สสารที่อันตรายที่สุดในจักรวาล - อธิบายเรื่องดาวประหลาด (Strange Stars): บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,093 คำ 177 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: แรงดันในดาวนิวตรอนอาจสร้างสสารประหลาด วิดีโอเสนอภัยจาก strangelet แต่ย้ำว่ายังเป็นเพียงการคาดคะเน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “the harder you pull, the harder they try”——ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบสำหรับการเปลี่ยนแปลงสองอย่างที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน 2. “But then again,” / “Except when”——วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ติดตามการหักมุมที่ลดความน่ากลัวก่อนเปิดเผยข้อยกเว้น 3. “But then again, maybe not. This is speculation,”——วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการถอยจากข้ออ้างที่น่าตื่นเต้นและแยกความเป็นไปได้ออกจากหลักฐาน

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Neutron stars are the densest things that are not black holes.

0:00

ดาวนิวตรอนเป็นสิ่งที่หนาแน่นที่สุดที่ไม่ใช่หลุมดำ

In their cores,

0:05

ในแกนกลางของพวกมัน

we might find the most dangerous substance in existence,

0:06

เราอาจพบสสารที่อันตรายที่สุดเท่าที่มีอยู่

strange matter.

0:10

นั่นคือ สสารประหลาด

A bizarre thing so extreme that it bends the rules of the universe ไวยากรณ์

0:11

สิ่งแปลกประหลาดสุดขั้วจนสามารถบิดเบือนกฎของจักรวาล

ไวยากรณ์

so extreme that: ระดับความมากที่นำไปสู่ผลลัพธ์

ในโครงสร้าง so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค คำว่า so เพิ่มระดับของคำคุณศัพท์ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลที่ตามมา ในที่นี้ so extreme that หมายความว่าสิ่งนั้นสุดขั้วมากจนทำให้เกิดผลต่อไปนี้ คือมันบิดเบือนกฎของจักรวาล so ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ดังนั้น” ให้เข้าใจ so extreme that เป็นโครงสร้างบอกผลทั้งชุด ซึ่งหมายถึง “สุดขั้วถึงระดับที่...”.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกระดับและผลให้สมบูรณ์: The storm was ____ strong ____ it knocked down several trees.

ดูคำตอบ

so · that

and could infect and destroy everything it comes into contact with. วลี

0:16

และสามารถแพร่เชื้อและทำลายทุกสิ่งที่มันสัมผัสได้

วลี

come into contact with: การสัมผัสหรือได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Come into contact with หมายถึงการสัมผัส พบเจอ หรือได้รับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากคนหรือสิ่งของ ในที่นี้วลีนี้กล่าวถึงทุกสิ่งที่สิ่งอันตรายนั้นไปสัมผัส ดังนั้นการสัมผัสจึงอาจนำไปสู่การติดเชื้อและการทำลาย รูปแบบตายตัวคือ come into contact with + คำนามหรือคำสรรพนาม ใน everything it comes into contact with มีการละสรรพนามเชื่อม that หลัง everything โดยมีความหมายเต็มว่า everything that the dangerous thing comes into contact with ต้องคงคำบุพบท with ที่อยู่ท้ายวลีไว้

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงการสัมผัสหรือได้รับสาร: Wear gloves so your skin does not ____ the cleaning chemical.

ดูคำตอบ

come into contact with

Or it could teach us about how the universe began.

0:21

หรือมันอาจจะสอนเราว่าจักรวาลนี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร

Maybe both.

0:24

หรืออาจจะทั้งสองอย่าง

To understand how extreme strange matter really is, ลำดับความ

0:36

เพื่อให้เข้าใจว่าสสารประหลาดนั้นสุดขั้วแค่ไหน

we first need to get a few basics.

0:39

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจพื้นฐานกันสักนิด

ลำดับความ

ใช้ To understand... เพื่อนำเข้าสู่ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น

To understand... ที่ต้นประโยคบอกผู้ฟังถึงเป้าหมายหลัก คือการเข้าใจว่าสสารประหลาดสุดขั้วเพียงใด จากนั้นประโยคหลักจะบอกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนจึงจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ คือเรียนรู้พื้นฐานบางอย่างก่อน รูปแบบ To understand X, we first need to Y ช่วยพักหัวข้อหลักไว้ชั่วครู่และแสดงให้ชัดว่าทำไมข้อมูลพื้นฐานจึงตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ระบุเป้าหมายของการทำความเข้าใจ: ____ why eclipses happen, we first need to learn how shadows work.

ดูคำตอบ

To understand

What is a neutron star

0:41

ดาวนิวตรอนคืออะไร

and how does strange matter break the rules of the universe?

0:43

และสสารประหลาดฉีกกฎของจักรวาลได้อย่างไร

To get all of this into one video,

0:47

เพื่อรวบรวมทั้งหมดนี้ลงในวิดีโอเดียว

we'll grossly oversimplify a few things, การใช้คำ

0:49

เราจะอธิบายบางเรื่องให้เข้าใจง่ายมากเป็นพิเศษ

but we'll provide you with further reading if you want more details. วลี

0:51

แต่เราก็มีแหล่งข้อมูลให้คุณอ่านเพิ่มเติมหากต้องการรายละเอียด

การใช้คำ

grossly oversimplify: ยอมรับว่ารายละเอียดสำคัญสูญหายอย่างมาก

ใน grossly oversimplify คำว่า oversimplify หมายถึงการนำเสนอเรื่องซับซ้อนให้ดูง่ายกว่าความเป็นจริงมากจนละเลยความแตกต่างที่สำคัญ ส่วน grossly ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบเป็นทางการ หมายถึงอย่างร้ายแรงหรือถึงระดับที่เห็นได้ชัดและยอมรับไม่ได้ เมื่อผู้พูดใช้วลีนี้กับวิดีโอของตนเอง พวกเขากำลังเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่ารูปแบบของวิดีโอจะทำให้สูญเสียความแม่นยำบางส่วน นี่เป็นการจำกัดความน่าเชื่อถือของตนเองอย่างชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาน่าขยะแขยง

แบบฝึกหัด

ในวิดีโอ we'll grossly oversimplify a few things สื่อความหมายว่าอย่างไร

  1. เราจะอธิบายทุกอย่างด้วยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด
  2. เราจะตัดความซับซ้อนที่สำคัญออก จึงอาจสูญเสียความแม่นยำบางส่วน
  3. เรารู้สึกว่าบางส่วนน่าขยะแขยง
ดูคำตอบ

เราจะตัดความซับซ้อนที่สำคัญออก จึงอาจสูญเสียความแม่นยำบางส่วน

วลี

provide you with further reading: จัดหาเอกสารอ่านเพิ่มเติมให้คุณ

ในโครงสร้าง provide someone with something ผู้รับจะอยู่ถัดจาก provide โดยตรง และสิ่งที่มอบให้จะอยู่หลัง with ในประโยคนี้ you คือผู้รับ และ further reading คือสื่อที่มอบให้ Further reading หมายถึงหนังสือ บทความ ลิงก์ หรือแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยให้ศึกษาเรื่องหนึ่งได้ละเอียดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดจะอ่านออกเสียงต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่โครงสร้าง provide แบบวางผู้รับไว้ก่อนกำหนดให้สมบูรณ์: The course will provide you ____ further reading on climate science.

ดูคำตอบ

with

A neutron star is what remains after a very massive star explodes in a supernova. ไวยากรณ์

0:55

ดาวนิวตรอนคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่หลังจากดาวฤกษ์มวลมากระเบิดเป็นซูเปอร์โนวา

ไวยากรณ์

what remains after ...: สิ่งที่เหลืออยู่หลังจาก...

What remains after ... เป็นโครงสร้างอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม โดย what มีความหมายของ 'the thing that' หรือ “สิ่งที่” อยู่แล้ว ดังนั้น what remains after กระบวนการหนึ่งจึงหมายถึงสิ่งที่เหลืออยู่เมื่อกระบวนการนั้นสิ้นสุดลง ข้อความทั้งหมด what remains after a very massive star explodes in a supernova ทำหน้าที่เป็นนามวลีหลัง is โดยระบุผลลัพธ์ที่ใช้ให้นิยามดาวนิวตรอน และ what ตรงนี้ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามให้สมบูรณ์โดยใช้ what, remains และ after: Ash is ____ dry wood burns.

ดูคำตอบ

what remains after

When this happens,

1:01

เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น

the star's core collapses under its own gravity

1:02

แกนกลางของดาวจะยุบตัวลงภายใต้แรงโน้มถ่วงของมันเอง

with such a strong inward force that it squeezes nuclei and particles together violently. ไวยากรณ์

1:05

ด้วยแรงดึงเข้าสู่ศูนย์กลางที่แข็งแกร่งจนบีบอัดนิวเคลียสและอนุภาคเข้าด้วยกันอย่างรุนแรง

ไวยากรณ์

such a strong inward force that: การเชื่อมระดับกับผลลัพธ์

โครงสร้าง such + a/an + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + that เชื่อมระดับความรุนแรงที่มากพอจะทำให้เกิดผลบางอย่างเข้ากับผลนั้น ในที่นี้ such a strong inward force แสดงว่าแรงที่มุ่งเข้าด้านในรุนแรงเป็นพิเศษ และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะแรงนั้น ใน it squeezes nuclei and particles together คำว่า it หมายถึง the inward force ใช้โครงสร้างนี้เมื่อคำนามเป็นส่วนหนึ่งของวลีที่บอกระดับ

แบบฝึกหัด

ใช้ powerful wind ในโครงสร้าง such ... that เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The storm created ____ the old bridge shook.

ดูคำตอบ

such a powerful wind that

Electrons are pushed into protons,

1:10

อิเล็กตรอนจะถูกดันเข้าไปในโปรตอน

so they merge and turn into neutrons.

1:12

พวกมันจึงหลอมรวมกันและกลายเป็นนิวตรอน

All the nothing inside of atoms

1:15

พื้นที่ว่างทั้งหมดที่อยู่ภายในอะตอม

is suddenly completely filled with particles that really don't want to be close to each other,

1:17

จู่ๆ ก็ถูกเติมเต็มไปด้วยอนุภาคที่ไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้กันเลย

but have no choice. They desperately push back against gravity, กริยาวลี

1:22

แต่ก็ไม่มีทางเลือก พวกมันพยายามดันกลับต้านแรงโน้มถ่วงอย่างสิ้นหวัง

against the collapse.

1:26

เพื่อต้านทานการยุบตัว

กริยาวลี

push back against: ต้านแรงหรือคัดค้านแนวคิด

Push back against หมายถึงต้านหรือคัดค้านแรง แรงกดดัน แผน หรือข้อกล่าวอ้าง กรรมที่ตามหลัง against จะบอกว่าสิ่งใดเป็นเป้าหมายของการต้าน ในที่นี้มีการบรรยายอนุภาคราวกับว่ากำลังต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงและการยุบตัว กล่าวคือแรงดันของอนุภาคทำงานในทิศตรงข้าม วลีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ผลักบางสิ่งกลับไปยังตำแหน่งเดิม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ push back against ในความหมายว่า “คัดค้านข้อเสนอ”

  1. The committee pushed the meeting back until Friday.
  2. The committee pushed the chairs back against the wall.
  3. The committee pushed back against the sudden fee increase.
ดูคำตอบ

The committee pushed back against the sudden fee increase.

If gravity wins,

1:27

ถ้าแรงโน้มถ่วงชนะ

they will become a black hole.

1:29

พวกมันจะกลายเป็นหลุมดำ

If they win,

1:30

แต่ถ้าพวกมันชนะ

they become a neutron star.

1:31

พวกมันจะกลายเป็นดาวนิวตรอน

This makes neutron stars like giant atomic nuclei

1:34

สิ่งนี้ทำให้ดาวนิวตรอนเหมือนนิวเคลียสของอะตอมขนาดยักษ์

the size of a city, ลำดับความ

1:37

ที่ใหญ่เท่าเมือง

but holding the mass of our sun.

1:38

แต่กลับมีมวลเท่ากับดวงอาทิตย์ของเรา

ลำดับความ

“ขนาดเท่าเมืองหนึ่งเมือง” ... “แต่มีมวลเท่าดวงอาทิตย์ของเรา”

วลีสองส่วนนี้นำขนาดกับมวลมาวางเทียบกัน ดาวนิวตรอนมีขนาดเพียงประมาณเมืองหนึ่งเมือง แต่มีมวลใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ ความแตกต่างที่ชัดเจนนี้เปลี่ยนมาตราส่วนเชิงนามธรรมสองอย่างให้เป็นภาพที่จินตนาการได้ง่าย holding ในที่นี้หมายถึง “บรรจุอยู่” หรือ “มีอยู่” ไม่ใช่ถือบางสิ่งไว้ในมือ รูปแบบที่มีขนาดเล็กแต่มีมวลมหาศาลช่วยเน้นความหนาแน่นที่สูงมาก

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดแสดงความแตกต่างระหว่างวลีที่เน้นไว้ทั้งสองส่วนได้ถูกต้อง

  1. วัตถุมีขนาดใหญ่เท่าดวงอาทิตย์ แต่มีมวลเพียงเท่าเมืองหนึ่งเมือง
  2. วัตถุมีขนาดเท่าเมืองหนึ่งเมือง แต่มีมวลประมาณเท่าดวงอาทิตย์
  3. วัตถุกำลังขนดวงอาทิตย์ผ่านเมืองหนึ่งเมือง
ดูคำตอบ

วัตถุมีขนาดเท่าเมืองหนึ่งเมือง แต่มีมวลประมาณเท่าดวงอาทิตย์

And here,

1:41

และที่นี่เอง

things get weird. ลำดับความ

1:42

เรื่องราวก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้น

ลำดับความ

things get weird: สถานการณ์เริ่มแปลกขึ้น

ใน things get weird คำว่า things กล่าวรวม ๆ ถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ส่วน get หมายถึง “กลายเป็น” วลีนี้บอกว่าปรากฏการณ์หรือคำอธิบายกำลังจะผิดปกติ น่าประหลาดใจ หรือเข้าใจยากขึ้น here ในที่นี้ชี้ถึงช่วงนี้ของการอธิบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง ประโยคสั้นนี้ทำหน้าที่เป็นการเปลี่ยนช่วงแบบไม่เป็นทางการ โดยจบส่วนเกริ่นพื้นฐานและสร้างความคาดหวังต่อสิ่งที่จะตามมา

แบบฝึกหัด

เติมวลีแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียนซึ่งหมายถึง “สถานการณ์เริ่มผิดปกติ” ลงในประโยค: The first steps are easy to follow. After this point, ____.

ดูคำตอบ

things get weird

The environment in the core of neutron stars

1:43

สภาพแวดล้อมในแกนกลางของดาวนิวตรอน

is so extreme that the rules of nuclear physics change.

1:46

สุดขั้วเสียจนกฎฟิสิกส์นิวเคลียร์ต้องเปลี่ยนไป

And this could lead to a strange and extremely dangerous substance.

1:50

และนี่อาจนำไปสู่สสารที่แปลกประหลาดและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

But let's not get ahead of ourselves. สำนวน

1:55

แต่เราอย่าเพิ่งข้ามขั้นไปเลย

สำนวน

let's not get ahead of ourselves: อย่าเพิ่งด่วนไปไกล

Let's not get ahead of ourselves หมายถึง “อย่าเพิ่งดำเนินเรื่องเร็วเกินไปหรือด่วนสรุปก่อนที่ขั้นตอนหรือข้อเท็จจริงที่จำเป็นจะชัดเจน” ในประโยคนี้ ผู้พูดชะลอการอภิปรายแล้วกลับมาอธิบายกฎพื้นฐานก่อน สำนวนนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการเดินนำหน้าตัวเองจริง ๆ โดยรวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ในการเตือนอย่างนุ่มนวล จึงมักฟังดูร่วมมือกันมากกว่าการสั่งให้อีกฝ่ายช้าลงโดยตรง

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ดำเนินเรื่องเร็วเกินไปก่อนที่จะรู้ข้อมูลมากพอ” ลงในประโยค: We have only heard one side of the story, so ____.

ดูคำตอบ

let's not get ahead of ourselves

We first need to know the rules

1:57

เราต้องรู้กฎเกณฑ์เสียก่อน

before we learn how they can be broken.

1:59

ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีการที่กฎเหล่านั้นถูกทำลาย

Protons and neutrons,

2:02

โปรตอนและนิวตรอน

the particles making up the nuclei of atoms, กริยาวลี

2:03

อนุภาคที่เป็นองค์ประกอบของนิวเคลียสอะตอม

are made up of smaller particles called quarks.

2:05

ประกอบขึ้นจากอนุภาคที่เล็กกว่าซึ่งเรียกว่า ควาร์ก

กริยาวลี

making up ... are made up of: แบบ active ‘ประกอบกันเป็น’ และแบบ passive ‘ประกอบด้วย’

Making up เป็นอนุประโยค -ing ที่ขยาย particles โดยบอกว่าอนุภาคเหล่านั้นประกอบกันเป็นนิวเคลียสของอะตอม ส่วน Are made up of เป็นโครงสร้างแสดงส่วนประกอบแบบถูกกระทำ โดยบอกว่าอนุภาคเหล่านั้นประกอบด้วยอนุภาคที่เล็กกว่าซึ่งเรียกว่าควาร์ก ทั้งสองรูปแสดงความสัมพันธ์เรื่องส่วนประกอบชนิดเดียวกัน แต่เริ่มจากคนละด้าน โครงสร้างแบบ active เริ่มจากส่วนย่อย ส่วนโครงสร้างแบบ passive เริ่มจากสิ่งที่เป็นองค์รวมแล้วใช้ of นำส่วนประกอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนบอกส่วนประกอบสองแบบจากบทเรียน: The cells ____ the outer layer are ____ even smaller units.

ดูคำตอบ

making up · made up of

Quarks really don't want to be alone.

2:09

ควาร์กไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยวเลย

They are what we call confined. ไวยากรณ์

2:11

พวกมันอยู่ในสถานะที่เราเรียกว่าถูกกักขัง

ไวยากรณ์

what we call confined: การแนะนำคำเรียกเฉพาะ

ในประโยคนี้ what we call ใช้นำชื่อหรือคำบรรยาย confined มาเรียกสภาวะที่เพิ่งอธิบายไป ตรงนี้ call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือติดป้ายกำกับ” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” รูปแบบ be + what we call + ป้ายชื่อ ช่วยเชื่อมจากคำอธิบายง่าย ๆ ไปยังคำศัพท์ที่ใช้เรียกสิ่งนั้น ป้ายชื่ออาจเป็นคำนาม เช่น what we call a cold snap หรือเป็นคำบรรยาย เช่น what we call confined

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้แนะนำชื่อเรียก: Animals that are active at night are ____ nocturnal.

ดูคำตอบ

what we call

You can try to separate them,

2:14

คุณอาจลองพยายามแยกพวกมันออก

but the harder you pull, ไวยากรณ์

2:15

แต่ยิ่งคุณดึงแรงเท่าไหร่

the harder they try to pull themselves back together. กริยาวลี

2:17

พวกมันก็จะยิ่งพยายามดึงตัวเองกลับมาอยู่ด้วยกันแรงขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

the harder ..., the harder ...: การเปลี่ยนแปลงขั้นกว่าที่เชื่อมโยงกัน

รูปแบบ the + comparative ..., the + comparative ... แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างเชื่อมโยงกัน ในประโยคนี้ ยิ่งดึงด้วยแรงมากเท่าไร ควาร์กก็ยิ่งพยายามกลับมารวมกันด้วยแรงมากขึ้นเท่านั้น the ทั้งสองตำแหน่งเป็นส่วนตายตัวของรูปแบบนี้ ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะตามปกติ อนุประโยคแรกกำหนดเงื่อนไขที่กำลังเปลี่ยน ส่วนอนุประโยคที่สองแสดงผลหรือปฏิกิริยาที่เปลี่ยนตาม คำขั้นกว่าในสองส่วนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ให้เลือกแต่ละคำตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงของส่วนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกันด้วยคำขั้นกว่า more และ easier ที่กำหนดให้: ____ you practice, ____ the skill becomes.

ดูคำตอบ

The more · the easier

กริยาวลี

pull themselves back together: ดึงตัวเองกลับมารวมกัน

ในประโยคนี้ pull themselves back together หมายถึงควาร์กที่แยกออกจากกันดึงดูดกันจนกลับมาอยู่ในสภาพที่รวมกันอีกครั้ง คำสรรพนามสะท้อน themselves อ้างกลับไปที่ they ดังนั้นควาร์กจึงเป็นทั้งผู้ก่อให้เกิดการเคลื่อนที่และผู้ที่ได้รับผลจากการเคลื่อนที่นั้น โครงสร้างคือ pull + กรรม + back together ในที่นี้ back หมายถึง “กลับไปสู่สภาพเดิม” ไม่ใช่ “ไปทางด้านหลัง” และ together บอกสภาพที่กลับมารวมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ pulled, them, back และ together: The magnets were separated, but their attraction ____.

ดูคำตอบ

pulled them back together

If you use a lot of energy,

2:19

หากคุณใช้พลังงานมหาศาล

they just use this energy to create new quarks.

2:21

พวกมันก็แค่ใช้พลังงานนี้สร้างควาร์กตัวใหม่ขึ้นมา

Quarks only exist together as the building blocks of other particles

2:24

ควาร์กจะคงอยู่ร่วมกันเป็นเสมือนบล็อกสร้างอนุภาคอื่นๆ เท่านั้น

and have never been observed by themselves.

2:28

และไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมันอยู่เพียงลำพัง

They come in many types, วลี

2:31

ควาร์กมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด

but only two appear to make stable matter.

2:32

แต่ดูเหมือนจะมีเพียงสองชนิดเท่านั้นที่สร้างสสารที่เสถียรได้

วลี

come in many types: มีอยู่หลายประเภท

ในประโยคนี้ come in many types หมายถึง “มีอยู่ในหลายประเภทที่แตกต่างกัน” หรือ “พบได้หลายรูปแบบ” คำว่า come ในที่นี้ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ โครงสร้างคือ ประธาน + come in + จำนวนหรือขอบเขต + หมวดหมู่ เช่น come in three sizes หรือ come in several colors โครงสร้างนี้นำเสนอประธานเป็นสิ่งประเภทใหญ่หนึ่งประเภทที่มีรูปแบบย่อยซึ่งมีให้เลือกหรือเป็นที่ยอมรับหลายแบบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ come in: This model ____ three sizes, so choose the one that fits.

ดูคำตอบ

comes in

The up and down quarks

2:35

นั่นคือ อัปควาร์ก และ ดาวน์ควาร์ก

found in protons and neutrons.

2:37

ซึ่งพบได้ในโปรตอนและนิวตรอน

All other quarks seem to decay away quickly. กริยาวลี

2:39

ส่วนควาร์กอื่นๆ ดูเหมือนจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

กริยาวลี

decay away: การสลายตัวจนหายไป

ในที่นี้ decay หมายถึงกระบวนการทางฟิสิกส์ที่อนุภาคไม่เสถียรเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอนุภาคชนิดอื่น ส่วน away ใน decay away เน้นผลลัพธ์ว่า ควาร์กเดิมไม่มีอยู่อีกต่อไป ไม่ใช่เพียงเริ่มเปลี่ยนแปลงเท่านั้น สำนวนนี้ยังใช้กับสิ่งที่ค่อย ๆ อ่อนลงจนหายไปได้ด้วย ในประโยคนี้ quickly บอกว่ากระบวนการไปถึงผลลัพธ์นั้นในเวลาอันสั้น ไม่ได้หมายความว่าควาร์กเน่าเหมือนอาหาร

แบบฝึกหัด

สำนวนใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าอนุภาคไม่เสถียรค่อย ๆ หายไปผ่านกระบวนการสลายตัวตามธรรมชาติ

  1. be taken away
  2. decay away
  3. fade away
  4. break apart
ดูคำตอบ

decay away

But this may be different inside neutron stars.

2:42

แต่เรื่องนี้อาจแตกต่างออกไปภายในดาวนิวตรอน

The forces operating in their cores are so extreme

2:46

แรงที่กระทำอยู่ในแกนกลางของพวกมันนั้นรุนแรงมาก

that they are actually similar to the universe shortly after the Big Bang.

2:49

จนแทบจะคล้ายกับเอกภพในช่วงเวลาสั้นๆ หลังเกิดบิ๊กแบง

Neutron star cores are like fossils, สำนวน

2:54

แกนกลางของดาวนิวตรอนเปรียบเสมือนฟอสซิล

which can let us peer back in time to the beginning of everything.

2:56

ที่สามารถให้เราย้อนเวลากลับไปดูจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่งได้

สำนวน

are like fossils ... peer back in time: หลักฐานที่เผยให้เห็นอดีต

are like fossils เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่การบอกว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แกนกลางของดาวนิวตรอนถูกอธิบายว่าสามารถเก็บรักษาหรือเผยให้เห็นเบาะแสเกี่ยวกับสภาวะในอดีตได้ เช่นเดียวกับฟอสซิลที่เก็บเบาะแสเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในอดีต แกนกลางเหล่านี้ไม่ใช่ฟอสซิลจริง ๆ peer back in time หมายถึงการตรวจสอบหลักฐานจากปัจจุบันเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับอดีต คำว่า peer เพิ่มความหมายของการมองอย่างใกล้ชิดหรือการสืบค้น ดังนั้นในที่นี้จึงเป็นภาพเปรียบเทียบของการอนุมานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การเดินทางข้ามเวลาอย่างแท้จริง

แบบฝึกหัด

ในประโยค Old tree rings are like fossils, which can let us peer back in time คำว่า peer back in time หมายถึงอะไร

  1. Look only at objects behind you.
  2. Predict the future without using evidence.
  3. Study present clues to understand the past.
  4. Travel physically to an earlier time.
ดูคำตอบ

Study present clues to understand the past.

So learning how quarks behave inside a neutron star

3:00

ดังนั้นการเรียนรู้พฤติกรรมของควาร์กภายในดาวนิวตรอน

is a way of understanding the very nature of the universe itself.

3:03

จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการทำความเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของจักรวาล

One hypothesis is that inside a neutron star core, ลำดับความ

3:08

สมมติฐานหนึ่งเชื่อว่า ภายในแกนกลางของดาวนิวตรอน

protons and neutrons deconfine.

3:11

โปรตอนและนิวตรอนจะหลุดพ้นจากการถูกกักขัง

ลำดับความ

One hypothesis is that ...: ระบุว่าเป็นแนวคิดที่ยังไม่ยืนยัน

One hypothesis is that ใช้เกริ่นคำอธิบายที่เสนอไว้และส่งสัญญาณว่ายังไม่ได้รับการยืนยัน อนุประโยคหลัง that บอกแนวคิดที่กำลังพิจารณา คำว่า one ยังเปิดโอกาสให้มีสมมติฐานอื่นได้อีก โครงสร้างนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยแยกคำอธิบายชั่วคราวออกจากผลที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอคำอธิบายว่าอาจเป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน?

  1. One hypothesis is that the signals come from underground water.
  2. It is a proven fact that the signals come from underground water.
  3. The signals definitely come from underground water.
ดูคำตอบ

One hypothesis is that the signals come from underground water.

All the particles crammed shoulder-to-shoulder สำนวน

3:14

อนุภาคทั้งหมดที่ถูกบีบอัดจนเบียดเสียดกัน

สำนวน

crammed shoulder-to-shoulder: เบียดเสียดกันแน่นมาก

Crammed หมายถึงถูกอัดเข้าไปในพื้นที่ที่เล็กเกินไป ส่วน shoulder-to-shoulder ทำให้นึกถึงคนที่ยืนชิดกันจนไหล่แทบแตะกัน เมื่อรวมเป็น crammed shoulder-to-shoulder จึงหมายถึงเบียดเสียดกันแน่นมาก อนุภาคไม่มีไหล่จริง ๆ ดังนั้นวลีนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเปลี่ยนความหนาแน่นอย่างยิ่งให้เป็นภาพที่จินตนาการได้ง่าย และภาพเดียวกันนี้ใช้บรรยายคนที่แออัดหรือสิ่งของที่วางชิดกันมากได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เบียดเสียดกันแน่นมาก”: At rush hour, passengers were ____ in the train.

ดูคำตอบ

crammed shoulder-to-shoulder

dissolve and melt into a sort of bath of quarks. สำนวน

3:16

จะละลายและหลอมรวมกลายเป็นเหมือนบ่อควาร์ก

สำนวน

a sort of bath of quarks: การเปรียบเทียบโดยประมาณ

วลี bath of quarks เป็นการเปรียบเทียบเชิงวิทยาศาสตร์ โดยชวนให้นึกภาพควาร์กจำนวนมากผสมกันอยู่ในสภาวะร่วมที่คล้ายของไหล ไม่ได้หมายความว่าควาร์กอยู่ในอ่างอาบน้ำจริง ๆ a sort of ทำให้การเปรียบเทียบนี้ไม่ฟันธง ผู้พูดกำลังบอกว่าสภาวะนั้นคล้าย bath โดยคร่าว ๆ ไม่ได้ยืนยันว่า bath เป็นหมวดหมู่ทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตรงตัว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่มี sort และใช้บอกภาพเปรียบเทียบโดยประมาณ: The colored lights formed ____ glowing curtain across the stage.

ดูคำตอบ

a sort of

Uncountable numbers of particles

3:21

อนุภาคจำนวนมหาศาลที่นับไม่ถ้วน

become one giant thing made purely from quarks,

3:22

จะกลายเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์สิ่งเดียวที่ทำจากควาร์กล้วนๆ

quark matter.

3:26

เรียกว่า สสารควาร์ก

A star made from this is called a quark star,

3:28

ดาวฤกษ์ที่สร้างจากสิ่งนี้เรียกว่า ดาวควาร์ก

though from the outside

3:31

แม้ว่าหากมองจากภายนอก

it may not look any different than a regular neutron star. ไวยากรณ์

3:32

มันอาจดูไม่แตกต่างจากดาวนิวตรอนทั่วไปเลยก็ตาม

ไวยากรณ์

may not look any different than: การเปรียบเทียบอย่างระมัดระวัง

may not แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน กล่าวคือ เมื่อมองจากภายนอก ดาวควาร์กอาจดูเหมือนกับดาวนิวตรอนทั่วไป ใน look any different than คำว่า any ช่วยเน้นการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธ โครงสร้าง may not look any different than X ทั้งหมดหมายถึง “อาจมองไม่เห็นความแตกต่างจาก X เลย” ไม่ได้หมายความว่าสองสิ่งนี้เหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างระมัดระวังว่าโทรศัพท์สองเครื่องอาจดูเหมือนกัน แต่ยังอาจมีความแตกต่างที่มองไม่เห็น?

  1. The prototype may not look any different than the final phone.
  2. The prototype may look very different from the final phone.
  3. The prototype is definitely identical to the final phone.
ดูคำตอบ

The prototype may not look any different than the final phone.

Now we can finally talk about the most dangerous substance. ลำดับความ

3:36

ตอนนี้เราก็พร้อมที่จะพูดถึงสสารที่อันตรายที่สุดกันแล้ว

ลำดับความ

Now we can finally talk about: การเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อหลัก

ในประโยคนี้ Now บอกว่าเข้าสู่ช่วงใหม่ และ finally บอกว่าคำอธิบายก่อนหน้าได้มาถึงจุดที่ปูทางไว้แล้ว ส่วน We can talk about ใช้เปิดหัวข้อที่ได้เกริ่นไว้ คือสสารที่อันตรายที่สุด กรอบประโยคทั้งหมดพาผู้ฟังจากข้อมูลพื้นฐานไปสู่หัวข้อหลัก ในที่นี้ finally ทำหน้าที่จัดโครงสร้างคำอธิบาย ไม่ได้แปลว่าผู้พูดหมดความอดทนเสมอไป

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนออธิบายข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นเสร็จแล้ว ประโยค Now we can finally talk about the main issue. สื่อถึงอะไร

  1. ผู้นำเสนอปฏิเสธที่จะพูดถึงหัวข้อหลัก
  2. ผู้นำเสนอกำลังเปลี่ยนจากการปูพื้นเข้าสู่หัวข้อหลัก
  3. ผู้นำเสนอกำลังพูดเปิดเรื่องซ้ำก่อนให้ข้อมูลพื้นฐานใด ๆ
ดูคำตอบ

ผู้นำเสนอกำลังเปลี่ยนจากการปูพื้นเข้าสู่หัวข้อหลัก

If the pressure inside a quark star is great enough,

3:40

หากความดันภายในดาวควาร์กมากพอ

it may get stranger, ลำดับความ

3:42

มันอาจจะประหลาดขึ้น

literally.

3:45

ตามความหมายนั้นเลย

ลำดับความ

การเล่นคำใน get stranger, literally.

get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า หมายถึงมีคุณสมบัตินั้นมากขึ้น ดังนั้นในตอนแรก get stranger จึงฟังเหมือนหมายถึงแปลกขึ้น จากนั้น literally ทำให้ผู้ฟังนึกถึง strange ในฐานะส่วนหนึ่งของศัพท์วิทยาศาสตร์ strange quarks อีกครั้ง ซึ่งคำอธิบายถัดไปจะทำให้ชัดเจน ประโยคนี้เป็นทั้งการเล่นคำและการเปลี่ยนเรื่อง คำเดียวเชื่อมความหมายทั่วไปว่าแปลกเข้ากับหัวข้อทางวิทยาศาสตร์ ที่นี่ literally ไม่ได้หมายถึงเพียงมากหรือจริง ๆ เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ literally ในประโยค It may get stranger, literally ให้ผลสำคัญอย่างไร

  1. เชื่อมความหมายทั่วไปของ stranger เข้ากับศัพท์วิทยาศาสตร์ strange quarks
  2. เพียงทำให้ stranger หมายถึงแปลกมาก
  3. แสดงว่าความดันนั้นไม่ใช่ของจริง
ดูคำตอบ

เชื่อมความหมายทั่วไปของ stranger เข้ากับศัพท์วิทยาศาสตร์ strange quarks

In the cores of neutron stars,

3:47

ในแกนกลางของดาวนิวตรอน

some of the quarks may be converted into strange quarks.

3:48

ควาร์กบางตัวอาจถูกเปลี่ยนเป็นควาร์กประหลาด

Strange quarks have bizarre nuclear properties

3:52

ควาร์กประหลาดมีคุณสมบัติทางนิวเคลียร์ที่แปลกพิสดาร

and they are heavier

3:55

และพวกมันมีน้ำหนักมากกว่า

and for the lack of a better word, น้ำเสียง/เจตนา

3:56

และหากจะหาคำที่ดีกว่านี้มาอธิบาย

stronger.

3:58

ก็คือพวกมันแข็งแกร่งกว่า

น้ำเสียง/เจตนา

for the lack of a better word เพื่อบอกว่าคำบรรยายเป็นเพียงคำใกล้เคียง

วลีแทรก for the lack of a better word บอกว่า stronger เป็นเพียงคำบรรยายที่ใกล้เคียงและสะดวกที่สุด ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคที่แม่นยำ ผู้พูดจึงใช้คำที่เข้าใจง่ายพร้อมกับยอมรับอย่างชัดเจนว่าคำนั้นมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ใช้รูปแบบนี้ประกอบคำที่สื่อแนวคิดโดยรวมได้ แต่อาจทำให้เรื่องนั้นดูง่ายเกินจริง วลีนี้แสดงความคิดเห็นต่อการเลือกคำของผู้พูด ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าผู้พูดมีคลังคำศัพท์น้อย

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังบอกอะไรเมื่อกล่าว for the lack of a better word ก่อน stronger?

  1. Stronger เป็นคำบรรยายที่สะดวกแต่ไม่แม่นยำทั้งหมด
  2. คำว่า stronger เป็นค่าการวัดทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ
  3. ผู้พูดลืมความหมายของ stronger
ดูคำตอบ

Stronger เป็นคำบรรยายที่สะดวกแต่ไม่แม่นยำทั้งหมด

If they turn up, กริยาวลี

3:59

ถ้ามันโผล่ขึ้นมา

they could create strange matter.

4:00

ก็สามารถสร้างสสารประหลาดขึ้นมาได้

กริยาวลี

turn up ในความหมายว่า “ปรากฏขึ้นหรือถูกพบ”

ใน If they turn up คำว่า turn up เป็นกริยาวลีแบบไม่ต้องมีกรรมตรง หมายถึง “ปรากฏขึ้น” หรือ “ถูกพบ” โดย they เป็นประธานและไม่มีกรรมตรงตามหลังคำกริยา วลีนี้มักสื่อว่าคนหรือสิ่งหนึ่งเริ่มอยู่ตรงนั้น มองเห็นได้ หรือเป็นที่รับรู้ บางครั้งมีนัยว่าเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ในที่นี้หมายถึงความเป็นไปได้ที่อนุภาคจะปรากฏหรือถูกตรวจพบ ไม่ได้หมายถึงความแรงหรือระดับที่เพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทนี้ที่หมายถึง “ถูกพบหลังจากหายไป”: My library card finally ____ in my backpack.

ดูคำตอบ

turned up

Strange matter might be the ideal state of matter,

4:03

สสารประหลาดอาจเป็นสภาวะในอุดมคติของสสาร

perfectly dense, ลำดับความ

4:06

หนาแน่นอย่างสมบูรณ์แบบ

perfectly stable,

4:07

เสถียรอย่างสมบูรณ์แบบ

indestructible.

4:08

และทำลายไม่ได้

ลำดับความ

รายการสามส่วน perfectly dense, perfectly stable, indestructible

ส่วนที่เน้นจัดคุณสมบัติสามอย่างเป็นรายการคู่ขนานสามส่วน perfectly dense และ perfectly stable ใช้รูปแบบคำวิเศษณ์ + คำคุณศัพท์ซ้ำกัน ส่วน indestructible ปิดท้ายด้วยคำคุณศัพท์ที่หนักแน่น ทั้งสามส่วนทำหน้าที่เดียวกัน คืออธิบายสถานะของสสารที่กำลังเสนอ รูปแบบที่สอดคล้องกันและการซ้ำ perfectly ทำให้เกิดจังหวะและการเน้นที่เพิ่มขึ้น รายการทั้งหมดนี้ยังอยู่ภายใต้ความเป็นไปได้ที่ might be แสดงไว้ น้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้คำอธิบายชัดเจนและน่าจดจำ แต่ไม่ได้ทำให้คุณสมบัติเหล่านี้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว ในบริบทอื่น การเรียงส่วนที่มีรูปแบบคู่ขนานกันช่วยให้คำอธิบายซับซ้อนติดตามและจดจำได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รายการคู่ขนานสามส่วนอย่างชัดเจนเพื่อสร้างการเน้น?

  1. The robot is fast because it works reliably.
  2. The robot moves fast, with precision, and it is reliable.
  3. The robot is fast, precise, and reliable.
ดูคำตอบ

The robot is fast, precise, and reliable.

More stable than any other matter in the universe.

4:10

มันเสถียรกว่าสสารใดๆ ในจักรวาล

So stable that it can exist outside neutron stars. ไวยากรณ์

4:13

เสถียรเสียจนสามารถคงอยู่นอกดาวนิวตรอนได้

ไวยากรณ์

So + คำคุณศัพท์ + that ในรูปส่วนประโยคบอกผล

So + คำคุณศัพท์ + that ใช้บอกผลที่เกิดขึ้นหรือเป็นไปได้เพราะคุณสมบัตินั้นอยู่ในระดับสูงมาก ในที่นี้ so stable that หมายถึงเสถียรมากจนสามารถดำรงอยู่นอกดาวนิวตรอนได้ นี่เป็นส่วนของประโยคที่ตั้งใจใช้ ประโยคก่อนหน้าช่วยให้ผู้ฟังเติมประธานและกริยาที่ละไว้ได้ว่า Strange matter is so stable that it can exist outside neutron stars. คำบรรยายมักใช้รูปย่อนี้เพื่อเพิ่มพลังและจังหวะ แต่ประโยคทางการที่ใช้เดี่ยว ๆ มักต้องมีประธานและกริยา might ที่อยู่ก่อนหน้ายังคงกำหนดให้คำอธิบายนี้เป็นสมมติฐาน โครงสร้างบอกผลที่เน้นหนักไม่ได้ทำให้ข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องแน่นอน

แบบฝึกหัด

The engine kept overheating. ข้อใดต่อท้ายแล้วเกิดส่วนประโยคบอกผลที่มีอารมณ์เข้มข้นเหมือนต้นฉบับ?

  1. So hot that we had to stop every ten minutes.
  2. Although it was hot, we stopped every ten minutes.
  3. Hot weather can be uncomfortable.
ดูคำตอบ

So hot that we had to stop every ten minutes.

If this is the case, วลี

4:18

หากเป็นเช่นนั้น

we have a problem.

4:19

เราคงมีปัญหาแล้ว

วลี

If this is the case: การบอกผลที่ตามมาจากข้อกล่าวก่อนหน้า

ในที่นี้ this หมายถึงสถานการณ์หรือข้อกล่าวที่เพิ่งพูดถึง ส่วน case หมายถึง “สถานการณ์” ไม่ใช่คดีความหรือภาชนะ วลีทั้งหมดจึงหมายถึง “ถ้าสิ่งที่เพิ่งพูดไปเป็นความจริง” วลีนี้กำหนดเงื่อนไขและบอกว่าอนุประโยคถัดไปเป็นผลที่ตามมา เหมาะสำหรับการให้เหตุผลจากรายงาน สมมติฐาน ผลลัพธ์ หรือความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าสะพานอาจไม่ปลอดภัย ประโยคใดใช้ if this is the case เพื่อบอกผลที่ตามมาจากข้อกล่าวนี้

  1. The bridge is safe, except in this case.
  2. If this is the case, the bridge should be closed for inspection.
  3. Take a flashlight in case the inspection lasts until dark.
ดูคำตอบ

If this is the case, the bridge should be closed for inspection.

It might be infectious.

4:20

มันอาจจะมีคุณสมบัติแพร่เชื้อได้

Every piece of matter it touches

4:22

ทุกชิ้นส่วนสสารที่มันสัมผัส

might be so impressed by its stability สำนวน

4:24

อาจประทับใจในความเสถียรของมันมาก

that it would immediately turn it into strange matter too.

4:26

จนเปลี่ยนให้สสารนั้นกลายเป็นสสารประหลาดตามไปด้วยทันที

สำนวน

การทำให้สิ่งไม่มีชีวิตเหมือนคนใน so impressed by its stability that

ในที่นี้มีการทำให้สสารมีลักษณะเหมือนคน โดยบรรยายราวกับว่าสสารสามารถรู้สึกประทับใจในความเสถียรของสสารประหลาดได้ คำเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าสสารรู้สึกชื่นชมจริง ๆ หรือถูกประทับเป็นรอยทางกายภาพ แต่ทำให้การเปลี่ยนแปลงในจินตนาการดูมีชีวิตชีวาและขบขัน รูปแบบ so impressed by X that Y เชื่อมปฏิกิริยาที่กล่าวเกินจริงเข้ากับผลลัพธ์ ความหมายจริงของประโยคคือ การสัมผัสสิ่งที่มีความเสถียรอย่างมากอาจทำให้สสารอื่นเปลี่ยนเป็นสสารชนิดเดียวกัน

แบบฝึกหัด

อ่านประโยค “The old printer was so impressed by the new cable that it started working.” ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สายเคเบิลประทับรอยทางกายภาพลงบนเครื่องพิมพ์
  2. เครื่องพิมพ์ชื่นชมรูปลักษณ์ของสายเคเบิลจริง ๆ
  3. สายเคเบิลใหม่ทำให้เครื่องพิมพ์ทำงาน โดยบรรยายเครื่องพิมพ์อย่างขบขันราวกับเป็นคน
ดูคำตอบ

สายเคเบิลใหม่ทำให้เครื่องพิมพ์ทำงาน โดยบรรยายเครื่องพิมพ์อย่างขบขันราวกับเป็นคน

Protons and neutrons would dissolve and become part of the quark bath,

4:30

โปรตอนและนิวตรอนจะละลายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ่อควาร์ก

which frees energy and creates more strange matter.

4:34

ซึ่งปลดปล่อยพลังงานและสร้างสสารประหลาดเพิ่มมากขึ้น

The only way to get rid of it โน้ต

4:38

ทางเดียวที่จะกำจัดมันได้

สำนวน

get rid of + กรรม

get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม หมายถึงเอาไปทิ้ง กำจัด หรือหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่ต้องการ ในวลีนี้หมายถึงการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการนั้น คำบุพบท of เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว และกรรมจะตามหลัง of เช่น get rid of it และ get rid of old files เมื่อระบุสิ่งที่ต้องการกำจัด จะจบแค่ get rid ไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวสามคำที่หมายถึง “กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการ”: I need to ____ these duplicate files before I send the folder.

ดูคำตอบ

get rid of

would be to throw it into a black hole.

4:40

คือต้องโยนมันลงหลุมดำ

ไวยากรณ์

โครงสร้าง The only way to ... would be to ...

The only way to + คำกริยา บอกว่ามีวิธีที่เป็นไปได้เพียงวิธีเดียว ในประโยคนี้ get rid of it คือเป้าหมายที่ต้องการทำให้สำเร็จ would be to + คำกริยา ใช้เสนอวิธีนั้นในสถานการณ์สมมติ would ในที่นี้ไม่ได้บอกอดีต แต่ทำให้แนวคิดยังเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสองส่วนที่ตรงตามรูปแบบ เพื่อบอกวิธีเดียวในสถานการณ์สมมติ: ____ recover the data from this damaged phone ____ take it to a specialist.

ดูคำตอบ

The only way to · would be to

But then again, ลำดับความ

4:42

แต่เอาเข้าจริงๆ

who cares?

4:43

ใครจะสนล่ะ?

All of it is inside neutron stars.

4:45

ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ภายในดาวนิวตรอน

Except when neutron stars collide with other neutron stars or black holes,

4:47

เว้นแต่เมื่อดาวนิวตรอนพุ่งชนกับดาวนิวตรอนดวงอื่น หรือชนกับหลุมดำ

ลำดับความ

But then again, ... Except when: การหักมุมสองขั้น

But then again เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังทบทวนสิ่งที่เพิ่งพูดไป ในประโยคนี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่น่ากังวลไปเป็นความสบายใจชั่วคราว คำถามเชิงวาทศิลป์ who cares? หมายความว่าปัญหาอาจดูไม่สำคัญเพราะสสารถูกกักอยู่ข้างใน ไม่ใช่ว่าผู้พูดต้องการคำตอบจริง ๆ Except when จำกัดคำกล่าวที่ทำให้สบายใจนั้นทันที โดยเพิ่มเงื่อนไขที่คำกล่าวนั้นใช้ไม่ได้ ลำดับนี้ทำให้ผู้ฟังผ่อนคลายก่อน แล้วจึงนำอันตรายกลับมา การหักมุมสองขั้นนี้ช่วยจัดข้อมูลและสร้างความลุ้นระทึก

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: 'But then again, who cares? The material is contained, except when the container breaks.' คำเชื่อมสองคำนี้ทำหน้าที่อย่างไร?

  1. บอกข้อเท็จจริงสองอย่างที่ไม่เกี่ยวกัน โดยจุดยืนของผู้พูดไม่เปลี่ยน
  2. ถามคำถามที่ต้องการคำตอบจริง แล้วจึงบอกกำหนดเวลา
  3. ลดความน่ากังวลลงก่อน แล้วจึงเปิดเผยเงื่อนไขที่ทำให้ความกังวลกลับมา
ดูคำตอบ

ลดความน่ากังวลลงก่อน แล้วจึงเปิดเผยเงื่อนไขที่ทำให้ความกังวลกลับมา

they spew out tremendous amounts of their insides, กริยาวลี

4:52

พวกมันจะพ่นสิ่งที่อยู่ภายในออกมาในปริมาณมหาศาล

กริยาวลี

spew out: พ่นออกมาอย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้

ในประโยคนี้ spew out หมายถึงพ่นสสารปริมาณมากมหาศาลออกมาอย่างรุนแรง ดาวนิวตรอนที่ชนกันเหวี่ยงสสารภายในออกไปด้านนอก วลีนี้สร้างภาพของการพ่นที่รุนแรงและควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่การไหลออกอย่างช้า ๆ หรือนุ่มนวล กริยาวลีนี้ยังใช้บรรยายภูเขาไฟ ท่อ เครื่องจักร หรือสิ่งที่ปล่อยออกมาในเชิงเปรียบเทียบ เช่น คำพูดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง กรรมอาจอยู่หลังวลีได้ เช่น spew out ash หรือถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ก็วางระหว่างกริยากับคำอนุภาคได้ เช่น spew it out

แบบฝึกหัด

ใช้กริยาวลี spew out ในรูปที่ถูกต้อง: The broken pipe began to ____ muddy water across the floor.

ดูคำตอบ

spew out

some of which could include little droplets of strange matter called strangelets.

4:55

ซึ่งบางส่วนอาจรวมถึงหยดเล็กๆ ของสสารประหลาดที่เรียกว่า สเตรนจ์เล็ต

Strangelets are as dense as the core of a neutron star. ไวยากรณ์

5:00

สเตรนจ์เล็ตมีความหนาแน่นเท่ากับแกนกลางของดาวนิวตรอน

ไวยากรณ์

as dense as: การเปรียบเทียบระดับเท่ากัน

ใน as dense as โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as บอกว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติบางอย่างในระดับเท่ากัน ในที่นี้ dense ระบุว่าคุณสมบัติที่นำมาเปรียบเทียบคือความหนาแน่น การเปรียบเทียบนี้กล่าวถึงความหนาแน่นเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าสเตรนจ์เล็ตกับแกนกลางของดาวนิวตรอนเหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

เติมสองคำเพื่อสร้างการเปรียบเทียบระดับเท่ากัน: The blue rope is ____ strong ____ the red rope.

ดูคำตอบ

as · as

They could be really small,

5:04

มันอาจจะเล็กมากๆ

maybe even subatomic,

5:05

บางทีอาจเล็กกว่าอะตอมด้วยซ้ำ

but even the largest strangelets wouldn't be any bigger than a rocket. ไวยากรณ์

5:07

แต่ถึงจะเป็นสเตรนจ์เล็ตที่ใหญ่ที่สุดก็คงไม่ใหญ่ไปกว่าจรวด

ไวยากรณ์

wouldn't be any bigger than: การกำหนดขีดจำกัดบนของขนาด

ใน wouldn't be any bigger than คำว่า would แสดงผลลัพธ์ที่เป็นสมมติฐาน ส่วน n't ทำให้เป็นปฏิเสธ โครงสร้างนี้กำหนดขีดจำกัดบนว่า แม้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดตามที่จินตนาการไว้ สเตรนจ์เล็ตก็จะไม่ใหญ่เกินจรวด Any เน้นการเปรียบเทียบเชิงปฏิเสธให้หมายถึงไม่ใหญ่กว่าแม้แต่นิดเดียว โดยขยายคำเปรียบเทียบ bigger ไม่ได้หมายถึงจรวดลำไหนก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าขนาดของกระเป๋าจะไม่เกินกระเป๋าเดินทางใบเล็ก แม้อยู่ในสภาพที่ใหญ่ที่สุด?

  1. Even when full, the bag wouldn't be any bigger than a small suitcase.
  2. Even when full, the bag wouldn't be as big as a small suitcase.
  3. Even when full, the bag would be bigger than a small suitcase.
ดูคำตอบ

Even when full, the bag wouldn't be any bigger than a small suitcase.

These strangelets would drift through the

5:11

สเตรนจ์เล็ตเหล่านี้จะล่องลอยผ่าน

galaxy for millions or billions of years

5:12

กาแล็กซีไปเป็นเวลาหลายล้านหรือหลายพันล้านปี

until they meet a star or planet by chance. วลี

5:15

จนกว่าพวกมันจะบังเอิญไปเจอกับดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์

วลี

by chance: บางสิ่งเกิดขึ้นโดยไม่ได้วางแผน

by chance หมายถึง “โดยบังเอิญ” หรือ “โดยไม่ได้วางแผนไว้” ในประโยคนี้ การพบดาวฤกษ์หรือดาวเคราะห์ถูกนำเสนอว่าเป็นเหตุการณ์แบบสุ่ม ไม่ใช่จุดหมายที่เลือกไว้ วลีนี้มักทำหน้าที่เป็นส่วนขยายกริยา โดยบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ให้เข้าใจสองคำนี้เป็นวลีเดียว ไม่ใช่แปลตรงตัวว่า “ผ่านโอกาสหนึ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “โดยบังเอิญและไม่ได้วางแผนไว้”: I found this old photo ____ while cleaning the attic.

ดูคำตอบ

by chance

If one were to strike Earth, ไวยากรณ์

5:18

ถ้าหากมีสักอันหนึ่งชนโลกเข้า

it would immediately start converting it into strange matter.

5:20

มันจะเริ่มเปลี่ยนโลกให้เป็นสสารประหลาดทันที

ไวยากรณ์

If ... were to ..., ... would ...: สมมติฐานเกี่ยวกับอนาคตที่ห่างไกล

โครงสร้าง If + ประธาน + were to + กริยารูปพื้นฐาน, ... would + กริยารูปพื้นฐาน นำเสนอเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตว่าเป็นเรื่องห่างไกล มีโอกาสน้อย หรือเป็นเพียงการสมมติ ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้บอกว่าสเตรนจ์เล็ตชนโลกแล้ว แต่กำลังพิจารณาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเหตุการณ์ที่มีโอกาสต่ำนี้เกิดขึ้น were เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสมมติ ไม่ใช่กริยาที่บอกอดีต ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่รอบคอบ ให้ใช้ were แม้ประธานจะเป็นเอกพจน์อย่าง one: If one were to strike ..., it would start ....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเงื่อนไขอนาคตที่ห่างไกลจากบทเรียนนี้: If a tiny asteroid ____ hit the station, the alarm ____ sound immediately.

ดูคำตอบ

were to · would

The more it converts, ไวยากรณ์

5:23

ยิ่งมันแปลงสภาพได้มากเท่าไหร่

the more it would grow.

5:25

มันก็จะยิ่งเติบโตขึ้น

ไวยากรณ์

The more ..., the more ... เพื่อเชื่อมการเปลี่ยนแปลงสองอย่าง

โครงสร้าง the more ..., the more ... เชื่อมปริมาณหรือระดับสองอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน กล่าวคือ เมื่ออย่างหนึ่งเพิ่ม อีกอย่างก็เพิ่มตาม ในประโยคนี้ ปริมาณสสารที่ถูกเปลี่ยนยิ่งมาก การเติบโตก็ยิ่งมาก ในโครงสร้างนี้ the ที่อยู่หน้าคำเปรียบเทียบแต่ละส่วนเป็นตัวบอกการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นสัดส่วน ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะทั่วไป more ตัวแรกแทนปริมาณที่ถูกเปลี่ยน ส่วน more ตัวที่สองขยาย grow ต้องมีทั้งสองอนุประโยคจึงจะแสดงความสัมพันธ์นี้ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเปรียบเทียบที่มาเป็นคู่ได้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงสองอย่างสัมพันธ์กัน?

  1. The plant gets the more sunlight, the faster it grows.
  2. The more sunlight the plant gets, it grows faster.
  3. The more sunlight the plant gets, the faster it grows.
ดูคำตอบ

The more sunlight the plant gets, the faster it grows.

Ultimately,

5:26

ในท้ายที่สุด

all of the atoms making up Earth กริยาวลี

5:27

อะตอมทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของโลก

กริยาวลี

making up Earth ในฐานะส่วนขยายรูป -ing แบบย่อ

ใน all of the atoms making up Earth วลี making up Earth เป็นวลี participle รูป -ing ที่ขยาย atoms และเป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อซึ่งมีความหมายเท่ากับ atoms that make up Earth ในที่นี้ make up หมายถึง “ก่อเป็น” หรือ “ประกอบกันเป็น” อะตอมคือส่วนประกอบ ส่วน Earth คือสิ่งทั้งหมดที่อะตอมเหล่านั้นประกอบขึ้นมา วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าโลกถูกแต่งเรื่องขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ make up ในความหมายว่า “ประกอบกันเป็น” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The steel beams ____ the bridge were inspected yesterday.

ดูคำตอบ

making up

would be converted.

5:29

ก็จะถูกแปลงสภาพ

Earth would become a hot clump of strange matter

5:30

โลกจะกลายเป็นก้อนสสารประหลาดร้อนระอุ

the size of an asteroid.

5:33

ที่มีขนาดเท่าดาวเคราะห์น้อย

If a strangelet strikes the Sun,

5:35

หากสเตรนจ์เล็ตพุ่งชนดวงอาทิตย์

it would collapse into a strange star,

5:37

ดวงอาทิตย์จะยุบตัวกลายเป็นดาวประหลาด

eating through it like fire through a dry forest. สำนวน

5:40

ถูกกลืนกินเหมือนไฟลามป่าที่แห้งแล้ง

สำนวน

eating through it like fire through a dry forest ในฐานะอุปมาของการทำลายล้าง

eat through ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยทำให้เห็นว่าสสารประหลาดแพร่ไปภายในดวงอาทิตย์ พร้อมกับกินทำลายหรือเปลี่ยนทุกสิ่งที่ขวางทาง ไม่ได้หมายถึงการกินจริง ๆ อุปมา like fire through a dry forest เพิ่มภาพที่คุ้นเคยของกระบวนการที่เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และหยุดได้ยาก สิ่งที่เหมือนกันคือรูปแบบและความรุนแรงของการแพร่ ไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์เป็นป่าหรือกำลังติดไฟจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ภาพที่เน้นในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. สสารประหลาดจะแพร่อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายภายในดวงอาทิตย์
  2. สิ่งมีชีวิตจะค่อย ๆ กัดดวงอาทิตย์ทีละคำ
  3. ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นป่าและติดไฟขึ้นมาจริง ๆ
ดูคำตอบ

สสารประหลาดจะแพร่อย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายภายในดวงอาทิตย์

This would not change the Sun's mass much,

5:43

สิ่งนี้จะไม่ทำให้มวลของดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปมากนัก

but it would become way less bright,

5:46

แต่มันจะสว่างน้อยลงอย่างมาก

so Earth would freeze to death.

5:47

และโลกก็จะหนาวตาย

And like a tiny virus, สำนวน

5:50

และเหมือนดั่งไวรัสตัวจิ๋ว

we'd have no way to see a strangelet coming. ไวยากรณ์

5:51

เราจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่าสเตรนจ์เล็ตกำลังจะมาเยือน

สำนวน

like a tiny virus เพื่อบอกความคล้าย ไม่ใช่อัตลักษณ์เดียวกัน

like a tiny virus นำเข้าสู่อุปมา โดยให้เข้าใจสเตรนจ์เลตผ่านลักษณะที่มีร่วมกัน คือมีขนาดเล็กมาก ตรวจพบล่วงหน้าได้ยาก และอาจเป็นอันตราย การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้จัดว่าสเตรนจ์เลตเป็นไวรัสทางชีววิทยา หรืออ้างว่ามันแพร่เชื้อเข้าสู่เซลล์ เมื่อใช้ like + นามวลี ผู้พูดจะเลือกเฉพาะความคล้ายที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังอธิบาย

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่เปรียบเทียบอย่างชัดเจน โดยไม่ได้บอกว่าวัตถุนั้นเป็นไวรัสจริง ๆ

  1. As a tiny virus, the particle could arrive unnoticed.
  2. Like a tiny virus, the particle could arrive unnoticed.
  3. The particle is a tiny virus that could arrive unnoticed.
ดูคำตอบ

Like a tiny virus, the particle could arrive unnoticed.

ไวยากรณ์

have no way to see ... coming: ไม่มีทางรู้ล่วงหน้า

Have no way to do something หมายถึง ไม่มีวิธีหรือโอกาสที่จะทำสิ่งนั้นได้ ในประโยคนี้ have no way to see หมายถึง ไม่มีวิธีตรวจพบสเตรนจ์เลตล่วงหน้า ใน see something coming คำรูป -ing คือ coming ใช้บอกว่าสิ่งที่เป็นกรรมกำลังทำอะไร ไม่ได้เป็นกริยารูปกำลังกระทำที่แยกออกมา See ... coming มักหมายถึงการสังเกตเห็นหรือคาดการณ์เหตุการณ์ก่อนที่มันจะมาถึงหรือเกิดขึ้น ดังนั้นทั้งวลีจึงเน้นว่าไม่มีการเตือนล่วงหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อชัดที่สุดว่าไม่มีวิธีตรวจพบอันตรายก่อนที่มันจะมาถึง

  1. We have no way to watch the storm arrive.
  2. We have a way to see where the storm is coming from.
  3. We have no way to see the storm coming.
ดูคำตอบ

We have no way to see the storm coming.

Worse still, ลำดับความ

5:54

ยิ่งไปกว่านั้น

some theories suggest strangelets are more than common

5:55

บางทฤษฎีเสนอว่าสเตรนจ์เล็ตมีอยู่ดกดื่น

outnumbering all stars in the galaxy.

5:59

มีจำนวนมากกว่าดาวฤกษ์ทั้งหมดในกาแล็กซีเสียอีก

ลำดับความ

Worse still: เพิ่มข่าวที่แย่ยิ่งกว่าเดิม

Worse still เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงเชิงลบอีกข้อ และนำเสนอว่าข้อใหม่นั้นร้ายแรงกว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า คำนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลใหม่แสดงว่าสถานการณ์กำลังแย่ลง โดยทั่วไปจะวางไว้ต้นข้อความที่เพิ่มเข้ามาและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ในที่นี้ still เน้นการเปลี่ยนจากเรื่องแย่ไปเป็นเรื่องที่แย่กว่า ไม่ได้หมายถึงการดำเนินต่อไปหรือการอยู่นิ่ง

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับเชื่อมสองประโยคนี้? The power is out. The emergency generator has stopped working.

  1. Worse still,
  2. For example,
  3. On the other hand,
ดูคำตอบ

Worse still,

These strangelets could have formed very early after the Big Bang, ไวยากรณ์

6:02

สเตรนจ์เล็ตเหล่านี้อาจก่อตัวขึ้นในช่วงแรกๆ หลังบิ๊กแบง

when it was as hot and dense as a neutron star core everywhere.

6:05

ซึ่งเป็นตอนที่ทุกหนทุกแห่งร้อนและหนาแน่นราวกับแกนกลางดาวนิวตรอน

ไวยากรณ์

could have formed: ความเป็นไปได้ในอดีตที่ยังไม่แน่นอน

ในที่นี้ could have formed เป็นการคาดคะเนเกี่ยวกับอดีต กล่าวคือ สเตรนจ์เล็ตอาจก่อตัวขึ้นแล้ว แต่ผู้พูดไม่แน่ใจ โครงสร้างคือ could have + กริยาช่องที่ 3 และ formed ทำให้เหตุการณ์ที่เป็นไปได้นั้นอยู่ในอดีต ประโยคนี้เสนอคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ไม่ได้หมายความว่าสเตรนจ์เล็ตมีความสามารถที่จะก่อตัวแต่สุดท้ายไม่ได้ก่อตัว การก่อตัวขึ้นจริงหรือไม่ยังเป็นคำถามที่ไม่มีข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “These crystals could have formed underground,” could have formed หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นไปได้ว่าผลึกเหล่านั้นก่อตัวอยู่ใต้ดิน แต่ยังไม่แน่นอน
  2. ผลึกเหล่านั้นสามารถก่อตัวใต้ดินได้ แต่แน่นอนว่าไม่ได้ก่อตัว
  3. ผลึกเหล่านั้นจำเป็นต้องก่อตัวใต้ดินในอนาคต
ดูคำตอบ

เป็นไปได้ว่าผลึกเหล่านั้นก่อตัวอยู่ใต้ดิน แต่ยังไม่แน่นอน

They might be clumping around the gravity of galaxies

6:09

พวกมันอาจจับตัวกันอยู่รอบแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซี

as the universe expanded and evolved.

6:12

ในขณะที่จักรวาลขยายตัวและวิวัฒนาการไป

Strangelets could even be so numerous and massive ไวยากรณ์

6:15

สเตรนจ์เล็ตอาจมีจำนวนมหาศาลและมีมวลมาก

that they might actually be the dark matter

6:18

จนพวกมันอาจจะเป็นสสารมืดจริงๆ

we suspect holds galaxies together. กริยาวลี

6:20

ที่เราสงสัยว่าคอยยึดเหนี่ยวกาแล็กซีเอาไว้ด้วยกัน

ไวยากรณ์

so numerous and massive that: โครงสร้างระดับและผลหนึ่งชุดสำหรับคำคุณศัพท์สองคำ

ในที่นี้ so ใช้บอกระดับที่สูง ส่วน that ใช้นำผลหรือข้อสรุปที่เชื่อมกับระดับนั้น คำคุณศัพท์ที่เชื่อมกันคือ numerous และ massive ต่างก็ขึ้นกับ so เพียงคำเดียว หมายความว่าทั้งจำนวนและมวลของสเตรนจ์เล็ตอาจสูงมากพอที่จะนำไปสู่แนวคิดเรื่องสสารมืด เนื่องจากประโยคใช้ could และ might อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จึงเป็นผลที่ตั้งเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว โครงสร้าง so ... that เชื่อมระดับเข้ากับผล แต่ตัวโครงสร้างเองไม่ได้รับรองว่าผลนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ so คำคุณศัพท์ทั้งสองตามลำดับที่กำหนด และ that (narrow, icy) The road was ____ we had to drive slowly.

ดูคำตอบ

so narrow and icy that

กริยาวลี

holds galaxies together: ทำให้กาแล็กซีรวมตัวกันอยู่

ใน holds galaxies together, hold ... together เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ทำให้ส่วนที่แยกกันยังเชื่อมต่อกันอยู่” คำว่า galaxies ซึ่งเป็นกรรมอยู่ระหว่าง hold กับ together และ -s ใน holds แสดงว่าประธานเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการใช้มือจับกาแล็กซีไว้ด้วยกัน แต่หมายถึงสสารมืดอาจมีผลที่ช่วยไม่ให้กาแล็กซีกระจัดกระจาย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้พูดถึงวัตถุ กลุ่มคน หรือความสัมพันธ์ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ hold ... together เติมประโยคให้สมบูรณ์: A few strong stitches can ____.

ดูคำตอบ

hold the patch together

But then again, ลำดับความ

6:23

แต่ก็นั่นแหละ

maybe not.

6:24

บางทีอาจจะไม่ใช่ก็ได้

This is speculation,

6:25

นี่เป็นเพียงการคาดเดา

ลำดับความ

But then again, maybe not... This is speculation: ทบทวนใหม่และแสดงความไม่แน่นอน

But then again เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่หมายถึง “เมื่อลองพิจารณาประเด็นนั้นใหม่” หรือ “ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง” ในที่นี้ maybe not ทำหน้าที่ถอยกลับจากข้อกล่าวอ้างที่ฟังดูน่าสนใจ ส่วน then again ไม่ได้หมายถึงลำดับเวลา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง This is speculation ระบุโดยตรงว่าแนวคิดนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เมื่อนำสองประโยคมารวมกัน ผู้พูดจึงเสนอสมมติฐานที่น่าสนใจก่อน แล้วค่อยย้ำเส้นแบ่งระหว่างความเป็นไปได้กับหลักฐานที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายต้องการทบทวนข้อกล่าวอ้างที่น่าตื่นเต้นและบอกว่าข้อกล่าวอ้างนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ตัวเลือกใดทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้

  1. But then again, maybe not. This is speculation.
  2. After that, the test began. This is speculation.
  3. But then, the test began. This is a confirmed result.
ดูคำตอบ

But then again, maybe not. This is speculation.

and the Earth and Sun and planets haven't been consumed in a wildfire of strangelets in the past few billion years,

6:27

และในรอบหลายพันล้านปีที่ผ่านมา โลก ดวงอาทิตย์ รวมถึงดาวเคราะห์ต่างๆ ก็ไม่ได้ถูกกลืนกินในไฟป่าสเตรนจ์เล็ตเลย

so the odds seem good that it won't happen anytime soon. วลี

6:33

ดังนั้นโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้จึงค่อนข้างสูง

วลี

การคาดการณ์อย่างระมัดระวังด้วย “the odds seem good that ... anytime soon”

“The odds seem good that ...” ใช้ประเมินความน่าจะเป็นอย่างระมัดระวัง หลักฐานที่มีอยู่ทำให้ข้อความต่อจากนั้นดูมีแนวโน้มเป็นจริง แต่ผู้พูดไม่ได้อ้างว่าพิสูจน์แล้วหรือแน่นอน ในที่นี้ ข้อความที่ดูมีแนวโน้มเป็นจริงคือเหตุการณ์นั้นจะไม่เกิดขึ้น “anytime soon” คำว่า “anytime soon” หมายถึงในอนาคตอันใกล้ที่พอคาดการณ์ได้ จึงยังเปิดโอกาสว่าเหตุการณ์นั้นอาจเกิดขึ้นในภายหลังอีกนาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าจากหลักฐานแล้ว ปัญหาในอนาคตไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันใกล้ที่พอคาดการณ์ได้ โดยไม่ได้อ้างว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นเลย?

  1. The odds seem good that the backup system won't fail anytime soon.
  2. The backup system will never fail.
  3. The backup system is certain to fail very soon.
ดูคำตอบ

The odds seem good that the backup system won't fail anytime soon.

Understanding these strange objects today

6:38

การทำความเข้าใจวัตถุแปลกประหลาดเหล่านี้ในปัจจุบัน

may be the key to understanding the birth of our universe วลี

6:40

อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาการกำเนิดจักรวาลของเรา

and why it grew to look the way it does now.

6:43

และเหตุผลว่าทำไมจักรวาลจึงเติบโตมาจนมีรูปร่างหน้าตาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

วลี

“the key to understanding”: key to + รูป -ing

“The key to understanding X” หมายถึงปัจจัย วิธีการ หรือเบาะแสที่สำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจ X ในประโยคนี้ การศึกษาวัตถุประหลาดเหล่านี้อาจเป็นหนทางสำคัญในการอธิบายจุดกำเนิดและรูปร่างปัจจุบันของจักรวาล ในโครงสร้าง “the key to + คำนาม/gerund” คำว่า “to” เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ดังนั้น “the key to understanding” จึงถูกต้อง ไม่ใช่ “the key to understand”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ตรงตัวและมีความหมายว่า “ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจ”: Careful observation is ____ how the machine works.

ดูคำตอบ

the key to understanding

When scientists first started playing with magnets and wires

6:46

เมื่อบรรดานักวิทยาศาสตร์เริ่มเล่นกับแม่เหล็กและขดลวด

and thinking about electrons,

6:50

และขบคิดถึงเรื่องอิเล็กตรอนเป็นครั้งแรก

they had no idea how technology would evolve in the next 100 years. วลี

6:51

พวกก็เขาไม่รู้เลยว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปอย่างไรในช่วง 100 ปีข้างหน้า

วลี

had no idea how: ไม่รู้เลยว่ากระบวนการหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไร

ใน had no idea how คำว่า idea ไม่ได้หมายถึงข้อเสนอหรือแผน แต่ had no idea หมายถึงไม่รู้เลย ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงไม่สามารถจินตนาการหรือคาดการณ์ได้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปอย่างไร ในที่นี้ how เริ่มคำถามที่อยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ยาวกว่า ซึ่งเรียกว่าคำถามทางอ้อม ใช้ have หรือ had no idea how + อนุประโยค เมื่อสิ่งที่ไม่รู้เกี่ยวข้องกับวิธีหรือระดับที่บางสิ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่เน้นว่าไม่รู้เลยว่าอุปกรณ์ทำงานอย่างไร: At first, the engineers ____ the device produced the signal.

ดูคำตอบ

had no idea how

The scientists thinking about the cause of neutron stars

6:56

นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังขบคิดถึงต้นกำเนิดของดาวนิวตรอน

and strange matter today

6:59

และสสารประหลาดอยู่ในปัจจุบันนี้

may be setting up humans for a future beyond our wildest imaginations. โน้ต

7:00

อาจกำลังปูทางให้มนุษยชาติก้าวสู่อนาคตที่เหนือจินตนาการที่สุดก็เป็นได้

กริยาวลี

setting up humans for: สร้างเงื่อนไขสำหรับผลลัพธ์ในอนาคต

ใน setting up humans for a future สำนวน set someone up for something หมายถึงการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์ในภายหลังมีโอกาสเกิดขึ้นมากขึ้น งานวิจัยในปัจจุบันอาจกำลังเตรียมมนุษยชาติให้พร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่เรายังจินตนาการไม่ถึง การกระทำนี้ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ และไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ตั้งใจไว้ โครงสร้างคือ set + คนหรือกลุ่มคน + up for + เหตุการณ์ สถานการณ์ ความสำเร็จ หรือปัญหาในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ set someone up for something โดยคนที่กล่าวถึงคือ you: A good sleep routine can ____ a calmer morning.

ดูคำตอบ

set you up for

สำนวน

Beyond Our Wildest Imaginations: ไกลเกินกว่าจินตนาการอันโลดแล่นที่สุดของเรา

ในประโยคนี้ beyond our wildest imaginations หมายถึงไกลเกินกว่าแม้แต่ความเป็นไปได้ที่กล้าคิดที่สุดซึ่งเราจะจินตนาการได้ในตอนนี้ เป็นการเน้นว่าอนาคตอาจน่าประหลาดใจหรือพิเศษเหนือธรรมดาเพียงใด วลีนี้เป็นการกล่าวเกินจริงเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำรับรองตามข้อเท็จจริง โดยนำเสนอว่าผลระยะยาวของงานวิจัยในปัจจุบันไม่อาจคาดการณ์ได้อย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: The invention could create possibilities ____.

ดูคำตอบ

beyond our wildest imaginations

Or maybe not.

7:05

หรืออาจจะไม่

Time will tell. สำนวน

7:07

เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

สำนวน

Time Will Tell: เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

Time will tell หมายถึงตอนนี้ยังไม่ทราบคำตอบ แต่คำตอบจะชัดเจนขึ้นเมื่อเหตุการณ์ดำเนินต่อไป เป็นการทำให้เวลาดูเหมือนบุคคลที่สามารถเปิดเผยคำตอบได้ ในที่นี้ วลีนี้ใช้จบการคาดการณ์ที่ยังไม่แน่นอนโดยไม่เลือกว่าคำตอบคือใช่หรือไม่ใช่ ผู้พูดเปิดคำถามไว้และรอหลักฐานในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ: We cannot know yet whether the small business will succeed. ____.

ดูคำตอบ

Time will tell