ได้แยกเป็นสองการกระทำ เพราะ answer คือการกระทำที่กำลังพยายามทำ โครงสร้างนี้พบบ่อยเป็นพิเศษเมื่อ try คงอยู่ในรูปพื้นฐาน เช่น หลัง to, will, can หรือ let's กริยาที่ตามมาก็ใช้รูปพื้นฐานเช่นกัน: try and answer
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ try and + กริยารูปพื้นฐาน answer: I'll ____ your email tonight.
ดูคำตอบ
try and answer
Can any human endure total sensory deprivation
1:45มนุษย์คนใดจะทนต่อการถูกลิดรอนประสาทสัมผัสทั้งหมดได้หรือไม่
Bloom explained his experience as the hours went by. วลี
2:02Bloom อธิบายประสบการณ์ของเขาเมื่อเวลาผ่านไป
As the hours went by: การผ่านไปของเวลาในการเล่าเรื่อง
As the hours went by หมายถึง “ขณะที่เวลาหลายชั่วโมงค่อย ๆ ผ่านไป” ในสำนวนบอกเวลานี้ went by เป็นรูปอดีตของ go by และหมายถึงเวลาที่ผ่านไป ไม่ใช่การเคลื่อนผ่านสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย as ทำให้การกระทำหลักมีกรอบเวลาที่เคลื่อนไปเรื่อย ๆ เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ดำเนินต่อหรือค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่ง และสามารถเปลี่ยน hours เป็น days, weeks หรือ years เพื่อเปลี่ยนระยะเวลาได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ as + the days + went by: On the long expedition, the hikers grew more tired ____.
ดูคำตอบ
as the days went by
started out by talking: ขั้นแรกของกระบวนการ
started out by talking หมายความว่า การพูดเป็นหนึ่งในสิ่งแรก ๆ ที่เขาทำในช่วงเริ่มต้นของระยะเวลานี้ start out เน้นช่วงแรกและมักปูทางให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง โครงสร้างคือ start out by + รูป -ing ในที่นี้ by talking ตอบคำถามว่า “เขาเริ่มอย่างไร” ไม่ได้หมายความว่าเขาออกเดินทางจากสถานที่ใด
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่แสดงว่าการส่งอีเมลเป็นวิธีแรกก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง: She ____ emailing clients, but later she preferred calling them.
ดูคำตอบ
started out by
Next, he stared off into space for some time, สำนวน
2:09ต่อไป เขาจ้องมองไปในความว่างเปล่าอยู่พักหนึ่ง
stared off into space: สายตาที่ไม่มีจุดโฟกัส
stared off into space หมายความว่า เขามองไปยังจุดที่ว่างเปล่าหรือไม่ชัดเจนโดยไม่ได้ตั้งใจมองสิ่งใดจริง ๆ ในที่นี้ space หมายถึงพื้นที่ว่างตรงหน้า ไม่ใช่อวกาศ วลีนี้มักบอกว่าคน ๆ หนึ่งกำลังเสียสมาธิ ฝันกลางวัน ครุ่นคิด หรือใจลอย วลีนี้บรรยายสายตาที่ผู้อื่นมองเห็น ส่วนเหตุผลภายในที่แน่ชัดต้องพิจารณาจากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายความว่าลีโอไม่ได้มองสิ่งใดโดยเฉพาะและดูเหมือนกำลังจมอยู่ในความคิด: During the delay, Leo ____ for several minutes.
ดูคำตอบ
stared off into space
and his mind filled with thoughts of his life outside.
2:11และในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับชีวิตภายนอก
This led him to worry about his fiancee and family.
2:14นั่นทำให้เขาเริ่มกังวลเรื่องคู่หมั้นและครอบครัว
lose track of time: ลืมเวลา
To lose track of time หมายถึงไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้กี่โมงแล้วหรือเวลาผ่านไปนานเท่าใด มักเกิดเมื่อจดจ่อกับบางสิ่งมากหรือไม่มีสิ่งบอกเวลา คำว่า track ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเส้นทางจริง แต่หมายถึงการรับรู้และติดตามอยู่ต่อเนื่อง ในประโยค had lost เป็น past perfect จึงแสดงว่าการสูญเสียการรับรู้เรื่องเวลาเกิดขึ้นก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีต ส่วน totally ช่วยเน้นว่าเขาไม่สามารถประเมินเวลาที่ผ่านไปได้อย่างน่าเชื่อถือเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ lose track of time ในรูปอดีต: Maya was so absorbed in the novel that she ____.
ดูคำตอบ
lost track of time
pitch black: มืดสนิท
Pitch black หมายถึงดำสนิทหรือมืดจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย ในที่นี้ pitch ทำหน้าที่เน้นความหมายในสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึงการขว้าง ระดับเสียงดนตรี หรือการนำเสนอขายสินค้า ในประโยค In pitch black กำหนดให้ความมืดสนิทเป็นสภาพแวดล้อม การไม่มีแสงที่มองเห็นได้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดจึงไม่มีเบาะแสทางสายตาสำหรับประเมินช่วงเวลาของวัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ pitch black: When the last lamp went out, the room became ____.
ดูคำตอบ
pitch black
he found it impossible to regain his body clock. โน้ต
2:24เขาพบว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกู้คืนนาฬิกาชีวภาพของตัวเอง
found it impossible to regain: โครงสร้าง find it + คำคุณศัพท์ + to do
โครงสร้าง find + it + adjective + to-infinitive ใช้ it เป็นกรรมสมมติหรือกรรมเชิงรูปแบบ คำคุณศัพท์แสดงการประเมินของประธาน ส่วน to-infinitive ระบุการกระทำที่ถูกประเมิน ในที่นี้ found it impossible to regain หมายความว่าประสบการณ์ทำให้เขาตัดสินว่าการทำให้นาฬิกาชีวิตกลับมาเป็นปกตินั้นเป็นไปไม่ได้ it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ โครงสร้างนี้ใช้รายงานการประเมินอย่างกระชับ: ประธาน + find/found + it + คำคุณศัพท์ + to do
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง find it + คำคุณศัพท์ + to do เพื่อแสดงว่า Maya สรุปว่าการกระทำนั้นไม่สามารถทำได้: After trying every route, Maya ____ the village before dark.
ดูคำตอบ
found it impossible to reach
body clock: นาฬิกาภายในที่ควบคุมจังหวะประจำวันของร่างกาย
Body clock เป็นคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อหมายถึงระบบจับเวลาภายในร่างกาย โดยเฉพาะวงจรรายวันที่ช่วยควบคุมว่าเราจะรู้สึกง่วงและตื่นตัวเมื่อใด ไม่ได้หมายถึงนาฬิกาที่เป็นวัตถุจริง ในประโยคนี้ regain his body clock หมายถึงการกลับไปมีจังหวะการนอนและตื่นตามปกติหลังจากจังหวะนั้นถูกรบกวน Regain หมายถึงการฟื้นคืนจังหวะที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่การหา物ที่สูญหายพบ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Night shifts can upset your body clock," body clock หมายถึงอะไร?
- นาฬิกาที่ใช้วัดการออกกำลังกาย
- ระบบจับเวลาภายในร่างกายที่ควบคุมวงจรการนอนและการตื่น
- ความสามารถของคนในการอ่านเวลา
ดูคำตอบ
ระบบจับเวลาภายในร่างกายที่ควบคุมวงจรการนอนและการตื่น
took a turn for the worse: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในทางลบ
ในประโยคนี้ took a turn for the worse หมายถึงสถานการณ์เริ่มแย่ลง คำว่า turn สื่อถึงการเปลี่ยนทิศทางหรือพัฒนาการของสถานการณ์ ไม่ใช่การเลี้ยวจริง ๆ รูปแบบตายตัวคือ take a turn for the worse โดยรูปของ take เปลี่ยนไปตามกาลได้ แต่ส่วนท้าย the worse ต้องคงเดิม สำนวนนี้มักใช้ในเรื่องเล่าเพื่อบอกจุดที่อาการ ความสัมพันธ์ แผนการ หรือเหตุการณ์ต่อเนื่องเริ่มทรุดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่บอกการเริ่มเปลี่ยนไปในทางลบ: After a brief recovery, her condition ____.
ดูคำตอบ
took a turn for the worse
his emotions running out of control: โครงสร้างสัมบูรณ์
วลี his emotions running out of control ที่คั่นด้วยจุลภาคเป็นโครงสร้างสัมบูรณ์ โดยนามวลีที่ระบุชัดคือ his emotions ตามด้วยวลีคำกริยารูป -ing คือ running out of control วลีนี้ไม่ใช่อนุประโยคอิสระที่สมบูรณ์ เพราะไม่มีกริยาที่ผันตามกาล โครงสร้างนี้เสริมสภาวะที่เกิดขึ้นพร้อมกันให้กับประโยคหลัก และช่วยอธิบายการร้องเพลงกับการร้องไห้ ประธานเชิงความหมายของ running คือ his emotions ไม่ใช่ประธาน He ในประโยคหลัก โครงสร้างนี้ช่วยให้งานเขียนเชิงเล่าเรื่องเพิ่มข้อมูลพื้นหลังที่เห็นภาพได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคสมบูรณ์อีกประโยค
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้างสัมบูรณ์ นาม + -ing เพื่อเพิ่มรายละเอียดพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
- The hikers pressed on, and the wind grew stronger by the minute.
- The hikers pressed on, the wind growing stronger by the minute.
- The hikers pressed on, growing stronger by the minute.
ดูคำตอบ
The hikers pressed on, the wind growing stronger by the minute.
At the halfway mark: การระบุจุดกึ่งกลาง
At the halfway mark หมายถึง “เมื่อช่วงเวลาหรือกระบวนการที่วัดได้ดำเนินไปแล้วครึ่งหนึ่ง” ในที่นี้ การทดลอง 48 ชั่วโมงดำเนินมาถึงชั่วโมงที่ 24 คำนาม mark หมายถึงจุดหรือเส้นแบ่งที่กำหนดชัดเจนบนมาตราหรือเส้นเวลา ไม่ได้หมายถึงคะแนนหรือการทำเครื่องหมาย รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ at the halfway mark และอาจตามด้วย of + ช่วงเวลา เหตุการณ์ หรือกระบวนการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนนี้ที่ใช้ระบุจุดกึ่งกลางของโครงการที่มีกำหนดเวลา: ____, the team reviewed its budget.
ดูคำตอบ
At the halfway mark
was really flagging: กำลังสูญเสียกำลังหรือประสิทธิภาพ
ใน was really flagging คำว่า flag เป็นคำกริยาอกรรมที่หมายถึง “กำลังสูญเสียความแข็งแรง พลังงาน หรือประสิทธิภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป” คำวิเศษณ์ really เน้นระดับของการถดถอย ในที่นี้ ประธาน brain power หมายถึงความสามารถในการคิดและจดจ่อ ดังนั้นประโยคจึงสื่อว่าความสามารถเหล่านั้นกำลังอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความหมายนี้มักใช้บรรยายพลังงาน ความสนใจ ความกระตือรือร้น ความมั่นใจ หรือประสิทธิภาพที่ลดลงตามเวลา ไม่ได้หมายถึงการแสดงธงหรือการติดป้ายกำกับเนื้อหา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ flagging ในความหมายว่ากำลังสูญเสียพลังงานหรือประสิทธิภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- Our train was lagging ten minutes behind schedule.
- I flagged the email for follow-up.
- After three hours, my concentration was flagging.
ดูคำตอบ
After three hours, my concentration was flagging.
He felt it was impossible to stimulate his mind.
2:41เขารู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะกระตุ้นสมองของเขา
keep himself occupied: ทำให้ตัวเองมีอะไรทำ
ใน keep himself occupied คำว่า keep หมายถึง “ทำให้คงอยู่ในสภาพหนึ่ง” และ occupied หมายถึง “ยุ่งอยู่กับการทำบางสิ่ง” เมื่อนำมารวมกัน วลีนี้หมายถึงเขาหาอะไรให้ตัวเองทำเพื่อจะได้ไม่เบื่อหรือหมกมุ่นกับความคิด ในที่นี้ occupied ไม่ได้หมายถึง “อยู่ภายใต้การยึดครอง” คำสรรพนามสะท้อนกลับต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น I keep myself occupied, she keeps herself occupied และ they keep themselves occupied โครงสร้างเดียวกันนี้ยังใช้บุคคลอื่นเป็นกรรมได้ เช่น keep the children occupied
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย keep คำสรรพนามสะท้อนกลับที่ถูกต้อง และ occupied: During the long delay, Leo read a magazine to ____.
ดูคำตอบ
keep himself occupied
only 8 hours to go: เหลือเวลาเพียง 8 ชั่วโมง
ใน only 8 hours to go จำนวนเวลาบอกว่ายังเหลือเวลาเท่าใดก่อนถึงจุดสิ้นสุดที่เข้าใจได้จากบริบท go ไม่ได้หมายถึงการที่ใครออกไปหรือเคลื่อนที่ แต่ to go เป็นสำนวนการนับถอยหลังที่หมายถึง “ยังเหลืออยู่” รูปแบบคือ ตัวเลข + หน่วยเวลา + to go และมักปรากฏหลัง with เช่น with two days to go เพื่อใช้เวลาที่เหลือเป็นฉากหลังของเหตุการณ์ถัดไป
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนการนับถอยหลังสองคำที่หมายถึง “ยังเหลืออยู่”: The exam ends at noon, so we have twenty minutes ____.
ดูคำตอบ
to go
as clear as day: ชัดเจนอย่างยิ่ง ไม่ได้หมายถึงแสงกลางวัน
ในที่นี้ as clear as day หมายถึง “มองเห็นได้อย่างชัดเจนมาก” การเปรียบเทียบนี้เน้นว่าประกายมุกดูเด่นชัดเพียงใด ไม่ได้หมายความว่ามีแสงกลางวันอยู่จริง สำนวนเดียวกันนี้ยังใช้บอกว่าสิ่งใดเข้าใจง่ายหรือชัดเจนจนแทบไม่อาจสงสัยได้ เช่น ข้อเท็จจริงหรือความทรงจำที่เห็นได้ชัดมาก
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสี่คำที่หมายถึง “เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง” ให้สมบูรณ์: Once Maya compared the two receipts, the error was ____.
ดูคำตอบ
as clear as day
lived to tell the tale: รอดชีวิตกลับมาเล่าประสบการณ์
Live to tell the tale หมายถึงการรอดชีวิตจากประสบการณ์ที่อันตรายหรือยากลำบากมาก และสามารถเล่าเหตุการณ์นั้นได้ในภายหลัง คำว่า tale ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นแต่งขึ้น ในประโยค lived แสดงเหตุการณ์ในอดีตที่จบแล้ว สำนวนนี้ปิดท้ายเรื่องโดยเน้นทั้งการรอดชีวิตและการที่ตอนนี้สามารถเล่าประสบการณ์นั้นได้
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่เน้นการรอดชีวิตและความสามารถในการเล่าประสบการณ์ให้สมบูรณ์: The climbers escaped the storm and ____.
ดูคำตอบ
lived to tell the tale
that taking away all of a person's sensory input
3:11ว่าการตัดการรับรู้ทางประสาทสัมผัสของบุคคลออกไปจนหมด
ขังและแยกใครบางคนออกจากสังคม: locking someone away
ใน locking them away วลี lock someone away หมายถึงการขังคนไว้ในสถานที่ที่แยกจากผู้อื่นและไม่สามารถออกไปได้อย่างอิสระ คำว่า away เพิ่มความหมายของการตัดขาดจากการติดต่อและอิสรภาพตามปกติ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเดินจากไปเอง โครงสร้างคือ lock + คน + away วลีนี้มักนำเสนอการคุมขังว่าเป็นสิ่งที่ยาวนานหรือรุนแรง ดังนั้นในที่นี้จึงเน้นการแยกตัว ไม่ใช่เพียงการล็อกประตู
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย lock someone away: The dictator tried to ____ every political opponent ____ for years.
ดูคำตอบ
lock · away
something that also springs to mind is life inside a prison. สำนวน
3:20สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวอีกอย่างคือชีวิตในคุก
springs to mind: ผุดขึ้นมาในความคิดทันที
ใน something that also springs to mind วลี spring to mind หมายถึงการที่ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในความคิดของใครบางคนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ ประธานทางไวยากรณ์คือความคิด ชื่อ ตัวอย่าง หรือความทรงจำที่ปรากฏขึ้น ในที่นี้ วลีดังกล่าวจัดระเบียบคำอธิบายด้วยการนำเสนอสิ่งที่เชื่อมโยงกับการแยกตัวซึ่งนึกขึ้นได้ทันที คำว่า spring บรรยายการเคลื่อนไหวเชิงเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในความรับรู้ ไม่ได้หมายถึงฤดูกาลหรือการกระโดดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ spring to mind: When I think of the best person to lead this project, Nina immediately ____.
ดูคำตอบ
springs to mind
that involve prisoners being kept in solitary confinement. วัฒนธรรม
3:25ที่เกี่ยวข้องกับการนำนักโทษไปขังเดี่ยว
solitary confinement: การขังเดี่ยว
Solitary confinement คือมาตรการในเรือนจำที่แยกนักโทษออกจากผู้อื่น ทำให้แทบไม่มีหรือไม่มีการติดต่อกับมนุษย์อย่างมีความหมาย โดยมักเป็นเช่นนี้เกือบตลอดทั้งวัน ในประโยคนี้ being kept in solitary confinement หมายความว่าการแยกตัวถูกบังคับโดยเรือนจำ ไม่ใช่สิ่งที่นักโทษเลือกเอง คำนี้หมายถึงระบบการแยกตัวทางสังคมอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพียงการอยู่ในห้องขังคนเดียว คำนิยามทางกฎหมายที่แน่นอนอาจต่างกัน แต่แนวคิดสำคัญสำหรับประโยคนี้คือการขาดการติดต่อกับมนุษย์
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะสมที่สุดที่จะอธิบายด้วย solitary confinement?
- นักโทษนอนในห้องขังส่วนตัว แต่รับประทานอาหารและเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้อื่นทุกวัน
- นักเดินทางเลือกใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์อย่างเงียบสงบตามลำพังในห้องพักโรงแรม
- นักโทษถูกขังคนเดียววันละ 23 ชั่วโมงและแทบไม่มีการติดต่อกับมนุษย์อย่างมีความหมาย
ดูคำตอบ
นักโทษถูกขังคนเดียววันละ 23 ชั่วโมงและแทบไม่มีการติดต่อกับมนุษย์อย่างมีความหมาย
in solitary confinement in Louisiana State Penitentiary at Angola.
3:32ในการถูกขังเดี่ยวที่เรือนจำรัฐลุยเซียนาที่แองโกลา
Whitmore was deprived of virtually all human contact วลี
3:37Whitmore ถูกลิดรอนการติดต่อกับมนุษย์แทบทั้งหมด
be deprived of + คำนาม
Deprive someone of something หมายถึงการเอาไปหรือไม่ให้สิ่งที่บุคคลหนึ่งจำเป็นต้องมี ให้คุณค่า หรือมีสิทธิได้รับ โครงสร้างคือ deprive + บุคคล + of + สิ่งของหรือสิ่งที่ถูกพรากไป ในที่นี้ใช้รูปถูกกระทำ: Whitmore was deprived of virtually all human contact ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลายเป็นประธาน และ of นำหน้าสิ่งที่ถูกพรากไป รูปถูกกระทำนี้เน้นผลที่เขาได้รับมากกว่าผู้ที่ทำให้เกิดผลนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ถูกต้องในประโยคทางการนี้: The residents were deprived ____ clean drinking water after the pipes failed.
ดูคำตอบ
of
general prison population: ผู้ต้องขังในแดนรวมตามปกติ
ในประโยคนี้ general prison population หมายถึงผู้ต้องขังที่อยู่ร่วมกับผู้ต้องขังคนอื่นในแดนรวมตามปกติ ไม่ใช่ผู้ที่ถูกแยกไว้ในห้องขังเดี่ยวหรือในหน่วยแยกประเภทอื่น คำว่า general ในที่นี้หมายถึง “ทั่วไปหรือไม่ได้ถูกแยก” ไม่ใช่ยศทหาร ความหมายอาจชี้ถึงกลุ่มผู้ต้องขังโดยรวม หรือขยายไปถึงสภาพแวดล้อมการคุมขังร่วมที่พวกเขาอาศัยอยู่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ general prison population ในตัวอย่างได้เหมาะสมที่สุด
- ประชาชนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ใกล้เรือนจำ
- ผู้ต้องขังทั่วไปที่อยู่ร่วมกับผู้ต้องขังคนอื่น
- กลุ่มนายพลทหารที่ถูกคุมขังในเรือนจำ
ดูคำตอบ
ผู้ต้องขังทั่วไปที่อยู่ร่วมกับผู้ต้องขังคนอื่น
Whitmore was suffering from what he described
3:48Whitmore ก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากสิ่งที่เขาอธิบายว่า
a constellation of: รูปแบบของปัญหาที่เกี่ยวข้องกัน
ในประโยคนี้ a constellation of ใช้นำหน้าปัญหาสุขภาพหลายอย่างที่เกิดขึ้นร่วมกันและถูกมองว่าเป็นรูปแบบที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอุปมาจากดวงดาวที่รวมกันเป็นกลุ่มซึ่งจดจำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเหล่านั้นมีรูปร่างเหมือนดาว วลีนี้มีลักษณะเป็นทางการและเชิงวิเคราะห์ ช่วยให้ผู้เขียนนำเสนออาการ ปัจจัย หรือปัญหาหลายอย่างเป็นกลุ่มที่มีความหมาย แทนที่จะเป็นเพียงรายการสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงรูปแบบที่เกี่ยวข้องกัน: The study revealed ____ economic and social pressures that tended to occur together.
ดูคำตอบ
a constellation of
“With a little more digging”: สืบค้นให้ลึกยิ่งขึ้น
digging ในที่นี้เป็นคำเปรียบที่หมายถึงการค้นหาข้อมูลให้ลึกขึ้น วลีนี้หมายความว่าหลังจากตรวจสอบเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ผู้พูดก็พบเรื่องราวของ Albert Woodfox โดยไม่ได้หมายถึงการขุดดินจริง ๆ โครงสร้าง with + นามวลี แสดงวิธีหรือเงื่อนไขที่นำไปสู่ผลลัพธ์ คุณสามารถใช้ with a little more digging เพื่อเกริ่นถึงสิ่งที่ค้นพบจากการค้นคว้า ตรวจสอบ หรือค้นหาเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ digging ในความหมายของการสืบค้นเหมือนกับตัวอย่าง?
- With a little more digging, Maya made the garden pond deeper.
- With a little more digging, Maya found the original report.
- Maya put the shovel beside the fence.
ดูคำตอบ
With a little more digging, Maya found the original report.
after a staggering 43 years in isolation. การใช้คำ
4:09หลังจากถูกแยกตัวอย่างโดดเดี่ยวยาวนานถึง 43 ปี
“A staggering 43 years”: ระยะเวลาที่ยาวนานจนน่าตกใจ
staggering ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่แสดงการประเมินว่า จำนวนหรือระดับนั้นมากหรือรุนแรงจนชวนตกใจ คำนี้ขยายระยะเวลา 43 years และแสดงปฏิกิริยาอย่างแรงของผู้พูดต่อความยาวนานดังกล่าว การใช้นี้มักพบหน้าตัวเลข ปริมาณ ระยะทาง ค่าใช้จ่าย หรือยอดรวม ไม่ได้หมายความว่าช่วงเวลาหลายปีนั้นกำลังเดินโซเซจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ staggering อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อประเมินตัวเลขที่สูงมากเป็นพิเศษ?
- The tired runner was staggering toward the finish line.
- The storm caused a staggering $12 billion in damage.
- The payments were staggered across three months.
ดูคำตอบ
The storm caused a staggering $12 billion in damage.
Like Whitmore, Woodfox spent 23 hours of his day
4:12เช่นเดียวกับ Whitmore Woodfox ใช้เวลา 23 ชั่วโมงของวัน
In 2014, he relayed his experiences to a blogger.
4:17ในปี 2014 เขาถ่ายทอดประสบการณ์ของเขาให้กับบล็อกเกอร์คนหนึ่ง
what it was like to be locked: การบรรยายประสบการณ์ที่ได้พบเจอจริง
ในที่นี้ what it was like to be locked เป็นประโยคคำถามที่ซ้อนอยู่ในประโยคหลักและทำหน้าที่เป็นกรรมของ described โดยหมายถึง “ประสบการณ์จริงของการถูกขัง” และเน้นว่าสถานการณ์นั้นให้ความรู้สึกและถูกประสบจากมุมมองของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างไร โครงสร้าง what + ประธาน + be like + to-infinitive ใช้ถามหรือเล่าประสบการณ์ที่ได้พบเจอจริง ในอนุประโยคซ้อนต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าว่า what it was like ไม่ใช่ what was it like ส่วน like ในที่นี้เป็นคำบุพบทที่เกี่ยวกับว่าประสบการณ์นั้นเป็นเช่นไร ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง what ... like to: “During the interview, Maya described ____ as a paramedic during the earthquake.”
ดูคำตอบ
what it was like to work
couldn't take it anymore: ถึงขีดจำกัดของความอดทน
ใน couldn't take it anymore คำว่า take it เป็นสำนวน หมายถึงการอดทนหรือทนต่อสถานการณ์ทั้งหมด ส่วน anymore แสดงว่าความอดทนที่เหลืออยู่ได้หมดลงแล้ว และ couldn't วางขีดจำกัดนั้นไว้ในการเล่าเรื่องอดีต วลีนี้แสดงถึงจุดที่ความอดทนสิ้นสุดลง ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ไม่ชอบ โดยมักสื่อว่าแรงกดดัน ความเจ็บปวด หรือความคับข้องใจดำเนินต่อไปจนบุคคลนั้นต้องตอบโต้ หยุด หรือเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
แบบฝึกหัด
หลังจากทนเสียงรบกวนต่อเนื่องมาหลายเดือน Elena ก็ถึงขีดจำกัดและย้ายออก ประโยคใดแสดงจุดที่เธอทนไม่ไหวได้ดีที่สุด
- She didn't like it anymore.
- She couldn't find it anymore.
- She couldn't take it anymore.
ดูคำตอบ
She couldn't take it anymore.
flirting with insanity: เข้าใกล้การสูญเสียความมั่นคงทางจิตใจอย่างอันตราย
ในประโยคนี้ flirting with insanity เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเข้าใกล้ภาวะสูญเสียความมั่นคงทางจิตใจอย่างอันตราย ไม่ได้หมายถึงการเกี้ยวพาราสีอะไรในเชิงรักใคร่หรือการชอบความอันตราย รูปแบบ flirt with + สภาวะหรือผลลัพธ์ที่อันตราย แสดงว่าคนคนหนึ่งกำลังเข้าใกล้ปัญหาร้ายแรง แต่ยังไม่ได้ข้ามเส้นนั้นไปอย่างเต็มตัว มักทำให้ความเสี่ยงดูชัดเจนและใกล้จะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ในประโยค "By ignoring the safety checks, the team was flirting with disaster," คำว่า flirting with disaster หมายความว่าอย่างไร
- พวกเขากำลังพยายามทำให้ภัยพิบัติดูน่าดึงดูด
- พวกเขากำลังเข้าใกล้ภัยพิบัติอย่างอันตราย
- พวกเขากำลังล้อเล่นเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ดูคำตอบ
พวกเขากำลังเข้าใกล้ภัยพิบัติอย่างอันตราย
because of his extraordinary strength and character.
4:47เนื่องจากความแข็งแกร่งและลักษณะนิสัยที่ไม่ธรรมดาของเขา
made it through: อดทนผ่านความยากลำบากมาได้สำเร็จ
Made it through หมายถึงการรอดชีวิตหรือไปถึงจุดสิ้นสุดของประสบการณ์ที่ยากลำบากได้สำเร็จ ในประโยคนี้ สำนวนนี้เน้นว่าวูดฟอกซ์อดทนต่อความทุกข์นั้นจนกระทั่งมันสิ้นสุดลง ใช้ make it through + เหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ยากลำบาก เช่น make it through the night หากบริบทบอกอยู่แล้วว่าความยากลำบากคืออะไร ก็สามารถละกรรมได้: I wasn't sure I would make it through.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไปถึงจุดสิ้นสุดได้สำเร็จ”: The storm lasted all night, but we ____.
ดูคำตอบ
made it through
Push a person to the edge: ไล่ต้อนคนคนหนึ่งจนเกือบถึงขีดจำกัด
ในประโยคนี้ push a person to the edge เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการถูกกักขังเป็นเวลานานอาจไล่ต้อนคนคนหนึ่งให้เข้าใกล้ขีดจำกัดที่เขาจะทนได้ทางจิตใจหรืออารมณ์ edge ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง รูปแบบ push + someone + to the edge นำเสนอว่าแรงกดดันหรือสถานการณ์เป็นแรงที่ผลักคนคนนั้นให้เข้าใกล้จุดแตกหัก ส่วนขีดจำกัดนั้นจะหมายถึงความตื่นตระหนก การล่มสลาย การกระทำอย่างสิ้นหวัง หรือการสูญเสียการควบคุม ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ push a person to the edge มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด?
- ย้ายใครบางคนไปยังริมหน้าผาที่อันตราย
- ทำให้ใครบางคนหงุดหงิดเล็กน้อยชั่วครู่
- ทำให้ใครบางคนเข้าใกล้ขีดจำกัดทางจิตใจหรืออารมณ์
ดูคำตอบ
ทำให้ใครบางคนเข้าใกล้ขีดจำกัดทางจิตใจหรืออารมณ์
What other extreme examples of isolation are there?
4:56แล้วยังมีตัวอย่างการแยกตัวที่รุนแรงอื่นๆ อะไรอีกบ้าง?
For years at a time: ครั้งละหลายปี
For years at a time หมายความว่าแต่ละช่วงเวลาที่ต่อเนื่องยาวนานหลายปี ในที่นี้ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้ปฏิบัติทำกิจกรรมนี้ซ้ำตลอดระยะเวลาหลายปีเท่านั้น แต่การปลีกวิเวกแต่ละครั้งอาจต่อเนื่องนานหลายปีได้ โครงสร้าง “จำนวนหรือระยะเวลา + at a time” แบ่งกิจกรรมออกเป็นรอบ โอกาส หรือช่วงที่แยกจากกัน และบอกว่าในหนึ่งช่วงมีจำนวนหรือระยะเวลาเท่าใด เช่น two hours at a time, three people at a time
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนห้าคำที่หมายความว่าการพักแต่ละครั้งที่แยกจากกันยาวนานต่อเนื่องหลายปี: During repeated assignments, the biologists lived at the remote field station ____.
ดูคำตอบ
for years at a time
swap A for B: เปลี่ยนจาก A ไปเป็น B
ในโครงสร้าง swap A for B นั้น A คือสิ่ง บทบาท หรือวิถีชีวิตเดิมที่ถูกสละหรือเปลี่ยนออก ส่วน B คือสิ่งใหม่ที่เลือกหรือได้รับ ในประโยคนี้ งานบรรณารักษ์ในลอนดอนคือ A และชีวิตแม่ชีคือ B โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับการแลกเปลี่ยนจริง ๆ และการเปลี่ยนงานหรือวิถีชีวิตครั้งใหญ่ ให้อ่านทิศทางจากซ้ายไปขวา: ตัวเลือกเดิม + for + ตัวเลือกใหม่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ swap A for B: After years in finance, Maya ____ her office job ____ farm work.
ดูคำตอบ
swapped · for
But even that was not isolated enough for Palmo,
5:18แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่โดดเดี่ยวพอสำหรับ Palmo
Three of those years she spent meditating: การย้ายกรรมมาข้างหน้า
Three of those years เป็นกรรมตรงของ spent แม้จะอยู่หน้าประธาน she ก็ตาม ลำดับคำปกติคือ She spent three of those years meditating. การย้ายกรรมมาไว้ข้างหน้าทำให้ช่วงเวลาสามปีนั้นเด่นขึ้นก่อนจะบอกว่าใครเป็นผู้ใช้เวลานั้น meditating เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง spend + time + -ing และอธิบายว่าใช้เวลานั้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดย้ายกรรมตรงมาข้างหน้าเพื่อเน้นส่วนที่อ่าน?
- Two of the final chapters I read on the train.
- On the train, I read two of the final chapters.
- I read two of the final chapters on the train.
ดูคำตอบ
Two of the final chapters I read on the train.
sleeping seated in a traditional wooden meditation box
5:35นอนหลับในท่านั่งในกล่องทำสมาธิไม้แบบดั้งเดิม
ความหมายและโครงสร้างของ hold on to her sanity
ในคำถามนี้ hold on to her sanity หมายถึงยังคงรักษาความสามารถในการคิดและปฏิบัติตนอย่างมีเหตุผลไว้ แทนที่จะสูญเสียมันไปเพราะแรงกดดันจากการถูกแยกตัว การใช้ตรงนี้เป็นเชิงเปรียบเทียบ เพราะ sanity ไม่ใช่สิ่งที่จับไว้ด้วยมือได้จริง โครงสร้างคือ hold on to + คำนาม มักสื่อว่าสิ่งนั้นมีคุณค่าหรือเสี่ยงจะสูญเสีย เช่น hold on to hope, a belief หรือ a job ต้องคงคำว่า to ไว้หน้ากรรม
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีสามคำจากตัวอย่างซึ่งหมายถึงรักษาไว้ไม่ให้สูญเสีย: Even during the hardest week, she managed to ____ her sense of humor.
ดูคำตอบ
hold on to
โครงสร้าง How long it takes ... depends on ...
อนุประโยคทั้งหมด How long it takes to drive you crazy เป็นประธานของ depends โดยหมายถึงระยะเวลาที่การถูกแยกตัวต้องใช้ก่อนจะก่อให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็น wh-clause ที่ฝังอยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามตรง จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า it takes ไม่ใช่ does it take depends on แสดงว่าไม่มีระยะเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ How long it takes to do X depends on Y ซึ่งช่วยให้กล่าวถึงคำถามเรื่องระยะเวลาก่อน แล้วจึงระบุปัจจัยที่กำหนดคำตอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค how long เป็นประธานได้ถูกต้อง
- How long does it take to learn the route depends on how often you practice.
- How long takes it to learn the route depends on how often you practice.
- How long it takes to learn the route depends on how often you practice.
ดูคำตอบ
How long it takes to learn the route depends on how often you practice.
do ที่ใช้เน้นใน do lose
ในประโยคบอกเล่า do + กริยารูปพื้นฐานใช้เพิ่มน้ำหนัก โดย do lose หมายถึง “สูญเสียจริง ๆ” หรือ “สูญเสียอย่างแน่นอน” do ตรงนี้ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม แต่ใช้ยืนยันว่าเหตุการณ์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง หลัง do ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน lose ไม่ใช่ loses หรือ lost ในประโยคนี้ การเน้นดังกล่าวยอมรับก่อนว่าผลลัพธ์ที่รุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้จริง แล้วจึงบอกว่าผู้คนก็มักจะฟื้นตัวด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันข้อความให้สมบูรณ์: "I ____ understand your concern, but I need more time."
ดูคำตอบ
do
สำนวน lose their grip on reality
Lose one's grip on reality เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการไม่สามารถตัดสินได้อย่างถูกต้องอีกต่อไปว่าอะไรเป็นความจริง มักเกี่ยวข้องกับความสับสนอย่างรุนแรง อาการหลงผิด หรือภาพหลอน คำว่า grip สื่อถึงการควบคุมทางจิตใจ ไม่ใช่แรงกำมือ คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนให้ตรงกับประธาน เช่น people lose their grip on reality, he loses his grip on reality และ I lose my grip on reality ในที่นี้สำนวนดังกล่าวหมายถึงการขาดการเชื่อมโยงกับความเป็นจริงอย่างรุนแรง ไม่ใช่ความผิดพลาดทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย lose one's grip on reality โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับ he: "After several sleepless nights, he began to ____."
ดูคำตอบ
lose his grip on reality