เหมียว! | เล่นขายของ | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีและเพื่อน ๆ พยายามเริ่มเล่นร้านขายของสำหรับลูกแมว แต่ต้องหยุดหลายครั้งเพื่อเลือกสินค้าที่จะขาย สมมติสิ่งของให้เป็นเงิน และตกลงเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเค้กวันเกิด ท้ายที่สุดพวกเขาตัดสินใจว่าลูกค้าที่เล่นเป็นลูกแมวควรร้องเหมียวแทนการพูด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the round ones / the bumpy ones — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า ones ใช้แทนคำนามพหูพจน์ที่กล่าวถึงแล้ว ส่วนคำคุณศัพท์ข้างหน้าใช้แยกว่าสิ่งของอยู่ในกลุ่มใด จึงสามารถเปรียบเทียบของชนิดเดียวกัน เช่น ของกลมกับของผิวขรุขระ และกำหนดหน้าที่ต่างกันให้แต่ละกลุ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพูดชื่อสิ่งของนั้นซ้ำตลอดเวลา 2. I want it to be that — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจสำนวนนี้ว่าเป็นวิธีที่เด็กใช้ต่อรองเนื้อเรื่องหรือกติกาที่ตนต้องการในการเล่นสมมติ ผู้พูดกำลังขอปรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์จินตนาการที่ทุกคนสร้างร่วมกัน ไม่ได้ขอให้วัตถุจริง ๆ เปลี่ยนสภาพตามความหมายตรงตัว 3. go like this — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: ใช้กลุ่มคำภาษาพูดนี้ก่อนสาธิตท่าทาง สีหน้า หรือเสียง ในฉากนี้ใช้เกริ่นก่อนทำเสียงเหมียวที่ลูกค้าซึ่งรับบทเป็นลูกแมวควรทำ และยังนำไปใช้เมื่อต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าคน สัตว์ หรือสิ่งของมีอาการหรือส่งเสียงอย่างไรได้ด้วย
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Let's start: ชวนทุกคนให้เริ่มด้วยกัน
“Let's start.” เป็นคำชวนให้ทำบางอย่างร่วมกัน ผู้พูดชวนผู้ฟังหรือคนในกลุ่มให้เริ่มกิจกรรมตอนนี้ และรวมตัวผู้พูดเองด้วย จึงหมายถึง “มาเริ่มด้วยกัน” ไม่ใช่คำสั่งให้คนอื่นเป็นฝ่ายเริ่ม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ let's + คำกริยารูปพื้นฐาน แม้ว่า let's จะมาจาก let us แต่ในภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน let's ทำหน้าที่เป็นวิธีชวนให้ทำบางอย่างร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
ชวนคนในกลุ่มให้เริ่ม โดยเติมประโยคด้วยวลีเดียวกับที่เรียนมา: ____。
ดูคำตอบ
Let's start
I'd like to buy: บอกความต้องการซื้ออย่างสุภาพ
“I'd like to buy...” เป็นวิธีสุภาพในการบอกว่าต้องการซื้อบางอย่าง ในที่นี้ I'd ย่อมาจาก I would และ would like to แสดงความต้องการหรือคำขอในขณะนั้น ไม่ได้บอกว่าโดยทั่วไปชอบทำสิ่งนั้น ใช้รูปแบบ I'd like to buy + สินค้าหรือจำนวน คำในตัวอย่างเป็นเพียงส่วนเริ่มต้น หลัง buy โดยทั่วไปต้องบอกสิ่งที่ต้องการซื้อ เช่น I'd like to buy two tickets.
แบบฝึกหัด
คุณอยู่ในร้านค้า ใช้คำขึ้นต้นแบบสุภาพที่ตรงกับบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ this red hat.
ดูคำตอบ
I'd like to buy
What kind of store: การถามประเภท
What kind of + คำนาม ใช้ถามประเภทหรือหมวดหมู่ของสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการรู้ว่าร้านนี้เป็นร้านประเภทไหน ไม่ได้ถามชื่อร้าน kind ในที่นี้เป็นคำนามที่หมายถึง “ประเภท” หรือ “ชนิด” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ kind ที่หมายถึง “ใจดี” หรือ “มีน้ำใจ”
แบบฝึกหัด
คุณต้องการถามแบบปลายเปิดว่าอีกฝ่ายอยากดูภาพยนตร์แนวไหน ไม่ใช่ให้เลือกจากรายชื่อภาพยนตร์ที่รู้กันอยู่แล้ว ควรใช้ประโยคใด?
- What kind of movie do you want to watch?
- Do you want to watch a movie?
- Which movie do you want to watch?
ดูคำตอบ
What kind of movie do you want to watch?
How about: ใช้เสนอความคิด
How about ในที่นี้ใช้เริ่มต้นข้อเสนอ ผู้พูดเสนอ a kitten store เป็นความคิดให้อีกฝ่ายลองพิจารณา ไม่ได้เพียงถามให้บรรยายว่าร้านเป็นอย่างไร ใช้ How about + กลุ่มคำนาม เพื่อเสนอทางเลือก และใช้ How about + กริยารูป -ing เพื่อเสนอกิจกรรมหรือการกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์ด้วย How about: ____ the new cafe?
ดูคำตอบ
How about
store that sells: อนุประโยคสัมพันธ์หลังคำนาม
that sells kittens วางต่อจาก store ทันทีและบอกว่าเป็นร้านประเภทใด ส่วนนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ โดย that ย้อนกลับไปหมายถึง store และทำหน้าที่เป็นประธานของ sells รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำนามเอกพจน์ + that + กริยารูปบุรุษที่สามเอกพจน์” ใช้อธิบายว่าสถานที่หรือสิ่งของทำอะไร เนื่องจาก store เป็นเอกพจน์ sell จึงเติม -s เป็น sells
แบบฝึกหัด
ใช้ that และรูปที่ถูกต้องของ sell เติมประโยคให้สมบูรณ์: We found a shop ____ handmade soap.
ดูคำตอบ
that sells
I've already got: บอกว่ามีบางสิ่งอยู่แล้ว
I've เป็นรูปย่อของ I have ในประโยค I've already got a kitten วลี have got หมายถึง “มี” หรือ “เป็นเจ้าของ” ดังนั้น got ไม่ได้หมายถึง “มาถึงแล้ว” already แสดงว่าการมีสิ่งนั้นเป็นจริงอยู่แล้วในตอนนี้ ก่อนข้อเสนอหรือความคาดหมายปัจจุบัน ในบริบทนี้ยังอธิบายด้วยว่าทำไมจึงไม่ต้องการลูกแมวอีกตัว
แบบฝึกหัด
เพื่อนเสนอจะซื้อร่มให้ แต่คุณมีอยู่แล้ว คำตอบใดใช้ have got เพื่อบอกการมีอยู่ในปัจจุบัน
- No, thanks. I had an umbrella last year.
- No, thanks. I'll buy an umbrella tomorrow.
- No, thanks. I've already got an umbrella.
ดูคำตอบ
No, thanks. I've already got an umbrella.
help me find: ขอให้คนอื่นช่วยหา
“Help me find ...” เป็นการขอให้ผู้ฟังช่วยหาอะไรบางอย่างโดยตรง เนื่องจากขึ้นต้นด้วยคำกริยาในรูปคำสั่ง ในกิจกรรมที่ทำร่วมกันจึงอาจทำหน้าที่ทั้งเป็นคำขอและการมอบหมายงาน โครงสร้างคือ help + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน: help me find โดย find เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง me ส่วน Help me to find ก็ถูกไวยากรณ์ แต่รูปที่ไม่มี to ใช้กันบ่อยมากในบทสนทนาประจำวัน
แบบฝึกหัด
เติมคำขอให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบเป้าหมาย help me find: I can't see my keys. Could you ____ them?
ดูคำตอบ
help me find
so we can: ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำ
“So we can + คำกริยารูปพื้นฐาน” ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำก่อนหน้า กล่าวคือ การหาของมีขึ้นเพื่อให้สามารถนำของไปขายในภายหลังได้ ในที่นี้ so มีความหมายใกล้กับ so that หรือ in order that ไม่ได้แปลเพียงว่า “ดังนั้น” ใช้โครงสร้าง การกระทำ + so + ประธาน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน เพื่อเชื่อมการกระทำในปัจจุบันกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้นได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ so we can เพื่อบอกจุดประสงค์ของการกระทำแรก
- We can find the hotel, but the map is old.
- The hotel was nearby, so we walked there.
- Let's take a map so we can find the hotel.
ดูคำตอบ
Let's take a map so we can find the hotel.
won't be long: บอกว่าจะไม่ปล่อยให้รอนาน
Won't be long หมายความว่าการหายไปทำธุระ กิจกรรม หรือการรอคอยจะกินเวลาเพียงสั้น ๆ ในประโยคนี้ We won't be long ใช้ทำให้ผู้ฟังสบายใจ โดยบอกว่าผู้พูดจะทำเสร็จหรือกลับมาในไม่ช้า long ในที่นี้หมายถึงระยะเวลา ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพ ประธานสามารถเปลี่ยนได้ เช่น I won't be long หมายถึงคนคนหนึ่งจะหายไปเพียงครู่เดียว ส่วน The meeting won't be long หมายถึงการประชุมจะใช้เวลาไม่นาน
แบบฝึกหัด
คุณต้องเดินออกไปชั่วครู่และต้องการให้เพื่อนที่รออยู่สบายใจ ประโยคใดเป็นธรรมชาติที่สุด
- I won't be long.
- I won't be far.
- I wasn't long.
ดูคำตอบ
I won't be long.
What do kittens like?: การถามเกี่ยวกับความชอบ
What do kittens like? ใช้ถามว่าลูกแมวชอบสิ่งของหรือกิจกรรมอะไร ในที่นี้ like เป็นคำกริยาหลักที่หมายถึง “ชอบ” ไม่ได้หมายถึง “เหมือน” คำถาม present simple ที่ประธานเป็นพหูพจน์ใช้รูป What do + subject + like? โดย do ทำหน้าที่สร้างโครงสร้างคำถาม ดังนั้น like จึงคงรูปเดิม
แบบฝึกหัด
พนักงานร้านขายสัตว์เลี้ยงกำลังถามเกี่ยวกับความชอบของกระต่ายหลายตัว เติมคำถามให้สมบูรณ์: What ____ these rabbits like?
ดูคำตอบ
do
lilly pillies: พืชออสเตรเลียและผลของมัน
lilly pillies เป็นรูปพหูพจน์ของ lilly pilly ซึ่งเป็นชื่อสามัญที่ใช้ในออสเตรเลียสำหรับไม้พุ่มหรือต้นไม้หลายชนิด และยังใช้เรียกผลขนาดเล็กที่มักดูคล้ายเบอร์รีได้ด้วย ในประโยคนี้ คำนี้หมายถึงผลเล็ก ๆ ที่เด็ก ๆ จินตนาการให้เป็นอาหารของลูกแมว ชื่อนี้เป็นข้อมูลพื้นหลังเฉพาะภูมิภาคที่จำเป็นต่อการเข้าใจฉาก ไม่ได้หมายถึงดอกไม้ lily และไม่ใช่คำทั่วไปสำหรับลูกกวาดหรืออาหารสัตว์เลี้ยง
แบบฝึกหัด
ตามคำอธิบาย lilly pillies ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- การสะกดอีกแบบของ lilies
- คำภาษาอังกฤษทั่วไปที่หมายถึงอาหารแมว
- ชื่อพืชของออสเตรเลียที่ใช้เรียกผลเล็ก ๆ ของมันได้ด้วย
ดูคำตอบ
ชื่อพืชของออสเตรเลียที่ใช้เรียกผลเล็ก ๆ ของมันได้ด้วย
kitten treats: การใช้คำนามขยายคำนามอีกคำ
ใน kitten treats คำว่า treats เป็นคำนามหลัก หมายถึงขนมชิ้นเล็กพิเศษหรืออาหารที่ให้เป็นรางวัล ส่วนคำนาม kitten วางไว้ข้างหน้าเพื่อบอกว่าขนมนั้นมีไว้สำหรับใคร ภาษาอังกฤษมักวางคำนามหนึ่งไว้หน้าคำนามอีกคำเพื่อบอกจุดประสงค์ ผู้ใช้ หรือประเภท เช่น dog food และ baby clothes คำนามคำแรกมักคงรูปเอกพจน์ไว้ ดังนั้น kitten treats จึงเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติในที่นี้ Treats เป็นคำนามในประโยคนี้ ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงการปฏิบัติต่อใครหรือให้การรักษาพยาบาล
แบบฝึกหัด
วลีนามใดหมายถึง “ขนมที่มีไว้สำหรับสุนัข” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- dogs treat
- dog treats
- treat dogs
ดูคำตอบ
dog treats
a bit too + คำคุณศัพท์: เกินระดับที่เหมาะสมเล็กน้อย
ใน a bit too round คำว่า too หมายความว่าระดับความกลมเกินกว่าที่เหมาะสมในสถานการณ์นี้ ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งเหล่านั้นกลมมาก แต่กำลังบอกว่าความกลมนั้นทำให้ไม่เหมาะกับจุดประสงค์ที่ต้องการ โครงสร้าง a bit too + คำคุณศัพท์ช่วยให้การประเมินฟังนุ่มนวลขึ้น a bit ทำให้ส่วนที่เกินมาฟังดูเล็กน้อยและไม่ตรงเกินไป แต่ too ยังคงหมายถึงมากกว่าที่ต้องการหรือเหมาะสม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย a bit too + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกว่าแขนเสื้อยาวเกินระดับที่เหมาะสมเล็กน้อย: The jacket fits, but the sleeves are ____.
ดูคำตอบ
a bit too long
not all: การปฏิเสธบางส่วน
not all เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน ใน They're not all round คำว่า not จำกัดความหมายของ all ดังนั้นประโยคนี้จึงหมายความว่าอย่างน้อยบางอันไม่กลม ส่วนอันอื่นอาจยังกลมอยู่ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ามีกี่อันที่กลม แต่เพียงปฏิเสธแนวคิดที่ว่าทุกอันกลม
แบบฝึกหัด
เลือกความหมายที่ตรงกับประโยคนี้มากที่สุด: They're not all round.
- อย่างน้อยบางอันไม่กลม
- ไม่มีอันไหนกลมเลย
- ทุกอันกลม
ดูคำตอบ
อย่างน้อยบางอันไม่กลม
Hurry up: คำสั่งตรง ๆ ให้ขยับเร็วขึ้น
Hurry up เป็นกริยาวลีที่ใช้บ่อย หมายถึง “ขยับหรือทำให้เร็วขึ้น” ในประโยคคำสั่งนี้ ผู้พูดบอกอีกฝ่ายโดยตรงให้เร่งความเร็ว up ในที่นี้เป็นคำอนุภาคที่เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง วลีนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้เหมือนในคำบรรยาย หรือจะตามด้วยเหตุผลก็ได้: Hurry up, or we'll miss the bus.
แบบฝึกหัด
เพื่อนของคุณเคลื่อนไหวช้าเกินไปและรถบัสกำลังจะออก เติมคำสั่งด้วยกริยาวลีสองคำ: ____, or we'll miss the bus!
ดูคำตอบ
Hurry up
in such a hurry: อยู่ในสภาพที่รีบร้อนมาก
In such a hurry หมายถึง “อยู่ในสภาพที่รีบร้อนมาก” วลีนี้ตามหลัง be เพราะ in a hurry เป็นวลีบุพบท โดยมีโครงสร้าง in + such + a + คำนาม hurry คำว่า such ช่วยเน้นระดับในความหมายว่า “รีบร้อนมากขนาดนั้น” ใน you're always in such a hurry คำว่า always ทำให้สิ่งที่ไม่ใช่แค่การรีบเพียงครั้งเดียวกลายเป็นคำพูดถึงนิสัยที่เกิดซ้ำ น้ำเสียงอาจทำให้ฟังเหมือนเป็นการตำหนิเล็กน้อยได้ hurry ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำสั่งให้ขยับเร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
ใช้ in such a hurry เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya was ____ that she forgot her phone.
ดูคำตอบ
in such a hurry
play shop: เล่นบทบาทสมมติขายของ
ในที่นี้ play shop หมายถึงการสมมติว่าร้านเปิดอยู่ แล้วเล่นเป็นลูกค้าหรือคนขาย เป็นชื่อของการเล่นสมมติ ไม่ใช่การทำธุรกิจจริง ในรูปแบบการเล่นของเด็กนี้ play ตามด้วยชื่อหรือหัวข้อของกิจกรรมที่สมมติขึ้น Shop ทำหน้าที่เป็นชื่อการเล่น จึงไม่ต้องมี a หรือ the ข้างหน้า: play shop
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงเด็ก ๆ กำลังสมมติว่าตนเองเปิดร้าน?
- The children are going shopping for new toys.
- The children are running a real shop with their parents.
- The children are playing shop with toy money.
ดูคำตอบ
The children are playing shop with toy money.
Can we please start?: ขอให้เริ่มอย่างสุภาพ
Can we please start? เป็นการขอให้ทุกคนเริ่ม ในที่นี้ Can we...? ใช้ขอความเห็นชอบหรือการอนุญาต ไม่ได้ถามว่าทุกคนมีความสามารถทางกายที่จะเริ่มหรือไม่ โครงสร้างคือ Can we please + กริยารูปพื้นฐาน? คำว่า please ทำให้คำขอนุ่มนวลขึ้น แต่ในบางบริบทก็ยังสื่อได้ว่าผู้พูดรอมาสักพักแล้วและต้องการให้เริ่มทันที
แบบฝึกหัด
เติมคำขอที่สุภาพโดยใช้ Can we please และกริยารูปพื้นฐาน start: ____ the game?
ดูคำตอบ
Can we please start
feeling sick yet?: ถามว่าสภาวะหนึ่งเริ่มขึ้นแล้วหรือยัง
ใน feeling sick yet? คำว่า yet หมายถึง “จนถึงตอนนี้” หรือ “ตอนนี้แล้วหรือยัง” คำถามนี้ถามว่าอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกไม่สบายแล้วหรือยัง เมื่อใช้บอกเวลา yet มักอยู่ใกล้ท้ายประโยคคำถาม คำนี้แสดงว่าผู้พูดคิดว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเกิดขึ้น และต้องการรู้ว่าตอนนี้เกิดขึ้นแล้วหรือยัง ในที่นี้ yet เป็นคำวิเศษณ์บอกเวลา ไม่ใช่คำสันธานที่แปลว่า “แต่”
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ถามว่าเหตุการณ์ที่คาดไว้เกิดขึ้นแล้วหรือยังให้ประโยคสมบูรณ์: Has the download finished ____?
ดูคำตอบ
yet
I'm fine: บอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร
ในคำตอบนี้ I'm fine หมายถึง “ฉันไม่เป็นไร” หรือ “ไม่มีอะไรผิดปกติ” เป็นการทำให้คนที่ถามเรื่องอาการป่วยสบายใจขึ้น ที่นี่ fine ใช้บอกสภาพของผู้พูด ไม่ได้หมายถึง “ละเอียด” หรือ “บอบบาง” คำตอบสั้น ๆ นี้ยังใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ ความรู้สึก หรือสภาพโดยรวมได้ด้วย คำถามก่อนหน้าจะบอกว่า fine หมายถึงด้านใด ในประโยคนี้หมายถึงผู้พูดไม่ได้รู้สึกไม่สบาย
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Are you okay?” คำตอบใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าไม่มีอะไรผิดปกติ?
- I'm detailed, thanks.
- I'm fine, thanks.
- I'm finished, thanks.
ดูคำตอบ
I'm fine, thanks.
It doesn't matter: บอกว่าบางสิ่งไม่มีผลต่อผลลัพธ์
It doesn't matter หมายความว่าสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นไม่สำคัญหรือไม่ทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ matter เป็นคำกริยาที่หมายถึง “สำคัญ” หรือ “มีผลต่อผลลัพธ์” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “เรื่องหรือประเด็น” ประโยคนี้ใช้ตอบเพียงลำพังเพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจหรือลดความสำคัญของปัญหาเล็กน้อยได้ กล่าวคือ สถานการณ์นั้นไม่ใช่เหตุให้ต้องหยุดหรือกังวล
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบที่ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: “I brought blue paper instead of red.” “____. Either color is fine.”
ดูคำตอบ
It doesn't matter
if you don't have money: ใช้ if เพื่อบอกเงื่อนไข
ใน if you don't have money คำว่า if ใช้นำเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์ You can't buy anything เป็นจริง รูปแบบคือ ผลลัพธ์ + if + เงื่อนไข เมื่อประโยคบอกกฎหรือเงื่อนไขในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยค if แม้ว่าผลลัพธ์จะเกี่ยวกับอนาคตก็ตาม ดังนั้น don't have จึงเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติในที่นี้ ไม่ใช่ won't have และสามารถวางอนุประโยค if ไว้ต้นประโยคได้ด้วย: If you don't have money, you can't buy anything.
แบบฝึกหัด
เติมกฎด้วยรูปปฏิเสธ present ของ have ที่ใช้ในบทเรียน: You can't enter if you ____ a ticket.
ดูคำตอบ
don't have
the round ones ... the bumpy ones: ใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์
ใน the round ones และ the bumpy ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่รู้กันอยู่แล้วจากบริบท ส่วน round และ bumpy ใช้ระบุวัตถุสองกลุ่มภายในวัตถุประเภทนั้น จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ โครงสร้าง the + คำคุณศัพท์ + ones หมายถึง “สิ่งของหลายชิ้นที่มีลักษณะนั้น” ตรงนี้ ones เป็นคำที่ใช้แทนคำนาม ไม่ใช่เลข one
แบบฝึกหัด
เติม one หรือ ones ลงในประโยค ประโยคนี้กล่าวถึงเก้าอี้หลายตัว: The wooden chairs are heavy, but the plastic ____ are light.
ดูคำตอบ
ones
Okey dokey: การตอบตกลงแบบขี้เล่น
Okey dokey เป็นรูปแบบของ okay ที่ตั้งใจให้คล้องจองและฟังดูขี้เล่น ในประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดยอมรับข้อเสนอและพร้อมทำตาม มักมีความหมายว่า “โอเค” “ได้เลย” หรือ “เข้าใจแล้ว” แต่เพิ่มน้ำเสียงที่เบาสบายและร่าเริง ไม่ใช่การสะกดผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
คำตอบนี้เหมาะสมหรือไม่ ในการสัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการ ผู้สมัครตอบรับคำสั่งว่า “Okey dokey!”
- เหมาะสม
- ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
dollar bucks: ชื่อสนุก ๆ สำหรับเงินสมมติ
Buck เป็นคำไม่เป็นทางการที่หมายถึง dollar อยู่แล้ว การนำ dollar กับ bucks มารวมกันจึงเป็นการพูดความหมายเดิมซ้ำ และ dollar bucks ไม่ใช่ศัพท์มาตรฐานเกี่ยวกับเงิน ในที่นี้ เด็ก ๆ ใช้เป็นชื่อสนุก ๆ ของเงินสมมติในเกม ให้เข้าใจว่านี่เป็นภาษาสร้างสรรค์แบบเด็ก ๆ ไม่ใช่ชื่อทางการเงินที่มีความหมายตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
dollar bucks ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- ชื่อทางเทคนิคของเหรียญที่มีมูลค่าหนึ่งดอลลาร์
- ศัพท์ทางการของธนาคารสำหรับสกุลเงินสหรัฐฯ
- ชื่อสนุก ๆ ที่เด็ก ๆ ใช้เรียกเงินสมมติ
ดูคำตอบ
ชื่อสนุก ๆ ที่เด็ก ๆ ใช้เรียกเงินสมมติ
let's get going: เริ่มกิจกรรมหรือออกเดินทาง
Let's เป็นรูปย่อของ let us ใช้ชวนผู้พูดและคนอื่น ๆ ให้ทำบางอย่างร่วมกัน ส่วน get going หมายถึงเริ่มเคลื่อนไหวหรือเริ่มทำบางอย่างได้ ในประโยคนี้ let's get going ใช้ผลักดันให้กิจกรรมเริ่มเดินหน้า และหมายถึง “มาเริ่มกันเถอะ” ในบริบทอื่น วลีเดียวกันอาจหมายถึง “ออกเดินทางกันตอนนี้เถอะ” ดังนั้น going จึงไม่ได้หมายถึงการเดินเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “มาเริ่มเคลื่อนไหวกันเถอะ”: The bus leaves in two minutes. ____, or we'll miss it.
ดูคำตอบ
Let's get going
we've run out: บอกว่าสินค้าไม่มีเหลือแล้ว
ในที่นี้ we've run out หมายความว่าสินค้านั้นหมดแล้ว จึงไม่สามารถให้ได้ในตอนนี้ ในร้านค้าหรือคาเฟ่ อาจหมายความว่าสินค้านั้นขายหมดแล้ว run out ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวิ่งไปที่ใดที่หนึ่ง we've เป็นรูปย่อของ we have รูป present perfect เน้นผลที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้ระบุว่าสิ่งใดหมดเพราะผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร หากต้องการระบุสิ่งของ ให้ใช้ run out of + คำนาม
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง run out ที่ถูกต้องในประโยค: Sorry, we've ____ oat milk.
ดูคำตอบ
run out of
have to be sad: กำหนดปฏิกิริยาที่ต้องแสดง
have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงข้อกำหนดหรือสิ่งที่ต้องทำ ใน have to be sad คำว่า be เป็นกริยารูปพื้นฐาน ส่วน sad บอกสภาพหรือปฏิกิริยาที่อีกฝ่ายต้องแสดง ในที่นี้ผู้พูดกำลังกำหนดกติกาสำหรับการเล่นสมมติ หลังจากได้ยินข่าว อีกฝ่ายต้องแสดงท่าทางเศร้า ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเศร้าตามธรรมชาติอย่างแน่นอน และ have ก็ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งสำหรับการแสดงบทบาทด้วย have to: In this scene, you ____ be surprised when the door opens.
ดูคำตอบ
have to
I want it to be that ...: ใช้เลือกกติกาในเรื่องสมมติ
ในเกมสมมตินี้ I want it to be that ... หมายถึง “ฉันอยากให้เรื่องหรือกติกาที่เราใช้เป็นแบบนี้” คำว่า it หมายถึงสถานการณ์สมมติทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงเค้กหรือสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง อนุประโยคหลัง that บอกเรื่องราวแบบใหม่ที่ผู้พูดอยากให้ทุกคนยอมรับ วลีนี้ใช้ตกลงกันว่าอะไรจะเป็นจริงในเรื่องที่แต่งร่วมกัน แม้สิ่งนั้นจะไม่เป็นจริงในชีวิตจริงก็ตาม
แบบฝึกหัด
ในเกมสมมติ ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อใช้ I want it to be that ...?
- พยายามเปลี่ยนสิ่งของจริงชิ้นหนึ่งให้เป็นสิ่งของอีกชิ้น
- ถามว่าร้านค้าจริงมีสินค้าบางอย่างในสต็อกหรือไม่
- เลือกกติกาใหม่ให้เรื่องสมมติ
ดูคำตอบ
เลือกกติกาใหม่ให้เรื่องสมมติ
do have: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่าเชิงบวก
ใน we do have ... คำว่า do ใช้เน้นประโยคบอกเล่าเชิงบวก โดยมีความหมายว่า “เรามีจริง ๆ” หรือ “เรามีแน่นอน” และมักใช้แก้ความคิดที่ว่าไม่มีสิ่งนั้น โครงสร้างคือ do/does/did + กริยาหลักรูปพื้นฐาน ในที่นี้ do รับหน้าที่เน้น ส่วน have คงอยู่ในรูปพื้นฐาน และ do ไม่ได้หมายถึงการกระทำอีกอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เพื่อนคิดว่าไม่มีตั๋วเหลือแล้ว เติมคำตอบโดยใช้ do เพื่อเน้น: We ____ two tickets left.
ดูคำตอบ
do have
the one you want: one กับอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความ
ในที่นี้ the one you want หมายถึง “สิ่งชิ้นนั้นที่คุณต้องการ” one เป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ซึ่งกล่าวถึงแล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท จึงไม่ได้หมายถึงเลข 1 You want เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความที่วางหลัง one เพื่อระบุว่าเป็นสิ่งชิ้นไหน โดยละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมไว้ ดังนั้น the one you want จึงมีความหมายเหมือน the one that you want
แบบฝึกหัด
มีเสื้อโค้ตหลายตัวอยู่บนราว ใช้ one เพื่อไม่ต้องพูด coat ซ้ำ และละ that: This is ____.
ดูคำตอบ
the one you want
I don't know what you're talking about: ความสับสนหรือการปฏิเสธ
I don't know what you're talking about อาจมีความหมายตรงตัวว่าผู้พูดไม่สามารถระบุหรือเข้าใจหัวข้อที่อีกฝ่ายพูดถึงได้ what you're talking about เป็นอนุประโยคคำถามแบบ wh ที่ฝังอยู่ ทำหน้าที่เป็นกรรมของ know และหมายถึง “สิ่งหรือหัวข้อที่คุณกำลังพูดถึง” เมื่อใช้เป็นคำตอบที่จบในตัวเอง ประโยคนี้ยังอาจสื่อว่าผู้พูดรู้สึกว่าคำอธิบายนั้นชวนสับสนหรือไม่มีเหตุผล หรือไม่ยอมรับข้อกล่าวอ้างของอีกฝ่าย สถานการณ์และน้ำเสียงเป็นตัวกำหนดว่าความหมายเพิ่มเติมนี้จะแรงเพียงใด
แบบฝึกหัด
ในการประชุมที่เป็นทางการ คุณต้องการขอให้เพื่อนร่วมงานอธิบายอีกครั้งอย่างสุภาพ แต่กลับพูดว่า “I don't know what you're talking about” ด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่ถามอะไรต่อ วิธีนี้เหมาะสมหรือไม่?
- ไม่ค่อยเหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่ค่อยเหมาะสม
I don't think ... should be able to ... เพื่อแสดงความเห็นเชิงปฏิเสธ
I don't think + อนุประโยค เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยในการแสดงความเห็นเชิงปฏิเสธ แม้ not จะอยู่กับ think แต่โดยทั่วไปสิ่งที่ถูกปฏิเสธจริง ๆ คือใจความในอนุประโยคถัดไป กล่าวคือ ผู้พูดคิดว่าสถานการณ์นั้นไม่ควรเกิดขึ้น ใน should be able to talk คำว่า should ใช้ประเมินว่ากฎหรือสถานการณ์ควรอนุญาตอะไร ส่วน be able to หมายถึงการมีความสามารถ ในที่นี้ผู้พูดกำลังบอกว่าในเกม ลูกแมวไม่ควรมีความสามารถในการพูด ไม่ใช่แค่บอกข้อเท็จจริงว่าลูกแมวจริง ๆ พูดไม่ได้
แบบฝึกหัด
ในเว็บไซต์ที่ใช้งานร่วมกัน คุณกำลังตัดสินใจว่าบัญชีผู้เยี่ยมชมทำอะไรได้บ้าง ประโยคใดแสดงความเห็นว่าบัญชีเหล่านั้นไม่ควรมีสิทธิ์ลบไฟล์
- Guest accounts can't delete files.
- I don't think guest accounts should be able to delete files.
- I don't know whether guest accounts can delete files.
ดูคำตอบ
I don't think guest accounts should be able to delete files.
definitely can't talk: ความมั่นใจอย่างมากในข้อความปฏิเสธ
ใน definitely can't talk คำว่า definitely ใช้เน้นข้อความปฏิเสธทั้งหมดคือ can't talk ให้หนักแน่นขึ้น ผู้พูดมั่นใจว่าการพูดเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในรูปแบบนี้ definitely อยู่หน้า can't ทำให้เห็นชัดว่าผู้พูดมั่นใจว่าบางสิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ คำนี้ไม่ได้บอกลักษณะหรือวิธีการพูด
แบบฝึกหัด
คุณทดสอบแล็ปท็อปเครื่องเก่าหลายครั้งแล้วและมั่นใจอย่างเต็มที่ว่ามันใช้โปรแกรมใหม่ไม่ได้ ประโยคใดตรงกับระดับความมั่นใจนี้มากที่สุด
- The old laptop definitely can't run the new program.
- The old laptop probably can't run the new program.
- The old laptop might not be able to run the new program.
ดูคำตอบ
The old laptop definitely can't run the new program.
go like this: ใช้เกริ่นก่อนสาธิต
ในประโยคนี้ go like this หมายถึง “ทำแบบนี้” หรือ “ส่งเสียงแบบนี้” คำว่า go ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ไหน ผู้พูดกำลังจะสาธิตเสียงที่ควรทำ ใช้ go like this ก่อนหรือระหว่างสาธิตท่าทาง สีหน้า หรือเสียง โดย this ชี้ไปยังสิ่งที่ผู้ฟังมองเห็นหรือได้ยินจากการสาธิต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เกริ่นนำท่าทางที่ผู้พูดกำลังสาธิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Watch me—you are like this with your hands.
- Watch me—you go like this with your hands.
- Watch me—you go to this with your hands.
ดูคำตอบ
Watch me—you go like this with your hands.
when you want something: ใช้ when กับสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
when you want something เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when และบอกสถานการณ์ที่ควรทำกริยาในประโยคหลัก นั่นคือทุกครั้งที่คุณอยากได้อะไร when ตรงนี้ไม่ได้ใช้ถามเวลาตามนาฬิกา ในกฎหรือกิจวัตร when อาจหมายถึง “เมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์นี้เกิดขึ้น” เมื่อพูดถึงปัจจุบันหรืออนาคต ปกติอนุประโยค when จะใช้รูปปัจจุบัน want ไม่ใช่ will want
แบบฝึกหัด
คุณรู้ว่าเพื่อนกำลังจะมา ประโยคใดขอให้เพื่อนโทรหาเมื่อมาถึง
- Call me because you arrive.
- Call me when you arrive.
- Call me if you arrive.
ดูคำตอบ
Call me when you arrive.