เครื่องบินบินได้อย่างไรกันแน่? - เรย์มอนด์ แอดกินส์ (Raymond Adkins): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้การออกแบบปีกเครื่องบินที่ผิดพลาดของไอน์สไตน์เป็นจุดเริ่มต้นเพื่ออธิบายว่าเครื่องบินสร้างแรงยกได้อย่างไร โดยหักล้างความเชื่อเรื่องอากาศเหนือและใต้ปีกต้องเดินทางในเวลาเท่ากัน เชื่อมโยงแรงยกกับการไหลของอากาศและความต่างของความดัน และแยกข้อถกเถียงด้านคำอธิบายออกจากแบบจำลองคณิตศาสตร์ที่วิศวกรใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. where did Einstein go wrong? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าคำถามตรง ๆ เปลี่ยนความขัดแย้งในช่วงเปิดเรื่องให้เป็นปัญหาหลักของคำอธิบายได้อย่างไร คุณสามารถใช้รูปแบบนี้เพื่อเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังไปสู่การค้นหาสาเหตุที่การออกแบบ ทฤษฎี หรือการคาดการณ์ล้มเหลว 2. This pressure difference results in the upwards force of lift. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: สังเกต result in ในฐานะคำปรากฏร่วมแบบเป็นทางการที่แสดงเหตุและผล โดยวางสาเหตุก่อนผลลัพธ์ นำไปใช้ได้เมื่ออธิบายกลไกทางวิทยาศาสตร์ ตีความข้อมูล หรือวิเคราะห์ผลของการตัดสินใจ 3. And while experts agree that the pressure difference generates lift, their explanations for how can vary. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า while ใช้สร้างความต่างแบบยอมรับข้อเท็จจริงระหว่างฉันทามติโดยรวมกับคำอธิบายรายละเอียดที่แตกต่างกัน ช่วยให้รายงานข้อสรุปร่วมได้โดยไม่สื่อว่าผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันในเหตุผลทุกขั้นตอน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
By 1917, Albert Einstein had explained the relationship between space and time. โน้ต
0:07ภายในปี 1917 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอวกาศและเวลาแล้ว
By 1917: การกำหนดจุดสิ้นสุดของเวลาในอดีต
By 1917 กำหนดให้ปี 1917 เป็นจุดสิ้นสุดของกรอบเวลา หมายความว่าข้อความที่ตามมานั้นเป็นจริงแล้วอย่างช้าที่สุดเมื่อถึงเวลานั้น การวางไว้ต้นประโยคช่วยกำหนดกรอบเวลาก่อนจะนำเสนอความสำเร็จ โครงสร้าง By + จุดเวลาในอดีตมีประโยชน์ในการเรียบเรียงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ชีวประวัติ และรายงานความคืบหน้า ไม่ได้หมายความเพียงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี 1917
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ปี 2020 เป็นจุดสิ้นสุดของกรอบเวลา และบอกว่าแค็ตตาล็อกของพิพิธภัณฑ์เสร็จเรียบร้อยแล้วภายในเวลานั้น
- In 2020, the museum completed its catalog.
- By 2020, the museum had completed its catalog.
- Until 2020, the museum worked on its catalog.
ดูคำตอบ
By 2020, the museum had completed its catalog.
had explained: การระบุอดีตที่เกิดก่อน
Had explained เป็น past perfect ที่มีโครงสร้าง had + past participle รูปนี้วางการอธิบายไว้ก่อนจุดอ้างอิงในอดีตคือปี 1917 จึงแสดงว่าความสำเร็จนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ใช้ past perfect ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตเมื่อต้องการแสดงให้ชัดว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อน รูปนี้บอกลำดับของเหตุการณ์ ไม่ได้บอกเพียงว่าเป็นอดีต
แบบฝึกหัด
ใช้รูป past perfect ของ leave เติมประโยคให้สมบูรณ์: When Maya reached the station, the train ____.
ดูคำตอบ
had left
But that year, he designed a flawed airplane wing. ลำดับความ
0:13แต่ในปีนั้น เขาได้ออกแบบปีกเครื่องบินที่มีข้อบกพร่อง
But that year: การย้อนอ้างถึงปีเดิมพร้อมส่งสัญญาณความขัดแย้ง
But ส่งสัญญาณว่าข้อเท็จจริงถัดไปขัดกับภาพเชิงบวกที่เกิดจากประโยคแรก ส่วน that year ชี้กลับไปที่ปี 1917 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เพิ่งระบุด้วย By 1917 เมื่อใช้ร่วมกัน But that year ช่วยให้ผู้บรรยายเปลี่ยนจากความสำเร็จครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้วภายในเวลานั้นไปสู่ความล้มเหลวที่คาดไม่ถึงในปี 1917 ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกล่าวปีซ้ำ รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อข้อเท็จจริงถัดมาในเส้นเวลาเดียวกันทำให้เรามองข้อมูลก่อนหน้าเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
บทความหนึ่งกล่าวว่า “In 2020, the company reported record profits.” ประโยคถัดไปข้อใดอ้างถึงปีเดียวกันและนำเสนอข้อมูลที่ขัดแย้งกัน?
- For example, the company sold more products.
- The following year, it opened a new office.
- But that year, it also closed three factories.
ดูคำตอบ
But that year, it also closed three factories.
His attempt was based on an incomplete theory of flight. วลี
0:17ความพยายามของเขาอิงจากทฤษฎีการบินที่ไม่สมบูรณ์
based on an incomplete theory of flight: การระบุพื้นฐาน
Be based on หมายถึงแนวคิด แผน การตัดสินใจ หรือความพยายามที่ใช้บางสิ่งเป็นพื้นฐานหรือแหล่งที่มา ในที่นี้ ความพยายามดังกล่าวอาศัยทฤษฎีการบินที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นคำอธิบายที่รองรับจึงยังพัฒนาไม่ครบถ้วน รูปแบบทั่วไปคือ A is based on B โดย A คือสิ่งที่กำลังอธิบาย ส่วน B คือหลักฐาน ทฤษฎี ข้อเท็จจริง หรือประสบการณ์ที่รองรับสิ่งนั้น ในที่นี้ on แสดงพื้นฐานเชิงนามธรรม ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคปัจจุบันนี้ให้สมบูรณ์โดยใช้ be based on: The report ____ interviews with 50 residents.
ดูคำตอบ
is based on
Indeed, insufficient and inaccurate explanations still circulate today. โน้ต
0:21แท้จริงแล้ว คำอธิบายที่ไม่เพียงพอและไม่ถูกต้องยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้
insufficient and inaccurate explanations: ข้อมูลไม่พอและเนื้อหาไม่ถูกต้อง
ทั้ง insufficient และ inaccurate ขยายคำว่า explanations แต่บอกปัญหาคนละแบบ insufficient หมายถึงมีข้อมูล รายละเอียด หรือหลักฐานไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยข้อมูลที่ให้มาอาจยังถูกต้องอยู่ ส่วน inaccurate หมายถึงเนื้อหาบางส่วนผิดหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แม้คำอธิบายจะมีรายละเอียดมากก็ตาม การใช้คำคุณศัพท์ทั้งสองคำทำให้คำวิจารณ์ชัดเจนเป็นสองส่วน คือคำอธิบายให้ข้อมูลไม่เพียงพอ และข้อมูลบางส่วนที่ให้มาก็ไม่ถูกต้อง
แบบฝึกหัด
คำอธิบายหนึ่งครอบคลุมทุกประเด็นที่ขอ แต่มีข้อเท็จจริงหลายอย่างผิด ประโยคใดระบุปัญหาได้ตรงที่สุด
- The explanation is insufficient.
- The explanation is inaccurate.
- The explanation is accurate but incomplete.
ดูคำตอบ
The explanation is inaccurate.
still circulate today: ยังคงแพร่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ในที่นี้ circulate หมายถึงคำอธิบายหรือข้อมูลอื่น ๆ ถูกส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง หรือปรากฏตามสื่อต่าง ๆ เป็นความหมายเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูล ไม่ใช่การไหลเวียนทางกายภาพของเลือดหรืออากาศ still แสดงว่าการเผยแพร่เริ่มขึ้นก่อนหน้านี้และยังไม่หยุด ส่วน today ในที่นี้หมายถึงปัจจุบันหรือยุคสมัยนี้ ไม่ได้หมายถึงวันนี้เพียงวันเดียว เมื่อรวมกัน still circulate today จึงหมายความว่าคำอธิบายเหล่านั้นยังคงแพร่ต่อมาจนถึงตอนนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ still และรูปที่ถูกต้องของ circulate เติมประโยคให้สมบูรณ์: Old rumors ____ online today.
ดูคำตอบ
still circulate
Where did Einstein go wrong? ในฐานะคำถามนำการสืบค้น
ในที่นี้ where ถามถึงจุดในกระบวนการคิดของไอน์สไตน์ที่เกิดข้อผิดพลาด ไม่ได้ถามถึงสถานที่จริง ส่วน go wrong หมายถึงทำผิดหรือเริ่มเกิดปัญหา เมื่อใช้เป็นคำถามในคำอธิบาย Where did Einstein go wrong? จะเปลี่ยนความขัดแย้งก่อนหน้าให้เป็นประเด็นหลักที่ต้องค้นหาคำตอบ และส่งสัญญาณว่าส่วนถัดไปจะย้อนหาขั้นตอนหรือข้อสมมติที่ผิด
แบบฝึกหัด
คำถามใดถามโดยตรงที่สุดว่าการใช้เหตุผลของเราเริ่มผิดพลาดที่จุดใด
- Where did our reasoning go wrong?
- Where did the hikers take a wrong turn?
- What went wrong during the meeting?
ดูคำตอบ
Where did our reasoning go wrong?
Though we don't always think of it this way: ยอมรับมุมมองเดิมก่อนเสนอใจความหลัก
Though ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อน โดยผู้พูดยอมรับว่าปกติคนทั่วไปไม่ได้มองอากาศในลักษณะนี้ ส่วนข้อความใหม่อยู่ในประโยคหลัก air is a fluid medium การจัดข้อมูลแบบนี้ช่วยนำเสนอแนวคิดที่ขัดกับสัญชาตญาณ เมื่อยอมรับมุมมองที่คุ้นเคยก่อน ผู้พูดก็ทำให้การเปลี่ยนไปสู่แนวคิดใหม่ติดตามได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับก่อนว่าคนทั่วไปมักไม่ได้สังเกตเรื่องหนึ่ง แล้วจึงเสนอใจความหลักได้อย่างถูกต้อง
- Because we do not usually notice it, background noise can affect concentration.
- Though we do not usually notice it, but background noise can affect concentration.
- Though we do not usually notice it, background noise can affect concentration.
ดูคำตอบ
Though we do not usually notice it, background noise can affect concentration.
think of it this way: มองสิ่งหนึ่งจากมุมใหม่
think of something this way หมายถึง “เข้าใจหรือมองบางสิ่งจากมุมนี้” ในประโยคนี้ it หมายถึง air และ this way หมายถึงการมองว่าอากาศเป็นตัวกลางที่เป็นของไหล ส่วน think of ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “นึกออก” เมื่อใช้ Think of it this way: เป็นวลีเปิด จะเป็นการนำเสนอมุมมอง คำอธิบาย หรือการเปรียบเทียบแบบใหม่ที่ช่วยให้เข้าใจแนวคิดได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตามบทเรียนนี้และหมายถึง “มองจากมุมนี้”: ____: a calendar is a map of your time.
ดูคำตอบ
Think of it this way
air is a fluid medium: fluid ครอบคลุมถึงก๊าซ
ในทางฟิสิกส์ fluid คือสสารที่ไหลได้และเปลี่ยนรูปร่างเมื่อมีแรงมากระทำ คำนี้ครอบคลุมทั้งของเหลวและก๊าซ ดังนั้นอากาศจึงเป็นของไหลได้แม้จะไม่ใช่ของเหลว medium หมายถึงวัสดุหรือสสารโดยรอบที่สิ่งหนึ่งเคลื่อนที่อยู่ภายใน หรือที่ผลบางอย่างเดินทางผ่าน ในที่นี้ a fluid medium คือตัวกลางที่ประกอบด้วยสสารที่ไหลได้ ไม่ได้หมายถึง “ตัวกลางที่เป็นของเหลวเท่านั้น”
แบบฝึกหัด
fluid หมายถึงอะไรในข้อความทางวิทยาศาสตร์นี้: Air is a fluid medium.
- อธิบายของแข็งที่คงรูปร่างเดิม
- หมายถึงของเหลวเท่านั้น
- อธิบายสสารที่ไหลได้ รวมถึงก๊าซ
ดูคำตอบ
อธิบายสสารที่ไหลได้ รวมถึงก๊าซ
It's just less dense than liquids like water. ไวยากรณ์
0:36มันแค่มีความหนาแน่นน้อยกว่าของเหลวอย่างน้ำเท่านั้น
less dense than ...: การเปรียบเทียบระดับที่ต่ำกว่า
โครงสร้าง less + adjective + than เปรียบเทียบคุณสมบัติเดียวกันของสองสิ่ง และบอกว่าสิ่งแรกมีคุณสมบัตินั้นในระดับที่ต่ำกว่า ในที่นี้ less dense than หมายถึงสิ่งที่เป็นประธานมีความหนาแน่นต่ำกว่าของเหลวอย่างน้ำ ใน liquids like water คำว่า like ใช้ยก water เป็นตัวอย่างของของเหลว ไม่ได้หมายความว่าของเหลวทุกชนิดเหมือนน้ำ
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์ด้วยคำสามคำ less, dense และ than: Cork is ____ glass.
ดูคำตอบ
less dense than
while heavier objects require an upward force called lift to stay aloft. โน้ต
0:42ในขณะที่วัตถุที่หนักกว่าต้องการแรงยกขึ้นที่เรียกว่าแรงยก เพื่อให้อยู่บนอากาศได้
Things that ... are ...: การระบุกลุ่มด้วยอนุประโยคขยายคำนาม
ใน Things that are lighter than air are buoyant within it คำว่า Things เป็นคำนามหลักของประธาน อนุประโยคขยายคำนาม that are lighter than air บอกว่ากำลังพูดถึงสิ่งใด และไม่ได้เป็นประโยคแยกต่างหาก เมื่ออนุประโยคขยายจบลง are buoyant จึงเป็นภาคแสดงหลัก โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + อนุประโยค that + ภาคแสดงหลัก ซึ่งใช้ระบุกลุ่มก่อน แล้วจึงบอกคุณสมบัติร่วมของกลุ่มนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้าง คำนาม + อนุประโยคขยายด้วย that + ภาคแสดงหลัก เพื่อระบุกลุ่มและบอกคุณสมบัติของกลุ่มนั้น
- Heat-resistant materials are useful in kitchens.
- Materials that resist heat are useful in kitchens.
- Materials are useful because they resist heat.
ดูคำตอบ
Materials that resist heat are useful in kitchens.
while heavier objects require ...: while ที่ใช้แสดงความเปรียบต่าง
ในที่นี้ while ใช้เปรียบต่างวัตถุสองกลุ่ม ประโยคส่วนแรกอธิบายสิ่งที่เบากว่าอากาศ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while บอกเงื่อนไขอีกแบบที่วัตถุหนักกว่าต้องมี while ที่ใช้เปรียบต่างนี้หมายถึง “ส่วน” หรือ “ในทางตรงกันข้าม” คล้าย whereas ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” ในข้อความอธิบาย คำนี้ช่วยวางข้อเท็จจริงสองอย่างที่เกี่ยวข้องกันไว้คู่กันเพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อเปรียบต่างสองกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อบอกว่าเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
- She listened to music while she cleaned her room.
- Please wait while I check your ticket.
- Some birds migrate, while others stay year-round.
ดูคำตอบ
Some birds migrate, while others stay year-round.
upward force called lift to stay aloft: ความหมายและหน้าที่ของ lift
ใน an upward force called lift ส่วน called lift เป็นรูปย่อของ that is called lift และใช้ตั้งชื่อแรงนั้น ในวิชาอากาศพลศาสตร์ lift หมายถึงแรงทิศขึ้นที่เกิดขึ้นเมื่ออากาศไหลรอบปีกหรือพื้นผิวอื่น to stay aloft เป็น infinitive ที่อธิบายว่าเหตุใดวัตถุจึงต้องมีแรงนี้ Aloft หมายถึง “อยู่ในอากาศ” ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าวัตถุที่หนักกว่าต้องมีแรงยกเพื่อให้คงอยู่ในอากาศ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ lift ในความหมายทางอากาศพลศาสตร์และอธิบายหน้าที่ของแรงนี้
- We took the lift to the tenth floor.
- Maya gave me a lift to the station.
- Lift is the upward force that helps an aircraft stay aloft.
ดูคำตอบ
Lift is the upward force that helps an aircraft stay aloft.
this force is mostly generated by the wings: เน้นแหล่งที่มาด้วยกรรมวาจก
โครงสร้างกรรมวาจกคือ be + กริยาช่องที่ 3 + by โดย this force เป็นหัวข้อ is generated บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับแรงนี้ และ by the wings ระบุแหล่งที่มา ลำดับคำนี้ทำให้คำอธิบายเน้นที่แรงมากกว่าปีก mostly หมายถึง “เป็นหลัก” ไม่ใช่ “ทั้งหมด” ประโยคนี้บอกว่าปีกเป็นแหล่งหลัก แต่ยังเปิดโอกาสให้มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกรรมวาจกปัจจุบันของ generate และใส่ mostly: At this school, electricity ____ rooftop solar panels.
ดูคำตอบ
is mostly generated by
One especially pervasive false description of lift is the longer path or equal transit time explanation. โน้ต
0:52คำอธิบายผิดๆ เกี่ยวกับแรงยกที่แพร่หลายมากเป็นพิเศษคือ คำอธิบายเรื่องระยะทางที่ยาวกว่าหรือเวลาที่ใช้เดินทางเท่ากัน
One ... false description of lift is ...: ระบุมุมมองก่อนโต้แย้ง
กรอบ One ... false description of lift is ... เริ่มจากตั้งกลุ่มคำอธิบายที่ผิด แล้วจึงระบุหนึ่งคำอธิบายหลัง is คำว่า One บอกเป็นนัยว่าอาจมีคำอธิบายที่ผิดแบบอื่นอีก ส่วนข้อความหลัง is ระบุคำอธิบายเฉพาะที่ผู้พูดกำลังจะกล่าวถึง วิธีนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยระบุมุมมองก่อน แล้วจึงให้เหตุผลคัดค้าน especially pervasive บอกว่ามุมมองนั้นแพร่หลายมาก ส่วน false ตัดสินอย่างชัดเจนว่ามุมมองนั้นผิด ไม่ได้แนะนำอย่างเป็นกลาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุมุมมองที่ผู้เขียนสามารถนำเสนอก่อนจะโต้แย้งได้อย่างชัดเจน
- Seasons affect weather in many different ways.
- One common misconception about seasons is that they are caused only by Earth's distance from the Sun.
- Earth follows an orbit around the Sun.
ดูคำตอบ
One common misconception about seasons is that they are caused only by Earth's distance from the Sun.
especially pervasive false: คำขยายแต่ละคำทำหน้าที่อย่างไร
ในวลีคำนามนี้ pervasive หมายถึงคำอธิบายดังกล่าวพบได้ในหลายสถานที่หรือหลายแวดวง especially ทำหน้าที่เน้น pervasive ส่วน false แยกกันระบุว่าคำอธิบายนั้นผิด ดังนั้น especially จึงหมายถึง “แพร่หลายเป็นพิเศษ” ไม่ใช่ “ผิดเป็นพิเศษ” pervasive มักสื่อว่าบางสิ่งแพร่ไปทั่วหลายส่วนของระบบและหลีกเลี่ยงได้ยาก คำนี้มีน้ำหนักมากกว่าและเป็นทางการกว่า common และมักใช้กับปัญหา แนวคิด หรืออิทธิพล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pervasive ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Misinformation is pervasive across several online communities.
- I bought a pervasive notebook at the store.
- This singer is pervasive because many people like her.
ดูคำตอบ
Misinformation is pervasive across several online communities.
longer path or equal transit time explanation: ทฤษฎีแรงยกที่ถูกปฏิเสธ
longer path or equal transit time explanation เป็นชื่อของทฤษฎีที่ผิดเกี่ยวกับแรงยกทางอากาศพลศาสตร์ ทฤษฎีนี้อ้างว่าอากาศสองส่วนซึ่งแยกจากกันตรงด้านหน้าปีกต้องกลับมาพบกันที่ขอบท้ายปีกในเวลาเดียวกัน เพราะสมมติว่าเส้นทางด้านบนยาวกว่า จึงกล่าวว่าอากาศด้านบนต้องเคลื่อนที่เร็วกว่า ไม่มีกฎทางฟิสิกส์ที่บังคับให้อากาศสองส่วนนั้นมาถึงพร้อมกัน ในที่นี้ ผู้พูดกำลังระบุชื่อคำอธิบายที่จะโต้แย้ง ไม่ได้เสนอว่าเป็นคำอธิบายแรงยกที่ได้รับการยอมรับ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ longer path or equal transit time explanation หมายถึงอะไร
- วิธีวัดว่าเครื่องบินใช้เวลานานเท่าใดในการเดินทางหนึ่งเที่ยวให้เสร็จ
- กฎที่ได้รับการยอมรับว่าปีกทุกอันมีเส้นทางสองเส้นที่ยาวเท่ากันพอดี
- ทฤษฎีที่ผิดซึ่งอ้างว่าอากาศเหนือและใต้ปีกต้องมาถึงขอบท้ายปีกในเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ
ทฤษฎีที่ผิดซึ่งอ้างว่าอากาศเหนือและใต้ปีกต้องมาถึงขอบท้ายปีกในเวลาเดียวกัน
cover a longer distance than those traveling underneath. ไวยากรณ์
1:04จะครอบคลุมระยะทางที่ยาวกว่าอากาศที่เดินทางด้านล่าง
It states that: การเกริ่นนำข้อกล่าวอ้างที่นำมารายงาน
It อ้างกลับไปถึงทฤษฎีหรือคำอธิบายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน states that ใช้เกริ่นนำความคิดหรือข้อกล่าวอ้างทั้งหมดที่แหล่งข้อมูลนั้นเสนอ ในที่นี้ state เป็นคำกริยาสำหรับรายงานอย่างเป็นทางการ มีความหมายว่า กล่าวหรือระบุ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงสภาวะ โครงสร้างนี้เพียงบอกที่มาของความคิด ไม่ได้แสดงด้วยตัวเองว่าผู้พูดปัจจุบันยอมรับความคิดนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ state that ในรูปที่ถูกต้องสำหรับประธานเอกพจน์: The notice ____ the pool closes at 7 p.m.
ดูคำตอบ
states that
traveling over the top of a curved wing: วลี -ing ที่ทำหน้าที่ขยายคำนาม
traveling over the top of a curved wing อยู่ต่อจาก air molecules โดยตรง และบอกว่าหมายถึงโมเลกุลใด เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูป -ing ซึ่งในที่นี้เทียบได้กับอนุประโยคสัมพันธ์แบบเต็มกว่า คือ that are traveling over the top of a curved wing traveling ไม่ใช่คำกริยาที่ทำให้อนุประโยคสมบูรณ์ ประธานคือ air molecules และคำกริยาหลักคือ cover รูปแบบ “คำนาม + วลี -ing” ช่วยให้ภาษาอังกฤษเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับคำนามได้โดยไม่ต้องใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบเต็ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี -ing ขยายคำนามข้างหน้า และยังมีคำกริยาหลักแยกต่างหาก?
- Students carrying heavy backpacks may use the elevator.
- Carrying heavy backpacks can be tiring for students.
- Students are carrying heavy backpacks after class.
ดูคำตอบ
Students carrying heavy backpacks may use the elevator.
cover a longer distance than those traveling underneath: เดินทางไกลกว่าโมเลกุลที่เคลื่อนที่ด้านล่าง
ในประโยคนี้ cover a distance หมายถึงเดินทางหรือเคลื่อนที่เป็นระยะทางหนึ่ง ไม่ใช่แผ่คลุมและบังพื้นผิว การเปรียบเทียบ cover a longer distance than ... บอกว่าโมเลกุลด้านบนเดินทางไกลกว่ากลุ่มด้านล่าง Those เป็นคำแทนพหูพจน์ของ air molecules ดังนั้น those traveling underneath จึงหมายถึงโมเลกุลอากาศที่เคลื่อนที่ด้านล่าง และช่วยไม่ให้ต้องพูดนามวลีเต็มซ้ำ
แบบฝึกหัด
การเปรียบเทียบที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- โมเลกุลอากาศด้านบนเดินทางไกลกว่าโมเลกุลอากาศด้านล่าง
- โมเลกุลอากาศด้านล่างหยุดนิ่ง ส่วนโมเลกุลอากาศด้านบนเคลื่อนที่ต่อไป
- โมเลกุลอากาศด้านบนคลุมพื้นผิวกว้างกว่าโมเลกุลอากาศด้านล่าง
ดูคำตอบ
โมเลกุลอากาศด้านบนเดินทางไกลกว่าโมเลกุลอากาศด้านล่าง
For the air molecules above to reach the wing's trailing edge in the same instance as those that split off and went below, โน้ต
1:07เพื่อให้โมเลกุลอากาศด้านบนไปถึงขอบท้ายของปีกในเวลาเดียวกับโมเลกุลที่แยกตัวลงไปด้านล่าง
split off and went below: แยกออกไปและเคลื่อนผ่านด้านล่าง
ในที่นี้ split off หมายถึงโมเลกุลอากาศบางส่วนแยกออกจากกระแสหรือเส้นทางหลัก คำว่า off เพิ่มความหมายว่าเคลื่อนออกจากกระแสเดิม ส่วน split ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้เครื่องมือตัดสิ่งของ คำกริยา split off และ went บอกการกระทำสองอย่างที่เกิดตามลำดับ โมเลกุลเหล่านั้นแยกไปตามเส้นทางอื่นก่อน แล้วจึงเคลื่อนผ่านใต้ปีก ในที่นี้ split และ went เป็นรูปอดีตทั้งคู่
แบบฝึกหัด
ใช้ split off from ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During the hike, Maya ____ the main group to take a shorter trail.
ดูคำตอบ
split off from
For ... to reach ..., air must travel ...: ถ้าต้องการให้ X เกิดขึ้น Y ต้องเกิดขึ้น
โครงสร้างตอนต้น For + นามวลี + to-infinitive ระบุประธานของกริยา infinitive และนำเสนอสถานการณ์ที่ต้องเกิดขึ้น กล่าวคือ โมเลกุลอากาศด้านบนต้องไปถึงขอบท้ายในเวลาเดียวกัน ในที่นี้ for ไม่ได้หมายความว่ามีการทำบางอย่างเพื่อประโยชน์ของโมเลกุลเหล่านั้น ประโยคหลักหลังเครื่องหมายจุลภาคใช้ must เพื่อบอกข้อสรุปที่จำเป็นว่า air must travel faster above โครงสร้างการให้เหตุผลที่นำไปใช้ต่อได้คือ For X to happen, Y must happen ซึ่งหมายความว่า Y เป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการให้ X เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง For X to happen, Y must happen: ____ the plants ____ healthy, they must get enough light.
ดูคำตอบ
For · to stay
creating a pocket of lower pressure that lifts the plane. โน้ต
1:17ทำให้เกิดบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ ซึ่งช่วยยกเครื่องบินขึ้น
creating ...: วลี -ing ที่บอกผลลัพธ์
Creating a pocket of lower pressure that lifts the plane เป็นวลี participle รูป -ing ที่บอกผลของกระบวนการซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้มีความหมายเท่ากับ “and this creates a pocket of lower pressure” ไม่ใช่ประโยคหลักใหม่ เพราะ creating ไม่มีประธานแยกต่างหาก โดยทั่วไป เครื่องหมายจุลภาคตามด้วยวลี -ing สามารถเชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้าเข้ากับผลที่ตามมาได้ ผู้ทำกริยาเข้าใจได้จากอนุประโยคก่อนหน้า ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมดก่อให้เกิดอะไร
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ create เพื่อแสดงผลลัพธ์: The new road reduced travel time, ____ easier access to the village.
ดูคำตอบ
creating
a pocket of lower pressure: บริเวณเฉพาะจุด
ในประโยคนี้ a pocket of lower pressure หมายถึงบริเวณเล็ก ๆ เฉพาะจุดที่มีความดันต่ำกว่าอากาศรอบข้าง คำว่า pocket ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงพื้นที่จำกัด ไม่ใช่กระเป๋าเสื้อผ้า รูปแบบ a pocket of + คำนาม ใช้บอกบริเวณเล็ก ๆ ที่มีบางสิ่งอยู่หรือมีสภาพต่างจากรอบข้างได้ คำว่า lower เป็นการเปรียบเทียบ จึงหมายถึงต่ำกว่าความดันบริเวณใกล้เคียง ไม่จำเป็นต้องเป็นความดันที่ต่ำที่สุดในทุกแห่ง
แบบฝึกหัด
a pocket of lower pressure หมายถึงอะไรในประโยคนี้?
- กระเป๋าผ้าที่มีอากาศอยู่ข้างใน
- เครื่องมือที่ใช้วัดความดัน
- บริเวณเล็ก ๆ เฉพาะจุดที่มีความดันต่ำกว่าบริเวณรอบข้าง
ดูคำตอบ
บริเวณเล็ก ๆ เฉพาะจุดที่มีความดันต่ำกว่าบริเวณรอบข้าง
This explanation has been thoroughly debunked. การใช้คำ
1:20คำอธิบายนี้ถูกหักล้างไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
has been thoroughly debunked: ถูกแสดงว่าเป็นเท็จ
has been debunked เป็น present perfect ในรูปประโยคถูกกระทำ โดยมีโครงสร้าง has been + คำกริยาช่องที่ 3 หมายความว่าหลักฐานหรือการตรวจสอบอย่างรอบคอบได้แสดงแล้วว่าคำอธิบายนั้นผิด และผลดังกล่าวยังสำคัญอยู่ในปัจจุบัน thoroughly เสริมว่าถูกแสดงว่าผิดอย่างสมบูรณ์ debunk มีน้ำหนักมากกว่า disagree ใช้เมื่อข้อเท็จจริงเปิดเผยว่าความเชื่อผิด ๆ คำกล่าวอ้าง ทฤษฎี หรือคำอธิบายนั้นเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย The explanation has been thoroughly debunked ได้ดีที่สุด?
- หลักฐานได้แสดงว่าคำอธิบายนั้นผิด
- บางคนเพียงแค่ไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายนั้น
- คำอธิบายนั้นยังไม่ได้รับการตรวจสอบ
ดูคำตอบ
หลักฐานได้แสดงว่าคำอธิบายนั้นผิด
Air molecules flowing above and below the wing don't need to meet back up. กริยาวลี
1:24โมเลกุลอากาศที่ไหลอยู่ด้านบนและด้านล่างของปีกไม่จำเป็นต้องกลับมาเจอกัน
meet back up: กลับมารวมกันหลังจากแยกจากกัน
ใน don't need to meet back up วลี meet back up หมายถึง “กลับมารวมกันอีกครั้งหลังจากแยกจากกัน” ส่วน don't need to เป็นรูปปฏิเสธที่บอกว่าการกลับมารวมกันนั้นไม่จำเป็น ในที่นี้ กระแสอากาศอาจไหลไปคนละเส้นทางโดยไม่ต้องกลับมาบรรจบกันที่สถานที่หรือเวลาเดียวกัน โครงสร้างนี้คือ meet up บวก back โดย back เพิ่มความหมายว่ากลับสู่สภาพเดิมที่เคยอยู่ร่วมกัน อย่าแยก back up เป็นอีกวลีหนึ่งที่หมายถึง “ทำสำเนา” “ถอยหลัง” หรือ “สนับสนุน”
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “กลับมารวมกันอีกครั้งหลังจากแยกจากกัน” ให้ประโยคสมบูรณ์: We can split up to visit different rooms and ____ at the front desk at noon.
ดูคำตอบ
meet back up
the air traveling above reaches the wing's trailing edge much faster than the air beneath. ไวยากรณ์
1:30อากาศที่เดินทางอยู่ด้านบนจะไปถึงขอบท้ายของปีกได้เร็วกว่าอากาศที่อยู่ด้านล่างมาก
In reality: ใช้ข้อเท็จจริงแก้ไขภาพที่เข้าใจก่อนหน้า
In reality เป็นคำเชื่อมระดับประโยคที่ใช้เปลี่ยนจากความเชื่อ ภาพที่เห็น หรือข้อสันนิษฐานก่อนหน้าไปสู่สิ่งที่เป็นจริง ในที่นี้ คำนี้บอกว่าข้อความถัดไปเกี่ยวกับการไหลของอากาศกำลังแก้ไขคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวถึง เมื่ออยู่ต้นประโยค ปกติจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง ให้เข้าใจว่าเป็นป้ายบอกทางของเหตุผลที่มีความหมายว่า “สถานการณ์จริงคือ” ไม่ใช่สำนวนบอกเวลา
แบบฝึกหัด
ข้อความต่อข้อใดใช้ In reality เพื่อแก้ไขภาพที่กล่าวไว้ก่อนหน้า?
- The device looks simple. For example, it has a blue case.
- The device looks simple. Meanwhile, the store is closing.
- The device looks simple. In reality, it contains hundreds of tiny parts.
ดูคำตอบ
The device looks simple. In reality, it contains hundreds of tiny parts.
much faster than the air beneath: เน้นความต่างของความเร็วที่มาก
much faster than เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบที่เน้นว่าความต่างมีมาก faster ใช้เปรียบเทียบว่ากระแสอากาศสองส่วนไปถึงขอบท้ายปีกเร็วเพียงใด ส่วน much บอกว่าความต่างนั้นมาก ดังนั้นประโยคนี้จึงปฏิเสธแนวคิดที่ว่าอากาศทั้งสองส่วนไปถึงพร้อมกัน วาง much ไว้หน้าคำขั้นกว่า: much faster ไม่ใช่ much fast ในที่นี้ the air beneath หมายถึงอากาศที่อยู่ใต้ปีก beneath บอกตำแหน่งทางกายภาพ ไม่ได้หมายความว่าอากาศส่วนนั้นสำคัญน้อยกว่าหรือมีสถานะต่ำกว่า
แบบฝึกหัด
ใช้ much และรูปขั้นกว่าของ fast เติมประโยคให้สมบูรณ์: The express bus reached the station ____ than the local bus.
ดูคำตอบ
much faster
let's simulate an airplane wing in motion. น้ำเสียง/เจตนา
1:40มาจำลองการเคลื่อนที่ของปีกเครื่องบินกันเถอะ
To get a sense of how ...: บอกจุดประสงค์ของกิจกรรมถัดไป
วลี to-infinitive ที่ต้นประโยคบอกจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ตามมา โดยนำการจำลองมาใช้เพื่อให้ผู้ชมเริ่มเข้าใจว่าแรงยกเกิดขึ้นอย่างไร วลีบอกจุดประสงค์แบบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย เพราะบอกผู้ฟังก่อนว่าการสาธิตถัดไปมีประโยชน์อย่างไร get a sense of หมายถึงการเข้าใจบางสิ่งแบบกว้าง ๆ หรือตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่การวัดอย่างแม่นยำ หลัง of วลี how lift is actually generated เป็นคำถามแฝง จึงใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า: how + ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
ใช้ get, sense และ of เติมวลีบอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: To ____ how the recycling machine sorts plastic, let's watch it in slow motion.
ดูคำตอบ
get a sense of
Let's simulate ...: พาผู้ชมเข้าสู่การสาธิต
Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นข้อเสนอที่รวมผู้พูดด้วย มีความหมายว่า “เรามาทำสิ่งนี้ด้วยกัน” ในที่นี้ let's simulate ชวนผู้ชมติดตามการสาธิตถัดไป ไม่ได้กำหนดให้ผู้ชมทุกคนต้องใช้งานการจำลองจริงด้วยตนเอง Simulate an airplane wing in motion หมายถึงใช้แบบจำลองหรือแอนิเมชันเพื่อแสดงปีกขณะกำลังเคลื่อนที่ วลีทั้งหมดบอกว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปและทำให้คำอธิบายรู้สึกเหมือนเป็นการสำรวจร่วมกัน
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ let's ในตัวอย่างนี้คืออะไร
- พาผู้ชมเข้าสู่การสาธิตถัดไป
- ถามว่าผู้พูดออกไปได้หรือไม่
- สั่งให้ผู้ชมทุกคนสร้างและขยับปีกจริง
ดูคำตอบ
พาผู้ชมเข้าสู่การสาธิตถัดไป
the wing affects the movement of the air around it.
1:44ปีกจะส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของอากาศรอบๆ ตัวมัน
As it moves forward: แสดงกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ใน As it moves forward คำว่า as นำอนุประโยคบอกเวลา มีความหมายว่า “ขณะที่” หรือ “ในช่วงเวลาที่” กล่าวคือ ปีกเคลื่อนไปข้างหน้าและส่งผลต่ออากาศรอบ ๆ ในเวลาเดียวกัน ในที่นี้ as เชื่อมสองกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน และใช้การเคลื่อนไปข้างหน้าเป็นฉากหลังด้านเวลาให้ประโยคหลัก ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” และไม่ใช่การเปรียบเทียบที่หมายถึง “เหมือน”
แบบฝึกหัด
ใน “As Leo walks along the beach, he takes photos of the birds,” คำว่า As แสดงอะไร
- การเดินและการถ่ายรูปเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
- ประโยคนี้เปรียบ Leo กับนก
- การเดินเป็นสาเหตุที่บังคับให้เขาต้องถ่ายรูป
ดูคำตอบ
การเดินและการถ่ายรูปเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
As air meets ...: เชื่อมขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการไปสู่ขั้นตอนถัดไป
ในประโยคนี้ As + อนุประโยค หมายถึง “เมื่อ” หรือ “ระหว่างที่ขั้นตอนนี้ของกระบวนการกำลังเกิดขึ้น” ส่วนนี้นำเสนอการที่อากาศสัมผัสปีกเป็นขั้นตอนที่เชื่อมไปสู่ผลในประโยคหลัก คำว่า meets ในที่นี้หมายถึง “สัมผัส” ไม่ใช่ “พบกัน” แบบคน โครงสร้างนี้พบบ่อยในการอธิบายกระบวนการ โดยใช้ As นำเสนอขั้นตอนหนึ่ง แล้วให้ประโยคหลักบอกการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา
แบบฝึกหัด
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย As ทำหน้าที่อะไรในการอธิบายกระบวนการนี้
- บอกเพียงสาเหตุและไม่กล่าวถึงเวลาของกระบวนการเลย
- บอกว่าอากาศกับปีกกำลังพบกันแบบคน
- บอกว่าอากาศสัมผัสพื้นผิวปีกเมื่อใด และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงถัดไป
ดูคำตอบ
บอกว่าอากาศสัมผัสพื้นผิวปีกเมื่อใด และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงถัดไป
a thin layer sticks to the wing: การเกาะติดทางกายภาพ
ในที่นี้ a thin layer sticks to the wing หมายความว่าชั้นบาง ๆ ยังคงเกาะติดอยู่กับพื้นผิวของปีกในทางกายภาพ บุพบท to ใช้นำพื้นผิวที่ชั้นนั้นสัมผัสและเกาะอยู่ Stick to ยังใช้ในความหมายเชิงนามธรรมได้ เช่น stick to a plan ซึ่งหมายถึง “ทำตามแผนต่อไป” แต่ในประโยคนี้ layer และ wing เป็นสิ่งที่จับต้องได้ จึงหมายถึงการเกาะติด ไม่ใช่ความมุ่งมั่นทำตามสิ่งใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stick to ในความหมายทางกายภาพเหมือนกับตัวอย่าง
- Leo stuck to his practice schedule.
- Please stick to the safety rules.
- A thin film of oil stuck to the glass.
ดูคำตอบ
A thin film of oil stuck to the glass.
pull ... with it: ทำให้สิ่งหนึ่งเคลื่อนตามไปด้วย
โครงสร้าง X pulls Y with it หมายถึง เมื่อ X เคลื่อนที่ X จะทำให้ Y เคลื่อนตามไปด้วย ในประโยคนี้ this layer คือ X และ the surrounding air คือ Y ใน with it คำว่า it ย้อนกลับไปหมายถึง this layer วลีนี้บอกการเคลื่อนที่ไปด้วยกัน ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือที่ใช้ดึง ถ้าสิ่งที่เคลื่อนที่เป็นพหูพจน์ ให้ใช้ with them
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่แสดงว่ากล่องเคลื่อนตามสายพานซึ่งเป็นเอกพจน์: The moving belt pulled the boxes ____.
ดูคำตอบ
with it
split into pathways above and below: แยกเป็นเส้นทางด้านบนและด้านล่าง
split into + คำนามพหูพจน์ หมายถึง สิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวแยกออกเป็นส่วน กลุ่ม หรือเส้นทางที่ระบุหลัง into ในประโยคนี้ กระแสอากาศหนึ่งสายแยกเป็นเส้นทางที่ผ่านเหนือและใต้ปีก above and below the wing บอกตำแหน่งของเส้นทางที่เกิดขึ้น ส่วน into นำหน้าผลลัพธ์ของการแยก ไม่ได้บอกจุดหมายที่อากาศไปถึง
แบบฝึกหัด
เติมรูปที่ถูกต้องของ split into: At the fork, the trail ____ two paths.
ดูคำตอบ
splits into
following the wing's contour: เคลื่อนไปตามรูปทรงของปีก
ตรงนี้ follow หมายถึง “เคลื่อนที่หรือทอดไปตามรูปทรงของบางสิ่ง” ไม่ใช่ “เดินตามหลังคน” วลีนี้บอกว่าแนวการเคลื่อนที่ไปตามรูปทรงด้านนอกของปีก the wing's contour หมายถึงเส้นรอบนอกหรือรูปทรงของพื้นผิวปีกที่โค้ง ส่วน following ... เป็นวลี -ing ที่อธิบายเส้นทางของอากาศที่กำลังเคลื่อนที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ follow ในความหมายว่า “เคลื่อนที่หรือทอดไปตามรูปทรง”?
- The child follows her teacher into the room.
- The road follows the contour of the hillside.
- The reporter follows the latest news.
ดูคำตอบ
The road follows the contour of the hillside.
As the air ... makes its way ..., it experiences ...: หาประโยคหลัก
อนุประโยค As ทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาคให้ข้อมูลพื้นหลังของกระบวนการว่า อากาศกำลังเคลื่อนอ้อมส่วนหน้าของปีก ประโยคหลักเริ่มหลังเครื่องหมายจุลภาคที่ it experiences centripetal acceleration โดย it ย้อนกลับไปหมายถึง the air ภายในอนุประโยค As นั้น the air เป็นประธาน ส่วน that's routed above เป็นอนุประโยคขยาย the air และ makes its way around the nose of the wing เป็นภาคแสดงของอนุประโยค As การมองเห็นโครงสร้างเป็นชั้น ๆ ช่วยไม่ให้เข้าใจผิดว่า routed หรือ makes เป็นกริยาของประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ข้อใดวิเคราะห์ประโยคนี้ได้ถูกต้อง?
- ประโยคหลักเริ่มด้วย “that's routed”
- ประโยคหลักเริ่มด้วย “it experiences”
- ประโยคนี้ไม่มีประโยคหลักเพราะขึ้นต้นด้วย As
ดูคำตอบ
ประโยคหลักเริ่มด้วย “it experiences”
makes its way around the nose of the wing: เคลื่อนอ้อมส่วนหน้าของปีก
ใน makes its way around สำนวน make one's way หมายถึงเคลื่อนที่ไปตามเส้นทาง โดยเน้นเส้นทางหรือกระบวนการเคลื่อนที่ ในที่นี้อากาศเคลื่อนตามแนวโค้งอ้อมส่วนหน้าของปีก its หมายถึง air ส่วน the nose of the wing คือส่วนหน้าสุดหรือบริเวณขอบนำของปีก ไม่ได้หมายถึงจมูกของคนหรือสัตว์ตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ make one's way เติมประโยคให้สมบูรณ์: The hikers slowly ____ around the fallen trees.
ดูคำตอบ
made their way
the force you also feel in a sharply turning car. ลำดับความ
2:09ซึ่งเป็นแรงแบบเดียวกับที่คุณรู้สึกได้ในรถที่เลี้ยวโค้งอย่างแรง
experiences centripetal acceleration: เกิดความเร่งสู่ศูนย์กลาง
ใน experiences centripetal acceleration คำว่า experiences หมายถึงประสบหรือได้รับสิ่งหนึ่ง ความเร่งสู่ศูนย์กลางคือความเร่งที่ชี้เข้าหาศูนย์กลางของเส้นทางโค้ง เมื่ออากาศโค้งอ้อมปีก ทิศทางของความเร็วจะเปลี่ยน แม้อัตราเร็วจะไม่เพิ่มขึ้นก็ยังมีความเร่ง การเปรียบเทียบกับรถที่เลี้ยวช่วยให้นึกภาพความเร่งที่ชี้เข้าด้านในได้ แต่ความเร่งกับแรงเป็นปริมาณทางฟิสิกส์คนละอย่างกัน แรงลัพธ์ที่ชี้เข้าด้านในทำให้เกิดความเร่งสู่ศูนย์กลาง
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The ball experiences centripetal acceleration as it turns," ข้อความที่เน้นไว้หมายถึงอะไร?
- วัตถุไม่มีความเร่งหากอัตราเร็วคงที่
- ความเร่งชี้ออกจากศูนย์กลางของเส้นทางโค้งโดยตรง
- ความเร่งชี้เข้าหาศูนย์กลางของเส้นทางโค้งและเปลี่ยนทิศทางของความเร็ว
ดูคำตอบ
ความเร่งชี้เข้าหาศูนย์กลางของเส้นทางโค้งและเปลี่ยนทิศทางของความเร็ว
แรงที่คุณรู้สึกได้เช่นกันในรถที่กำลังเลี้ยวอย่างแรง: เข้าใจแนวคิดนามธรรมด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย
สำนวนนี้เชื่อมโยงแรงทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรมเข้ากับความรู้สึกทางร่างกายที่คุ้นเคย นั่นคือแรงที่คนเรารู้สึกเมื่อรถเลี้ยวอย่างแรง อนุประโยค “you also feel...” เชื่อมประสบการณ์ในชีวิตประจำวันเข้ากับแรงที่กำลังอธิบาย และบอกว่าความรู้สึกในอีกสถานการณ์หนึ่งมีลักษณะคล้ายกัน นี่เป็นการเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เข้าใจ ไม่ได้หมายความว่ารถที่กำลังเลี้ยวและปีกสร้างแรงด้วยกลไกทางฟิสิกส์ที่เหมือนกันทุกประการ
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ วลี “the force you also feel in a sharply turning car” มีจุดประสงค์หลักอะไร
- อ้างว่ารถกับปีกใช้กลไกเดียวกันทุกประการ
- ให้คำอธิบายเชิงเทคนิคเกี่ยวกับวิธีที่รถเลี้ยว
- เชื่อมโยงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรมกับความรู้สึกในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย
ดูคำตอบ
เชื่อมโยงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นนามธรรมกับความรู้สึกในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย
The air above therefore gathers more speed than the air traveling below. ลำดับความ
2:12ดังนั้นอากาศด้านบนจึงมีความเร็วเพิ่มขึ้นมากกว่าอากาศที่เดินทางอยู่ด้านล่าง
Therefore gathers more speed than the air traveling below: ใช้ therefore เพื่อแสดงผลลัพธ์
therefore แสดงว่าการเพิ่มความเร็วเป็นข้อสรุปที่ได้จากคำอธิบายก่อนหน้า คำนี้จัดระเบียบคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นลำดับเหตุผลไปสู่ผลลัพธ์อย่างชัดเจน แทนที่จะนำเสนอความแตกต่างของความเร็วเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ในที่นี้ gathers more speed หมายถึง “ค่อย ๆ เพิ่มความเร็ว” หรือ “เร่งความเร็ว” ไม่ได้หมายถึงการ “รวบรวมความเร็ว” ราวกับความเร็วเป็นสิ่งของ ส่วน more ... than ใช้เปรียบเทียบอากาศด้านบนกับอากาศที่ไหลอยู่ด้านล่าง
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ therefore บอกอะไรแก่ผู้อ่าน
- แสดงว่าความแตกต่างของความเร็วเป็นผลจากเหตุผลก่อนหน้า
- บอกว่าความแตกต่างของความเร็วเกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์อื่น
- บอกว่าความแตกต่างของความเร็วเกิดขึ้นหลังจากนั้นเท่านั้น
ดูคำตอบ
แสดงว่าความแตกต่างของความเร็วเป็นผลจากเหตุผลก่อนหน้า
This increased speed is coupled with a decrease in pressure above the wing, วลี
2:17ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ควบคู่ไปกับความกดอากาศที่ลดลงเหนือปีก
is coupled with: การเชื่อมโยงปรากฏการณ์สองอย่างที่เกี่ยวข้องกัน
ในโครงสร้าง “A is coupled with B” วลี be coupled with หมายถึง A และ B เกิดขึ้นพร้อมกันหรือมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด ในที่นี้ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นและความดันที่ลดลงถูกนำเสนอเป็นการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เชื่อมโยงกัน วลีนี้บอกถึงความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวมันเองว่า A เป็นสาเหตุโดยตรงของ B คำอธิบายรอบข้างอาจแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล แต่ตัววลีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ระบุทิศทางของเหตุและผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป simple past ของ be coupled with: During the study, higher temperatures ____ lower rainfall.
ดูคำตอบ
were coupled with
which pulls even more air across the wing's upper surface. ไวยากรณ์
2:22ซึ่งดึงอากาศให้ไหลข้ามพื้นผิวด้านบนของปีกมากยิ่งขึ้น
which pulls...: การเพิ่มผลที่ตามมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายจุลภาค + which เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการลดลงของความดันเหนือปีก ในที่นี้ which หมายถึงเหตุการณ์ที่ความดันลดลงทั้งหมด ไม่ได้หมายถึง wing และกริยา pulls บอกผลกระทบถัดไปของเหตุการณ์นั้น เราสามารถบอกเหตุการณ์ก่อน แล้วเพิ่มผลที่ตามมาด้วยรูปแบบ อนุประโยค, which + กริยา โดย which ทำหน้าที่เป็นประธานของ pulls อยู่แล้ว จึงไม่เติม it หลัง which
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + which อย่างถูกต้องเพื่ออ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าและเพิ่มผลที่ตามมา?
- The road was blocked, which caused a long delay.
- The road was blocked, which it caused a long delay.
- The road was blocked, who caused a long delay.
ดูคำตอบ
The road was blocked, which caused a long delay.
The air flowing across the lower surface meanwhile experiences less of a change in direction and speed. วลี
2:27ในขณะเดียวกัน อากาศที่ไหลข้ามพื้นผิวด้านล่างจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางและความเร็วน้อยกว่า
meanwhile experiences less of a change: ความแตกต่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ในที่นี้ meanwhile บอกผู้อ่านว่ากระแสอากาศที่พื้นผิวด้านล่างกำลังถูกอธิบายในกระบวนการเดียวกันกับกระแสอากาศอีกด้านที่กล่าวถึงไปแล้ว คำนี้ย้ายจุดสนใจไปยังแนวอธิบายที่เกิดควบคู่กัน และนำเสนอการเปลี่ยนแปลงทิศทางกับความเร็วที่น้อยกว่าเป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดภายหลัง
แบบฝึกหัด
สองทีมทำงานในเวลาเดียวกัน ประโยคใดเปลี่ยนไปกล่าวถึงงานที่ทำควบคู่กันของทีมที่สองได้ถูกต้อง
- The front team tested the engine; therefore, the rear team checked the brakes.
- The front team tested the engine; afterward, the rear team checked the brakes.
- The front team tested the engine; meanwhile, the rear team checked the brakes.
ดูคำตอบ
The front team tested the engine; meanwhile, the rear team checked the brakes.
The pressure across the wing's lower surface is thus higher than that above the upper surface. ลำดับความ
2:34ความกดอากาศที่พาดผ่านพื้นผิวด้านล่างของปีกจึงสูงกว่าความกดอากาศเหนือพื้นผิวด้านบน
is thus higher than that: การบอกผลลัพธ์และใช้คำแทนคำนาม
thus แสดงว่าการเปรียบเทียบความดันนี้เป็นข้อสรุปที่ได้จากคำอธิบายก่อนหน้า ในงานเขียนเชิงวิทยาศาสตร์และวิชาการ คำนี้ทำให้ลำดับการให้เหตุผลชัดเจนว่า ข้อเท็จจริงก่อนหน้านำไปสู่ผลลัพธ์นี้ ใน higher than that above the upper surface คำว่า that ใช้แทน pressure สิ่งที่เปรียบเทียบกันคือความดันที่พื้นผิวด้านล่างกับความดันเหนือพื้นผิวด้านบน ไม่ใช่ความดันกับพื้นผิว
แบบฝึกหัด
เรือนกระจกกักเก็บความร้อนไว้ตลอดคืน ข้อความต่อใดบอกผลลัพธ์และใช้ that เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าว temperature ซ้ำ
- The temperature inside is thus higher than that outside.
- The temperature inside is meanwhile higher than that outside.
- The temperature inside is thus higher than the temperature outside.
ดูคำตอบ
The temperature inside is thus higher than that outside.
This pressure difference results in the upwards force of lift. วลี
2:40ความแตกต่างของความกดอากาศนี้ทำให้เกิดแรงยกตัวขึ้น
result in: เหตุ + result in + ผล
วลี result in หมายถึง “ทำให้เกิด” หรือ “ก่อให้เกิด” ใช้โครงสร้าง เหตุ + result in + ผล ในประโยคนี้ this pressure difference คือเหตุ และ the upwards force of lift คือผล คำกริยาจะเปลี่ยนตามกาลและความสอดคล้องกับประธานเป็น result, results หรือ resulted แต่หลัง in ยังคงเป็นผลลัพธ์เสมอ อย่าสลับทิศทางของเหตุและผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย result และคำบุพบทที่ถูกต้อง โดยให้เหตุมาก่อนผล: A blocked drain can ____ serious flooding.
ดูคำตอบ
result in
The faster..., the greater...: การเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกัน
โครงสร้างสัมพันธ์ the + ขั้นกว่า..., the + ขั้นกว่า... แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเชื่อมโยงกัน เมื่อสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้นหรือลดลง อีกสิ่งหนึ่งก็เปลี่ยนไปด้วย ในประโยคนี้ ยิ่งเคลื่อนที่เร็ว ความแตกต่างของความดันและแรงก็ยิ่งมากขึ้น ส่วนที่บอกผลสองส่วนมีโครงสร้างขนานกันและเชื่อมด้วย and แต่ละส่วนสามารถเติม is ให้เต็มได้เป็น the greater the pressure difference is และ the greater that force is ทุกส่วนเปรียบเทียบเริ่มด้วย the ซึ่งในโครงสร้างนี้เป็นเครื่องหมายตายตัว ไม่ใช่คำนำหน้านามทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกันได้ถูกต้อง เพื่อสื่อว่ายิ่งเตรียมตัวอย่างรอบคอบก็ยิ่งมั่นใจ?
- More carefully you prepare, the more confident you become.
- The more carefully you prepare, the more confident you become.
- The more carefully you prepare, more confident you become.
ดูคำตอบ
The more carefully you prepare, the more confident you become.
Once it overcomes ...: once สำหรับเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้น
ในที่นี้ once เป็นคำสันธานที่หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “เมื่อถึงจุดที่จำเป็น” โดยนำหน้าสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อน นั่นคือต้องเอาชนะแรงโน้มถ่วงให้ได้ แล้วเครื่องบินจึงจะทะยานขึ้น ในโครงสร้างนี้ once ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ once + อนุประโยค, ประโยคหลัก ซึ่งเชื่อมเงื่อนไขหรือจุดเวลาที่บรรลุแล้วเข้ากับผลที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสันธานเป้าหมาย once และใช้อักษรตัวใหญ่ให้ถูกต้องที่ต้นประโยค: ____ the battery is fully charged, the light will turn green.
ดูคำตอบ
Once
the plane takes off: take off ในความหมายว่า “ทะยานขึ้น”
เมื่อประธานเป็นเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรืออากาศยานชนิดอื่น take off เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “ออกจากพื้นและเริ่มบิน” ในประโยคนี้ the plane เป็นประธานเอกพจน์บุรุษที่สาม จึงเปลี่ยน take เป็น takes: the plane takes off. ความหมายด้านการบินนี้ต้องมี off ด้วย เพราะ the plane takes ไม่ได้หมายถึงเครื่องบินทะยานขึ้น และการใช้ take off แบบนี้ไม่มีกรรมตามหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ takes off ในความหมายว่าอากาศยานออกจากพื้น?
- The pilot takes his jacket off before lunch.
- The helicopter takes off from the hospital roof.
- The mechanic takes a panel off the engine.
ดูคำตอบ
The helicopter takes off from the hospital roof.
but a wing's curvature is not the cause of lift. ลำดับความ
2:57แต่ความโค้งของปีกไม่ใช่สาเหตุของแรงยก
but ... is not the cause of ...: แก้ข้อสรุปเรื่องเหตุและผล
ในประโยคนี้ but ใช้แก้ข้อสรุปที่อาจดูสมเหตุสมผล ตอนแรกยอมรับข้อสังเกตว่าอากาศไหลอย่างราบรื่นรอบปีกที่โค้ง แต่ตอนหลังชี้ว่าข้อสังเกตนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าความโค้งเป็นสาเหตุของแรงยก รูปแบบ “สังเกตเห็นปรากฏการณ์ แต่ปรากฏการณ์นั้นไม่ใช่สาเหตุ” แยกสิ่งที่มองเห็นออกจากคำอธิบายที่สรุปตามไม่ได้ รูปแบบนี้มีประโยชน์ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และการให้เหตุผลอย่างรอบคอบเพื่อแก้ความเข้าใจผิดเรื่องเหตุและผล
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับหน้าที่ของ but ในตัวอย่างมากที่สุด
- เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อเกี่ยวกับปีกที่โค้ง โดยไม่ได้แก้ความเข้าใจใด
- ยอมรับสิ่งที่สังเกตได้ก่อน แล้วปฏิเสธข้อสรุปเชิงเหตุและผลที่อนุมานจากสิ่งนั้น
- บอกว่าปีกที่โค้งไม่สามารถสร้างแรงยกได้
ดูคำตอบ
ยอมรับสิ่งที่สังเกตได้ก่อน แล้วปฏิเสธข้อสรุปเชิงเหตุและผลที่อนุมานจากสิ่งนั้น
In fact: ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่แก้ความเข้าใจเดิม
In fact บอกว่าข้อความถัดไปให้ข้อเท็จจริงที่แก้ไขหรือสนับสนุนสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าให้หนักแน่นขึ้น ในที่นี้ใช้เกริ่นตัวอย่างที่โต้แย้งความคิดเดิมว่า ปีกแบนก็สร้างแรงยกได้ ดังนั้นจึงไม่ควรถือว่าความโค้งเป็นสาเหตุ เมื่ออยู่ต้นประโยค In fact ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าการอธิบายกำลังเดินหน้าด้วยข้อมูลที่หนักแน่นกว่า ไม่ใช่คำเติมที่มีความหมายเพียงว่า “ด้วย”
แบบฝึกหัด
ผู้คนมักคิดว่าพิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับเกริ่นข้อเท็จจริงที่แก้ความเข้าใจว่าแท้จริงแล้วพิพิธภัณฑ์เปิด
- In fact, it is open from ten to four.
- For example, it is open from ten to four.
- Meanwhile, it is open from ten to four.
ดูคำตอบ
In fact, it is open from ten to four.
that's tilted upwards can also create lift: การบอกสภาพและความสามารถของปีก
ใน that's tilted upwards คำว่า that's เป็นรูปย่อของ that is อนุประโยคสัมพัทธ์นี้วางต่อจาก a flat wing และบอกสภาพของปีกว่าปีกเอียงขึ้น ในที่นี้ tilted บอกสภาพ ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างที่ปีกทำ ภาคแสดงหลักคือ can also create lift คำว่า can บอกว่าปีกชนิดนี้สามารถสร้างแรงยกได้เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่กล่าวไว้ และ also เพิ่มปีกแบนที่เอียงนี้เป็นอีกกรณีหนึ่ง โครงสร้าง คำนาม + that's + กริยารูป past participle ช่วยเพิ่มลักษณะของคำนามอย่างกระชับ ก่อนบอกว่าสิ่งนั้นทำอะไรได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความทุกส่วนของข้อความที่เน้นไว้ได้ถูกต้อง?
- ปีกแบนเอียงขึ้น และปีกนั้นก็สามารถสร้างแรงยกได้เช่นกัน
- ปีกแบนทำการเอียงขึ้นอีกอย่างหนึ่งหลังจากสร้างแรงยกแล้ว
- แรงยกเอียงขึ้นและสร้างปีกแบนขึ้นมา
ดูคำตอบ
ปีกแบนเอียงขึ้น และปีกนั้นก็สามารถสร้างแรงยกได้เช่นกัน
contributing to and reinforcing the pressure difference. วลี
3:08และช่วยเสริมสร้างความแตกต่างของความกดอากาศ
as long as: การนำเสนอเงื่อนไข
ในที่นี้ as long as หมายถึง “ตราบใดที่” หรือ “หากเป็นไปตามเงื่อนไขนี้” วลีนี้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ข้อความก่อนหน้าเป็นจริง กล่าวคือ ปีกสร้างแรงยกได้หากอากาศโค้งไหลไปรอบปีก นี่เป็นการใช้เพื่อบอกเงื่อนไข ไม่ได้บอกระยะเวลา คำหลัง as long as เป็นอนุประโยคที่มีประธานและกริยา โดยมีรูป as long as + ประธาน + กริยา อนุประโยคเงื่อนไขนี้วางก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as long as ในความหมายว่า “หากเป็นไปตามเงื่อนไขนี้”?
- You can borrow my bike as long as you wear a helmet.
- The rope is as long as the hallway.
- We waited as long as two hours.
ดูคำตอบ
You can borrow my bike as long as you wear a helmet.
contributing to and reinforcing...: กริยารูป -ing สองคำที่ใช้วลีนามท้ายร่วมกัน
contributing to and reinforcing เชื่อมกริยารูป -ing สองคำเข้าด้วยกัน โดยใช้วลีนามเดียวกันที่ท้ายข้อความ คือ the pressure difference หากเขียนแบบเต็มจะเป็น contributing to the pressure difference and reinforcing the pressure difference กริยาแต่ละคำยังคงใช้โครงสร้างของตนเอง Contribute to something หมายถึงช่วยทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นหรือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงบริจาค ส่วน reinforce something รับกรรมโดยตรงและหมายถึงทำให้สิ่งนั้นแข็งแรงหรือชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดทำให้ contribute และ reinforce ใช้วลีนามท้ายประโยคร่วมกันได้อย่างถูกต้อง พร้อมคงโครงสร้างของกริยาแต่ละคำไว้?
- The feedback loop is contributing to and reinforcing to the problem.
- The feedback loop is contributing to and reinforcing the problem.
- The feedback loop is contributing and reinforcing to the problem.
ดูคำตอบ
The feedback loop is contributing to and reinforcing the problem.
having a wing that's too curved or steeply angled can be disastrous. ไวยากรณ์
3:13การมีปีกที่โค้งเกินไปหรือมีมุมที่ชันเกินไปอาจก่อให้เกิดหายนะได้
Meanwhile ... can be disastrous: การนำเสนอความเสี่ยงอีกด้านที่ตรงข้าม
Meanwhile วางประโยคนี้ไว้ควบคู่กับประเด็นก่อนหน้า และเปลี่ยนความสนใจไปยังอีกด้านของเรื่องเดียวกัน นั่นคือความโค้งหรือมุมที่มากเกินไปก่อให้เกิดอันตราย ในที่นี้คำนี้ใช้จัดลำดับข้อมูลที่ตรงข้ามกัน ไม่ได้บอกลำดับเหตุการณ์ ประโยคนี้เพิ่มข้อจำกัดสำคัญให้คำอธิบายก่อนหน้า ทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจผิดว่า หากความโค้งหรือมุมในระดับหนึ่งช่วยได้ ระดับที่มากขึ้นจะต้องดีกว่าเสมอ
แบบฝึกหัด
Meanwhile ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง?
- บอกว่าความเสี่ยงเริ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้าสิ้นสุดแล้วเท่านั้น
- นำเสนอประโยคนี้เป็นข้อสรุปโดยตรงที่ได้รับการพิสูจน์จากประเด็นก่อนหน้า
- นำเสนอความเสี่ยงที่ตรงข้ามและต้องพิจารณาควบคู่กับประเด็นก่อนหน้า
ดูคำตอบ
นำเสนอความเสี่ยงที่ตรงข้ามและต้องพิจารณาควบคู่กับประเด็นก่อนหน้า
Having a wing that's too... can be disastrous: อนุประโยค gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Having a wing that's too curved or steeply angled เป็นอนุประโยค gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค โดยมองสภาพการออกแบบนี้เป็นสถานการณ์หนึ่งทั้งก้อน ส่วน can be disastrous เป็นภาคแสดงที่บอกผลซึ่งอาจเกิดขึ้น ภายในประธาน that's too curved or steeply angled ขยายคำว่า wing คำว่า too หมายถึงเกินระดับที่เหมาะสมหรือปลอดภัย จึงสื่อว่ามีปัญหาและสอดคล้องกับผลด้านลบ disastrous ไม่ได้หมายถึงเพียง very ที่แปลว่า “มาก”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป gerund ของ have เพื่อให้ส่วนต้นเป็นประธาน: ____ a battery that's too hot can be dangerous.
ดูคำตอบ
Having
The airflow above may detach from the wing and become turbulent. วลี
3:17การไหลของอากาศด้านบนอาจหลุดออกจากปีกและเกิดความปั่นป่วน
may detach from ... and become turbulent: การแยกออกและการเปลี่ยนสภาพ
May แสดงผลที่อาจเกิดขึ้น Detach from the wing หมายถึงกระแสอากาศหยุดไหลตามหรือสัมผัสกับพื้นผิวปีก แล้วแยกออกจากพื้นผิวนั้น Detach และ become เป็นคำกริยาสองคำที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and โดย may มีผลกับทั้งสองคำ และทั้งสองใช้ประธานร่วมกันคือ the airflow ส่วน Become turbulent บอกการเปลี่ยนสภาพที่เกิดตามมา ในพลศาสตร์ของไหล turbulent หมายถึงการไหลที่ไม่สม่ำเสมอและไม่เสถียร ไม่ได้หมายถึงสถานการณ์ทางสังคมที่วุ่นวาย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าฉลากอาจหลุดออกจากขวด?
- The label may detach from the bottle in hot water.
- The label may remain attached to the bottle in hot water.
- The label may move with the bottle in hot water.
ดูคำตอบ
The label may detach from the bottle in hot water.
นี่น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแบบปีกของไอน์สไตน์
ในประโยคนี้ This ย้อนกลับไปอ้างถึงกระบวนการที่อธิบายไว้ก่อนหน้า คือกระแสอากาศแยกออกจากปีกแล้วกลายเป็นกระแสปั่นป่วน ไม่ได้หมายถึงวิดีโอทั้งหมด This is probably what happened with X นำคำอธิบายทั่วไปนั้นมาใช้กับกรณีเฉพาะ X ส่วน probably บอกว่าความเชื่อมโยงนี้มีแนวโน้มเป็นจริง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ตัวอย่างสองประโยคใดใช้ This is probably what happened with... ได้ถูกต้องเพื่อนำคำอธิบายที่เป็นไปได้ไปใช้กับกรณีเฉพาะหนึ่งกรณี
- The motor may have overheated. This is probably what happened with the old machine.
- The motor may have overheated. This is probably the old machine.
- The motor may have overheated. These are probably what happened with the old machine.
ดูคำตอบ
The motor may have overheated. This is probably what happened with the old machine.
nicknamed the cat's back: เพิ่มฉายาที่บรรยายลักษณะอย่างไม่เป็นทางการ
Nicknamed the cat's back เป็นอนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อที่ขยาย Einstein's wing design หมายความว่าแบบปีกนี้ได้รับชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า the cat's back โดย nicknamed บอกว่าผู้คนเรียกมันว่าอะไร ไม่ใช่ชื่อทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ ฉายานี้บรรยายแบบปีกจากรูปทรงโค้งที่คล้ายหลังของแมวซึ่งโก่งขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกชื่ออย่างไม่เป็นทางการของสะพานได้เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมาตรฐาน
- The bridge was nicknamed the Silver Wave.
- The bridge was nicknamed to the Silver Wave.
- The bridge was nicknamed as the Silver Wave.
ดูคำตอบ
The bridge was nicknamed the Silver Wave.
Einstein thought it would generate more lift, ไวยากรณ์
3:30ไอน์สไตน์คิดว่ามันจะสร้างแรงยกได้มากขึ้น
By increasing the wing's curvature, ...: การบอกวิธีด้วย by + คำกริยาเติม -ing
by + คำกริยาเติม -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ By increasing the wing's curvature อธิบายว่าไอน์สไตน์คิดว่าการเพิ่มความโค้งของปีกเป็นวิธีที่จะทำให้เกิดแรงยกมากขึ้น วลีนี้บอกวิธีการ ไม่ได้บอกกำหนดเวลา รูปแบบที่ใช้ได้คือ By + คำกริยาเติม -ing, + ผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่สื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเราพบคำตอบโดยตรวจดูบันทึก:
- Until checking the notes, we found the answer.
- By checking the notes, we found the answer.
- By checked the notes, we found the answer.
ดูคำตอบ
By checking the notes, we found the answer.
Einstein thought it would generate more lift, ...: ผลลัพธ์ภายหลังจากมุมมองในอดีต
Thought ทำให้มุมมองของผู้พูดอยู่ในอดีต ส่วน would generate แสดงว่า เมื่อมองจากช่วงเวลาในอดีตนั้น การสร้างแรงยกที่มากขึ้นเป็นผลลัพธ์ที่ไอน์สไตน์คาดว่าจะเกิดขึ้นในภายหลัง การใช้แบบนี้เรียกว่าอนาคตในมุมมองของอดีต และมักใช้เมื่อเล่าความคิดหรือคำพูดในอดีต ในที่นี้ would ใช้บอกความคาดหมาย ไม่ใช่คำขออย่างสุภาพ และไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์เป็นเรื่องสมมติโดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่เล่าความคาดหมายในอดีตเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง:
- The coach thought the team would improve.
- The coach thinks the team will improve.
- The coach thought the team improved.
ดูคำตอบ
The coach thought the team would improve.
but one test pilot reported that the plane wobbled like a pregnant duck in flight. สำนวน
3:33แต่นักบินทดสอบรายงานว่าเครื่องบินโคลงเคลงเหมือนเป็ดท้องขณะบิน
wobbled like a pregnant duck in flight: อุปมาที่เกินจริง
wobbled บรรยายการเคลื่อนไหวที่ส่ายไปมาด้านข้างอย่างไม่มั่นคง ส่วน like ใช้เริ่มอุปมาโดยเปรียบการเคลื่อนไหวของเครื่องบินกับท่าทางที่จินตนาการว่าเป็ดท้องน่าจะเคลื่อนไหว การเปรียบนี้ตั้งใจให้ตลกและเกินจริง ไม่ใช่คำกล่าวตามตัวอักษรหรือคำอธิบายทางเทคนิค จุดประสงค์คือทำให้เครื่องบินดูเทอะทะ หนัก และไม่มั่นคงขณะอยู่ในอากาศ
แบบฝึกหัด
อุปมานี้สื่อถึงเครื่องบินเป็นหลักว่าอย่างไร
- เครื่องบินบินอย่างราบรื่นแต่ส่งเสียงแปลก ๆ
- เครื่องบินบรรทุกเป็ดอยู่ระหว่างเที่ยวบิน
- เครื่องบินเคลื่อนไหวอย่างเทอะทะและไม่มั่นคงในอากาศ
ดูคำตอบ
เครื่องบินเคลื่อนไหวอย่างเทอะทะและไม่มั่นคงในอากาศ
Our explanation is still a simplified description of this nuanced complex process. การใช้คำ
3:39คำอธิบายของเรายังคงเป็นเพียงคำอธิบายแบบง่ายๆ ของกระบวนการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนนี้
a simplified description of this nuanced complex process: การจำกัดความครบถ้วนของข้อกล่าวอ้าง
คำนามหลักคือ description ส่วน simplified บอกว่าคำอธิบายถูกทำให้เข้าใจง่ายขึ้นด้วยการตัดรายละเอียดบางส่วนออก ขณะที่ nuanced และ complex บอกว่ากระบวนการจริงมีความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ และมีหลายส่วนที่สัมพันธ์กัน เมื่อมองทั้งวลี วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อกล่าวอ้าง กล่าวคือ คำอธิบายอาจยังมีประโยชน์และถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแบบจำลองที่ครบถ้วน คำว่า simplified ไม่ได้แปลว่าผิดโดยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย a simplified description of a nuanced, complex process ได้ดีที่สุด
- เข้าใจง่ายขึ้นและละรายละเอียดบางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าผิดเสมอไป
- ทำให้เข้าใจผิดเสมอ เพราะการทำให้ง่ายทุกแบบล้วนไม่ถูกต้อง
- มีรายละเอียดทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับแบบจำลองที่ครบถ้วน
ดูคำตอบ
เข้าใจง่ายขึ้นและละรายละเอียดบางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าผิดเสมอไป
being swept up, then down: การเคลื่อนที่แบบถูกกระทำจากแรงภายนอก
ใน being swept up, then down โครงสร้าง being + swept แสดงกระบวนการแบบถูกกระทำที่กำลังเกิดขึ้น กล่าวคือ อากาศเป็นฝ่ายได้รับแรง ไม่ใช่ฝ่ายทำให้เกิดแรง ส่วน up และ down แสดงลำดับการเคลื่อนที่ คือขึ้นก่อนแล้วจึงลง sweep ในที่นี้หมายถึง “พาหรือผลักไปในทิศทางหนึ่งอย่างแรง” เช่นเดียวกับที่ลมหรือกระแสอากาศพาอากาศ ควัน หรือใบไม้เคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงการกวาดทำความสะอาดพื้นผิว คำนาม air และคำบอกทิศทางช่วยบอกว่ากำลังใช้ความหมายใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sweep ในความหมายว่า พาบางสิ่งผ่านอากาศไปในทิศทางหนึ่งอย่างแรง?
- The lamp stayed still beside the window.
- Maya swept the kitchen floor after dinner.
- The wind swept the smoke across the field.
ดูคำตอบ
The wind swept the smoke across the field.
Other factors like ... as well as ... all influence lift: หาโครงสร้างหลักในประโยคที่แจกแจงยาว
โครงสร้างหลักของประโยคคือ Other factors ... all influence lift โดย Other factors เป็นประธาน influence เป็นกริยาหลัก และ all เน้นว่าปัจจัยทุกอย่างในรายการมีส่วนส่งผล ข้อความยาวตรงกลางยกตัวอย่างปัจจัยเหล่านั้น like นำเข้าสู่ตัวอย่างแรก และ as well as เพิ่มอีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่ออ่านประโยคยาวแบบนี้ ให้พักส่วนตัวอย่างไว้ชั่วคราว แล้วเชื่อมประธาน Other factors เข้ากับภาคแสดง all influence lift อีกครั้ง
แบบฝึกหัด
เมื่อตัดตัวอย่างยาว ๆ ออกชั่วคราว ตัวเลือกใดคือโครงสร้างหลักของประโยคนี้?
- Other factors all influence lift.
- Air vortices form at the wing's tips.
- Air flows beyond the wing's surface.
ดูคำตอบ
Other factors all influence lift.
as well as air vortices formed at the wing's tips: การเพิ่มอีกหนึ่งปัจจัย
วลี as well as เพิ่ม air vortices เข้าไปในกลุ่มปัจจัยที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในที่นี้มีความหมายว่า “นอกเหนือจาก...แล้วยังมี” และนำเสนอกระแสอากาศวนเป็นอีกหนึ่งรายการ ภายในรายการนี้ formed at the wing's tips ขยาย air vortices โดยสามารถเขียนเต็มได้ว่า air vortices that are formed at the wing's tips ดังนั้นส่วนที่เน้นไว้ทั้งหมดจึงควรอ่านเป็นปัจจัยเพิ่มเติมหนึ่งรายการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเป้าหมาย: The report examines cost ____ environmental impact.
ดูคำตอบ
as well as
And while experts agree that the pressure difference generates lift, โน้ต
3:56และถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญจะเห็นพ้องต้องกันว่าความแตกต่างของความกดอากาศจะทำให้เกิดแรงยก
experts agree that ...: ใช้กล่าวถึงฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญ
Experts agree that + อนุประโยค ใช้นำเสนอข้อความหนึ่งว่าเป็นข้อสรุปที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องร่วมกัน ในประโยคนี้ อนุประโยคที่สมบูรณ์ the pressure difference generates lift คือข้อกล่าวอ้างที่ผู้เชี่ยวชาญยอมรับ โครงสร้างนี้ระบุเพียงว่าข้อกล่าวอ้างนั้นเป็นจุดที่เห็นตรงกัน ไม่ได้หมายความว่าผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันในทุกรายละเอียดว่าแรงยกทำงานอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ใช้แนะนำฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญ: ____ regular sleep supports memory.
ดูคำตอบ
Experts agree that
their explanations for how can vary. การใช้คำ
3:59แต่คำอธิบายว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นอาจแตกต่างกันไป
While experts agree ..., their explanations ... can vary: การยอมรับก่อนเปรียบต่าง
while ในที่นี้หมายถึง “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย while นำเสนอจุดร่วมก่อนว่า ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าความแตกต่างของความดันทำให้เกิดแรงยก จากนั้นประโยคหลักจำกัดขอบเขตของความเห็นพ้องนี้ด้วยการบอกว่า คำอธิบายเกี่ยวกับกลไกอาจแตกต่างกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ While + ข้อเท็จจริงร่วม, + ประเด็นที่ขัดแย้งหรือจำกัด รูปแบบนี้ช่วยให้บอกได้ชัดเจนว่าผู้คนเห็นตรงกันในเรื่องใด ก่อนจะระบุว่ายังแตกต่างกันในเรื่องใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ while เพื่อแสดงการยอมรับก่อนเปรียบต่าง แทนที่จะบอกความสัมพันธ์ด้านเวลา?
- While Maya cooked dinner, Leo set the table.
- While the concert lasted, the doors remained closed.
- While both routes reach the station, one is much faster.
ดูคำตอบ
While both routes reach the station, one is much faster.
their explanations for how can vary: คำอธิบายอาจแตกต่างกัน
นามวลี their explanations for how เป็นประธาน และ can vary เป็นกริยาวลี Can vary หมายความว่าคำอธิบายของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าคำอธิบายใดคำอธิบายหนึ่งต้องผิดเสมอไป How ย้อนกลับไปอ้างถึงคำถามว่าแรงยกเกิดขึ้นได้อย่างไร ส่วนที่เหลือของคำถามแทรกนี้ถูกละไว้เพราะประโยคก่อนหน้าให้ข้อมูลอยู่แล้ว หากเขียนโดยไม่มีบริบทดังกล่าว ควรใช้รูปที่สมบูรณ์กว่า เช่น their explanations for how lift is generated can vary
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ "their explanations for how can vary" หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันในทุกรายละเอียดว่าแรงยกเกิดขึ้นอย่างไร
- ผู้เชี่ยวชาญอาจอธิบายวิธีเกิดแรงยกในแบบที่แตกต่างกัน
- ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าไม่สามารถอธิบายแรงยกได้
ดูคำตอบ
ผู้เชี่ยวชาญอาจอธิบายวิธีเกิดแรงยกในแบบที่แตกต่างกัน
others the upward force created as the air is deflected downwards. ไวยากรณ์
4:06บางคนอาจเน้นที่แรงยกขึ้นซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออากาศเบี่ยงเบนทิศทางลงข้างล่าง
Some might emphasize ..., others ...: การเปรียบเทียบมุมมองที่ต่างกัน
โครงสร้าง some ..., others ... วางคนสองกลุ่มหรือมุมมองสองแบบไว้คู่กัน ในประโยคนี้ กลุ่มหนึ่งเน้นพฤติกรรมของอากาศที่ผิวปีก ส่วนอีกกลุ่มเน้นแรงที่กระทำขึ้นด้านบน ส่วนหลังมีการละคำ โดยตัด might emphasize หลัง others ออก เพราะเข้าใจได้จากส่วนแรกอยู่แล้ว ให้อ่านความหมายเต็มว่า others might emphasize the upward force ... โครงสร้างคู่ขนานแบบกระชับนี้ใช้เปรียบเทียบลำดับความสำคัญหรือคำอธิบายที่ต่างกันได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบต่าง some ... others ... ให้สมบูรณ์: Some club members care most about cost; ____ about quality.
ดูคำตอบ
others
created as the air is deflected downwards: ส่วนขยายแบบถูกกระทำที่ย่อมา
Created เป็นกริยาช่องสามที่อยู่หลัง the upward force และทำหน้าที่ขยายวลีนามนี้ เป็นรูปย่อของอนุประโยคสัมพันธ์แบบถูกกระทำ โดย the upward force created ... หมายถึง the upward force that is created ... ไม่ใช่กริยาหลักตัวใหม่ As the air is deflected downwards เพิ่มกระบวนการที่เกิดขึ้นขณะที่แรงนั้นก่อตัว is deflected เป็นรูปถูกกระทำ หมายถึงมีบางสิ่งทำให้อากาศเปลี่ยนทิศลงด้านล่าง ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ as เชื่อมการเกิดแรงเข้ากับกระบวนการที่เกิดร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดวิเคราะห์ created as the air is deflected downwards ได้ถูกต้อง?
- Created ขยาย the upward force และอนุประโยค as อธิบายกระบวนการที่อากาศถูกเบนลงด้านล่าง
- Created เป็นกริยาหลักหลัง others และหมายถึงคนเหล่านั้นสร้างอากาศ
- Downwards อธิบายการเคลื่อนที่ของ others ส่วน created เริ่มประโยคใหม่อีกประโยคหนึ่ง
ดูคำตอบ
Created ขยาย the upward force และอนุประโยค as อธิบายกระบวนการที่อากาศถูกเบนลงด้านล่าง
there's no controversy when it comes to the math. วลี
4:11เมื่อเป็นเรื่องของคณิตศาสตร์จะไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
However, there's no controversy when it comes to the math: ระบุด้านที่ไม่มีข้อถกเถียง
However แสดงการเปลี่ยนจากประเด็นก่อนหน้าที่ยังมีความเห็นต่าง ไปยังประเด็นที่ผู้พูดมองว่าได้ข้อยุติแล้ว There's no controversy เป็นการยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีข้อโต้แย้ง และ when it comes to the math จำกัดคำยืนยันนี้ไว้เฉพาะส่วนที่เป็นคณิตศาสตร์ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าทุกส่วนของหัวข้อใหญ่ไม่มีข้อโต้แย้ง แต่เป็นการกำหนดขอบเขตว่า ในมุมมองของผู้พูด อาจยังมีความเห็นต่างในด้านอื่น แต่ไม่มีในด้านที่ระบุไว้นี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยอมรับอย่างเป็นธรรมชาติว่ามีข้อถกเถียง แต่ระบุว่ามีด้านหนึ่งที่ไม่มีข้อโต้แย้ง?
- The design is debated, but there's no controversy when it comes to safety testing.
- The design is debated, so every part of it remains controversial.
- There's no controversy about the entire design, including every detail.
ดูคำตอบ
The design is debated, but there's no controversy when it comes to safety testing.
when it comes to the math: กำหนดขอบเขตของหัวข้อ
When it comes to หมายถึง “เมื่อพูดถึง……” หรือ “ในด้าน……” ในประโยคนี้ when it comes to the math จำกัดขอบเขตของคำกล่าว there's no controversy ไว้ที่ด้านคณิตศาสตร์ของหัวข้อ ในโครงสร้างตายตัวนี้ to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ได้ เช่น when it comes to planning ส่วน comes to ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง และวลีนี้ก็ไม่ได้บอกเวลาที่เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย: ____ managing time, a simple schedule can help.
ดูคำตอบ
When it comes to
a set of formulas called the Navier-Stokes equations: ใช้ called เพื่อแนะนำชื่อ
วลีนี้เริ่มจากคำอธิบายทั่วไป a set of formulas เพื่อบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร แล้วใช้ called the Navier-Stokes equations เพื่อบอกชื่อเฉพาะของสูตรเหล่านั้น called เป็นคำกริยาช่องสามที่ย่อมาจาก that are called: a set of formulas that are called the Navier-Stokes equations รูปแบบ ประเภททั่วไป + called + ชื่อ ใช้แนะนำคำศัพท์ใหม่ได้ดี Navier-Stokes equations เป็นชื่อทางเทคนิคของสมการที่ใช้อธิบายการเคลื่อนที่ของของไหล จึงไม่ควรเดาความหมายจากชื่อบุคคลสองชื่อเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ called เพื่อแนะนำชื่อหนังสือได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Our class read a book calling The Hidden Island.
- Our class read a called book The Hidden Island.
- Our class read a book called The Hidden Island.
ดูคำตอบ
Our class read a book called The Hidden Island.
to precisely model ... and detail ...: การกระทำบอกจุดประสงค์สองอย่างที่วางขนานกัน
วลี infinitive ที่ขึ้นต้นด้วย to บอกจุดประสงค์ของการใช้สมการ โดยมีการกระทำสองอย่างที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and: to precisely model air's flow around a wing and (to) detail how lift is generated ส่วน to ตัวที่สองเข้าใจได้จากตัวแรก จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำ ในที่นี้ model เป็นคำกริยา หมายถึงการใช้สมการหรือการจำลองเพื่อแทนและศึกษากระบวนการจริง detail ก็เป็นคำกริยาเช่นกัน โดย detail how lift is generated หมายถึงอธิบายกระบวนการอย่างละเอียด และอนุประโยค how lift is generated ทำหน้าที่เป็นกรรมของ detail
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำกริยาสองคำแบบขนานกันได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าใช้ซอฟต์แวร์ทำอะไร
- Researchers use the software to model ocean currents and predict their movement.
- Researchers use the software to modeling ocean currents and predict their movement.
- Researchers use the software to model ocean currents and predicts their movement.
ดูคำตอบ
Researchers use the software to model ocean currents and predict their movement.
lift retains its reputation as a confounding concept. การใช้คำ
4:29แรงยกยังคงขึ้นชื่อว่าเป็นแนวคิดที่ชวนสับสน
More than a century after ...: การสร้างกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
More than a century after Einstein's foray into aeronautics เป็นส่วนขยายบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค ส่วนนี้บอกว่าควรวางใจความหลักไว้ที่ช่วงเวลาใด โดยประโยคหลักที่สมบูรณ์เริ่มหลังเครื่องหมายจุลภาคตรง lift retains... โครงสร้าง more than + length of time + after + noun phrase เชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้าเข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาอีกนาน การวางไว้ต้นประโยคช่วยเน้นว่าสถานการณ์นั้นยังดำเนินอยู่แม้เวลาจะผ่านไปนานมาก ในที่นี้ after ตามด้วยนามวลี Einstein's foray into aeronautics ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'More than a century after the first flight, engineers still debate its design,' วลีต้นประโยคทำหน้าที่อะไร
- วลีนี้ให้ประธานและกริยาหลักของประโยค
- วลีนี้กำหนดกรอบเวลาที่ยาวนานก่อนเข้าสู่ใจความหลัก
- วลีนี้บอกว่าการถกเถียงยุติลงหลังจากหนึ่งศตวรรษ
ดูคำตอบ
วลีนี้กำหนดกรอบเวลาที่ยาวนานก่อนเข้าสู่ใจความหลัก
Einstein's foray into aeronautics: การลองก้าวเข้าสู่สาขาใหม่
ในที่นี้ Einstein's foray into aeronautics หมายถึงความพยายามของไอน์สไตน์ที่จะเข้าสู่หรือสำรวจสาขาวิชาการบิน foray เป็นคำนามนับได้ และ into ใช้นำหน้าสาขาใหม่ที่เข้าไป โครงสร้างคือ someone's foray into + field/activity วลีนี้มักนำเสนอการมีส่วนร่วมนั้นว่าเป็นการเริ่มต้น การลองแบบจำกัด หรือการสำรวจ มากกว่าจะเป็นอาชีพที่มั่นคงแล้ว วลีนี้อาจสื่อว่าเกิดขึ้นช่วงสั้น ๆ แต่ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึงการเริ่มเข้าสู่สาขาใหม่ในประโยคนี้: Opening a small online shop was their first ____ e-commerce.
ดูคำตอบ
foray into
retain its reputation as a confounding concept: ยังคงมีชื่อว่าเป็นแนวคิดที่ชวนสับสน
รูปแบบ retain(s) its reputation as + นามวลี หมายถึงมุมมองที่สาธารณชนหรือกลุ่มหนึ่งมีมานานยังคงอยู่ ในที่นี้ retains แสดงว่าผู้คนมองแรงยกว่าเป็นแนวคิดที่ชวนสับสนมานาน และตอนนี้ก็ยังมองเช่นนั้น ในประโยคนี้ confounding เป็นคำคุณศัพท์ทั่วไปที่หมายถึงชวนสับสนหรือเข้าใจยาก ไม่ได้หมายถึงแนวคิดทางสถิติ confounding variable หรือตัวแปรกวน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำจากบทเรียนให้ตรงตามเดิม: The old riddle ____ the club's hardest challenge.
ดูคำตอบ
retains its reputation as
it's just the physics of fluid in motion. ลำดับความ
4:37มันก็เป็นเพียงฟิสิกส์ของของไหลที่กำลังเคลื่อนที่
come crashing down ... it's just the physics of fluid in motion: ภาพการพังลงและบทสรุปทางฟิสิกส์
come crashing down ใช้บรรยายตามตัวอักษรว่าบางสิ่งตกหรือพังลงมาอย่างรุนแรงได้ และยังใช้บรรยายว่าแผน ระบบ หรือความรู้สึกว่ายังควบคุมสถานการณ์ได้พังลงอย่างฉับพลันได้เช่นกัน ในที่นี้ทั้งสองความหมายทำงานพร้อมกัน วลีนี้ทำให้นึกถึงเครื่องบินที่ตก และยังบรรยายความรู้สึกว่าคำอธิบายกำลังยากจนรับมือไม่ไหวด้วย ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าเกิดอุบัติเหตุจริง remember เป็นการพูดกับผู้ชมโดยตรง ส่วน it's just เป็นการมองหัวข้อที่ชวนสับสนใหม่ว่าเป็นกระบวนการทางฟิสิกส์ just ช่วยลดความตึงเครียดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ไม่ได้หมายความว่าฟิสิกส์ของไหลง่ายหรือไม่สำคัญจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยคต้นฉบับ come crashing down ทำหน้าที่อย่างไร?
- เป็นการให้คำจำกัดความตามตัวอักษรของการเคลื่อนที่ของของไหล
- ทำให้นึกถึงการตกอย่างรุนแรง พร้อมกับบรรยายความรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังพังทลาย
- เป็นการรายงานว่าเครื่องบินตกจริงอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
ทำให้นึกถึงการตกอย่างรุนแรง พร้อมกับบรรยายความรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังพังทลาย
It's just ...: สรุปคำอธิบายให้เหลือแนวคิดหลัก
หลังจากอธิบายรายละเอียดแล้ว โครงสร้าง It's just + นามวลี ใช้ย่อรายละเอียดต่าง ๆ ให้เหลือแนวคิดหลักเพียงอย่างเดียว ในประโยคนี้ ผู้พูดสรุปปรากฏการณ์ว่าเป็นฟิสิกส์ของของไหลที่กำลังเคลื่อนที่ เพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังกลับมาที่ประเด็นสำคัญ just ในที่นี้หมายถึง “พูดง่าย ๆ ก็คือ” หรือ “เมื่อย่อให้เหลือพื้นฐานที่สุด” ช่วยให้คำอธิบายดูซับซ้อนน้อยลง แต่ไม่ได้บอกว่าหลักฟิสิกส์เบื้องหลังไม่มีความซับซ้อนเลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ใช้สรุปคำอธิบายให้เหลือแนวคิดหลัก: It looks mysterious, but ____ light changing direction in water.
ดูคำตอบ
it's just
This video was made possible with support from Marriott Hotels. ลำดับความ
4:42วิดีโอนี้จัดทำขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากโรงแรมแมริออท
made possible with support from: กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุน
ในสื่อและโครงการสาธารณะ This ... was made possible with support from ... เป็นสำนวนแบบแผนที่ใช้กล่าวถึงบุคคลหรือองค์กรซึ่งให้เงิน ทรัพยากร หรือความช่วยเหลืออื่น ๆ จนทำให้โครงการเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ from Marriott Hotels ระบุแหล่งที่มาของการสนับสนุน ประโยคนี้ยังบอกด้วยว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากส่วนหลักของวิดีโอไปเป็นคำขอบคุณผู้สนับสนุน ไม่ได้หมายความว่า Marriott Hotels สร้างหรือผลิตวิดีโอทั้งหมด
แบบฝึกหัด
เติมคำขอบคุณต่อสาธารณะด้วยวลีที่ตรงกับบทเรียน: This free workshop was ____ the local library.
ดูคำตอบ
made possible with support from
Marriott Hotels celebrates the curiosity that propels us to travel. วลี
4:50โรงแรมแมริออทเฉลิมฉลองความอยากรู้อยากเห็นที่ผลักดันให้เราออกเดินทาง
celebrates the curiosity that propels us to travel: ยกย่องพลังที่ผลักดันให้ลงมือทำ
ในประโยคสไตล์โฆษณานี้ celebrates + คำนามนามธรรม หมายถึง “ให้คุณค่าและยกย่องคุณลักษณะนั้นอย่างเปิดเผย” ไม่ได้หมายถึง “จัดงานฉลองให้คุณลักษณะนั้น” Marriott นำเสนอความอยากรู้อยากเห็นว่าเป็นคุณลักษณะเชิงบวก อนุประโยคขยาย that propels us to travel ระบุว่ากำลังยกย่องความอยากรู้อยากเห็นแบบใด Propel someone to do something เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ โดยความอยากรู้อยากเห็นทำหน้าที่เหมือนพลังอันแรงกล้าที่ผลักดันให้คนลงมือทำ ไม่ใช่เครื่องจักรที่ผลักคนจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ celebrate เพื่อยกย่องคุณลักษณะนามธรรม และใช้ propel ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อแสดงว่าคุณลักษณะนั้นผลักดันให้เกิดการกระทำ
- The program celebrates the ambition that propels young athletes to improve.
- The festival celebrates its tenth anniversary and gives athletes prizes.
- The engine propels the boat while the crowd celebrates.
ดูคำตอบ
The program celebrates the ambition that propels young athletes to improve.
and book your next journey at Marriott Hotels. วลี
4:58และจองการเดินทางครั้งต่อไปของคุณที่โรงแรมแมริออท
Check out: คำชวนอย่างเป็นมิตรให้ลองดู
Check out ในที่นี้หมายถึง “ลองดูหรือเรียนรู้เพิ่มเติม” เมื่ออยู่ต้นประโยคคำสั่ง จะเป็นคำเชิญที่เป็นมิตรให้ผู้ชมดูว่าทั้งสององค์กรกำลังร่วมมือกันอย่างไร กรรมของคำนี้คือ some of the exciting ways จึงไม่ใช่ความหมายในบริบทโรงแรมว่า “สิ้นสุดการเข้าพักแล้วออกจากโรงแรม” ต้องดูกรรมที่ตามมาและสถานการณ์เพื่อพิจารณาความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยวลีไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ลองดู”: For a quick experiment, ____ this science video.
ดูคำตอบ
check out
book your next journey: book เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จอง”
ในที่นี้ book เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จองหรือจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า” ไม่ใช่คำนามที่แปลว่า “หนังสือ” กรรม your next journey บอกว่าสิ่งที่กำลังจัดเตรียมคืออะไร ส่วน at Marriott Hotels ระบุแบรนด์โรงแรมหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการจอง book มักมีบริการด้านการเดินทางเป็นกรรม เช่น book a room, book a flight หรือ book a trip ในภาษาการโฆษณา book your next journey มีความหมายกว้างและชวนให้นึกภาพมากกว่า โดยชวนให้เริ่มจัดเตรียมประสบการณ์การเดินทางครั้งถัดไป แม้ว่าบริการที่ซื้อจริงอาจเป็นเพียงการเข้าพักในโรงแรม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ book ในความหมายเดียวกับประโยคตัวอย่าง?
- Let's book a room near the airport for Friday night.
- This book has ten chapters.
- I bought a book about space travel.
ดูคำตอบ
Let's book a room near the airport for Friday night.