ปีกแมลงปอในโหมดสโลว์โมชั่น - Smarter Every Day 91: บทเรียนภาษาอังกฤษ

SmarterEveryDay

ความยากในการเรียน
947 คำ 230 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: ภาพช้าแสดงว่าแมลงปอควบคุมปีกสี่ปีกอย่างไร จังหวะปีกเปลี่ยนประสิทธิภาพอย่างไร และ pterostigma ชะลอการสั่นเพื่อให้ร่อนได้มั่นคงอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. จาก figure out ในหมวดกริยาวลี เรียนรู้การบอกว่าได้คำตอบจากการสังเกตหรือใช้เหตุผล ไม่ใช่เพียงพบสิ่งของ 2. จาก for the most part ในหมวดกลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม เรียนรู้การจำกัดข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์เพื่อเปิดรับข้อยกเว้นโดยยังคงใจความหลัก 3. จาก feather the front wing ในหมวดความหมายคำศัพท์และระดับภาษา เข้าใจว่า feather ในบริบทอากาศพลศาสตร์คือการปรับมุมปีกหน้าเพื่อควบคุมกระแสอากาศ ไม่ใช่เพิ่มขนนกให้ปีก

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Today we're going to try to figure out how wagon... wagon?

0:09

วันนี้เราจะมาพยายามหาคำตอบว่าเกวียน... เกวียนเหรอ?

Today we're going to try to figure out how dragonfly wings work. กริยาวลี

0:13

วันนี้เราจะมาพยายามหาคำตอบว่าปีกแมลงปอทำงานอย่างไร

กริยาวลี

figure out: คิดจนเข้าใจหรือแก้ปัญหาได้

Figure out หมายถึงการได้คำตอบหรือเข้าใจบางสิ่งจากการคิด การสังเกต หรือการสืบค้น ในที่นี้ วลีนี้ใช้เปิดคำถามว่าปีกแมลงปอทำงานอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการหาเจอวัตถุชิ้นหนึ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ figure out ในความหมายว่า “เข้าใจหรือแก้ปัญหาด้วยการคิด”

  1. We need to figure out why the kite keeps falling.
  2. We need to take out the kite before the wind stops.
  3. We need to point out the kite in the picture.
ดูคำตอบ

We need to figure out why the kite keeps falling.

So, Phil has a dragonfly that I caught last night on our night walk.

0:16

ตอนนี้ ฟิลมีแมลงปอที่ผมจับได้เมื่อคืนตอนที่เราไปเดินเล่นกลางคืน

And we have a high speed camera and we are set up with a macro lens. กริยาวลี

0:21

และเรามีกล้องความเร็วสูงพร้อมติดตั้งเลนส์มาโครไว้แล้ว

กริยาวลี

be set up with a macro lens: ติดตั้งอุปกรณ์และพร้อมใช้งานแล้ว

Be set up with + equipment หมายถึงมีอุปกรณ์นั้นติดตั้งหรือจัดเตรียมไว้แล้วและพร้อมใช้งาน ในประโยคนี้ we หมายถึงทีมถ่ายทำและอุปกรณ์ของทีม เลนส์มาโครติดตั้งอยู่ในตำแหน่งเรียบร้อยและพร้อมใช้ วลีนี้บอกสภาพที่เตรียมเสร็จแล้ว ไม่ใช่การกำลังติดตั้งเลนส์ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ากล้องติดตั้งเลนส์พิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว

  1. The camera is next to a special lens.
  2. The camera is set up with a special lens.
  3. The technician sets up the camera.
ดูคำตอบ

The camera is set up with a special lens.

So, you try to collect that exact spot.

0:29

ดังนั้น ลองโฟกัสไปที่จุดนั้นพอดีเลยนะ

So, tell me when to trigger.

0:31

แล้วบอกฉันด้วยว่าให้กดชัตเตอร์ตอนไหน

Let's go.

0:34

ไปกันเลย

You got it?

0:34

ได้มั้ย?

Holy cow. สำนวน

0:40

พระเจ้าช่วย

สำนวน

Holy cow: คำอุทานเมื่อประหลาดใจมาก

Holy cow เป็นคำอุทานแบบไม่เป็นทางการที่แสดงความประหลาดใจ ความทึ่ง หรือความตื่นเต้นอย่างมาก ในที่นี้เป็นปฏิกิริยาทันทีต่อผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นปฏิกิริยาหนึ่งชุด ไม่ได้พูดถึงวัวและไม่ใช่ถ้อยแถลงทางศาสนา

แบบฝึกหัด

เพื่อนเห็นการทดลองวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งแล้วพูดว่า “Holy cow!” เพื่อนหมายความว่าอย่างไร?

  1. น่าทึ่งมาก!
  2. นี่เป็นพิธีทางศาสนา
  3. มีวัวอยู่ใกล้ ๆ
ดูคำตอบ

น่าทึ่งมาก!

Oh man.

0:42

โอ้โห

Yeah?

0:43

เหรอ?

We got it.

0:44

เราถ่ายได้แล้ว

Awesome.

0:45

ยอดเยี่ยมไปเลย

All right, so you have one of your entomology books here?

1:16

เอาล่ะ คุณมีหนังสือเกี่ยวกับกีฏวิทยามาด้วยใช่มั้ย?

You know it. น้ำเสียง/เจตนา

1:19

คุณก็รู้ดีหนิ

น้ำเสียง/เจตนา

You know it: การตอบรับอย่างมั่นใจ

เมื่อใช้เป็นคำตอบสั้น ๆ You know it หมายถึง “ใช่ แน่นอน” หรือ “แน่นอนอยู่แล้ว” เป็นการยืนยันสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งถามหรือคาดไว้ด้วยความมั่นใจและกระตือรือร้น ในที่นี้ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำตอบหนึ่งชุด จุดประสงค์หลักไม่ใช่การบอกผู้ฟังว่าผู้ฟังมีข้อมูลนั้นอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

Maya ถามว่า “Did you bring the team jerseys?” Leo ตอบว่า “You know it.” Leo หมายความว่าอย่างไร?

  1. ใช่ เอามาแน่นอน
  2. ฉันไม่ได้เอามา
  3. คุณรู้อยู่แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

ใช่ เอามาแน่นอน

Which book is this?

1:21

นี่คือหนังสืออะไร?

Borror and DeLong's intro to the study of insects.

1:22

หนังสือแนะนำการศึกษาแมลงของ Borror และ DeLong

This is a classic entomology book.

1:25

นี่เป็นหนังสือกีฏวิทยาเล่มคลาสสิกเลย

So, with these guys the muscles are actually pulling directly on the base of the wing.

1:27

สำหรับแมลงพวกนี้ กล้ามเนื้อจะดึงตรงไปที่โคนปีกโดยตรงเลย

So, it's a direct flight mechanism.

1:31

ดังนั้น มันคือกลไกการบินทางตรง

Um so, what's an indirect flight mechanism?

1:33

อืม แล้วกลไกการบินทางอ้อมคืออะไรล่ะ?

Indirect flight mechanism,

1:35

กลไกการบินทางอ้อม

it actually just pulls on the body wall of the thorax

1:37

จริง ๆ แล้วมันแค่ดึงผนังลำตัวของส่วนอก

and the collapse or expansion causes the wings to then move. ไวยากรณ์

1:40

และการหดตัวหรือการขยายตัวทำให้ปีกขยับได้

ไวยากรณ์

cause + กรรม + to + กริยา ใน “causes the wings to then move”

ในที่นี้ causes นำเสนอผลลัพธ์ คือการยุบหรือขยายตัวทำให้ปีกเคลื่อนไหว the wings เป็นกรรมของ causes และ to then move เป็นวลี infinitive ที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับปีก โครงสร้างคือ cause + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน then อยู่ภายในวลี infinitive และบอกว่าการเคลื่อนไหวเป็นผลที่ตามมา ในโครงสร้างนี้ cause ต้องมี to หน้ากริยา

แบบฝึกหัด

ใช้ cause ในรูป simple present และ infinitive open เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The pressure change ____ the valve ____.

ดูคำตอบ

causes · to open

So, we're going to go from the rainforest to a rainy day in my hometown. ลำดับความ

1:44

ดังนั้น เราจะไปจากป่าฝนไปยังวันฝนตกในบ้านเกิดของผม

ลำดับความ

การใช้ go from X to Y เพื่อเปลี่ยนหัวข้อ

ในประโยคนี้ go from the rainforest to a rainy day บอกว่ากำลังเปลี่ยนฉากและหัวข้อ ไม่ได้เน้นการเดินทาง แต่บอกผู้ชมว่าวิดีโอกำลังออกจากตัวอย่างหนึ่งแล้วเข้าสู่อีกตัวอย่างหนึ่ง กรอบ go from X to Y ใช้จัดข้อมูลได้ โดย X คือหัวข้อเดิมและ Y คือหัวข้อใหม่ ในที่นี้ rainforest และ rainy ยังมีเสียง rain ซ้ำกัน ทำให้การเปลี่ยนเรื่องลื่นไหลและสนุกขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปลี่ยนเรื่องในการนำเสนอนี้ด้วย from และ to: Now let's go ____ the first idea ____ a real-life example.

ดูคำตอบ

from · to

Now, we have all different kinds of art projects here

1:47

ตอนนี้ เรามีโปรเจกต์งานศิลปะหลากหลายประเภทที่นี่

and the one I really want to show you is the dragonfly project.

1:49

และโปรเจกต์ที่ผมอยากให้คุณดูจริง ๆ คือโปรเจกต์แมลงปอ

What they've done is they've given metal dragonflies to all the different organizations in the town

1:52

สิ่งที่พวกเขาทำคือแจกแมลงปอโลหะให้กับองค์กรต่าง ๆ ในเมือง

and they let them paint them however they want. ไวยากรณ์

1:55

แล้วให้พวกเขาทาสีมันตามใจชอบ

ไวยากรณ์

let them paint them: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “อนุญาตให้คนหรือสิ่งใดทำบางอย่าง” ใน let them paint them คำว่า them ตัวแรกหมายถึงองค์กรต่าง ๆ ส่วน them ตัวที่สองหมายถึงแมลงปอโลหะ หลัง let ให้ใช้กริยารูปพื้นฐานโดยไม่ใส่ to จึงใช้ let them paint ไม่ใช่ let them to paint โครงสร้างนี้แสดงว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาต หรือผู้พูดปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นผู้เลือก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน และกริยา choose: The teacher ____ Mia ____ a book.

ดูคำตอบ

lets · choose

ไวยากรณ์

however they want: ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดที่พวกเขาเลือก

ในที่นี้ however หมายถึง “ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด” หรือ “ตามที่ต้องการ” แสดงว่าองค์กรเหล่านั้นเลือกวิธีทาสีสิ่งของได้อย่างอิสระ ไม่ได้หมายถึง “อย่างไรก็ตาม” ความหมายเต็มคือ however they want to paint them ภาษาอังกฤษละการกระทำที่ซ้ำไว้ เพราะบริบททำให้เข้าใจได้ชัดเจน โครงสร้าง however + ประธาน + want/like สามารถนำไปใช้เพื่อบอกว่ามีอิสระในการเลือกวิธีทำบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้คำหนึ่งคำที่หมายถึง “ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดที่คุณเลือก” เติมประโยคให้สมบูรณ์: You can color the kite ____ you want.

ดูคำตอบ

however

What I think is cool about the dragonfly ไวยากรณ์

1:57

สิ่งที่ผมคิดว่าเจ๋งเกี่ยวกับแมลงปอ

is that the wing attaches to the body in a completely different way than most insects.

1:59

คือวิธีที่ปีกติดกับลำตัวมันแตกต่างจากแมลงส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง

ไวยากรณ์

สิ่งที่ฉันคิดว่าเจ๋งเกี่ยวกับแมลงปอ ... วิธีที่ปีกติดกับลำตัว

ใน What I think is cool about the dragonfly is that ... ส่วน What ที่อยู่ต้นประโยคทำหน้าที่เป็นประธาน โดยบอกลักษณะที่กำลังประเมินอยู่ What ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถามคำถาม โครงสร้าง What I think is cool about X is that Y จะนำเสนอลักษณะเด่นของ X ก่อน แล้วใช้ that-clause อธิบายว่าเหตุใดลักษณะนั้นจึงน่าสนใจ ในประโยคนี้ วิธีที่ปีกเชื่อมกับลำตัวอย่างไม่เหมือนใครคือเหตุผลของการประเมิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง What I think is cool about X is that Y ได้ถูกต้อง เพื่อบอกลักษณะและอธิบายเหตุผลของการประเมิน

  1. What I think is useful about a checklist is that it catches small mistakes early.
  2. What I think is useful about a checklist that it catches small mistakes early.
  3. What do I think is useful about a checklist is that it catches small mistakes early?
ดูคำตอบ

What I think is useful about a checklist is that it catches small mistakes early.

To explain this,

2:03

เพื่ออธิบายเรื่องนี้

I've decided to become a dragonfly muscle.

2:04

ผมเลยตัดสินใจที่จะรับบทเป็นกล้ามเนื้อของแมลงปอ

This is a wasp.

2:06

นี่คือตัวต่อ

To see how normal insects operate their wings,

2:07

เพื่อดูว่าแมลงปกติควบคุมปีกของมันอย่างไร

we need to cut the thorax in half so ไวยากรณ์

2:09

เราจำเป็นต้องผ่าส่วนอกครึ่งหนึ่งเพื่อ

we can see the muscles operating on the inside.

2:11

เราจะได้เห็นการทำงานของกล้ามเนื้อที่อยู่ข้างใน

ไวยากรณ์

เพื่อที่เราจะได้เห็นกล้ามเนื้อที่กำลังทำงานอยู่ด้านใน

ใน so we can see the muscles operating on the inside, so + ประธาน + can + กริยา ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า การผ่าทรวงอกเป็นการกระทำที่วางแผนไว้ เพื่อให้มองเห็นกล้ามเนื้อได้ ในที่นี้ so หมายถึง “เพื่อให้” ไม่ใช่เพียง “ดังนั้น” ส่วนนี้อธิบายว่าทำไมจึงต้องผ่าทรวงอก ไม่ได้เป็นเพียงการบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคส่วนที่บอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: We need to open the case ____ the battery

ดูคำตอบ

so we can check

Uh it's uglier than I thought. ไวยากรณ์

2:14

เอ่อ มันน่าเกลียดกว่าที่คิดไว้นะเนี่ย

ไวยากรณ์

uglier than I thought: เปรียบเทียบความจริงกับความคาดหมาย

ในประโยคนี้ uglier เป็นรูปขั้นกว่าของ ugly สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือรูปลักษณ์ที่เห็นจริงกับสิ่งที่ผู้พูดคาดไว้ก่อนหน้า ไม่ใช่สิ่งของสองชิ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than I thought” ซึ่งหมายถึงระดับจริงมากกว่าที่คาดไว้ คำคุณศัพท์อาจบอกลักษณะภายนอก ความยาก ราคา หรือประสบการณ์

แบบฝึกหัด

ใช้ hard และ than I thought เพื่อบอกว่าแบบทดสอบยากกว่าที่คาดไว้: The test was ____.

ดูคำตอบ

harder than I thought

Anyway, ลำดับความ

2:15

ยังไงก็เถอะ

ลำดับความ

Anyway ในฐานะสัญญาณให้กลับสู่เรื่องหลัก

Anyway ในที่นี้เป็นคำที่ช่วยบอกทิศทางของบทสนทนา คำนี้ปิดความคิดเห็นสั้น ๆ ที่ออกนอกเรื่อง และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะกลับไปอธิบายเรื่องหลักต่อ หน้าที่ของคำนี้คือจัดลำดับการนำเสนอข้อมูล ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึง “ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด”

แบบฝึกหัด

อ่านบทสนทนานี้: “That joke was a little silly. Anyway, let's finish the plan.” Anyway ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. หมายความว่าสามารถทำแผนให้เสร็จด้วยวิธีใดก็ได้
  2. ขอให้ผู้ฟังพูดถึงมุกตลกนั้นต่อ
  3. ปิดความคิดเห็นนอกเรื่องและกลับไปพูดถึงแผน
ดูคำตอบ

ปิดความคิดเห็นนอกเรื่องและกลับไปพูดถึงแผน

the wings of most flying bugs use this method,

2:16

ปีกของแมลงบินได้ส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้

which is called indirect musculature. การใช้คำ

2:19

ซึ่งเรียกว่าระบบกล้ามเนื้อทางอ้อม

การใช้คำ

ระบบกล้ามเนื้อทางอ้อม

ระบบกล้ามเนื้อทางอ้อมเป็นระบบการบินที่กล้ามเนื้อทำให้ปีกขยับโดยเปลี่ยนรูปร่างของส่วนอกของแมลง แรงส่งไปถึงปีกผ่านส่วนอก แทนที่กล้ามเนื้อจะดึงปีกโดยตรง ในที่นี้ indirect บอกเส้นทางการส่งแรง ไม่ได้หมายความว่าแรงอ่อน ไม่สำคัญ หรือไม่มีประสิทธิภาพ

แบบฝึกหัด

indirect musculature ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. กล้ามเนื้อดึงปีกโดยตรงด้วยแรงที่น้อยกว่า
  2. ปีกเคลื่อนไหวโดยไม่มีแรงจากกล้ามเนื้อเลย
  3. กล้ามเนื้อเปลี่ยนรูปร่างของส่วนอก แล้วการเคลื่อนไหวนั้นขับปีก
ดูคำตอบ

กล้ามเนื้อเปลี่ยนรูปร่างของส่วนอก แล้วการเคลื่อนไหวนั้นขับปีก

The muscles pull on the body wall of the thorax instead of on the wing itself.

2:21

กล้ามเนื้อจะดึงที่ผนังลำตัวของส่วนอกแทนที่จะดึงที่ปีกโดยตรง

The shell then pushes on the wing,

2:25

จากนั้นเปลือกจะดันปีก

which seesaws on a pivot point and moves up and down. การใช้คำ

2:26

ซึ่งกระดกขึ้นลงบนจุดหมุนเหมือนม้ากระดก

การใช้คำ

กระดกรอบจุดหมุน

Seesaws เป็นคำกริยาในที่นี้ คำนี้ทำให้เห็นภาพว่าปีกเอียงสลับไปมารอบจุดหมุนที่อยู่กับที่เหมือนไม้กระดกในสนามเด็กเล่น ขณะที่ปีกเคลื่อนขึ้นลง การนำคำนามมาใช้เป็นคำกริยาแบบนี้ช่วยให้เห็นภาพการโยกซ้ำไปมาอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายถึงเครื่องเล่นไม้กระดกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีการเคลื่อนไหวที่เน้นไว้: The balanced bar ____ as one end rises and the other falls.

ดูคำตอบ

seesaws on a pivot point

The problem is muscles pull, ลำดับความ

2:29

ปัญหาคือกล้ามเนื้อมีหน้าที่ดึง

they don't push.

2:31

พวกมันผลักไม่ได้

ลำดับความ

The problem is ... กับการเปรียบต่างว่า “ดึง แต่ไม่ผลัก”

The problem is ... ใช้บอกอุปสรรคหลักที่คำอธิบายต้องแก้ให้กระจ่าง ในที่นี้ problem หมายถึงจุดติดขัดหรือข้อสงสัยด้านกลไก ไม่ใช่การบ่นเรื่องส่วนตัว ประโยคย่อยคู่ muscles pull / they don't push สรุปอุปสรรคด้วยการเปรียบต่างระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ไม่ทำ รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนกลไกที่ซับซ้อนให้เป็นคำถามชัดเจนหนึ่งข้อสำหรับคำอธิบายส่วนต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอุปสรรคหลักได้ชัดเจนที่สุด แล้วเน้นให้ชัดด้วยการเปรียบต่างระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ไม่ทำ?

  1. I have a problem with the fan because its color is ugly.
  2. The problem is that the fan moves air; it doesn't cool the room by itself.
  3. The fan moves air around the room, and the room feels cooler.
ดูคำตอบ

The problem is that the fan moves air; it doesn't cool the room by itself.

So, how does the wing return?

2:32

แล้วปีกกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมได้อย่างไร?

If you were to imagine that the thorax was shaped like a football, ไวยากรณ์

2:34

หากคุณจินตนาการว่าส่วนอกมีรูปร่างเหมือนลูกรักบี้

the big muscles would be squishing the ball in on the middle.

2:36

กล้ามเนื้อมัดใหญ่จะบีบลูกบอลเข้ามาตรงกลาง

ไวยากรณ์

กรอบสมมุติ If you were to imagine that ... the big muscles would be squishing

If you were to imagine that ... ชวนผู้ฟังเข้าสู่แบบจำลองสมมุติหรือการทดลองทางความคิด were to เป็นส่วนหนึ่งของอนุประโยค if และบอกว่าสถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่จินตนาการขึ้น ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต the big muscles would be squishing บรรยายการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ภายในแบบจำลองที่จินตนาการขึ้น โครงสร้าง If + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน ... ประธาน + would be + -ing ช่วยให้ผู้พูดสร้างการเปรียบเทียบ แล้วอธิบายว่าในภาพสมมุตินั้นจะกำลังเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมการทดลองทางความคิดนี้ด้วยโครงสร้าง would + be + -ing: If you were to imagine the tent as a balloon, the wind ____ pressing on every side.

ดูคำตอบ

would be

When you turn it on its side, วลี

2:39

เมื่อคุณพลิกมันตะแคง

วลี

turn it on its side: หมุนให้วางตะแคง

Turn it on its side หมายถึงหมุนวัตถุให้ด้านข้างด้านหนึ่งคว่ำลงและวางตะแคงอยู่ ในที่นี้ it หมายถึงลูกอเมริกันฟุตบอล คำว่า on its side บอกทิศทางของการหมุนให้สมบูรณ์ ประโยคนี้พูดถึงการเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุ ไม่ใช่การเปิดอุปกรณ์

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้กล่องวางบนด้านข้าง ไม่ใช่วางบนฐาน ควรพูดว่าอย่างไร?

  1. Turn it on its side.
  2. Turn it upside down.
  3. Turn it on.
ดูคำตอบ

Turn it on its side.

you can see that this little muscle runs the length of the football and pulls in longways from the inside. วลี

2:40

คุณจะเห็นว่ากล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ นี้วิ่งไปตามความยาวของลูกรักบี้และดึงตามยาวจากข้างใน

วลี

runs the length of the football: ทอดยาวตลอดความยาวของลูกบอล

Runs the length of หมายถึงสิ่งหนึ่งทอดยาวไปตามอีกสิ่งหนึ่งจากปลายด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง ในประโยคนี้ กล้ามเนื้อทอดยาวตลอดความยาวของลูกอเมริกันฟุตบอล Run สามารถใช้บอกตำแหน่งหรือแนวที่สิ่งยาวและแคบทอดตัวอยู่ได้ ไม่ได้หมายความว่ากล้ามเนื้อกำลังเคลื่อนที่หรือวิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทอดยาวจากปลายด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง”: A narrow hallway ____ the building.

ดูคำตอบ

runs the length of

This makes the middle bulge back out, ไวยากรณ์

2:45

สิ่งนี้ทำให้ส่วนกลางป่องกลับออกมา

ไวยากรณ์

makes the middle bulge back out: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ในโครงสร้าง make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน make หมายถึงทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น ในที่นี้กรรมของ makes คือ the middle และ bulge เป็นกริยารูปพื้นฐาน การกระทำจึงทำให้ส่วนตรงกลางเปลี่ยนรูป back แสดงการกลับไปสู่รูปเดิม ส่วน out แสดงทิศทางออกด้านนอก ดังนั้น bulge back out จึงหมายถึงนูนออกมาอีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงถอนตัวจากบางสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย bulge และคำที่หมายถึง “อีกครั้ง” กับ “ออกด้านนอก”: Pressing the sides makes the center ____.

ดูคำตอบ

bulge back out

which moves the wing down.

2:47

ซึ่งทำให้ปีกเลื่อนลง

Dragonflies, however, operate differently. ลำดับความ

2:48

อย่างไรก็ตาม แมลงปอทำงานต่างออกไป

ลำดับความ

however ในฐานะคำเชื่อมแสดงความขัดแย้งที่แทรกในประโยค

however เชื่อมข้อความทั้งประโยคเข้ากับคำอธิบายก่อนหน้าและแสดงความขัดแย้งอย่างชัดเจนว่าแมลงปอทำงานด้วยวิธีที่ต่างออกไป เมื่อวางหลังประธาน however เป็นคำวิเศษณ์ระดับประโยคที่ย้ายตำแหน่งได้ และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ operate differently เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าเป็นคำเชื่อมที่แทรกในประโยค แม้ตัดออก ประโยคก็ยังสมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ however เป็นคำเชื่อมแสดงความขัดแย้งที่แทรกในประโยคได้ถูกต้อง

  1. Most insects use an indirect mechanism. Although, dragonflies use a different one.
  2. Most insects use an indirect mechanism, dragonflies however use a different one.
  3. Most insects use an indirect mechanism. Dragonflies, however, use a different one.
ดูคำตอบ

Most insects use an indirect mechanism. Dragonflies, however, use a different one.

When we look inside a dragonfly,

2:50

เมื่อเรามองเข้าไปข้างในแมลงปอ

we can see that they have what's called direct musculature. การใช้คำ

2:52

เราจะเห็นว่าพวกมันมีสิ่งที่เรียกว่าระบบกล้ามเนื้อทางตรง

การใช้คำ

direct musculature: เส้นทางแรงโดยตรงจากกล้ามเนื้อไปยังปีก

direct musculature หมายถึงกล้ามเนื้อที่ใช้บินออกแรงกับปีกโดยตรง แรงจะส่งจากกล้ามเนื้อไปยังปีก โดยไม่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของลำตัวเป็นขั้นกลางก่อน ในประโยคนี้ direct อธิบายเส้นทางการส่งแรงจากกล้ามเนื้อไปยังปีก ไม่ได้หมายถึงความเร็วในการกระพือปีก วลีนี้เป็นชื่อทางชีววิทยาของโครงสร้างกล้ามเนื้อที่ใช้บินของแมลงปอ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ direct ใน direct musculature หมายถึงอะไร

  1. ลำตัวต้องเคลื่อนไหวก่อนเพื่อทำให้ปีกขยับ
  2. กล้ามเนื้อออกแรงกับปีกโดยตรง
  3. ปีกเคลื่อนไหวเร็วกว่าปีกของแมลงชนิดอื่นทั้งหมด
ดูคำตอบ

กล้ามเนื้อออกแรงกับปีกโดยตรง

Their muscles pull directly on the wings

2:55

กล้ามเนื้อของพวกมันดึงที่ปีกโดยตรง

and are able to operate each wing independently in both directions.

2:57

และสามารถควบคุมแต่ละปีกได้อย่างอิสระทั้งสองทิศทาง

This is a big deal สำนวน

3:00

นี่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก

สำนวน

This is a big deal: สำนวนไม่เป็นทางการเพื่อเน้นความสำคัญ

ใน This is a big deal คำว่า big deal เป็นสำนวนไม่เป็นทางการ หมายถึงบางสิ่งสำคัญมาก มีความหมายมาก หรือสร้างความประทับใจ วลีนี้เป็นการประเมิน ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงหรือธุรกรรม This หมายถึงความสามารถของแมลงปอที่เพิ่งอธิบายไป ดังนั้นผู้พูดจึงแสดงความตื่นเต้นและเน้นว่าการค้นพบนี้มีความหมายมาก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ This is a big deal หมายถึงอะไร

  1. นี่คือข้อตกลงทางธุรกิจ
  2. นี่สำคัญมากหรือสร้างความประทับใจมาก
  3. นี่คือเงินจำนวนมาก
ดูคำตอบ

นี่สำคัญมากหรือสร้างความประทับใจมาก

and this is why they completely dominate the insect flying world. ลำดับความ

3:01

และนี่คือสาเหตุที่พวกมันครอบครองโลกแห่งการบินของแมลงอย่างสมบูรณ์

ลำดับความ

this is why: ย้อนอ้างถึงสาเหตุและนำเข้าสู่ผลลัพธ์

this is why ย้อนอ้างถึงความสามารถที่เพิ่งอธิบายไป แล้วนำเสนออนุประโยคถัดไปว่าเป็นผลของความสามารถนั้น กล่าวคือ ความสามารถนี้อธิบายว่าทำไมพวกมันจึงเหนือกว่าในโลกแห่งการบินของแมลง ในที่นี้ why หมายถึง “เหตุผลที่...” ดังนั้นทั้งข้อความเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง ให้บอกข้อเท็จจริงหรือเหตุผลก่อน แล้วใช้ this is why เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์หรือข้อประเมินที่ข้อเท็จจริงนั้นสนับสนุน

แบบฝึกหัด

ของเล่นเปิดไม่ติดเพราะแบตเตอรี่หมด ประโยคใดกล่าวถึงแบตเตอรี่หมดเป็นสาเหตุก่อน แล้วใช้ this is why เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์

  1. The toy will not turn on, and this is why the battery is dead.
  2. The battery is dead, and this is why the toy will not turn on.
  3. This is why the battery is dead: the toy will not turn on.
ดูคำตอบ

The battery is dead, and this is why the toy will not turn on.

If you look back at the high speed in those little cracks, กริยาวลี

3:04

หากคุณกลับไปดูภาพความเร็วสูงในรอยแยกเล็ก ๆ เหล่านั้น

you can see muscles wiggling and pulling directly on the wings.

3:07

คุณจะเห็นกล้ามเนื้อกำลังขยับและดึงที่ปีกโดยตรง

กริยาวลี

look back at: ย้อนกลับไปดูเนื้อหาก่อนหน้า

ในที่นี้ look back at หมายถึง “ดูหรือตรวจสอบอีกครั้ง” ผู้พูดขอให้ผู้ชมย้อนกลับไปดูภาพความเร็วสูงก่อนหน้านี้และตรวจหาหลักฐาน ในประโยคนี้ high speed เป็นรูปย่อแบบไม่เป็นทางการของ high-speed footage วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการหันตัวไปมองข้างหลัง รูปแบบคือ look back at + เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เช่น คลิป บันทึก ข้อความตอนหนึ่ง เหตุการณ์ หรือการตัดสินใจ

แบบฝึกหัด

คุณต้องการให้กลุ่มย้อนกลับไปดูแผนภูมิที่ปรากฏก่อนหน้านี้ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Let's look back on the first chart.
  2. Let's look back at the first chart.
  3. Let's look behind the first chart.
ดูคำตอบ

Let's look back at the first chart.

That's pretty awesome, huh?

3:10

มันเจ๋งมากเลยใช่มั้ย?

So, they're saying many Odonata, which are dragonflies,

3:12

พวกเขาบอกว่าแมลงในอันดับโอโดนาตา (Odonata) หรือแมลงปอหลายชนิด

the front and hind wings move independently.

3:15

ปีกคู่หน้าและคู่หลังจะเคลื่อนไหวอย่างอิสระ

There is a phase difference in the movements of the two pairs. การใช้คำ

3:17

มีความต่างเฟสในการเคลื่อนไหวของปีกทั้งสองคู่

การใช้คำ

ความต่างเฟสในการเคลื่อนไหวของทั้งสองคู่

คำว่า phase difference อธิบายความเหลื่อมกันของเวลาระหว่างการเคลื่อนไหวที่เกิดซ้ำเป็นรอบ ๆ ในที่นี้ ปีกทั้งสองคู่ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งเดียวกันของรอบการเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน แต่การเคลื่อนไหวของทั้งสองคู่เหลื่อมจังหวะกัน ในความหมายเชิงเทคนิคนี้ phase หมายถึงตำแหน่งภายในรอบที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่ระยะหรือช่วงหนึ่งของโครงการหรือชีวิต คำนี้เน้นความสัมพันธ์ด้านเวลา ไม่ใช่ความแตกต่างด้านความเร็ว ขนาด หรือปริมาณ

แบบฝึกหัด

phase difference ในประโยคนี้อธิบายถึงอะไร

  1. การเคลื่อนไหวที่เกิดซ้ำสองอย่างเหลื่อมกันทางเวลา
  2. การเคลื่อนไหวทั้งสองอย่างมีจังหวะตรงกันอย่างสมบูรณ์
  3. ทั้งสองคู่อยู่ในช่วงต่างกันของโครงการ
ดูคำตอบ

การเคลื่อนไหวที่เกิดซ้ำสองอย่างเหลื่อมกันทางเวลา

That is, when one pair is moving up, โน้ต

3:20

นั่นคือ เมื่อปีกคู่หนึ่งกำลังเคลื่อนที่ขึ้น

the other pair is moving down.

3:22

ปีกอีกคู่หนึ่งกำลังเคลื่อนที่ลง

ลำดับความ

That is, สำหรับการพูดอธิบายใหม่

That is, เป็นคำแสดงการเชื่อมความที่ใช้ขึ้นต้นการพูดซ้ำหรืออธิบายความคิดก่อนหน้าให้ชัดเจนขึ้น มีความหมายใกล้เคียงกับ in other words และบอกว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็นการอธิบายข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ คำนี้เปลี่ยนวลีทางเทคนิค phase difference ให้เป็นคำอธิบายที่เห็นภาพว่า ทั้งสองคู่เคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกัน เครื่องหมายจุลภาคแสดงหน้าที่ในการอธิบายให้ชัดเจน นี่ไม่ใช่โครงสร้างประธานตามด้วยกริยา that is แบบปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ That is, เป็นคำแสดงการอธิบายให้ชัดเจน ไม่ใช่โครงสร้างประธานและกริยาแบบปกติ

  1. The timer uses a visual signal. That is, the blue button starts it.
  2. The timer uses a visual signal. That means the blue button starts it.
  3. The timer uses a visual signal. That is the blue button.
ดูคำตอบ

The timer uses a visual signal. That is, the blue button starts it.

ไวยากรณ์

when one pair ..., the other pair ...: คู่หนึ่งกับอีกคู่หนึ่ง

โครงสร้าง when one ..., the other ... เชื่อมการเคลื่อนไหวสองอย่างเข้าด้วยกันและทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ในที่นี้ ปีกคู่หนึ่งขยับขึ้นพร้อมกับที่ปีกคู่ที่สองขยับลง เนื่องจากมีปีกอยู่สองคู่พอดี the other pair จึงหมายถึงคู่ที่เหลืออยู่ โครงสร้างนี้ใช้บอกการกระทำที่แตกต่างกันหรือสลับกันของสองกลุ่มที่เกี่ยวข้องกันได้

แบบฝึกหัด

เครื่องจักรเครื่องหนึ่งมีแขนอยู่สองข้างพอดี และแขนทั้งสองเคลื่อนไปคนละทิศทางพร้อมกัน ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. When one arm moves left, the other arm moves right.
  2. When one arm moves left, another arm moves right.
  3. When one arm moves left, the other arms move right.
ดูคำตอบ

When one arm moves left, the other arm moves right.

Okay, Dr. Jim Usherwood in the UK and his colleagues discovered that

3:24

เอาล่ะ ดร. จิม อัชเชอร์วูด (Jim Usherwood) ในสหราชอาณาจักรและเพื่อนร่วมงานค้นพบว่า

because dragonflies have two sets of wings,

3:28

เนื่องจากแมลงปอมีปีกสองคู่

for the most part they're inefficient, วลี

3:30

ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะไม่มีประสิทธิภาพ

more inefficient than just normal insect flight with two wings.

3:31

ไม่มีประสิทธิภาพมากไปกว่าการบินของแมลงปกติที่มีปีกสองปีก

วลี

for the most part: โดยทั่วไป แต่มีข้อยกเว้น

for the most part หมายถึง “โดยทั่วไป” หรือ “ในกรณีส่วนใหญ่” วลีนี้ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อความกว้าง ๆ เพื่อไม่ให้ฟังเหมือนว่าเป็นจริงเสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวขยายข้อสรุปที่ว่าการบินของแมลงปอไม่มีประสิทธิภาพ ผู้พูดเสนอว่านี่คือแนวโน้มตามปกติ แต่ยังเปิดโอกาสให้รูปแบบการขยับปีกบางอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าได้

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสี่คำที่หมายถึง “โดยทั่วไป แต่ไม่เสมอไป” เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, the buses arrive on time, but snow can cause delays.

ดูคำตอบ

For the most part

They made a robot with two pairs of wings

3:34

พวกเขาสร้างหุ่นยนต์ที่มีปีกสองคู่

and they would vary the timing between the two ไวยากรณ์

3:36

และพวกเขาจะปรับเปลี่ยนจังหวะเวลาระหว่างทั้งสองคู่

ไวยากรณ์

would vary ที่บอกการกระทำซ้ำในอดีต

ในที่นี้ would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่นักวิจัยทำซ้ำ ๆ ในการทดลองในอดีต พวกเขาปรับจังหวะเวลาหลายครั้ง ในประโยคนี้ would ไม่ได้แสดงเงื่อนไขหรือความเต็มใจ การใช้แบบนี้เป็นธรรมชาติเมื่อมีการปูบริบทว่าเป็นอดีตไว้แล้ว ช่วยเล่ากิจวัตรหรือขั้นตอนที่ทำซ้ำ ส่วน simple past โดยทั่วไปเล่าการกระทำที่เสร็จสิ้นหนึ่งครั้ง เว้นแต่จะมีคำอื่นบอกว่าทำซ้ำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “During the study, the researchers would adjust the settings before every test.” คำว่า “would adjust” หมายความว่าอะไร?

  1. พวกเขาจะปรับการตั้งค่าก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไขบางอย่างเป็นจริง
  2. พวกเขาปรับการตั้งค่าซ้ำ ๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในอดีต
  3. พวกเขาเต็มใจที่จะปรับการตั้งค่า
ดูคำตอบ

พวกเขาปรับการตั้งค่าซ้ำ ๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในอดีต

and they found that at a certain timing

3:38

และพวกเขาก็พบว่าในจังหวะเวลาหนึ่ง

they could get 20% more efficiency than they could with just two wings. ไวยากรณ์

3:40

พวกมันสามารถมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 20% มากกว่าการมีแค่สองปีก

ไวยากรณ์

20% more efficiency than...: มีประสิทธิภาพมากกว่าค่าฐาน 20%

โครงสร้าง จำนวน + more + คำนาม + than + ค่าฐาน ใช้รายงานขนาดของการเพิ่มขึ้นที่วัดได้และบอกว่าเปรียบเทียบกับอะไร ในที่นี้ 20% more efficiency หมายถึงระดับประสิทธิภาพที่สูงกว่าระดับที่ทำได้ด้วยปีกเพียงสองข้างอยู่ 20% อนุประโยค they could with just two wings ละกริยา get ที่ซ้ำออกไป โดยหมายถึง than they could get with just two wings ตัวเลข 20% เป็นการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับค่าฐาน ไม่ได้หมายถึงส่วนต่าง 20 จุดเปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

“A new motor produces 20% more power than the old motor.” มอเตอร์เก่าให้กำลัง 100 วัตต์ การเปรียบเทียบนี้หมายความว่าอะไร?

  1. มอเตอร์ใหม่ให้กำลัง 120 วัตต์
  2. มอเตอร์ใหม่ให้กำลัง 20 วัตต์
  3. มอเตอร์ใหม่ให้กำลัง 80 วัตต์
ดูคำตอบ

มอเตอร์ใหม่ให้กำลัง 120 วัตต์

Dragonfly wings have something on them called the pterostigma, การใช้คำ

3:43

ปีกแมลงปอมีบางสิ่งที่เรียกว่า ปีกแต้ม (pterostigma)

which is Latin for wing mark.

3:46

ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่ารอยปีก

การใช้คำ

pterostigma: ช่องปีกสีเข้ม

ในที่นี้ pterostigma คือชื่อของช่องหรือบริเวณสีเข้ม หนากว่า และค่อนข้างหนัก ซึ่งอยู่ใกล้ขอบหน้าของปีกแมลงบางชนิด มันเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างปีก ไม่ใช่คราบหรือโรค ประโยคนี้อธิบายชื่อดังกล่าวว่า “รอยบนปีก” ซึ่งช่วยให้จำได้ว่าคำศัพท์นี้ใช้เรียกส่วนใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยศัพท์เฉพาะที่อธิบายไว้ข้างต้น: The dark, relatively heavy cell near the front edge of a dragonfly wing is the ____.

ดูคำตอบ

pterostigma

You may have seen them before.

3:47

คุณอาจจะเคยเห็นมันมาก่อน

This is a dark cell on the leading edge of the wing การใช้คำ

3:48

มันคือเซลล์สีเข้มที่ขอบปีกด้านหน้า

that's heavier than the rest of the wing.

3:51

ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของปีก

การใช้คำ

leading edge of the wing: ขอบหน้าของปีกที่ปะทะอากาศก่อน

leading edge ของปีกคือขอบด้านหน้า ซึ่งเป็นส่วนที่ปะทะอากาศที่พุ่งเข้ามาก่อนเมื่อปีกเคลื่อนที่ ในที่นี้ leading บอกตำแหน่งเมื่อเทียบกับทิศทางการเคลื่อนที่และกระแสอากาศ ไม่ได้หมายความว่าขอบนี้ดีกว่าหรือมีอันดับสูงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยศัพท์เฉพาะสองคำที่อธิบายไว้ข้างต้น: The front boundary of a moving wing is the ____.

ดูคำตอบ

leading edge

At a certain velocity,

3:53

ที่ความเร็วระดับหนึ่ง

thin wings begin to automatically vibrate,

3:54

ปีกที่บางจะเริ่มสั่นสะเทือนโดยอัตโนมัติ

which makes it impossible to glide quickly. ไวยากรณ์

3:55

ซึ่งทำให้ไม่สามารถร่อนไปได้อย่างรวดเร็ว

ไวยากรณ์

make it impossible to glide quickly: โครงสร้าง make it + คำคุณศัพท์ + to do

ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ปีกบางเริ่มสั่น makes หมายถึง “ทำให้เกิด” ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงทำให้การร่อนอย่างรวดเร็วเป็นไปไม่ได้ ใน make it impossible to glide quickly คำว่า it เป็นกรรมแทนตำแหน่งและไม่ได้หมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ การกระทำที่ถูกบอกว่าเป็นไปไม่ได้จริง ๆ คือ to glide quickly โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ make it + คำคุณศัพท์ + to do ซึ่งใช้บอกว่าบางสิ่งทำให้การกระทำหนึ่งง่าย ยาก เป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูป simple present ของ make it impossible to do เติมประโยคให้สมบูรณ์: The thick fog ____ see the road.

ดูคำตอบ

makes it impossible to

With the added weight at this particular spot on the wing, ไวยากรณ์

3:57

ด้วยการเพิ่มน้ำหนักในจุดนี้โดยเฉพาะของปีก

these vibrations don't start till a much higher air speed,

4:00

การสั่นสะเทือนเหล่านี้จะไม่เริ่มขึ้นจนกว่าความเร็วลมจะสูงขึ้นมาก

which means dragonflies can now move much faster. ลำดับความ

4:03

นั่นหมายความว่าแมลงปอสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นมากในตอนนี้

ไวยากรณ์

With the added weight at this particular spot on the wing: สถานการณ์พื้นหลังตอนต้นประโยค

วลี with ที่ต้นประโยคบอกสถานการณ์เบื้องหลังผลลัพธ์ในประโยคหลัก น้ำหนักที่เพิ่มมาอยู่ตรงจุดเฉพาะบนปีก ภายใต้เงื่อนไขนี้ การสั่นจะเริ่มเมื่อความเร็วลมสูงขึ้นเท่านั้น ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึง “พร้อมกับ” เป็นหลัก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ With + นามวลี + ข้อมูลเพิ่มเติม, ประโยคหลัก ใช้บอกสาเหตุ เงื่อนไข หรือสถานการณ์แวดล้อมก่อน แล้วจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: With the windows closed, the room became warm. วลี with ที่ต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้บอกสถานการณ์ที่ช่วยอธิบายว่าทำไมห้องจึงอุ่นขึ้น
  2. วลีนี้บอกว่าห้องกับหน้าต่างเดินทางไปด้วยกัน
  3. วลีนี้ระบุว่าใครเป็นคนปิดหน้าต่าง
ดูคำตอบ

วลีนี้บอกสถานการณ์ที่ช่วยอธิบายว่าทำไมห้องจึงอุ่นขึ้น

ลำดับความ

which means: เปลี่ยนข้อความทั้งหมดให้เป็นข้อสรุป

ในประโยคนี้ which means ย้อนกลับไปกล่าวถึงผลทั้งหมดก่อนหน้า นั่นคือปีกจะเริ่มสั่นเมื่อความเร็วลมสูงขึ้นมากเท่านั้น โดย which ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ air speed วลีนี้เปลี่ยนผลดังกล่าวให้เป็นผลที่ตามมาหรือความสำคัญของมัน กล่าวคือ เมื่อปีกยังคงมั่นคงที่ความเร็วสูงขึ้น แมลงปอก็เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น รูปแบบคือ ข้อความที่สมบูรณ์, which means + ข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้เพื่อบอกข้อสรุป: The path is covered in ice, ____ we must walk carefully.

ดูคำตอบ

which means

Turns out it's a complex aerodynamic structure built right into the design of the wing to help them glide. โน้ต

4:05

ปรากฏว่ามันเป็นโครงสร้างแอโรไดนามิกที่ซับซ้อนซึ่งสร้างขึ้นมาในการออกแบบปีกเพื่อช่วยให้พวกมันร่อนได้

ลำดับความ

Turns out: เปิดเผยสิ่งที่เพิ่งค้นพบ

Turns out เป็นรูปย่อแบบภาษาสนทนาของ It turns out that ในที่นี้ใช้เพื่อนำเข้าสู่สิ่งที่ค้นพบหลังจากพิจารณาอย่างละเอียดขึ้น นั่นคือรอยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของปีก ใช้ Turns out + อนุประโยค เมื่อก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ผลที่แท้จริง ผลยังไม่แน่นอน หรือผลค่อนข้างน่าประหลาดใจ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าคนหรือสิ่งของหันตัวแล้วออกไปข้างนอกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อสองคำของ 'It turns out that': ____ our tickets were in the other pocket.

ดูคำตอบ

Turns out

วลี

built right into the design of the wing: รวมอยู่ในแบบของปีกโดยตรง

Be built into something หมายถึงถูกสร้างให้เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของสิ่งนั้น ไม่ใช่ชิ้นส่วนแยกที่นำมาติดเพิ่มภายหลัง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแบบปีกเอง Right ใช้เพื่อเน้นความหมายว่า “โดยตรง” หรือ “อย่างเต็มที่” ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “อย่างถูกต้อง” และไม่ได้หมายถึงด้านขวา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้เพื่อแสดงว่าเซนเซอร์เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของแบบ: The safety sensor is ____ the helmet's design.

ดูคำตอบ

built right into

Every time I see a dragonfly, ไวยากรณ์

4:10

ทุกครั้งที่ผมเห็นแมลงปอ

I always try to spot that spot.

4:12

ผมมักจะพยายามมองหาจุดนั้นเสมอ

ไวยากรณ์

Every time ... always สำหรับนิสัยที่เกิดซ้ำ

Every time + อนุประโยค ใช้บอกเหตุการณ์กระตุ้นที่เกิดซ้ำ หมายถึงทุกครั้งที่เหตุการณ์แรกเกิดขึ้น ใช้ present simple เมื่อต้องการบอกรูปแบบที่เกิดเป็นประจำ Always ในประโยคหลักเน้นว่าการตอบสนองเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอมาก Every time มีความหมายว่า “ทุกครั้ง” อยู่แล้ว ดังนั้น always จึงใช้เพื่อเน้นและไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าเหตุการณ์ทุกครั้งกระตุ้นให้เกิดนิสัยที่สม่ำเสมอมาก?

  1. The next time I pass the bakery, I will look at the cakes in the window.
  2. Every time I pass the bakery, I always look at the cakes in the window.
  3. I sometimes pass the bakery, but I never look at the cakes in the window.
ดูคำตอบ

Every time I pass the bakery, I always look at the cakes in the window.

Wait a second.

4:14

เดี๋ยวก่อนนะ

Have you ever seen a dragonfly glide? ไวยากรณ์

4:15

คุณเคยเห็นแมลงปอร่อนไหม?

ไวยากรณ์

ใช้ Have you ever seen ...? ถามถึงประสบการณ์

“Have you ever + กริยาช่อง 3” ใช้ถามว่าเคยมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนถึงตอนนี้หรือไม่ ในที่นี้ seen เป็นกริยาช่อง 3 ของ see และ ever หมายถึง “เคยในเวลาใดก็ตาม” คำถามนี้ถามถึงประสบการณ์ของผู้ฟัง ไม่ได้ถามว่าเกิดขึ้นเมื่อไร หากตอบว่าเคย สามารถถามต่อด้วย simple past ว่า “When did you see one?”

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยรูปของ see ที่ใช้ถามถึงประสบการณ์: ____ a shooting star?

ดูคำตอบ

Have you ever seen

Okay, in this last video,

4:17

เอาล่ะ ในวิดีโอสุดท้ายนี้

you can see that we're in a canoe and we have a Phantom Miro high speed camera

4:18

คุณจะเห็นว่าเราอยู่บนเรือแคนูและเรามีกล้องความเร็วสูง Phantom Miro

and we're trying to capture these dragonflies as they lift up off the grass. กริยาวลี

4:21

และเรากำลังพยายามจับภาพแมลงปอพวกนี้ตอนที่พวกมันบินขึ้นจากหญ้า

กริยาวลี

lift up off the grass: ลอยขึ้นและออกจากพื้นผิว

ใน they lift up off the grass แมลงปอเคลื่อนขึ้นด้านบนและออกจากหญ้า lift up แสดงทิศทางที่สูงขึ้น ส่วน off the grass บอกพื้นผิวที่มันเคลื่อนออกมา โครงสร้างนี้ใช้อธิบายสิ่งที่ลอยขึ้นจากพื้นผิวได้: ประธาน + lift up off + พื้นผิว ในที่นี้ lift เป็นอกรรมกริยา คือแมลงปอเคลื่อนที่เอง ไม่ได้มีใครยกมันขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ lift ร่วมกับ up และ off เพื่อแสดงการเคลื่อนขึ้นและออกจากพื้นผิว: The tiny helicopter began to ____ the landing pad.

ดูคำตอบ

lift up off

Now, the cool thing about it is

4:24

ตอนนี้ สิ่งที่เจ๋งเกี่ยวกับมันก็คือ

you can see that he uses his wings to hover,

4:25

คุณจะเห็นว่ามันใช้ปีกเพื่อบินนิ่ง ๆ กลางอากาศ

but he also uses them as a way of gliding. วลี

4:28

แต่มันยังใช้ปีกเพื่อเป็นการร่อนด้วย

วลี

uses them as a way of gliding: โครงสร้าง use ... as a way of doing

ในประโยคนี้ them หมายถึงปีก ส่วน use something as a way of doing หมายถึง “ใช้สิ่งหนึ่งเป็นวิธีสำหรับทำบางอย่าง” ปีกไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบินอยู่กับที่ แต่ยังช่วยให้แมลงร่อนด้วย โครงสร้างคือ use + กรรม + as a way of + รูป -ing ในที่นี้ as บอกหน้าที่ของกรรม ส่วน gliding คือการกระทำที่ทำได้โดยใช้สิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายที่แสดงว่าบัตรภาพเป็นวิธีหนึ่งให้สมบูรณ์: We use picture cards ____ learning new words.

ดูคำตอบ

as a way of

It's incredible

4:30

มันเหลือเชื่อมาก

because you can see him feather the front wing การใช้คำ

4:30

เพราะคุณสามารถเห็นมันปรับองศาของปีกหน้า

and allow it to glide the air over the second wing.

4:32

และปล่อยให้อากาศไหลผ่านปีกที่สองเพื่อร่อน

การใช้คำ

feather the front wing: คำกริยาเชิงเทคนิค feather

ในที่นี้ feather เป็นคำกริยาเชิงเทคนิค การ to feather a wing หมายถึงการเปลี่ยนมุมของปีกเมื่อเทียบกับอากาศที่กำลังเคลื่อนที่ เพื่อควบคุมการไหลของอากาศและแรงต้าน ในประโยคนี้ แมลงปอปรับปีกคู่หน้าเพื่อให้อากาศไหลผ่านเหนือปีกคู่ที่สอง คำกริยานี้บอกถึงการปรับมุม ไม่ได้หมายถึงการติดขนนกบนปีกหรือเพียงแค่แตะปีกเบา ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The pilot feathered the propeller blades," นักบินทำอะไร?

  1. ปรับมุมเพื่อควบคุมการไหลของอากาศและลดแรงต้าน
  2. ขยับใบพัดขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
  3. คลุมใบพัดด้วยขนนก
ดูคำตอบ

ปรับมุมเพื่อควบคุมการไหลของอากาศและลดแรงต้าน

I've never seen anything like this.

4:35

ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

Check it out. กริยาวลี

4:36

ดูนี่สิ

กริยาวลี

Check it out: ชวนให้คนอื่นดู

ในประโยคนี้ Check it out. เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ดูนี่สิ” หรือ “สนใจสิ่งที่น่าสนใจนี้หน่อย” ใช้ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังสิ่งที่ผู้พูดอยากให้ดู check out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม it ลำดับคำที่เป็นธรรมชาติคือ check it out ไม่ใช่ check out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้ชวนให้คนอื่นดูแบบสบาย ๆ: I made a paper airplane that loops. ____!

ดูคำตอบ

Check it out

So, I hope you learned something along with us about dragonfly flight.

5:07

ดังนั้น ผมหวังว่าคุณจะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการบินของแมลงปอไปพร้อมกับเรา

If you've liked us, subscribe to Smarter Every Day.

5:09

ถ้าคุณชอบเรา ฝากกดติดตาม Smarter Every Day ด้วยนะ

please quick click the flying dragonfly here

5:11

โปรดคลิกเร็ว ๆ ที่แมลงปอบินตรงนี้

that my kids are propelling for you and uh you'll subscribe.

5:14

ที่ลูก ๆ ของผมกำลังขยับให้คุณดู และคุณก็จะได้กดติดตาม

I'm Destin.

5:17

ผมเดสติน (Destin)

You're getting smarter every day.

5:18

คุณกำลังฉลาดขึ้นทุกวัน

Have a good one. สำนวน

5:19

ขอให้เป็นวันที่ดี

สำนวน

Have a good one: คำบอกลาแบบเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

Have a good one. เป็นคำบอกลาแบบเป็นกันเองและไม่เป็นทางการ ใช้อวยพรให้อีกฝ่ายมีช่วงเวลาที่ดีในเวลาที่เหลือของวัน ช่วงเย็น การเดินทาง หรือเวลาอื่น ๆ ที่กำลังจะมาถึง ในคำบอกลานี้ one ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดโดยเฉพาะ แต่เป็นคำแทนแบบกว้าง ๆ ผู้พูดจึงไม่ต้องระบุว่าหมายถึงช่วงเวลาใดอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกลาแบบสบาย ๆ ของพนักงานเก็บเงินด้วยสำนวนจากบทเรียน: Thanks for coming in. ____!

ดูคำตอบ

Have a good one

What happened to your tooth?

5:21

เกิดอะไรขึ้นกับฟันของลูก?

Dad yanked it out and bought it for $10 กริยาวลี

5:24

พ่อถอนมันออกและซื้อมันในราคา 10 ดอลลาร์

กริยาวลี

“yanked it out”: ดึงออกอย่างฉับพลันและแรง

ในประโยคนี้ “yanked it out” หมายถึงดึงฟันออกด้วยการเคลื่อนไหวที่ฉับพลันและแรงหนึ่งครั้ง “It” หมายถึงฟันซี่นั้น โครงสร้างคือ yank + กรรม + out ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับ out จึงใช้ yank it out ไม่ใช่ yank out it คำว่า yank ทำให้การกระทำดูรุนแรงและใช้แรงมากกว่าคำกลาง ๆ อย่าง pull

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ yank ... out: The plug was stuck, so Leo ____ it ____ with one hard jerk.

ดูคำตอบ

yanked · out

and made me shake for it back.

5:26

แล้วก็ให้ผมจับมือเพื่อเอามันคืนมา

Don't tell him what I paid for it.

5:27

อย่าบอกพ่อนะว่าหนูจ่ายไปเท่าไหร่

Stop.

5:30

หยุดนะ

Stop.

5:32

หยุดนะ

Okay, in this last

5:34

เอาล่ะ ในช่วงสุดท้ายนี้

There's a train.

5:35

มีรถไฟมา

It's loud everywhere here.

5:36

ที่นี่เสียงดังไปหมดเลย

Okay, in this last video,

5:38

เอาล่ะ ในวิดีโอสุดท้ายนี้

we've got the Miro high speed camera in the canoe

5:39

เรามีกล้องความเร็วสูง Miro อยู่ในเรือแคนู

and we're looking at a dragonfly

5:41

และเรากำลังมองไปที่แมลงปอตัวหนึ่ง

and we get to see it lift up off a piece of grass.

5:42

และเราก็จะได้เห็นมันบินขึ้นจากใบหญ้า

Dripping snot.

5:46

น้ำมูกย้อยเลย

Man, waiting on dragonflies is kind of boring. โน้ต

5:48

โธ่เอ๊ย การรอแมลงปอมันค่อนข้างน่าเบื่อนะ

การใช้คำ

“waiting on dragonflies”: การใช้ “wait for” แบบเฉพาะภูมิภาค

ในที่นี้ “waiting on dragonflies” หมายถึงรอให้แมลงปอขยับหรือปรากฏตัว ไม่ได้หมายถึงให้บริการแมลงปอ ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของบางพื้นที่ในสหรัฐอเมริกา wait on อาจหมายถึง wait for กลุ่มคำนามหลัง on ระบุบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่ผู้พูดกำลังรอให้มาถึงหรือทำบางอย่าง โดย wait for เป็นตัวเลือกที่ผู้ใช้ภาษาอังกฤษเข้าใจได้กว้างขวางกว่า

แบบฝึกหัด

waiting on dragonflies ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขากำลังรอให้แมลงปอขยับหรือปรากฏตัว
  2. พวกเขากำลังให้บริการแมลงปอเหมือนเป็นลูกค้า
  3. พวกเขากำลังนั่งอยู่บนแมลงปอ
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังรอให้แมลงปอขยับหรือปรากฏตัว

น้ำเสียง/เจตนา

kind of + คำคุณศัพท์: kind of boring

ใน kind of boring คำว่า kind of หมายถึง 'ค่อนข้าง' หรือ 'นิดหน่อย' เมื่อวางหน้าคำคุณศัพท์ boring จะช่วยลดความแรงของความเห็นเชิงลบ ทำให้ประโยคฟังเหมือนการบ่นเบา ๆ แบบเป็นกันเอง ไม่ใช่การตัดสินอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความเห็นเชิงลบแบบเบา ๆ และเป็นกันเอง แทนที่จะเป็นการตัดสินที่แรง?

  1. The room is a kind of office.
  2. The room is kind of messy.
  3. The room is very messy.
ดูคำตอบ

The room is kind of messy.

You need to get

5:51

คุณต้องไป