กลุ่มร้านอาหารในลอสแอนเจลิสแห่งนี้ผสมผสานอาหาร ชุมชน และความเป็นผู้ประกอบการเข้าด้วยกันได้อย่างไร | Business Insider: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Business Insider
แนะนำวิดีโอ: David Kuo เชฟชาวอเมริกันเชื้อสายไต้หวัน เล่าการเติบโตของ Little Fatty จากสูตรอาหารของครอบครัวและประสบการณ์ในครัวมืออาชีพ สู่เครือข่ายร้านอาหารที่เชื่อมโยงกับชุมชนในลอสแอนเจลิส พร้อมแบ่งปันทั้งความภูมิใจและแรงกดดันจากการบริหารธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งในย่านเดียวกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. enhance the traditional flavor——วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจการจับคู่กริยากับคำนามที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงการขับรสเดิมให้เด่นขึ้นโดยไม่แทนที่ขนบ และนำไปใช้อธิบายการพัฒนาอาหาร ผลิตภัณฑ์ หรือประสบการณ์ 2. comes into play——สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าปัจจัยหนึ่งเริ่มเกี่ยวข้องหรือเริ่มมีผลต่อสถานการณ์อย่างไร ที่นี่บัตรธุรกิจสำคัญเพราะค่าใช้จ่ายประจำสร้างสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง 3. Being a small business owner——ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าอนุประโยค -ing ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคได้ ทำให้ผู้พูดยกบทบาทหรือกิจกรรมขึ้นมาก่อน แล้วจึงประเมินความยาก คุณค่า หรือผลกระทบทางอารมณ์ของสิ่งนั้น
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The food at Little Fatty is a reflection of the food I grew up eating, โน้ต
0:01อาหารที่ Little Fatty สะท้อนถึงอาหารที่ผมกินมาตั้งแต่เด็ก
a reflection of: แสดงต้นกำเนิดหรืออิทธิพลที่ลึกซึ้งกว่า
ในประโยคนี้ a reflection of ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คืออาหารของร้านแสดงและสะท้อนอาหารที่หล่อหลอมผู้พูดระหว่างที่เติบโตมา ไม่ได้หมายถึงภาพสะท้อนในกระจก โครงสร้าง X is a reflection of Y นำเสนอว่า X เป็นหลักฐานที่มองเห็นได้ของต้นกำเนิด อิทธิพล ประสบการณ์ หรือชุดค่านิยมที่ลึกซึ้งกว่าใน Y
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “แสดงและสะท้อนอิทธิพลที่ลึกซึ้งกว่าของ” ลงในประโยคภาษาอังกฤษ The museum's design is ____ the city's industrial history.
ดูคำตอบ
a reflection of
grew up eating: กิจกรรมที่เกิดขึ้นตลอดวัยเด็ก
ในประโยคนี้ grew up eating หมายความว่าการกินอาหารประเภทนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือคุ้นเคยในวัยเด็กและช่วงพัฒนาการของผู้พูด ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเพิ่งเริ่มกินหลังจากเป็นผู้ใหญ่ Grow up + -ing นำเสนอกิจกรรมหรือประสบการณ์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับกระบวนการเติบโต ใน the food I grew up eating คำว่า the food ยังเป็นกรรมของ eating ที่เข้าใจได้แม้จะไม่ได้กล่าวซ้ำ โดยโครงสร้างเต็มคือ the food that I grew up eating
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ grow up + คำกริยารูป -ing Maya heard both Spanish and English at home, so she ____ both languages every day.
ดูคำตอบ
grew up speaking
the kitchens that I've ever worked in: คำบุพบทท้ายอนุประโยคขยาย
ใน the kitchens that I've ever worked in คำว่า that นำอนุประโยคขยายที่อธิบาย kitchens ภายในอนุประโยคนี้ kitchens คือสถานที่ที่ผู้พูดเคยทำงาน ดังนั้น that จึงทำหน้าที่ในความหมายเป็นกรรมของ in คำบุพบทจะอยู่ท้ายอนุประโยคเป็น worked in ส่วน ever เมื่อใช้กับ I've worked หมายถึง “ในช่วงเวลาใดก็ตามจนถึงตอนนี้” และครอบคลุมประสบการณ์ทั้งหมดของผู้พูด คำว่า in ท้ายประโยคจำเป็นต้องมี หากตัดออก work จะไม่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสถานที่ทำงาน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดมีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติว่า “นี่คือร้านอาหารทั้งหมดที่ฉันเคยทำงานมาจนถึงตอนนี้” และใช้ that กับคำบุพบทที่อยู่ท้ายอนุประโยค?
- These are all the restaurants in that I've ever worked.
- These are all the restaurants that I've ever worked in.
- These are all the restaurants that I've ever worked.
ดูคำตอบ
These are all the restaurants that I've ever worked in.
and we add ingredients that only enhance the traditional flavor that you're used to. โน้ต
0:13และเติมเฉพาะวัตถุดิบที่ช่วยเสริมรสชาติดั้งเดิมอันคุ้นเคยให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
enhance the traditional flavor: เสริมรสชาติที่มีอยู่แล้ว
Enhance the traditional flavor หมายถึงทำให้รสชาติที่มีอยู่แล้วเข้มขึ้น ชัดขึ้น หรือดีขึ้น Enhance เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม จึงตามด้วยสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงโดยตรง: enhance + the flavor ในที่นี้ ถ้อยคำแสดงว่าวัตถุดิบที่เติมเข้าไปช่วยสนับสนุนรสชาติดั้งเดิม ไม่ได้มาแทนที่รสชาตินั้น วลี enhance the flavor สามารถนำไปใช้ในบริบทอื่นเมื่อการเปลี่ยนแปลงช่วยดึงคุณสมบัติที่มีอยู่แล้วให้เด่นขึ้น
แบบฝึกหัด
พ่อครัวเติมมะนาวเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติเดิมของซุปสดชื่นขึ้น แต่ยังคงรสชาติพื้นฐานเดิมไว้ กริยาใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุด? A little lemon can ___ the flavor of the soup.
- change
- enhance
- replace
ดูคำตอบ
enhance
that you're used to: be used to ในอนุประโยคขยายคำนาม
ในวลี “the traditional flavor that you're used to” นั้น be used to หมายถึง “คุ้นเคยกับ” หรือ “ชินกับ” คำว่า to เป็นคำบุพบท ส่วน that ซึ่งย้อนกลับไปหมายถึง flavor ทำหน้าที่เป็นกรรมของ to หากเขียนเป็นประโยคแยก จะได้ว่า “You're used to that flavor.” อนุประโยคขยายคำนาม that you're used to ขยายคำว่า flavor ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการและแบบทั่วไป มักวางคำบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคเช่นนี้ ส่วนรูปที่เป็นทางการกว่าอย่าง “the flavor to which you're accustomed” แสดงความสัมพันธ์พื้นฐานแบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมอนุประโยคขยายคำนามให้สมบูรณ์ด้วย be used to: For your first presentation, choose a format ____.
ดูคำตอบ
that you're used to
you're going to be like: การเกริ่นปฏิกิริยาที่จินตนาการไว้
be like ในที่นี้ใช้เกริ่นปฏิกิริยาที่จินตนาการไว้หรือถ่ายทอดโดยประมาณ กล่าวคือ ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะพูด คิด หรือรู้สึกคล้ายกับคำพูดที่ตามมา like ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” และโครงสร้างนี้ไม่ได้เปรียบเทียบสิ่งสองสิ่ง You're going to ทำให้ปฏิกิริยานี้เป็นการคาดการณ์ เนื่องจากช่วงเวลานั้นยังไม่เกิดขึ้น คำพูดที่ยกมาจึงเป็นการแสดงปฏิกิริยาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา ไม่ใช่การรายงานคำพูดในอดีตแบบคำต่อคำ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “When Leo sees the surprise, he's going to be like, ‘No way!’” be like ทำหน้าที่อะไร?
- เกริ่นปฏิกิริยาโดยประมาณที่คาดว่า Leo จะมี
- เปรียบเทียบรูปลักษณ์ของ Leo กับเหตุการณ์เซอร์ไพรส์นั้น
- บอกว่า Leo จะชอบเหตุการณ์เซอร์ไพรส์นั้น
ดูคำตอบ
เกริ่นปฏิกิริยาโดยประมาณที่คาดว่า Leo จะมี
This reminds me of my childhood: โครงสร้าง remind someone of something
ใน “this reminds me of my childhood” โครงสร้าง remind + บุคคล + of + สิ่งของหรือเรื่องราว หมายถึงบางสิ่งทำให้ความทรงจำหรือความเชื่อมโยงผุดขึ้นมาในใจ ในที่นี้ this หมายถึงอาหาร และ my childhood หมายถึงความทรงจำในวัยเด็กโดยรวมของผู้พูด ไม่ใช่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ใช้ remind someone of something เมื่อกลิ่น เสียง สถานที่ บุคคล หรือประสบการณ์สร้างความเชื่อมโยงในใจ โดยวางบุคคลที่เกิดความเชื่อมโยงนั้นไว้ระหว่าง remind กับ of
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยโครงสร้างเป้าหมายที่หมายถึง “ทำให้ฉันนึกถึง”: The smell of this bread ____ my grandmother's kitchen.
ดูคำตอบ
reminds me of
Even + รูปขั้นกว่าใน even better
ใน “even better” คำว่า even วางตรงหน้าคำคุณศัพท์ขั้นกว่า better และช่วยเน้นการเปรียบเทียบ เวอร์ชันใหม่ไม่ได้เพียงแค่ดีกว่า แต่การพัฒนาถูกนำเสนอว่าเกินระดับหรือความคาดหมายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ even + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ขั้นกว่า เช่น even faster หรือ even more useful โครงสร้างนี้เน้นความแตกต่าง ไม่ได้แสดงความเท่ากัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย even + รูปขั้นกว่าของ good: The second draft was good, but the final draft was ____.
ดูคำตอบ
even better
and I'm Head Fatty of the Fatty Family here in Los Angeles.
0:28และเป็น Head Fatty แห่ง Fatty Family ที่นี่ในลอสแอนเจลิส
but we have a couple concepts on this block. ไวยากรณ์
0:33แต่ในช่วงตึกนี้ เรามีร้านอยู่หลายคอนเซปต์
of ที่ละไว้ใน a couple concepts
ในประโยคนี้ a couple concepts มีความหมายเท่ากับ a couple of concepts คือแนวคิดหรือรูปแบบธุรกิจสองอย่างหรือจำนวนเล็กน้อย concepts เป็นคำนามนับได้พหูพจน์ และในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ บางครั้งจะวางต่อจาก a couple โดยตรงและละ of รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ a couple + คำนามพหูพจน์ ในภาษาพูดกันเอง ส่วน a couple of + คำนามพหูพจน์ เป็นรูปที่ได้รับการยอมรับกว้างกว่า
แบบฝึกหัด
ตัดสินว่าข้อความนี้ถูกหรือผิด: A couple concepts เป็นรูปมาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุดในรายงานทางการ
- ผิด
- ถูก
ดูคำตอบ
ผิด
Asian bodega ในภาษาอังกฤษเขตเมืองของสหรัฐฯ
ในที่นี้ an Asian bodega คือร้านขายของชำหรือร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งเน้นสินค้าและอาหารแบบเอเชีย ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในเขตเมืองของสหรัฐฯ bodega มักหมายถึงร้านเล็ก ๆ แถวหัวมุมถนนในละแวกนั้น วลีนี้หมายถึงพื้นที่ค้าปลีก ไม่ใช่ห้องเก็บไวน์และไม่ใช่เพียงร้านอาหาร Asian บอกถึงสินค้าและคอนเซปต์ของร้าน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Asian bodega เป็นสถานที่ประเภทใด
- ร้านขายของชำหรือร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กในชุมชนที่เน้นสินค้าเอเชีย
- ร้านอาหารแบบนั่งรับประทานที่ไม่มีส่วนขายปลีก
- ห้องเก็บไวน์ที่ใช้เก็บไวน์เอเชีย
ดูคำตอบ
ร้านขายของชำหรือร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กในชุมชนที่เน้นสินค้าเอเชีย
food was always around in our lives and always influenced me.
0:43อาหารอยู่รอบตัวเราเสมอและมีอิทธิพลต่อผมมาตลอด
Growing up, ...: ทำให้ประธานที่ซ่อนอยู่ตรงกับประธานของประโยคหลัก
Growing up หมายถึง “ในช่วงที่ฉันกำลังเติบโต” หรือ “ตอนเด็ก ๆ” เป็นวลี -ing ที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกช่วงเวลาของประโยคหลัก ในประโยคนี้ คนที่เติบโตขึ้นจริง ๆ คือผู้พูด แต่ประธานตามไวยากรณ์หลังเครื่องหมายจุลภาคคือ food จึงฟังเหมือนว่า food เป็นสิ่งที่กำลังเติบโตขึ้น ทำให้เกิด dangling modifier การใช้แบบนี้พบได้บ่อยในการพูดแบบไม่เป็นทางการ แต่ในการเขียนอย่างรอบคอบควรใช้ When I was growing up, food was always around in our lives and always influenced me. เพื่อระบุให้ชัดว่าใครเป็นคนเติบโตขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Growing up เป็นวลีเปิดต้นประโยคได้อย่างชัดเจนและรอบคอบ
- Growing up, my grandmother taught me to cook.
- Growing up, I learned to cook with my grandmother.
- Growing up, cooking was always important to my family.
ดูคำตอบ
Growing up, I learned to cook with my grandmother.
the San Gabriel Valley:ชื่อภูมิภาคแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
The San Gabriel Valley เป็นชื่อของพื้นที่กว้างในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ อยู่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของลอสแอนเจลิส พื้นที่นี้ประกอบด้วยเมืองและชุมชนหลายแห่ง จึงไม่ใช่ถนนสายเดียวหรือเมืองเดียวที่ชื่อ San Gabriel ในประโยค We grew up here in the San Gabriel Valley วลีนี้ระบุพื้นที่ที่ผู้พูดใช้ชีวิตในวัยเด็ก พื้นที่นี้มีชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียขนาดใหญ่และวัฒนธรรมอาหารเอเชียที่เข้มแข็ง ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าประสบการณ์ด้านอาหารของครอบครัวชาวไต้หวันเชื่อมโยงกับสถานที่นี้ได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ the San Gabriel Valley หมายถึงอะไร
- ถนนสายหนึ่งในใจกลางลอสแอนเจลิส
- พื้นที่กว้างใกล้ลอสแอนเจลิสที่ประกอบด้วยหลายเมืองและชุมชน
- เมืองหนึ่งชื่อ San Gabriel และไม่มีพื้นที่ใดนอกเขตเมืองนั้น
ดูคำตอบ
พื้นที่กว้างใกล้ลอสแอนเจลิสที่ประกอบด้วยหลายเมืองและชุมชน
ต้องเรียนรู้วิธีกินในอดีต
Had to ใช้แสดงว่าสถานการณ์ในอดีตทำให้บางสิ่งเป็นเรื่องจำเป็น ในประโยคนี้ สถานการณ์บังคับให้ผู้พูดต้องเรียนรู้ทักษะอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายความเพียงว่าเขาเรียนรู้มันเท่านั้น Learn how to eat หมายถึงเรียนรู้วิธีหรือทักษะในการกินในรูปแบบหนึ่ง โครงสร้างคือ had to + learn how to + คำกริยา และใช้กับทักษะในชีวิตประจำวันที่ต้องเรียนรู้เพราะสถานการณ์ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าสถานการณ์ในอดีตทำให้ใครบางคนจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะหนึ่ง
- I have to learn how to cook on my own.
- I learned how to cook on my own.
- I had to learn how to cook on my own.
ดูคำตอบ
I had to learn how to cook on my own.
ได้ฉายา Xiao Pang และอธิบายความหมาย
Got the nickname Xiao Pang หมายความว่าผู้พูดเริ่มถูกเรียกว่า Xiao Pang หรือได้รับฉายานี้ คำว่า got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับสิ่งของจริง ๆ แต่หมายถึงการได้ชื่อหรือคำเรียก เครื่องหมายจุลภาคหน้า which นำหน้าประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ Which อ้างถึงชื่อ Xiao Pang และเสริมข้อมูลว่าชื่อนี้หมายถึง Little Fatty โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมชื่อเข้ากับคำอธิบายได้อย่างเป็นธรรมชาติในการเล่าเรื่อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนเกี่ยวกับฉายาและประโยค which แบบไม่จำกัดความเพื่อเสริมความหมายของชื่อได้ถูกต้อง
- She learned the nickname Sunny, which means cheerful.
- She got the nickname Sunny, which means cheerful.
- She got the nickname Sunny, who means cheerful.
ดูคำตอบ
She got the nickname Sunny, which means cheerful.
“Michelin star restaurants”: การรับรองจากคู่มือและความกำกวมของตัวเลข
ดาวมิชลินคือรางวัลที่คู่มือมิชลินมอบให้ร้านอาหารจากคุณภาพการปรุงอาหาร ดังนั้น การเรียกร้านเหล่านี้ว่า “Michelin star restaurants” จึงเพิ่มภาพลักษณ์ด้านชื่อเสียงในวงการให้กับประสบการณ์ทำงานของผู้พูด ไม่ได้หมายเพียงว่าร้านเหล่านั้นมีราคาแพงหรือกำลังเป็นที่นิยม ในวลีจากคำบรรยายที่ไม่มีเครื่องหมายยัติภังค์ว่า “three Michelin star restaurants” คำว่า three อาจนับจำนวนร้านอาหาร แทนที่จะบอกระดับดาวของแต่ละร้าน บริบทรอบข้างยืนยันได้ว่าร้านเหล่านั้นได้รับการยอมรับจากมิชลิน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกร้านมีสามดาว
แบบฝึกหัด
เราสามารถสรุปอะไรได้อย่างมั่นใจจาก “three Michelin star restaurants” ในคำบรรยายนี้
- ร้านอาหารทุกแห่งมีดาวมิชลินสามดาวอย่างแน่นอน
- Michelin เป็นเพียงอีกคำหนึ่งที่แปลว่าแพง
- ร้านเหล่านั้นได้รับการยอมรับจากคู่มือมิชลิน แต่ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าแต่ละร้านมีสามดาว
ดูคำตอบ
ร้านเหล่านั้นได้รับการยอมรับจากคู่มือมิชลิน แต่ถ้อยคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าแต่ละร้านมีสามดาว
came back, saved some money, and eventually opened: เส้นเวลาที่ย่อให้กระชับ
วลีกริยา simple past สามวลี ได้แก่ came back, saved some money และ opened Little Fatty นำเสนอจุดสำคัญตามลำดับเวลา การกล่าวประธาน I เพียงครั้งเดียวแล้วเชื่อมภาคแสดงด้วยเครื่องหมายจุลภาคและ and ช่วยให้ผู้พูดย่อเรื่องราวอาชีพที่ยาวกว่าให้เป็นเส้นเวลาที่ชัดเจน Eventually บอกว่าการกระทำสุดท้ายเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปหรือผ่านหลายขั้นตอน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นทันที รูปแบบ A, B, and eventually C ใช้เรียบเรียงโครงการ การเปลี่ยนอาชีพ หรือเส้นทางอื่นที่นำไปสู่ผลลัพธ์ได้
แบบฝึกหัด
เติมเส้นเวลาให้สมบูรณ์ด้วยคำวิเศษณ์เป้าหมายที่หมายถึง “หลังจากผ่านกระบวนการหนึ่ง”: Leo took evening classes, earned his certificate, and ____ became a nurse.
ดูคำตอบ
eventually
there's a lot of meetings with different vendors and staff,
1:16จะมีการประชุมมากมายกับซัพพลายเออร์และพนักงานหลายฝ่าย
making sure we're communicating the things that we need to get them on board with. สำนวน
1:19เพื่อให้แน่ใจว่าเราสื่อสารเรื่องที่ต้องการให้ทุกคนเข้าใจและเห็นพ้องกันอย่างชัดเจน
get them on board: ทำให้พวกเขาเห็นด้วยและร่วมมือ
ใน get someone on board คำว่า get หมายถึง “ทำให้ใครบางคนอยู่ในสภาวะหนึ่ง” ส่วน on board ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงบุคคลนั้นเข้าใจแผน เห็นด้วย และเต็มใจสนับสนุนหรือมีส่วนร่วม ในประโยคนี้ them หมายถึงผู้ขายและพนักงาน ส่วน the things แม้จะอยู่หน้าประโยคขยาย แต่ทำหน้าที่เติมเต็ม with ความสัมพันธ์เต็มคือ the things that we need to get them on board with ดังนั้นเป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงส่งข้อมูล แต่ต้องสื่อสารในแบบที่ทำให้พวกเขาร่วมมือด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ get ... on board และ the whole team: Before we change the schedule, we need to ____ with the new plan.
ดูคำตอบ
get the whole team on board
buying some supplies for our restaurants and our office.
1:25ซื้อของใช้บางอย่างให้ร้านอาหารและสำนักงานของเรา
produce ในฐานะคำนามอาหารที่นับไม่ได้
ในที่นี้ produce เป็นคำนามที่หมายถึงผลไม้และผักสดโดยมองรวมกันเป็นกลุ่ม คำนี้เป็นกรรมของ buy ดังนั้น Sometimes I go buy produce จึงหมายถึงบางครั้งผู้พูดไปซื้ออาหารสดเหล่านี้ เมื่อใช้ในความหมายนี้ produce มักเป็นคำนามนับไม่ได้ โดยใช้ produce หรือ some produce ไม่ใช้ a produce ตำแหน่งทางไวยากรณ์และบริบทการซื้อของช่วยแยกคำนี้จากคำกริยา produce ที่หมายถึง “ผลิตหรือเพาะปลูก”
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน ให้สังเกตว่า produce เน้นเสียงพยางค์แรกเมื่อเป็นคำนาม หรือเน้นพยางค์ที่สองเมื่อเป็นคำกริยา
- The market sells fresh produce every morning.
- Local farms produce fresh vegetables every summer.
ดูคำตอบ
The market sells fresh produce every morning.
People can buy vegetables and produce direct from the farm. วลี
1:32ผู้คนสามารถซื้อผักและผลผลิตสดจากฟาร์มได้โดยตรง
direct from the farm: แหล่งที่มาโดยไม่มีคนกลาง
ใน direct from the farm คำว่า direct ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงไม่มีคนกลางหรือขั้นตอนเพิ่มเติม โดยขยายคำว่า buy เพื่อบอกว่าผู้คนซื้อผลผลิตจากแหล่งที่มาโดยตรง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยา + direct from + แหล่งที่มา เช่น buy direct from the maker หรือ fly direct from Boston ในที่นี้ direct ทำหน้าที่เหมือน directly และไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่ขยาย farm
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึงไม่มีร้านค้าหรือผู้จัดจำหน่ายคั่นกลางให้สมบูรณ์: Customers can buy fresh eggs ____.
ดูคำตอบ
direct from the farm
charge everything on our credit card: จ่ายด้วยบัตร
ในที่นี้ charge everything on our credit card หมายถึงใช้บัตรใบนั้นจ่ายค่าสินค้าที่ซื้อเพื่อธุรกิจทั้งหมด ทำให้รายจ่ายถูกบันทึกลงในบัญชีบัตร Everything เป็นกรรมของ charge และ on our credit card ระบุบัตรที่ใช้ นี่เป็นการชำระเงินของผู้ถือบัตร ไม่ใช่การที่ผู้ขายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า ให้ดูบทบาทของแต่ละฝ่ายและวลีเกี่ยวกับบัตรเพื่อพิจารณาว่า charge หมายถึงจ่ายด้วยบัตรหรือเรียกให้ชำระเงิน
แบบฝึกหัด
ในประโยค We try to charge everything on our credit card ส่วนที่เน้นหมายความว่าอย่างไร
- กล่าวหาบริษัทบัตรเครดิตว่าก่ออาชญากรรม
- ขอให้ลูกค้าทุกคนจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม
- ใช้บัตรจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ดูคำตอบ
ใช้บัตรจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด
And so that's where the United Business Card comes into play สำนวน
1:38และนี่คือจุดที่ United Business Card เข้ามามีบทบาท
comes into play: เมื่อปัจจัยหนึ่งเริ่มมีผล
ในประโยคนี้ comes into play หมายถึง “เริ่มส่งผลหรือเริ่มเกี่ยวข้อง” คำว่า play ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นหรือการเข้าร่วมเกม บัตรใบนี้เริ่มมีความเกี่ยวข้องเมื่อการใช้บัตรจ่ายค่าใช้จ่ายทำให้ได้รับรางวัลตอบแทน รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ ปัจจัย + come/comes into play ใช้เพื่อบอกว่าเงื่อนไข ทรัพยากร กฎ หรือปัจจัยอื่นเริ่มมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มมีผลต่อการตัดสินใจ”: We can ignore shipping time now, but it will ____ when we compare the final two options.
ดูคำตอบ
come into play
miles และ perks ในโปรแกรมรางวัลการเดินทาง
ในที่นี้ miles คือหน่วยรางวัลที่ได้รับจากการใช้จ่ายผ่านบัตรหรือจากโปรแกรมการเดินทาง โดยทั่วไปสามารถนำไปแลกได้ตามกฎของโปรแกรม ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงหน่วยวัดระยะทางจริง Perks คือข้อดีเพิ่มเติมที่มาพร้อมบัตรหรือสมาชิก เช่น การเข้าใช้ห้องรับรอง การอัปเกรด หรือสัมภาระโหลดใต้เครื่องฟรี Miles เป็นเหมือนสกุลเงินรางวัล ส่วน perks คือสิทธิประโยชน์ที่ได้รับหรือใช้ได้
แบบฝึกหัด
ใช้คำเกี่ยวกับรางวัลสองคำจากบทเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์: This card earns airline ____ for future flights and includes ____ such as lounge access and free checked bags.
ดูคำตอบ
miles · perks
And so it really does feel good when you swipe that credit card. โน้ต
1:44ดังนั้นเวลารูดบัตรเครดิตใบนั้นจึงรู้สึกดีจริง ๆ
does ที่ใช้เน้นใน really does feel good
ในประโยคบอกเล่านี้ does เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ไม่ได้บอกว่ามีอีกการกระทำหนึ่ง แต่เน้น feel เพื่อแสดงว่าความรู้สึกดีนั้นเกิดขึ้นจริง และอาจตรงข้ามกับที่ผู้ฟังคาดไว้ ส่วน really ช่วยเพิ่มน้ำหนักอีกชั้นหนึ่ง โครงสร้างคือ ประธาน + do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน เพราะ does แสดงกาลและความสอดคล้องกับประธานแล้ว feel จึงต้องคงรูปพื้นฐานไว้ ใช้ it does feel ไม่ใช่ it does feels
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันผลลัพธ์: "The fix looks too simple, but it ____ work."
ดูคำตอบ
does
Swipe that credit card: การจ่ายด้วยบัตร
ในที่นี้ swipe that credit card หมายถึงใช้บัตรเครดิตใบนั้นที่ระบุไว้แล้วเพื่อชำระเงิน โดย that ย้อนกลับไปถึงบัตรที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ในบทสนทนา ตามความหมายตรงตัว swipe คือการรูดบัตรแถบแม่เหล็กผ่านเครื่องอ่าน แต่ในการเล่าเรื่องการซื้อของทั่วไป swipe a card อาจใช้กว้าง ๆ ในความหมายว่าจ่ายด้วยบัตรหรือลงค่าใช้จ่ายในบัตร แม้ว่าการใช้งานจริงจะเป็นการแตะหรือเสียบบัตรก็ตาม
แบบฝึกหัด
เครื่องชำระเงินแบบไร้สัมผัสบอกให้คุณนำบัตรไปใกล้เครื่องอ่าน "Swipe your card" เป็นคำสั่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการกระทำนี้หรือไม่
- ไม่ใช่
- ใช่
ดูคำตอบ
ไม่ใช่
kind of ที่ใช้ลดน้ำหนักของ crazy
ในประโยคนี้ kind of เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ในแง่หนึ่ง” โดยช่วยลดน้ำหนักของคำคุณศัพท์ crazy ทำให้ปฏิกิริยาฟังดูไม่เด็ดขาดจนเกินไป crazy ในที่นี้แสดงความประหลาดใจหรือความรู้สึกว่าสิ่งหนึ่งยากจะเชื่อ ไม่ได้กล่าวถึงสุขภาพจิต รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ kind of + คำคุณศัพท์หรือคำประเมิน เพื่อทำให้การตัดสินในบทสนทนาสบาย ๆ เบาลง
แบบฝึกหัด
ใน It's kind of crazy คำว่า kind of ทำหน้าที่อะไร
- ช่วยลดน้ำหนักของ crazy ให้มีความหมายประมาณว่าน่าประหลาดใจหรือยากจะเชื่อ
- จัด crazy เป็นสิ่งประเภทหนึ่ง
- เปลี่ยน crazy ให้เป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์
ดูคำตอบ
ช่วยลดน้ำหนักของ crazy ให้มีความหมายประมาณว่าน่าประหลาดใจหรือยากจะเชื่อ
It's been 10 years since we opened Little Fatty. ไวยากรณ์
1:50ผ่านมา 10 ปีแล้วนับตั้งแต่เราเปิด Little Fatty
It's been 10 years since + เหตุการณ์ในอดีต
โครงสร้าง It's been + ระยะเวลา + since + เหตุการณ์ในรูป simple past ใช้บอกว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจากเหตุการณ์เริ่มต้นที่เสร็จสิ้นแล้วจนถึงปัจจุบัน ในที่นี้ we opened Little Fatty เป็นจุดเริ่มต้น และช่วงเวลา 10 ปีดำเนินมาถึงขณะที่พูด ในอนุประโยคที่ตามหลัง since ให้ใช้ simple past สำหรับเหตุการณ์ที่เริ่มการนับเวลา โดยใช้ since we opened ไม่ใช่ since we have opened สิ่งที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันคือเวลาที่ผ่านไป ไม่ใช่การเปิดร้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคฉลองครบรอบด้วยโครงสร้างบอกเวลาที่ผ่านไปให้ถูกต้อง: ____ 10 years ____ we opened the shop.
ดูคำตอบ
It's been · since
Accomplice Bar is our award-winning cocktail program. การใช้คำ
1:54Accomplice Bar คือโปรแกรมค็อกเทลที่ได้รับรางวัลของเรา
Cocktail program: ข้อเสนอด้านค็อกเทลทั้งหมดของบาร์ ไม่ใช่เครื่องดื่มแก้วเดียว
ในธุรกิจบริการ ร้านอาหาร และบาร์ cocktail program หมายถึงแนวทางโดยรวมที่บาร์หรือร้านอาหารใช้วางแผนเรื่องค็อกเทล ทั้งเมนู สูตร ส่วนผสม ทิศทางเชิงสร้างสรรค์ มาตรฐานการชง และการบริการ ในที่นี้ program หมายถึงข้อเสนอและการดำเนินงานทั้งหมด ไม่ใช่เครื่องดื่มเพียงแก้วเดียว เมื่อพบวลีนี้ในข้อมูลแนะนำสถานที่ รีวิว หรือประกาศงาน ให้เข้าใจ program ว่าเป็นส่วนงานเครื่องดื่มที่จัดเป็นระบบ ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ รายการออกอากาศ หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ในข้อมูลแนะนำร้านอาหาร cocktail program น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?
- แนวทางโดยรวมของบาร์ต่อเมนูค็อกเทล การคิดสร้างสรรค์ และการบริการ
- กิจกรรมทำค็อกเทลหนึ่งครั้งที่กำหนดไว้
- ค็อกเทลเพียงหนึ่งแก้วที่กำลังโปรโมตในคืนนั้น
- แอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ใช้หลังเคาน์เตอร์บาร์
ดูคำตอบ
แนวทางโดยรวมของบาร์ต่อเมนูค็อกเทล การคิดสร้างสรรค์ และการบริการ
We do high-level cocktails in an unpretentious environment. ลำดับความ
1:57เราเสิร์ฟค็อกเทลชั้นเยี่ยมในบรรยากาศสบาย ๆ ที่ไม่วางท่า
High-level cocktails ... unpretentious environment: ระดับพรีเมียมแต่เข้าถึงง่าย
ประโยคนี้วางตำแหน่งของบาร์ด้วยการนำคุณสมบัติสองอย่างที่ดูเหมือนขัดแย้งกันมาไว้คู่กัน high-level cocktails หมายถึงเครื่องดื่มที่ทำด้วยทักษะจริงจังและมาตรฐานสูง ส่วน unpretentious environment หมายถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เข้าถึงง่าย และไม่อวดตัว ความต่างนี้สื่อถึงคุณภาพสูงโดยไม่เคร่งขรึม เป็นรูปแบบการสื่อสารแบรนด์ที่นำไปใช้ซ้ำได้ โดยบรรยายผลิตภัณฑ์หรือบริการระดับพรีเมียม แล้วจับคู่กับสถานที่สบาย ๆ เพื่อแสดงว่าความเชี่ยวชาญไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
คำบรรยายใดตรงกับ high-level cocktails in an unpretentious environment มากที่สุด?
- เครื่องดื่มราคาแพงที่เสิร์ฟในบรรยากาศเป็นทางการและโอ้อวดมาก
- เครื่องดื่มที่ทำอย่างเชี่ยวชาญและเสิร์ฟในบรรยากาศผ่อนคลายที่เข้าถึงง่าย
- การฝึกอบรมขั้นสูงที่จัดในห้องบรรยากาศสบาย ๆ
- เครื่องดื่มธรรมดาที่เสิร์ฟในบรรยากาศสะเพร่าและคุณภาพต่ำ
ดูคำตอบ
เครื่องดื่มที่ทำอย่างเชี่ยวชาญและเสิร์ฟในบรรยากาศผ่อนคลายที่เข้าถึงง่าย
Fatty Mart is our newest addition to the Fatty Family. วลี
2:01Fatty Mart คือสมาชิกใหม่ล่าสุดของ Fatty Family
newest addition to Fatty Family: สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ล่าสุด
วลี newest addition to ใช้บอกสิ่งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในกลุ่ม ระบบ หรือชุดสถานที่ที่ใหญ่กว่า ในประโยคนี้ Fatty Mart ถูกนำเสนอว่าเป็นสถานที่ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใน Fatty Family ไม่ได้หมายถึงการบวกเลขทางคณิตศาสตร์ วลีนี้ใช้ได้กับคน สินค้า สถานที่ หรือโครงการ คำนามหลัง to จะบอกว่าสิ่งนั้นเข้ามาอยู่ในกลุ่มหรือระบบใด
แบบฝึกหัด
วลีใดเติมประโยคนี้ได้ดีที่สุดเพื่อแสดงว่าสวนเพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งอำนวยความสะดวกเดิมของศูนย์ The rooftop garden is the ______ our community center.
- newest addition to
- newest place in
- newest member of
ดูคำตอบ
newest addition to
It was born out of me and my wife fighting about where we're going to eat tonight. โน้ต
2:03ไอเดียนี้เกิดจากการที่ผมกับภรรยาเถียงกันว่าคืนนี้จะไปกินที่ไหนดี
was born out of: เกิดขึ้นจากประสบการณ์หรือปัญหา
Was born out of ใช้ภาพเปรียบเทียบของการเกิดเพื่ออธิบายที่มาของความคิด โครงการ หรือผลงาน ในประโยคนี้ Fatty Mart เกิดขึ้นจากการที่คู่สามีภรรยาทะเลาะกันซ้ำ ๆ ว่าจะไปกินที่ไหน ไม่ได้หมายถึงการเกิดจริง โครงสร้าง be born out of + แหล่งที่มา ใช้ระบุประสบการณ์ ความต้องการ หรือปัญหาที่ทำให้บางสิ่งเกิดขึ้น โดยนำเสนอสิ่งนั้นเป็นแรงเริ่มต้นที่อยู่เบื้องหลังผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ was born out of เพื่อแสดงความต้องการว่าเป็นที่มาของโครงการใหม่
- The weekend market was born out of neighbors' wish for fresh food.
- The weekend market was held because neighbors wanted fresh food.
- The weekend market started in the town hall.
ดูคำตอบ
The weekend market was born out of neighbors' wish for fresh food.
about where we're going to eat: ลำดับคำของคำถามแบบฝัง
หลังคำบุพบท about คำว่า where ใช้นำอนุประโยคคำถามแบบฝัง ประเด็นที่กำลังพูดถึงคือพวกเขาจะไปกินที่ไหน โดยอนุประโยค where we're going to eat tonight ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ about เพราะคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ where + ประธาน + กริยา be เช่น where we're going การสลับตำแหน่งแบบคำถามตรงเป็น where are we going จะไม่ถูกต้องเมื่ออยู่หลัง about ในที่นี้
แบบฝึกหัด
เรียงคำให้เป็นลำดับที่ถูกต้องของคำถามแบบฝังหลัง about: We talked ____. (about / where / we / should / meet)
ดูคำตอบ
about where we should meet
We wanted to provide all the great food of LA under one roof, สำนวน
2:06เราอยากรวบรวมอาหารดี ๆ ทุกอย่างใน LA มาไว้ใต้ชายคาเดียวกัน
under one roof: หลายสิ่งรวมอยู่ในที่เดียว
Under one roof ให้ภาพตามตัวอักษรว่าคนหรือสิ่งของอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แต่ในที่นี้หมายถึงอยู่รวมกันในสถานที่จริงแห่งเดียว ผู้พูดต้องการรวบรวมอาหารชั้นยอดหลากหลายชนิดของลอสแอนเจลิสไว้ในที่เดียว รูปแบบที่ใช้ provide, offer หรือ bring หลายสิ่งมาไว้ under one roof สามารถนำไปใช้กับสินค้า บริการ ผู้คน หรือแผนกต่าง ๆ ที่ถูกรวมไว้ในศูนย์กลางเดียวกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงในสถานที่เดียวกัน: The center offers classes, childcare, and meals ____.
ดูคำตอบ
under one roof
We did donation acceptance and help with the fire relief. การใช้คำ
2:19เราเปิดรับบริจาคและช่วยงานบรรเทาทุกข์จากเหตุไฟไหม้
fire relief: ความช่วยเหลือหลังไฟไหม้
ในประโยคนี้ fire relief หมายถึงความช่วยเหลือที่จัดอย่างเป็นระบบสำหรับผู้คนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ ซึ่งอาจรวมถึงเงินบริจาค อาหาร ที่พักชั่วคราว สิ่งของจำเป็น และการสนับสนุนการฟื้นฟู relief ในที่นี้หมายถึงความช่วยเหลือที่มอบให้หลังภัยพิบัติ ไม่ใช่ความรู้สึกโล่งใจเมื่อหายกังวล รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประเภทภัยพิบัติ + relief เช่น flood relief หรือ earthquake relief
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึงความช่วยเหลือหลังไฟไหม้: The charity is raising money for ____.
ดูคำตอบ
fire relief
We're really a place where you can come and enjoy some great food,
2:25เราเป็นสถานที่ที่คุณมาเพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ ได้จริง ๆ
and I think what we created is a really tight-knit food ecosystem for our community. โน้ต
2:28และผมคิดว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้นคือระบบนิเวศทางอาหารที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นเพื่อชุมชนของเรา
what we created is ...: อนุประโยคสัมพัทธ์แบบหลอมรวม
ใน what we created is ... อนุประโยค what we created ทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ is ส่วน What เป็นคำสัมพัทธ์แบบหลอมรวมที่มีความหมายว่า “the thing that” อยู่แล้ว ดังนั้น what we created จึงเท่ากับ the thing that we created รูปแบบ what + ประธาน + กริยา + be + ส่วนเติมเต็ม ใช้นำเสนอผลของการกระทำ แล้วระบุหรือประเมินผลนั้น เนื่องจาก what มีความหมายของ “thing” ที่ละไว้อยู่แล้ว จึงไม่วางคำอ้างอิงนำหน้าอย่าง the thing ไว้ข้างหน้าทันที
แบบฝึกหัด
เขียนประโยคแรกใหม่โดยใช้อนุประโยค what: We created a simpler booking system. ____ is a simpler booking system.
ดูคำตอบ
What we created
tight-knit food ecosystem ในฐานะคำเปรียบเทียบถึงชุมชนที่เชื่อมโยงกัน
ในประโยคนี้ tight-knit ใช้อธิบายผู้คนและองค์กรที่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและต่อเนื่อง โดยปกติคำนี้ใช้อธิบายกลุ่มหรือชุมชน เมื่อนำมาวางหน้า food ecosystem จึงเน้นว่าธุรกิจ พื้นที่ ผู้ผลิต และลูกค้ามีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดเพียงใด คำว่า ecosystem ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงเครือข่ายที่ส่วนต่าง ๆ มีปฏิสัมพันธ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติหรือห่วงโซ่อาหารทางชีววิทยา เมื่อรวมกัน tight-knit food ecosystem จึงนำเสนอกิจการอาหารในท้องถิ่นและความสัมพันธ์ในชุมชนว่าเป็นระบบเดียวที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง tight-knit food ecosystem หมายถึงอะไร
- ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติซึ่งสัตว์ต่าง ๆ ประกอบกันเป็นห่วงโซ่อาหารทางชีววิทยา
- กลุ่มธุรกิจ พื้นที่ และสมาชิกชุมชนที่เกี่ยวข้องกับอาหารซึ่งเชื่อมโยงและช่วยเหลือกัน
- ร้านอาหารเพียงแห่งเดียวที่ดำเนินงานโดยไม่พึ่งพาความสัมพันธ์ใด ๆ ในชุมชน
ดูคำตอบ
กลุ่มธุรกิจ พื้นที่ และสมาชิกชุมชนที่เกี่ยวข้องกับอาหารซึ่งเชื่อมโยงและช่วยเหลือกัน
put a lot of hours in our business เพื่อสื่อถึงเวลาที่ทุ่มเท
Put hours in หมายถึงการทุ่มเทเวลาและความพยายามให้กับกิจกรรมหรือองค์กร ในที่นี้ a lot of hours เน้นการทำงานกับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงเวลาเปิดทำการที่กำหนดไว้ของธุรกิจ ลำดับคำแบบภาษาพูดในตัวอย่างสามารถเข้าใจได้ แต่ put in a lot of hours เป็นรูปแบบทั่วไปที่ใช้มั่นคงกว่า เมื่อระบุสิ่งที่ได้รับเวลาและความพยายามอย่างชัดเจน put a lot of hours into the business ก็เป็นธรรมชาติมากเช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบ put in + time โดยใช้ a lot of hours: Before opening the bakery, we ____ testing recipes.
ดูคำตอบ
put in a lot of hours
And so we really wanted to get a card that would help us accumulate miles.
2:38เราจึงอยากได้บัตรที่จะช่วยให้เราสะสมไมล์ได้จริง ๆ
and we're using United Business Card miles to get us there.
2:45และใช้ไมล์จาก United Business Card เพื่อเดินทางไปที่นั่น
and the free checked bag is really huge when you travel with kids. การใช้คำ
2:50และสิทธิ์โหลดกระเป๋าฟรีก็ช่วยได้มากจริง ๆ เวลาเดินทางกับเด็ก ๆ
free checked bag: สัมภาระโหลดฟรี
ในการเดินทางทางอากาศ checked bag หมายถึงสัมภาระที่คุณส่งให้สายการบินตอนเช็กอิน โดยสัมภาระจะถูกขนส่งในห้องเก็บสินค้าของเครื่องบิน ไม่ใช่ในห้องโดยสาร ในที่นี้ checked เป็นส่วนหนึ่งของศัพท์การบิน ไม่ได้หมายเพียงว่า “ตรวจสอบแล้ว” free หมายถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมสัมภาระโหลดตามปกติในฐานะสิทธิประโยชน์การเดินทาง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของสายการบินเรื่องจำนวน ขนาด และน้ำหนักยังอาจมีผลอยู่ ในประโยคนี้ is really huge หมายความว่าสิทธิประโยชน์นี้มีคุณค่ามากเป็นพิเศษเมื่อเดินทางกับเด็ก ๆ ไม่ได้หมายความว่ากระเป๋ามีขนาดใหญ่มากจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงกระเป๋าซึ่งนำไปไว้ในห้องเก็บสินค้าของเครื่องบินโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: Our fare includes one ____, so we'll leave the suitcase at the check-in counter.
ดูคำตอบ
free checked bag
tonight's going to be very busy: คืนนี้น่าจะยุ่งมาก
Tonight's เป็นรูปย่อของ tonight is โครงสร้างคือ ประธาน + be + going to + กริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ tonight + is + going to + be โดย be ตัวสุดท้ายเชื่อมประธานกับคำคุณศัพท์ busy ในที่นี้ be going to ใช้คาดการณ์อนาคตอันใกล้จากหลักฐานหรือสิ่งที่จัดเตรียมไว้แล้ว เช่น ตารางที่เต็ม ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด busy คาดการณ์ว่าจะมีกิจกรรมมากและอยู่ในภาวะยุ่ง
แบบฝึกหัด
เติมคำพยากรณ์นี้ด้วยรูปย่อของ is และโครงสร้าง be going to: Three school clubs have events this evening, so tonight____ very busy.
ดูคำตอบ
's going to be
Being a small business owner is really, really hard, ไวยากรณ์
2:59การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กนั้นยากมาก ๆ
Being a small business owner: การใช้วลี gerund เป็นประธาน
“Being a small business owner” เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค วลีนี้มองประสบการณ์หรือสภาวะของการมีบทบาทนั้นเป็นเรื่องหนึ่งเรื่องที่ประเมินได้ ซึ่งในที่นี้ประเมินว่ายากมาก เนื่องจากทั้งวลีเป็นประธานเอกพจน์ จึงใช้ is ไม่ใช่ are โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้พูดถึงความยากหรือความรู้สึกของการอยู่ในบทบาทหรือสถานการณ์อื่นได้
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เริ่มวลีประธานเกี่ยวกับการมีบทบาทได้อย่างถูกต้อง: “_____ a team captain can be hard when every player needs help.”
- Be
- Being
- Been
ดูคำตอบ
Being
wearing all these different hats: ภาพเปรียบเทียบของหลายบทบาท
“wearing all these different hats” เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงการสวมหมวกหลายใบจริง ๆ แต่หมายถึงการรับหลายบทบาทหรือความรับผิดชอบหลายประเภท วลี -ing นี้ช่วยให้เห็นภาพว่าทำไมการเป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ จึงยาก คนคนเดียวต้องสลับไปมาระหว่างงานหลายอย่าง All these เน้นว่ามีความรับผิดชอบมากมายและเป็นสิ่งที่เข้าใจได้จากสถานการณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “wear many hats” ในความหมายว่าคนคนหนึ่งรับผิดชอบหลายบทบาทในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
- The club leader wears one hat during the meeting.
- The club leader wears many hats, from coach to event planner.
- The club leader has many jobs at different companies.
ดูคำตอบ
The club leader wears many hats, from coach to event planner.
สำนวนในที่ทำงาน putting out fires
ในที่นี้ putting out fires เป็นสำนวนในที่ทำงาน หมายถึงการจัดการปัญหาเร่งด่วนเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการดับไฟจริง ๆ รูป -ing ของ putting วางขนานกับ wearing และอธิบายภาระต่อเนื่องอีกอย่างในการบริหารธุรกิจ ภาพเปรียบเทียบนี้สื่อถึงการคอยรับมือวิกฤตแทนที่จะทำงานระยะยาวตามแผน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในที่ทำงานที่หมายถึง “จัดการปัญหาเร่งด่วน”: Instead of working on the launch plan, Maya spent the afternoon ____ after several orders failed.
ดูคำตอบ
putting out fires
But the reason I love it is because I get to work with a lot of people ไวยากรณ์
3:05แต่เหตุผลที่ผมรักงานนี้ก็เพราะผมได้ทำงานร่วมกับผู้คนมากมาย
The reason ... is because ... ในการสนทนา
โครงสร้าง the reason ... is because ... เริ่มด้วยการบอกว่ามีเหตุผล แล้วให้รายละเอียดของเหตุผลนั้นในอนุประโยค because ในประโยคนี้ because I get to work with a lot of people ตอบโดยตรงว่าทำไมผู้พูดจึงชอบการทำธุรกิจนี้ รูปแบบนี้พบได้บ่อยและเข้าใจง่ายในการสนทนา แม้ว่า reason และ because ต่างก็สื่อถึงสาเหตุ ในงานเขียนทางการที่ขัดเกลามากกว่า ให้ใช้ the reason ... is that ... หรือเขียนให้ตรงขึ้นด้วย ... because ....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบทางการที่ขัดเกลามากกว่า: The reason we use this calendar ____ it keeps everyone on schedule.
ดูคำตอบ
is that
get to work with: โอกาส ไม่ใช่หน้าที่บังคับ
ในประโยคนี้ get to work with หมายถึง “มีโอกาสหรือได้รับสิทธิพิเศษให้ทำงานร่วมกับ” ผู้พูดมองการได้ทำงานกับผู้คนมากมายว่าเป็นข้อดีที่มีคุณค่าและเป็นเหตุผลที่ชอบบทบาทนี้ โครงสร้าง get to + คำกริยารูปพื้นฐานมักเพิ่มความหมายเชิงบวกเกี่ยวกับการได้รับโอกาส การอนุญาต หรือความโชคดี ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปถึงสถานที่ใดและไม่ได้แสดงถึงหน้าที่บังคับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์เพื่อแสดงว่าการเป็นผู้นำเวิร์กช็อปเป็นโอกาสที่มีคุณค่า: This year, I ____ lead the opening session.
ดูคำตอบ
get to
see our community enjoying: see + กรรม + -ing
ในที่นี้ our community เป็นกรรมของ see และเป็นประธานโดยนัยของ enjoying ผู้พูดมองเห็นสมาชิกในชุมชนกำลังเพลิดเพลินกับสิ่งต่าง ๆ และพื้นที่เหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่าชุมชนเป็นสิ่งที่ถูกเพลิดเพลิน โครงสร้าง see + กรรม + -ing เน้นการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่หรือภาพเหตุการณ์ที่กำลังคลี่คลาย อนุประโยค -ing อธิบายว่ากรรมกำลังทำอะไรอยู่ในขณะที่ถูกสังเกต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่เน้นว่าการกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่แล้ว: When I entered the studio, I saw Maya ____ a portrait.
ดูคำตอบ
painting
วลีขนานแบบคำนาม + that we + คำกริยา
นามวลีทั้งสองใช้รูปแบบอนุประโยคขยายคำนามแบบเดียวกัน คือ the things + that we create และ the spaces + that we open อนุประโยคที่มี that แต่ละส่วนระบุว่าสิ่งของหรือพื้นที่ใดเป็นสิ่งที่กล่าวถึง ส่วนโครงสร้างไวยากรณ์ที่ตรงกันทำให้ผลงานและสถานที่ของทีมถูกวางไว้คู่กัน โครงสร้างขนานแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังติดตามผลลัพธ์แต่ละประเภทได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ open เป็นคำกริยาที่หมายถึงการจัดตั้งหรือเปิดสถานที่ให้ใช้ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึงกำลังเปิดให้บริการ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยอนุประโยคขยายคำนามแบบขนานโดยใช้คำกริยา find และ recommend: The report summarizes the issues ____ and the changes ____.
ดูคำตอบ
that we found · that we recommend
On our billboard it says Taiwanese soul food. วัฒนธรรม
3:14บนป้ายบิลบอร์ดของเราเขียนว่า “อาหารไต้หวันที่อบอุ่นถึงหัวใจ”
Taiwanese soul food ในฐานะวลีสร้างแบรนด์ข้ามวัฒนธรรม
ในข้อความบนป้ายโฆษณานี้ Taiwanese ขยายคำว่า soul food เพื่อนำเสนออาหารไต้หวันของร้านว่าเป็นอาหารที่มอบความสบายใจ เชื่อมโยงกับความทรงจำในครอบครัว และสื่อถึงความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งทางวัฒนธรรม นี่เป็นคำเรียกเพื่อสร้างแบรนด์โดยตั้งใจ ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าอาหารสำหรับจิตวิญญาณ ในการใช้ภาษาในสหรัฐอเมริกา soul food โดยหลักหมายถึงประเพณีอาหารที่มีรากฐานในชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน โดยเฉพาะทางตอนใต้ของสหรัฐฯ วลีที่มีคำขยายนี้ยืมพลังทางอารมณ์บางส่วนของคำดังกล่าวมาใช้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมนูนี้เป็นอาหารประเภทเดียวกันโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
บนป้ายโฆษณาของร้านอาหาร วลี Taiwanese soul food มีแนวโน้มจะสื่อความหมายใดมากที่สุดในบริบทนี้
- วลีนี้เพียงบอกว่าอาหารทำให้อิ่ม โดยไม่มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมหรืออารมณ์
- วลีนี้นำเสนออาหารไต้หวันว่าเป็นอาหารที่ให้ความสบายใจ เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ และเชื่อมโยงกับบ้านและความทรงจำ
- วลีนี้อ้างว่าเมนูเป็น soul food แบบดั้งเดิมของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน
ดูคำตอบ
วลีนี้นำเสนออาหารไต้หวันว่าเป็นอาหารที่ให้ความสบายใจ เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ และเชื่อมโยงกับบ้านและความทรงจำ
feel like your grandmother hugged you: รู้สึกราวกับว่าคุณยายกอดคุณ
ในที่นี้ feel like นำเข้าสู่ภาพเหตุการณ์สมมติที่ช่วยให้จินตนาการถึงปฏิกิริยาทางอารมณ์ได้ง่ายขึ้น อาหารให้ความรู้สึกสบายใจ อบอุ่น และคุ้นเคยเหมือนถูกคุณยายกอด รูปอดีต hugged ใช้สร้างการเปรียบเทียบในจินตนาการ ไม่ได้บอกว่ามีการกอดเกิดขึ้นจริง คุณสามารถใช้ feel like + อนุประโยค เพื่อบรรยายว่าประสบการณ์หนึ่งให้ความรู้สึกทางอารมณ์หรือทางร่างกายอย่างไร
แบบฝึกหัด
การเปรียบเทียบแบบสมมติในประโยคนี้หมายความว่าอะไร? After a hard day, the warm room makes you feel like someone has wrapped a blanket around you.
- คุณต้องการใช้ผ้าห่มห่อห้องนั้น
- ห้องนั้นทำให้คุณรู้สึกสบายใจและได้รับการดูแลอย่างมาก
- มีคนกำลังใช้ผ้าห่มจริง ๆ ห่อตัวคุณอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ
ห้องนั้นทำให้คุณรู้สึกสบายใจและได้รับการดูแลอย่างมาก
what I do ในฐานะอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม
what I do เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมที่หมายถึง “งานหรือกิจกรรมที่ฉันทำ” ในตัวอย่าง อนุประโยคทั้งหมดเป็นกรรมของ love what มีความหมายของ “สิ่งที่...” อยู่แล้ว จึงไม่ต้องเติมคำนามอีกคำไว้ข้างหน้า เนื่องจากเป็นอนุประโยคภายในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า what + ประธาน + กริยา ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามโดยตรง what do I do?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอนุประโยคสั้น ๆ ที่หมายถึง “งานหรือกิจกรรมที่ฉันทำ”: I am proud of ____ every day.
ดูคำตอบ
what I do
wake up ... so excited: ตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นมาก
ในประโยคนี้ wake up ตามด้วยวลีคุณศัพท์ที่บรรยายสภาพของประธานตอนตื่นนอน โดย I wake up ... excited หมายถึงผู้พูดรู้สึกตื่นเต้นเมื่อตื่นขึ้นมา วลีบอกเวลา every morning แทรกอยู่ระหว่าง wake up กับ so excited แต่ไม่ได้ตัดความเชื่อมโยงทางไวยากรณ์ของทั้งสองส่วน So ทำหน้าที่เพิ่มระดับของ excited ในที่นี้จึงมีความหมายใกล้กับ very หรือ extremely และไม่ได้เป็นโครงสร้างบอกผล so ... that ... ด้วยตัวมันเอง เพราะไม่มีอนุประโยคบอกผลตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ wake up ... so excited: I ____ every Saturday ____ about soccer practice.
ดูคำตอบ
wake up · so excited
meeting ..., having ..., doing ... ในฐานะรายการ -ing แบบขนาน
วลี meeting all these great people, having a great staff และ doing all these new projects ใช้รูป -ing เหมือนกันเพื่อสร้างรายการแบบขนาน เมื่อนำมารวมกัน วลีเหล่านี้ช่วยขยายว่าทำไมผู้พูดจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก โดยเพิ่มประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นประโยคหลักใหม่สามประโยค You know เป็นวลีแทรกในภาษาพูดที่อยู่กลางรายการ ผู้ฟังสามารถละส่วนนี้ไว้ชั่วคราวแล้วติดตามรูปแบบที่ซ้ำกันต่อไปได้ คือ meeting ..., having ..., doing ... กิจกรรมเหล่านี้บรรยายองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ดำเนินอยู่ในประสบการณ์การทำงานของผู้พูด ไวยากรณ์ไม่ได้กำหนดว่าทั้งสามกิจกรรมต้องเกิดขึ้นในขณะที่ตื่นนอนพอดี
แบบฝึกหัด
วลี -ing ที่เน้นไว้ทั้งสามวลีทำหน้าที่อะไรในประโยคต้นฉบับ
- วลีทั้งสามสร้างรายการประสบการณ์แบบขนานที่อธิบายความตื่นเต้นของผู้พูด
- วลีเหล่านี้เป็นประโยค present progressive สามประโยคที่แยกจากกันและบรรยายช่วงเวลาเดียวกัน
- วลีเหล่านี้แสดงว่าแต่ละกิจกรรมเกิดขึ้นขณะที่ผู้พูดกำลังตื่นนอน
ดูคำตอบ
วลีทั้งสามสร้างรายการประสบการณ์แบบขนานที่อธิบายความตื่นเต้นของผู้พูด