ฉันคือใคร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
1,112 คำ 169 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: บทความนี้ถามว่าอะไรทำให้คนคนหนึ่งยังเป็นคนเดิมเมื่อร่างกาย ความทรงจำ ความสามารถ และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป พร้อมเสนอว่าค่านิยม แนวโน้ม และลักษณะนิสัยอาจอยู่ยาวกว่าชีวิตของบุคคลหนึ่งคน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. `puts it under a philosophical microscope,` — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาของการตรวจสอบแนวคิดนามธรรมอย่างละเอียด และใช้เมื่อสมมติฐานต้องได้รับการวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ 2. `so long as` — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ระบุเงื่อนไขที่จำเป็นต่อข้อสรุป โดยไม่สับสนกับความหมายเรื่องระยะเวลา 3. `boil personal identity down to its essence,` — กริยาวลี: ใช้โครงสร้างแยกได้ boil something down to something เพื่อย่อเรื่องซับซ้อนให้เหลือปัจจัยชี้ขาด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Over a lifetime, วลี

0:03

ตลอดช่วงชีวิตหนึ่ง

all of us change to an extraordinary degree. วลี

0:04

เราทุกคนเปลี่ยนแปลงไปในระดับที่พิเศษมาก

วลี

Over a lifetime: กรอบเวลาที่ครอบคลุมทั้งชีวิต

Over a lifetime หมายถึง “ตลอดช่วงชีวิตทั้งหมดของคนคนหนึ่ง” ในที่นี้ over ทำให้ lifetime เป็นช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ เกิดขึ้นและสะสม ไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงชั่วขณะ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาให้ข้อความทั้งหมด กรอบเดียวกันนี้ใช้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงระยะยาวด้านการเติบโต การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือสังคมได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีบอกเวลาจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ตลอดช่วงชีวิตทั้งหมดของคนคนหนึ่ง” ลงในประโยค: ____, a person's priorities can change many times.

ดูคำตอบ

Over a lifetime

วลี

To an extraordinary degree: การแสดงระดับที่สูงมากเป็นพิเศษ

To an extraordinary degree หมายถึง “ในระดับที่สูงมากเป็นพิเศษ” ในประโยคนี้ degree หมายถึงระดับหรือปริมาณ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าขนาดของการเปลี่ยนแปลงนั้นใหญ่มาก extraordinary ขยาย degree ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องแปลก โครงสร้าง to a/an + คำคุณศัพท์ + degree ใช้บอกระดับว่าบางสิ่งเปลี่ยนแปลง แตกต่าง หรือส่งผลมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “ในระดับที่สูงมากเป็นพิเศษ” ลงในประโยค: The team's performance improved ____.

ดูคำตอบ

to an extraordinary degree

From a physical perspective, ลำดับความ

0:08

จากมุมมองทางกายภาพ

ลำดับความ

From a physical perspective: กำหนดมุมในการวิเคราะห์

วลีบุพบท “From a physical perspective” กำหนดมุมที่ใช้พิจารณาข้อความที่ตามมา โดยหมายถึง “หากพิจารณาเฉพาะร่างกายหรือรูปร่างทางกายภาพ” จึงเป็นการจำกัดข้อความไว้เพียงด้านหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าเป็นจริงในทุกด้าน การขึ้นต้นแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลด้วยการระบุมุมมองหนึ่งก่อนที่ผู้พูดจะเปลี่ยนไปพูดถึงมุมมองอื่น เช่น ความทรงจำหรือบุคลิกภาพ ในที่นี้ perspective หมายถึงวิธีวิเคราะห์สิ่งหนึ่ง ไม่ใช่ตำแหน่งที่ใครยืนหรือมองจากตรงนั้น

แบบฝึกหัด

วลีขึ้นต้นในประโยค “From a safety perspective, the well-lit route is the better choice” ทำหน้าที่อะไร?

  1. อธิบายว่าผู้พูดยืนอยู่ที่ไหน
  2. จำกัดการตัดสินไว้ที่ด้านความปลอดภัย
  3. บอกว่าเส้นทางนั้นสูงกว่าในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

จำกัดการตัดสินไว้ที่ด้านความปลอดภัย

we start off as a little bundle about 50 cm high กริยาวลี

0:09

เราเริ่มต้นด้วยการเป็นก้อนเล็กๆ สูงประมาณ 50 ซม.

กริยาวลี

start off as: เริ่มต้นด้วยบทบาทหรือรูปแบบแรก

Start off as + นามวลี หมายถึงเริ่มต้นด้วยอัตลักษณ์ บทบาท รูปแบบ หรือสภาพอย่างหนึ่ง โดยมักสื่อว่าภายหลังมีการเปลี่ยนแปลง Off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี start off และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงออกไปหรือปิดสิ่งของ ในประโยคนี้ as a little bundle about 50 cm high ใช้คำเปรียบเทียบแบบขี้เล่นเพื่อบรรยายรูปร่างแรกเริ่มของร่างกาย ซึ่งก็คือทารกตัวเล็กมาก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ start off as เติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo ____ an intern before becoming an editor.

ดูคำตอบ

started off as

with cherubic features and elastic soft skin,

0:13

ที่มีใบหน้าเหมือนเทวดาตัวน้อยและผิวพรรณนุ่มนวลยืดหยุ่น

and then we may end up some 90 years later กริยาวลี

0:16

แล้วเราก็อาจจบลงในอีกราวๆ 90 ปีต่อมา

as a stooped, gray, liver spotted,

0:19

ในฐานะโครงสร้างที่หลังค่อม ผมหงอก มีรอยด่างดำแห่งวัย

180 cm high structure.

0:21

และสูง 180 ซม.

กริยาวลี

end up + สภาพสุดท้าย

end up ใช้บอกสภาพหรือสถานการณ์สุดท้ายที่ไปถึงหลังผ่านกระบวนการหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดมองไปข้างหน้าจากจุดเริ่มต้นก่อนหน้าและบอกว่าร่างกายมนุษย์อาจกลายเป็นอย่างไรในที่สุดเมื่อผ่านไปราวเก้าสิบปี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ end up as + นามวลี, end up + คำคุณศัพท์, end up + บุพบทวลี และ end up + กริยา -ing เช่น end up as a teacher, end up tired, end up at home, end up waiting มักสื่อว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ได้เป็นไปตามแผนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up: After taking the wrong trail, we ____ at a quiet lake instead of the campsite.

ดูคำตอบ

ended up

In the intervening period, ลำดับความ

0:24

ในช่วงเวลาที่คั่นอยู่ตรงกลางนั้น

ลำดับความ

In the intervening period ในฐานะสะพานเชื่อมเวลา

In the intervening period หมายถึง “ในช่วงเวลาระหว่างจุดเวลาสองจุดที่กล่าวถึงไปแล้ว” ในที่นี้หมายถึงช่วงหลายปีระหว่างวัยเด็กกับวัยชรา intervening หมายถึง “ที่อยู่ระหว่างสองสิ่ง” ไม่ใช่ “ที่เข้าแทรกแซง” วลีบอกเวลาที่ต้นประโยคทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม หลังจากบอกจุดเริ่มต้นและจุดปลายที่เกิดขึ้นภายหลังแล้ว ผู้พูดจึงเปลี่ยนไปกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น นี่เป็นวิธีที่เป็นทางการและมีประโยชน์ในการจัดลำดับเวลาหรือคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเชื่อมเวลาที่เป็นทางการจากบทเรียน: The library opened in 2010 and was rebuilt in 2020. ____, its collection tripled.

ดูคำตอบ

In the intervening period

every single cell in our body will have been replaced, ไวยากรณ์

0:25

ทุกเซลล์ในร่างกายของเราจะถูกแทนที่

ไวยากรณ์

will have been replaced: future perfect แบบ passive

Will have been replaced รวม future perfect เข้ากับรูป passive: will + have + been + past participle คำว่า replaced ระบุการกระทำที่เสร็จสิ้น ส่วน been แสดงรูป passive ดังนั้นเซลล์จึงเป็นฝ่ายรับการกระทำ ไม่ใช่ฝ่ายลงมือทำ รูปนี้มองย้อนกลับจากจุดอ้างอิงหนึ่งในอนาคต หมายความว่าเมื่อถึงเวลานั้น การแทนที่จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้เพียงคาดการณ์ว่าจะมีการแทนที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ future perfect passive เพื่อแสดงว่าหนังสือเป็นฝ่ายรับการกระทำซึ่งเสร็จก่อนห้องสมุดเปิดอีกครั้ง

  1. When the library reopens, every damaged book will have been repaired.
  2. When the library reopens, every damaged book will be repaired the following month.
  3. Before the library reopens, the staff will have repaired every damaged book.
ดูคำตอบ

When the library reopens, every damaged book will have been repaired.

often many times over, วลี

0:28

บ่อยครั้งก็หลายต่อหลายรอบ

วลี

many times over: การเกิดซ้ำอย่างครบถ้วนหลายครั้ง

Many times over หมายถึงกระบวนการหรือผลลัพธ์เดิมเกิดขึ้นอย่างครบถ้วนและซ้ำหลายครั้ง ในที่นี้การแทนที่เซลล์ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเพียงครั้งเดียว ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน เซลล์ในร่างกายถูกแทนที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก Over ช่วยเน้น many times โดยมักสื่อถึงวงจรที่ครบถ้วนและเกิดซ้ำ หรือปริมาณที่มากพอจะทำให้เกิดผลเดิมได้หลายครั้ง ไม่ใช่แค่นับจำนวนโอกาสที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสามคำที่หมายถึง “อย่างครบถ้วนและซ้ำหลายครั้ง”: The safety system was tested ____ before launch.

ดูคำตอบ

many times over

and we'll have gone through all kinds of experiences กริยาวลี

0:30

และเราจะได้ผ่านประสบการณ์ทุกรูปแบบ

that perhaps leave almost no trace in memory. วลี

0:32

ที่บางทีอาจแทบไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ในความทรงจำเลย

กริยาวลี

gone through experiences: ได้ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ

ในประโยคนี้ gone through หมายถึง “ได้ประสบ” หรือ “ได้ผ่านพบมา” รูป future perfect มองย้อนกลับจากจุดหนึ่งในอนาคตว่า เมื่อถึงตอนนั้น ผู้พูดจะได้พบเจอหลายสิ่งแล้ว โครงสร้าง go through + ประสบการณ์ ช่วงเวลา หรือกระบวนการ เน้นว่าบุคคลนั้นมีส่วนอยู่ในสิ่งนั้นด้วยตนเอง ในที่นี้ through ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ได้ประสบ” ให้สมบูรณ์: By the end of the trip, we will have ____ several unexpected changes.

ดูคำตอบ

gone through

วลี

leave almost no trace: แทบไม่ทิ้งร่องรอย

Leave almost no trace หมายถึง หลังจากสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว แทบไม่มีสัญญาณหรือหลักฐานเหลืออยู่ว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้น ในประโยคนี้ อาจเหลือเพียงความทรงจำที่เลือนรางมากเกี่ยวกับประสบการณ์เหล่านั้น Leave ในที่นี้หมายถึง “ทำให้บางสิ่งยังคงเหลืออยู่ภายหลัง” ไม่ใช่ “ออกไปจากสถานที่” คำว่า almost ทำให้ no trace ไม่ได้หมายถึงไม่มีเลยอย่างเด็ดขาด อาจยังมีร่องรอยเล็กน้อย แต่ก็แทบไม่มี

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แทบไม่ทิ้งสัญญาณใดไว้ภายหลัง” ให้สมบูรณ์: This washable chalk will ____ after the rain.

ดูคำตอบ

leave almost no trace

The 25-year-old won't remember most of what

0:35

คนวัย 25 ปี จะจำสิ่งส่วนใหญ่ที่

the 5-year-old felt so strongly about.

0:38

เด็กวัย 5 ขวบรู้สึกอย่างรุนแรงไม่ได้

The 67-year-old will only dimly recall วลี

0:40

คนวัย 67 ปี จะจำได้เพียงลางๆ

what was on their mind as they approached 30. วลี

0:43

ว่าสิ่งที่อยู่ในใจตอนที่พวกเขาเข้าใกล้อายุ 30 คืออะไร

วลี

dimly recall: จำได้อย่างเลือนราง

ในที่นี้ dimly recall หมายถึง “จำได้ แต่ความทรงจำไม่ชัดเจนหรือไม่มีรายละเอียด” คำว่า dimly ขยาย recall และบอกว่าความทรงจำนั้นชัดเพียงใด วลีนี้นำเสนอความทรงจำที่ห่างไกลว่าเลือนรางหรือไม่สมบูรณ์ ใช้ได้เมื่อใครบางคนเหลือเพียงความประทับใจจาง ๆ เกี่ยวกับความคิดหรือเหตุการณ์ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่มีความหมายว่า “จำได้อย่างเลือนราง” ในสำนวนที่ค่อนข้างเป็นทางการให้สมบูรณ์: Years later, I could only ____ the sound of his voice.

ดูคำตอบ

dimly recall

วลี

on their mind: สิ่งที่ครองความคิด

On someone's mind หมายถึงบางสิ่งกำลังครองความคิดหรือความสนใจของบุคคลนั้น มักเป็นสิ่งที่นึกถึงซ้ำ ๆ หรือมีน้ำหนักทางอารมณ์ ในประโยคนี้ what was on their mind ถามว่าบุคคลนั้นกำลังคิดหรือกังวลเรื่องอะไรตอนที่ใกล้จะอายุ 30 คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น on my mind, on your mind และ on her mind ในที่นี้ their อ้างถึงคำนามเอกพจน์ the 67-year-old และช่วยไม่ต้องระบุเพศ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนที่ใช้ on และ mind เพื่อชวนให้อีกฝ่ายเล่าว่ากำลังคิดอะไรอยู่: You look thoughtful. What's ____?

ดูคำตอบ

on your mind

We carry the same name throughout our lives

0:46

เราใช้ชื่อเดิมตลอดชีวิตของเรา

and consider ourselves

0:49

และมองตัวเอง

as a relatively stable unitary entity.

0:50

ในฐานะตัวตนเดี่ยวที่ค่อนข้างมั่นคง

But is it really right to think of ourselves

0:53

แต่มันถูกต้องจริงๆ หรือที่เราจะคิดว่าตัวเรา

as the same person?

0:55

เป็นคนๆ เดิม

Once one puts it under a philosophical microscope, สำนวน

0:58

เมื่อใดที่นำเรื่องนี้ไปวางใต้กล้องจุลทรรศน์ทางปรัชญา

the issue of personal identity

1:01

ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ส่วนบุคคล

emerges as far trickier than at first assumed. ไวยากรณ์

1:03

ก็ปรากฏขึ้นมาว่าซับซ้อนกว่าที่คาดคิดไว้ในตอนแรกมาก

สำนวน

นำมันไปไว้ใต้กล้องจุลทรรศน์ทางปรัชญา

put it under a philosophical microscope เป็นอุปมา หมายถึงการตรวจสอบแนวคิดอย่างละเอียดและเข้มงวดมากในทางปรัชญา ไม่ได้หมายถึงการใช้กล้องจุลทรรศน์จริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ put something under a microscope ซึ่งมองหัวข้อหนึ่งเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด การเติม philosophical บอกว่ากำลังใช้การวิเคราะห์ประเภทใด

แบบฝึกหัด

เติมอุปมาที่หมายถึง “ตรวจสอบข้ออ้างอย่างละเอียดมากจากมุมมองทางปรัชญา”: We need to put this claim ____.

ดูคำตอบ

under a philosophical microscope

ไวยากรณ์

far trickier than at first assumed: ยุ่งยากกว่าที่คิดไว้ตอนแรกมาก

far ใช้เน้นคำคุณศัพท์ขั้นกว่า trickier ในที่นี้ far หมายถึง “มากในระดับที่มีความแตกต่างชัดเจน” ไม่ได้หมายถึงระยะทาง ดังนั้น far trickier จึงหมายถึง “ยุ่งยากกว่ามาก” at first assumed เป็นรูปเปรียบเทียบแบบถูกกระทำที่ละบางส่วนไว้หลัง than ความหมายเต็มคือ than it was at first assumed to be เมื่อความหมายชัดเจนก็สามารถละประธาน กริยาช่วย และส่วนเติมเต็มที่ซ้ำกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ far และวลีแบบถูกกระทำที่ย่อเป็น at first assumed: The repair was ____ expensive ____.

ดูคำตอบ

far more · than at first assumed

So in what ways could we be said to be ไวยากรณ์

1:07

แล้วเราจะพูดได้ในแง่มุมไหนล่ะว่าเรา

continuous throughout time?

1:09

มีความต่อเนื่องตลอดเวลาที่ผ่านไป

ไวยากรณ์

โครงสร้างที่ไม่ฟันธง could we be said to be

could we be said to be + ส่วนเติมเต็ม เป็นโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวใช้ถามว่าการอธิบายว่าเรามีความต่อเนื่องตลอดช่วงเวลานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่ได้ชี้ถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่พูดถ้อยคำนั้นจริง ๆ คำกริยาช่วย could ทำให้คำถามมีลักษณะไม่ฟันธง ส่วน be said to be ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสิน จึงเน้นว่าคำอธิบายนี้มีเหตุผลรองรับหรือไม่ มากกว่าเน้นว่าใครมีความคิดเห็นดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามที่ระมัดระวังนี้ด้วยโครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำจากบทเรียน: In what sense ____ responsible for the outcome?

ดูคำตอบ

could they be said to be

What does guarantee

1:11

อะไรเป็นเครื่องรับประกัน

that we can plausibly think of ourselves วลี

1:12

ว่าเราสามารถคิดได้อย่างสมเหตุสมผลว่าเรา

as the same people over a lifetime?

1:15

เป็นคนๆ เดิมตลอดช่วงชีวิต

วลี

รูปแบบ think of ourselves as

Think of A as B หมายถึงมองหรือเข้าใจ A ว่าเป็น B ในประโยคนี้ ourselves อยู่ในตำแหน่ง A และ the same people อยู่ในตำแหน่ง B ดังนั้นคำถามจึงถามว่าเราสามารถมองได้อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ว่าอัตลักษณ์ของเราดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต เมื่อประธานเป็น we กรรมสะท้อนกลับคือ ourselves ดังนั้นรูปแบบคือ we think of ourselves as + B ส่วนที่ตามหลัง as บอกอัตลักษณ์ ประเภท หรือลักษณะที่กำหนดให้ A

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบจากบทเรียนที่มองกลุ่มว่าเป็นครอบครัวหนึ่ง: We ____ one big family.

ดูคำตอบ

think of ourselves as

Just where is personal identity located?

1:17

อัตลักษณ์ส่วนบุคคลตั้งอยู่ตรงไหนกันแน่

A standard assumption is that it's our body

1:22

สมมติฐานมาตรฐานคือ ร่างกายของเรานี่แหละ

that guarantees our personal identity.

1:24

ที่รับประกันอัตลักษณ์ส่วนบุคคลของเรา

This is the theory that a key part of what makes me me ไวยากรณ์

1:27

นี่คือทฤษฎีที่ว่าส่วนสำคัญของสิ่งที่ทำให้ฉันเป็นฉัน

is that I'm housed in an identical body.

1:31

คือการที่ฉันอาศัยอยู่ในร่างกายที่เหมือนเดิม

ไวยากรณ์

what makes me me: make + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

ใน what makes me me คำว่า make หมายถึง “ทำให้ใครคนหนึ่งเป็นหรือกลายเป็นคนแบบหนึ่ง” me ตัวแรกเป็นกรรมของ makes ส่วน me ตัวที่สองเป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกตัวตนของกรรมนั้น การพูด me ซ้ำเป็นความตั้งใจ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด ทั้งวลีหมายถึง “คุณลักษณะหรือประสบการณ์ที่ทำให้ฉันเป็นคนอย่างที่ฉันเป็น” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับสรรพนามหรือชื่ออื่นได้ เช่น what makes him him

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบบอกตัวตนที่ใช้สรรพนามซ้ำ: His sense of humor is what ____.

ดูคำตอบ

makes him him

But philosophers like to push this assumption around a little.

1:35

แต่นักปรัชญาชอบที่จะท้าทายสมมติฐานนี้สักหน่อย

Imagine if I lost all my hair.

1:38

ลองจินตนาการดูว่าถ้าฉันสูญเสียผมไปทั้งหมด

Would I still be me?

1:40

ฉันจะยังคงเป็นฉันอยู่ไหม

Yes, sure.

1:41

ใช่ แน่นอน

What if I lost a finger?

1:43

แล้วถ้าฉันเสียนิ้วไปล่ะ

Yes.

1:44

ใช่

A leg?

1:45

ขาข้างหนึ่งล่ะ

Definitely.

1:45

แน่นอน

Now, what if a malevolent demon appeared

1:47

คราวนี้ ถ้ามีปีศาจร้ายปรากฏตัวขึ้น

and told us that we'd have to lose ไวยากรณ์

1:50

และบอกพวกเราว่าเราจะต้องสูญเสีย

every part of our bodies,

1:52

ทุกส่วนของร่างกายเราไป

but could keep just one bit?

1:53

แต่สามารถเก็บไว้ได้เพียงชิ้นเดียวล่ะ

ไวยากรณ์

have to ... but could keep: ข้อบังคับและข้อยกเว้น

ใน we'd have to lose every part... คำว่า would have to แสดงเงื่อนไขที่จำเป็นต้องทำในสถานการณ์สมมติจาก what if ส่วนใน but could keep just one bit คำว่า could แสดงทางเลือกเดียวที่ยังได้รับอนุญาตหรือยังเป็นไปได้ ประธาน we ใช้ร่วมกับกริยาทั้งสองกลุ่ม: we'd have to lose..., but [we] could keep.... But นำข้อบังคับที่ครอบคลุมมาเปรียบต่างกับข้อยกเว้นที่จำกัด could ในที่นี้ไม่ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์สมมติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าจำเป็นต้องสวมหมวกนิรภัย แต่ได้รับอนุญาตให้ยืมหมวกได้

  1. If I joined the cycling club, I could wear a helmet and could borrow one.
  2. If I joined the cycling club, I'd have to wear a helmet and would have to bring my own.
  3. If I joined the cycling club, I'd have to wear a helmet but could borrow one.
ดูคำตอบ

If I joined the cycling club, I'd have to wear a helmet but could borrow one.

Which bit would it be?

1:56

มันจะเป็นชิ้นไหน

Few of us would pick our elbow or belly button.

1:58

พวกเราแทบไม่มีใครเลือกข้อศอกหรือสะดือหรอก

Almost all of us would pick our brains.

2:01

พวกเราเกือบทุกคนคงเลือกสมองของเรา

and that tells us something interesting.

2:04

และนั่นบอกเรื่องที่น่าสนใจบางอย่างแก่เรา

We assume implicitly that

2:06

เราทึกทักเอาโดยนัยว่า

some bits of our bodies are more me-ish, การใช้คำ

2:08

บางส่วนของร่างกายเรามีความ "เป็นฉัน" มากกว่า

closer to the core of personal identity than others.

2:11

และใกล้เคียงกับแก่นแท้ของอัตลักษณ์ส่วนบุคคลมากกว่าส่วนอื่นๆ

การใช้คำ

me-ish: การใช้ -ish อย่างขี้เล่น

Me-ish เป็นคำที่สร้างขึ้นเฉพาะกิจอย่างขี้เล่น โดยเติม -ish หลัง me คำต่อท้ายนี้ทำให้ความหมายเป็นการประมาณ ไม่ได้ชี้ชัดตายตัว ดังนั้น more me-ish จึงหมายถึง “เหมือนตัวตนที่แท้จริงของฉันมากกว่า” หรือ “เชื่อมโยงกับความรู้สึกเรื่องอัตลักษณ์ของฉันมากกว่า” ผู้พูดภาษาอังกฤษสามารถเติม -ish หลังคำที่คาดไม่ถึงได้ หากผู้ฟังเข้าใจว่ากำลังพูดถึงคุณลักษณะใด ผลลัพธ์จึงฟังดูยืดหยุ่นโดยตั้งใจ ไม่ใช่ศัพท์ที่แม่นยำและกำหนดไว้แน่นอน

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “This bright little desk feels very me-ish.” เขาหมายความว่าอย่างไร?

  1. โต๊ะตัวนั้นทำเสร็จเพียงบางส่วน
  2. โต๊ะตัวนั้นเข้ากับบุคลิกและความรู้สึกเป็นตัวตนของคนนั้น
  3. โต๊ะตัวนั้นอยู่ใกล้คนนั้นในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

โต๊ะตัวนั้นเข้ากับบุคลิกและความรู้สึกเป็นตัวตนของคนนั้น

And the most me-ish of all the bits are our brains.

2:14

และส่วนที่มีความเป็นฉันมากที่สุดในบรรดาทุกส่วนก็คือสมองของเรา

Christianity runs a version of this thought experiment. การใช้คำ

2:19

ศาสนาคริสต์มีการทดลองทางความคิดในเวอร์ชันของตนเอง

การใช้คำ

thought experiment: ทดสอบแนวคิดด้วยจินตนาการ

Thought experiment คือสถานการณ์สมมติที่ใช้พิจารณาแนวคิด ทดสอบหลักการ หรือดูว่าสัญชาตญาณของเรานำไปสู่ข้อสรุปใด เราใช้เหตุผลคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นแทนการทำการทดสอบทางกายภาพจริง ๆ ในประโยคนี้ a version of this thought experiment หมายถึงกรณีสมมติอีกแบบหนึ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ดังนั้น experiment จึงหมายถึงการให้เหตุผลอย่างเป็นระบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นการทำงานในห้องทดลอง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ thought experiment มากที่สุด?

  1. การคาดเดาที่ทำขึ้นโดยไม่มีจุดประสงค์
  2. สถานการณ์สมมติที่ใช้ทดสอบแนวคิด
  3. การทดสอบแบบควบคุมที่ใช้อุปกรณ์ทางกายภาพ
ดูคำตอบ

สถานการณ์สมมติที่ใช้ทดสอบแนวคิด

It asks us to think what will happen after our death,

2:22

มันขอให้เราคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังความตาย

and it imagines a separation of the body,

2:24

และจินตนาการถึงการแยกออกจากร่างกาย

ultimately not that significant,

2:27

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไม่ได้สำคัญขนาดนั้น

and the ongoing survival of a more modest precious bit

2:29

และการดำรงอยู่ต่อไปของส่วนที่เจียมเนื้อเจียมตัวและล้ำค่ากว่า

that it calls the soul.

2:32

ที่เรียกว่าวิญญาณ

There's another version of this thought experiment that two lovers can play.

2:35

มีการทดลองทางความคิดอีกเวอร์ชันหนึ่งที่คู่รักสองคนสามารถเล่นได้

In the early throes of love, สำนวน

2:39

ในช่วงแรกเริ่มของความรักอันเร่าร้อน

สำนวน

In the early throes of love: ตกอยู่ในสภาวะรักอันเข้มข้น

in the throes of หมายถึงการตกอยู่ท่ามกลางกระบวนการหรือสภาวะที่รุนแรงและยังดำเนินอยู่ จนรู้สึกว่าควบคุมได้ยาก ในที่นี้ in the early throes of love หมายถึงช่วงแรกของการตกหลุมรักที่เต็มไปด้วยอารมณ์อย่างท่วมท้น throes มักสื่อถึงความเจ็บปวด การดิ้นรน หรือความวุ่นวาย เมื่อนำมาใช้กับความรักจึงทำให้น้ำเสียงดูเกินจริงเล็กน้อยและมีอารมณ์ขัน เป็นสำนวนที่แรงกว่าการพูดเพียง in the early stages of love

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนที่หมายถึง “กำลังจมอยู่ในกระบวนการที่เข้มข้นและยังดำเนินอยู่” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The company is ____ a major reorganization, so many roles are changing.

ดูคำตอบ

in the throes of

two people who have gone to bed together might ask, สำนวน

2:40

คนสองคนที่ได้หลับนอนด้วยกันอาจถามขึ้นว่า

"What do you really like about me?"

2:43

"คุณชอบอะไรในตัวฉันจริงๆ"

สำนวน

gone to bed together: คำเลี่ยงที่หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์

ในบริบทความรักของผู้ใหญ่นี้ gone to bed together เป็นการพูดทางอ้อมว่าคนสองคนนั้นมีเพศสัมพันธ์กัน ภาษาอังกฤษมักใช้ go to bed with someone หรือ go to bed together เป็นคำเลี่ยงเพื่อไม่ต้องกล่าวถึงเพศสัมพันธ์โดยตรง คำเดียวกันอาจมีความหมายตามตัวอักษรได้ หากบริบทพูดชัดเจนถึงเวลาเข้านอนหรือการจัดที่นอน แต่ในประโยคนี้ ความสัมพันธ์แบบคู่รักและคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัวทำให้ความหมายเชิงเลี่ยงเป็นการตีความที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After months of dating, they finally went to bed together,” วลีนี้น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. พวกเขาหลับในเวลาเดียวกันพอดี
  2. พวกเขาซื้อเตียงด้วยกัน
  3. พวกเขามีเพศสัมพันธ์กัน
ดูคำตอบ

พวกเขามีเพศสัมพันธ์กัน

The wrong answer is to say,

2:45

คำตอบที่ผิดคือการพูดว่า

"Your fabulous breasts or your amazing muscular arms."

2:47

"หน้าอกที่สวยงามของคุณ หรือแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันน่าทึ่งของคุณ"

Breasts and chest don't ultimately feel me-ish

2:51

ท้ายที่สุดแล้ว หน้าอกและแผ่นอกไม่ได้ให้ความรู้สึก "เป็นฉัน"

enough to be a respectable answer.

2:54

มากพอที่จะเป็นคำตอบที่น่านับถือได้

It seems we want to be loved for something closer to our real self, ไวยากรณ์

2:57

ดูเหมือนว่าเราต้องการถูกรักด้วยสิ่งที่ใกล้เคียงกับตัวตนที่แท้จริงของเรามากกว่า

perhaps our soul or our brain.

3:01

อาจเป็นวิญญาณหรือสมองของเรา

ไวยากรณ์

be loved for: บอกเหตุผลที่ได้รับความรัก

ในโครงสร้าง be loved for something ประธานได้รับความรักเพราะคุณสมบัติ การกระทำ หรือเหตุผลที่ตามหลัง for ในประโยคนี้ something closer to our real self ถูกเสนอให้เป็นเหตุผลที่คนเราอยากได้รับความรัก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + กริยาช่อง 3 + for + เหตุผล รูปแบบบอกเหตุผลเดียวกันนี้พบใน be known for และ be valued for

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ be loved for: She is loved ____ her kindness.

ดูคำตอบ

for

Now let's push the thought experiment further. ลำดับความ

3:04

ทีนี้เรามาผลักดันการทดลองทางความคิดนี้ให้ไกลขึ้นอีก

ลำดับความ

push the thought experiment further: พาการให้เหตุผลไปสู่ขั้นที่ลึกขึ้น

Push the thought experiment further เป็นคำเปลี่ยนช่วงที่บอกผู้ฟังว่า สถานการณ์สมมติเดิมกำลังจะถูกพัฒนาไปเป็นคำถามที่ลึกหรือท้าทายกว่าเดิม push ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงขยายการให้เหตุผล ไม่ใช่ใช้มือผลักสิ่งของ Now บอกว่ากำลังเข้าสู่ขั้นใหม่ ส่วน let's ชวนผู้ฟังให้คิดไปพร้อมกับผู้พูด คำเหล่านี้ร่วมกันแสดงว่าประเด็นต่อไปพัฒนามาจากประเด็นก่อนหน้า ไม่ได้เริ่มหัวข้อใหม่ที่แยกออกไป

แบบฝึกหัด

ผู้พูดส่งสัญญาณอะไรเมื่อพูดว่า “Now let's push the thought experiment further”?

  1. เราจะพูดประเด็นเดิมซ้ำโดยไม่เปลี่ยนแปลง
  2. เราจะย้ายการทดลองไปยังสถานที่อื่นจริง ๆ
  3. เราจะพัฒนากรณีสมมติไปสู่ขั้นต่อไปที่ลึกกว่าเดิม
ดูคำตอบ

เราจะพัฒนากรณีสมมติไปสู่ขั้นต่อไปที่ลึกกว่าเดิม

What bit of the brain is actually most crucial to being me? ไวยากรณ์

3:06

สมองส่วนไหนกันแน่ที่สำคัญที่สุดในการเป็นฉัน

ไวยากรณ์

most crucial to being: to + รูป -ing

ใน most crucial to being me คำว่า crucial หมายถึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาสภาวะหรือตัวตนที่ being me สื่อถึง ส่วน most แสดงว่าสมองส่วนนี้สำคัญกว่าส่วนอื่น ๆ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทที่ตามหลัง crucial จึงต้องตามด้วยวลีนามหรือรูป -ing: crucial to being โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is crucial to + คำนาม/รูป -ing ซึ่งหมายความว่า X จำเป็นต่อผลลัพธ์หรือสภาวะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป -ing ของ stay: Regular sleep is crucial to ____ focused in class.

ดูคำตอบ

staying

Let's imagine that I have a bump to the head วลี

3:11

ลองจินตนาการว่าฉันหัวกระแทก

and lose my ability to play table tennis. วลี

3:13

และสูญเสียความสามารถในการเล่นเทเบิลเทนนิส

วลี

a bump to the head: แรงกระแทก ไม่ใช่ก้อนบวม

ใน a bump to the head คำว่า bump หมายถึงการชนหรือแรงกระแทกที่ศีรษะได้รับ วลีนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ ไม่ได้หมายความว่าต้องมีก้อนบวมนูนเสมอไป คำบุพบท to ระบุอวัยวะที่รับแรงกระแทก วลีนามนี้ใช้บรรยายอุบัติเหตุได้โดยไม่ต้องระบุอาการบาดเจ็บทางการแพทย์อย่างแน่ชัด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายได้ชัดเจนที่สุดว่าศีรษะได้รับแรงกระแทก ไม่ใช่ระบุตำแหน่งของก้อนบวม

  1. Maya put an ice pack on her head.
  2. Maya had a bump on her head after practice.
  3. Maya had a bump to the head during practice.
ดูคำตอบ

Maya had a bump to the head during practice.

วลี

lose my ability to play: สูญเสียความสามารถในการทำบางสิ่ง

โครงสร้าง lose + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + ability to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคนคนหนึ่งไม่มีความสามารถทางร่างกายหรือจิตใจที่จะทำสิ่งนั้นอีกต่อไป ในประโยคนี้ my ability to play หมายถึงผู้พูดอาจเล่นปิงปองไม่ได้อีก ไม่ได้หมายถึงแค่พลาดโอกาสเล่น คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น lose my, your, her หรือ their ability to do something การสูญเสียความสามารถอาจเป็นชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง lose one's ability to + คำกริยา: After the injury, she ____ the violin.

ดูคำตอบ

lost her ability to play

Am I still myself?

3:16

ฉันยังคงเป็นตัวฉันเองอยู่ไหม

Most of us would say,

3:17

พวกเราส่วนใหญ่จะตอบว่า

"Yes, sure."

3:18

"ใช่ แน่นอน"

What if I once spoke Latin and lose the ability

3:20

แล้วถ้าฉันเคยพูดภาษาละตินได้และสูญเสียความสามารถนั้นไป

or forgot how to cook asparagus with a light mayonnaise sauce?

3:23

หรือลืมวิธีทำอาหารหน่อไม้ฝรั่งกับซอสมายองเนสอ่อนๆ ล่ะ

Would I still be me?

3:26

ฉันจะยังคงเป็นฉันอยู่ไหม

Yes.

3:28

ใช่

In other words, ลำดับความ

3:30

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

technical capacities don't feel

3:30

ความสามารถทางเทคนิคไม่ได้ให้ความรู้สึกว่า

very close to the core of personal identity.

3:32

ใกล้เคียงกับแก่นแท้ของอัตลักษณ์ส่วนบุคคลมากนัก

ลำดับความ

In other words: กล่าวความคิดใหม่หรือสรุปความคิดเดิม

In other words เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่ใช้เกริ่นการพูดความคิดเดิมใหม่ให้ชัดขึ้น หรือสรุปความคิดเดิมสั้น ๆ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวรวบตัวอย่างทักษะต่าง ๆ ก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปทั่วไปว่า ความสามารถด้านเทคนิคไม่ได้รู้สึกว่าเป็นแก่นของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล คำนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นว่าประโยคถัดไปเชื่อมกับข้อความก่อนหน้าอย่างไร โดยให้เข้าใจว่าเป็นการกล่าวใหม่ ไม่ใช่ข้อเสนอใหม่หรือข้อเสนอที่ตรงข้ามกัน

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่ใช้เกริ่นการกล่าวความเดิมใหม่ได้ถูกต้อง: 'Nora is an only child. ____, she has no brothers or sisters.'

  1. In other words
  2. For example
  3. On the other hand
ดูคำตอบ

In other words

What about other kinds of memories?

3:36

แล้วความทรงจำประเภทอื่นๆ ล่ะ

A big part of making me me

3:38

ส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันเป็นฉัน

tends to be my store of memories. ไวยากรณ์

3:40

มักจะเป็นคลังความทรงจำของฉัน

ไวยากรณ์

tends to be: แนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่คำกล่าวที่เด็ดขาด

ในประโยคนี้ tends to be บอกว่าคลังความทรงจำของผู้พูดมักเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นหรือความไม่แน่ใจอยู่ จึงทำให้คำกล่าวไม่เด็ดขาด และไม่ได้หมายถึง always โครงสร้างคือ tend to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ประธานเอกพจน์ A big part ใช้กับ tends และ be เชื่อมประธานนั้นกับ my store of memories

แบบฝึกหัด

tends to be ในประโยค A big part of making me me tends to be my store of memories สื่อความหมายใดได้ดีที่สุด

  1. ผู้พูดกำลังดูแลสิ่งของที่เป็นคอลเล็กชันความทรงจำ
  2. ผู้พูดมองว่าความทรงจำที่เก็บไว้มักสำคัญต่ออัตลักษณ์ แต่ไม่ได้กล่าวอย่างเด็ดขาด
  3. ผู้พูดบอกว่าความทรงจำที่เก็บไว้เป็นแหล่งเดียวของอัตลักษณ์เสมอ
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองว่าความทรงจำที่เก็บไว้มักสำคัญต่ออัตลักษณ์ แต่ไม่ได้กล่าวอย่างเด็ดขาด

I remember the carpet in my bedroom when I was growing up

3:43

ฉันจำพรมในห้องนอนตอนที่ฉันเติบโตขึ้นมาได้

or the girl I was in love with at university

3:46

หรือผู้หญิงที่ฉันตกหลุมรักที่มหาวิทยาลัย

or the weather over Sydney

3:49

หรือสภาพอากาศเหนือซิดนีย์

as we came in to land for my first Australian book tour.

3:50

ตอนที่เรากำลังร่อนลงจอดเพื่อทัวร์โปรโมตหนังสือที่ออสเตรเลียครั้งแรกของฉัน

But what if these memories all vanished as well?

3:54

แต่ถ้าความทรงจำเหล่านี้ทั้งหมดหายไปด้วยล่ะ

Could I still be me?

3:57

ฉันจะยังเป็นฉันได้อยู่ไหม

One view is, possibly,

3:59

มุมมองหนึ่งคือ เป็นไปได้

so long as something else remained. ไวยากรณ์

4:01

ตราบใดที่มีสิ่งอื่นเหลืออยู่

ไวยากรณ์

so long as: ใช้นำเงื่อนไขที่ต้องทำให้สำเร็จ

ในประโยคนี้ so long as ใช้นำเงื่อนไขที่ทำให้ข้อสรุปที่เป็นไปได้นั้น成立ได้ นั่นคือต้องยังมีสิ่งอื่นหลงเหลืออยู่ ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ provided that หรือ on condition that วลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงระยะเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ใจความหลัก + so long as + เงื่อนไข โดยอนุประโยคที่ตามมาระบุข้อกำหนดที่ต้องทำให้สำเร็จ

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่ทำให้การสวมหมวกกันน็อกเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในประโยคนี้: You can borrow my bike ___ you wear a helmet.

  1. so long as
  2. for as long as
  3. even though
ดูคำตอบ

so long as

And that thing we can call my character.

4:03

และสิ่งนั้นเราอาจเรียกว่าอุปนิสัยของฉัน

In other words,

4:07

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ

if my characteristic way of responding to situations, วลี

4:07

หากวิธีการตอบสนองต่อสถานการณ์อันเป็นลักษณะเฉพาะของฉัน

my sense of what is funny, wise, interesting or important

4:11

ความรู้สึกของฉันต่อสิ่งที่ตลก ชาญฉลาด น่าสนใจ หรือสำคัญ

remained the same,

4:16

ยังคงเหมือนเดิม

วลี

วิธีตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นลักษณะเฉพาะของบุคคล

ในที่นี้ characteristic เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “เป็นแบบฉบับของคนคนหนึ่ง” และขยายคำว่า way ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงรูปแบบการตอบสนองตามปกติของคนนั้น ซึ่งสังเกตได้ง่ายเมื่อมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น ความหมายนี้กว้างกว่าปฏิกิริยาเพียงครั้งเดียว เพราะชี้ถึงส่วนหนึ่งของนิสัยที่คงที่และอาจปรากฏในหลายสถานการณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกรูปแบบการตอบสนองที่คงที่และสังเกตได้ง่าย แทนที่จะเป็นปฏิกิริยาเพียงครั้งเดียว

  1. She answered the phone after it rang once.
  2. Staying calm under pressure is her characteristic way of responding to problems.
  3. Her reaction to the sudden noise was to cover her ears.
ดูคำตอบ

Staying calm under pressure is her characteristic way of responding to problems.

I can still in some fundamental way

4:17

ในแง่มุมพื้นฐานบางประการ ฉันก็ยังสามารถ

claim to be the same person.

4:19

อ้างได้ว่าเป็นคนเดิม

My memory store of feelings and behaviors might be gone,

4:23

คลังความทรงจำเกี่ยวกับความรู้สึกและพฤติกรรมของฉันอาจจะหายไป

but I could be assured of continuing ไวยากรณ์

4:26

แต่ฉันสามารถมั่นใจได้ว่าจะยังคง

to feel and behave in compatible ways in the future.

4:28

รู้สึกและประพฤติตนในรูปแบบที่สอดคล้องกันต่อไปในอนาคต

ไวยากรณ์

be assured of continuing to: มั่นใจว่าจะดำเนินต่อไป

Be assured of หมายถึง “มั่นใจหรือแน่ใจเกี่ยวกับบางสิ่ง” แม้รูปประโยคจะดูเหมือนกรรมวาจก แต่ใจความในที่นี้คือผู้พูดมีความมั่นใจ ไม่ใช่มีใครมาปลอบผู้พูด of เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้น continue จึงเปลี่ยนเป็น continuing จากนั้นกริยานี้ตามด้วย to + กริยารูปพื้นฐาน เป็น continuing to feel and behave โครงสร้างทั้งหมดแสดงความมั่นใจว่าการกระทำเหล่านั้นจะดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be assured of และรูปที่ถูกต้องของ continue: With the new agreement, the school could ____ receive free meals.

ดูคำตอบ

be assured of continuing to

Those around me would need to keep reminding me of stuff that had happened, วลี

4:32

คนรอบข้างจะต้องคอยเตือนฉันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

วลี

reminding me of: ทำให้นึกถึงความทรงจำอีกครั้ง

โครงสร้าง remind + someone + of + something หมายถึงทำให้คนนั้นนึกถึงบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ในอดีตอีกครั้ง ในประโยคนี้ คนรอบตัวผู้พูดจะต้องคอยช่วยให้ผู้พูดนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา วางคนไว้หลัง remind โดยตรง และวางความทรงจำหรือสิ่งที่เชื่อมโยงไว้หลัง of: remind me of that day

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ remind me of: The old photo ____ my first day at school.

ดูคำตอบ

reminded me of

but they would still recognize me as me.

4:36

แต่พวกเขาก็ยังคงจำฉันได้ว่าฉันคือฉัน

A fascinating idea comes into view. สำนวน

4:40

แนวคิดที่น่าหลงใหลปรากฏขึ้นมา

สำนวน

comes into view: แนวคิดค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

come into view มีความหมายตรงตัวว่าเริ่มมองเห็นได้ ในที่นี้ แนวคิดถูกเปรียบเหมือนสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา กล่าวคือแนวคิดนั้นค่อย ๆ สังเกตเห็นได้หรือชัดเจนขึ้น คำเปรียบเทียบทางภาพนี้ใช้ได้เมื่อคำตอบ รูปแบบ หรือความเป็นไปได้เริ่มปรากฏขึ้นระหว่างการคิดหรือการอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมรูป present simple ของ come into view เพื่อแสดงว่าแนวคิดค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น: As we compare the evidence, a new possibility ____.

ดูคำตอบ

comes into view

Personal identity seems to consist not in bodily survival. ไวยากรณ์

4:43

อัตลักษณ์ส่วนบุคคลดูเหมือนจะไม่ได้ประกอบอยู่ในการอยู่รอดทางร่างกาย

I could be put in somebody else's body or live in a jar and still be me,

4:47

ฉันอาจถูกใส่เข้าไปในร่างคนอื่นหรืออาศัยอยู่ในขวดโหล และก็ยังคงเป็นฉัน

nor in the survival of memory.

4:52

และไม่ได้อยู่ในการคงอยู่ของความทรงจำด้วย

I could forget everything and still be me.

4:54

ฉันอาจลืมทุกสิ่งทุกอย่างและยังคงเป็นฉัน

But in the survival of what we're here going to call character.

4:57

แต่อยู่ในการคงอยู่ของสิ่งที่เราในที่นี้จะเรียกว่า อุปนิสัย

ไวยากรณ์

not in A, nor in B, but in C: ไม่ได้อยู่ที่ A หรือ B แต่อยู่ที่ C

ทั้งสามส่วนรวมกันเป็นโครงสร้างเดียว คือ personal identity seems to consist not in A, nor in B, but in C สองส่วนแรกปฏิเสธว่าการคงอยู่ของร่างกายและความทรงจำเป็นเกณฑ์ตัดสิน ส่วนสุดท้ายเสนออุปนิสัยเป็นเกณฑ์ที่ผู้พูดต้องการเน้น ตัวอย่างตรงกลางไม่ได้เริ่มโครงสร้างไวยากรณ์ใหม่ nor สานต่อการปฏิเสธก่อนหน้า ส่วน But in ละคำที่ซ้ำคือ personal identity consists โครงสร้างขนานนี้พาผู้ฟังผ่านความเป็นไปได้ที่ถูกปฏิเสธไปสู่ข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างทางการ not in A, nor in B, but in C: The team's strength lies ____ one star player, ____ expensive equipment, ____ how well everyone works together.

ดูคำตอบ

not in · nor in · but in

This is an idea attributed to the English philosopher John Locke, วัฒนธรรม

5:02

นี่เป็นแนวคิดที่มาจากนักปรัชญาชาวอังกฤษ จอห์น ล็อก

who famously wrote personal identity

5:05

ผู้ซึ่งเขียนประโยคอันโด่งดังไว้ว่า อัตลักษณ์ส่วนบุคคล

is made up of what he called sameness of consciousness.

5:08

ประกอบด้วยสิ่งที่เขาเรียกว่าความเหมือนกันของจิตสำนึก

วัฒนธรรม

John Locke และความเป็นอันเดียวกันของจิตสำนึก

วิดีโอเชื่อมโยงแนวคิดเรื่องอัตลักษณ์ส่วนบุคคลนี้กับ John Locke นักปรัชญาชาวอังกฤษ ชื่อ John Locke บอกว่าแนวคิดที่กำลังสรุปเป็นของใคร ส่วน sameness of consciousness คือความเชื่อมโยงสำคัญที่บทสรุปนี้ใช้เพื่ออธิบายว่าเหตุใดคนคนหนึ่งจึงยังเป็นคนเดิมเมื่อเวลาผ่านไป sameness ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมีความคิดเหมือนเดิมทุกประการในทุกขณะ แต่หมายถึงความต่อเนื่อง กล่าวคือ ประสบการณ์ที่มีสติในช่วงเวลาต่าง ๆ เป็นของตัวตนเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับ John Locke คำว่า sameness of consciousness มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. การมีร่างกายเดิมตลอดชีวิต
  2. การตื่นอยู่ทางร่างกายโดยไม่ขาดช่วง
  3. การมีความคิดเหมือนเดิมทุกประการในทุกขณะ
  4. ความต่อเนื่องของจิตสำนึกที่เชื่อมโยงคนคนหนึ่งตลอดช่วงเวลา
ดูคำตอบ

ความต่อเนื่องของจิตสำนึกที่เชื่อมโยงคนคนหนึ่งตลอดช่วงเวลา

If a demon offered us a choice between remembering everything

5:12

หากปีศาจยื่นข้อเสนอให้เราเลือกระหว่างการจำทุกอย่างได้

but feeling and valuing very differently

5:15

แต่รู้สึกและให้คุณค่าแตกต่างไปจากเดิมมาก

or feeling and valuing the same sorts of things

5:18

หรือรู้สึกและให้คุณค่ากับสิ่งประเภทเดิม

but remembering nothing,

5:20

แต่จำอะไรไม่ได้เลย

most of us would, Locke suggests,

5:22

พวกเราส่วนใหญ่ ล็อกเสนอว่า

choose the latter. การใช้คำ

5:24

จะเลือกอย่างหลัง

การใช้คำ

choose the latter: อ้างถึงตัวเลือกที่สองจากสองตัวเลือก

ในที่นี้ the latter หมายถึงตัวเลือกที่สองจากสองตัวเลือกที่เพิ่งกล่าวถึง choose the latter จึงหมายถึงการเลือกตัวเลือกที่สองโดยไม่ต้องพูดรายละเอียดทั้งหมดซ้ำ วลีนี้ใช้ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อมูลก่อนหน้าอย่างกระชับ โดยระบุสองสิ่งก่อน แล้วใช้ the former แทนสิ่งแรก และ the latter แทนสิ่งที่สอง

แบบฝึกหัด

อ่านสถานการณ์: Mia can study at home or go to the library. She wants a quiet room away from home. เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้อง: She will choose ____.

  1. the later
  2. the latter
  3. the former
ดูคำตอบ

the latter

So, if we have to boil personal identity down to its essence, กริยาวลี

5:27

ดังนั้น หากเราต้องเค้นเอาแก่นแท้ของอัตลักษณ์ส่วนบุคคลออกมา

กริยาวลี

boil personal identity down to its essence: ย่ออัตลักษณ์ส่วนบุคคลให้เหลือแก่นแท้

Boil X down to Y หมายถึงการลด X ที่ซับซ้อนให้เหลือผลลัพธ์ แนวคิด หรือชุดประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ Y เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกเหมือนกับการเคี่ยวของเหลวให้เข้มข้น ในประโยคนี้ X คือ personal identity และ Y คือ its essence โครงสร้างนี้บอกว่าผู้พูดกำลังจะอธิบายอย่างกระชับว่าอัตลักษณ์ส่วนบุคคลประกอบขึ้นจากอะไรเป็นพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ลดให้เหลือส่วนที่สำคัญที่สุด”: We can ____ the whole plan ____ three simple steps.

ดูคำตอบ

boil · down to

it seems to come down to values, inclinations, and temperament. กริยาวลี

5:31

มันก็ดูเหมือนจะสรุปได้ที่ค่านิยม แนวโน้มความชอบ และพื้นอารมณ์

กริยาวลี

come down to: ระบุปัจจัยชี้ขาด

ในประโยคนี้ come down to หมายความว่า หลังจากพิจารณารายละเอียดแล้ว คำอธิบายที่เป็นตัวชี้ขาดอยู่ที่ปัจจัยซึ่งตามมา ได้แก่ ค่านิยม ความโน้มเอียง และอุปนิสัย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงด้านล่าง โครงสร้างคือ ประธาน + come down to + คำนามหรือรูป -ing ใช้พาการอภิปรายจากรายละเอียดจำนวนมากไปสู่ปัจจัย เหตุผล หรือตัวเลือกที่สำคัญที่สุดในท้ายที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “ท้ายที่สุดถูกกำหนดโดย”: After reviewing both plans, the choice will ____ cost and safety.

ดูคำตอบ

come down to

Let's think of death with all this in mind. ลำดับความ

5:36

เมื่อคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว เรามาลองคิดถึงความตายกัน

ลำดับความ

with all this in mind: ใช้แนวคิดก่อนหน้าเป็นกรอบในการคิด

with all this in mind เป็นวลีเชื่อมที่พาการอภิปรายก่อนหน้าเข้าสู่หัวข้อใหม่ ในที่นี้ all this รวมแนวคิดก่อนหน้าเป็นชุดเดียว และ with ... in mind บอกให้ผู้ฟังใช้แนวคิดชุดนั้นเป็นพื้นฐานในการคิดเรื่องความตาย วลีนี้จัดลำดับเหตุผลเป็นสองขั้น คือ ตั้งแนวคิดขึ้นมาก่อน แล้วจึงใช้แนวคิดเหล่านั้นให้เหตุผลต่อในส่วนถัดไป

แบบฝึกหัด

อ่านบริบท: The road is icy and visibility is poor. With all this in mind, let's postpone the trip. ในที่นี้ with all this in mind ทำหน้าที่อะไร?

  1. ขอให้ทุกคนท่องจำถ้อยคำทุกคำให้ตรง
  2. ใช้เงื่อนไขก่อนหน้าเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ
  3. นำเสนอข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
ดูคำตอบ

ใช้เงื่อนไขก่อนหน้าเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ

The standard view of death is that it's sad

5:39

มุมมองมาตรฐานเกี่ยวกับความตายคือมันน่าเศร้า

because it means the end of our identity.

5:41

เพราะมันหมายถึงจุดสิ้นสุดของอัตลักษณ์ของเรา

Now, it certainly does mean the end

5:44

มันหมายถึงจุดสิ้นสุดอย่างแน่นอน

if we identify identity with the survival of our bodies วลี

5:46

หากเราระบุว่าอัตลักษณ์คือการมีชีวิตรอดของร่างกายเรา

or with that of our memories.

5:50

หรือการคงอยู่ของความทรงจำของเรา

วลี

identify A with B: มองว่าสองสิ่งเท่ากัน

ในโครงสร้าง identify A with B ผู้พูดมองว่า A เหมือนกับ B หรือเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดจน B เป็นสิ่งที่กำหนด A ในที่นี้ อัตลักษณ์ส่วนบุคคลถูกผูกเข้ากับการคงอยู่ของร่างกาย โครงสร้างเชิงนามธรรมนี้ใช้เพื่อมองว่าแนวคิดสองอย่างเท่ากัน ไม่ใช่เพื่อค้นหาชื่อหรือระบุตัวบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่หายไปในโครงสร้างตายตัว: Some people identify success ____ wealth.

ดูคำตอบ

with

But if we think that who we are is to a large degree about our values วลี

5:52

แต่ถ้าเราคิดว่าตัวตนของเราคือส่วนใหญ่เกี่ยวกับค่านิยม

and characteristic loves and hates,

5:56

และความรักความเกลียดชังอันเป็นลักษณะเฉพาะของเราล่ะก็

วลี

to a large degree: ข้อความที่มีน้ำหนักแต่ไม่เด็ดขาด

To a large degree หมายถึง “ส่วนใหญ่” หรือ “ในระดับมาก” วลีนี้ทำให้ข้อความมีน้ำหนักมาก แต่ไม่ทำให้เป็นคำกล่าวแบบเด็ดขาด ในประโยคนี้ ค่านิยมและสิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบเป็นประจำถูกนำเสนอว่าเป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เราเป็น ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้มีปัจจัยอื่นด้วย degree ในที่นี้หมายถึง “ระดับ” ไม่ใช่วุฒิการศึกษาหรือมุม

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสี่คำจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “ส่วนใหญ่ แต่ไม่ทั้งหมด” เติมประโยค: The team's success was, ____, the result of careful planning.

ดูคำตอบ

to a large degree

then we are in a sense granted a kind of immortality ลำดับความ

5:59

ในความหมายหนึ่ง เราก็ได้รับความอมตะรูปแบบหนึ่ง

ลำดับความ

in a sense เพื่อจำกัดขอบเขตของข้อความ

ในที่นี้ in a sense จำกัดขอบเขตของข้อความที่ว่ามนุษย์ได้รับความเป็นอมตะ โดยบอกว่าข้อความนี้เป็นจริงเฉพาะภายใต้การตีความแบบหนึ่งเท่านั้น กล่าวคือ ค่านิยม ความรัก และความเกลียดของคนคนหนึ่งอาจสืบต่ออยู่ในมนุษยชาติ แม้ว่าร่างกายของคนนั้นจะไม่ได้มีชีวิตตลอดไป ใช้คำบอกกรอบความหมายนี้เมื่อต้องการนำเสนอข้อความที่หนักแน่น เป็นนามธรรม หรือเป็นเชิงเปรียบเทียบว่าเป็นจริงเพียงบางส่วนจากมุมมองหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามตัวอักษรที่ไม่มีข้อจำกัด

แบบฝึกหัด

in a sense บอกอะไรในประโยคนี้: In a sense, the retired coach still leads the team because her methods guide every practice?

  1. โค้ชที่เกษียณแล้วอยู่ที่นั่นจริงและเป็นผู้นำการฝึกทุกครั้ง
  2. ผู้พูดกำลังทำให้ข้อความหนักแน่นขึ้นและเป็นจริงอย่างเด็ดขาดโดยสมบูรณ์
  3. ข้อความนี้เป็นจริงจากมุมมองเชิงเปรียบเทียบแบบหนึ่ง ไม่ได้เป็นจริงตามตัวอักษร
ดูคำตอบ

ข้อความนี้เป็นจริงจากมุมมองเชิงเปรียบเทียบแบบหนึ่ง ไม่ได้เป็นจริงตามตัวอักษร

simply through the fact that these will continue to live กริยาวลี

6:03

เพียงแค่ผ่านข้อเท็จจริงที่ว่าสิ่งเหล่านี้จะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป

on in our species as a whole,

6:05

ในเผ่าพันธุ์ของเราโดยรวม

lodged here and there outside of their present home.

6:08

ซึ่งสิงสถิตอยู่ตามที่ต่างๆ นอกเหนือจากที่พักพิงในปัจจุบันของมัน

กริยาวลี

live on: ยังคงอยู่หรือส่งอิทธิพลต่อไป

ในที่นี้ live on หมายถึงยังคงมีอยู่หรือส่งอิทธิพลต่อไปหลังจากผู้ที่เคยเป็นเจ้าของหรือผู้ถ่ายทอดสิ่งนั้นจากไปแล้ว These หมายถึงค่านิยม รวมถึงความรักและความเกลียดอันเป็นลักษณะเฉพาะของผู้คน ซึ่งสามารถสืบต่ออยู่ในมนุษยชาติได้นานกว่าชีวิตของคนคนหนึ่ง เมื่อประธานเป็นความคิด ประเพณี ความทรงจำ ชื่อเสียง หรืออิทธิพล live on จะแสดงถึงการดำรงอยู่ต่อไปตามกาลเวลา ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากบุคคล กลุ่มคน หรือยุคสมัยหนึ่งสิ้นสุดลงแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ live on ในความหมายว่ายังคงมีอยู่หรือยังคงส่งอิทธิพล?

  1. During the trip, they live on rice and beans.
  2. Her ideas live on in the community program she founded.
  3. The hikers can live on very little food.
ดูคำตอบ

Her ideas live on in the community program she founded.

Perhaps what we have learned to call me

6:12

บางทีสิ่งที่เราเรียนรู้ที่จะเรียกว่า "ฉัน"

was only ever a temporary resting place สำนวน

6:15

อาจเป็นเพียงแค่สถานที่พักพิงชั่วคราว

for a set of ideas and proclivities that are far older

6:18

สำหรับชุดความคิดและความโน้มเอียงที่เก่าแก่กว่ามาก

and are destined to live on far longer than our bodies. ไวยากรณ์

6:21

และมีชะตาที่จะต้องมีชีวิตอยู่ยืนยาวกว่าร่างกายของเรามาก

สำนวน

อุปลักษณ์แบบภาชนะใน temporary resting place

ในที่นี้ temporary resting place เป็นอุปลักษณ์แบบภาชนะ ผู้พูดมองตัวตน ซึ่งก็คือร่างกายและอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่ง ว่าเป็นสถานที่ซึ่งความคิดและแนวโน้มที่เก่าแก่กว่ามาพักอยู่ชั่วระยะหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของสิ่งเหล่านั้นตลอดไป ภาพนี้แยกสิ่งที่ทำหน้าที่รองรับออกจากสิ่งที่ถูกรองรับ คนคนหนึ่งอาจเสียชีวิต แต่ความคิดเหล่านั้นอาจดำเนินต่อผ่านคนอื่นได้ จึงไม่ได้หมายถึงจุดพักจริงระหว่างการเดินทาง และไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นไม่มีคุณค่า

แบบฝึกหัด

temporary resting place หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. คนคนหนึ่งรองรับความคิดและแนวโน้มไว้ชั่วคราว โดยสิ่งเหล่านั้นอาจดำเนินต่อหลังจากชีวิตของคนนั้นสิ้นสุดลง
  2. ผู้พูดเชื่อว่าร่างกายและอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่งไม่มีคุณค่า
  3. นักเดินทางหยุดพักสั้น ๆ ก่อนเดินทางต่อ
ดูคำตอบ

คนคนหนึ่งรองรับความคิดและแนวโน้มไว้ชั่วคราว โดยสิ่งเหล่านั้นอาจดำเนินต่อหลังจากชีวิตของคนนั้นสิ้นสุดลง

ไวยากรณ์

destined to live on: ชะตากรรมและการดำรงอยู่ต่อ

be destined to + คำกริยา นำเสนอผลลัพธ์ในอนาคตว่าเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นหนาหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วน live on หมายถึง “ยังคงมีอยู่หลังจากสิ่งอื่นสิ้นสุดลง” เมื่อนำมารวมกัน destined to live on จึงบอกว่าความคิดและแนวโน้มเหล่านี้ถูกนำเสนอว่าจะดำรงอยู่ต่อไปหลังจากร่างกายมนุษย์สิ้นไป นี่เป็นการตัดสินเชิงวาทศิลป์ที่หนักแน่น ไม่ใช่หลักฐานหรือการรับประกันข้อเท็จจริง ประธานคือ ideas and proclivities ดังนั้น live จึงหมายถึงการดำเนินต่อในเชิงอุปลักษณ์ ไม่ใช่การมีชีวิตทางชีววิทยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่ใช้ destined และ live on: These ideas are ____ long after us.

ดูคำตอบ

destined to live on

We might attempt to be less sad about death

6:25

เราอาจพยายามเศร้ากับความตายน้อยลงได้

by letting go of the idea กริยาวลี

6:27

ด้วยการละทิ้งแนวคิดที่ว่า

that we are a particular constellation of physical features. สำนวน

6:29

เราคือกลุ่มของคุณลักษณะทางกายภาพที่เฉพาะเจาะจง

กริยาวลี

letting go of an idea: การปล่อยวางความคิดหนึ่ง

ในประโยคนี้ letting go of หมายถึงการเลือกที่จะไม่ยึดติดกับความคิดหนึ่งต่อไป สิ่งที่ตามหลัง of คือความคิดที่ว่าตัวตนเป็นเพียงชุดของลักษณะทางกายภาพ ไม่ใช่ความตายเอง โครงสร้างนี้ใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ด้วย เช่น ความโกรธ ความกลัว ความต้องการควบคุม หรือความเชื่อเก่า ๆ โดยหมายถึงการคลายความยึดติดทางใจหรืออารมณ์ ไม่ใช่การแบมือออกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ let go of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya felt calmer after ____ her need to control every detail.

ดูคำตอบ

letting go of

สำนวน

a constellation of physical features: กลุ่มลักษณะทางกายภาพที่สัมพันธ์กัน

Constellation ตามความหมายตรงตัวคือกลุ่มดาวที่รวมกันเป็นรูปแบบหนึ่ง ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงกลุ่มลักษณะทางกายภาพ เช่น รูปหน้า ส่วนสูง และสีผิวหรือเส้นผม ซึ่งรวมกันเป็นรูปลักษณ์ของคนคนหนึ่ง วลีนี้เน้นรูปแบบโดยรวมที่เกิดจากลักษณะต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน ไม่ได้หมายถึงกลุ่มดาวทางดาราศาสตร์หรือเพียงรายการลักษณะที่นำมาเรียงแบบสุ่ม

แบบฝึกหัด

ในวลี a constellation of physical features คำว่า constellation สื่อถึงอะไร

  1. ชุดลักษณะทางร่างกายที่สัมพันธ์กันและร่วมกันสร้างรูปลักษณ์ของบุคคลหนึ่ง
  2. ดาวที่เรียงตัวเป็นรูปร่างของร่างกายมนุษย์
  3. รายการอาการทางการแพทย์ที่เขียนไว้
ดูคำตอบ

ชุดลักษณะทางร่างกายที่สัมพันธ์กันและร่วมกันสร้างรูปลักษณ์ของบุคคลหนึ่ง

We are always in a sense far longer lasting,

6:33

ในความหมายหนึ่ง เราคงอยู่ได้ยาวนานกว่าเสมอ

far more transgenerational การใช้คำ

6:36

ส่งผ่านข้ามรุ่นได้มากกว่าเสมอ

as a bundle of inclinations and ideas.

6:38

ในฐานะกลุ่มของแนวโน้มความชอบและแนวคิด

การใช้คำ

far more transgenerational: ดำเนินต่อข้ามรุ่นในระดับที่มากกว่ามาก

Transgenerational หมายถึงสิ่งที่ดำเนินต่อ ถูกส่งต่อ หรือปรากฏขึ้นอีกตลอดช่วงมากกว่าหนึ่งรุ่น ส่วน far more ทำให้การเปรียบเทียบเข้มขึ้น โดยหมายถึง “ข้ามรุ่นในระดับที่มากกว่ามาก” ในประโยคนี้ ผู้พูดไม่ได้บอกว่าคนคนหนึ่งมีชีวิตอยู่จริง ๆ หลายชั่วอายุคน แต่หมายถึงแนวโน้มและความคิดที่เป็นลักษณะเฉพาะของคนนั้นสามารถดำเนินต่อในคนรุ่นหลังได้ ตัวตนจึงยืนยาวกว่าในความหมายเชิงเปรียบเทียบนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ transgenerational ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อหมายถึงผลกระทบที่ดำเนินต่อข้ามหลายรุ่น

  1. Three generations live in one multigenerational household.
  2. The club held an intergenerational game for children and grandparents.
  3. The study examines how fear can become transgenerational, shaping families long after the first event.
ดูคำตอบ

The study examines how fear can become transgenerational, shaping families long after the first event.

We will continue to crop up and live wherever those ideas กริยาวลี

6:42

เราจะยังคงปรากฏขึ้นและมีชีวิตอยู่ที่ใดก็ตามที่แนวคิดเหล่านั้น

that are most characteristic of us will emerge,

6:45

ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเรามากที่สุดจะเผยตัวขึ้นมา

as they must,

6:48

ตามที่มันจะต้องเป็น

in the generations that are to come.

6:49

ในคนรุ่นต่อๆ ไปที่จะมาถึง

กริยาวลี

crop up: ปรากฏขึ้นโดยไม่คาดคิด

Crop up เป็นกริยาวลีที่มีน้ำเสียงเป็นกลางและใช้บ่อยในบทสนทนา หมายถึง “ปรากฏขึ้นหรือเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด” มักใช้เมื่อปัญหา คำถาม โอกาส ชื่อ หรือความคิดปรากฏในเวลาหรือสถานที่ต่าง ๆ ในประโยคนี้ we ไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มเดิมจะกลับมาทางร่างกาย แต่หมายถึงความคิดที่เป็นลักษณะเฉพาะของพวกเขาจะ crop up ในคนรุ่นอนาคต หรือปรากฏขึ้นอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ crop up: Small problems often ____ when a plan is rushed.

ดูคำตอบ

crop up

Focusing in on questions of identity กริยาวลี

6:55

การมุ่งเน้นไปที่คำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์

กริยาวลี

Focusing in on: การจำกัดความสนใจไปยังเป้าหมายเฉพาะ

Focusing in on หมายถึงการจำกัดขอบเขตความสนใจจากเรื่องกว้างไปยังหัวข้อเฉพาะ ในประโยคนี้ หัวข้อดังกล่าวคือคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์ โครงสร้างคือ focus in on + คำนามหรือรูป -ing โดย in และ on ทำงานร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของวลีนี้ ส่วน in ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปข้างในสิ่งใดจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำจากบทเรียนนี้ ซึ่งหมายถึงการจำกัดความสนใจให้เหลือเป้าหมายเฉพาะหนึ่งอย่าง: In today's meeting, let's ____ the two biggest risks.

ดูคำตอบ

focus in on

has the paradoxical and rather cheering effect

6:57

มีผลลัพธ์ที่ขัดแย้งในตัวเองและค่อนข้างทำให้เบิกบานใจ

of making us both less attached to certain bits of us ไวยากรณ์

7:00

โดยทำให้เรายึดติดกับตัวเราในบางส่วนน้อยลง

and more confident

7:04

และมีความมั่นใจมากขึ้น

ไวยากรณ์

both less attached ... and more confident: การจับคู่ผลลัพธ์สองอย่าง

Both ... and เชื่อมผลลัพธ์สองอย่างที่วางขนานกัน และบอกว่าทั้งสองอย่างเป็นจริง ในประโยคนี้ both less attached และ more confident เป็นส่วนเติมเต็มสองส่วนของ making us ส่วน less และ more แสดงทิศทางการเปรียบเทียบที่ตรงข้ามกัน ส่วนที่ตามหลัง both และ and ควรมีรูปแบบไวยากรณ์เดียวกัน ที่นี่แต่ละส่วนเป็นวลีคำคุณศัพท์เชิงเปรียบเทียบ: less + คำคุณศัพท์ และ more + คำคุณศัพท์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคู่คำ both ... and จากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ที่ขนานกันสองอย่างเป็นจริงทั้งคู่: The update made the team ____ less worried ____ more confident.

ดูคำตอบ

both · and

that the really important things about who we have been will survive in a way

7:05

ว่าสิ่งสำคัญจริงๆ เกี่ยวกับคนที่เราเคยเป็นจะยังคงอยู่รอดในทางใดทางหนึ่ง

long after our bodies have returned to dust สำนวน

7:10

หลังจากที่ร่างกายเรากลับกลายเป็นธุลีดิน

and our memories have been obliterated.

7:13

และลบเลือนความทรงจำของเราไปนานแล้ว

สำนวน

returned to dust: อุปลักษณ์เคร่งขรึมที่หมายถึงความตาย

ในประโยคนี้ returned to dust เป็นอุปลักษณ์ที่เคร่งขรึม หมายถึงการเสียชีวิตและการที่ร่างกายย่อยสลายไปในที่สุด คำว่า dust แทนสสารพื้นฐานที่ร่างกายกลับคืนไปหา วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้นั้นถูกฌาปนกิจ ถ้อยคำนี้เปรียบต่างร่างกายที่ไม่ยั่งยืนกับคุณลักษณะหรืออิทธิพลที่อาจคงอยู่หลังความตาย โดยทั่วไป return to dust มองความตายเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ และเน้นความไม่จีรังของร่างกายมากกว่าวิธีการเสียชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเคร่งขรึมสามคำจากบทเรียนนี้: Even when our bodies ____, the care we showed can be remembered.

ดูคำตอบ

return to dust