เพิ่มคลังคำศัพท์ของคุณเป็นทวีคูณในสองนาที! - บทเรียนภาษาอังกฤษฉบับมินิ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

British Council | English

ความยากในการเรียน
339 คำ 142 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่าปัจจัยท้ายคำที่ใช้บ่อยเปลี่ยนความหมายหรือหน้าที่ทางไวยากรณ์ของคำอย่างไร เพื่อช่วยขยายคลังคำศัพท์โดยต่อยอดจากคำที่ผู้เรียนรู้อยู่แล้ว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. -ful and -less — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เรียนรู้การแยกปัจจัยท้ายคำสองแบบที่มีความหมายตรงข้ามกัน โดย -ful มักบอกว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติบางอย่างหรือเต็มไปด้วยสิ่งนั้น ส่วน -less บอกว่าไม่มีหรือขาดคุณสมบัตินั้น ความแตกต่างนี้ช่วยให้คาดเดาความหมายของคำคุณศัพท์ที่สร้างขึ้น เช่น helpful และ helpless ได้โดยไม่ต้องท่องจำทีละคำ 2. add -ment, improvement, to make the noun. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: เข้าใจว่า -ment สามารถเปลี่ยนคำกริยาให้เป็นคำนามได้ เช่น improve เป็น improvement และ develop เป็น development รูปแบบนี้ช่วยให้ระบุและสร้างคำนามนามธรรมเมื่อต้องพูดถึงการกระทำ กระบวนการ และผลลัพธ์ 3. -like. — ความหมายและระดับการใช้คำศัพท์: ใช้ปัจจัยท้ายคำนี้เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งคล้ายบุคคล สิ่งของ หรือแนวคิดอื่น หรือมีลักษณะของสิ่งนั้น การเข้าใจรูปแบบใน businesslike และ childlike ช่วยให้ตีความและสร้างคำคุณศัพท์เชิงบรรยายจากคำนามที่คุ้นเคยได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Let's increase our vocabulary. วลี

0:00

มาเพิ่มคำศัพท์ของเรากันเถอะ

วลี

increase our vocabulary: เพิ่มคลังคำที่เรารู้จัก

วลี increase our vocabulary เป็นการใช้คำกริยากับคำนามร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ หมายถึงการเรียนรู้คำเพิ่มขึ้นและเข้าใจวิธีใช้คำเหล่านั้น ในที่นี้ vocabulary หมายถึงคำทั้งหมดที่เรารู้ ไม่ใช่คำใดคำหนึ่ง คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคลได้ เช่น increase my vocabulary, increase your vocabulary หรือ increase their vocabulary

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าการอ่านทุกวันช่วยให้เรียนรู้คำได้มากขึ้น

  1. Reading every day can help you increase your vocabularies.
  2. Reading every day can help you increase your vocabulary.
  3. Reading every day can help you make many vocabulary.
ดูคำตอบ

Reading every day can help you increase your vocabulary.

One great way to increase your vocabulary is by using suffixes. ไวยากรณ์

0:08

วิธีที่ยอดเยี่ยมวิธีหนึ่งในการเพิ่มคำศัพท์ของคุณคือการใช้คำปัจจัย (suffixes)

ไวยากรณ์

One great way to ... is by ...: การนำเสนอวิธีการ

โครงสร้าง One great way to + คำกริยารูปพื้นฐาน + is by + V-ing ใช้แนะนำวิธีที่มีประโยชน์ในการไปถึงเป้าหมาย ในประโยคนี้ to increase your vocabulary บอกเป้าหมาย ส่วน by using suffixes บอกวิธีการ ในที่นี้ by หมายถึง “โดยผ่านวิธีนี้” ไม่ใช่ความหมายด้านสถานที่ว่า “ข้าง ๆ” เนื่องจาก by เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยา improve และ listen เติมโครงสร้าง One great way to ... is by V-ing ให้สมบูรณ์: One great way ____ your listening is ____ to podcasts.

ดูคำตอบ

to improve · by listening

A suffix is when you take your existing stem word and you add a small group of letters to the end การใช้คำ

0:12

คำปัจจัยคือการที่คุณนำคำศัพท์ที่เป็นรากศัพท์เดิมของคุณมา แล้วเติมกลุ่มตัวอักษรเล็กๆ ไว้ที่ท้ายคำ

การใช้คำ

stem word ในการสร้างคำด้วยคำเติมท้าย

ในที่นี้ stem word เป็นคำศัพท์ด้านการสร้างคำ หมายถึงรูปคำที่มีอยู่ก่อนจะเติมคำเติมท้าย เช่น ในคำ kindness คำว่า kind คือ stem word และเติม -ness ต่อท้าย stem ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงลำต้นของพืช เมื่อเรียนเรื่องคำเติมท้าย ให้หารูปคำเดิมที่คำเติมท้ายนำไปต่อท้าย

แบบฝึกหัด

ในคำว่า painter ส่วนใดคือ stem word ก่อนเติม -er

  1. -er
  2. paint
  3. painter
ดูคำตอบ

paint

to change the meaning or the function. การใช้คำ

0:19

เพื่อเปลี่ยนความหมายหรือหน้าที่ของคำนั้น

การใช้คำ

to change the meaning or the function: สิ่งที่คำเติมท้ายเปลี่ยนได้

ในประโยคนี้ to change บอกผลที่เกิดจากการเติมคำเติมท้าย meaning คือความหมายที่คำนั้นสื่อ ส่วน function คือหน้าที่ทางไวยากรณ์หรือชนิดของคำในประโยค คำเติมท้ายอาจเปลี่ยนความหมาย เปลี่ยนหน้าที่ หรือเปลี่ยนทั้งสองอย่างก็ได้ เช่น -less เติมแนวคิดว่า “ไม่มีความช่วยเหลือ” ให้กับ help และได้คำว่า helpless ส่วน -ment เปลี่ยน improve ซึ่งเป็นคำกริยาให้เป็น improvement ซึ่งเป็นคำนาม วลีนี้จึงเตือนให้ดูมากกว่าการมีตัวอักษรเพิ่มขึ้น และดูว่าความหมายหรือบทบาททางไวยากรณ์เปลี่ยนไปอย่างไร

แบบฝึกหัด

วลี to change the meaning or the function บอกว่าคำเติมท้ายอาจทำอะไรได้บ้าง

  1. คำเติมท้ายเปลี่ยนคำกริยาให้เป็นคำนามเสมอ
  2. คำเติมท้ายเพิ่มตัวอักษรเท่านั้นและไม่เปลี่ยนคำ
  3. คำเติมท้ายอาจเปลี่ยนความหมายของคำ หน้าที่ทางไวยากรณ์ หรือเปลี่ยนทั้งสองอย่าง
ดูคำตอบ

คำเติมท้ายอาจเปลี่ยนความหมายของคำ หน้าที่ทางไวยากรณ์ หรือเปลี่ยนทั้งสองอย่าง

You will already know a couple like adding -er to make the comparative การใช้คำ

0:21

คุณอาจจะรู้จักมาบ้างแล้ว อย่างเช่นการเติม -er เพื่อทำเป็นขั้นกว่า

การใช้คำ

การเติม -er เพื่อสร้างคำคุณศัพท์ขั้นกว่า

ในประโยคนี้ comparative เป็นคำศัพท์ทางไวยากรณ์สำหรับรูปคำที่ใช้เปรียบเทียบคนหรือสิ่งของสองอย่าง การเติม -er หลังคำคุณศัพท์สั้น ๆ หลายคำให้ความหมายว่า “กว่า” เช่น small เปลี่ยนเป็น smaller และ fast เปลี่ยนเป็น faster การเปรียบเทียบมักใช้ than หน้าคนหรือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอีกฝ่าย: Cycling is faster than walking.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นกว่าของ small เติมประโยคให้สมบูรณ์: This box is ____ than that one.

ดูคำตอบ

smaller

or -est to make the superlative. การใช้คำ

0:26

หรือ -est เพื่อทำเป็นขั้นสุด

การใช้คำ

การเติม -est เพื่อสร้างคำคุณศัพท์ขั้นสุด

ในประโยคนี้ superlative เป็นคำศัพท์ทางไวยากรณ์สำหรับรูปคำที่แสดงว่าสมาชิกหนึ่งมีคุณสมบัติในระดับสูงสุดภายในกลุ่ม การเติม -est หลังคำคุณศัพท์สั้น ๆ หลายคำให้ความหมายว่า “ที่สุด” เช่น small เปลี่ยนเป็น smallest และ fast เปลี่ยนเป็น fastest คำคุณศัพท์ขั้นสุดมักตามหลัง the และระบุกลุ่มหรือขอบเขต: the fastest runner in the race.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปขั้นสุดของ tall เติมประโยคให้สมบูรณ์: Of the five trees, this one is the ____.

ดูคำตอบ

tallest

Some other suffixes that are common that you might already know

0:29

คำปัจจัยอื่นๆ ที่พบบ่อยที่คุณอาจจะรู้อยู่แล้ว

are -ful and -less การใช้คำ

0:32

ก็คือ -ful และ -less

to talk about something that is full of something

0:34

เพื่อพูดถึงสิ่งที่เต็มไปด้วยบางสิ่ง

or has nothing like helpful.

0:37

หรือไม่มีอะไรเลย อย่างเช่น helpful (มีประโยชน์)

การใช้คำ

-ful และ -less: การมีและการขาด

-ful และ -less เป็นคำเติมท้ายที่ใส่หลังคำหลักเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ โดย -ful มักหมายถึงการมี แสดง หรือให้สิ่งที่คำหลักกล่าวถึง ส่วน -less หมายถึงไม่มีหรือขาดสิ่งนั้น ตัวอย่างเช่น helpful หมายถึง “ที่ให้ความช่วยเหลือ” ส่วน helpless หมายถึง “ที่รับมือไม่ได้หากไม่มีคนช่วย” ในที่นี้ -less เป็นคำเติมท้าย ไม่ใช่คำเดี่ยว less ที่หมายถึง “ปริมาณน้อยกว่า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่สร้างจาก help และคำเติมท้ายที่หมายถึง “มีหรือให้”: The clear directions were very ____.

ดูคำตอบ

helpful

This mini English lesson is super helpful or helpless.

0:40

บทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ นี้ช่าง helpful (มีประโยชน์) หรือ helpless (ไร้หนทาง) เหลือเกิน

A newborn baby is helpless when they are born. โน้ต

0:45

เด็กทารกแรกเกิดนั้น helpless (ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้) เมื่อตอนที่พวกเขาเกิดมา

การใช้คำ

helpless: ไม่สามารถรับมือได้หากไม่มีความช่วยเหลือ

Helpless หมายถึงไม่สามารถปกป้องตัวเอง ดูแลตัวเอง หรือรับมือกับสถานการณ์ได้หากไม่มีความช่วยเหลือ ในประโยคนี้ ทารกแรกเกิดต้องพึ่งผู้อื่นในการดูแล ดังนั้น helpless จึงบอกว่าตัวทารกเองยังขาดความสามารถดังกล่าว คำนี้ไม่ได้หมายถึง “ไม่อยากช่วยคนอื่น” ความหมายนั้นพูดได้ว่า unwilling to help

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ helpless ในความหมายว่าไม่สามารถรับมือได้หากไม่มีความช่วยเหลือ?

  1. The injured bird was helpless and needed care.
  2. The child was unwilling to help clean the table.
  3. The nurse was helpful and brought fresh water.
ดูคำตอบ

The injured bird was helpless and needed care.

ไวยากรณ์

they are born: they ที่ใช้แทนบุคคลเอกพจน์

ในประโยคนี้ they ย้อนกลับไปหมายถึงทารกแรกเกิดเพียงคนเดียว ประโยคไม่ได้ระบุเพศของทารก และเพศก็ไม่สำคัญในที่นี้ ภาษาอังกฤษจึงใช้ they แบบเอกพจน์แทนการเลือก he หรือ she They แบบเอกพจน์ยังใช้รูปกริยาเหมือน they แบบพหูพจน์ คือ they are และ they have ไม่ใช่ they is หรือ they has บริบทจะช่วยบอกว่า they หมายถึงคนเดียวหรือมากกว่าหนึ่งคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ they แบบเอกพจน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้อง?

  1. A child is crying because they are hungry.
  2. A child is crying because they is hungry.
  3. A child are crying because they are hungry.
ดูคำตอบ

A child is crying because they are hungry.

Another example would be -ical. การใช้คำ

0:48

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ -ical

We add it to a noun like logical,

0:52

เราเติมมันหลังคำนาม อย่างเช่น logical (มีเหตุผล)

related to logic,

0:56

ซึ่งเกี่ยวข้องกับ logic (ตรรกะ)

historical, related to history,

0:58

historical (เกี่ยวกับประวัติศาสตร์) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ history (ประวัติศาสตร์)

การใช้คำ

-ical: ปัจจัยท้ายคำคุณศัพท์ที่หมายถึงเกี่ยวข้องกับ

-ical เป็นปัจจัยท้ายคำคุณศัพท์ที่พบบ่อย มักบอกว่าคำนั้นเกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือแนวคิดหนึ่ง historical เกี่ยวข้องกับ history และ logical เกี่ยวข้องกับ logic ใช้ -ical เป็นเบาะแสในการมองเห็นคำในตระกูลเดียวกัน แต่อย่านำไปเติมท้ายคำนามทุกคำแบบตรง ๆ เพราะการสะกดของคำฐานอาจเปลี่ยนได้ จึงควรจำคำคุณศัพท์เต็มคำที่ใช้จริง เช่น historical หรือ logical

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมประโยคนี้ได้ถูกต้อง: The museum keeps many ___ documents.

  1. history
  2. historical
  3. historically
ดูคำตอบ

historical

economical,

1:01

economical (ประหยัด)

the list is endless. สำนวน

1:03

รายการเหล่านี้มัน endless (ไม่มีที่สิ้นสุด)

สำนวน

the list is endless: มากจนไล่บอกไม่หมด

ในประโยคนี้ the list is endless เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ หมายถึงมีตัวอย่างมากจนยากที่จะไล่บอกได้ทั้งหมด โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่ารายการจริง ๆ ไม่มีจุดสิ้นสุด ใช้รูปแบบนี้หลังจากยกตัวอย่างไปแล้วหลายอย่าง เพื่อบอกว่ายังเพิ่มตัวอย่างอื่นได้อีกมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the list is endless อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อสื่อว่ามีความเป็นไปได้มากจนไล่บอกไม่หมด

  1. There are exactly two doors—the list is endless.
  2. There are hundreds of weekend activities to try—the list is endless.
  3. I tore the bottom off the paper, so the list is endless.
ดูคำตอบ

There are hundreds of weekend activities to try—the list is endless.

The final example that you might already know

1:04

ตัวอย่างสุดท้ายที่คุณอาจจะรู้จักแล้ว

is -able, การใช้คำ

1:06

คือ -able

meaning that you are able to do something.

1:07

ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถทำอะไรบางอย่างได้

การใช้คำ

-able กับ able to: คำปัจจัยกับคำคุณศัพท์ที่ใช้แยกคำ

คำปัจจัย -able เติมต่อท้ายคำกริยาหรือรากคำเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ มักหมายความว่าสิ่งนั้นสามารถถูกทำได้หรือเหมาะกับการกระทำนั้น เช่น readable ใช้บรรยายสิ่งที่อ่านได้ และ washable ใช้บรรยายสิ่งที่ซักได้ ความหมายของคำปัจจัยนี้เกี่ยวข้องกับคำคุณศัพท์ able ที่เป็นคำแยก แต่ -able ใช้เป็นคำเดี่ยวไม่ได้ ใน able to do something คำว่า able บอกความสามารถของประธาน ส่วนในคำอย่าง doable คำปัจจัย -able บอกว่าการกระทำนั้นเป็นไปได้หรือไม่

แบบฝึกหัด

ป้ายระบุว่าเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนึ่ง washable คำว่า washable หมายความว่าอะไร

  1. เสื้อตัวนี้สามารถซักเสื้อผ้าอื่นได้
  2. เสื้อตัวนี้ซักแล้ว
  3. เสื้อตัวนี้ซักได้
ดูคำตอบ

เสื้อตัวนี้ซักได้

So, doable.

1:10

ดังนั้น doable (สามารถทำได้)

After today's mini English lesson,

1:11

หลังจากบทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ ของวันนี้

using suffixes will be completely doable for you. การใช้คำ

1:13

การใช้คำปัจจัยจะเป็นเรื่องที่ doable (สามารถทำได้) อย่างแน่นอนสำหรับคุณ

การใช้คำ

completely doable for you: คุณทำได้อย่างแน่นอน

doable เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “สามารถทำหรือทำให้เสร็จได้” ในประโยคนี้ กิจกรรมที่กำลังถูกประเมินคือ using suffixes ส่วน for you บอกว่ากำลังพิจารณาสถานการณ์หรือความสามารถของใคร completely ทำให้น้ำเสียงให้กำลังใจหนักแน่นขึ้น ผู้พูดกำลังบอกว่างานนี้อยู่ในความสามารถของผู้เรียนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเป็นไปได้ในทางทฤษฎี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ doable อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “สามารถทำให้เสร็จได้”

  1. My brother is doable at maths.
  2. I can doable the homework tonight.
  3. The homework is long, but it is doable.
ดูคำตอบ

The homework is long, but it is doable.

Just be careful.

1:17

แค่ต้องระมัดระวังให้ดี

Sometimes the spelling of -able

1:18

บางครั้งการสะกดของ -able

is with an 'i' -ible like accessible. การใช้คำ

1:20

จะใช้ตัว 'i' เป็น -ible อย่างเช่น accessible (สามารถเข้าถึงได้)

การใช้คำ

-ible ใน accessible: การสะกดคำปัจจัยท้ายที่ตายตัว

วลี -ible like accessible ชี้ให้เห็นรูปสะกดที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้ในคำคุณศัพท์บางคำ -ible และ -able อาจสื่อความหมายคล้ายกัน แต่ไม่สามารถสลับใช้กันได้อย่างอิสระ ในคำว่า accessible การสะกดกำหนดไว้ตายตัว โดย access + -ible ได้เป็น accessible ควรจำคำปัจจัยท้ายพร้อมกับคำทั้งคำ เพราะ accessable ไม่ใช่การสะกดมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้คำคุณศัพท์ที่สร้างจาก access และลงท้ายด้วย -ible เพื่อเติมประโยค: The new library is ____ to wheelchair users.

ดูคำตอบ

accessible

These mini English lessons are accessible for everyone. การใช้คำ

1:23

บทเรียนภาษาอังกฤษสั้นๆ เหล่านี้ accessible (สามารถเข้าถึงได้) สำหรับทุกคน

การใช้คำ

accessible for everyone: ทุกคนเข้าถึง ใช้งาน หรือเข้าใจได้ง่าย

คำว่า accessible ในที่นี้ขยายความถึงบทเรียน ไม่ใช่ประตูหรืออาคาร หมายถึงผู้คนสามารถเข้าถึง ใช้งาน หรือเข้าใจบทเรียนเหล่านี้ได้ง่าย ส่วน for everyone เสริมว่าไม่ได้ตั้งใจตัดคนกลุ่มใดออกไป ความหมายเชิงนามธรรมนี้ยังใช้กับข้อมูล เว็บไซต์ บริการ และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ accessible ในความหมายว่า “คนกลุ่มหนึ่งเข้าใจหรือใช้งานได้ง่าย”

  1. The guide is available only to staff members.
  2. The wheelchair-accessible entrance is beside the main stairs.
  3. The guide uses clear language, so it is accessible to beginners.
ดูคำตอบ

The guide uses clear language, so it is accessible to beginners.

Some less common

1:27

บางคำที่พบได้น้อยกว่า

suffixes that you might not know of are the following. ลำดับความ

1:29

คำปัจจัยที่คุณอาจไม่รู้จัก มีดังต่อไปนี้

ลำดับความ

the following: ใช้เกริ่นรายการที่จะกล่าวต่อไป

ในโครงสร้าง are the following วลี the following ใช้แทนรายการที่จะบอกชื่อต่อจากนั้น เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเริ่มรายการ ชุดตัวอย่าง หรือลำดับขั้นตอน และเชื่อมข้อความโดยรวมก่อนหน้าเข้ากับรายละเอียดที่ตามมา following ในที่นี้ทำหน้าที่จัดลำดับข้อมูล ไม่ได้บรรยายว่าสิ่งหนึ่งกำลังเคลื่อนตามหลังอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “สิ่งที่จะแสดงเป็นรายการต่อไป”: Please bring ____: a hat, water, and a map.

ดูคำตอบ

the following

So, you can take a verb

1:32

คุณสามารถนำคำกริยา

like to improve and add -ment, การใช้คำ

1:34

อย่างเช่น to improve (ปรับปรุง) แล้วเติม -ment

improvement, to make the noun.

1:38

เป็น improvement (การปรับปรุง) เพื่อทำให้เป็นคำนาม

การใช้คำ

เติม -ment เพื่อสร้างคำนาม: improve เป็น improvement

ปัจจัยท้าย -ment สามารถเติมหลังคำกริยาบางคำเพื่อสร้างคำนาม ในตัวอย่างนี้ improve เป็นคำกริยาที่หมายถึงการทำให้บางสิ่งดีขึ้น ส่วน improvement เป็นคำนามที่หมายถึงกระบวนการหรือผลของการดีขึ้น ดังนั้น เมื่อเห็น -ment คุณจึงพอคาดได้ว่าคำนั้นเป็นคำนาม และเชื่อมโยงกับคำกริยาต้นทางได้

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน improve เป็นคำนามที่ลงท้ายด้วย -ment เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new plan was a big ____ over the old one.

ดูคำตอบ

improvement

To develop, development.

1:40

To develop (พัฒนา) เป็น development (การพัฒนา)

You could use -ous o-u-s การใช้คำ

1:42

คุณสามารถใช้ -ous (o-u-s)

adventurous, dangerous,

1:45

adventurous (ชอบผจญภัย), dangerous (อันตราย)

where you're taking the noun,

1:47

ซึ่งเป็นการที่คุณนำคำนาม

adding the suffix to get an adjective.

1:49

มาเติมคำปัจจัยเพื่อให้ได้คำคุณศัพท์

การใช้คำ

-ous ใน adventurous และ dangerous: การสร้างคำคุณศัพท์

ปัจจัยท้าย -ous ใช้สร้างคำคุณศัพท์จากคำนามหรือรากศัพท์บางคำ โดยมักให้ความหมายว่ามีหรือแสดงลักษณะบางอย่าง เช่น danger เปลี่ยนเป็น dangerous และ adventure เปลี่ยนเป็น adventurous คำใหม่ใช้บรรยายคนหรือสิ่งของ การสะกดอาจเปลี่ยนเมื่อเติมปัจจัยท้าย โดย adventure ตัด e ตัวสุดท้ายออกก่อนเติม -ous

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน danger เป็นคำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -ous: The broken bridge looks ____.

ดูคำตอบ

dangerous

We can also use things like -er or -or. การใช้คำ

1:51

เรายังสามารถใช้คำอย่างเช่น -er หรือ -or ได้ด้วย

You add this to the noun or the verb,

1:55

คุณเติมคำเหล่านี้ลงไปที่คำนามหรือคำกริยา

paint, to paint,

1:58

paint, กริยาคือ ทาสี/วาดรูป

we add the -er

1:59

เราเติม -er เข้าไป

and you get the person who does it.

2:00

แล้วคุณก็จะได้บุคคลที่ทำสิ่งนั้น

การใช้คำ

Hậu tố -er và -or dùng để tạo danh từ chỉ người

-er และ -or สามารถเป็นคำเติมท้ายที่สร้างคำนามเรียกบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือบทบาทหนึ่งได้ ในตัวอย่าง paint เปลี่ยนเป็น painter และ instruct เปลี่ยนเป็น instructor -er ที่ใช้เรียกบุคคลในที่นี้ทำหน้าที่ต่างจาก -er ที่แสดงขั้นกว่าใน smaller นอกจากนี้ การเลือก -er หรือ -or เป็นส่วนหนึ่งของการสะกดที่กำหนดไว้ของแต่ละคำ จึงควรจำทั้งคำแทนที่จะเลือกคำเติมท้ายเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำนามเรียกบุคคลที่ถูกต้องในประโยค: A person who paints is a ____, and a person who instructs is an ____.

ดูคำตอบ

painter · instructor

I am a painter.

2:02

I am a painter (ฉันเป็นจิตรกร/ช่างทาสี)

Instruct, to instruct,

2:04

Instruct, กริยาคือ สั่งสอน/แนะนำ

add -or, instructor.

2:06

เติม -or กลายเป็น instructor (ผู้สอน)

I am an English instructor or teacher. การใช้คำ

2:08

I am an English instructor or teacher (ฉันเป็นผู้สอนหรือครูสอนภาษาอังกฤษ)

การใช้คำ

English instructor or teacher: การเลือกชื่อตำแหน่ง

ในประโยคนี้ or เชื่อมชื่อตำแหน่งงานสองคำที่มีความหมายทับซ้อนกันและใช้เรียกผู้พูดคนเดียวกัน Teacher เป็นการพูดซ้ำ English instructor ด้วยคำที่คุ้นเคยกว่า ไม่ได้หมายถึงงานอีกงานหนึ่ง Instructor สร้างจาก instruct + -or และหมายถึงคนที่ให้การสอนหรือคำแนะนำ ชื่อตำแหน่งทั้งสองใช้ทับซ้อนกันได้ แต่สถานการณ์จะมีผลต่อว่าคำใดฟังเป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

ชื่อตำแหน่งใดเป็นคำมาตรฐานสำหรับคนที่สอนขับรถ?

  1. driving teacher
  2. driving instruction
  3. driving instructor
ดูคำตอบ

driving instructor

It's the same principle. ลำดับความ

2:12

มันเป็นหลักการเดียวกัน

ลำดับความ

It's the same principle: จัดตัวอย่างหลายอย่างให้อยู่ภายใต้กฎเดียวกัน

ในที่นี้ It's the same principle บอกว่า ตัวอย่างต่างกันแต่เป็นไปตามกฎเดียวกัน คำว่า principle หมายถึงกฎหรือแนวคิดที่อธิบายว่าสิ่งหนึ่งทำงานอย่างไร ไม่ได้หมายถึงหลักศีลธรรม ประโยคนี้เชื่อมตัวอย่างใหม่กลับไปยังตัวอย่างก่อนหน้า และบอกผู้ฟังให้ใช้เหตุผลแบบเดียวกันกับทั้งสองตัวอย่าง

แบบฝึกหัด

ครูยกตัวอย่างสองอย่างที่ต่างกันแต่เป็นไปตามกฎเดียวกัน It's the same principle ต้องการสื่ออะไร?

  1. ตัวอย่างที่สองทำงานตามกฎที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
  2. ตัวอย่างทั้งสองเป็นไปตามกฎพื้นฐานเดียวกัน
  3. ผู้พูดกำลังเสนอหลักศีลธรรม
ดูคำตอบ

ตัวอย่างทั้งสองเป็นไปตามกฎพื้นฐานเดียวกัน

The last one I want to talk about is -like. การใช้คำ

2:13

คำสุดท้ายที่ฉันอยากพูดถึงคือ -like

We can add this to describe something

2:16

เราสามารถเติมคำนี้เพื่ออธิบายบางสิ่ง

that is similar to something else. วลี

2:19

ที่มีความคล้ายคลึงกับอีกสิ่งหนึ่ง

วลี

similar to something else: ใช้ to หน้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

similar เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงคล้ายกันในบางด้าน เมื่อต้องการบอกว่ากำลังนำไปเปรียบเทียบกับคนหรือสิ่งใด ให้ใช้โครงสร้าง be similar to + คำนามหรือคำสรรพนาม ในที่นี้ something else คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ similar to something else หมายความว่าสิ่งที่กำลังอธิบายมีลักษณะบางอย่างร่วมกับอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเหมือนกันทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึงคล้ายกันแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง: This logo is ____ the old one.

ดูคำตอบ

similar to

For example,

2:21

ตัวอย่างเช่น

businesslike or childlike.

2:23

businesslike (เอาจริงเอาจังแบบนักธุรกิจ) หรือ childlike (เหมือนเด็ก)

การใช้คำ

-like: สร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึงคล้ายกับ

-like เป็นคำต่อท้าย โดยเติมหลังคำนามและมักสร้างเป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงคล้ายคำนามนั้นหรือมีคุณสมบัติแบบนั้น childlike หมายถึงเหมือนเด็ก ส่วน businesslike บรรยายท่าทีที่จริงจัง คล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ เครื่องหมายขีดใน -like แสดงว่ากำลังพูดถึงส่วนท้ายของคำ ในคำที่ใช้กันเป็นปกติอย่าง childlike และ businesslike จะเขียนคำต่อท้ายติดกับคำนาม

แบบฝึกหัด

รวม child กับคำต่อท้ายในบทเรียนนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Her ____ curiosity made every walk exciting.

ดูคำตอบ

childlike

There you go. น้ำเสียง/เจตนา

2:25

เอาล่ะ เรียบร้อย

น้ำเสียง/เจตนา

There you go. วลีปิดท้ายเมื่อทำเสร็จแล้ว

There you go. เป็นวลีตายตัวที่ใช้ในการสนทนา ในฉากนี้ผู้พูดอธิบายเสร็จแล้วและใช้วลีนี้เพื่อบอกว่างานเสร็จสมบูรณ์ มีความหมายประมาณว่า “เรียบร้อย แค่นี้เอง” วลีนี้ยังใช้ยืนยันได้ว่าผลลัพธ์ตอนนี้ถูกต้องแล้ว หรืออีกฝ่ายทำสำเร็จ หน้าที่ของวลีขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ดังนั้น there ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณติดชิ้นส่วนสุดท้ายได้ถูกต้อง และคุณต้องการยืนยันว่างานเสร็จแล้ว ประโยคตอบรับที่เป็นธรรมชาติและเป็นมิตรมากที่สุดคือข้อใด

  1. Take your time.
  2. There you go.
  3. Here you go.
ดูคำตอบ

There you go.

Keep an eye out for suffixes สำนวน

2:26

คอยสังเกตคำปัจจัยไว้ให้ดี

สำนวน

Keep an eye out for: คอยสังเกตสิ่งที่อาจปรากฏ

Keep an eye out for เป็นสำนวนที่หมายถึง “มองอย่างตั้งใจเพื่อให้สังเกตเห็นหรือพบคนหรือสิ่งของ” ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังบอกให้คอยสังเกตคำเติมท้ายเมื่อพบในคำต่าง ๆ ไม่ได้หมายถึงการทำอะไรกับดวงตาตามความหมายตรงตัว ใช้รูป keep an eye out for + เป้าหมาย เป้าหมายคือคนหรือสิ่งที่คาดว่าอาจปรากฏ แต่คุณอาจยังไม่ทันสังเกตเห็น

แบบฝึกหัด

ยังไม่มีใครเห็นป้ายสีน้ำเงิน ประโยคใดขอให้เพื่อนคอยสังเกตเพื่อให้พบป้ายนั้น

  1. Keep an eye on a blue sign near the bridge.
  2. Keep an eye out for a blue sign near the bridge.
ดูคำตอบ

Keep an eye out for a blue sign near the bridge.

because this is a really great way to improve your vocabulary

2:27

เพราะนี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากในการพัฒนาคำศัพท์ของคุณ

by already relying on what you know. วลี

2:32

โดยอาศัยสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วเป็นทุนเดิม

วลี

relying on what you know: ใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้ว

Rely on หมายถึง “ใช้คนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นที่พึ่งหรือสิ่งช่วยเหลือ” ในที่นี้ relying on what you know หมายถึงการใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้วเพื่อช่วยเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ รูปแบบคือ rely on + สิ่งที่ใช้เป็นที่พึ่ง What you know เป็นอนุประโยคที่หมายถึง “สิ่งที่คุณรู้” และทั้งอนุประโยคตามหลัง on เมื่ออยู่หลัง by คำว่า rely จะเปลี่ยนเป็นรูป -ing: by relying on

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำเพื่อทำให้สำนวนตายตัวสมบูรณ์: You can solve the puzzle by relying ____ what you already know.

ดูคำตอบ

on