นี่คือวิธีที่ FBI จะจับคุณบน Dark Web: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,405 คำ 215 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายห้าวิธีที่กิจกรรมผิดกฎหมายบนดาร์กเว็บอาจเปิดเผยตัวตน ได้แก่ ช่องโหว่เบราว์เซอร์ สายลับ พัสดุ ข้อมูลผู้ขาย และโฆษณาบนเว็บทั่วไป ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “hacks its way into”——ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ กริยา + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way + into เพื่อสื่อว่าฝ่าเข้าไปด้วยวิธีเฉพาะ 2. “honeypot.”——วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เข้าใจเหยื่อล่อทางไซเบอร์หรือของตำรวจที่ทำให้เป้าหมายเผยพฤติกรรม ไม่ใช่โถน้ำผึ้งตามตัวอักษร 3. “traced back to”——กริยาวลี: เข้าใจว่าหลักฐานหรือการกระทำถูกสืบย้อนถึงต้นทางอย่างไร โดยเฉพาะรูปกรรมวาจกในรายงานการสืบสวน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You finally picked up the courage to visit the dark web วลี

0:00

ในที่สุดคุณก็รวบรวมความกล้าเข้าไปในดาร์กเว็บ

วลี

picked up the courage to ...

picked up the courage to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง ในที่สุดก็รวบรวมความกล้ามากพอที่จะทำบางอย่าง โดยปกติมักมีความลังเลมาก่อน ในที่นี้ picked up ไม่ได้หมายถึงการหยิบขึ้นมาตามตัวอักษร แต่หมายถึงการรวบรวมความกล้าได้สำเร็จ finally แสดงว่าก่อนหน้านั้นมีช่วงเวลาที่รอหรือลังเล ส่วน to visit ระบุการกระทำที่ต้องใช้ความกล้าโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เป็นธรรมชาติ: After weeks of hesitation, Lena finally ___ to ask for help

  1. picked up the brave
  2. picked up the courage
  3. picked the courage
  4. did the courage
ดูคำตอบ

picked up the courage

and you took every necessary precaution to stay invisible to the authorities. วลี

0:03

และใช้มาตรการป้องกันทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่มองเห็นคุณ

วลี

took every necessary precaution:ใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นทั้งหมด

took every necessary precaution เป็นสำนวนคงที่ที่หมายถึงได้ดำเนินมาตรการความปลอดภัยทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงที่ทราบอยู่แล้ว took เป็นรูปอดีตของ take และ every necessary เน้นว่าได้ครอบคลุมมาตรการป้องกันที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วน to stay invisible บอกจุดประสงค์ของมาตรการเหล่านั้น ในประโยคนี้ จุดประสงค์คือหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหน้าที่ระบุตัวได้

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ: Before the storm arrived, the crew ___ to protect the equipment

  1. made every necessary precaution
  2. did every necessary precaution
  3. took every necessary precautions
  4. took every necessary precaution
ดูคำตอบ

took every necessary precaution

At first, you were only going to look around and not actually purchase anything, โน้ต

0:07

ตอนแรกคุณแค่ตั้งใจจะเข้าไปดู และไม่ได้คิดจะซื้ออะไรจริง ๆ

ไวยากรณ์

were only going to + คำกริยา สำหรับแผนในอดีตที่มีขอบเขตจำกัด

ในที่นี้ were going to บอกแผนที่มองจากจุดหนึ่งในอดีต กล่าวคือ บุคคลนั้นตั้งใจจะทำบางอย่าง ไม่ว่าภายหลังจะได้ทำจริงหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังเดินทางไปยังสถานที่ใด Only จำกัดแผนเดิมไว้ที่การกระทำซึ่งมีข้อผูกมัดต่ำอย่าง look around ส่วน not actually purchase anything ทำให้ขอบเขตนั้นชัดเจน โครงสร้างนี้มักใช้ปูทางไปสู่ความแตกต่างระหว่างความตั้งใจเดิมกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมรูปอดีตที่ถูกต้องของ be พร้อม only และ going to: At that point, we ____ stay for one drink, but we ended up staying until closing time.

ดูคำตอบ

were only going to

กริยาวลี

look around สำหรับการดูอย่างสบาย ๆ และมีข้อผูกมัดต่ำ

ในที่นี้ look around หมายถึงการดูหรือสำรวจอย่างสบาย ๆ โดยไม่มุ่งไปที่สิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งและยังไม่ผูกมัดว่าจะซื้อ ในร้านค้า เว็บไซต์ เมือง หรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย สามารถใช้บรรยายการดูก่อนว่ามีอะไรบ้าง แล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำอะไร คำว่า not actually purchase anything ที่อยู่รอบข้างช่วยเน้นความหมายว่ามีข้อผูกมัดต่ำ แม้ look around จะมีความหมายตามตัวอักษรว่าหันสายตาไปหลายทิศทางได้เช่นกัน แต่ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ในความหมายของการเคลื่อนไหวร่างกายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงดูอย่างสบาย ๆ: We're not ready to choose yet; we'd like to ____ first.

ดูคำตอบ

look around

but after a few of your buddies came around to your house,

0:10

แต่หลังจากเพื่อนสองสามคนมาหาที่บ้าน

you all decided you'd buy a big bag of illegal pills.

0:13

พวกคุณก็ตัดสินใจซื้อยาเม็ดผิดกฎหมายถุงใหญ่

Not only that,

0:16

ไม่เพียงเท่านั้น

after a few drinks,

0:17

หลังจากดื่มไปไม่กี่แก้ว

you watched a video you shouldn't have watched.

0:17

คุณยังดูวิดีโอที่ไม่ควรดูอีกด้วย

You weren't concerned.

0:20

คุณไม่ได้กังวลเลย

You used a VPN.

0:21

คุณใช้ VPN

Your IP address couldn't be seen by prying eyes, สำนวน

0:22

สายตาที่สอดรู้สอดเห็นจึงไม่ควรเห็นที่อยู่ IP ของคุณ

สำนวน

“prying eyes” อุปมาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

“Prying eyes” หมายถึงคนที่พยายามดูข้อมูลส่วนตัวหรือสิ่งที่พวกเขาไม่ควรเห็น คำว่า “prying” สื่อถึงความอยากรู้อยากเห็นแบบก้าวก่าย ส่วน “eyes” ใช้แทนคนที่กำลังมอง ไม่ได้หมายถึงดวงตาตามตัวอักษร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวหมายถึงผู้สังเกตการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งไม่สามารถเห็นที่อยู่ IP ของผู้พูดได้ เป็นสำนวนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ไม่ใช่การพูดถึงสายตา

แบบฝึกหัด

“prying eyes” ในประโยค “The report was encrypted to keep it away from prying eyes.” หมายถึงอะไร

  1. คนที่กำลังซ่อมหน้าจอที่เสีย
  2. คนที่มีสายตาดีมาก
  3. คนที่พยายามดูข้อมูลส่วนตัว
ดูคำตอบ

คนที่พยายามดูข้อมูลส่วนตัว

and then boom, ลำดับความ

0:24

แต่แล้ว จู่ ๆ

ลำดับความ

“and then boom,” ในฐานะการเปลี่ยนจังหวะการเล่าเรื่องแบบดราม่า

“And then boom” เป็นตัวบอกจังหวะการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เกริ่นผลลัพธ์ซึ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและดราม่า คำว่า “boom” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการระเบิดจริง แต่ช่วยเพิ่มจังหวะกระแทก ราวกับว่าเหตุการณ์ถัดไปพุ่งเข้าหาผู้ฟังในทันที หลังจากปูพื้นเรื่องไว้แล้ว วลีนี้จะทำให้เรื่องเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจากความคาดหวังหรือความรู้สึกปลอดภัยไปสู่เหตุการณ์ที่สะดุดตา วลีนี้สื่อการเน้นและปฏิกิริยาของผู้พูด ไม่ได้บอกเพียงลำดับของเหตุการณ์เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ทำไมผู้พูดจึงใช้ “and then boom” ในประโยคนี้ “We thought the test was over, and then boom, the alarm went off.”

  1. เพื่อสรุปการทดสอบอย่างเป็นทางการ
  2. เพื่อบอกการเปลี่ยนเหตุการณ์ที่ฉับพลันและดราม่า
  3. เพื่อบอกว่ามีระเบิดเกิดขึ้นแน่นอน
ดูคำตอบ

เพื่อบอกการเปลี่ยนเหตุการณ์ที่ฉับพลันและดราม่า

one day the cops burst through your door. กริยาวลี

0:26

วันหนึ่งตำรวจก็พังประตูบุกเข้ามา

กริยาวลี

การใช้ burst through ในประโยค one day the cops burst through your door

ในประโยคนี้ burst through หมายถึงเข้าไปผ่านช่องทางเข้าอย่างกะทันหันและใช้แรง ตำรวจไม่ได้แค่เดินเข้ามาเฉย ๆ แต่สำนวนนี้ทำให้เห็นภาพว่าพวกเขาบุกเข้ามาทางประตูอย่างรวดเร็วและรุนแรง burst ในที่นี้เป็นรูปอดีตของ burst และยังคงรูปเดิมเหมือนกริยารูปพื้นฐาน เราสามารถใช้ burst through กับคนหรือกลุ่มคนที่พุ่งหรือบุกผ่านประตู ประตูรั้ว หรือช่องทางเข้าอื่น ๆ อย่างกะทันหันได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ burst through ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบรรยายการเข้าไปอย่างกะทันหันและใช้กำลัง

  1. The rescue team waited outside the gate.
  2. The rescue team entered the office calmly.
  3. The rescue team burst through the locked gate to reach the hikers.
ดูคำตอบ

The rescue team burst through the locked gate to reach the hikers.

How on Earth did that happen? สำนวน

0:28

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?

สำนวน

การใช้ How on Earth ในประโยค How on Earth did that happen?

How on Earth เป็นรูปแบบที่ใช้เน้นความหมายของ how ในประโยคนี้ผู้พูดไม่ได้ถามเกี่ยวกับโลก แต่กำลังแสดงความประหลาดใจ ความสับสน หรือความไม่อยากเชื่ออย่างมากว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร สำนวนนี้ใกล้เคียงกับ How in the world...? แต่เพิ่มอารมณ์ของผู้พูดเข้าไปในคำถาม วลีนี้อยู่ต้นประโยคคำถามก่อนประธานและกริยา: How on Earth did that happen? โครงสร้างคำถามพื้นฐานยังเหมือนเดิม ส่วน How on Earth ทำหน้าที่เพิ่มท่าทีของผู้พูด

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ How on Earth เพื่อแสดงความประหลาดใจอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง

  1. Where is the cat on the balcony?
  2. How on Earth did the cat get onto the locked balcony?
  3. How did the cat get onto the balcony?
ดูคำตอบ

How on Earth did the cat get onto the locked balcony?

How did they find you?

0:30

พวกเขาหาคุณเจอได้อย่างไร?

That's what we'll discuss today.

0:31

นั่นคือเรื่องที่เราจะพูดถึงในวันนี้

Number five, hacking.

0:33

อันดับห้า การแฮ็ก

First of all,

0:34

ก่อนอื่น

you should know that a lot of people use the dark web for good reasons.

0:35

คุณควรรู้ว่าหลายคนใช้ดาร์กเว็บด้วยเหตุผลที่ชอบธรรม

Maybe they are journalists or political dissidents in countries with strict regimes. การใช้คำ

0:38

พวกเขาอาจเป็นนักข่าวหรือผู้เห็นต่างทางการเมืองในประเทศที่มีระบอบเข้มงวด

การใช้คำ

political dissidents: ผู้เห็นต่างทางการเมือง

ในประโยคนี้ political dissidents หมายถึงผู้ที่ต่อต้านหรือท้าทายรัฐบาลหรือระบบการเมืองหลักในประเทศที่ตนอาศัยอยู่อย่างเปิดเผย Dissident มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าผู้ที่เพียงแค่มีความเห็นไม่ตรงกัน โดยมักสื่อถึงการต่อต้านอย่างเปิดเผยในสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่จุดยืนนั้นอาจทำให้ถูกกดดัน ลงโทษ หรือตกอยู่ในอันตราย วลีนี้เป็นคำเรียกแบบเป็นทางการที่พบได้ทั่วไปในข่าวต่างประเทศ รวมถึงการรายงานเรื่องการเมืองและสิทธิมนุษยชน วลีนี้ระบุความสัมพันธ์ของบุคคลกับอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ได้บอกโดยตัวมันเองว่าความเชื่อของบุคคลนั้นถูกต้องหรือใช้วิธีการใด

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ political dissidents หมายถึงใคร

  1. นักข่าวที่รายงานเรื่องราวทางการเมืองทุกประเภท
  2. ผู้ที่ต่อต้านหรือท้าทายรัฐบาลหรือระบบการเมืองหลักอย่างเปิดเผย
  3. ผู้ที่มีความเห็นต่างกันเรื่องความชอบส่วนตัวทั่วไป
ดูคำตอบ

ผู้ที่ต่อต้านหรือท้าทายรัฐบาลหรือระบบการเมืองหลักอย่างเปิดเผย

So some human rights advocates are happy

0:42

ดังนั้นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนบางคนจึงยินดี

that the authorities can't find people in the dark web.

0:44

ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตามหาผู้คนในดาร์กเว็บได้

That's why it was controversial

0:47

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เกิดข้อถกเถียง

when a cybercriminal named Eric Eoin Marques

0:48

เมื่ออาชญากรไซเบอร์ชื่อ Eric Eoin Marques

was arrested in 2013

0:50

ถูกจับกุมในปี 2013

and later got a prison sentence of 30 years.

0:52

และต่อมาถูกตัดสินจำคุก 30 ปี

This guy was certainly in the wrong สำนวน

0:54

แน่นอนว่าชายคนนี้ทำผิด

สำนวน

be in the wrong: เป็นฝ่ายผิด

Be in the wrong หมายถึงเป็นฝ่ายผิดหรือเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบในความเห็นไม่ตรงกัน ความขัดแย้ง หรือการตัดสินพฤติกรรม ในที่นี้วลีนี้ใช้ระบุความรับผิดชอบ กล่าวคือผู้พูดยอมรับว่าบุคคลนี้ประพฤติผิด วลีนี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อเทียบกับการพูดเพียงว่าบางคน is wrong วลีนี้จะชี้ชัดกว่าว่าบุคคลนั้นเป็นฝ่ายที่ควรถูกตำหนิในข้อพิพาท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง 'เป็นฝ่ายผิด': After hearing both sides, Lena realized that she was ____.

ดูคำตอบ

in the wrong

and was hosting websites within the dark

0:56

และเขาให้บริการโฮสต์เว็บไซต์หลายแห่งในดาร์กเว็บ

that were selling drugs,

0:58

ซึ่งขายยาเสพติด

hacking techniques, and money laundering operations. การใช้คำ

1:00

เทคนิคการแฮ็ก และบริการฟอกเงิน

การใช้คำ

money laundering operations: ปฏิบัติการฟอกเงิน

ในประโยคนี้ money laundering operations หมายถึงกิจกรรมที่จัดเป็นระบบเพื่อปกปิดว่าเงินมาจากแหล่งผิดกฎหมายและทำให้ดูเหมือนเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย money laundering ไม่ได้หมายถึงการนำเงินสดไปล้างจริง ๆ ในที่นี้ operations หมายถึงชุดกิจกรรมที่ประสานกัน ไม่ใช่การผ่าตัดทางการแพทย์ สำนวนที่เป็นทางการนี้พบได้บ่อยในข่าวอาชญากรรม การบังคับใช้กฎหมาย และการเงิน

แบบฝึกหัด

ในรายงานข่าวอาชญากรรม money laundering operations หมายถึงอะไร?

  1. กิจกรรมที่จัดเป็นระบบเพื่อทำให้เงินผิดกฎหมายดูเหมือนถูกกฎหมาย
  2. กระบวนการทางการแพทย์ที่จ่ายด้วยเงินสด
  3. ธุรกิจที่ทำความสะอาดธนบัตรและเหรียญจริง ๆ
ดูคำตอบ

กิจกรรมที่จัดเป็นระบบเพื่อทำให้เงินผิดกฎหมายดูเหมือนถูกกฎหมาย

He was huge,

1:02

เขาเป็นรายใหญ่ตัวจริง

and it's not his cloud computing company Freedom Hosting

1:03

และ Freedom Hosting บริษัทคลาวด์คอมพิวติ้งของเขา

was hosting almost half of the sketchy websites within the dark web.

1:06

โฮสต์เว็บไซต์น่าสงสัยเกือบครึ่งหนึ่งในดาร์กเว็บ

The FBI got him.

1:10

FBI จับเขาได้

They found his server in France

1:11

พวกเขาพบเซิร์ฟเวอร์ของเขาในฝรั่งเศส

and subsequently tracked him down to Ireland. กริยาวลี

1:12

จากนั้นก็ตามรอยเขาไปถึงไอร์แลนด์

กริยาวลี

tracked ... down: กริยาวลีที่แยกคำได้ track someone down

Tracked ... down เป็นรูปอดีตของกริยาวลีที่แยกคำได้ track someone down หมายถึงการพบใครบางคนหลังจากค้นหาอย่างตั้งใจหรือยากลำบาก โดยเน้นกระบวนการค้นหาที่นำไปสู่ผลลัพธ์ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง track กับ down: tracked him down ส่วน to Ireland บอกสถานที่ที่การตามรอยนำไปถึง และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ track ... down: After weeks of searching, the investigators finally ____ him ____ in Dublin.

ดูคำตอบ

tracked · down

This shouldn't have happened, of course.

1:15

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นได้

The Tor network this guy used was supposed to be impenetrable. โน้ต

1:17

เพราะเครือข่าย Tor ที่เขาใช้ควรจะไม่มีใครเจาะเข้าไปได้

วัฒนธรรม

เครือข่าย Tor: เครือข่ายเพื่อการไม่เปิดเผยตัวตน

เครือข่าย Tor เป็นเครือข่ายเพื่อการไม่เปิดเผยตัวตนที่ส่งทราฟฟิกผ่านรีเลย์หลายตัวเพื่อช่วยซ่อนต้นทางของการสื่อสาร ในประโยคนี้ หมายถึงเครือข่ายที่ผู้ชายคนนี้ใช้เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เว็บไซต์ การบอกว่าเครือข่ายนี้ควรจะไม่สามารถเจาะเข้าได้ บ่งบอกว่าการป้องกันดังกล่าวภายหลังไม่ได้ผลอย่างสมบูรณ์ Tor ไม่ใช่สิ่งเดียวกับดาร์กเว็บ และไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้จะไม่มีวันถูกติดตามได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ The Tor network หมายถึงอะไร

  1. เว็บไซต์ที่เก็บเนื้อหาผิดกฎหมายทั้งหมดไว้
  2. คำรับรองว่าจะไม่มีผู้ใช้คนใดถูกติดตามได้เลย
  3. เครือข่ายที่ส่งทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตผ่านรีเลย์หลายตัวเพื่อทำให้ระบุต้นทางได้ยากขึ้น
ดูคำตอบ

เครือข่ายที่ส่งทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตผ่านรีเลย์หลายตัวเพื่อทำให้ระบุต้นทางได้ยากขึ้น

ไวยากรณ์

was supposed to be: ความคาดหวังในอดีต

Was supposed to be เป็นรูปแบบในอดีตที่ใช้แสดงความคาดหวังก่อนหน้านี้ แผนการ หรือสภาพที่ผู้คนถือว่าเป็นเช่นนั้น ในประโยคนี้ ผู้คนคาดว่าเครือข่าย Tor จะไม่สามารถเจาะเข้าได้ ไม่ได้หมายความว่ามีใครมีหน้าที่ต้องทำให้มันเป็นเช่นนั้น สำนวนนี้มักปูทางไปสู่ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คาดหวังกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้าง was supposed to be + คำคุณศัพท์หรือคำนาม ใช้อธิบายสภาพที่คาดหมายหรือตั้งใจให้เป็นในอดีต

แบบฝึกหัด

ใน The Tor network was supposed to be impenetrable, was supposed to be แสดงความหมายใด

  1. ความคาดหวังในอดีตที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง
  2. กฎในปัจจุบันที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
  3. ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง
ดูคำตอบ

ความคาดหวังในอดีตที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง

But then one day users started seeing something weird.

1:20

แต่แล้ววันหนึ่ง ผู้ใช้เริ่มเห็นบางอย่างผิดปกติ

A new code running in websites hosted by Freedom Hosting.

1:23

มีโค้ดใหม่ทำงานอยู่บนเว็บไซต์ที่ Freedom Hosting เป็นผู้โฮสต์

Suddenly all the websites went down. กริยาวลี

1:26

จู่ ๆ เว็บไซต์ทั้งหมดก็ล่ม

กริยาวลี

“went down” เมื่อเว็บไซต์หรือระบบล่ม

เมื่อเว็บไซต์ เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย หรือบริการอื่น went down หมายความว่าบริการนั้นหยุดทำงานหรือไม่สามารถใช้งานได้ ในประโยคนี้ went down หมายถึงเว็บไซต์ทั้งหมดเข้าใช้งานไม่ได้อย่างกะทันหัน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนลงทางกายภาพหรืออันดับที่ลดลง รูปพื้นฐานคือ go down และ went down เป็นรูปอดีตแบบธรรมดา ใช้โครงสร้างประธาน + go/went down เพื่อรายงานว่าบริการขัดข้อง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตแบบธรรมดาของ go down เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the storm, the neighborhood internet ____ for an hour.

ดูคำตอบ

went down

That weird code exploited a Firefox vulnerability,

1:28

โค้ดประหลาดนั้นใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Firefox

and so not only did the websites go down, ไวยากรณ์

1:31

ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่เว็บไซต์ล่ม

but people using those websites were unmasked. สำนวน

1:33

แต่ตัวตนของผู้ใช้เว็บไซต์เหล่านั้นยังถูกเปิดเผยด้วย

ไวยากรณ์

“Not only did ... but ...”: การกลับลำดับคำเมื่ออยู่ต้นอนุประโยค

Not only ... but ... เชื่อมข้อมูลสองประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน และนำเสนอประเด็นที่สองเป็นข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งมักน่าประหลาดใจหรือร้ายแรงกว่า ในประโยคนี้ ผลอย่างแรกคือเว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ และผลที่เพิ่มเข้ามาคือตัวตนของผู้ใช้ถูกเปิดเผย เมื่อ Not only อยู่ต้นอนุประโยค จะเกิดการสลับตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาช่วยตามโครงสร้าง not only + did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน จึงต้องใช้ did the websites go ไม่ใช่ did the websites went อนุประโยคที่สองเริ่มด้วย but และมักเติม also หลัง but ได้ แต่ไม่จำเป็น

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยที่ต้องใช้หลัง Not only เมื่อต้นอนุประโยค: Not only ____ Maya forget the password, but she also locked herself out.

ดูคำตอบ

did

สำนวน

were unmasked — การสูญเสียความเป็นนิรนามทางออนไลน์

ในที่นี้ were unmasked หมายความว่าคนเหล่านั้นสูญเสียความเป็นนิรนามและตัวตนที่แท้จริงของพวกเขากลายเป็นที่รับรู้ Unmasked อยู่ในรูปถูกกระทำ กล่าวคือ มีคนอื่นเปิดเผยตัวตนของพวกเขา ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาถอดหน้ากากจริง ๆ ในรายงานเกี่ยวกับบัญชีนิรนาม แฮกเกอร์ หรือกลุ่มลับ วลีนี้นำเสนอการเปิดเผยตัวตนเหมือนกับการถอดสิ่งอำพรางออก คำเปรียบเทียบเดียวกันนี้ใช้บรรยายการเปิดเผยตัวตนใด ๆ ที่ถูกซ่อนไว้ได้

แบบฝึกหัด

ในการสืบสวนออนไลน์ “the anonymous users were unmasked” หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาเปิดบัญชีนิรนามใหม่
  2. พวกเขาสวมหน้ากากจริง ๆ
  3. ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาถูกเปิดเผย
ดูคำตอบ

ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาถูกเปิดเผย

Well, they were until they could update their software.

1:36

อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเขาจะอัปเดตซอฟต์แวร์ได้

Tens of thousands of IP addresses were exposed

1:39

ที่อยู่ IP หลายหมื่นรายการถูกเปิดเผย

and some of those people that were exposed were arrested.

1:41

และบางคนที่ถูกเปิดเผยตัวตนก็ถูกจับกุม

That could have been you,

1:44

หนึ่งในนั้นอาจเป็นคุณ

and you might have been seen buying bags of Colombia's finest powder. สำนวน

1:45

และอาจมีคนเห็นคุณซื้อผงชั้นเยี่ยมจากโคลอมเบียเป็นถุง ๆ

สำนวน

Colombia's finest powder: คำอุปมาชวนขำที่หมายถึงโคเคน

Colombia's finest powder เป็นคำอุปมาเชิงขำขันที่ใช้หมายถึงโคเคน ชื่อสถานที่และคำว่า powder ช่วยเลี่ยงการเรียกชื่อยาเสพติดโดยตรง ส่วน finest ฟังดูเป็นการพูดเกินจริงอย่างจงใจ ไม่ใช่การประเมินคุณภาพของผงอย่างจริงจัง สำนวนนี้อาศัยภาพจำจากเรื่องอาชญากรรมและสื่อที่เชื่อมโยงโคลอมเบียกับโคเคน นี่เป็นทางลัดทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงตามตัวอักษรเกี่ยวกับสินค้าทั่วไปของโคลอมเบียหรือชาวโคลอมเบีย

แบบฝึกหัด

ในเรื่องอาชญากรรม ตัวละครพูดว่า “He was carrying Colombia's finest powder.” สำนวนนี้น่าจะสื่อถึงอะไร

  1. หิมะที่เก็บมาจากโคลอมเบีย
  2. โคเคนที่พูดถึงแบบอ้อม ๆ และเป็นมุก
  3. วัตถุดิบทำอาหารคุณภาพสูง
ดูคำตอบ

โคเคนที่พูดถึงแบบอ้อม ๆ และเป็นมุก

But private email systems were also run on Freedom Hosting,

1:49

แต่ Freedom Hosting ยังให้บริการระบบอีเมลส่วนตัวด้วย

so journalists or freedom fighters may have also been exposed.

1:52

ดังนั้นนักข่าวหรือนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพก็อาจถูกเปิดเผยตัวตนเช่นกัน

So that's one way you could be found out using the dark web. กริยาวลี

1:55

นี่คือหนึ่งในวิธีที่คุณอาจถูกจับได้ว่าใช้ดาร์กเว็บ

กริยาวลี

be found out: ความจริงที่ปกปิดไว้ถูกเปิดเผย

ใน “could be found out” โครงสร้าง be + found out หมายถึงตัวตน คำโกหก หรือการกระทำผิดที่ซ่อนไว้ถูกค้นพบ บุคคลนั้นจึงถูกเปิดโปงเพราะคนอื่นพบสิ่งที่พยายามปกปิด นี่เป็นโครงสร้างกรรมวาจก ผู้ที่อาจถูกเปิดโปงเป็นประธานของประโยค ส่วนผู้สืบสวนหรือผู้ค้นพบความจริงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงก็ได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The fake doctor was found out when the hospital checked his records” คำว่า was found out หมายความว่าอย่างไร

  1. มีคนพบเขาหลังจากที่เขาหลงทาง
  2. การหลอกลวงของเขาถูกเปิดโปง
  3. เขาได้รับรู้ข้อมูลใหม่
ดูคำตอบ

การหลอกลวงของเขาถูกเปิดโปง

The government might get its crack team of hackers together วลี

1:59

รัฐบาลอาจรวบรวมทีมแฮ็กเกอร์ฝีมือฉกาจ

วลี

crack team: ทีมชั้นยอดที่มีทักษะสูงเป็นพิเศษ

ในที่นี้ crack เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีทักษะสูงเป็นพิเศษ” หรือ “ชั้นหนึ่ง” crack team คือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่ได้รับเลือกให้จัดการงานยากหรืองานสำคัญ ใน crack team of hackers วลีนี้ชื่นชมความสามารถของแฮกเกอร์อย่างมาก คำว่า crack ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรอยแตกหรือยาเสพติด

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A crack team of engineers restored the bridge” คำว่า crack team สื่อถึงอะไร

  1. กลุ่มที่มีทักษะสูงและได้รับเลือกให้ทำงานยาก
  2. กลุ่มธรรมดาที่ไม่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ
  3. กลุ่มที่ซ่อมแซมรอยแตกทางกายภาพ
ดูคำตอบ

กลุ่มที่มีทักษะสูงและได้รับเลือกให้ทำงานยาก

and create a code that exploits a vulnerability in some software. วลี

2:01

แล้วสร้างโค้ดที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์บางอย่าง

วลี

Exploit a vulnerability: ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่

ในบริบทความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ exploit a vulnerability หมายถึงการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในซอฟต์แวร์เพื่อทำให้ซอฟต์แวร์ทำงานในลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือมอบสิทธิ์เข้าถึง ข้อมูล หรือการควบคุมที่ไม่ควรมอบให้ ในที่นี้ exploits เป็นคำกริยา ส่วน a vulnerability คือจุดอ่อนที่ถูกนำมาใช้ กลุ่มคำนี้ระบุถึงการนำจุดอ่อนไปใช้จริง ไม่ใช่เพียงการค้นพบหรืออธิบายจุดอ่อนเท่านั้น ตัวกลุ่มคำเองไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเป็นอาชญากรรมหรือไม่ เพราะผู้โจมตี นักวิจัยด้านความปลอดภัย และเครื่องมือทดสอบต่างก็อาจใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในบริบทที่ต่างกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยกลุ่มคำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่หมายถึง “ใช้จุดอ่อนของซอฟต์แวร์”: Attackers may ____ before a patch is available.

ดูคำตอบ

exploit a vulnerability

It might not mean they've come knocking at your door, สำนวน

2:04

นั่นอาจไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมาเคาะประตูบ้านคุณทันที

สำนวน

Come knocking at your door: ตามมาถึงตัว

come knocking at your door ให้ภาพตามตัวอักษรว่ามีใครบางคนมาถึงบ้านของคุณ แต่กลุ่มคำนี้มักใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ในที่นี้หมายถึงเจ้าหน้าที่อาจระบุตัวและเข้าหาคุณโดยตรง ทำให้การสอบสวนหรือผลที่ตามมาเข้ามาใกล้ตัวคุณจริง ๆ กลุ่มคำนี้ทำให้ความเสี่ยงที่ดูห่างไกลกลายเป็นเรื่องส่วนตัวและใกล้จะเกิดขึ้น โดยสื่อว่าพวกเขาอาจมาหาคุณโดยตรง แต่ตัวกลุ่มคำเองไม่ได้หมายความว่าจะมีการจับกุม การตัดสินว่ามีความผิด หรือแม้แต่การเคาะประตูจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “If you keep hiding taxable income, the authorities may come knocking at your door,” กลุ่มคำ “come knocking at your door” น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด

  1. เจ้าหน้าที่จะมาเยี่ยมทางสังคมอย่างสุภาพโดยไม่มีผลใด ๆ ตามมา
  2. เจ้าหน้าที่อาจเข้าถึงตัวคุณโดยตรงเพื่อสอบสวนหรือดำเนินการ
  3. คุณถูกตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษแล้ว
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่อาจเข้าถึงตัวคุณโดยตรงเพื่อสอบสวนหรือดำเนินการ

but your name will certainly be saved in the FBI's database.

2:07

แต่ชื่อของคุณจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของ FBI อย่างแน่นอน

You've been flagged. การใช้คำ

2:10

คุณถูกหมายหัวแล้ว

การใช้คำ

You've been flagged: ถูกทำเครื่องหมายให้ตรวจสอบ

Be flagged เป็นโครงสร้างประโยคถูกกระทำ: be + flagged หมายถึงระบบหรือหน่วยงานได้ทำเครื่องหมายบุคคลนั้นไว้เพื่อให้ตรวจสอบ ให้ความสนใจ หรือติดตามต่อ ไม่ได้หมายถึงการปักธงตามตัวอักษร ใน “You've been flagged” คำว่า you คือคนที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ และประโยคนี้ฟังเหมือนคำเตือนที่ตรงและจริงจัง แปลว่ามีการแจ้งเตือนหรือบันทึกอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกจับกุมหรือถูกตัดสินว่ามีความผิดแล้ว

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าข้อความนี้ถูกหรือผิด: “You've been flagged” หมายความว่าบุคคลนั้นถูกจับกุมหรือถูกตัดสินว่ามีความผิดอย่างแน่นอน

  1. ผิด
  2. ถูก
ดูคำตอบ

ผิด

Thousands of people around the world have been arrested this way.

2:11

ผู้คนหลายพันคนทั่วโลกถูกจับกุมด้วยวิธีนี้

In the US,

2:14

ในสหรัฐฯ

the FBI won't say how it hacks its way into the dark web, ไวยากรณ์

2:15

FBI ไม่ยอมเปิดเผยว่าแฮ็กเข้าไปในดาร์กเว็บอย่างไร

ไวยากรณ์

hacks its way into: เข้าไปด้วยการแฮ็ก

โครงสร้าง verb + one's way + into หมายถึงการที่ใครบางคนเข้าไปได้ด้วยวิธีที่คำกริยานั้นบอกไว้ ใน “hacks its way into” เอฟบีไอเข้าไปในดาร์กเว็บโดยใช้เทคนิคการแฮ็ก คำว่า way เป็นคำเปรียบเทียบถึงเส้นทางหรือกระบวนการเข้าไป ไม่ใช่ถนนจริง คำว่า hacks อยู่ในรูปเอกพจน์บุรุษที่สาม เพราะประธานคือ the FBI และ its หมายถึง the FBI วลีทั้งหมดอยู่ภายใน how the FBI hacks its way into... จึงใช้บอกวิธีการเข้าไปที่ผู้พูดไม่ต้องการเปิดเผย

แบบฝึกหัด

“hacks its way into” บอกอย่างไรว่าเอฟบีไอเข้าไปในดาร์กเว็บได้อย่างไร

  1. ได้รับคำเชิญแบบเปิดให้เข้าไป
  2. ใช้เทคนิคการแฮ็กเป็นวิธีการเข้าไป
  3. เดินตามถนนจริงเข้าไปยังสถานที่ที่ซ่อนอยู่
ดูคำตอบ

ใช้เทคนิคการแฮ็กเป็นวิธีการเข้าไป

while in other countries governments also keep their surveillance under wraps. สำนวน

2:18

ส่วนรัฐบาลของประเทศอื่นก็ปกปิดวิธีเฝ้าระวังของตนเช่นกัน

สำนวน

keep something under wraps: เก็บบางสิ่งไว้เป็นความลับ

ในที่นี้ under wraps หมายถึงถูกเก็บเป็นความลับหรือยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ประโยคนี้บอกว่ารัฐบาลปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลหยุดทำการเฝ้าระวังแล้ว รูปแบบที่พบบ่อยคือ keep something under wraps มักใช้กับแผน โครงการ การสืบสวน หรือการตัดสินใจที่จงใจเก็บเป็นความลับจนกว่าจะถึงเวลาหนึ่งในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “เก็บเป็นความลับจนกว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการ” ลงในประโยค: The team kept the new product ____ until launch day.

ดูคำตอบ

under wraps

In the UK,

2:21

ในสหราชอาณาจักร

the government gives its intelligence agencies something called bulk powers, วัฒนธรรม

2:22

รัฐบาลมอบสิ่งที่เรียกว่า “อำนาจเฝ้าระวังแบบวงกว้าง” ให้หน่วยข่าวกรอง

วัฒนธรรม

bulk powers ในกฎหมายข่าวกรอง

ในการรายงานเกี่ยวกับกฎหมายข่าวกรองของสหราชอาณาจักร bulk powers เป็นคำศัพท์เฉพาะที่หมายถึงอำนาจตามกฎหมายซึ่งอนุญาตให้หน่วยข่าวกรองเก็บ รักษา หรือประมวลผลการสื่อสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง โดยมักไม่ต้องระบุบุคคลหรืออุปกรณ์เฉพาะเจาะจงก่อน bulk บอกถึงขนาดของปฏิบัติการ ไม่ได้บอกเพียงว่าหน่วยงานมีอำนาจมากเพียงใด ขอบเขตที่แน่นอนและมาตรการคุ้มครองขึ้นอยู่กับกฎหมาย คำนี้เป็นชื่อของอำนาจตามกฎหมายประเภทหนึ่ง ไม่ได้หมายความในตัวเองว่าหน่วยงานมีอำนาจไม่จำกัด

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ bulk powers ในบริบทนี้มากที่สุด

  1. ทุกสถานการณ์ที่หน่วยงานรัฐบาลมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างมาก
  2. อำนาจตามกฎหมายสำหรับปฏิบัติการข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลในวงกว้าง
  3. ความสามารถทางการค้าในการซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
ดูคำตอบ

อำนาจตามกฎหมายสำหรับปฏิบัติการข่าวกรองที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลในวงกว้าง

which allows them to spy on people.

2:26

ซึ่งทำให้หน่วยงานเหล่านั้นสอดแนมผู้คนได้

The thing is,

2:28

ประเด็นคือ

the agencies don't have to submit any information to the court as to exactly how they got you. วลี

2:28

หน่วยงานเหล่านี้ไม่ต้องชี้แจงต่อศาลอย่างละเอียดว่าพวกเขาหาตัวคุณพบได้อย่างไร

วลี

as to exactly how: เกี่ยวกับว่าเกิดขึ้นอย่างไรกันแน่

ในที่นี้ as to ใช้เกริ่นหัวข้อหรือเนื้อหาของข้อมูล มีความหมายว่า “เกี่ยวกับ” หรือ “ในเรื่องของ” ส่วนอนุประโยค how ที่ตามมาระบุว่าศาลไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเรื่องใด Exactly เน้น how ว่าสิ่งที่ขาดไปคือวิธีการที่แน่ชัด ไม่ใช่เพียงคำอธิบายกว้าง ๆ โครงสร้าง as to แบบนี้พบบ่อยในคำอธิบายที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

รายงานที่เป็นทางการต้องเกริ่นถึงวิธีการที่แน่ชัดซึ่งยังไม่ทราบ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. There is still uncertainty as how exactly to the failure occurred.
  2. There is still uncertainty as to exactly how the failure occurred.
  3. There is still uncertainty as exactly to how the failure occurred.
ดูคำตอบ

There is still uncertainty as to exactly how the failure occurred.

That remains a secret.

2:34

เรื่องนั้นยังคงเป็นความลับ

If you're worried about being hacked by the government, though,

2:35

แต่ถ้าคุณกังวลว่าจะถูกรัฐบาลแฮ็ก

wait until you hear how they can get you without hacking you at all. ลำดับความ

2:37

รอฟังวิธีที่พวกเขาจับคุณได้โดยไม่ต้องแฮ็กเลยเสียก่อน

ลำดับความ

wait until you hear: รอฟังสิ แล้วจะประหลาดใจ

Wait until you hear มักใช้เป็นคำเกริ่นเพื่อสร้างความอยากรู้ ไม่ใช่คำสั่งให้รอจริง ๆ วลีนี้ส่งสัญญาณว่ารายละเอียดถัดไปจะน่าประหลาดใจ น่าทึ่ง หรือสุดขั้วยิ่งกว่าเดิม ในฐานะวิธีจัดลำดับคำพูด วลีนี้ชะลอการเฉลยไว้ชั่วครู่และเพิ่มความคาดหวังของผู้ฟัง บริบทจะบอกว่าเป็นการปูเรื่องแบบดราม่าหรือเป็นคำสั่งเรื่องเวลาจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังจะเปิดเผยรายละเอียดที่น่าประหลาดใจกว่าเดิม ประโยคเปิดใดสร้างความอยากรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้สั่งให้รอจริง ๆ

  1. Wait until you hear what happened next.
  2. Wait beside the door until I call you.
  3. You heard what happened next.
ดูคำตอบ

Wait until you hear what happened next.

Number four,

2:41

อันดับสี่

cops go undercover.

2:42

ตำรวจปลอมตัวแฝง

Sometimes the government doesn't really have to get technical.

2:43

บางครั้งรัฐบาลไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีขั้นสูงเลย

The authorities can use techniques that they use on the streets.

2:46

เจ้าหน้าที่สามารถใช้เทคนิคเดียวกับที่ใช้สืบสวนบนท้องถนน

Cops can go undercover. วลี

2:49

ตำรวจสามารถปลอมตัวเข้าไปแฝงได้

วลี

Go undercover: ปฏิบัติงานโดยซ่อนตัวตน

Go undercover หมายถึงการเริ่มปฏิบัติงานโดยปกปิดตัวตนจริงหรือบทบาททางการ โดยปกติเพื่อสืบสวนใครบางคนหรือแทรกซึมเข้าไปในกลุ่ม ในที่นี้ go แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบการทำงานลับ ส่วน undercover อธิบายบทบาทหรือกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพใต้สิ่งปกคลุม สำนวนนี้มีความหมายมากกว่าเพียงการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกจำได้ ผู้ปฏิบัติงานอาจใช้ตัวตนปลอมที่น่าเชื่อถือและมีปฏิสัมพันธ์ราวกับเป็นสมาชิกของสภาพแวดล้อมเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึงการเริ่มรับบทบาทลับ: To gather evidence inside the gang, the detective agreed to ____.

ดูคำตอบ

go undercover

Let's say you're on the dark web ลำดับความ

2:51

สมมติว่าคุณอยู่ในดาร์กเว็บ

ลำดับความ

Let's say: การเกริ่นข้อสมมติ

Let's say ใช้เกริ่นข้อสมมติหรือตัวอย่างเชิงสมมติที่ผู้พูดจะนำไปใช้อธิบายสิ่งที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดให้ you're on the dark web เป็นสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น ไม่ใช่การยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ฟัง วลีนี้ไม่ได้เป็นการชวนทุกคนให้พูดคำบางคำตามความหมายตรงตัว say ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ suppose หรือ assume และวลีทั้งชุดช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วยการตั้งข้อสมมติชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Let's say เพื่อเกริ่นข้อสมมติ?

  1. Let's tell the client that the first draft is ready.
  2. Let's say the client rejects the first draft. How should we respond?
  3. The client definitely rejected the first draft yesterday.
ดูคำตอบ

Let's say the client rejects the first draft. How should we respond?

and you find a place where you can get the illegal substance MDMA.

2:52

และพบสถานที่ที่ขายสารผิดกฎหมาย MDMA

All the reviews are positive regarding the seller,

2:55

รีวิวทั้งหมดของผู้ขายเป็นแง่บวก

so you think, okay,

2:57

คุณจึงคิดว่า “เอาล่ะ

I'll take 500 pills

2:59

ฉันจะซื้อ 500 เม็ด”

because you're in college and you want to pay your tuition fees off. กริยาวลี

3:00

เพราะคุณเรียนมหาวิทยาลัยและอยากหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน

กริยาวลี

pay your tuition fees off: ชำระค่าเล่าเรียนที่ค้างอยู่ให้หมด

Pay something off หมายถึงชำระเงินที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้หมด ไม่ใช่แค่จ่ายเงินหนึ่งครั้ง ในประโยคนี้ pay เป็นกริยา your tuition fees เป็นกรรม และ off เป็นคำอนุภาคที่เพิ่มความหมายว่าเสร็จสิ้นหรือชำระหมดแล้ว สำนวนนี้มองค่าเล่าเรียนเป็นภาระทางการเงินที่ต้องสะสาง ดังนั้นจึงเน้นการไม่ติดค้างเงินจำนวนนี้อีก มากกว่าการจ่ายค่าเล่าเรียนตามปกติ

แบบฝึกหัด

เติมสองส่วนของกริยาวลีที่หมายถึง “ชำระเงินกู้ทั้งหมด” ลงในประโยค: Once you receive your bonus, you can ____ the loan ____.

ดูคำตอบ

pay · off

Well,

3:03

แต่รู้ไหม

you might just be buying your pills

3:03

คุณอาจกำลังซื้อยาเหล่านั้น

from a cop who's been undercover posing as Rick the raver, วลี

3:04

จากตำรวจที่แฝงตัวและปลอมเป็น Rick นักเที่ยวสายเรฟ

วลี

posing as: แอบอ้างว่าเป็นบุคคลอื่น

Posing as หมายถึงการจงใจแสดงตนว่าเป็นบุคคลอื่นหรือมีตัวตนอีกแบบหนึ่ง ใน posing as Rick the raver ตำรวจใช้ตัวตนของ Rick เพื่อให้คนอื่นเชื่อว่าเขาคือ Rick สำนวนนี้มักสื่อถึงการปกปิดหรือการหลอกลวง โดยเฉพาะในบริบทของการแฝงตัว คำว่า as จะตามด้วยตัวตนที่อ้างว่าเป็น ไม่ได้หมายถึงการโพสท่าถ่ายรูปธรรมดา

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่จงใจอ้างว่าเป็นบุคคลอื่นเพื่อซ่อนตัวตนที่แท้จริง

  1. dressing as — สวมเสื้อผ้าเพื่อแต่งชุดหรือสร้างรูปลักษณ์บางอย่าง
  2. posing as — อ้างว่าเป็นบุคคลอื่น โดยมักมีเจตนาหลอกลวง
  3. working as — ทำงานหรือมีบทบาทนั้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

posing as — อ้างว่าเป็นบุคคลอื่น โดยมักมีเจตนาหลอกลวง

the merchant of Molly. การใช้คำ

3:08

หรือที่รู้จักกันว่า “พ่อค้า Molly”

การใช้คำ

Molly: ชื่อเรียก MDMA แบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ Molly ไม่ใช่ชื่อคน ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการเกี่ยวกับยาเสพติดในสหรัฐอเมริกา Molly เป็นชื่อที่ใช้เรียก MDMA ในวงการ หรืออาจหมายถึงสารที่ถูกขายหรือกล่าวอ้างว่าเป็น MDMA ในที่นี้ คำนี้หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าเป็นสิ่งนั้นในบริบทของการขายยาเสพติด ชื่อเรียกในวงการไม่ได้พิสูจน์ชนิดหรือความบริสุทธิ์ของสาร ดังนั้นคำนี้จึงบอกประเภทที่กล่าวอ้าง ไม่ใช่องค์ประกอบทางเคมีที่รับรองแล้ว

แบบฝึกหัด

ในรายงานเกี่ยวกับการขายยาเสพติดที่ถูกกล่าวหา Molly ในประโยค “The pills were sold as Molly” น่าจะหมายถึงอะไร

  1. การรับรองว่ายาเม็ดนั้นเป็น MDMA บริสุทธิ์
  2. บุคคลชื่อ Molly ที่ซื้อยาเม็ดนั้น
  3. ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับ MDMA หรือสารที่อ้างว่าเป็น MDMA
ดูคำตอบ

ชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับ MDMA หรือสารที่อ้างว่าเป็น MDMA

Time and again, วลี

3:09

ครั้งแล้วครั้งเล่า

วลี

Time and again: การบอกเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ

Time and again เป็นวลีวิเศษณ์แบบตายตัวที่หมายถึง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้บอกว่าการกระทำหรือเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นหลายครั้ง ในที่นี้ วลีนี้นำเข้าสู่รูปแบบของเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ ดังนั้นข้อความถัดไปควรเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไม่ใช่ช่วงเวลาสองช่วงที่แยกจากกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท วลีนี้อาจเน้นความต่อเนื่องที่ไม่ยอมหยุดหรือความหงุดหงิดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Time and again, the printer failed, so we called a technician,” วลีใดหมายความว่าเครื่องพิมพ์เสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

  1. Only once
  2. Time and again
  3. From time to time
ดูคำตอบ

Time and again

cops have done this with drugs, guns, poisons, and images of children.

3:09

ตำรวจใช้วิธีนี้กับยาเสพติด ปืน ยาพิษ และภาพเด็ก

You see,

3:13

คุณลองคิดดู

you buy the stuff and you remain anonymous.

3:14

คุณซื้อของโดยที่ยังคงไม่เปิดเผยตัวตน

But you still have to get your contraband delivered, ไวยากรณ์

3:16

แต่ของผิดกฎหมายก็ยังต้องถูกส่งมาให้คุณ

ไวยากรณ์

get your contraband delivered: get + กรรม + คำกริยาช่องที่สาม

ในโครงสร้าง get + กรรม + คำกริยาช่องที่สาม get ทำหน้าที่เชิงเหตุให้เกิดผล กล่าวคือ ประธานจัดการ ก่อให้เกิด หรือทำให้แน่ใจว่ามีการกระทำต่อกรรม your contraband เป็นกรรม ส่วน delivered บอกผลที่เกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นหรือบริการอื่น ในที่นี้ ผู้ซื้อยังรับผิดชอบให้การส่งเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เป็นผู้ส่งด้วยตนเอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get something done ซึ่งหมายถึงการจัดให้สิ่งหนึ่งได้รับการกระทำจนเกิดผลที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get และ deliver ตามโครงสร้าง get + กรรม + คำกริยาช่องที่สาม: The package must arrive by Friday, so I'll ____ it ____ by express courier.

ดูคำตอบ

get · delivered

and that's when the cops can grab you.

3:18

และนั่นคือจังหวะที่ตำรวจสามารถจับคุณได้

There are ethical concerns, though.

3:20

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีข้อกังวลด้านจริยธรรม

The cops can't oversell their stuff.

3:22

ตำรวจจะยัดเยียดขายของมากเกินไปไม่ได้

They can't say,

3:24

พวกเขาจะพูดแบบนี้ไม่ได้

hey, take these 500 pills,

3:24

“นี่ เอายา 500 เม็ดนี้ไป

but I've got some great cocaine, too.

3:26

แต่ฉันยังมีโคเคนคุณภาพเยี่ยมด้วยนะ

Do you want that?

3:27

เอาไหม?”

That's called entrapment. วัฒนธรรม

3:28

นี่เรียกว่าการล่อให้กระทำผิด

วัฒนธรรม

entrapment ในฐานะศัพท์กฎหมาย

Entrapment เป็นแนวคิดด้านข้อต่อสู้ทางกฎหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐชักจูงบุคคลให้ก่ออาชญากรรมที่บุคคลนั้นเดิมทีไม่ได้พร้อมหรือมีแนวโน้มจะก่อ หลักเกณฑ์และถ้อยคำทางกฎหมายที่แน่นอนแตกต่างกันไปตามเขตอำนาจศาล คำนี้ไม่ได้หมายความว่าการขายโดยเจ้าหน้าที่แฝงตัว ปฏิบัติการล่อซื้อ หรือการให้โอกาสกระทำผิดทุกกรณีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ในประโยคนี้ That's called entrapment เป็นการกล่าวหาว่าวิธีการของตำรวจข้ามจากการสืบสวนไปเป็นการชักจูงที่ไม่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับแนวคิดทางกฎหมายของ entrapment ที่อธิบายไว้ที่นี่มากที่สุด

  1. เจ้าหน้าที่แฝงตัวยอมรับข้อเสนอจากผู้ขายที่เต็มใจขายสินค้าผิดกฎหมาย
  2. ตำรวจสังเกตเห็นอาชญากรรมจากสถานที่สาธารณะ
  3. เจ้าหน้าที่กดดันบุคคลที่เดิมทีไม่เต็มใจก่ออาชญากรรมซ้ำ ๆ และจัดหาแผนการก่ออาชญากรรมให้
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่กดดันบุคคลที่เดิมทีไม่เต็มใจก่ออาชญากรรมซ้ำ ๆ และจัดหาแผนการก่ออาชญากรรมให้

They can't say,

3:29

พวกเขาจะพูดแบบนี้ก็ไม่ได้

take a thousand pills and I'll throw in a gun. กริยาวลี

3:30

“ซื้อหนึ่งพันเม็ด แล้วฉันจะแถมปืนให้หนึ่งกระบอก”

กริยาวลี

throw in: เพิ่มของเสริมในข้อตกลง

ในประโยคนี้ throw in หมายถึง “เพิ่มให้เป็นของเสริมนอกเหนือจากข้อตกลงหลัก” ปืนถูกเสนอเป็นของเพิ่มเติมที่มาพร้อมกับการซื้อยาจำนวนมาก ไม่ได้หมายถึงการขว้างสิ่งของจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ throw in + คำนาม มักใช้เมื่อผู้ขายหรือผู้เจรจาทำให้ข้อเสนอน่าสนใจขึ้นด้วยสินค้า บริการ หรือข้อยอมเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เพิ่มให้เป็นของแถมฟรี”: If you buy the laptop today, the shop will ____ a carrying case at no extra cost.

ดูคำตอบ

throw in

That's just not ethical.

3:32

นั่นไม่ใช่เรื่องที่มีจริยธรรมเลย

Then you've got these images of kids that float around the dark web.

3:34

นอกจากนี้ยังมีภาพเด็กที่แพร่ไปทั่วดาร์กเว็บ

There's been a lot of controversy regarding the FBI putting out their own images

3:36

การที่ FBI เผยแพร่ภาพของตนเองทำให้เกิดข้อถกเถียงอย่างมาก

and setting up what's called a honeypot. วัฒนธรรม

3:40

รวมถึงการสร้างสิ่งที่เรียกว่า “กับดักล่อ” หรือ honeypot

วัฒนธรรม

honeypot: เหยื่อล่อที่ใช้เปิดเผยกิจกรรมน่าสงสัย

ในที่นี้ honeypot คือระบบหรือทรัพยากรล่อที่จงใจทำให้น่าดึงดูด เพื่อให้ผู้ที่เข้าถึงหรือโจมตีมันเปิดเผยพฤติกรรมของตน ในบริบทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการบังคับใช้กฎหมายนี้ คำดังกล่าวหมายถึงเหยื่อล่อและระบบเฝ้าติดตาม ไม่ใช่โถน้ำผึ้งตามความหมายตรงตัว Setting up a honeypot หมายถึงการสร้างพื้นที่ควบคุมที่ดึงกิจกรรมเป้าหมายเข้ามาเพื่อให้สามารถสังเกตได้

แบบฝึกหัด

ในรายงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ honeypot น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ข้อกล่าวอ้างทางกฎหมายว่าเจ้าหน้าที่ชักจูงบุคคลให้ก่ออาชญากรรมอย่างไม่เหมาะสม
  2. คลังข้อมูลที่มีการป้องกันและออกแบบมาเพียงเพื่อกันผู้โจมตีออกไป
  3. ระบบล่อที่ตั้งขึ้นเพื่อดึงดูดและสังเกตกิจกรรมที่น่าสงสัย
ดูคำตอบ

ระบบล่อที่ตั้งขึ้นเพื่อดึงดูดและสังเกตกิจกรรมที่น่าสงสัย

The problem is,

3:42

ปัญหาคือ

once those images are out,

3:43

เมื่อภาพเหล่านั้นถูกเผยแพร่ออกไป

they can be copied and spread all over the web.

3:44

มันอาจถูกคัดลอกและกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต

But you can avoid in-person delivery

3:47

แต่คุณหลีกเลี่ยงการรับของต่อหน้าได้

and avoid an undercover agent, right?

3:49

และหลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่แฝงตัวได้ด้วย ใช่ไหม?

Well,

3:51

แต่เดี๋ยวก่อน

if you think other means of scoring your gear are safe, การใช้คำ

3:51

ถ้าคุณคิดว่าวิธีอื่นในการรับของนั้นปลอดภัย

การใช้คำ

scoring your gear: ได้ยาเสพติดมา ไม่ใช่การทำคะแนน

ในบริบทของคำสแลงที่เกี่ยวกับยาเสพติด scoring your gear หมายถึงการหาวิธีได้ยาเสพติดมา ในที่นี้ score เป็นคำกริยาที่หมายถึงการได้สารเสพติดมา ส่วน gear เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกยาเสพติด บริบทแสดงให้เห็นว่าผู้พูดกำลังเปรียบเทียบวิธีที่จะได้ยาเสพติดมา ไม่ได้พูดถึงการทำคะแนนหรืออุปกรณ์ นอกบริบทนี้ score your gear ไม่ใช่สำนวนตามความหมายตรงตัวที่ใช้กันทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ scoring your gear น่าจะหมายถึงอะไร เลือกคำอธิบายที่เข้ากับบริบทเกี่ยวกับยาเสพติด

  1. หาวิธีได้ยาเสพติดมา
  2. ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของคุณปลอดภัยหรือไม่
  3. ทำคะแนนด้วยอุปกรณ์ของคุณ
ดูคำตอบ

หาวิธีได้ยาเสพติดมา

stay tuned. ลำดับความ

3:54

ติดตามต่อไป

ลำดับความ

stay tuned: วลีเปลี่ยนช่วงที่สร้างความลุ้น

Stay tuned เป็นวลีคำสั่งที่ใช้บ่อยในสื่อ หมายถึงการบอกผู้ชมให้ฟังหรือดูต่อเพื่อรอสิ่งที่จะมาถึง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้แสดงการเปลี่ยนช่วงและสร้างความลุ้นก่อนจะเปิดเผยหัวข้อต่อไป ไม่ได้หมายถึงการให้ใครไปปรับวิทยุหรือโทรทัศน์ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลโดยทำให้ผู้ชมติดตามรายการปัจจุบันต่อไปจนกว่าจะถึงเนื้อหาที่สัญญาไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกให้ผู้ชมติดตามการอัปเดตถัดไปต่อไปให้ประกาศสมบูรณ์: The final results are coming after the break, so ____.

ดูคำตอบ

stay tuned

Number three,

3:55

อันดับสาม

the postal service.

3:56

บริการไปรษณีย์

You don't have to be set up to have the cops knocking at your door. กริยาวลี

3:57

ไม่จำเป็นต้องมีใครวางกับดัก ตำรวจก็มาเคาะประตูบ้านคุณได้

กริยาวลี

Be set up: ถูกจัดฉากใส่ร้ายหรือจงใจวางกับดัก

โครงสร้างกรรมวาจก be set up ในที่นี้หมายถึงมีบุคคลอื่นจงใจจัดฉาก วางหลักฐาน หรือสร้างสถานการณ์เพื่อทำให้ใครบางคนดูเหมือนมีความผิดหรือถูกดึงเข้าไปมีปัญหาทางกฎหมาย ใน You don't have to be set up... ผู้พูดหมายความว่าตำรวจอาจมาถึงหน้าประตูบ้านได้ แม้ไม่มีใครใส่ร้ายหรือวางกับดักคุณก็ตาม เมื่อเป้าหมายเป็นคนและผลที่ตามมาสร้างความเสียหายหรือความสงสัย ควรเข้าใจเป็นความหมายนี้ ไม่ใช่ความหมายกลาง ๆ ว่าได้รับการจัดเตรียมหรือติดตั้ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be set up ในความหมายว่าถูกใส่ร้ายหรือถูกจงใจวางกับดัก

  1. He says he was set up when someone planted stolen goods in his bag.
  2. The chairs were set up before the meeting.
  3. The new printer was set up yesterday.
ดูคำตอบ

He says he was set up when someone planted stolen goods in his bag.

A huge amount of contraband is seized before it even gets to the buyer.

4:00

ของผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลถูกยึดก่อนจะไปถึงมือผู้ซื้อ

The post office can intercept a package,

4:03

ไปรษณีย์สามารถสกัดพัสดุไว้

find a few ounces of cocaine,

4:06

พบโคเคนหลายออนซ์

and then they can get in touch with the police.

4:07

แล้วจึงติดต่อตำรวจ

The police can then start an investigation,

4:09

จากนั้นตำรวจสามารถเริ่มการสืบสวนได้

and while the buyer might not get arrested because the package never arrived,

4:12

และแม้ผู้ซื้ออาจไม่ถูกจับเพราะพัสดุไม่เคยไปถึง

the cops in the past have watched post office videos

4:15

แต่ที่ผ่านมา ตำรวจเคยตรวจดูวิดีโอจากที่ทำการไปรษณีย์

and have been able to arrest the sender of the package or packages.

4:18

และจับกุมผู้ส่งพัสดุหนึ่งชิ้นหรือหลายชิ้นได้

In other cases,

4:21

ในกรณีอื่น

they weren't able to find the seller,

4:22

พวกเขาหาตัวผู้ขายไม่พบ

so police allowed the post office to deliver the package

4:23

ตำรวจจึงปล่อยให้ไปรษณีย์นำพัสดุไปส่ง

in what they call a controlled delivery. วัฒนธรรม

4:26

ด้วยวิธีที่เรียกว่า “การส่งมอบภายใต้การควบคุม”

วัฒนธรรม

Controlled delivery: การจัดส่งภายใต้การเฝ้าติดตามของเจ้าหน้าที่

ในที่นี้ controlled delivery คือเทคนิคการสืบสวนที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหรือศุลกากรปล่อยให้พัสดุต้องสงสัยเดินทางต่อไปยังปลายทาง พร้อมกับเฝ้าติดตามการส่งมอบ วิธีนี้อาจช่วยให้ระบุตัวผู้รับหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องได้ Controlled หมายความว่าปฏิบัติการยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายเพียงว่ากระบวนการจัดส่งได้รับการจัดการอย่างเป็นระเบียบ

แบบฝึกหัด

controlled delivery หมายถึงอะไรในบริบทการบังคับใช้กฎหมายนี้

  1. เจ้าหน้าที่ทำลายพัสดุต้องสงสัยโดยไม่ติดตามว่าพัสดุนั้นกำลังจะไปที่ใด
  2. ผู้ส่งพัสดุส่งของธรรมดาตามตารางเวลาที่แม่นยำ
  3. เจ้าหน้าที่ปล่อยให้พัสดุต้องสงสัยไปถึงปลายทางพร้อมกับเฝ้าติดตาม
ดูคำตอบ

เจ้าหน้าที่ปล่อยให้พัสดุต้องสงสัยไปถึงปลายทางพร้อมกับเฝ้าติดตาม

As soon as you pick it up,

4:28

ทันทีที่คุณรับพัสดุ

they swoop in on you. กริยาวลี

4:29

พวกเขาก็กรูกันเข้าจับคุณ

กริยาวลี

swoop in on: เข้าจู่โจมเป้าหมายอย่างฉับพลัน

ในประโยคนี้ swoop in on หมายถึงพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างกะทันหันแล้วลงมืออย่างแข็งกร้าว เป็นสำนวนที่เห็นภาพและมักสื่อถึงการสกัดกั้น การยึด หรือการจู่โจมฉวยโอกาส ไม่ได้หมายถึงนกที่โฉบลงมาตามตัวอักษร on ใช้นำหน้าคนหรือสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการกระทำ หากไม่มี on, swoop in จะบอกเพียงว่าเข้ามาแทรกแซงหรือบุกเข้ามาอย่างกะทันหัน โดยไม่ระบุเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

swoop in on ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เฝ้าดูใครบางคนจากระยะไกล
  2. เข้าใกล้เป้าหมายอย่างกะทันหันแล้วลงมือจัดการ
  3. ออกจากสถานที่โดยไม่มีใครสังเกต
  4. มาถึงอย่างช้า ๆ และขอความช่วยเหลือ
ดูคำตอบ

เข้าใกล้เป้าหมายอย่างกะทันหันแล้วลงมือจัดการ

It's unlikely police will ever get involved if someone is buying, ไวยากรณ์

4:30

ตำรวจไม่น่าจะเข้ามายุ่งหากมีคนซื้อ

ไวยากรณ์

It's unlikely ... will: การคาดการณ์อนาคตอย่างระมัดระวัง

ในที่นี้ It's unlikely เป็นการประเมินแบบไม่ระบุผู้กระทำ หมายความว่าผู้พูดเห็นว่าเหตุการณ์ในอนาคตมีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ ประธานที่อยู่หลัง unlikely ระบุคนหรือสิ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ส่วน will ทำให้เหตุการณ์อยู่ในอนาคต โครงสร้างนี้ใช้แสดงการคาดการณ์อย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การปฏิเสธอย่างชัดเจนหรือการบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ในท่อนนี้ if someone is buying เป็นเงื่อนไขของการคาดการณ์ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน It's unlikely + subject + will

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง It's unlikely + ประธาน + will เพื่อคาดการณ์อย่างระมัดระวัง

  1. The train will unlikely arrive before noon.
  2. It's unlikely the train will arrive before noon.
  3. It's unlikely will arrive before noon.
  4. It's likely the train won't arrive before noon.
ดูคำตอบ

It's unlikely the train will arrive before noon.

say, one single pill of something,

4:33

เช่น ยาบางชนิดเพียงเม็ดเดียว

but if the package is big enough,

4:35

แต่ถ้าพัสดุมีขนาดใหญ่พอ

there's always a risk.

4:36

ก็มีความเสี่ยงอยู่เสมอ

Sometimes,

4:38

บางครั้ง

though,

4:38

น่าเสียดายที่

you could get busted การใช้คำ

4:39

คุณอาจถูกจับ

การใช้คำ

get busted: สำนวนไม่เป็นทางการที่หมายถึง “ถูกตำรวจจับ”

ใน get busted คำว่า get แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะที่เป็นผลลัพธ์ ส่วน busted เป็นรูปกริยาช่องสามแบบไม่เป็นทางการ ในที่นี้ทั้งวลีหมายถึง “ถูกตำรวจจับได้และจับกุม” โดยเฉพาะเพราะทำกิจกรรมผิดกฎหมาย บริบทเป็นตัวกำหนดว่าความหมายนี้รุนแรงเพียงใด บางครั้ง busted อาจหมายถึงเพียงถูกพบว่าฝ่าฝืนกฎ แต่ในเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมมักสื่อว่าตำรวจเข้าดำเนินการ

แบบฝึกหัด

get busted ใน “The dealer could get busted during the raid” น่าจะหมายถึงอะไร

  1. ประสบความสำเร็จทางการเงิน
  2. นำอุปกรณ์ที่เสียไปซ่อม
  3. ถูกจับได้และจับกุม
ดูคำตอบ

ถูกจับได้และจับกุม

and it's not even your fault.

4:40

ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของคุณด้วยซ้ำ

Number two,

4:41

อันดับสอง

a dealer's data.

4:42

ข้อมูลของผู้ค้ายา

One outstanding case of someone being caught selling drugs on the dark web การใช้คำ

4:44

หนึ่งในคดีเด่นของคนที่ถูกจับขณะขายยาเสพติดในดาร์กเว็บ

การใช้คำ

Outstanding case: “กรณีที่โดดเด่น” ไม่ใช่ “คดีที่ยังไม่คลี่คลาย”

ในที่นี้ outstanding หมายถึงโดดเด่นหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ วลีนี้ใช้เกริ่นถึงกรณีที่ควรให้ความสนใจ เพราะรายละเอียดที่ตามมาแสดงให้เห็นว่ากรณีนี้มีความสำคัญผิดจากปกติ outstanding ไม่ได้หมายถึง “ยังไม่คลี่คลาย” โดยอัตโนมัติ เมื่อขยายคำว่า case การตีความจะขึ้นอยู่กับบริบท หลักฐานเรื่องขนาดหรือความสำคัญสนับสนุนความหมายว่า “โดดเด่น” ส่วนการกล่าวถึงงานที่ค้างอยู่ กำหนดเวลา หรือสถานะของคดีสนับสนุนความหมายว่า “ยังไม่คลี่คลาย”

แบบฝึกหัด

ในประโยคใด outstanding หมายถึง “โดดเด่น” แทนที่จะเป็น “ยังไม่คลี่คลาย”

  1. The report describes an outstanding case in which investigators recovered 320 kilograms of drugs.
  2. Please settle all outstanding cases before the deadline.
  3. The clerk reviewed three outstanding cases that still needed a ruling.
ดูคำตอบ

The report describes an outstanding case in which investigators recovered 320 kilograms of drugs.

was a kid in Germany who was arrested by police in 2015.

4:47

คือชายหนุ่มในเยอรมนีที่ถูกตำรวจจับในปี 2015

This 20-year-old guy who still lived with his mom

4:51

ชายวัย 20 ปีที่ยังอาศัยอยู่กับแม่คนนี้

was found with a whopping 320 kg of drugs in his bedroom. การใช้คำ

4:54

ถูกพบว่าซ่อนยาเสพติดมากถึง 320 กิโลกรัมไว้ในห้องนอน

การใช้คำ

a whopping 320 kg: การเน้นปริมาณที่มากจนน่าตกใจ

a whopping + number เป็นคำขยายแบบไม่เป็นทางการที่วางไว้หน้าจำนวน ในประโยคนี้ a whopping 320 kg ทำให้เห็นว่า 320 กิโลกรัมเป็นปริมาณที่มากจนน่าตกใจ ไม่ใช่เพียงตัวเลขจากการวัดเท่านั้น คำนี้ยังแสดงปฏิกิริยาของผู้บรรยายต่อขนาดของตัวเลขด้วย โครงสร้างเดียวกันใช้เน้นจำนวนเงิน สัดส่วน ระยะทาง หรือปริมาณอื่น ๆ ที่มากเกินคาดได้ เมื่อผู้พูดต้องการให้เห็นความใหญ่ของตัวเลขอย่างเด่นชัด

แบบฝึกหัด

สำนวนใดแสดงได้ดีที่สุดว่าผู้พูดคิดว่าปริมาณนั้นมากจนน่าตกใจ

  1. a total of 320 kg
  2. approximately 320 kg
  3. a whopping 320 kg
  4. exactly 320 kg
ดูคำตอบ

a whopping 320 kg

Yeah,

4:58

ใช่แล้ว

you heard that right. น้ำเสียง/เจตนา

4:58

คุณได้ยินไม่ผิด

น้ำเสียง/เจตนา

you heard that right.: การยืนยันข้อความที่น่าประหลาดใจ

You heard that right เป็นสำนวนยืนยันที่ใช้ในการสนทนา that ชี้กลับไปยังข้อความที่เพิ่งพูด และ right ในที่นี้หมายถึง “อย่างถูกต้อง” ดังนั้นผู้พูดกำลังบอกผู้ฟังว่าข้อมูลที่น่าตกใจนั้นพูดไว้อย่างถูกต้อง และผู้ฟังไม่ได้ฟังผิด ผู้บรรยายมักใช้สำนวนนี้หลังจากพูดตัวเลขที่ใหญ่มากผิดปกติหรือข้อเท็จจริงที่ไม่น่าเชื่อ สำนวนนี้คาดการณ์ว่าผู้ฟังอาจไม่เชื่อ และช่วยให้ผู้ฟังสนใจข้อมูลที่เพิ่งนำเสนออย่างตรงประเด็น

แบบฝึกหัด

หลังจากพูดตัวเลขที่น่าตกใจออกมาดัง ๆ สำนวนใดชี้กลับไปยังข้อความนั้นและยืนยันว่าผู้ฟังไม่ได้ฟังผิด

  1. You heard that wrong.
  2. You read that right.
  3. You heard that right.
  4. You heard the right person.
ดูคำตอบ

You heard that right.

He pretty much ran a drug empire from his bedroom การใช้คำ

4:59

เขาแทบจะบริหารอาณาจักรยาเสพติดจากห้องนอน

การใช้คำ

pretty much ในฐานะคำแสดงความใกล้เคียง

ในประโยคนี้ pretty much หมายถึง “โดยพื้นฐานแล้ว” หรือ “เกือบจะ” โดยทำให้ ran a drug empire from his bedroom เป็นการสรุปที่ถูกต้องในภาพรวม แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกรายละเอียดตรงตามตัวอักษรหรือแม่นยำอย่างสมบูรณ์ ในฐานะคำบอกท่าทีทางวาทกรรม pretty much ช่วยให้ผู้พูดสรุปอย่างหนักแน่นพร้อมกับเว้นพื้นที่ไว้สำหรับข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The report is pretty much finished” pretty much สื่อความหมายใด?

  1. รายงานเสร็จด้วยวิธีที่สวยงาม
  2. โดยพื้นฐานแล้วรายงานเสร็จแล้ว แต่อาจยังเหลืองานเล็กน้อย
  3. รายงานเสร็จในระดับที่เข้มข้นมาก
ดูคำตอบ

โดยพื้นฐานแล้วรายงานเสร็จแล้ว แต่อาจยังเหลืองานเล็กน้อย

and sold drugs from the dark web to people in Germany

5:02

และขายยาเสพติดผ่านดาร์กเว็บให้คนในเยอรมนี

and in other countries all over the world.

5:05

รวมถึงประเทศอื่นทั่วโลก

He would usually use a P.O. box, โน้ต

5:07

โดยปกติเขาจะใช้ตู้ ปณ.

ไวยากรณ์

would usually + รูปพื้นฐานของคำกริยาเพื่อบอกนิสัยในอดีต

ในที่นี้ would usually use บรรยายกิจวัตรที่เกิดซ้ำในอดีต กล่าวคือการใช้ตู้ไปรษณีย์เป็นวิธีที่เขาทำเป็นประจำในหลายโอกาส Usually ให้ข้อมูลเรื่องความถี่ และ use ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลัง would ในเรื่องเล่าที่วางกรอบเวลาไว้ในอดีตแล้ว would + รูปพื้นฐานของคำกริยา สามารถแสดงการกระทำที่เกิดซ้ำได้ would ในที่นี้แสดงนิสัยในอดีต ไม่ได้แสดงความเต็มใจหรือผลของเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ใช้ take ร่วมกับ would ที่แสดงนิสัยและ usually เพื่อเติมกิจวัตรในอดีตที่เกิดซ้ำให้สมบูรณ์: On school days, Maya ____ the early bus.

ดูคำตอบ

would usually take

วัฒนธรรม

P.O. box: ที่อยู่สำหรับรับจดหมายแยกต่างหาก

P.O. box คือกล่องหมายเลขที่เช่าไว้ที่ที่ทำการไปรษณีย์เพื่อรับจดหมาย ให้ที่อยู่สำหรับรับจดหมายโดยไม่ต้องใช้ที่อยู่บ้าน ในประโยคนี้ P.O. box บอกว่ารับจดหมายที่ไหน ไม่ได้บอกว่าผู้รับคือใคร สามารถแยกที่อยู่สำหรับรับจดหมายออกจากที่อยู่อาศัยได้ แต่ไม่ได้ทำให้ผู้เช่าเป็นบุคคลนิรนามโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ P.O. box ในความหมายของที่อยู่ไปรษณีย์ที่เช่าไว้เพื่อรับจดหมาย

  1. Please meet me inside my P.O. box after work.
  2. Please use my P.O. box to describe where I live.
  3. Please send the replacement card to my P.O. box.
ดูคำตอบ

Please send the replacement card to my P.O. box.

not a house or an apartment number,

5:08

ไม่ใช่บ้านหรือหมายเลขห้องพัก

and the person who picked the package

5:10

และคนที่ไปรับพัสดุ

was never the person's name on the package.

5:11

จะไม่ใช่คนที่มีชื่ออยู่บนพัสดุเลย

If the person was ever caught picking up the drugs,

5:14

หากคนคนนั้นถูกจับขณะรับยาเสพติด

he or she would say,

5:16

เขาหรือเธอก็จะพูดว่า

hey, that's not my name.

5:16

“นี่ไม่ใช่ชื่อของฉันนะ”

The thing is, ลำดับความ

5:18

แต่ปัญหาคือ

ลำดับความ

The thing is, ในฐานะวลีเปลี่ยนทิศทางในภาษาพูด

The thing is, เป็นวลีเชื่อมความในภาษาพูด ใช้เกริ่นข้อเท็จจริง ปัญหา หรือข้อแม้ที่ทำให้ผู้ฟังต้องประเมินสิ่งที่พูดไปก่อนหน้าใหม่ จึงเปลี่ยนจุดสนใจไปยังประเด็นยุ่งยากที่แท้จริง คำว่า thing ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ วลีนี้มักอยู่หน้าประโยคที่สมบูรณ์ และส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเสนอข้อแม้สำคัญหรือเปลี่ยนทิศทางการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ The thing is, เพื่อเกริ่นข้อยุ่งยากสำคัญได้ถูกต้อง

  1. The thing is, the last bus leaves in ten minutes.
  2. The thing is, please pass the salt.
  3. The thing is, my favorite color is green.
ดูคำตอบ

The thing is, the last bus leaves in ten minutes.

the kid still needed to pick up the drugs.

5:19

ชายหนุ่มก็ยังจำเป็นต้องไปรับยาเสพติด

320 kilos is quite a bit of powder and pills, วลี

5:21

ผงและยาเม็ดน้ำหนัก 320 กิโลกรัมนั้นมีปริมาณมหาศาล

วลี

quite a bit of: ปริมาณค่อนข้างมาก

ใน quite a bit of powder and pills นั้น quite a bit of หมายถึง “ปริมาณค่อนข้างมาก” ไม่ใช่ “ปริมาณเล็กน้อย” โดยปกติใช้บอกปริมาณของคำนามนับไม่ได้ หรือสิ่งที่มองรวมเป็นปริมาณเดียว ในที่นี้สิ่งของทั้งหมดถูกมองเป็นปริมาณรวม เพราะ 320 กิโลกรัมเป็นปริมาณที่มหาศาลอย่างเห็นได้ชัด การเลือกใช้วลีที่ฟังดูยับยั้งเช่นนี้จึงสร้างการกล่าวให้น้อยกว่าความจริง ผู้พูดจงใจใช้ถ้อยคำเบา ๆ เพื่อบรรยายปริมาณที่ใหญ่มาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกปริมาณสี่คำที่หมายถึง “ปริมาณค่อนข้างมาก”: We still have ____ work to finish before Friday.

ดูคำตอบ

quite a bit of

and it was when he was picking up one of his packages that the cops got him. ไวยากรณ์

5:24

และตำรวจจับเขาได้ขณะกำลังรับพัสดุชิ้นหนึ่ง

ไวยากรณ์

it was when ... that: การเน้นเวลา

รูปแบบ It was + ส่วนที่เน้น + that + อนุประโยค เป็นโครงสร้างประโยค cleft ในที่นี้ส่วนที่เน้นคืออนุประโยค when ใน when he was picking up one of his packages ดังนั้นประโยคจึงเน้นเวลาหรือสถานการณ์ที่แน่นอนของการถูกจับ เหตุการณ์พื้นฐานคือ The cops got him when he was picking up one of his packages คำว่า it ตอนต้นไม่ได้อ้างถึงสิ่งของ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบประโยค cleft ซึ่งจัดข้อมูลเดิมใหม่เพื่อวางจุดเน้นเชิงเปรียบต่างไว้ที่อนุประโยค when

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเน้นย้ำด้วยสองส่วนของกรอบประโยค cleft: ____ when I checked the receipt ____ I noticed the extra charge.

ดูคำตอบ

It was · that

But guess what? ลำดับความ

5:27

แต่รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?

ลำดับความ

“But guess what?” เพื่อส่งสัญญาณถึงจุดพลิกผันที่ไม่คาดคิด

“But guess what?” เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เกริ่น ไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังเดาคำตอบจริง ๆ โดยปกติผู้พูดจะเฉลยเองต่อทันทีว่าเกิดเรื่องที่น่าประหลาดใจอะไรขึ้น “But” แสดงการเปลี่ยนทิศทางจากสิ่งที่ข้อมูลก่อนหน้าทำให้คาดไว้ วลีทั้งหมดช่วยจัดลำดับเรื่องและเตือนผู้ฟังว่ากำลังจะมีเหตุการณ์สำคัญที่ไม่คาดคิดตามมา

แบบฝึกหัด

ในเรื่องเล่า “But guess what?” มักส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. ขอให้ผู้ฟังแก้คำถามก่อนที่ผู้พูดจะเล่าต่อ
  2. จบเรื่องด้วยการสรุปประเด็นหลัก
  3. แสดงว่ากำลังจะมีการเปิดเผยจุดพลิกผันที่ไม่คาดคิด
ดูคำตอบ

แสดงว่ากำลังจะมีการเปิดเผยจุดพลิกผันที่ไม่คาดคิด

When the cops looked on this kid's hard drive,

5:28

เมื่อตำรวจตรวจสอบฮาร์ดไดรฟ์ของชายหนุ่ม

they found all the names and emails of all the people he'd been selling to. ไวยากรณ์

5:30

พวกเขาพบชื่อและอีเมลของทุกคนที่เขาเคยขายยาให้

ไวยากรณ์

“people he'd been selling to”: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

ใน “people he'd been selling to” คำว่า “people” ถูกขยายด้วยอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความ “he'd been selling to” รูปเต็มคือ “people whom/that he'd been selling to” โดยคำสรรพนามสัมพันธ์เป็นกรรมของ “to” จึงละได้ในตำแหน่งนี้ การวาง “to” ไว้ท้ายประโยคเป็นธรรมชาติในการสนทนาและงานเขียนทั่วไป ในที่นี้ “he'd” หมายถึง “he had” ไม่ใช่ “he would” ส่วน “had been selling” เป็น past perfect continuous ซึ่งแสดงว่าการขายดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำก่อนเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดภายหลัง คือ “they found the names and emails”

แบบฝึกหัด

เขียนใหม่ให้มีความหมายเหมือน “These are the clients to whom I had been writing.” ใช้รูปย่อของ “I had” ละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม และวาง “to” ไว้ท้าย: These are the clients ____.

ดูคำตอบ

I'd been writing to

That included guys just buying for personal use,

5:34

ในนั้นรวมถึงคนที่ซื้อไว้ใช้เอง

which was not much use to the cops,

5:36

ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์กับตำรวจมากนัก

but it also included bulk buyers

5:38

แต่ยังมีผู้ซื้อจำนวนมากในคราวเดียว

who were selling on the streets of Germany and beyond.

5:40

ซึ่งนำไปขายต่อตามท้องถนนในเยอรมนีและประเทศอื่น

Someone on the dark web managed to get this kid's profile and leave a message.

5:43

ใครบางคนในดาร์กเว็บเข้าถึงโปรไฟล์ของชายหนุ่มและทิ้งข้อความไว้

That message read,

5:47

ข้อความนั้นเขียนว่า

"Dealers, run for your lives." สำนวน

5:48

“พ่อค้ายาทั้งหลาย หนีเอาชีวิตรอดเร็ว”

สำนวน

run for your life / run for your lives: หนีเอาชีวิตรอด

ในคำเตือนนี้ run for your lives หมายถึง “หนีไปทันทีเพราะชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตราย” เป็นสำนวนตายตัว โดย for your lives หมายถึงการหลีกหนีอันตรายถึงชีวิต ไม่ได้หมายถึงการวิ่ง “เพื่อมีชีวิตอยู่” หรือวิ่งเพื่อหาเลี้ยงชีพ ใช้ life เมื่อเตือนคนคนเดียว และใช้ lives เมื่อเตือนหลายคน: Run for your life! เทียบกับ Run for your lives! คำสั่งนี้อาจใช้กับเหตุฉุกเฉินจริง หรือใช้พูดเกินจริงเพื่อสื่อว่าต้องรีบออกไปเดี๋ยวนี้ก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนฉุกเฉินที่พูดกับนักเดินป่าหลายคนให้สมบูรณ์: “A rockslide is coming! ____!”

ดูคำตอบ

Run for your lives

That's the thing with the dark web. ลำดับความ

5:49

นี่แหละคือปัญหาของดาร์กเว็บ

ลำดับความ

That's the thing with + นามวลี: ชี้ประเด็นสำคัญของหัวข้อ

That's the thing with + นามวลี เป็นกรอบภาษาสนทนาที่พาจากกรณีเฉพาะไปสู่สิ่งที่ผู้พูดนำเสนอว่าเป็นลักษณะสำคัญซึ่งเกิดซ้ำของหัวข้อนั้น ในที่นี้ thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่จับต้องได้ แต่หมายถึง “ประเด็นสำคัญ” กรอบนี้มักใช้เกริ่นถึงข้อเสีย ข้อจำกัด หรือความยุ่งยาก และช่วยจัดระเบียบคำอธิบายด้วยการส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไป หรือข้อมูลที่มีอยู่แล้วในบริบท คือประเด็นทั่วไปที่อธิบายกรณีนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อกล่าวสรุปลักษณะที่เกิดซ้ำของโครงงานกลุ่ม

  1. That's the thing with group projects: one missed deadline can affect everyone.
  2. That thing belongs with the group project materials.
  3. The group project meeting has moved to Thursday.
ดูคำตอบ

That's the thing with group projects: one missed deadline can affect everyone.

If someone else gets caught,

5:51

หากคนอื่นถูกจับ

your information might be on their computer.

5:52

ข้อมูลของคุณอาจอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคนนั้น

That kid became a millionaire very fast,

5:54

ชายหนุ่มกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านอย่างรวดเร็ว

but now he's in prison and will be for possibly another decade.

5:56

แต่ตอนนี้เขาอยู่ในคุกและอาจต้องอยู่ต่อไปอีกสิบปี

The problem is,

6:00

ปัญหาคือ

no sooner than the kid was behind bars, สำนวน

6:01

ทันทีที่ชายหนุ่มถูกขัง

สำนวน

Behind bars: อยู่ในคุกหรือเรือนจำ

Behind bars หมายถึงอยู่ในคุกหรือเรือนจำ สำนวนนี้ใช้ภาพลูกกรงเหล็กของห้องขังเพื่อสื่อถึงการถูกกักขัง ไม่ได้หมายถึงการอยู่หลังเคาน์เตอร์หรือการไปบาร์ที่ขายเครื่องดื่มหลายแห่ง ในอนุประโยคนี้ เด็กคนนั้นถูกกล่าวถึงว่าอยู่ในสภาพถูกกักขังแล้ว สำนวนนี้เน้นการสูญเสียอิสรภาพ แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้บอกว่าเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดแล้วหรือถูกควบคุมตัวก่อนการพิจารณาคดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The thief is now behind bars,” behind bars หมายความว่าอย่างไร?

  1. เขาอยู่ในคุกหรือเรือนจำ
  2. เขากำลังยืนอยู่หลังรั้ว
  3. เขากำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มในผับ
ดูคำตอบ

เขาอยู่ในคุกหรือเรือนจำ

someone else had taken over his dark web domain. กริยาวลี

6:03

คนอื่นก็เข้ายึดโดเมนดาร์กเว็บของเขาไปแล้ว

กริยาวลี

Taken over: เข้าควบคุมหรือรับช่วงต่อ

Taken over เป็นรูป past participle ของ take over หมายถึงการเข้าควบคุมหรือรับผิดชอบสิ่งที่ก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของคนอื่น ในที่นี้ บุคคลอีกคนกลายเป็นผู้ควบคุมโดเมนนั้น เนื่องจาก taken ตามหลัง had โครงสร้าง had taken over จึงเป็น past perfect และแสดงว่าการเปลี่ยนผู้ควบคุมเกิดขึ้นก่อนจุดเวลาอีกจุดหนึ่งในอดีตที่ใช้เป็นหลักในการเล่าเรื่อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ “take over”: After the owner retired, her daughter ____ the family business.

ดูคำตอบ

took over

Sometimes,

6:05

บางครั้ง

though,

6:06

แม้กระทั่ง

you can get busted without even visiting the dark web. ไวยากรณ์

6:06

คุณอาจถูกจับโดยไม่เคยเข้าไปในดาร์กเว็บเลย

ไวยากรณ์

without even visiting: เน้นว่าแม้แต่การกระทำที่คาดไว้ก็ไม่เกิดขึ้น

Without ใช้เปิดการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น แม้ผลในประโยคหลักยังเกิดขึ้น ในที่นี้ without เป็นคำบุพบท จึงต้องใช้ visit ในรูป -ing คือ without ... visiting ไม่ใช่ without ... visit หรือ without ... to visit Even เน้นว่า visiting เป็นขั้นตอนพื้นฐานหรือขั้นตอนที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น แต่กลับไม่ได้เกิดขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ประโยคนี้หมายความว่าคนคนหนึ่งอาจถูกจับได้ทั้งที่ไม่เคยทำขั้นตอนนั้นเลย โดย even ทำให้ความขัดแย้งชัดกว่า without visiting ธรรมดา

แบบฝึกหัด

ใช้ without even + รูป -ing ของ ask เติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo found the answer ____ anyone for help.

ดูคำตอบ

without even asking

Number one,

6:09

อันดับหนึ่ง

advertising.

6:10

การโฆษณา

The last way people are caught

6:11

วิธีสุดท้ายที่ทำให้คนถูกจับ

is when they advertise their dark web marketplace

6:12

คือการโฆษณาตลาดดาร์กเว็บของตน

on the very visible normal web that we all use.

6:15

บนเว็บปกติที่มองเห็นได้ชัดและพวกเราทุกคนใช้งาน

Yeah,

6:17

ใช่แล้ว

they use the normal web to direct people to the dark web.

6:18

พวกเขาใช้เว็บปกติเพื่อนำผู้คนไปยังดาร์กเว็บ

It's just a little silly,

6:21

ฟังดูโง่อยู่ไม่น้อย

but Ross Ulbricht,

6:22

แต่ Ross Ulbricht

the guy that ran the notorious Silk Road marketplace, วัฒนธรรม

6:23

ชายผู้บริหารตลาด Silk Road อันฉาวโฉ่

วัฒนธรรม

Silk Road marketplace: ชื่อเฉพาะของตลาดบนดาร์กเว็บ

Silk Road ในที่นี้เป็นชื่อเฉพาะของตลาดบนดาร์กเว็บ ไม่ใช่เครือข่ายเส้นทางการค้าโบราณที่พาดผ่านยูเรเชีย เว็บไซต์นี้ให้บริการผ่าน Tor และมีชื่อเสียงฉาวโฉ่จากการขายสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติด คำว่า marketplace และบริบทเกี่ยวกับดาร์กเว็บโดยรอบบอกว่าความหมายในที่นี้คือเว็บไซต์ ดังนั้น the guy that ran it จึงหมายถึงผู้บริหารเว็บไซต์ ส่วนการพูดถึงโฆษณาหรือโพสต์ในฟอรัมเกี่ยวข้องกับเบาะแสสาธารณะที่อาจนำผู้สืบสวนย้อนกลับไปหาผู้บริหารคนนั้นได้

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Silk Road marketplace หมายถึงอะไร?

  1. ถนนในปัจจุบันสำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
  2. ตลาดออนไลน์บนดาร์กเว็บ
  3. เส้นทางการค้าโบราณระหว่างเอเชียกับยุโรป
ดูคำตอบ

ตลาดออนไลน์บนดาร์กเว็บ

did just that. ลำดับความ

6:26

ทำเช่นนั้นจริง ๆ

ลำดับความ

did just that: ย้อนอ้างและยืนยันการกระทำที่ตรงตามที่กล่าวไว้

ใน did just that คำว่า did ใช้แทนการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน that ย้อนอ้างถึงการกระทำหรือข้อเสนอนั้นทั้งหมด โครงสร้างนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวคำอธิบายยาว ๆ ซ้ำอีกครั้ง just ในที่นี้หมายถึง “ตรงตามนั้น” หรือ “อย่างแม่นยำ” คือบุคคลนั้นได้ทำสิ่งเดียวกับที่อธิบายไว้จริง ๆ ส่วน did ซึ่งเป็นรูปอดีตยืนยันว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ย้อนอ้างถึงการกระทำก่อนหน้าและยืนยันว่าได้ทำตรงตามนั้น: The coach told Ava to slow down on the final lap, and she ____.

ดูคำตอบ

did just that

He ran ads on a Bitcoin web forum for the Silk Road,

6:27

เขาลงโฆษณา Silk Road ในเว็บบอร์ดเกี่ยวกับ Bitcoin

and those ads could be traced back to him. กริยาวลี

6:30

และโฆษณาเหล่านั้นสามารถตามรอยกลับไปถึงตัวเขาได้

กริยาวลี

traced back to: ระบุแหล่งที่มาผ่านหลักฐาน

ใน could be traced back to โครงสร้าง trace something back to หมายถึงการติดตามเบาะแส บันทึก หรือความเชื่อมโยงจนระบุแหล่งที่มาหรือจุดกำเนิดได้ คำว่า back แสดงการย้อนตามห่วงโซ่ไปยังต้นทาง ไม่ได้หมายถึงการนำโฆษณากลับไปทางกายภาพ ประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำ โดยโฆษณาเป็นหลักฐานที่ถูกสืบค้น ส่วน to him ระบุบุคคลที่หลักฐานเหล่านั้นชี้ไปถึงในท้ายที่สุด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something is หรือ can be traced back to แล้วตามด้วยบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ หรือสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่หมายถึง “ติดตามหลักฐานไปจนถึงแหล่งที่มา” ให้สมบูรณ์: Investigators found that the suspicious payments could be ____ one overseas account.

ดูคำตอบ

traced back to

For such a smart guy, ไวยากรณ์

6:32

สำหรับคนที่ฉลาดขนาดนั้น

ไวยากรณ์

For such a smart guy: การปูความคาดหวังเพื่อสร้างความขัดแย้ง

เมื่ออยู่ต้นประโยค โครงสร้าง For such a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้ จะตั้งเกณฑ์ความคาดหวังขึ้นมา กล่าวคือ เมื่อคำนึงว่าใครคนหนึ่งตรงกับคำบรรยายนั้นมาก ปกติแล้วก็น่าจะคาดหวังผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง จากนั้นอนุประโยคหลักจะแสดงผลที่ขัดกับความคาดหวังนั้น ในที่นี้ smart ทำให้คาดว่าคนคนนั้นน่าจะตัดสินใจได้ดี แต่คำวิจารณ์ที่ตามมากลับหักล้างความคาดหวังดังกล่าว ดังนั้นคำชมที่เห็นในตอนแรกจึงเป็นการปูทางไปสู่คำวิจารณ์และอาจฟังดูประชดประชัน

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า “experienced chef” และกรอบแสดงความขัดแย้งที่ขึ้นต้นด้วย “For such” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, she makes a surprising number of basic mistakes.

ดูคำตอบ

For such an experienced chef

he definitely missed several big brain moments. สำนวน

6:33

เห็นได้ชัดว่าเขาพลาดจังหวะสำคัญที่ควรใช้สมองไปหลายครั้ง

สำนวน

big brain moments ในฐานะสแลงอินเทอร์เน็ตเชิงประชด

Big brain เป็นสแลงจากอินเทอร์เน็ตและมีมที่ไม่เป็นทางการอย่างมาก ใช้หมายถึงความฉลาดหรือการคิดที่ดูเหมือนเฉียบแหลม ไม่ได้กล่าวถึงขนาดจริงของสมอง big brain moment คือช่วงที่ใครสักคนคิดหรือใช้ความคิดที่ฉลาด โดยมักพูดในเชิงขำขัน ในที่นี้ missed several big brain moments หมายความว่าเขาไม่สามารถคิดอย่างชาญฉลาดหรือใช้วิจารณญาณที่ดีในหลายโอกาส เมื่ออยู่ในบริบทนี้ สำนวนขำขันทำให้คำวิจารณ์มีน้ำเสียงประชด แทนที่จะเป็นคำชมอย่างจริงใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “he definitely missed several big brain moments” ผู้พูดกำลังสื่อเป็นนัยว่าอะไร?

  1. เขาไม่ได้ใช้วิจารณญาณที่ดีในหลายโอกาส
  2. สมองของเขามีขนาดจริงเล็กกว่าที่คาดไว้
  3. เขาลืมนัดหมายทางการแพทย์หลายครั้ง
  4. คนอื่นชมความคิดที่ฉลาดทั้งหมดของเขา
ดูคำตอบ

เขาไม่ได้ใช้วิจารณญาณที่ดีในหลายโอกาส

Now,

6:36

ต่อไป

you need to watch this show,

6:36

คุณต้องดูวิดีโอนี้

why you should never visit the dark web,

6:38

“ทำไมคุณไม่ควรเข้าไปในดาร์กเว็บโดยเด็ดขาด”

or watch this show,

6:40

หรือดูวิดีโอนี้

can you really order a mystery box from the dark web?

6:41

“เราสั่งกล่องปริศนาจากดาร์กเว็บได้จริงหรือ?”