ความหมายที่แท้จริงของคำว่า "Orwellian" - Noah Tavlin: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่า Orwellian ไม่ได้หมายถึงเพียง “เผด็จการ” โดยใช้ 1984 และตัวอย่างจากสังคมประชาธิปไตยเพื่อแสดงให้เห็นว่า ภาษาที่หลอกลวง จำกัดความคิด และเต็มไปด้วยถ้อยคำสำเร็จรูป สามารถบิดเบือนความจริง ชี้นำพฤติกรรม และบั่นทอนการคิดอย่างเป็นอิสระได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. not only fails to / it actually risks doing — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่าโครงสร้างคู่นี้ช่วยยกระดับน้ำหนักของเหตุผลอย่างไร ตั้งแต่บอกว่าการกระทำหนึ่งไม่บรรลุเป้าหมาย ไปจนถึงเตือนว่าการกระทำนั้นอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ตั้งใจจะป้องกันเสียเอง และนำไปใช้วิจารณ์อย่างแม่นยำและหนักแน่นในการพูดหรือเขียนเชิงวิเคราะห์ 2. doublespeak, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักคำสำคัญที่หมายถึงภาษาซึ่งมีไว้เพื่อปกปิด บิดเบือน หรือทำลายความหมายแทนที่จะสื่อความหมาย และใช้แนวคิดนี้อธิบายได้ว่าเหตุใดคำเลี่ยงและชื่อทางการที่ฟังดูน่าไว้วางใจจึงอาจเป็น Orwellian โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงเพียงอำนาจเผด็จการ 3. get away with not thinking too deeply — กริยาวลี: เรียนรู้ว่า get away with + gerund ใช้บอกว่าบุคคลหลีกเลี่ยงผลตามมาหรือคำวิจารณ์จากการกระทำได้ และเข้าใจว่าในที่นี้วลีดังกล่าววิจารณ์การพึ่งพาคำตอบสำเร็จรูปเพื่อเลี่ยงการคิดอย่างรอบคอบและการตรวจสอบสมมติฐานของตนเอง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
chances are: บอกว่าบางสิ่งมีแนวโน้มสูงมาก
chances are + อนุประโยค หมายถึง “มีความเป็นไปได้สูงมากว่า...” ในประโยคนี้ วลีนี้นำเสนอการคาดเดาของผู้พูดว่าผู้ฟังน่าจะเคยได้ยินคำดังกล่าวแล้ว ไม่ได้หมายถึงโอกาสในความหมายของ opportunity คำว่า that ซึ่งใส่หรือไม่ก็ได้มักถูกละไว้: Chances are you've heard it. วลีนี้แสดงความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่ยืนยันอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตายตัวในบทเรียนนี้ที่ขึ้นต้นด้วย chances และหมายถึง “มีความเป็นไปได้สูงมาก”: You follow the team closely, so ____ you've already heard the news.
ดูคำตอบ
chances are
thrown around: ใช้คำอย่างไม่ระมัดระวังหรือซ้ำ ๆ
ในที่นี้ thrown around เป็นรูป past participle ของ throw around และหมายถึง “ถูกใช้อย่างไม่ระมัดระวังหรือซ้ำ ๆ” โดยเฉพาะกับคำ ป้ายกำกับ หรือข้อกล่าวหา วลีนี้อาจสื่อว่าผู้คนใช้คำนั้นโดยไม่ได้ให้คำนิยามอย่างรอบคอบ ใน “you've heard the term Orwellian thrown around” โครงสร้าง hear + กรรม + past participle แสดงว่าคุณเคยได้ยินคนอื่นใช้คำนั้น ไม่ได้มีการโยนสิ่งของจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ throw around ในความหมายว่า “ใช้ป้ายกำกับอย่างไม่ระมัดระวังหรือซ้ำ ๆ”?
- Commentators throw around the label without explaining what it means.
- She threw a blanket around her shoulders.
- The children throw a ball around after school.
ดูคำตอบ
Commentators throw around the label without explaining what it means.
But have you ever stopped to think about what it really means โน้ต
0:14แต่คุณเคยหยุดคิดไหมว่าจริงๆ แล้วมันหมายถึงอะไร
what it really means: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแบบฝัง
what it really means เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝัง อนุประโยคทั้งหมดอยู่หลังคำบุพบท about และระบุสิ่งที่กำลังถูกนำมาพิจารณา ภายในคำถามแบบฝัง ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา จึงใช้ what it really means ไม่ใช่ what does it really mean ส่วนลำดับคำแบบหลังใช้ในคำถามตรงที่เป็นประโยคเดี่ยว What does it really mean?
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำถูกต้องสำหรับคำถามแบบฝังหลัง explain
- Could you explain what really means this sign?
- Could you explain what this sign really means?
- Could you explain what does this sign really mean?
ดูคำตอบ
Could you explain what this sign really means?
stopped to think about: หยุดเพื่อคิดทบทวน
stopped to think about หมายถึงหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ชั่วคราวเพื่อพิจารณาเรื่องหนึ่งอย่างรอบคอบ ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อชวนผู้ฟังให้คิดถึงความหมายของสำนวนหนึ่งและเหตุผลที่สำนวนนั้นถูกใช้บ่อย โครงสร้างคือ stop + to-infinitive: หยุดกิจกรรมหนึ่งเพื่อเริ่มอีกกิจกรรมหนึ่ง ใน stopped to think about การคิดคือสิ่งที่จะทำต่อ ไม่ใช่สิ่งที่หยุดทำ
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่มีความหมายว่า “หยุดเพื่อพิจารณา” ในประโยคนี้: Before you reject the offer, ______ whether it could help your team.
- stop to think about
- avoid thinking about
- stop thinking about
ดูคำตอบ
stop to think about
The term was named after British author Eric Blair, วลี
0:20คำนี้ถูกตั้งตามชื่อนักเขียนชาวอังกฤษ เอริก แบลร์
was named after: ระบุที่มาของชื่อ
ในโครงสร้าง be named after someone or something ประธานจะได้รับชื่อที่นำมาจากบุคคลหรือสิ่งนั้น หรือเลือกชื่อนั้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลหรือสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ชื่อของคำดังกล่าวมีที่มาจาก Eric Blair after เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว named after ไม่ได้หมายความว่าการตั้งชื่อเกิดขึ้นภายหลังตามลำดับเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าสวนสาธารณะแห่งใหม่ได้ชื่อตามผู้ก่อตั้งเมือง
- The new park was named the town's founder.
- The new park was named after the town's founder.
- The new park was named by the town's founder.
ดูคำตอบ
The new park was named after the town's founder.
known by his pen name George Orwell. การใช้คำ
0:23ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามปากกาว่า จอร์จ ออร์เวลล์
pen name: ชื่อที่นักเขียนใช้ตีพิมพ์ผลงาน
pen name คือชื่อที่นักเขียนใช้เมื่อตีพิมพ์ผลงานแทนชื่อจริงหรือชื่อตามกฎหมาย ในประโยคนี้ George Orwell คือ pen name ที่ Eric Blair ใช้ pen ในคำนามประสมนี้เกี่ยวข้องกับการเขียน ดังนั้น pen name จึงไม่ได้หมายถึงชื่อที่ตั้งให้เครื่องเขียนตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
นักเขียนนวนิยายคนหนึ่งตีพิมพ์หนังสือด้วยชื่อที่ต่างจากชื่อจริง ชื่อนั้นเรียกว่าอะไร
- a pen name
- a maiden name
- a stage name
ดูคำตอบ
a pen name
depicts an oppressive society under a totalitarian government, การใช้คำ
0:30พรรณนาถึงสังคมที่ถูกกดขี่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการเบ็ดเสร็จ
under a totalitarian government: อำนาจและการควบคุม
ในที่นี้ under หมายถึง “อยู่ภายใต้อำนาจหรือการควบคุมของ” ไม่ใช่ “อยู่ข้างใต้” ในเชิงตำแหน่ง สังคมนี้อยู่ในระบบที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลเผด็จการเบ็ดเสร็จ รูปแบบนี้มักใช้กับผู้มีอำนาจและระบบการปกครอง เช่น under a government, under a regime และ under military rule โดยบอกว่าใครหรือสิ่งใดมีอำนาจเหนือสถานที่หรือกลุ่มคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่แสดงการควบคุมทางการเมือง: The country remained ____ military rule for ten years.
ดูคำตอบ
under
Orwellian is often used simply to mean authoritarian. วลี
0:34คำว่าออร์เวลเลียนจึงมักถูกนำมาใช้ในความหมายง่ายๆ ว่าอำนาจนิยม
used simply to mean: อธิบายว่าคำหรือสำนวนถูกใช้ในความหมายใด
be used to mean ใช้เกริ่นถึงความหมายที่ผู้คนกำหนดให้กับคำ ป้ายกำกับ หรือสัญลักษณ์ ในประโยคนี้ Orwellian คือคำที่ถูกนำมาใช้ และ authoritarian คือความหมายที่ผู้คนให้กับคำนั้น simply ในที่นี้หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ซึ่งสื่อว่าการลดความหมายของ Orwellian ให้เหลือเพียง authoritarian อาจทำให้ความหมายที่กว้างกว่าของคำนี้หายไปบางส่วน วลีนี้เป็นโครงสร้างกรรมวาจก ไม่ใช่โครงสร้าง used to ที่บอกนิสัยหรือสภาวะในอดีต
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยค แล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยสังเกตความต่างระหว่าง is used to mean กับ used to mean
- This symbol is used to mean danger.
- This symbol used to mean danger.
- This symbol usually means danger.
ดูคำตอบ
This symbol is used to mean danger.
using the term in this way: การย้อนอ้างถึงวิธีใช้ที่กล่าวมาก่อน
ในประโยคนี้ using the term in this way เป็นวลี gerund ที่รวบการกระทำซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้าให้ทำหน้าที่เป็นประธานของคำวิจารณ์ที่จะตามมา ผู้พูดจึงประเมินการกระทำนั้นได้โดยไม่ต้องพูดคำอธิบายเดิมซ้ำทั้งหมด ที่นี่ this way ชี้เฉพาะถึงการใช้ Orwellian ให้หมายถึง authoritarian แบบง่าย ๆ ไม่ได้หมายถึงการใช้คำนี้ทุกรูปแบบ ส่วน But ที่ต้นประโยคเปลี่ยนทิศทางการให้เหตุผลจากการบอกเล่าการใช้ที่พบได้ทั่วไปไปสู่การตั้งคำถามกับการใช้นั้น
แบบฝึกหัด
ในข้อความนี้ this way หมายถึงอะไรโดยเฉพาะ
- การเขียนคำนี้แทนการพูดออกเสียง
- การใช้ภาษาการเมืองทุกรูปแบบที่เป็นไปได้
- การใช้ Orwellian ให้หมายถึง authoritarian แบบง่าย ๆ
ดูคำตอบ
การใช้ Orwellian ให้หมายถึง authoritarian แบบง่าย ๆ
it actually risks doing precisely what he tried to warn against. วลี
0:44แต่มันกลับมีความเสี่ยงที่จะทำในสิ่งที่เขากำลังพยายามเตือนเอาไว้พอดี
not only fails to ... it actually risks doing: การยกระดับน้ำหนักของคำวิจารณ์
ประโยคนี้ทำให้น้ำหนักของคำวิจารณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ not only fails to ... เสนอปัญหาแรกที่เบากว่า คือการใช้แบบนี้ไม่สามารถสื่อสารสารของ Orwell ได้อย่างครบถ้วน ส่วน it actually risks doing ... เพิ่มอันตรายที่ร้ายแรงและน่าประหลาดใจกว่า คือการใช้นี้อาจทำสิ่งที่ Orwell เตือนไว้เสียเอง นี่ไม่ใช่การแจกแจงสองเรื่องแบบเป็นกลาง actually เน้นว่าระดับความร้ายแรงเพิ่มขึ้น ส่วน it ย้อนอ้างถึง using the term in this way การกล่าวประธานซ้ำในอนุประโยคที่สองทำให้ประเด็นที่แรงกว่าปรากฏเป็นข้อยืนยันใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเพิ่มน้ำหนักจากผลที่ไม่สำเร็จไปสู่ความเสี่ยงที่ร้ายแรงกว่าได้ดีที่สุด
- The shortcut not only fails to save time; it actually risks causing more delays.
- The shortcut not only saves time; it actually avoids more delays.
- The shortcut fails to save time, and the meeting starts at nine.
ดูคำตอบ
The shortcut not only fails to save time; it actually risks causing more delays.
warn against: เตือนให้หลีกเลี่ยงบางสิ่ง
warn against หมายถึงการเตือนว่าการกระทำ แนวปฏิบัติ หรือทางเลือกหนึ่งมีความเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยง โครงสร้างที่พบบ่อยคือ warn against + คำนามหรือ V-ing และ warn someone against + V-ing ใน what he tried to warn against คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่” และเป็นกรรมของ against แม้จะอยู่ต้นอนุประโยค วลีนี้หมายถึงสิ่งที่เขาพยายามบอกให้ผู้คนหลีกเลี่ยง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ warn against: Yesterday, the guide ____ hiking alone after dark.
ดูคำตอบ
warned against
Orwell was indeed opposed to all forms of tyranny, วลี
0:49แท้จริงแล้วออร์เวลล์ต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ
opposed to all forms of tyranny: แสดงจุดยืนคัดค้าน
be opposed to หมายถึงการมีจุดยืนต่อต้านแนวคิด ระบบ หรือการกระทำอย่างหนึ่ง ในประโยคนี้หมายความว่าออร์เวลล์ปฏิเสธทรราชทุกชนิด ส่วน all forms ทำให้ขอบเขตครอบคลุมทุกรูปแบบ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปกครองแบบกดขี่ชนิดเดียว ในโครงสร้างคำคุณศัพท์นี้ opposed บอกจุดยืนของบุคคลหรือกลุ่ม และ to นำหน้าสิ่งที่ถูกคัดค้าน เนื่องจาก to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป V-ing ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันของ be opposed to และรูปที่ถูกต้องของคำกริยาในวงเล็บ: The neighbors ____ a parking garage beside the park. (build)
ดูคำตอบ
are opposed to building
spending much of his life fighting against anti-democratic forces วลี
0:53เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับการต่อสู้กับกองกำลังที่ต่อต้านประชาธิปไตย
fighting against anti-democratic forces: ระบุฝ่ายที่ต่อต้าน
fight against + คำนาม ใช้ระบุบุคคล กลุ่ม ระบบ หรือปัญหาที่ถูกต่อต้าน ในที่นี้ anti-democratic forces คือกลุ่มหรือขบวนการที่ดำเนินการขัดต่อการปกครองหรือหลักการประชาธิปไตย against แสดงว่ากลุ่มเหล่านี้เป็นฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่พันธมิตร ส่วน fight ใช้กล่าวถึงการต่อต้านทางการเมืองหรือสังคมได้ จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการต่อสู้ทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าองค์กรนี้ต่อต้านการเซ็นเซอร์
- The organization is fighting alongside supporters of censorship.
- The organization is fighting for censorship.
- The organization is fighting against censorship.
ดูคำตอบ
The organization is fighting against censorship.
the left-wing and the right: สองฝ่ายทางการเมือง
ในภาษาการเมือง the left และ the right คือสองฝ่ายใหญ่ในสเปกตรัมทางการเมือง วลี the left-wing and the right ก็หมายถึงสองฝ่ายเดียวกันนี้ แนวคิดที่เชื่อมโยงกับแต่ละคำเรียกอาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ยุคสมัย และประเด็น both ... and ... รวมทั้งสองฝ่ายไว้ด้วยกัน ในที่นี้ right หมายถึงฝ่ายขวาทางการเมือง ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” หรือด้านขวาของสถานที่
แบบฝึกหัด
ในบริบททางการเมืองนี้ the left-wing and the right หมายถึงอะไร
- ฝ่ายที่ถูกต้องและฝ่ายที่ผิด
- ด้านจริง ๆ ของห้อง
- สองฝ่ายใหญ่ทางการเมือง
ดูคำตอบ
สองฝ่ายใหญ่ทางการเมือง
But he was also deeply concerned with how such ideologies proliferate. โน้ต
1:00แต่เขาก็ยังมีความกังวลอย่างลึกซึ้งว่าอุดมการณ์เช่นนั้นแพร่กระจายไปได้อย่างไร
deeply concerned with how: สนใจอย่างจริงจังว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร
be concerned with how ... หมายถึงการให้ความสนใจอย่างจริงจังกับวิธีหรือกลไกที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น คำบุพบท with นำเข้าสู่หัวข้อที่สนใจ ส่วน how นำเข้าสู่กระบวนการที่กำลังพิจารณา คำว่า deeply เพิ่มระดับความสนใจนั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการแพร่ขยายของอุดมการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เขาศึกษาหรือครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้แปลว่าเขารู้สึกวิตกกังวลเป็นการส่วนตัวเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่างานวิจัยกำลังศึกษากลไกที่ทำให้เรื่องเท็จแพร่กระจาย?
- The study worries with how false stories spread online.
- The study is concerned about the harm caused by false stories.
- The study is concerned with how false stories spread online.
ดูคำตอบ
The study is concerned with how false stories spread online.
ideologies proliferate: อุดมการณ์เพิ่มจำนวนและแพร่ไปในวงกว้าง
ใน ideologies proliferate คำนามพหูพจน์ ideologies เป็นประธาน ส่วน proliferate หมายถึงเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและแพร่ไปในวงกว้างขึ้น คำกริยานี้นำเสนอว่าอุดมการณ์เหล่านั้นเพิ่มจำนวนหรือแพร่หลายขึ้นเอง โดยไม่ได้ระบุผู้กระทำจากภายนอกที่นำไปเผยแพร่ proliferate เป็นทางการและมีน้ำหนักมากกว่า grow มักใช้ในการวิเคราะห์ด้านการเมือง สังคม วิทยาศาสตร์ และวิชาการ เมื่อการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วหรือการแพร่กระจายในวงกว้างเป็นประเด็นสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาอกรรมแบบเป็นทางการที่หมายถึง “เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและแพร่ไปในวงกว้าง”: During a crisis, false rumors can ____ across social media.
ดูคำตอบ
proliferate
one of his most profound insights: การนำเสนอประเด็นสำคัญ
one of his most profound insights เลือกข้อคิดหนึ่งจากข้อคิดหลายข้อและเน้นว่าข้อนั้นลึกซึ้งเป็นพิเศษ โครงสร้างคือ one of + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ ดังนั้น insights จึงเป็นรูปพหูพจน์ แม้ว่าทั้งวลีจะหมายถึงข้อคิดเพียงข้อเดียว ในการอธิบาย คำนามวลีนี้ช่วยดึงความสนใจไปยังประเด็นสำคัญ จากนั้นกริยาเอกพจน์ was จะนำเข้าสู่เนื้อหาของข้อคิดนั้น และบอกผู้ฟังว่าประเด็นหลักกำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้อย่างถูกต้องเพื่อนำเสนอแนวคิดสำคัญ
- One of her most important discovery was that the treatment worked.
- One of her most important discoveries was that the treatment worked.
- Her one of the most important discoveries was that the treatment worked.
ดูคำตอบ
One of her most important discoveries was that the treatment worked.
language plays in shaping: การใช้โครงสร้าง role
ในบริบทนี้ language plays in shaping ... ต้องการสื่อถึงผลที่ภาษามีต่อการก่อตัวของความคิดและความคิดเห็น plays ไม่ได้หมายถึง “เล่น” แต่ในโครงสร้างมาตรฐาน the role that X plays in V-ing หมายถึงบทบาทหรืออิทธิพลของ X ในกระบวนการหนึ่ง เนื่องจาก in เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing เช่น in shaping รูปประโยคที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติคือ the role that language plays in shaping our thoughts and opinions
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อถึงบทบาทของการนอนหลับในการพัฒนาความจำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The role that sleep plays in improve memory is well documented.
- The role that sleep plays in improving memory is well documented.
- The importance that sleep plays in improving memory is well documented.
ดูคำตอบ
The role that sleep plays in improving memory is well documented.
shaping our thoughts and opinions: shape ในความหมายของอิทธิพลเชิงนามธรรม
ในที่นี้ shape เป็นคำกริยาที่หมายถึงมีอิทธิพลต่อวิธีที่บางสิ่งพัฒนาหรือก่อตัวขึ้น ความคิดและความคิดเห็นถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ก่อตัว ดังนั้น shaping them จึงหมายถึงการมีส่วนกำหนดว่าผู้คนคิดอะไรและคิดอย่างไร นี่คือความหมายเชิงนามธรรมของ shape ไม่ใช่ความหมายทางกายภาพที่หมายถึงการทำให้วัตถุมีรูปร่าง มักสื่อถึงอิทธิพลที่สะสมอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการควบคุมโดยทันทีหรือทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ shape ในความหมายว่า “มีอิทธิพลต่อวิธีที่บางสิ่งพัฒนาขึ้น”
- Family stories can shape how children see their past.
- Family stories can shape into how children see their past.
- Family stories can sketch how children see their past.
ดูคำตอบ
Family stories can shape how children see their past.
controls its people's actions and speech: speech ที่หมายถึงการแสดงออกโดยทั่วไป
คำกริยา controls มีกรรมที่เชื่อมคู่กันสองส่วน ได้แก่ its people's actions และ speech ประโยคนี้บอกว่ารัฐบาลจำกัดทั้งสิ่งที่ประชาชนทำและสิ่งที่พวกเขาสามารถหรือได้รับอนุญาตให้พูด ในที่นี้ speech เป็นคำนามนามธรรมที่นับไม่ได้ หมายถึงการแสดงออกด้วยคำพูดของผู้คนโดยทั่วไป ไม่ใช่สุนทรพจน์อย่างเป็นทางการหนึ่งครั้ง วลีแสดงความเป็นเจ้าของ its people's มีความหมายเท่ากับ of its people ใน the actions and speech of its people
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ speech เพื่อหมายถึงการแสดงออกของผู้คนโดยทั่วไป ไม่ใช่สุนทรพจน์อย่างเป็นทางการหนึ่งครั้ง
- The mayor gave a speech about the new rule.
- The school scheduled three speeches for Friday.
- The rule limits residents' actions and speech.
ดูคำตอบ
The rule limits residents' actions and speech.
Their every move and word is watched and heard. วลี
1:22ทุกการเคลื่อนไหวและคำพูดของพวกเขาถูกจับตามองและรับฟัง
every move and word is watched and heard: การเฝ้าติดตามอย่างทั่วถึง
ในประโยคนี้ every ขยายทั้ง move และ word จึงครอบคลุมการกระทำทั้งหมดของคนคนหนึ่งและทุกสิ่งที่คนนั้นพูด ในที่นี้ move หมายถึงการกระทำหรือพฤติกรรม ไม่ได้หมายถึงเพียงการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โครงสร้างกรรมวาจก is watched and heard ที่ใช้ร่วมกันแสดงการเฝ้าติดตามสองแบบที่สอดคล้องกัน คือเฝ้าดูการกระทำและรับฟังคำพูด Every ทำให้การเฝ้าติดตามดูครอบคลุมทั้งหมด ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดหลุดพ้นจากการสังเกต
แบบฝึกหัด
ข้อความใดถอดความส่วนที่เน้นได้ตรงความหมายที่สุด
- การกระทำและคำพูดทั้งหมดของพวกเขาถูกเฝ้าติดตาม
- พวกเขากำลังถูกสอนให้เคลื่อนไหวและพูดอย่างระมัดระวัง
- มีการบันทึกเฉพาะถ้อยแถลงต่อสาธารณะของพวกเขา
ดูคำตอบ
การกระทำและคำพูดทั้งหมดของพวกเขาถูกเฝ้าติดตาม
step out of line: ฝ่าฝืนกฎหรือขัดคำสั่งผู้มีอำนาจ
Step out of line เป็นสำนวน หมายถึงการฝ่าฝืนกฎที่คาดให้ปฏิบัติ ก้าวพ้นขอบเขตที่ยอมรับได้ หรือขัดคำสั่งผู้มีอำนาจ ในประโยคนี้ สำนวนนี้หมายถึงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การลงโทษ line เป็นขอบเขตเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่เส้นบนพื้นหรือแถวคน ภาพเปรียบเทียบนี้มองว่าการประพฤติตัวอย่างถูกต้องคือการอยู่ในเส้นทางที่ได้รับอนุญาต จึงใช้ได้เป็นธรรมชาติเป็นพิเศษในสถานการณ์ที่เน้นวินัยและการควบคุม
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายด้วย step out of line มากที่สุด
- ลูกค้าคนหนึ่งเดินแซงคนอื่นในแถวชำระเงิน
- ผู้มาเยือนบังเอิญก้าวข้ามเส้นที่ทาสีไว้บนพื้น
- พนักงานคนหนึ่งถูกลงโทษเพราะปฏิเสธคำสั่งที่ทุกคนต้องทำตามอย่างเปิดเผย
ดูคำตอบ
พนักงานคนหนึ่งถูกลงโทษเพราะปฏิเสธคำสั่งที่ทุกคนต้องทำตามอย่างเปิดเผย
always looming overhead: ภัยคุกคามที่ไม่เคยรู้สึกว่าอยู่ไกล
ในที่นี้ always looming overhead เปรียบภัยคุกคามเหมือนวัตถุขนาดใหญ่และมืดที่แขวนอยู่เหนือผู้คน หมายความว่าภัยนั้นยังคงอยู่ตลอดและอาจก่ออันตรายได้ทุกเมื่อ loom มักใช้กับเรื่องน่ากังวลที่ดูเหมือนใกล้เข้ามาหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ overhead ช่วยเน้นภาพของแรงกดดันจากด้านบน สำนวนนี้เป็นภาษาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งของอยู่ในอากาศจริง ๆ
แบบฝึกหัด
always looming overhead ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ภัยคุกคามยังคงอยู่ตลอดและอาจก่ออันตรายได้ทุกเมื่อ
- มีวัตถุจริงแขวนอยู่กับเพดานโดยตรง
- ภัยคุกคามสิ้นสุดแล้วและไม่ส่งผลต่อใครอีก
ดูคำตอบ
ภัยคุกคามยังคงอยู่ตลอดและอาจก่ออันตรายได้ทุกเมื่อ
The population is inundated with a constant barrage of propaganda สำนวน
1:36ประชาชนถูกถาโถมด้วยการโฆษณาชวนเชื่ออย่างต่อเนื่อง
is inundated with a constant barrage of propaganda: ข้อมูลถาโถมซ้ำ ๆ จนรับไม่ไหว
Is inundated with เปรียบประชาชนเหมือนถูกน้ำท่วมด้วยโฆษณาชวนเชื่อที่มีมากเกินกว่าจะรับไหวได้ง่าย ๆ ส่วน a constant barrage of เพิ่มอีกภาพหนึ่ง คือโฆษณาชวนเชื่อถาโถมเข้ามาซ้ำ ๆ และรุนแรงเหมือนการยิงอย่างต่อเนื่อง เมื่อใช้ร่วมกัน อุปมาทั้งสองมีความหมายแรงกว่า receive a lot of มาก โดยเน้นปริมาณที่มากจนรับไม่ไหว การเกิดซ้ำไม่หยุด และความรู้สึกว่าผู้รับสารหลบหนีจากข้อความเหล่านี้ได้ยาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อความจำนวนมากถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนรับมือแทบไม่ไหว
- After the announcement, the office was protected from every message.
- After the announcement, the office received a single routine message.
- After the announcement, the office was inundated with a constant barrage of messages.
ดูคำตอบ
After the announcement, the office was inundated with a constant barrage of messages.
made up of historical facts and statistics กริยาวลี
1:41ซึ่งประกอบขึ้นจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และสถิติ
made up of: แสดงส่วนต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นสิ่งหนึ่ง
made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” หรือ “เกิดจาก” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเข้าส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นภาพรวม ได้แก่ historical facts และ statistics รูปแบบทั่วไปคือ “สิ่งที่เป็นภาพรวม + be + made up of + ส่วนประกอบ” โดยรูปของ be จะเปลี่ยนตามกาลและประธาน: The group is made up of five people; the groups were made up of volunteers.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ประกอบด้วย”: The committee is ____ teachers, parents, and students.
ดูคำตอบ
made up of
manufactured: ข้อมูลที่ถูกปลอมแปลงขึ้นโดยเจตนา
โดยทั่วไป manufactured หมายถึงสิ่งที่ถูกผลิตขึ้น แต่เมื่อใช้กับ facts และ statistics คำนี้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบและเชิงวิจารณ์ โดยสื่อว่าข้อมูลถูกสร้างหรือปลอมแปลงขึ้นอย่างจงใจ และภาพของการผลิตแบบอุตสาหกรรมทำให้การหลอกลวงดูเป็นระบบ ในที่นี้ manufactured เป็นกริยาช่องที่สามที่ทำหน้าที่ขยาย historical facts and statistics วลีนี้สามารถขยายเป็น historical facts and statistics that were manufactured in the Ministry of Truth ได้
แบบฝึกหัด
ใน “facts and statistics manufactured in the Ministry of Truth” คำว่า manufactured สื่อความหมายอย่างไร
- ข้อเท็จจริงและสถิติเหล่านั้นเพียงถูกพิมพ์ในโรงงานโดยไม่มีการแก้ไขเนื้อหา
- ข้อเท็จจริงและสถิติเหล่านั้นได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดและยืนยันว่าถูกต้อง
- ข้อเท็จจริงและสถิติเหล่านั้นถูกสร้างหรือปลอมแปลงขึ้นโดยเจตนา
ดูคำตอบ
ข้อเท็จจริงและสถิติเหล่านั้นถูกสร้างหรือปลอมแปลงขึ้นโดยเจตนา
the Ministry of Truth: ชื่อเชิงประชดใน 1984
the Ministry of Truth เป็นหน่วยงานรัฐบาลสมมติในนวนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ แทนที่จะปกป้องความจริง หน่วยงานนี้กลับเขียนบันทึกขึ้นใหม่และสร้างเรื่องราวฉบับทางการของระบอบปกครอง ดังนั้นชื่อนี้จึงมีความย้อนแย้งเชิงประชด: Truth สื่อถึงภาพลักษณ์ที่หน่วยงานอ้างว่าตนเป็น ไม่ใช่งานที่ทำจริง ในประโยคนี้ manufactured บอกเป็นนัยว่าข้อมูลจากกระทรวงถูกสร้างหรือปลอมแปลงขึ้นโดยเจตนา
แบบฝึกหัด
ชื่อ the Ministry of Truth สื่อความหมายใดในประโยคนี้
- ภาควิชาในมหาวิทยาลัยที่ศึกษาตรรกศาสตร์
- หน่วยงานที่ปกป้องสื่อมวลชนอิสระ
- หน่วยงานที่มีชื่อเชิงประชดและสร้างรวมทั้งเขียนข้อเท็จจริงทางการขึ้นใหม่
ดูคำตอบ
หน่วยงานที่มีชื่อเชิงประชดและสร้างรวมทั้งเขียนข้อเท็จจริงทางการขึ้นใหม่
The Ministry of Peace is the military: ใช้ Peace เป็นฉลากให้อำนาจทหาร
ประโยคนี้ระบุว่า Ministry of Peace ซึ่งเป็นหน่วยงานสมมติก็คือระบบทหารที่รับผิดชอบเรื่องสงคราม คำเชิงบวกอย่าง Peace ขัดแย้งกับหน้าที่จริงของหน่วยงาน ความไม่สอดคล้องนี้เป็นการใช้ภาษาทางการเมืองโดยเจตนา ชื่อที่ฟังแล้วอุ่นใจทำให้อำนาจทางทหารและความรุนแรงดูเหมือนเป็นเรื่องสันติ การกลับความหมายเช่นนี้เป็นลักษณะสำคัญของการตั้งชื่อแบบออร์เวลล์
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายความย้อนแย้งในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- ฝ่ายทหารถูกแทนที่ด้วยผู้เจรจาสันติภาพแล้ว
- กระทรวงกับฝ่ายทหารไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
- คำว่า Peace ให้ชื่อที่ฟังแล้วอุ่นใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
ดูคำตอบ
คำว่า Peace ให้ชื่อที่ฟังแล้วอุ่นใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสงคราม
“Joycamps”: ชื่อที่ฟังดูรื่นเริงซึ่งใช้ปกปิดค่ายแรงงาน
“Joycamps” เป็นชื่อสมมติที่ผสมคำว่า joy (“ความสุข”) กับ camps (“ค่าย”) ในประโยคนี้ คำดังกล่าวไม่ได้หมายถึงค่ายสันทนาการที่สนุกสนาน แต่เป็นชื่อที่ฟังดูดีซึ่งใช้เรียกค่ายแรงงาน ชื่อเชิงบวกนี้ขัดกับการบังคับและความทุกข์ที่เกี่ยวข้องกับค่ายแรงงาน ความไม่สอดคล้องนี้ทำให้ชื่อดังกล่าวเป็นคำเลี่ยงเชิงประชด ผู้มีอำนาจเปลี่ยนชื่อความจริงอันโหดร้ายให้ฟังดูไม่เป็นภัยหรือน่าปรารถนา
แบบฝึกหัด
ชื่อ “Joycamps” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ชื่อนี้บรรยายค่ายสันทนาการที่สนุกสนานอย่างตรงไปตรงมา
- ชื่อนี้บอกว่าคนงานสามารถเลือกวันหยุดตั้งแคมป์แบบได้รับค่าจ้างได้
- ชื่อนี้ตั้งชื่อที่ฟังดูดีให้ค่ายแรงงานเพื่อปกปิดความจริงอันโหดร้าย
ดูคำตอบ
ชื่อนี้ตั้งชื่อที่ฟังดูดีให้ค่ายแรงงานเพื่อปกปิดความจริงอันโหดร้าย
Ministry of Love: ชื่อที่ฟังดูอบอุ่นซึ่งปกปิดการคุมขังและการทรมาน
Ministry of Love เป็นหน่วยงานรัฐบาลในเรื่องแต่ง ประโยคนี้แสดงหน้าที่จริงของหน่วยงานดังกล่าวว่าเป็นการคุมขังและทำร้ายนักโทษการเมือง ไม่ใช่การดูแลพวกเขา คำว่า Love ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับการกระทำเหล่านั้น ชื่อนี้จึงมีทั้งความประชดและการเลี่ยงความจริง โดยแสดงให้เห็นว่าผู้มีอำนาจสามารถใช้ภาษาที่เป็นบวกเพื่อปกปิดความรุนแรงได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ชื่อ “Ministry of Love” สร้างผลอย่างไรในประโยคนี้?
- ชื่อนี้นำเสนอกระทรวงว่าเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือนักโทษ
- ชื่อนี้แสดงว่านักโทษการเมืองได้รับการปกป้องจากความรุนแรง
- ชื่อนี้ใช้ชื่อที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเพื่อปกปิดการคุมขังและการทรมาน
ดูคำตอบ
ชื่อนี้ใช้ชื่อที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเพื่อปกปิดการคุมขังและการทรมาน
This deliberate irony is an example of doublespeak, โน้ต
1:59ความตลกร้ายโดยเจตนานนี้คือตัวอย่างของการพูดสองนัย
deliberate irony: ความขัดแย้งโดยเจตนาระหว่างถ้อยคำกับความจริง
ในประโยคนี้ deliberate irony หมายถึงความไม่สอดคล้องที่สร้างขึ้นโดยเจตนาระหว่างสิ่งที่ถ้อยคำดูเหมือนจะสื่อกับสิ่งที่ความเป็นจริงแสดงให้เห็น คำคุณศัพท์ deliberate บอกว่าความไม่สอดคล้องนี้ถูกออกแบบไว้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ irony ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งที่ตลก แต่ชี้ให้เห็นความแตกต่างที่เปิดเผยปัญหา เช่น การตั้งชื่อเชิงบวกให้สถาบันที่สร้างความเสียหาย ทำให้ถ้อยคำกับความจริงชี้ไปคนละทาง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ deliberate irony
- พบข้อผิดพลาดในการพิมพ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญในรายงาน
- เล่ามุกที่มีความหมายตรงไปตรงมาทั้งหมด
- ตั้งชื่อหน่วยงานเซ็นเซอร์ว่า กระทรวงเสรีภาพในการแสดงออก
ดูคำตอบ
ตั้งชื่อหน่วยงานเซ็นเซอร์ว่า กระทรวงเสรีภาพในการแสดงออก
doublespeak: ภาษาที่ปกปิดหรือบิดเบือนความจริง
ในที่นี้ doublespeak หมายถึงการเลือกใช้ถ้อยคำที่ออกแบบมาเพื่อปกปิด ลดทอน บิดเบือน หรือแม้แต่กลับความหมายที่แท้จริง มักใช้คำคลุมเครือ คำเลี่ยง ศัพท์เฉพาะ หรือข้อความขัดแย้ง เพื่อทำให้สิ่งที่เป็นอันตรายหรือยอมรับไม่ได้ฟังดูเป็นกลางหรือเป็นบวก แนวคิดนี้กว้างกว่าการโกหกธรรมดา จุดสำคัญคือการชักนำความเข้าใจผ่านตัวถ้อยคำเอง คำนี้มักใช้วิจารณ์ภาษาทางการเมืองและระบบราชการ และมักเชื่อมโยงกับความกังวลแบบออร์เวลล์เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อควบคุมวิธีที่ผู้คนเข้าใจความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดง doublespeak ได้ดีที่สุด
- แก้ไขข้อกล่าวอ้างที่เป็นเท็จด้วยหลักฐานที่ชัดเจน
- บอกวันที่ผิดเพราะพิมพ์ผิด
- เรียกการเสียชีวิตของพลเรือนว่า 'collateral damage' เพื่อให้ฟังดูสะเทือนใจน้อยลง
ดูคำตอบ
เรียกการเสียชีวิตของพลเรือนว่า 'collateral damage' เพื่อให้ฟังดูสะเทือนใจน้อยลง
corrupting the very ideas they refer to. กริยาวลี
2:07ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับแนวคิดที่พวกมันอ้างถึง
not to convey meaning, but to undermine it: ปฏิเสธจุดประสงค์หนึ่งและยืนยันอีกจุดประสงค์หนึ่ง
not to A, but to B ใช้เปรียบต่างจุดประสงค์สองอย่าง โดยปฏิเสธว่า A เป็นจุดประสงค์ แล้วเสนอ B ว่าเป็นจุดประสงค์จริงหรือจุดที่ต้องการเน้น ในประโยคนี้ปฏิเสธจุดประสงค์ convey meaning และเน้น undermine it ทั้งสองส่วนมีโครงสร้างขนานกัน คือ to convey และ to undermine ต่างใช้ to + กริยารูปพื้นฐาน it ย้อนกลับไปหา meaning ดังนั้น undermine it จึงหมายถึงทำให้ความหมายอ่อนลงหรือเสียหาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not to ... but to ... เพื่อสื่อว่าป้ายมีไว้เตือนผู้มาเยือน ไม่ใช่ตกแต่งห้อง: The sign was placed here ____ decorate the room, ____ warn visitors.
ดูคำตอบ
not to · but to
they refer to: สิ่งที่ถ้อยคำเหล่านั้นชี้ถึง
refer to ในที่นี้หมายถึงชี้ถึงหรือแทนแนวคิดหนึ่ง they ย้อนกลับไปหา words ในอนุประโยคขยาย กรรมที่เว้นไว้หลัง to คือ the very ideas จึงหมายถึงแนวคิดที่ถ้อยคำเหล่านั้นชี้ถึง ใน the ideas they refer to มีการละสรรพนามเชื่อม that และบุพบท to อยู่ท้ายอนุประโยคอย่างเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไป X refers to Y ใช้อธิบายว่าคำ ป้าย หรือสัญลักษณ์แทนอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ refer to ในความหมายเดียวกับคำบรรยาย คือชี้ถึงหรือแทนสิ่งหนึ่ง
- She referred the customer to a specialist.
- Please refer to the safety guide before operating the machine.
- In this chart, blue refers to completed tasks.
ดูคำตอบ
In this chart, blue refers to completed tasks.
to create the official dialect of Newspeak, วัฒนธรรม
2:16เพื่อสร้างภาษาพูดอย่างเป็นทางการที่เรียกว่า นิวสปีก (Newspeak)
goes even further: ยกระดับประเด็นถัดไปให้รุนแรงขึ้น
วลี goes even further แสดงว่าระดับของสิ่งที่กล่าวถึงรุนแรงหรือก้าวไปอีกขั้น วลีนี้บอกผู้ฟังว่ารายละเอียดถัดไปไม่ได้เป็นเพียงอีกตัวอย่างหนึ่ง แต่เป็นการควบคุมภาษาของระบอบที่ลึกหรือสุดโต่งยิ่งขึ้น ในที่นี้ further หมายถึงระดับหรือขอบเขต ไม่ใช่ระยะทางจริง even ช่วยเน้นการเพิ่มระดับ และอนุประโยค -ing ที่ตามมา คือ eliminating words... อธิบายว่าการควบคุมที่รุนแรงขึ้นนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
goes even further แสดงอะไรในประโยคนี้? The report notes careless bookkeeping and goes even further by alleging deliberate fraud.
- วลีนี้ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงเป็นประเด็นถัดไปที่รุนแรงและจริงจังยิ่งขึ้น
- วลีนี้แสดงว่ารายงานเปลี่ยนไปพูดหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- วลีนี้อธิบายว่ารายงานเคลื่อนที่ไปไกลขึ้นในเชิงระยะทางจริง
ดูคำตอบ
วลีนี้ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงเป็นประเด็นถัดไปที่รุนแรงและจริงจังยิ่งขึ้น
official dialect of Newspeak: ภาษาที่ถูกควบคุมในเรื่อง 1984
Newspeak เป็นภาษาสมมติที่พรรคผู้ปกครองสร้างขึ้นในนวนิยายเรื่อง 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ ภาษานี้ได้รับการออกแบบอย่างจงใจให้ลดจำนวนคำศัพท์ เพื่อจำกัดแนวคิดที่ผู้คนสามารถแสดงออกได้ง่าย และท้ายที่สุดคือจำกัดสิ่งที่พวกเขาสามารถคิดได้ คำว่า official dialect เน้นการควบคุมโดยสถาบัน กล่าวคือ Newspeak ถูกวางแผนและบังคับใช้โดยรัฐ ไม่ใช่กลุ่มคำสแลงใหม่หรือภาษาถิ่นที่พัฒนาขึ้นเองตามธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ในวลี official dialect of Newspeak คำว่า Newspeak หมายถึงอะไร?
- สำเนียงประจำภูมิภาคที่พัฒนาขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป
- ภาษาสมมติที่ได้รับการออกแบบอย่างเป็นทางการเพื่อจำกัดการแสดงออกและความคิด
- กลุ่มคำสแลงใหม่บนอินเทอร์เน็ตที่ใช้กันอย่างไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ
ภาษาสมมติที่ได้รับการออกแบบอย่างเป็นทางการเพื่อจำกัดการแสดงออกและความคิด
crudely limited collection of acronyms and simple concrete nouns: คลังคำที่หยาบและจำกัด
ในวลีคำนามนี้ crudely limited หมายถึงถูกจำกัดด้วยวิธีที่หยาบและไม่ประณีต สื่อทั้งว่าคลังคำมีขนาดเล็กและการจำกัดนั้นได้รับการออกแบบมาไม่ดี ส่วน collection of ใช้บอกว่าคลังคำที่ถูกลดทอนลงมีอะไรอยู่บ้าง acronyms คือคำย่อที่สร้างจากตัวอักษรแรกและมักออกเสียงเป็นคำหนึ่งคำ ส่วน simple concrete nouns คือคำนามรูปธรรมง่าย ๆ ที่เรียกคน สถานที่ วัตถุ หรือสสารที่รับรู้ได้โดยตรง เช่น dog, chair หรือ water ในที่นี้ concrete เป็นศัพท์ไวยากรณ์ที่ตรงข้ามกับ abstract ไม่ได้หมายถึง “ทำจากคอนกรีต” เมื่อรวมกันแล้ว วลีนี้สื่อถึงภาษาที่แทบไม่มีพื้นที่สำหรับรายละเอียดหรือแนวคิดเชิงนามธรรม
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความวลีที่เน้นไว้ได้ตรงที่สุด?
- คลังคำโดยละเอียดที่มีคำกริยาเฉพาะทางและแนวคิดเชิงนามธรรม
- คลังคำขนาดเล็กที่ออกแบบอย่างหยาบ ประกอบด้วยคำย่อและคำนามพื้นฐานสำหรับสิ่งที่รับรู้ได้
- รายการคำนามสำหรับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง
ดูคำตอบ
คลังคำขนาดเล็กที่ออกแบบอย่างหยาบ ประกอบด้วยคำย่อและคำนามพื้นฐานสำหรับสิ่งที่รับรู้ได้
complex enough to encourage: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive
โครงสร้าง adjective + enough + to-infinitive หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งมีระดับมากพอสำหรับการกระทำหรือผลลัพธ์ที่ตามมา complex enough to encourage หมายถึง “ซับซ้อนมากพอที่จะส่งเสริมหรือกระตุ้นบางสิ่ง” enough วางหลังคำคุณศัพท์ จึงใช้ complex enough ไม่ใช่ enough complex ในประโยคนี้ complex enough to encourage nuanced or critical thought ทั้งหมดขยาย words โครงสร้างนี้บอกว่าระดับหรือความสามารถเพียงพอ แต่ไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นจริงแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้ complex และ enough ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The topic is ____ to encourage a thoughtful debate.
ดูคำตอบ
complex enough
nuanced or critical thought: ความคิดที่ละเอียดอ่อนหรือมีวิจารณญาณ
nuanced thought คือการคิดที่มองเห็นความแตกต่างเล็ก ๆ หลายแง่มุม และข้อยกเว้น แทนที่จะลดเรื่องหนึ่งให้เหลือเพียงตัวเลือกสองขั้ว ส่วน critical thought คือการตรวจสอบข้อกล่าวอ้าง หลักฐาน และสมมติฐานก่อนตัดสิน ในที่นี้ or เชื่อมการคิดเชิงลึกสองแบบที่เกี่ยวข้องกัน critical ในวลีนี้หมายถึงการวิเคราะห์และตั้งคำถาม ไม่ได้หมายถึงร้ายแรงถึงขั้นวิกฤต และไม่ได้หมายถึงแค่การวิจารณ์ผู้อื่น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ nuanced or critical thought มากที่สุด
- ความคิดที่สนใจเฉพาะเหตุฉุกเฉินตรงหน้า
- การปฏิเสธทุกแนวคิดเพียงเพื่อแสดงท่าทีเชิงลบ
- ความคิดที่สังเกตความแตกต่างเล็ก ๆ และประเมินแนวคิดกับหลักฐาน
ดูคำตอบ
ความคิดที่สังเกตความแตกต่างเล็ก ๆ และประเมินแนวคิดกับหลักฐาน
have an effect on the psyche: ส่งผลต่อจิตใจ
โครงสร้าง have an effect on + คำนาม หมายถึงส่งอิทธิพลต่อคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในโครงสร้างนี้ effect เป็นคำนาม และ on นำหน้าสิ่งที่ได้รับผลกระทบ The psyche หมายถึงโลกภายในด้านจิตใจและอารมณ์ของคน ไม่ใช่สมองในฐานะอวัยวะทางกายภาพ ส่วน This ย้อนกลับไปยังสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึงและนำเสนอว่าสถานการณ์นั้นเป็นสาเหตุของผลกระทบทางจิตใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคำนามตายตัวที่ใช้ effect: Long-term isolation can ____ the psyche.
ดูคำตอบ
have an effect on
a hypnotic state of cognitive dissonance การใช้คำ
2:35ซึ่งเป็นสภาวะการสะกดจิตที่เกิดจากความไม่สอดคล้องทางความรู้ความเข้าใจ
doublethink: การยอมรับความเชื่อที่ขัดแย้งกันว่าเป็นจริง
doublethink เป็นคำที่จอร์จ ออร์เวลล์สร้างขึ้นในนวนิยายเรื่อง 1984 หมายถึงการยึดถือความเชื่อสองอย่างที่ขัดแย้งกันในเวลาเดียวกันและยอมรับว่าทั้งสองอย่างเป็นจริง พร้อมกับกดการรับรู้ว่ามีความขัดแย้งอยู่ ในประโยคนี้ a hypnotic state of cognitive dissonance เป็นคำอธิบายของผู้พูดว่า doublethink คือวิธีคิดที่ถูกชักจูง ไม่ได้หมายถึงการคิดเรื่องเดิมสองครั้งหรือเพียงแค่ลังเลตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ doublethink ที่ชัดเจนที่สุด
- ประชาชนคนหนึ่งยอมรับคำกล่าวอย่างเป็นทางการสองข้อที่ขัดแย้งกันว่าเป็นจริงพร้อมกัน
- ผู้อ่านคนหนึ่งเปลี่ยนความเห็นหลังพบหลักฐานที่หนักแน่นกว่า
- ผู้จัดการคนหนึ่งเปรียบเทียบแผนสองแผนก่อนเลือกหนึ่งแผน
ดูคำตอบ
ประชาชนคนหนึ่งยอมรับคำกล่าวอย่างเป็นทางการสองข้อที่ขัดแย้งกันว่าเป็นจริงพร้อมกัน
cognitive dissonance: ความขัดแย้งภายในระหว่างความเชื่อกับการกระทำ
cognitive dissonance คือความตึงเครียดหรือความไม่สบายใจทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นเมื่อความเชื่อ ทัศนคติ ความรู้ หรือพฤติกรรมของคนคนหนึ่งขัดแย้งกัน ในประโยคนี้คำดังกล่าวอธิบายภาวะที่เกิดจากแนวคิดซึ่งเข้ากันไม่ได้ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นภายในความคิดหรือพฤติกรรมของคนคนเดียว จึงมีความหมายเฉพาะกว่าความเห็นไม่ตรงกันตามปกติระหว่างคนหลายคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำศัพท์ทางจิตวิทยาอย่างเป็นทางการที่หมายถึงความตึงเครียดจากความเชื่อและพฤติกรรมที่ขัดแย้งกัน: Lena experienced ____ when her purchases went against her environmental values.
ดูคำตอบ
cognitive dissonance
in which one is compelled to disregard their own perception ไวยากรณ์
2:37โดยที่บุคคลหนึ่งถูกบังคับให้เพิกเฉยต่อการรับรู้ของตนเอง
is compelled to disregard: ถูกบังคับให้เพิกเฉย
is compelled to disregard ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be compelled to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงแรงกดดันจากภายนอก ผู้มีอำนาจ หรือสถานการณ์ที่รุนแรงบังคับให้ใครบางคนเพิกเฉยหรือวางบางสิ่งไว้ ไม่ใช่การเลือกโดยสมัครใจ ในที่นี้ disregard หมายถึงการจงใจไม่ถือว่าการรับรู้ของตนเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ be compelled to do something โดยผู้ที่รับแรงกดดันเป็นประธานของประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงชัดที่สุดว่าแรงกดดันจากภายนอกบังคับให้พนักงานซ่อนรายงาน?
- The employee was compelled to hide the report.
- The employee wanted to hide the report.
- The employee planned to hide the report for fun.
ดูคำตอบ
The employee was compelled to hide the report.
in place of the officially dictated version of events, โน้ต
2:40และถูกแทนที่ด้วยเหตุการณ์ในเวอร์ชันที่ถูกบงการอย่างเป็นทางการ
in place of: ใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง
in place of เป็นบุพบทวลีที่หมายถึง แทนที่ หรือ ใช้เป็นสิ่งทดแทน วลีนี้นำหน้าบุคคล สิ่งของ หรือการกระทำที่บทบาทเดิมถูกสิ่งอื่นเข้ามาแทน ในประโยคนี้ ความหมายโดยรวมคือเรื่องราวของเหตุการณ์ตามที่ทางการกำหนดเข้ามารับบทบาทที่ตามปกติควรเป็นของการรับรู้ของบุคคลนั้น place ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง เมื่อต้องการนำไปใช้ให้ชัดเจน ให้ใช้รูปแบบ use X in place of Y โดย X คือสิ่งที่นำมาใช้แทน และ Y คือสิ่งที่ถูกแทนที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงใช้เป็นสิ่งทดแทน: Use oat milk ____ cream in this recipe.
ดูคำตอบ
in place of
officially dictated version of events: คำบอกเล่าเหตุการณ์ที่ทางการบังคับให้ยอมรับ
version of events หมายถึงคำบอกเล่าหรือคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น โดย version ในที่นี้ไม่ใช่เวอร์ชันของซอฟต์แวร์ ส่วน officially dictated บอกว่าผู้มีอำนาจเป็นผู้กำหนดว่าผู้คนควรยอมรับคำบอกเล่าแบบใด ในที่นี้ dictated ไม่ได้หมายถึงพูดให้คนอื่นเขียนตาม แต่มีนัยว่าถูกยัดเยียดหรือควบคุม ดังนั้นทั้งวลีจึงแสดงท่าทีวิพากษ์ต่อเรื่องเล่าของทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผู้มีอำนาจกำลังยัดเยียดคำบอกเล่าที่คาดว่าผู้คนต้องยอมรับ
- The article installs the latest version of the software.
- The article repeats an officially dictated version of events.
- The article quotes an official version of events without endorsing it.
ดูคำตอบ
The article repeats an officially dictated version of events.
on the state's definition of reality itself. การใช้คำ
2:46คำจำกัดความของความเป็นจริงที่รัฐกำหนดขึ้นอย่างสมบูรณ์
leaving ... completely dependent on: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์
อนุประโยค -ing ที่เริ่มด้วย leaving บอกผลที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า หมายถึงว่าสถานการณ์นั้นส่งผลให้ใครบางคนตกอยู่ในสภาพดังกล่าว leaving ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าออกไป โครงสร้างคือ leave + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ เช่น leave the individual completely dependent จากนั้น dependent on จะระบุบุคคลหรือสิ่งที่คนคนนั้นต้องพึ่งพา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย leaving + กรรม + completely dependent on โดยใช้ them แทน several households: The flood isolated several households, ____ emergency deliveries.
ดูคำตอบ
leaving them completely dependent on
the state's definition of reality itself: อำนาจกำหนดว่าอะไรนับเป็นความจริง
ในที่นี้ state หมายถึงรัฐ รัฐบาล หรือระบบการเมืองที่ปกครองอยู่ ไม่ได้หมายถึงสภาวะหรือสถานการณ์ ส่วน the state's definition of reality หมายถึงคำอธิบายที่ผู้มีอำนาจกำหนดว่าอะไรคือความจริง ถ้อยคำนี้นำเสนอว่าความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจสามารถนิยามให้ผู้อื่นได้ จึงสื่อถึงการควบคุมความหมายโดยตรง ไม่ใช่แค่การควบคุมข้อเท็จจริงหรือข้อมูลบางอย่าง และ itself เน้น reality เพื่อย้ำว่าคำกล่าวนี้ครอบคลุมกว้างมาก
แบบฝึกหัด
วลี the state's definition of reality itself ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? Without independent sources, people hear only the state's definition of reality itself.
- สภาพร่างกายของรัฐบาล
- เขตแดนทางกฎหมายระหว่างรัฐ
- สิ่งที่รัฐบาลตัดสินว่าจะให้นับว่าเป็นความจริง
ดูคำตอบ
สิ่งที่รัฐบาลตัดสินว่าจะให้นับว่าเป็นความจริง
privacy of one's own thought process is violated: ความเป็นส่วนตัวภายในถูกละเมิดอย่างร้ายแรง
วลี privacy of one's own thought process มองความคิดภายในของคนคนหนึ่งว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ควรได้รับการคุ้มครอง one's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของแบบทั่วไปและค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงของบุคคลหนึ่ง ส่วน own เน้นว่าความคิดนั้นเป็นของบุคคลนั้นเอง is violated เป็นรูปกรรมวาจก จึงเน้นความเป็นส่วนตัวที่ได้รับความเสียหายมากกว่าผู้ที่ละเมิด violate ใช้กับกรรมอย่าง privacy, rights, confidentiality, laws หรือ boundaries ได้ ในที่นี้หมายถึงการบุกรุกหรือละเมิดอย่างร้ายแรง ไม่ใช่การรบกวนเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ามีการล่วงละเมิดเขตแดนด้านความเป็นส่วนตัวที่สำคัญ?
- Publishing her private messages without permission protected her privacy.
- Publishing her private messages without permission violated her privacy.
- Publishing her private messages without permission respected her privacy.
ดูคำตอบ
Publishing her private messages without permission violated her privacy.
found guilty of thoughtcrime: ความผิดสมมติในกรอบภาษากฎหมาย
be found guilty of เป็นรูปแบบภาษากฎหมายอย่างเป็นทางการ หมายถึงศาลหรือผู้มีอำนาจตัดสินอื่นได้วินิจฉัยแล้วว่าบุคคลหนึ่งกระทำความผิด จึงสื่อถึงคำตัดสินว่ามีความผิด ไม่ใช่เพียงการกล่าวหาว่าทำผิด thoughtcrime เป็นความผิดที่แต่งขึ้นในนวนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ หมายถึงการมีความคิดที่ระบอบการปกครองห้ามไว้ เมื่อนำมารวมกับรูปแบบภาษากฎหมาย จึงแสดงโลกที่แม้แต่ความคิดก็ถูกมองว่าเป็นอาชญากรรม โดยไม่ใช่ข้อหาทางอาญาทั่วไปในโลกจริง
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ found guilty of thoughtcrime ในประโยคได้เหมาะสมที่สุด
- ศาลหรือผู้มีอำนาจได้ตัดสินอย่างเป็นทางการว่าบุคคลหนึ่งผิดฐานความผิดสมมติที่เกิดจากการมีความคิดต้องห้าม
- มีผู้พบบุคคลหนึ่งขณะกำลังศึกษาพฤติกรรมอาชญากรรม
- บุคคลหนึ่งรู้สึกผิดเพราะคิดเรื่องอาชญากรรม
ดูคำตอบ
ศาลหรือผู้มีอำนาจได้ตัดสินอย่างเป็นทางการว่าบุคคลหนึ่งผิดฐานความผิดสมมติที่เกิดจากการมีความคิดต้องห้าม
keeping ... or having ... equals: วลี gerund ทำหน้าที่เป็นประธาน
Keeping a diary และ having a love affair เป็นวลี gerund แต่ละวลีที่ลงท้ายด้วย -ing ใช้เรียกกิจกรรมหนึ่งอย่างและทำหน้าที่เป็นประธานคล้ายคำนาม ส่วน keeping และ having ในที่นี้ไม่ใช่กริยารูปต่อเนื่อง เพราะไม่มีรูปของ be กิจกรรมทั้งสองเชื่อมด้วย or เพื่อแสดงทางเลือก เนื่องจากแต่ละทางเลือกเป็นกิจกรรมเอกพจน์ กริยาจึงใช้รูปเอกพจน์ equals ไม่ใช่ equal โครงสร้างนี้ใช้ตัดสินหรือจัดประเภทการกระทำทั้งกิจกรรมได้: Doing X or doing Y + กริยาเอกพจน์ + ส่วนเติมเต็ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี gerund สองวลีที่เชื่อมด้วย or เป็นประธานแบบทางเลือกได้ถูกต้อง และใช้กริยาเอกพจน์ตามมาตรฐาน
- Keep receipts or taking photos provides useful evidence.
- Keeping receipts or taking photos provide useful evidence.
- Keeping receipts or taking photos provides useful evidence.
ดูคำตอบ
Keeping receipts or taking photos provides useful evidence.
a subversive act of rebellion: การต่อต้านที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระเบียบเดิม
ในประโยคนี้ a subversive act of rebellion หมายถึงการต่อต้านที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระเบียบทางการเมืองหรือสังคมที่มีอยู่ subversive เน้นการบ่อนทำลายหรือล้มล้างอำนาจที่ตั้งมั่น ส่วน rebellion เพิ่มความหมายของการจงใจต่อต้านอำนาจ วลีนี้เป็นการตัดสินทางการเมืองที่รุนแรงและเป็นทางการ ไม่ใช่คำบรรยายที่เป็นกลาง การเรียกการกระทำส่วนตัวเช่นนี้สื่อว่าผู้มีอำนาจจัดให้การกระทำเหล่านั้นเป็นภัยต่อระบบ ไม่ใช่เพียงการทำผิดกฎหมายหรือการร้องเรียน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ a subversive act of rebellion มากที่สุด
- การบ่นเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับบริการที่ล่าช้า
- การฝ่าฝืนกฎจอดรถเล็กน้อยที่ไม่มีจุดประสงค์ทางการเมือง
- ความพยายามที่จัดตั้งขึ้นและถูกอธิบายว่ามุ่งทำให้ระบอบที่ตั้งมั่นอ่อนแอลงหรือล้มลง
ดูคำตอบ
ความพยายามที่จัดตั้งขึ้นและถูกอธิบายว่ามุ่งทำให้ระบอบที่ตั้งมั่นอ่อนแอลงหรือล้มลง
This might sound like something that can only happen in totalitarian regimes, ไวยากรณ์
3:09สิ่งนี้อาจฟังดูเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นได้เฉพาะในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จเท่านั้น
might sound like something that can only happen ...: การนำเสนอความประทับใจแรกอย่างระมัดระวัง
ในประโยคนี้ might sound like หมายถึง “อาจทำให้รู้สึกว่า” sound ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมที่บอกว่าแนวคิดหนึ่งดูเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการส่งเสียง might ทำให้ข้อความนุ่มนวลลงโดยเสนอว่าความรู้สึกนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน something that can only happen ... เป็นนามวลี โดย that can only happen ... ขยาย something โครงสร้างทั้งหมดใช้ยอมรับความประทับใจแรกที่ผู้ฟังอาจมี และมักเตรียมไปสู่ but หรือ however ที่ตามมาเพื่อโต้แย้งหรือขยายมุมมองนั้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่ใช้เสนอความประทับใจแรกอย่างระมัดระวังให้ถูกต้อง: The self-driving suitcase ____ in science fiction, but engineers have already built one.
ดูคำตอบ
might sound like something that can only happen
for this occurring even in democratic societies. ลำดับความ
3:18ที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้แม้แต่ในสังคมประชาธิปไตย
warn someone about the potential for ... occurring: เตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
warn someone about ... หมายถึงการเตือนบุคคลหนึ่งให้ระวังอันตรายหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ในที่นี้ was warning us นำเสนอสารของ Orwell ว่าเป็นคำเตือนที่กำลังถูกส่งออกมาในอดีต the potential for this occurring หมายถึงความเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้น หลัง for นั้น this occurring เป็นอนุประโยคที่ใช้รูป -ing โดย this คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ส่วน occurring ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคในรูปกำลังกระทำ โครงสร้าง potential for + คำนามหรือรูป -ing ใช้ได้ดีในการอภิปรายเรื่องความเสี่ยงและความเป็นไปได้อย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
เติมคำเตือนอย่างเป็นทางการด้วยรูป -ing ของ flood: Engineers warned residents about the potential for ____ during the storm.
ดูคำตอบ
flooding
even in democratic societies: ขยายขอบเขตออกไปเกินความคาดหมาย
ใน even in democratic societies คำว่า even ทำเครื่องหมายว่าสังคมประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของขอบเขตที่รวมเข้ามาอย่างเหนือความคาดหมาย ประเด็นคืออันตรายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถานที่ที่ผู้คนคาดว่าจะเกิดได้ง่ายกว่า แต่ยังอาจไปถึงสังคมที่มักถูกมองว่าปลอดภัยจากอันตรายนี้มากกว่า ดังนั้น วลีนี้จึงไม่ได้เพียงบอกสถานที่ even ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้งด้วยการหักล้างความคาดหมายที่แคบกว่าและทำให้คำเตือนหนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดคาดว่าการจราจรติดขัดจะเกิดขึ้นเป็นหลักในเมืองใหญ่ ประโยคใดแสดงว่าเมืองเล็กเป็นการขยายขอบเขตที่น่าประหลาดใจได้ดีที่สุด
- Traffic jams can also happen in small towns.
- Traffic jams can happen only in small towns.
- Traffic jams can happen even in small towns.
ดูคำตอบ
Traffic jams can happen even in small towns.
And this is why: ย้อนโยงเหตุผลก่อนหน้าเพื่อนำไปสู่ข้อสรุป
ใน And this is why คำว่า this ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือหลักฐานที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน why นำเข้าสู่ข้อสรุปที่เหตุผลเหล่านั้นสนับสนุน ในฐานะสัญญาณจัดระเบียบเนื้อหา วลีนี้ช่วยปิดการให้เหตุผลก่อนหน้า และบอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะตามมาไม่ใช่หัวข้อใหม่ แต่เป็นผลจากเหตุผลดังกล่าว
แบบฝึกหัด
And this is why ทำหน้าที่อะไรในการให้เหตุผล?
- เริ่มตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
- ย้อนอ้างถึงเหตุผลก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากเหตุผลนั้น
- แสดงว่าผู้พูดสงสัยเหตุผลก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ย้อนอ้างถึงเหตุผลก่อนหน้าและนำเข้าสู่ข้อสรุปที่ได้จากเหตุผลนั้น
authoritarian alone does not Orwellian make: การกลับลำดับคำแบบวรรณกรรม
ข้อความที่เน้นใช้ลำดับคำแบบโบราณและมีลีลาวรรณกรรมโดยตั้งใจ ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ตามปกติ แนวคิดนี้เขียนได้ว่า Being authoritarian alone does not make something Orwellian ส่วน something ที่ละไว้ตามความเข้าใจอาจหมายถึงระบบ นโยบาย หรือสังคม การวางคำที่เป็นป้ายบอกผลอย่าง Orwellian ไว้หน้า make ทำให้ประโยคมีจังหวะคล้ายสุภาษิต โดยชวนให้นึกถึงรูปแบบอย่าง One swallow does not a summer make คำสำคัญคือ alone ซึ่งจำกัดข้อกล่าวอ้างว่า ลักษณะอำนาจนิยมเพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะใช้ป้าย Orwellian
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถ่ายทอดข้อความที่เน้นด้วยลำดับคำปกติของภาษาอังกฤษสมัยใหม่ได้ถูกต้องที่สุด?
- Anything authoritarian is automatically Orwellian.
- Being authoritarian alone does not make something Orwellian.
- Being Orwellian alone does not make something authoritarian.
ดูคำตอบ
Being authoritarian alone does not make something Orwellian.
In his essay "Politics and the English Language", วัฒนธรรม
3:28ในบทความของเขาเรื่อง "Politics and the English Language"
“Politics and the English Language”: ชื่อบทความของออร์เวลล์
“Politics and the English Language” เป็นชื่อบทความเฉพาะเรื่องหนึ่งของจอร์จ ออร์เวลล์ ไม่ได้หมายถึงหัวข้อสองเรื่องแบบกว้าง ๆ ในบทความนี้ ออร์เวลล์วิจารณ์ภาษาที่คลุมเครือ ซ้ำซาก และซับซ้อนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะในงานเขียนทางการเมือง ภูมิหลังนี้ช่วยให้เข้าใจตัวอย่างต่อมาของภาษาที่ใช้ซ่อนความหมายหรือสร้างความรู้สึกที่ชวนให้เข้าใจผิด
แบบฝึกหัด
“Politics and the English Language” หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- บทความเฉพาะเรื่องหนึ่งของจอร์จ ออร์เวลล์เกี่ยวกับปัญหาของภาษาทางการเมือง
- วิชาเรียนสองวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- บทหนึ่งในตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
ดูคำตอบ
บทความเฉพาะเรื่องหนึ่งของจอร์จ ออร์เวลล์เกี่ยวกับปัญหาของภาษาทางการเมือง
he described techniques like using pretentious words to project authority วลี
3:31เขาอธิบายเทคนิคอย่างเช่น การใช้คำพูดที่อวดรู้เพื่อสะท้อนถึงอำนาจ
pretentious words to project authority: ใช้ถ้อยคำโอ้อวดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่ามีอำนาจ
Pretentious words คือคำที่เลือกใช้เพื่อให้ฟังดูสำคัญ มีความรู้ หรือหรูหราเกินความจำเป็น โดยทั่วไปมีนัยวิจารณ์ ส่วน infinitive to project authority บอกจุดประสงค์ของการใช้คำเหล่านั้น ในที่นี้ project หมายถึง “แสดงหรือสร้างความรู้สึกบางอย่าง” ไม่ใช่ “ฉายภาพ” ส่วน project authority คือทำให้ผู้อื่นมองว่าคุณมีอำนาจหรือความน่าเกรงขาม แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าคุณมีอำนาจจริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงการสร้างภาพลักษณ์ว่ามีอำนาจ แทนที่จะใช้หรือมีอำนาจอย่างเป็นทางการ?
- The supervisor has authority to approve the request.
- The judge exercised authority by issuing the order.
- The presenter used a calm, firm voice to project authority.
ดูคำตอบ
The presenter used a calm, firm voice to project authority.
make atrocities sound acceptable: ทำให้การกระทำอันโหดร้ายฟังดูยอมรับได้
วลีนี้ใช้โครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปเดิม โดย atrocities เป็นกรรมของ making และ sound เป็นกริยารูปเดิมที่ไม่มี to เนื่องจาก sound เป็นกริยาเชื่อมในที่นี้ acceptable จึงบอกถึงภาพที่เกิดขึ้นเมื่อมีการพูดถึงการกระทำอันโหดร้ายเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าการกระทำเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้จริง ๆ แต่การเลือกใช้คำทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าน่าจะยอมรับได้ สามารถนำโครงสร้าง make + something + sound + คำคุณศัพท์ไปใช้เมื่อวิธีนำเสนอเปลี่ยนการรับรู้ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าโฆษณาเปลี่ยนภาพที่คนมีต่อแผน ไม่ได้เปลี่ยนตัวแผนเอง
- The advertisement made a risky plan safe.
- The advertisement made a risky plan sound safe.
- The advertisement made a risky plan sounded safe.
ดูคำตอบ
The advertisement made a risky plan sound safe.
by burying them in euphemisms and convoluted sentence structures. โน้ต
3:37ด้วยการซ่อนมันไว้ในคำสละสลวยและโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน
by burying them in euphemisms: ด้วยการซ่อนสิ่งเหล่านั้นไว้ในคำเลี่ยง
by + -ing ระบุวิธีที่ใช้ทำให้เกิดผลลัพธ์ก่อนหน้านี้ ในที่นี้ them หมายถึง atrocities และ bury ... in ... ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยสื่อว่าการกระทำอันโหดร้ายถูกซ่อนไว้ใต้ถ้อยคำเลี่ยงหลายชั้น คำเลี่ยงคือคำที่อ่อนลงและใช้แทนคำพูดตรง ๆ หรือคำที่ทำให้ไม่สบายใจ ดังนั้น bury X in euphemisms จึงสื่อว่า X ถูกล้อมด้วยถ้อยคำที่อ่อนลงหรือไม่ตรงไปตรงมามากจนมองเห็นความร้ายแรงได้ยากขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ภาพเปรียบเทียบนี้เพื่อบอกว่าข้อเท็จจริงร้ายแรงถูกซ่อนไว้หลังถ้อยคำที่อ่อนลง
- The statement reported the abuse without softening its language.
- The statement clarified the abuse by replacing vague terms with precise ones.
- The statement minimized the abuse by burying it in euphemisms.
ดูคำตอบ
The statement minimized the abuse by burying it in euphemisms.
convoluted sentence structures: โครงสร้างประโยคที่ซับซ้อนเกินความจำเป็น
“Convoluted sentence structures” หมายถึงประโยคที่มีโครงสร้างซับซ้อน อ้อมค้อม หรือวกวนเกินความจำเป็น จนติดตามใจความสำคัญได้ยาก ในที่นี้ convoluted เป็นคำประเมินเชิงลบ ไม่ได้หมายความเพียงว่าภาษานั้นมีระดับสูง เป็นทางการ หรือลึกซึ้งทางความคิด วลีนี้เน้นวิธีจัดเรียงข้อมูล ประโยคอาจยาวโดยไม่เป็น convoluted ก็ได้ ปัญหาอยู่ที่ความซับซ้อนทางโครงสร้างที่ไม่จำเป็น ซึ่งบดบังหรือทำให้เข้าใจความหมายได้ช้า
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “convoluted sentence structures” หมายถึงอะไร
- โครงสร้างเหล่านั้นใช้ศัพท์เทคนิคที่แม่นยำตามลำดับที่ชัดเจน
- โครงสร้างเหล่านั้นยาวเพราะมีตัวอย่างที่เป็นประโยชน์
- โครงสร้างเหล่านั้นซับซ้อนเกินความจำเป็นและติดตามได้ยาก
ดูคำตอบ
โครงสร้างเหล่านั้นซับซ้อนเกินความจำเป็นและติดตามได้ยาก
But even more mundane abuses of language can affect the way we think about things. โน้ต
3:42แต่การใช้ภาษาในทางที่ผิดที่ดูธรรมดามากกว่านั้น ก็ยังส่งผลต่อวิธีคิดของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆ ได้
even more mundane abuses of language: การใช้ภาษาในทางที่ผิดที่ธรรมดาแต่เป็นอันตราย
“Even more mundane abuses of language” หมายถึงการใช้ภาษาในทางที่ผิดซึ่งธรรมดา เป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน และมองข้ามได้ง่ายยิ่งกว่ากรณีที่เด่นชัดซึ่งเพิ่งกล่าวถึง Mundane ไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นอันตราย แต่บอกว่าตัวอย่างเหล่านี้ดูธรรมดาเพียงใด Even เพิ่มน้ำหนักที่ชวนให้แปลกใจเล็กน้อยว่า การใช้ภาษาในทางที่ผิดซึ่งธรรมดาขนาดนี้ก็อาจส่งผลต่อความคิดได้ Abuses of language หมายถึงวิธีใช้ภาษาที่ทำให้เข้าใจผิดหรือก่อผลเสีย ไม่ได้หมายถึงคำพูดดูหมิ่น
แบบฝึกหัด
mundane ในวลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไร
- ธรรมดาและพบได้ในชีวิตประจำวัน
- เป็นเรื่องเทคนิคและเฉพาะทางอย่างมาก
- เกี่ยวกับศาสนาและพิธีกรรม
ดูคำตอบ
ธรรมดาและพบได้ในชีวิตประจำวัน
affect the way we think about things: ส่งผลต่อวิธีที่เราคิดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ
โครงสร้าง affect + the way + อนุประโยค หมายถึงการเปลี่ยนหรือมีอิทธิพลต่อวิธีที่ใครบางคนคิด กระทำ หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ กรรมของ affect คือกลุ่มคำนามทั้งกลุ่ม the way we think about things the way ต้องตามด้วยอนุประโยคที่เรียงคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น we think about things ไม่ใช้ลำดับคำแบบคำถามอย่าง how do we think โครงสร้างนี้อธิบายว่าอิทธิพลนั้นทำงานผ่านวิธีใด ไม่ใช่แค่บอกว่ามีผลกระทบอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย affect the way: Social media can ____ we communicate with friends.
ดูคำตอบ
affect the way
have been crafted to appeal to you: ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อดึงดูดคุณ
have been crafted เป็น present perfect ในรูป passive ซึ่งนำเสนอถ้อยคำในโฆษณาว่าเป็นผลลัพธ์ในปัจจุบันของการออกแบบอย่างมีเจตนา crafted สื่อถึงจุดประสงค์ชัดกว่า made และบอกเป็นนัยว่ามีการเลือกใช้คำอย่างรอบคอบ คำกริยา infinitive ที่มี to แสดงจุดประสงค์ กล่าวคือ ถ้อยคำเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ appeal to you ในที่นี้ appeal to you หมายถึงดึงดูดความสนใจของคุณ หรือทำให้คุณรู้สึกว่าน่าสนใจหรือน่าเชื่อถือ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย have been crafted to appeal to you ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด
- ถ้อยคำเหล่านั้นบังเอิญกลายเป็นที่นิยมสำหรับคุณ
- ถ้อยคำเหล่านั้นถูกออกแบบอย่างมีเจตนาเพื่อดึงดูดคุณ
- ถ้อยคำเหล่านั้นขอให้คุณทบทวนคำตัดสินทางกฎหมาย
ดูคำตอบ
ถ้อยคำเหล่านั้นถูกออกแบบอย่างมีเจตนาเพื่อดึงดูดคุณ
affect your behavior: การใช้ affect เป็นคำกริยา
ใน affect your behavior คำว่า affect เป็นสกรรมกริยา หมายถึง “มีอิทธิพลต่อหรือทำให้เปลี่ยนแปลง” ส่วน your behavior คือสิ่งที่ได้รับอิทธิพล จึงวางต่อจากกริยาโดยตรงโดยไม่ใช้คำบุพบท วลีนี้ไม่ได้หยุดแค่การมีอิทธิพลต่อความคิดของใคร แต่สื่อว่าอิทธิพลนั้นอาจเปลี่ยนสิ่งที่คนนั้นทำจริง ๆ โดยหมายถึงการกระทำหรือปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไป ไม่ได้แปลว่าถูกควบคุมทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ affect ในความหมายว่า “มีอิทธิพลต่อ” ได้ถูกต้อง
- Repeated notifications can affect on your behavior.
- Repeated notifications can have an affect on your behavior.
- Repeated notifications can affect your behavior.
ดูคำตอบ
Repeated notifications can affect your behavior.
which rarely present the most nuanced perspective on the issues. วลี
4:00ซึ่งแทบจะไม่เคยนำเสนอมุมมองที่ลึกซึ้งที่สุดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ เลย
As have the soundbites and talking points ...: การกลับลำดับแบบเป็นทางการ
As have + ประธาน หมายถึง “สิ่งเดียวกันนี้เป็นจริงกับประธานที่ตามมาด้วย” หลัง as คำกริยาช่วย have จะอยู่หน้าประธานพหูพจน์ the soundbites and talking points การกลับลำดับเช่นนี้ช่วยเพิ่มประธานใหม่โดยไม่ต้องกล่าวข้อมูลก่อนหน้าซ้ำ ในที่นี้ have ใช้แทนข้อความในรูป present perfect จากประโยคก่อนหน้า โดยเฉพาะ have been crafted ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงหมายความว่า วลีสั้น ๆ และประเด็นหลักของการรณรงค์ทางการเมืองก็ถูกสร้างขึ้นตามวิธีที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเช่นกัน รวมถึงเพื่อมีอิทธิพลต่อพฤติกรรม ตรงนี้ have เป็นคำกริยาช่วย ไม่ใช่กริยาที่หมายถึง “มีหรือครอบครอง”
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The north entrance has been closed, as have two side gates. ส่วน as have two side gates หมายความว่าอย่างไร
- ประตูด้านข้างสองบานก็ถูกปิดแล้วเช่นกัน
- ส่วนประตูด้านข้างสองบานยังเปิดอยู่
- ประตูด้านข้างสองบานทำให้ทางเข้าด้านเหนือปิด
ดูคำตอบ
ประตูด้านข้างสองบานก็ถูกปิดแล้วเช่นกัน
soundbites and talking points: ส่วนคำพูดสั้น ๆ และประเด็นหลักที่เตรียมไว้
soundbite คือส่วนสั้น ๆ ของคำพูดที่จำง่าย ซึ่งถูกเลือกหรือเรียบเรียงให้เปิดซ้ำและนำไปอ้างได้ง่าย ส่วน talking point คือข้อความหรือข้อโต้แย้งที่เตรียมไว้และฝ่ายหาเสียงต้องการให้ผู้พูดนำไปกล่าวซ้ำ ในประโยคนี้ คำทั้งสองเรียกการสื่อสารทางการเมืองแบบย่อสองรูปแบบ soundbite เน้นรูปแบบที่สั้นและนำไปอ้างได้ ส่วน talking point เน้นหน้าที่ที่วางแผนไว้เพื่อสื่อสารสารหลัก
แบบฝึกหัด
ฝ่ายหาเสียงให้ข้อกล่าวอ้างที่เตรียมไว้แบบเดียวกันแก่โฆษกทุกคนเพื่อให้นำไปพูดซ้ำ ข้อกล่าวอ้างนี้เรียกว่าอะไร
- a soundbite
- a transcript
- a talking point
ดูคำตอบ
a talking point
present the most nuanced perspective on the issues: นำเสนอมุมมองที่ละเอียดรอบด้านที่สุด
ในที่นี้ present เป็นคำกริยาที่หมายถึง “แสดง” หรือ “นำเสนอ” รูปแบบ present a perspective on an issue หมายถึงการเสนอวิธีมองหรือทำความเข้าใจประเด็นนั้นในแบบใดแบบหนึ่ง nuanced หมายถึงการใส่ใจความแตกต่างเล็ก ๆ เงื่อนไข และข้อพิจารณาที่อาจขัดแย้งกัน ดังนั้น the most nuanced perspective จึงเป็นมุมมองที่จัดการกับความซับซ้อนของประเด็นอย่างรอบคอบที่สุด แทนที่จะลดทอนให้เหลือเพียงคำขวัญหรือทางเลือกสองด้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย โดยเปลี่ยนรูปกริยาหากจำเป็น: Of all the reports, this one ____ on the issue.
ดูคำตอบ
presents the most nuanced perspective
And the way that we use ready-made phrases and responses, วลี
4:04และวิธีที่เราใช้วลีและคำตอบสำเร็จรูป
ready-made phrases and responses: วลีและคำตอบสำเร็จรูป
Ready-made หมายถึงสิ่งที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ได้สร้างขึ้นใหม่ให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้า ในที่นี้ ready-made phrases and responses คือถ้อยคำที่คุ้นเคยซึ่งผู้คนสามารถพูดซ้ำได้โดยไม่ต้องคิดคำตอบใหม่ เมื่อใช้กับภาษา ready-made อาจมีนัยเชิงวิจารณ์ว่าผู้พูดพึ่งพารูปแบบตายตัวแทนที่จะคิดอย่างอิสระ โครงสร้างคือ ready-made + คำนาม
แบบฝึกหัด
Ready-made สื่อความหมายอะไรในประโยคนี้?
- เป็นคำตอบต้นฉบับที่สร้างขึ้นสำหรับบทสนทนาครั้งเดียวโดยเฉพาะ
- เป็นวลีที่ต้องพูดก่อนที่ผู้พูดจะรู้สึกว่าตนพร้อม
- เป็นถ้อยคำที่มีอยู่แล้วและพูดซ้ำได้โดยไม่ต้องสร้างคำตอบใหม่
ดูคำตอบ
เป็นถ้อยคำที่มีอยู่แล้วและพูดซ้ำได้โดยไม่ต้องสร้างคำตอบใหม่
gleaned from media reports or copied from the internet, การใช้คำ
4:08ที่รวบรวมจากรายงานของสื่อหรือคัดลอกมาจากอินเทอร์เน็ต
gleaned from media reports: รวบรวมข้อมูลจากรายงานข่าว
Gleaned from media reports หมายถึงการรวบรวมหรือเรียนรู้ข้อมูลด้วยการค้นหารายละเอียดที่เป็นประโยชน์จากรายงานข่าว Glean มักสื่อถึงการเก็บข้อมูลชิ้นเล็ก ๆ จากเนื้อหาจำนวนมาก แทนที่จะได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียวโดยตรง Gleaned เป็นรูป past participle ของ glean ในประโยคที่สมบูรณ์กว่านี้ วลีดังกล่าวบอกว่าถ้อยคำที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้มาจากไหน โครงสร้างที่พบบ่อยคือ glean information, facts, or insights from a source
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “รวบรวมรายละเอียดที่เป็นประโยชน์ทีละน้อย”: Last year, after reading dozens of letters, the biographer ____ a few facts about the artist's childhood.
ดูคำตอบ
gleaned
makes it easy to get away with not thinking too deeply โน้ต
4:11ก็ทำให้การหลีกเลี่ยงที่จะไม่คิดอย่างลึกซึ้ง
get away with not thinking too deeply: ไม่คิดอย่างลึกซึ้งแต่ยังรอดพ้นจากผลที่ตามมา
ใน get away with not thinking too deeply วลี get away with หมายถึงการทำสิ่งที่ขาดความรับผิดชอบหรือยอมรับไม่ได้โดยไม่ถูกจับได้ ไม่ถูกตำหนิ หรือไม่ต้องเผชิญผลที่ควรตามมา ในประโยคนี้ พฤติกรรมที่ถูกวิจารณ์คือการไม่คิดอย่างลึกซึ้งแต่ยังไม่ต้องรับผลใด ๆ ไม่ได้หมายถึงการหลบหนีทางกายภาพ With เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เมื่อต้องการทำให้การกระทำนั้นเป็นปฏิเสธ ให้วาง not ไว้หน้ารูป -ing: get away with not thinking
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่ไม่ต้องรับผลใด ๆ?
- Maya got permission to check the facts.
- Maya got away with not checking the facts.
- Maya got away with not check the facts.
ดูคำตอบ
Maya got away with not checking the facts.
make it easy to + คำกริยา: ทำให้การกระทำหนึ่งเป็นเรื่องง่าย
ใน makes it easy to คำว่า make หมายถึง “ทำให้” และโครงสร้างคือ make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive โดย it เป็นกรรมสมมติ ส่วนการกระทำที่กลายเป็นเรื่องง่ายจะอยู่ใน to-infinitive ด้านหลัง สามารถเปลี่ยนคำคุณศัพท์โดยคงโครงสร้างเดิมไว้ได้ เช่น make it difficult to understand หรือ make it possible to continue โครงสร้างนี้ใช้บอกว่าเงื่อนไขหนึ่งทำให้การกระทำง่าย ยาก เป็นไปได้ หรือมีลักษณะคล้ายกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง make + it + คำคุณศัพท์ + to-infinitive: Clear labels make ____ find the right folder.
ดูคำตอบ
it easy to
questioning your assumptions: ตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบข้อสันนิษฐานของคุณ
ใน questioning your assumptions คำว่า question เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบ” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ถามคำถาม” ส่วน assumptions คือแนวคิดที่เรายอมรับว่าเป็นจริงทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอย่างครบถ้วน วลีนี้อธิบายขั้นตอนหนึ่งของการคิดเชิงวิพากษ์ คือค้นหาความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังข้อสรุป แล้วตรวจสอบว่ามีหลักฐานสนับสนุนหรือไม่
แบบฝึกหัด
“questioning your assumptions” ขอให้คุณทำอะไร?
- เปลี่ยนความเชื่อทุกอย่างให้เป็นคำถามที่พูดออกมา
- ตรวจสอบว่าความเชื่อที่ถือว่าเป็นจริงนั้นมีหลักฐานสนับสนุนหรือไม่
- ใช้การคาดเดาที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบแทนหลักฐาน
ดูคำตอบ
ตรวจสอบว่าความเชื่อที่ถือว่าเป็นจริงนั้นมีหลักฐานสนับสนุนหรือไม่
So the next time you hear someone use the word Orwellian, ลำดับความ
4:18ดังนั้น ในครั้งต่อไปที่คุณได้ยินใครสักคนใช้คำว่า ออร์เวลเลียน
So the next time you hear ...: เชื่อมคำอธิบายไปสู่การลงมือทำ
So ปิดการอธิบายก่อนหน้าและนำเสนอสิ่งที่จะกล่าวต่อไปว่าเป็นผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริง ส่วน The next time you hear ... สร้างเงื่อนไขกระตุ้นในอนาคตว่า เมื่อสถานการณ์นี้เกิดขึ้นอีก ผู้ฟังควรนำการวิเคราะห์ก่อนหน้ามาใช้ เนื่องจากอนุประโยคบอกเวลาจบด้วยเครื่องหมายจุลภาค จึงเป็นการเตรียมเข้าสู่ประโยคหลักที่จะให้คำแนะนำจริง ๆ คำขึ้นต้นนี้จึงพาเนื้อหาจากการอธิบายแนวคิดไปสู่การบอกผู้ฟังว่าจะนำแนวคิดนั้นไปใช้อย่างไร
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นนี้มีหน้าที่หลักในการจัดลำดับเนื้อหาอย่างไร?
- ถอนคำอธิบายก่อนหน้าของผู้พูด
- เริ่มเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่ไม่เกี่ยวข้อง
- เชื่อมคำอธิบายก่อนหน้ากับสถานการณ์ในอนาคตที่ผู้ฟังสามารถนำไปใช้ได้
ดูคำตอบ
เชื่อมคำอธิบายก่อนหน้ากับสถานการณ์ในอนาคตที่ผู้ฟังสามารถนำไปใช้ได้
pay close attention: ตั้งใจสังเกตอย่างละเอียด
pay close attention เป็นสำนวนตายตัว หมายถึง “จดจ่ออย่างมาก” หรือ “สังเกตรายละเอียดสำคัญอย่างถี่ถ้วน” ในที่นี้ pay ไม่ได้หมายถึง “จ่ายเงิน” แต่หมายถึงการทุ่มความสนใจไปยังสิ่งหนึ่ง ส่วน close เน้นว่าต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เมื่อใช้เป็นประโยคคำสั่ง Pay close attention. เป็นการบอกผู้ฟังโดยตรงให้ตั้งใจ หากต้องการระบุสิ่งที่ต้องใส่ใจ ให้ใช้ pay close attention to + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จดจ่ออย่างมาก” เติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the interview, ____ to the instructions.
ดูคำตอบ
pay close attention
If they're talking about the deceptive and manipulative use of language, โน้ต
4:23หากพวกเขากำลังพูดถึงการใช้ภาษาเพื่อหลอกลวงและควบคุม
deceptive and manipulative use of language: การใช้ภาษาที่หลอกลวงและชักจูงควบคุมผู้อื่น
คำหลักของนามวลีแบบเป็นทางการนี้คือ use โดยวลีนี้อธิบายวิธีหนึ่งในการใช้ภาษา ทั้ง deceptive และ manipulative ขยายคำว่า use และทำให้วลีนี้มีความหมายเชิงลบอย่างชัดเจน Deceptive หมายถึงถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจผิดหรือสร้างความประทับใจที่ไม่ตรงกับความจริง ส่วน manipulative เพิ่มความหมายว่าถ้อยคำนั้นถูกออกแบบมาโดยเจตนาเพื่อชี้นำการตัดสินใจ ความรู้สึก หรือทางเลือกของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของคนบางคน
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่จะอธิบายว่าเป็น deceptive and manipulative use of language มากที่สุด
- คู่มืออธิบายคำศัพท์ทางเทคนิคด้วยคำที่ง่ายขึ้น
- โฆษณาซ่อนค่าธรรมเนียมจำนวนมากและใช้ความกลัวกดดันให้ผู้คนซื้อทันที
- รายงานระบุหลักฐานและข้อจำกัดไว้อย่างชัดเจน
ดูคำตอบ
โฆษณาซ่อนค่าธรรมเนียมจำนวนมากและใช้ความกลัวกดดันให้ผู้คนซื้อทันที
If they're talking about ... they're on the right track: การประเมินแบบมีเงื่อนไข
รูปแบบ If they're talking about ..., they're on the right track แบ่งการประเมินออกเป็นเงื่อนไขและข้อสรุป อนุประโยค if ระบุลักษณะที่ต้องมี ส่วนประโยคหลักให้การประเมินเชิงบวกเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง ในที่นี้ on the right track เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการตีความหรือแนวทางของพวกเขากำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดทั้งหมดสมบูรณ์หรือถูกต้องทุกอย่างแล้ว รูปแบบนี้จึงใช้ตรวจสอบได้ว่าใครบางคนเข้าใจแนวคิดพื้นฐานหรือไม่
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับโครงสร้างในตัวอย่างมากที่สุด
- ประโยคนี้ตั้งเงื่อนไข แล้วบอกว่าหากผ่านเงื่อนไขนั้น การตีความก็ถูกต้องโดยรวม
- ประโยคนี้บอกว่าการตีความทุกแบบถูกต้องสมบูรณ์โดยไม่มีเงื่อนไข
- ประโยคนี้บอกว่าผู้พูดกำลังเดินตามรางรถไฟจริง ๆ
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ตั้งเงื่อนไข แล้วบอกว่าหากผ่านเงื่อนไขนั้น การตีความก็ถูกต้องโดยรวม
on the right track: มาถูกทาง
on the right track เป็นสำนวนที่หมายความว่าความคิด วิธีการ การสืบค้น หรือแผนของใครบางคนกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือมีแนวโน้มที่ดี คำว่า track ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่รางรถไฟจริง ๆ สำนวนนี้เป็นคำชมที่ให้กำลังใจแต่มีขอบเขตจำกัด กล่าวคือแนวทางอาจดี แม้ว่าคำตอบยังไม่เสร็จสมบูรณ์หรือรายละเอียดบางอย่างยังผิดอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: The data is incomplete, but your explanation is ____.
ดูคำตอบ
on the right track
mass surveillance and intrusive government: การสอดส่องในวงกว้างและรัฐบาลที่แทรกแซงชีวิตส่วนตัวมากเกินไป
Mass surveillance หมายถึงการติดตามเฝ้าดูคนจำนวนมากอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การสืบสวนที่มุ่งไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น ส่วน intrusive government หมายถึงการที่รัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว ชีวิตส่วนตัว หรือทางเลือกของแต่ละคนมากเกินขอบเขตอันสมควร เมื่อใช้ร่วมกัน สองวลีนี้มองการเฝ้าระวังและการแทรกแซงว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับเสรีภาพของประชาชน ในประโยคนี้ ลักษณะดังกล่าวสนับสนุนคำว่า authoritarian แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันคำว่า Orwellian ซึ่งมีขอบเขตเฉพาะกว่า
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายด้วย mass surveillance and intrusive government มากที่สุด
- เมืองแห่งหนึ่งติดตามการเคลื่อนไหวของคนแทบทุกคนและใช้ข้อมูลนั้นแทรกแซงทางเลือกส่วนตัว
- ศาลอนุญาตให้ค้นหาหลักฐานในขอบเขตจำกัดสำหรับคดีอาญาคดีหนึ่งโดยเฉพาะ
- ห้องสมุดขอให้ผู้มาใช้บริการตอบแบบสำรวจนิรนามโดยสมัครใจ
ดูคำตอบ
เมืองแห่งหนึ่งติดตามการเคลื่อนไหวของคนแทบทุกคนและใช้ข้อมูลนั้นแทรกแซงทางเลือกส่วนตัว
not necessarily Orwellian: ปฏิเสธความแน่นอน ไม่ใช่ความเป็นไปได้
ใน not necessarily Orwellian คำว่า not ขยาย necessarily จึงเป็นการปฏิเสธความแน่นอน ไม่ใช่ปฏิเสธหมวด Orwellian โดยตรง ความหมายคือคำอธิบายที่มีอยู่ไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าคำว่า Orwellian ใช้ได้ วลีนี้ยังเปิดไว้ทั้งสองความเป็นไปได้ สิ่งนั้นอาจเป็น Orwellian ก็ได้ แต่ต้องมีหลักฐานเพิ่มหรือมีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้ โครงสร้างนี้ใช้แก้การสรุปกว้างเกินไปโดยไม่ต้องยืนยันสิ่งที่ตรงกันข้าม
แบบฝึกหัด
ประโยค The policy is not necessarily Orwellian หมายความว่าอย่างไร
- ทุกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเป็น Orwellian
- นโยบายนี้อาจเป็น Orwellian แต่ไม่สามารถใช้คำนี้ได้โดยอัตโนมัติ
- นโยบายนี้ไม่เป็น Orwellian อย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
นโยบายนี้อาจเป็น Orwellian แต่ไม่สามารถใช้คำนี้ได้โดยอัตโนมัติ
And if they use it as an all-purpose word for any ideas they dislike, การใช้คำ
4:37และถ้าพวกเขาใช้มันเป็นคำครอบจักรวาลสำหรับแนวคิดใดๆ ที่พวกเขาไม่ชอบ
all-purpose word: ป้ายคำที่ถูกใช้กว้างเกินไป
โดยทั่วไป all-purpose หมายถึงเหมาะกับการใช้งานหลายอย่าง ในที่นี้ an all-purpose word คือคำที่ถูกใช้เป็นป้ายคำเดียวครอบแนวคิดหลายแบบ เพียงเพราะผู้พูดไม่ชอบแนวคิดเหล่านั้น วลีนี้เป็นการวิจารณ์ ไม่ใช่คำชม การนำป้ายคำไปใช้อย่างกว้างขวางเช่นนี้ทำให้ความหมายขาดความแม่นยำ โดยทั่วไป วลีนี้ใช้บรรยายคำศัพท์ที่ถูกขยายขอบเขตจนรวมกรณีที่ควรแยกออกจากกัน
แบบฝึกหัด
วลี all-purpose word ในประโยคนี้วิจารณ์เรื่องใด?
- คำสุภาพที่เลือกใช้เพื่อไม่ให้ใครรู้สึกไม่พอใจ
- ป้ายคำที่ถูกนำไปใช้กว้างเกินไปกับแนวคิดหลายแบบที่ผู้พูดไม่ชอบ
- ศัพท์เฉพาะที่มีความหมายแม่นยำเพียงความหมายเดียวและทุกคนยอมรับ
ดูคำตอบ
ป้ายคำที่ถูกนำไปใช้กว้างเกินไปกับแนวคิดหลายแบบที่ผู้พูดไม่ชอบ
than whatever it is they're criticizing. ไวยากรณ์
4:46มากกว่าสิ่งที่พวกเขากำลังวิพากษ์วิจารณ์เสียอีก
are more Orwellian than: ย้อนการเปรียบเทียบกลับไปหาผู้วิจารณ์
โครงสร้าง be + more + adjective + than บอกว่าประธานมีคุณลักษณะบางอย่างในระดับที่มากกว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ their statements ถูกเปรียบเทียบกับสิ่งที่พวกเขาวิจารณ์ว่าฝ่ายใดมีลักษณะ Orwellian มากกว่ากัน ไม่ใช่การเปรียบเทียบคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุ Orwellian ใช้บรรยายภาษาหรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการบิดเบือนความจริง ความหมาย หรือความคิด การเปรียบเทียบนี้สร้างการพลิกกลับเชิงประชด เพราะถ้อยคำของผู้วิจารณ์เองอาจสมควรได้รับป้ายคำนี้มากกว่าเป้าหมายที่พวกเขาวิจารณ์
แบบฝึกหัด
การพูดว่า their statements are more Orwellian than what they criticize ให้ผลหลักอย่างไร?
- ย้อนข้อกล่าวหากลับไปหาผู้วิจารณ์ โดยบอกว่าภาษาของพวกเขาเองอาจเข้ากับป้ายคำนี้มากกว่า
- บอกว่าทั้งสองฝ่ายใช้คำที่เหมือนกันทุกคำด้วยวิธีที่เหมือนกันทุกประการ
- เปรียบเทียบว่าระบบการเมืองสองระบบใดมีอายุเก่าแก่กว่า
ดูคำตอบ
ย้อนข้อกล่าวหากลับไปหาผู้วิจารณ์ โดยบอกว่าภาษาของพวกเขาเองอาจเข้ากับป้ายคำนี้มากกว่า
than whatever it is they're criticizing: สิ่งเปรียบเทียบที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด
ข้อความทั้งหมดหลัง than ระบุอีกฝ่ายหนึ่งของการเปรียบเทียบ whatever it is they're criticizing หมายถึง “สิ่งที่พวกเขากำลังวิจารณ์อยู่ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร” และทั้งกลุ่มทำหน้าที่คล้ายคำนามหลัง than whatever ในที่นี้ไม่ใช่คำตอบว่า “Whatever.” ที่สื่อความรำคาญหรือไม่ใส่ใจ โครงสร้าง whatever it is + อนุประโยคจงใจไม่ระบุว่าสิ่งนั้นคืออะไร เพราะไม่ทราบแน่ชัดหรือรายละเอียดนั้นไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
เลือกข้อความที่เติมประโยคได้ถูกต้องและยังไม่ระบุว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคืออะไร: This new tool is faster than ___.
- no matter what you're using now
- whatever are you using now
- whatever it is you're using now
ดูคำตอบ
whatever it is you're using now
have the power to shape thought: ส่งอิทธิพลต่อวิธีคิดของผู้คน
have the power to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “มีความสามารถหรืออิทธิพลที่จะทำให้เกิดผลอย่างหนึ่ง” ในประโยคนี้ power หมายถึงอิทธิพล ไม่ใช่ไฟฟ้าและไม่ได้หมายถึงอำนาจทางการเท่านั้น shape thought เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงถ้อยคำสามารถส่งผลต่อการก่อตัวของแนวคิดและวิธีที่ผู้คนเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่าความคิดมีรูปร่างทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย have the power to: Small daily choices ____ improve a community.
ดูคำตอบ
have the power to
Language is the currency of politics: อุปลักษณ์ currency ในความหมายว่าสื่อกลาง
currency ในที่นี้เป็นอุปลักษณ์ ไม่ได้หมายถึงเงินจริง แต่หมายถึงสื่อกลางที่ทำให้คุณค่า อิทธิพล หรือการแลกเปลี่ยนดำเนินไปได้ ประโยคนี้บอกว่ากิจกรรมทางการเมืองอาศัยภาษาในการสื่อสารจุดยืน โน้มน้าว เจรจา และกำหนดความเข้าใจของสาธารณชน รูปแบบ “X is the currency of Y” นำเสนอว่า X เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนได้รับอิทธิพล การยอมรับ ความไว้วางใจ หรือโอกาสเข้าถึงในแวดวง Y จุดเน้นอยู่ที่วิธีการทำงานของแวดวงนั้น ไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางการเงินจริง ๆ
แบบฝึกหัด
currency ใน “Language is the currency of politics” หมายถึงอะไร?
- กิจกรรมทางการเมืองต้องชำระด้วยถ้อยคำ
- ภาษาทางการเมืองมีราคาที่กำหนดเป็นเงินไว้แน่นอน
- ภาษาเป็นสื่อกลางสำคัญที่ทำให้อิทธิพลและการแลกเปลี่ยนทางการเมืองดำเนินไปได้
ดูคำตอบ
ภาษาเป็นสื่อกลางสำคัญที่ทำให้อิทธิพลและการแลกเปลี่ยนทางการเมืองดำเนินไปได้
from the most common everyday interactions to the highest ideals: การระบุช่วง
from X to Y ในที่นี้ระบุจุดปลายทั้งสองของช่วง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ระหว่างสถานที่ จุดปลายแรกคือปฏิสัมพันธ์ธรรมดาในชีวิตประจำวัน ส่วนจุดปลายที่สองคืออุดมคติอันสูงส่ง วลีนี้จึงแสดงช่วงที่กว้างและโดยทั่วไปครอบคลุมสิ่งที่อยู่ระหว่างสองจุดด้วย ในการสร้างโครงสร้างนี้ ให้วาง from หน้าจุดเริ่มต้นและ to หน้าจุดสิ้นสุด หากทำได้ ควรใช้รูปไวยากรณ์ที่ขนานกันทั้งสองด้าน เช่น เชื่อมวลีนามหนึ่งกับวลีนามอีกวลีหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย from ... to ...: The course covers topics ____ basic grammar ____ academic writing.
ดูคำตอบ
from · to
Orwell urged us to protect our language because ultimately วลี
5:02ออร์เวลล์กระตุ้นให้เราปกป้องภาษาของเราเพราะท้ายที่สุดแล้ว
urged us to protect our language: โครงสร้าง urge someone to do something
urge someone to do something หมายถึงการกระตุ้นหรือเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ใครคนหนึ่งลงมือทำ โครงสร้างคือ urge + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน โดย us คือผู้ที่ได้รับการเรียกร้อง และ protect คือการกระทำที่ต้องการให้ทำ ในประโยคนี้ urged ทำให้ข้อความของออร์เวลล์เป็นคำเรียกร้องที่จริงจังและสำคัญ ไม่ใช่คำขอแบบสบาย ๆ คำนี้แสดงการโน้มน้าวอย่างหนักแน่น แต่ไม่ได้หมายความในตัวเองว่ามีใครถูกบังคับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ urge someone to do: Because smoke was spreading, firefighters ____ residents ____ leave immediately.
ดูคำตอบ
urged · to
our ability to think and communicate clearly: กริยาแบบขนานที่ใช้ to ร่วมกัน
Ability to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุว่าใครคนหนึ่งสามารถทำอะไรได้ ในที่นี้ to นำหน้ากริยารูปพื้นฐานสองคำที่เชื่อมแบบขนานกัน คือ think และ communicate โดย to เพียงคำเดียวใช้กับกริยาทั้งสอง จึงจะใส่ to ซ้ำก่อน communicate หรือไม่ก็ได้ เนื่องจาก clearly อยู่ต่อจาก communicate ทันที ตามโครงสร้างจึงขยาย communicate โดยตรงที่สุด แต่เมื่อดูข้อถกเถียงโดยรวมเรื่องความชัดเจนของความคิดและภาษา ผู้อ่านอาจเข้าใจว่าความชัดเจนเกี่ยวข้องกับทั้งสองการกระทำได้ หากต้องการระบุให้ชัดเจนทั้งคู่ ให้เขียน ability to think clearly and communicate clearly
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ ability to กับกริยาที่เชื่อมขนานกันสองคำได้ถูกต้อง
- Her ability to listening and responding calmly helped the team.
- Her ability to listen and respond calmly helped the team.
- Her ability for listen and respond calmly helped the team.
ดูคำตอบ
Her ability to listen and respond calmly helped the team.
is what stands between us and a world where war is peace โน้ต
5:09คือสิ่งที่ขวางกั้นระหว่างเรากับโลกที่สงครามคือสันติภาพ
is what stands between us and ...: ระบุเกราะป้องกันที่สำคัญ
ในโครงสร้าง “X is what stands between A and B” คำว่า what หมายถึง “สิ่งที่” อนุประโยค what stands between us and ... ทำหน้าที่เติมความหมายให้ is และระบุว่า X คือสิ่งที่กั้นเราออกจากผลลัพธ์ B stand between A and B ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “ป้องกันไม่ให้ A ไปถึงหรือประสบกับ B” ไม่ใช่การยืนอยู่ตรงกลางจริง ๆ โครงสร้างนี้เน้นว่า X คือเกราะป้องกันที่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “is what stands between ... and ...” ได้ถูกต้องเพื่อระบุเกราะป้องกัน
- A reliable backup is what stands between the company and permanent data loss.
- Permanent data loss is what stands the company between a reliable backup.
- A reliable backup is what the company stands between and permanent data loss.
ดูคำตอบ
A reliable backup is what stands between the company and permanent data loss.
war is peace and freedom is slavery: คำขวัญที่กลับความหมาย
ข้อความ “war is peace” และ “freedom is slavery” อ้างอิงถึงคำขวัญของพรรคในนวนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวลล์ แต่ละข้อความนำแนวคิดที่ตรงข้ามกันมาเท่ากัน ดังนั้นความขัดแย้งนี้จึงเกิดขึ้นโดยเจตนา ไม่ใช่คำจำกัดความตามตัวอักษร การอ้างอิงนี้สื่อถึงโลกที่โฆษณาชวนเชื่อสามารถกลับความหมายทั่วไปและกดดันให้ผู้คนยอมรับสิ่งที่ขัดแย้งกัน ผู้พูดใช้คำขวัญเหล่านี้เป็นคำเตือน ไม่ใช่ข้ออ้างที่ต้องเชื่อ
แบบฝึกหัด
คำขวัญที่ยกมาในประโยคนี้แสดงให้เห็นสิ่งใดเป็นหลัก
- โฆษณาชวนเชื่อสามารถทำให้แนวคิดที่ขัดแย้งกันฟังดูเหมือนเป็นความจริงที่ยอมรับกันทั่วไป
- สงครามและสันติภาพมีความหมายตามตัวอักษรเหมือนกัน
- เสรีภาพทำให้เกิดการเป็นทาสเสมอ
ดูคำตอบ
โฆษณาชวนเชื่อสามารถทำให้แนวคิดที่ขัดแย้งกันฟังดูเหมือนเป็นความจริงที่ยอมรับกันทั่วไป