คุณสามารถวิ่งหนีตดได้หรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
579 คำ 184 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: คนเราวิ่งหนีกลิ่นผายลมได้หรือไม่ วิดีโอแยกการเดินทางของเสียงออกจากกลิ่น อธิบายการแพร่และความเร็วของโมเลกุลก๊าซ แล้วสรุปว่าสภาพในห้องและโชคมีผลมากกว่าความเร็วในการวิ่ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ไวยากรณ์และรูปประโยค four times faster in water than air แสดงการใช้ตัวคูณ ขั้นกว่า และ than เพื่อบอกความแตกต่างที่วัดได้อย่างแม่นยำ 2. สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ cut the cheese, เป็นคำเลี่ยงแบบไม่เป็นทางการและขบขัน การรู้ความหมายช่วยไม่ให้แปลตรงตัวและเข้าใจการเปลี่ยนเรื่องจากเสียงไปสู่กลิ่น 3. กลุ่มคำและคำที่ใช้ร่วมกัน take into account ใช้ใส่ปัจจัยในการคำนวณหรือพิจารณา จึงช่วยอธิบายว่าทำไมต้องคำนึงถึงอุณหภูมิ ความดัน และการไหลของอากาศ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

There's nothing quite like hearing a fart and knowing the painful inevitability of it crossing your nose's path. วลี

0:00

ไม่มีอะไรชวนทรมานเท่ากับการได้ยินเสียงตด แล้วรู้ว่ากลิ่นของมันจะต้องลอยมาถึงจมูกคุณอย่างเลี่ยงไม่ได้

วลี

There's nothing quite like + คำนามหรือรูป -ing

โครงสร้าง There's nothing quite like + คำนามหรือรูป -ing เน้นว่าประสบการณ์หนึ่งมีความโดดเด่นเป็นพิเศษหรือหาอะไรมาเทียบได้ยาก เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างมีอารมณ์ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าจะไม่มีสิ่งที่คล้ายกันเลย ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเปิดการตอบสนองที่เกินจริงและติดตลกต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ โครงสร้างเดียวกันอาจใช้ชื่นชมประสบการณ์ที่ดีอย่างจริงใจ หรือเน้นประสบการณ์ที่แย่แบบประชดก็ได้ โดยบริบทถัดไปและน้ำเสียงจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่หมายความว่าประสบการณ์นี้หาอะไรมาเทียบได้ยากเป็นพิเศษ: ____ drinking cold water after a long run.

ดูคำตอบ

There's nothing quite like

But if you could react quickly enough, ไวยากรณ์

0:06

แต่ถ้าคุณตอบสนองได้เร็วพอ

do you even stand a chance to escape its smell? วลี

0:08

คุณจะมีโอกาสหนีกลิ่นของมันได้บ้างไหม

ไวยากรณ์

quickly enough: ลำดับคำ คำวิเศษณ์ + enough

ใน quickly enough คำว่า enough อยู่หลังคำวิเศษณ์ quickly และหมายถึง “ถึงระดับที่จำเป็น” คำถามนี้ถามว่าการตอบสนองจะเร็วถึงระดับที่จำเป็นจนมีโอกาสหนีกลิ่นนั้นได้หรือไม่ รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ คำวิเศษณ์ + enough และมักตามด้วย to + คำกริยาเพื่อบอกผลลัพธ์: clearly enough to understand, quietly enough to avoid waking anyone. การวาง enough ไว้หน้าคำวิเศษณ์ไม่ใช่ลำดับคำมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

ใช้ quickly และ enough ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: Mia finished the quiz ____ to check every answer before time ran out.

ดูคำตอบ

quickly enough

วลี

“stand a chance to escape”: มีความเป็นไปได้จริงที่จะสำเร็จ

ในที่นี้ stand a chance to escape หมายถึง “มีความเป็นไปได้จริงอยู่บ้างที่จะหนีได้สำเร็จ” stand ไม่ได้หมายถึง “ยืน” แต่ stand a chance เป็นสำนวนตายตัวที่กล่าวถึงโอกาสประสบความสำเร็จ รูปประโยคคำถาม โดยเฉพาะคำว่า even ทำให้ผู้พูดฟังดูสงสัยอย่างมาก ตัวสำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่าโอกาสมีน้อยเสมอไป แต่ในประโยคนี้ คำรอบข้างและสถานการณ์ทำให้เกิดนัยดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: Against the defending champion, does Leo ____ win?

ดูคำตอบ

stand a chance to

Could you outrun a fart?

0:11

คุณจะวิ่งหนีตดได้ทันหรือเปล่า

If you're trying to outrun the sound,

0:13

ถ้าคุณคิดจะวิ่งให้เร็วกว่าเสียงตด

good luck. น้ำเสียง/เจตนา

0:16

ก็ขอให้โชคดี

น้ำเสียง/เจตนา

“Good luck” ในฐานะคำตอบเชิงประชด

ปกติ Good luck ใช้อวยพรให้ใครสักคนประสบความสำเร็จ แต่ในที่นี้สำนวนดังกล่าวตามหลังแนวคิดที่เป็นไปไม่ได้อย่างการวิ่งให้เร็วกว่าสียง ผู้พูดจึงไม่ได้แสดงความเชื่อมั่นจริง ๆ แต่ใช้สำนวนนี้อย่างขบขันในความหมายว่า “คุณแทบไม่มีทางทำสำเร็จ” การตีความนี้มาจากสถานการณ์และวิธีพูด ไม่ใช่เพียงตัวคำ หากเป้าหมายเป็นไปได้จริง คำเดียวกันนี้ก็สามารถเป็นกำลังใจอย่างจริงใจได้

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: เพื่อนคนหนึ่งพูดว่า “I can master an entire language tonight.” คุณตอบว่า “Good luck.” ในบริบทนี้ คำตอบดังกล่าวน่าจะแสดงความสงสัยมากกว่าความเชื่อมั่นอย่างจริงใจ

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

จริง

Sounds are vibrations that travel through particles in a wave

0:16

เสียงคือแรงสั่นสะเทือนที่เดินทางผ่านอนุภาคในรูปของคลื่น

and their speed is dependent on the medium they're traveling in. วลี

0:19

และความเร็วของมันขึ้นอยู่กับตัวกลางที่มันเคลื่อนผ่าน

วลี

dependent on: เงื่อนไขที่กำหนดผลลัพธ์

dependent on เป็นวลีคุณศัพท์ที่หมายความว่าสิ่งหนึ่งถูกกำหนดหรือได้รับอิทธิพลจากอีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ ความเร็วเปลี่ยนไปตามตัวกลางที่เสียงเคลื่อนที่ผ่าน โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ be dependent on + เงื่อนไข เช่น their speed is dependent on the medium โดยส่วนที่อยู่หลัง on คือเงื่อนไขที่กำหนดผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีคุณศัพท์เป้าหมายที่หมายถึง “ถูกกำหนดโดย”: The launch date is ____ final safety approval.

ดูคำตอบ

dependent on

For example, sound travels four times faster in water than air ไวยากรณ์

0:22

ตัวอย่างเช่น เสียงเดินทางในน้ำได้เร็วกว่าในอากาศถึงสี่เท่า

because the particles are much closer together

0:26

เพราะอนุภาคอยู่ใกล้กันมากกว่า

ไวยากรณ์

four times faster in water than air: การเปรียบเทียบด้วยตัวคูณ

โครงสร้าง ตัวคูณ + รูปเปรียบเทียบขั้นกว่า + than ใช้บอกปริมาณของการเปรียบเทียบ: four times + faster + than ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการสื่อว่าความเร็วของเสียงในน้ำเป็นประมาณสี่เท่าของความเร็วในอากาศ ไม่ใช่เพียงบอกอย่างกว้าง ๆ ว่าเสียงเร็วกว่าในน้ำ วลีบอกสถานที่หลัง than ถูกย่อไว้ โดย than air ในที่นี้หมายถึง than in air รูปเต็มของการเปรียบเทียบคือ four times faster in water than in air

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง ตัวคูณ + รูปเปรียบเทียบขั้นกว่า + than จากวิดีโอได้ถูกต้อง

  1. The new printer works four times fast than the old one.
  2. The new printer works four times faster as the old one.
  3. The new printer works four times faster than the old one.
ดูคำตอบ

The new printer works four times faster than the old one.

meaning they more quickly transmit vibration energy. ลำดับความ

0:28

จึงส่งต่อพลังงานจากการสั่นสะเทือนได้เร็วกว่า

ลำดับความ

meaning ที่ใช้เชื่อมไปสู่ผลลัพธ์

meaning ในที่นี้เป็นรูป -ing ของ mean ซึ่งใช้หลังใจความที่สมบูรณ์เพื่อบอกผลที่ตามมา เนื่องจากอนุภาคอยู่ใกล้กันมากกว่า จึงส่งต่อพลังงานการสั่นสะเทือนได้เร็วกว่า meaning ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อเท็จจริงก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้ขยายเฉพาะ together รูปแบบย่อ “ข้อความ + meaning + ผลหรือคำอธิบาย” ช่วยจัดข้อมูลโดยเพิ่มข้อสรุปหรือผลในทางปฏิบัติต่อจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป มีความหมายใกล้เคียงกับ which means that และมักละ that หลัง meaning

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปเชื่อม -ing แบบกระชับที่ใช้บอกผลตามมา: The road is covered in ice, ____ drivers need extra time to stop.

ดูคำตอบ

meaning

When traveling through air at sea level and 15 °C, โน้ต

0:31

เมื่อเดินทางผ่านอากาศที่ระดับน้ำทะเลและอุณหภูมิ 15 °C

วลี

at sea level ในฐานะจุดอ้างอิงระดับความสูง

at sea level เป็นวลีบุพบทที่กำหนดระดับความสูงเป็นเงื่อนไขอ้างอิง ในประโยคนี้หมายความว่า ค่าที่วัดใช้ได้ในบริเวณที่มีระดับความสูงใกล้เคียงกับผิวเฉลี่ยของมหาสมุทร ในข้อความทางวิทยาศาสตร์และสภาพอากาศ รูป at + จุดอ้างอิง ใช้บอกเงื่อนไขที่ทำให้ค่าหนึ่งเป็นจริง วลีนี้จำกัดเงื่อนไขของค่าความเร็วเสียง ไม่ได้หมายความว่าเสียงกำลังเดินทางอยู่เหนือทะเล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีมาตรฐานที่บอกระดับความสูงอ้างอิง: Standard air pressure is measured ____.

ดูคำตอบ

at sea level

sound travels at about 340 m/s,

0:35

เสียงจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 340 เมตรต่อวินาที

ไวยากรณ์

When traveling ในฐานะอนุประโยค when แบบย่อ

When traveling through air ... เป็นรูปย่อของ when sound is traveling through air ... โดยละประธานและรูปของ be เหลือเพียง when + -ing ประธานที่ละไว้เข้าใจได้จากประโยคหลัก ซึ่งมี sound เป็นประธาน การย่อนี้ทำให้คำอธิบายเชิงเทคนิคกระชับขึ้น แต่ข้อความเปิดประโยคต้องอธิบายประธานของประโยคหลักอย่างสมเหตุสมผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค when แบบย่อได้ถูกต้อง โดยประธานที่เข้าใจจากข้อความตรงกับประธานของประโยคหลัก

  1. When crossing the street, the traffic lights guide Maya.
  2. When crossing the street, Maya looks both ways.
  3. When Maya crossing the street, she looks both ways.
ดูคำตอบ

When crossing the street, Maya looks both ways.

which is way faster than the fastest man on Earth, Usain Bolt, ไวยากรณ์

0:39

ซึ่งเร็วกว่ามนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง Usain Bolt มาก

ไวยากรณ์

way faster than สำหรับการเปรียบเทียบที่เน้นความต่างมาก

ในที่นี้ way เป็นคำกริยาวิเศษณ์แบบไม่เป็นทางการที่ช่วยเน้นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า faster วลี way faster than หมายถึง “เร็วกว่าอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ way + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ขั้นกว่า + than เช่น way bigger than หรือ way more carefully than รูปแบบนี้แสดงว่าของสองสิ่งแตกต่างกันมาก

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: The express train is ____ the local train.

  1. a way faster than
  2. way faster than
  3. way fast than
ดูคำตอบ

way faster than

who can only move 12.4 m/s.

0:42

เพราะเขาทำความเร็วได้เพียง 12.4 เมตรต่อวินาที

Not even the fastest animal, the peregrine falcon, ไวยากรณ์

0:45

แม้แต่สัตว์ที่เร็วที่สุดอย่างเหยี่ยวเพเรกริน

which can travel 82 m/s,

0:48

ซึ่งทำความเร็วได้ 82 เมตรต่อวินาที

could surpass the sound of its own toot.

0:50

ก็ยังแซงเสียงตดของตัวเองไม่ได้

ไวยากรณ์

Not even ... could surpass: แม้แต่ตัวเลือกที่เก่งที่สุดก็ยังแซงไม่ได้

Not even นำผู้ที่น่าจะเป็นข้อยกเว้นมากที่สุด ซึ่งก็คือสัตว์ที่เร็วที่สุด เข้ามารวมอยู่ในข้อความปฏิเสธด้วย หากแม้แต่กรณีสุดขั้วนี้ยังทำไม่ได้ กรณีทั่วไปก็ย่อมทำไม่ได้เช่นกัน โครงสร้าง Not even + ตัวเลือกสุดขั้ว + ข้อความเชิงปฏิเสธหรือบอกขีดจำกัด ช่วยเน้นข้อโต้แย้งด้วยการตัดตัวอย่างโต้แย้งที่แข็งแกร่งที่สุดออกไป Could surpass มีโครงสร้าง could + กริยารูปพื้นฐาน surpass ในที่นี้ could แสดงความสามารถในการเปรียบเทียบเชิงสมมติ ไม่ใช่คำขออย่างสุภาพ กล่าวคือ แม้แต่เหยี่ยวเพเรกรินก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเสียงนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่ตัดแม้แต่ข้อยกเว้นที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดออกไป: ____ the most experienced climber could reach the summit in that storm.

ดูคำตอบ

Not even

But it's the smell that most are concerned about escaping anyway, วลี

0:53

แต่เอาเข้าจริง สิ่งที่คนส่วนใหญ่อยากหนีคือกลิ่น

วลี

concerned about escaping: be concerned about + -ing

Be concerned about หมายถึงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับบางสิ่ง หรือมองว่าสิ่งนั้นอาจเป็นปัญหา เนื่องจาก about เป็นคำบุพบท การกระทำที่ตามหลังจึงมักอยู่ในรูป -ing โดยใช้โครงสร้าง be concerned about + คำนามหรือ -ing ในประโยคนี้ สรรพนามเชื่อมความ that อ้างกลับไปที่ the smell ดังนั้นใจความคือคนส่วนใหญ่กังวลว่ากลิ่นจะเล็ดลอดออกไป Escaping บรรยายว่ากลิ่นออกไปหรือแพร่กระจาย ไม่ได้หมายความว่าผู้คนกำลังหนีจากกลิ่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่หมายถึง “กังวลเกี่ยวกับ”: The neighbors are ____ smoke escaping from the basement.

ดูคำตอบ

concerned about

and here's where it gets a bit more complicated. ลำดับความ

0:56

และตรงนี้เองที่เรื่องเริ่มซับซ้อนขึ้นอีกนิด

ลำดับความ

here's where it gets a bit more complicated: จุดที่เรื่องเริ่มซับซ้อนขึ้น

Here's where ... ใช้ชี้ว่าคำอธิบายมาถึงช่วงที่มีความยาก เงื่อนไข หรือข้อยกเว้นใหม่เกิดขึ้น where ในที่นี้ชี้ไปยังจุดหนึ่งในลำดับการอธิบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง ใน it gets a bit more complicated โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์แสดงการเปลี่ยนสภาพ กล่าวคือ เรื่องนั้นซับซ้อนขึ้น ส่วน a bit ช่วยลดความหนักของการเปลี่ยนผ่าน เพื่อเตรียมผู้ฟังโดยไม่ทำให้ความยากดูน่ากลัวเกินไป

แบบฝึกหัด

here's where it gets a bit more complicated ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. บอกว่าหัวข้อทั้งหมดไม่มีทางเข้าใจได้
  2. เป็นสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนจากส่วนที่ง่ายไปสู่ขั้นตอนที่ยากขึ้น
  3. ระบุสถานที่จริงที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังเปลี่ยนจากส่วนที่ง่ายไปสู่ขั้นตอนที่ยากขึ้น

Unlike sound waves and visible light, which travel through the air, ไวยากรณ์

0:59

กลิ่นต่างจากคลื่นเสียงและแสงที่มองเห็นซึ่งเดินทางผ่านอากาศ

smell is made up of the odor compounds that create the air. กริยาวลี

1:02

เพราะกลิ่นประกอบด้วยสารประกอบที่มีกลิ่นซึ่งอยู่ในอากาศ

ไวยากรณ์

Unlike A, B: เปรียบเทียบ smell กับคลื่นเสียงและแสงที่มองเห็นได้

วลีเปิด Unlike sound waves and visible light กำหนดให้ A เป็นฐานสำหรับการเปรียบเทียบ จากนั้นประโยคหลักจึงแนะนำ B ซึ่งก็คือ smell และบอกว่าแตกต่างอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ Unlike A, B + กริยา ... Unlike ในที่นี้เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลี ส่วน which travel through the air ที่แทรกเข้ามาเป็นเพียงอนุประโยคขยาย sound waves and visible light และไม่ได้มาแทน smell ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบ Unlike A, B + กริยา ... ได้ถูกต้อง?

  1. Unlike paper tickets, while the digital pass updates automatically.
  2. Unlike paper tickets expire, the digital pass updates automatically.
  3. Unlike paper tickets, the digital pass updates automatically.
ดูคำตอบ

Unlike paper tickets, the digital pass updates automatically.

กริยาวลี

ใช้ is made up of เพื่อบอกส่วนประกอบของสิ่งหนึ่ง

Is made up of หมายถึง “ประกอบด้วย” หรือ “มีส่วนเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ” ในประโยคนี้ smell คือสิ่งทั้งหมด และ odor compounds คือส่วนที่ประกอบกันเป็นสิ่งนั้น เมื่อใช้ be made up of ให้วางสิ่งทั้งหมดไว้หน้าวลี และวางส่วนประกอบไว้หลัง of: A whole is made up of its parts. รูปของ be เปลี่ยนตามประธาน เช่น is made up of หรือ are made up of คำว่า of สำคัญ ใน be made up of คำว่า made up ไม่ได้หมายถึง “แต่งขึ้น” แต่ of ใช้นำหน้าส่วนประกอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be made up of: The puzzle ____ twelve pieces.

ดูคำตอบ

is made up of

When you cut the cheese, สำนวน

1:06

เมื่อคุณปล่อยตด

สำนวน

cut the cheese ในฐานะคำเลี่ยงแบบขำขัน

Cut the cheese เป็นคำเลี่ยงที่ไม่เป็นทางการและใช้ในเชิงขำขัน หมายถึง “ผายลม” หรือ “ปล่อยแก๊ส” ใน When you cut the cheese, วลีนี้หมายถึงคนปล่อยแก๊ส ไม่ได้หมายถึงการหั่นอาหาร วลีนี้มักใช้กับมุกตลกแบบซุกซนหรือแบบเด็ก ๆ โดยทำให้การพูดถึงการทำงานของร่างกายที่น่าอายฟังดูอ้อมและตลกขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า cut the cheese เหมาะสำหรับรายงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนแบบทางการเรื่องการย่อยอาหารหรือไม่

  1. ไม่เหมาะ เพราะเป็นคำเลี่ยงแบบไม่เป็นทางการและใช้ในเชิงขำขัน
  2. เหมาะ เพราะใช้ในงานเขียนทางการได้
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะเป็นคำเลี่ยงแบบไม่เป็นทางการและใช้ในเชิงขำขัน

odor molecules travel through the air and up your nose,

1:07

โมเลกุลของกลิ่นจะลอยผ่านอากาศและเข้าไปในจมูก

where they bind to odorant receptors. วลี

1:10

แล้วจับกับตัวรับกลิ่นที่นั่น

วลี

bind to ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

ในประโยคนี้ bind to หมายถึงการเกาะกับเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและมีปฏิสัมพันธ์กับเป้าหมายนั้นในระดับโมเลกุล สิ่งที่เข้าไปจับคือโมเลกุลของกลิ่น ส่วนเป้าหมายคือตัวรับกลิ่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X binds to Y ในชีววิทยาและเคมี รูปแบบนี้ใช้อธิบายโมเลกุล โปรตีน หรือสารที่เข้าไปจับกับเป้าหมาย โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการใช้เชือกมัดวัตถุเข้าด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางวิทยาศาสตร์จากบทเรียนที่หมายถึง “จับกับตัวรับ”: Some drug molecules can ____ receptors on the cell surface.

ดูคำตอบ

bind to

And each individual has a unique set of receptors, วลี

1:12

แต่ละคนมีชุดตัวรับที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วลี

a unique set of: สิ่งที่มีลักษณะเฉพาะคือทั้งชุด

ใน a unique set of receptors คำว่า set หมายถึงกลุ่มหรือการรวมกัน ส่วน unique ขยายทั้งชุดโดยรวม ประโยคนี้บอกว่าแต่ละคนมีรูปแบบการจัดตัวรับที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่ได้บอกว่าตัวรับทุกตัวมีเอกลักษณ์แยกกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a unique set of + คำนามพหูพจน์ ใช้อธิบายการรวมกันที่มีลักษณะเฉพาะของทักษะ คุณสมบัติ เครื่องมือ เงื่อนไข หรือสิ่งอื่นที่นับได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “การรวมกันที่มีลักษณะเฉพาะของ”: Every student brings ____ strengths to the class.

ดูคำตอบ

a unique set of

meaning we all perceive smell differently.

1:15

นั่นหมายความว่าเราทุกคนรับรู้กลิ่นต่างกัน

At the basic level,

1:17

ในระดับพื้นฐาน

smells travel through the process of diffusion,

1:18

กลิ่นแพร่กระจายผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการแพร่

whereby particles move from an area of high concentration to low concentration การใช้คำ

1:21

ซึ่งอนุภาคจะเคลื่อนจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

การใช้คำ

high concentration ... low concentration: อธิบายความชันของความเข้มข้น

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ concentration หมายถึงปริมาณของสารหรือจำนวนอนุภาคในปริมาตรหรือบริเวณที่กำหนด ไม่ได้หมายถึงการจดจ่อ high concentration และ low concentration คือปลายทั้งสองด้านของมาตราส่วนปริมาณนี้ รูปแบบ from high concentration to low concentration ระบุทิศทางการเคลื่อนที่ลงตามความชันของความเข้มข้น คำศัพท์ที่เป็นคู่นี้ช่วยให้เปรียบเทียบบริเวณต่าง ๆ ได้แม้ไม่มีตัวเลขที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้คู่คำ high และ low ให้ถูกต้องเพื่อเติมทิศทางปกติของการแพร่: Particles spread from an area of ____ concentration to an area of ____ concentration.

ดูคำตอบ

high · low

until reaching a state of equilibrium. วลี

1:25

จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะสมดุล

การใช้คำ

whereby: นำเข้าสู่วิธีการทำงานของกระบวนการ

ในประโยคนี้ whereby ย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการแพร่และนำเข้าสู่กลไกที่อธิบายกระบวนการนั้น คำนี้หมายถึง “โดยผ่านกระบวนการดังกล่าว” หรือ “ด้วยวิธีนี้” โดยอนุประโยคที่ตามมาจะอธิบายว่าการแพร่เกิดขึ้นอย่างไร คำนี้เชื่อมระบบ ข้อตกลง หรือกระบวนการที่กล่าวถึงแล้วเข้ากับอนุประโยคสมบูรณ์ที่อธิบายว่ามันทำงานหรือทำให้เกิดผลอย่างไร ความสัมพันธ์นี้เป็นเรื่องของวิธีหรือกลไก ไม่ใช่เพียงสถานที่หรือสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยคำเชื่อมหนึ่งคำที่หมายถึง “โดยผ่านข้อตกลงนั้น”: The library uses a return system ____ books are checked in automatically.

ดูคำตอบ

whereby

วลี

reaching a state of equilibrium: การเข้าสู่สภาวะสมดุล

ในประโยคนี้ reaching a state of equilibrium ระบุจุดสิ้นสุดของกระบวนการ กล่าวคือ ระบบจะเปลี่ยนแปลงต่อไปจนกว่าแรงที่ตรงข้ามกันจะสมดุลและสภาพโดยรวมคงที่ equilibrium ในที่นี้หมายถึงความสมดุล ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหยุดนิ่งโดยสมบูรณ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ reach a state of + คำนาม ซึ่งหมายถึง “เข้าสู่สภาวะหนึ่ง” คำว่า reach รับกรรมโดยตรง จึงใช้ reach a state ไม่ใช่ reach to a state

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ reach a state of equilibrium After repeated adjustments, the market ____.

ดูคำตอบ

reached a state of equilibrium

But the composition of every fart is unique

1:27

แต่องค์ประกอบของตดแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน

based on the food you ate, วลี

1:30

โดยขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณกิน

วลี

based on: การบอกพื้นฐานของผลลัพธ์

ในประโยคนี้ based on ใช้กล่าวถึงปัจจัยหนึ่งที่อธิบายว่าเหตุใดองค์ประกอบจึงแตกต่างกัน นั่นคืออาหารที่กิน วลีนี้ยังครอบคลุมปัจจัยอื่นที่กล่าวต่อจากนั้นด้วย โดยแสดงว่าองค์ประกอบขึ้นอยู่กับข้อมูลหรือปัจจัยเหล่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ A is based on B และ base A on B โดย B หมายถึงหลักฐาน ข้อมูล เกณฑ์ หรือปัจจัยที่มีอิทธิพลซึ่งใช้สร้าง A

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ based on เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ

  1. According to Maya, the museum closes at five.
  2. We canceled the picnic because of the storm.
  3. We changed the schedule based on the survey results.
ดูคำตอบ

We changed the schedule based on the survey results.

your gut bacteria breaking it down, กริยาวลี

1:31

แบคทีเรียในลำไส้ที่ย่อยอาหารนั้น

กริยาวลี

breaking it down: การย่อยอาหาร

ในประโยคนี้ breaking it down หมายถึงการย่อยหรือแยกอาหารให้เป็นสารที่เล็กลง it หมายถึงอาหารที่กล่าวถึงก่อนหน้า ไม่ได้หมายความว่าแบคทีเรียเสียหรือเกิดอาการเสียอารมณ์อย่างรุนแรง เมื่อ break down มีกรรม คำกริยาวลีนี้สามารถแยกได้ คำนามวางหลัง down หรือระหว่าง break กับ down ก็ได้ แต่คำสรรพนามที่เป็นกรรมต้องอยู่ตรงกลาง: ใช้ได้ทั้ง break the food down และ break down the food แต่เมื่อเป็นคำสรรพนามต้องใช้ break it down

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูป -ing ของ break down และคำสรรพนาม it: In your gut, bacteria are ____.

ดูคำตอบ

breaking it down

and the swallowed air you took in. กริยาวลี

1:33

และอากาศที่คุณกลืนเข้าไป

กริยาวลี

took in: รับอากาศเข้าสู่ร่างกาย

ในที่นี้ took in หมายถึงนำอากาศเข้าสู่ร่างกาย took เป็นรูปอดีตของ take และ air คือสิ่งที่ถูกรับเข้าไป คำว่า swallowed air ทำให้รู้ว่าความหมายในที่นี้คือการรับอากาศเข้าสู่ร่างกาย ใน the swallowed air you took in คำว่า air ตามด้วยอนุประโยคขยายคำนามที่ละ that ไว้: the air (that) you took in แม้ air จะอยู่หน้า you took in แต่ก็ยังเป็นกรรมของคำกริยาวลีนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ took in ในความหมายว่าอากาศเข้าสู่ร่างกาย?

  1. He took in the instructions immediately.
  2. She took in a deep breath before speaking.
  3. The family took in a lost puppy.
ดูคำตอบ

She took in a deep breath before speaking.

Yep, farts are like snowflakes, สำนวน

1:35

ใช่แล้ว ตดก็เหมือนเกล็ดหิมะ

each with its own variance.

1:38

แต่ละครั้งมีความแตกต่างเฉพาะตัว

สำนวน

Farts are like snowflakes: อุปมาแบบขำขันเกี่ยวกับความแตกต่าง

“Farts are like snowflakes” เป็นอุปมาแบบขำขัน ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าตดกับเกล็ดหิมะมีคุณสมบัติทางกายภาพคล้ายกัน การเปรียบเทียบจำกัดอยู่ที่ลักษณะเดียว คือแต่ละตัวอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน “Each with its own variance” เน้นความคิดว่าตดแต่ละครั้งอาจมีองค์ประกอบต่างกัน ในที่นี้ variance ถูกใช้อย่างไม่เป็นทางการในความหมายของ variation หรือ difference โดยทั่วไป X is/are like Y สามารถใช้อธิบายแนวคิดนามธรรมผ่านลักษณะร่วมที่คุ้นเคยหนึ่งอย่างได้

แบบฝึกหัด

การเปรียบเทียบ “farts are like snowflakes” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ตดทุกครั้งมีองค์ประกอบเหมือนกันทุกอย่าง
  2. ตดเย็นและทำจากน้ำแข็ง
  3. ตดแต่ละครั้งอาจแตกต่างจากครั้งอื่น
ดูคำตอบ

ตดแต่ละครั้งอาจแตกต่างจากครั้งอื่น

But the average fart tends to be composed of around โน้ต

1:39

แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ตดมักประกอบด้วย

59% nitrogen, 21% hydrogen,

1:42

ไนโตรเจน 59% ไฮโดรเจน 21%

ไวยากรณ์

Tends to: บอกแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ความแน่นอน

“Tends to” ใช้บอกสิ่งที่โดยทั่วไปเป็นจริง ไม่ใช่กฎตายตัว ใน “the average fart tends to be composed of ...” วลีนี้เปิดโอกาสให้องค์ประกอบของแต่ละครั้งแตกต่างจากค่าเฉลี่ยได้ โครงสร้างคือ tend(s) to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น tends to be, tend to change และ tends to happen ใช้บอกแนวโน้มหรือความเป็นไปได้โดยทั่วไป ไม่ใช่ความตั้งใจหรือแผนของบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “โดยทั่วไป แต่ไม่เสมอไป”: Metal parts ____ expand when heated.

ดูคำตอบ

tend to

การใช้คำ

be composed of ในคำอธิบายองค์ประกอบแบบเป็นทางการ

ในประโยคนี้ be composed of กล่าวถึงสิ่งหนึ่งในฐานะองค์รวมก่อน แล้วจึงระบุสารต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นสิ่งนั้น ตดโดยทั่วไปคือองค์รวม ส่วนเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ ใช้บอกส่วนประกอบของมัน โครงสร้างคือ be + composed + of + ส่วนประกอบ ในที่นี้ composed เป็นคำกริยาช่องสามในโครงสร้างกรรมวาจก ไม่ได้หมายถึงสงบหรือควบคุมอารมณ์ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และเหมาะที่สุดสำหรับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ

  1. The sample is compose of three minerals.
  2. The sample composes of three minerals.
  3. The sample is composed of three minerals.
ดูคำตอบ

The sample is composed of three minerals.

9% carbon dioxide, 7% methane, 3% oxygen,

1:45

คาร์บอนไดออกไซด์ 9% มีเทน 7% ออกซิเจน 3%

and only around 1% is made up of the smelly stuff.

1:49

และมีสารเหม็น ๆ เพียงประมาณ 1% เท่านั้น

Even knowing this, we would still need to know the concentration at the source, ไวยากรณ์

1:53

แม้จะรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว เรายังต้องรู้ความเข้มข้น ณ แหล่งกำเนิด

ไวยากรณ์

Even knowing this, ในฐานะอนุประโยค -ing ที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริง

Even knowing this เป็นอนุประโยค -ing ที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนโต้แย้งต่อ หมายความว่าการมีข้อมูลที่ this อ้างถึงไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์ เพราะยังคงต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ประธานที่เข้าใจโดยนัยของ knowing โดยปกติคือประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ we คือผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงและยังต้องรู้ความเข้มข้น รูปแบบที่กระชับนี้ใช้แสดงว่าข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี -ing เชิงยอมรับข้อเท็จจริงสามคำจากบทเรียนที่ตรงกับความหมาย although we know this: ____, we still cannot identify the cause.

ดูคำตอบ

Even knowing this

ไวยากรณ์

“would still need to know”: ความจำเป็นที่ยังคงอยู่ในสถานการณ์สมมติ

ในประโยคนี้ would ทำให้ความจำเป็นอยู่ในผลการคำนวณที่สมมติขึ้น กล่าวคือ ถ้าเราพยายามคาดการณ์ผลให้แม่นยำ การรู้ความเข้มข้นที่แหล่งกำเนิดก็จะเป็นสิ่งจำเป็น ในที่นี้ would ไม่ได้บอกเวลาในอดีตหรือความตั้งใจ still เพิ่มความหมายว่า “ถึงอย่างนั้น” คือหลังจากรู้ “เรื่องนี้” แล้ว ก็ยังมีข้อมูลอีกอย่างที่จำเป็น โครงสร้าง would still need to + คำกริยา ใช้บอกว่า ภายใต้เงื่อนไขสมมติ การทำบางอย่างก็ยังคงจำเป็นอยู่

แบบฝึกหัด

ใช้ would, still, need และ know ตามลำดับนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Even with a better map, we ____ the exact address.

ดูคำตอบ

would still need to know

the temperature, air pressure,

1:57

อุณหภูมิ ความกดอากาศ

and wind movement in the room,

1:58

และการเคลื่อนที่ของอากาศภายในห้อง

which even in a very still room is significant. การใช้คำ

2:00

ซึ่งมีผลไม่น้อยแม้อยู่ในห้องที่อากาศนิ่งมาก

การใช้คำ

“very still room”: still ที่หมายถึงแทบไม่มีการเคลื่อนไหว

ในที่นี้ still เป็นคำคุณศัพท์ในวลี a very still room ใช้บอกว่าอากาศและบรรยากาศในห้องแทบไม่มีการเคลื่อนไหว still ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “จนถึงตอนนี้ก็ยัง” หรือ “ดำเนินต่อไป” คำว่า very ขยายคำคุณศัพท์ still แล้ว still จึงขยาย room รูปแบบคำนี้ช่วยให้มองเห็นความหมายได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ still เป็นคำคุณศัพท์เพื่อบรรยายสภาพแวดล้อมที่อากาศเคลื่อนไหวน้อยมากหรือไม่เคลื่อนไหวเลย?

  1. The room is still warm after the heater was turned off.
  2. The candle flame barely moved in the very still room.
  3. We still have room for one more chair.
ดูคำตอบ

The candle flame barely moved in the very still room.

Anecdotal evidence on the internet suggests that farts are ejected ลำดับความ

2:03

ข้อมูลจากประสบการณ์ที่เล่ากันบนอินเทอร์เน็ตชี้ว่า ตดถูกปล่อยออกมา

at about 3 m/s,

2:06

ด้วยความเร็วประมาณ 3 เมตรต่อวินาที

ลำดับความ

Anecdotal evidence ... suggests that: การวางกรอบข้ออ้างที่ยังไม่แน่นอน

“Anecdotal evidence” ระบุว่าแหล่งข้อมูลมาจากคำบอกเล่าส่วนบุคคลหรือการสังเกตเป็นรายกรณี ไม่ใช่งานวิจัยอย่างเป็นระบบ รายงานเหล่านี้อาจให้เบาะแสได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะจริงหรือเท็จโดยอัตโนมัติ จากนั้น “suggests that” นำเสนอข้ออ้างเรื่อง 3 m/s อย่างระมัดระวัง สองส่วนนี้ร่วมกันวางแหล่งที่มาของหลักฐานไว้ก่อนและบอกว่าข้อสรุปยังไม่แน่นอน ผู้อ่านจึงไม่ควรมองว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

กรอบ “Anecdotal evidence suggests that ...” สื่อท่าทีแบบใด

  1. นำเสนอแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการและถ่ายทอดข้ออ้างอย่างระมัดระวัง
  2. บอกว่ารายงานทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตเป็นเท็จ
  3. ถือว่าข้ออ้างได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว
ดูคำตอบ

นำเสนอแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการและถ่ายทอดข้ออ้างอย่างระมัดระวัง

but there's little scientific evidence to back this up. โน้ต

2:08

แต่แทบไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ไวยากรณ์

Little scientific evidence: แทบไม่มีหลักฐานสนับสนุน

ในที่นี้ “evidence” เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงต้องใช้คำบอกปริมาณ “little” ส่วน “Little scientific evidence” หมายถึงมีข้อมูลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์น้อยมากจนไม่เพียงพอที่จะยืนยันข้ออ้างก่อนหน้า เมื่อไม่มี “a” คำว่า “little” มีมุมมองเชิงลบ หมายถึงแทบไม่มีเลย การเติม “a” จะเปลี่ยนท่าที โดย “a little scientific evidence” หมายถึงยังมีหลักฐานอยู่บ้าง แม้จะมีปริมาณน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้วลีสองคำที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “แทบไม่มีข้อมูลสนับสนุน” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The review found ____ for the claim, so the researchers remained doubtful.

ดูคำตอบ

little evidence

กริยาวลี

back this up: สนับสนุนข้อกล่าวอ้างด้วยหลักฐาน

ในที่นี้ back this up หมายถึงการใช้หลักฐานสนับสนุนหรือยืนยันข้อกล่าวอ้างที่ this อ้างถึง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะทำให้ข้อกล่าวอ้างนั้นน่าเชื่อถือขึ้น ไม่ได้หมายถึงการสำรองไฟล์หรือเคลื่อนถอยหลัง back up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น this หรือ it ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่าง back กับ up: back this up, back it up ส่วนกรรมที่เป็นคำนามวางได้ทั้งสองตำแหน่ง: back up the claim หรือ back the claim up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ back ... up และคำสรรพนาม it: The researcher made a bold claim, but the data did not ____.

ดูคำตอบ

back it up

However, if we take into account the temperature of the gas, โน้ต

2:11

อย่างไรก็ตาม หากเราคำนึงถึงอุณหภูมิของแก๊ส

pressure, and kinetic energy of molecules,

2:14

ความดัน และพลังงานจลน์ของโมเลกุล

วลี

take into account: นำปัจจัยมาพิจารณา

Take into account หมายถึง “นำบางสิ่งมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ วางแผน หรือคำนวณ” ในที่นี้ อุณหภูมิ ความดัน และพลังงานจลน์ของโมเลกุลล้วนถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์ สามารถวางปัจจัยไว้หลังสำนวนได้โดยตรง เช่น take into account the temperature หรือแทรกปัจจัยไว้ตรงกลาง เช่น take the temperature into account ทั้งสองโครงสร้างมีความหมายเหมือนกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “นำบางสิ่งมาเป็นปัจจัย”: When planning the picnic, we need to ____ the weather forecast.

ดูคำตอบ

take into account

then the kinetic theory of gases การใช้คำ

2:16

ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส

can help predict the average speed of a gas molecule. ไวยากรณ์

2:18

ก็ช่วยทำนายความเร็วเฉลี่ยของโมเลกุลแก๊สได้

ไวยากรณ์

if ... then: ระบุเงื่อนไขและผลลัพธ์

ในประโยคนี้ if เปิดเงื่อนไข นั่นคือ การคำนวณนำอุณหภูมิของแก๊ส ความดัน และพลังงานจลน์ของโมเลกุลมาพิจารณา ส่วน then ระบุผลลัพธ์ว่า ทฤษฎีจลน์สามารถทำนายอัตราเร็วเฉลี่ยของโมเลกุลได้ กรอบ if ... then ที่แสดงอย่างชัดเจนจะแยกรายการข้อมูลนำเข้าที่ยาวออกจากข้อสรุป ทำให้ติดตามขั้นตอนการให้เหตุผลได้ง่ายขึ้น และใช้จัดระเบียบเงื่อนไขกับผลลัพธ์ในคำอธิบาย กฎ และขั้นตอนได้

แบบฝึกหัด

เติมกรอบเงื่อนไข-ผลลัพธ์ที่ชัดเจนด้วย if และ then: ____ the sensor detects smoke, ____ the alarm sounds.

ดูคำตอบ

If · then

การใช้คำ

kinetic theory of gases: แบบจำลองของอนุภาคแก๊สที่เคลื่อนที่

ทฤษฎีจลน์ของแก๊สเป็นแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายพฤติกรรมของแก๊ส โดยมองว่าแก๊สประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมหาศาลที่เคลื่อนที่แบบสุ่มตลอดเวลา คำว่า kinetic ในที่นี้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงเพียงความกระฉับกระเฉงหรือความว่องไว ในประโยคนี้ ทฤษฎีดังกล่าวใช้ทำนายอัตราเร็วเฉลี่ยของโมเลกุลแก๊สหนึ่งโมเลกุลจากปัจจัยอย่างอุณหภูมิ อัตราเร็วของโมเลกุลนี้ไม่เหมือนกับอัตราเร็วที่กลิ่นหรือกลุ่มแก๊สกระจายไปทั่วห้อง รูปคำนาม theory of + หัวข้อ ใช้ระบุว่าทฤษฎีอธิบายอะไร ในศัพท์เฉพาะนี้ gases หมายถึงแก๊สโดยทั่วไปในฐานะกลุ่มหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The kinetic theory of gases can help predict the average speed of a gas molecule,” kinetic theory of gases หมายถึงอะไร

  1. แบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายพฤติกรรมของแก๊สด้วยอนุภาคที่เคลื่อนที่
  2. อัตราเร็วโดยรวมที่กลุ่มแก๊สกระจายไปทั่วห้อง
  3. พลังงานที่โมเลกุลหนึ่งมีเนื่องจากกำลังเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

แบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายพฤติกรรมของแก๊สด้วยอนุภาคที่เคลื่อนที่

ไวยากรณ์

can help predict: help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน

ใน can help predict คำว่า can แสดงความสามารถหรือความเป็นไปได้ และ help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน predict โดยตรง วลีนี้บอกว่าทฤษฎีจลน์มีส่วนช่วยในการคาดการณ์ ไม่ได้อ้างว่าทฤษฎีจะรับประกันคำตอบที่แม่นยำ หลัง help สามารถใช้ to ได้เช่นใน help to predict แต่รูปที่ไม่มี to ก็พบได้บ่อยมาก เนื่องจาก can เป็นกริยาช่วยบอกลักษณะ ท่าที help จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐานเช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “สามารถช่วยคาดการณ์ได้”: This model ____ tomorrow's temperature.

ดูคำตอบ

can help predict

But since a fart is made up of many molecules,

2:21

แต่เนื่องจากตดประกอบด้วยโมเลกุลจำนวนมาก

let's just focus on one of the smellier parts, ลำดับความ

2:23

เรามาสนใจส่วนที่เหม็นกว่าส่วนอื่นเพียงชนิดเดียว นั่นคือ

skatole. การใช้คำ

2:26

สกาโทล

ลำดับความ

let's just focus on: จำกัดขอบเขตการสนทนา

Let's just focus on ใช้จำกัดหัวข้อกว้าง ๆ ให้เหลือเพียงส่วนเดียวที่จัดการได้ Let's รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง focus on ใช้เปิดประเด็นที่เลือกไว้ และ just บอกว่ากำลังจำกัดความสนใจให้อยู่ที่ส่วนนั้นเท่านั้น ในที่นี้ just หมายถึง “เฉพาะ” หรือ “เพียง” ไม่ใช่ “เมื่อสักครู่” ผู้พูดพักเรื่องโมเลกุลอื่นไว้ก่อน เพื่อจะได้กล่าวถึงองค์ประกอบที่ใช้เป็นตัวแทนหนึ่งชนิด

แบบฝึกหัด

การบรรยายมีหลายหัวข้อ แต่ตอนนี้ผู้พูดต้องการพูดถึงเพียงหัวข้อเดียว เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสี่คำจากบทเรียน: There are several issues; for now, ____ the most urgent one.

ดูคำตอบ

let's just focus on

การใช้คำ

skatole หรือสกาโทล: สารประกอบเคมีที่มีกลิ่นแรง

ในประโยคนี้ skatole เป็นชื่อของสารประกอบเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่าสกาโทล ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นอุจจาระที่รุนแรง ผู้พูดเลือกมันออกมาพูดในฐานะหนึ่งในองค์ประกอบที่มีกลิ่นแรงกว่า ไม่ใช่ชื่อทั่วไปของการผายลมทั้งหมดหรือกลุ่มกลิ่นทั้งหมด การเลือกสารประกอบที่ระบุชัดเจนทำให้ผู้พูดมีโมเลกุลที่มีมวลโมลาร์แน่นอนสำหรับใช้คำนวณเป็นตัวอย่าง การเคลื่อนที่ที่คำนวณได้ของโมเลกุล skatole ไม่ควรถูกสับสนกับอัตราที่กลุ่มกลิ่นทั้งหมดแพร่กระจาย

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย skatole ในตัวอย่างนี้ได้ถูกต้อง?

  1. เป็นชื่อของความเร็วที่กลิ่นทุกชนิดเคลื่อนที่
  2. เป็นอีกคำหนึ่งที่หมายถึงอุณหภูมิร่างกาย
  3. เป็นองค์ประกอบทางเคมีชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นแรง ไม่ใช่กลุ่มกลิ่นทั้งหมด
ดูคำตอบ

เป็นองค์ประกอบทางเคมีชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นแรง ไม่ใช่กลุ่มกลิ่นทั้งหมด

If we use the kinetic theory of gases,

2:27

หากเราใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส

assume that the fart is at body temperature วลี

2:29

สมมติว่าตดมีอุณหภูมิเท่ากับร่างกาย

วลี

assume that: ใช้ระบุข้อสมมติในการทำงาน

Assume that ใช้เพื่อบอกเงื่อนไขที่ผู้พูดจะถือว่าเป็นจริงชั่วคราว เพื่อให้สามารถคำนวณหรือให้เหตุผลต่อไปได้ ในที่นี้ อุณหภูมิร่างกายเป็นข้อมูลที่ใส่เข้าไปในแบบจำลอง ไม่ใช่การอ้างว่าได้วัดอุณหภูมินั้นแล้ว โครงสร้างคือ assume that + อนุประโยค โครงสร้างนี้ทำหน้าที่ระบุข้อสมมติ ผลลัพธ์ต่อมาจะใช้ได้ภายใต้ข้อสมมตินั้น และอาจเปลี่ยนไปหากข้อสมมติเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ 20°C เป็นข้อสมมติในการทำงาน ไม่ใช่ผลการวัดหรือข้อสรุป?

  1. From the completed calculation, conclude that the room is 20°C.
  2. We measured the room at 20°C before doing this estimate.
  3. For this estimate, assume that the room is 20°C.
ดูคำตอบ

For this estimate, assume that the room is 20°C.

and then we plug in the molar mass of skatole, โน้ต

2:31

แล้วแทนค่ามวลโมลาร์ของสกาโทล

กริยาวลี

Plug in: แทนค่าลงในการคำนวณ

ในที่นี้ plug in หมายถึงการแทนค่าที่ทราบแล้วลงในสูตรหรือการคำนวณ ผู้พูดใช้มวลโมลาร์ของสกาโทลเป็นหนึ่งในข้อมูลนำเข้าของการคำนวณ ไม่ได้หมายถึงการต่อไฟฟ้า โดยทั่วไป plug in X หมายถึงการใส่ X ลงในตำแหน่งที่เหมาะสมของสมการ สูตร หรือแบบจำลอง เพื่อให้คำนวณผลลัพธ์ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “แทนค่า” ให้สมบูรณ์: To estimate the travel time, ____ the distance and speed in the formula.

ดูคำตอบ

plug in

การใช้คำ

Molar mass: มวลของสารหนึ่งโมล

Molar mass หรือมวลโมลาร์ คือมวลของสารหนึ่งโมล ในวิชาเคมีมักแสดงเป็นกรัมต่อโมล เขียนเป็น g/mol ในประโยคนี้ มวลโมลาร์ของสกาโทลเป็นค่าเฉพาะของสารที่ใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการคำนวณ คำว่า molar ในที่นี้มีความหมายทางเคมีว่า “เกี่ยวข้องกับหนึ่งโมล” ไม่ใช่ความหมายที่เกี่ยวกับฟันกราม

แบบฝึกหัด

เติมคำศัพท์เคมีที่หมายถึงมวลของสารหนึ่งโมล: Before preparing the solution, the student looked up the ____ of sodium chloride.

ดูคำตอบ

molar mass

we calculate that the smelly skatole

2:33

เราจะคำนวณได้ว่าสกาโทลที่มีกลิ่นเหม็น

may be traveling around 243 m/s, ไวยากรณ์

2:35

อาจเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 243 เมตรต่อวินาที

ไวยากรณ์

may be traveling: การเคลื่อนที่ที่กำลังดำเนินอยู่แต่ไม่แน่นอน

may แสดงว่าผลการคำนวณเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สังเกตได้โดยตรง การประมาณนี้มีหลักฐานรองรับ แต่ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าความเร็วดังกล่าวแน่นอน be traveling คือรูปกำลังกระทำที่ใช้หลัง may โดยมีโครงสร้าง may + be + คำกริยา-ing โครงสร้างนี้แสดงว่าการเคลื่อนที่ของโมเลกุลกำลังดำเนินอยู่ ณ เวลาที่ประมาณไว้ ในที่นี้ traveling หมายถึงการเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ ไม่ใช่การเดินทางท่องเที่ยว

แบบฝึกหัด

ใช้ may และรูปกำลังกระทำของ travel เพื่อเติมประโยคประมาณค่าให้สมบูรณ์: Based on the model, the particle ____ at about 200 meters per second.

ดูคำตอบ

may be traveling

which is obviously faster than a human can move.

2:40

ซึ่งแน่นอนว่าเร็วกว่าที่มนุษย์จะเคลื่อนที่ได้

Of course, these molecules aren't traveling in an uninterrupted line, ไวยากรณ์

2:43

แน่นอนว่าโมเลกุลเหล่านี้ไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงโดยไร้สิ่งกีดขวาง

but are constantly colliding into other air particles and physical matter.

2:46

แต่ชนกับอนุภาคอื่นในอากาศและวัตถุต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

aren't traveling ... but are: การแก้ไขด้วยโครงสร้างขนาน

โครงสร้าง not A, but B ปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง ในที่นี้ aren't traveling in an uninterrupted line คือแนวคิดที่ถูกปฏิเสธ ส่วน but are constantly colliding ให้คำอธิบายที่ถูกต้อง ประธาน these molecules ใช้ร่วมกับกริยาทั้งสอง การกล่าว are ซ้ำหลัง but ทำให้ภาคแสดงรูปกำลังกระทำทั้งสองมีโครงสร้างขนานกัน คือ aren't traveling ... but are colliding การกล่าวกริยาช่วยซ้ำทำให้การแก้ไขชัดเจนและติดตามได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ไขให้สมบูรณ์ด้วย but และรูป present progressive ที่ถูกต้องของ send: The device isn't storing the files locally, ____ them to a secure server.

ดูคำตอบ

but is sending

As a result, the gas cloud as a whole travels much slower, โน้ต

2:50

ส่งผลให้กลุ่มแก๊สโดยรวมเคลื่อนที่ช้าลงมาก

ลำดับความ

As a result: การนำเข้าสู่ผลลัพธ์

As a result เป็นคำเชื่อมที่บอกผลลัพธ์ ในประโยคนี้ คำนี้บอกผู้ฟังว่าการที่กลุ่มก๊าซเคลื่อนที่ช้าลงเป็นผลจากการชนที่อธิบายไว้ก่อนหน้า คำนี้จัดข้อมูลโดยวางเหตุก่อนแล้วตามด้วยผล เหตุจะอยู่ก่อนคำเชื่อม ส่วนคำเชื่อมจะนำเข้าสู่ข้อสรุปที่เป็นผลลัพธ์ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อเพิ่มข้อมูลอีกข้อหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำเชื่อมบอกผลลัพธ์จากบทเรียนนี้: The roads were covered in ice. ____, the school buses arrived late.

ดูคำตอบ

As a result

วลี

as a whole: การพิจารณาทุกส่วนรวมกัน

As a whole หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกส่วนรวมกัน” ในประโยคนี้ คำนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากโมเลกุลแต่ละตัวไปที่กลุ่มก๊าซในระดับกลุ่ม ดังนั้นสมบัติของโมเลกุลหนึ่งตัวจึงไม่ถูกมองว่าเป็นสมบัติของกลุ่มก๊าซทั้งหมดโดยอัตโนมัติ รูปที่ตายตัวคือ as a whole ซึ่งต้องมี a ในสำนวนนี้ whole หมายถึงหน่วยที่ครบถ้วน และสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “อย่างสมบูรณ์”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างชัดเจนว่าสมาชิกทุกคนของคณะกรรมการถูกพิจารณาร่วมกันเป็นกลุ่มเดียว?

  1. On the whole, the committee meeting was productive.
  2. The committee discussed the whole proposal.
  3. The committee as a whole supported the proposal.
ดูคำตอบ

The committee as a whole supported the proposal.

still guided by diffusion.

2:54

และยังคงเคลื่อนตามกระบวนการแพร่

And it doesn't take into account any air movement like wind

2:56

อีกทั้งการคำนวณนี้ยังไม่ได้คำนึงถึงการเคลื่อนไหวของอากาศอย่างลม

or the ejection direction,

2:59

หรือทิศทางที่ตดถูกปล่อยออกมา

which could either work for you or against you. ไวยากรณ์

3:00

ซึ่งอาจเข้าทางคุณหรือทำให้คุณเสียเปรียบก็ได้

ไวยากรณ์

โครงสร้าง either work for you or against you

Either ... or ... ใช้นำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองทาง ในที่นี้ ประธานที่ which อ้างถึงอาจก่อให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ work for you หรือ work against you Work for someone หมายถึงส่งผลดีต่อคนนั้น ส่วน work against someone หมายถึงทำให้คนนั้นเสียเปรียบ การวาง for you และ against you ในรูปแบบขนานกันทำให้เห็นผลที่ตรงข้ามกันชัดเจน และช่วยชั่งน้ำหนักว่าปัจจัยเดียวกันอาจช่วยหรือสร้างอุปสรรคได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ให้สมบูรณ์: Depending on the timing, the new policy could ____ work for us ____ against us.

ดูคำตอบ

either · or

So while you certainly can't run faster ไวยากรณ์

3:03

ดังนั้น แม้คุณจะวิ่งเร็วกว่า

than the absolute speed of smelly fart particles,

3:05

อัตราเร็วสัมบูรณ์ของอนุภาคตดเหม็น ๆ ไม่ได้อย่างแน่นอน

with a little luck, you might be able to avoid the fart itself. โน้ต

3:09

แต่ถ้าโชคดีสักหน่อย คุณอาจหลบตดนั้นได้

ไวยากรณ์

while ที่แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงในความหมาย although

while ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ใช้เกริ่นข้อจำกัดที่ยอมรับว่าเป็นจริงก่อน นั่นคือคุณวิ่งเร็วกว่าอนุภาคเหล่านั้นไม่ได้ จากนั้นประโยคหลักจึงเสนอประเด็นที่ตรงข้ามและมีความหวังมากกว่า คือคุณอาจยังหลบตดทั้งก้อนได้ รูปแบบแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง while A, B ช่วยให้ผู้พูดยอมรับว่า A เป็นจริงโดยไม่ถือว่า A เป็นข้อสรุปสุดท้าย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับข้อจำกัดก่อนให้ประเด็นเชิงบวกที่ตรงข้ามกัน

  1. While I was washing the dishes, the doorbell rang.
  2. While the apartment is small, it gets plenty of sunlight.
  3. While Maya read, Leo drew a picture.
ดูคำตอบ

While the apartment is small, it gets plenty of sunlight.

วลี

with a little luck: ถ้าโชคดีสักหน่อย

with a little luck หมายถึง “ถ้าสถานการณ์เป็นใจอยู่บ้าง” โดยนำเสนอโชคว่าเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่อาจช่วยให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่การรับประกัน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้ทำให้ข้อความที่ตามมาเป็นการคาดการณ์ที่มีความหวังแต่ยังไม่แน่นอน ผู้พูดจึงฟังดูให้กำลังใจโดยไม่รับปากหนักแน่นเกินไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ถ้าสถานการณ์เป็นใจอยู่บ้าง”: We can still have the picnic ____.

ดูคำตอบ

with a little luck

ไวยากรณ์

might be able to: อาจจะสามารถ

might be able to รวมความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอนจาก might เข้ากับความสามารถหรือความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติจาก be able to ในที่นี้หมายความว่าอาจหลีกเลี่ยงผลนั้นได้หากเงื่อนไขเป็นใจ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นทำได้อย่างแน่นอน โครงสร้างคือ might + be able to + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก might เป็นกริยาช่วยแสดงท่าทีอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษจึงใช้ be able to แทนกริยาช่วยอีกคำหนึ่ง กล่าวคือใช้ might be able to avoid ไม่ใช่ might can avoid

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่รวมความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอนเข้ากับความสามารถ: If the spare key is inside, we ____ open the door.

ดูคำตอบ

might be able to

Want more fart science?

3:12

อยากรู้วิทยาศาสตร์เรื่องตดอีกไหม

Check out our videos

3:14

ลองดูวิดีโอของเราเรื่อง

are silent farts more deadly

3:15

“ตดไร้เสียงอันตรายถึงตายมากกว่าหรือไม่”

and why do we like our own farts

3:16

และ “ทำไมเราถึงชอบกลิ่นตดของตัวเอง”

by clicking the screen or using the link in the description.

3:18

โดยคลิกที่หน้าจอหรือใช้ลิงก์ในคำอธิบาย

And subscribe for more weekly science videos.

3:21

และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ทุกสัปดาห์