ปลอกคอกันเลียของมัฟฟิน | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
182 คำ 141 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: มัฟฟินคิดว่าต้องใส่ปลอกคอป้องกันไปตลอด เพราะหยุดดูดนิ้วโป้งไม่ได้ บลูอี้จึงนำรูปทรงของปลอกคอมาใช้สร้างเกมสมมติเรื่องงานแต่งงาน กรวยจราจร บัลเลต์ และดอกไม้ จนท้ายที่สุดมัฟฟินได้รับอนุญาตให้ถอดปลอกคอออก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. can't stop sucking my thumb. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า can’t stop + คำกริยาเติม -ing ใช้บรรยายนิสัย แรงกระตุ้น หรือพฤติกรรมที่ดำเนินต่อไปและผู้พูดรู้สึกว่าควบคุมไม่ได้ ผู้เรียนสามารถเปลี่ยนส่วนที่เป็นการกระทำเพื่อพูดถึงพฤติกรรมที่เลิกยากได้อย่างเจาะจงและเป็นธรรมชาติ แทนการพูดเพียง I can’t โดยไม่ระบุว่าทำอะไรไม่ได้ 2. What if we pop it down? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: สังเกตว่า What if we…? เป็นวิธีเสนอความคิดอย่างไม่ฟันธงและแสดงว่าต้องการช่วยกันหาทางออก เหมาะสำหรับสำรวจวิธีแก้ปัญหา ตกลงกันว่าจะทำอะไรต่อ หรือชวนอีกฝ่ายทดลองบางอย่าง โดยไม่ทำให้คำแนะนำฟังเหมือนคำสั่งตรง ๆ 3. No worries — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความคำตอบกันเองนี้ว่า “ไม่เป็นไร” หรือ “ด้วยความยินดี” ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษรว่าปราศจากความกังวล ผู้เรียนจะจับน้ำเสียงสบาย ๆ ซึ่งพบเด่นชัดในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย และเลือกใช้ตอบคำขอบคุณหรือคำขอโทษในบทสนทนาที่ไม่เป็นทางการได้เหมาะสม

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Hi Muffin.

0:02

หวัดดี Muffin

I'm sorry I can't stop sucking my thumb. ไวยากรณ์

0:03

หนูขอโทษ หนูหยุดดูดนิ้วโป้งไม่ได้

ไวยากรณ์

can't stop sucking my thumb: โครงสร้าง can't stop + V-ing

can't stop + V-ing หมายถึงไม่สามารถหยุดหรือควบคุมการกระทำที่ยังดำเนินอยู่หรือเกิดซ้ำ ๆ ได้ ในที่นี้ sucking my thumb คือพฤติกรรมที่ Muffin เลิกไม่ได้ เมื่อ stop หมายถึงการหยุดทำสิ่งหนึ่ง คำกริยาที่ตามหลังจะอยู่ในรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติม can't stop เพื่อแสดงว่ายังหัวเราะไม่หยุด: Even though the joke is over, I ____ laughing.

ดูคำตอบ

can't stop

It's okay Muffin. น้ำเสียง/เจตนา

0:06

ไม่เป็นไรหรอก Muffin

น้ำเสียง/เจตนา

It's okay: การรับคำขอโทษและปลอบให้อีกฝ่ายสบายใจ

ในคำตอบนี้ It's okay หมายถึง “ฉันรับคำขอโทษนะ ไม่ต้องกังวล” เป็นการปลอบ Muffin และช่วยลดความรู้สึกอาย วลีนี้ยังใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของวลีในประโยคนี้ ความหมายตรงนี้เกิดจากการใช้ตอบรับคำขอโทษ

แบบฝึกหัด

เพื่อนทำน้ำหกเล็กน้อยแล้วกล่าวขอโทษ ข้อใดเป็นการตอบรับคำขอโทษอย่างอ่อนโยน?

  1. The movie was okay, but not great.
  2. It's okay. We can wipe it up.
  3. Are you okay?
ดูคำตอบ

It's okay. We can wipe it up.

I think I have to wear my cone forever. ไวยากรณ์

0:08

ฉันคิดว่าฉันต้องใส่ปลอกคอนี้ไปตลอดแน่เลย

ไวยากรณ์

have to wear my cone: บอกความจำเป็น ไม่ได้หมายถึงการมีครอบครอง

have to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกความจำเป็น ในประโยคนี้ have to wear หมายถึงผู้พูดคิดว่ากฎหรือสถานการณ์ทำให้ต้องใส่ปลอกคอต่อไป โดย have ไม่ได้เป็นกริยาหลักที่แปลว่า “มี” wear ใช้ได้กับสิ่งที่สวมไว้บนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า แว่นตา อุปกรณ์นิรภัย หรือปลอกคอป้องกัน

แบบฝึกหัด

เติมกฎนี้ให้สมบูรณ์โดยใช้ have to: At this construction site, workers ____ wear helmets.

ดูคำตอบ

have to

Well then we're going to think of a game where your cone is okay. โน้ต

0:11

งั้นเรามาคิดเกมที่เล่นกับปลอกคอของเธอได้ดีกว่า

ลำดับความ

Well then: เชื่อมข้อมูลใหม่เข้ากับขั้นตอนต่อไป

Well then เชื่อมสิ่งที่เพิ่งได้ยินเข้ากับข้อสรุป การตัดสินใจ หรือขั้นตอนต่อไป ในที่นี้หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” และบอกว่าผู้พูดยอมรับปัญหาก่อนเสนอเกมที่ยังเล่นได้ขณะใส่ปลอกคอ ในฐานะคำเชื่อมบทสนทนา คำสองคำนี้ทำงานร่วมกันเพื่อจัดลำดับการสนทนา โดย then ในที่นี้ไม่ได้หมายความเพียงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทีหลังอีกเหตุการณ์หนึ่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “The bus isn't coming.” คำตอบใดรับข้อมูลนี้แล้วเปลี่ยนไปสู่แผนใหม่ได้เหมาะสมที่สุด

  1. Well then, let's take the train.
  2. By the way, I bought a new bag.
  3. At first, the bus was crowded.
ดูคำตอบ

Well then, let's take the train.

วลี

think of a game: คิดไอเดียเกมขึ้นมา

ใน think of a game คำว่า think of หมายถึง “คิดขึ้นมา” หรือสร้างไอเดียสำหรับเกม สิ่งที่ตามหลัง of คือไอเดียที่คิดได้ เช่น game, name, plan หรือ solution โครงสร้างนี้ต้องมี of ถ้าต้องการสื่อความหมายนี้ think a game ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลี think of ที่เรียนมา: We need to ____ a solution before noon.

ดูคำตอบ

think of

ไวยากรณ์

where your cone is okay: where ที่ใช้บอกเงื่อนไขในเกม

Where your cone is okay เป็นอนุประโยคขยาย a game ในที่นี้ where หมายถึง “ในเกมนั้น” หรือ “ภายใต้กติกาของเกมนั้น” ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง ภาษาอังกฤษใช้ where หลังคำนามที่สื่อถึงสภาพแวดล้อม ระบบ สถานการณ์ หรือการจัดการ เพื่อบอกสิ่งที่เป็นจริงภายในกรอบนั้นได้ ใน your cone is okay คำว่า okay หมายถึง “ยอมรับได้” หรือ “ไม่เป็นปัญหา” ไม่ได้หมายความว่าปลอกคอมีความรู้สึกสบายดี

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่ใช้บอกสิ่งที่เป็นจริงภายในระบบ: We need a system ___ every child gets a turn.

  1. which
  2. where
  3. when
ดูคำตอบ

where

Really?

0:15

จริงเหรอ?

Yeah.

0:16

ใช่

Thanks Bluey.

0:16

ขอบใจนะ Bluey

What if we pop it down? โน้ต

0:18

แล้วถ้าเราพับมันลงมาล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What if we...?: การเสนอความคิดร่วมกันอย่างไม่บังคับ

What if we + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอการกระทำหนึ่งให้เป็นทางเลือกที่ทุกคนช่วยกันพิจารณา คล้ายกับ How about we...? ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเสนอให้ลดสิ่งของนั้นลงและชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วย ไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้นไปแล้ว รูปคำถามทำให้ความคิดนี้ฟังดูเป็นการลองเสนอและร่วมมือกัน มากกว่าจะเป็นคำสั่ง สามารถนำรูปแบบนี้ไปใช้เมื่อต้องช่วยกันคิดขั้นตอนต่อไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่ตรงกับการเสนอความคิดร่วมกันอย่างไม่บังคับ: ____ ask the librarian for help?

ดูคำตอบ

What if we

กริยาวลี

pop it down: ความหมายและตำแหน่งคำสรรพนาม

ในบริบทที่กำลังขยับสิ่งของนี้ pop it down หมายถึงลด พับ หรือพลิกสิ่งของลงด้านล่างด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและง่าย คำสรรพนาม it หมายถึง cone ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในความหมายนี้ pop ... down เป็นโครงสร้างที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง it ลำดับต้องเป็น กริยา + คำสรรพนาม + คำอนุภาค จึงใช้ pop it down ไม่ใช่ pop down it

แบบฝึกหัด

แผงบังแดดของรถตั้งขึ้นอยู่ ประโยคใดบอกให้พลิกลงอย่างรวดเร็วและวางคำสรรพนามไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง?

  1. Just it pop down so the sun isn't in your eyes.
  2. Just pop it down so the sun isn't in your eyes.
  3. Just pop down it so the sun isn't in your eyes.
ดูคำตอบ

Just pop it down so the sun isn't in your eyes.

Oh yeah.

0:20

โอ้ ใช่

Aunt Trixie didn't say anything about that. น้ำเสียง/เจตนา

0:21

ป้า Trixie ไม่ได้ห้ามเรื่องนี้นี่นา

น้ำเสียง/เจตนา

didn't say anything about that: ถือว่าสิ่งที่กฎไม่ได้กล่าวถึงคือการอนุญาต

ในประโยคนี้ didn't say anything about that หมายความว่าป้าทริกซีไม่ได้พูดถึงการกระทำที่เพิ่งมีคนเสนออย่างเจาะจง คำว่า that ย้อนกลับไปหมายถึงการกระทำนั้น ไม่ได้หมายถึงหัวข้อกว้าง ๆ ผู้พูดนำการที่กฎไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้มาใช้เป็นเหตุผลในการลงมือทำ ซึ่งก็คือแนวคิดว่า“She didn't say we couldn't.”น้ำเสียงจึงเหมือนข้อแก้ตัวแบบซุกซนหรือการพยายามหาช่องโหว่ของกฎ ไม่ใช่หลักฐานว่าได้รับอนุญาตจริง ๆ

แบบฝึกหัด

จริงหรือเท็จ: มีคนพูดว่า“The rules didn't say anything about that.”นี่พิสูจน์ว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

  1. ไม่จริง
  2. จริง
ดูคำตอบ

ไม่จริง

Oh okay.

0:24

โอ้ โอเค

Yeah.

0:26

เย้

Yeah.

0:26

เย้

You look like a wedding wife or a traffic cone. โน้ต

0:28

เธอเหมือนเจ้าสาวหรือไม่ก็กรวยจราจรเลย

วลี

look like + คำนาม: ความคล้ายกันทางรูปลักษณ์

look like + คนหรือสิ่งของ หมายถึง“มีรูปลักษณ์คล้ายกัน”ในประโยคนี้ ผู้พูดเปรียบเทียบรูปลักษณ์ของอีกคนกับของสองอย่าง ในโครงสร้างนี้ like หมายถึง“คล้าย”ไม่ใช่“ชอบ”ใช้ look/looks like + คำนามหรือคำสรรพนาม: You look like a chef. It looks like a hat.

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ look like: From far away, the small island ____ a sleeping whale.

ดูคำตอบ

looks like

การใช้คำ

wedding wife: คำที่เด็กสร้างขึ้น ไม่ใช่คำมาตรฐาน bride

ในประโยคนี้ wedding wife เป็นคำที่เด็กสร้างขึ้นเพื่อเรียกคนที่ดูเหมือน bride หรือเจ้าสาว คำนี้มาจากการเล่นสมมติและไม่ใช่คำมาตรฐานสำหรับเรียกบุคคลในงานแต่งงาน ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานเรียกว่า bride ส่วน wife หมายถึงผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเมื่อกล่าวถึงความสัมพันธ์กับคู่สมรส จึงไม่ได้ใช้เรียกบทบาทเจ้าสาวในวันแต่งงานโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

คำใดเป็นคำภาษาอังกฤษมาตรฐานสำหรับผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานในงานแต่งงาน?

  1. wedding wife
  2. bride
  3. wife
ดูคำตอบ

bride

Or a ballerina.

0:31

หรือไม่ก็นักบัลเลต์

I know.

0:34

ฉันรู้

Let's play wedding wife, traffic cone and Ballerina. น้ำเสียง/เจตนา

0:34

มาเล่นเกมเจ้าสาว กรวยจราจร และนักบัลเลต์กันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's play: ชวนคนอื่นมาทำกิจกรรมด้วยกัน

Let's play เป็นวิธีที่เป็นมิตรในการชวนคนอื่นมาเล่นเกมหรือเล่นสมมติด้วยกัน ในประโยคนี้ คำที่ตามหลัง play คือชื่อที่เด็ก ๆ ตั้งให้เกมสมมติของตน Let's เป็นรูปย่อของ let us เมื่อต้องการเสนอให้ทำบางอย่าง ให้ใช้ Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ Let's play ไม่ใช่ Let's to play หรือ Let's playing ในบทสนทนาทั่วไป หมายถึง “ฉันเสนอให้เราทำสิ่งนี้ด้วยกัน” ไม่ใช่การขออนุญาตอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ชวนเพื่อนมาเล่นซ่อนหา เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ hide-and-seek.

ดูคำตอบ

Let's play

Yeah.

0:38

เย้

Sorry Trix.

0:40

โทษที Trix

I

0:41

ฉัน

What happened to the chips? วลี

0:41

เกิดอะไรขึ้นกับมันฝรั่งทอดน่ะ?

วลี

What happened to ...? สำหรับถามถึงผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด

What happened to + คำนามหรือคำสรรพนาม ใช้ถามว่าเหตุใดคนหรือสิ่งนั้นจึงหายไป เสียหาย เปลี่ยนไป หรือไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ คำถามนี้มุ่งหาว่าเหตุการณ์หรือสาเหตุใดทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เห็นอยู่ตอนนี้ ในประโยคนี้ ผู้พูดสังเกตว่ามันฝรั่งแผ่นทอดมีบางอย่างผิดปกติ คำถามไม่ได้ถามแค่ว่าอยู่ที่ไหน แต่ยังอาจถามว่าทำไมจึงหายไป สภาพเปลี่ยนไปอย่างไร หรือมีใครทำอะไรกับมัน

แบบฝึกหัด

ล้อจักรยานของเพื่อนคด คำถามใดใช้ถามถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดนี้?

  1. Where do you keep your bicycle?
  2. How often do you ride your bicycle?
  3. What happened to your bicycle?
ดูคำตอบ

What happened to your bicycle?

Oh Trix.

0:45

โอ้ Trix

It might be time to take off Muffin's cone. โน้ต

0:46

คงถึงเวลาถอดปลอกคอของ Muffin แล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

It might be time to ... สำหรับเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

It might be time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนออย่างนุ่มนวลว่าควรทำบางอย่างตอนนี้หรือในเร็ว ๆ นี้ ผู้พูดเห็นเหตุผลที่ควรเริ่มขั้นตอนต่อไป แต่ใช้ might เพื่อทำให้คำแนะนำนั้นไม่ตรงหรือแข็งเกินไป ในที่นี้ might มีหน้าที่หลักในการทำให้คำแนะนำนุ่มนวล ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ ข้อความที่ต้องการสื่อคือ ตอนนี้การถอดปลอกคออาจเป็นขั้นตอนต่อไปที่เหมาะสม

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายเพื่อทำให้คำแนะนำนุ่มนวลขึ้น: The battery no longer holds a charge. ____ replace it.

ดูคำตอบ

It might be time to

กริยาวลี

take off Muffin's cone: ถอดสิ่งที่สวมอยู่

ในที่นี้ take off หมายถึงถอดสิ่งที่สวมหรือใส่อยู่ Muffin's cone คือปลอกคอป้องกัน ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงถอดมันออกจากตัวมัฟฟิน ไม่ได้หมายถึงมีสิ่งใดกำลังบินขึ้น ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะใช้ทั้ง take off Muffin's cone และ take Muffin's cone off ก็ได้ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง take กับ off จึงพูดว่า take it off ไม่ใช่ take off it

แบบฝึกหัด

นักว่ายน้ำคนหนึ่งสวมนาฬิกาอยู่ ประโยคใดใช้ it ได้ถูกต้องเพื่อบอกให้เขาถอดนาฬิกา?

  1. Please take off it before you enter the pool.
  2. Please it take off before you enter the pool.
  3. Please take it off before you enter the pool.
ดูคำตอบ

Please take it off before you enter the pool.

We're getting married. วลี

0:50

เรากำลังจะแต่งงานกัน

วลี

getting married: สำนวนตายตัว get married

get married เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเปลี่ยนเข้าสู่สถานะแต่งงาน หลัง get ต้องใช้ married ไม่ใช่กริยารูปพื้นฐาน marry จึงใช้ get married ไม่ใช่ get marry ใน We're getting married รูป present progressive แสดงว่างานแต่งกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ หรือเป็นเหตุการณ์ในอนาคตที่วางแผนไว้แล้ว ในฉากนี้เป็นคำประกาศระหว่างการเล่นสมมติเป็นงานแต่ง แต่รูปเดียวกันนี้ก็ใช้ทั่วไปเมื่อพูดถึงแผนแต่งงานจริง

แบบฝึกหัด

ใช้ get married ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่วางแผนไว้: They are ____ next month.

ดูคำตอบ

getting married

We're getting married.

0:52

เรากำลังจะแต่งงานกัน

We're getting married.

0:54

เรากำลังจะแต่งงานกัน

Please go around the traffic cone. วลี

0:59

กรุณาเดินอ้อมกรวยจราจรด้วยค่ะ

วลี

go around the traffic cone: อ้อมผ่านสิ่งกีดขวาง

ในประโยคนี้ go around the traffic cone หมายถึงเปลี่ยนทิศทางแล้วอ้อมผ่านด้านข้างของกรวยเพื่อไม่ให้ชนกรวย around บอกเส้นทางในพื้นที่ ไม่ได้หมายถึง “ประมาณ” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ go around + สิ่งของ ใช้บอกให้ใครหลบสิ่งกีดขวางแล้วเดินทางต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยวลีบอกการเคลื่อนที่สองคำจากบทเรียน: ____ the fallen tree and stay on the trail.

ดูคำตอบ

Go around

I said please go around the traffic cone. น้ำเสียง/เจตนา

1:04

ฉันบอกว่า กรุณาเดินอ้อมกรวยจราจรด้วยค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I said please: แก้ต่างให้คำขอที่พูดซ้ำ

I said please ไม่ได้เป็นเพียงการรายงานว่าผู้พูดใช้คำอะไร ในที่นี้ ผู้พูดยกการใช้ please มาเป็นหลักฐานว่าคำขอนั้นสุภาพและสมเหตุสมผล ประโยคนี้อาจฟังเหมือนกำลังแก้ตัวหรือยืนกราน ผู้พูดยังคงผลักดันให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง พร้อมกับสื่อว่า “ฉันพูดอย่างสุภาพแล้ว” การเติม please ช่วยให้ถ้อยคำอ่อนลงได้ แต่ไม่ได้ทำให้น้ำเสียงสั่งหายไปโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ใน I said please ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก?

  1. แก้ต่างให้คำขอโดยเน้นว่าตนได้ใช้ please แล้ว
  2. ถอนคำขอและจบการสนทนา
  3. ขอให้อีกฝ่ายอธิบายความหมายของ please
ดูคำตอบ

แก้ต่างให้คำขอโดยเน้นว่าตนได้ใช้ please แล้ว

Oh husband,

1:07

โอ้ คุณสามี

thank you so much for taking me to the ballet show. วลี

1:08

ขอบคุณมากนะคะที่พาฉันมาดูโชว์บัลเลต์

วลี

Thank you so much for taking me...: ขอบคุณสำหรับสิ่งที่อีกฝ่ายทำ

โครงสร้าง Thank you so much for + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ใช้บอกเหตุผลที่ขอบคุณอย่างเจาะจง so much ทำให้คำขอบคุณอบอุ่นและหนักแน่นกว่าการพูดเพียง Thank you เนื่องจาก for เป็นคำบุพบท ตรงนี้จึงใช้ taking ไม่ใช่ take หรือ to take Take someone to + สถานที่หรือกิจกรรม หมายถึงไปเป็นเพื่อนหรือพาคนนั้นไปที่นั่น ในประโยคนี้ taking me to the ballet show คือการกระทำที่ผู้พูดกำลังขอบคุณ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ take เพื่อเติมประโยคขอบคุณให้สมบูรณ์: Thank you so much for ____ me to the station.

ดูคำตอบ

taking

No worries babe. โน้ต

1:11

ไม่เป็นไรจ๊ะที่รัก

สำนวน

No worries: คำตอบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณหรือคำขอโทษเล็กน้อย

No worries เป็นคำตอบทางสังคมแบบตายตัวและไม่เป็นทางการ เมื่อใช้หลังคำขอบคุณ จะหมายถึง You're welcome หรือ It was no problem และเมื่อใช้หลังคำขอโทษเรื่องเล็กน้อย จะหมายถึง That's okay ในที่นี้ ผู้พูดใช้ตอบรับคำขอบคุณก่อนหน้าอย่างสบาย ๆ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าผู้พูดไม่มีความกังวลใด ๆ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า Thanks for helping me move. คำตอบใดเป็นธรรมชาติและเป็นกันเอง?

  1. I have no worries in my life.
  2. No worries. I'm glad I could help.
  3. You should worry about it.
ดูคำตอบ

No worries. I'm glad I could help.

การใช้คำ

babe ในฐานะคำเรียกที่สนิทสนม

ในประโยคนี้ babe เป็นคำเรียกผู้ฟังด้วยความรักใคร่ คล้ายกับ darling หรือ sweetheart ไม่ได้หมายถึงเด็กทารก เมื่อวางไว้หลัง No worries คำนี้ทำให้คำปลอบใจฟังดูอบอุ่นและใกล้ชิด เมื่อใช้เป็นคำเรียก babe สื่อว่าทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนม ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดจึงสำคัญต่อการทำความเข้าใจน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพบลูกค้าเป็นครั้งแรก การพูดว่า “No worries, babe.” เหมาะสมหรือไม่?

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะสม

Wonderful.

1:21

ยอดเยี่ยมไปเลย

Unreal babe. การใช้คำ

1:22

ไม่น่าเชื่อเลยที่รัก

การใช้คำ

Unreal ในฐานะคำชมแบบไม่เป็นทางการที่หนักแน่น

ในที่นี้ Unreal เป็นปฏิกิริยาเชิงบวกที่ตื่นเต้น หมายถึง amazing หรือ “ดีมากจนแทบไม่น่าเชื่อ” สามารถใช้เดี่ยว ๆ เป็นคำประเมินสั้น ๆ โดยมีความหมายโดยนัยคล้าย That was unreal บริบทและน้ำเสียงที่ตื่นเต้นทำให้คำนี้มีความหมายแบบภาษาสแลง ไม่ได้หมายความว่าการแสดงนั้นเป็นเรื่องในจินตนาการหรือเป็นของปลอม

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งแสดงกลที่ยอดเยี่ยม ประโยคใดเป็นคำชมที่หนักแน่นและไม่เป็นทางการ?

  1. That was unreal!
  2. That was fairly ordinary.
  3. That was not real.
ดูคำตอบ

That was unreal!

Bluey, the seed is hatching. การใช้คำ

1:25

Bluey เมล็ดพันธุ์กำลังฟักตัวแล้ว

การใช้คำ

the seed is hatching: บุคลาธิษฐานในการเล่นสมมติ

โดยทั่วไป hatch ใช้บอกว่าลูกสัตว์ออกมาจากไข่หรือไข่กำลังฟัก ในการเล่นสมมตินี้ เด็ก ๆ จินตนาการว่าเมล็ดเป็นเหมือนไข่ ดังนั้น the seed is hatching จึงหมายถึงเมล็ดกำลัง “ฟักออกมา” หรือเริ่มเติบโตในแบบสนุก ๆ นี่เป็นบุคลาธิษฐาน ไม่ใช่คำบรรยายมาตรฐานเกี่ยวกับการเติบโตของพืช ในบริบทการทำสวนทั่วไป ใช้ sprout กับเมล็ด ใช้ grow กับต้นไม้ และใช้ bloom กับดอกไม้

แบบฝึกหัด

ในรายงานการทำสวนทั่วไป ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเมล็ดเริ่มเติบโตแล้ว

  1. The seeds are beginning to sprout.
  2. The seeds are beginning to bloom.
  3. The seeds are beginning to hatch.
ดูคำตอบ

The seeds are beginning to sprout.

Muffin honey, you can take off your cone now. น้ำเสียง/เจตนา

1:28

Muffin ลูกรัก ถอดปลอกคอออกได้แล้วจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

honey ในฐานะคำเรียกด้วยความรัก

honey ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาหารอย่าง “น้ำผึ้ง” แต่เป็นคำเรียกด้วยความรักที่ใช้เรียก Muffin โดยตรง คล้ายกับ dear หรือ sweetheart ทำให้คำอนุญาตฟังดูอบอุ่นและช่วยให้สบายใจ honey เป็นคำเรียกขานที่บอกว่ากำลังพูดกับใคร และแยกออกจากโครงสร้างหลักของ you can take off your cone now เมื่อตัดออก ใจความพื้นฐานยังเหมือนเดิม แต่ความอ่อนโยนจะลดลง

แบบฝึกหัด

ผู้ปกครองกำลังปลอบลูกเล็ก ประโยคใดใช้ honey เป็นคำเรียกด้วยความรักได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. It's okay, honey. I'm right here with you.
  2. The honey in this jar is very sweet.
  3. Honey, please present the quarterly budget to the board.
ดูคำตอบ

It's okay, honey. I'm right here with you.

น้ำเสียง/เจตนา

you can ... now เพื่อให้อนุญาตหลังข้อจำกัดสิ้นสุดลง

ในประโยคนี้ you can take off your cone now เป็นการอนุญาต หมายความว่าตอนนี้ผู้ฟังถอดปลอกคอกันเลียออกได้แล้ว can ไม่ได้พูดถึงว่าผู้ฟังมีความสามารถทางร่างกายที่จะถอดหรือไม่ รูปแบบ you can + คำกริยารูปพื้นฐาน + now มักแสดงว่ากฎหรือสถานการณ์เปลี่ยนไป โดยบอกว่าข้อจำกัดหรือความจำเป็นก่อนหน้านี้สิ้นสุดลงแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can ... now เพื่อแสดงว่าข้อจำกัดก่อนหน้านี้สิ้นสุดลงแล้ว

  1. She can turn on the phone without help.
  2. The exam is over, so you can turn your phone back on now.
  3. Your phone is charged, so you can turn it on now.
ดูคำตอบ

The exam is over, so you can turn your phone back on now.

Hooray.

1:35

ไชโย

Thank you for hatching beautiful sunflower. วลี

1:36

ขอบใจนะที่ฟักดอกทานตะวันแสนสวยออกมา

วลี

Thank you for + V-ing เพื่อขอบคุณสำหรับการกระทำ

Thank you for + V-ing ใช้ขอบคุณใครสักคนสำหรับการกระทำที่เฉพาะเจาะจง ตรงนี้ for เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing คือ hatching ไม่ใช่ hatch ในฉากเล่นสมมตินี้ hatching ทำให้นึกภาพดอกทานตะวันออกมาเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ฟักจากไข่ ไวยากรณ์ที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ Thank you for doing something เช่น ใช้ขอบคุณที่ช่วย รอ หรือมาเยี่ยม

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ wait เพื่อเติมประโยคขอบคุณให้สมบูรณ์: Thank you for ____ for me. (wait)

ดูคำตอบ

waiting

We love you.

1:40

เรารักลูกนะ

Bye Bingo.

1:44

ลาก่อน Bingo

Bye Chilli.

1:45

ลาก่อน Chilli

Bye Muffin.

1:46

ลาก่อน Muffin

See you next Thursday. วลี

1:47

แล้วเจอกันวันพฤหัสหน้านะ

วลี

See you next Thursday: จบบทสนทนาด้วยเวลาที่จะพบกันครั้งถัดไป

See you next Thursday เป็นคำบอกลาที่เป็นธรรมชาติในบทสนทนา ใช้จบการพูดคุยครั้งนี้พร้อมบอกว่าทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะพบกันอีกเมื่อไร เป็นรูปพูดที่สั้นกว่าของ I'll see you next Thursday สามารถใช้ See you + เวลา เพื่อบอกลาแบบเดียวกันได้ เช่น See you tomorrow หรือ See you on Monday ใน next Thursday คำว่า next ระบุเวลาอยู่แล้ว จึงไม่เติม on ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

คุณนัดพบเพื่อนในวันพฤหัสบดีหน้า เติมคำบอกลาด้วยรูปแบบสองคำที่เรียนในบทนี้: ____ next Thursday.

ดูคำตอบ

See you

Almost at Bluey and Bingo's Muffy. ไวยากรณ์

1:52

ใกล้จะถึงบ้าน Bluey กับ Bingo แล้วล่ะ Muffy

ไวยากรณ์

at Bluey and Bingo's: ใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของแทนบ้านที่อยู่ร่วมกัน

ใน at Bluey and Bingo's วลีแสดงความเป็นเจ้าของ Bluey and Bingo's ใช้ได้โดยไม่ต้องมีคำนามตามหลัง เพราะบริบททำให้เข้าใจคำนามที่ละไว้ได้ ในที่นี้คือ house หรือ home ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงที่บ้านของ Bluey และ Bingo เนื่องจาก Bluey และ Bingo ใช้สถานที่เดียวกัน จึงเติม 's เฉพาะหลังชื่อสุดท้าย รูปแบบนี้ยังใช้แทนร้าน สำนักงาน หรือสถานที่คุ้นเคยอื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นได้เมื่อบริบทระบุสถานที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

Emma และ Leo อยู่บ้านหลังเดียวกัน เติมประโยคด้วยรูปแสดงความเป็นเจ้าของร่วมและละ house: We're having dinner at ____ tonight.

ดูคำตอบ

Emma and Leo's

Hooray.

1:54

ไชโย

Hey Dad, look at me. น้ำเสียง/เจตนา

1:57

พ่อคะ ดูหนูสิ

น้ำเสียง/เจตนา

look at me: ขอให้อีกฝ่ายหันมามองทันที

look at me เป็นคำขอโดยตรงให้อีกฝ่ายหันสายตาและความสนใจมายังผู้พูด ในประโยคนี้ เด็กต้องการให้พ่อสังเกตรูปลักษณ์หรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ในตอนนั้น หน้าที่หลักของวลีนี้คือดึงความสนใจทันที เมื่อใช้ในความหมายนี้ look ต้องมี at ก่อนคนหรือสิ่งที่มอง โดยมีโครงสร้าง look at + object ดังนั้นรูปที่เป็นธรรมชาติคือ look at me ไม่ใช่ look me

แบบฝึกหัด

เด็กเพิ่งใส่หมวกใบใหม่และต้องการให้พ่อหันมาดูทันที ประโยคใดเหมาะที่สุด

  1. Dad, look at me! Do you like my new hat?
  2. Dad, come and see me tomorrow.
  3. Dad, watch me put on my new hat!
ดูคำตอบ

Dad, look at me! Do you like my new hat?

Hey.

1:59

เฮ้

Hey.

2:00

เฮ้