ได้เวลานอนแล้ว 🐷🛏 @PeppaPigOfficial - การ์ตูนพร้อมคำบรรยาย: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปป้ากับจอร์จพยายามขอเลื่อนเวลาเข้านอนหลายครั้ง แต่พ่อแม่พาทั้งคู่ทำกิจวัตรก่อนนอน ตั้งแต่อาบน้ำ แปรงฟัน ไปจนถึงฟังนิทาน ในที่สุดเด็ก ๆ ก็หลับ และพ่อแม่ที่เหนื่อยล้าก็ดูเหมือนว่าถึงเวลาเข้านอนของตนเองแล้วเช่นกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Can't we just play outside a bit longer? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าคำถามเชิงปฏิเสธช่วยเปลี่ยนการไม่เห็นด้วยให้เป็นคำขอแบบนุ่มนวลและมีน้ำเสียงอ้อน เพื่อให้อีกฝ่ายลองทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง ผู้เรียนสามารถใช้รูปแบบนี้ต่อรองขอเวลาเพิ่มโดยไม่ฟังดูต่อต้านตรง ๆ พร้อมสังเกตว่า just และ a bit longer ทำให้สิ่งที่ขอดูเล็กน้อยและยอมรับได้ง่ายขึ้น 2. When you're in bed, Daddy Pig will read you a story. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าเมื่อกล่าวถึงอนาคต อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when มักใช้รูปปัจจุบัน ส่วนประโยคหลักใช้ will เพื่อบอกผลหรือสิ่งที่รับปากไว้ โครงสร้างนี้ช่วยเชื่อมเงื่อนไขหรือขั้นตอนที่ต้องเสร็จก่อนเข้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในกิจวัตร คำสั่ง และคำสัญญา 3. looks as if it is bedtime — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การเสนอข้อสรุปในฐานะการคาดเดาจากสิ่งที่สังเกตเห็น แทนการยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน รูปแบบนี้ใช้บอกว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น เช่น เมื่อพ่อแม่ที่เหนื่อยเริ่มง่วง โดยยังเปิดพื้นที่ให้ความไม่แน่ใจและช่วยสร้างตอนจบที่มีอารมณ์ขันเบา ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
my little brother: การแนะนำน้องชาย
ใน my little brother คำว่า my แสดงความสัมพันธ์กับผู้พูด และ little วางไว้หน้า brother ในที่นี้ little หมายถึง “อายุน้อยกว่า” ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงน้องชายของผู้พูด ไม่ได้เน้นว่าตัวเล็ก เมื่อต้องการแนะนำพี่น้องที่อายุน้อยกว่า สามารถใช้โครงสร้าง my little + คำเรียกพี่น้อง เช่น my little sister ในภาษาอังกฤษคำคุณศัพท์อยู่หน้าคำนาม จึงไม่ใช้ลำดับคำว่า brother little
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแนะนำ Leo อย่างเป็นธรรมชาติว่าเป็นน้องชายของผู้พูด
- This is my brother little, Leo.
- This is my little brother, Leo.
- This is my small brother, Leo.
ดูคำตอบ
This is my little brother, Leo.
almost bedtime: เวลาใกล้มาถึงแต่ยังไม่ถึง
almost bedtime หมายถึงเวลาเข้านอนใกล้เข้ามาแล้ว แต่ยังมาไม่ถึง almost ขยายจุดเวลาที่เรียกว่า bedtime ไม่ได้หมายความว่าใครบางคนเกือบจะอยู่บนเตียงแล้ว วาง almost ไว้หน้าชื่อเวลาของกิจวัตรเพื่อบอกว่าเวลานั้นกำลังใกล้เข้ามา รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับเวลาอื่นได้ เช่น lunchtime
แบบฝึกหัด
อีกห้านาทีจะถึงเวลาเข้านอน ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์นี้
- It's past bedtime.
- It's almost bedtime.
- It's bedtime.
ดูคำตอบ
It's almost bedtime.
Peppa and George are just finishing their supper. ไวยากรณ์
0:25เป๊ปป้าและจอร์จเพิ่งทานอาหารเย็นเสร็จ
are just finishing their supper: การกระทำที่อยู่ในช่วงใกล้จบ
are just finishing เป็นรูป present continuous ที่มีโครงสร้าง be + คำกริยา-ing รูปนี้แสดงว่ามื้ออาหารยังไม่จบ แต่พวกเขากำลังทำช่วงสุดท้ายและจะเสร็จในไม่ช้า ในที่นี้ just เน้นจังหวะเวลา คือพวกเขาอยู่ในช่วงกำลังจะเสร็จพอดี ไม่ได้แปลว่า “เพียงแค่” ในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เด็ก ๆ ยังกินอาหารคำสุดท้ายอยู่ ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?
- They have just finished their supper.
- They are about to start their supper.
- They are just finishing their supper.
ดูคำตอบ
They are just finishing their supper.
a bit tired: การบอกระดับเล็กน้อย
ใน a bit tired คำว่า a bit หมายถึง “เล็กน้อย” หรือ “นิดหน่อย” โดยวางไว้หน้าคำคุณศัพท์ tired เพื่อบอกว่าเหนื่อยเพียงเล็กน้อย สำนวนนี้ยังช่วยลดน้ำหนักของคำพูด จึงฟังไม่แรงเท่า I'm very tired
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เล็กน้อย”: I'm ____ nervous about the interview.
ดูคำตอบ
a bit
It's been a long day: วันที่เหนื่อยหรือหนัก
It's been เป็นรูปย่อของ It has been ส่วน present perfect ใช้ย้อนมองว่าวันนั้นดำเนินมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้อย่างไร ในที่นี้ a long day มักหมายถึงวันที่รู้สึกว่ายุ่ง ยาก หรือเหนื่อย ไม่ได้หมายถึงวันที่มีจำนวนชั่วโมงมากขึ้น ประโยคนี้มักใช้อธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงเหนื่อยหรืออยากพัก
แบบฝึกหัด
หลังจากทำงานกะที่ยุ่งมาก ประโยคใดอธิบายว่าทำไมคุณเหนื่อยได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- It's been a long day.
- The days are longer in summer.
- I have been here for a long time.
ดูคำตอบ
It's been a long day.
aren't sleepy at all: ไม่ง่วงแม้แต่น้อย
aren't เป็นรูปย่อของ are not และ sleepy บอกสภาพของจอร์จกับผู้พูด การเติม at all หลังรูปปฏิเสธทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น หมายความว่าทั้งคู่ไม่ง่วงแม้แต่น้อย โครงสร้างที่ใช้ได้บ่อยคือ ประธาน + กริยาปฏิเสธ + คำคุณศัพท์หรือวลีกริยา + at all เช่น I'm not worried at all. ในโครงสร้างนี้ at all สื่อถึงในระดับใดก็ตาม ไม่ได้หมายถึงคนหรือสิ่งของทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ใช้ worried และโครงสร้าง not + คำคุณศัพท์ + at all เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After checking the facts, I'm ____.
ดูคำตอบ
not worried at all
Can we...?: การขออนุญาต
ในที่นี้ Can we...? ใช้ขออนุญาต ไม่ได้ถามว่ากลุ่มมีความสามารถทำสิ่งนั้นหรือไม่ ผู้พูดต้องการให้ผู้ใหญ่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนั้น โครงสร้างคือ Can we + คำกริยารูปพื้นฐาน + ...? ใช้ we เมื่อคำขอนั้นรวมผู้พูดและคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งคน
แบบฝึกหัด
คุณกับพี่สาวหรือน้องสาวต้องการขออนุญาตให้อาหารเป็ด เติมคำขอด้วย Can we...?: ____ feed the ducks?
ดูคำตอบ
Can we
But it's almost...: การบอกข้อจำกัดอย่างนุ่มนวล
การขึ้นต้นด้วย But แสดงว่าผู้พูดกำลังคัดค้านหรือหยุดคำขอที่เพิ่งได้ยิน ข้อเท็จจริงที่ตามมา ซึ่งก็คือใกล้ถึงเวลาเข้านอนแล้ว ขัดกับแผนที่จะออกไปเล่น ผู้พูดไม่ได้พูด no อย่างห้วน ๆ แต่ใช้เหตุผลสื่อข้อจำกัดแทนว่าเด็ก ๆ ไม่ควรเริ่มเล่นตอนนี้ ในคำตอบ But + เหตุผลที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปสู่การคัดค้านหรือปฏิเสธอย่างนุ่มนวลได้ ส่วนจะหนักแน่นเพียงใดขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เพื่อนอยากอยู่ที่คาเฟ่ต่ออีกหนึ่งชั่วโมง แต่คาเฟ่จะปิดในอีกสิบนาที คำตอบใดนำเสนอเหตุผลที่เป็นข้อจำกัดอย่างนุ่มนวล?
- But the café closes in ten minutes.
- And the café has new chairs.
- So the coffee tastes good.
ดูคำตอบ
But the café closes in ten minutes.
for just a tiny bit: ทำให้คำขอดูเล็กน้อยลง
ในคำถามนี้ for ใช้บอกระยะเวลา และ a tiny bit หมายถึงช่วงเวลาที่สั้นมาก ทั้ง just และ tiny ทำให้เวลาที่ขอเล่นฟังดูสั้นลง ระยะเวลานี้จงใจพูดอย่างไม่เจาะจง ไม่ใช่การวัดที่แน่นอน เมื่อผู้พูดทำให้เวลาที่ขอดูน้อยมาก คำขอก็ฟังดูยอมรับได้ง่ายขึ้นและมีน้ำเสียงอ้อนวอน
แบบฝึกหัด
คำขอใดทำให้เวลาเพิ่มเติมดูสั้นมากและมีน้ำเสียงอ้อนวอน?
- Can I stay outside for just a tiny bit longer?
- Can I stay outside for exactly two hours?
- Can I stay outside until dinner?
ดูคำตอบ
Can I stay outside for just a tiny bit longer?
Please, Mummy ... Please, Daddy: การพูด please ซ้ำเพื่อเพิ่มแรงอ้อนวอน
มีการพูด please ซ้ำ และแต่ละครั้งก็เรียกพ่อแม่คนหนึ่งโดยตรงว่า Mummy และ Daddy แสดงให้เห็นว่าเด็กกำลังขอให้พ่อแม่ทั้งสองคนเห็นด้วย ในที่นี้ please มีน้ำหนักมากกว่าคำสุภาพทั่วไป คำขอสั้น ๆ ที่พูดซ้ำมีความหมายประมาณว่า “อยากให้ตอบตกลงจริง ๆ” ดังนั้นการพูดซ้ำจึงเพิ่มแรงอ้อนวอน ไม่ใช่แค่การพูดข้อมูลเดิมซ้ำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงให้เห็นชัดที่สุดว่าเด็กกำลังอ้อนวอนพ่อแม่ทั้งสองคน โดยพูด please ซ้ำและเรียกแต่ละคนโดยตรง?
- Please, Mum. Please, Dad.
- Could the parents please reply?
- Mum and Dad heard the request.
ดูคำตอบ
Please, Mum. Please, Dad.
All right. เพื่อยอมรับคำขอ
ในที่นี้ All right. เป็นคำตอบที่สมบูรณ์ มีความหมายว่า “ตกลง ฉันยอมรับ” ใช้ตอบรับคำขอหรือเงื่อนไข และอาจสื่อว่าผู้พูดยอมผ่อนให้เล็กน้อย แทนที่จะตอบ yes อย่างกระตือรือร้น ในการใช้นี้ all right เป็นสำนวนสนทนาตายตัว ไม่ควรแปลแยกคำว่า “ทุกอย่างถูกต้อง” น้ำเสียงจะบอกว่าผู้พูดยอมรับอย่างเต็มใจหรืออย่างไม่เต็มใจ
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Can we leave now?” คำตอบใดแสดงว่ายอมรับคำขอนี้
- That's right.
- All right.
- You're right.
ดูคำตอบ
All right.
But you must come in when we call you for your bath. ไวยากรณ์
0:49แต่ลูกต้องเข้ามาเมื่อเราเรียกไปอาบน้ำนะ
must ... when ... สำหรับกฎและเหตุการณ์ที่ทำให้กฎมีผล
must + กริยารูปพื้นฐานแสดงข้อบังคับที่ชัดเจน โดย must come in หมายความว่าต้องเข้ามาข้างในและไม่ใช่สิ่งที่เลือกได้ when we call you เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ระบุว่าข้อบังคับเริ่มมีผลเมื่อใด ในที่นี้ when ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม แม้การเรียกจะเกิดขึ้นในอนาคต อนุประโยคบอกเวลาก็ยังใช้ present simple ว่า when we call ไม่ใช่ when we will call
แบบฝึกหัด
เติมกฎนี้ด้วย must และ when: You ____ wear a helmet ____ you ride this bike.
ดูคำตอบ
must · when
where they get their energy from: การแสดงความประหลาดใจที่ใครบางคนมีพลังมาก
ในที่นี้ where they get their energy from ไม่ได้หมายถึงการพยายามหาที่มาของพลังงานอย่างจริงจัง เมื่อใช้กับ I don't know จะเป็นปฏิกิริยาแบบภาษาพูดที่กล่าวเกินจริงต่อคนที่ยังคงกระฉับกระเฉงมาก อาจแสดงความทึ่ง ความชื่นชมแบบขบขัน หรือบอกเป็นนัยว่าผู้พูดเองเหนื่อยแล้ว คำที่เน้นเป็นอนุประโยค where หลัง I don't know ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า where they get ไม่ใช่ where do they get และสามารถวาง from ไว้ท้ายประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากเปลี่ยนประธาน สามารถพูดว่า I don't know where she gets her energy from.
แบบฝึกหัด
Maya ยุ่งมาทั้งวันแต่ยังคงกระฉับกระเฉง ประโยคใดแสดงความประหลาดใจต่อพลังของเธอได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I don't know where Maya gets her energy from.
- I don't know where does Maya get her energy from.
- I don't know where Maya get her energy from.
ดูคำตอบ
I don't know where Maya gets her energy from.
Peppa and George are playing one last game outside before bedtime. วลี
0:56เป๊ปป้าและจอร์จเล่นเกมสุดท้ายข้างนอกก่อนเข้านอน
one last game: อีกหนึ่งเกมเป็นเกมสุดท้ายก่อนหยุด
one last game หมายถึงเล่นเกมเพิ่มอีกหนึ่งเกมก่อนหยุดกิจกรรมหรือก่อนที่สถานการณ์จะเปลี่ยนไป one แสดงว่าเป็นเกมที่เพิ่มมาอีกเพียงหนึ่งเกม ส่วน last บอกว่าตอนนี้คาดว่าจะไม่มีเกมอื่นต่อจากเกมนี้แล้ว ในประโยคนี้ before bedtime กำหนดจุดสิ้นสุด หมายถึงเกมสุดท้ายของช่วงเล่นครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมสุดท้ายตลอดไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ one last + คำนามเอกพจน์ เช่น one last try หรือ one last question
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ one last + คำนาม photo: Let's take ____ before we leave.
ดูคำตอบ
one last photo
Lots of muddy puddles: ใช้ lots of เพื่อบอกว่ามีจำนวนมาก
lots of หมายถึง “จำนวนมาก” เมื่ออยู่หน้าคำนามนับได้รูปพหูพจน์ และหมายถึง “ปริมาณมาก” เมื่ออยู่หน้าคำนามนับไม่ได้ ในที่นี้ puddles เป็นรูปพหูพจน์ ดังนั้น lots of muddy puddles จึงหมายความว่ามองเห็นแอ่งโคลนอยู่มากมาย กลุ่มคำนี้เป็นนามวลี ไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ ในบทสนทนาทั่วไป ผู้พูดใช้รูปสั้นนี้เพื่อชี้ให้ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ โดยใจความเต็มคือ There are lots of muddy puddles.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกปริมาณที่ใช้ทั่วไป lots of: There are ____ stars in the sky.
ดูคำตอบ
lots of
They are going to jump up and down in muddy puddles. ไวยากรณ์
1:07พวกเขากำลังจะกระโดดขึ้นลงในแอ่งโคลน
are going to jump: be going to + กริยารูปพื้นฐาน
are going to jump ใช้โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน ประธาน they ใช้กับ are และ jump ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน โครงสร้างนี้บอกว่าการกระโดดเป็นสิ่งที่วางแผนหรือเตรียมไว้แล้ว หรือเป็นการกระทำถัดไปที่เห็นได้ชัดว่าจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า going to ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบอกอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังจุดหมาย การกระทำที่ตามหลัง to คือ jump
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be going to และกริยา play: The children have their coats on. They ____ outside.
ดูคำตอบ
are going to play
loves jumping up and down: love + คำกริยา-ing
ใน loves jumping คำว่า love ตามด้วยรูป -ing คือ jumping โครงสร้าง love + คำกริยา-ing ใช้บอกว่าคนหนึ่งชอบกิจกรรมนั้นมาก โดยมักเป็นความชอบทั่วไป ไม่ได้หมายถึงแค่การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ Peppa เป็นประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ จึงเปลี่ยน love เป็น loves ส่วน up and down บอกการกระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นส่วนของวลีบอกกิจกรรม ขณะที่รูปแบบไวยากรณ์ที่นำไปใช้ต่อได้คือ love + คำกริยา-ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ love และรูป -ing ของ read: Mia ____ adventure stories after school.
ดูคำตอบ
loves reading
biggest ... in the world: การพูดเกินจริงแบบสนุก ๆ
วลี biggest puddle in the world ตามความหมายตรงตัวเป็นการเปรียบเทียบขั้นสูงสุดกับสิ่งต่าง ๆ ทั่วโลก แต่ในที่นี้ผู้พูดตื่นเต้นเมื่อเห็นแอ่งน้ำที่ใหญ่มากและใช้วลีนี้เป็นการพูดเกินจริงแบบสนุก ๆ หมายถึง “แอ่งน้ำที่ใหญ่อย่างน่าทึ่ง” ไม่ใช่สถิติโลกที่ผ่านการวัดแล้ว ในบทสนทนาสบาย ๆ และเรื่องสำหรับเด็ก the biggest ... in the world ใช้ขยายความรู้สึกที่รุนแรงได้ บริบทจะช่วยบอกว่าผู้พูดกำลังพูดเกินจริงหรือเปรียบเทียบข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเห็นปราสาททรายที่ใหญ่มากและพูดด้วยความตื่นเต้น ประโยคใดใช้การพูดเกินจริงแบบสนุก ๆ ในลักษณะเดียวกัน
- Measurements show that this sandcastle is 80 centimetres tall.
- This is the biggest sandcastle in the world!
- This sandcastle contains the whole world.
ดูคำตอบ
This is the biggest sandcastle in the world!
What a ...!: แสดงปฏิกิริยาอย่างชัดเจน
โครงสร้าง What a + adjective + singular countable noun ใช้ขึ้นต้นประโยคอุทาน ในที่นี้ What ไม่ได้ใช้ถามคำถาม แต่แสดงปฏิกิริยาที่ชัดเจนต่อขนาดของแอ่งน้ำ คำว่า huge big ย้ำความหมายว่าใหญ่มาก เพื่อเน้นอารมณ์ตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ ในภาษาอังกฤษที่เป็นกลางกว่า มักพูดว่า What a huge puddle! หรือ What a very big puddle!
แบบฝึกหัด
คุณเห็นสวนสวยแห่งหนึ่ง เติมประโยคอุทานที่ใช้ What ให้สมบูรณ์: ____ beautiful garden!
ดูคำตอบ
What a
bath time: ประกาศว่าได้เวลาอาบน้ำแล้ว
Bath time เป็นวลีนามที่ใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน หมายถึงเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการอาบน้ำ ในคำเตือนนี้ วลีดังกล่าวมีความหมายว่า “ได้เวลาอาบน้ำแล้ว” ไม่ได้ถามว่าเป็นเวลากี่โมง หลังชื่อ Peppa, George คำว่า bath time อยู่เดี่ยว ๆ ในฐานะคำประกาศสั้น ๆ ภาษาอังกฤษใช้รูปแบบ “กิจกรรม + time” แบบเดียวกันใน story time และ lunch time ส่วน bedtime เป็นคำเกี่ยวกับกิจวัตรที่คล้ายกัน แต่เขียนติดกันเป็นคำเดียว
แบบฝึกหัด
เด็กคนหนึ่งเปื้อนโคลนทั้งตัว และผู้ปกครองประกาศว่าได้เวลาล้างตัวแล้ว คำประกาศกิจวัตรข้อใดเหมาะสม?
- Story time!
- Lunch time!
- Bath time!
ดูคำตอบ
Bath time!
Daddy, Mummy, we found the biggest muddy puddle in the world.
1:38พ่อคะ แม่คะ เราเจอแอ่งโคลนที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
I can see that: การตอบรับข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัด
ในคำตอบนี้ see ไม่ได้หมายถึงแค่ “มองเห็นด้วยตา” แต่หมายถึง “ดูออกจากหลักฐานที่ชัดเจน” ส่วน that หมายถึงข้อเท็จจริงที่เพิ่งพูดถึง ดังนั้น I can see that จึงเป็นการยืนยันว่าสถานการณ์นั้นชัดเจนอยู่แล้วสำหรับผู้พูด ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ประโยคนี้จะเป็นการรับทราบอย่างนุ่มนวล แต่ในบางบริบทอาจมีความรำคาญหรือปลงเล็กน้อย เพราะอีกฝ่ายกำลังชี้เรื่องที่ผู้พูดดูออกอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมงานชี้ไปที่น้ำซึ่งกำลังไหลแผ่ไปบนพื้นแล้วพูดว่า “The pipe is leaking.” คำตอบ “I can see that” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้พูดยังไม่สังเกตเห็นว่ามีน้ำรั่ว
- ผู้พูดต้องการตรวจท่อในวันอื่น
- ผู้พูดดูออกอย่างชัดเจนว่าท่อกำลังรั่ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดดูออกอย่างชัดเจนว่าท่อกำลังรั่ว
Quick, into the bath: คำสั่งเร่งด่วนที่ละคำกริยา
Quick เป็นคำเร่งให้ลงมือทันที ส่วน into the bath บอกจุดหมาย ประโยคนี้ละคำกริยาที่ปกติควรอยู่ในคำสั่ง ซึ่งมักเป็น get รูปเต็มคือ Quick, get into the bath. ในการออกคำสั่งสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว ภาษาอังกฤษสามารถละคำกริยาได้เมื่อวลีบอกทิศทางทำให้เข้าใจการกระทำชัดเจนอยู่แล้ว รูปที่สั้นลงทำให้คำสั่งกระชับและเร่งให้ผู้ฟังขยับทันที
แบบฝึกหัด
ชั้นเรียนกำลังจะเริ่มและครูต้องการให้เด็ก ๆ เข้าห้องเรียนทันที ประโยคใดใช้รูปแบบคำสั่งสั้นแบบเดียวกัน
- Quick, into the classroom!
- Please wait outside the classroom.
- The classroom is ready now.
ดูคำตอบ
Quick, into the classroom!
Oh. Can't we just play outside a bit longer? น้ำเสียง/เจตนา
1:46โธ่ เราเล่นข้างนอกต่อนานกว่านี้อีกนิดไม่ได้เหรอคะ?
Can't we just...?:ขอให้อีกฝ่ายยอมให้เล็กน้อย
Can't we just + กริยารูปพื้นฐาน...? เป็นคำถามปฏิเสธที่ในประโยคนี้ใช้ขอให้อีกฝ่ายทบทวนการตัดสินใจ ผู้พูดหวังว่าคำตอบจะเป็น yes จึงมีความหมายประมาณว่า โปรดให้พวกเรา... ไม่ใช่เพียงถามว่าทำสิ่งนั้นได้หรือไม่ just ทำให้คำขอดูเป็นการยอมให้เล็กน้อยที่สมเหตุสมผล ส่วน a bit longer ระบุว่าขอต่อเวลาเพียงไม่นาน รูปแบบนี้มักมีความรู้สึกผิดหวังหรืออ้อนวอน หลังจากมีคนบอกให้หยุดหรือกลับ
แบบฝึกหัด
เพื่อนบอกว่าถึงเวลากลับแล้ว แต่คุณอยากอยู่ต่ออีกสิบนาที ใช้คำขึ้นต้นเป้าหมายเพื่อเติมคำขอให้สมบูรณ์: ____ stay for ten more minutes?
ดูคำตอบ
Can't we just
not even a tiny bit sleepy:ไม่ง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว
not even a tiny bit + คำคุณศัพท์ หมายถึง ไม่...เลย และย้ำอย่างชัดเจนว่าคุณสมบัตินั้นมีระดับเป็นศูนย์ tiny bit หมายถึงปริมาณที่น้อยที่สุด ส่วน even เน้นว่าแม้แต่ปริมาณเพียงเท่านั้นก็ไม่มี sleepy มีระดับมากน้อยได้ รูปแบบนี้ยังใช้อธิบายความรู้สึกหรือสภาวะอื่นได้ เช่น not even a tiny bit worried และเน้นแรงกว่าการพูดเพียง not sleepy
แบบฝึกหัด
คุณต้องการย้ำว่าไม่กังวลเลย เติมประโยคด้วยวลีบอกระดับเป้าหมาย: I am ____ worried about tomorrow.
ดูคำตอบ
not even a tiny bit
Peppa and George might not be sleepy, but I am. ไวยากรณ์
2:07เป๊ปป้าและจอร์จอาจจะไม่ง่วง แต่พ่อง่วงแล้ว
might not be ..., but I am: ความเป็นไปได้ ความแตกต่าง และการละคำ
วลี might not be sleepy บอกว่าสภาพของ Peppa และ George เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแน่นอน จากนั้น but เปลี่ยนไปบอกสภาพของผู้พูดที่ตรงกันข้าม ใน but I am คำว่า am แทน am sleepy ภาษาอังกฤษสามารถละคำคุณศัพท์ที่ซ้ำหลัง be ได้เมื่อความหมายชัดเจนอยู่แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าพวกเขาอาจไม่หิว แต่ผู้พูดหิว
- They might not hungry, but I am.
- They might not be hungry, but I am.
- They might not be hungry, but I do.
ดูคำตอบ
They might not be hungry, but I am.
Me, too.: คำตอบสั้นต่อข้อความบอกเล่าเชิงบวก
Me, too. เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติต่อข้อความบอกเล่าเชิงบวก หมายความว่าสิ่งเดียวกันนั้นเป็นจริงสำหรับผู้พูดด้วย โดยรายละเอียดที่ละไว้เข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า เมื่อตอบสั้น ๆ เพียงเท่านี้ me เป็นรูปที่ใช้ตามธรรมชาติในบทสนทนา ส่วน I too ไม่เป็นคำตอบสั้นที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติในความหมายเดียวกัน หากใช้ I ภาษาอังกฤษมักต้องมีโครงสร้างที่เต็มกว่า เช่น I am too หรือ I do too
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า "I'm excited about the trip." และคุณรู้สึกเหมือนกัน คำตอบสั้นใดเป็นธรรมชาติ
- I too.
- Me, too.
- Me neither.
ดูคำตอบ
Me, too.
Before bedtime, Peppa and George have their bath. ไวยากรณ์
2:13ก่อนเข้านอน เป๊ปป้าและจอร์จต้องอาบน้ำ
Before bedtime: ใช้ before + คำนามเพื่อกำหนดกรอบเวลา
Before bedtime เป็นวลีบอกเวลาที่วางไว้ต้นประโยค หมายถึง “ก่อนถึงเวลาเข้านอน” ในที่นี้ before เป็นคำบุพบท และ bedtime เป็นคำนามที่ตามหลัง ไม่ใช่อนุประโยคที่สมบูรณ์ การวาง before + คำนามไว้ต้นประโยคช่วยกำหนดกรอบเวลาก่อนบอกเหตุการณ์หลัก รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เรียงกิจวัตรได้ เช่น Before class หรือ Before dinner ในภาษาเขียน มักใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นวลีต้นประโยคออกจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ before + คำนามเป็นวลีบอกเวลาที่ต้นประโยค?
- Before class starts, I turn off my phone.
- Before studying, I turn off my phone.
- Before class, I turn off my phone.
ดูคำตอบ
Before class, I turn off my phone.
That's enough splashing: บอกให้อีกฝ่ายหยุด
That's enough splashing หมายถึง “ต้องหยุดสาดน้ำตอนนี้” ในที่นี้ enough ใช้บอกว่าถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่ได้ชมว่าทำกิจกรรมนั้นได้ดี ส่วน Splashing คือการกระทำที่ยังดำเนินอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ That's enough + คำนามที่เป็นกิจกรรมหรือรูป -ing รูปแบบนี้กำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนและบอกให้อีกฝ่ายหยุดพฤติกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้ That's enough + -ing กับ shout เพื่อเติมประโยคของครูให้สมบูรณ์: ____; please read quietly.
ดูคำตอบ
That's enough shouting
Now let's get you dried and into your pajamas. ไวยากรณ์
2:28เอาล่ะ เช็ดตัวให้แห้งแล้วใส่ชุดนอนกันเถอะ
Let's get you dried and into your pajamas: get + คน + สภาพผลลัพธ์
โครงสร้าง get + คน + สภาพผลลัพธ์ หมายถึงการทำให้คนนั้นเข้าสู่สภาพใหม่ ใน get you dried คำกริยาช่อง past participle อย่าง dried แสดงผลที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว คือผู้ดูแลจะเช็ดตัวคุณให้แห้ง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแห้งเอง and into your pajamas เพิ่มผลลัพธ์อย่างที่สองภายใต้ get you เดียวกัน คือสุดท้ายคุณจะอยู่ในสภาพที่ใส่ชุดนอนแล้ว เมื่อใช้ let's ทั้งประโยคจะนำเสนอขั้นตอนดูแลต่อไปอย่างอ่อนโยนและเหมือนทำร่วมกัน ไม่ใช่คำสั่งแข็ง ๆ
แบบฝึกหัด
เด็กที่ตัวเปียกกำลังเตรียมเข้านอน จงเติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ get + person + รูป past participle ของ dry: Let's ____ and into your pajamas.
ดูคำตอบ
get you dried
Oh. Can't we just stay in the bath a little bit longer?
2:31โธ่ เราแช่อยู่ในอ่างต่อนานกว่านี้อีกนิดไม่ได้เหรอคะ?
Bath time is over: กิจกรรม + be + over
ใน Bath time is over คำว่า over หมายถึงเสร็จหรือสิ้นสุดแล้ว โดยบอกสถานะของกิจกรรม ไม่ได้ใช้ความหมายเชิงตำแหน่งว่าอยู่ด้านบน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กิจกรรมหรือเหตุการณ์ + be + over มักใช้ประกาศว่าช่วงหนึ่งของกิจวัตรสิ้นสุดลง และส่งสัญญาณว่าถึงเวลาไปทำขั้นตอนต่อไป
แบบฝึกหัด
เสียงกริ่งโรงเรียนเพิ่งดัง จงเติมประกาศเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันให้สมบูรณ์ด้วย be + over: Recess ____.
ดูคำตอบ
is over
it's time to clean your teeth: It's time to + กริยารูปพื้นฐาน
โครงสร้าง It's time to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงถึงเวลาที่จะทำบางอย่างแล้ว ในที่นี้ to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน clean ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการเตือนว่าตอนนี้ควรแปรงฟัน โครงสร้างนี้ช่วยบอกให้เปลี่ยนไปทำกิจกรรมถัดไปได้ เช่น It's time to go และ It's time to sleep ใช้แบบเดียวกัน
แบบฝึกหัด
ไกด์บอกว่าการเยี่ยมชมสิ้นสุดแล้ว เติมคำเตือนด้วยโครงสร้างที่เรียน: ____ leave now.
ดูคำตอบ
It's time to
Before going to bed, Peppa and George brush their teeth. ไวยากรณ์
2:40ก่อนเข้านอน เป๊ปป้าและจอร์จแปรงฟัน
Before going to bed: before + -ing เพื่อบอกลำดับการกระทำ
Before + -ing แสดงลำดับเวลาระหว่างสองการกระทำ โดยการกระทำในประโยคหลักเกิดก่อนการกระทำรูป -ing ในประโยคนี้ Peppa และ George แปรงฟันก่อน แล้วจึงเข้านอน going เป็นรูป -ing ที่ใช้หลัง before ไม่ใช่ present continuous
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ before + -ing ถูกต้องและแสดงว่า Maya เป็นผู้ทำทั้งสองการกระทำ?
- Before leave the house, Maya checks her keys.
- Before leaving the house, Maya checks her keys.
- Before Maya leaving the house, Maya checks her keys.
ดูคำตอบ
Before leaving the house, Maya checks her keys.
Oh. I think our teeth need a bit more cleaning. น้ำเสียง/เจตนา
2:52โธ่ หนูคิดว่าฟันของเราต้องทำความสะอาดอีกนิดนะคะ
need a bit more cleaning: ใช้เหตุผลที่ฟังดูสุภาพเพื่อถ่วงเวลา
need a bit more cleaning แปลตรงตัวว่ายังต้องทำความสะอาดเพิ่มอีกเล็กน้อย คำว่า a bit ทำให้ปริมาณที่ต้องเพิ่มฟังดูน้อยและสมเหตุสมผล ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกว่าฟันมีปัญหาจริงเป็นหลัก แต่ทำให้การแปรงต่อฟังดูเป็นสิ่งจำเป็น จึงกลายเป็นเหตุผลที่ฟังดูสุภาพเพื่อเลื่อนเวลาเข้านอน แทนที่จะปฏิเสธตรง ๆ
แบบฝึกหัด
need a bit more cleaning มีหน้าที่หลักอะไรในฉากนี้?
- เป็นเหตุผลที่ฟังดูสุภาพเพื่อเลื่อนเวลาเข้านอน
- เป็นการขอให้หยุดทำความสะอาดทันที
- เป็นการเตือนว่าฟันเสียหายอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ
เป็นเหตุผลที่ฟังดูสุภาพเพื่อเลื่อนเวลาเข้านอน
When you're in bed, Daddy Pig will read you a story. ไวยากรณ์
2:55เมื่อลูกอยู่บนเตียง พ่อหมูจะอ่านนิทานให้ฟัง
When you're in bed, ... will ...: โครงสร้างอนุประโยคบอกเวลาในอนาคต
When you're in bed กล่าวถึงเวลาในอนาคต แม้ว่า you're จะอยู่ในรูปปัจจุบันก็ตาม ในอนุประโยคบอกเวลาในอนาคตที่ขึ้นต้นด้วย when ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ไม่ใช้ will ประโยคหลัก Daddy Pig will read you a story บอกการกระทำที่จะเกิดขึ้นทีหลัง และยังฟังเหมือนคำสัญญาด้วย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ When + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง When + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ get และ call: When she ____ home, I ____ her. (get / call)
ดูคำตอบ
gets · will call
When Peppa goes to bed, she always has her teddy tucked up with her. กริยาวลี
3:06เมื่อเป๊ปป้าเข้านอน เธอจะมีตุ๊กตาหมีนอนด้วยเสมอ
tucked up with her: จัดให้นอนสบายอยู่ข้างเธอในเวลาเข้านอน
tucked up หมายถึงถูกจัดให้นอนบนเตียงอย่างสบายและอบอุ่น โดยมักสื่อว่าห่มผ้าให้เรียบร้อยด้วย ในที่นี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี tuck up ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน โครงสร้าง has + object + past participle ในประโยคนี้บอกสภาพที่คงให้กรรมอยู่ her teddy คือกรรม tucked up คือสภาพของมัน และ with her บอกว่ามันอยู่ข้างเป๊ปป้าเหมือนเพื่อนนอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเด็กถูกจัดให้นอนบนเตียงอย่างสบาย?
- The child sat up to read in bed.
- The child was tucked up warmly in bed.
- The child climbed up onto the bed.
ดูคำตอบ
The child was tucked up warmly in bed.
When George goes to bed, he always has Mr. Dinosaur tucked up with him.
3:10เมื่อจอร์จเข้านอน เขาจะมีคุณไดโนเสาร์นอนด้วยเสมอ
lots and lots of stories: การพูดซ้ำเพื่อเน้นจำนวนที่มากมาก
lots and lots of หมายถึงจำนวนหรือปริมาณของสิ่งหนึ่งที่มากเป็นพิเศษ การพูด lots ซ้ำช่วยเพิ่มน้ำเสียงเน้นให้ชัดและมีชีวิตชีวา การซ้ำนี้ตั้งใจใช้ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ ใช้โครงสร้าง lots and lots of + คำนามนับได้พหูพจน์หรือคำนามนับไม่ได้ ในที่นี้ stories เป็นคำนามนับได้พหูพจน์ วลีนี้จึงหมายถึงเรื่องราวจำนวนมากมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคไม่เป็นทางการด้วยรูปซ้ำของ lots เพื่อเน้นว่ามีจำนวนมากเป็นพิเศษ: The library has ____ books.
ดูคำตอบ
lots and lots of
will read you one story: ตกลงพร้อมกำหนดขอบเขตจำนวน
ใน will read you one story คำว่า will แสดงคำสัญญา ส่วน one กำหนดขอบเขตของคำสัญญานั้น คุณพ่อพิกตกลงว่าจะอ่านให้ฟัง แต่เพียงหนึ่งเรื่อง ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เด็ก ๆ ขอ ตัวเลขไม่ได้ใช้แค่นับจำนวนเท่านั้น เมื่อนำมาใช้ตอบคำขอที่มากกว่านั้น ตัวเลขสามารถกำหนดขอบเขตได้อย่างชัดเจน การเน้นเสียงที่ one จะทำให้ข้อจำกัดฟังหนักแน่นขึ้น
แบบฝึกหัด
เด็กขอให้เล่านิทานก่อนนอนหลายเรื่อง คำตอบใดยอมอ่านให้ฟัง แต่จำกัดคำสัญญาไว้ที่หนึ่งเรื่อง
- I won't read you a story tonight.
- I'll read you all the stories tonight.
- I'll read you one story tonight.
ดูคำตอบ
I'll read you one story tonight.
Now, which book do you want?: เปลี่ยนไปสู่การเลือกจากตัวเลือกที่รู้กันอยู่แล้ว
ในที่นี้ Now เป็นคำบอกจังหวะของบทสนทนาที่มีความหมายประมาณว่า “ต่อไป” หรือ “ถ้าอย่างนั้น” คำนี้พาบทสนทนาจากการตกลงว่าจะอ่านนิทานไปสู่การเลือกหนังสือ ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อบอกเวลาว่าเป็นตอนนี้ Which book เป็นการขอให้ผู้ฟังเลือกจากชุดหนังสือที่รู้กันอยู่แล้วหรือมองเห็นได้ ใช้ which + คำนาม เมื่อตัวเลือกมีจำกัดหรือทั้งสองฝ่ายเข้าใจอยู่แล้วว่ามีอะไรให้เลือก
แบบฝึกหัด
มีหนังสือสามเล่มอยู่บนโต๊ะ คำถามใดเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อต้องการให้อีกฝ่ายเลือกหนึ่งเล่ม
- Now, which book do you want?
- Now, what kind of book do you want?
- Now, how many books do you want?
ดูคำตอบ
Now, which book do you want?
I'll read you the red monkey book: read + คน + เนื้อหา
ใน I'll read you the red monkey book คำกริยา read มีกรรมสองตัว คือ you ซึ่งเป็นผู้ฟังและผู้รับการกระทำ และ the red monkey book ซึ่งเป็นเนื้อหาที่จะอ่านออกเสียง ประโยคนี้หมายความว่าผู้พูดจะอ่านหนังสือให้คุณฟัง ไม่ได้หมายถึงอ่านตัวคุณเหมือนคุณเป็นข้อความ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ read + คน + เนื้อหา และมักเปลี่ยนเป็น read + เนื้อหา + to + คน ได้: I'll read you the book = I'll read the book to you.
แบบฝึกหัด
เขียนประโยคแรกใหม่โดยใช้รูปแบบ read + คน + เนื้อหา แล้วเติมประโยคที่สองให้สมบูรณ์: I'll read a short poem to Mia. I'll ____.
ดูคำตอบ
read Mia a short poem
Once upon a time: สำนวนเปิดเรื่องแบบดั้งเดิม
Once upon a time เป็นสำนวนตายตัวสำหรับเปิดนิทานและเรื่องเล่าแบบดั้งเดิม หมายถึงในอดีตอันไกลโพ้นโดยไม่ได้ระบุเวลาแน่นอน ไม่ได้บอกวันที่ที่ชัดเจน และไม่ควรแปลแยกทีละคำ เมื่ออยู่ต้นประโยค สำนวนนี้ช่วยบอกผู้ฟังว่าเรื่องราวกำลังจะเริ่มขึ้น จากนั้นมักตามด้วย there was, there lived หรือข้อความอื่นที่แนะนำฉากและตัวละคร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนเปิดเรื่องแบบดั้งเดิมลงในตอนต้นของนิทานนี้: ____, a clever fox found a golden key.
ดูคำตอบ
Once upon a time
there was a red monkey: การแนะนำตัวละครในเรื่อง
ในที่นี้ there was หมายความว่ามีลิงสีแดงอยู่ในโลกของเรื่อง และใช้แนะนำลิงตัวนี้เป็นตัวละครใหม่ คำว่า there ไม่ได้ระบุสถานที่ โครงสร้างคือ there was + กลุ่มคำนามเอกพจน์ มักวางข้อมูลใหม่ไว้หลัง was จึงพบบ่อยตอนเปิดเรื่องที่เล่าเป็นอดีต หากเป็นกลุ่มคำนามพหูพจน์ให้ใช้ there were
แบบฝึกหัด
เติมตอนเปิดเรื่องด้วยโครงสร้างบอกการมีอยู่ในอดีต: Once upon a time, ____ a tiny dragon in the hills.
ดูคำตอบ
there was
had a bath and cleaned his teeth: กลุ่มคำแบบบริติชสำหรับกิจวัตรประจำวัน
Had a bath เป็นรูปอดีตของ have a bath และหมายถึง อาบน้ำ ไม่ได้หมายถึง เป็นเจ้าของอ่างอาบน้ำ ส่วน cleaned his teeth ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวันหมายถึง แปรงฟันแล้ว and เชื่อมการกระทำในอดีตที่เสร็จสิ้นแล้วสองอย่างซึ่งมีประธานเดียวกัน คือ had และ cleaned คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนตามบุคคล เช่น cleaned her teeth, cleaned my teeth เป็นต้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายกิจวัตรสองอย่างที่ทำเสร็จแล้วได้เป็นธรรมชาติที่สุดในภาษาอังกฤษแบบบริติช?
- After football practice, Leo had a bath and cleaned his teeth.
- After football practice, Leo made a bath and cleaned his teeth.
- After football practice, Leo had bath and washed his teeth.
ดูคำตอบ
After football practice, Leo had a bath and cleaned his teeth.
got into his bed: การขยับขึ้นไปบนเตียงของตัวเอง
Got เป็นรูปอดีตของ get ในที่นี้ get into หมายถึงการขยับร่างกายไปยังสถานที่หรือตำแหน่งหนึ่งจริง ๆ got into his bed หมายถึงเขาขึ้นไปบนเตียงของตัวเองและจัดท่าให้เรียบร้อย โดยมักรวมถึงการเข้าไปใต้ผ้าห่มด้วย นี่คือความหมายด้านการเคลื่อนที่ที่เป็นรูปธรรมของ get into ซึ่งพบได้ใน get into the car เช่นกัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เริ่มสนใจบางสิ่ง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีรูปอดีตจากบทเรียนที่หมายถึงการขยับไปยังเตียงของตัวเองจริง ๆ: Leo ____ and pulled up the blanket.
ดูคำตอบ
got into his bed
he fell fast asleep: เข้าสู่การหลับสนิท
Fell asleep เป็นรูปอดีตของ fall asleep และบอกการเปลี่ยนจากตื่นอยู่ไปเป็นหลับ ใน fell fast asleep คำว่า fell แสดงการเปลี่ยนแปลงนั้น ส่วน fast asleep เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงหลับลึกหรือหลับอย่างสมบูรณ์ ในประโยคนี้ soon บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน ส่วน fast บอกว่าหลับสนิทเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เข้าสู่การหลับลึก”: After the long hike, Nina ____ on the sofa.
ดูคำตอบ
fell fast asleep
Sleep well. ในฐานะคำอวยพรก่อนนอนที่เป็นธรรมชาติ
Sleep well. เป็นคำอวยพรที่อ่อนโยนซึ่งพูดเมื่ออีกฝ่ายกำลังจะนอน แม้รูปประโยคจะเป็นคำสั่ง แต่โดยปกติใช้แสดงความห่วงใย ไม่ใช่ออกคำสั่ง well เป็นคำวิเศษณ์ที่บอกว่าบุคคลนั้นนอนอย่างไร ในภาษาอังกฤษมาตรฐานต้องใช้ well ไม่ใช่คำคุณศัพท์ good เพื่อขยายกริยา sleep ในที่นี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำอวยพรก่อนนอนที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรมชาติ?
- Sleep good. See you in the morning.
- Sleep well. See you in the morning.
- Sleep nice. See you in the morning.
ดูคำตอบ
Sleep well. See you in the morning.
And now it's time for the Amazing Mr. Potato. ลำดับความ
4:17และตอนนี้ได้เวลาของรายการมิสเตอร์โปเตโต้ผู้มหัศจรรย์
And now it's time for... เพื่อแนะนำช่วงถัดไป
And now เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วงที่ย้ายความสนใจของผู้ชมจากส่วนก่อนหน้าไปยังสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป โครงสร้าง It's time for + นามวลี ใช้ประกาศรายการ ช่วง กิจกรรม หรือหัวข้อถัดไป ในที่นี้ the Amazing Mr. Potato เป็นชื่อรายการและทำหน้าที่เป็นนามวลีหลัง for ประโยคนี้หมายความว่ารายการกำลังจะเริ่ม ไม่ได้เป็นเพียงการบอกเวลาบนนาฬิกา
แบบฝึกหัด
พิธีกรกำลังแนะนำรายงานสภาพอากาศ ไม่ได้ระบุการกระทำ จงเติมประโยคเปลี่ยนช่วงด้วยรูปแบบ it's time: And now ____ the weather report.
ดูคำตอบ
it's time for
looking forward to watching: ใช้ to + -ing หลัง look forward
look forward to หมายถึงรู้สึกยินดีและตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ใน looking forward to watching คำว่า to เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing คือ watching ไม่ใช่ watch รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ look forward to + คำนาม หรือคำกริยารูป -ing ในประโยคนี้ watching this program คือกิจกรรมในอนาคตที่ผู้พูดตั้งตารอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ watch: I'm looking forward to ____ the match this weekend. (watch)
ดูคำตอบ
watching
The Amazing Mr. Potato is always ready for action. วลี
4:24มิสเตอร์โปเตโต้ผู้มหัศจรรย์พร้อมปฏิบัติการเสมอ
always ready for action: พร้อมเริ่มลงมือเสมอ
ready for action หมายถึงพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเริ่มทำบางสิ่งหรือเผชิญความท้าทาย ในที่นี้ action หมายถึงกิจกรรมหรือการลงมือทำโดยทั่วไป ไม่ได้หมายถึงภาพยนตร์แนวแอ็กชัน always อยู่หลัง be verb รูป is และแสดงว่าสภาพความพร้อมนี้เป็นลักษณะประจำของตัวละคร เมื่อรวมเป็น always ready for action จึงเป็นการแนะนำตัวละครให้ดูมีพลังและคล้ายฮีโร่เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
พิธีกรเกมต้องการพูดอย่างกระฉับกระเฉงว่าผู้เล่นพร้อมเริ่มแล้ว ประโยคใดใช้สำนวนนี้ได้ถูกต้องที่สุด?
- The players are ready for action.
- The players are ready for an action movie.
- The players are ready to action.
ดูคำตอบ
The players are ready for action.
And it looks as if it is bedtime for Mummy and Daddy, too. ไวยากรณ์
4:38และดูเหมือนว่าจะได้เวลาเข้านอนของแม่และพ่อแล้วเหมือนกัน
looks as if it is bedtime: คาดคะเนจากสิ่งที่สังเกตเห็น
ในประโยคนี้ it looks as if ใช้เกริ่นข้อสรุปจากสิ่งที่สังเกตเห็น กล่าวคือ สถานการณ์บ่งชี้ว่าถึงเวลาเข้านอนของคุณแม่กับคุณพ่อแล้ว การพูดแบบนี้ไม่ฟันธงตรง ๆ เท่ากับการพูดว่า It is bedtime ในด้านโครงสร้าง as if นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ it is bedtime รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ it looks as if + ประธาน + กริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ look + as if ในรูป simple present: The office is dark and silent. It ____ everyone has gone home.
ดูคำตอบ
looks as if