ชื่อ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Vsauce

ความยากในการเรียน
934 คำ 131 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: วิดีโอกล่าวถึงเหตุผลที่คนใช้ชื่อ กฎของรัฐบาล และผลของชื่อต่อภาษาและสังคม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. ด้านไวยากรณ์และรูปแบบประโยค he'd rather have had ใช้ would rather have กับกริยาช่องสามเพื่อบอกความต้องการในอดีตที่ไม่เกิดขึ้น ผู้เรียนแยกได้ว่า he'd คือ he would และอธิบายสิ่งที่ใครเคยอยากให้เกิด 2. ด้านกริยาวลี went off, และ turn it off. ทำให้ off มีผลตรงข้าม คือสัญญาณเตือนดังแล้วถูกปิด ผู้เรียนเลือกความหมายจากกริยาและสถานการณ์ได้ 3. ด้านวัฒนธรรม สื่อ และบริบทจริง sticks and stones may break my bones, อ้างสุภาษิตอังกฤษที่ผู้บรรยายดัดแปลง ผู้เรียนจึงรู้ที่มาและเข้าใจว่าข้อความต่อแบบวิชาการเป็นการล้อเลียน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hey Vsauce,

0:01

เฮ้ Vsauce,

my name is Michael.

0:02

ผมชื่อ Michael

And my name is Kevin.

0:04

และผมชื่อ Kevin

Names.

0:06

ชื่อ

Humans give each other names,

0:08

มนุษย์ตั้งชื่อให้กัน

but so do dolphins. ไวยากรณ์

0:11

แต่โลมาก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน

ไวยากรณ์

So + กริยาช่วย + ประธาน: “so do dolphins”

ใน “so do dolphins” คำว่า so ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น” แต่หมายถึง “ก็...เช่นกัน” และใช้เพิ่มประธานอีกตัวหนึ่งที่ข้อความบอกเล่าเชิงบวกก่อนหน้านี้เป็นจริงด้วย โครงสร้างคือ so + กริยาช่วยที่สอดคล้องกัน + ประธาน ตรงนี้ do ใช้แทน give each other names เพื่อไม่ต้องกล่าวภาคแสดงทั้งหมดซ้ำ กล่าวคือ มนุษย์ตั้งชื่อให้กัน และโลมาก็ทำเช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย so + กริยาช่วยที่ถูกต้อง: “Nora works remotely, and ____ her manager.”

ดูคำตอบ

so does

They use whistle sounds

0:13

พวกมันใช้เสียงผิวปาก

and will respond to their whistle name even when produced by a dolphin they don't know.

0:15

และจะตอบรับชื่อเสียงผิวปากของตัวเอง แม้เสียงนั้นจะมาจากโลมาที่ไม่รู้จักก็ตาม

Personal names personalize things,

0:21

ชื่อเฉพาะทำให้สิ่งต่าง ๆ ดูมีความเป็นปัจเจก

signifying that the named thing is capable of feeling,

0:25

บ่งบอกว่าสิ่งที่ถูกตั้งชื่อนั้นมีความรู้สึกได้

that it's worthy of empathy. วลี

0:29

และคู่ควรแก่ความเห็นอกเห็นใจ

วลี

Worthy of + คำนาม: “worthy of empathy”

“Worthy of empathy” หมายถึงสมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจหรือการตอบสนองอย่างเข้าอกเข้าใจ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวประเมินว่าสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการตั้งชื่อนั้นมีความรู้สึกที่ควรได้รับการยอมรับ Worthy เป็นคำคุณศัพท์ และการใช้นี้มีโครงสร้าง worthy of + คำนาม ต้องมีบุพบท of เช่น worthy of empathy, worthy of attention, worthy of respect

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย worthy และบุพบทที่จำเป็น: “Her contribution is ____ recognition.”

ดูคำตอบ

worthy of

The United Nations Convention on the Rights of the Child

0:32

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก

has declared that every human child born on Earth

0:35

ประกาศว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาบนโลก

has the right to a name. วลี

0:39

มีสิทธิที่จะมีชื่อ

วลี

the right to a name: การบอกว่ามีสิทธิ

ในวลี the right to a name คำว่า right เป็นคำนามที่หมายถึงสิทธิตามกฎหมายหรือศีลธรรม ประโยคนี้บอกว่าการมีชื่อเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนพึงมีสิทธิ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มีประโยชน์หรือเป็นธรรมเนียมเท่านั้น ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทที่เชื่อม right กับนามวลี a name รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have the right to + คำนาม เช่น have the right to education

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงสิทธิจากบทเรียน: Under the policy, every child has ____ education.

ดูคำตอบ

the right to

Every country on Earth has ratified the treaty การใช้คำ

0:41

ทุกประเทศบนโลกให้สัตยาบันสนธิสัญญานี้แล้ว

except for three:

0:45

ยกเว้นสามประเทศ:

South Sudan, the newest country on Earth,

0:47

ซูดานใต้ ประเทศใหม่ที่สุดในโลก

Somalia, which has no central government,

0:49

โซมาเลีย ซึ่งไม่มีรัฐบาลกลาง

and the United States.

0:52

และสหรัฐอเมริกา

การใช้คำ

ratified the treaty: การอนุมัติทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ

ใน ratified the treaty คำว่า ratified หมายถึงได้ดำเนินกระบวนการอนุมัติสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการตามกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว คำนี้เป็นคำกริยาเฉพาะทางด้านกฎหมายและการทูต ไม่ใช่แค่คำที่เป็นทางการกว่าของ agreed ประเทศหนึ่งอาจลงนามในสนธิสัญญาก่อน แล้วจึงให้สัตยาบันภายหลังผ่านกระบวนการภายในประเทศที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปการให้สัตยาบันแสดงถึงความยินยอมอย่างเป็นทางการของรัฐที่จะผูกพันตามสนธิสัญญา แต่การมีผลใช้บังคับจริงยังอาจขึ้นอยู่กับกฎของสนธิสัญญานั้นเอง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบายประเทศที่ดำเนินกระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการตามที่กำหนดเสร็จแล้วได้ถูกต้อง

  1. agreed to the treaty — ดำเนินการให้สัตยาบันทางกฎหมายเสร็จโดยอัตโนมัติ
  2. signed the treaty — ดำเนินการอนุมัติอย่างเป็นทางการเสร็จเพียงเพราะลงนาม
  3. ratified the treaty — ดำเนินการอนุมัติอย่างเป็นทางการเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

ratified the treaty — ดำเนินการอนุมัติอย่างเป็นทางการเสร็จแล้ว

Why?

0:56

ทำไมล่ะ?

Well,

0:58

คืออย่างนี้

some organizations inside the United States

0:59

องค์กรบางแห่งในสหรัฐอเมริกา

believe that the US shouldn't have to listen to another authority. ไวยากรณ์

1:02

เชื่อว่าสหรัฐฯ ไม่ควรต้องขึ้นต่ออำนาจอื่น

ไวยากรณ์

shouldn't have to + คำกริยา

Shouldn't have to หมายความว่า ในมุมมองของผู้พูด ไม่ควรมีใครถูกบังคับให้ทำบางสิ่ง โครงสร้างคือ should not + have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งในประโยคนี้คือ listen ในประโยคนี้ องค์กรเหล่านั้นกำลังบอกว่าการกำหนดให้สหรัฐฯ ต้องเชื่อฟังผู้มีอำนาจอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลหรือไม่จำเป็น ประโยคนี้เป็นการรายงานจุดยืนขององค์กรเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อฟังเป็นสิ่งต้องห้าม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้วิจารณ์ข้อกำหนดที่ไม่ยุติธรรม: “This fee is unreasonable; students ____ pay it.”

ดูคำตอบ

shouldn't have to

And the treaty prohibits the death penalty for children.

1:07

และสนธิสัญญานี้ห้ามใช้โทษประหารชีวิตกับเด็ก

It's a moot point now, สำนวน

1:13

ตอนนี้เรื่องนี้ไม่มีผลในทางปฏิบัติแล้ว

but up until 2005, วลี

1:15

แต่จนถึงปี 2005

22 states allowed children to be executed for crimes.

1:16

มี 22 รัฐที่อนุญาตให้ประหารชีวิตเด็กที่ก่ออาชญากรรม

สำนวน

a moot point: ประเด็นที่หมดความสำคัญในทางปฏิบัติ

ในบริบทนี้ a moot point คือประเด็นที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติอีกต่อไปเพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป ประเด็นนี้อาจเคยสำคัญ แต่การนำมาถกเถียงในตอนนี้ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ปัจจุบันได้ สำนวนนี้อยู่หลัง be ใน It's a moot point now คำว่า now แสดงความต่างระหว่างกฎหมายในอดีตกับความเป็นจริงในปัจจุบัน ผู้บรรยายไม่ได้เพียงบอกว่าประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ไม่มีความสำคัญในทางปฏิบัติอีกต่อไป”: “The event has been canceled, so where we would have parked is now a ____.”

ดูคำตอบ

moot point

วลี

up until: ดำเนินต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด

up until ระบุว่าปี 2005 เป็นจุดสิ้นสุดของสถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องมาก่อนหน้านั้น ในประโยคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวคือ 22 รัฐอนุญาตให้ประหารชีวิตเด็กจากความผิดทางอาญา up ช่วยเน้นความหมายของ until วลีนี้ชี้ไปยังช่วงเวลาก่อนจุดสิ้นสุด ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เริ่มขึ้นในปี 2005

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The pool stayed open ___ midnight. เลือกวลีที่แสดงว่าสถานการณ์ดำเนินต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด

  1. up until
  2. since
  3. from
ดูคำตอบ

up until

The United States follows the treaty now,

1:23

ตอนนี้สหรัฐอเมริกาปฏิบัติตามสนธิสัญญา

but won't promise to always do so. ไวยากรณ์

1:25

แต่ไม่ยอมสัญญาว่าจะทำเช่นนั้นตลอดไป

ไวยากรณ์

do so: ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

do so ใช้แทนการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึง ในประโยคนี้ do so หมายถึง follow the treaty จึงไม่ต้องกล่าวการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด เปลี่ยนรูปของ do เพื่อแสดงเวลา หรือวางไว้หลังคำอย่าง will และ can ได้: did so, will do so, can do so คำว่า so ย้อนกลับไปแทนการกระทำ ไม่ได้แทนความคิดเห็นหรือสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตที่ถูกต้องของ do so เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าว tie his shoes ซ้ำ: The coach asked Leo to tie his shoes, and Leo ____ right away.

ดูคำตอบ

did so

Dunce is a bad name to be called, ลำดับความ

1:29

การถูกเรียกว่า dunce หรือ “คนโง่” นั้นแย่

but an even worse name to be the origin of.

1:33

แต่การมีชื่อที่กลายเป็นต้นกำเนิดของคำนี้ยิ่งแย่กว่า

ลำดับความ

a bad name to be called ... an even worse name to be the origin of: การไล่ระดับด้วยโครงสร้างคู่ขนาน

สองส่วนของประโยคใช้กรอบคู่ขนาน a ... name to be... ส่วนแรก name หมายถึงคำเรียกเชิงดูหมิ่น dunce ส่วนที่สอง name หมายถึงชื่อส่วนตัวของดันส์ สโกตัส ซึ่งในทางประวัติศาสตร์เป็นที่มาของคำว่า dunce but และ even worse ทำให้ความคิดส่วนที่สองรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ การถูกด่าด้วยคำหนึ่งนั้นแย่ แต่การที่ชื่อของตนกลายเป็นต้นกำเนิดของคำด่านั้นยิ่งแย่กว่า การใช้ name ซ้ำโดยเปลี่ยนสิ่งที่อ้างถึงทำให้เกิดมุกหักมุม ในประโยคคล้ายกัน โครงสร้างคู่ขนานและคำเปรียบเทียบมักเป็นสัญญาณของทั้งการไล่ระดับและการเล่นคำ

แบบฝึกหัด

อะไรทำให้เกิดการเล่นคำหลักในประโยคนี้?

  1. ประโยคบอกว่าการถูกเรียกว่า dunce แย่กว่าการสร้างคำนี้ขึ้นมา
  2. name ทั้งสองแห่งหมายถึงตำแหน่งทางการที่มอบให้นักวิชาการ
  3. name แรกเป็นคำเรียกเชิงดูหมิ่น ส่วน name ที่สองหมายถึงชื่อของบุคคลที่กลายเป็นที่มาของคำเรียกนั้น
ดูคำตอบ

name แรกเป็นคำเรียกเชิงดูหมิ่น ส่วน name ที่สองหมายถึงชื่อของบุคคลที่กลายเป็นที่มาของคำเรียกนั้น

Meet Duns Scotus,

1:36

มารู้จักกับ Duns Scotus

born in 1266.

1:38

ผู้เกิดในปี 1266

Popular in his time,

1:41

เขาเป็นที่นิยมในยุคของตน

later scholars looked down on his teachings as clever, กริยาวลี

1:43

แต่นักวิชาการรุ่นหลังกลับดูแคลนคำสอนของเขา โดยมองว่ามันฉลาด

but wrong.

1:47

แต่ผิด

กริยาวลี

looked down on: coi điều gì đó là thấp kém

Looked down on เป็นรูปอดีตของ look down on หมายถึงมองคนหรือสิ่งหนึ่งว่าด้อยกว่าหรือไม่คู่ควรแก่การเคารพ ในประโยคนี้ นักวิชาการรุ่นหลังมีท่าทีดูแคลนคำสอนของเขา คำเหล่านี้ทำงานรวมกันเป็นหน่วยเดียวในรูป look down on + คำนามหรือคำสรรพนาม โดยกรรมอยู่หลัง on ดังนั้น looked down on his teachings จึงไม่ได้บอกทิศทางที่สายตามอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “มองว่าด้อยกว่า”: Some students ____ classmates who ask for help, but that attitude is unfair.

ดูคำตอบ

look down on

They were so critical,

1:48

พวกเขาวิจารณ์กันหนักมาก

in fact,

1:49

ถึงขั้น

they took Duns and turned his name into a noun กริยาวลี

1:49

เอาชื่อ Duns มาเปลี่ยนเป็นคำนาม

meaning a stupid person,

1:53

ที่หมายถึงคนโง่

a dunce.

1:56

นั่นคือ dunce

กริยาวลี

turn A into B ใน “turned his name into a noun”

turn A into B หมายถึงทำให้ A กลายเป็น B ในประโยคนี้ his name คือกรรม A และ a noun คือผลลัพธ์ B กล่าวคือ ชื่อเฉพาะของบุคคลถูกเปลี่ยนให้เป็นคำนามทั่วไป กรรมต้องอยู่ระหว่าง turn กับ into ดังใน turn his name into a noun โครงสร้างนี้ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การใช้งาน หรือแนวคิดนามธรรมได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสองส่วนของ turn A into B: The designer ____ the old warehouse ____ a community library.

ดูคำตอบ

turned · into

Perhaps he'd rather have had the longest name ever, ไวยากรณ์

1:57

บางทีเขาอาจอยากมีชื่อที่ยาวที่สุดตลอดกาลมากกว่า

a record held by a man born in 1904

2:01

สถิตินี้เป็นของชายคนหนึ่งที่เกิดในปี 1904

whose name was 746 letters long. ไวยากรณ์

2:03

ซึ่งมีชื่อยาวถึง 746 ตัวอักษร

ไวยากรณ์

would rather have + กริยาช่องที่ 3 ใน “he'd rather have had”

would rather have + กริยาช่องที่ 3 ใช้แสดงความชอบเกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีตที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว และมักเสนอทางเลือกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ใน he'd rather have had นั้น he'd หมายถึง he would ส่วน have had เป็นรูป perfect และมี the longest name ever เป็นกรรม วลีนี้มองย้อนกลับไปในอดีต เขาไม่ได้มีชื่อนั้นจริง แต่ผู้พูดจินตนาการอย่างขบขันว่าการมีชื่อนั้นอาจเป็นสิ่งที่เขาชอบมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย would rather have และรูปที่ถูกต้องของ book: Looking back, we ____ a smaller hotel.

ดูคำตอบ

would rather have booked

ไวยากรณ์

โครงสร้างบอกขนาด 746 letters long

ใน 746 letters long ตัวเลขและหน่วยใช้วัดความยาวของชื่อ โดยหมายความว่าชื่อนั้นประกอบด้วยตัวอักษร 746 ตัว สิ่งที่นับคือจำนวนตัวอักษรที่เขียน ไม่ใช่เวลาที่ใช้ในการออกเสียงชื่อ หลังคำกริยาเชื่อมอย่าง be ให้ใช้โครงสร้าง ประธาน + be + จำนวน + หน่วย + long วลีบอกขนาดต้องอยู่หน้า long และเมื่อจำนวนมากกว่าหนึ่ง หน่วยต้องเป็นรูปพหูพจน์: The name was 746 letters long.

แบบฝึกหัด

ใช้คำสามคำพอดีและโครงสร้าง quantity + unit + long เพื่อเติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: The new rope is ____. It measures exactly twelve meters from end to end.

ดูคำตอบ

twelve meters long

You can listen to someone pronounce the entire name on Wikipedia.

2:07

คุณฟังคนออกเสียงชื่อทั้งหมดนี้ได้บน Wikipedia

What can't a name be?

2:12

อะไรบ้างที่ใช้เป็นชื่อไม่ได้?

Mononymous people only use one name.

2:15

ผู้ที่มีนามเดียวใช้เพียงชื่อเดียว

You can name your kid Apple or North or Moon Unit.

2:18

คุณตั้งชื่อลูกว่า Apple, North หรือ Moon Unit ได้

You can name your kid Football,

2:23

คุณตั้งชื่อลูกว่า Football ได้

but not everywhere.

2:25

แต่ไม่ใช่ทุกที่

Some countries require parents to submit their children's names to the government for approval. วลี

2:26

บางประเทศกำหนดให้พ่อแม่ส่งชื่อลูกให้รัฐบาลอนุมัติ

วลี

โครงสร้างทางการ submit ... to ... for approval

โครงสร้าง submit something to an authority for approval หมายถึงการส่งสิ่งหนึ่งอย่างเป็นทางการให้หน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้หน่วยงานนั้นยอมรับหรือปฏิเสธ ในที่นี้ their children's names คือสิ่งที่ส่ง the government คือหน่วยงานที่รับ และ for approval ระบุจุดประสงค์ของการส่ง submit หมายถึงการนำสิ่งนั้นเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าได้รับอนุมัติแล้ว สิ่งที่ถูกส่งไม่ใช่ตัวเด็ก แต่เป็นชื่อที่เสนอไว้สำหรับเด็ก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้โครงสร้าง submit something to an authority for approval: Please ____ the revised budget to the finance committee ____.

ดูคำตอบ

submit · for approval

New Zealand enforces a policy

2:32

นิวซีแลนด์บังคับใช้นโยบาย

in which names must not cause offense to a reasonable person, วลี

2:34

ว่าชื่อต้องไม่ทำให้คนที่มีเหตุผลรู้สึกขุ่นเคือง

not be unreasonably long,

2:38

ต้องไม่ยาวเกินสมควร

and should not resemble an official title or rank.

2:40

และต้องไม่คล้ายตำแหน่งหรือยศอย่างเป็นทางการ

วลี

cause offense to a reasonable person: ทำให้บุคคลที่มีเหตุผลรู้สึกขุ่นเคือง

ในนโยบายนี้ cause offense to หมายถึง “ทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าถูกดูหมิ่น ตกใจ หรือไม่สบายใจอย่างมาก” คำว่า offense หมายถึงปฏิกิริยาที่ชื่อก่อให้เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความผิดทางอาญา A reasonable person คือบุคคลทั่วไปในจินตนาการที่มีเหตุผลและวิจารณญาณ ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานที่เป็นกลาง เมื่อใช้สองส่วนนี้ร่วมกัน นโยบายจะประเมินว่าคนทั่วไปน่าจะรู้สึกขุ่นเคืองหรือไม่ แทนที่จะยึดความไม่ชอบส่วนตัวของคนใดคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับนโยบายทางการที่ใช้มาตรฐานเชิงวัตถุ?

  1. A public sign must not make one particular person dislike it.
  2. A public sign must not cause offense to a reasonable person.
  3. A public sign must not commit an offense to a reasonable person.
ดูคำตอบ

A public sign must not cause offense to a reasonable person.

For example,

2:44

ตัวอย่างเช่น

their courts recently forbid a mother from naming her child Sex Fruit. ไวยากรณ์

2:45

เมื่อไม่นานมานี้ ศาลของนิวซีแลนด์ห้ามแม่คนหนึ่งตั้งชื่อลูกว่า Sex Fruit

ไวยากรณ์

forbid a mother from naming her child: ห้ามมารดาตั้งชื่อให้ลูก

โครงสร้างคือ forbid + person + from + -ing: forbid a mother from naming หมายถึงผู้มีอำนาจกำหนดว่าบุคคลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการกระทำที่ระบุไว้หลัง from บุคคลที่ถูกห้ามจะวางต่อจาก forbid โดยตรง และหลัง from ใช้คำกริยารูป -ing โครงสร้างนี้จึงระบุได้ชัดเจนทั้งผู้ที่ถูกห้ามและการกระทำที่ถูกห้าม

แบบฝึกหัด

เติมกฎให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง forbid + person + from + -ing: The library ____ visitors ____ bringing food into the archive.

ดูคำตอบ

forbids · from

But New Zealand has allowed some unusual names.

2:50

แต่นิวซีแลนด์ก็เคยอนุญาตชื่อแปลก ๆ บางชื่อ

Right now in New Zealand,

2:54

ตอนนี้ในนิวซีแลนด์

there are children living whose names are officially

2:56

มีเด็กที่ชื่ออย่างเป็นทางการว่า

Violence,

2:59

Violence,

Midnight Chardonnay,

3:01

Midnight Chardonnay,

and Number 16 Bus Shelter.

3:03

และ Number 16 Bus Shelter

In 1996,

3:06

ในปี 1996

a Swedish couple submitted their child's name for official approval,

3:08

คู่สามีภรรยาชาวสวีเดนคู่หนึ่งส่งชื่อลูกเพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการ

Albin.

3:13

Albin

But in protest of the naming laws in place at the time, วลี

3:14

แต่เพื่อประท้วงกฎหมายการตั้งชื่อที่ใช้ในตอนนั้น

they spelled Albin like this.

3:17

พวกเขาจึงสะกด Albin แบบนี้

วลี

in protest of: บอกเหตุผลของการกระทำเพื่อคัดค้าน

in protest of + นามวลี หมายถึง “ในฐานะการกระทำที่แสดงการคัดค้านสิ่งนั้น” ในที่นี้ protest เป็นคำนาม และวลีนี้อธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงเลือกการสะกดที่ไม่เหมือนปกติ กล่าวคือ การเลือกนั้นมีขึ้นเพื่อคัดค้านกฎหมายการตั้งชื่อ นามวลีหลัง of ระบุกฎ การตัดสินใจ หรือแนวปฏิบัติที่ถูกคัดค้าน ไม่ใช่ผู้ประท้วง วลีทั้งหมดวางได้ทั้งก่อนหรือหลังการกระทำที่มันอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ในฐานะการกระทำเพื่อคัดค้าน”: The players wore black armbands ____ the new rule.

ดูคำตอบ

in protest of

วลี

in place at the time: กฎที่มีผลใช้งานอยู่ในตอนนั้น

in place ขยาย naming laws และหมายถึง “ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการและกำลังมีผลใช้งาน” ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายเหล่านั้นตั้งอยู่ในสถานที่ใดทางกายภาพ at the time จำกัดสถานะดังกล่าวให้อยู่ในช่วงเวลาอดีตที่กำลังกล่าวถึง ดังนั้น the naming laws in place at the time จึงหมายถึงกฎหมายที่ใช้บังคับในตอนนั้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ากฎหมายเดิมยังใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน รูปแบบสั้น ๆ ที่ประกอบด้วยคำนามซึ่งหมายถึงกฎหรือการจัดการ + in place + สำนวนบอกเวลา ใช้ระบุว่าระบบใดมีผลใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มีผลใช้งานในช่วงเวลาอดีตนั้น”: The emergency procedures ____ did not include text alerts.

ดูคำตอบ

in place at the time

It wasn't accepted.

3:21

ชื่อนี้ไม่ผ่านการอนุมัติ

In the United States,

3:24

ในสหรัฐอเมริกา

you can name your kid pretty much anything that doesn't include obscenity, วลี

3:25

คุณจะตั้งชื่อลูกแทบทุกอย่างก็ได้ ตราบใดที่ไม่มีคำหยาบโลน

numerals, or symbols,

3:29

ตัวเลข หรือสัญลักษณ์

วลี

Pretty much anything: การกล่าวครอบคลุมกว้างแต่ยังมีข้อยกเว้น

Pretty much ในที่นี้หมายถึง “เกือบ” หรือ “แทบจะ” เมื่อวางไว้หน้า anything จะทำให้ขอบเขตกว้างมาก แต่ก็ส่งสัญญาณว่าขอบเขตนั้นไม่ได้ครอบคลุมแบบสมบูรณ์ ดังนั้น pretty much anything จึงหมายถึงเกือบทุกตัวเลือก โดยยังเปิดพื้นที่ให้มีข้อจำกัดเล็กน้อย ในวลีบอกระดับสองคำนี้ pretty ไม่ได้หมายถึง “สวย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “เกือบทุกตัวเลือก แต่มีข้อยกเว้นเล็กน้อย”: At the craft table, you can use ____ in this box, except the gold scissors.

ดูคำตอบ

pretty much anything

which means,

3:31

ซึ่งหมายความว่า

as Carlton Larson points out, ลำดับความ

3:32

อย่างที่ Carlton Larson ชี้ให้เห็น

you can't name your kid R2D2,

3:34

คุณตั้งชื่อลูกว่า R2D2 ไม่ได้

ลำดับความ

As Carlton Larson points out: ระบุแหล่งที่มาของข้อสังเกตถัดไป

As Carlton Larson points out เป็นกรอบแทรกเพื่อระบุที่มาของข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าข้อสังเกตที่ตามมามาจากคาร์ลตัน ลาร์สัน ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ข้อสังเกตนั้นเป็นข้อมูลหลัก ในที่นี้ as มีความหมายประมาณว่า “ดังที่” หรือ “เช่นเดียวกับที่” ส่วน point out หมายถึง “ดึงความสนใจไปยังข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง” ไม่ใช่การใช้นิ้วชี้ รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ As + source + points out, + clause

แบบฝึกหัด

วลี “as Carlton Larson points out” ในตัวอย่างทำหน้าที่อะไร?

  1. เป็นการบอกว่าคาร์ลตัน ลาร์สันกำลังใช้นิ้วชี้ไปที่ R2D2
  2. เป็นการแสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้ให้ข้อสังเกตนั้น
  3. เป็นการให้เครดิตคาร์ลตัน ลาร์สันสำหรับข้อสังเกตที่ตามมา
ดูคำตอบ

เป็นการให้เครดิตคาร์ลตัน ลาร์สันสำหรับข้อสังเกตที่ตามมา

but you could, say, น้ำเสียง/เจตนา

3:37

แต่คุณอาจจะ

name your child Adolf Hitler,

3:39

ตั้งชื่อลูกว่า Adolf Hitler ก็ได้

น้ำเสียง/เจตนา

you could, say, ...: การยกตัวอย่าง

ในที่นี้ say หมายถึง “เช่น” หรือ “ยกตัวอย่างเช่น” เป็นคำแทรกในบทสนทนา โดยเครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าคำนี้แทรกเข้ามาชั่วครู่เพื่อยกตัวอย่างที่เป็นไปได้หนึ่งอย่าง could นำเสนอการกระทำนั้นว่าเป็นความเป็นไปได้ ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำ เมื่อรวมกัน you could, say, ... จึงหมายถึง “ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นไปได้คือคุณอาจจะ...”

แบบฝึกหัด

เติมคำแทรกหนึ่งคำที่หมายถึง “ยกตัวอย่างเช่น” ให้ประโยคสมบูรณ์: You could, ____, choose the blue one.

ดูคำตอบ

say

which Heath and Deborah Campbell

3:42

ซึ่ง Heath กับ Deborah Campbell

did in 2006.

3:44

ทำเช่นนั้นในปี 2006

Adolf Hitler Campbell made headlines in 2009 วลี

3:47

Adolf Hitler Campbell ตกเป็นข่าวพาดหัวในปี 2009

วลี

made headlines: ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อ

made headlines หมายถึง “ได้รับความสนใจอย่างมากในข่าว” ประธานของประโยคอาจเป็นบุคคล เหตุการณ์ การค้นพบ หรือการตัดสินใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีคนเขียนหัวข้อข่าว และข่าวนั้นไม่จำเป็นต้องปรากฏบนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ สำนวนนี้เน้นการรายงานข่าวที่กว้างขวางหรือโดดเด่น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนข่าวสองคำที่หมายถึง “ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อ” ให้ประโยคสมบูรณ์: The unexpected discovery ____ around the world.

ดูคำตอบ

made headlines

after a bakery refused to put his name on a cake for his third birthday.

3:50

หลังจากร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งปฏิเสธที่จะเขียนชื่อเขาบนเค้กฉลองวันเกิดครบสามขวบ

Shortly afterwards,

3:56

ไม่นานหลังจากนั้น

child welfare officials took him and his other controversially named siblings วัฒนธรรม

3:57

เจ้าหน้าที่สวัสดิการเด็กพาตัวเขากับพี่น้องคนอื่น ๆ ที่มีชื่อเป็นประเด็น

away from their parents and placed them in foster care,

4:01

ไปจากพ่อแม่ และส่งให้ครอบครัวอุปถัมภ์ดูแล

วัฒนธรรม

เจ้าหน้าที่สวัสดิภาพเด็ก ... ระบบอุปถัมภ์

ในที่นี้ child welfare officials หมายถึงผู้เชี่ยวชาญของรัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการคุ้มครองเด็กและจัดบริการเมื่อความปลอดภัยหรือการดูแลเด็กมีปัญหา วลีนี้หมายถึงผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ผ่านระบบคุ้มครองเด็ก ไม่ใช่เพียงบุคคลทั่วไปที่ห่วงใยสวัสดิภาพของเด็ก foster care คือการจัดการดูแลแบบชั่วคราวหรือต่อเนื่องที่รัฐจัดให้เด็กอยู่กับผู้ดูแลที่ได้รับอนุมัติหรือในสถานที่อื่นที่มีการกำกับดูแล เนื่องจากเด็กไม่ได้อาศัยกับพ่อแม่ ในประโยคนี้ took ... away from their parents and placed them in foster care บรรยายการแยกเด็กจากพ่อแม่โดยเจ้าหน้าที่ แล้วจัดให้ได้รับการดูแลทดแทน วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ระบุสาเหตุของการแยก และไม่ได้หมายความว่าเด็กถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย foster care ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. เด็กถูกจัดให้อยู่ในการดูแลที่ทางการจัดไว้นอกบ้านของพ่อแม่ โดยไม่ได้หมายความว่าเด็กถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้วเสมอไป
  2. พ่อแม่จ้างพี่เลี้ยงส่วนตัวและให้เด็กยังคงอาศัยอยู่ที่บ้าน
  3. เด็กถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างถาวรโดยเจ้าหน้าที่ที่นำตัวพวกเขาออกมา
ดูคำตอบ

เด็กถูกจัดให้อยู่ในการดูแลที่ทางการจัดไว้นอกบ้านของพ่อแม่ โดยไม่ได้หมายความว่าเด็กถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้วเสมอไป

where they remain to this day. วลี

4:04

ซึ่งพวกเขายังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

วลี

to this day: สถานะในอดีตที่ดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน

to this day หมายความว่าสถานะหรือข้อเท็จจริงหนึ่งเริ่มขึ้นในอดีต และยังคงดำเนินต่อไปหรือยังเป็นจริง ณ เวลาที่เล่าเรื่อง วลีนี้เน้นเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ดำเนินมายาวนานหรือคงอยู่อย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ remain แสดงสถานะที่ดำเนินต่อไป ส่วน to this day เชื่อมการจัดให้อยู่ในการดูแลในอดีตเข้ากับจุดเวลาปัจจุบันที่ผู้เล่าใช้อ้างอิง วลีนี้ไม่ได้รับรองว่าสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนั้นหลังจากจัดทำวิดีโอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายความว่าสถานการณ์ซึ่งเริ่มในอดีตยังคงดำเนินต่อไปในปัจจุบัน: She moved into the old house in 2010 and lives there ____.

ดูคำตอบ

to this day

His parents are self-identified Nazis, การใช้คำ

4:07

พ่อแม่ของเขาประกาศตัวว่าเป็นนาซี

การใช้คำ

self-identified: ระบุแหล่งที่มาของอัตลักษณ์ให้ชัดเจน

ในประโยคนี้ self-identified หมายความว่าพ่อแม่เป็นผู้บอกหรือแสดงตนเองว่าเป็นนาซี คำเติมหน้า self- ชี้ว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเป็นแหล่งที่มาของการระบุอัตลักษณ์นั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นผู้วินิจฉัยอัตลักษณ์ดังกล่าวโดยอิสระ ถ้อยคำนี้สร้างขอบเขตของการอ้างที่มา กล่าวคือรายงานอัตลักษณ์ที่บุคคลนั้นกล่าวอ้าง โดยไม่เสนอว่าป้ายกำกับดังกล่าวผ่านการยืนยันโดยอิสระแล้ว ความแตกต่างนี้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อใช้ป้ายกำกับทางการเมืองหรือสังคมที่ละเอียดอ่อน

แบบฝึกหัด

ในรายงานข่าว “self-identified activists” บอกอะไรแก่ผู้อ่านได้แม่นยำที่สุด?

  1. นักเคลื่อนไหวเองกล่าวอ้างหรือแสดงอัตลักษณ์นั้น
  2. ผู้สื่อข่าวได้ยืนยันอัตลักษณ์นั้นอย่างอิสระแล้ว
  3. กลุ่มภายนอกที่ไม่ระบุชื่อสร้างอัตลักษณ์นั้นขึ้นมาให้พวกเขา
ดูคำตอบ

นักเคลื่อนไหวเองกล่าวอ้างหรือแสดงอัตลักษณ์นั้น

and they live in New Jersey,

4:11

และพวกเขาอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์

the latter of which makes them New Jerseyans. ไวยากรณ์

4:14

อย่างหลังนี้ทำให้พวกเขาเป็นชาวนิวเจอร์ซีย์

ไวยากรณ์

the latter of which: อ้างถึงรายการที่สองจากสองรายการ

the latter of which ย้อนกลับไปอ้างถึงรายการที่สองจากสองรายการที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้สองรายการคือการที่พ่อแม่ระบุตนเองว่าเป็นนาซี และการที่พวกเขาอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยข้อเท็จจริงข้อที่สองเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเป็นชาวนิวเจอร์ซีย์ the latter เลือกรายการที่สอง ส่วน of which เชื่อมรายการนั้นเข้ากับคำอธิบายเพิ่มเติมแบบไม่จำกัดความ โครงสร้างที่เป็นทางการนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวรายการที่สองซ้ำ: A and B, the latter of which + คำกริยา....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแบบเป็นทางการที่เลือกรายการที่สองจากสองรายการที่กล่าวถึง: The report mentions a tax increase and a hiring freeze, ____ could affect new graduates.

ดูคำตอบ

the latter of which

If they lived in Kansas, ไวยากรณ์

4:17

ถ้าพวกเขาอยู่ในรัฐแคนซัส

they'd be Kansan.

4:18

พวกเขาก็จะเป็นชาวแคนซัส

ไวยากรณ์

If they lived ... they'd be: ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2

ในประโยคนี้ If they lived in Kansas ตั้งเงื่อนไขสมมติในปัจจุบันที่ตรงข้ามกับสถานการณ์จริงที่ทราบอยู่ รูปอดีต lived ใช้แสดงระยะห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ได้เล่าว่าพวกเขาเคยอาศัยอยู่ในรัฐแคนซัสจริง ๆ ในอดีต They'd be หมายถึง they would be และบอกผลลัพธ์ที่สมมติขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + รูปอดีต, would + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เชื่อมเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นจริงหรือมีโอกาสน้อยกับผลลัพธ์ของเงื่อนไขนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบันโดยใช้กริยา live และ speak: If Lena ____ in Rome, she ____ Italian every day.

ดูคำตอบ

lived · would speak

If they lived in New York,

4:20

ถ้าอยู่ในนิวยอร์ก

they'd be New Yorkers.

4:21

ก็จะเป็นชาวนิวยอร์ก

If they lived in Utah,

4:23

ถ้าอยู่ในรัฐยูทาห์

they'd be Utahns.

4:24

ก็จะเป็นชาวยูทาห์

A name based on where something is from

4:27

ชื่อที่ตั้งตามถิ่นกำเนิดของบางสิ่ง

is called a demonym, การใช้คำ

4:30

เรียกว่า demonym

การใช้คำ

Demonym: ชื่อเรียกผู้คนจากสถานที่หนึ่ง

demonym คือคำที่ใช้เรียกผู้คนหรือผู้อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งหนึ่ง และมักสร้างมาจากชื่อสถานที่นั้น ในประโยคนี้ คำเรียกอย่าง New Yorker และ Kansan เป็น demonym คำศัพท์นี้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์ แม้การสะกดจะดูคล้ายกัน แต่ demonym ไม่มีความเกี่ยวข้องทางความหมายกับ demon

แบบฝึกหัด

เติมศัพท์สำหรับชื่อที่ใช้เรียกผู้คนจากสถานที่หนึ่ง: 'Londoner' is a ____.

ดูคำตอบ

demonym

which means that even names have names.

4:31

แปลว่าแม้แต่ชื่อเองก็ยังมีชื่อ

An endonym is a name given to a place by those who live there. การใช้คำ

4:35

endonym คือชื่อที่คนในพื้นที่ใช้เรียกสถานที่ของตน

An exonym is a name given to a place by those who live elsewhere.

4:39

exonym คือชื่อที่คนนอกพื้นที่ใช้เรียกสถานที่นั้น

การใช้คำ

endonym กับ exonym

endonym คือชื่อสถานที่ที่คนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นหรือชุมชนภาษาท้องถิ่นใช้เรียก ส่วน exonym คือชื่ออีกแบบหนึ่งที่คนหรือชุมชนภาษาจากที่อื่นใช้เรียกสถานที่เดียวกัน เกณฑ์แบ่งอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ชื่อกับสถานที่นั้น ไม่ได้บอกว่าชื่อเป็นทางการ สุภาพ หรือมีความหมายในทางบวกหรือไม่

แบบฝึกหัด

เมืองหนึ่งมีชื่อท้องถิ่นว่า X แต่ชุมชนภาษาในอีกสถานที่หนึ่งใช้ชื่อ Y ซึ่งต่างออกไปเรียกเมืองเดียวกัน ในความสัมพันธ์นี้ Y คืออะไร?

  1. an endonym
  2. an exonym
  3. a nickname
ดูคำตอบ

an exonym

But my favorite name for a name is an auto-antonym, การใช้คำ

4:44

แต่ชื่อของชื่อที่ผมชอบที่สุดคือ auto-antonym

a word that can mean the opposite of its other meaning.

4:48

คำที่ความหมายหนึ่งตรงข้ามกับอีกความหมายของตัวมันเอง

การใช้คำ

auto-antonym: คำเดียวที่มีความหมายตรงข้าม

auto-antonym คือคำเพียงคำเดียวที่มีความหมายซึ่งเป็นที่ยอมรับแล้วสองความหมายและทั้งสองความหมายตรงข้ามกัน อีกชื่อหนึ่งคือ contronym โดยต้องอาศัยบริบทเพื่อดูว่าผู้พูดตั้งใจใช้ความหมายใด คำนี้ไม่ได้หมายถึงคำต่างกันสองคำที่เป็นคำตรงข้ามกัน และเฉพาะเจาะจงกว่าการที่คำหนึ่งมีหลายความหมาย เพราะสองความหมายที่เกี่ยวข้องของคำเดียวกันต้องตรงข้ามกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ auto-antonym?

  1. คำหนึ่งคำมีสองความหมายที่ตรงข้ามกัน
  2. คำต่างกันสองคำมีความหมายตรงข้ามกัน
  3. คำหนึ่งคำมีหลายความหมายที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีความหมายใดตรงข้ามกัน
ดูคำตอบ

คำหนึ่งคำมีสองความหมายที่ตรงข้ามกัน

For example,

4:52

ตัวอย่างเช่น

the word off,

4:53

คำว่า off

which can mean both activated and deactivated.

4:55

ซึ่งอาจหมายถึงทั้งเปิดใช้งานและปิดใช้งาน

For instance,

4:59

อย่างเช่น

the alarm went off, กริยาวลี

5:00

สัญญาณเตือนดังขึ้น

so we had to turn it off.

5:02

เราจึงต้องปิดมัน

กริยาวลี

ความแตกต่างระหว่าง went off กับ turn it off

ใน alarm went off คำว่า went off หมายถึง “ดังขึ้น” หรือ “เริ่มส่งเสียง” ตรงนี้ off เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี go off ไม่ได้หมายความว่าสัญญาณเตือนหยุดทำงาน ใน turn it off คำว่า turn off หมายถึง “ทำให้อุปกรณ์หยุดทำงานหรือหยุดส่งเสียง” สรรพนามกรรม it ต้องอยู่ระหว่าง turn กับ off ความหมายที่ถูกต้องจึงขึ้นอยู่กับกริยาและสถานการณ์ ไม่ใช่คำว่า off เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่มีความหมายตรงข้ามกันจากบทเรียนนี้: When the smoke alarm ____, Maya pressed the button to ____.

ดูคำตอบ

went off · turn it off

You can track the distribution of your last name across the entire Earth

5:06

คุณติดตามการกระจายตัวของนามสกุลคุณทั่วโลกได้

using the Public Profiler

5:10

โดยใช้ Public Profiler

or visualize the popularity of the US's top 1,000 names over time.

5:13

หรือดูภาพความนิยมของ 1,000 ชื่อยอดนิยมในสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนไปตามเวลา

Studies have shown that your name may influence your behavior. ลำดับความ

5:21

งานวิจัยพบว่าชื่ออาจมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคุณ

ลำดับความ

Studies have shown that ในฐานะกรอบหลักฐาน

Studies have shown that วางกรอบหลักฐานไว้ก่อนข้อกล่าวอ้าง เพื่อบอกผู้ฟังว่าแนวคิดที่ตามมามีงานวิจัยก่อนหน้านี้สนับสนุน จึงระบุที่มาของข้อกล่าวอ้างได้ชัดเจนกว่าการกล่าวขึ้นมาลอย ๆ รูป present perfect ใน have shown เชื่อมงานวิจัยในอดีตเข้ากับประเด็นที่กำลังกล่าวถึงในปัจจุบัน ในประโยคนี้ may ยังคงบอกว่าเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน และกรอบนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์เหตุและผลหรือยุติข้อถกเถียง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบหลักฐานจากบทเรียน เพื่อแสดงว่างานวิจัยที่สะสมมายังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน: ____ regular breaks can improve concentration.

ดูคำตอบ

Studies have shown that

The name letter effect is a phenomenon in which people prefer ไวยากรณ์

5:26

ปรากฏการณ์อักษรในชื่อ คือการที่ผู้คนชอบ

words, events, other people,

5:29

คำ เหตุการณ์ คนอื่น

and places

5:32

และสถานที่

which contain letters similar to the letters inside their own name.

5:33

ที่มีตัวอักษรคล้ายกับตัวอักษรในชื่อของตัวเอง

ไวยากรณ์

A phenomenon in which: กรอบคำนิยามอย่างเป็นทางการ

ในที่นี้ a phenomenon in which ใช้เปิดคำนิยามอย่างเป็นทางการ โดย a phenomenon ระบุสิ่งที่กำลังนิยาม และ in which เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายว่าปรากฏการณ์นั้นทำงานอย่างไรหรือเกิดอะไรขึ้นภายในปรากฏการณ์นั้น คำบุพบท in ทำงานร่วมกับ which เพื่อแสดงความสัมพันธ์ว่า “ภายในปรากฏการณ์นี้” จึงเพิ่มความสัมพันธ์ที่ which เพียงคำเดียวไม่สามารถแสดงได้ และทำให้โครงสร้างเป็นทางการและแม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามอย่างเป็นทางการด้วยกรอบเป้าหมาย: Social proof is ____ people copy the actions of others when they are unsure what to do.

ดูคำตอบ

a phenomenon in which

Measuring a person's preference for such letters

5:38

การวัดว่าคนคนหนึ่งชอบตัวอักษรเหล่านี้มากแค่ไหน

has been shown to be a good gauge of self-esteem. วลี

5:41

ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวชี้วัดความภาคภูมิใจในตัวเองที่ดี

วลี

A good gauge of: ตัวชี้วัดที่มีประโยชน์

Gauge ตามความหมายตรงตัวคือเครื่องมือสำหรับวัดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ใน a good gauge of คำนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงข้อสังเกตหรือผลลัพธ์ที่เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ของคุณลักษณะเชิงนามธรรม Good สื่อถึงความน่าเชื่อถือในระดับสมเหตุสมผล ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ ประโยคนี้บอกว่าความชอบต่อตัวอักษรอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับความภาคภูมิใจในตนเอง แต่ไม่ได้อ้างว่าเป็นการวัดที่แม่นยำหรือเป็นเหตุโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ตัวชี้วัดที่มีประโยชน์ของ”: Repeat purchases can be ____ customer satisfaction.

ดูคำตอบ

a good gauge of

Richard Wiseman's Quirkology is a great read on this topic. การใช้คำ

5:45

Quirkology ของ Richard Wiseman เป็นหนังสือที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเรื่องนี้

การใช้คำ

A great read: read ที่ใช้เป็นคำนาม

ใน a great read คำว่า read เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ หมายถึงงานเขียนที่อ่านสนุกหรือคุ้มค่าที่จะอ่าน ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำ Quirkology ว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับหัวข้อนี้ที่น่าอ่าน วลีนี้ประเมินประสบการณ์ในการอ่าน ไม่ได้หมายความเองว่าทุกข้อกล่าวอ้างในหนังสือเป็นความจริง

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคเต็มที่ได้ยิน ให้สังเกตว่า read เป็นคำนามที่มีเสียง /iː/ หรือเป็นกริยารูปอดีตที่มีเสียง /ɛ/

  1. I read the novel last week.
  2. The novel is a great read.
ดูคำตอบ

The novel is a great read.

He mentions alphabetical discrimination.

5:49

เขาพูดถึงการเลือกปฏิบัติตามลำดับตัวอักษร

People with last names that begin with a letter near the end of the alphabet

5:52

คนที่นามสกุลขึ้นต้นด้วยตัวอักษรช่วงท้ายของลำดับอักษร

tend to rate themselves significantly less successful ไวยากรณ์

5:57

มักมองว่าตัวเองประสบความสำเร็จน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

than people with names that begin with a letter near the beginning of the alphabet,

6:02

คนที่นามสกุลขึ้นต้นด้วยตัวอักษรช่วงต้นของลำดับอักษร

ไวยากรณ์

Tend to สำหรับแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่ความแน่นอน

ในโครงสร้าง tend to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า tend แสดงแนวโน้มทั่วไป คือสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยหรือมีโอกาสเกิด แต่ไม่ได้เกิดทุกครั้ง ในประโยคนี้ การเปรียบเทียบกลุ่มจึงเป็นแนวโน้มที่กล่าวอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่กฎที่ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อประธานยาว ให้มองหา tend ซึ่งเป็นกริยาหลัก: People with ... tend to rate....

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายรูปแบบทั่วไปอย่างระมัดระวังและยังยอมให้มีข้อยกเว้นได้

  1. Children will learn every new song quickly.
  2. Children intend to learn new songs quickly.
  3. Children tend to learn new songs quickly.
ดูคำตอบ

Children tend to learn new songs quickly.

ไวยากรณ์

significantly less successful than: ประสบความสำเร็จน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

significantly less successful than เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบว่ามีระดับต่ำกว่า โดยใช้ less + คำคุณศัพท์ + than ในประโยคนี้ คนกลุ่มแรกมีแนวโน้มประเมินระดับความสำเร็จของตนเองต่ำกว่าคนกลุ่มที่สอง significantly เน้นการเปรียบเทียบว่าความแตกต่างนั้นชัดเจน ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย ประโยคนี้เปรียบเทียบการประเมินตนเอง ไม่ได้กล่าวโดยตรงว่ากลุ่มหนึ่งประสบความสำเร็จน้อยกว่าอย่างเป็นข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคสำรวจให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเปรียบเทียบระดับที่ต่ำกว่าซึ่งสร้างจาก successful: In the survey, Group B rated itself significantly ____ Group A.

ดูคำตอบ

less successful than

perhaps because all their lives they've been put on the bottom of lists. ลำดับความ

6:07

อาจเพราะตลอดชีวิต พวกเขาถูกจัดไว้ท้ายรายชื่อเสมอ

ลำดับความ

perhaps because: อาจเป็นเพราะ

perhaps because เชื่อมข้อสังเกตที่มาก่อนเข้ากับคำอธิบายที่เป็นไปได้ซึ่งตามมา because นำเข้าสาเหตุ ส่วน perhaps ลดระดับความแน่นอนและนำเสนอสาเหตุนั้นเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ถ้อยคำนี้จัดข้อมูลโดยกล่าวถึงข้อค้นพบก่อน แล้วจึงให้คำอธิบายแบบไม่ฟันธง ในที่นี้ การถูกจัดไว้ใกล้ท้ายรายชื่อเป็นเพียงกลไกที่เสนอขึ้น ประโยคไม่ได้บอกว่างานวิจัยพิสูจน์เรื่องนี้แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่บ่งบอกถึงสาเหตุซึ่งยังไม่ยืนยัน: The plants grew more slowly, ____ they received less sunlight; the cause has not been confirmed.

ดูคำตอบ

perhaps because

Also fascinating is the fact that men and women with positive initials, ไวยากรณ์

6:13

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ผู้ชายและผู้หญิงที่มีอักษรย่อเชิงบวก

like ACE, HUG, or JOY,

6:18

อย่าง ACE, HUG หรือ JOY

live three to four and a half years longer than average.

6:23

มีอายุยืนกว่าค่าเฉลี่ยสามถึงสี่ปีครึ่ง

ไวยากรณ์

การกลับลำดับโดยย้ายส่วนเติมเต็มมาข้างหน้าใน “Also fascinating is the fact that ...”

ใน “Also fascinating is the fact that ...” ส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ “fascinating” ถูกวางไว้หน้า “is” เพื่อเน้นการประเมินนี้ตั้งแต่ต้น ประธานตามหลักไวยากรณ์อยู่หลังคำกริยา คือ “the fact that men and women ... live longer than average” ลำดับพื้นฐานคือ “The fact that ... is also fascinating.” การย้ายส่วนเติมเต็มมาข้างหน้าช่วยเพิ่มข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกข้อด้วยสำนวนที่เป็นทางการและสละสลวย ไม่ใช่ประโยคอุทานที่ละประธาน

แบบฝึกหัด

เขียนใหม่โดยใช้รูปแบบทางการที่ย้ายส่วนเติมเต็มมาข้างหน้าเพื่อเน้น “fascinating”: The fact that the museum opens after dark is also fascinating. ____ the fact that the museum opens after dark.

ดูคำตอบ

Also fascinating is

But men with negative initials,

6:28

แต่ผู้ชายที่มีอักษรย่อเชิงลบ

like PIG, BUM, or DIE,

6:30

อย่าง PIG, BUM หรือ DIE

die about three years earlier than average.

6:34

เสียชีวิตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยราวสามปี

But interestingly,

6:39

แต่ที่น่าสนใจก็คือ

women with negative initials don't show much difference.

6:40

ผู้หญิงที่มีอักษรย่อเชิงลบแทบไม่แสดงความแตกต่าง

Half of all Americans share the same 1,712 last names.

6:44

ชาวอเมริกันครึ่งหนึ่งมีนามสกุลอยู่ในกลุ่มเดียวกันเพียง 1,712 นามสกุล

1% of Americans have the last name Smith.

6:51

ชาวอเมริกัน 1% มีนามสกุลว่า Smith

In China,

6:55

ในประเทศจีน

85% share the same 100 last names.

6:56

ประชากร 85% ใช้นามสกุลร่วมกันเพียง 100 นามสกุล

200 last names cover 96% of the population in Vietnam,

7:00

นามสกุลเพียง 200 สกุลครอบคลุมประชากรเวียดนามถึง 96%

40% of which have the same last name, ไวยากรณ์

7:06

และ 40% ในนั้นใช้นามสกุลเดียวกัน

ไวยากรณ์

การใช้ “40% of which” เพื่อระบุกลุ่มย่อยในอนุประโยคสัมพันธ์

ใน “40% of which” คำว่า “which” ย้อนกลับไปหมายถึง “the population in Vietnam” ไม่ใช่นามสกุล 200 ชื่อ วลีปริมาณทั้งหมด “40% of which” เป็นประธานของอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ ส่วน “have the same last name” อธิบายประชากรส่วนนั้น รูปแบบ “ปริมาณ + of which + คำกริยา” ช่วยให้งานเขียนข้อมูลเปลี่ยนจากกลุ่มทั้งหมดไปยังกลุ่มย่อยได้โดยตรงโดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่านี่เป็นสถิติเพิ่มเติม ไม่ใช่ข้อมูลที่จำเป็นต่อการระบุประชากร

แบบฝึกหัด

ใช้ “30 percent” และคำสัมพันธ์ที่ถูกต้องเพื่อเติมรายงานให้สมบูรณ์: The company inspected 800 devices, ____ needed repairs.

ดูคำตอบ

30 percent of which

this one.

7:10

คือนามสกุลนี้

Name calling can hurt people's feelings. การใช้คำ

7:11

การเรียกคนอื่นด้วยชื่อดูถูกอาจทำร้ายความรู้สึกได้

การใช้คำ

Name calling: การโจมตีบุคคลด้วยคำเรียกที่ดูหมิ่น

Name calling เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงการโจมตีบุคคลด้วยคำเรียกที่ดูหมิ่นหรือเหยียดหยาม ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวกล่าวถึงพฤติกรรมที่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ใช่การพูดหรือเรียกชื่อของใครตามปกติ พฤติกรรมนี้ทำให้ความสนใจเปลี่ยนจากประเด็นไปที่ตัวบุคคล ในการอภิปราย ความขัดแย้งในโรงเรียน และการสื่อสารออนไลน์ ควรเข้าใจว่าเป็นคำเรียกเชิงลบสำหรับการโจมตีส่วนบุคคล ไม่ใช่วิธีโต้แย้ง

แบบฝึกหัด

สำนวนใดอธิบายการใช้คำเรียกที่โหดร้ายเพื่อโจมตีเพื่อนร่วมชั้นได้ถูกต้อง?

  1. calling someone's name
  2. naming a classmate
  3. name calling
ดูคำตอบ

name calling

It's at the very bottom of Graham's hierarchy of disagreement. สำนวน

7:14

มันอยู่ล่างสุดของลำดับขั้นความเห็นต่างของ Graham

สำนวน

อยู่ล่างสุดของลำดับชั้นแห่งความไม่เห็นด้วยของเกรแฮม

At the very bottom of วางสิ่งหนึ่งไว้ในระดับต่ำสุดของระบบที่มีการจัดลำดับ ในที่นี้ bottom ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงอันดับหรือคุณภาพ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ Graham's hierarchy of disagreement จัดอันดับวิธีต่าง ๆ ในการตอบข้อโต้แย้ง ดังนั้นวลีนี้จึงประเมิน name calling ว่าเป็นรูปแบบความไม่เห็นด้วยที่มีเนื้อหาน้อยที่สุดและมีคุณภาพต่ำที่สุด ส่วน very ช่วยเน้นความหมายว่าอยู่ในตำแหน่งต่ำสุดอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ระบุระดับต่ำสุด: In the quality ranking, this option sits ____ the list.

ดูคำตอบ

at the very bottom of

And at the end of the day, สำนวน

7:19

และท้ายที่สุดแล้ว

names are just words.

7:21

ชื่อก็เป็นเพียงคำ

สำนวน

At the end of the day ในฐานะวลีเกริ่นข้อสรุป

ในประโยคนี้ at the end of the day ไม่ได้หมายถึงตอนเย็นหรือจุดสิ้นสุดของวันตามตัวอักษร แต่บอกว่าผู้พูดกำลังวางรายละเอียดไว้ก่อนแล้วให้ข้อสรุปโดยรวมขั้นสุดท้ายว่า เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว ชื่อก็เป็นเพียงคำเท่านั้น เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ช่วยจัดระเบียบการอภิปรายด้วยการบอกว่ากำลังเข้าสู่ข้อสรุป จึงเข้าใจได้ว่าเป็นรูปแบบในภาษาสนทนาที่ใกล้กับ ultimately หรือ all things considered

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยเครื่องหมายเกริ่นข้อสรุปที่หมายถึง “หลังจากพิจารณาทุกอย่างแล้ว”: ____, the safest choice is to wait for an adult.

ดูคำตอบ

At the end of the day

As the saying goes, ลำดับความ

7:23

อย่างที่สุภาษิตว่าไว้

sticks and stones may break my bones, วัฒนธรรม

7:25

ไม้และก้อนหินอาจทำให้กระดูกฉันหัก

ลำดับความ

ใช้ As the saying goes เพื่อเกริ่นสุภาษิต

As the saying goes เป็นกรอบเกริ่นนำแบบตายตัวที่ใช้ก่อนสุภาษิต คติพจน์ หรือสำนวนดั้งเดิมที่คนรู้จัก ในที่นี้ goes หมายถึง “มักกล่าวกันเช่นนี้” ไม่ได้หมายถึง “เคลื่อนที่” หรือ “จากไป” กรอบนี้จัดระเบียบข้อมูลด้วยการบอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าคำต่อไปเป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่ผู้คนมีร่วมกัน ไม่ใช่ข้ออ้างใหม่ที่ไม่มีสิ่งสนับสนุน ในตัวอย่างนี้ วลีช่วยเตรียมผู้ฟังให้จำจุดเริ่มต้นของสุภาษิตที่คุ้นเคย รวมถึงสังเกตการดัดแปลงที่อาจตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเกริ่นสุภาษิตที่คุ้นเคยได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

  1. At the end of the day, honesty is the best policy.
  2. As the saying goes, honesty is the best policy.
  3. According to our teacher, honesty is the best policy.
ดูคำตอบ

As the saying goes, honesty is the best policy.

วัฒนธรรม

Sticks and stones may break my bones: ช่วงต้นของคำกล่าวที่คุ้นเคย

“Sticks and stones may break my bones” เป็นช่วงต้นของคำกล่าวสำหรับเด็กที่รู้จักกันมานานในภาษาอังกฤษ โดยปกติจะต่อด้วย “but words will never hurt me” ผู้พูดใช้คำกล่าวนี้เพื่อตอบโต้คำดูถูกอย่างไม่ยอมแพ้ โดยเปรียบเทียบการบาดเจ็บทางกายกับคำกล่าวอ้างว่าถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจไม่มีอำนาจเหนือเรา ในที่นี้ ช่วงต้นที่คุ้นเคยทำให้ผู้ฟังคาดหวังตอนจบแบบเดิม แต่ประโยคกลับแทนที่ตอนจบนั้นด้วยการให้เหตุผลเชิงเทคนิคแบบตรงตามตัวอักษร การจำคำกล่าวนี้ได้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจการล้อเลียน แทนที่จะคิดว่ามีการโจมตีด้วยไม้และก้อนหินจริง ๆ คำกล่าวนี้แสดงท่าทีเข้มแข็ง ไม่ใช่การรายงานข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เหตุใดช่วงต้น “sticks and stones may break my bones” จึงทำให้ผู้ฟังภาษาอังกฤษคาดหวังมุกตลก เมื่อประโยคดำเนินต่อไปในแบบที่ต่างออกไป?

  1. เป็นกฎทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงที่ต้องใช้ในการทำให้กระดูกหัก
  2. เป็นการรายงานว่าผู้พูดเพิ่งถูกโจมตีด้วยไม้และก้อนหิน
  3. เป็นช่วงต้นที่คุ้นเคยของคำกล่าวซึ่งตอนจบที่คาดไว้กล่าวถึงถ้อยคำ
ดูคำตอบ

เป็นช่วงต้นที่คุ้นเคยของคำกล่าวซึ่งตอนจบที่คาดไว้กล่าวถึงถ้อยคำ

but words are merely the smallest element of language capable of containing meaning and isolation,

7:27

แต่คำเป็นเพียงหน่วยภาษาที่เล็กที่สุดซึ่งมีความหมายได้โดยลำพัง

and as such could never directly produce the 4,000 newtons of force per square centimeter required to break bones. ลำดับความ

7:32

จึงไม่มีทางสร้างแรง 4,000 นิวตันต่อตารางเซนติเมตรที่ต้องใช้ในการหักกระดูกได้โดยตรง

ลำดับความ

As such: ใช้คุณสมบัติที่ระบุไว้เป็นฐานของข้อสรุป

ในประโยคนี้ such ย้อนกลับไปอ้างถึงคำอธิบายก่อนหน้าว่า words เป็นหน่วยภาษาที่เล็กที่สุดซึ่งมีความหมาย As such หมายถึง “ในฐานะนั้น” หรือ “ด้วยลักษณะที่เพิ่งกล่าวถึง” โดยรวบคำอธิบายก่อนหน้าและใช้เป็นฐานของข้อสรุปถัดไป รูปแบบการจัดข้อมูลคือ กล่าวคำอธิบายหรือการจัดประเภทก่อน ตามด้วย as such แล้วจึงแสดงผลที่ตามมา คำเชื่อมนี้ทำให้การให้เหตุผลที่จงใจตีความตามตัวอักษรฟังดูเป็นทางการและเคร่งครัด เมื่อตีความ ให้ถามว่า such แทนสถานะหรือคุณสมบัติใดที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคทางการด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “ในบทบาทนั้น”: Leo is the team captain and, ____, speaks for the players at official meetings.

ดูคำตอบ

as such

And as always,

7:41

และเช่นเคย

thanks for watching.

7:43

ขอบคุณที่รับชม