บลูอี้และบิงโกปีนภูเขาพ่อแม่! | ภูเขาพ่อแม่ | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
163 คำ 147 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: บลูอี้กับบิงโกแข่งกันปักธงให้ได้ก่อนบนยอดภูเขาสมมติ กระเป๋าที่หนักและการหยุดหลายครั้งทำให้บิงโกช้าลง แต่อุปกรณ์ที่เธอเตรียมมากลับช่วยให้เธอช่วยบลูอี้ได้เมื่อการปีนเริ่มอันตราย การแข่งขันของทั้งคู่จึงเปลี่ยนเป็นการร่วมมือกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Whoever plants their flag first wins. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า Whoever ใช้ระบุว่าใครก็ตามที่ทำตามเงื่อนไขได้จะเป็นผู้ชนะ เมื่อต้องอธิบายกติกาของเกม สามารถเปลี่ยนส่วนการกระทำเป็นอย่างอื่น เช่น เข้าเส้นชัยก่อน เพื่อบอกได้อย่างชัดเจนว่าการแข่งขันหรือภารกิจหนึ่งตัดสินผู้ชนะอย่างไร 2. were taking ages. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: รู้จักสำนวนภาษาพูดที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลีย ซึ่งหมายถึงบางสิ่งใช้เวลานานมาก ช่วยให้เข้าใจน้ำเสียงบ่นอย่างไม่อดทนเมื่อเกิดความล่าช้า และใช้บรรยายคนที่เคลื่อนไหวหรือเตรียมตัวช้ากว่าที่คาดไว้มากได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. Hold on. — กริยาวลี: ตีความได้ว่าในฉากนี้เป็นคำสั่งเร่งด่วนให้จับไว้ให้แน่นหรืออดทนต่อไป ไม่ใช่แค่ขอให้รอ สามารถเข้าใจและใช้ในสถานการณ์ปีนป่าย ช่วยเหลือ หรือเกิดอันตราย ซึ่งต้องบอกให้อีกฝ่ายออกแรงยึดจับพร้อมกับปลอบให้มั่นใจทันที

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bluey!

0:02

บลูอี้!

We can have a race to the top. วลี

0:03

เรามาแข่งปีนไปถึงยอดกันเถอะ

วลี

have a race to the top: ระบุเส้นชัยของการแข่งขัน

ใน have a race คำว่า have หมายถึง “เข้าร่วม” หรือ “จัด” การแข่งขัน ไม่ได้หมายถึง “มีไว้ในครอบครอง” วลีทั้งหมดหมายถึงการแข่งกัน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to บอกจุดหมายหรือเส้นชัย: to the top ใช้ have a race to + สถานที่ เมื่อชวนกันแข่งว่าใครจะไปถึงสถานที่นั้นก่อน

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: Let's ____ the gate.

ดูคำตอบ

have a race to

Whoever plants their flag first wins. ไวยากรณ์

0:05

ใครปักธงได้ก่อนชนะ

ไวยากรณ์

Whoever ... first wins: กติกาที่บอกว่าใครทำก่อนคนนั้นชนะ

ในที่นี้ whoever ไม่ได้ใช้ถามว่า “คนไหน” แต่หมายถึง “ใครก็ตามที่...” กลุ่มคำ Whoever plants their flag first ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน wins บอกผลลัพธ์ ใช้โครงสร้าง Whoever + การกระทำ + first + wins/gets a reward เพื่อบอกกติกาเกม first ชี้ถึงคนที่ทำการกระทำนั้นเสร็จก่อนที่สุด และ their ใช้แทนคนคนเดียวได้เมื่อไม่ทราบหรือไม่สำคัญว่าเป็นเพศใด

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่บอกกติกาเกมแทนที่จะถามคำถาม

  1. Who reaches the door first?
  2. Whoever reaches the door first wins.
  3. The person reaches the door first wins.
ดูคำตอบ

Whoever reaches the door first wins.

Ready?

0:08

พร้อมไหม?

Go!

0:10

ไป!

Wait, I'm going to get climbing stuff. โน้ต

0:11

เดี๋ยวก่อน หนูไปเอาของปีนเขาก่อน

ไวยากรณ์

I'm going to get climbing stuff: ใช้ be going to บอกขั้นตอนถัดไปที่ตัดสินใจไว้แล้ว

be going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกแผนหรือความตั้งใจที่ผู้พูดคิดไว้แล้ว ในที่นี้ I'm going to get... แสดงว่าการไปเอาของสำหรับปีนป่ายคือขั้นตอนถัดไปที่ตัดสินใจไว้แล้ว ในโครงสร้างนี้ going to ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อบอกแผนในอนาคต ประเด็นหลักไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปที่ใด แต่ get คือคำกริยาที่บอกการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมรูป be going to เพื่อบอกแผนที่ตัดสินใจไว้แล้ว: I ____ check the map before we leave.

ดูคำตอบ

am going to

วลี

get climbing stuff: get + สิ่งของ และ stuff แบบไม่เป็นทางการ

get + สิ่งของ อาจหมายถึงไปเอา หาให้ได้ หรือเตรียมให้พร้อม ขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้ get climbing stuff หมายถึงไปเอาหรือรวบรวมของที่ต้องใช้สำหรับปีนป่าย ไม่ได้ระบุว่าต้องซื้อของเหล่านั้น climbing บอกว่าของเหล่านั้นใช้ทำอะไร ส่วน stuff เป็นคำนามนับไม่ได้แบบไม่เป็นทางการ ใช้เรียกสิ่งของหลายอย่างรวมกันโดยไม่ต้องบอกชื่อทีละชิ้น

แบบฝึกหัด

หมวกนิรภัยอยู่ในรถ ประโยคใดใช้ get ในความหมายว่าไปเอามา?

  1. I'm going to leave our helmets in the car.
  2. I'm going to get our helmets from the car.
  3. I'm going to keep our helmets in the car.
ดูคำตอบ

I'm going to get our helmets from the car.

Bingo, we only have 5 minutes.

0:13

บิงโก เรามีเวลาแค่ 5 นาทีนะ

Don't start without me. น้ำเสียง/เจตนา

0:15

อย่าเพิ่งเริ่มถ้าไม่มีหนูสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Don't start without me: ขอให้คนอื่นรอคุณก่อนเริ่ม

Don't start without me. เป็นคำขอโดยตรงให้อีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งรอจนกว่าผู้พูดจะเข้าร่วมได้ ส่วน without me สื่อใจความสำคัญว่าผู้พูดไม่ต้องการถูกกันออกจากกิจกรรมนั้น Don't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้สร้างประโยคคำสั่งปฏิเสธ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ Don't + การกระทำ + without me ซึ่งหมายถึงอย่าทำสิ่งนั้นโดยไม่รวมผู้พูดด้วย

แบบฝึกหัด

คุณยังไม่พร้อมและเพื่อนร่วมทีมกำลังจะเริ่มเกม คุณควรพูดว่าอะไรหากต้องการให้พวกเขารอคุณ?

  1. You can start without me.
  2. Don't start without me.
  3. Don't wait for me.
ดูคำตอบ

Don't start without me.

All packed. วลี

0:29

เก็บของเสร็จหมดแล้ว

วลี

All packed: บอกว่าเก็บของเสร็จแล้ว

All packed. เป็นคำรายงานสถานะสั้น ๆ ในบทสนทนา หมายความว่าสิ่งของที่เกี่ยวข้องถูกเก็บหรือจัดใส่เรียบร้อยแล้ว หรือผู้พูดเก็บของเสร็จและพร้อมแล้ว packed เป็นคำกริยาช่อง participle ที่อธิบายผลลัพธ์ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ ประธานและรูปหนึ่งของ be ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากสถานการณ์ รูปประโยคเต็มอาจเป็น Everything is packed, It's all packed หรือ We're all packed ตามบริบท ส่วน All is packed ไม่ใช่รูปเต็มที่ใช้กันตามปกติ

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า Are you ready to leave? คำตอบสั้น ๆ ข้อใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณเก็บของเสร็จแล้ว?

  1. Still packing.
  2. Nothing packed yet.
  3. All packed.
ดูคำตอบ

All packed.

Ready, set, go! วัฒนธรรม

0:30

เข้าที่ ระวัง ไป!

วัฒนธรรม

Ready, set, go!: สัญญาณเริ่มแบบตายตัว

“Ready, set, go!” เป็นคำพูดนับถอยหลังแบบตายตัวที่ใช้ก่อนการแข่งขัน เกม หรือกิจกรรมจับเวลาเริ่มขึ้น ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณเริ่มเพียงหนึ่งชุด ไม่ใช่คำสั่งทั่วไปสามคำที่แยกจากกัน “Ready” บอกให้ผู้เข้าร่วมเตรียมตัว “set” หมายถึงการเข้าสู่ท่ารอสุดท้าย และ “go” คือสัญญาณให้เริ่ม

แบบฝึกหัด

เติมคำพูดเริ่มการแข่งขันแบบตายตัวจากตัวอย่างให้สมบูรณ์: Ready, ____, go!

ดูคำตอบ

set

Wait, I forgot the music box.

0:31

เดี๋ยวก่อน หนูลิมกล่องดนตรี

Bingo.

0:33

บิงโก

That's it, I'm starting. น้ำเสียง/เจตนา

0:35

เอาล่ะ ฉันเริ่มแล้วนะ

น้ำเสียง/เจตนา

That's it: ยุติการรอและลงมือทันที

ใน “That's it, I'm starting,” วลี “That's it” เป็นการขีดเส้นยุติการรอ ผู้พูดตัดสินใจแล้วว่ารอมาพอแล้วและจะลงมือทันที ส่วน “I'm starting” ทำให้การตัดสินใจนั้นชัดเจน วลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งของตามความหมายตรง ๆ ประโยคย่อยที่ตามมาและน้ำเสียงของผู้พูดแสดงให้เห็นความหมายที่หนักแน่นและเป็นการกำหนดขอบเขตในที่นี้

แบบฝึกหัด

เพื่อนยังคงถ่วงเวลา คุณตัดสินใจว่าจะไม่รออีกและจะออกไปทันที ประโยคใดเหมาะสมที่สุด

  1. That's it—I'm leaving now.
  2. That's right—the meeting starts at six.
  3. That's all I packed for the trip.
ดูคำตอบ

That's it—I'm leaving now.

Ready!

0:41

พร้อมแล้ว!

Hey, you didn't wait for me. วลี

0:42

เฮ้ พี่ไม่รอหนูเลย

วลี

wait for me: ใช้ for หน้าคนหรือสิ่งของที่รอ

เมื่อระบุคนหรือสิ่งของที่กำลังรอ ให้ใช้ wait for + คนหรือสิ่งของ ในประโยคนี้ for นำหน้า me ดังนั้น wait for me จึงหมายถึงรอจนกว่าฉันจะมาถึงหรือพร้อม wait ใช้เดี่ยว ๆ ในความหมายว่า “รอสักครู่” ได้ แต่ภาษาอังกฤษมาตรฐานไม่ใช้ wait me ในความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า “อยู่รอตรงนี้จนกว่าน้องชายของคุณจะมาถึง”: Please wait ____ your brother by the gate.

ดูคำตอบ

for

You were taking ages. วลี

0:44

เธอชักช้าเองนี่

วลี

were taking ages: พูดแบบไม่เป็นทางการว่าอีกฝ่ายช้าเกินไป

take ages เป็นวิธีพูดแบบไม่เป็นทางการและเกินจริงว่าสิ่งหนึ่งใช้เวลานานมาก ages ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ยาวนาน ไม่ได้หมายถึงอายุหลายช่วงของผู้คน were taking เป็นรูปอดีตกำลังดำเนินอยู่ แสดงว่าความล่าช้ายังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาอดีตที่กำลังพูดถึง เมื่อพูดกับ you โดยตรง ประโยคนี้มักสื่อความไม่อดทนหรือบ่นเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายช้าเกินไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ take ages เพื่อบ่นว่าอาหารเย็นยังไม่เสร็จ: Dinner is ____ to cook.

ดูคำตอบ

taking ages

I was packing important mountain stuff.

0:46

หนูมัวแต่จัดของสำคัญสำหรับปีนเขาอยู่นี่นา

This is hard.

0:56

นี่ยากจัง

Your backpack's too heavy.

0:57

กระเป๋าเป้เธอหนักเกินไปนะ

That's why. ลำดับความ

0:59

มิน่าล่ะ

ลำดับความ

That's why: ชี้กลับไปยังเหตุผลที่เพิ่งกล่าวถึง

“That” ชี้ย้อนกลับไปยังใจความทั้งหมดของประโยคก่อนหน้า ซึ่งก็คือกระเป๋าเป้หนักเกินไป ส่วน “Why” บอกว่าใจความนั้นเป็นเหตุผลของผลลัพธ์ที่เข้าใจกันอยู่แล้วในบทสนทนา ประโยคสั้นนี้จึงหมายถึง “นั่นแหละเหตุผล” That's why ใช้เป็นประโยคเดี่ยวได้เมื่อผลลัพธ์ชัดเจนจากบริบท ในรูปแบบที่ครบกว่า ให้บอกเหตุก่อน แล้วตามด้วย That's why + ผลลัพธ์: The path was icy. That's why we walked slowly.

แบบฝึกหัด

การยกเลิกรถไฟทำให้เราต้องขึ้นรถบัส ประโยคใดใช้ That's why ได้ถูกต้อง

  1. The train was cancelled. That's why we took the bus.
  2. We took the bus. That's why the train was cancelled.
  3. The train was cancelled. That's because we took the bus.
ดูคำตอบ

The train was cancelled. That's why we took the bus.

But it's got all my climbing stuff and my map of Mount Mumandad. โน้ต

1:01

แต่มันมีอุปกรณ์ปีนเขาของหนูกับแผนที่ภูเขาพ่อแม่อยู่ครบเลยนะ

น้ำเสียง/เจตนา

But it's got ...: ปกป้องสิ่งที่เลือกด้วยเหตุผลโต้แย้ง

But ที่ต้นประโยคบอกว่าผู้พูดกำลังโต้แย้งคำวิจารณ์ก่อนหน้า กระเป๋าเป้อาจหนักจริง แต่ผู้พูดกำลังให้ข้อมูลที่สนับสนุนการนำมันไปด้วย ใน it's got ตัว 's หมายถึง has คือกระเป๋าเป้มีหรือบรรจุอุปกรณ์ปีนเขาและแผนที่ เมื่อนำมารวมกัน But it's got ... ทำหน้าที่แก้ต่างว่า “คำวิจารณ์นั้นอาจจริง แต่ฉันมีเหตุผลที่ดีสำหรับการเลือกนี้”

แบบฝึกหัด

มีคนพูดว่า “กล่องใบนั้นหนักเกินกว่าจะนำไปด้วย” คำตอบใดปกป้องการนำกล่องไปโดยให้เหตุผลโต้แย้ง

  1. It's on the floor by the door.
  2. And it is heavier than the other box.
  3. But it's got all the tools we need.
ดูคำตอบ

But it's got all the tools we need.

วลี

it's got ...: บอกการมีหรือสิ่งที่อยู่ข้างในในปัจจุบัน

ใน it's got ตัว 's ย่อมาจาก has ประโยค It has got all my climbing stuff หมายความว่าสิ่งนั้นมีอุปกรณ์ปีนเขาทั้งหมดของผู้พูดอยู่ข้างใน have got ในที่นี้บอกสภาพการมีหรือสิ่งที่บรรจุอยู่ในปัจจุบัน ส่วน got ไม่ใช่อดีตกาลแบบธรรมดาที่หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง have got: My backpack ____ everything I need for the hike.

ดูคำตอบ

has got

วัฒนธรรม

Mount Mumandad: ชื่อภูเขาสมมติที่สร้างจาก Mum + and + Dad

Mount วางไว้หน้าชื่อภูเขา ส่วน Mumandad นำ Mum, and และ Dad มารวมเป็นชื่อเฉพาะแบบสนุก ๆ ดังนั้น Mount Mumandad จึงเข้าใจได้ว่าเป็น “ภูเขาแม่พ่อ” ชื่อนี้เป็นชื่อสมมติที่ใช้ในการเล่นบทบาทสมมติในครอบครัว ไม่ใช่สถานที่จริงบนแผนที่ ความสนุกอยู่ที่การนำคำเรียกสมาชิกครอบครัวในชีวิตประจำวันมาทำให้ฟังเหมือนชื่อภูเขาที่ยิ่งใหญ่

แบบฝึกหัด

Mount Mumandad ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อภูเขาสมมติแบบสนุก ๆ ที่สร้างจาก Mum และ Dad
  2. ชื่อยี่ห้อแผนที่สำหรับพ่อแม่
  3. ชื่อทางการของภูเขาจริง
ดูคำตอบ

ชื่อภูเขาสมมติแบบสนุก ๆ ที่สร้างจาก Mum และ Dad

Yes, I'm going the right way. วลี

1:08

ใช่แล้ว ฉันมาถูกทางแล้ว

วลี

go the right way: ไปตามเส้นทางที่ถูกต้อง

ในประโยคนี้ I'm going the right way หมายถึงผู้พูดกำลังไปตามเส้นทางที่ถูกต้องหรือไปในทิศทางที่ถูกต้อง คำว่า way ในที่นี้หมายถึงเส้นทางหรือทิศทาง ไม่ใช่วิธีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลังคำกริยาที่บอกการเคลื่อนที่อย่าง go สามารถใช้ the right way เพื่อบอกทิศทางได้โดยตรง เช่น go the right way ส่วนคำตรงข้ามคือ go the wrong way

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าเส้นทางไปสถานีถูกต้องหรือไม่

  1. Are we going the right way to the station?
  2. Are we having the right way to the station?
  3. Are we doing the right way to the station?
ดูคำตอบ

Are we going the right way to the station?

Oh, Bingo.

1:11

โธ่ บิงโก

This is a nice view. วลี

1:15

วิวสวยจังเลย

วลี

a nice view: ทิวทัศน์ที่น่ามองจากจุดหนึ่ง

ในประโยคนี้ a nice view หมายถึงภาพทิวทัศน์ที่น่ามองจากจุดที่ผู้พูดอยู่ คำว่า view ในความหมายนี้เป็นคำนามนับได้ จึงต้องมี a เป็น a nice view หากต้องการบอกว่ามองเห็นอะไร ให้ใช้ a view of + สถานที่หรือสิ่งของ เช่น a view of the sea ในที่นี้ view หมายถึงภาพที่มองเห็น ไม่ใช่ความคิดเห็น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายสิ่งที่มองเห็นจากห้องพักในโรงแรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Our room has a nice view of the sea.
  2. Our room has nice view of the sea.
  3. Our room has a nice scenery of the sea.
ดูคำตอบ

Our room has a nice view of the sea.

Ew, this bit of the mountain stinks. โน้ต

1:19

อี๋ ภูเขาตรงนี้เหม็นจัง

น้ำเสียง/เจตนา

Ew: ปฏิกิริยาขยะแขยงในทันที

Ew เป็นคำอุทานที่แสดงความรู้สึกขยะแขยงหรือไม่ชอบอย่างมากในทันที คำนี้ไม่ได้เรียกสิ่งของหรือการกระทำ แต่บอกผู้ฟังโดยตรงว่าผู้พูดมีปฏิกิริยาอย่างไร Ew มักมาก่อนเหตุผลของปฏิกิริยานั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดพูด Ew ก่อน แล้วจึงอธิบายว่าสถานที่นั้นมีกลิ่นเหม็น

แบบฝึกหัด

คำตอบใดใช้ Ew ได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Ew, thank you for your careful report.
  2. Ew, I respectfully approve the proposal.
  3. Ew, this milk smells awful.
ดูคำตอบ

Ew, this milk smells awful.

การใช้คำ

this bit of the mountain: ส่วนเล็ก ๆ ช่วงหนึ่งของภูเขา

ใน this bit of the mountain คำว่า bit หมายถึงส่วนหรือช่วงเล็ก ๆ ของสิ่งที่ใหญ่กว่า โครงสร้าง this bit of + คำนาม ชี้ไปยังส่วนเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้พูด ไม่ใช่ทั้งหมด คำกริยา stinks บรรยายส่วนที่ถูกชี้ไว้นั้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ระบุช่วงเล็ก ๆ ของเส้นทาง เพลง ภาพยนตร์ หรือเรื่องราวได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าเพลงช่วงเล็ก ๆ ช่วงหนึ่งเป็นช่วงที่คุณชอบที่สุด?

  1. This bit the song is my favourite.
  2. This bit of the song is my favourite.
  3. This bite of the song is my favourite.
ดูคำตอบ

This bit of the song is my favourite.

I'm gonna win, Bingo. ไวยากรณ์

1:21

ฉันจะชนะแล้วนะ บิงโก

ไวยากรณ์

I'm gonna win: gonna แบบไม่เป็นทางการแทน going to

ในที่นี้ I'm gonna win หมายถึง I'm going to win โดย gonna เป็นรูปย่อของ going to ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ และมักเขียนแบบนี้ในบทสนทนา ส่วน win ที่ตามมายังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐาน ประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคตแบบเป็นกลาง ในการแข่งขัน ประโยคนี้ฟังเหมือนการประกาศกับอีกฝ่ายอย่างมั่นใจว่าผู้พูดจะชนะ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยสังเกตความแตกต่างระหว่าง gonna แบบย่อกับ going to แบบเต็ม

  1. I'm going to win the next round.
  2. I'm gonna win the next round.
ดูคำตอบ

I'm gonna win the next round.

Click, photo.

1:23

แชะ ถ่ายรูป

Click, photo.

1:24

แชะ ถ่ายรูป

Bingo, what are you doing? น้ำเสียง/เจตนา

1:25

บิงโก เธอทำอะไรอยู่น่ะ?

We're racing.

1:27

เราแข่งกันอยู่นะ

น้ำเสียง/เจตนา

what are you doing?: การเตือนและทักท้วงเล็กน้อย

แม้ What are you doing? จะใช้เป็นคำถามเพื่อขอข้อมูลจริง ๆ ได้ แต่ในที่นี้ผู้พูดมองเห็นอยู่แล้วว่า Bingo กำลังทำอะไร คำถามนี้จึงเป็นการทักท้วงที่เธอหยุด แทนที่จะถามเพียงว่าเธอกำลังทำกิจกรรมอะไร We're racing บอกเหตุผลของการทักท้วง และทำให้คำถามนี้กลายเป็นการเตือนให้กลับมาแข่งต่อ พร้อมน้ำเสียงตำหนิหรือไม่พอใจเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใน “What are you doing? We're racing.” คำถามมีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. การถามชื่อกิจกรรมของ Bingo อย่างเป็นกลาง
  2. การชวน Bingo ให้เลือกเกมใหม่
  3. การเตือนและทักท้วงเล็กน้อย เพราะ Bingo หยุดแข่ง
ดูคำตอบ

การเตือนและทักท้วงเล็กน้อย เพราะ Bingo หยุดแข่ง

Click, photo.

1:28

แชะ ถ่ายรูป

Oh yeah. น้ำเสียง/เจตนา

1:29

โอ้ ใช่

Ooh, this is gonna be a bit tricky. โน้ต

1:34

อู้ว ตรงนี้ท่าทางจะยากหน่อยแฮะ

น้ำเสียง/เจตนา

Oh yeah. เมื่อได้รับการเตือนแล้วนึกออกว่า “อ๋อ จริงด้วย”

ในที่นี้ Oh yeah. หมายถึง “อ๋อ จริงด้วย ตอนนี้นึกออกแล้ว” ผู้พูดเพิ่งได้รับการเตือนว่ากำลังแข่งกันอยู่ วลีนี้จึงแสดงการเปลี่ยนจากการลืมชั่วครู่มาเป็นการนึกถึงข้อเท็จจริงนั้นได้ ในบริบทอื่น Oh yeah อาจแสดงความเห็นด้วยหรือความตื่นเต้นได้ แต่ที่นี่มีคำเตือนมาก่อนและคำตอบสั้น ๆ มีน้ำเสียงสงบ จึงควรเข้าใจว่าเป็นการนึกออก

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Oh yeah. น่าจะแสดงความหมายใดมากที่สุด

  1. ผู้พูดไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
  2. ผู้พูดเพิ่งนึกบางอย่างออกหลังได้รับการเตือน
  3. ผู้พูดสนับสนุนผลลัพธ์นั้นอย่างมาก
ดูคำตอบ

ผู้พูดเพิ่งนึกบางอย่างออกหลังได้รับการเตือน

ไวยากรณ์

is gonna be a bit tricky: คาดการณ์ว่าจะยากอยู่บ้าง

ในประโยคนี้ is gonna be เป็นรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ is going to be เมื่อใช้ this เป็นประธาน โครงสร้างนี้ใช้คาดการณ์ว่าสถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร a bit หมายถึง “นิดหน่อย” และช่วยลดระดับความแรงของ tricky ผู้พูดคาดว่าจะมีความยากอยู่บ้าง แต่สื่อว่าเป็นความยากที่จำกัดหรือยังรับมือได้ ไม่ได้ร้ายแรงมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาพูดจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ เพื่อบอกว่าปริศนาข้อต่อไปจะยากอยู่บ้าง: The next puzzle ____.

ดูคำตอบ

is gonna be a bit tricky

การใช้คำ

a bit tricky: ค่อนข้างยากและต้องระวัง

ใน a bit tricky คำว่า tricky หมายถึงสิ่งที่ทำหรือจัดการให้ราบรื่นได้ยาก มักสื่อว่าต้องใช้ความระมัดระวัง ทักษะ หรือคิดเพิ่มอีกหน่อย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หลอกลวง” a bit ช่วยลดระดับคำตัดสินให้นุ่มลง ผู้พูดคาดว่าจะมีความยากอยู่บ้าง แต่ไม่ได้บอกว่างานนั้นเป็นไปไม่ได้

แบบฝึกหัด

ใน “The narrow turn is a bit tricky, so slow down,” คำว่า a bit tricky หมายถึงอะไร?

  1. เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้โดยสิ้นเชิง
  2. ไม่ซื่อสัตย์หรือมีเจตนาหลอกลวง
  3. ค่อนข้างจัดการยากและต้องใช้ความระมัดระวัง
ดูคำตอบ

ค่อนข้างจัดการยากและต้องใช้ความระมัดระวัง

Oh,

1:39

โอ้

ow!

1:40

โอ๊ย!

Help! I'm slipping!

1:40

ช่วยด้วย! ฉันกำลังลื่น!

I can't hold on! กริยาวลี

1:42

ฉันเกาะไม่ไหวแล้ว!

กริยาวลี

I can't hold on!: กำลังจะจับไว้ไม่ไหว

hold on ในที่นี้หมายถึงจับบางอย่างไว้ต่อไปเพื่อไม่ให้ตก รูปปฏิเสธ can't แสดงว่าผู้พูดกำลังจะรักษาแรงจับไว้ไม่ไหว คำว่า Help และ I'm slipping เป็นเบาะแสของความหมายที่เกี่ยวกับการกระทำทางร่างกาย ในฉากนี้ hold on ไม่ได้หมายถึงรอ

แบบฝึกหัด

นักปีนเขาพูดว่า “My hands are tired—I can't hold on much longer!” hold on หมายถึงอะไร?

  1. เข้าใจสิ่งที่ใครบางคนพูด
  2. จับไว้ต่อไปเพื่อไม่ให้ตก
  3. รอสักครู่ก่อนสนทนาต่อ
ดูคำตอบ

จับไว้ต่อไปเพื่อไม่ให้ตก

Help, Bingo!

1:43

ช่วยด้วย บิงโก!

I'm coming! น้ำเสียง/เจตนา

1:45

หนูมาแล้ว!

Don't worry. น้ำเสียง/เจตนา

1:46

ไม่ต้องห่วง

น้ำเสียง/เจตนา

“I'm coming!”: คำรับปากว่าจะไปช่วยทันที

เมื่อคุณตอบเสียงขอความช่วยเหลือด้วย “I'm coming!” ความหมายคือ “ฉันกำลังไปหาคุณเดี๋ยวนี้” รูป present progressive ทำให้เข้าใจว่าการเคลื่อนไหวได้เริ่มขึ้นแล้ว จึงช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจว่าความช่วยเหลือกำลังมาในทันที ในที่นี้ come แสดงการเคลื่อนที่ไปยังคนที่เรียก ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำสัญญาว่าจะลงมือทันที ไม่ใช่เพียงการบรรยายการเคลื่อนไหว

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวที่หมายความว่าคุณกำลังไปหาอีกฝ่ายตอนนี้: “Help! I can't lift this box.” “____! I'll help you.”

ดูคำตอบ

I'm coming

I've got some rope in my backpack. วลี

1:46

หนูมีเชือกในกระเป๋าเป้

น้ำเสียง/เจตนา

“Don't worry.”: คำปลอบใจที่มีวิธีแก้ปัญหารองรับ

“Don't worry.” เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปเพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจ ในที่นี้ ประโยคถัดไปที่บอกว่ามีเชือกอยู่ในกระเป๋าเป้ให้เหตุผลที่เป็นรูปธรรมว่าเหตุใดจึงไม่ต้องกังวล ดังนั้นข้อความที่สื่อคือ “ไม่เป็นไร ฉันมีวิธีช่วย” แม้จะอยู่ในรูปประโยคคำสั่ง แต่ในที่นี้ไม่ใช่คำตำหนิ หน้าที่ในการสนทนาคือช่วยลดความกังวลของอีกฝ่ายก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายวิธีแก้ปัญหา

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังกังวลเรื่องไฟล์ที่หายไป คุณเปิดไฟล์สำรองแล้วพูดว่า “Don't worry. I saved a copy.” การใช้แบบนี้เป็นธรรมชาติหรือไม่?

  1. เป็นธรรมชาติ
  2. ไม่เป็นธรรมชาติ
ดูคำตอบ

เป็นธรรมชาติ

วลี

I've got ... in my backpack: บอกว่าตอนนี้มีสิ่งของพร้อมใช้

I've got เป็นรูปย่อของ I have got ในที่นี้ have got หมายถึง “มี” หรือ “พกมาด้วย” คือเชือกอยู่ในกระเป๋าเป้อยู่แล้วและพร้อมใช้ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเพิ่งได้รับเชือกมา ใช้ I've got + คำนาม เพื่อบอกว่าตอนนี้มีอะไรอยู่ โดยเฉพาะในการสนทนา ส่วนวลีบอกสถานที่ in my backpack บอกผู้ฟังว่าสิ่งของนั้นอยู่ที่ไหน

แบบฝึกหัด

ไฟดับและเพื่อนต้องการแสงสว่างตอนนี้ ประโยคใดบอกว่ามีไฟฉายพร้อมใช้อยู่ในกระเป๋าของคุณ

  1. I've got a flashlight in my bag.
  2. I'll get a flashlight tomorrow.
  3. I got a flashlight yesterday.
ดูคำตอบ

I've got a flashlight in my bag.

Grab on! กริยาวลี

1:49

จับไว้!

กริยาวลี

Grab on!: คว้าให้มั่นแล้วจับไว้

Grab on! เป็นคำสั่งให้ใครบางคนรีบคว้ามือ เชือก ราว หรือสิ่งค้ำจุนอื่นที่อยู่ใกล้แล้วจับไว้ไม่ปล่อย grab เน้นการคว้าอย่างรวดเร็ว ส่วน on เพิ่มความหมายว่าต้องยึดให้มั่นและรักษาการเชื่อมต่อนั้นไว้

แบบฝึกหัด

คุณยื่นมือไปหาคนที่กำลังลื่น แต่เขายังคว้ามือคุณไม่ได้ คำสั่งใดเหมาะที่สุด

  1. Hold on!
  2. Let go!
  3. Grab on!
ดูคำตอบ

Grab on!

I got you, Bluey. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

หนูจับพี่ได้แล้ว บลูอี้

Hold on. กริยาวลี

1:53

จับแน่นๆ นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I got you เมื่อช่วยจับตัวและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ

ในที่นี้ I got you หมายถึง “ฉันจับหรือประคองเธอไว้แล้ว และจะทำให้เธอปลอดภัย” ผู้พูดกำลังพยุงตัว Bluey อยู่จริง ๆ ประโยคนี้จึงทั้งบอกว่าช่วยไว้ได้แล้วและทำให้เธอสบายใจ รูป got แสดงว่าการจับนั้นสำเร็จแล้วและมีการพยุงอยู่ในขณะนี้ การช่วยเหลือที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ทำให้รู้ว่าเป็นความหมายทางกาย ไม่ได้หมายถึงการได้มาหรือเป็นเจ้าของคนคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เพื่อนลื่นและคุณจับแขนของเพื่อนไว้ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับทำให้เพื่อนสบายใจ

  1. I got you. Lean on me.
  2. I got it. The instructions make sense.
  3. I get you. Your point is clear.
ดูคำตอบ

I got you. Lean on me.

กริยาวลี

Hold on ในฐานะคำสั่งให้จับต่อไป

ในที่นี้ Hold on. หมายถึง “จับต่อไปและอย่าปล่อย” เป็นคำสั่งให้คนที่กำลังตกอยู่ในอันตรายรักษาการจับไว้จนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง คำสั่งนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อชัดเจนว่าต้องจับอะไร หากต้องการบอกสิ่งที่จับ ให้ใช้ hold on to + คำนาม เช่น Hold on to the rope.

แบบฝึกหัด

ผู้ปีนกำลังจับเชือกและเริ่มลื่น ในที่นี้ Hold on! หมายถึงอะไร

  1. รอก่อนแล้วค่อยสนทนาต่อ
  2. จับเชือกต่อไปและอย่าปล่อย
  3. ย้ายเชือกไปไว้ที่อื่น
ดูคำตอบ

จับเชือกต่อไปและอย่าปล่อย

Phew, thanks, Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

2:00

ฟู่ ขอบใจนะบิงโก

That's okay. น้ำเสียง/เจตนา

2:01

ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

Phew, thanks ...: โล่งใจก่อน แล้วจึงขอบคุณ

Phew เป็นคำอุทานที่บอกว่าช่วงเวลาที่ตึงเครียดหรือน่ากังวลเพิ่งจบลง ในประโยคนี้แสดงถึงความโล่งใจ คือผู้พูดรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยอีกครั้ง จากนั้น Thanks, Bingo เป็นการขอบคุณคนที่เข้ามาช่วย ลำดับมีความสำคัญ คือคลายความตึงเครียดก่อน แล้วจึงกล่าวขอบคุณ

แบบฝึกหัด

แก้วเกือบตก แต่เพื่อนรับไว้ได้ คำตอบใดแสดงทั้งความโล่งใจและความขอบคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Thanks for the glass.
  2. Phew, that was close!
  3. Phew, thanks for catching it!
ดูคำตอบ

Phew, thanks for catching it!

น้ำเสียง/เจตนา

That's okay: คำตอบแบบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณ

ในบทสนทนานี้ That's okay เป็นคำตอบแบบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณ หมายความว่าผู้พูดรับคำขอบคุณและบอกว่าการช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องลำบาก คล้ายกับ No problem คำว่า that ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของที่เป็นรูปธรรม ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำตอบที่ใช้กันทั่วไป และ thanks ที่มาก่อนหน้าช่วยบอกว่าควรเข้าใจวลีนี้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมบทสนทนาแบบไม่เป็นทางการนี้ให้สมบูรณ์: “Thanks for picking up my books.” คำตอบใดรับคำขอบคุณและบอกว่าการช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องลำบาก

  1. That's okay.
  2. That's my book.
  3. That's too heavy.
ดูคำตอบ

That's okay.