เซลล์ ปะทะ ไวรัส: การต่อสู้เพื่อสุขภาพ - Shannon Stiles: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: แอนิเมชันวิทยาศาสตร์นี้ติดตามไวรัสหวัดที่เข้าสู่เซลล์ทางเดินหายใจ และอธิบายว่าเยื่อหุ้มเซลล์กับออร์แกเนลล์ตรวจพบผู้บุกรุก สร้างและปล่อยแอนติบอดี รีไซเคิลวัสดุ และจัดหาพลังงานอย่างไร นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบไมโทคอนเดรียในเซลล์สัตว์กับคลอโรพลาสต์ในเซลล์พืช ก่อนเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันภายในเซลล์กับเซลล์ราว 37 ล้านล้านเซลล์ที่ร่วมกันทำงานในร่างกายมนุษย์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. semi-permeable, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำคุณศัพท์เชิงวิทยาศาสตร์นี้ว่าเป็นคุณสมบัติของขอบเขตที่ยอมให้สารบางอย่างผ่านได้ แต่ปิดกั้นสารอื่น และสังเกตได้ว่า semi- เป็นคำเติมหน้าที่หมายถึง “ครึ่งหนึ่ง” หรือ “บางส่วน” ในศัพท์เฉพาะและคำทั่วไป 2. But before it can do that, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้วิธีพักการกระทำถัดไปที่ผู้ฟังคาดไว้ เพื่อแทรกขั้นตอนก่อนหน้าที่จำเป็น การเปลี่ยนช่วงแบบนี้ช่วยจัดลำดับกระบวนการวิทยาศาสตร์ คำแนะนำ หรือเรื่องเล่าให้เป็นไปตามเวลาและติดตามได้ง่าย 3. broken down — กริยาวลี: แยกแยะได้ว่า break down ในรูปถูกกระทำตรงนี้หมายถึงวัสดุถูกย่อยเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่นำกลับมาใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงเครื่องจักรเสีย ความหมายนี้ใช้ได้กับกระบวนการชีววิทยาและเคมี รวมถึงการแบ่งปัญหาซับซ้อนออกเป็นองค์ประกอบที่วิเคราะห์ง่ายขึ้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You're in line at the grocery store, when uh-oh, โน้ต
0:06คุณกำลังต่อคิวอยู่ที่ร้านขายของชำ ทันใดนั้น โอ๊ะโอ
in line at the grocery store: ต่อแถวรอที่ร้านขายของชำ
ในประโยคนี้ in line หมายถึงการรออยู่ในแถวของผู้คน คำว่า line หมายถึงคนที่กำลังรอรับบริการ ไม่ใช่เส้นหรือเครื่องหมายบนพื้น โครงสร้าง be/wait/stand in line at + สถานที่ บอกทั้งกิจกรรมและสถานที่ โดย in line บอกว่ากำลังต่อแถว และ at the grocery store บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “รออยู่ในแถว”: We waited ____ at the airport check-in desk.
ดูคำตอบ
in line
when ... uh-oh: เปลี่ยนการปูสถานการณ์ไปสู่ปัญหากะทันหัน
When เชื่อมสถานการณ์ปกติที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับเหตุการณ์ที่เข้ามาขัดจังหวะ ซึ่งในที่นี้คือมีคนจามใส่คุณ ทำให้เรื่องเล่าเปลี่ยนจากการปูพื้นไปสู่ปัญหาหลัก Uh-oh เป็นคำอุทานที่แทรกเข้ามาเพื่อแสดงปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วของผู้เล่าว่า “มีบางอย่างผิดพลาด” คำนี้เตือนผู้ฟังก่อนจะบอกว่าปัญหาคืออะไร ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์และไม่ใช่คำที่ต้องตามหลัง when เสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ when และ uh-oh เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ปกติให้กลายเป็นปัญหากะทันหัน
- We were about to start the picnic when, uh-oh, dark clouds appeared.
- We were about to start the picnic, and the weather stayed perfect.
- We were about to start the picnic because dark clouds appeared.
ดูคำตอบ
We were about to start the picnic when, uh-oh, dark clouds appeared.
sneezes on you: คนที่ถูกจามใส่
ใน sneeze on someone คำว่า on ระบุคนหรือสิ่งของที่การจามและโดยทั่วไปคือละอองจากการจามไปถึง ในที่นี้ sneezes on you หมายถึงการจามส่งผลถึงตัวคุณโดยตรง ไม่ใช่แค่มีคนจามอยู่ใกล้ ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ sneeze on + คนหรือพื้นผิว การใช้ on แบบเดียวกันสามารถระบุเป้าหมายหลังคำกริยาอย่าง cough หรือ spill ได้ด้วย: cough on someone; spill water on a bag.
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่หมายถึงการจามไปถึงอีกคนหนึ่งให้สมบูรณ์: Please turn away so you don't ____ anyone.
ดูคำตอบ
sneeze on
is sucked inside your lungs: การเคลื่อนเข้าไปข้างในในรูปถูกกระทำ
is sucked เป็นรูปถูกกระทำใน present simple โดยมีโครงสร้าง be + past participle ประธาน the cold virus เป็นฝ่ายรับการกระทำ ประโยคจึงนำเสนอว่าไวรัสถูกดึงเข้าไปข้างใน ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำการดูด inside your lungs ระบุจุดหมายและตำแหน่งสุดท้าย คือไวรัสเข้าไปอยู่ภายในปอด คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้รูปถูกกระทำเพื่อเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับสาร เมื่อแรงหรือผู้กระทำไม่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำเพื่อนำเสนอ air ว่าเป็นสิ่งที่ถูกดึงเข้าไปข้างใน?
- Air is sucked into the room by the fan.
- The fan sucks air into the room.
- Air flows into the room through a vent.
ดูคำตอบ
Air is sucked into the room by the fan.
land on a cell: ไปถึงและสัมผัสพื้นผิวของเซลล์
ใน lands on a cell คำว่า land on หมายถึงสิ่งเล็ก ๆ ที่กำลังเคลื่อนที่ไปถึงและสัมผัสพื้นผิว ในที่นี้ on ชี้ว่าเซลล์เป็นจุดสัมผัส ส่วน land ไม่ได้หมายถึงการเดินทางเข้าประเทศหรือการนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบิน รูปแบบ land on + พื้นผิวหรือเป้าหมาย ใช้บอกได้ว่าฝุ่น หยดน้ำ แมลง หรือสิ่งเล็ก ๆ ที่เคลื่อนที่ไปตกอยู่ที่ใดในที่สุด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ land on: After circling the room, the moth ____ the lampshade.
ดูคำตอบ
landed on
airway lining: เนื้อเยื่อที่ปกคลุมด้านในของทางเดินหายใจ
Airway lining เป็นกลุ่มคำนามที่หมายถึงชั้นเนื้อเยื่อซึ่งปกคลุมด้านในของทางเดินหายใจ airway หมายถึงช่องทางที่อากาศไหลผ่าน ส่วน lining หมายถึงชั้นที่ปกคลุมด้านใน ในบริบทเกี่ยวกับร่างกายและการแพทย์ lining หมายถึงชั้นเนื้อเยื่อด้านใน เช่น stomach lining ไม่ได้หมายถึงแถวของคน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบาย airway lining ได้ถูกต้อง?
- คือแถวของคนที่รออยู่ใกล้ทางเดินหายใจ
- คืออากาศที่อยู่รอบด้านนอกของร่างกาย
- คือชั้นเนื้อเยื่อที่ปกคลุมด้านในของทางเดินหายใจ
ดูคำตอบ
คือชั้นเนื้อเยื่อที่ปกคลุมด้านในของทางเดินหายใจ
is made of cells: บอกว่าสิ่งหนึ่งประกอบขึ้นจากอะไร
be made of + วัสดุหรือส่วนประกอบ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งประกอบขึ้นจากอะไร ในที่นี้ is made of cells หมายความว่าเซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานที่ประกอบกันเป็นสิ่งมีชีวิตทุกชนิด made เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be made of ประโยคนี้ไม่ได้ระบุผู้สร้างหรือเน้นกระบวนการผลิต ส่วน be ต้องเปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น is made of, are made of หรือ was made of
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be made of: The science model ____ cardboard.
ดูคำตอบ
is made of
from ... to ... to you: ขยายขอบเขตให้รวมผู้ฟังด้วย
from A to B ใช้แสดงช่วงระหว่างจุดปลายสองจุดหรือตัวอย่างสองอย่างที่แตกต่างกันมาก ในที่นี้ช่วงเริ่มจากแบคทีเรียเซลล์เดียวที่เล็กที่สุดและขยายไปถึงวาฬสีน้ำเงินขนาดยักษ์ คำว่า to you ที่เพิ่มเข้ามาขยายขอบเขตเดิมไปยังสมาชิกอีกคนที่สำคัญในเชิงการสื่อสาร นั่นคือผู้ฟัง การใช้ to ตรงนี้ช่วยจัดลำดับขอบเขต ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปหาวาฬหรือผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ใช้ from ... to ... to ... เติมช่วงให้สมบูรณ์: The festival welcomes everyone, ____ young children ____ teenagers ____ adults.
ดูคำตอบ
from · to · to
Each cell in your body is surrounded by a cell membrane, ไวยากรณ์
0:23แต่ละเซลล์ในร่างกายของคุณถูกล้อมรอบด้วยเยื่อหุ้มเซลล์
is surrounded by ...: การบรรยายพื้นที่ด้วยรูปถูกกระทำ
Be surrounded by ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอีกสิ่งอยู่ล้อมรอบ ในประโยคนี้ is surrounded เป็นรูปถูกกระทำ และ a cell membrane คือโครงสร้างที่อยู่รอบเซลล์แต่ละเซลล์ ในการบรรยายตำแหน่ง by สามารถตามด้วยสิ่งหรือโครงสร้างทางกายภาพได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ทำการกระทำ รูปแบบคือ ประธาน + be surrounded by + สิ่งที่ล้อมรอบ
แบบฝึกหัด
เติมคำบรรยายทั่วไปนี้ด้วยรูป present simple ของ be surrounded by: The island ____ water.
ดูคำตอบ
is surrounded by
a thick flexible layer made of fats and proteins วลี
0:27เป็นชั้นที่หนาและยืดหยุ่นซึ่งทำจากไขมันและโปรตีน
made of fats and proteins: ส่วนขยายแบบย่อหลังคำนาม
Made of fats and proteins วางต่อจาก layer โดยตรงและบอกว่าชั้นนี้ประกอบด้วยอะไร โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคขยายที่ย่อแล้ว โดย a layer made of ... มีความหมายเท่ากับ a layer that is made of ... รูปแบบ คำนาม + made of + วัสดุหรือส่วนประกอบ ช่วยรวมคำอธิบายวัสดุไว้ในนามวลีอย่างกระชับ Made of ขยาย layer และไม่ได้เป็นกริยาหลักอีกตัวในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมนามวลีด้วย made of เพื่อบอกวัสดุ: At the market, Maya bought a basket ____ bamboo.
ดูคำตอบ
made of
that surrounds and protects the inner components. ไวยากรณ์
0:30ที่ทำหน้าที่ล้อมรอบและปกป้องส่วนประกอบภายใน
that surrounds and protects: อนุประโยคสัมพัทธ์ที่บอกหน้าที่
ในประโยคนี้ that นำหน้าอนุประโยคสัมพัทธ์และย้อนกลับไปหมายถึง layer อนุประโยคนี้บอกว่าชั้นดังกล่าวทำหน้าที่อะไร ไม่ได้เริ่มประโยคหลักใหม่ ภายในอนุประโยค that เป็นประธาน และ surrounds กับ protects เป็นกริยาสองคำที่ใช้ประธานเดียวกัน โครงสร้าง คำนาม + that + กริยา ช่วยให้คำจำกัดความระบุสิ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงเพิ่มหน้าที่ของมัน เนื่องจาก layer เป็นเอกพจน์ กริยาปัจจุบันทั้งสองคำจึงเติม -s
แบบฝึกหัด
วลีใดใช้อนุประโยคสัมพัทธ์ได้ถูกต้องเพื่อบอกหน้าที่สองอย่างของสิ่งของที่เป็นเอกพจน์
- a filter that trap and removing dust
- a filter what traps and removes dust
- a filter that traps and removes dust
ดูคำตอบ
a filter that traps and removes dust
semi-permeable: ยอมให้สารบางชนิดผ่านเท่านั้น
Semi-permeable เป็นคำคุณศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ หมายถึงวัสดุที่ยอมให้สารบางชนิดผ่าน แต่ป้องกันไม่ให้สารชนิดอื่นผ่าน ในที่นี้คำนี้บรรยายชั้นที่อยู่รอบเซลล์ ดังนั้นจุดสำคัญคือการยอมให้ผ่านอย่างเลือกได้ ไม่ใช่การเปิดทั้งหมดหรือเปิดเพียงครึ่งเดียวพอดี คำนำหน้า semi- หมายถึงบางส่วนหรือในระดับหนึ่ง ส่วน permeable หมายถึงของเหลว ก๊าซ หรือสารอื่นสามารถผ่านได้ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงความสามารถในการซึมผ่านที่จำกัดและเลือกได้
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายเยื่อ semi-permeable ได้ดีที่สุด
- ยอมให้สารบางชนิดผ่าน แต่กั้นสารชนิดอื่น
- ป้องกันไม่ให้สารทุกชนิดผ่าน
- ยอมให้สารทุกชนิดผ่านได้อย่างอิสระ
ดูคำตอบ
ยอมให้สารบางชนิดผ่าน แต่กั้นสารชนิดอื่น
meaning that it lets some things pass in and out, โน้ต
0:34หมายความว่ามันยอมให้บางสิ่งผ่านเข้าออกได้
meaning that: เปลี่ยนศัพท์ให้เป็นคำอธิบายที่เข้าใจง่าย
วลี meaning that เชื่อมคำศัพท์หรือข้อความก่อนหน้าเข้ากับคำอธิบายว่าข้อความนั้นหมายถึงอะไรในบริบทนี้ ในประโยคนี้ semi-permeable เป็นศัพท์เฉพาะ ส่วนอนุประโยคหลัง meaning that อธิบายศัพท์นั้นใหม่ด้วยคำที่ง่ายและเป็นรูปธรรมกว่า ในทางไวยากรณ์ meaning เป็นคำกริยารูป -ing ที่ขยายข้อความก่อนหน้าทั้งหมด โดยใช้บอกคำอธิบายหรือสิ่งที่สรุปได้โดยตรง ไม่ได้บอกเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สิ่งใดเป็นผู้กระทำ
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The bottle is reusable, meaning that you can use it again. meaning that ทำหน้าที่อะไร?
- วลีนี้เริ่มคำอธิบายแบบง่ายของ reusable
- วลีนี้เปรียบต่างขวดสองชนิด
- วลีนี้เริ่มเหตุการณ์ที่เกิดภายหลังและไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
วลีนี้เริ่มคำอธิบายแบบง่ายของ reusable
lets ... pass ... but blocks others: เปรียบต่างสิ่งที่ยอมให้ผ่านกับสิ่งที่กั้นไว้
รูปแบบ lets some things pass in and out, but blocks others วางผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกันสองอย่างไว้คู่กัน lets บอกว่าเยื่อหุ้มยอมให้อะไรผ่าน ส่วน but blocks บอกว่ามันกั้นอะไรไว้ ความแตกต่างนี้แสดงการทำงานแบบเลือกผ่าน เพราะไม่ได้ปฏิบัติต่อทุกสิ่งเหมือนกัน หลัง let ใช้กรรมตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน จึงต้องเป็น lets some things pass ไม่ใช่ lets some things to pass ในที่นี้ others ใช้แทน other things จึงหมายถึงสารหรือสิ่งอื่นที่เหลือ ไม่ได้หมายถึงคนอื่น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ let และ block เพื่อเติมประโยคเปรียบต่างให้สมบูรณ์: The gate ____ residents enter, but ____ unauthorized visitors.
ดูคำตอบ
lets · blocks
The cell membrane is covered with tiny projections. วลี
0:38เยื่อหุ้มเซลล์ถูกปกคลุมด้วยส่วนที่ยื่นออกมาเล็กๆ
be covered with: บอกสิ่งที่กระจายอยู่ทั่วพื้นผิว
ในโครงสร้าง be covered with + คำนาม คำหลัง with คือวัสดุ สิ่งของ หรือลักษณะที่กระจายอยู่ทั่วพื้นผิว ในประโยคนี้ tiny projections คือส่วนยื่นที่กระจายอยู่บนผิวของเยื่อหุ้มเซลล์ ส่วน with ไม่ได้บอกเครื่องมือ แม้ be covered with จะมีรูปคล้ายประโยคถูกกระทำ แต่ก็มักใช้บอกสภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่เน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำให้ปกคลุม จึงใช้บรรยายพื้นผิวที่เต็มไปด้วยฝุ่น หิมะ จุด หรือสิ่งอื่นที่มองเห็นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี covered with: After the storm, the sidewalk was ____ wet leaves.
ดูคำตอบ
covered with
like helping cells adhere to their neighbors, การใช้คำ
0:42เช่น ช่วยให้เซลล์เกาะติดกับเซลล์ข้างเคียง
adhere to: การยึดติดทางกายภาพแบบเป็นทางการ
Adhere to + คำนาม หมายถึงยังคงติดอยู่กับพื้นผิวหรือวัตถุอื่น ในประโยคนี้หมายถึงเซลล์ยึดติดทางกายภาพกับเซลล์ข้างเคียง ในความหมายนี้ adhere เป็นกริยาที่ไม่รับกรรมตรง จึงต้องใช้ to นำหน้าสิ่งที่ยึดติดด้วย เนื่องจาก cells และ neighbors เป็นสิ่งทางกายภาพ วลีนี้จึงหมายถึงการยึดติด ไม่ใช่อีกความหมายหนึ่งที่แปลว่าปฏิบัติตามกฎหรือหลักการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคในบริบทห้องทดลองด้วย adhere to: The patch will ____ dry skin.
ดูคำตอบ
adhere to
binding to nutrients: รูปแบบทางวิทยาศาสตร์ bind to + เป้าหมาย
ในที่นี้ binding to nutrients หมายถึงการเกิดการยึดจับทางกายภาพหรือทางเคมีกับสารอาหาร บุพบท to ใช้นำหน้าสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการยึดจับ binding เป็นรูป -ing ของ bind และในที่นี้ใช้บอกหน้าที่หนึ่งในรายการ ความหมายในบริบทนี้คือการยึดจับระดับโมเลกุลหรือโครงสร้าง ไม่ใช่การเข้าเล่มหน้าหนังสือ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ bind to: On the cell surface, this receptor ____ a nutrient molecule.
ดูคำตอบ
binds to
only plant cells have a cell wall: ขอบเขตของ only ที่จำกัดประธาน
only อยู่หน้า plant cells โดยตรง จึงจำกัดกลุ่มที่มีผนังเซลล์ไว้ที่เซลล์พืช กล่าวคือ เซลล์พืชมีผนังเซลล์ ส่วนเซลล์สัตว์ที่นำมาเปรียบเทียบไม่มี only ใช้แสดงการจำกัดขอบเขต หากต้องการหาขอบเขตของคำนี้ ให้ดูว่าคำหรือวลีใดเป็นจุดเน้น ซึ่งในที่นี้คือ plant cells
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องนี้ และคนอื่นเข้าไม่ได้?
- Only staff members can enter this room.
- Staff members can enter this room only on weekdays.
- Staff members can enter only this room.
ดูคำตอบ
Only staff members can enter this room.
which is made of rigid cellulose that gives the plant structure. วลี
0:51ซึ่งทำจากเซลลูโลสที่แข็งแรงเพื่อสร้างโครงสร้างให้พืช
is made of rigid cellulose: การบอกวัสดุและคุณสมบัติ
ใน is made of rigid cellulose โครงสร้าง be made of ใช้บอกวัสดุที่ประกอบเป็นสิ่งหนึ่ง ส่วน rigid ขยาย cellulose และบอกว่าวัสดุนั้นแข็งและโค้งงอได้ยาก which ในที่นี้หมายถึง cell wall ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงอธิบายว่าผนังเซลล์ทำจากวัสดุอะไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be made of + คำคุณศัพท์ + วัสดุ
แบบฝึกหัด
ใช้ be made of เติมประโยคให้สมบูรณ์: The safety shield is ____ rigid plastic.
ดูคำตอบ
made of
gives the plant structure: การให้รูปทรงและแรงพยุง
ใน gives the plant structure คำว่า give หมายถึงการมอบหรือทำให้พืชมีบางสิ่ง structure ไม่ใช่วัตถุที่ถูกยื่นให้พืช แต่หมายถึงรูปทรงและแรงพยุงที่ช่วยให้พืชตั้งตรง ตามหลักไวยากรณ์ that หมายถึง rigid cellulose ซึ่งเป็นวัสดุที่ให้แรงพยุงนี้ รูปแบบ give + กรรม + structure ยังใช้กล่าวถึงการทำให้แนวคิด งานเขียน หรือแผนมีการจัดระเบียบที่ชัดเจนได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมคำนามที่หายไปในสำนวน give something structure: Clear headings give a long article ____.
ดูคำตอบ
structure
The virus that was sneezed into your lungs is sneaky. ไวยากรณ์
0:55ไวรัสที่ถูกจามเข้ามาในปอดของคุณนั้นเจ้าเล่ห์
was sneezed into your lungs: อนุประโยคสัมพัทธ์รูปถูกกระทำ
“that was sneezed into your lungs” เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์รูปถูกกระทำที่ขยาย “the virus” ไวรัสเป็นฝ่ายรับการกระทำ โดยถูกพาเข้าไปในปอดพร้อมกับละอองที่ออกมาเมื่อคนอื่นจาม ไม่ได้หมายความว่าไวรัสจามเอง โครงสร้าง “คำนาม + that was + กริยาช่องที่ 3” ใช้ระบุสิ่งหนึ่งอย่างกระชับผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสิ่งนั้นได้ จุดสนใจจึงอยู่ที่สิ่งนั้นและประสบการณ์ของมัน โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ทำให้เกิดการกระทำ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย “was sneezed into your lungs” ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด?
- ปอดจามเพื่อดันไวรัสออกมา
- ไวรัสจามหลังจากเข้าไปถึงปอดแล้ว
- ไวรัสถูกพาเข้าไปในปอดโดยการจาม
ดูคำตอบ
ไวรัสถูกพาเข้าไปในปอดโดยการจาม
it attaches to a projection on the cell membrane, วลี
1:00มันเกาะกับส่วนที่ยื่นออกมาบนเยื่อหุ้มเซลล์
Pretending to be a friend: วลี -ing ที่ต้นประโยค
“Pretending to be a friend” เป็นวลี present participle ที่วางไว้ต้นประโยค วลีนี้บอกการปลอมตัวหรือลักษณะที่เกิดควบคู่กับการกระทำหลัก กล่าวคือ “it” ทำเหมือนว่าตัวเองเป็นเพื่อนขณะที่เกาะเข้ากับเยื่อหุ้มเซลล์ เนื่องจากวลีนี้ไม่มีประธานของตัวเองที่ระบุไว้ ประธานโดยนัยจึงมักเป็นประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ “it” เป็นสิ่งที่แสร้งทำ ส่วน “a friend” คือบทบาทที่มันแสร้งว่าเป็น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ถูกต้องว่า Mia เป็นคนที่แสร้งทำเป็นหลับ?
- Pretending to be asleep, the bedroom lights above Mia went out.
- Pretending to be asleep, Mia listened to the conversation.
- Pretending to be asleep, the conversation continued around Mia.
ดูคำตอบ
Pretending to be asleep, Mia listened to the conversation.
attaches to a projection: attach to + เป้าหมายที่ยึดติด
ในโครงสร้าง attach to + คำนาม คำนามจะบอกสิ่งที่เป็นจุดสัมผัสหรือจุดเชื่อมต่อ ในที่นี้ a projection คือส่วนที่นูนออกมาบนเยื่อหุ้มเซลล์ และเป็นเป้าหมายที่มันเข้าไปเกาะ คำบุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการเชื่อมต่อนี้ ไม่ได้บอกเพียงปลายทางของการเคลื่อนที่เท่านั้น attaches to บอกว่าสองสิ่งสัมผัสกันและยังคงติดกันอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ attach และคำบุพบทของมัน: The magnetic sign ____ the metal door.
ดูคำตอบ
attaches to
and the cell brings it through the cell membrane and inside. วลี
1:03และเซลล์ก็ดึงมันผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปข้างใน
brings it through ... and inside: เส้นทางและจุดหมาย
Brings it through the cell membrane บอกเส้นทางการเคลื่อนที่ คือเซลล์ทำให้มันข้ามผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ส่วน and inside บอกตำแหน่งสุดท้ายว่าอยู่ภายในเซลล์ inside ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ในที่นี้ และบริบททำให้เข้าใจได้ว่าเป็น inside the cell จึงไม่ต้องกล่าว the cell ซ้ำ through บอกขอบเขตที่ถูกข้าม ส่วน inside บอกตำแหน่งสุดท้ายของวัตถุ โครงสร้าง bring + กรรม + through + ขอบเขต + and inside จึงบอกทั้งเส้นทางและจุดหมาย
แบบฝึกหัด
เติม through และ inside ลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The usher brought us ____ the theater entrance and ____.
ดูคำตอบ
through · inside
gets through: ผ่านสิ่งกีดขวางทางกายภาพได้สำเร็จ
ในประโยคนี้ gets through หมายถึงผ่านสิ่งกีดขวางทางกายภาพ คือเยื่อหุ้มเซลล์ ไปถึงอีกด้านหนึ่งได้สำเร็จ through แสดงการเคลื่อนจากด้านหนึ่งของสิ่งกีดขวางไปอีกด้าน ส่วน get เพิ่มนัยว่าได้ผลตามที่ต้องการ บริบทรอบข้างบอกอยู่แล้วว่าสิ่งกีดขวางคืออะไร ดังนั้น through จึงไม่มีกรรมตามหลังในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย When กำหนดการผ่านนี้เป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ got through ในความหมายว่าผ่านสิ่งกีดขวางทางกายภาพได้สำเร็จ
- Maya called the clinic twice before she got through.
- The rabbit found a hole under the gate and got through.
- We got through the long winter by helping each other.
ดูคำตอบ
The rabbit found a hole under the gate and got through.
Special enzymes arrive at the scene and chop the virus to pieces. โน้ต
1:12เอนไซม์พิเศษมาถึงที่เกิดเหตุและสับไวรัสออกเป็นชิ้นๆ
arrive at the scene: อุปมาเรื่องจุดเกิดเหตุภายในเซลล์
Arrive at the scene โดยทั่วไปหมายถึงไปถึงสถานที่ที่กำลังเกิดหรือเคยเกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรม หรือเหตุการณ์อื่น ในที่นี้ scene คือบริเวณภายในเซลล์ที่ต้องจัดการกับไวรัส ไม่ใช่ถนนจริง เวที หรือฉากภาพยนตร์ ถ้อยคำนี้ทำให้เอนไซม์ดูเหมือนบุคคล โดยเปรียบเป็นเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่เข้ามาจัดการปัญหา อุปมาเรื่องจุดเกิดเหตุทำให้กระบวนการในเซลล์ที่มองไม่เห็นกลายเป็นลำดับการกระทำที่นึกภาพได้ง่าย
แบบฝึกหัด
arrive at the scene สร้างผลทางการสื่อความอย่างไรในประโยคนี้
- เพียงระบุตำแหน่งทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนของเอนไซม์โดยไม่สร้างภาพเปรียบเทียบ
- บอกว่าเอนไซม์เป็นนักแสดงที่กำลังเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์
- ทำให้เอนไซม์ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ที่มาถึงจุดเกิดเหตุ
ดูคำตอบ
ทำให้เอนไซม์ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ที่มาถึงจุดเกิดเหตุ
chop ... to pieces: การกระทำและผลลัพธ์
ใช้โครงสร้าง chop + กรรม + to pieces เมื่อการกระทำทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมาก chop บอกการกระทำ ส่วน to pieces บอกสภาพที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ในที่นี้ เอนไซม์ไม่ได้ใช้มีดตัดจริง ๆ chop เป็นคำบรรยายให้เห็นภาพ หมายถึงการย่อยไวรัสให้เป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ และ to บอกผลลัพธ์ ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกผลลัพธ์ที่ตรงกับความหมายว่า “เป็นชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมาก”: The machine chopped the old branches ____.
ดูคำตอบ
to pieces
They then send one of the pieces back through the cell membrane, วลี
1:16จากนั้นพวกมันก็ส่งชิ้นส่วนหนึ่งกลับออกไปผ่านเยื่อหุ้มเซลล์
send ... back through: ส่งกลับผ่านขอบเขต
โครงสร้าง send + กรรม + back through + ขอบเขตหรือเส้นทาง หมายถึงการทำให้สิ่งหนึ่งกลับไปโดยผ่านขอบเขตหรือเส้นทางนั้นอีกครั้ง one of the pieces คือสิ่งที่ถูกส่ง และ cell membrane คือขอบเขตที่สิ่งนั้นผ่าน back บอกทิศทางการกลับ ส่วน through บอกเส้นทาง เมื่อใช้ร่วมกัน back through หมายถึงสิ่งนั้นข้ามกลับไปยังด้านที่เคยอยู่ก่อนหน้า ในที่นี้ back ไม่ได้หมายถึงส่วนของร่างกายที่แปลว่า “หลัง”
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่บอกทิศทางและเส้นทาง ซึ่งหมายถึง “ส่งกลับโดยให้ผ่านเครื่องสแกนอีกครั้ง”: After the inspection, the officer sent the bag ____ the scanner.
ดูคำตอบ
back through
where the cell displays it to warn neighboring cells about the invader. ไวยากรณ์
1:19ซึ่งเซลล์จะนำมันมาแสดงเพื่อเตือนเซลล์ข้างเคียงถึงผู้บุกรุก
displays it to warn: infinitive ที่บอกจุดประสงค์
ใน displays it to warn คำว่า it หมายถึงชิ้นส่วนของไวรัส และ to warn เป็น infinitive ที่บอกจุดประสงค์ ส่วนนี้ตอบว่าเหตุใดเซลล์จึงนำชิ้นส่วนนั้นมาแสดง นั่นคือเพื่อเตือนเซลล์ข้างเคียง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + กรรม + to + คำกริยารูปพื้นฐาน infinitive นี้บอกจุดประสงค์ของการกระทำแรก ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งตามหลัง displays
แบบฝึกหัด
ใช้ warn ในรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์: The museum displays a notice ____ visitors about the wet floor.
ดูคำตอบ
to warn
A nearby cell sees the warning and immediately goes into action. สำนวน
1:23เซลล์ที่อยู่ใกล้เคียงเห็นคำเตือนและเริ่มลงมือทันที
goes into action: เริ่มลงมือทำหรือเริ่มทำงาน
Go into action หมายถึงการเปลี่ยนจากสภาวะที่รอหรือเตรียมพร้อม ไปเป็นการลงมือทำหรือเริ่มทำงานจริง ในประโยคนี้ เซลล์ที่อยู่ใกล้เคียงรับรู้สัญญาณเตือนและเริ่มตอบสนองเพื่อป้องกันตัว วลีนี้ใช้บรรยายคน ทีม เครื่องจักร หรือระบบได้ ให้เปลี่ยน go ตามกาลและประธาน แต่คง into action ไว้ด้วยกัน เช่น goes into action และ went into action
แบบฝึกหัด
ใช้ go into action ในรูปอดีต: When the alarm sounded, the rescue team ____.
ดูคำตอบ
went into action
make antibodies: ใช้ make ในความหมายว่า “ผลิต”
ใน make antibodies คำว่า make หมายถึง “ผลิต” หรือ “ทำให้ก่อตัวขึ้น” ไม่ได้หมายถึงการประดิษฐ์สิ่งของด้วยมือ ภาษาอังกฤษมักใช้ make แบบนี้เมื่อสิ่งมีชีวิต เครื่องจักร หรือระบบสร้างสารหรือผลผลิต เช่น พูดได้ว่า cells can make proteins (“เซลล์สามารถสร้างโปรตีนได้”) และ glands can make hormones (“ต่อมสามารถสร้างฮอร์โมนได้”)
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make antibodies อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ผลิตแอนติบอดี”
- After a vaccine, the immune system can make antibodies by hand with tools.
- After a vaccine, the immune system can make antibodies to help protect the body.
- After a vaccine, the immune system can do antibodies to help protect the body.
ดูคำตอบ
After a vaccine, the immune system can make antibodies to help protect the body.
proteins that will attack and kill the invading virus. ไวยากรณ์
1:29โปรตีนที่จะโจมตีและฆ่าไวรัสที่บุกรุก
proteins that will attack and kill: นามวลีอธิบายซ้ำและอนุประโยคสัมพันธ์
หลังเครื่องหมายจุลภาค proteins เป็นนามวลีที่เรียก antibodies ซ้ำด้วยคำอีกแบบเพื่ออธิบายความหมาย จึงไม่ได้เริ่มเหตุการณ์ใหม่หรือกล่าวถึงสารอีกชนิดหนึ่งในที่นี้ อนุประโยคสัมพันธ์ that will attack and kill the invading virus ขยาย proteins และบอกว่าโปรตีนเหล่านั้นจะทำอะไร ข้อมูลเรียงเป็น ชื่อ → หมวดทั่วไป → หน้าที่ ซึ่งเป็นรูปแบบกระชับที่พบบ่อยในข้อความอธิบาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้นามวลีที่สองเพื่อเรียกนามคำแรกซ้ำ แล้วใช้อนุประโยคสัมพันธ์อธิบายหน้าที่ของสิ่งนั้น
- The rover uses cameras that capture detailed images.
- The rover uses cameras and sensors that measure temperature.
- The rover uses cameras, devices that capture detailed images.
ดูคำตอบ
The rover uses cameras, devices that capture detailed images.
the blueprint that tells our cells how to make everything our bodies need to function. สำนวน
1:37ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวที่บอกเซลล์ของเราถึงวิธีสร้างทุกสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อให้ทำงานได้
blueprint that tells our cells how to make: การเปรียบ DNA เป็นแบบแปลน
ในที่นี้ blueprint เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงแผนโดยละเอียดหรือชุดคำสั่ง DNA ไม่ใช่ภาพแบบที่วาดบนกระดาษ แต่เก็บข้อมูลที่กำหนดว่าเซลล์จะสร้างอะไร อนุประโยคขยายคำนาม that tells our cells how to make... อธิบายว่าทำไม DNA จึงถูกเรียกว่า blueprint คำเปรียบเทียบนี้ทำให้ระบบข้อมูลทางชีววิทยาที่มองไม่เห็นเข้าใจได้ผ่านแนวคิดที่คุ้นเคยเกี่ยวกับแผนสำหรับสร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ blueprint ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับตัวอย่าง
- The architect unfolded the paper blueprint on the desk.
- The printer used blue ink on every page.
- The recipe is a blueprint for preparing the meal.
ดูคำตอบ
The recipe is a blueprint for preparing the meal.
A certain section of our DNA contains instructions that tell our cells how to make antibodies. ไวยากรณ์
1:43ส่วนหนึ่งของ DNA ของเรามีคำสั่งที่บอกเซลล์ถึงวิธีสร้างแอนติบอดี
contains instructions that tell ... how to ...: การอธิบายเนื้อหาของคำสั่ง
วลี contains instructions บอกว่าส่วนของ DNA นี้เก็บอะไรไว้ อนุประโยคขยายคำนาม that tell our cells how to make antibodies ขยายคำนามพหูพจน์ instructions และอธิบายว่าคำสั่งเหล่านั้นทำหน้าที่อะไร โดย tell สอดคล้องกับ instructions ที่เป็นพหูพจน์ ภายในอนุประโยค tell + ผู้รับ + how to + คำกริยา ใช้บอกเนื้อหาของคำสั่ง กล่าวคือ เซลล์ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีสร้างแอนติบอดี ส่วน how to make antibodies ไม่ใช่วลีบอกจุดประสงค์ที่แยกต่างหาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ ใช้รูปพหูพจน์ของคำนาม instruction ตามด้วย that และรูปที่ถูกต้องของ tell: The guide contains ____ users how to restart the router.
ดูคำตอบ
instructions that tell
Enzymes in the nucleus find the right section of DNA,
1:49เอนไซม์ในนิวเคลียสจะค้นหา DNA ส่วนที่ถูกต้อง
then create a copy of these instructions called messenger RNA. วลี
1:52จากนั้นสร้างสำเนาของคำสั่งเหล่านี้เรียกว่า เมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (messenger RNA)
called messenger RNA: การตั้งชื่อให้สำเนา
วลีรูป past participle called messenger RNA อยู่หลัง a copy of these instructions และใช้บอกชื่อของสำเนานั้น โดยมีความหมายว่า “a copy that is called messenger RNA” ดังนั้น called ในที่นี้จึงมีความหมายแบบถูกกระทำว่า “ถูกเรียกว่า” โครงสร้าง “คำนาม + called + ชื่อ” เป็นวิธีสั้น ๆ ในการแนะนำคำศัพท์ในการอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการอธิบายทั่วไป ในที่นี้ called ไม่ได้หมายถึง “โทรศัพท์” หรือ “ตะโกนเรียก”
แบบฝึกหัด
ใช้รูป past participle ของ call เพื่อบอกชื่อของวิธี: The lab uses a method ____ PCR.
ดูคำตอบ
called
The messenger RNA leaves the nucleus to carry out its orders. กริยาวลี
1:56เมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอออกจากนิวเคลียสเพื่อไปปฏิบัติตามคำสั่ง
carry out its orders: ปฏิบัติตามคำสั่ง
Carry out เป็น phrasal verb หมายถึง “ลงมือทำหรือทำสิ่งที่ได้รับคำสั่งหรือวางแผนไว้ให้เสร็จ” ใน carry out its orders มีการอธิบายว่าเมสเซนเจอร์ RNA ทำงานตามคำสั่งที่มันนำมา ในที่นี้ให้เข้าใจ carry out เป็นหน่วยความหมายเดียว ไม่ได้หมายถึงการถือคำสั่งไปยังอีกที่หนึ่งตามตัวอักษร และ orders หมายถึงคำสั่งหรือข้อกำหนด ไม่ใช่รายการสั่งซื้อ
แบบฝึกหัด
ใช้ carry out ในความหมายว่า “ดำเนินการ”: The research team will ____ the experiment next week.
ดูคำตอบ
carry out
There can be as many as 10 million ribosomes in a human cell, ไวยากรณ์
2:03ในเซลล์มนุษย์อาจมีไรโบโซมมากถึง 10 ล้านตัว
as many as 10 million: เน้นจำนวนที่นับได้ว่ามีมาก
โครงสร้าง as many as + ตัวเลข + คำนามนับได้พหูพจน์ หมายถึง “มากถึงจำนวนนั้น” และเน้นว่าตัวเลขนั้นสูงหรือน่าประหลาดใจ ในประโยคนี้ โครงสร้างนี้เน้นว่าเซลล์มนุษย์หนึ่งเซลล์อาจมีไรโบโซมจำนวนมหาศาล can be as many as 10 million บอกจำนวนสูงที่อาจเป็นไปได้ ไม่ได้หมายความว่าเซลล์มนุษย์ทุกเซลล์มีไรโบโซมสิบล้านหน่วยพอดี ใช้ many เพราะ ribosomes สามารถนับแยกเป็นหน่วยได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่เน้นจำนวนซึ่งนับได้และสูงอย่างน่าประหลาดใจให้สมบูรณ์: The new aquarium can house ____ 8,000 fish.
ดูคำตอบ
as many as
all studded along a ribbon-like structure called the endoplasmic reticulum. โน้ต
2:07ทั้งหมดเรียงรายอยู่ตามโครงสร้างคล้ายริบบิ้นที่เรียกว่าเอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม
studded along: กระจายเป็นจุดตลอดแนวโครงสร้าง
studded along บรรยายสิ่งเล็ก ๆ จำนวนมากที่แยกออกจากกันและปรากฏเหมือนหมุดหรือจุดตลอดความยาวของพื้นผิวหรือโครงสร้าง ในประโยคนี้ ไรโบโซมถูกวาดภาพให้เป็นจุดเล็ก ๆ ที่กระจายไปตามเอนโดพลาสมิกเรติคูลัมรูปริบบิ้น studded เป็นรูป past participle ของ stud ซึ่งในที่นี้หมายถึงปกคลุมหรือตกแต่งด้วยสิ่งเล็ก ๆ ส่วน along บอกแนวหรือความยาวของการกระจาย คำนี้ไม่ใช่ studied ซึ่งเป็นรูปอดีตของ study
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตความแตกต่างระหว่าง studded /ˈstʌdɪd/ กับ studied /ˈstʌdid/
- Bright stones were studied along the garden wall.
- Bright stones were studded along the garden wall.
ดูคำตอบ
Bright stones were studded along the garden wall.
ribbon-like structure called the endoplasmic reticulum: บอกรูปร่างก่อนระบุชื่อ
ribbon-like เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่สร้างจาก ribbon + -like ใช้บอกว่า structure มีรูปร่างคล้ายริบบิ้น โดย like ในที่นี้หมายถึง “คล้าย” ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ชอบ” called the endoplasmic reticulum เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบย่อที่ขยาย structure และมีความหมายเท่ากับ which is called the endoplasmic reticulum รูปแบบ shape-like + คำนาม + called + ชื่อ จะให้ภาพรูปร่างที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงแนะนำศัพท์เฉพาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ -like บรรยายรูปร่างได้ถูกต้อง แล้วใช้ called ระบุชื่อของโครงสร้าง?
- The microscope revealed a sac-like structure calling a vesicle.
- The microscope revealed a sac that liked a structure called a vesicle.
- The microscope revealed a sac-like structure called a vesicle.
ดูคำตอบ
The microscope revealed a sac-like structure called a vesicle.
It takes amino acids and links them together one by one, วลี
2:14มันนำกรดอะมิโนมาเชื่อมต่อกันทีละตัว
links them together one by one: เชื่อมสิ่งของตามลำดับทีละชิ้น
link + กรรม + together หมายถึงการเชื่อมสิ่งของหลายชิ้นที่แยกจากกันให้กลายเป็นสาย กลุ่ม หรือส่วนรวมที่ใหญ่ขึ้น ในประโยคนี้ them หมายถึง amino acids one by one บอกวิธีทำว่าแต่ละชิ้นถูกจัดการตามลำดับทีละชิ้น ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งของอยู่เพียงชิ้นเดียว หรือผลลัพธ์สุดท้ายมีเพียงชิ้นเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของโครงสร้าง link + them + together + one by one: Maya picked up the paper rings and ____.
ดูคำตอบ
linked them together one by one
creating an antibody protein that will go fight the virus. ไวยากรณ์
2:17สร้างโปรตีนแอนติบอดีที่จะออกไปต่อสู้กับไวรัส
creating ...: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์
ในที่นี้ creating an antibody protein... เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลของการกระทำซึ่งอธิบายไว้ก่อนหน้า นั่นคือการเชื่อมกรดอะมิโนทำให้เกิดโปรตีนแอนติบอดี ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ที่เชื่อมคู่กับกริยาก่อนหน้า ในการอธิบายกระบวนการ โครงสร้างประโยคหลัก, creating + ผลลัพธ์ ใช้บอกว่าขั้นตอนหนึ่งสร้างหรือก่อให้เกิดอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกผลของการกระทำก่อนหน้า
- The reaction released gas, creating pressure inside the bottle.
- The reaction released gas because pressure had built inside the bottle.
- The reaction released gas before pressure formed inside the bottle.
ดูคำตอบ
The reaction released gas, creating pressure inside the bottle.
But before it can do that: นำเสนอขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำก่อน
But before it can do that พักเป้าหมายที่เพิ่งกล่าวถึงไว้ชั่วคราว แล้วนำเสนอขั้นตอนที่ต้องเกิดขึ้นก่อน ในที่นี้ that หมายถึงการต่อสู้กับไวรัส ดังนั้นการออกจากเซลล์จึงเป็นเงื่อนไขที่ต้องทำก่อน รูปแบบนี้ช่วยให้ลำดับขั้นตอนชัดเจน โดยกล่าวถึงเป้าหมายก่อน แล้วใช้ But before + ประธาน + can do that เพื่อย้อนกลับมาอธิบายเงื่อนไขเบื้องต้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรักษาลำดับเดิมไว้ คือการต่อสู้กับไวรัสเป็นเป้าหมาย และการออกจากเซลล์ต้องเกิดขึ้นก่อน
- The antibody leaves the cell after it has fought the virus.
- Before the antibody can fight the virus, it must leave the cell.
- Before the antibody can leave the cell, it must fight the virus.
ดูคำตอบ
Before the antibody can fight the virus, it must leave the cell.
heads to the Golgi apparatus: head to + จุดหมาย
ในที่นี้ heads เป็นกริยา head รูปเอกพจน์บุรุษที่สาม ไม่ใช่คำนาม head รูปพหูพจน์ โครงสร้าง head to + จุดหมาย หมายถึง “มุ่งหน้าไปยังจุดหมายนั้น” หรือ “ออกเดินทางไปที่นั่น” ในการเล่าลำดับขั้นตอน head to มักใช้บอกจุดหมายถัดไปและเน้นทิศทางการเคลื่อนที่ จุดหมายถัดไปของแอนติบอดีคือกอลจิแอพพาราตัส
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ head to: After the tour, the group ____ the bus.
ดูคำตอบ
headed to
Here it's packed up for delivery outside the cell, กริยาวลี
2:28ที่นี่มันถูกบรรจุหีบห่อเพื่อส่งออกไปนอกเซลล์
packed up for delivery: be packed up for + จุดประสงค์
Is packed up เป็นรูปถูกกระทำที่สร้างด้วย be + กริยาช่อง 3 ในที่นี้ pack up หมายถึงการใส่สิ่งของลงในบรรจุภัณฑ์หรือภาชนะที่เหมาะสมเพื่อให้พร้อมเคลื่อนย้าย ส่วน for delivery บอกจุดประสงค์ คำบรรยายยืมภาษาที่ใช้กับการส่งพัสดุมาอธิบายว่าแอนติบอดีถูกบรรจุในกอลจิแอพพาราตัสก่อนส่งออกไปนอกเซลล์ โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ be packed up for + คำนาม โดยคำนามบอกจุดประสงค์ของการบรรจุ
แบบฝึกหัด
ใช้ pack up ในรูปถูกกระทำที่ถูกต้อง: The samples were ____ for delivery to the clinic.
ดูคำตอบ
packed up
enclosed in a bubble made of the same material as the cell membrane. ไวยากรณ์
2:31โดยถูกห่อหุ้มในถุงฟองที่ทำจากวัสดุเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์
enclosed in ... made of ...: วลี past participle ที่ซ้อนกัน
Enclosed in a bubble เป็นวลี past participle ที่บอกสภาพถูกกระทำ กล่าวคือ แอนติบอดีอยู่ข้างในและถูกถุงเล็ก ๆ ห่อหุ้ม วลีนี้เป็นส่วนที่อธิบายต่อจากประโยคก่อนหน้า ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักตัวใหม่ Made of ... เป็นวลี past participle ชุดที่สองซึ่งขยาย bubble สองวลีนี้ย่อใจความของอนุประโยคแบบถูกกระทำสองส่วน ได้แก่ แอนติบอดีถูกห่อหุ้มในถุงเล็ก ๆ และถุงนั้นทำจากวัสดุชนิดเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์ โครงสร้างซ้อนเช่นนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่กระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี past participle สองชุดได้ถูกต้อง เพื่อย่อคำอธิบายสภาพถูกกระทำและวัสดุของภาชนะ?
- The sample arrived enclosed in a case making of foam.
- The sample arrived enclosing in a case made of foam.
- The sample arrived enclosed in a case made of foam.
ดูคำตอบ
The sample arrived enclosed in a case made of foam.
The Golgi apparatus also gives the antibody directions, วลี
2:35กอลจิแอพพาราตัสยังบอกทิศทางให้แอนติบอดี
give someone directions: บอกเส้นทางให้ใคร
Give someone directions หมายถึงบอกใครสักคนว่าจะไปถึงสถานที่หนึ่งได้อย่างไร โครงสร้างคือ give + ผู้รับ + directions โดยในประโยคนี้ผู้รับคือ the antibody คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ทำให้กอลจิแอพพาราตัสดูเหมือนคน มันไม่ได้พูดจริง ๆ คำว่า directions ในที่นี้หมายถึงข้อมูลจุดหมายหรือเส้นทางที่ส่งแอนติบอดีไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกเรื่องทิศทางแบบกว้าง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ give someone directions โดยใช้ us เป็นผู้รับ: At the hotel, the receptionist ____ to the museum.
ดูคำตอบ
gave us directions
telling it how to get to the edge of the cell. ไวยากรณ์
2:38บอกมันว่าจะเดินทางไปยังขอบเซลล์ได้อย่างไร
how to get to ... ในฐานะคำบอกทางที่อยู่ในประโยค
ในที่นี้ how to get to the edge of the cell บอกเนื้อหาของคำสั่งที่กำลังสื่อออกไป นั่นคือเส้นทางหรือวิธีไปถึงขอบเซลล์ วลีนี้เป็นโครงสร้าง how-to ที่อยู่ภายในประโยค ไม่ใช่คำถามโดยตรง โครงสร้าง how to + กริยารูปพื้นฐาน สามารถตามหลังคำกริยาอย่าง tell, show, explain และ learn ได้ ในรูป get to + สถานที่ คำว่า get to หมายถึงไปถึง ดังนั้น how to get to + สถานที่ จึงหมายถึงวิธีไปถึงสถานที่นั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี how-to ที่อยู่ภายในประโยคเพื่อบอกทางได้ถูกต้อง
- The guide showed us how to get to the waterfall.
- The guide showed us how did we get to the waterfall.
- The guide showed us how get to the waterfall.
ดูคำตอบ
The guide showed us how to get to the waterfall.
the bubble surrounding the antibody fuses to the cell membrane. การใช้คำ
2:42ถุงฟองที่ล้อมรอบแอนติบอดีจะหลอมรวมกับเยื่อหุ้มเซลล์
fuses to the cell membrane: การหลอมรวมกับโครงสร้างเป้าหมาย
ในที่นี้ fuses เป็นคำกริยาที่หมายถึงหลอมรวมหรือรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เยื่อของถุงเชื่อมรวมกับเยื่อหุ้มเซลล์จนเกิดเป็นโครงสร้างเยื่อที่ต่อเนื่องกัน ไม่ได้เพียงเคลื่อนเข้าใกล้หรือสัมผัสเยื่อหุ้มเท่านั้น ในรูป fuse to + เป้าหมาย คำว่า to แสดงว่าโครงสร้างที่สองเป็นพื้นผิวหรือเป้าหมายที่โครงสร้างแรกหลอมรวมเข้าไป คำกริยาทางวิทยาศาสตร์นี้ต่างจากคำนาม fuse ซึ่งหมายถึงฟิวส์นิรภัยในวงจรไฟฟ้า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าวัสดุสองชนิดหลอมรวมกันเป็นโครงสร้างที่ต่อเนื่องกัน
- Under high heat, the coating fuses to the metal surface.
- Under high heat, the coating rests on the metal surface but stays separate.
- Under high heat, the coating moves closer to the metal surface.
ดูคำตอบ
Under high heat, the coating fuses to the metal surface.
ejects the antibody: ขับแอนติบอดีออกไป
ในที่นี้ ejects หมายถึง “ดันหรือขับออกไป” คำกริยานี้ต้องมีกรรม โดยเซลล์เป็นผู้ทำกริยา และแอนติบอดีคือสิ่งที่ถูกเคลื่อนออกไปข้างนอก คำว่า eject มักให้ภาพของการเคลื่อนออกอย่างรวดเร็ว รุนแรง หรือด้วยกลไก ประโยคนี้ใช้ภาพดังกล่าวเพื่อบอกว่าเซลล์ส่งแอนติบอดีออกไป คำนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับที่นั่งดีดตัวในเครื่องบิน
แบบฝึกหัด
เครื่องพิมพ์ดันบัตรที่เสร็จแล้วออกมาโดยอัตโนมัติ ประโยคใดใช้คำกริยาได้เหมาะสมที่สุด
- The printer injects the finished card.
- The printer exits the finished card.
- The printer ejects the finished card.
ดูคำตอบ
The printer ejects the finished card.
track down the virus: ติดตามจนพบไวรัส
track down เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการค้นหาเป้าหมายและประสบความสำเร็จในการหาเป้าหมายนั้นเจอ มักเกิดจากการตามเบาะแสหรือพยายามค้นหาอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้แอนติบอดีออกไปเพื่อหาไวรัส down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ลงด้านล่าง เมื่อเทียบกับ find แล้ว track down ทำให้กระบวนการค้นหาเด่นชัดกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ track down: After checking records for three days, the reporter finally ____ the missing witness.
ดูคำตอบ
tracked down
The leftover bubble will be broken down by the cell's lysosomes, กริยาวลี
2:50ถุงฟองที่เหลือจะถูกย่อยสลายโดยไลโซโซมของเซลล์
broken down: ถูกย่อยให้เป็นส่วนที่เล็กลง
ในที่นี้ broken down หมายถึง “ถูกย่อยให้เป็นส่วนที่เล็กลง” เพื่อให้วัสดุนั้นนำไปผ่านกระบวนการและใช้ซ้ำได้ วลีนี้บอกว่าไลโซโซมจะทำอะไรกับถุงขนาดเล็กที่เหลืออยู่ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจักรหยุดทำงาน Will be broken down เป็นรูปถูกกระทำในอนาคต มีโครงสร้าง will be + กริยาช่อง 3 ถุงขนาดเล็กเป็นผู้รับการกระทำ และ by the cell's lysosomes บอกว่าอะไรเป็นผู้ทำ ในบริบททางวิทยาศาสตร์ be broken down มักใช้บรรยายอาหาร สารเคมี ของเสีย หรือสารจากเซลล์ที่ถูกแยกให้เป็นส่วนที่เรียบง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกย่อยสลาย”: In a compost bin, fruit scraps are ____ by microorganisms.
ดูคำตอบ
broken down
and its pieces recycled over and over again. วลี
2:53และชิ้นส่วนของมันจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
recycled over and over again: ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง
Over and over again หมายถึงหลายครั้ง โดยการกระทำหรือเหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำ วลีนี้เน้นมากกว่า again ซึ่งอาจหมายถึงเพียงอีกหนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ recycled over and over again เน้นว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง คำว่า will be เข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า ดังนั้นใจความเต็มคือ its pieces will be recycled over and over again
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเน้นย้ำจากบทเรียนที่หมายถึง “หลายครั้ง”: Leo practiced the difficult chord ____.
ดูคำตอบ
over and over again
Where did ...? That's the role of ...: การเปลี่ยนหัวข้อด้วยคำถามและคำตอบ
ประโยคแรกย้อนกลับไปยังลำดับการกระทำก่อนหน้า โดย all this รวมการกระทำเหล่านั้นเป็นแนวคิดเดียว แล้วถามว่าพลังงานที่ต้องใช้นั้นมาจากไหน คำถามนี้สร้างช่องว่างของข้อมูลเพื่อเตรียมผู้ฟังเข้าสู่หัวข้อใหม่ That's the role of the mitochondria เติมข้อมูลในช่องว่างนั้นและแนะนำไมโทคอนเดรียผ่านหน้าที่ของมัน ในที่นี้ role หมายถึง “หน้าที่หรือความรับผิดชอบ” ไม่ใช่บทที่นักแสดงรับบท รูปแบบถามแล้วตอบนี้ช่วยเปลี่ยนคำอธิบายจากกระบวนการไปสู่สิ่งที่ทำให้กระบวนการนั้นเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
คู่คำถามและคำตอบนี้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย?
- ตั้งคำถามที่เกิดจากกระบวนการก่อนหน้า แล้วแนะนำหัวข้อใหม่ที่ตอบคำถามนั้น
- กล่าวซ้ำกระบวนการก่อนหน้าโดยไม่เปลี่ยนไปยังหัวข้อใหม่
- แสดงว่าผู้พูดไม่รู้เลยว่าพลังงานมาจากไหน
ดูคำตอบ
ตั้งคำถามที่เกิดจากกระบวนการก่อนหน้า แล้วแนะนำหัวข้อใหม่ที่ตอบคำถามนั้น
the only reason we breathe it: เหตุผลเพียงข้อเดียว
ในประโยคนี้ the only reason we breathe it หมายถึง การหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปมีเหตุผลเพียงข้อเดียวและไม่มีเหตุผลอื่น คำสรรพนาม it หมายถึง oxygen และ only เน้นว่าเป็นเหตุผลเดียว ไม่ใช่แค่เหตุผลสำคัญ สามารถวางอนุประโยคต่อจาก reason ได้โดยตรง: the only reason we breathe it ไม่จำเป็นต้องเติม why หรือ that โครงสร้าง the only reason + ประธาน + กริยา ใช้อธิบายหรือเน้นเหตุผลของการกระทำอย่างชัดเจนได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “ไม่มีเหตุผลอื่น” ให้ประโยคสมบูรณ์: ____ I stayed late was to finish the group project.
ดูคำตอบ
The only reason
and adds electrons from the food we eat to make water molecules. ไวยากรณ์
3:07และเติมอิเล็กตรอนจากอาหารที่เรากินเข้าไปเพื่อสร้างโมเลกุลของน้ำ
To make energy: infinitive บอกจุดประสงค์ที่ต้นประโยค
To make energy เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ เมื่อวางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้จะบอกเป้าหมายของกระบวนการที่ตามมาก่อน กล่าวคือ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับออกซิเจนและอิเล็กตรอนจากอาหารถูกอธิบายว่าเป็นวิธีสร้างพลังงาน โครงสร้างคือ To + กริยารูปพื้นฐาน แล้วตามด้วยประโยคหลัก เมื่อใช้ตอนต้นของคำอธิบาย โครงสร้างนี้จะบอกจุดประสงค์ก่อน แล้วจึงกล่าวถึงการกระทำหรือขั้นตอน ไม่ใช่คำสั่ง และในประโยคนี้ ประโยคหลักเริ่มที่ the mitochondria
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย infinitive บอกจุดประสงค์ที่สร้างจาก save energy: ____, turn off the lights when you leave.
ดูคำตอบ
To save energy
adds electrons ... to make water molecules: เติมสิ่งหนึ่งเพื่อให้เกิดผลลัพธ์
โครงสร้างหลักคือ adds electrons ... to make water molecules หมายถึง เติมอิเล็กตรอนเพื่อให้เกิดโมเลกุลของน้ำ ในที่นี้ to make เป็นรูป infinitive ที่แสดงจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ได้แสดงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ from the food we eat ขยาย electrons และบอกแหล่งที่มาของอิเล็กตรอน จึงได้โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ add + สิ่งของ + to make + ผลลัพธ์ ซึ่งพบได้บ่อยในการอธิบายขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ การทำอาหาร และการผลิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคบอกขั้นตอนด้วยรูป infinitive ที่ถูกต้องของ make: The technician added a stabilizer ____ the mixture last longer.
ดูคำตอบ
to make
That process also creates a high-energy molecule called ATP, วลี
3:11กระบวนการนั้นยังสร้างโมเลกุลพลังงานสูงที่เรียกว่า ATP
a high-energy molecule called ATP: รูปแบบคำนาม + called + ชื่อ
ในวลี a high-energy molecule คำว่า high-energy เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย molecule เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า high และ energy ทำหน้าที่ร่วมกันเป็นส่วนขยายเดียวหน้าคำนาม called ATP เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำแบบย่อ มีความหมายเท่ากับ that is called ATP โดยขยาย molecule และบอกชื่อของโมเลกุลนั้น called ไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ a/an + คำบรรยาย + คำนามบอกประเภท + called + ชื่อ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ คำนาม + called + ชื่อ: In the story, the explorers find a small planet ____ Luma.
ดูคำตอบ
called
which the cell uses to power all of its parts. การใช้คำ
3:15ซึ่งเซลล์ใช้เพื่อขับเคลื่อนทุกส่วนของมัน
uses ... to power all of its parts: power ในฐานะคำกริยา
ในที่นี้ power เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึง “จ่ายพลังงานที่ทำให้บางสิ่งทำงานได้” ATP ให้พลังงานที่ทุกส่วนของเซลล์ต้องใช้ โครงสร้างคือ use something to do something โดย which อ้างถึง ATP และเป็นกรรมของ uses ดังนั้นความหมายเต็มคือ “the cell uses ATP to power all of its parts”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ power เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จ่ายพลังงานเพื่อให้บางสิ่งทำงานได้”
- The mayor has the power to change the rule.
- The athlete showed great power in the final sprint.
- Solar panels power the building during the day.
ดูคำตอบ
Solar panels power the building during the day.
with light energy from the sun to create oxygen and sugar,
3:24เข้ากับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์เพื่อสร้างออกซิเจนและน้ำตาล
combine A and B with C to create D: จัดองค์ประกอบของกระบวนการ
รูปแบบ combine A and B with C to create D ใช้อธิบายกระบวนการอย่างชัดเจน A และ B คือวัสดุหรือสิ่งนำเข้าหลัก ส่วน with C ระบุทรัพยากรหรือวิธีการเพิ่มเติม และ to create D นำเข้าสู่ผลลัพธ์ ในประโยคนี้ carbon dioxide และ water คือสิ่งนำเข้า ส่วน light energy from the sun ให้พลังงานแก่กระบวนการ ดังนั้น with จึงไม่ได้ทำให้ light energy มีบทบาทเหมือนสารสองชนิดนั้นทุกประการ oxygen และ sugar คือผลิตภัณฑ์ที่ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ combine A and B with C to create D เติมประโยคให้สมบูรณ์: The cook ____ oats and nuts ____ honey ____ crunchy snack bars.
ดูคำตอบ
combines · with · to create
a form of chemical energy: จัด sugar เข้าหมวดหมู่
รูปแบบ a form of + หมวดหมู่ ใช้จัดสิ่งหนึ่งว่าเป็นชนิดหรือรูปแบบหนึ่งของหมวดหมู่ที่กว้างกว่า ในที่นี้ a form of chemical energy อธิบาย sugar กล่าวคือ น้ำตาลเก็บพลังงานไว้ในรูปแบบทางเคมี เครื่องหมายจุลภาคแยกวลีนี้ออกมาเป็นส่วนขยายที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำนามที่อยู่ใกล้ ในประโยคนี้วลีดังกล่าวอธิบาย sugar ไม่ได้จัด oxygen and sugar ทั้งคู่เป็นพลังงานเคมี
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมาย a form of เติมประโยคจัดประเภทให้สมบูรณ์: A diary is ____ personal writing.
ดูคำตอบ
a form of
have to work together to keep things running smoothly: ต้องร่วมมือกันเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
have to work together หมายความว่าส่วนต่าง ๆ ของเซลล์ต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ทำงานแยกจากกัน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to บอกจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ต้องการจากการร่วมมือนั้น ใน keep things running smoothly โครงสร้าง keep + กรรม + กริยา-ing หมายถึงทำให้บางสิ่งอยู่ในสภาพหรือทำกิจกรรมต่อไป ในที่นี้ run smoothly เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงหน้าที่และกระบวนการของเซลล์ทำงานโดยไม่มีปัญหา ไม่ได้มีสิ่งใดกำลังวิ่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าหลายส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อให้ระบบทำงานต่อไปโดยไม่มีปัญหา
- The engine parts have to work together to keep the car running smoothly.
- The engine parts have to work separately to keep the car running smoothly.
- The engine parts have to run together to keep the car smooth.
ดูคำตอบ
The engine parts have to work together to keep the car running smoothly.
have to work together ... keep you running smoothly: โครงสร้างขนานจากเซลล์ไปสู่ทั้งร่างกาย
ประโยคนี้จงใจใช้รูปแบบเดิมจากประโยคก่อน คือ have to work together to keep ... running smoothly ประธานเปลี่ยนจากส่วนต่าง ๆ ภายในเซลล์หนึ่งเซลล์เป็นเซลล์ทั้งหมดในร่างกาย และกรรมหลัง keep เปลี่ยนจาก things เป็น you ในรูปแบบนี้ keep you running smoothly หมายถึงทำให้ร่างกายทำงานได้ดี ไม่ใช่ทำให้คุณวิ่ง การใช้กรอบไวยากรณ์เดิมซ้ำพร้อมกับเปลี่ยนคำนามสำคัญทำให้เกิดโครงสร้างขนาน โครงสร้างนี้เชื่อมสองระดับ คือเซลล์หนึ่งเซลล์กับร่างกายทั้งหมด และปิดท้ายคำอธิบายโดยแสดงว่าหลักการร่วมมือเดียวกันใช้ได้ในระดับที่ใหญ่ขึ้น And ที่ต้นประโยคบอกว่านี่เป็นการต่อจากแนวคิดก่อนหน้า ไม่ใช่หัวข้อใหม่
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The students in each group have to work together to finish their poster. ประโยคต่อใดใช้โครงสร้างขนานเพื่อขยายจากแต่ละกลุ่มไปสู่ทั้งชั้นเรียน
- The class display was in the hall yesterday.
- And all the groups have to work together to finish the class display.
- Some students used markers, and others used paint.
ดูคำตอบ
And all the groups have to work together to finish the class display.
a whole lot of: เน้นว่ามีจำนวนมากอย่างมาก
ในประโยคนี้ a whole lot of หมายถึง “จำนวนที่มากมาก” คำว่า whole ช่วยเน้น a lot of ให้ปริมาณฟังดูมากเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งกลุ่มที่ครบทั้งหมด” วลีนี้ยังทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเป็นกันเองและแสดงความรู้สึกมากขึ้น คุณสามารถใช้โครงสร้าง a whole lot of + คำนามในสถานการณ์อื่นเมื่อต้องการเน้นว่ามีมากกว่าที่คาดไว้มาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสนทนาสี่คำจากบทเรียนที่เน้นจำนวนมากอย่างชัดเจน: I took ____ photos on our trip.
ดูคำตอบ
a whole lot of
Scientists think there are about 37 trillion of them. ไวยากรณ์
3:40นักวิทยาศาสตร์คิดว่ามีอยู่ประมาณ 37 ล้านล้านเซลล์
about 37 trillion: แสดงว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ
เมื่ออยู่หน้า 37 trillion คำว่า about หมายถึง “ประมาณ” ซึ่งบอกผู้ฟังว่า 37 ล้านล้านเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่นับได้อย่างแม่นยำ จำนวนจริงอาจมากกว่าหรือน้อยกว่าเล็กน้อย ในที่นี้ them ย้อนกลับไปหมายถึง cells ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในวิทยาศาสตร์ ข่าว และคำอธิบายในชีวิตประจำวัน about + ตัวเลข เป็นวิธีทั่วไปในการบอกค่าประมาณที่ปัดเศษแล้วและใช้งานได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ about เพื่อแสดงว่าตัวเลขเป็นค่าประมาณ?
- She wrote an article about mountain safety.
- We talked about the hiking route.
- The hike takes about three hours.
ดูคำตอบ
The hike takes about three hours.