สุขภาพอารมณ์ของคุณแข็งแรงแค่ไหน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
799 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอประเมินสุขภาวะทางอารมณ์ผ่านการรักตนเอง ความตรงไปตรงมา การสื่อสาร และความไว้วางใจ เมื่อเผชิญคำวิจารณ์ ความขัดแย้ง ความไม่แน่นอน และความสัมพันธ์ที่ยากลำบาก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. remain on our own side. — สำนวนและการเปรียบเปรย: เข้าใจว่าเป็นการสนับสนุนและยอมรับตนเองต่อไป ไม่ใช่การยืนอยู่ข้างใดจริง ๆ เพื่อพูดถึงการเคารพตนเองหรือเสียงวิจารณ์ภายใน 2. act it out — กริยาวลี: แยกความหมายเชิงจิตวิทยาว่าแสดงความเจ็บปวดที่ไม่ได้พูดออกมาผ่านพฤติกรรมออกจากการแสดงฉากหนึ่ง เพื่อเข้าใจการสื่อสารอารมณ์ทางอ้อม 3. feel the world to be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจ feel + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม และใช้บอกการประเมินคน สถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

One way of assessing how emotionally damaged we might be ไวยากรณ์

0:00

วิธีหนึ่งในการประเมินว่าเราอาจจะมีความบอบช้ำทางอารมณ์มากแค่ไหน

is to identify a range of markers of emotional health

0:04

คือการระบุชุดตัวชี้วัดของสุขภาพทางอารมณ์

and imagine how we fare in relation to them. การใช้คำ

0:07

และจินตนาการว่าเราเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านั้น

ไวยากรณ์

โครงสร้าง One way of assessing ... is to identify

โครงสร้าง One way of doing X is to do Y จะบอกงานหรือคำถามที่ต้องจัดการก่อน แล้วจึงระบุวิธีหนึ่งสำหรับจัดการเรื่องนั้น ในประโยคนี้ assessing how emotionally damaged we might be คืองานที่ต้องประเมิน ส่วน identifying markers of emotional health คือวิธีที่ใช้ หลัง of คำว่า assessing เป็น gerund ซึ่งทำหน้าที่เรียกชื่อกิจกรรมที่กำลังพิจารณา หลัง is วลี to identify เป็น infinitive phrase ที่อธิบายว่าวิธีนั้นคืออะไร โครงสร้างนี้จึงเหมาะสำหรับอธิบายวิธีการอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ organize และ create โดยใช้โครงสร้าง One way of doing X is to do Y: One way ____ a busy week ____ a simple schedule.

ดูคำตอบ

of organizing · is to create

การใช้คำ

fare in relation to them: ผลงานเมื่อเทียบกับเกณฑ์

ใน fare in relation to them คำว่า fare เป็นคำกริยาที่หมายถึงทำได้อย่างไร รับมืออย่างไร หรือมีผลลัพธ์อย่างไร ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงค่าโดยสาร อนุประโยคนี้ถามว่าเมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านั้นแล้ว เราทำได้ดีเพียงใด in relation to ใช้บอกจุดอ้างอิงสำหรับการประเมิน ในที่นี้ them หมายถึงตัวชี้วัดสุขภาวะทางอารมณ์ ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการประเมินสภาพของเราโดยเทียบกับตัวชี้วัดเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: After the trial week, we reviewed how the new schedule fared in relation to our goals. fared in relation to หมายความว่าอย่างไร?

  1. เคลื่อนที่เข้าใกล้เป้าหมายจริง ๆ
  2. มีผลงานอย่างไรเมื่อเทียบกับเป้าหมาย
  3. จ่ายค่าโดยสารที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมาย
  4. ตัดสินว่าเป้าหมายนั้นยุติธรรมหรือไม่
ดูคำตอบ

มีผลงานอย่างไรเมื่อเทียบกับเป้าหมาย

At least four central themes suggest themselves. วลี

0:11

อย่างน้อยก็มีสี่ประเด็นหลักที่ผุดขึ้นมา

วลี

themes suggest themselves: แนวคิดต่าง ๆ ปรากฏขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ

ใน suggest themselves ประธานคือแนวคิดหรือตัวเลือกที่ปรากฏชัดขึ้นเองโดยไม่มีใครจงใจเสนอ คำสรรพนามสะท้อนกลับไม่ได้หมายความว่าหัวข้อเหล่านั้นคิดหรือให้คำแนะนำได้ สำนวนทั้งหมดหมายถึง “ปรากฏขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติในฐานะตัวเลือกที่น่าจะใช่” ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวช่วยให้ผู้พูดนำเสนอชุดหัวข้อว่าเป็นผลที่เห็นได้ชัดจากการวิเคราะห์ก่อนหน้า ไม่ใช่รายการที่เลือกขึ้นมาโดยพลการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึง “ปรากฏชัดขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติในฐานะตัวเลือกที่เหมาะสม”: After reviewing the evidence, two explanations ____.

ดูคำตอบ

suggest themselves

Firstly, self-love.

0:15

ประการแรก การรักตัวเอง

Self-love is the quality that determines how much we can be friends with ourselves

0:17

การรักตัวเองเป็นคุณสมบัติที่กำหนดว่าเราสามารถเป็นเพื่อนกับตัวเองได้มากแค่ไหน

and day to day remain on our own side. สำนวน

0:22

และคอยอยู่เคียงข้างตัวเองในแต่ละวัน

สำนวน

remain on our own side: ยังคงสนับสนุนตัวเอง

ใน on our own side คำว่า side ใช้เป็นอุปมาเพื่อหมายถึงฝ่ายหรือจุดยืนที่ให้การสนับสนุนและภักดี Remain on our own side หมายถึงการยังคงปฏิบัติต่อตัวเองเสมือนเป็นคนที่สมควรได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะเมื่อเราทำผิดหรือพบกับความยากลำบาก คำสรรพนามจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น stay on my own side และ stay on your own side ความหมายคือการสนับสนุนตัวเอง ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนคนหนึ่งยังคงสนับสนุนตัวเองหลังจากทำผิดพลาด?

  1. After the error, I finished the task on my own without any help.
  2. After the error, my coach stayed by my side during the meeting.
  3. After the error, I stayed on my own side and calmly decided how to improve.
ดูคำตอบ

After the error, I stayed on my own side and calmly decided how to improve.

When we meet a stranger who has things we don't, ไวยากรณ์

0:25

เมื่อเราพบคนแปลกหน้าที่มีสิ่งที่เราไม่มี

how quickly do we feel ourselves pitiful

0:28

เรารู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพชเร็วแค่ไหน

and how long can we remain assured

0:30

และเราสามารถคงความมั่นใจได้นานเพียงใด

by the decency of what we have and are?

0:32

ด้วยความดีงามของสิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราเป็น

ไวยากรณ์

has things we don't: การละกริยาโดยคงกริยาช่วยไว้

ใน has things we don't คำว่า don't หมายถึง don't have ภาษาอังกฤษคงกริยาช่วยปฏิเสธ do ไว้และละกริยา have ที่กล่าวไปแล้ว ความหมายเต็มคือ a stranger who has things we don't have รูปแบบนี้เรียกว่าการละวลีกริยา ส่วนที่ละไว้ต้องอนุมานได้ง่ายจากข้อความใกล้เคียง รูปที่สั้นกว่าช่วยเปรียบเทียบอย่างกระชับระหว่างสิ่งที่คนแปลกหน้ามีกับสิ่งที่เราไม่มี

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยปฏิเสธรูปย่อหนึ่งคำ โดยให้ have เป็นส่วนที่เข้าใจได้แต่ไม่ต้องเขียน: Nora has a camera that I ____.

ดูคำตอบ

don't

When another person frustrates or humiliates us,

0:36

เมื่อมีคนอื่นทำให้เราคับข้องใจหรืออับอาย

can we let the insult go, กริยาวลี

0:39

เราสามารถปล่อยผ่านคำดูถูกไปได้ไหม

able to perceive the senseless malice beneath the attack,

0:41

สามารถมองเห็นความร้ายกาจที่ไร้เหตุผลเบื้องหลังการโจมตีนั้น

or are we left to brooding and devastated,

0:44

หรือเราจะจมอยู่กับความคิดและรู้สึกแตกสลาย

implicitly identifying with the verdict of our enemies?

0:47

โดยเผลอไปยอมรับคำตัดสินของศัตรูของเราโดยไม่รู้ตัว

กริยาวลี

let the insult go: let + กรรม + go

ใน let the insult go คำว่า the insult เป็นกรรมที่วางอยู่ระหว่าง let กับ go วลีนี้หมายถึงการเลิกยึดติดกับความเจ็บปวดหรือเลิกคิดถึงเรื่องนั้นซ้ำ ๆ ไม่ได้บอกว่าคำดูหมิ่นเคลื่อนที่จริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ let + กรรม + go เมื่อกรรมเป็น insult, argument, grudge หรือ mistake รูปแบบนี้มักหมายถึงการเลือกไม่ตามเอาเรื่องต่อและไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นควบคุมอารมณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานพูดจาหยาบคายหนึ่งครั้ง และ Nina ตัดสินใจว่าจะไม่คิดวนถึงคำพูดนั้น ประโยคใดสื่อการตัดสินใจของเธอได้ดีที่สุด

  1. Nina lets the remark go.
  2. Nina lets the remark leave.
  3. Nina lets go the remark.
ดูคำตอบ

Nina lets the remark go.

How much can the disapproval or neglect of public opinion

0:50

ความไม่พอใจหรือการถูกละเลยจากความคิดเห็นของสาธารณชน

be offset by the memory of the steady attention การใช้คำ

0:54

สามารถถูกหักล้างได้มากน้อยเพียงใดด้วยความทรงจำถึงความใส่ใจที่มั่นคง

of a few significant people in the past?

0:57

จากคนสำคัญเพียงไม่กี่คนในอดีต

การใช้คำ

be offset by: ใช้ผลกระทบหนึ่งถ่วงดุลอีกผลกระทบหนึ่ง

ในโครงสร้างกรรมวาจก be offset by ผลกระทบด้านลบหรือข้อเสียจะถูกลดทอนหรือทำให้สมดุลด้วยปัจจัยที่ออกฤทธิ์ในทิศทางตรงข้าม ในประโยคนี้ ความเจ็บปวดจากการไม่เห็นชอบหรือการเพิกเฉยของสาธารณชนถูกนำมาเทียบกับความทรงจำถึงความเอาใจใส่จากคนสำคัญเพียงไม่กี่คน offset ไม่ได้หมายความว่าผลกระทบแรกจะหายไปทั้งหมดเสมอไป คำถาม How much...? ถามถึงระดับของการถ่วงดุล ดังนั้นความทรงจำเชิงบวกอาจชดเชยผลกระทบได้เพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนกรรมวาจกแบบเป็นทางการที่หมายถึงถูกถ่วงดุลในแง่ผลกระทบ: The higher rent was ____ the much shorter commute.

ดูคำตอบ

offset by

In relationships,

1:00

ในเรื่องความสัมพันธ์

do we have enough self-love to leave an abusive union,

1:01

เรามีความรักตัวเองมากพอที่จะเดินออกจากความสัมพันธ์ที่ถูกล่วงละเมิดหรือไม่

or are we so down on ourselves สำนวน

1:05

หรือเราดูถูกตัวเองมากเสียจน

that we carry an implicit belief

1:07

เราเก็บซ่อนความเชื่อเอาไว้ลึกๆ ว่า

that harm is all we deserve?

1:09

การถูกทำร้ายคือสิ่งเดียวที่เราสมควรได้รับ

สำนวน

be down on ourselves: การตัดสินตัวเองในแง่ลบ

Be down on someone หมายถึงมีความเห็นเชิงลบหรือวิพากษ์วิจารณ์บุคคลนั้นอย่างมาก เมื่อใช้คำสรรพนามสะท้อน ourselves ผู้พูดจะหันการตัดสินนั้นมาที่ตัวเอง กล่าวคือมองคุณค่าของตัวเองต่ำและเชื่อว่าตนอาจสมควรถูกทำร้าย สำนวนนี้อธิบายทัศนคติหรือการประเมินตัวเอง ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ทัศนคตินี้อาจทำให้เศร้าได้ แต่ความหมายสำคัญคือการตัดสินตัวเองอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพียงแค่รู้สึกไม่มีความสุข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายมุมมองเชิงลบที่ Lena มีต่อตัวเองโดยตรง แทนที่จะอธิบายอารมณ์หรือการพูดวิจารณ์ตัวเอง

  1. Lena is down on herself.
  2. Lena feels down today.
  3. Lena puts herself down during the interview.
ดูคำตอบ

Lena is down on herself.

In a different vein, ลำดับความ

1:12

ในอีกแง่มุมหนึ่ง

how good are we at apologizing to a lover

1:13

เราเก่งแค่ไหนในการขอโทษคนรัก

for things that may be our fault?

1:15

สำหรับสิ่งที่อาจจะเป็นความผิดของเรา

ลำดับความ

In a different vein สำหรับเปลี่ยนไปสู่มุมมองที่เกี่ยวข้อง

In a different vein เป็นคำเชื่อมที่พาการสนทนาไปสู่มุมมองหรือแนวคิดอีกลักษณะหนึ่ง ในประโยคนี้ จุดสนใจเปลี่ยนจากการปกป้องตัวเองหลังจากถูกทำร้าย ไปสู่คำถามว่าเรายอมรับได้หรือไม่ว่าตนเองก็อาจเป็นฝ่ายผิด คำว่า vein ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงรูปแบบ วิธีการ หรือทิศทางของความคิด ไม่ได้หมายถึงหลอดเลือด วลีนี้บอกผู้ฟังว่าหัวข้อใหญ่ยังคงต่อเนื่องอยู่ แต่คำถามถัดไปจะเข้าหาหัวข้อนั้นจากอีกมุมหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดได้กล่าวถึงวิธีที่คนเราปกป้องตัวเองเมื่อถูกทำร้าย ตอนนี้ผู้พูดต้องการเปลี่ยนไปสู่คำถามที่เกี่ยวข้องแต่แตกต่างกันเรื่องการยอมรับความผิดของตนเอง คำเชื่อมใดแสดงการเปลี่ยนนี้ได้ดีที่สุด?

  1. In a different vein,
  2. For example,
  3. In the same vein,
ดูคำตอบ

In a different vein,

How rigidly self-righteous do we need to be?

1:17

เราจำเป็นต้องยึดมั่นว่าตัวเองถูกเสมออย่างแข็งกร้าวแค่ไหน

Can we dare to admit mistakes, ไวยากรณ์

1:20

เรากล้าพอที่จะยอมรับความผิดพลาดไหม

ไวยากรณ์

dare to admit mistakes: dare to + คำกริยา

Dare to + คำกริยา หมายถึงมีความกล้าพอที่จะทำสิ่งที่รู้สึกว่าเสี่ยง น่ากลัว หรือทำได้ยากในบริบททางสังคม ดังนั้น dare to admit mistakes จึงหมายถึงการยอมรับความผิดของตน แม้ว่าการทำเช่นนั้นอาจกระทบต่อศักดิ์ศรีหรือภาพลักษณ์ของตัวเอง ในที่นี้ dare เป็นคำกริยาปกติที่ตามด้วย to-infinitive ได้แก่ dare to admit ประธานคือคนที่ต้องใช้ความกล้าในการลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย dare to และคำกริยา admit: Honest leaders ____ their mistakes, even when the truth is uncomfortable.

ดูคำตอบ

dare to admit

or does an admission of guilt or error

1:22

หรือการยอมรับความผิดหรือความคลาดเคลื่อน

bring us too close to our background sense of nullity?

1:24

มันทำให้เราเข้าใกล้ความรู้สึกว่างเปล่าในเบื้องลึกมากเกินไป

In the bedroom,

1:28

ในห้องนอน

how clean and natural or, alternatively,

1:29

ความปรารถนาของเราให้ความรู้สึกว่าสะอาดและเป็นธรรมชาติ หรือในทางกลับกัน

disgusting and sinful do our desires feel?

1:32

น่ารังเกียจและเป็นบาปแค่ไหน

Might they be a little odd,

1:35

มันอาจจะแปลกไปสักหน่อย

but not for that matter bad or dark, ลำดับความ

1:37

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่ามันเลวร้ายหรือมืดมน

since they emanate from within us

1:40

เพราะมันเกิดจากภายในตัวเรา

and we are not wretches?

1:42

และเราไม่ใช่คนต่ำช้า

ลำดับความ

for that matter ใน not ... bad or dark เพื่อเชื่อมโยงข้อสรุป

ในที่นี้ for that matter เชื่อมคำบรรยายก่อนหน้าอย่าง a little odd เข้ากับคำบรรยายที่แรงกว่าอย่าง bad or dark เมื่ออยู่ในโครงสร้างปฏิเสธ but not for that matter bad or dark ประโยคจึงหมายความว่า แม้สิ่งเหล่านั้นจะแปลก แต่ข้อเท็จจริงนั้นก็ไม่ได้ทำให้มันเลวร้ายหรือมืดมนไปด้วย วลีนี้ขยายการพูดถึงไปยังข้อ判断ที่เกี่ยวข้อง และควบคุมข้อสรุประหว่างคำบรรยายสองชุด ในรูปแบบนี้ not for that matter X มีความหมายประมาณว่า “ไม่ได้เป็น X เพียงเพราะเหตุนั้น” ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องหรือจุดประสงค์ตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The plan is unusual, but not for that matter unsafe,” ส่วนหลังหมายความว่าอะไร?

  1. แผนนี้ไม่ได้ไม่ธรรมดาและไม่ได้ไม่ปลอดภัย
  2. แผนนี้ไม่ปลอดภัยด้วยเหตุผลอื่น
  3. แผนนี้ไม่ได้ไม่ปลอดภัยเพียงเพราะมันไม่ธรรมดา
ดูคำตอบ

แผนนี้ไม่ได้ไม่ปลอดภัยเพียงเพราะมันไม่ธรรมดา

At work,

1:45

ในที่ทำงาน

do we have a reasonable,

1:46

เรามีความสมเหตุสมผล

well-grounded sense of our worth,

1:47

มีความรู้สึกในคุณค่าของตัวเองที่หนักแน่น

and so feel able to ask for

1:49

จนรู้สึกว่าสามารถร้องขอ

and properly expect to get the rewards we're due? การใช้คำ

1:51

และคาดหวังอย่างถูกต้องที่จะได้รับผลตอบแทนที่เราสมควรได้หรือไม่

การใช้คำ

the rewards we're due: due ในความหมายว่า “ที่ควรมอบให้เรา”

ใน the rewards we're due คำว่า due หมายถึง “ที่ควรมอบให้เรา” หรือ “ที่เรามีสิทธิคาดหวังอย่างชอบธรรม” โดยนำเสนอผลตอบแทนว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุรองรับจากผลงาน กฎ หรือข้อตกลง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องการ We're due เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย rewards โดยละ that ไว้ รูปเต็มคือ the rewards that we're due และมีความหมายเท่ากับ the rewards that are due to us ในที่นี้ due ไม่ได้หมายความว่าผลตอบแทนถึงกำหนดแล้ว และไม่ใช่ due to ที่ใช้บอกสาเหตุ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากตัวอย่างที่มีความหมายว่า “ที่ควรมอบให้เรา”: Under the agreement, these are the benefits ____.

ดูคำตอบ

we're due

Can we resist the need to please others indiscriminately?

1:55

เราสามารถต้านทานความต้องการที่จะเอาใจผู้อื่นอย่างไม่ลืมหูลืมตาได้ไหม

Are we sufficiently aware of our genuine contribution

1:58

เราตระหนักถึงการมีส่วนร่วมที่แท้จริงของเรามากพอ

to say, sometimes, no?

2:01

ที่จะพูดว่า "ไม่" ในบางครั้งหรือไม่

Candor. การใช้คำ

2:04

ความตรงไปตรงมา

Candor determines the extent to which difficult ideas ไวยากรณ์

2:05

ความตรงไปตรงมากำหนดขอบเขตที่ความคิดที่ยากลำบาก

and troubling facts can be consciously admitted into the mind,

2:08

และข้อเท็จจริงที่รบกวนจิตใจจะถูกยอมรับเข้าสู่จิตใจอย่างรู้ตัว

soberly explored,

2:12

ได้รับการสำรวจอย่างมีสติ

and accepted without denial.

2:13

และได้รับการยอมรับโดยไม่ปฏิเสธ

การใช้คำ

Candor: ความเปิดเผยต่อความจริงที่ยาก

ในที่นี้ candor หมายถึงความเต็มใจที่จะเผชิญความคิดและข้อเท็จจริงที่ทำให้ไม่สบายใจอย่างซื่อสัตย์ ไม่ได้หมายถึงเพียงการพูดความจริงกับผู้อื่น แต่ยังรวมถึงการยอมรับความจริงที่ยากต่อตนเองและพิจารณามันอย่างสงบด้วย ประโยคนี้มอง candor ว่าเป็นคุณลักษณะที่มีระดับมากน้อยต่างกันได้ ยิ่งมี candor มาก ก็ยิ่งยอมให้เรื่องที่น่ากังวลเข้าสู่ความคิดอย่างมีสติโดยไม่ปฏิเสธได้มากขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The counselor valued Leo’s candor about the fear he had been avoiding,” คำว่า candor เน้นอะไร

  1. ความมั่นใจว่าความกลัวนั้นไม่สำคัญ
  2. ความเต็มใจที่จะเผชิญและพูดถึงความจริงที่ทำให้ไม่สบายใจ
  3. ความสามารถในการซ่อนความกลัวจากผู้อื่น
ดูคำตอบ

ความเต็มใจที่จะเผชิญและพูดถึงความจริงที่ทำให้ไม่สบายใจ

ไวยากรณ์

the extent to which: การนำอนุประโยคบอกระดับ

The extent to which ใช้นำอนุประโยคที่สมบูรณ์และบอกว่าบางสิ่งเป็นจริงหรือเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ในประโยคนี้ อนุประโยคหลัง which คือ difficult ideas and troubling facts can be consciously admitted into the mind, soberly explored, and accepted without denial โดย candor เป็นสิ่งกำหนดระดับของความเป็นไปได้นั้น รูปแบบคือ the extent to which + ประธาน + กริยา คำว่า Which เชื่อมอนุประโยคเข้ากับแนวคิดเรื่องระดับของ extent ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของอีกสิ่งหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้เติมประโยคทางการให้สมบูรณ์: The report examines ____ air pollution affects children's health.

ดูคำตอบ

the extent to which

How much can we admit to ourselves about who we are,

2:16

เราสามารถยอมรับกับตัวเองได้มากแค่ไหนเกี่ยวกับสิ่งที่เราเป็น

even if, ลำดับความ

2:19

แม้ว่า

or especially when,

2:19

หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ

the matter is not especially pleasant?

2:21

เรื่องนั้นไม่ได้น่ายินดีเป็นพิเศษ

ลำดับความ

“even if ... or especially when”: เพิ่มน้ำหนักให้ข้อยืนยันด้วยการแก้คำพูดของตนเอง

วลีนี้เริ่มด้วย even if ซึ่งเสนอว่าความไม่น่ายินดีอาจเป็นอุปสรรค แต่ไม่ควรทำให้เราหยุดสำรวจตนเองอย่างซื่อตรง จากนั้นผู้พูดแทรก or especially when เพื่อแก้ถ้อยคำที่เบากว่าให้หนักแน่นขึ้น สถานการณ์ที่ไม่น่ายินดีไม่ได้เพียงถูกนับรวม แต่เป็นสถานการณ์ที่ความซื่อตรงสำคัญที่สุด ตรงนี้ or ไม่ได้เสนอทางเลือกสองอย่างที่เลือกได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณของการแก้คำพูดจากแบบที่อ่อนกว่าไปสู่แบบที่แรงกว่า เป็นรูปแบบที่ใช้เพิ่มน้ำหนักให้เหตุผลระหว่างพูดหรือเขียนได้

แบบฝึกหัด

“even if, or especially when,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เสนอเงื่อนไขสองอย่างที่เกิดพร้อมกันไม่ได้ และให้ผู้ฟังเลือกหนึ่งอย่าง
  2. ยกเลิกความจำเป็นในการสำรวจตนเองเมื่อใดก็ตามที่หัวข้อไม่น่ายินดี
  3. เริ่มจากรวมกรณีที่ไม่น่ายินดีไว้ก่อน แล้วเน้นว่ากรณีเหล่านั้นสำคัญที่สุด
ดูคำตอบ

เริ่มจากรวมกรณีที่ไม่น่ายินดีไว้ก่อน แล้วเน้นว่ากรณีเหล่านั้นสำคัญที่สุด

How much do we need to insist on our own normality

2:24

เราจำเป็นต้องยืนกรานในความปกติของเรา

and wholehearted sanity?

2:27

และความมีสติสัมปชัญญะอย่างเต็มเปี่ยมมากแค่ไหน

Can we explore our own minds

2:29

เราสามารถสำรวจจิตใจของตัวเอง

and look into their darker and more troubled corners กริยาวลี

2:31

และมองเข้าไปในมุมที่มืดมนและว้าวุ่นใจมากกว่า

without flinching overly?

2:34

โดยไม่ถอยหนีมากเกินไปได้หรือไม่

กริยาวลี

“look into”: สืบค้นหรือตรวจสอบอย่างละเอียด

ในที่นี้ look into หมายถึง “สืบค้นหรือตรวจสอบอย่างละเอียด” กรรมของวลีคือมุมที่มืดมนและเต็มไปด้วยความทุกข์ในจิตใจของเรา วลีนี้จึงต่อยอดอุปลักษณ์ของการสำรวจพื้นที่ภายใน ไม่ได้บรรยายการมองเข้าไปในภาชนะตามตัวอักษร ใช้ look into เมื่อมีเป้าหมายเพื่อค้นหาข้อเท็จจริง สาเหตุ หรือรายละเอียดที่ซ่อนอยู่เกี่ยวกับปัญหา คำถาม ข้อร้องเรียน หรือความเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่สร้างจาก look + คำอนุภาคหนึ่งคำ และหมายถึง “สืบค้น”: The support team will ____ the repeated payment failures.

ดูคำตอบ

look into

Can we admit to folly,

2:35

เราสามารถยอมรับความโง่เขลา

envy,

2:37

ความอิจฉา

sadness and confusion?

2:37

ความเศร้า และความสับสนได้หรือไม่

Around others,

2:40

เมื่ออยู่รอบตัวผู้อื่น

how ready are we to learn?

2:41

เราพร้อมที่จะเรียนรู้มากแค่ไหน

Do we need always take a criticism of one part of us ไวยากรณ์

2:42

เราจำเป็นต้องมองคำวิจารณ์เพียงส่วนหนึ่งของเรา

as an attack on everything about us?

2:45

ว่าเป็นการโจมตีทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเราเสมอไปหรือไม่

ไวยากรณ์

take A as B: ตีความคำวิจารณ์ว่าเป็นการโจมตี

ในที่นี้ take A as B หมายถึง “ตีความ A ว่าเป็น B” หรือ “มองว่า A มีความหมายแบบ B” โดย A คือ “คำวิจารณ์ที่มีต่อตัวเราเพียงด้านหนึ่ง” และ B คือ “การโจมตีทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเรา” ส่วน take ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือขนสิ่งของ โครงสร้างคือ take + กรรม + as + การตีความหรือประเภท ในคำถามนี้ โครงสร้างดังกล่าวสื่อถึงการเหมารวมเกินจริง โดยเข้าใจคำวิจารณ์ที่จำกัดอยู่เพียงบางด้านว่าเป็นการโจมตีตัวบุคคลทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง take A as B ในรูปอดีต: Nina ____ a small suggestion ____ a harsh judgment of her work.

ดูคำตอบ

took · as

How ready are we to listen

2:48

เราพร้อมที่จะรับฟังมากแค่ไหน

when valuable lessons come in painful guises? สำนวน

2:50

เมื่อบทเรียนที่มีค่ามาในรูปแบบที่เจ็บปวด

สำนวน

valuable lessons come in painful guises: บทเรียนอันมีค่าที่มาในรูปลักษณ์อันเจ็บปวด

ประโยคนี้ใช้คำเปรียบเทียบเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือการปลอมตัว โดย valuable lessons คือแนวคิดที่เป็นประโยชน์ซึ่งอยู่ในคำวิจารณ์ ส่วน painful guises คือรูปแบบภายนอกที่ทำให้ไม่สบายใจซึ่งแนวคิดเหล่านั้นใช้ปรากฏออกมา Come in + กลุ่มคำนาม หมายถึง “มาถึงหรือปรากฏในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง” ประเด็นคือ เนื้อหาที่เป็นประโยชน์อาจมองเห็นได้ยาก เพราะรูปแบบภายนอกทำให้รู้สึกไม่ดี

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “valuable lessons come in painful guises” หมายความว่าอย่างไร

  1. บทเรียนที่มีค่าที่สุดถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย
  2. ข้อคิดที่เป็นประโยชน์อาจมาผ่านคำวิจารณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี
  3. ประสบการณ์ที่เจ็บปวดสอนบทเรียนเดียวกันเสมอ
ดูคำตอบ

ข้อคิดที่เป็นประโยชน์อาจมาผ่านคำวิจารณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ดี

Communication.

2:54

การสื่อสาร

Can we patiently and reasonably put our disappointments วลี

2:56

เราสามารถนำความผิดหวังของเรามาอธิบายอย่างอดทนและมีเหตุผล

into words

2:59

เป็นคำพูด

that more or less enable others to see our point? สำนวน

3:00

ที่ช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจจุดประสงค์ของเราได้บ้างหรือไม่

วลี

put our disappointments into words: ถ่ายทอดความผิดหวังออกมาเป็นคำพูด

ใน put something into words คำว่า put หมายถึง “แสดงออก” ส่วน into words บอกผลลัพธ์ว่า ความรู้สึกหรือความคิดถูกเปลี่ยนเป็นภาษาที่คนอื่นเข้าใจได้ สิ่งที่ถูกนำมาพูดในที่นี้คือ our disappointments หรือ “ความผิดหวังของเรา” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + ความรู้สึกหรือความคิด + into words มักใช้กับเรื่องที่อธิบายยากหรือมีอารมณ์เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไปใส่ไว้ในคำจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง put something into words เติมประโยคให้สมบูรณ์: I could not ____ my disappointment ____.

ดูคำตอบ

put · into words

สำนวน

see our point: เข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย

see someone’s point หมายถึงเข้าใจแนวคิด เหตุผล หรือมุมมองที่อีกฝ่ายพยายามสื่อ ในคำถามนี้ see our point เป็นการถามว่าคนอื่นจะเข้าใจเหตุผลและมุมมองของผู้พูดได้หรือไม่ see ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการมองเห็นด้วยตา และ point หมายถึงข้อโต้แย้งหรือสารสำคัญ ไม่ใช่สถานที่ คะแนน หรือปลายแหลม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ see + คำแสดงความเป็นเจ้าของหรือชื่อในรูปแสดงความเป็นเจ้าของ + point เช่น I see your point

แบบฝึกหัด

“I see your point, but I still disagree” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร
  2. ฉันเข้าใจเหตุผลของคุณ แต่ไม่ยอมรับข้อสรุปของคุณ
  3. ฉันเห็นด้วยกับข้อสรุปของคุณทั้งหมด
ดูคำตอบ

ฉันเข้าใจเหตุผลของคุณ แต่ไม่ยอมรับข้อสรุปของคุณ

Or do we internalize pain,

3:04

หรือเราเก็บความเจ็บปวดไว้ภายใน

act it out symbolically, กริยาวลี

3:06

แสดงออกมาในเชิงสัญลักษณ์

or discharge it with counterproductive rage?

3:07

หรือระบายมันออกไปด้วยความโกรธที่ส่งผลเสีย

กริยาวลี

“act it out” เพื่อแสดงความเจ็บปวดที่ไม่ได้พูดออกมา

ในประโยคนี้ it หมายถึง pain หรือความเจ็บปวด act it out หมายถึงการแสดงความเจ็บปวดที่ไม่ได้พูดออกมาโดยอ้อมผ่านพฤติกรรม แทนที่จะอธิบายด้วยคำพูด ส่วน symbolically บอกว่าพฤติกรรมนั้นทำหน้าที่แทนความรู้สึก การใช้ในบริบททางจิตใจนี้ไม่ได้หมายถึงการแสดงฉากตามบท รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ act + อารมณ์หรือประสบการณ์ + out หรือใช้ act it out เมื่อรู้ชัดแล้วว่า it หมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

ใน “Maya never said she felt ignored; instead, she acted it out by refusing to join the group,” acted it out หมายถึงอะไร?

  1. เธอแสดงความเจ็บปวดที่ไม่ได้พูดออกมาผ่านพฤติกรรม
  2. เธออธิบายความรู้สึกของตนอย่างสงบและตรงไปตรงมา
  3. เธอแสดงฉากเกี่ยวกับการถูกเพิกเฉย
ดูคำตอบ

เธอแสดงความเจ็บปวดที่ไม่ได้พูดออกมาผ่านพฤติกรรม

When other people upset us,

3:11

เมื่อคนอื่นทำให้เราอารมณ์เสีย

do we feel we have the right to communicate,

3:12

เรารู้สึกว่ามีสิทธิ์ที่จะสื่อสารหรือไม่

or must we slam doors and retreat into sulks?

3:15

หรือเราต้องกระแทกประตูและถอยไปนั่งงอน

When the desired response isn't forthcoming, การใช้คำ

3:18

เมื่อการตอบสนองที่ต้องการไม่เกิดขึ้น

do we ask others to guess

3:20

เราปล่อยให้คนอื่นเดาเอาเอง

what we've been too angrily panicked to spell out? กริยาวลี

3:22

ในสิ่งที่เราโกรธและลนลานเกินกว่าจะอธิบายออกมาให้ชัดเจนหรือไม่

การใช้คำ

forthcoming ใน “the desired response isn't forthcoming”

ในที่นี้ forthcoming อธิบายการตอบสนองที่คาดหวังไว้แต่ไม่ปรากฏหรือไม่ได้รับ “The desired response isn't forthcoming” หมายความว่าผู้พูดไม่ได้รับการตอบสนองที่ตนหวังไว้ เมื่อ forthcoming อยู่หลัง be ในรูปแบบนี้ จุดสำคัญคือสิ่งหนึ่งปรากฏขึ้นหรือพร้อมให้ได้รับหรือไม่ รูปปฏิเสธ isn't forthcoming เน้นว่าสิ่งที่คาดหวังนั้นยังคงขาดหายไป

แบบฝึกหัด

forthcoming ใน “We asked for evidence, but none was forthcoming” หมายถึงอะไร?

  1. หลักฐานนั้นตรงไปตรงมาและเปิดเผย
  2. ไม่มีหลักฐานถูกนำมาให้หรือพร้อมให้ใช้
  3. มีการกำหนดให้เผยแพร่หลักฐานในอนาคต
ดูคำตอบ

ไม่มีหลักฐานถูกนำมาให้หรือพร้อมให้ใช้

กริยาวลี

spell out: บอกสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ชัดเจน

ในที่นี้ spell out หมายถึง “พูดหรืออธิบายบางสิ่งอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา” ไม่ใช่ “บอกตัวอักษรของคำทีละตัว” ใน what we've been too angrily panicked to spell out คำว่า what แสดงสิ่งที่เป็นกรรมของ spell out และหมายถึงความต้องการหรือความคิดที่ไม่ได้สื่อออกมาอย่างชัดเจน คำถามนี้ชี้ว่าเราไม่อาจคาดหวังให้คนอื่นเดาสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “บอกอย่างชัดเจนและละเอียด”: The rules are vague, so please ____ what each person must do.

ดูคำตอบ

spell out

Or can we have a plausible second go วลี

3:25

หรือเราสามารถลองเป็นครั้งที่สองอย่างมีเหตุผล

and take seriously the thought วลี

3:28

และคิดทบทวนอย่างจริงจังว่า

that others are not merely being nasty

3:29

คนอื่นไม่ได้แค่นิสัยเสีย

in misunderstanding us?

3:32

ที่เข้าใจเราผิด

วลี

have a plausible second go: ลองเป็นครั้งที่สองอย่างสมเหตุสมผล

Have a second go หมายถึง “ลองอีกครั้ง” หรือ “พยายามเป็นครั้งที่สอง” ในที่นี้ go เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงออกไปหรือเคลื่อนที่ Plausible ขยาย second go โดยทำให้ความพยายามครั้งใหม่ดูสมเหตุสมผลและมีโอกาสได้ผล แทนที่จะเป็นการทำซ้ำแนวทางเดิมที่ล้มเหลว

แบบฝึกหัด

have a plausible second go ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. ขอให้คนอื่นเป็นผู้ลองครั้งแรก
  2. ออกไปเป็นครั้งที่สองโดยไม่อธิบาย
  3. ลองอีกครั้งด้วยวิธีที่มีโอกาสสมเหตุสมผลว่าจะได้ผล
ดูคำตอบ

ลองอีกครั้งด้วยวิธีที่มีโอกาสสมเหตุสมผลว่าจะได้ผล

วลี

take seriously the thought that: พิจารณาความเป็นไปได้อย่างจริงจัง

ในที่นี้ take seriously หมายถึงให้ความสำคัญและพิจารณาสิ่งหนึ่งอย่างเหมาะสม แทนที่จะปัดทิ้งทันที ผู้พูดกำลังถามว่าจะสามารถพิจารณาความเป็นไปได้ที่ตามมาอย่างจริงจังได้หรือไม่ กรรมของวลีนี้คือ the thought และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาของความคิดนั้น นั่นคือ คนอื่นอาจเข้าใจเราผิดโดยไม่ได้มีเจตนาร้ายเพียงอย่างเดียว การพิจารณาความคิดอย่างจริงจังไม่ได้แปลว่ายอมรับว่าเป็นความจริง แต่หมายถึงมองว่าเป็นความเป็นไปได้ที่ควรตรวจสอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ take seriously the thought that ในความหมายว่า “พิจารณาความเป็นไปได้อย่างจริงจัง”

  1. We should take seriously the thought that our first estimate was wrong.
  2. We should reject the thought that our first estimate was wrong without discussing it.
  3. We should act as if our first estimate cannot be wrong.
ดูคำตอบ

We should take seriously the thought that our first estimate was wrong.

Do we have the inner resources

3:33

เรามีทรัพยากรภายใน

to teach rather than insist? น้ำเสียง/เจตนา

3:35

ที่จะสอนมากกว่าที่จะเอาแต่ดันทุรังหรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

teach rather than insist: เลือกการอธิบายแทนการกดดัน

rather than นำวิธีสื่อสารสองแบบมาเปรียบต่างกัน และแสดงว่าวิธีแรกเหมาะสมกว่า ในที่นี้ teach ไม่ได้หมายถึงการสอนในชั้นเรียนอย่างเป็นทางการ แต่หมายถึงการอธิบายอย่างอดทนเพื่อช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจ ส่วน insist หมายถึงการกดดันให้อีกฝ่ายยอมรับต่อไปโดยไม่ได้พยายามอธิบายเช่นนั้น คำถามนี้ถามว่าเรามีความอดทนและการควบคุมตนเองมากพอที่จะเลือกการอธิบายแทนการกดดันหรือไม่ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยา A + rather than + กริยา B

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rather than เพื่อแสดงว่าการอธิบายอย่างอดทนเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

  1. Let's explain the reason and then demand agreement.
  2. Let's explain the reason rather than demand agreement.
  3. Let's demand agreement because explaining takes time.
ดูคำตอบ

Let's explain the reason rather than demand agreement.

Trust.

3:38

ความไว้วางใจ

How risky is the world?

3:39

โลกนี้มีความเสี่ยงแค่ไหน

How readily might we survive a challenge

3:41

เราจะเอาตัวรอดจากความท้าทายได้ง่ายเพียงใด

in the form of a speech of a romantic rejection,

3:43

ในรูปแบบของคำพูดปฏิเสธรัก

about a financial trouble,

3:46

เกี่ยวกับปัญหาทางการเงิน

a journey to another country,

3:47

การเดินทางไปต่างประเทศ

or a common cold?

3:49

หรือไข้หวัดธรรมดา

How close are we at any time

3:51

ไม่ว่าเมื่อใด เราอยู่ใกล้

to catastrophe?

3:52

หายนะมากแค่ไหน

What material are we made of? สำนวน

3:54

เราถูกสร้างมาจากวัสดุอะไร

สำนวน

What material are we made of? ในฐานะอุปมาเรื่องความเข้มแข็งทางใจ

ในที่นี้ What material are we made of? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ที่ใช้เป็นอุปมา คำถามนี้ถามว่าพวกเรามีพลังใจที่จะทนต่อแรงกดดันหรือไม่ หรือจะเจ็บปวดและรับไม่ไหวได้ง่าย ไม่ได้ถามว่าร่างกายประกอบขึ้นจากสารอะไรจริง ๆ รูปแบบ be made of ปกติใช้บอกวัสดุที่มองเห็นได้ แต่สามารถขยายไปใช้กับลักษณะนิสัยได้ ในบริบทนี้ material แทนคุณสมบัติอย่างความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และความสามารถในการฟื้นตัว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ผู้พูดต้องการถามอะไรจริง ๆ ด้วย What material are we made of?

  1. เราควรใช้วัสดุใดสร้างสิ่งของบางอย่าง?
  2. จิตใจของพวกเราแข็งแกร่งและฟื้นตัวได้ดีเพียงใด?
  3. ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นจากสารทางกายภาพอะไร?
ดูคำตอบ

จิตใจของพวกเราแข็งแกร่งและฟื้นตัวได้ดีเพียงใด?

Will new acquaintances

3:56

คนที่เพิ่งรู้จักกัน

like or wound us?

3:57

จะชอบหรือจะทำร้ายเรา

If we're a touch assertive, การใช้คำ

3:59

ถ้าเรากล้าแสดงออกขึ้นมาสักนิด

will they take it or collapse?

4:00

พวกเขาจะรับได้หรือจะพังทลาย

การใช้คำ

a touch assertive: a touch ที่หมายถึง “เล็กน้อย”

ใน a touch assertive คำว่า a touch หมายถึงระดับเพียงเล็กน้อย หรือ slightly assertive ซึ่งแปลว่าแสดงความหนักแน่นขึ้นมาเล็กน้อย คำนี้ช่วยลดระดับของ assertive ทำให้พฤติกรรมฟังดูเพียงค่อนข้างหนักแน่นหรือตรงไปตรงมา ไม่ได้กดดันอย่างรุนแรง โครงสร้างคือ a touch + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ ในที่นี้ a touch ขยาย assertive และไม่ได้หมายถึงการสัมผัสทางกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เล็กน้อย” เมื่ออยู่หน้าคำคุณศัพท์: The soup is ____ salty, but it is still enjoyable.

ดูคำตอบ

a touch

Will unfamiliar situations

4:03

สถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย

end in a debacle?

4:04

จะจบลงด้วยความล้มเหลวหรือไม่

Around love,

4:05

ในเรื่องของความรัก

how tightly do we need to cling?

4:06

เราต้องยึดติดแน่นแค่ไหน

If they're distant for a while,

4:08

หากพวกเขาห่างเหินไปสักพัก

will they return?

4:10

พวกเขาจะกลับมาไหม

How controlling do we need to be?

4:11

เราต้องเป็นจอมบงการแค่ไหน

Can we approach an interesting-looking stranger

4:14

เราสามารถเข้าไปหาคนแปลกหน้าที่ดูน่าสนใจ

or move on from an unsatisfying person? กริยาวลี

4:16

หรือเดินออกมาจากคนที่ไม่น่าพอใจได้หรือไม่

กริยาวลี

move on from: ปล่อยวางความสัมพันธ์หรือประสบการณ์แล้วเดินหน้าต่อ

ในประโยคนี้ move on from an unsatisfying person หมายถึงการหยุดทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์ที่น่าผิดหวังนั้นและดำเนินชีวิตต่อไป เป็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือในทางปฏิบัติ ไม่ใช่การเดินออกห่างจากตำแหน่งที่บุคคลนั้นอยู่ โครงสร้างคือ move on from + บุคคล ความสัมพันธ์ งาน เหตุการณ์ หรือประสบการณ์ โดยมองกรรมเป็นสิ่งที่ทิ้งไว้ในอดีตเพื่อให้ก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสามคำที่หมายถึง “เลิกติดอยู่กับอดีต”: After months of dwelling on the breakup, Maya decided to ____ the relationship and rebuild her routine.

ดูคำตอบ

move on from

Do we overall feel the world to be wide, ไวยากรณ์

4:19

โดยรวมแล้ว เรารู้สึกว่าโลกนี้กว้างใหญ่

safe,

4:22

ปลอดภัย

and reasonable enough

4:22

และสมเหตุสมผลเพียงพอ

for us to have a legitimate shot สำนวน

4:23

เพื่อให้เรามีโอกาสที่ชอบธรรม

at a measure of contentment?

4:25

ในการเข้าถึงความพึงพอใจในระดับหนึ่งหรือไม่

ไวยากรณ์

feel the world to be ...: กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม

ใน feel the world to be wide, safe, and reasonable enough คำว่า the world เป็นกรรมของ feel และเป็นประธานโดยนัยของ to be ด้วย คำคุณศัพท์สามคำที่เชื่อมกันอธิบายสภาพของโลกตามที่ผู้พูดรับรู้หรือประเมิน feel ในที่นี้หมายถึง “มองว่า รับรู้ หรือประเมินว่า” ไม่ใช่ “สัมผัส” หรือ “มีความรู้สึกทางร่างกาย” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ feel + กรรม + to be + ส่วนเติมเต็ม ซึ่งใช้แสดงการประเมินกรรมนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างแบบเป็นทางการ กรรม + infinitive เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Many residents feel the neighborhood ____ safe after dark.

ดูคำตอบ

to be

สำนวน

have a legitimate shot at: มีโอกาสที่แท้จริงและสมเหตุสมผล

have a shot at เป็นสำนวนที่หมายถึง “มีโอกาสที่จะบรรลุหรือได้รับบางสิ่ง” ในประโยคนี้ เป้าหมายที่ตามหลัง at คือ a measure of contentment ส่วน shot ไม่ได้หมายถึงการยิงอาวุธหรือเครื่องดื่มแก้วเล็ก legitimate เน้นความหมายของ shot ว่าโอกาสนั้นมีอยู่จริงและสมเหตุสมผล ไม่ใช่เพียงจินตนาการ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ have + a(n) + คำคุณศัพท์ + shot at + คำนามหรือรูป -ing เช่น have a good shot at the prize และ have a real shot at winning

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตัวที่สุดซึ่งหมายถึง “มีโอกาสที่แท้จริงและสมเหตุสมผลที่จะประสบความสำเร็จ”: With careful preparation, we ____ winning the regional debate.

ดูคำตอบ

have a legitimate shot at

Or must we settle resentfully กริยาวลี

4:27

หรือเราจะต้องจำยอมอย่างขุ่นเคือง

for inauthenticity and misunderstanding?

4:29

ให้กับความไม่จริงใจและความเข้าใจผิด

กริยาวลี

settle resentfully for: ยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่าอย่างขุ่นเคือง

settle for หมายถึงยอมรับสิ่งที่แย่กว่าหรือน้อยกว่าที่ต้องการ เพราะเชื่อว่าไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่า ในประโยคนี้ กรรมหลัง for คือ inauthenticity and misunderstanding ส่วน settle ไม่ได้หมายถึงการย้ายไปตั้งถิ่นฐานหรือการชำระบิล resentfully บอกลักษณะของการยอมรับ กล่าวคือบุคคลนั้นยอมทำตามแต่ยังรู้สึกขมขื่นหรือรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ settle + คำวิเศษณ์ + for + คำนาม แต่โดยทั่วไปจะพบ settle for + คำนามมากกว่า แล้วค่อยระบุท่าทีไว้ในส่วนอื่นของประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตัวที่สุดซึ่งหมายถึง “ยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่าพร้อมรู้สึกขมขื่น”: When every better option was withdrawn, Leo decided to ____ the unfair deal.

ดูคำตอบ

settle resentfully for

It isn't our fault,

4:33

มันไม่ใช่ความผิดของเรา

or in a sense anyone else's,

4:34

หรือในแง่หนึ่งก็ไม่ใช่ของใครเลย

that many of these questions

4:35

ที่คำถามเหล่านี้หลายข้อ

are so hard to answer in a positive direction.

4:37

เป็นเรื่องยากมากที่จะตอบในทิศทางบวก

But by entertaining them, ลำดับความ

4:41

แต่โดยการนำมาขบคิด

we are at least starting to know

4:42

อย่างน้อยเราก็เริ่มที่จะรู้ว่า

ลำดับความ

But by entertaining them: นำเสนอการพิจารณาในฐานะวิธีการ

But แสดงการเปลี่ยนจากความยากที่กล่าวมาก่อนหน้าไปสู่ผลเชิงบวกที่มีขอบเขตจำกัด ส่วน at least ทำให้ข้อกล่าวอ้างไม่เด็ดขาดเกินไป การพิจารณาคำถามเหล่านั้นไม่ได้แก้ทุกอย่าง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตนเอง โครงสร้าง by + รูป -ing นำเสนอการกระทำที่ทำให้ผลนั้นเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ entertaining them หมายถึงการพิจารณาคำถามก่อนหน้าอย่างจริงจังหรือเก็บไว้คิด ไม่ได้หมายถึงการสร้างความบันเทิงให้คนอื่น โครงสร้าง by doing X, ... สามารถนำไปใช้เพื่ออธิบายว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ but เพื่อเปลี่ยนจากความยากไปสู่ประโยชน์ที่มีขอบเขตจำกัด และใช้ by + -ing เพื่อแสดงว่าประโยชน์นั้นเริ่มเกิดขึ้นได้อย่างไร

  1. The possibility is unsettling, but by entertaining the guests, we begin to understand the risk.
  2. The possibility is unsettling, but we entertain it after we understand the risk.
  3. The possibility is unsettling, but by entertaining it, we begin to understand the risk.
ดูคำตอบ

The possibility is unsettling, but by entertaining it, we begin to understand the risk.

what kind of shape our psychological wounds have, สำนวน

4:44

บาดแผลทางจิตใจของเรามีรูปร่างอย่างไร

and so what kind of bandages

4:47

และดังนั้น ผ้าพันแผลชนิดใด

might be most necessary.

4:49

อาจจำเป็นที่สุด

สำนวน

Psychological wounds ... bandages: เลือกความช่วยเหลือให้เหมาะกับบาดแผล

วลี psychological wounds เปลี่ยนความเสียหายทางอารมณ์ที่มองไม่เห็นให้เป็นภาพของการบาดเจ็บทางร่างกาย การถามว่าบาดแผลมีรูปร่างแบบใดหมายถึงการระบุรูปแบบและลักษณะเฉพาะของความเจ็บปวด ไม่ใช่การวัดบาดแผลจริงทางร่างกาย Bandages สานต่ออุปลักษณ์ทางการแพทย์เดียวกัน โดยหมายกว้าง ๆ ถึงรูปแบบของความช่วยเหลือหรือการเยียวยาที่เหมาะกับความเจ็บปวดแต่ละแบบ ไม่ใช่ผ้าพันแผลจริงหรือการรักษาเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ภาพสองอย่างที่สอดคล้องกันนี้แสดงว่าการเข้าใจตนเองชัดเจนขึ้นอาจช่วยให้เลือกความช่วยเหลือที่เหมาะกว่าได้

แบบฝึกหัด

psychological wounds และ bandages ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การรักษาเฉพาะอย่างหนึ่งสามารถรักษาปัญหาทางจิตใจทั้งหมดได้
  2. ความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ต่างรูปแบบอาจต้องการความช่วยเหลือคนละชนิด
  3. ผู้พูดมีบาดแผลทางร่างกายและต้องใช้ผ้าพันแผลจริงหลายชิ้น
ดูคำตอบ

ความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ต่างรูปแบบอาจต้องการความช่วยเหลือคนละชนิด

If you liked this film,

4:52

หากคุณชอบวิดีโอนี้

please subscribe to our channel

4:53

โปรดสมัครสมาชิกช่องของเรา

and click the bell icon

4:55

และคลิกที่ไอคอนกระดิ่ง

to turn on notifications.

4:56

เพื่อเปิดการแจ้งเตือน

If you want to learn more about self-knowledge,

4:58

หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรู้จักตัวเอง

follow the link on your screen now

5:01

ทำตามลิงก์บนหน้าจอของคุณตอนนี้

to see our range of books,

5:03

เพื่อดูหนังสือที่หลากหลายของเรา

games, and gifts

5:05

เกม และของขวัญ

all about self-knowledge.

5:07

ทั้งหมดเกี่ยวกับการรู้จักตัวเอง