บททดสอบทักษะทางสังคมขั้นสุดยอดของคุณ: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: เด็กที่ไม่คุ้นเคยอาจทดสอบทักษะทางสังคมมากกว่าบทสนทนาของผู้ใหญ่ เรื่องของ Socrates และ Henri IV แสดงว่าความใกล้ชิดต้องอาศัยการวางสถานะลง จินตนาการมุมมองของผู้อื่น และยอมรับความเปราะบาง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. be at ease - กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้วลีธรรมชาตินี้บอกความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตั้งการ์ด เมื่ออยู่กับคนที่ยังไม่สนิท 2. find common ground - สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจภาพของการค้นหาความรู้สึกหรือความสนใจร่วมกัน แม้อายุหรือภูมิหลังต่างกัน 3. what so often holds us back around others / is a fear of a loss of dignity - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ติดตามอนุประโยค what ที่เสนออุปสรรคก่อนที่ is จะเปิดเผยสาเหตุ แล้วใช้โครงนี้อธิบายเหตุผลอย่างเน้นย้ำ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
It can be easy to imagine that we possess reasonable social skills
0:01มันอาจเป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าเรามีทักษะทางสังคมที่พอใช้ได้
because we know how to maintain conversation with strangers
0:08เพราะเรารู้วิธีรักษาสนทนากับคนแปลกหน้า
and every now and then manage to make a whole table laugh. โน้ต
0:12และในบางครั้งก็ยังสามารถทำให้คนทั้งโต๊ะหัวเราะได้
every now and then ในความหมายว่า “นาน ๆ ครั้ง”
every now and then เป็นวลีบอกความถี่ที่หมายถึง “เป็นครั้งคราว” หรือ “นาน ๆ ครั้ง” วลีนี้บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบางครั้งและมีช่วงห่างระหว่างแต่ละครั้ง ไม่ได้หมายถึงลำดับว่า now แล้วตามด้วย then ในประโยคนี้ วลีนี้ขยาย manage to make... เพื่อบอกว่าความสำเร็จนั้นเกิดบ่อยแค่ไหน ทั้งวลีสามารถวางไว้ต้นหรือท้ายอนุประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Every now and then, our neighbor brings us fresh bread,” every now and then หมายความว่าอะไร
- ตลอดเวลา
- เป็นครั้งคราว
- ทันทีหลังจากนั้น
ดูคำตอบ
เป็นครั้งคราว
manage to + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกผลที่ทำได้สำเร็จ
manage to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงทำบางอย่างได้สำเร็จ โดยทั่วไปใช้เมื่อสิ่งนั้นต้องอาศัยความพยายาม มีความยาก หรือไม่แน่ว่าจะสำเร็จ ในตัวอย่าง manage to make... หมายถึงผู้พูดทำให้คนทั้งโต๊ะหัวเราะได้สำเร็จในบางครั้ง โดย manage ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า “จัดการหรือบริหาร” คำกริยาหลัง to ต้องเป็นรูปพื้นฐาน เช่น manage to make, manage to finish, manage to find
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่า Lena เปิดขวดได้สำเร็จแม้ว่าจะยาก
- Although the lid was tight, Lena managed to open the jar.
- Although the lid was tight, Lena wanted to open the jar.
- Although the lid was tight, Lena tried to open the jar.
ดูคำตอบ
Although the lid was tight, Lena managed to open the jar.
far sterner than this: ใช้ far เพื่อเน้นคำขั้นกว่า
ใน far sterner than this คำว่า far หมายถึง “ในระดับที่มากกว่ามาก” และใช้ขยายคำคุณศัพท์ขั้นกว่า sterner จึงสื่อว่าบททดสอบนี้เข้มงวด รุนแรง หรือหนักกว่าบททดสอบที่กล่าวถึงก่อนหน้ามาก ในที่นี้ far ไม่ได้หมายถึงระยะทาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ far + คำขั้นกว่า เช่น far easier, far more useful, far less risky ส่วน sterner เป็นรูปขั้นกว่าของ stern โดย stern ค่อนข้างเป็นทางการและสื่อถึงความเข้มงวดจริงจัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ far เพื่อเน้นคำขั้นกว่าได้ถูกต้อง
- The new quiz is very easier than the last one.
- The new quiz is far easier than the last one.
- The new quiz is far easy than the last one.
ดูคำตอบ
The new quiz is far easier than the last one.
surprising in its ability to trip us up. กริยาวลี
0:17และน่าประหลาดใจในความสามารถที่ทำให้เราสะดุดได้
trip us up: ทำให้ใครบางคนทำผิด
ใน trip us up วลี trip someone up เป็น phrasal verb ที่แยกคำได้ หมายถึง “ทำให้ใครบางคนทำผิด สับสน หรือตั้งตัวไม่ทัน” กรรม us บอกว่าใครได้รับผล ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ บททดสอบอาจใช้รายละเอียดที่ยากทำให้คนตอบผิด ไม่ได้ทำให้คนสะดุดล้มจริง ๆ รูปแบบพื้นฐานคือ trip + คน + up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย trip ... up ตามลำดับคำที่ถูกต้อง: The unusual wording may ____ her ____.
ดูคำตอบ
trip · up
Theoretically speaking, ในฐานะคำจำกัดมุมมองของข้อความให้อยู่ในทางทฤษฎี
Theoretically speaking จำกัดขอบเขตของข้อความให้เป็นสิ่งที่คาดได้จากทฤษฎี กฎ หรือการให้เหตุผล ในประโยคนี้ should be so easy เป็นการคาดการณ์จากเหตุผลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว คำขึ้นต้นนี้มักเตรียมให้ผู้ฟังพบความแตกต่างในภายหลัง กล่าวคือ สิ่งหนึ่งอาจดูง่ายในทางทฤษฎี แต่ผลจริงอาจต่างออกไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอความสำเร็จว่าเป็นการคาดการณ์ตามทฤษฎีที่ยังไม่ได้รับการยืนยันในชีวิตจริง
- In practice, the design failed twice.
- Theoretically speaking, the design should work.
- Technically speaking, the design uses four parts.
ดูคำตอบ
Theoretically speaking, the design should work.
as far as they're concerned, สำหรับระบุมุมมองของอีกกลุ่มหนึ่ง
as far as they're concerned กำหนดมุมมองให้ข้อความที่ตามมา กล่าวคือ จากมุมมองของพวกเขา เราเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าทั้งหมด วลีนี้บอกว่าสถานการณ์ดูเป็นอย่างไรสำหรับพวกเขา ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนยอมรับตรงกัน โครงสร้าง as far as + บุคคล + be concerned เปลี่ยนตามบุคคลและกาลได้ เช่น as far as I'm concerned และ as far as she was concerned เมื่อใช้กับบุคคล concerned ในที่นี้หมายถึง “เมื่อมองจากฝ่ายของบุคคลนั้น” ไม่ได้หมายถึง “กังวล”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดระบุว่าการสนทนาจบแล้วจากมุมมองของ Mia
- As far as Mia knows, the discussion is over.
- As far as Mia is concerned, the discussion is over.
- Mia walked as far as the library before turning back.
ดูคำตอบ
As far as Mia is concerned, the discussion is over.
hold all the cards: กุมอำนาจที่ชี้ขาด
ในประโยคนี้ hold all the cards เป็นสำนวน หมายถึงการมีข้อมูล ทรัพยากร หรืออำนาจต่อรองที่ทำให้ควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ได้หมายถึงถือไพ่จริง ๆ ภาพเปรียบเทียบมาจากเกมไพ่ ผู้ที่มีไพ่สำคัญทั้งหมดสามารถกำหนดทิศทางของเกมได้ โดยทั่วไปใช้เมื่อฝ่ายหนึ่งได้เปรียบอย่างเด็ดขาด ส่วนอีกฝ่ายแทบไม่มีทางเลือกที่ได้ผล
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึงมีอำนาจต่อรองอย่างเด็ดขาดให้สมบูรณ์: Because Lena controls the budget and the deadline, she seems to ____.
ดูคำตอบ
hold all the cards
If we felt like it, we could: ทางเลือกแบบสมมุติ
ในที่นี้ If we felt like it หมายถึง ถ้าเราอยากทำเช่นนั้น felt เป็นรูปอดีต แต่ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงความรู้สึกในอดีต รูปอดีตช่วยสร้างระยะห่างจากแผนจริงที่จะทำทันที โครงสร้าง If + รูปอดีต, ... could + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอทางเลือกหรือความสามารถแบบสมมุติ การกระทำนั้นเป็นไปได้ แต่ผู้พูดเพียงจินตนาการถึงทางเลือก ไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอการเดินไปสวนสาธารณะเป็นทางเลือกสมมุติที่เว้นระยะห่าง?
- If we felt like it, we could walk to the park.
- If we feel like it, we can walk to the park.
- If we had felt like it, we could have walked to the park.
ดูคำตอบ
If we felt like it, we could walk to the park.
be at ease: รู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
ในประโยคนี้ be at ease หมายถึงรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ แทนที่จะกังวลหรือเก้อเขิน เป็นการบอกสภาวะของคนด้วยโครงสร้าง be + at ease around children บอกว่าใครมีผลต่อความรู้สึกสบายใจนั้น โครงสร้างนี้นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ง่าย เช่น be at ease around strangers, with a new group หรือ during a talk
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be at ease: After a warm welcome, the new student could ____ with the group.
ดูคำตอบ
be at ease
Imagine being invited ... and being left ... or being introduced: อนุประโยค -ing แบบถูกกระทำที่ขนานกัน
ในที่นี้ Imagine ตามด้วยอนุประโยค -ing ได้แก่ being invited, being left และ being introduced รูปเหล่านี้ไม่ใช่กริยาหลักในรูปกำลังกระทำ แต่อนุประโยค -ing ทั้งชุดคือสถานการณ์ที่ผู้พูดขอให้ผู้ฟังนึกภาพ รูป being + past participle แต่ละชุดเป็นรูปถูกกระทำ ดังนั้นคนในจินตนาการจึงเป็นผู้รับการกระทำ การใช้รูปเดิมซ้ำในรายการยาวที่เชื่อมด้วย and และ or ช่วยให้โครงสร้างขนานกันและทำให้ชัดว่าความเป็นไปได้ทั้งสามใช้มุมมองเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing แบบถูกกระทำของ invite, seat และ ask เพื่อเติมโครงสร้างขนานให้สมบูรณ์: Imagine ____ to the workshop, ____ near the front, or ____ to speak.
ดูคำตอบ
being invited · being seated · being asked
We may swiftly grow bewilderingly tongue-tied and inept. สำนวน
0:59เราอาจกลายเป็นคนติดอ่างและทำอะไรไม่ถูกอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
tongue-tied: พูดไม่ออกเพราะประหม่า
ในที่นี้ tongue-tied หมายถึงพูดได้ไม่ชัดหรือไม่คล่องอยู่ชั่วขณะเพราะประหม่า อาย หรือทำตัวไม่ถูก เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าลิ้นถูกมัดจริง ๆ คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าคนหนึ่งพยายามจะพูดแต่เอ่ยคำออกมาได้ยาก ไม่ใช่เพียงแค่เงียบ และมีความหมายเฉพาะกว่า nervous เพราะบอกผลของความประหม่าที่มีต่อการพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงอย่างเฉพาะเจาะจงว่าความประหม่าทำให้ Leo พูดได้ยาก
- After the question, Leo became tongue-tied and struggled to answer.
- After the question, Leo was speechless with surprise.
- After the question, Leo chose to stay silent.
ดูคำตอบ
After the question, Leo became tongue-tied and struggled to answer.
any of the normal things that ease social encounters
1:06สิ่งปกติใดๆ ที่ช่วยให้การเผชิญหน้าทางสังคมราบรื่นขึ้น
The reason is that + ประโยคย่อย
The reason is that ใช้ขึ้นต้นคำอธิบายเหตุผลของข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ที่กล่าวถึงไปแล้ว The reason is เป็นกรอบของประโยค และ that นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์ซึ่งบอกสาเหตุ โครงสร้างคือ The reason is that + ประธาน + กริยา ในภาษาอังกฤษที่ใช้แบบรอบคอบ ไม่เติม because หลัง that ให้พูดว่า The reason is that children are unable... ไม่ใช่ The reason is because children are unable....
แบบฝึกหัด
เติมคำอธิบายด้วยวลีที่กำหนดซึ่งใช้ขึ้นต้นประโยคย่อยบอกเหตุผลที่สมบูรณ์: ____ the roads are closed.
ดูคำตอบ
The reason is that
been up to: ถามถึงกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน
ใน what we've been up to นั้น have been up to ใช้ถามถึงกิจกรรมและประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน โดยในที่นี้มีความหมายประมาณว่า “ช่วงนี้เราทำอะไรมาบ้าง” Present perfect ใน have been เชื่อมช่วงที่ผ่านมาเข้ากับปัจจุบัน ส่วน what we've been up to ทั้งหมดคือเนื้อหาที่ถูกถามถึงหลัง about และ up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทิศทาง “ขึ้นข้างบน” ในบริบทนี้ วลีดังกล่าวเป็นเพียงการชวนคุยอย่างสุภาพตามปกติ ไม่ได้แสดงความสงสัยว่าอีกฝ่ายแอบทำเรื่องไม่ดี
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยรูป present perfect ของ be up to: We haven't talked for months. What have you ____ lately?
ดูคำตอบ
been up to
do the news or the weather: พูดคุยเรื่องที่คุ้นเคย
ในที่นี้ do เป็นคำกริยาไม่เป็นทางการที่มีความหมายกว้างและยืดหยุ่น หมายถึงการทำหรือจัดการกิจกรรมที่คุ้นเคย Do the news or the weather หมายถึงการพูดคุยเรื่องข่าวหรือสภาพอากาศในฐานะหัวข้อชวนคุยทั่วไป ข้อความรอบข้างเป็นรายการเกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคม ดังนั้น do จึงใช้สรุปกิจวัตรในการสนทนา ไม่ได้หมายถึงการสร้างข่าว การจัดรายการข่าว หรือการสร้างสภาพอากาศ
แบบฝึกหัด
ในประโยค They don't do the news or the weather คำว่า do หมายถึงอะไรในบริบททางสังคมนี้?
- พวกเขาไม่ได้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ข่าวหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
- พวกเขาไม่ได้ผลิตรายการข่าวหรือพยากรณ์อากาศ
- พวกเขาไม่พูดคุยเรื่องข่าวหรือสภาพอากาศในฐานะหัวข้อชวนคุย
ดูคำตอบ
พวกเขาไม่พูดคุยเรื่องข่าวหรือสภาพอากาศในฐานะหัวข้อชวนคุย
If we ask them why they like a toy or a film,
1:24ถ้าเราถามว่าทำไมพวกเขาถึงชอบของเล่นหรือภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง
tend to + กริยารูปพื้นฐาน: แนวโน้มที่เกิดขึ้นบ่อย
ในที่นี้ tend to หมายถึง “มักจะทำ” หรือ “ทำบ่อย ๆ” ใช้บอกแบบแผนที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ประโยคนี้บอกว่าเด็ก ๆ มักมีปฏิกิริยาแบบนี้เมื่อถูกถามถึงเหตุผล ใช้โครงสร้าง tend to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น tend to look และ tend to say ถ้าประธานเป็น he, she หรือ it ให้ใช้ tends to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง tend to ในรูปที่ถูกต้อง: When the weather turns cold, our cat ____ sleep beside the heater.
ดูคำตอบ
tends to
look blank: แสดงความงุนงงทางสีหน้า
ในที่นี้ look ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อม และ blank อธิบายสีหน้าของคน Look blank หมายถึงดูสับสน ไม่เข้าใจ หรือไม่รู้ว่าจะพูดอะไร สำนวนนี้บอกปฏิกิริยาที่มองเห็นได้ ไม่ได้หมายถึงการมองพื้นผิวที่ว่างเปล่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดอธิบายสีหน้าสับสนที่มองเห็นได้หลังจากถูกถามได้ดีที่สุด
- Leo looked blank when I asked him to explain the rule.
- Leo drew a blank when he tried to remember the password.
- Leo's mind went blank during his speech.
ดูคำตอบ
Leo looked blank when I asked him to explain the rule.
children present formidable and fascinating barriers
1:32เด็กๆ กลับนำเสนออุปสรรคที่น่าเกรงขามและน่าหลงใหล
for all their sweetness: ยอมรับข้อเท็จจริงก่อนแสดงความขัดแย้ง
for all their sweetness หมายถึง “แม้ว่าเด็ก ๆ จะน่ารักมาก” หรือ “ถึงเด็ก ๆ จะมีความน่ารักอยู่มากก็ตาม” ในที่นี้ their อ้างถึง children และ sweetness เป็นคุณลักษณะเชิงบวก โครงสร้าง for all + นามวลีใช้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงตามด้วยผลหรือข้อคิดเห็นในประโยคหลักที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงนั้น ไม่ได้หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีไว้ “สำหรับทุกคน”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลี for all his inexperience เพื่อแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์: ____, Amir handled the interview calmly.
ดูคำตอบ
For all his inexperience
which is also why they are the greatest tests
1:37ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
of one's mastery of the arts of charm and kindness.
1:39สำหรับความเชี่ยวชาญในศิลปะแห่งเสน่ห์และความเมตตาของคนๆ หนึ่ง
a few moving examples of accomplished adults
1:46ตัวอย่างที่น่าประทับใจสองสามตัวอย่างของผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ
get on well with someone: มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคน
get on well with someone หมายถึงมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและสบายใจกับบุคคลหรือกลุ่มนั้น ในประโยคนี้หมายความว่าผู้ใหญ่กับเด็ก ๆ เข้ากันได้อย่างราบรื่น ในที่นี้ get on เป็นกริยาวลี และ well บอกคุณภาพของความสัมพันธ์ รูปแบบทั่วไปคือ get on well with + บุคคลหรือกลุ่ม โดยเปลี่ยน get เป็น gets, getting หรือ got ตามประธานและกาล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get on well with: Leo is friendly and ____ his teammates.
ดูคำตอบ
gets on well with
the man who more or less began Western philosophy, วลี
1:55ชายผู้ซึ่งแทบจะเป็นผู้ริเริ่มปรัชญาตะวันตก
More or less: ทำให้ข้อความกว้าง ๆ ไม่ฟันธง
ในประโยคนี้ more or less หมายถึง “กล่าวโดยกว้าง ๆ” หรือ “โดยส่วนใหญ่” วลีนี้ทำให้คำกล่าวที่ว่าชายคนนั้นเป็นผู้เริ่มต้นปรัชญาตะวันตกไม่ฟันธงเกินไป และชี้ว่านี่เป็นการสรุปที่ช่วยให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แม่นยำและไม่มีข้อโต้แย้งเลย ใช้ more or less เพื่อบอกว่าข้อความหนึ่งถูกต้องโดยรวม แต่ยังเปิดพื้นที่ให้รายละเอียด ข้อยกเว้น หรือความไม่แน่นอน ในที่นี้วลีนี้ขยายข้อกล่าวอ้างทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด ไม่ได้ถามว่ามีปริมาณมากกว่าหรือน้อยกว่า
แบบฝึกหัด
ความหมายใดเหมาะกับ more or less ที่สุดในประโยคนี้: The repair is more or less finished, but one small part still needs paint.
- งานซ่อมเสร็จถึงระดับที่วัดไว้อย่างแม่นยำ
- งานซ่อมอาจต้องใช้สีในปริมาณมากขึ้นหรือน้อยลง
- งานซ่อมโดยรวมเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ทั้งหมด
ดูคำตอบ
งานซ่อมโดยรวมเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ทั้งหมด
ข้อสังเกตของมงแตญเกี่ยวกับโสเครตีส
มงแตญคือผู้เขียนความเรียงและนักคิดชาวฝรั่งเศสในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาที่กล่าวข้อสังเกตนี้ ส่วนโสเครตีสคือนักปรัชญากรีกโบราณที่มงแตญกำลังพูดถึงชีวิตของเขา คำอธิบายที่แทรกว่า 'ผู้ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้เริ่มต้นปรัชญาตะวันตก' ก็หมายถึงโสเครตีส ไม่ใช่มงแตญ มงแตญเน้นว่าความสามารถพิเศษของโสเครตีสในการเล่นกับเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง การอ้างถึงเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าปัญญาและความสามารถในการเล่นสนุกกับเด็กสามารถอยู่ในคนคนเดียวกันได้
แบบฝึกหัด
ข้อใดระบุบุคคลสองคนในประโยคได้ถูกต้อง?
- มงแตญเป็นผู้กล่าวข้อสังเกต และโสเครตีสถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาตะวันตกในยุคแรก
- โสเครตีสเป็นผู้กล่าวข้อสังเกต และมงแตญถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาตะวันตกในยุคแรก
- มงแตญและโสเครตีสเป็นชื่อสองชื่อของคนคนเดียวกัน
ดูคำตอบ
มงแตญเป็นผู้กล่าวข้อสังเกต และโสเครตีสถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาตะวันตกในยุคแรก
โครงสร้างเปรียบเทียบ nothing more notable ... than that
รูปแบบ nothing more + คำคุณศัพท์ + than X ใช้ขั้นกว่าเพื่อแสดงระดับสูงสุด กล่าวคือ ไม่มีสิ่งอื่นใดมีคุณสมบัตินั้นในระดับที่สูงกว่า X ในประโยคนี้ X คืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ซึ่งกล่าวว่าโสเครตีสมีพรสวรรค์ในการเล่นกับเด็ก มงแตญจึงเสนอข้อเท็จจริงนี้ว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในชีวิตของโสเครตีส ในรูปแบบนี้ nothing more notable เปรียบเทียบระดับความโดดเด่น ไม่ใช่จำนวนสิ่งที่โดดเด่น ประโยคไม่ได้หมายความว่าชีวิตของโสเครตีสไม่มีเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ nothing more encouraging ... than that: The doctor found ____ in the latest results ____ the treatment was helping every patient.
ดูคำตอบ
nothing more encouraging · than that
โครงสร้าง be gifted at + -ing
gifted at playing ใช้โครงสร้าง be gifted at + กิจกรรม หมายความว่าคนหนึ่งมีความสามารถโดยธรรมชาติที่โดดเด่นในกิจกรรมนั้น ในที่นี้ gifted เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่รูปถูกกระทำที่หมายถึง “ถูกมอบให้เป็นของขวัญ” เนื่องจาก at เป็นคำบุพบท ถ้ามีคำกริยาตามหลังต้องใช้รูป -ing เช่น is gifted at playing, drawing หรือ solving และต้องมีรูปที่เหมาะสมของ be อยู่หน้า gifted
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีความสามารถโดยธรรมชาติที่โดดเด่นใน”: Lina is ____ solving logic puzzles.
ดูคำตอบ
gifted at
equally become and equally honor a wise man. การใช้คำ
2:11ล้วนมีความเหมาะสมและให้เกียรติแก่ชายผู้มีปัญญาอย่างเท่าเทียมกัน
equally become: become ในความหมายว่า “เหมาะกับหรือคู่ควรกับ”
ในที่นี้ become เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม หมายถึง “เหมาะกับ” หรือ “คู่ควรกับ” ไม่ได้หมายถึง “กลายเป็น” ประธานคือ all actions ส่วน a wise man เป็นกรรมร่วมของ become และ honor กล่าวคือ ปรัชญาบอกว่าการกระทำทุกอย่างเหมาะกับผู้มีปัญญาเท่า ๆ กัน และให้เกียรติเขาเท่า ๆ กัน รูปแบบที่นำไปใช้กับประโยคอื่นได้คือ something becomes someone ในภาษาอังกฤษแบบเก่าหรือเป็นทางการ รูปแบบนี้บอกว่าสิ่งหนึ่งเหมาะกับบุคลิก ฐานะ หรือรูปลักษณ์ของบุคคล
แบบฝึกหัด
ใน “Such patience becomes a leader.” คำว่า becomes หมายถึงอะไร
- ทำให้ผู้นำมีความอดทน
- เหมาะกับผู้นำและคู่ควรกับบทบาทนั้น
- กลายเป็นผู้นำ
ดูคำตอบ
เหมาะกับผู้นำและคู่ควรกับบทบาทนั้น
is remembered as one of the most benign French monarchs
2:20ได้รับการจดจำในฐานะกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ทรงพระเมตตาที่สุดพระองค์หนึ่ง
Henri IV, King of France from 1589 to 1610: พระนาม พระอิสริยยศ และช่วงครองราชย์
วลีนี้ระบุว่า Henri IV คือกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสที่ครองราชย์ตั้งแต่ปี 1589 ถึง 1610 ตัว IV คือเลขโรมันสี่ และเมื่ออยู่หลังพระนามของกษัตริย์จะอ่านว่า “the Fourth” ส่วน Henri เป็นรูปภาษาฝรั่งเศสของชื่อ Henry ข้อความระหว่างเครื่องหมายจุลภาคเพิ่มพระอิสริยยศและช่วงเวลาครองราชย์ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านระบุตัวบุคคลในประวัติศาสตร์ได้ ไม่ได้เป็นการแนะนำบุคคลอีกคนหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกข้อความที่ได้ยินให้ตรงที่สุด โดยสังเกตว่าพระนามลำดับคือ Fourth, Fourteenth หรือ Fifth
- Henri the Fourth was King of France from 1589 to 1610.
- Henri the Fifth was King of France from 1589 to 1610.
- Henri the Fourteenth was King of France from 1589 to 1610.
ดูคำตอบ
Henri the Fourth was King of France from 1589 to 1610.
who also happened to be very sweet around children. ไวยากรณ์
2:23ซึ่งทรงอ่อนโยนกับเด็กๆ เป็นอย่างมากเช่นกัน
happened to be: นำเสนอข้อเท็จจริงเป็นข้อมูลเสริม
happen to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำหรือข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่คาดคิด หรือเป็นข้อมูลเสริมจากประเด็นหลัก happened เป็นรูปอดีต ดังนั้น happened to be จึงหมายถึง “บังเอิญเป็นหรืออยู่ในสภาพนั้น” ไม่ได้หมายถึง “กลายเป็น” ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเสนอความอ่อนโยนของกษัตริย์ต่อเด็ก ๆ เป็นลักษณะเพิ่มเติม ไม่ใช่ใจความหลัก ในบริบทอื่น โครงสร้างเดียวกันอาจใช้บอกข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังไม่คาดคิด แม้จะไม่ได้มีเหตุบังเอิญจริง ๆ ก็ตาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “บังเอิญเป็น”:The person I asked for directions ____ a tour guide.
ดูคำตอบ
happened to be
On one occasion, famously painted by Ingres, วัฒนธรรม
2:26ในเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งโด่งดังจากภาพวาดของแองกร์
famously painted by Ingres ขยาย occasion
คำว่า famously painted by Ingres อธิบาย one occasion โดยเป็นรูปย่อของ “an occasion that was famously painted by Ingres” ในที่นี้ painted หมายถึง “ถูกถ่ายทอดไว้ในภาพวาด” ดังนั้นสิ่งที่เป็นหัวข้อของผลงานศิลปะคือเหตุการณ์หรือฉาก ไม่ใช่คำว่า occasion Ingres เป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสคนสำคัญ ชื่อของเขาระบุว่าใครเป็นศิลปิน ส่วน famously บอกว่าภาพที่ถ่ายทอดฉากนี้เป็นที่รู้จักกันดี ในทางไวยากรณ์ วลีนี้ขยาย occasion ไม่ได้ขยายพระเจ้าอองรีที่ 4 โดยตรง
แบบฝึกหัด
ในส่วน “On one occasion, famously painted by Ingres,” วลี famously painted by Ingres อธิบายสิ่งใด?
- เหตุการณ์หรือฉากที่กล่าวถึง
- ภาพเหมือนของ Ingres เอง
- กษัตริย์ในฐานะบุคคล
ดูคำตอบ
เหตุการณ์หรือฉากที่กล่าวถึง
found him pretending to be: find + กรรม + กริยา-ing
ใน found him pretending to be a horse คำว่า found หมายถึง “พบเห็นหรือสังเกตเห็น” ไม่ใช่ “ตามหาคนที่หายไปจนเจอ” him เป็นกรรมของ found และ pretending บอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นอยู่แล้วตอนที่ทูตเห็นเขา รูปแบบ find + กรรม + กริยา-ing ช่วยเล่าฉากที่บังเอิญไปเห็นใครกำลังทำบางอย่างได้อย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย found + Leo + รูป -ing ของ sleep เพื่อแสดงว่าคุณพบเขาขณะกำลังทำสิ่งนั้นอยู่: We ____ on the sofa.
ดูคำตอบ
found Leo sleeping
Rather than interrupt: rather than + กริยารูปพื้นฐาน
Rather than interrupt นำเสนอการขัดจังหวะว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้เลือก วลีนี้สร้างความเปรียบต่าง แล้วประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าบุคคลนั้นเลือกทำอะไรแทน ตรงนี้ interrupt ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน แม้เรื่องราวจะเกิดขึ้นในอดีต rather than + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำที่ไม่เลือก ส่วนกริยาหลักเป็นตัวบอกกาลของประโยค
แบบฝึกหัด
ใช้ rather than + รูปพื้นฐานของ interrupt: Rather than ____ the meeting, Ava waited until the speaker finished.
ดูคำตอบ
interrupt
Henri kept the ambassador waiting a little while, ไวยากรณ์
2:37พระเจ้าอองรีกลับให้เอกอัครราชทูตรออยู่ครู่หนึ่ง
keep + กรรม + กริยา-ing ใน kept the ambassador waiting
ใน kept the ambassador waiting คำว่า kept ไม่ได้แปลว่า “เป็นเจ้าของ” แต่หมายถึง “ทำให้ใครบางคนยังคงอยู่ในสภาวะหรือการกระทำที่ต่อเนื่อง” โดย the ambassador เป็นกรรม และ waiting เป็นส่วนเติมเต็มรูป -ing ที่อธิบายสภาวะการรอที่ดำเนินต่อไป โครงสร้าง keep + กรรม + กริยา-ing เน้นผลที่เกิดขึ้นและระยะเวลา กล่าวคือ ใครบางคนทำสิ่งหนึ่งต่อไปเพราะการกระทำหรือความล่าช้าของประธาน ในที่นี้ a little while จำกัดระยะเวลาการรอว่าไม่นาน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ keep และรูป -ing ของ wait เติมประโยคให้สมบูรณ์: The delayed meeting ____ Maya ____ for thirty minutes.
ดูคำตอบ
kept · waiting
sending out a strong signal เพื่อสื่อจุดยืนที่ชัดเจนทางอ้อม
ในที่นี้ sending out a strong signal เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ การกระทำสื่อถึงท่าทีหรือลำดับความสำคัญที่ชัดเจน แม้ไม่มีใครส่งสัญญาณวิทยุหรือสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จริง ๆ คำว่า strong หมายถึง “ชัดเจนและสังเกตได้ง่าย” ไม่ใช่ทรงพลังทางกายภาพ อนุประโยค -ing นำเสนอข้อความนี้เป็นผลจากการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วนวลีที่ยาวกว่า of where ... priorities should sometimes lie หมายความว่า การกระทำนั้นแสดงให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าวเชื่อว่าในบางเวลาเรื่องใดควรได้รับความสนใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ sending out a strong signal ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อหมายถึงการกระทำที่สื่อคุณค่าอย่างชัดเจน?
- The technician checked whether the antenna was sending out a strong signal.
- The radio tower was sending out a strong signal across the valley.
- By canceling the unfair rule, the school was sending out a strong signal that every student mattered.
ดูคำตอบ
By canceling the unfair rule, the school was sending out a strong signal that every student mattered.
their obvious socially endorsed strengths around children.
2:50จุดแข็งที่สังคมยอมรับอย่างชัดเจนของพวกเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็ก
What's touching ... is that: การบอกเหตุผลที่รองรับการประเมิน
What's touching in these cases is that ... เริ่มจากบอกคุณลักษณะที่กำลังประเมินก่อน นั่นคือ touching จากนั้นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that หลัง is จะบอกข้อเท็จจริงที่ทำให้กรณีเหล่านี้น่าซาบซึ้ง ในที่นี้ what นำหน้าอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนนามวลีและหมายถึง “สิ่งที่” ไม่ใช่คำถามโดยตรง โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนจากการยกตัวอย่างไปสู่การวิเคราะห์ได้: What's + คำคุณศัพท์แสดงการประเมิน + บริบท + is that + ข้อเท็จจริงสนับสนุน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อระบุข้อเท็จจริงที่สนับสนุนการประเมิน?
- It's impressive that the team finished early.
- What's impressive about the project?
- What's impressive about the project is that the team finished early.
ดูคำตอบ
What's impressive about the project is that the team finished early.
Socrates didn't opt to deliver lectures about metaphysics. การใช้คำ
2:54โสกราตีสไม่ได้เลือกที่จะบรรยายเกี่ยวกับอภิปรัชญา
opt to + คำกริยา: การเลือกอย่างตั้งใจ
Opt to หมายถึง “เลือกที่จะทำ” และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน: opt to deliver, opt to wait, opt to leave ในประโยคนี้ didn't opt to deliver แสดงว่าการบรรยายไม่ใช่แนวทางที่โสเครตีสเลือก คำว่า opt มักฟังกระชับและเป็นทางการกว่า choose จึงพบได้บ่อยในบทวิเคราะห์และรายงาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ opt to: When roads are icy, we often ____ work from home.
ดูคำตอบ
opt to
Henri IV didn't sit impassively on a golden throne
2:57พระเจ้าอองรีที่ 4 ไม่ได้ประทับเฉยเมยบนบัลลังก์ทองคำ
They put aside their well-known virtues and prestige กริยาวลี
3:02พวกเขาละทิ้งคุณธรรมและชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จักไป
Put aside: หยุดพิจารณาบางสิ่งไว้ชั่วคราว
Put aside หมายถึงหยุดพิจารณาหรือหยุดพึ่งพาบางสิ่งไว้ชั่วคราว ในประโยคนี้ พวกเขาเลือกที่จะไม่ใช้คุณธรรมและชื่อเสียงที่คนรู้จักดีเป็นข้อได้เปรียบ คุณสมบัติเหล่านั้นยังคงอยู่ เพียงแต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่กำหนดการปฏิสัมพันธ์ในตอนนั้น กริยาวลีนี้ยังใช้กับความรู้สึก ความคิดเห็น ความขัดแย้ง หรืองานที่พักไว้เพื่อให้มีสมาธิกับสิ่งอื่นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “หยุดพิจารณาชั่วคราว”: During the discussion, let's ____ our personal feelings and focus on the evidence.
ดูคำตอบ
put aside
Make themselves vulnerable: จงใจเปิดตัวเองรับความเสี่ยง
โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งหนึ่งกลายเป็นสภาพใดสภาพหนึ่ง” ใน make themselves vulnerable คำว่า themselves ย้อนกลับไปหมายถึงคนที่ทำการกระทำนั้น พวกเขาจงใจทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพที่เปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น Vulnerable ในที่นี้เกี่ยวข้องกับอารมณ์หรือสังคมเป็นหลัก พวกเขายอมรับโอกาสที่จะรู้สึกอับอาย ถูกวิจารณ์ หรือเจ็บปวด เพื่อจะเปิดใจกับผู้อื่นได้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าร่างกายอ่อนแอลงหรือขาดความสามารถ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่เน้นว่าโอลิเวียเปิดตัวเองรับความเสี่ยงทางอารมณ์อย่างตั้งใจ: Olivia chose to ____ by admitting that she was afraid.
ดูคำตอบ
make herself vulnerable
as one must whenever friendship is at stake. สำนวน
3:08ดังที่คนเราต้องทำเมื่อใดก็ตามที่มีมิตรภาพเป็นเดิมพัน
at stake: ผลลัพธ์สำคัญอาจสูญเสียไป
ใน friendship is at stake คำว่า at stake หมายความว่าโอกาสหรืออนาคตของมิตรภาพขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และอาจสูญเสียไปได้ มิตรภาพคือผลลัพธ์สำคัญที่กำลังมีได้มีเสีย ไม่ใช่วัตถุจริง ๆ โครงสร้างคือ be at stake ให้วางผลลัพธ์หรือสิ่งมีค่าก่อน be เช่น ความสัมพันธ์ สิทธิ ชื่อเสียง หรือความปลอดภัย โครงสร้างนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการตัดสินใจหรือการกระทำจึงสำคัญ
แบบฝึกหัด
"friendship is at stake" ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร
- โอกาสหรืออนาคตของมิตรภาพขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และอาจสูญเสียไปได้
- มีคนกำลังใช้เสาไม้เพื่อทำเครื่องหมายให้มิตรภาพ
- มิตรภาพจบลงแล้ว จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้
ดูคำตอบ
โอกาสหรืออนาคตของมิตรภาพขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และอาจสูญเสียไปได้
by those who might have described them as silly or undignified,
3:13โดยบรรดาผู้ที่อาจมองว่าพวกเขางี่เง่าหรือไร้ศักดิ์ศรี
lay themselves open to attack: ทำให้ตนเองเสี่ยงต่อการถูกวิจารณ์
ในประโยคนี้ lay themselves open to attack หมายถึงพวกเขาจงใจทำให้ตนเองเสี่ยงต่อการถูกวิจารณ์หรือเยาะเย้ย คำว่า attack ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ คือคนอื่นอาจเรียกพวกเขาว่าโง่หรือไม่มีความสง่างาม ประโยคไม่ได้บอกว่ามีใครทำร้ายร่างกายพวกเขา โครงสร้างคือ lay + คำสรรพนามสะท้อนกลับ + open to + คำนามหรือรูป -ing การกระทำของประธานเองทำให้เกิดความเปราะบางนี้ สื่อถึงการเปิดโอกาสให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ไม่ได้ยืนยันว่าปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าการเลือกของ Maya เองทำให้เธออาจถูกวิจารณ์ แต่ไม่ได้บอกว่าการวิจารณ์เกิดขึ้นจริง
- Maya laid herself open to criticism by sharing the unfinished plan.
- Maya came under criticism after sharing the unfinished plan.
- Maya criticized the unfinished plan herself.
ดูคำตอบ
Maya laid herself open to criticism by sharing the unfinished plan.
implicitly understanding that friendship can only emerge
3:17ด้วยความเข้าใจโดยปริยายว่ามิตรภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ
when we let the fragile, unadorned parts of us meet,
3:20เราปล่อยให้ส่วนที่เปราะบางและไร้การตกแต่งของเรามาพบกัน
without artifice: โดยไม่มีการเสแสร้งที่จงใจวางแผนไว้
Artifice เป็นคำค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงการเสแสร้งที่จงใจวางแผนไว้ หรือการแสดงอย่างแนบเนียนเพื่อซ่อนความคิดหรือความรู้สึกที่แท้จริงของใครบางคน ในที่นี้ without artifice เป็นวลีบอกลักษณะที่ขยาย meet หมายถึงการพบกันโดยไม่มีหน้ากากทางสังคมหรือการแสดงที่วางแผนไว้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเผยด้านที่เปราะบางของตนอย่างจริงใจ ไม่ได้หมายถึง “ไม่มีศิลปะ” หรือ “ไม่มีทักษะ”
แบบฝึกหัด
วลีใดมีความหมายตรงกับ “โดยไม่มีการเสแสร้งหรือหลอกลวงที่จงใจวางแผนไว้” มากที่สุด
- without effort
- without artifice
- without artistry
ดูคำตอบ
without artifice
with creatures who were in so many respects entirely alien to them. การใช้คำ
3:32กับสิ่งมีชีวิตที่ในหลายๆ ด้านแปลกประหลาดไปจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
find common ground: ค้นหาพื้นฐานร่วมกัน
To find common ground หมายถึงการค้นหาความเชื่อ เป้าหมาย ความสนใจ ความรู้สึก หรือประสบการณ์ที่คนต่างกันมีร่วมกัน คำว่า ground ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงพื้นฐานร่วมที่ช่วยให้พวกเขาเข้าใจกันหรือพูดคุยกันต่อได้ วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยกันทุกเรื่อง ในประโยคนี้ ชายทั้งสองเชื่อมสัมพันธ์กับเด็กที่ดูแตกต่างจากตนมากด้วยการค้นหาความรู้สึกหรือความเข้าใจที่มีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
Mira และ Leo เห็นต่างกันเรื่องงบประมาณ แต่ทั้งคู่ต้องการให้โครงการปลอดภัย ถ้าพวกเขา find common ground หมายความว่าอย่างไร
- ทั้งคู่ตัดสินใจหยุดพูดคุยเรื่องโครงการ
- ทั้งคู่เห็นว่าความปลอดภัยเป็นเป้าหมายที่มีร่วมกัน
- ทั้งคู่ตกลงรายละเอียดทุกอย่างของงบประมาณแล้ว
ดูคำตอบ
ทั้งคู่เห็นว่าความปลอดภัยเป็นเป้าหมายที่มีร่วมกัน
“entirely alien to them”: ไม่คุ้นเคยสำหรับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้หมายถึงมนุษย์ต่างดาว
ในที่นี้ alien เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่น entirely alien to them หมายถึงอยู่นอกเหนือประสบการณ์หรือความเข้าใจของพวกเขาโดยสิ้นเชิง ดังนั้นคนที่ถูกกล่าวถึงจึงดูไม่คุ้นเคยและแตกต่างอย่างมากในสายตาพวกเขา โครงสร้าง be alien to + บุคคลหรือกลุ่ม นำเสนอสิ่งหนึ่งจากมุมมองของบุคคลหรือกลุ่มนั้น โดยใช้บรรยายขนบธรรมเนียม ความคิด ความรู้สึก หรือประสบการณ์ได้ ในบริบทนี้ creatures เป็นการเรียกเด็ก ๆ ในเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่หลักฐานว่ามีความหมายแบบนิยายวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Their customs were entirely alien to Mia.” ใจความสำคัญหมายถึงอะไร
- ขนบธรรมเนียมของพวกเขาไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับมีอาเลย
- ขนบธรรมเนียมของพวกเขาพิสูจน์ว่าพวกเขามาจากดาวดวงอื่น
- กฎหมายห้ามมีอาเรียนรู้ขนบธรรมเนียมของพวกเขา
ดูคำตอบ
ขนบธรรมเนียมของพวกเขาไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับมีอาเลย
อุปมา “Cosmopolitans of the mind”
Cosmopolitans of the mind เป็นอุปมาที่สร้างสรรค์ โดยปกติ cosmopolitan หมายถึงคนที่รู้สึกสบายใจท่ามกลางประเทศหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ of the mind ย้ายความเปิดกว้างนั้นมาอยู่ในโลกของความคิดและจินตนาการ วลีนี้ชื่นชมคนที่มองข้ามประสบการณ์ของตนเองและเข้าไปทำความเข้าใจมุมมองที่ไม่คุ้นเคยได้ อนุประโยคถัดไปอธิบายอุปมานี้ว่า พวกเขาใช้จินตนาการค้นหาสิ่งที่เชื่อมผู้คนเข้าหากันแทนสิ่งที่แบ่งแยกผู้คน ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเดินทางมากหรืออาศัยอยู่ในเมืองนานาชาติ
แบบฝึกหัด
ใน “Cosmopolitans of the mind, they listened openly to unfamiliar viewpoints.” อุปมานี้สื่อถึงอะไร
- พวกเขาเปิดรับมุมมองที่อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของตนเองในทางความคิด
- พวกเขาทำงานเป็นมัคคุเทศก์มืออาชีพ
- พวกเขาเคยอาศัยอยู่ในเมืองนานาชาติขนาดใหญ่หลายแห่ง
ดูคำตอบ
พวกเขาเปิดรับมุมมองที่อยู่นอกเหนือประสบการณ์ของตนเองในทางความคิด
สิ่งที่ทำให้ผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกัน แทนที่จะเป็นสิ่งที่แบ่งแยก
อนุประโยค what ทั้งสองทำหน้าที่คล้ายคำนาม โดย what unites หมายถึง “สิ่งที่ทำให้ผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกัน” และ what divides people หมายถึง “สิ่งที่แบ่งแยกผู้คน” rather than นำส่วนที่มีโครงสร้างเหมือนกันสองส่วนมาเปรียบต่างแบบขนานกัน ทำให้ความเป็นหนึ่งเดียวเป็นจุดสนใจที่เลือกไว้ แต่ไม่ได้บอกว่าความแตกต่างหรือความแตกแยกไม่มีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what แบบขนานเพื่อให้สิ่งที่มีร่วมกันเป็นจุดสนใจที่เลือกไว้
- We should study what divides the community and ignore what unites it.
- We should study what unites and divides the community equally.
- We should study what unites the community rather than what divides it.
ดูคำตอบ
We should study what unites the community rather than what divides it.
and were able to locate somewhere within their characters
3:43และสามารถค้นพบภายในบุคลิกของพวกเขาเอง
trace embryonic forms: จุดเริ่มต้นเล็กน้อยที่ยังไม่พัฒนา
ในที่นี้ trace หมายถึงมีปริมาณน้อยมาก ส่วน embryonic หมายถึงอยู่ในระยะเริ่มต้นมากและยังไม่พัฒนา เมื่อนำมารวมกัน trace embryonic forms หมายถึงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความเป็นไปได้ที่มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่พัฒนา ถ้อยคำนี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่ความหมายทางชีววิทยา ผู้เขียนใช้เพื่อบอกว่าแม้แต่จุดเริ่มต้นที่เลือนรางของความเป็นไปได้แบบมนุษย์ก็อาจมีอยู่ภายในคนคนหนึ่งได้
แบบฝึกหัด
"trace embryonic forms" หมายถึงอะไรในประโยคนี้: "Several later ideas are already present in the early essay in trace embryonic forms."
- ในรูปของจุดเริ่มต้นเล็กน้อยที่ยังไม่พัฒนา
- ในรูปของคำอธิบายที่สมบูรณ์และพัฒนาเต็มที่
- ในรูปของตัวอ่อนทางชีววิทยาจริง ๆ
ดูคำตอบ
ในรูปของจุดเริ่มต้นเล็กน้อยที่ยังไม่พัฒนา
Draw upon: ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่
“Draw upon” หมายถึงการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในตัวเราหรือรอบตัวเรามาใช้เป็นทรัพยากร ในประโยคนี้ they หมายถึงผู้ที่มีทักษะทางสังคม ซึ่งดึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ ของมนุษย์ที่ตนมองเห็นในตัวเองมาใช้เพื่อทำความเข้าใจผู้อื่น โครงสร้างคือ draw upon + resource + to + purpose มักใช้กล่าวถึงประสบการณ์ ความรู้ หลักฐาน หรือความทรงจำในฐานะสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการกระทำหรือการตัดสิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่”: “To solve the design problem, the team had to ____ ideas from several fields.”
ดูคำตอบ
draw upon
Feel their way into: ค่อย ๆ ทำความเข้าใจมุมมองหนึ่ง
“Feel their way into” ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ผู้ที่มีทักษะทางสังคมค่อย ๆ เข้าใจความต้องการและมุมมองของคนแปลกหน้าด้วยความอ่อนไหวและความเห็นอกเห็นใจ โดยไม่มีแนวทางที่ชัดเจน สำนวนนี้เน้นความไม่แน่นอน ความระมัดระวัง และการค้นพบทีละขั้น คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามประธาน: feel my/your/his/her/our/their way into + an unfamiliar situation or perspective ส่วน Into ระบุประสบการณ์หรือมุมมองที่กำลังค่อย ๆ เข้าถึงทางความคิด ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ค่อย ๆ ทำความเข้าใจมุมมองที่ไม่คุ้นเคย”: “Rather than making quick assumptions, the counselors tried to ____ the family's point of view.”
ดูคำตอบ
feel their way into
even if they happen to be confident: ต่อให้บังเอิญพวกเขามั่นใจ
“Even if” ใช้เปิดเงื่อนไขเชิงยอมรับว่าอีกกรณีหนึ่งอาจเกิดขึ้นได้ ในที่นี้การเป็นคนมั่นใจถูกมองว่าเป็นความเป็นไปได้ แต่ไม่ทำให้ผลในประโยคหลักเปลี่ยนไป พวกเขายังคงเข้าใจด้านที่ขี้อายของตนเองได้ “happen to be” ทำให้ความมั่นใจฟังดูเป็นเพียงสถานการณ์ที่บังเอิญเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ประเด็นหลัก เมื่อรวมกัน วลีนี้ยอมรับความเป็นไปได้ที่ดูขัดกัน แต่ยังคงข้อสรุปหลักไว้
แบบฝึกหัด
ผู้พูดไม่รู้ว่าร้านปิดหรือไม่ ประโยคใดบอกว่าความเป็นไปได้ที่ร้านจะปิดไม่ขัดขวางการสั่งซื้อ
- Even though the shop is closed, we can order online.
- Even if the shop happens to be closed, we can order online.
- If the shop is closed, we can order online.
ดูคำตอบ
Even if the shop happens to be closed, we can order online.
be in touch with the more timid version of themselves: เชื่อมโยงกับด้านที่ขี้อายกว่าของตนเอง
“Be in touch with” ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการสังเกต เข้าใจ และเชื่อมโยงกับความรู้สึกหรือลักษณะภายใน ไม่ใช่การติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือข้อความ “The more timid version of themselves” หมายถึงด้านที่ขี้อายซึ่งอาจมีอยู่แต่แสดงออกน้อยกว่าของคนกลุ่มเดิม ไม่ใช่อีกคนหนึ่ง โครงสร้าง be in touch with + ความรู้สึก ด้าน หรือตัวตนแบบหนึ่งของตนเอง ใช้แสดงการตระหนักรู้ในตนเองได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “in touch with” ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการตระหนักรู้ในตนเอง
- After a quiet walk, Lena was more in touch with her patient side.
- I tried to get in touch with Lena by phone.
- Please keep in touch with Lena after she moves.
ดูคำตอบ
After a quiet walk, Lena was more in touch with her patient side.
to enter into the inner world of someone beset by money worries. โน้ต
4:16เพื่อเข้าสู่โลกภายในของคนที่ถูกรุมเร้าด้วยความกังวลเรื่องเงินได้
ใช้ “mobilize their own experience of anxiety” เป็นทรัพยากรทางใจ
ในที่นี้ mobilize หมายถึงการนำทรัพยากรอย่างหนึ่งมาใช้ให้เกิดผลโดยตั้งใจ ทรัพยากรนั้นคือประสบการณ์ความวิตกกังวลของพวกเขาเอง วลีนี้บรรยายกระบวนการทางใจ พวกเขานึกถึงว่าความวิตกกังวลให้ความรู้สึกอย่างไร แล้วใช้ความเข้าใจนั้นเพื่อเข้าใจผู้อื่น นี่เป็นการขยายความหมายเชิงนามธรรมจากการระดมคนหรือทรัพยากร ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายทางกายภาพหรือการระดมกำลังทหาร
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ mobilize ในตัวอย่างมากที่สุด
- หมายถึงการสั่งให้คนที่วิตกกังวลเข้าร่วมกองกำลังทหาร
- หมายถึงการตั้งใจใช้ประสบการณ์ความวิตกกังวลในอดีตของตนเป็นทรัพยากร
- หมายถึงการเคลื่อนย้ายความรู้สึกจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งทางกายภาพ
ดูคำตอบ
หมายถึงการตั้งใจใช้ประสบการณ์ความวิตกกังวลในอดีตของตนเป็นทรัพยากร
คำเปรียบเทียบใน “enter into the inner world”
Enter into the inner world เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการเข้าใจความรู้สึกส่วนตัว ความกลัว ความคิด และมุมมองของผู้อื่นอย่างเห็นอกเห็นใจ ไม่ได้มีการเข้าไปในสถานที่จริง โครงสร้างนี้นำเสนอชีวิตภายในของอีกคนหนึ่งว่าเป็นโลกที่เราอาจเข้าใกล้ได้ผ่านจินตนาการหรือประสบการณ์ที่มีร่วมกัน
แบบฝึกหัด
ข้อใดตรงกับความหมายของ enter into the inner world ในตัวอย่างมากที่สุด
- เข้าใจความรู้สึกส่วนตัวและมุมมองของอีกคนอย่างเห็นอกเห็นใจ
- ควบคุมความคิดของอีกคนหนึ่ง
- เข้าไปในห้องลับที่เป็นของอีกคนหนึ่งทางกายภาพ
ดูคำตอบ
เข้าใจความรู้สึกส่วนตัวและมุมมองของอีกคนอย่างเห็นอกเห็นใจ
beset by money worries: ถูกรุมเร้าด้วยความกังวลเรื่องเงิน
ในประโยคนี้ beset by money worries หมายถึงถูกรบกวนอย่างต่อเนื่องด้วยความกังวลเรื่องเงิน คำว่า beset ให้ความรู้สึกว่าปัญหานั้นยืดเยื้อและหลีกหนีได้ยาก จึงมีน้ำหนักมากและเป็นทางการกว่าการใช้ worried เพียงอย่างเดียว วลีนี้ตามหลัง someone ในรูปอนุประโยคขยายที่ย่อแล้ว โดย someone beset by money worries มีความหมายเท่ากับ someone who is beset by money worries คำกริยารูปพื้นฐาน รูปอดีต และรูป past participle ล้วนเป็น beset
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการสองคำจากบทเรียน: The clinic was ____ funding problems and staff shortages.
ดูคำตอบ
beset by
find a part of themselves that would love to prosper
4:25ค้นพบส่วนหนึ่งของตัวเองที่อยากจะเจริญรุ่งเรืองได้
whose professional life has gone very well indeed.
4:30ที่ชีวิตการทำงานของเขาเป็นไปได้ด้วยดีอย่างยิ่ง
engage warmly with someone: มีปฏิสัมพันธ์กับใครอย่างอบอุ่น
ในประโยคนี้ engage warmly with someone หมายถึงมีปฏิสัมพันธ์กับคนนั้นอย่างเป็นมิตร จริงใจ และใส่ใจ engage with สื่อถึงการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ส่วน warmly อธิบายลักษณะของปฏิสัมพันธ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ engage + คำวิเศษณ์ + with + บุคคลหรือกลุ่ม ความหมายมากกว่าการพบกันสั้น ๆ คือผู้พูดรับฟัง ตอบสนอง และไม่วางตัวห่างเหิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: At the welcome event, the volunteers tried to ____ every new family.
ดูคำตอบ
engage warmly with
The moves that these grand people made with kids
4:34การกระทำที่บุคคลผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้แสดงออกกับเด็กๆ
with anyone of whatever age who we want to bond with. วลี
4:39กับทุกคนในทุกช่วงวัยที่เราต้องการจะผูกมิตรด้วย
bond with someone: สร้างสายสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับใครสักคน
bond with someone หมายถึงค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ใกล้ชิดและไว้วางใจกับบุคคลนั้น ในประโยคนี้ การสร้างสายสัมพันธ์ดังกล่าวคือเป้าหมายของการนำวิธีปฏิบัติเหล่านี้ไปใช้กับคนทุกวัย โครงสร้างคือ bond with + บุคคลหรือกลุ่ม มีความหมายมากกว่าเพียงแค่ชอบหรือพูดคุยกับใคร เพราะเน้นว่าความสัมพันธ์ค่อย ๆ ใกล้ชิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและไว้วางใจค่อย ๆ พัฒนาขึ้น
- Over the season, the new player recognized her teammates.
- Over the season, the new player talked with her teammates.
- Over the season, the new player bonded with her teammates.
ดูคำตอบ
Over the season, the new player bonded with her teammates.
But it's particularly useful that these were grand people
4:42แต่มันก็มีประโยชน์อย่างยิ่งที่บุคคลเหล่านี้คือคนที่ยิ่งใหญ่
for what so often holds us back around others โน้ต
4:47เพราะสิ่งที่มักจะฉุดรั้งเราไว้เมื่ออยู่ใกล้ผู้อื่น
holds us back: ขัดขวางการลงมือทำหรือความก้าวหน้า
ในประโยคนี้ holds us back หมายถึง “ทำให้เราไม่สามารถลงมือทำได้อย่างอิสระหรือก้าวไปสู่สิ่งที่ต้องการ” สิ่งที่ขัดขวางในที่นี้คือความกลัวว่าจะเสียศักดิ์ศรี ไม่ใช่การที่ใครดึงอีกคนถอยหลังจริง ๆ โครงสร้างคือ hold + คน + back และเติม from + คำกริยา-ing เพื่อบอกการกระทำที่ถูกขัดขวางได้: Fear holds us back from speaking honestly.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ hold ... back: Fear can ____ from asking for help.
ดูคำตอบ
hold us back
and makes us cold when we deep down long to be close, โน้ต
4:49และทำให้เราดูเย็นชาทั้งที่ลึกๆ แล้วเราปรารถนาที่จะใกล้ชิด
deep down: ความรู้สึกแท้จริงที่ซ่อนอยู่
deep down หมายถึง “ในความรู้สึกส่วนตัวที่แท้จริงของใครคนหนึ่ง” โดยเฉพาะเมื่อความรู้สึกนั้นไม่ตรงกับสิ่งที่แสดงออกภายนอก ในที่นี้ ท่าทีเย็นชาภายนอกตรงข้ามกับความต้องการใกล้ชิดที่แท้จริง คำนี้เป็นวลีวิเศษณ์ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ใช้ครอบคลุมความคิดทั้งประโยคได้ และมักอยู่ใกล้ต้นอนุประโยค: Deep down, I knew the answer.
แบบฝึกหัด
ในประโยค "Deep down, Amir wanted to apologize, although he acted as if he did not care," deep down หมายถึงอะไร?
- ความรู้สึกที่แท้จริงภายในของเขาต่างจากพฤติกรรมที่แสดงออก
- เขารู้สึกถึงความต้องการนั้นอย่างรุนแรงและแสดงออกอย่างเปิดเผย
- เขาอยากไปยังสถานที่ที่อยู่ลึกลงไปมาก
ดูคำตอบ
ความรู้สึกที่แท้จริงภายในของเขาต่างจากพฤติกรรมที่แสดงออก
long to be close: โหยหาความใกล้ชิดทางใจ
ในที่นี้ long เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ปรารถนาอย่างแรงกล้าและลึกซึ้ง” โครงสร้างคือ long to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น long to be จึงหมายถึง “ปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่จะเป็นหรืออยู่ในสภาพหนึ่ง” มักสื่อถึงความปรารถนาที่ต่อเนื่องและมีอารมณ์เข้มข้นกว่า want to ใน long to be close คำว่า close หมายถึงการผูกพันหรือใกล้ชิดกันทางความรู้สึก ไม่ใช่อยู่ใกล้กันทางกายหรือ “ปิด” วลีนี้บอกว่าใต้ท่าทีเย็นชานั้นมีความปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่จะใกล้ชิดกันทางใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “long to”: After years away, she ____ return home.
ดูคำตอบ
longed to
what holds us back ... is a fear of a loss of dignity: สิ่งที่ฉุดรั้งเรา ... คือความกลัวว่าจะสูญเสียศักดิ์ศรี
ในที่นี้ what นำอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามคือ what so often holds us back around others ซึ่งมีความหมายเท่ากับ the thing that so often holds us back around others ดังนั้นอนุประโยคทั้งหมดจึงเป็นประธาน ไม่ใช่คำถามโดยตรง เนื่องจากประธานยาว กริยาหลักของทั้งประโยคจึงปรากฏภายหลัง คือ is โครงสร้าง อนุประโยค what + be + ส่วนระบุสิ่งนั้น จะเลื่อนคำตอบออกไปก่อน แล้วจึงบอกสาเหตุที่แท้จริงคือ a fear of a loss of dignity คุณสามารถใช้โครงสร้างนี้เพื่อนำเสนอปัจจัยที่ยังไม่ทราบก่อน แล้วจึงเปิดเผยภายหลังว่าปัจจัยนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
ในประโยค “What keeps Amir silent in meetings is a fear of making mistakes,” คำใดเป็นกริยาหลักของทั้งประโยค
- making
- is
- keeps
ดูคำตอบ
is
loss of dignity: การสูญเสียศักดิ์ศรี
ใน loss of dignity คำว่า dignity หมายถึงความเคารพที่บุคคลมีต่อตนเองและความเคารพที่ผู้อื่นแสดงต่อบุคคลนั้น A loss of dignity เกิดขึ้นเมื่อใครบางคนรู้สึกอับอาย ถูกทำให้ดูน่าขัน หรือถูกปฏิบัติราวกับว่าไม่สมควรได้รับความเคารพ ในที่นี้ วลีดังกล่าวเรียกความกลัวทางสังคมหรือทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าบุคคลนั้นสูญเสียสิทธิทางกฎหมาย งาน ตำแหน่ง หรือสถานะทางสังคมจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดคนหนึ่งถูกเยาะเย้ยต่อหน้าสาธารณชนและรู้สึกอับอาย แต่ระดับและชื่อเสียงของเขาไม่ได้เปลี่ยนไป วลีใดอธิบายประสบการณ์นี้ได้ดีที่สุด
- a loss of status
- a loss of reputation
- a loss of dignity
ดูคำตอบ
a loss of dignity
“Friendship begins and loneliness can end” ในฐานะข้อสรุปที่สมดุล
อนุประโยคทั้งสองสร้างความเปรียบต่างที่สมดุล “Friendship begins” แสดงการเริ่มต้นของสภาวะเชิงบวก ส่วน “loneliness can end” แสดงการสิ้นสุดของสภาวะเชิงลบ การเชื่อมทั้งสองด้วย and ทำให้ข้อสรุปกระชับและน่าจดจำ คำกริยาช่วย can ทำให้ข้อความไม่ฟันธงเกินไป กล่าวคือ ความเหงาอาจสิ้นสุดลงเมื่อเงื่อนไขที่ตามมาเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นเช่นนั้นแน่นอน รูปแบบนี้ใช้จับคู่พัฒนาการเชิงบวกกับความเป็นไปได้ที่สภาวะเชิงลบจะสิ้นสุดลงได้
แบบฝึกหัด
โครงสร้าง “Friendship begins and loneliness can end” ทำหน้าที่อย่างไร
- รับประกันว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งสองจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ผู้คนพบกัน
- บอกการกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
- จับคู่การเริ่มต้นของสิ่งเชิงบวกกับความเป็นไปได้ที่สภาวะเชิงลบจะสิ้นสุดลง
ดูคำตอบ
จับคู่การเริ่มต้นของสิ่งเชิงบวกกับความเป็นไปได้ที่สภาวะเชิงลบจะสิ้นสุดลง
“cease trying to impress”: โครงสร้าง cease + -ing
Cease + -ing หมายถึงการกระทำหรือความพยายามที่ดำเนินอยู่สิ้นสุดลง ในที่นี้ cease trying หมายถึง “หยุดพยายาม” ส่วน to impress บอกเป้าหมายของความพยายามนั้น คือการได้รับความชื่นชมหรือการยอมรับจากผู้อื่น ดังนั้น วลีนี้จึงหมายถึงการเลิกพยายามควบคุมว่าผู้อื่นจะมองเราอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการ cease + -ing ที่หมายถึง “หยุดพยายามเพื่อให้ได้รับความชื่นชม”: The team ____ the judges and focused on solving the problem.
ดูคำตอบ
ceased trying to impress
have the courage to step outside our safety zones สำนวน
5:00มีความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของเรา
ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ step outside our safety zones
ในประโยคนี้ step outside our safety zones ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ safety zone คือขอบเขตพฤติกรรมที่คุ้นเคยและควบคุมได้ ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่ามีโอกาสน้อยที่จะล้มเหลวหรืออับอาย การก้าวออกจากขอบเขตนี้หมายถึงการลองทำสิ่งที่สบายใจน้อยลงและยอมรับความเสี่ยงทางสังคมหรือส่วนตัวบางอย่าง ความเสี่ยงในที่นี้คือการยอมให้ตัวเองดูน่าขันเล็กน้อย สำนวนนี้เปรียบการเติบโตกับการก้าวเลยสิ่งที่รู้สึกว่าปลอดภัยออกไปเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงการออกจากเขตคุ้มครองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ step outside a safety zone ในความหมายเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกับตัวอย่าง
- Joining the school play helped Leo step outside his safety zone.
- Leo stayed with the activities he already knew well.
- The sign warns visitors not to step outside the marked safety zone.
ดูคำตอบ
Joining the school play helped Leo step outside his safety zone.
โครงสร้างและความหมายของ can dare ... to look a little ridiculous
can dare ... to look ใช้โครงสร้าง dare to + กริยารูปพื้นฐาน นั่นคือ dare to look ในที่นี้ dare หมายถึงมีความกล้าพอที่จะทำสิ่งที่อาจรู้สึกว่าเสี่ยงหรือน่าอาย ส่วน can บอกว่าการรวบรวมความกล้านั้นเป็นไปได้ for a time แทรกอยู่ระหว่าง dare กับ to look แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้าง dare to วลีนี้จำกัดช่วงเวลาที่ดูน่าอึดอัดให้เป็นเพียงชั่วคราว ขณะที่ a little ช่วยลดระดับความแรงของ ridiculous ส่วน look ridiculous หมายถึงดูน่าขัน ไม่ใช่จงใจทำตัวไร้เหตุผล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่หมายถึง 'สามารถมีความกล้าที่จะ': When everyone feels safe, we ____ look a little ridiculous and test a wild idea.
ดูคำตอบ
can dare to
Did you know that The School of Life is actually a place,
5:11คุณรู้หรือไม่ว่า The School of Life เป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง