เต้นรำเพื่อสมอง ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
893 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: นีลและเบธอธิบายว่าการเต้นช่วยลดความเครียด ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และส่งเสริมการทำงานของสมองได้ในทุกช่วงวัย พร้อมแนะนำวิธีเริ่มขยับตามเสียงเพลงอย่างง่ายสำหรับคนที่ยังลังเลหรือรู้สึกไม่มั่นใจเรื่องการเต้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. it's been proved that — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจโครงสร้างรายงานแบบ present perfect passive ซึ่งใช้เกริ่นข้อสรุปที่มีงานวิจัยหรือหลักฐานรองรับแล้ว ผู้เรียนจึงนำไปใช้ในหัวข้อวิทยาศาสตร์ สุขภาพ หรือข่าวได้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุว่าใครเป็นผู้ทำการศึกษา 2. avoid the dance floor at all costs. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกความหมายของ at all costs ได้ว่าเป็นการเน้นว่าใครบางคนจะหลีกเลี่ยงสิ่งหนึ่งไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงค่าใช้จ่ายตามตัวอักษร และใช้บรรยายความตั้งใจหรือความไม่เต็มใจที่รุนแรงได้ 3. a little bit on the fence about whether they want to dance? — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่า on the fence about whether ใช้บอกว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ ผู้เรียนสามารถใช้กล่าวถึงความลังเลหรือท่าทีรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจได้อย่างนุ่มนวล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Six Minute English

0:01

Six Minute English

from bbclearningenglish.com.

0:02

จาก bbclearningenglish.com

Hello, this is Six Minute English

0:07

สวัสดี นี่คือ Six Minute English

from BBC Learning English.

0:09

จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:11

ผม Neil

And I'm Beth.

0:12

และฉัน Beth

Do you love to boogie on down, สำนวน

0:13

คุณชอบเต้นออกสเต็ป

สำนวน

boogie on down: วิธีพูดว่า “เต้น” แบบสนุกและเป็นกันเอง

boogie on down หมายถึงเต้นไปกับดนตรีอย่างอิสระและเต็มที่ เป็นสำนวนขี้เล่นแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวลงด้านล่าง ในที่นี้ on down ช่วยเพิ่มจังหวะ น้ำเสียงเน้น และความรู้สึกแบบภาษาสแลงให้ boogie ควรจำทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่แปล on กับ down แยกคำ

แบบฝึกหัด

ใน “Do you love to boogie on down?” คำว่า boogie on down หมายถึงอะไร?

  1. นั่งเงียบ ๆ และฟังเพลง
  2. เดินไปยังชั้นที่ต่ำกว่า
  3. เต้นไปกับดนตรีอย่างอิสระและเต็มที่
ดูคำตอบ

เต้นไปกับดนตรีอย่างอิสระและเต็มที่

strut your stuff and throw shapes, สำนวน

0:15

โชว์ลีลาและจัดท่าโพสเท่ๆ ไหม

สำนวน

strut your stuff: แสดงความสามารถอย่างมั่นใจ

strut your stuff หมายถึงแสดงความสามารถ สไตล์ หรือความมั่นใจของตนอย่างภาคภูมิใจ ในบริบทการเต้นนี้ หมายถึงการแสดงอย่างกล้า ๆ และให้คนอื่นเห็นท่าเต้นของตน stuff ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ข้าวของ” แต่หมายรวม ๆ ถึงสิ่งที่คนคนหนึ่งทำได้หรือคุณสมบัติที่แสดงออกมาได้ คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล เช่น I strut my stuff, she struts her stuff และ they strut their stuff

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับ Leo: At the school talent show, Leo walked onstage, ready to ____.

ดูคำตอบ

strut his stuff

สำนวน

throw shapes: สำนวนอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงการเต้น

Throw shapes เป็นสำนวนอังกฤษแบบบริติชที่ใช้แบบไม่เป็นทางการ หมายถึงเต้น โดยเฉพาะการขยับร่างกายอย่างมีชีวิตชีวาและแสดงออก ที่นี่ shapes หมายถึงท่าทางที่ร่างกายทำ ไม่ใช่รูปร่างของสิ่งของที่ถูกโยน และ throw ก็ไม่ได้หมายถึงการโยนของจริง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวใช้คู่กับ strut your stuff เพื่อชวนให้แสดงความมั่นใจและเต้นอย่างสนุกสนานด้วยน้ำเสียงขี้เล่น สำนวนนี้บรรยายการเต้นที่มีพลังและสนุก ไม่ใช่เทคนิคการเต้นแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Everyone was throwing shapes at the party.” throw shapes หมายถึงอะไร

  1. พวกเขากำลังโยนสิ่งของที่มีรูปร่างแปลก ๆ
  2. พวกเขากำลังเต้นด้วยท่าทางที่มีชีวิตชีวาและแสดงออก
  3. พวกเขากำลังจัดเรียงรูปทรงต่าง ๆ บนโต๊ะ
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังเต้นด้วยท่าทางที่มีชีวิตชีวาและแสดงออก

Beth?

0:17

Beth?

What I mean is, ลำดับความ

0:18

ที่ผมหมายถึงคือ

do you like dancing?

0:19

คุณชอบเต้นไหม?

ลำดับความ

What I mean is, ...: การเริ่มพูดใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

What I mean is ใช้เพื่อพูดสิ่งที่เพิ่งพูดไปอีกครั้งให้ชัดเจนขึ้น สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าคำพูดถัดไปจะอธิบายหรือจำกัดความหมายของข้อความก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงการบอกตามตัวอักษรว่าผู้พูดมีความหมายอย่างหนึ่งอยู่ ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนสำนวนเกี่ยวกับการเต้นที่ฟังดูสนุกหลายสำนวนให้เป็นคำถามง่าย ๆ ว่า do you like dancing? สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบการสนทนาและบอกว่าคำถามถัดไปคือข้อความจริงที่ต้องการสื่อให้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The instructions sound complicated. What I mean is, press the green button once” ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อใช้ What I mean is

  1. ผู้พูดกำลังเริ่มเล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. ผู้พูดปฏิเสธที่จะให้คำแนะนำใด ๆ
  3. ผู้พูดกำลังชี้แจงข้อความก่อนหน้าด้วยเวอร์ชันที่ง่ายกว่า
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังชี้แจงข้อความก่อนหน้าด้วยเวอร์ชันที่ง่ายกว่า

Yes, I love to dance.

0:20

ใช่ ฉันรักการเต้น

Just listening to the music

0:23

แค่ได้ฟังเพลง

and letting it move my body. วลี

0:24

และปล่อยให้ร่างกายขยับไปตามจังหวะ

วลี

letting it move my body: ปล่อยให้ดนตรีนำการเคลื่อนไหว

ใน letting it move my body คำว่า it หมายถึง the music ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ผู้พูดไม่ได้กำลังอนุญาตให้ดนตรีอย่างเป็นทางการ แต่กำลังผ่อนคลายและปล่อยให้ดนตรีนำการเคลื่อนไหวของร่างกาย โครงสร้างคือ let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ let + it + move หลัง let ต้องใช้ move ไม่ใช่ to move หรือ moving โครงสร้างนี้ยังใช้สื่อถึงการไม่ฝืนแรง ความรู้สึก หรืออิทธิพลบางอย่างได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้คำกริยา move ในรูปที่ถูกต้องและโครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน: I relaxed and let the rhythm ____ my feet.

ดูคำตอบ

move

What about you, Neil?

0:26

แล้วคุณล่ะ Neil?

Do you often hit the dance floor? สำนวน

0:27

คุณไปออกสเต็ปบนฟลอร์เต้นรำบ่อยไหม?

สำนวน

hit the dance floor: ไปที่ฟลอร์แล้วเริ่มเต้น

Hit the dance floor เป็นสำนวนที่หมายถึงการไปยังพื้นที่เต้นรำแล้วเริ่มเต้น คำว่า hit ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตีพื้น สำนวนนี้ให้ความรู้สึกคึกคักและลงมือทันที คือมีคนเข้าไปร่วมเต้น ซึ่งมักเกิดในงานปาร์ตี้ งานแต่งงาน หรือคลับ ใช้ได้ทั้งเมื่อลงไปบนฟลอร์เต้นรำจริง ๆ และเมื่อเริ่มเต้นในบรรยากาศทางสังคมแบบนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญด้วยสำนวนที่หมายถึงการไปยังพื้นที่เต้นรำแล้วเริ่มเต้น: The DJ is playing our favorite song, so let's ____.

ดูคำตอบ

hit the dance floor

Sometimes, but I'm not a great dancer.

0:30

บางครั้งครับ แต่ผมไม่ได้เต้นเก่งอะไร

To be honest, I get a bit embarrassed. โน้ต

0:32

พูดตรงๆ ผมรู้สึกเขินนิดหน่อย

น้ำเสียง/เจตนา

To be honest: บอกว่ากำลังจะพูดอย่างตรงไปตรงมา

To be honest บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะยอมรับบางอย่างหรือบอกความเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา มักใช้เมื่อเนื้อหานั้นชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วนหรือไม่ตรงกับที่ผู้ฟังคาดไว้ สำนวนประเภทนี้เรียกว่าคำบอกหน้าที่ในบทสนทนา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดน้ำเสียงของการยอมรับ ส่วนข้อมูลหลักคือ I get a bit embarrassed วลีนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจว่าข้อความถัดไปเป็นการพูดอย่างจริงใจ ไม่ใช่การเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

แบบฝึกหัด

To be honest ที่ต้นประโยคนี้มีหน้าที่หลักอะไร

  1. เกริ่นความเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา
  2. เปลี่ยนเรื่องแบบสบาย ๆ
  3. บอกขั้นตอนแรกของลำดับ
ดูคำตอบ

เกริ่นความเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา

วลี

get a bit embarrassed: เริ่มรู้สึกเขินเล็กน้อย

โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ แสดงว่าคนหรือสิ่งของเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะใหม่ ในที่นี้ get a bit embarrassed หมายถึงสถานการณ์บางอย่างทำให้ผู้พูดเริ่มรู้สึกเขินหรืออึดอัดเล็กน้อย ส่วน I am embarrassed เน้นว่าผู้พูดอยู่ในสภาวะนั้นแล้ว A bit หมายถึง “เล็กน้อย” ช่วยลดระดับความรู้สึกของ embarrassed และทำให้คำยอมรับฟังดูเบาลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดเริ่มรู้สึกเขินเล็กน้อยเมื่อทุกคนมองมา

  1. I get a bit embarrassing when everyone looks at me.
  2. I get a bit embarrassed when everyone looks at me.
  3. I get a bit embarrassment when everyone looks at me.
ดูคำตอบ

I get a bit embarrassed when everyone looks at me.

But maybe I shouldn't because it's been proved that dancing has many physical and mental health benefits, โน้ต

0:35

แต่บางทีผมก็ไม่ควรเขิน เพราะมีข้อพิสูจน์ว่าการเต้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตมากมาย

ไวยากรณ์

it's been proved that: การนำเสนอข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับ

ใน it's been proved that คำว่า it's หมายถึง it has ดังนั้น it's been proved จึงเป็นรูป present perfect แบบ passive คือ it has been proved โครงสร้างนี้บอกว่ามีหลักฐานยืนยันข้อสรุปที่ตามหลังแล้ว it เป็นประธานสมมติและไม่ได้หมายถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ เนื้อหาจริงอยู่ในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that การใช้รูป passive ทำให้เน้นข้อสรุปมากกว่าคนหรืองานวิจัยที่พิสูจน์ข้อสรุปนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ใช้รายงานข้อสรุปจากหลักฐาน: ____ regular exercise can improve sleep.

ดูคำตอบ

It's been proved that

วลี

physical and mental health benefits: ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ

physical and mental health benefits หมายถึงผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ benefits เป็นคำนามหลัก ส่วน physical และ mental ระบุสุขภาพสองด้าน วลีนี้รวมผลดีทั้งสองประเภทไว้อย่างกระชับ เหมาะสำหรับพูดถึงกิจกรรม นิสัย หรือโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและจิตใจ: A daily walk can offer many ____.

ดูคำตอบ

physical and mental health benefits

including releasing stress, วลี

0:41

รวมถึงการคลายเครียด

วลี

including releasing stress: รวมถึง “การคลายความเครียด”

releasing stress หมายถึงการทำให้ความกังวลหรือความตึงเครียดที่สะสมอยู่ผ่อนคลายลง ในที่นี้ release ใช้ในความหมายทางอารมณ์ว่า “ปลดปล่อยหรือลด” ไม่ใช่ “เผยแพร่” หลัง including ใช้กิจกรรมรูป -ing คือ releasing stress ทั้งวลีทำหน้าที่เพิ่มตัวอย่างหนึ่งอย่างในรายการประโยชน์ที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

releasing stress ในประโยคนี้หมายถึงอะไร: People listen to music for many reasons, including releasing stress.

  1. สร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้น
  2. ทำให้ความตึงเครียดที่สะสมอยู่ผ่อนคลายลง
  3. เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับความเครียด
ดูคำตอบ

ทำให้ความตึงเครียดที่สะสมอยู่ผ่อนคลายลง

boosting your mood, วลี

0:43

ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

วลี

boosting your mood: ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

boost your mood หมายถึงทำให้ความรู้สึกทางอารมณ์ดีขึ้น boost ให้แนวคิดของการยกระดับหรือเพิ่มให้มากขึ้น ส่วน mood คือความรู้สึกของคนในช่วงเวลาหนึ่ง boosting เป็นรูป -ing ดังนั้น boosting your mood จึงใช้เป็นกิจกรรมหรือประโยชน์ข้อหนึ่งในรายการได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าแสงแดดช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้

  1. Sunshine can boost your suitcase.
  2. Sunshine can boost your mood.
  3. Sunshine can push your mood.
ดูคำตอบ

Sunshine can boost your mood.

or just enjoying a fun night out. วลี

0:44

หรือแค่ได้สนุกไปกับการออกไปเที่ยวกลางคืน

วลี

enjoying a fun night out: เพลิดเพลินกับค่ำคืนที่ออกไปเที่ยวสนุก

night out คือช่วงเย็นหรือกลางคืนที่ออกจากบ้านไปทำกิจกรรมบันเทิงหรือเข้าสังคม เช่น กินอาหารที่ร้าน ดูหนัง หรือเต้นรำ ในที่นี้ out หมายถึงการออกไปทำกิจกรรมทั้งครั้ง ไม่ได้หมายถึงแค่อยู่กลางแจ้ง enjoying a fun night out หมายถึงการมีความสุขกับค่ำคืนที่ออกไปนอกบ้าน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have, enjoy หรือ plan a night out

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ night out ในความหมายว่าออกจากบ้านไปสนุกในตอนเย็น

  1. We had a night off and stayed home.
  2. We had a night out with dinner and a movie.
  3. We spent the night outdoors in a tent.
ดูคำตอบ

We had a night out with dinner and a movie.

In this program, ลำดับความ

0:46

ในรายการนี้

we'll be hearing how dancing can benefit our brains

0:47

เราจะได้ฟังว่าการเต้นมีประโยชน์ต่อสมอง

ลำดับความ

In this program, we'll be hearing: เกริ่นเนื้อหาที่กำลังจะตามมา

In this program กำหนดขอบเขตว่าผู้พูดกำลังแนะนำเนื้อหาของตอนนี้ จากนั้น we'll be hearing ใช้เกริ่นล่วงหน้าถึงข้อมูลที่จะปรากฏระหว่างที่รายการดำเนินไป hearing ในที่นี้อาจหมายถึงการฟังคำอธิบาย บทสัมภาษณ์ หรือตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงแค่การได้ยินเสียงเท่านั้น หลังวลีนี้อาจเป็นอนุประโยคเนื้อหา เช่น how dancing can benefit our brains หรือใช้ from + บุคคล เพื่อแนะนำผู้ที่จะมาพูดในรายการ

แบบฝึกหัด

พอดแคสต์นี้จะมีบทสัมภาษณ์แพทย์สองคน ใช้รูป future continuous แบบย่อของ hear เติมประโยค: In this podcast, ____ from two doctors.

ดูคำตอบ

we'll be hearing

and emotions at every stage of life. วลี

0:51

และอารมณ์ของเราในทุกช่วงวัยอย่างไร

วลี

at every stage of life: ในทุกช่วงของชีวิต

at every stage of life หมายถึง “ในทุกช่วงของชีวิตคนคนหนึ่ง” ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยสูงอายุ ในที่นี้ stage หมายถึงช่วงหนึ่งของพัฒนาการมนุษย์ ไม่ใช่เวทีในโรงละคร วลีนี้ช่วยให้กล่าวถึงคนทุกวัยรวมกันได้ในประโยคเดียว มักใช้เมื่อพูดถึงสุขภาพ การเรียนรู้ การเติบโต หรืออารมณ์ตลอดช่วงชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ในทุกช่วงของชีวิตคนคนหนึ่ง”: Good nutrition matters ____.

ดูคำตอบ

at every stage of life

And as usual,

0:54

และเช่นเคย

we'll be learning some useful new vocabulary as well.

0:55

เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย

Of course,

0:58

แน่นอนว่า

another great thing about dance

0:59

อีกสิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับการเต้น

is that there are so many different styles,

1:01

คือมันมีสไตล์ที่แตกต่างกันมากมาย

from ballet and ballroom dancing to tap, hip hop, ลำดับความ

1:04

ตั้งแต่บัลเลต์และการเต้นลีลาศ ไปจนถึงแท็ป ฮิปฮอป

and jazz.

1:07

และแจ๊ส

ลำดับความ

from ... to ...: แสดงช่วงด้วยปลายสองด้าน

from ... to ... จัดตัวอย่างให้เป็นปลายสองด้านของช่วงหนึ่ง ในประโยคนี้ ปลายด้านแรกมีบัลเลต์และลีลาศ ส่วนอีกด้านมีแท็ป ฮิปฮอป และแจ๊ส ทำให้เห็นว่ารูปแบบการเต้นมีความหลากหลายมาก คำว่า to ใช้ระบุปลายอีกด้านของช่วง ไม่ได้บอกจุดประสงค์ แต่ละด้านสามารถมีได้มากกว่าหนึ่งรายการ และตัวอย่างเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นรายการทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของ from ... to ...: The festival features styles ____ jazz and blues ____ rock and hip hop.

ดูคำตอบ

from · to

But my question is about a very unusual style,

1:08

แต่คำถามของผมเกี่ยวกับสไตล์ที่แปลกมาก

a traditional English folk dance where performers วัฒนธรรม

1:11

เป็นระบำพื้นบ้านดั้งเดิมของอังกฤษที่นักแสดง

wearing black hats and colorful waistcoats การใช้คำ

1:14

สวมหมวกสีดำและเสื้อกั๊กสีสันสดใส

การใช้คำ

colorful waistcoats ในภาษาอังกฤษแบบบริติช

“Colorful waistcoats” หมายถึงเสื้อผ้าแขนกุดสีสันสดใสที่สวมทับเสื้อเชิ้ต Waistcoat เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับเสื้อผ้าตัดเย็บเข้ารูปที่มักสวมไว้ใต้เสื้อสูท ให้เข้าใจ waistcoat ว่าเป็นชื่อเสื้อผ้าคำเดียว ไม่ใช่การแยกความหมายตามตัวอักษรเป็น “waist coat” ในประโยคนี้ waistcoat เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของผู้แสดง

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติช คำใดมักใช้เรียกเสื้อแขนกุดตัดเย็บเข้ารูปที่สวมทับเสื้อเชิ้ตและอยู่ใต้เสื้อสูท?

  1. raincoat
  2. vest
  3. waistcoat
ดูคำตอบ

waistcoat

hit sticks together while moving in patterns.

1:17

ตีไม้เข้าด้วยกันขณะเคลื่อนไหวเป็นรูปแบบต่างๆ

วัฒนธรรม

traditional English folk dance: การเต้นรำพื้นบ้านแบบดั้งเดิมของอังกฤษ

“A traditional English folk dance” หมายถึงการเต้นรำประเภทหนึ่งที่มาจากประเพณีของชุมชนในอังกฤษและสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน ในที่นี้ English หมายถึง “จากอังกฤษ” ส่วน folk บอกว่าเกี่ยวข้องกับประเพณีของชุมชน ไม่ได้หมายถึงเพียง “ผู้คน” คำบอกประเภททางวัฒนธรรมนี้ช่วยให้เข้าใจรายละเอียดที่ตามมาได้ เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ไม้ และการเคลื่อนไหวตามรูปแบบที่กำหนด ล้วนเป็นเบาะแสที่ช่วยบอกว่าเป็นการเต้นรำชนิดใด

แบบฝึกหัด

“a traditional English folk dance” ในที่นี้หมายถึงอะไร?

  1. การเต้นรำใด ๆ ที่แสดงโดยผู้พูดภาษาอังกฤษ
  2. การเต้นรำที่สืบทอดผ่านประเพณีของชุมชนในอังกฤษ
  3. การเต้นรำสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นสำหรับไนต์คลับ
ดูคำตอบ

การเต้นรำที่สืบทอดผ่านประเพณีของชุมชนในอังกฤษ

But do you know the name of this unusual dance, Beth?

1:20

คุณรู้ชื่อของการเต้นที่แปลกตานี้ไหม Beth?

Is it A,

1:24

คือข้อ A

the Highland Fling,

1:25

Highland Fling

B, Flamenco,

1:27

ข้อ B, Flamenco

or C, Morris dancing?

1:28

หรือข้อ C, Morris dancing?

I think the answer is Morris dancing.

1:30

ฉันคิดว่าคำตอบคือ Morris dancing ค่ะ

Okay, we'll find out later in the program. วลี

1:33

ตกลงครับ เราจะมาหาคำตอบกันในช่วงหลังของรายการ

วลี

find out later in the program: ได้รู้คำตอบในภายหลัง

find out หมายถึงการได้รู้หรือค้นพบข้อมูล ในประโยคนี้ไม่กล่าวถึงกรรม เพราะคำถามก่อนหน้าทำให้รู้แล้วว่ากำลังพูดถึงข้อมูลอะไร นั่นคือเราจะได้รู้คำตอบในภายหลัง ไม่ได้หมายถึงการออกไปค้นหาสิ่งของจริง ๆ later in the program ระบุว่าจะเปิดเผยคำตอบในช่วงหลังของรายการเดียวกัน พิธีกรใช้ถ้อยคำนี้เพื่อเลื่อนการเฉลยและทำให้ผู้ชมยังคงอยากรู้คำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “ได้รู้คำตอบ” ให้สมบูรณ์: The winner is still secret, but we'll ____ after lunch.

ดูคำตอบ

find out

Besides, Beth,

1:36

นอกจากนี้แล้ว Beth

someone else who loves to dance is Julia Ravey,

1:37

อีกคนที่รักการเต้นคือ Julia Ravey

presenter of BBC radio program Mental Muscle.

1:40

ผู้ดำเนินรายการวิทยุของ BBC ที่ชื่อว่า Mental Muscle

Here, Julia tells us exactly why she loves dancing so much. ลำดับความ

1:43

ที่นี่ Julia จะมาบอกเราว่าทำไมเธอถึงรักการเต้นมาก

ลำดับความ

Here, Julia tells us exactly: แนะนำคลิปถัดไป

Here ชี้ไปยังคลิปหรือเนื้อหาที่กำลังจะตามมา ไม่ได้เน้นสถานที่จริง พิธีกรใช้ Here, Julia tells us... เพื่อบอกว่าใครจะพูดเป็นคนต่อไปและเกริ่นว่าช่วงของคนนั้นจะอธิบายเรื่องอะไร tells ใช้รูปปัจจุบันธรรมดา เพราะพิธีกรกำลังบอกว่าคลิปนี้ทำหน้าที่อะไร exactly บอกว่าจะมีคำอธิบายที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง คำเหล่านี้ช่วยพาผู้ฟังจากคำเกริ่นของพิธีกรไปสู่เสียงของจูเลีย

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายสารคดีกำลังจะเปิดคำอธิบายของผู้เชี่ยวชาญ ประโยคใดใช้แนะนำคลิปถัดไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Here, Dr Patel tells us exactly how the machine works.
  2. Dr Patel is standing here beside the machine.
  3. Dr Patel may speak about the machine another day.
ดูคำตอบ

Here, Dr Patel tells us exactly how the machine works.

I love nothing more than a night or a day out วลี

1:48

ฉันไม่ชอบอะไรมากไปกว่าการได้ออกไปเที่ยวตอนกลางคืนหรือกลางวัน

วลี

I love nothing more than ...: บอกสิ่งที่ชอบที่สุด

I love nothing more than + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “ฉันชอบ...มากกว่าสิ่งอื่นใด” เป็นวิธีเน้นว่าสิ่งของหรือกิจกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ชอบที่สุด nothing ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบ หมายความว่าไม่มีกิจกรรมอื่นที่ชอบมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดชอบเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าการอ่านเป็นกิจกรรมที่ผู้พูดชอบที่สุด

  1. I love nothing more than reading after dinner.
  2. I love reading no more than writing.
  3. Reading is nothing more than a school task.
ดูคำตอบ

I love nothing more than reading after dinner.

วลี

a night out / a day out: กิจกรรมพักผ่อนนอกบ้าน

a night out คือการใช้เวลาช่วงกลางคืนนอกบ้านเพื่อพักผ่อนหรือทำกิจกรรมทางสังคม เช่น กินข้าวนอกบ้าน ดูการแสดง หรือพบเพื่อน ส่วน a day out คือการเดินทางหรือออกไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงกลางวัน ใน a night or a day out คำว่า out เป็นส่วนหนึ่งของวลีกิจกรรมทั้งสอง วลีเหล่านี้นับเป็นครั้งได้ โดยพูดว่า have หรือ plan a day out และ go on a night out ได้

แบบฝึกหัด

ครอบครัวหนึ่งใช้เวลาวันเสาร์ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อความสนุก ควรใช้วลีใดเรียกกิจกรรมนี้

  1. a day off
  2. a day out
  3. a night out
ดูคำตอบ

a day out

where I can just dance like no one's business. สำนวน

1:52

ที่ฉันสามารถเต้นอย่างสุดเหวี่ยง (dance like no one's business)

สำนวน

dance like no one's business: เต้นได้ดีมากหรืออย่างเต็มที่

ในรูปแบบ do something like no one's business วลีหลังคำกริยาเป็นคำเน้นระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงทำสิ่งนั้นได้ดีมาก อย่างมีพลัง หรืออย่างมั่นใจมาก ในที่นี้หมายความว่าผู้พูดสามารถเต้นได้อย่างอิสระและเต็มที่ วลีนี้ไม่ได้พูดถึงงาน บริษัท หรือการเก็บเรื่องใดไว้เป็นส่วนตัว น้ำหนักความหมายที่เจาะจงขึ้นอยู่กับคำกริยาและบริบท แต่วลีนี้จะเพิ่มการเน้นที่ชัดเจนและมีอารมณ์ขี้เล่น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายความว่า Ben ซ่อมจักรยานได้เก่งมาก: Ben can repair bikes ____.

ดูคำตอบ

like no one's business

To me, it's just such a release การใช้คำ

1:55

สำหรับฉัน มันเหมือนได้ปลดปล่อย

การใช้คำ

it's just such a release: ความผ่อนคลายทางอารมณ์หลังจากปล่อยความเครียด

ในที่นี้ a release คือความรู้สึกที่ได้ปล่อยความเครียดหรืออารมณ์ที่สะสมไว้ออกมา แล้วรู้สึกเบาสบายขึ้น การบอกว่าการเต้นเป็น such a release หมายความว่าการเต้นช่วยให้ผู้พูดรู้สึกผ่อนคลายทางอารมณ์อย่างมาก ในโครงสร้าง such a + คำนามเอกพจน์ such ช่วยเน้นคำอธิบาย ส่วน just เพิ่มน้ำหนักแบบภาษาพูด ใกล้เคียงกับ simply หรือ really ในที่นี้ release ไม่ได้หมายถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือการตีพิมพ์

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "After a tense day, playing the piano is such a release," คำว่า release หมายถึงอะไร

  1. การอนุญาตให้ใครบางคนออกไป
  2. วิธีปล่อยความเครียดหรืออารมณ์ออกมาแล้วทำให้รู้สึกเบาสบายขึ้น
  3. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
ดูคำตอบ

วิธีปล่อยความเครียดหรืออารมณ์ออกมาแล้วทำให้รู้สึกเบาสบายขึ้น

and it's something that I definitely rely on วลี

1:58

และมันเป็นสิ่งที่ฉันพึ่งพามันอย่างแน่นอน

to get the stress out of my body. วลี

2:00

เพื่อขจัดความเครียดออกจากร่างกาย

วลี

definitely rely on: พึ่งพาบางสิ่งจริง ๆ

rely on หมายถึงต้องพึ่งหรือไว้วางใจบุคคล สิ่งของ หรือกิจกรรมเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือหรือผลบางอย่าง โดยต้องใช้คำบุพบท on เป็นคู่คำตายตัว: rely on someone or something ในที่นี้ something หมายถึงกิจกรรมที่กล่าวถึงก่อนหน้า definitely ช่วยเน้นให้ชัดว่าผู้พูดพึ่งสิ่งนั้นจริง ๆ ส่วนวลีที่ขึ้นต้นด้วย to ด้านหลังบอกจุดประสงค์ว่า พึ่งสิ่งนั้นเพื่อระบายความเครียดออกจากร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนนี้: I ____ my older sister for advice.

ดูคำตอบ

rely on

วลี

get the stress out of my body: ภาพเปรียบเทียบของการปลดปล่อยความเครียด

โครงสร้าง get + บางสิ่ง + out of + สถานที่ หมายถึงทำให้สิ่งนั้นออกจากสถานที่นั้น ใน get the stress out of my body คำว่า stress ถูกนำเสนอเหมือนเป็นสิ่งที่เก็บอยู่ในร่างกายและสามารถเอาออกมาได้ ภาพนี้เป็นการเปรียบเทียบ หมายถึงการใช้กิจกรรมนั้นเพื่อคลายความรู้สึกตึงและไม่สบายจากความเครียด ไม่ได้หมายถึงการนำวัตถุจริง ๆ ออกจากร่างกาย

แบบฝึกหัด

get the stress out of my body ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. นำวัตถุจริงที่ชื่อว่า stress ออกจากร่างกาย
  2. ใช้กิจกรรมเพื่อคลายความเครียดที่รู้สึกอยู่ในร่างกาย
  3. ย้ายร่างกายออกจากสถานที่ที่ชื่อว่า stress
ดูคำตอบ

ใช้กิจกรรมเพื่อคลายความเครียดที่รู้สึกอยู่ในร่างกาย

And I now absolutely love to move.

2:02

และตอนนี้ฉันรักการขยับร่างกายมากจริงๆ

Any chance I get, I'll dance. วลี

2:06

เมื่อไหร่ที่มีโอกาส ฉันจะเต้น

วลี

Any chance I get: ทุกครั้งที่มีโอกาส

Any chance I get หมายถึง “ทุกครั้งที่ฉันมีโอกาส” อนุประโยค any chance I get บอกเงื่อนไขหรือจังหวะของการกระทำหลักก่อน คือเมื่อมีโอกาส ก็จะทำสิ่งนั้น เมื่อวางไว้ต้นประโยค มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค สำนวนนี้มักสื่อถึงนิสัยที่ทำซ้ำ ความกระตือรือร้น หรือความอยากทำ ที่นี่ chance หมายถึง “โอกาส” ไม่ใช่ระดับความน่าจะเป็นของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนตามเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, I read another chapter.

ดูคำตอบ

Any chance I get

Now, I know everyone's not a fan การใช้คำ

2:09

ฉันรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบ

การใช้คำ

everyone's not a fan: ไม่ใช่ทุกคนจะชอบ

ในที่นี้ a fan หมายถึงคนที่ชอบหรือสนับสนุนบางสิ่ง ดังนั้น not a fan จึงเป็นวิธีพูดแบบกันเองและนุ่มนวลว่าใครบางคนไม่ค่อยชอบสิ่งนั้น ส่วน everyone's เป็นรูปย่อของ everyone is ในบริบทนี้ everyone's not a fan ต้องการสื่อว่า “not everyone is a fan” คือบางคนอาจชอบและบางคนอาจไม่ชอบ เนื่องจาก everyone is not อาจฟังเหมือนหมายถึง “ไม่มีใครชอบ” ได้เช่นกัน เมื่อความแตกต่างนี้สำคัญ Not everyone is a fan จึงชัดเจนกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ชัดเจนที่สุดว่าบางคนอาจไม่ชอบงานเลี้ยงที่คนแน่น โดยไม่ได้บอกว่าไม่มีใครชอบเลย

  1. Everyone is a fan of crowded parties.
  2. No one is a fan of crowded parties.
  3. Not everyone is a fan of crowded parties.
ดูคำตอบ

Not everyone is a fan of crowded parties.

'cause some people can find dancing to be awkward or uncomfortable. ไวยากรณ์

2:11

เพราะบางคนอาจรู้สึกว่าการเต้นเป็นเรื่องที่เก้ๆ กังๆ หรือทำให้รู้สึกอึดอัด

ไวยากรณ์

find dancing to be awkward or uncomfortable: การแสดงความคิดเห็นประเมิน

โครงสร้าง find + กรรม + to be + คำคุณศัพท์ หมายถึงการตัดสินหรือรู้สึกจากประสบการณ์ว่ากรรมนั้นมีลักษณะดังกล่าว ในประโยคนี้ dancing เป็นกรรม ส่วน awkward or uncomfortable เป็นคำประเมิน คำว่า to be เชื่อมกรรมเข้ากับคำคุณศัพท์ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ ส่วน can แสดงว่านี่อาจเป็นความรู้สึกของบางคน ไม่ใช่ทุกคน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ find + กรรม + to be + คำคุณศัพท์ ได้ถูกต้อง

  1. Leo finds the puzzle to difficult.
  2. Leo finds to be the puzzle difficult.
  3. Leo finds the puzzle to be difficult.
ดูคำตอบ

Leo finds the puzzle to be difficult.

And I've seen people who just avoid the dance floor at all costs. สำนวน

2:16

และฉันเคยเห็นคนที่พยายามหลีกเลี่ยงฟลอร์เต้นรำไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม (at all costs)

สำนวน

avoid the dance floor at all costs: หลีกเลี่ยงฟลอร์เต้นรำให้ได้ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม

at all costs เป็นสำนวนที่หมายถึงการทำบางอย่างโดยไม่คำนึงว่าจะต้องใช้ความพยายาม ต้องเสียอะไร หรือพบกับความยากลำบากเพียงใด เมื่อวางหลัง avoid the dance floor สำนวนนี้ทำให้การหลีกเลี่ยงฟลอร์เต้นรำฟังดูเด็ดเดี่ยวมาก คำว่า costs ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเงิน สำนวนนี้ใช้เน้นได้ทั้งการตั้งใจทำบางอย่างและการตั้งใจหลีกเลี่ยงบางอย่าง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The medicine must be kept away from children at all costs," คำว่า at all costs แสดงความหมายใด

  1. ควรเก็บยาให้ห่างเฉพาะเมื่อไม่ต้องเสียเงินเท่านั้น
  2. ต้องมีคนคำนวณราคาของยา
  3. การเก็บยาให้ห่างจากเด็กเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามเท่าใด
ดูคำตอบ

การเก็บยาให้ห่างจากเด็กเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามเท่าใด

But dancing is so good for us

2:20

แต่การเต้นนั้นดีสำหรับพวกเรามาก

and potentially our brains.

2:24

และอาจจะดีต่อสมองของเราด้วย

Julia can dance like nobody's business,

2:28

Julia สามารถเต้น "like nobody's business"

an idiom meaning very well or very quickly.

2:31

ซึ่งเป็นสำนวนที่หมายถึง ทำได้ดีมาก หรือ เร็วมาก

For her, dancing is a release,

2:34

สำหรับเธอ การเต้นคือ "release" (การปลดปล่อย)

a way of freeing emotions,

2:37

เป็นวิธีระบายอารมณ์

feelings, or tension from her body.

2:39

ความรู้สึก หรือความตึงเครียดออกจากร่างกาย

Not everyone is the same as Julia, though. ลำดับความ

2:41

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมือน Julia

ลำดับความ

though ท้ายประโยคใน Not everyone is the same as Julia, though. เพื่อเติมความขัดแย้ง

ตรงนี้ Not everyone is the same as Julia หมายความว่า ประสบการณ์หรือท่าทีของ Julia ไม่ได้ใช้กับทุกคน Not everyone หมายถึง “มีบางคนที่แตกต่าง” ไม่ใช่ “ไม่มีใครเหมือนกันเลย” though ที่อยู่ท้ายประโยคเป็นคำบอกการเชื่อมความ ซึ่งเติมความขัดแย้งเล็กน้อยให้กับสิ่งที่เพิ่งพูดไป ช่วยเปลี่ยนจากประสบการณ์ของ Julia ไปพูดถึงปฏิกิริยาที่ต่างกันของคนอื่น และไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคแบบ although

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ though ท้ายประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเติมความขัดแย้ง

  1. The room is small. It is comfortable, though.
  2. The room is small, although.
  3. Although. The room is small. It is comfortable.
ดูคำตอบ

The room is small. It is comfortable, though.

And if, like me,

2:44

และถ้าคุณเป็นเหมือนผม

the thought of dancing makes you uncomfortable, ไวยากรณ์

2:45

แค่คิดเรื่องเต้นก็ทำให้รู้สึกอึดอัดแล้ว

ไวยากรณ์

the thought of dancing makes you uncomfortable: ใช้ the thought of + -ing เพื่อบอกความรู้สึก

the thought of + คำนามหรือรูป -ing ใช้พูดถึงเหตุการณ์หรือกิจกรรมที่ถูกจินตนาการหรือนึกถึง ในที่นี้หมายความว่า แค่คิดว่าจะเต้นก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แม้ว่ายังไม่ได้เต้นจริง โครงสร้าง make + คน + คำคุณศัพท์ ใช้บอกความรู้สึกหรือสภาพที่เกิดกับคนนั้น: makes you uncomfortable หลัง make ให้ใส่คนก่อน แล้วจึงใส่คำคุณศัพท์ และไม่ใช้ to be ในโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่สื่อได้ถูกต้องว่า แค่คิดว่าจะพูดต่อหน้าคนจำนวนมากก็ทำให้เขาประหม่า

  1. The thought of speaking in public makes him nervous.
  2. The thought to speak in public makes him nervously.
  3. The thought of speaking in public makes nervous him.
ดูคำตอบ

The thought of speaking in public makes him nervous.

you might avoid the dance floor at all costs,

2:48

คุณอาจจะหลีกเลี่ยงฟลอร์เต้นรำ "at all costs" (ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม)

no matter what happens. วลี

2:51

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

วลี

no matter what happens: ผลลัพธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง

no matter what happens นำเสนอเงื่อนไขที่ไม่สามารถเปลี่ยนผลในประโยคหลักได้ ในที่นี้หมายความว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนคนนั้นก็ยังอาจหลีกเลี่ยงฟลอร์เต้นรำอยู่ดี ให้เข้าใจ no matter what เป็นโครงสร้างเดียว ไม่ใช่แปลแยกทีละคำ ส่วน happens ทำให้อนุประโยคเงื่อนไขสมบูรณ์ อนุประโยคนี้วางไว้ข้างหน้าได้ เช่น No matter what happens, I will stay. หรือวางไว้ข้างหลังก็ได้ เช่น I will stay, no matter what happens.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าคำสัญญาจะไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?

  1. No matter happens what, I'll support you.
  2. No matter what happens, I'll support you.
  3. No what matter happens, I'll support you.
ดูคำตอบ

No matter what happens, I'll support you.

That's a pity, Neil, น้ำเสียง/เจตนา

2:53

นั่นน่าเสียดายนะ Neil

น้ำเสียง/เจตนา

That's a pity: ตอบรับข่าวที่น่าผิดหวัง

That's a pity เป็นคำตอบแบบตายตัวในการสนทนา ใช้เมื่อได้ยินข่าวที่ไม่น่ายินดีหรือน่าผิดหวัง ในที่นี้เป็นการตอบต่อความคิดที่ว่า Neil อาจพลาดโอกาสเต้นรำ คำว่า pity เมื่อใช้เดี่ยว ๆ อาจหมายถึงความสงสารต่อความทุกข์ของผู้อื่น แต่เมื่ออยู่ในสำนวนเต็มนี้ มักหมายความว่าสถานการณ์นั้นน่าเสียดาย โดยทั่วไปจะแสดงความเห็นใจในระดับเบา ๆ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดดูถูกอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I can't go on the school trip because I'm sick.” คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. That's a pity. I hope you feel better soon.
  2. That's amazing. You must be excited.
  3. Never mind. It was your fault.
ดูคำตอบ

That's a pity. I hope you feel better soon.

because the benefits of dancing are huge.

2:54

เพราะประโยชน์ของการเต้นนั้นมีมหาศาล

Just ask Dr. Peter Lovatt, ลำดับความ

2:57

ลองถาม ดร. Peter Lovatt ดูสิ

ลำดับความ

Just ask Dr. Peter Lovatt: การยกผู้เชี่ยวชาญมาเป็นหลักสนับสนุน

ใน Just ask Dr. Peter Lovatt โครงสร้าง just ask + บุคคล เป็นประโยคคำสั่งเชิงวาทศิลป์ จุดสำคัญไม่ใช่การสั่งให้ผู้ฟังไปถามเขาจริง ๆ แต่หมายความว่าความรู้หรือประสบการณ์ของเขาช่วยสนับสนุนข้อความที่กล่าวไว้ได้ โครงสร้างนี้พาเนื้อหาจากข้อความทั่วไปไปสู่บุคคลที่ใช้เป็นหลักสนับสนุน และยังเป็นการเกริ่นแนะนำบุคคลที่จะกล่าวถึงต่อไปด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ just ask เพื่อชี้ไปยังบุคคลที่มีประสบการณ์ช่วยสนับสนุนข้อความหนึ่ง?

  1. Just ask a clear question before the lesson ends.
  2. If you doubt how cold the lake is, just ask Maya—she swims there every morning.
  3. Please just ask Maya what time the pool opens.
ดูคำตอบ

If you doubt how cold the lake is, just ask Maya—she swims there every morning.

also known as Dr. Dance. วลี

2:59

หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dr. Dance

วลี

also known as + ชื่อ: การแนะนำอีกชื่อหนึ่ง

Also known as + ชื่อ ใช้เพิ่มชื่ออื่น ชื่อเล่น ตำแหน่ง หรือคำเรียกของบุคคลหรือสิ่งเดียวกัน ในที่นี้ Dr. Dance เป็นอีกชื่อหนึ่งของ Dr. Peter Lovatt Known as เป็นโครงสร้างตายตัว จึงต้องมี as ก่อนชื่อที่เพิ่มเข้ามา โครงสร้างนี้วางหลัง be ได้ เช่น She is also known as the Singing Doctor หรือวางหลังชื่อเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเหมือนในประโยคนี้ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า”: Our robot, ____ Robo, can carry small boxes.

ดูคำตอบ

also known as

Over four decades, he's studied how dancing helps improve brain function การใช้คำ

3:02

ตลอดสี่ทศวรรษ เขาศึกษาว่าการเต้นช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองได้อย่างไร

การใช้คำ

Over four decades: มากกว่าสี่สิบปี

ใน over four decades คำว่า over อยู่หน้าระยะเวลาที่ระบุเป็นตัวเลขและหมายถึง มากกว่า คำว่า decade คือสิบปี ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงเป็นเวลามากกว่าสี่สิบปี เมื่อวางวลีนี้ไว้ต้นประโยค จะเป็นการบอกช่วงเวลาอันยาวนานก่อนเข้าสู่ข้อมูลหลักว่าเขาศึกษาอะไร รูปแบบนี้ช่วยเกริ่นกิจกรรมที่ดำเนินมานานได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าห้องสมุดให้บริการเมืองนี้มานานกว่ายี่สิบปี?

  1. The library has served the town for above two decades.
  2. The library has served the town for over two decades.
  3. The library has served the town since over two decades.
ดูคำตอบ

The library has served the town for over two decades.

in everyone from children and adults ลำดับความ

3:07

ในทุกคน ตั้งแต่เด็กและผู้ใหญ่

to older people living with diseases การใช้คำ

3:10

ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรค

like Parkinson's and Alzheimer's.

3:12

เช่น พาร์กินสัน และ อัลไซเมอร์

ลำดับความ

everyone from ... to ...: การแสดงช่วงของผู้คนที่กว้าง

ประโยคใช้ everyone เพื่อกล่าวถึงคนทั้งกลุ่มก่อน แล้วจึงใช้ from A to B เพื่อแสดงขอบเขตภายในกลุ่มนั้น ในที่นี้ A คือเด็กและผู้ใหญ่ ส่วน B คือผู้สูงอายุที่อยู่กับโรคอย่างพาร์กินสันและอัลไซเมอร์ from ... to ... นำหมวดหมู่มาวางเป็นปลายสองด้านของช่วงที่กว้าง ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าครอบคลุมผู้คนหลายกลุ่ม โครงสร้างนี้ใช้จัดระเบียบข้อมูล ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ ส่วน living with diseases ... อธิบายเพิ่มเติมว่าหมายถึงผู้สูงอายุแบบใด

แบบฝึกหัด

เติมช่วงด้วย from ... to: The art club welcomes everyone ____ complete beginners ____ experienced artists.

ดูคำตอบ

from · to

การใช้คำ

การใช้ชีวิตอยู่กับโรคอย่างพาร์กินสันและอัลไซเมอร์

living with diseases บอกว่าผู้สูงอายุเหล่านี้มีภาวะสุขภาพที่เป็นต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต วลีนี้อธิบายว่ากำลังพูดถึงผู้สูงอายุกลุ่มใด ไม่ได้หมายถึงการอาศัยอยู่ข้าง ๆ โรค คำหลัง living with บอกชื่อภาวะสุขภาพ และ like ใช้นำตัวอย่าง ซึ่งในที่นี้คือ Parkinson's และ Alzheimer's รูปแบบ people living with + condition นำไปใช้บอกภาวะสุขภาพอื่นได้ โดยยังให้ความสำคัญกับคนก่อนโรค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ living with เพื่ออธิบายภาวะสุขภาพที่เป็นต่อเนื่อง

  1. Rosa is living with her aunt near the hospital.
  2. Rosa is living with diabetes and manages it every day.
  3. Rosa is living beside a busy road.
ดูคำตอบ

Rosa is living with diabetes and manages it every day.

Dr. Lovatt's dance therapy involves spontaneous movements, การใช้คำ

3:15

การบำบัดด้วยการเต้นของ ดร. Lovatt เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวที่เป็นไปเองตามธรรมชาติ

การใช้คำ

dance therapy: การรักษาผ่านการเต้นและการเคลื่อนไหว

dance therapy เป็นคำนามประสม โดย dance บอกวิธีที่ใช้ ส่วน therapy บอกจุดประสงค์ หมายถึงการใช้การเต้นหรือการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา การฟื้นฟู หรือการช่วยเหลือด้านอารมณ์ คำว่า therapy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพูดคุยกับผู้ให้คำปรึกษา ในวลีนี้ การเคลื่อนไหวถูกใช้เพื่อเป้าหมายด้านการบำบัด ไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิง การออกกำลังกาย หรือการเรียนท่าเต้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย dance therapy ไม่ใช่ชั้นเรียนเต้นหรือการเต้นเพื่อออกกำลังกาย

  1. The club holds a dance night for exercise and fun.
  2. The school offers a dance class to teach competition steps.
  3. The clinic offers dance therapy as part of its rehabilitation programme.
ดูคำตอบ

The clinic offers dance therapy as part of its rehabilitation programme.

การใช้คำ

spontaneous movements: การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติที่ไม่ได้วางแผนไว้

spontaneous movements คือการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเองในขณะนั้น ไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่วางแผนหรือซ้อมไว้ล่วงหน้า ในที่นี้ spontaneous หมายถึงไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ไม่ใช่ random ที่หมายถึงสุ่มหรือไร้แบบแผน การเคลื่อนไหวยังอาจเป็นการตอบสนองต่อดนตรี อารมณ์ หรือความรู้สึกของร่างกายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียน: The actors were told to make ____ rather than follow a rehearsed routine.

ดูคำตอบ

spontaneous movements

closing your eyes and letting the music move you.

3:19

หลับตาลงและปล่อยให้เสียงเพลงพาร่างกายไป

It promotes divergent thinking, การใช้คำ

3:22

มันส่งเสริมความคิดแบบอเนกนัย (ความคิดแตกฉาน)

การใช้คำ

promotes divergent thinking: ส่งเสริมการสร้างความเป็นไปได้หลายแบบ

promotes divergent thinking หมายถึงช่วยพัฒนาวิธีคิดที่สร้างแนวคิดหรือคำตอบที่เป็นไปได้หลายแบบจากจุดเริ่มต้นเดียว เป็นคำที่ใช้บ่อยเมื่อพูดถึงความคิดสร้างสรรค์ ในที่นี้ promotes หมายถึงส่งเสริมหรือช่วยให้พัฒนา ส่วน divergent หมายถึงความคิดที่แผ่ออกไปหลายทิศทาง แทนที่จะรีบจำกัดให้เหลือคำตอบเดียว

แบบฝึกหัด

กิจกรรมใดเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ divergent thinking?

  1. คิดหาวิธีใช้กล่องกระดาษแข็งให้ได้หลากหลายมากที่สุด
  2. คัดลอกประโยคให้ตรงตามที่เขียนไว้ทุกคำ
  3. คำนวณ 8 + 7 แล้วให้คำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว
ดูคำตอบ

คิดหาวิธีใช้กล่องกระดาษแข็งให้ได้หลากหลายมากที่สุด

leading to happier, more creative brains. ไวยากรณ์

3:24

ซึ่งนำไปสู่สมองที่มีความสุขและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

ไวยากรณ์

leading to ...: ใช้อนุประโยค -ing เพื่อบอกผลลัพธ์

ในประโยคนี้ leading to happier, more creative brains เป็นอนุประโยค -ing ที่บอกผลของแนวคิดทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค โดยมีความหมายว่า “และสิ่งนี้นำไปสู่...” ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปตามทางจริง ๆ ใช้เครื่องหมายจุลภาค + leading to + นามวลี หลังแนวคิดที่สมบูรณ์เพื่อเชื่อมสาเหตุหรือพัฒนาการเข้ากับผลลัพธ์ รูปแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายและงานเขียนให้ข้อมูล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลแบบ -ing สองคำที่สร้างจาก lead: The storm closed several roads, ____ long delays.

ดูคำตอบ

leading to

So, how can we get more people dancing? ไวยากรณ์

3:27

แล้วเราจะทำให้คนหันมาเต้นกันมากขึ้นได้อย่างไร?

ไวยากรณ์

get more people dancing: get + กรรม + -ing

Get more people dancing ใช้โครงสร้าง get + กรรม + -ing โดย more people เป็นกรรม และ dancing อธิบายกิจกรรมที่คนเหล่านั้นเริ่มทำและทำต่อไป โครงสร้างนี้หมายถึงการทำให้หรือกระตุ้นให้กิจกรรมหนึ่งเริ่มต้นขึ้น สามารถนำไปใช้กับสำนวนอย่าง get everyone talking หรือ get children reading ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get + กรรม + -ing ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าคำถามหนึ่งทำให้ทุกคนเริ่มพูดคุยกัน

  1. An interesting question got everyone talking.
  2. An interesting question got everyone talked.
  3. An interesting question got talking everyone.
ดูคำตอบ

An interesting question got everyone talking.

That's exactly what Julia Ravey asked Dr. Lovatt

3:30

นั่นคือสิ่งที่ Julia Ravey ถาม ดร. Lovatt

for BBC radio program Mental Muscle.

3:33

ในรายการวิทยุ BBC Mental Muscle

What would you say น้ำเสียง/เจตนา

3:37

คุณอยากจะบอกอะไร

to the person listening

3:40

กับผู้ฟัง

who maybe doesn't dance at all right now, วลี

3:42

ที่ตอนนี้อาจจะไม่ได้เต้นเลย

น้ำเสียง/เจตนา

What would you say to the person listening: การขอคำแนะนำอย่างสุภาพ

What would you say to ... ใช้ถามว่าใครคนหนึ่งจะให้คำแนะนำหรือพูดอะไรกับคนที่ระบุไว้ ในที่นี้ the person listening หมายถึงผู้ฟังที่กำลังฟังอยู่ ส่วน listening เป็นอนุประโยคขยายคำนามแบบย่อ เทียบได้กับ who is listening would ในที่นี้ไม่ได้แสดงอดีต แต่สร้างสถานการณ์สมมติและทำให้คำขอฟังนุ่มนวลขึ้น จึงเหมาะเมื่อขอให้ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำแก่ผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

คำถามใดขอให้ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำแก่ผู้ฟังในสถานการณ์สมมติอย่างสุภาพ

  1. Tell the child not to be nervous.
  2. What did you say to the child yesterday?
  3. What would you say to a child who is afraid of starting school?
ดูคำตอบ

What would you say to a child who is afraid of starting school?

วลี

doesn't dance at all right ... now: ตอนนี้ไม่เต้นเลย

ใน doesn't dance at all คำว่า at all ช่วยเน้นการปฏิเสธของ doesn't หมายความว่าคนนั้นไม่เต้นเลยแม้แต่นิดเดียว ในประโยคนี้ right ต้องอ่านร่วมกับคำถัดไปคือ now โดย right now เป็นวลีบอกเวลาหนึ่งชุด หมายถึง “ในตอนนี้” วลีนี้จำกัดข้อความไว้ที่สถานการณ์ปัจจุบัน และไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะไม่มีวันเต้น

แบบฝึกหัด

ใช้ doesn't ... at all เพื่อบอกว่าตอนนี้ Mia ไม่เต้นเลย: Mia ____ right now.

ดูคำตอบ

doesn't dance at all

maybe would like to dance a bit more,

3:45

แต่บางทีอาจจะอยากเต้นให้มากขึ้นอีกหน่อย

maybe for them they're still a little bit on the fence สำนวน

3:47

แต่พวกเขาก็อาจจะยังรู้สึกลังเล (on the fence)

about whether they want to dance?

3:49

ว่าพวกเขาอยากจะเต้นหรือไม่?

สำนวน

a little bit on the fence about whether ...: ยังลังเลอยู่นิดหน่อยว่าจะ...หรือไม่

Be on the fence เป็นสำนวนที่หมายถึงยังตัดสินใจไม่ได้ระหว่างตัวเลือกหรือจุดยืนต่าง ๆ ในที่นี้หมายถึงพวกเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าอยากเต้นหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับรั้วจริง ๆ โครงสร้าง be on the fence about whether + ประโยคย่อย ใช้ระบุว่าการตัดสินใจที่ยังค้างอยู่นั้นคือเรื่องอะไร ส่วน a little bit ช่วยลดความแรงของการประเมิน ทำให้ฟังเหมือนลังเลเพียงเล็กน้อยแทนที่จะเป็นการตำหนิอย่างรุนแรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนและโครงสร้าง whether จากบทเรียน: Maya likes the bike but worries about the price. She's still ____ to buy it.

ดูคำตอบ

on the fence about whether

How can everyone get a little bit more movement วลี

3:51

ทุกคนจะสามารถเพิ่มการเคลื่อนไหว

into their daily life?

3:53

เข้าไปในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง?

วลี

get a little bit more movement into their daily life: เพิ่มกิจกรรมเข้าไปในกิจวัตรประจำวัน

get X into Y หมายถึงจัดให้ X กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Y ในที่นี้ get a little bit more movement into their daily life หมายถึงเพิ่มกิจกรรมทางกายเข้าไปในกิจวัตรปกติ ไม่ได้หมายถึงเอาสิ่งของใส่ลงในภาชนะ movement ในที่นี้เป็นคำที่มีความหมายกว้าง ทั้งการเดิน การยืดเหยียด การเต้น และกิจกรรมที่คล้ายกันล้วนรวมอยู่ด้วย ส่วน a little bit more ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเล็กน้อยและทำได้ง่าย

แบบฝึกหัด

เติมโดยใช้โครงสร้าง get X into Y: Sam wants his normal day to include more walking. He is trying to ____ his daily routine.

ดูคำตอบ

get more walking into

Okay, so the very first thing to do, ลำดับความ

3:55

เอาล่ะ สิ่งแรกสุดที่ควรทำ

ลำดับความ

the very first thing to do, ...: การแนะนำขั้นตอนแรก

ในประโยคนี้ the very first thing to do ชี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นของชุดคำแนะนำหรือการกระทำ และบอกผู้ฟังว่าต้องทำอะไรก่อนสิ่งอื่น very ใช้ขยายความ first ให้เน้นย้ำมากขึ้น ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “ขั้นตอนแรกที่ต้องทำ” ไม่ใช่ความหมายอื่นของ very ที่แยกออกมาต่างหาก วลีนี้ใช้จัดลำดับข้อมูล โดยการกระทำที่เฉพาะเจาะจงมักตามมาทีหลัง และมักอยู่ในรูป is + คำกริยา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุขั้นตอนแรกของกระบวนการได้อย่างชัดเจน

  1. Every step in the experiment should be done at the same time.
  2. The very first thing to do is read the safety instructions.
  3. Read the safety instructions only after you finish the experiment.
ดูคำตอบ

The very first thing to do is read the safety instructions.

I would suggest, is to lay on your bed น้ำเสียง/เจตนา

3:57

ผมขอแนะนำว่า คือการเอนหลังลงบนเตียง

น้ำเสียง/เจตนา

I would suggest, ...: การเสนอคำแนะนำอย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ I would suggest ใช้เกริ่นคำแนะนำของผู้พูดเกี่ยวกับการกระทำที่จะตามมา ผู้พูดนำเสนอการกระทำนั้นในฐานะคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง โครงสร้างคือ I + would + suggest ในที่นี้ would ช่วยลดความหนักแน่นของ suggest และไม่ได้ใช้แสดงอดีต รูปแบบนี้นำไปใช้เมื่อต้องการเสนอคำแนะนำที่ไตร่ตรองแล้วอย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

เลือกวิธีที่เป็นธรรมชาติและสุภาพในการแนะนำให้พักสักครู่

  1. I would suggest taking a short break.
  2. I would suggested taking a short break.
  3. I would suggest to take a short break.
ดูคำตอบ

I would suggest taking a short break.

with your eyes closed

4:00

หลับตาลง

and to find a piece of music that you like. วลี

4:02

และหาเพลงที่คุณชอบ

วลี

find a piece of music: การนับคำนามนับไม่ได้ music

music มักเป็นคำนามนับไม่ได้เมื่อหมายถึงศิลปะดนตรีหรือเสียงดนตรี ดังนั้น ในภาษาอังกฤษมาตรฐานจึงมักไม่ใช้ a music เพื่อพูดถึงเพลงหนึ่งชิ้น หากต้องการนับผลงานหรือท่อนดนตรีที่เลือกหนึ่งชิ้น ให้ใช้ a piece of music ใน a piece of music คำว่า piece หมายถึงผลงานหรือท่อนดนตรี ไม่ใช่เศษของที่แตก find a piece of music จึงหมายถึงการหาหรือเลือกดนตรีหนึ่งชิ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนมาตรฐานสำหรับนับดนตรีหนึ่งชิ้น?

  1. Please choose a piece of music for the class performance.
  2. Please choose a music for the class performance.
  3. Please choose music for the class performance.
ดูคำตอบ

Please choose a piece of music for the class performance.

Close your eyes and then just hear the beat วลี

4:04

หลับตาลงแล้วแค่ฟังจังหวะ

and feel the rhythm.

4:06

และสัมผัสถึงทำนอง

วลี

hear the beat and feel the rhythm: ความแตกต่างระหว่าง beat กับ rhythm

beat คือจังหวะหลักที่สม่ำเสมอและนับได้ในดนตรี ส่วน rhythm คือรูปแบบที่เกิดจากเสียงยาวและสั้น เสียงหนักและเบา รวมถึงช่วงหยุด ประโยคนี้จับคู่ hear กับ beat เพราะเราใช้หูฟังจังหวะหลัก และจับคู่ feel กับ rhythm เพราะร่างกายสามารถเคลื่อนไหวตามรูปแบบจังหวะได้ สองการกระทำนี้เชื่อมจากการฟังไปสู่การตอบสนองด้วยร่างกาย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ hear the beat and feel the rhythm ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. ฟังจังหวะหลักที่สม่ำเสมอและสัมผัสรูปแบบของดนตรีด้วยร่างกาย
  2. นับว่ามีเครื่องดนตรีกำลังเล่นอยู่กี่ชิ้น
  3. ฟังเฉพาะคำร้องและไม่สนใจจังหวะเวลา
ดูคำตอบ

ฟังจังหวะหลักที่สม่ำเสมอและสัมผัสรูปแบบของดนตรีด้วยร่างกาย

So, think about where in your body

4:08

แล้วลองคิดดูว่าในร่างกายของคุณ

do you feel a twitch?

4:10

คุณรู้สึกว่ามีการกระตุก (twitch) ตรงไหน?

Julia mentions people who are sitting on the fence,

4:12

Julia พูดถึงคนที่กำลัง "sitting on the fence" (ลังเลใจ)

who still haven't decided if they will do something or not,

4:16

คนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง

in this case, dance.

4:19

ในกรณีนี้ คือการเต้น

Dr. Lovatt's advice is simple:

4:21

คำแนะนำของ ดร. Lovatt นั้นเรียบง่าย:

get comfortable, close your eyes, and listen to some music.

4:23

ทำตัวให้สบาย หลับตา และฟังเพลง

Soon, you'll feel a twitch, การใช้คำ

4:27

ในไม่ช้า คุณจะรู้สึกถึงอาการ "twitch" (กระตุก)

การใช้คำ

feel a twitch: รู้สึกถึงการกระตุกเล็กน้อยแบบฉับพลันและไม่ได้ตั้งใจ

To feel a twitch หมายถึงการรู้สึกว่าร่างกายส่วนหนึ่งขยับเล็กน้อยอย่างฉับพลัน twitch มักเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่และไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ เพราะเราไม่ได้ตัดสินใจให้มันเกิดขึ้น ในที่นี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าร่างกายเริ่มตอบสนองต่อดนตรีอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ท่าเต้นที่วางแผนไว้ล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ twitch ในความหมายว่าอวัยวะขยับเล็กน้อยอย่างฉับพลันและไม่ได้ตั้งใจ?

  1. She held her arm completely still.
  2. She carefully practiced a dance routine.
  3. She felt a quick twitch in her eyelid.
ดูคำตอบ

She felt a quick twitch in her eyelid.

a small, sudden, and involuntary movement somewhere in your body.

4:29

ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ กะทันหัน และไม่ได้ตั้งใจ ที่ไหนสักแห่งในร่างกายของคุณ

From there, it's only a few steps to dancing. ลำดับความ

4:33

จากจุดนั้น ก็เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะเป็นการเต้นแล้ว

ลำดับความ

From there, it's only a few steps to ...: พากระบวนการไปสู่ขั้นถัดไป

From there ย้อนกลับไปยังขั้นที่มาถึงแล้ว คือขั้นที่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายกระตุกเล็กน้อย ในที่นี้ there หมายถึงขั้นหนึ่งในกระบวนการ ไม่ใช่สถานที่จริง It's only a few steps to dancing แสดงว่าการเต้นเป็นขั้นถัดไปที่อยู่ใกล้และไปถึงได้ง่าย Steps หมายถึงขั้นต่าง ๆ ในกระบวนการ และยังชวนให้นึกถึงก้าวเต้นอย่างขบขันด้วย ประโยคจึงพาคำอธิบายจากการขยับเล็กน้อยไปสู่การเต้นอย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอะไร?

  1. เมื่อร่างกายเริ่มขยับเล็กน้อย การเต้นก็ดูเหมือนเป็นขั้นถัดไปที่อยู่ใกล้แล้ว
  2. สตูดิโอสอนเต้นอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย
  3. ต้องเดินให้ครบตามจำนวนก้าวที่กำหนดก่อนจึงจะได้รับอนุญาตให้เต้น
ดูคำตอบ

เมื่อร่างกายเริ่มขยับเล็กน้อย การเต้นก็ดูเหมือนเป็นขั้นถัดไปที่อยู่ใกล้แล้ว

It seems a dance a day keeps the doctor away. สำนวน

4:36

ดูเหมือนว่าเต้นวันละนิดจิตแจ่มใสนะครับ

สำนวน

a dance a day keeps the doctor away: การดัดแปลงสุภาษิตอย่างขำ ๆ

สุภาษิตที่รู้จักกันดีคือ An apple a day keeps the doctor away ซึ่งสื่อว่านิสัยง่าย ๆ ที่ดีต่อสุขภาพอาจช่วยให้เราแข็งแรง ในประโยคนี้ dance มาแทน apple ผู้พูดใช้รูปแบบที่คุ้นเคยเพื่อสรุปอย่างขำ ๆ ว่าการเต้นเป็นประจำอาจดีต่อสุขภาพ ไม่ได้เป็นคำรับประกันว่าการเต้นจะป้องกันโรคได้

แบบฝึกหัด

a dance a day keeps the doctor away ในที่นี้มีความหมายหลักว่าอะไร

  1. ประโยคนี้บอกว่าหมอควรฝึกเต้นทุกวัน
  2. ประโยคนี้สื่ออย่างขำ ๆ ว่าการเต้นเป็นประจำอาจช่วยให้สุขภาพดี
  3. ประโยคนี้รับประกันว่าคนที่เต้นจะไม่ต้องรับการรักษาพยาบาลเลย
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สื่ออย่างขำ ๆ ว่าการเต้นเป็นประจำอาจช่วยให้สุขภาพดี

So, what do you reckon, Neil? น้ำเสียง/เจตนา

4:40

แล้วคุณคิดว่ายังไง Neil?

น้ำเสียง/เจตนา

what do you reckon: การถามความคิดเห็นอย่างไม่เป็นทางการ

ใน What do you reckon? คำว่า reckon หมายถึง think หรือ believe คำถามนี้ใช้ถามความคิดเห็นหรือการตัดสินใจของอีกฝ่าย ไม่ได้หมายถึงการคำนวณ เป็นวิธีส่งต่อบทสนทนาให้อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง คล้ายกับ What do you think?

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ถามความคิดเห็นของเพื่อนได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ

  1. What do you reckon?
  2. What are you counting?
  3. What do you remember?
ดูคำตอบ

What do you reckon?

Are you ready to give it a go? วลี

4:41

คุณพร้อมที่จะลองดูหรือยัง?

วลี

ready to give it a go: พร้อมที่จะลองดู

be ready to give it a go หมายถึงพร้อมและเต็มใจที่จะลองทำบางอย่าง ส่วน give it a go เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ลองดู” หรือ “ลองทำสักครั้ง” ในที่นี้ it หมายถึงการเต้นรำที่พูดถึงไปแล้ว ส่วน go เป็นคำนามที่หมายถึง “การลองหนึ่งครั้ง” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงเคลื่อนที่หรือไปที่อื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำที่มี go และหมายถึง “ลองดู”: This board game looks fun. Are you ready to ____?

ดูคำตอบ

give it a go

Hmm, maybe after I've revealed the answer to my question.

4:42

อืมม อาจจะหลังจากที่ผมเฉลยคำตอบสำหรับคำถามของผมไปแล้วนะ

Right.

4:46

จริงด้วยค่ะ

You asked for the name of the traditional English folk dance

4:47

คุณถามชื่อของระบำพื้นบ้านดั้งเดิมของอังกฤษ

where dancers wear colorful waistcoats and hit sticks.

4:50

ที่นักเต้นสวมเสื้อกั๊กสีสันสดใสและตีไม้เข้าด้วยกัน

And I guessed it was Morris dancing.

4:55

และฉันเดาว่าเป็น Morris dancing

Well, that was the correct answer, Beth.

4:57

นั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้องครับ Beth

Morris dancing is the name of the unusual English folk dance, วัฒนธรรม

5:00

Morris dancing คือชื่อของระบำพื้นบ้านอังกฤษที่แปลกตานั้น

วัฒนธรรม

Morris dancing: การเต้นรำพื้นบ้านอังกฤษแบบดั้งเดิม

Morris dancing เป็นชื่อของการเต้นรำพื้นบ้านแบบดั้งเดิมจากอังกฤษ ในที่นี้ Morris เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเฉพาะ ไม่ใช่ชื่อของคนที่กำลังเต้นรำ โดยทั่วไปจะแสดงเป็นกลุ่มและมักจัดผู้เต้นเป็นรูปแบบต่าง ๆ บางธรรมเนียมใช้กระดิ่ง ผ้าเช็ดหน้า หรือไม้ แต่รายละเอียดจะแตกต่างกันตามภูมิภาคและคณะ

แบบฝึกหัด

Morris dancing หมายถึงอะไร?

  1. เป็นชื่อของการเต้นรำพื้นบ้านอังกฤษแบบดั้งเดิม
  2. หมายถึงการเต้นทุกชนิดที่คนชื่อ Morris เป็นผู้เต้น
  3. เป็นชื่อของเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการเต้น
ดูคำตอบ

เป็นชื่อของการเต้นรำพื้นบ้านอังกฤษแบบดั้งเดิม

not Flamenco, which of course is Spanish,

5:04

ไม่ใช่ Flamenco ซึ่งแน่นอนว่าเป็นของสเปน

or the Highland Fling, which comes from Scotland.

5:06

หรือ Highland Fling ซึ่งมาจากสกอตแลนด์

Okay, let's recap the vocabulary we've learned, ลำดับความ

5:10

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์ที่เราได้เรียนรู้กัน

ลำดับความ

let's recap the vocabulary we've learned: การเริ่มทบทวนสั้น ๆ

ในประโยคนี้ let's recap the vocabulary we've learned บอกผู้ฟังว่าการสอนเนื้อหาใหม่กำลังจบลงและจะเริ่มการทบทวนสั้น ๆ คำว่า recap หมายถึงการกลับไปดูประเด็นสำคัญอีกครั้ง ไม่ใช่การสอนซ้ำทั้งบท Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง จึงทำให้การทบทวนฟังดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน สามารถนำรูปแบบ let's recap + หัวข้อ หรือ let's recap what + ใจความที่สมบูรณ์ไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “ทบทวนประเด็นสำคัญอย่างสั้น ๆ”: Before we finish, let's ____ the main points.

ดูคำตอบ

recap

starting with boogie, strut your stuff, throw shapes,

5:12

เริ่มจาก boogie, strut your stuff, throw shapes

and hit the dance floor,

5:16

และ hit the dance floor

all modern idioms meaning to dance.

5:18

ทั้งหมดเป็นสำนวนสมัยใหม่ที่หมายถึงการเต้น

If you do something like nobody's business,

5:21

หากคุณทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง "like nobody's business"

you do it very well or very quickly.

5:24

คุณทำมันได้ดีมากหรือเร็วมาก

A release is the act of freeing emotions,

5:26

"A release" คือการปลดปล่อยอารมณ์

feelings, or tension from the body.

5:29

ความรู้สึก หรือความตึงเครียดออกจากร่างกาย

If something must be done at all costs,

5:32

หากบางสิ่งต้องทำ "at all costs"

it must be done whatever happens,

5:35

นั่นคือต้องทำไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

even if it involves a lot of difficulty,

5:38

แม้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความยากลำบาก

time, or effort.

5:40

เวลา หรือความพยายามอย่างมาก

Someone who sits on the fence

5:42

คนที่ "sits on the fence"

delays making a decision or choosing one course of action over another.

5:43

คือคนที่ชะลอการตัดสินใจ หรือลังเลที่จะเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง

And finally, a twitch is a sudden, jerky movement การใช้คำ

5:48

และสุดท้าย "a twitch" คือการเคลื่อนไหวที่กระตุกอย่างกะทันหัน

or spasm in your body,

5:52

หรืออาการหดเกร็งในร่างกาย

often involuntary.

5:53

ซึ่งมักจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

การใช้คำ

sudden, jerky movement: การเคลื่อนไหวฉับพลันและไม่ราบรื่น

Sudden บอกว่าการเคลื่อนไหวเริ่มขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ส่วน jerky บอกว่าการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่สม่ำเสมอ และมีการหยุดแล้วขยับ แทนที่จะเคลื่อนไปอย่างราบรื่น เมื่อนำมารวมกัน sudden, jerky movement จึงบรรยายลักษณะการเคลื่อนไหวของ twitch ในที่นี้ jerky เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าสิ่งหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างไร ไม่ใช่คำนาม jerky ที่หมายถึงเนื้อแห้ง และไม่ได้ใช้บอกว่าพฤติกรรมของใครหยาบคายหรือน่ารำคาญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ sudden, jerky movement เพื่อบรรยายการเคลื่อนไหวที่เริ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดและไม่ราบรื่น?

  1. The skater glided across the ice in one smooth motion.
  2. The statue remained completely still.
  3. The old robot made a sudden, jerky movement.
ดูคำตอบ

The old robot made a sudden, jerky movement.

Once again, our Six Minutes are up. ลำดับความ

5:55

เวลาหกนาทีของเราหมดลงอีกครั้งแล้ว

ลำดับความ

Once again, our Six Minutes are up: ปิดรายการเมื่อหมดเวลา

Once again บอกว่าช่วงปิดรายการที่คุ้นเคยมาถึงอีกครั้ง และพารายการเข้าสู่ตอนจบตามปกติ Our Six Minutes are up หมายถึงเวลาหกนาทีที่จัดไว้สำหรับรายการหมดแล้ว เมื่อช่วงเวลา is up ก็แปลว่าไม่เหลือเวลาอีก คำว่า up ตรงนี้ไม่ได้บอกทิศทาง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be up เพื่อแสดงว่าเวลาที่กำหนดไว้หมดแล้ว: Your time ____.

ดูคำตอบ

is up

Join us again soon for more trending topics ลำดับความ

5:58

กลับมาพบกับเราใหม่เร็วๆ นี้สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นที่นิยม

and useful vocabulary here at Six Minute English.

6:00

และคำศัพท์ที่มีประโยชน์ที่นี่ที่ Six Minute English

ลำดับความ

Join us again soon: เชิญผู้ชมหรือผู้ฟังให้กลับมาอีก

Join us again soon เป็นคำเชิญปิดรายการที่เป็นมิตร เมื่อใช้ตอนจบรายการ join us หมายถึงให้กลับมาฟัง ดู หรือมีส่วนร่วมอีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงให้สมัครเป็นสมาชิกขององค์กร Again ชี้ถึงการกลับมาอีกในอนาคต ส่วน soon แสดงว่าผู้ดำเนินรายการหวังว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน วลี for more... ที่ตามมาบอกผู้ชมว่าครั้งหน้าจะได้พบกับเนื้อหาอะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ปิดพอดแคสต์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเชิญผู้ฟังให้กลับมาอีกครั้ง?

  1. The next episode begins in five minutes.
  2. Join us again soon for another episode.
  3. Apply to join our company before Friday.
ดูคำตอบ

Join us again soon for another episode.

Goodbye for now.

6:04

ลาก่อนสำหรับตอนนี้นะ

Goodbye.

6:05

ลาก่อนค่ะ

Six Minute English

6:06

Six Minute English

from bbclearningenglish.com.

6:08

จาก bbclearningenglish.com