สุนัข "มองเห็น" ด้วยจมูกของพวกมันได้อย่างไร? - Alexandra Horowitz: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอวิทยาศาสตร์นี้อธิบายว่าจมูกและสมองของสุนัขรับ แยก และตีความกลิ่นอย่างไร ทำให้สุนัขระบุต้นทางของกลิ่น ตรวจจับฮอร์โมนกับภัยที่มองไม่เห็น และปะติดปะต่อร่องรอยจากอดีตหรือสัญญาณของสิ่งที่กำลังเข้ามาใกล้ได้ ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. Have you ever wondered how your dog experiences the world? — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: คุณจะได้เรียนรู้การใช้คำถามตรง ๆ เปิดหัวข้อวิทยาศาสตร์เพื่อดึงผู้ชมเข้าสู่เรื่อง เปลี่ยนมุมมองจากมนุษย์ไปเป็นสุนัข และสร้างความอยากรู้ต่อคำอธิบายที่กำลังตามมา 2. allow odor concentration to build up — กริยาวลี: คุณจะเข้าใจว่า build up หมายถึงการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นเพียงครั้งเดียว และใช้โครงสร้างนี้อธิบายว่าการกระทำซ้ำ ๆ ทำให้ความเข้มข้น ความกดดัน หลักฐาน หรืออารมณ์เพิ่มขึ้นตามเวลาได้อย่างไร 3. can traverse time. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: คุณจะตีความวลีนี้เป็นอุปมาถึงการดมร่องรอยที่อดีตทิ้งไว้และสัญญาณจากคนหรือวัตถุที่กำลังเข้าใกล้ พร้อมเรียนรู้การเชื่อมความสามารถเชิงนามธรรมเข้ากับภาพที่เห็นชัดในใจ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Have you ever wondered how your dog experiences the world? โน้ต
0:11คุณเคยสงสัยไหมว่าสุนัขของคุณสัมผัสโลกนี้อย่างไร?
Have you ever wondered...? การเปิดเรื่องที่สร้างความอยากรู้
Have you ever wondered...? ชวนผู้ชมให้คิดโดยตรง แต่ในที่นี้ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมตอบออกมาจริง ๆ คำถามนี้สร้างความอยากรู้และเตรียมผู้ชมให้พร้อมรับฟังคำอธิบาย อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how บอกล่วงหน้าถึงคำถามหลักของวิดีโอ และย้ายจุดสนใจจากมุมมองของมนุษย์ไปสู่ประสบการณ์ของสุนัข การเริ่มต้นด้วยคำถามเช่นนี้เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการจัดเนื้อหาช่วงเปิดของวิดีโอเพื่อการศึกษา การบรรยาย หรือบทความ
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของประโยคนี้ในช่วงต้นของวิดีโอวิทยาศาสตร์คืออะไร
- บอกข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์สุดท้ายก่อนเริ่มคำอธิบาย
- สร้างความอยากรู้และบอกล่วงหน้าถึงคำถามที่วิดีโอจะอธิบาย
- ถามให้ผู้ชมรายงานทันทีว่าตนเลี้ยงสุนัขหรือไม่
ดูคำตอบ
สร้างความอยากรู้และบอกล่วงหน้าถึงคำถามที่วิดีโอจะอธิบาย
wondered how your dog experiences... ลำดับคำในคำถามทางอ้อม
หลัง wonder วลี how your dog experiences the world เป็นคำถามทางอ้อมที่บอกข้อมูลซึ่งผู้พูดสงสัย ภายในอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how ให้ใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า คือ how + ประธาน + กริยา อนุประโยคหลักเป็นคำถามอยู่แล้ว คือ Have you ever wondered...? จึงไม่ต้องกลับลำดับแบบคำถามอีกครั้งในอนุประโยคที่ซ้อนอยู่ ให้พูดว่า how your dog experiences the world ไม่ใช่ how does your dog experience the world
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง
- I wonder how does this machine work.
- I wonder how this machine works.
- I wonder how works this machine.
ดูคำตอบ
I wonder how this machine works.
experiences the world: experience ที่ใช้เป็นคำกริยา
ใน experiences the world คำว่า experience เป็นคำกริยา หมายถึง “รับรู้และผ่านสิ่งหนึ่งด้วยตนเอง” ประธานคือ your dog ดังนั้นกริยาในปัจจุบันจึงอยู่ในรูปบุรุษที่สามเอกพจน์ experiences วลีนี้ถามว่าสุนัขรับข้อมูลและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวอย่างไร โดยเฉพาะผ่านประสาทสัมผัส ไม่ได้หมายความว่าสุนัข “มีประสบการณ์มาก”
แบบฝึกหัด
experiences the world ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- รับรู้และสัมผัสสิ่งรอบตัว
- เล่าเหตุการณ์ในอดีตให้คนทั้งโลกฟัง
- มีความรู้ด้านภูมิศาสตร์มาก
ดูคำตอบ
รับรู้และสัมผัสสิ่งรอบตัว
a totally different story: สถานการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
A totally different story เป็นสำนวนที่หมายถึง “สถานการณ์หรือเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง” ในประโยคนี้ story ไม่ได้หมายถึงเรื่องเล่า ผู้พูดกำลังบอกว่าสิ่งที่สุนัขได้กลิ่นแตกต่างจากสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึงอย่างมาก รูปแบบ X is one thing, but Y is a different story ใช้เปรียบเทียบสองกรณีและบอกว่ากรณีที่สองต้องเข้าใจหรือจัดการด้วยวิธีที่ต่างออกไป คำว่า Totally ทำให้ความแตกต่างเด่นชัดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่าสถานการณ์ที่สองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง: Cooking for two is easy, but cooking for fifty is ____.
ดูคำตอบ
a totally different story
And it begins at her wonderfully developed nose. ลำดับความ
0:22และมันเริ่มต้นที่จมูกที่พัฒนามาอย่างยอดเยี่ยมของมัน
it begins at: จากหัวข้อกว้าง ๆ สู่จุดเริ่มต้นที่ชัดเจน
ในประโยคนี้ it ย้อนกลับไปถึงกระบวนการกว้าง ๆ ที่กำลังอธิบายอยู่ ส่วน begins at her wonderfully developed nose ทำให้หัวข้อนั้นแคบลงเหลือจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมเพียงจุดเดียว คือจมูกของสุนัข รูปแบบนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยเปลี่ยนจากคำถามหรือกระบวนการทั่วไปไปยังสถานที่หรือขั้นตอนที่คำอธิบายโดยละเอียดเริ่มต้นขึ้น begin at เน้นสถานที่หรือจุดที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
it begins at her wonderfully developed nose ทำหน้าที่อะไรในการอธิบายนี้?
- วลีนี้บอกว่าจมูกของสุนัขเพิ่งเริ่มเติบโต
- วลีนี้ประกาศว่ารายละเอียดทั้งหมดได้รับการอธิบายแล้ว
- วลีนี้เปลี่ยนจากหัวข้อกว้าง ๆ ไปยังจุดที่เป็นรูปธรรมซึ่งกระบวนการเริ่มต้นขึ้น
ดูคำตอบ
วลีนี้เปลี่ยนจากหัวข้อกว้าง ๆ ไปยังจุดที่เป็นรูปธรรมซึ่งกระบวนการเริ่มต้นขึ้น
As your dog catches the first hints of fresh air, โน้ต
0:25เมื่อสุนัขของคุณสูดอากาศบริสุทธิ์ในลมหายใจแรก
catches the first hints of ...: สังเกตเห็นสัญญาณแรกที่จาง ๆ
ใน catch the first hints of something คำว่า catch หมายถึง “สังเกตเห็น” หรือ “รับรู้ได้” ไม่ใช่จับสิ่งของจริง ๆ ส่วน the first hints คือร่องรอยหรือสัญญาณจาง ๆ แรกสุดของสิ่งที่เพิ่งเริ่มปรากฏให้รับรู้ ตรงนี้ข้อความที่เน้นยังต่อด้วย air เป็น catches the first hints of fresh air โครงสร้างเดียวกันใช้บรรยายกลิ่นอ่อน ๆ หรือสัญญาณเริ่มต้นอื่น ๆ ได้ เช่น the first hints of rain หรือ the first hints of spring
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนเพื่อสื่อว่า Maya สังเกตเห็นสัญญาณฝนจาง ๆ แรกสุด: Maya could ____ rain in the air.
ดูคำตอบ
catch the first hints of
As: เชื่อมการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ในที่นี้ As นำหน้าอนุประโยคบอกเวลา As your dog catches the first hints of fresh air บอกช่วงเวลาที่เป็นพื้นหลัง ส่วนประโยคหลักอธิบายว่าพื้นผิวด้านนอกของจมูกทำอะไรในกระบวนการเดียวกันนั้น As อาจหมายถึง “เพราะว่า” ได้เช่นกัน แต่ความหมายนี้ไม่เข้ากับเหตุผลของประโยคนี้ ประโยคกำลังอธิบายสองสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้นำเสนอว่าเหตุการณ์แรกเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่สอง
แบบฝึกหัด
As ในคำบรรยายมีความหมายใด?
- หมายถึง “เพราะว่า” และบอกเหตุผลที่พื้นผิวจมูกช่วยดักจับกลิ่น
- หมายถึง “แม้ว่า” และนำเสนอความขัดแย้งที่ไม่คาดคิด
- หมายถึง “เมื่อ/ขณะที่” และเชื่อมสองส่วนของกระบวนการเดียวกันที่กำลังดำเนินไป
ดูคำตอบ
หมายถึง “เมื่อ/ขณะที่” และเชื่อมสองส่วนของกระบวนการเดียวกันที่กำลังดำเนินไป
moist, spongy outside: คำคุณศัพท์ขนานกันที่บรรยายพื้นผิว
moist และ spongy เป็นคำคุณศัพท์ที่วางขนานกันและขยาย outside ทั้งคู่ moist บรรยายพื้นผิวที่ชื้นเล็กน้อย ส่วน spongy บรรยายพื้นผิวที่นุ่มและยุบลงเล็กน้อยเมื่อกด เครื่องหมายจุลภาคระหว่างสองคำแยกคำบรรยายที่มีสถานะเท่ากัน outside ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงพื้นผิวด้านนอก การวางคำคุณศัพท์ทั้งสองไว้หน้าคำนามช่วยให้งานเขียนเชิงพรรณนาหรือเชิงวิทยาศาสตร์รวมรายละเอียดด้านสัมผัสสองอย่างไว้ในนามวลีสั้น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดวางคำคุณศัพท์ที่ขนานกันสองคำไว้หน้า outside เพื่อบรรยายพื้นผิวด้านนอก?
- The peach has a soft, fuzzy outside.
- The peach is soft, and it fell outside.
- The peach has fuzzy skin on the outside.
ดูคำตอบ
The peach has a soft, fuzzy outside.
any scents the breeze carries: การละคำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรม
ใน any scents the breeze carries คำนาม scents ตามด้วยอนุประโยคขยายคำนาม the breeze carries รูปที่เต็มกว่าคือ any scents that the breeze carries อนุประโยคนี้บอกว่าหมายถึงกลิ่นใด ในที่นี้ that ทำหน้าที่เป็นกรรมของ carries ซึ่งเห็นได้จาก the breeze carries the scents เมื่อคำสรรพนามเชื่อมความทำหน้าที่เป็นกรรม จึงสามารถละได้ ทำให้หลัง scents ตามด้วยประธาน the breeze และกริยา carries ได้ทันที อนุประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคใหม่ที่แยกออกมาต่างหาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดละคำสรรพนามเชื่อมความที่เป็นกรรมหลังคำนามที่มันขยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- We noticed that the wind carried smells into the room.
- We noticed the smells that drifted into the room.
- We noticed the smells the wind carried into the room.
ดูคำตอบ
We noticed the smells the wind carried into the room.
helps to determine the direction of the smell's source, วลี
0:39ช่วยระบุทิศทางของแหล่งที่มาของกลิ่น
The ability to smell separately with each nostril ในฐานะนามวลีที่เป็นประธาน
The ability to smell separately with each nostril เป็นนามวลีที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค คำนามหลักคือ ability ส่วน to-infinitive อย่าง to smell separately with each nostril บอกว่าเป็นความสามารถในการทำอะไร the ability to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นโครงสร้างที่เปลี่ยนการกระทำหรือทักษะให้เป็นแนวคิดที่นำมาพูดถึงได้ แม้ประธานจะยาว แต่คำนามหลักเอกพจน์ ability เป็นตัวกำหนดความสอดคล้องของกริยา ดังนั้นกริยาหลักจึงเป็น helps ไม่ใช่ help
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ The ability to + กริยารูปพื้นฐานเป็นประธาน และใช้กริยาให้สอดคล้องกับประธานได้ถูกต้อง
- The ability detect tiny changes helps scientists spot problems early.
- The ability to detect tiny changes help scientists spot problems early.
- The ability to detect tiny changes helps scientists spot problems early.
ดูคำตอบ
The ability to detect tiny changes helps scientists spot problems early.
smelling in stereo: เปรียบรูจมูกสองข้างเป็นช่องข้อมูลสองช่อง
ในที่นี้ smelling in stereo เป็นคำเปรียบเทียบถึงการใช้ข้อมูลที่แยกกันจากรูจมูกทั้งสองข้าง เช่นเดียวกับที่ช่องเสียงสองช่องช่วยบอกได้ว่าเสียงมาจากไหน ความแตกต่างของกลิ่นที่เข้ารูจมูกแต่ละข้างก็ช่วยบอกทิศทางของกลิ่นได้ วลีรูป -ing นี้กล่าวซ้ำและอธิบายแนวคิดก่อนหน้า คือ smell separately with each nostril ไม่ได้หมายความว่ากลิ่นส่งเสียงได้
แบบฝึกหัด
smelling in stereo ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- รับรู้กลิ่นได้ครั้งละหนึ่งกลิ่นเท่านั้น
- ใช้ข้อมูลที่แยกกันจากรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อหาตำแหน่งของกลิ่น
- ได้ยินกลิ่นผ่านช่องเสียงสองช่อง
ดูคำตอบ
ใช้ข้อมูลที่แยกกันจากรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อหาตำแหน่งของกลิ่น
helps to determine the direction of the smell's source: โครงสร้าง help ตามด้วย infinitive
Helps to determine หมายถึง บางสิ่งให้ข้อมูลที่ช่วยให้ระบุหรือค้นหาคำตอบได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ determine หมายถึง “ค้นหาหรือระบุให้ได้” และ the direction of the smell's source คือทิศทางที่กลิ่นลอยมา หลัง help ภาษาอังกฤษใช้ได้ทั้งกริยารูป infinitive ที่มี to และกริยารูปพื้นฐานที่ไม่มี to ดังนั้น helps to determine และ helps determine จึงเป็นธรรมชาติทั้งคู่ โครงสร้างนี้ใช้บอกได้ว่าคุณสมบัติ เครื่องมือ การทดสอบ หรือเบาะแสช่วยให้ค้นพบอะไรได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเสาอากาศช่วยระบุได้ว่าสัญญาณมาจากทิศทางใด?
- The antenna helps determination of the direction of the signal's source.
- The antenna helps determine the direction of the signal's source.
- The antenna helps to determining the direction of the signal's source.
ดูคำตอบ
The antenna helps determine the direction of the signal's source.
within the first few moments of sniffing: ขีดจำกัดเวลาในช่วงเริ่มต้น
Within the first few moments of sniffing หมายความว่าบางสิ่งเกิดขึ้นก่อนช่วงเริ่มต้นอันสั้นมากของการดมจะสิ้นสุดลง Within ทำให้ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เป็นขีดจำกัดสูงสุดของเวลา รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ within the first few moments of + คำนามหรือรูป -ing ในที่นี้ sniffing ระบุกิจกรรมที่จุดเริ่มต้นของมันใช้กำหนดกรอบเวลา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงให้เห็นชัดที่สุดว่าช่วงไม่กี่อึดใจแรกเป็นขีดจำกัดเวลาที่หุ่นยนต์ตรวจพบกำแพง
- The robot detected the wall within the first few moments of moving.
- The robot detected the wall after the first few moments of moving.
- The robot detected the wall during the first few moments of moving.
ดูคำตอบ
The robot detected the wall within the first few moments of moving.
so that: เชื่อมกลไกกับผลที่เกิดขึ้น
ในประโยคนี้ so that นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากกระบวนการซึ่งอธิบายไว้ก่อนหน้า หลังจากดมเพียงชั่วครู่ สุนัขก็เริ่มรู้ทั้งว่ามีอะไรอยู่ใกล้ ๆ และสิ่งนั้นอยู่ตรงไหน ในที่นี้ so that มีความหมายใกล้เคียงกับ ผลก็คือ หรือ ดังนั้น ข้อความหลัง so that เป็นอนุประโยคบอกผลที่สมบูรณ์ โดยมีประธานและกริยาของตัวเอง ได้แก่ the dog starts to become aware... โครงสร้างนี้ช่วยให้คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์เชื่อมจากสาเหตุหรือกลไกไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาได้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
so that ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- นำเข้าสู่หัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาก่อนหน้า
- นำเข้าสู่เป้าหมายที่สุนัขตั้งใจไว้
- นำเข้าสู่ผลของกลไกที่กล่าวมาก่อนหน้า
ดูคำตอบ
นำเข้าสู่ผลของกลไกที่กล่าวมาก่อนหน้า
starts to become aware of: การรับรู้เริ่มก่อตัว
starts to become aware of หมายถึงการรับรู้บางสิ่งกำลังเริ่มก่อตัวขึ้น start to บอกจุดเริ่มต้น ส่วน become aware อธิบายการเปลี่ยนจากภาวะที่ยังไม่รับรู้บางสิ่งไปเป็นการรับรู้สิ่งนั้น ในประโยคนี้ สุนัขกำลังค่อย ๆ รับข้อมูล ไม่ใช่รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรก aware of ใช้นำสิ่งหรือเนื้อหาที่เริ่มรับรู้ หลัง aware of อาจเป็นคำนาม เช่น aware of a sound หรืออนุประโยคบอกเนื้อหา เช่น aware of what is outside
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าการรับรู้กำลังเริ่มก่อตัวขึ้น
- Maya noticed the camera flash the instant it went off.
- Maya knew the concert started at eight.
- After a minute in the dark, Maya started to become aware of a faint humming sound.
ดูคำตอบ
After a minute in the dark, Maya started to become aware of a faint humming sound.
not just what ... but also where ...: การเชื่อมข้อมูลที่ขนานกัน
not just X, but also Y เชื่อมข้อมูลสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน โดยเสนอ X ก่อน แล้วเพิ่ม Y เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งมักทำให้ Y ได้รับการเน้นมากกว่า ในที่นี้ X คือ what kind of things are out there และ Y คือ where they're located ทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยคคำถามทางอ้อมที่เติมเนื้อหาให้ aware of จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ where they're located ไม่ใช่ where are they located
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ที่เพิ่มประโยชน์ข้อที่สองซึ่งขนานกับข้อแรก: The app shows ____ how much water you use, ____ when you use it.
ดูคำตอบ
not just · but also
one for breathing and one just for smelling. ไวยากรณ์
0:56ทางหนึ่งสำหรับการหายใจและอีกทางหนึ่งสำหรับการดมกลิ่นโดยเฉพาะ
divide A into B: divides it into two separate folds (แบ่งมันออกเป็นรอยพับสองส่วนที่แยกจากกัน)
divide A into B หมายถึงสิ่งหนึ่งทำให้สิ่งที่เป็นทั้งก้อนหรือทั้งชุด A แยกออกเป็นสองส่วนขึ้นไป คือ B ในประโยคนี้ it คือสิ่งทั้งหมดที่ถูกแบ่ง และวลี two separate folds ระบุส่วนที่เกิดขึ้นหลังจากแบ่งแล้ว โครงสร้างคือ divide + กรรม + into + จำนวนหรือชื่อของส่วนต่าง ๆ โดย into นำหน้าผลของการแบ่ง จึงใช้บรรยายการจัดแบ่งทางกายภาพ หมวดหมู่ และขั้นตอนของกระบวนการได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ divide A into B ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าสิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวถูกแบ่งเป็นสองส่วน?
- A movable wall divides the hall to two smaller rooms.
- A movable wall divides the hall into two smaller rooms.
- A movable wall divides into the hall two smaller rooms.
ดูคำตอบ
A movable wall divides the hall into two smaller rooms.
one for ... and one just for ...: โครงสร้างคู่ขนานสำหรับบอกหน้าที่ต่างกัน
one ทั้งสองคำใช้แทนส่วนที่เป็นเอกพจน์สองส่วนซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ โครงสร้าง one ... and one ... เป็นโครงสร้างคู่ขนานที่สมดุลและจับคู่แต่ละส่วนกับหน้าที่ที่ต่างกัน for + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกหน้าที่ เช่น for breathing และ for smelling ส่วน just ในช่วงหลังหมายถึง 'เท่านั้น' หรือ 'ใช้เฉพาะสำหรับ' จึงจำกัดส่วนที่สองไว้สำหรับหน้าที่นั้น
แบบฝึกหัด
กระเป๋าช่องที่สองใช้สำหรับโทรศัพท์เท่านั้น ใช้ one for ... and one just for ... เติมประโยคให้สมบูรณ์: This bag has two pockets: ____ keys and ____ a phone.
ดูคำตอบ
one for · one just for
This second airflow enters a region filled with highly specialized olfactory receptor cells, โน้ต
0:59กระแสอากาศที่สองนี้จะเข้าสู่บริเวณที่เต็มไปด้วยเซลล์รับกลิ่นที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
filled with highly specialized olfactory receptor cells ในฐานะวลีขยายหลังคำนาม
วลี filled with highly specialized olfactory receptor cells อยู่หลัง a region และบอกว่าบริเวณนั้นมีอะไรอยู่ภายใน วลีนี้เป็นวลีกริยาช่องสามที่ทำหน้าที่ขยายคำนามจากด้านหลัง สามารถขยายเป็น a region that is filled with highly specialized olfactory receptor cells ได้ รูปย่อนี้รวมสถานที่กับสิ่งที่อยู่ภายในไว้ในนามวลีเดียว โดย filled ขยาย region ไม่ใช่ airflow
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ filled with และคำว่า natural light: We chose a room ____.
ดูคำตอบ
filled with natural light
olfactory receptor cells: เซลล์รับความรู้สึกเฉพาะทางที่ตรวจจับกลิ่น
olfactory receptor cells คือเซลล์รับความรู้สึกเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการดมกลิ่น เซลล์เหล่านี้ตรวจจับโมเลกุลของกลิ่นและเริ่มส่งสัญญาณให้สมองประมวลผลเป็นกลิ่น ในนามวลีนี้ cells เป็นคำนามหลัก receptor บอกว่าเซลล์รับสิ่งเร้า และ olfactory จำกัดความหมายให้เกี่ยวกับการดมกลิ่น การไล่อ่านย้อนจากคำนามตัวสุดท้ายช่วยแยกความหมายของศัพท์วิทยาศาสตร์ภาษาอังกฤษแบบนี้ได้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย olfactory receptor cells ได้ดีที่สุด
- เซลล์กล้ามเนื้อที่ทำให้อากาศเคลื่อนผ่านจมูก
- เซลล์เม็ดเลือดที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังสมอง
- เซลล์รับความรู้สึกเฉพาะทางที่ตรวจจับโมเลกุลของกลิ่น
ดูคำตอบ
เซลล์รับความรู้สึกเฉพาะทางที่ตรวจจับโมเลกุลของกลิ่น
compared to our 5 million: การบอกฐานสำหรับเปรียบเทียบ
Compared to + คำนามหรือตัวเลข ใช้บอกฐานสำหรับการเปรียบเทียบ ในที่นี้ our 5 million เป็นตัวเลขที่น้อยกว่าของฝ่ายผู้พูด จึงทำให้ตัวเลขก่อนหน้าดูมากกว่ามาก วลีสั้นนี้วางไว้หลังตัวเลขแรกเพื่อไม่ต้องพูดซ้ำว่าสิ่งที่กำลังนับคืออะไร ผู้ฟังจะเติมคำนามที่ใช้ร่วมกันนั้นได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่มีความหมายว่า “เมื่อเทียบกับ” ลงในประโยค: The blue whale can weigh 150 tons, ____ about 5 tons for an elephant.
ดูคำตอบ
compared to
And unlike our clumsy way of breathing in and out through the same passage, โน้ต
1:08และต่างจากวิธีหายใจเข้าออกอย่างงุ่มง่ามของเราผ่านช่องทางเดียวกัน
breathing in and out: การหายใจเข้าและหายใจออกครบวงจร
breathing in and out รวมทิศทางที่ตรงข้ามกันของ in และ out เพื่อหมายถึงวงจรการหายใจทั้งหมด คือการนำอากาศเข้าไปในร่างกายแล้วปล่อยออกมา วลีนี้พูดถึงการเคลื่อนที่ของอากาศเข้าและออก ไม่ใช่ความหมายตามตัวของสถานที่ว่า “ข้างใน” และ “ข้างนอก” ในประโยคนี้ breathing เป็นรูป gerund ที่อยู่หลัง of ในโครงสร้าง our way of breathing in and out วลีนี้ทำหน้าที่เรียกกระบวนการหายใจที่กำลังอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติสำหรับการนำอากาศเข้าและปล่อยอากาศออก: The therapist asked me to ____ slowly.
ดูคำตอบ
breathe in and out
dogs exhale through slits at the side of their nose,
1:12สุนัขหายใจออกผ่านช่องเล็กๆ ที่ด้านข้างของจมูก
unlike our clumsy way...: การสร้างความแตกต่าง
Unlike ในที่นี้เป็นคำบุพบท ตามด้วยนามวลี our clumsy way of breathing... ซึ่งระบุวิธีหายใจของมนุษย์เป็นจุดเปรียบเทียบ จากนั้นประโยคหลักจึงอธิบายว่าสุนัขแตกต่างอย่างไร Clumsy บอกว่าระบบการหายใจนี้ไม่คล่องตัวหรือมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์เคลื่อนไหวซุ่มซ่าม วลี unlike ที่ต้นประโยคช่วยให้ข้อความเชิงอธิบายแสดงความแตกต่างก่อนให้ข้อมูลใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ unlike เพื่อแสดงความแตกต่างได้ถูกต้อง
- Unlike the old bridge, the new bridge has a separate bike lane.
- Unlike the old bridge has one lane, the new bridge has two.
- Unlike from the old bridge, the new bridge has a separate bike lane.
ดูคำตอบ
Unlike the old bridge, the new bridge has a separate bike lane.
creating swirls of air that help draw in new odor molecules โน้ต
1:15สร้างลมหมุนที่ช่วยดึงโมเลกุลกลิ่นใหม่ๆ เข้ามา
creating swirls of air that help draw in new odor molecules: โครงสร้าง -ing ที่แสดงผลลัพธ์
วลี creating swirls of air เป็นอนุประโยคที่ใช้ present participle และเชื่อมกับการกระทำก่อนหน้า วลีนี้บอกผลลัพธ์ของการกระทำนั้น โดยมีความหมายคร่าว ๆ ว่า “จึงทำให้เกิดกระแสอากาศหมุนวน” that help draw in new odor molecules เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยายความ swirls of air หลัง help ใช้กริยารูปพื้นฐานคือ draw และ draw in หมายถึง “ดึงเข้าหาหรือดึงเข้าไปในสถานที่หนึ่ง” โครงสร้างสั้น ๆ นี้เชื่อมกลไกเข้ากับผลที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยค -ing เพื่อแสดงผลลัพธ์ของการกระทำแรก
- The fan pushes warm air upward, creates a steady flow through the room.
- The fan pushes warm air upward, creating a steady flow through the room.
- The fan pushes warm air upward, created a steady flow through the room.
ดูคำตอบ
The fan pushes warm air upward, creating a steady flow through the room.
help draw in new odor molecules: ช่วยดึงโมเลกุลเข้าด้านใน
ในที่นี้ draw in หมายถึง “ดึงหรือนำบางสิ่งจากภายนอกเข้ามาด้านใน” กระแสอากาศหมุนวนช่วยพาโมเลกุลกลิ่นใหม่เคลื่อนเข้าด้านใน ส่วน draw ไม่ได้หมายถึง “วาดรูป” โครงสร้างคือ help + กริยารูปพื้นฐาน: help draw in something ใน draw in คำว่า in เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีและแสดงการเคลื่อนที่เข้าด้านใน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ draw in ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง?
- The open window helps push cool air back outside.
- The fan helps draw in cool air from outside.
- The artist helps draw a picture of the fan.
ดูคำตอบ
The fan helps draw in cool air from outside.
and allow odor concentration to build up over multiple sniffs. โน้ต
1:19และยอมให้ความเข้มข้นของกลิ่นสะสมตัวผ่านการดมหลายๆ ครั้ง
allow odor concentration to build up: ทำให้ความเข้มข้นของกลิ่นค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
ใน allow odor concentration to build up คำว่า build up หมายถึง “ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นหรือสะสมเมื่อเวลาผ่านไป” ความเข้มข้นของกลิ่นเพิ่มขึ้นทีละน้อยจากการสูดดมหลายครั้ง ไม่ได้เปลี่ยนขึ้นทันที โครงสร้างคือ allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน: allow [odor concentration] [to build up] ใช้บอกว่าเงื่อนไขบางอย่างทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมาย: Poor ventilation can allow heat to ____ inside the room.
ดูคำตอบ
build up
over multiple sniffs: กระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเหตุการณ์ซ้ำหลายครั้ง
ใน over multiple sniffs คำว่า over หมายถึง “ระหว่างและตลอดกระบวนการสูดดมหลายครั้งต่อเนื่องกัน” โดยสื่อว่าความเข้มข้นของกลิ่นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อสูดดมซ้ำ ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดอยู่เหนือการสูดดมในเชิงตำแหน่ง การใช้ over เพื่อบอกกระบวนการแบบนี้พบได้ในวลีอย่าง over several days และ over repeated tests เช่นกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ over เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตลอดเหตุการณ์ซ้ำหลายครั้ง
- The lamp hung over the table.
- We talked over the phone.
- The signal became clearer over several tests.
ดูคำตอบ
The signal became clearer over several tests.
without something to process the loads of information the nose scoops up. โน้ต
1:27หากไม่มีบางสิ่งที่ใช้ประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จมูกสูบฉีดเข้าไป
wouldn't be much help without...: เงื่อนไขที่จำเป็น
รูปแบบ A wouldn't be much help without B หมายความว่า A จะมีประโยชน์อย่างจำกัดมากหากไม่มี B ไม่ได้หมายความว่า A ไม่มีประโยชน์เลยเสมอไป Wouldn't ใช้ประเมินสถานการณ์สมมติ ส่วน without นำเสนอเงื่อนไขที่ขาดหายไป ใช้ A wouldn't be much help without B เพื่ออธิบายว่าเหตุใดส่วนหนึ่งจึงต้องพึ่งพาอีกส่วนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ wouldn't be much help without: A powerful camera ____ a good lens.
ดูคำตอบ
wouldn't be much help without
loads of information: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “ข้อมูลจำนวนมาก”
loads of หมายถึง “จำนวนมาก” หรือ “มากมาย” ใน loads of information คำว่า information เป็นคำนามนับไม่ได้ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ข้อมูลจำนวนมาก” ไม่ใช่ informations หลายรายการ การใช้ loads of ทำให้ปริมาณที่มากฟังดูมีภาพและเป็นกันเองขึ้น the ชี้ไปยังข้อมูลชุดเฉพาะที่คำด้านหลังระบุไว้ นั่นคือข้อมูลที่จมูกรวบรวมมา ไม่ใช่ข้อมูลโดยทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ loads of information เพื่อหมายถึงข้อมูลจำนวนมากได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The app gives users loads of useful information.
- The app gives users a loads of useful information.
- The app gives users many useful informations.
ดูคำตอบ
The app gives users loads of useful information.
nose scoops up: คำเปรียบเทียบที่ทำให้การรวบรวมข้อมูลเห็นภาพชัดเจน
scoop up ตามความหมายตรงตัวคือการใช้ช้อนตัก พลั่ว หรือการกวาดอย่างรวดเร็วเพื่อยกหรือรวบรวมบางสิ่ง ในที่นี้ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยทำให้เห็นภาพว่าจมูกกำลังรวบรวมข้อมูลจากกลิ่นอย่างกระตือรือร้น เมื่อเทียบกับการพูดเพียง gets วลีนี้ทำให้กระบวนการดูรวดเร็ว มีพลัง และรวบรวมได้ในปริมาณมาก ในวลีที่ยาวกว่า the loads of information the nose scoops up คำว่า information เป็นกรรมของ scoops up และอยู่ก่อนประธานเพราะละคำสรรพนามเชื่อมที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้: information (that) the nose scoops up
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ scoop up เป็นคำเปรียบเทียบในความหมายว่ารวบรวมข้อมูลจำนวนมาก
- The editor cuts data from the report.
- The child scoops up sand with a toy shovel.
- The sensors scoop up data from hundreds of devices.
ดูคำตอบ
The sensors scoop up data from hundreds of devices.
And it turns out that the olfactory system dedicated to processing smells โน้ต
1:32และปรากฏว่าระบบรับกลิ่นที่ทำหน้าที่ประมวลผลกลิ่น
it turns out that: เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ทราบในภายหลัง
it turns out that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งชัดเจนหลังจากการค้นคว้า การสังเกต หรือคำอธิบายเพิ่มเติม ในที่นี้ it เป็นประธานเชิงรูปแบบที่ไม่ได้บรรจุข้อมูลหลัก ส่วนอนุประโยคหลัง that เป็นส่วนที่ให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญ ในการอธิบาย โครงสร้างนี้พาผู้ฟังจากสิ่งที่รู้อยู่แล้วไปสู่ข้อเท็จจริงที่เพิ่งเปิดเผยหรืออาจน่าประหลาดใจเล็กน้อย โดยมักหมายความว่าความจริงเพิ่งชัดเจนในภายหลัง ไม่ได้เพียงบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งทำให้เกิดอีกเหตุการณ์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงซึ่งค้นพบภายหลัง: ____ the keys were in my coat pocket.
ดูคำตอบ
It turns out that
dedicated to processing smells: ใช้ dedicated to + -ing เพื่อบอกหน้าที่เฉพาะ
ใน dedicated to processing smells วลี dedicated to... เป็นวลีรูปกริยาช่องสามที่ขยายคำว่า system โดยหมายความว่าระบบนี้ได้รับการออกแบบหรือกำหนดไว้เป็นพิเศษให้ประมวลผลกลิ่น รูปเต็มคือ the system that is dedicated to processing smells ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing โดยใช้ processing ไม่ใช่ process โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการอธิบายหน้าที่ของระบบ สถานที่ อุปกรณ์ หรือทรัพยากร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย dedicated to และรูปที่ถูกต้องของ study: This lab is ____ rare plants.
ดูคำตอบ
dedicated to studying
takes up many times more relative brain area in dogs than in humans. ไวยากรณ์
1:37กินพื้นที่สมองในสุนัขมากกว่าในมนุษย์หลายเท่า
takes up many times more ... in A than in B: ใช้ปริมาณมากกว่าหลายเท่า
ในที่นี้ takes up หมายถึงกินพื้นที่หรือครองสัดส่วนหนึ่งของสมอง รูปแบบ takes up many times more + คำนาม + in A than in B บอกว่าปริมาณหรือสัดส่วนใน A มากกว่าปริมาณหรือสัดส่วนชนิดเดียวกันใน B อย่างมาก relative brain area หมายถึงสัดส่วนในสมองของสัตว์แต่ละชนิด ไม่ใช่ขนาดรวมของสมองทั้งสอง many times ไม่ได้ระบุจำนวนเท่าที่แน่นอน แต่เน้นว่าความแตกต่างนั้นมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าสิ่งหนึ่งใช้ปริมาณของตัวชี้วัดเดียวกันมากกว่าอีกสิ่งหนึ่งอย่างมาก
- The video files take up many times more storage than the documents.
- The video files take up storage many times than the documents.
- The video files take many times storage from the documents.
ดูคำตอบ
The video files take up many times more storage than the documents.
All of this allows dogs to distinguish and remember a staggering variety of specific scents โน้ต
1:42ทั้งหมดนี้ช่วยให้สุนัขแยกแยะและจดจำกลิ่นเฉพาะที่หลากหลายได้อย่างน่าทึ่ง
All of this allows + กรรม + to + กริยา: รวมสาเหตุแล้วบอกผลลัพธ์
All of this ย้อนกลับไปกล่าวถึงข้อเท็จจริงหลายอย่างที่เพิ่งอธิบาย และรวมสิ่งเหล่านั้นเป็นสาเหตุเดียว ทำให้คำอธิบายเปลี่ยนจากรายการรายละเอียดไปสู่ผลโดยรวม รูปแบบคือ allow + กรรม + to + กริยารูปพื้นฐาน ใน allows dogs to distinguish คำว่า dogs เป็นกรรม และ to distinguish บอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นได้จากข้อเท็จจริงเหล่านั้น เนื่องจาก All of this เป็นเอกพจน์ กริยาจึงเป็น allows
แบบฝึกหัด
เติมบทสรุปให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: The app has clear icons, large text, and simple menus. ____ older users to navigate it easily.
ดูคำตอบ
All of this allows
a staggering variety of specific scents: กลิ่นเฉพาะที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง
ในประโยคนี้ a staggering variety of specific scents หมายถึงกลิ่นที่แยกแยะได้อย่างชัดเจนและมีหลากหลายชนิดจนน่าทึ่ง คำว่า staggering ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อเน้นว่าขนาดหรือจำนวนนี้น่าประหลาดใจ ไม่ได้หมายถึงการเดินเซจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a staggering variety of + คำนามพหูพจน์ ซึ่งเน้นความหลากหลายในระดับที่มากเกินคาด ส่วน specific บอกเพิ่มว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นกลิ่นที่แตกต่างกันและสุนัขสามารถแยกแยะและจดจำได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีตรงตามบทเรียนนี้ที่หมายถึงความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง: The museum displays ____ artifacts from around the world.
ดูคำตอบ
a staggering variety of
at concentrations up to 100 million times less than what our noses can detect. ไวยากรณ์
1:48ที่ความเข้มข้นน้อยกว่าที่จมูกของเราจะตรวจจับได้ถึง 100 ล้านเท่า
at concentrations up to 100 million times less than...: ที่ความเข้มข้นต่ำถึงประมาณหนึ่งในร้อยล้าน
At concentrations บอกเงื่อนไขของการวัด นั่นคือมีสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นอยู่เข้มข้นเพียงใด ในประโยคนี้ up to 100 million times less than what our noses can detect ต้องการสื่อว่าสุนัขตรวจจับกลิ่นได้ที่ความเข้มข้นต่ำถึงประมาณ 1/100,000,000 ของเกณฑ์การตรวจจับของมนุษย์ What our noses can detect หมายถึงระดับความเข้มข้นที่จมูกมนุษย์ตรวจจับได้ ไม่ได้หมายถึงจำนวนกลิ่น ยิ่งความเข้มข้นที่ยังตรวจจับได้ต่ำเท่าไร ความไวก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ข้อความใดตรงกับการเปรียบเทียบที่ประโยคนี้ต้องการสื่อ
- สุนัขต้องใช้ความเข้มข้นสูงกว่ามนุษย์ประมาณหนึ่งร้อยล้านเท่า
- สุนัขตรวจจับกลิ่นบางชนิดได้ที่ความเข้มข้นประมาณหนึ่งในร้อยล้านของระดับที่มนุษย์ตรวจจับได้
- สุนัขและมนุษย์มีเกณฑ์การตรวจจับเท่ากัน
ดูคำตอบ
สุนัขตรวจจับกลิ่นบางชนิดได้ที่ความเข้มข้นประมาณหนึ่งในร้อยล้านของระดับที่มนุษย์ตรวจจับได้
If you can smell a spritz of perfume in a small room, โน้ต
1:53หากคุณสามารถได้กลิ่นน้ำหอมฉีดเดียวในห้องเล็กๆ
a spritz of perfume: น้ำหอมที่ฉีดเพียงเล็กน้อยหนึ่งครั้ง
ในประโยคนี้ a spritz หมายถึงการฉีดสั้น ๆ เบา ๆ หนึ่งครั้ง และหมายถึงของเหลวปริมาณเล็กน้อยที่ออกมาจากการฉีดนั้นด้วย ดังนั้น a spritz of perfume จึงหมายถึงน้ำหอมที่ฉีดเพียงเล็กน้อยหนึ่งครั้ง โดยมีความรู้สึกของการฉีดพ่นอย่างชัดเจน spritz เป็นคำนามนับได้ในที่นี้: one spritz, two spritzes รูปแบบ a spritz of + liquid ใช้ได้กับสิ่งที่ฉีดเป็นละอองละเอียด เช่น น้ำหอม โคโลญจน์ หรือน้ำมันปรุงอาหาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “น้ำหอมที่ฉีดเพียงเล็กน้อยหนึ่งครั้ง”: Before leaving, she gave her scarf ____.
ดูคำตอบ
a spritz of perfume
a dog would have no trouble smelling it in an enclosed stadium วลี
1:56สุนัขก็สามารถได้กลิ่นในสนามกีฬาปิดได้อย่างไม่มีปัญหา
If you can ..., a dog would ...: ทำให้ความแตกต่างด้านความสามารถเห็นภาพได้ชัด
ประโยคนี้สร้างการเปรียบเทียบด้านขนาด ไม่ใช่เงื่อนไขแบบเหตุและผลตามตัวอักษร If you can smell... ให้จุดอ้างอิงที่คุ้นเคยสำหรับมนุษย์ คือการตรวจจับน้ำหอมปริมาณเล็กน้อยในห้องเล็ก จากนั้นอนุประโยคหลักจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ยากกว่ามากสำหรับสุนัข นั่นคือสนามกีฬาที่ปิดมิดชิด และบอกว่าสุนัขก็ยังได้กลิ่นอย่างง่ายดาย รูปแบบ If you can do X in an easier setting, Y would ... in a harder setting เปลี่ยนความแตกต่างด้านความสามารถที่เป็นนามธรรมให้เป็นภาพสถานการณ์ที่ผู้ฟังนึกออก ในที่นี้ would บอกว่าเป็นการเปรียบเทียบในสถานการณ์สมมติ ส่วน have no trouble + -ing หมายถึง “ทำบางอย่างได้โดยไม่ลำบาก”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้การเปรียบเทียบในสถานการณ์สมมติเพื่อทำให้ความแตกต่างด้านความสามารถเห็นภาพได้ง่าย?
- If you can spot the sign from this distance, an eagle would have no trouble spotting it from much farther away.
- If you can spot the sign from this distance, move a little closer.
- If you can spot the sign from this distance, the sign is probably very large.
ดูคำตอบ
If you can spot the sign from this distance, an eagle would have no trouble spotting it from much farther away.
would have no trouble smelling: โครงสร้าง have no trouble + -ing
Have no trouble + -ing หมายถึงการทำสิ่งหนึ่งได้ง่ายและไม่พบความลำบาก หลัง trouble ต้องใช้รูป -ing เช่น have no trouble smelling ไม่ใช่ have no trouble to smell ในที่นี้ would ทำให้ข้อความอยู่ในสถานการณ์สมมติ ดังนั้น would have no trouble smelling จึงหมายความว่าสุนัขสามารถดมกลิ่นนั้นได้อย่างง่ายดายภายใต้เงื่อนไขที่สมมติขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ have no trouble + -ing และคำกริยา find: Yesterday, with the clear signs, we ____ the classroom.
ดูคำตอบ
had no trouble finding
to boot: เพิ่มข้อมูลที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่าง
to boot เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “นอกจากนี้” หรือ “อีกด้วย” โดยปกติจะอยู่ท้ายอนุประโยคและใช้เพิ่มข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่าง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเพิ่มความสามารถในการแยกแยะส่วนประกอบ นอกเหนือจากความสามารถในการดมกลิ่นสารนั้น boot ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรองเท้าบูตหรือการเตะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ to boot ในความหมายว่า “นอกจากนี้”?
- The bike is fast, comfortable, and inexpensive to boot.
- The old computer takes several minutes to boot.
- She raised her foot to boot the ball over the fence.
ดูคำตอบ
The bike is fast, comfortable, and inexpensive to boot.
every passing person or car, any contents of the neighbor's trash, each type of tree และ all the birds and insects in it: การแจกแจงที่ขยายขอบเขต
รายการนี้ใช้คำบอกปริมาณหลายแบบเพื่อขยายขอบเขต: every ชี้ไปที่คนหรือรถแต่ละคันที่ผ่านไป any ครอบคลุมสิ่งใดก็ตามที่อาจอยู่ในขยะของเพื่อนบ้าน each แจกแจงต้นไม้ทีละชนิด และ all รวมบรรดานกกับแมลงทั้งหมดเป็นภาพรวมเดียว คำเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ตัดกัน แต่เมื่อใช้ร่วมกันจะทำให้รายการดูครอบคลุมกว้างและแทบไม่ตกหล่น นี่เป็นวิธีจัดระเบียบข้อมูลอย่างหนึ่ง ผู้พูดไล่กล่าวถึงแหล่งกลิ่นที่อาจเป็นไปได้หลายประเภท ทำให้รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่แยกแยะได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ การเรียง every ..., any ..., each ... และ all ... มีหน้าที่หลักอย่างไร
- แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีอะไรอยู่บนถนนหรือไม่
- จัดให้นกและแมลงสำคัญกว่าคนและรถ
- สร้างรายการสิ่งต่าง ๆ ที่อาจอยู่บนถนนให้กว้างและเกือบครบถ้วน
ดูคำตอบ
สร้างรายการสิ่งต่าง ๆ ที่อาจอยู่บนถนนให้กว้างและเกือบครบถ้วน
a distinct odor profile: การรวมกันของลักษณะกลิ่นที่แตกต่างอย่างชัดเจน
odor profile คือรูปแบบที่เกิดจากกลิ่นต่าง ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด ส่วน a distinct odor profile คือชุดลักษณะของกลิ่นที่ชัดเจนพอจะแยกสิ่งนั้นออกจากสิ่งอื่นได้ ในที่นี้จึงช่วยให้สุนัขระบุแหล่งที่มาของกลิ่นและติดตามมันได้ profile ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงประวัติส่วนตัว แต่หมายถึงกลุ่มลักษณะที่ใช้ระบุสิ่งหนึ่งสิ่งใดในบริบททางวิทยาศาสตร์หรือการบรรยาย
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ a distinct odor profile หมายถึงอะไร
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
- ประวัติส่วนตัวของสุนัข
- การรวมกันของกลิ่นที่เชื่อมโยงกับสิ่งของและสามารถจดจำได้
ดูคำตอบ
การรวมกันของกลิ่นที่เชื่อมโยงกับสิ่งของและสามารถจดจำได้
telling your dog what ... where ... which direction ...: อนุประโยค -ing หลังคำนาม
ในประโยคนี้ telling your dog ... เป็นอนุประโยค -ing ที่วางไว้หลัง odor profile เพื่อเสริมว่าลักษณะกลิ่นนั้นทำอะไรหรือสื่อข้อมูลอะไร รูปนี้เข้าใจได้ว่าเป็น an odor profile that tells your dog ... จึงช่วยให้ประโยคต่อคำอธิบายยาว ๆ เข้ากับคำนามได้โดยไม่ต้องเริ่มประโยคใหม่ what it is, where it is และ which direction it's moving in เป็นคำถามทางอ้อมสามส่วนที่วางขนานกัน โดยระบุตัวตน ตำแหน่ง และทิศทาง และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing หลังคำนามได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่ออธิบายว่าคำนามนั้นให้ข้อมูลอะไร
- The sign shows a map and telling visitors where each room is.
- The sign shows a map telling visitors where each room is.
- The sign shows a map tells visitors where each room is.
ดูคำตอบ
The sign shows a map telling visitors where each room is.
a dog's sense of smell can pick up things that can't even be seen at all. โน้ต
2:21ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของสุนัขยังสามารถรับรู้สิ่งที่มองไม่เห็นได้เลย
Besides being ...: เพิ่มข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างก่อนอีกอย่าง
Besides being much more powerful than ours นำเสนอข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างก่อน และส่งสัญญาณว่าอนุประโยคหลักจะเพิ่มข้อเท็จจริงอีกอย่าง หลัง besides คำกริยาต้องอยู่ในรูป -ing ดังนั้นจึงต้องใช้ being ในที่นี้ โครงสร้างนี้มีความหมายแบบเพิ่มข้อมูล คล้ายกับ not only ..., but also ... Ours เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน our sense of smell เพื่อไม่ให้ต้องกล่าวนามวลีทั้งหมดซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย besides + -ing เพื่อเพิ่มข้อดีหนึ่งอย่างก่อนบอกอีกข้อดี: ____ easy to use, the camera works without an internet connection.
ดูคำตอบ
Besides being
can pick up: ตรวจจับสัญญาณที่แผ่วเบา
ใน can pick up คำว่า pick up หมายถึง “รับรู้หรือตรวจจับ” ไม่ใช่ยกสิ่งของขึ้นด้วยมือ เนื่องจากประธานคือ a dog's sense of smell วลีนี้จึงบอกว่าจมูกของสุนัขสามารถตรวจจับสิ่งต่าง ๆ ผ่านกลิ่นได้ เมื่อใช้ในความหมายนี้ ประธานของ pick up มักเป็นประสาทสัมผัสหรืออุปกรณ์ ส่วนกรรมมักเป็นสัญญาณที่แผ่วเบา เช่น หูรับเสียง ไมโครโฟนรับเสียงพูด และเซ็นเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ประธานและกรรมช่วยให้เลือกความหมายที่ถูกต้องของกริยาวลีที่มีหลายความหมายนี้ได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ pick up ในความหมายว่า “ตรวจจับ”
- Please pick up the book from the floor.
- We'll pick up Maya after school.
- This sensor can pick up tiny changes in temperature.
ดูคำตอบ
This sensor can pick up tiny changes in temperature.
that can't even be seen at all: โครงสร้างถูกกระทำและการเน้นอย่างมาก
that can't even be seen at all เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย things โดย That ย้อนกลับไปหมายถึง things ส่วน Can't be seen เป็นโครงสร้างถูกกระทำที่มีกริยาช่วย modal: can + not + be + seen สิ่งเหล่านั้นเป็นฝ่ายรับการกระทำ จึงหมายความว่าคนไม่สามารถมองเห็นมันได้ Even แสดงว่าขีดจำกัดนี้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ส่วน at all เสริมความปฏิเสธให้หมายถึง “ไม่ว่าในทางใดเลย” เมื่อใช้ร่วมกันจึงหมายความว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้แค่ดูได้ยาก แต่ไม่สามารถมองเห็นได้เลย
แบบฝึกหัด
that can't even be seen at all บอกอะไรเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น
- สิ่งเหล่านั้นมองไม่เห็นอะไรที่อยู่รอบตัว
- ยังไม่มีใครลองมองสิ่งเหล่านั้น
- สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถมองเห็นได้เลย และข้อเท็จจริงนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถมองเห็นได้เลย และข้อเท็จจริงนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
called the vomeronasal organ: อนุประโยคลดรูปที่ใช้บอกชื่อ
วลี called the vomeronasal organ วางหลัง a whole separate olfactory system เพื่อบอกชื่อของระบบนั้น ในที่นี้ called เป็นกริยารูป past participle จึงหมายความว่าระบบเป็นสิ่งที่ได้รับชื่อนี้ ไม่ใช่ผู้กระทำการเรียก นี่คือ relative clause แบบลดรูป โดย called the vomeronasal organ สามารถขยายเป็น which is called the vomeronasal organ ได้ รูปสั้น called + ชื่อ มักใช้ในคำอธิบายเพื่อแนะนำศัพท์เฉพาะอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ which is called: This tiny sensor, ____ AirWatch, measures pollution.
ดูคำตอบ
called
vomeronasal organ: อวัยวะที่ตรวจจับสัญญาณเคมี
อวัยวะโวเมอโรนาซัลเป็นอวัยวะรับสัมผัสทางเคมีที่พบในสัตว์หลายชนิด ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบรับกลิ่นเสริม อวัยวะนี้ตรวจจับสัญญาณเคมีบางอย่าง โดยเฉพาะสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางสังคมหรือการสืบพันธุ์ เช่น ฟีโรโมน ในที่นี้ คำดังกล่าวหมายถึงการรับรู้ข้อมูลที่มากกว่ากลิ่นทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ความรู้พื้นฐานนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเนื้อหาจึงเปลี่ยนจากเรื่องกลิ่นไปสู่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะทางชีวภาพของสัตว์ตัวอื่นได้
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายนี้ อวัยวะโวเมอโรนาซัลช่วยให้สัตว์หลายชนิดตรวจจับสิ่งใดเป็นหลัก?
- สัญญาณเคมีบางอย่างจากสัตว์ตัวอื่น
- การเคลื่อนไหวของปากและลิ้น
- กลิ่นที่มองเห็นได้ในอากาศ
ดูคำตอบ
สัญญาณเคมีบางอย่างจากสัตว์ตัวอื่น
the roof of the mouth: roof ที่หมายถึงพื้นผิวด้านบนภายในปาก
ในวลี the roof of the mouth คำว่า roof หมายถึงพื้นผิวด้านบนภายในปาก หรือเพดานปาก ความหมายของ roof ที่แปลว่า “หลังคา” ของอาคารถูกขยายมาใช้กับพื้นผิวด้านบนของพื้นที่ปิด ในที่นี้ above the roof of the mouth บอกตำแหน่งทางกายภาพ ไม่ได้กล่าวถึงอาคาร
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึงได้ทั้งส่วนบนที่คลุมอาคารและพื้นผิวด้านบนภายในปากในประโยคนี้: The dentist examined the ____ of my mouth.
ดูคำตอบ
roof
the hormones (that) all animals naturally release: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม
โครงสร้างหลักของประโยคคือ detects the hormones ส่วน all animals, including humans, naturally release เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย hormones รูปเต็มคือ the hormones that all animals naturally release โดย that เป็นกรรมของ release จึงละได้ ส่วน all animals เป็นประธาน และ including humans เป็นข้อความแทรกที่บอกว่ามนุษย์รวมอยู่ใน all animals ด้วย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้อย่างถูกต้อง
- The app my brother recommended it is free.
- The app my brother recommended is free.
- The app helps me study is free.
ดูคำตอบ
The app my brother recommended is free.
It lets dogs identify potential mates or distinguish between friendly and hostile animals. โน้ต
2:35มันช่วยให้สุนัขระบุคู่ครองที่มีศักยภาพหรือแยกแยะระหว่างสัตว์ที่เป็นมิตรกับสัตว์ที่เป็นศัตรูได้
lets dogs identify: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
ใน lets dogs identify potential mates คำว่า let ใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดย dogs เป็นกรรม และ identify คงรูปพื้นฐานไว้โดยไม่เติม to ในที่นี้ let หมายถึง “ทำให้สามารถ” ไม่ใช่ “อนุญาต” โครงสร้างนี้มักใช้เมื่ออธิบายว่าเครื่องมือ อวัยวะ หรือความสามารถตามธรรมชาติทำให้คนหรือสิ่งมีชีวิตทำอะไรได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ let และ find: This map ____ hikers ____ safe paths.
ดูคำตอบ
lets · find
distinguish between friendly and hostile: รูปแบบ distinguish between A and B
Distinguish between A and B หมายถึงการสังเกตหรือรับรู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งหรือกลุ่มสองอย่าง ในประโยคนี้ A คือ friendly animals และ B คือ hostile animals โดยคำนามร่วม animals ปรากฏเพียงครั้งเดียวหลังคำคุณศัพท์ทั้งสองคำ รูปแบบนี้ใช้ between ... and ... อีกรูปแบบที่ถูกต้องคือ distinguish A from B แต่ห้ามผสมกันเป็น distinguish between A from B
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ distinguish ในรูปแบบ between ... and ...: Careful readers can ____ fact and opinion.
ดูคำตอบ
distinguish between
It alerts them to our various emotional states, วลี
2:41มันเตือนพวกมันถึงสภาวะทางอารมณ์ต่างๆ ของเรา
alerts them to ...: โครงสร้าง alert someone to something
โครงสร้าง alert someone to something หมายถึง “ทำให้ใครบางคนสังเกตเห็นหรือตระหนักถึงบางสิ่ง” ในประโยคนี้ them หมายถึงฝ่ายที่ได้รับข้อมูล ส่วน our various emotional states คือสิ่งที่ฝ่ายนั้นรับรู้ ประธานของประโยคไม่จำเป็นต้องพูด กลิ่น สัญญาณ อุปกรณ์ หรือเบาะแสอื่น ๆ ก็ทำให้คนรับรู้ข้อมูลได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ alerted, us และ to: The alarm ____ a possible fire.
ดูคำตอบ
alerted us to
and it can even tell them when someone is pregnant or sick. ไวยากรณ์
2:44และยังบอกพวกมันได้ว่าเมื่อใดที่มีคนตั้งครรภ์หรือป่วย
can even tell them ...: even เน้นความสามารถที่เกินคาด
Even ทำให้ความสามารถที่ตามมามีระดับความน่าประหลาดใจสูงขึ้น ใน can even tell them... ผู้พูดนำเสนอความสามารถในการตรวจจับว่าใครบางคนกำลังตั้งครรภ์หรือป่วยว่าเป็นสิ่งที่เกินคาดกว่าความสามารถที่กล่าวมาก่อนหน้า ในที่นี้ tell them หมายถึง “ทำให้พวกเขารู้” หรือ “ทำให้พวกเขาตรวจจับได้” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพูดกับพวกเขา หน้าที่สำคัญของ even คือจัดลำดับข้อมูลโดยเก็บประเด็นที่เข้มข้นกว่าและคาดไม่ถึงกว่าไว้กล่าวตรงนี้
แบบฝึกหัด
even ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้: “The sensor can even detect smoke through a closed door.”
- นำเสนอว่าความสามารถนี้น่าประหลาดใจกว่าความสามารถที่กล่าวมาก่อนหน้า
- บอกว่าต้องมีคนบอกเซนเซอร์ว่าจะต้องตรวจจับอะไร
- บอกว่าเซนเซอร์ทำสิ่งนี้ได้เพียงบางครั้งเท่านั้น
ดูคำตอบ
นำเสนอว่าความสามารถนี้น่าประหลาดใจกว่าความสามารถที่กล่าวมาก่อนหน้า
bypassing the thalamus to connect directly to the brain structures involving emotion and instinct, วลี
2:51ข้ามทาลามัสเพื่อเชื่อมต่อโดยตรงกับโครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และสัญชาตญาณ
Because olfaction is more primal than other senses: เริ่มต้นด้วยเหตุผล
ใน Because olfaction is more primal than other senses คำว่า because ทำหน้าที่ระบุว่าอนุประโยคทั้งหมดเป็นเหตุผล การวางเหตุผลไว้ก่อนช่วยให้ผู้อ่านได้รับคำอธิบายก่อนที่ประโยคใหญ่จะเสนอข้อกล่าวอ้างหรือข้อสรุปในภายหลัง ในการใช้งานแบบนี้ อนุประโยคดังกล่าวยังไม่เป็นประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง เครื่องหมายจุลภาคบอกว่ายังมีข้อมูลต่อมา ส่วน more primal ในที่นี้หมายถึงมีพื้นฐานและดั้งเดิมกว่าในแง่วิวัฒนาการและสัญชาตญาณ
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ระบุอย่างถูกต้องว่าเส้นทางที่เป็นน้ำแข็งคือเหตุผล และการที่นักเดินป่าเดินช้าคือผลลัพธ์
- Because the trail was icy, the hikers walked slowly.
- Because of the trail was icy, the hikers walked slowly.
- The trail was icy, because the hikers walked slowly.
ดูคำตอบ
Because the trail was icy, the hikers walked slowly.
bypassing the thalamus to connect directly to ...: ข้ามจุดกลาง
วลี -ing bypassing the thalamus อธิบายเพิ่มเติมว่าเส้นทางนี้ทำงานอย่างไร กล่าวคือ ในเส้นทางที่กำลังอธิบาย ทาลามัสถูกข้ามไป ส่วน to connect directly to ... ที่ตามมาระบุการเชื่อมต่อที่ไปถึงผ่านเส้นทางนี้ จึงจัดข้อมูลจากจุดกลางที่ถูกข้ามไปยังปลายทางที่เชื่อมต่อโดยตรง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bypass A to connect directly to B ส่วน involving emotion and instinct ขยาย brain structures และระบุว่าโครงสร้างเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับอะไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าสายเคเบิลข้ามสวิตช์ที่เสียและเชื่อมต่อโดยตรงกับเซิร์ฟเวอร์สำรอง
- An emergency cable bypasses from the damaged switch to connecting directly to the backup server.
- An emergency cable bypasses the damaged switch to connect directly to the backup server.
- An emergency cable passes through the damaged switch to connect directly to the backup server.
ดูคำตอบ
An emergency cable bypasses the damaged switch to connect directly to the backup server.
we might even say a dog's perception is more immediate and visceral than ours. โน้ต
2:56เราอาจพูดได้ว่าการรับรู้ของสุนัขนั้นเกิดขึ้นทันทีและเป็นสัญชาตญาณมากกว่าของเรา
we might even say: เสนอข้ออนุมานที่หนักแน่นขึ้นอย่างระมัดระวัง
we might even say ทำให้ข้อสรุปที่ตามมาฟังเป็นการตีความที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน กริยาช่วย might ลดความหนักแน่นของ say จึงเปิดพื้นที่ให้กับความไม่แน่ใจ even บอกว่าข้อสรุปนี้ก้าวไปไกลกว่าสิ่งที่ยืนยันไว้แล้วอีกขั้น เมื่อใช้ร่วมกัน วลีนี้ช่วยให้ผู้พูดเสนอข้ออนุมานที่กล้าขึ้นโดยไม่กล่าวว่าเป็นความจริงเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอข้อสรุปที่หนักแน่นขึ้นในรูปของการอนุมานอย่างระมัดระวังได้ดีที่สุด
- I refuse to draw any conclusion from these patterns.
- Based on these patterns, we might even say the two systems are related.
- These patterns prove beyond doubt that the two systems are related.
ดูคำตอบ
Based on these patterns, we might even say the two systems are related.
more immediate and visceral than ours: การรับรู้ที่ตรงและเกิดจากสัญชาตญาณมากกว่าของเรา
ในการเปรียบเทียบนี้ immediate หมายถึง “โดยตรง” หรือ “ไม่ผ่านกระบวนการตัวกลาง” ไม่ได้หมายถึงเพียง “เกิดขึ้นเร็วมาก” ส่วน visceral บรรยายการรับรู้ที่รู้สึกอย่างรุนแรงในระดับร่างกายและขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณมากกว่าการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ more ... than ใช้สร้างการเปรียบเทียบ และ ours ใช้แทน our perception ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการรับรู้ของสุนัขตรงและเป็นไปตามสัญชาตญาณมากกว่าการรับรู้ของมนุษย์
แบบฝึกหัด
more immediate and visceral than ours หมายถึงอะไรในประโยคนี้
- มุ่งเน้นอวัยวะภายในมากกว่าการรับรู้ของเรา
- ตรงและเกิดจากสัญชาตญาณมากกว่าการรับรู้ของเรา
- ล่าช้าและผ่านการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบมากกว่าการรับรู้ของเรา
ดูคำตอบ
ตรงและเกิดจากสัญชาตญาณมากกว่าการรับรู้ของเรา
But the most amazing thing about your dog's nose is that it can traverse time. โน้ต
3:01แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเกี่ยวกับจมูกของสุนัขคือมันสามารถเดินทางข้ามเวลาได้
the most amazing thing about ... is that ...: เน้นลักษณะที่น่าทึ่งที่สุด
โครงสร้าง the most amazing thing about X is that Y นำเสนอ Y ว่าเป็นลักษณะที่น่าประทับใจที่สุดของ X โดย about X ระบุหัวข้อ และ is that นำเข้าสู่อนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งบอกลักษณะนั้น เมื่ออธิบายสิ่งของ บุคคล สถานที่ หรือแนวคิด สามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่อดึงความสนใจไปยังจุดเด่นหลักหรือข้อเท็จจริงที่น่าจดจำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ this emergency radio ____ it works without electricity.
ดูคำตอบ
The most amazing thing about · is that
can traverse time ในฐานะอุปลักษณ์
ใน can traverse time คำว่า traverse ทำให้ time ถูกมองเหมือนเป็นพื้นที่ที่สามารถข้ามผ่านได้ วลีนี้เป็นอุปลักษณ์ที่จงใจใช้ ไม่ได้อ้างว่าสุนัขเดินทางไปยังอดีตหรืออนาคตได้จริง ประสาทรับกลิ่นของสุนัขสามารถตรวจจับร่องรอยกลิ่นที่หลงเหลือจากก่อนหน้านี้และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางกลิ่น อุปลักษณ์นี้เปลี่ยนความสามารถในการรับข้อมูลจากช่วงเวลาต่าง ๆ ให้เป็นภาพของการ ‘ข้ามผ่าน’ เวลา
แบบฝึกหัด
can traverse time ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- เป็นอุปลักษณ์ที่หมายความว่าประสาทรับกลิ่นของสุนัขสามารถเผยข้อมูลจากช่วงเวลาต่าง ๆ ได้
- หมายความตามตัวอักษรว่าสุนัขสามารถย้ายร่างกายไปสู่อดีตหรืออนาคตได้
- หมายความว่าสุนัขลืมเวลาในขณะที่กำลังตามกลิ่น
ดูคำตอบ
เป็นอุปลักษณ์ที่หมายความว่าประสาทรับกลิ่นของสุนัขสามารถเผยข้อมูลจากช่วงเวลาต่าง ๆ ได้
tracks left by passersby: อนุประโยคขยายคำนามแบบถูกกระทำที่ย่อรูป
left by passersby เป็นวลีคุณศัพท์ที่ใช้รูปกริยาช่องสามและวางไว้หลัง tracks เพื่อระบุว่าหมายถึงร่องรอยใด โดยมีความหมายเท่ากับ tracks that were left by passersby เนื่องจาก tracks เป็นสิ่งที่รับการกระทำของ leave วลีนี้จึงมีความหมายแบบถูกกระทำ ภาษาอังกฤษมักย่ออนุประโยคขยายคำนามแบบถูกกระทำด้วยการตัด that were ออก โครงสร้าง “คำนาม + วลีกริยาช่องสาม” จึงเป็นวิธีสั้น ๆ ในการบรรยายสิ่งของ ร่องรอย หรือหลักฐานพร้อมแหล่งที่มา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยคขยายคำนามแบบถูกกระทำที่ย่อรูปและมีความหมายว่า “that were left by the hikers”: We followed the footprints ____.
ดูคำตอบ
left by the hikers
where the residue of where you've been and what you've done recently. ไวยากรณ์
3:11ซึ่งมีร่องรอยของที่ที่คุณไปและสิ่งที่คุณเพิ่งทำไป
The past appears in tracks: หลักฐานทำให้รับรู้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้
ถ้อยคำนี้ทำให้อดีตดูเหมือนเป็นสิ่งที่สามารถ “ปรากฏ” ได้ ในที่นี้หมายถึง เหตุการณ์ก่อนหน้านี้สามารถรับรู้ได้จากร่องรอยที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงร่องรอยกลิ่น ไม่ได้หมายความว่าอดีตย้อนกลับมาหรือกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้จริง ร่องรอยทางกายภาพเชื่อม “ตอนนี้” กับ “ก่อนหน้านี้” ในคำบรรยายเชิงวิทยาศาสตร์แบบนี้ สิ่งนามธรรมอย่าง the past อาจ “ปรากฏ” ได้เมื่อหลักฐานช่วยให้ผู้สังเกตเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
“The past appears in tracks” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- การตามรอยทำให้คนเดินทางย้อนเวลาได้
- อดีตกลายเป็นคนที่เรามองเห็นขณะเดินอยู่
- ร่องรอยที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถเผยให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
ร่องรอยที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถเผยให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้
where you've been and what you've done: อนุประโยคนามที่เชื่อมกัน
ส่วนที่เน้นมีอนุประโยคนามสองส่วนที่เชื่อมกัน โดย where you've been หมายถึงสถานที่ที่ไปมา และ what you've done recently หมายถึงสิ่งที่เพิ่งทำ คำว่า and เชื่อมทั้งสองเป็นข้อมูลคู่ขนานหลังคำบุพบท of เนื่องจากอนุประโยคเหล่านี้ฝังอยู่ในวลีที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you've been และ you've done ส่วนคำถามตรงจะวางกริยาช่วยไว้หน้าประธาน เช่น Where have you been? และ What have you done?
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคฝังสองส่วนหลัง of ได้ถูกต้อง
- The tracker keeps a record of where the fox has been and what it has eaten.
- The tracker keeps a record of where has the fox been and what has it eaten.
- The tracker keeps a record of where the fox has been and what has the fox eaten.
ดูคำตอบ
The tracker keeps a record of where the fox has been and what it has eaten.
Landmarks like fire hydrants and trees are aromatic bulletin boards สำนวน
3:16จุดสังเกตต่างๆ เช่น หัวจ่ายน้ำดับเพลิงและต้นไม้ คือกระดานข่าวที่มีกลิ่นหอม
aromatic bulletin boards: คำเปรียบเทียบสำหรับข้อความจากกลิ่น
ประโยคนี้ใช้คำเปรียบเทียบ หัวจ่ายน้ำดับเพลิงและต้นไม้ไม่ใช่กระดานข่าวจริง ๆ แต่เป็นสถานที่ที่สุนัขมักทิ้งร่องรอยกลิ่นไว้ และสุนัขตัวอื่นสามารถดมร่องรอยนั้นเพื่อรับข้อมูล เช่น มีใครเคยผ่านมา กระดานข่าวเก็บข้อความไว้ให้ผู้อื่นอ่าน ส่วนจุดสังเกตเหล่านี้เก็บข้อมูลจากกลิ่นไว้ให้สุนัขตัวอื่นดม คำเปรียบเทียบนี้ทำให้การทิ้งร่องรอยกลิ่นดูเหมือนการแลกเปลี่ยนข้อความที่คุ้นเคย
แบบฝึกหัด
aromatic bulletin boards ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- เป็นกระดานที่ติดประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับเจ้าของสุนัข
- เป็นจุดสังเกตที่สำคัญเพียงเพราะมีกลิ่นหอม
- เป็นสถานที่ที่ร่องรอยกลิ่นส่งข้อมูลให้สุนัขตัวอื่น
ดูคำตอบ
เป็นสถานที่ที่ร่องรอยกลิ่นส่งข้อมูลให้สุนัขตัวอื่น
who's been by ... what they've been eating ... how they're feeling ในฐานะอนุประโยคคำถามแฝงที่เชื่อมแบบขนาน
หลัง of มีอนุประโยคคำถามแฝงสามส่วนที่เชื่อมแบบขนานกันเพื่อบอกเนื้อหาของ messages ได้แก่ who's been by, what they've been eating และ how they're feeling ส่วนแรกบอกว่าใครมา ส่วนที่สองให้ข้อมูลเรื่องอาหาร และส่วนที่สามให้ข้อมูลเรื่องสภาพหรืออารมณ์ เนื่องจากเป็นคำถามที่ฝังอยู่ในโครงสร้างอื่น ไม่ใช่คำถามตรง ๆ จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what they've been eating ไม่ใช่ what have they been eating และ how they're feeling ไม่ใช่ how are they feeling ใน who's been by คำว่า who's หมายถึง who has ส่วน who ยังคงอยู่ข้างหน้าเพราะเป็นประธาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมอนุประโยคคำถามแฝงสามส่วนได้ถูกต้อง
- The report explains who has arrived, what did they request, and how are they responding.
- The report explains who has arrived, what they have requested, and how they are responding.
- The report explains who has arrived, what they have requested, and how are they responding.
ดูคำตอบ
The report explains who has arrived, what they have requested, and how they are responding.
alerting them to something or someone approaching long before you see them. วลี
3:27ที่คอยเตือนพวกมันถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือใครบางคนที่กำลังเข้ามาใกล้ก่อนที่คุณจะมองเห็นพวกเขาเสียอีก
the future is in the breeze ในฐานะอุปมาที่ใช้กลิ่นเป็นเบาะแส
ข้อความนี้พูดถึงสายลมราวกับว่ามันมีอนาคตอยู่ข้างในแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเวลาอยู่ในอากาศจริง ๆ แต่ลมสามารถพากลิ่นของคนหรือสิ่งของที่กำลังเข้าใกล้มาได้ ทำให้สัตว์ตรวจพบก่อนที่สิ่งนั้นจะมองเห็นได้ future ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่กำลังจะมาถึง อุปมานี้เปลี่ยนเบาะแสจากประสาทสัมผัสที่มาถึงก่อน ให้กลายเป็นข้อมูลจากช่วงเวลาที่ยังไม่เกิดขึ้นสำหรับผู้สังเกต
แบบฝึกหัด
อุปมา the future is in the breeze ในที่นี้หมายความว่าอะไร
- ลมสามารถเปิดเผยทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
- สายลมพาเบาะแสของคนหรือสิ่งของที่กำลังเข้าใกล้มาก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะปรากฏในสายตา
- อนาคตเป็นวัตถุจริงที่ลอยอยู่ในสายลม
ดูคำตอบ
สายลมพาเบาะแสของคนหรือสิ่งของที่กำลังเข้าใกล้มาก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะปรากฏในสายตา
alert someone to something or someone approaching: ทำให้รู้ว่ามีบางสิ่งหรือใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้
ในโครงสร้าง alert someone to something คนหรือสัตว์ที่รับรู้ข้อมูลจะอยู่หลัง alert ส่วนสถานการณ์ที่ถูกรับรู้จะอยู่หลัง to ในที่นี้ them หมายถึงฝ่ายที่ถูกทำให้รับรู้ ส่วน something or someone approaching คือสิ่งที่ฝ่ายนั้นสังเกตพบ approaching เป็นคำกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็น participle และบอกว่าคนหรือสิ่งนั้นกำลังเข้ามาใกล้ โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ดึงความสนใจไปยังอันตราย การเปลี่ยนแปลง ปัญหา หรือโอกาสได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมบุพบทที่โครงสร้าง alert someone to something ต้องใช้: The motion sensor alerted us ____ someone approaching the back door.
ดูคำตอบ
to
long before + อนุประโยค: นานมากก่อนเหตุการณ์หนึ่ง
Long before หมายถึง นานมากก่อน หรือ เร็วกว่ามาก จึงแสดงว่าระหว่างสองเหตุการณ์มีช่วงเวลาห่างกันอย่างชัดเจนหรือค่อนข้างมาก ในประโยคนี้ การเตือนเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ที่ตามมาอย่าง you see them นานมาก before สามารถนำหน้าอนุประโยคเต็มได้ เช่น long before you see them หรือนำหน้าวลีคำนามได้ เช่น long before sunrise คำว่า long ขยายความสัมพันธ์ด้านเวลา ไม่ได้บอกว่าการมองเห็นกินเวลานานเท่าใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่านกบินจากไปนานมากก่อนที่พายุจะมาถึง
- The birds flew away long before the storm reached the coast.
- The birds flew away after the storm reached the coast.
- The birds flew away just before the storm reached the coast.
ดูคำตอบ
The birds flew away long before the storm reached the coast.
a dog smells an entire story from start to finish. สำนวน
3:33สุนัขกลับได้กลิ่นเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
Where A, B: แสดงความเปรียบต่าง ไม่ใช่สถานที่
ในที่นี้ Where ไม่ได้ใช้บอกสถานที่ แต่มีความหมายเชิงเปรียบต่างใกล้กับ whereas หรือ while อนุประโยคแรกนำเสนอการรับรู้ของมนุษย์ในชั่วขณะหนึ่ง ส่วนประโยคหลักนำไปเปรียบต่างกับความสามารถของสุนัขที่รับรู้ลำดับทั้งหมดผ่านกลิ่น โครงสร้าง Where A, B เข้าใจได้ว่า A เป็นจริง แต่ B แตกต่างออกไป อนุประโยคแรกวางสถานการณ์หนึ่งไว้ก่อน แล้วประโยคหลักจึงนำเสนอประเด็นที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
Where ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร
- ใช้ถามว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ใด
- ใช้ระบุสถานที่ที่มนุษย์ยืนอยู่
- ใช้แสดงความเปรียบต่างระหว่างการรับรู้ของมนุษย์กับสุนัข
ดูคำตอบ
ใช้แสดงความเปรียบต่างระหว่างการรับรู้ของมนุษย์กับสุนัข
an entire story from start to finish: คำเปรียบเกี่ยวกับกลิ่น
an entire story เป็นคำเปรียบเปรย สุนัขไม่ได้ดมเรื่องราวที่เขียนไว้จริง ๆ แต่กลิ่นสามารถให้เบาะแสที่เชื่อมโยงกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ตลอดช่วงเวลา ข้อมูลเหล่านั้นจึงถูกวาดภาพเป็นเรื่องราว from start to finish ทำให้ภาพนี้ดูครบถ้วน สุนัขถูกนำเสนอว่าสามารถตรวจจับข้อมูลที่ต่อเนื่องกัน ไม่ใช่เพียงชั่วขณะเดียวที่แยกออกมา
แบบฝึกหัด
smells an entire story from start to finish ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- สุนัขตรวจจับได้เพียงช่วงสุดท้ายของเหตุการณ์เท่านั้น
- สุนัขสามารถอ่านเรื่องราวที่เขียนไว้ด้วยการดมหน้าหนังสือ
- สุนัขสามารถรวบรวมข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเป็นลำดับจากกลิ่นได้
ดูคำตอบ
สุนัขสามารถรวบรวมข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเป็นลำดับจากกลิ่นได้
dogs help us by sharing and reacting to those stories.
3:41สุนัขช่วยเราด้วยการแบ่งปันและตอบสนองต่อเรื่องราวเหล่านั้น
In some of the best examples of ...: กรอบสำหรับกำหนดขอบเขตก่อนกล่าวใจความ
วลีเปิด In some of the best examples of ... กำหนดขอบเขตก่อนกล่าวใจความหลัก โดยบอกว่าข้อความนี้ใช้กับกรณีที่โดดเด่นเป็นพิเศษบางกรณีในหมวดที่กว้างกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กับทุกกรณีเสมอไป เมื่อวางกรอบนี้ไว้ต้นประโยค ผู้พูดสามารถเปลี่ยนจากหัวข้อกว้าง ๆ ไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวอย่างที่เป็นตัวแทนได้ ข้อมูลหลักอยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค
แบบฝึกหัด
วลีเปิด In some of the best examples of ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- จำกัดการพูดถึงไว้ที่กรณีที่โดดเด่นเป็นพิเศษบางกรณี ก่อนบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในกรณีเหล่านั้น
- บอกสถานที่จริงที่เกิดความร่วมมือขึ้น
- กล่าวว่าทุกกรณีในหมวดนั้นประสบความสำเร็จเท่ากัน
ดูคำตอบ
จำกัดการพูดถึงไว้ที่กรณีที่โดดเด่นเป็นพิเศษบางกรณี ก่อนบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในกรณีเหล่านั้น
canine-human collaboration: คำประสมแบบเป็นทางการสำหรับความร่วมมือระหว่างสุนัขกับมนุษย์
Canine-human collaboration หมายถึงความร่วมมือระหว่างสุนัขกับมนุษย์ ในที่นี้ canine เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงเกี่ยวกับสุนัข และ canine-human เป็นคำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งขยายคำว่า collaboration วลีนี้นำเสนอสุนัขและมนุษย์ในฐานะผู้ร่วมงานที่มุ่งไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน Canine มีความเป็นทางการและเป็นศัพท์เฉพาะมากกว่า dog จึงเหมาะกับบริบทด้านวิทยาศาสตร์ สัตวแพทย์ การฝึก และสุนัขทำงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ canine-human collaboration ได้อย่างเป็นธรรมชาติในบริบทที่เป็นทางการ?
- The report examines canine-human collaboration during rescue missions.
- We bought canine-human collaboration at the pet store.
- I called my puppy canine-human collaboration.
ดูคำตอบ
The report examines canine-human collaboration during rescue missions.
They can respond with kindness to people in distress or with aggression to threats, วลี
3:44พวกมันสามารถตอบสนองด้วยความเมตตาต่อผู้คนที่กำลังทุกข์ใจ หรือด้วยความก้าวร้าวต่อภัยคุกคาม
respond with kindness to ... or with aggression to ...: บอกลักษณะและเป้าหมายของการตอบสนอง
respond with + คำนาม ใช้บอกลักษณะ ท่าที อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่ใช้ในการตอบสนอง ในประโยคนี้ with kindness และ with aggression บอกว่าการตอบสนองแต่ละแบบเป็นอย่างไร to ใช้นำหน้าบุคคลหรือสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการตอบสนอง ได้แก่ to people in distress และ to threats ส่วน or เชื่อมทางเลือกสองส่วนที่มีโครงสร้างขนานกัน โดยส่วนหลังละ respond ที่เข้าใจได้จากบริบทไว้ นอกจากนี้ยังวางเป้าหมายไว้ก่อนได้ เช่น respond to a person or situation with a particular reaction
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง respond with + ปฏิกิริยา + to + เป้าหมาย: The nurse responded ____ patience ____ the frightened child.
ดูคำตอบ
with · to
people in distress: ผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานอย่างหนัก ตกอยู่ในอันตราย หรือต้องการความช่วยเหลือ
in distress หมายถึงกำลังเผชิญความเจ็บปวด ความกลัว อันตราย หรือความยากลำบากที่ร้ายแรง people in distress ไม่ได้หมายถึงคนที่แค่ไม่สบายใจเล็กน้อย แต่เป็นผู้ที่อาจต้องการความช่วยเหลือหรือการช่วยชีวิต วลี in distress ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์หลัง people เพื่อระบุว่าเป็นคนกลุ่มใด และยังวางหลัง be ได้ด้วย เช่น The hikers were in distress.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in distress ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- I was in distress because my pencil needed sharpening.
- The sunny garden was in distress because the grass was green.
- The rescue team received a call from a boat in distress.
ดูคำตอบ
The rescue team received a call from a boat in distress.
because stress and anger manifest as a cloud of hormones recognizable to the dog's nose. โน้ต
3:48เพราะความเครียดและความโกรธจะแสดงออกมาเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่จมูกสุนัขจดจำได้
manifest as a cloud of hormones: ปรากฏเป็นกลุ่มฮอร์โมนที่ตรวจจับได้
Manifest as หมายถึง “ปรากฏให้สังเกตได้ในรูปของบางสิ่ง” ในประโยคนี้ stress and anger คือสภาวะที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนสัญญาณฮอร์โมนคือรูปแบบที่ทำให้ตรวจจับสภาวะเหล่านั้นได้ A cloud of hormones เป็นคำเปรียบเทียบ cloud ทำให้นึกถึงสัญญาณทางเคมีจำนวนมากที่กระจายอยู่รอบร่างกาย ไม่ได้หมายถึงก้อนเมฆที่มองเห็นได้จริงในอากาศ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอผื่นแดงว่าเป็นรูปแบบที่อาการแพ้ปรากฏออกมา
- An allergy may result in a red rash.
- A red rash may prevent an allergy.
- An allergy may manifest as a red rash.
ดูคำตอบ
An allergy may manifest as a red rash.
recognizable to the dog's nose: recognizable to + ผู้รับรู้
Recognizable to the dog's nose เป็นวลีคุณศัพท์ที่ขยาย a cloud of hormones โครงสร้าง recognizable to + ผู้รับรู้ หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีลักษณะที่บุคคล สัตว์ หรือประสาทสัมผัสเฉพาะสามารถระบุได้ The dog's nose ใช้แทนประสาทรับกลิ่นของสุนัข นี่คือนามนัย ซึ่งใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายเรียกความสามารถในการรับสัมผัสที่ส่วนนั้นทำหน้าที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายว่ารูปแบบหนึ่งโดยทั่วไปสามารถถูกผู้เชี่ยวชาญระบุได้ แทนที่จะรายงานการระบุหนึ่งครั้งในอดีต
- The pattern was recognized by experienced researchers yesterday.
- The researchers are recognizable by their white coats.
- The pattern is recognizable to experienced researchers.
ดูคำตอบ
The pattern is recognizable to experienced researchers.
they can even alert us to invisible threats ranging from bombs to cancer. วลี
3:55พวกมันยังสามารถเตือนเราถึงภัยคุกคามที่มองไม่เห็นตั้งแต่ระเบิดไปจนถึงโรคมะเร็ง
With the proper training: เงื่อนไขด้วย with + นามวลี
With the proper training เป็นโครงสร้าง with + นามวลีที่ใช้กำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้หมายถึง “หากพวกมันได้รับการฝึกที่เหมาะสม” ไม่ได้หมายเพียงว่ามีการฝึกอยู่ร่วมกับพวกมัน โครงสร้างแบบกระชับนี้มักอยู่ต้นประโยค: With + เงื่อนไขที่จำเป็น, ผลลัพธ์ ใช้อธิบายว่าสิ่งใดจะเป็นไปได้เมื่อมีทรัพยากร การเตรียมพร้อม หรือสถานการณ์ที่เหมาะสม
แบบฝึกหัด
ใช้ with + นามวลีเพื่อระบุเงื่อนไข: ____ enough practice, Maya can perform the piece confidently.
ดูคำตอบ
With
alert us to invisible threats: รูปแบบ alert someone to something
alert us to invisible threats ใช้รูปแบบ alert + บุคคล + to + สิ่งหนึ่ง หมายถึง “ทำให้เราตระหนักถึงภัยคุกคามที่เราอาจไม่สังเกตเห็นด้วยวิธีอื่น” us คือผู้ที่ได้รับคำเตือน ส่วนสิ่งที่อยู่หลัง to คืออันตรายที่ถูกนำมาให้เราสนใจ invisible ในที่นี้มีความหมายกว้างกว่า “มองเห็นไม่ได้” โดยอาจหมายถึงอันตรายที่ไม่มีสัญญาณภายนอกชัดเจน แต่ยังตรวจพบได้ด้วยวิธีทางอ้อม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ alert someone to a danger, problem, or fact
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ alert someone to something ให้สมบูรณ์: The sensor alerted the crew ____ a gas leak.
ดูคำตอบ
to
ranging from bombs to cancer: แสดงขอบเขตที่กว้าง
คำว่า ranging from bombs to cancer อยู่หลัง invisible threats และอธิบายว่าหมายถึงภัยคุกคามแบบใด ในฐานะวลี participle คำเหล่านี้ยก bombs และ cancer เป็นตัวอย่างที่แตกต่างกันมากแต่ยังอยู่ในหมวดกว้างเดียวกัน เพื่อเน้นว่าขอบเขตนั้นกว้างมาก ใช้ ranging from A to B หลังคำนามเพื่อแสดงขอบเขตของหมวดหนึ่ง A และ B ควรมีรูปไวยากรณ์ที่ขนานกันและอยู่ในหมวดเดียวกัน ทั้งสองอย่างอาจเป็นตัวอย่างปลายช่วงที่ใช้แทนภาพรวม ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดบนมาตรวัดที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย ranging from A to B: The library has books ____ picture dictionaries ____ science encyclopedias.
ดูคำตอบ
ranging from · to
As it turns out: นำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่ค้นพบภายหลัง
As it turns out อยู่ต้นประโยคและนำเข้าสิ่งที่ค้นพบในภายหลังหรือพิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง ในฐานะคำเชื่อมระดับข้อความ วลีนี้มักบอกว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาด หรือทำให้ต้องเปลี่ยนข้อสันนิษฐานเดิม ในที่นี้ วลีนี้จัดระเบียบคำอธิบายโดยเปลี่ยนข้อเท็จจริงก่อนหน้าให้กลายเป็นข้อสรุปที่ตามมา ไม่ใช่เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกหนึ่งอย่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ As it turns out ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- As it turns out, please turn left at the next corner.
- As it turns out, the missing key was in my coat pocket all along.
- As it turns out, mix the flour and water in a bowl.
ดูคำตอบ
As it turns out, the missing key was in my coat pocket all along.
but one whose incredible nose reveals a whole other world beyond our eyes. สำนวน
4:06แต่เป็นผู้ซึ่งมีจมูกอันเหลือเชื่อที่เผยให้เห็นโลกอีกใบที่อยู่นอกเหนือสายตาของเรา
humanity's best friend: การปรับสำนวน man's best friend
ในประโยคนี้ humanity's best friend หมายถึงสุนัข เป็นการปรับสำนวนทางวัฒนธรรมที่คุ้นเคยอย่าง man's best friend ซึ่งเป็นคำเรียกสุนัขแบบดั้งเดิม ไม่ได้หมายถึงเพื่อนคนใดก็ตามที่เป็นมิตรกับมนุษย์ การเปลี่ยน man's เป็น humanity's ทำให้การกล่าวถึงมนุษย์ทุกคนชัดเจนและครอบคลุมยิ่งขึ้น จากนั้นประโยคก็ให้เหตุผลใหม่แก่คำเรียกที่คุ้นเคยนี้ว่า สุนัขมีความสำคัญไม่ใช่เพราะมันสัมผัสโลกเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง แต่เพราะประสาทรับกลิ่นของมันเผยให้เห็นสิ่งที่มนุษย์รับรู้ไม่ได้
แบบฝึกหัด
humanity's best friend ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- เป็นการปรับ man's best friend ให้ครอบคลุมทุกคนอย่างตั้งใจ และยังคงหมายถึงสุนัข
- หมายถึงสัตว์ชนิดใดก็ตามที่สัมผัสโลกเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง
- หมายถึงบุคคลหนึ่งคนที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของมนุษย์ทุกคน
ดูคำตอบ
เป็นการปรับ man's best friend ให้ครอบคลุมทุกคนอย่างตั้งใจ และยังคงหมายถึงสุนัข
is not one who ..., but one whose ...: แทนที่นิยามเดิม
one ทั้งสองตำแหน่งใช้แทน friend โดย one ตัวแรกมี who experiences the same things we do มาขยาย ส่วนตัวที่สองมี whose incredible nose reveals a whole other world beyond our eyes มาขยาย who บอกว่าสหายนั้นทำอะไร ส่วน whose บอกถึงสิ่งที่สหายนั้นมี รูปแบบ not ... but ... ปฏิเสธนิยามแรกแล้วแทนที่ด้วยนิยามที่สอง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ X is not one who A, but one who/whose B ซึ่งเหมาะเมื่อเกณฑ์ที่แท้จริงคือ B ไม่ใช่ A
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย not ... but ... เพื่อปฏิเสธนิยามแรกและแทนที่ด้วยนิยามที่สอง: A good coach is ____ one who solves every problem for you, ____ one whose questions help you think.
ดูคำตอบ
not · but
a whole other world beyond our eyes: โลกแห่งประสาทสัมผัสที่การดมกลิ่นเผยให้เห็น
ใน a whole other world คำว่า whole เน้นความหมายของ other ทำให้วลีนี้หมายถึงขอบเขตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ดาวเคราะห์อีกดวงหรือสถานที่จริง คำว่า world ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงข้อมูลและประสบการณ์ทั้งชุด beyond our eyes หมายถึงอยู่นอกขอบเขตที่การมองเห็นของมนุษย์จะตรวจจับได้ ไม่ใช่อยู่ด้านหลังดวงตาจริง ๆ ในประโยคนี้ จมูกของสุนัขเผยข้อมูลจากกลิ่นที่มนุษย์ไม่สามารถค้นพบได้ด้วยการมองเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยค The dog's nose reveals a whole other world beyond our eyes วลี a whole other world beyond our eyes หมายถึงอะไร
- ขอบเขตข้อมูลด้านกลิ่นอันหลากหลายที่การมองเห็นของมนุษย์เพียงอย่างเดียวตรวจจับไม่ได้
- รายละเอียดทางภาพแบบเดียวกันที่คนและสุนัขสังเกตเห็นเท่า ๆ กัน
- ดาวเคราะห์ที่อยู่ด้านหลังดวงตาของคนจริง ๆ
ดูคำตอบ
ขอบเขตข้อมูลด้านกลิ่นอันหลากหลายที่การมองเห็นของมนุษย์เพียงอย่างเดียวตรวจจับไม่ได้