ตำนานของเจสันและเหล่าอาร์โกนอท - ไอซอลต์ กิลเลสปี: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: เจสันนำเหล่าอาร์โกนอตเดินทางสู่โคลคิสเพื่อชิงขนแกะทองคำคืนมา แต่สิ่งล่อลวง การเผชิญหน้าอันตรายถึงชีวิต และความผิดพลาดอันน่าเศร้าค่อย ๆ บั่นทอนคณะเดินทาง หลังผ่านโขดหินกระแทกกัน เขาสังหรณ์ว่าช่วงสุดท้ายอาจทำให้ต้องแยกจากพวกพ้องและแลกด้วยราคาที่เลวร้าย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. had ruthlessly usurped the throne of Thessaly from Jason's grandfather. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า usurp the throne from สื่อถึงการช่วงชิงราชอำนาจโดยมิชอบได้อย่างเจาะจง คุณจะแยกคำกริยาเชิงประวัติศาสตร์และเป็นทางการนี้ออกจากคำกลาง ๆ อย่าง take power และใช้กล่าวถึงรัฐประหาร ความขัดแย้งเรื่องสืบราชบัลลังก์ หรืออำนาจที่ถูกแย่งชิงได้ 2. were none other than their previous hosts. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่า none other than เป็นรูปแบบเน้นย้ำเพื่อเปิดเผยตัวตนที่คาดไม่ถึง คุณสามารถใช้ในเรื่องเล่า สุนทรพจน์ และรายงาน เมื่อความจริงที่เปิดเผยสร้างความตกใจหรือมีความสำคัญเป็นพิเศษ 3. Yet while Jason rested and celebrated with his crew, he could feel his time among them was drawing to a close. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่า Yet while สร้างความต่างระหว่างงานฉลองภายนอกกับลางสังหรณ์เรื่องการจากลาภายในใจของเจสัน ส่วน drawing to a close บอกว่าจุดจบกำลังใกล้เข้ามา คุณจึงใช้โครงสร้างนี้ปูเหตุการณ์ล่วงหน้าและเชื่อมสถานการณ์ที่เกิดพร้อมกันแต่มีอารมณ์ตรงข้ามกันได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hercules, the strongest man alive with a mighty heart to match. ไวยากรณ์
0:06เฮอร์คิวลีส ชายที่แข็งแกร่งที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมด้วยหัวใจอันทรงพลังที่คู่ควรกัน
the strongest man alive ... with a mighty heart to match: การแนะนำตัวละครแบบกระชับ
กลุ่มคำนาม the strongest man alive ที่ตามหลัง Hercules เรียกและระบุตัวเขาอีกแบบหนึ่ง โดยวางเทียบเพื่ออธิบายว่าเขาเป็นใคร ในการแนะนำตัวละครแบบลิสต์อย่างรวดเร็วนี้ ประโยคเต็ม Hercules is the strongest man alive ถูกย่อด้วยการละกริยา ส่วน alive จำกัดขอบเขตการเปรียบเทียบไว้ที่ผู้คนซึ่งยังมีชีวิตอยู่ในเวลานั้น กลุ่มคำที่ขึ้นต้นด้วย with เพิ่มคุณสมบัติภายในที่ทัดเทียมกับพละกำลัง ไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่ง ในที่นี้ a mighty heart สื่อถึงความกล้าหาญและใจกว้าง ส่วน to match หมายความว่าคุณสมบัตินี้โดดเด่นพอ ๆ กับพละกำลังที่กล่าวไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบการบรรยายตัวละครแบบย่อเดียวกันได้ถูกต้องภายในประโยคที่สมบูรณ์?
- Lena, who the youngest captain in the league with the confidence to match, greeted the crowd.
- Lena, the youngest captain in the league with the confidence to match, greeted the crowd.
- Lena was the youngest captain in the league with the confidence to match, greeted the crowd.
ดูคำตอบ
Lena, the youngest captain in the league with the confidence to match, greeted the crowd.
Orpheus, charmer of nature and master of music. วลี
0:10ออร์ฟิอุส ผู้หลงใหลในธรรมชาติและปรมาจารย์แห่งดนตรี
charmer of nature ... master of music: สมญานามคู่ขนานของตัวละคร
charmer of nature และ master of music เป็นกลุ่มคำนามคู่ขนานสองกลุ่มที่เชื่อมด้วย and ทั้งสองทำหน้าที่เป็นสมญานามที่วางเทียบเพื่ออธิบาย Orpheus และสรุปความสามารถของเขาโดยไม่ต้องใช้อนุประโยคเต็ม ในที่นี้ charmer หมายถึงคนที่ทำให้ผู้อื่นหลงใหลหรือยินดีได้ ดังนั้น charmer of nature จึงเป็นคำกล่าวเชิงกวีว่าดนตรีของเขาสามารถสะกดโลกธรรมชาติได้ ส่วน master of music หมายถึงผู้ที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญด้านดนตรีอย่างยอดเยี่ยม
แบบฝึกหัด
ข้อความแนะนำใดใช้กลุ่มคำนามที่เป็นสมญานามคู่ขนานสองกลุ่มได้ถูกต้อง?
- Amira, protector of the village and master of the bow, stepped forward.
- Amira, protector the village and master the bow, stepped forward.
- Amira, protects of the village and masters of the bow, stepped forward.
ดูคำตอบ
Amira, protector of the village and master of the bow, stepped forward.
hatched from an egg: ชาติกำเนิดในตำนาน
ในคำบรรยายเชิงตำนานนี้ hatched from an egg หมายถึงฝาแฝดถือกำเนิดโดยฟักออกมาจากไข่ ปกติ hatch ใช้กับสิ่งมีชีวิตที่ออกจากเปลือกไข่ แต่ที่นี่ใช้เล่าชาติกำเนิดเหนือธรรมชาติ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเกิดของมนุษย์ทั่วไป hatched เป็นกริยาหลักของประโยคในรูปอดีตกาล โครงสร้าง X hatched from an egg ยังใช้เล่าการเกิดของตัวละครในตำนานหรือแฟนตาซีได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ hatched from an egg บอกอะไรเกี่ยวกับฝาแฝด
- บอกว่าในตำนาน ฝาแฝดฟักออกมาจากไข่
- บอกว่าฝาแฝดพบไข่แล้วคอยดูแลมัน
- บอกว่าฝาแฝดเป็นนกธรรมดา ไม่ใช่ตัวละครในตำนาน
ดูคำตอบ
บอกว่าในตำนาน ฝาแฝดฟักออกมาจากไข่
sons of the north wind who could hurtle through the air. วัฒนธรรม
0:20บุตรแห่งลมเหนือผู้สามารถพุ่งทะยานผ่านอากาศ
sons of the north wind: เชื้อสายในตำนาน
ในคำบรรยายเชิงตำนานนี้ sons of the north wind ระบุชาติกำเนิดของเหล่าโบรีแอดส์ว่าเป็นบุตรของโบเรียส เทพผู้เป็นตัวแทนของลมเหนือ ดังนั้น north wind จึงหมายถึงเทพ ไม่ใช่เพียงสภาพอากาศ วลีบอกตัวตนแบบ sons of ... ช่วยแนะนำเชื้อสายของตัวละครได้อย่างรวดเร็วในเรื่องเล่าทางตำนานหรือประวัติศาสตร์ ในที่นี้เชื้อสายดังกล่าวยังช่วยอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงพุ่งทะยานผ่านอากาศได้
แบบฝึกหัด
ในเรื่องเล่าทางตำนานนี้ sons of the north wind ระบุอะไร
- สถานที่ที่กะลาสีธรรมดาเลี้ยงดูพวกเขา
- สภาพอากาศที่พวกเขาสร้างขึ้นขณะเดินทางไปทางเหนือ
- เชื้อสายของพวกเขาในฐานะบุตรของลมเหนือที่ถูกทำให้เป็นเทพ
ดูคำตอบ
เชื้อสายของพวกเขาในฐานะบุตรของลมเหนือที่ถูกทำให้เป็นเทพ
For untold times, ... creating new legends wherever they went: การวางภูมิหลังด้านเวลาและผลที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
For untold times วางกรอบเวลาที่ยาวนานและไม่เจาะจงไว้ก่อนการกระทำหลัก ประโยคหลัก these heroes had roamed ancient Greece นำเสนอการเดินทางของเหล่าวีรบุรุษเป็นภูมิหลังที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์สำคัญถัดไปของเรื่อง creating new legends wherever they went เป็นอนุประโยค -ing ที่ขยายประโยคหลักนั้น โดยเพิ่มสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะเหล่าวีรบุรุษเดินทางและผลที่เกิดจากการเดินทาง ไม่ใช่ประโยคหลักอิสระอีกประโยคหนึ่ง กรอบเวลาตอนต้นกับอนุประโยค -ing ตอนท้ายจึงย่อประวัติศาสตร์อันยาวนานให้เป็นบทนำแบบมหากาพย์เพียงประโยคเดียว
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นไว้ทั้งสองส่วนทำหน้าที่อะไรในการบรรยายนี้
- ทั้งสองส่วนนำเสนอเหตุการณ์หลักสองเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลา
- ทั้งสองส่วนถามว่าเหล่าวีรบุรุษไปที่ไหน แล้วจึงตอบคำถามนั้น
- ส่วนแรกสร้างภูมิหลังด้านเวลาที่ยาวนาน แล้วส่วนหลังเพิ่มผลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเดินทางของเหล่าวีรบุรุษ
ดูคำตอบ
ส่วนแรกสร้างภูมิหลังด้านเวลาที่ยาวนาน แล้วส่วนหลังเพิ่มผลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเดินทางของเหล่าวีรบุรุษ
But none ... was so great as ... joined forces for the sake: การนำการผจญภัยหลักมาไว้ที่จุดสนใจ
But เปลี่ยนการเล่าจากการสรุปการผจญภัยมากมายก่อนหน้านี้ไปสู่เหตุการณ์สำคัญหนึ่งเหตุการณ์ none of their adventures was so great as... จัดให้เหตุการณ์ที่กำลังจะเล่าสำคัญกว่าการผจญภัยอื่นทั้งหมด กล่าวคือ ไม่มีการผจญภัยก่อนหน้านี้ที่ยิ่งใหญ่เท่ากับเหตุการณ์ซึ่งนำเข้าด้วย when when they joined forces ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ใด joined forces หมายถึงเหล่าวีรบุรุษที่แยกกันอยู่มาร่วมมือกัน ส่วน for the sake of a young man named Jason ระบุบุคคลซึ่งประโยชน์หรือเป้าหมายของเขาเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาลงมือ รูปแบบการหักมุมและเปรียบเทียบนี้ปิดฉากภูมิหลังแบบกว้างแล้วนำเรื่องหลักเรื่องหนึ่งมาไว้ที่จุดสนใจ
แบบฝึกหัด
การหักมุมและการเปรียบเทียบที่เน้นไว้ทำให้เรื่องใดกลายเป็นจุดศูนย์กลางของคำบรรยาย
- ทั้งสองส่วนระบุว่าการผจญภัยที่เหล่าวีรบุรุษรวมพลังกันเพื่อเจสันยิ่งใหญ่กว่าการผจญภัยก่อนหน้านี้ทั้งหมด
- ทั้งสองส่วนบอกว่าการผจญภัยก่อนหน้าของเหล่าวีรบุรุษสำคัญเท่ากันทั้งหมด
- ทั้งสองส่วนอธิบายว่าเจสันทำการผจญภัยทุกครั้งสำเร็จเพียงลำพัง
ดูคำตอบ
ทั้งสองส่วนระบุว่าการผจญภัยที่เหล่าวีรบุรุษรวมพลังกันเพื่อเจสันยิ่งใหญ่กว่าการผจญภัยก่อนหน้านี้ทั้งหมด
joined forces for the sake of someone: ร่วมมือกันเพื่อใครบางคน
Joined forces หมายถึงคนหรือกลุ่มที่เดิมแยกกันเริ่มทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียว ในประโยคนี้ เหล่าวีรบุรุษลงมือร่วมกันแทนที่จะต่างคนต่างทำ หลังคำที่เน้นยังมี of ต่อท้าย เป็น for the sake of a young man named Jason โครงสร้าง for the sake of someone or something บอกว่าความร่วมมือนั้นทำเพื่อบุคคล ผลประโยชน์ หรือจุดประสงค์ใด ดังนั้น เหล่าวีรบุรุษจึงร่วมมือกันเพื่อช่วย Jason ไม่ใช่เพียงเพราะ Jason เป็นสาเหตุให้พวกเขามาร่วมมือกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายให้สมบูรณ์ เพื่อแสดงว่าทีมกู้ภัยสองทีมร่วมมือกันเพื่อช่วยนักเดินป่าที่หายตัวไป: The two rescue teams ____ of the missing hikers.
ดูคำตอบ
joined forces for the sake
had ruthlessly usurped the throne ... from someone: ชิงบัลลังก์จากใครบางคนอย่างไร้ความปรานี
To usurp a throne หมายถึงการยึดอำนาจกษัตริย์โดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย โครงสร้าง usurp the throne from someone ระบุบุคคลที่ถูกพรากอำนาจปกครองหรือสิทธิในบัลลังก์ไป ไม่ได้หมายถึงการสืบทอดหรือขึ้นครองบัลลังก์อย่างถูกกฎหมาย Had usurped เป็น past perfect ซึ่งวางเหตุการณ์ชิงอำนาจไว้ก่อนอีกจุดหนึ่งในอดีตของเรื่อง ส่วน Ruthlessly เสริมว่าพีเลียสลงมืออย่างไร้ความปรานี
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายด้วย usurp the throne มากที่สุด
- เจ้าชายคนหนึ่งขึ้นเป็นกษัตริย์ตามกฎการสืบราชบัลลังก์ที่ถูกต้อง
- นายพลคนหนึ่งชิงมงกุฎจากผู้ปกครองที่ชอบธรรมทั้งที่ตนไม่มีสิทธิใด ๆ
- กษัตริย์อนุญาตให้ที่ปรึกษานำการประชุมหนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ
นายพลคนหนึ่งชิงมงกุฎจากผู้ปกครองที่ชอบธรรมทั้งที่ตนไม่มีสิทธิใด ๆ
the cowardly king set him a seemingly impossible task. วลี
0:48กษัตริย์ผู้ขี้ขลาดได้มอบหมายงานที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้กับเขา
When Jason returned ... the king set him ...: โครงสร้างเชื่อมเหตุการณ์กระตุ้นกับเหตุการณ์ถัดไป
When Jason returned ... เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่กล่าวถึงการกลับมาของเจสันก่อน ส่วนประโยคหลัก the cowardly king set him ... บอกการกระทำใหม่ที่เริ่มขึ้น ณ จุดนั้น โครงสร้าง When + เหตุการณ์ในอดีต ตามด้วยเหตุการณ์ในอดีตในประโยคหลัก ช่วยดำเนินเรื่องโดยเชื่อมเหตุการณ์กระตุ้นหรือจุดเวลาเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ในประโยคนี้ การกลับมาไม่ใช่เพียงข้อมูลพื้นหลังที่ไม่สำคัญ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้กษัตริย์ตอบโต้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค When เพื่อกำหนดเหตุการณ์กระตุ้น แล้วใช้ประโยคหลักบอกสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป?
- When Maya opened the old box, a hidden map fell onto the floor.
- Because Maya wanted an adventure, she opened the old box.
- While Maya was reading, rain tapped against the window.
ดูคำตอบ
When Maya opened the old box, a hidden map fell onto the floor.
set him a seemingly impossible task: โครงสร้าง set + คน + ภารกิจ
ใน set him a seemingly impossible task คำว่า set หมายถึง “มอบหมาย” หรือ “ให้” ไม่ใช่ “วาง” วลีนี้ใช้โครงสร้างกรรมสองตัว set + person + task โดย him คือผู้ที่ได้รับภารกิจ และ a seemingly impossible task คืองานที่เขาได้รับคำสั่งให้ทำ Seemingly ขยายคำว่า impossible ภารกิจนั้นดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้อยคำนี้ยังเปิดโอกาสว่าภารกิจอาจทำสำเร็จได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง set + person + task โดยใช้ set, us และ task อย่างละหนึ่งครั้ง: At practice, the coach ____ that required speed and teamwork.
ดูคำตอบ
set us a task
under King Aeetes' nose: ต่อหน้าต่อตากษัตริย์
ในวลี under King Aeetes' nose นั้น under someone's nose ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า การขโมยจะเกิดขึ้นใกล้กษัตริย์มากหรืออยู่ในบริเวณที่พระองค์เฝ้าดูและควบคุม ซึ่งตามปกติแล้วพระองค์ควรสังเกตเห็นและขัดขวางได้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ใต้จมูกจริง ๆ แต่ทำให้ภารกิจฟังดูกล้าหาญและอันตรายเป็นพิเศษ เพราะต้องทำภายใต้การจับตาของกษัตริย์
แบบฝึกหัด
under King Aeetes' nose ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- การขโมยจะเกิดขึ้นในสายตาหรือเขตควบคุมของกษัตริย์ แต่พระองค์อาจไม่ทันสังเกตหรือขัดขวาง
- ขนแกะจะถูกวางไว้ใต้จมูกของกษัตริย์จริง ๆ
- การขโมยจะเกิดขึ้นไกลจากทุกสถานที่ที่กษัตริย์ควบคุม
ดูคำตอบ
การขโมยจะเกิดขึ้นในสายตาหรือเขตควบคุมของกษัตริย์ แต่พระองค์อาจไม่ทันสังเกตหรือขัดขวาง
If Jason retrieved ... Pelias promised to relinquish ...: คำสัญญาแบบมีเงื่อนไข
อนุประโยคที่มี if ระบุเงื่อนไขที่เจสันต้องทำให้สำเร็จ ส่วนประโยคหลักบอกว่าพีเลียสสัญญาจะให้อะไรเป็นการตอบแทน เมื่อรวมกันจึงเป็นข้อตกลงแลกเปลี่ยนว่า การนำขนแกะทองคำกลับมาเป็นเงื่อนไขที่พีเลียสจะสละบัลลังก์ Retrieved และ promised เป็นรูปอดีต เพราะผู้เล่าเล่าข้อตกลงจากมุมมองในอดีต ประโยคนี้บอกเพียงเงื่อนไขของคำสัญญา ไม่ได้ยืนยันว่าเจสันทำเงื่อนไขนั้นสำเร็จในภายหลัง
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบายคำสัญญานี้ได้ถูกต้อง
- พีเลียสสัญญาว่าจะสละบัลลังก์ไม่ว่าเจสันจะทำอะไร
- คำสัญญาของพีเลียสว่าจะสละบัลลังก์ขึ้นอยู่กับการที่เจสันนำขนแกะทองคำกลับมาได้
- พีเลียสสละบัลลังก์ก่อนที่จะขอให้เจสันนำขนแกะทองคำกลับมา
ดูคำตอบ
คำสัญญาของพีเลียสว่าจะสละบัลลังก์ขึ้นอยู่กับการที่เจสันนำขนแกะทองคำกลับมาได้
Touched by ... spread ...: วลี past participle ที่บอกสาเหตุ
Touched by his heroic mission ที่อยู่ต้นประโยคเป็นวลี past participle ซึ่งบอกสาเหตุของการกระทำในประโยคหลัก กล่าวคือ เหล่าเทพเผยแพร่คำร้องขอเพราะภารกิจของเขาทำให้พวกเขาซาบซึ้งใจ touched ในที่นี้หมายถึงรู้สึกสะเทือนใจ ไม่ใช่ถูกสัมผัสทางร่างกาย ประธานโดยนัยของ Touched คือประธานของประโยคหลัก ได้แก่ the gods โครงสร้าง วลี past participle + ประธาน + กริยา ช่วยย่ออนุประโยคที่ใช้ because และวางสาเหตุไว้ก่อนผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลี past participle ต้นประโยคได้ถูกต้องเพื่อบอกเหตุผลที่เพื่อนบ้านลงมือช่วย?
- Touched by the family's story, the neighbors shared the family's call for help.
- Touched by the family's story, help was offered by the neighbors.
- Touched by the family's story, the call for help reached the neighbors.
ดูคำตอบ
Touched by the family's story, the neighbors shared the family's call for help.
and soon he had assembled a not so motley crew. สำนวน
1:10และในไม่ช้าเขาก็ได้รวบรวมลูกเรือที่ไม่ได้หลากหลายจนเกินไป
had assembled a not so motley crew: พลิกความหมายของคำเรียก motley crew
Had assembled เป็น past perfect แสดงว่าเมื่อถึงจุดนั้นในเรื่อง เขาได้รวบรวมกลุ่มไว้เรียบร้อยแล้ว A motley crew เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการสำหรับกลุ่มคนที่หลากหลาย เป็นการรวมตัวที่คาดไม่ถึง หรือดูไม่เป็นระเบียบ มักมีน้ำเสียงขบขันหรือแง่ลบเล็กน้อย เมื่อผู้บรรยายพูดว่า a not so motley crew เขากำลังถอนคำเรียกนั้นกลับอย่างขบขัน สมาชิกอาจแตกต่างกัน แต่พวกเขาเป็นวีรบุรุษที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่กลุ่มคนที่ดูไม่น่าประทับใจ Not so ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเหมือนกัน แต่เป็นการปฏิเสธภาพที่ดูถูกพวกเขา
แบบฝึกหัด
a not so motley crew ในที่นี้สื่อความหมายใด?
- กลุ่มนี้ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้เลย
- ทุกคนในกลุ่มมีภูมิหลังและรูปแบบเหมือนกันทุกอย่าง
- กลุ่มนี้มีสมาชิกหลากหลาย แต่โดดเด่นและมีความสามารถมากกว่าที่คำว่า motley crew ชวนให้คิด
ดูคำตอบ
กลุ่มนี้มีสมาชิกหลากหลาย แต่โดดเด่นและมีความสามารถมากกว่าที่คำว่า motley crew ชวนให้คิด
named themselves the Argonauts after their sturdy ship: บอกที่มาของชื่อ
โครงสร้าง name A X after B หมายถึง “ตั้งชื่อ A ว่า X โดยนำชื่อหรือแรงบันดาลใจมาจาก B” ในประโยคนี้ themselves คือ A, the Argonauts คือชื่อ X ที่เลือก และเรืออาร์โกของพวกเขาคือที่มาของชื่อ B after ในที่นี้บอกที่มาของชื่อ ไม่ได้หมายถึง “หลังจาก” ในแง่เวลา ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าพวกเขาใช้เรือก่อนแล้วจึงค่อยตั้งชื่อให้ตนเอง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าบ้านเกิดของพวกเขาเป็นที่มาของชื่อเรือกู้ภัย?
- They launched the rescue boat after visiting their hometown.
- They named the rescue boat after their hometown.
- They sailed the rescue boat toward their hometown.
ดูคำตอบ
They named the rescue boat after their hometown.
But the path ahead ... enough to test even the fiercest heroes: บอกล่วงหน้าถึงอันตรายและผลที่ตามมา
But เปลี่ยนทิศทางของเรื่องจากการรวมตัวของเหล่าวีรบุรุษไปสู่อันตรายที่กำลังจะมาถึง the path ahead ทำให้เรื่องราวช่วงถัดไปดูเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก และ was marked with untold terrors บอกล่วงหน้าว่าหนทางนั้นจะเต็มไปด้วยอันตราย enough to test even the fiercest heroes แสดงระดับและผลที่ตามมา คือความน่าสะพรึงกลัวนั้นรุนแรงมากจนแม้แต่วีรบุรุษที่กล้าหาญที่สุดก็ยังถูกทดสอบ ไม่ได้บอกว่าความน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นมีอยู่เพื่อจุดประสงค์ใด
แบบฝึกหัด
enough to test even the fiercest heroes ในประโยคนี้แสดงอะไร?
- ความน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นมีอยู่เพื่อจุดประสงค์ในการทดสอบเหล่าวีรบุรุษ
- ความน่าสะพรึงกลัวนั้นรุนแรงมากจนแม้แต่วีรบุรุษที่กล้าหาญที่สุดก็ยังถูกทดสอบ
- มีเพียงวีรบุรุษที่อ่อนแอเท่านั้นที่จะรู้สึกว่าการเดินทางนี้ยากลำบาก
ดูคำตอบ
ความน่าสะพรึงกลัวนั้นรุนแรงมากจนแม้แต่วีรบุรุษที่กล้าหาญที่สุดก็ยังถูกทดสอบ
Lemnos, an isle of women ...: เพิ่มข้อมูลภูมิหลังของสถานที่ด้วยนามซ้อน
อนุประโยคหลัก Their first stop was Lemnos ใช้แนะนำสถานที่ใหม่ในการเดินทาง ส่วน an isle of women หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นส่วนขยายแบบนามซ้อน กล่าวคือเป็นวลีนามที่เรียก Lemnos ซ้ำอีกแบบและบอกว่าเป็นสถานที่ชนิดใด ไม่ใช่อนุประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง อนุประโยคสัมพันธ์ who had killed all the island's men ขยาย women และเพิ่มข้อมูลภูมิหลังที่โดดเด่นที่สุดของสถานที่นั้น ข้อมูลจึงเรียงตามรูปแบบการเล่าเรื่องที่มีประโยชน์ ได้แก่ ชื่อสถานที่ คำอธิบายสั้น ๆ แล้วจึงตามด้วยรายละเอียดสำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้นามซ้อนหลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อระบุสถานที่ใหม่ แล้วเพิ่มข้อมูลภูมิหลังของสถานที่นั้น?
- Our final stop was Orkney, a group of islands known for ancient stone circles.
- Because Orkney is a group of islands, it was our final stop.
- Our final stop was Orkney, and a group of islands appeared beyond it.
ดูคำตอบ
Our final stop was Orkney, a group of islands known for ancient stone circles.
Aphrodite had cursed them with a sickening stench,
1:39อะโฟรไดทีได้สาปให้พวกเธอมีกลิ่นเหม็นที่ชวนคลื่นไส้
As punishment ... cursed them with ...: ระบุการลงโทษและผลที่เกิดขึ้น
As punishment เป็นวลีบุพบทที่วางไว้หน้าประโยค ในที่นี้ as หมายถึง “ในฐานะหรือในรูปแบบของ” วลีนี้จึงระบุว่าการกระทำของอโฟรไดท์เป็นการลงโทษ ไม่ได้หมายถึง “เมื่อ” ในโครงสร้าง curse someone with something บุคคลที่อยู่หลัง curse จะต้องเผชิญสภาพไม่พึงประสงค์ที่ระบุหลัง with ในที่นี้ them หมายถึงเหล่าผู้หญิงที่ได้รับผล และ a sickening stench คือสภาพนั้น ประโยคจึงบอกทั้งการลงโทษและผลร้ายที่เกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ระบุว่าการกระทำนั้นเป็นบทลงโทษ: ____, the coach canceled the team's free afternoon.
ดูคำตอบ
As punishment
didn't stop Jason fathering: อุปสรรคที่หยุดไม่ได้
รูปแบบ didn't stop + person + -ing หมายถึงอุปสรรคไม่สามารถขัดขวางการกระทำของคนนั้นได้ การกระทำหลัง stop ยังเกิดขึ้นจริง ในที่นี้ Jason ยังคงได้เป็นพ่อของฝาแฝดแม้จะมีปัญหาก่อนหน้านั้น Father ในที่นี้เป็นคำกริยา fathering twins with the queen หมายถึงการมีลูกแฝดกับราชินีและเป็นพ่อโดยกำเนิดของเด็ก ไม่ได้หมายถึงการดูแลหรือเลี้ยงดูเด็ก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Eli เข้าไปในถ้ำแม้จะได้รับคำเตือนแล้ว?
- The warning stopped Eli from entering the cave.
- Eli stopped entering the cave before the warning.
- The warning didn't stop Eli from entering the cave.
ดูคำตอบ
The warning didn't stop Eli from entering the cave.
found themselves embroiled in new romances: พบว่าตัวเองพัวพันกับความรักครั้งใหม่
โครงสร้าง find oneself + กริยาช่องสาม ใช้บอกว่าคนหนึ่งลงเอยหรือเพิ่งตระหนักว่าตนอยู่ในสภาพที่ไม่ได้วางแผนไว้ ตรงนี้ found themselves แสดงว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น be embroiled in หมายถึงพัวพันอยู่กับเรื่องที่ซับซ้อน รบกวนสมาธิ หรือสร้างปัญหา เมื่อใช้กับ new romances จึงสื่อถึงความสัมพันธ์รักที่ยุ่งเหยิงและดึงความสนใจของพวกเขาไป ไม่ใช่เพียงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์แบบกลาง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนหนึ่งเข้าไปพัวพันกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและมีปัญหาโดยไม่ได้วางแผนไว้?
- She found herself involved in a weekly book club.
- She found herself interested in a new hobby.
- She found herself embroiled in a bitter legal dispute.
ดูคำตอบ
She found herself embroiled in a bitter legal dispute.
found themselves embroiled ... until ...: ตกอยู่ในสภาวะหนึ่งก่อนถูกเหตุการณ์ภายนอกขัดจังหวะ
Found themselves embroiled in new romances นำเสนอว่าลูกเรือเข้าไปตกอยู่ในสถานการณ์หนึ่งแล้วจึงตระหนักว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์นั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาออกตามหาตัวเองจริง ๆ หรือจงใจออกตามหาความรัก Until Hercules chastised them กำหนดขอบเขตให้กับสภาวะที่กำลังดำเนินไปและนำเหตุการณ์ภายนอกที่เข้ามาเปลี่ยนสภาวะนั้นเข้าสู่เรื่อง ประโยคจึงดำเนินเรื่องจากการที่ลูกเรือพัวพันกับความรักไปสู่การที่ Hercules เข้ามาแทรกแซง ส่วน for not behaving like heroes บอกเหตุผลที่เขาตำหนิพวกเขา
แบบฝึกหัด
found themselves ... until ... ในที่นี้แสดงลำดับเหตุการณ์แบบใด?
- ลูกเรือจงใจออกตามหาความรักหลังจาก Hercules ชื่นชมพวกเขา
- ลูกเรือตกอยู่ในความสัมพันธ์รัก และการตำหนิของ Hercules เป็นจุดที่ทำให้สภาวะนั้นเปลี่ยนไป
- Hercules ตำหนิลูกเรือก่อน พวกเขาจึงตัดสินใจเริ่มความรักครั้งใหม่
ดูคำตอบ
ลูกเรือตกอยู่ในความสัมพันธ์รัก และการตำหนิของ Hercules เป็นจุดที่ทำให้สภาวะนั้นเปลี่ยนไป
Eventually ... sailed on to: ในที่สุดก็เดินเรือต่อไปยัง
Eventually ใช้เดินเรื่องต่อหลังจากมีความล่าช้าหรือการหยุดชะงัก หมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง การกระทำถัดไปก็เกิดขึ้นในที่สุด ใน sailed on to คำว่า on เป็นคำอนุภาคที่หมายถึง “ทำต่อ” ส่วน to ใช้นำหน้าจุดหมายถัดไป วลีนี้หมายความว่าพวกเขาเริ่มหรือเดินทางต่อไปยังภูเขาหมี ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเดินเรือขึ้นไปอยู่บนพื้นผิวบางอย่าง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเป้าหมายเพื่อบอกอย่างชัดเจนว่าเรือข้ามฟากเดินทางต่อ แล้วจึงระบุจุดหมาย?
- After a brief stop, the ferry sailed onto the next island.
- After a brief stop, the ferry sailed on to the next island.
- After a brief stop, the ferry sailed to the next island.
ดูคำตอบ
After a brief stop, the ferry sailed on to the next island.
live alongside: ดำรงอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
lived alongside the peaceful Doliones หมายความว่าสัตว์ประหลาดและชาวโดลิโอเนสอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกว้าง ๆ เดียวกันและมีชีวิตอยู่ที่นั่นในช่วงเวลาเดียวกัน alongside ไม่ได้กำหนดว่าบ้านของพวกเขาต้องอยู่ติดกัน และไม่ได้สื่อว่าทั้งสองฝ่ายเป็นมิตรกัน โครงสร้าง live alongside + บุคคลหรือกลุ่ม ใช้บอกการอยู่ร่วมกันหรือการดำรงอยู่ร่วมกัน นอกจากนี้ยังใช้กับองค์กร ระบบ หรือประเพณีที่ยังคงมีอยู่พร้อมกันได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The old system operates alongside the new one," คำว่า alongside แสดงความหมายใด
- ระบบใหม่เข้ามาแทนที่ระบบเก่าอย่างสมบูรณ์แล้ว
- ระบบเก่าอยู่ด้านบนของระบบใหม่จริง ๆ
- ทั้งสองระบบดำรงอยู่ร่วมกัน
ดูคำตอบ
ทั้งสองระบบดำรงอยู่ร่วมกัน
welcome someone with open arms: ต้อนรับอย่างอบอุ่นและเต็มใจ
Welcome someone with open arms เป็นสำนวนที่หมายถึงการต้อนรับหรือยอมรับใครสักคนอย่างอบอุ่นและเต็มใจ สำนวนนี้บอกถึงท่าที จึงไม่จำเป็นต้องกางแขนจริง ๆ ในประโยคนี้ เผ่าไม่ได้เพียงพบกับเหล่าอาร์โกนอต แต่ยังแสดงความเป็นมิตรอย่างจริงใจด้วย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกถึงการยอมรับคนใหม่ แนวคิด หรือการเปลี่ยนแปลงด้วยความยินดีได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “อย่างอบอุ่นและเต็มใจ” ลงในประโยค: The whole team welcomed the new coach ____.
ดูคำตอบ
with open arms
While ..., ...: นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกันแบบขัดแย้งกัน
While ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคแรกและเชื่อมเข้ากับประโยคหลัก ในประโยคนี้ การกระทำทั้งสองอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน กล่าวคือ ชนเผ่ากำลังต้อนรับเหล่าอาร์โกนอต ขณะที่สัตว์ประหลาดกำลังโจมตีเรือ อนุประโยคทั้งสองแสดงสิ่งที่ตรงข้ามกัน คือการต้อนรับกับอันตราย ดังนั้น while จึงใช้แสดงความขัดแย้งด้วย คล้าย whereas หรือ but at the same time โครงสร้างนี้วางเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันแต่แตกต่างกันอย่างชัดเจนไว้คู่กัน
แบบฝึกหัด
While ในประโยคตัวอย่างมีหน้าที่หลักอย่างไร
- แสดงว่าการต้อนรับเป็นสาเหตุของการโจมตี
- แสดงว่าการโจมตีเกิดขึ้นหลังจากการต้อนรับสิ้นสุดลง
- นำเสนอการต้อนรับและการโจมตีเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันและขัดแย้งกัน
ดูคำตอบ
นำเสนอการต้อนรับและการโจมตีเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันและขัดแย้งกัน
hold them off single-handedly: ต้านไว้คนเดียวจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง
Hold someone off หมายถึงการขัดขวางไม่ให้คนหรือกลุ่มหนึ่งรุกเข้ามา โจมตี หรือทำสำเร็จเป็นระยะเวลาหนึ่ง จุดสำคัญคือการต้านหรือถ่วงเวลา ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเอาชนะอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด Single-handedly หมายถึงทำโดยไม่มีใครช่วย ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย before บอกจุดสิ้นสุดของการต้านเพียงลำพัง เฮอร์คิวลีสสกัดฝ่ายตรงข้ามไว้คนเดียว แล้วสหายของเขาจึงเข้าร่วมการต่อสู้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าคนคนเดียวสกัดไม่ให้ผู้โจมตีรุกหน้าไว้ชั่วคราวจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง
- Nia held the attackers back because they wanted to leave.
- Nia held the attackers off single-handedly until help arrived.
- Nia put the attack off until she had more time.
ดูคำตอบ
Nia held the attackers off single-handedly until help arrived.
joined the fray: เข้าร่วมความขัดแย้งหรือการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่
ใน joined the fray คำว่า fray หมายถึงการต่อสู้หรือความขัดแย้งรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น ประโยคนี้บอกว่าพรรคพวกของเขาเข้าร่วมการต่อสู้ที่เริ่มไปแล้ว join the fray ยังใช้กับการเข้าไปร่วมการโต้เถียงที่ดุเดือดหรือการแข่งขันที่เข้มข้นได้ด้วย สำนวนนี้มองสถานการณ์ว่าเป็นความขัดแย้ง ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมทั่วไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ joined the fray ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Two more companies joined the fray and quietly observed the competition.
- Two more companies joined the fray and began competing for the contract.
- Two more companies joined the fray and attended a friendly picnic.
ดูคำตอบ
Two more companies joined the fray and began competing for the contract.
Bolstered by ... only to be ...: สร้างความคาดหวังแล้วพลิกกลับ
วลีขยายตอนต้น Bolstered by their victory บอกเหตุผลที่เหล่าวีรบุรุษมีความมั่นใจ จากนั้นประโยคหลัก the triumphant heroes sailed onward สร้างความคาดหวังว่าความสำเร็จจะดำเนินต่อไป only to be blown back to the island บอกสิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่อมา นั่นคืออุปสรรคที่ไม่คาดคิดซึ่งพลิกความคาดหวังนั้น ในที่นี้ only to be บอกผลลัพธ์ ไม่ใช่จุดประสงค์ของเหล่าวีรบุรุษ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ only to + verb เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
- They rushed to the station in order to catch the train.
- They rushed to the station, only to discover that the train had left.
- They stayed home because the train had left.
ดูคำตอบ
They rushed to the station, only to discover that the train had left.
only to be blown back: ผลแบบถูกกระทำที่ไม่คาดคิด
only to + คำกริยา ใช้บอกผลที่เกิดขึ้นจริงหลังจากการกระทำก่อนหน้า โดยผลนั้นมักน่าประหลาดใจ น่าผิดหวัง หรือตรงข้ามกับที่หวังไว้ ในข้อความนี้หมายถึง “แต่ผลก็คือพวกเขาถูกลมพัดกลับไปยังเกาะ” ไม่ได้หมายความว่าการถูกพัดกลับไปเป็นจุดประสงค์ของพวกเขา รูปถูกกระทำคือ only to be + คำกริยาช่องที่สาม โดย be blown แสดงว่าผู้เดินทางเป็นฝ่ายรับผลจากแรงลม ใช้โครงสร้างนี้เมื่อความพยายามหรือการกระทำหนึ่งนำไปสู่ผลแบบถูกกระทำที่ไม่คาดคิด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ only to be + คำกริยาช่องที่สาม เพื่อแสดงผลแบบถูกกระทำที่ไม่คาดคิด
- They hurried to the theater in order to be told that the show was sold out.
- They hurried to the theater, only to be told that the show was sold out.
- They hurried to the theater because they were told that the show was sold out.
ดูคำตอบ
They hurried to the theater, only to be told that the show was sold out.
the Doliones thought these new arrivals invaders.
2:30ชาวโดลิโอเนสคิดว่าผู้มาใหม่เหล่านี้คือผู้รุกราน
In the tempest, ... thought these new arrivals invaders: ใช้สถานการณ์อธิบายการระบุตัวตนผิด
การวาง In the tempest ไว้ต้นประโยคเป็นการบอกเงื่อนไขที่ช่วยให้เข้าใจการตัดสินที่ตามมา พายุในที่นี้ไม่ใช่เพียงสภาพอากาศเบื้องหลัง แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงจำคนเหล่านั้นไม่ได้และระบุตัวตนผิด ใน thought these new arrivals invaders นั้น these new arrivals เป็นกรรมที่ถูกตัดสิน ส่วน invaders เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกตัวตนซึ่งถูกกำหนดให้แก่กรรมนั้น เมื่อนำส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนมารวมกัน เหตุการณ์จึงถูกจัดลำดับเป็น “เงื่อนไขที่ทำให้สับสนก่อน แล้วตามด้วยข้อสรุปที่ผิด”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เงื่อนไขที่ต้นประโยคเพื่อช่วยให้เข้าใจการตัดสินที่ผิด
- In the thick fog, Lena mistook a statue for a person.
- In the thick fog, Lena counted three statues beside the road.
- After the fog cleared, Lena took a clear photograph of a statue.
ดูคำตอบ
In the thick fog, Lena mistook a statue for a person.
were similarly unaware ... and fought ...: เชื่อมความเข้าใจผิดที่คล้ายกันเข้ากับผลที่ตามมา
similarly เชื่อมการที่เหล่าอาร์โกนอตไม่รู้สถานการณ์เข้ากับการเข้าใจผิดแบบเดียวกันของอีกฝ่ายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า คำนี้บอกว่าปัญหาเกิดกับทั้งสองฝ่าย ไม่ได้เกิดกับเหล่าอาร์โกนอตฝ่ายเดียว จากนั้นประโยคขยับจากสิ่งที่พวกเขา “ไม่รู้” ไปสู่สิ่งที่พวกเขา “ทำ” ด้วย and fought ... ส่วน slaying ... เป็นอนุประโยค -ing ที่เสริมผลซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการต่อสู้นั้น ลำดับข้อมูลนี้ทำให้โศกนาฏกรรมชัดเจนว่า ความเข้าใจผิดที่คล้ายกันนำไปสู่การลงมือแบบมืดบอดและการเข่นฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แบบฝึกหัด
คำว่า similarly ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แสดงว่าเหล่าอาร์โกนอตเข้าใจสถานการณ์ดีกว่าอีกฝ่าย
- แสดงว่าเหล่าอาร์โกนอตและอีกฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ในลักษณะคล้ายกัน
- นำเสนอเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจผิดก่อนหน้า
ดูคำตอบ
แสดงว่าเหล่าอาร์โกนอตและอีกฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ในลักษณะคล้ายกัน
wave after wave of foe: ระลอกที่เกิดซ้ำและ foe แบบวรรณกรรม
wave after wave of + คำนาม หมายถึงกลุ่มคนหรือเหตุการณ์ที่ยังคงเข้ามาต่อเนื่องกันครั้งแล้วครั้งเล่า การใช้ wave ซ้ำทำให้เห็นภาพระลอกคลื่นที่ซัดเข้ามาไม่หยุด จึงทำให้การต่อสู้ดูต่อเนื่องและรุนแรงจนรับมือได้ยาก foe หมายถึง enemy แต่เป็นคำที่เป็นทางการหรือมีลักษณะเชิงวรรณกรรม ในต้นฉบับใช้ foe รูปเอกพจน์แบบรวมหมู่เพื่อหมายถึงกองกำลังศัตรู ซึ่งเข้ากับการเล่าเรื่องแบบมหากาพย์ ในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ทั่วไป wave after wave of enemies พบได้บ่อยกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างที่ใช้ wave ซ้ำ: The goalkeeper stopped ____ attacks in the final minutes.
ดูคำตอบ
wave after wave of
But the morning light revealed a horrible truth. ลำดับความ
2:43แต่แสงแดดในยามเช้าได้เปิดเผยความจริงอันน่าสยดสยอง
But ... revealed a horrible truth: จุดหักเหที่เปิดเผยความจริงในเรื่อง
But เป็นสัญญาณว่าเรื่องกำลังหักจากสิ่งที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนเป็นความจริง ในประโยคนี้ แสงยามเช้าทำให้ข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่มองเห็นได้ และ revealed บอกว่าความเข้าใจก่อนหน้านี้ของตัวละครนั้นผิด โครงสร้าง But + หลักฐานหรือการค้นพบใหม่ + revealed ... มักใช้เป็นจุดเปิดเผยความจริงในเรื่องราว: ความไม่แน่ใจหรือความเชื่อที่ผิดเปลี่ยนไปเป็นความจริง แสงในที่นี้เป็นทั้งเงื่อนไขจริงที่ทำให้มองเห็น และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เรื่องดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในการเล่าเรื่อง?
- ประโยคนี้แสดงว่าทุกคนรู้ความจริงอยู่แล้วก่อนถึงตอนเช้า
- ประโยคนี้แสดงการเปลี่ยนจากความเชื่อที่ผิดไปสู่การค้นพบที่น่ากังวล
- ประโยคนี้บรรยายฉากอย่างสงบโดยไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่ใครรู้
ดูคำตอบ
ประโยคนี้แสดงการเปลี่ยนจากความเชื่อที่ผิดไปสู่การค้นพบที่น่ากังวล
were none other than ...: เปิดเผยตัวตนที่น่าประหลาดใจ
be none other than + กลุ่มคำนาม เป็นโครงสร้างเน้นความหมายแบบตายตัว หมายถึง “เป็นบุคคลหรือสิ่งนั้นจริง ๆ และเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ” ในที่นี้ โครงสร้างนี้เปิดเผยว่าเหยื่อคือคนกลุ่มเดียวกับผู้ที่เคยต้อนรับพวกเขาก่อนหน้านี้ แม้ none จะดูเหมือนเป็นคำปฏิเสธ แต่ทั้งวลีไม่ได้หมายความว่า “ไม่ใช่” วลีนี้ตัดความเป็นไปได้ของตัวตนอื่นทั้งหมด และยืนยันตัวตนที่อยู่หลัง than อย่างหนักแน่น
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่ใช้เปิดเผยตัวตนเหนือความคาดหมายของผู้บริจาคอย่างหนักแน่นให้สมบูรณ์: Everyone was surprised to learn that the anonymous donor was ____ our former teacher.
ดูคำตอบ
none other than
Yet again ... this time at a terrible cost: ความผิดพลาดซ้ำและผลลัพธ์ที่แย่ลง
Yet again ย้อนกลับไปเชื่อมกับเหตุการณ์ก่อนหน้าและบอกว่าเจสันทำผิดแบบเดิมซ้ำอีก เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ยังสื่อการตำหนิหรือความหงุดหงิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกครั้ง This time เปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับครั้งก่อน ๆ ส่วน at a terrible cost หมายถึงมีผลเสียหรือความสูญเสียร้ายแรง ไม่ได้หมายถึงราคาซื้อที่สูง ประโยคนี้จึงจัดข้อมูลโดยกล่าวถึงความผิดพลาดที่เกิดซ้ำก่อน แล้วจึงเน้นผลลัพธ์ที่แย่กว่าในครั้งนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงอย่างชัดเจนว่ามีการทำผิดซ้ำและครั้งนี้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงกว่าเดิม
- Lena paid money for a warning because the account was expensive.
- Yet again, Lena ignored the warning, but this time the consequence was worse: she lost access to her account.
- Lena ignored a warning for the first time, but nothing bad happened.
ดูคำตอบ
Yet again, Lena ignored the warning, but this time the consequence was worse: she lost access to her account.
Ashamed at ..., he resolved to ...: ความรู้สึกในฐานะเหตุผลของการตัดสินใจ
Ashamed at his conduct เป็นกลุ่มคำคุณศัพท์ที่วางไว้ต้นประโยค กลุ่มคำนี้อธิบาย he และบอกเหตุผลของการตัดสินใจที่ตามมา กล่าวคือ เพราะเขารู้สึกละอายต่อพฤติกรรมของตน เขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนการกระทำ กลุ่มคำนี้ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง ประธานที่เข้าใจได้ของ Ashamed ... ต้องเป็นคนเดียวกับประธานของประโยคหลัก ในที่นี้ทั้งสองส่วนหมายถึง he ส่วน resolved to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำบางสิ่ง โครงสร้างนี้จึงเชื่อมสภาพหรือความรู้สึกของบุคคลเข้ากับการตัดสินใจของบุคคลนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้บุคคลที่กลุ่มคำต้นประโยคอธิบายเป็นประธานของประโยคหลักได้อย่างถูกต้อง
- Disappointed by the result, more practice was necessary.
- Disappointed by the result, Maya resolved to practice every day.
- Disappointed by the result, the schedule was changed by Maya.
ดูคำตอบ
Disappointed by the result, Maya resolved to practice every day.
resolved to focus only on: ความมุ่งมั่นแน่วแน่ต่อเป้าหมายเดียว
resolved to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่และรอบคอบว่าจะลงมือทำ ในประโยคนี้ resolved to focus สื่อถึงความตั้งใจจริง ไม่ใช่การเลือกเพียงชั่วคราว focus on ระบุสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความสนใจ และ only จำกัดเป้าหมายนั้นไว้ที่ the Fleece ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงเขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะตัดสิ่งรบกวนออกและมุ่งความสนใจไปยังเป้าหมายเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่และจริงจังหลังจากพบอุปสรรคได้ดีที่สุด
- After the setback, Mira resolved to practice every day.
- After the setback, Mira might practice someday.
- After the setback, Mira briefly thought about practicing.
ดูคำตอบ
After the setback, Mira resolved to practice every day.
But even this haste proved ruinous. ลำดับความ
3:01แต่แม้แต่ความรีบร้อนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่านำไปสู่ความหายนะ
But even this haste proved ruinous: ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
But พลิกความคาดหมายที่ว่าการรีบลงมือจะช่วยได้ ส่วน even เน้นว่าแม้แต่ this haste ก็กลายเป็นต้นเหตุของความเสียหายอย่างน่าประหลาดใจ ทั้งสองคำเชื่อมประโยคนี้กับแนวคิดก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปในทางร้าย prove + คำคุณศัพท์ หมายถึงสุดท้ายแล้วปรากฏว่ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้ proved ruinous บอกว่าเหตุการณ์ต่อมาแสดงให้เห็นว่าความรีบร้อนนั้นก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เลวร้ายอย่างมาก การประเมินสั้น ๆ นี้ทั้งย้อนมองการกระทำก่อนหน้าและบอกล่วงหน้าถึงปัญหาที่จะตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ prove + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่คาดคิด
- Using a map, the guide proved that the route was safe.
- The shortcut was dangerous before anyone tried it.
- The shortcut looked helpful, but it proved dangerous.
ดูคำตอบ
The shortcut looked helpful, but it proved dangerous.
When ..., Jason sailed on, oblivious to ...: เน้นเหตุการณ์สำคัญที่ไม่มีใครสังเกต
อนุประโยค When วางเหตุการณ์สำคัญไว้ก่อน นั่นคือผู้ติดตามของเฮอร์คิวลีสถูกลักพาตัว จากนั้นประโยคหลัก Jason sailed on แสดงว่าการกระทำของเจสันไม่เปลี่ยนไป และเขายังคงแล่นเรือต่อ วลีท้าย oblivious to the absence... บอกว่าเจสันไม่ทันสังเกตอะไรขณะที่ยังเดินทางต่อไป ส่วนต่าง ๆ ของประโยคจึงสร้างความไม่สอดคล้องกัน คือเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแล้ว แต่เจสันยังคงเดินหน้าต่อโดยไม่รู้ถึงผลที่ตามมา รูปแบบนี้ใช้เล่าเรื่องในลักษณะ “เมื่อ X เกิดขึ้น Y ก็ยังทำต่อโดยไม่รู้ตัว” ไม่ใช่แค่เรียงการกระทำสองอย่าง
แบบฝึกหัด
การเรียงข้อมูลในประโยคนี้เน้นสิ่งใดเป็นหลัก
- การลักพาตัวเกิดขึ้นเพราะเจสันตัดสินใจแล่นเรือต่อ
- เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น แต่เจสันยังคงทำต่อไปโดยไม่ทันสังเกตผลที่ตามมา
- เจสันสังเกตว่ามีคนหายไปและเปลี่ยนเส้นทางทันที
ดูคำตอบ
เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น แต่เจสันยังคงทำต่อไปโดยไม่ทันสังเกตผลที่ตามมา
oblivious to the absence of: ไม่ทันสังเกตเลยว่าใครบางคนไม่อยู่
Oblivious to หมายถึงไม่รับรู้หรือไม่ทันสังเกตบางสิ่งเลย ในที่นี้ oblivious to the absence of... เป็นวลีคุณศัพท์ที่บรรยายเจสันขณะแล่นเรือ เขาไม่รู้ว่าลูกเรือคนสำคัญไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว Absence ในที่นี้มีความหมายเป็นรูปธรรม คือบุคคลนั้นไม่อยู่หรือไม่มาปรากฏตัว Oblivious ยังสื่อว่าสิ่งที่พลาดไปนั้นสำคัญหรือน่าจะสังเกตเห็นได้ จึงอาจทำให้การไม่ใส่ใจของบุคคลนั้นฟังดูน่าตำหนิ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ไม่รู้เลยว่าช่างเทคนิคไม่ได้อยู่ที่นั่น”: The host began the demonstration, ____ the technician.
ดูคำตอบ
oblivious to the absence of
until stopping at the sight of...: จากการเดินทางสู่การพบเจอครั้งใหม่
ส่วน until stopping ... บอกจุดสิ้นสุดของ continued their quest กล่าวคือ การเดินทางดำเนินต่อไปจนถึงช่วงที่เหล่าอาร์โกนอตหยุด เรื่องราวจึงเปลี่ยนจากการเดินทางที่กำลังดำเนินอยู่ไปสู่การพบเจอครั้งใหม่ at the sight of หมายถึง “เมื่อพวกเขาเห็น” หรือ “เพราะพวกเขาเห็น” ในประโยคนี้ การเห็นชายชราที่ถูกเหล่าฮาร์ปีล้อมรอบเป็นเหตุให้พวกเขาหยุด ส่วน sight ไม่ได้หมายถึงสถานที่ท่องเที่ยว
แบบฝึกหัด
until stopping at the sight of ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้
- บอกช่วงเวลาที่สิ่งซึ่งพวกเขาเห็นทำให้การเดินทางที่ดำเนินอยู่หยุดลง
- บอกว่า Sight เป็นชื่อสถานที่ที่พวกเขาหยุด
- บอกว่าภารกิจจบไปแล้วก่อนที่พวกเขาจะเห็นชายชรา
ดูคำตอบ
บอกช่วงเวลาที่สิ่งซึ่งพวกเขาเห็นทำให้การเดินทางที่ดำเนินอยู่หยุดลง
a seer cursed by Zeus to endure...: ตัวตนและบทลงโทษของฟีเนียส
seer หมายถึงบุคคลที่เชื่อกันว่าสามารถมองเห็นอนาคตหรือถ่ายทอดคำพยากรณ์ได้ ในตำนานนี้ ฟีเนียสเป็นผู้พยากรณ์เช่นนั้น ส่วนซุสคือเทพเจ้ากรีกที่สาปเขา ส่วนที่อยู่หลัง Phineus เป็นนามวลีที่อธิบายซ้ำว่าเขาคือใคร และให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าใจสภาพของเขา cursed by Zeus ระบุว่าใครเป็นผู้ลงโทษ ส่วน to endure ... อธิบายว่าคำสาปบังคับให้เขาต้องทนกับอะไร ได้แก่ ความชรา การตาบอด และการทรมานอย่างไม่สิ้นสุด
แบบฝึกหัด
seer ในประโยคนี้หมายถึงใคร
- แพทย์ที่รักษาอาการตาบอด
- ผู้ที่เชื่อกันว่าสามารถมองเห็นอนาคตหรือถ่ายทอดคำพยากรณ์ได้
- คนทั่วไปที่บังเอิญเห็นเหตุการณ์หนึ่ง
ดูคำตอบ
ผู้ที่เชื่อกันว่าสามารถมองเห็นอนาคตหรือถ่ายทอดคำพยากรณ์ได้
cursed by Zeus to endure ... for giving away ...: laneti, cezayı ve nedeni ayırma
cursed by Zeus เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อไว้เพื่อขยาย a seer และมีความหมายเท่ากับ a seer who was cursed by Zeus ส่วน by Zeus บอกว่าใครเป็นผู้สาป to endure ... บอกว่าคำสาปบังคับให้เขาต้องทนอะไร ไม่ใช่เป้าหมายที่เขาเลือกเอง ส่วน for giving away ... บอกสาเหตุของการลงโทษ คือเพราะเขาเปิดเผยบางสิ่ง อ่านลำดับได้เป็น บุคคล ผู้ลงโทษ สิ่งที่ต้องทน และสาเหตุ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายโครงสร้าง cursed by Zeus to endure ... for giving away ... ได้ถูกต้อง
- ซุสเป็นผู้สาป to endure บอกบทลงโทษ และ for giving away บอกสาเหตุของบทลงโทษ
- ความชราทำให้ซุสตาบอด และคำพยากรณ์ยุติการทรมาน
- ผู้พยากรณ์สาปซุส to endure บอกเป้าหมายของเขา และ for giving away บอกรางวัลของเขา
ดูคำตอบ
ซุสเป็นผู้สาป to endure บอกบทลงโทษ และ for giving away บอกสาเหตุของบทลงโทษ
giving away his prophecies: membedakan makna give away sebagai membocorkan
ในที่นี้ give away หมายถึงเปิดเผยข้อมูลที่ควรยังไม่เป็นที่รู้หรือควรเป็นความลับ his prophecies จึงเป็นข้อมูลที่เขาเปิดเผย ไม่ใช่สิ่งของที่เขานำไปบริจาค ความหมายนี้พบบ่อยเมื่อกรรมเป็น secret, answer, ending, plan, identity หรือ surprise กรรมของกริยาจะช่วยให้เลือกความหมายที่ต้องการได้
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ give away ในความหมายว่า “เปิดเผย” เพื่อเติมประโยค: His nervous laugh ____ the secret before the announcement.
ดูคำตอบ
gave away
Moved by his plight: สะเทือนใจกับความยากลำบากร้ายแรง
ใน Moved by his plight คำว่า moved หมายถึงรู้สึกสะเทือนใจ ไม่ได้หมายถึงถูกเคลื่อนย้ายทางกายภาพ วลีนี้เป็นอนุประโยคแบบ passive ที่ย่อมาจาก Because they were moved by his plight และบอกเหตุผลด้านความรู้สึกที่ทำให้ประธานลงมือทำสิ่งต่อไป plight คือสถานการณ์ที่ยากลำบากและร้ายแรงจนทำให้ผู้อื่นกังวลหรือสงสาร คำนี้เป็นทางการและมีน้ำหนักมากกว่า problem วลีนี้จึงสื่อว่าความยากลำบากนั้นร้ายแรงพอที่จะกระตุ้นให้ผู้อื่นช่วยเหลือ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “รู้สึกสะเทือนใจเพราะ”: ____ the injured hiker's plight, the rescue team stayed through the night.
ดูคำตอบ
Moved by
set upon the flock: สำนวนเชิงวรรณกรรมที่แปลว่า “โจมตี”
ใน set upon the flock คำว่า set upon เป็นกริยาวลีชุดเดียว หมายถึง “โจมตี” และมักให้ความรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ฉับพลันหรือรุนแรง ส่วน the flock คือกลุ่มที่ถูกโจมตี ในที่นี้อย่าแปล set ว่า “วาง” และอย่าแยก upon เป็นคำบอกตำแหน่ง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ set upon + คน สัตว์ หรือกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ set upon ในความหมายว่า “โจมตี”?
- The wolves set upon the lone traveler.
- They set out upon the journey.
- She set the cup upon the table.
ดูคำตอบ
The wolves set upon the lone traveler.
Moved by... set upon... providing...: สาเหตุ การกระทำ และผลลัพธ์
ประโยคนี้ย่อสาเหตุ การกระทำ และผลลัพธ์ไว้ด้วยกัน Moved by his plight บอกเหตุผลด้านความรู้สึกที่ทำให้พี่น้องแห่งสายลมลงมือ ส่วนประโยคหลัก the wind brothers set upon the flock บอกว่าพวกเขาทำอะไร วลี participle ท้ายประโยค providing Phineus with a brief respite from his punishment เสริมผลที่เกิดจากการโจมตีนั้น วลีนี้ขึ้นอยู่กับประโยคหลักและไม่ใช่อนุประโยคอิสระอีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุ การกระทำ และผลลัพธ์ในตัวอย่างได้ถูกต้อง
- ฝูงนั้นทำให้พี่น้องได้พักหลังจากฟิเนียสลงโทษพวกเขา
- พี่น้องลงมือเพราะความสงสาร และการโจมตีของพวกเขาทำให้ฟิเนียสได้พักชั่วคราว
- การได้พักของฟิเนียสทำให้พี่น้องเกิดความสงสารและโจมตีเขา
ดูคำตอบ
พี่น้องลงมือเพราะความสงสาร และการโจมตีของพวกเขาทำให้ฟิเนียสได้พักชั่วคราว
provide someone with a brief respite from something: ทำให้ใครได้พักจากบางสิ่งชั่วครู่
Providing เป็นอนุประโยค -ing ที่แสดงผลจากการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ การกระทำนั้นมอบบางอย่างให้ฟินีอัส โครงสร้าง provide someone with something หมายถึง “จัดหาหรือมอบบางอย่างให้ใครคนหนึ่ง” ในที่นี้ a brief respite from his punishment คือช่วงพักสั้น ๆ จากความทุกข์ที่เกิดจากการลงโทษ Respite เป็นสิ่งชั่วคราว ส่วน from นำหน้าสิ่งยากลำบากที่บุคคลนั้นได้หยุดพักจากมัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำนามแบบเป็นทางการจากบทเรียนนี้: The cool evening provided the hikers with a brief ____ from the heat.
ดูคำตอบ
respite
In return ... how to overcome the terrifying trial that lay ahead: ใช้ความสัมพันธ์แบบตอบแทนเพื่อนำเข้าสู่วิธีการ
In return บอกว่าคำแนะนำของผู้พยากรณ์เป็นสิ่งที่ให้ตอบแทนความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้เชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้ากับการกระทำใหม่ และทำให้เข้าใจว่าคำแนะนำเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ถัดไป told them how to overcome... ใช้โครงสร้าง tell + คน + how to + คำกริยา ในที่นี้ how to overcome the terrifying trial that lay ahead ระบุวิธีที่ผู้พยากรณ์บอกพวกเขา ไม่ใช่คำถามโดยตรง ส่วน that lay ahead บอกว่าบททดสอบนั้นยังมาไม่ถึงในเวลานั้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดบอกได้ดีที่สุดว่าส่วนที่เน้นจัดข้อมูลในประโยคอย่างไร
- ผู้พยากรณ์กำลังถามพวกเขาโดยตรง และบททดสอบได้จบลงแล้ว
- คำแนะนำนั้นเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ และ how to overcome... บอกวิธีที่ผู้พยากรณ์อธิบายให้พวกเขาฟัง
- ถ้อยคำเหล่านี้บอกว่ากลุ่มเดินทางกลับบ้านและบอกผู้พยากรณ์ว่าควรทำอะไร
ดูคำตอบ
คำแนะนำนั้นเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือก่อนหน้านี้ และ how to overcome... บอกวิธีที่ผู้พยากรณ์อธิบายให้พวกเขาฟัง
that lay ahead ... a pair of clashing rocks: เกริ่นอันตรายและอธิบายชื่อด้วย appositive
อนุประโยคขยายคำนาม that lay ahead ขยายคำว่า trial ในประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ lie ahead หมายถึงบางสิ่งยังอยู่ในอนาคต และ lay เป็นรูปอดีตของ lie อนุประโยคนี้ชี้ไปยังอันตรายที่กำลังจะมา จึงสร้างความคาดหวัง ส่วน a pair of clashing rocks เป็นนามวลี appositive ที่วางหลัง The Symplegades เพื่ออธิบายชื่อที่ไม่คุ้นเคยด้วยคำธรรมดาทันที ลำดับข้อมูลจึงเป็นการเกริ่นถึงบททดสอบที่กำลังจะมาก่อน แล้วจึงบอกชื่อและอธิบายว่าคืออะไร
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าสองส่วนที่เน้นจัดลำดับข้อมูลอย่างไร
- ทั้งสองส่วนบอกว่ามีวัตถุชิ้นหนึ่งนอนอยู่บนถนนจริง ๆ และบททดสอบจบไปแล้ว
- ส่วนแรกชี้ไปยังบททดสอบที่กำลังจะมา แล้วส่วนหลังอธิบายชื่อที่ไม่คุ้นเคยด้วย appositive
- ทั้งสองส่วนยกคำพูดของก้อนหิน ก่อนจะกล่าวถึงบททดสอบอีกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
ดูคำตอบ
ส่วนแรกชี้ไปยังบททดสอบที่กำลังจะมา แล้วส่วนหลังอธิบายชื่อที่ไม่คุ้นเคยด้วย appositive
reduce ships to splinters: reduce A to B บอกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ในโครงสร้าง reduce A to B ส่วน B บอกผลลัพธ์หรือสภาพสุดท้ายจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ในที่นี้ เรือถูกทำลายจนเหลือเพียงเศษไม้ ดังนั้น reduce ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทำให้มีจำนวนน้อยลง” เมื่อใช้กับคำนามที่บอกผลลัพธ์ เช่น rubble, ashes หรือ splinters โครงสร้าง reduce A to B มักบรรยายการทำลายอย่างสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง reduce A to B ให้สมบูรณ์ หลังไฟไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน: The fire reduced the old barn ____ ashes.
ดูคำตอบ
to
But first ... would have to ...: แทรกขั้นตอนจำเป็นที่ต้องเกิดก่อน
But first หยุดการเล่าถึงบททดสอบที่อยู่ถัดไปไว้ชั่วคราว แล้วพาผู้ฟังย้อนกลับมาหาสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อน วลีนี้จัดลำดับเรื่องว่า บททดสอบข้างหน้ายังรออยู่ แต่เส้นทางนี้ต้องมาก่อน เมื่อมองจากเหตุการณ์ในเรื่องที่เล่าด้วยอดีตกาล would have to แสดงว่าเส้นทางนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ตัวละครจะต้องเผชิญต่อไป ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัวของเหล่าอาร์โกนอต วลีที่วางขนานกัน ได้แก่ past the mouth..., around the isle... และ under... แบ่งเส้นทางที่จำเป็นเป็นสามช่วง
แบบฝึกหัด
But first ... would have to ... ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่องนี้?
- ย้อนกลับไปยังขั้นตอนก่อนหน้าที่จำเป็นต้องทำก่อนบททดสอบในภายหลัง
- บอกว่าอุปสรรคทั้งหมดผ่านพ้นไปแล้ว
- แสดงว่านักเดินทางต้องการหลีกเลี่ยงอุปสรรคทั้งหมด
ดูคำตอบ
ย้อนกลับไปยังขั้นตอนก่อนหน้าที่จำเป็นต้องทำก่อนบททดสอบในภายหลัง
Maneuver past ..., around ... และ under ...: การบอกเส้นทางที่ซับซ้อน
Maneuver หมายถึงการควบคุมหรือเคลื่อนสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างระมัดระวังผ่านพื้นที่ที่ยากลำบาก ในประโยคนี้คำดังกล่าวสื่อถึงการควบคุมอย่างมีทักษะและการหลบหลีกอันตราย ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง คำกริยา maneuver เพียงคำเดียวเชื่อมกับกลุ่มบุพบทที่วางขนานกันสามกลุ่ม ได้แก่ past the mouth of Hell, around the isle of the bloodthirsty Amazons และ under psychedelic skies โครงสร้างนี้ช่วยบอกส่วนต่าง ๆ ของเส้นทางที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นลำดับและชัดเจน
แบบฝึกหัด
เรือกู้ภัยต้องหลบโขดหินและซากเรืออย่างระมัดระวังก่อนเข้าสู่ท่าเรือ ประโยคใดบรรยายเส้นทางนี้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- The rescue boat sailed in open water and could see the harbor.
- The rescue boat went toward the harbor without changing course.
- The rescue boat maneuvered past the rocks, around the wreck, and into the harbor.
ดูคำตอบ
The rescue boat maneuvered past the rocks, around the wreck, and into the harbor.
Cost the crew both in men and morale ... losing their minds: ผลกระทบที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ
Cost the crew both in men and morale นำเสนอความสูญเสียที่ไม่ใช่เรื่องเงินสองด้านด้วยโครงสร้างที่สมดุล both ... and ... โดย men หมายถึงลูกเรือที่สูญเสียไป ส่วน morale หมายถึงความมั่นใจและความตั้งใจที่จะเดินหน้าต่อของกลุ่ม จากนั้นวลี some feared they might be losing their minds เปลี่ยนจุดสนใจจากความเสียหายของทั้งกลุ่มไปยังความกลัวของสมาชิกแต่ละคน Might แสดงว่านี่เป็นความกลัวต่อสิ่งที่ยังไม่แน่นอน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ลำดับนี้ทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้นทีละขั้น เริ่มจากการสูญเสียคนและขวัญกำลังใจ แล้วจึงไปถึงความเป็นไปได้ที่จะเสียสติ
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับวิธีที่ประโยคนี้จัดลำดับผลกระทบมากที่สุด
- ขวัญกำลังใจของลูกเรือดีขึ้นก่อนที่จะมีใครแสดงความกังวล
- ประโยคนี้รายงานเพียงจำนวนเงินที่ใช้ไประหว่างการเดินทาง
- กล่าวถึงความสูญเสียระดับกลุ่มสองด้านก่อน แล้วตามด้วยความกลัวส่วนบุคคลที่รุนแรงกว่า
ดูคำตอบ
กล่าวถึงความสูญเสียระดับกลุ่มสองด้านก่อน แล้วตามด้วยความกลัวส่วนบุคคลที่รุนแรงกว่า
quaked with fear: สั่นอย่างรุนแรงเพราะความกลัว
Quaked with fear หมายถึงสั่นอย่างรุนแรงเพราะกลัวมาก quake สื่อถึงการสั่นที่รุนแรงและควบคุมได้ยาก จึงทำให้ความหวาดกลัวของลูกเรือดูชัดเจนและน่าตื่นเต้น ในโครงสร้าง quake with + อารมณ์ ส่วนที่ตามหลัง with บอกว่าอารมณ์ใดทำให้เกิดการสั่น ในที่นี้ with fear บอกสาเหตุ และโครงสร้างเดียวกันยังใช้กับอารมณ์รุนแรงอื่นได้ เช่น rage
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่มีความหมายตรงตัวว่า “สั่นอย่างรุนแรงเพราะหวาดกลัวมาก”: The campers ____ when a wolf howled nearby.
ดูคำตอบ
quaked with fear
but Phineus's advice rang in their heads. สำนวน
4:16แต่คำแนะนำของฟินิอัสยังคงดังก้องอยู่ในหัวของพวกเขา
Upon reaching ... quaked with fear, but ... rang in their heads: การมาถึง ความกลัว และคำแนะนำที่นึกขึ้นได้
Upon reaching the Clashing Rocks เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค เพื่อบอกว่าเหตุการณ์หลักเริ่มขึ้นเมื่อใด ผู้ทำกริยาที่ละไว้คือ the exhausted crew ดังนั้นประโยคจึงดำเนินจากการมาถึงของลูกเรือไปสู่ปฏิกิริยาหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทันที คือพวกเขา quaked with fear จากนั้น but เปลี่ยนจุดสนใจจากความกลัวไปที่ Phineus's advice ส่วน rang in their heads เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่าในช่วงเวลาสำคัญ คำพูดของเขากลับมาอยู่ในความคิดของพวกเขาอย่างชัดเจน ทั้งประโยคสร้างจุดตื่นเต้นสูงสุดตามลำดับ การมาถึง ความกลัว และคำแนะนำที่นึกขึ้นได้
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าประโยคนี้จัดลำดับข้อมูลของช่วงเวลานี้อย่างไร
- คำแนะนำของฟิเนียสส่งเสียงเหมือนกระดิ่งจริง ๆ หลังจากลูกเรือจากไป
- การมาถึงและความกลัวเป็นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และ but นำเสนออันตรายอย่างที่สอง
- การมาถึงกำหนดเวลา ความกลัวแสดงปฏิกิริยาของลูกเรือ และ but เปลี่ยนไปสู่คำแนะนำที่พวกเขานึกขึ้นได้และอาจชี้ทางให้พวกเขา
ดูคำตอบ
การมาถึงกำหนดเวลา ความกลัวแสดงปฏิกิริยาของลูกเรือ และ but เปลี่ยนไปสู่คำแนะนำที่พวกเขานึกขึ้นได้และอาจชี้ทางให้พวกเขา
Phineus's advice rang in their heads: คำแนะนำที่ดังก้องอยู่ในใจ
Phineus's advice rang in their heads เป็นอุปมาเกี่ยวกับเสียง คำแนะนำนั้นไม่ได้ส่งเสียงจริง ๆ แต่ในช่วงอันตราย พวกเขานึกถึงคำพูดของฟิเนียสได้อย่างชัดเจน ราวกับว่าคำพูดนั้นกำลังก้องอยู่ในใจ โครงสร้าง something rang in someone's head นำเสนอความทรงจำ เช่น คำพูด คำเตือน คำแนะนำ หรือเสียง ให้เหมือนเสียงที่ยังก้องอยู่ จึงทำให้การนึกถึงนั้นดูชัดเจนและยากจะมองข้าม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ ring in someone's head: As Lena entered the dark room, her brother's warning ____.
ดูคำตอบ
rang in her head
sped through in its wake: พุ่งผ่านอย่างรวดเร็วตามเส้นทางที่ถูกทิ้งไว้ข้างหน้า
Sped เป็นรูปอดีตของ speed และ sped through หมายถึงเคลื่อนผ่านพื้นที่หรือช่องเปิดไปอย่างรวดเร็ว ในที่นี้ wake เป็นคำนาม หมายถึงรอยหรือเส้นทางที่ถูกรบกวนซึ่งเรือ นก หรือสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ทิ้งไว้ข้างหลัง Its หมายถึงนกพิราบในเรื่อง ดังนั้น sped through in its wake จึงหมายถึงพวกเขาพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยตามเส้นทางที่นกพิราบเพิ่งใช้ไปติด ๆ ความหมายนี้ไม่เกี่ยวกับ wake up
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงคนอื่นเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วตามเส้นทางของผู้นำ: The lead boat found a safe channel, and the others ____.
ดูคำตอบ
sped through in its wake
sped through in its wake to emerge unscathed: การกระทำ เส้นทาง และผลลัพธ์
วลีนี้จัดเหตุการณ์ให้เป็นลำดับการกระทำที่กระชับ sped through บอกถึงการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และ in its wake บอกว่าพวกเขาเคลื่อนตามเส้นทางที่อยู่ด้านหลังนกพิราบทันที wake ในที่นี้หมายถึงรอยหรือเส้นทางด้านหลังสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงการตื่นขึ้น to emerge unscathed เพิ่มจุดสิ้นสุดและผลลัพธ์ คือพวกเขาออกจากอันตรายมาได้โดยไม่บาดเจ็บ ข้อมูลจึงเรียงจากการกระทำ ไปยังเส้นทาง และจบด้วยผลลัพธ์ที่สำเร็จ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดแสดงได้ดีที่สุดว่า sped through in its wake to emerge unscathed จัดลำดับเหตุการณ์อย่างไร
- บอกว่าพวกเขารอให้นกพิราบตื่นก่อนจึงเริ่มเคลื่อนที่
- บอกการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เส้นทางด้านหลังนกพิราบ และตามด้วยผลลัพธ์ที่ปลอดภัย
- บอกเพียงสาเหตุของอันตรายและไม่ได้อธิบายผลลัพธ์
ดูคำตอบ
บอกการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เส้นทางด้านหลังนกพิราบ และตามด้วยผลลัพธ์ที่ปลอดภัย
With this narrow escape ... finally had Colchis in their sights: บอกการเข้าสู่ขั้นใหม่
With this narrow escape วางเหตุการณ์ที่หนีอันตรายสำเร็จแล้วไว้ต้นประโยค โดยใช้เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ก้าวไปสู่ขั้นต่อไปได้ A narrow escape คือสถานการณ์ที่ใครบางคนรอดอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วน finally บอกว่าความคืบหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากความล่าช้าและอันตรายต่าง ๆ Had Colchis in their sights นำเสนอโคลคิสเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งตอนนี้มองเห็นหรืออยู่ใกล้เอื้อมแล้ว เมื่อนำสองส่วนมารวมกัน ประโยคจะปิดเหตุการณ์อันตรายและหันความสนใจไปยังเป้าหมายถัดไปของนักเดินทาง ในบริบทนี้ sights เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงศูนย์เล็งของอาวุธตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ขั้นตอนที่เสร็จสิ้นแล้วเพื่อเปลี่ยนความสนใจไปยังเป้าหมายถัดไปที่ชัดเจน?
- Leo could see the medical school building from the bus.
- With the qualifying exam behind him, Leo finally had medical school in his sights.
- With the exam canceled, Leo stopped thinking about medical school.
ดูคำตอบ
With the qualifying exam behind him, Leo finally had medical school in his sights.
finally had Colchis in their sights: มองคอลคิสเป็นเป้าหมายที่ใกล้เอื้อม
โครงสร้าง have + เป้าหมาย + in one's sights หมายถึงการกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนและกำลังมุ่งไปหาเป้าหมายนั้น สำนวนนี้มาจากการเล็งผ่านศูนย์เล็ง แต่มักใช้ในความหมายเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามองเห็นสิ่งนั้นจริง ๆ ในประโยคนี้ คอลคิสคือจุดหมายของเหล่าอาร์โกนอต และ finally แสดงว่าการเดินทางอันยาวนานทำให้เป้าหมายอยู่ใกล้เอื้อม เป้าหมายดูใกล้แล้ว แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าพวกเขาไปถึงแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ถูกต้องจากโครงสร้าง have something in one's sights ลงในประโยค: After a season of hard work, the team finally had the championship ____.
ดูคำตอบ
in its sights
Yet while..., he could feel... was drawing to a close: ใช้ฉากหลังที่เกิดพร้อมกันตัดกับความรู้สึกว่าใกล้จบลง
Yet เปลี่ยนทิศทางของเรื่องจากการเฉลิมฉลองไปสู่ลางสังหรณ์ที่ไม่สบายใจ อนุประโยค while วางภาพที่เจสันกำลังพักและฉลองไว้เป็นฉากหลังซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกัน ส่วนประโยคหลักให้ข้อมูลใหม่ที่สำคัญเกี่ยวกับความรู้สึกของเขา การจัดข้อมูลแบบนี้ทำให้ความสุขที่เห็นจากภายนอกตัดกับความรู้สึกภายในว่ากำลังจะจากลา Was drawing to a close หมายถึงเวลาที่เขาอยู่กับลูกเรือกำลังค่อย ๆ ใกล้สิ้นสุด ไม่ใช่ว่าสิ้นสุดไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ฉากที่มีความสุขและเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นพื้นหลัง ก่อนแสดงความรู้สึกภายในว่าเวลานั้นกำลังจะสิ้นสุดลง
- Yet while the guests laughed, Maya could feel the evening was drawing to a close.
- Because the guests laughed, Maya decided the evening should continue.
- After Maya closed the door, the guests began to laugh.
ดูคำตอบ
Yet while the guests laughed, Maya could feel the evening was drawing to a close.
draw to a close: ค่อย ๆ ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด
Draw to a close หมายถึงค่อย ๆ ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ประธานคือเหตุการณ์ ช่วงเวลา หรือกระบวนการที่กำลังจะจบ ในที่นี้ his time among them คือช่วงเวลานั้น Was drawing เป็นรูป past progressive จึงสื่อว่าเขารู้สึกว่าจุดจบกำลังเข้ามาใกล้ ช่วงเวลานั้นยังไม่ได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ draw to a close เพื่อแสดงว่าการประชุมค่อย ๆ ใกล้สิ้นสุด: After two hours and a final vote, the meeting ____.
ดูคำตอบ
drew to a close
As ... gleamed in his mind, he knew ...: ปูพื้นให้การตระหนักรู้ด้วยภาพในใจ
อนุประโยค As ที่ขึ้นต้นประโยคทำหน้าที่สร้างฉากหลังทางความคิดให้กับประโยคหลัก ในที่นี้ as มีความหมายใกล้เคียงกับ while หรือ when คือภาพของขนแกะทองคำเด่นชัดขึ้นในความคิดพร้อมกับที่เขาตระหนักว่าต้องนำมันกลับคืนมาด้วยตัวคนเดียว Gleamed in his mind เป็นภาษาวรรณกรรมเชิงเปรียบเทียบ ขนแกะทองคำไม่ได้ส่องแสงอยู่ในศีรษะของเขาจริง ๆ แต่ภาพในใจที่สว่างชัดทำให้เป้าหมายนี้ยังอยู่ในจุดสนใจ การวางภาพนี้ไว้ก่อนทำให้การตระหนักรู้ที่ตามมาดูเหมือนเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากสิ่งที่ครอบงำความคิดของเขา
แบบฝึกหัด
ใน“As the solution took shape in Maya's mind, she knew what to try next,”อนุประโยค As ที่ขึ้นต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?
- ให้ภาพในใจที่กำลังก่อตัวเป็นฉากหลังของการตระหนักรู้ของเธอ
- แสดงว่า Maya ลงมือทำก่อนที่จะมีความคิดใด ๆ ว่าควรทำอะไร
- ระบุว่าวิธีแก้ปัญหาเปลี่ยนรูปร่างจริง ๆ ต่อหน้าเธอ
ดูคำตอบ
ให้ภาพในใจที่กำลังก่อตัวเป็นฉากหลังของการตระหนักรู้ของเธอ
But he could not guess that...: ใช้สิ่งที่ตัวละครยังไม่รู้เพื่อบอกลางโศกนาฏกรรม
ในที่นี้ could not guess that หมายถึง “ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า” ไม่ใช่ “ไม่สามารถแก้เกมทายคำได้” คำว่า But เปลี่ยนทิศทางเรื่องจากสิ่งที่ตัวละครรู้ ไปสู่ผลที่เขายังไม่เข้าใจ ผู้เล่าเรื่องบอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าภารกิจสุดท้ายจะนำมาซึ่งความสูญเสียที่น่าสยดสยองเป็นพิเศษ ขณะที่ตัวละครยังไม่รู้เรื่องนั้น ความแตกต่างด้านข้อมูลนี้เป็นลางบอกเหตุโศกนาฏกรรมและสร้างความลุ้นระทึก ผู้ฟังจึงเตรียมรับผลลัพธ์ที่เลวร้ายก่อนตัวละคร
แบบฝึกหัด
ประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่หลักอะไรในเรื่อง?
- เตือนผู้ฟังล่วงหน้าถึงผลอันเลวร้ายที่ตัวละครไม่อาจคาดการณ์ได้
- รายงานว่าภารกิจสุดท้ายจบลงแล้วโดยไม่มีปัญหา
- บอกว่าตัวละครไม่เก่งในการแก้เกมทายคำ
ดูคำตอบ
เตือนผู้ฟังล่วงหน้าถึงผลอันเลวร้ายที่ตัวละครไม่อาจคาดการณ์ได้
would have the most horrible price of all: ความสูญเสียที่ไม่ใช่เรื่องเงิน
ในสำนวน have a price คำว่า price อาจหมายถึงความสูญเสีย ความทุกข์ หรือการเสียสละที่เกิดจากการกระทำหรือความสำเร็จ ไม่ใช่จำนวนเงิน ในที่นี้ภารกิจสุดท้ายถูกนำเสนอว่าจะนำมาซึ่งผลร้ายแรง The most horrible ... of all เป็นโครงสร้างขั้นสูงสุด ซึ่งจัดให้ผลลัพธ์นี้เลวร้ายกว่าความสูญเสียอื่นทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ส่วน Would have นำเสนอผลนั้นว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลังเมื่อมองจากช่วงเวลาก่อนหน้าในเรื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ have a price: The team's victory last night ____: their captain was badly injured.
ดูคำตอบ
had a price
enjoy playing witness to...: เฝ้าดูเหตุการณ์ดำเนินไป
Playing witness to something หมายถึงการเฝ้าดูบางสิ่งเกิดขึ้นหรือค่อย ๆ ดำเนินไป โดยมักมองจากจุดยืนของผู้สังเกตการณ์ ในประโยคนี้ ผู้ชมเห็นความขัดแย้งผ่านเรื่องเล่า ส่วน playing ไม่ได้หมายถึงการแสดงบทเป็นพยานในศาล after enjoy ต้องใช้ play ในรูปกริยาเติม -ing คือ playing อนุประโยค If you enjoy... ระบุกลุ่มคนที่คำแนะนำต่อจากนี้มุ่งถึง นั่นคือผู้ที่ชอบดูความขัดแย้งอันน่าตื่นเต้นเช่นนี้
แบบฝึกหัด
ในคำแนะนำนี้ "playing witness to the clashes" หมายถึงอะไร
- ให้การต่อศาลเกี่ยวกับความขัดแย้งเหล่านั้น
- แสดงบทเป็นพยานทางกฎหมายในเรื่อง
- เฝ้าดูความขัดแย้งดำเนินไปในฐานะผู้ชมคนหนึ่ง
ดูคำตอบ
เฝ้าดูความขัดแย้งดำเนินไปในฐานะผู้ชมคนหนึ่ง
we highly recommend Madeline Miller's Circe. น้ำเสียง/เจตนา
4:55เราขอแนะนำหนังสือ Circe ของ Madeline Miller เป็นอย่างยิ่ง
highly recommend: แนะนำอย่างหนักแน่น
Highly recommend หมายถึงแนะนำบางสิ่งด้วยความเห็นชอบอย่างมาก highly เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่เพิ่มระดับความหนักแน่นให้ recommend ไม่ได้หมายความว่าผู้แนะนำมีตำแหน่งสูง สามารถวางกรรมตรงต่อท้ายได้ทันที เช่น highly recommend this book รูปแบบอื่นที่ใช้บ่อยคือ highly recommend doing something และ highly recommend that someone do something
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำอย่างหนักแน่นด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้: We ____ this museum for families.
ดูคำตอบ
highly recommend
This epic saga of ... weaves together ...: การจัดโครงสร้างคำสรุปผลงาน
ภาคประธาน This epic saga of love, loss, magic, and immortality เริ่มด้วยการระบุว่าผลงานนี้เป็นเรื่องเล่าขนาดใหญ่ และบอกแก่นเรื่องสำคัญ ก่อนจะถึงคำกริยาหลัก ผู้อ่านจึงรู้แล้วว่าเป็นผลงานประเภทใดและเกี่ยวกับอะไร คำกริยาหลัก weaves together ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงผลงานเชื่อมตำนานหลายเรื่องให้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่เพียงวางแยกกันเป็นรายการ รูปแบบสรุปที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำระบุผลงานหรือแนวเรื่อง + weaves together + แหล่งข้อมูล แก่นเรื่อง หรือเส้นเรื่อง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “นำวัสดุที่แตกต่างกันมารวมเป็นผลงานเดียวที่เชื่อมโยงกัน”: The documentary ____ interviews, animation, and archival footage.
ดูคำตอบ
weaves together