เสน่ห์ของคนที่เข้าถึงยาก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
669 คำ 162 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: คนที่เข้าถึงไม่ได้ดูโรแมนติกมาก เพราะระยะทางและอุปสรรคขจัดความเสี่ยงของความใกล้ชิดจริง ความกล้าหาญแท้คือการรักคนที่อยู่ตรงหน้า เต็มใจ และตอบรับความรักได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “within a matter of months.” — กลุ่มคำตายตัวและคำปรากฏร่วม: ใช้บอกว่าเหตุการณ์จะเกิดภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน โดยไม่ระบุจำนวนเดือนที่แน่นอน 2. “keep well at bay” — สำนวนและภาษาเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าหมายถึงการกันความรู้สึก ความกลัว โรค หรือภัยคุกคามให้อยู่ห่างและควบคุมได้ ไม่ได้หมายถึงอ่าว 3. “not because” / “but because” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างคู่นี้เพื่อปฏิเสธเหตุผลที่ดูน่าเชื่อ แล้วแทนที่ด้วยคำอธิบายที่ผู้พูดสนับสนุนจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

It's an odd feature of love that some of our most romantic moments ไวยากรณ์

0:03

ถือเป็นลักษณะแปลกประหลาดของความรักที่ช่วงเวลาแสนโรแมนติกที่สุดบางช่วงของเรา

can include the following scenarios:

0:08

อาจรวมถึงสถานการณ์ต่อไปนี้:

ไวยากรณ์

It's an odd feature of love that ...: โครงสร้าง it แบบวางล่วงหน้า

ใน It's an odd feature of love that ... คำว่า it เป็นประธานแทนที่วางไว้ล่วงหน้า หรือ dummy subject ส่วน An odd feature of love บอกการประเมินของผู้พูดก่อน แล้วอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จึงบอกว่าลักษณะนั้นคืออะไร ในประโยคนี้ เนื้อหาดังกล่าวต่อเนื่องไปยังสถานการณ์ที่แจกแจงหลังเครื่องหมายทวิภาค โครงสร้างนี้วางการประเมินไว้ก่อนเนื้อหาที่ยาว: It is + นามวลีที่แสดงการประเมิน + that + อนุประโยค โดย that นำหน้าอนุประโยคเนื้อหา ไม่ใช่สรรพนามเชื่อม และ it ไม่ได้อ้างถึงคำนามก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ it แบบวางล่วงหน้าเพื่อบอกการประเมินก่อน แล้วใช้อนุประโยค that ให้เนื้อหา?

  1. It's unfortunate that the match was canceled.
  2. The match was unfortunate that it was canceled.
  3. It was the storm that canceled the match.
ดูคำตอบ

It's unfortunate that the match was canceled.

being with a lover who lives a whole continent away from us วลี

0:11

การได้อยู่กับคนรักที่อาศัยอยู่ห่างออกไปไกลข้ามทวีป

and can never move to be closer.

0:15

และไม่สามารถย้ายมาอยู่ใกล้กันได้

วลี

a whole continent away from us: โครงสร้างระยะ + away from

ใน a whole continent away from us กลุ่มคำบอกระยะ a whole continent อยู่หน้า away from ส่วน from us ระบุจุดอ้างอิงที่ใช้วัดระยะ ดังนั้นทั้งวลีจึงบอกว่าคนคนนั้นอยู่ห่างจากเรามากอย่างยิ่ง Whole เน้นว่าช่วงระยะนั้นกว้างมาก ในที่นี้ a continent เป็นมาตราส่วนที่เห็นภาพชัดแต่เป็นเพียงการประมาณ ไม่ใช่การวัดที่แม่นยำหรือการกล่าวถึงทวีปในฐานะวัตถุที่ครบทั้งชิ้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างระยะทางแบบตายตัว distance + away from ให้สมบูรณ์: The campsite is ten miles away ____ the nearest town.

ดูคำตอบ

from

An infatuation with a lover who is married to somebody else การใช้คำ

0:18

การหลงใหลในคนรักที่แต่งงานกับคนอื่นแล้ว

and has no will ever to leave them.

0:22

และไม่มีความตั้งใจที่จะทิ้งพวกเขาไปเลย

การใช้คำ

infatuation with someone: ความหลงใหลในใครบางคน

An infatuation with someone หมายถึงความดึงดูดใจที่รุนแรงและมักเกิดจากการมองอีกฝ่ายในอุดมคติ โดยอาจไม่ได้ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ที่เป็นจริงหรือยั่งยืน ในประโยคนี้ คนที่หลงใหลแต่งงานแล้วและไม่พร้อมจะออกจากความสัมพันธ์เดิม จึงทำให้ความรู้สึกนี้แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ คำนาม infatuation ตามด้วย with เพื่อบอกคนหรือสิ่งที่เป็นเป้าหมายของความหลงใหลตามปกติ เช่น an infatuation with someone คำนี้มักแฝงการประเมินของผู้พูดว่าความรู้สึกนั้นมั่นคงหรือมีเหตุผลน้อยกว่า love

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย infatuation และคำบุพบทมาตรฐานที่ใช้ตามหลัง: His feelings were an ____ the famous athlete rather than a real relationship.

ดูคำตอบ

infatuation with

A romance with someone dying of a disease วลี

0:25

ความรักกับคนที่กำลังจะตายด้วยโรค

that will kill them within a matter of months. วลี

0:28

ที่จะคร่าชีวิตพวกเขาภายในเวลาไม่กี่เดือน

วลี

dying of a disease: กำลังจะเสียชีวิตด้วยโรค

Dying of a disease หมายถึงการอยู่ในกระบวนการเข้าใกล้ความตายเพราะโรคนั้น Dying เป็นรูป -ing ของ die ดังนั้นในเวลานั้นบุคคลดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้หมายถึง dead คำบุพบท of ใช้นำหน้าสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต โดยพบได้บ่อยเป็นพิเศษกับชื่อโรคและภาวะภายในร่างกาย บางบริบทใช้ die from ได้เช่นกัน แต่ from มักเน้นที่ต้นเหตุหรือผลที่ตามมา เช่น การบาดเจ็บหรือภาวะแทรกซ้อน ในที่นี้อนุประโยคขยาย that will kill them within a matter of months ยืนยันว่าโรคนั้นคาดว่าจะทำให้เสียชีวิต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ die และคำบุพบทที่มักใช้ก่อนชื่อโรค: The clinic supports patients who are ____ tuberculosis.

ดูคำตอบ

dying of

วลี

within a matter of months: กำหนดเวลาสั้น ๆ โดยประมาณ

within a matter of months หมายถึง “อย่างช้าที่สุดภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน” คำว่า within กำหนดขีดจำกัดเวลาที่ช้าที่สุด ส่วน a matter of months แสดงว่าช่วงเวลานั้นสั้นและเป็นการประมาณ ไม่ใช่จำนวนเดือนที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสร้างความรู้สึกเร่งด่วนเพราะคาดว่าบุคคลนั้นจะเสียชีวิตในไม่ช้า โดยทั่วไปใช้ within a matter of + ช่วงเวลา เมื่อใจความสำคัญคือบางสิ่งจะเกิดขึ้นในเวลาที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจ หรือความสั้นของเวลานั้นมีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ก่อนที่จะผ่านไปเกินสองสามเดือน”: The new clinic could open ____.

ดูคำตอบ

within a matter of months

A crush on someone at the library who we never talk to โน้ต

0:31

การแอบชอบใครบางคนที่ห้องสมุดซึ่งเราไม่เคยคุยด้วย

yet think of obsessively,

0:34

แต่กลับคิดถึงเขาอย่างหมกมุ่น

วลี

a crush on someone: ความรู้สึกชอบเชิงโรแมนติกในช่วงเริ่มต้น

ในที่นี้ a crush on someone คือความรู้สึกชอบเชิงโรแมนติกที่แรง แต่มักเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่แน่นอน หรือเกิดขึ้นฝ่ายเดียว ไม่ได้หมายถึงการบดขยี้สิ่งของจริง ๆ และไม่ได้แสดงว่าคนสองคนกำลังคบกัน เมื่อ crush เป็นคำนาม มักใช้ในรูป have a crush on + บุคคล โดยบุพบทที่ใช้คือ on: She has a crush on Alex.

แบบฝึกหัด

ใช้ crush และบุพบทที่ถูกต้องเติมประโยคให้สมบูรณ์: Nina keeps thinking about Sam, even though they have never spoken. Nina has ____ Sam.

ดูคำตอบ

a crush on

ไวยากรณ์

who we never talk to: อนุประโยคสัมพันธ์ที่วางบุพบทไว้ท้ายประโยค

ใน who we never talk to คำว่า who เริ่มอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย someone โดยในเชิงความหมาย who เป็นกรรมที่อยู่หลัง to: we never talk to that person การปล่อยให้ to อยู่ท้ายอนุประโยคเรียกว่าการคงบุพบทไว้ท้ายประโยค ลำดับคำแบบนี้เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษทั่วไป ในวลีเต็ม who ตัวเดียวกันยังเข้าใจได้ว่าเป็นกรรมของ think of ด้วย กล่าวคือ เราไม่เคยคุยกับคนนั้น แต่กลับคิดถึงคนนั้นอย่างหมกมุ่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นภาษาอังกฤษสนทนาที่เป็นธรรมชาติและใช้คำสรรพนามสัมพันธ์เป็นกรรมของ to ได้ถูกต้อง

  1. She is the neighbor who I often talk to.
  2. She is the neighbor to who I often talk.
  3. She is the neighbor who I often talk.
ดูคำตอบ

She is the neighbor who I often talk to.

even when it turns out they have a partner. กริยาวลี

0:36

แม้จะมารู้ทีหลังว่าเขามีแฟนแล้วก็ตาม

กริยาวลี

turns out: บอกข้อเท็จจริงที่มารู้ในภายหลัง

Turns out หมายถึงข้อมูลบางอย่างถูกค้นพบหรือได้รับการยืนยันว่าเป็นจริงในภายหลัง โดยมักต่างจากสิ่งที่คนคาดไว้ ที่นี่ใช้เพื่อบอกว่าภายหลังจึงรู้ว่าคนนั้นมีแฟนแล้ว โครงสร้างทั่วไปคือ it turns out (that) + อนุประโยค โดยมักละ that ได้เหมือนในตัวอย่าง และ it เป็นประธานสมมติ อีกโครงสร้างที่มีประโยชน์คือ คนหรือสิ่งของ + turns out to be + คำอธิบาย

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่มีความหมายว่า “มารู้ในภายหลัง” ลงในประโยค: I thought the store was closed, but it ____ it is open until nine.

ดูคำตอบ

turns out

Or the last days of a holiday romance การใช้คำ

0:39

หรือวันสุดท้ายของความรักในวันหยุด

before we have to take a grueling 12-hour flight back home. วลี

0:42

ก่อนที่เราจะต้องทนนั่งเครื่องบินที่แสนเหน็ดเหนื่อยยาวนานถึง 12 ชั่วโมงเพื่อกลับบ้าน

การใช้คำ

“holiday romance”: ความรักช่วงพักผ่อน

holiday romance คือความสัมพันธ์เชิงรักที่เริ่มขึ้นระหว่างที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายกำลังพักผ่อนท่องเที่ยว ความสัมพันธ์แบบนี้มักมีขอบเขตด้านเวลาโดยนัยเพราะการเดินทางจะสิ้นสุดลง แต่ตัววลีไม่ได้บอกว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นแบบไม่จริงจังหรือจริงจัง ในประโยคนี้ “วันท้าย ๆ” และเที่ยวบินกลับบ้านทำให้ขอบเขตด้านเวลานั้นสำคัญ เพราะผู้พูดกำลังจะจากไป ในคำประสมนี้ holiday หมายถึงช่วงพักผ่อนท่องเที่ยว ไม่ได้หมายถึงวันหยุดราชการโดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะเรียกว่า “holiday romance” มากที่สุด

  1. คู่รักที่คบกันอยู่แล้ววางแผนเดินทางแบบโรแมนติกด้วยกัน
  2. คนสองคนพบกันระหว่างพักผ่อนและเริ่มมีความสัมพันธ์เชิงรัก
  3. เพื่อนร่วมงานสองคนหยุดงานในวันหยุดราชการ
ดูคำตอบ

คนสองคนพบกันระหว่างพักผ่อนและเริ่มมีความสัมพันธ์เชิงรัก

วลี

“take a grueling 12-hour flight back home”: นั่งเที่ยวบินสุดทรหดนาน 12 ชั่วโมงกลับบ้าน

Take a flight หมายถึงเดินทางโดยเครื่องบินในเที่ยวบินที่กำหนดไว้ grueling เพิ่มความหมายว่าการเดินทางนั้นเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก และ 12-hour ระบุระยะเวลา ทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางกลับดูยาวนานและทรหด back แสดงการกลับ ส่วน home ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์บอกทิศทาง ดังนั้นรูปที่เป็นธรรมชาติคือ back home โดยไม่มี to หากตามด้วยชื่อสถานที่ทั่วไป ให้ใช้ back to เช่น take a flight back to London เมื่ออยู่หน้า flight คำว่า 12-hour เป็นคำคุณศัพท์ประสม ดังนั้น hour จึงอยู่ในรูปเอกพจน์และเชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายการเดินทางกลับบ้านด้วยเที่ยวบินที่เหน็ดเหนื่อยนาน 12 ชั่วโมงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. After the final match, we have to take a grueling 12-hour flight back home.
  2. After the final match, we have to catch our flight home before the gate closes.
  3. After the final match, we have to take a comfortable 12-hour flight back home.
ดูคำตอบ

After the final match, we have to take a grueling 12-hour flight back home.

What unites all these situations is an external obstacle to love, ไวยากรณ์

0:47

สิ่งที่เชื่อมโยงสถานการณ์เหล่านี้เข้าด้วยกันคืออุปสรรคภายนอกที่มีต่อความรัก

ไวยากรณ์

What unites all these situations is...: การระบุลักษณะที่มีร่วมกัน

ในที่นี้ what ไม่ได้ใช้สร้างคำถาม What unites all these situations หมายถึง “สิ่งที่เชื่อมโยงสถานการณ์ทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน” และอนุประโยค what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธานของกริยาเชื่อม is โครงสร้าง What unites A is B รวบรวมหลายกรณีไว้ใน A แล้วระบุลักษณะที่มีร่วมกันเป็น B ในการพูดหรือการเขียนเชิงอธิบาย โครงสร้างนี้มักเป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากตัวอย่างไปสู่ข้อสรุปหลัก ดังนั้นใจความสำคัญจะอยู่หลัง is

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง What unites A is B: ____ the three proposals ____ their focus on lower costs.

ดูคำตอบ

What unites · is

which paradoxically serves to make our desire more intense. ไวยากรณ์

0:52

ซึ่งในทางกลับกันมันทำให้ความปรารถนาของเรารุนแรงมากขึ้น

ไวยากรณ์

make our desire more intense: make + กรรม + คุณศัพท์ขั้นกว่า

ใน make our desire more intense คำว่า make เป็นกริยาแสดงการก่อให้เกิดผลและหมายถึง “ทำให้กลายเป็น” โครงสร้างคือ make + กรรม + วลีคุณศัพท์ โดย our desire เป็นกรรม และ more intense บอกสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ more intense ไม่ได้ขยาย make แต่บอกว่า desire เปลี่ยนไปอย่างไร นั่นคือความปรารถนาเข้มข้นขึ้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงด้านคุณสมบัติหลายแบบที่สิ่งหนึ่งทำให้เกิดกับอีกสิ่งหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ make กรรม the room และ quieter: Turning down the music will ____.

ดูคำตอบ

make the room quieter

We might suppose that our love would be strong in spite of the challenges, ไวยากรณ์

0:57

เราอาจคิดว่าความรักของเราจะแข็งแกร่งแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรค

but the situation is weirder than this.

1:02

แต่สถานการณ์มันแปลกประหลาดกว่านั้น

ไวยากรณ์

in spite of the challenges: การยอมรับข้อขัดแย้งหน้าวลีคำนาม

in spite of + วลีคำนามใช้แสดงความหมายเชิงยอมรับข้อขัดแย้ง คือมีอุปสรรคอยู่จริง แต่ไม่ได้ขัดขวางให้ความรักเข้มแข็งน้อยลง วลีนี้นำเสนออุปสรรคในฐานะสิ่งที่ตามปกติแล้วน่าจะทำให้ความสัมพันธ์อ่อนแอลง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้เข้าใจก่อนว่าความรักยังคงเข้มแข็งแม้มีความยากลำบาก จากนั้นส่วนที่ตามมาจึงแก้ไขความเข้าใจเบื้องต้นนั้น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ in spite of เพื่อแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งหน้าวลีคำนาม

  1. Despite the heavy rain, the match continued.
  2. Because of the heavy rain, the match continued.
  3. In spite of the heavy rain, the match continued.
  4. Although it rained heavily, the match continued.
ดูคำตอบ

In spite of the heavy rain, the match continued.

Our love is strong precisely because a proper relationship ลำดับความ

1:04

ความรักของเรานั้นแข็งแกร่งก็เพราะว่าความสัมพันธ์ที่เหมาะสม

is not possible in the real world,

1:08

เป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

because love is fated to be in some way unrequited or incomplete. โน้ต

1:10

เพราะความรักถูกกำหนดมาให้ต้องไม่สมหวังหรือไม่สมบูรณ์ในทางใดทางหนึ่ง

ลำดับความ

precisely because: การเน้นเหตุผลที่แท้จริง

precisely because ใช้นำเสนอเหตุผลที่ผู้พูดมองว่าเป็นเหตุผลที่แท้จริง และทำให้เหตุผลนั้นเด่นขึ้น ในที่นี้ วลีนี้เชื่อม our love is strong เข้ากับ a proper relationship is not possible แทนที่จะเชื่อมความเข้มแข็งของความรักเข้ากับอุปสรรคที่กล่าวถึงก่อนหน้า precisely เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังแก้ไขคำอธิบายที่คนอาจคาดไว้ ความสัมพันธ์ที่เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่เพียงเหตุผลหนึ่ง แต่เป็นเหตุผลที่น่าประหลาดใจและผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสังเกต โครงสร้างนี้ใช้เน้นสาเหตุเฉพาะหนึ่งอย่างจากสาเหตุที่เป็นไปได้หลายอย่างได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ precisely because ได้ชัดเจนที่สุดเพื่อเน้นเหตุผลที่แน่นอนและอาจคาดไม่ถึงว่าทำไมสะพานเก่าจึงยังอยู่ได้

  1. The old bridge survived because of the engineers' reinforcement.
  2. The old bridge survived despite the engineers' reinforcement.
  3. The old bridge survived because engineers had reinforced its weakest supports.
  4. The old bridge survived precisely because engineers had reinforced its weakest supports.
ดูคำตอบ

The old bridge survived precisely because engineers had reinforced its weakest supports.

วลี

“is fated to be”: ถูกลิขิตให้อยู่ในสภาพหนึ่ง

“Is fated to be” หมายถึง “ดูเหมือนถูกลิขิตให้อยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง” ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าความรักไม่อาจหนีพ้นการไม่สมหวังหรือความไม่สมบูรณ์ได้ นี่เป็นมุมมองต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่คำพยากรณ์เหนือธรรมชาติตามความหมายตรงตัว โครงสร้างคือ be + fated + to-infinitive เมื่อหลัง to เป็น be วลีนี้จะชี้ถึงสภาพที่ดูเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว น้ำเสียงหนักแน่นกว่าการคาดการณ์แบบเป็นกลางอย่าง “is likely to be” มาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามบทเรียนที่หมายถึง “ถูกลิขิตให้อยู่ในสภาพนี้”: In the tragedy, the hero ____ alone.

ดูคำตอบ

is fated to be

การใช้คำ

“unrequited or incomplete”: ความรักข้างเดียวกับความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

ในประโยคนี้ unrequited หมายถึงความรักของคนหนึ่งไม่ได้รับการตอบรับจากอีกคน ส่วน incomplete มีความหมายกว้างกว่า คือความรักหรือความสัมพันธ์ไม่สามารถเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายอาจมีความรู้สึกต่อกัน คำว่า or เชื่อมทางเลือกที่ต่างกัน ไม่ใช่คำพ้องความหมาย ความรักอาจเป็น unrequited เพราะมีเพียงฝ่ายเดียวที่รัก ส่วนความสัมพันธ์อาจเป็น incomplete เพราะระยะทาง ภาระผูกพัน ความเจ็บป่วย หรืออุปสรรคอื่นทำให้ความสัมพันธ์ไม่อาจสมบูรณ์ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแม่นยำที่สุดเมื่อ Maya รัก Leo แต่ Leo ไม่ได้มีความรู้สึกแบบเดียวกับเธอ?

  1. Their relationship is incomplete.
  2. Their feelings are mutual.
  3. Her love is unrequited.
ดูคำตอบ

Her love is unrequited.

People stuck in these unrequited situations can garner a lot of sympathy วลี

1:16

คนที่ติดอยู่ในสถานการณ์รักเขาข้างเดียวเหล่านี้มักจะได้รับความเห็นใจมากมาย

and seem like the natural friends of true love.

1:21

และดูเหมือนจะเป็นมิตรแท้โดยธรรมชาติของความรักที่แท้จริง

วลี

garner a lot of sympathy: ได้รับความเห็นอกเห็นใจอย่างมาก

ในที่นี้ garner a lot of sympathy หมายถึง “ค่อย ๆ ดึงดูดหรือได้รับความเห็นอกเห็นใจอย่างมาก” คนเหล่านั้นอาจได้รับปฏิกิริยานี้เพราะผู้อื่นมองว่าสถานการณ์ของพวกเขาน่าเจ็บปวด คำว่า garner ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาตั้งใจพยายามเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ garner + ปฏิกิริยาที่เป็นนามธรรม เช่น garner support, praise, attention หรือ sympathy ส่วน a lot of เน้นว่ามีความเห็นอกเห็นใจในปริมาณมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ดึงดูดความเห็นอกเห็นใจอย่างมาก”: The family's story began to ____ after it appeared in the newspaper.

ดูคำตอบ

garner a lot of sympathy

But they tend to be no such things. ไวยากรณ์

1:24

แต่พวกเขาไม่มักจะเป็นเช่นนั้น

ไวยากรณ์

no such things: ปฏิเสธคำเรียกที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

ในประโยคนี้ no such things หมายถึง “ไม่ใช่คนประเภทที่เพิ่งกล่าวถึง” คำว่า such ชี้ย้อนกลับไปยังคำเรียก natural friends of true love ส่วน things ใช้แทนคำบรรยายนั้นเพื่อไม่ต้องกล่าวซ้ำ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าคนเหล่านั้นไม่มีตัวตน แต่ปฏิเสธการจัดประเภทก่อนหน้าอย่างหนักแน่น พวกเขาอาจดูเหมือน natural friends of true love แต่ผู้พูดบอกว่าโดยทั่วไปแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

no such things ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? "They looked like reliable guides, but they were no such things."

  1. พวกเขาไม่ใช่คนนำทางที่เชื่อถือได้
  2. พวกเขาไม่มีตัวตน
  3. พวกเขาไม่มีสิ่งของประเภทนั้น
ดูคำตอบ

พวกเขาไม่ใช่คนนำทางที่เชื่อถือได้

They are timid visitors to the land of love สำนวน

1:29

พวกเขาเป็นเพียงผู้มาเยือนที่ขี้ขลาดในดินแดนแห่งความรัก

สำนวน

อุปลักษณ์ “timid visitors to the land of love”

ในอุปลักษณ์ต่อเนื่องนี้ ความรักถูกจินตนาการให้เป็นประเทศหรือดินแดน คนเหล่านี้ไม่ได้เดินทางจริง ๆ แต่เข้าสู่ความสัมพันธ์แบบคนรักเพียงในฐานะ “ผู้มาเยือน” การเรียกพวกเขาว่า timid สื่อเชิงวิจารณ์ว่าพวกเขากลัวความเปราะบางและพันธะผูกพันที่มาพร้อมความใกล้ชิดอย่างแท้จริง ผู้มาเยือนสามารถจากไปได้ง่าย ภาพนี้จึงสื่อถึงการมีส่วนร่วมเพียงช่วงสั้น ๆ และจำกัดไว้อย่างระมัดระวัง แทนที่จะสร้างบ้านทางใจที่ยั่งยืน

แบบฝึกหัด

ภาพที่เน้นไว้ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร

  1. พวกเขาเป็นนักท่องเที่ยวที่ประหม่าและกำลังไปเยือนสถานที่แสนโรแมนติก
  2. พวกเขาเป็นผู้อยู่อาศัยรายใหม่ที่กำลังพยายามสร้างบ้านถาวร
  3. พวกเขาเข้าสู่ความสัมพันธ์อย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพันธะระยะยาว
ดูคำตอบ

พวกเขาเข้าสู่ความสัมพันธ์อย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพันธะระยะยาว

who have carefully chosen situations

1:31

ซึ่งได้เลือกสถานการณ์อย่างระมัดระวัง

which will prevent them from ever taking up more permanent residence. กริยาวลี

1:34

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเข้าไปพำนักอาศัยอย่างถาวร

กริยาวลี

สำนวนตายตัว “take up residence”

Take up residence เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เริ่มอาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง” take up เพิ่มความหมายของการเริ่มเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ส่วน residence หมายถึงการอาศัยอยู่ที่ใดที่หนึ่ง โดยสำนวนทั้งชุดเป็นทางการกว่า move in ในที่นี้ residence ใช้เชิงอุปลักษณ์ โดยสานต่อภาพที่มองความรักเป็นดินแดน more permanent residence จึงหมายถึงการเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและมีพันธะผูกพัน แทนที่จะเป็นเพียงผู้มาเยือนชั่วคราว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่ประกอบด้วย take, up และ residence: After years of traveling, the photographer decided to ____ in Lisbon.

ดูคำตอบ

take up residence

They are self-saboteurs who would rather be in control of a sad situation โน้ต

1:38

พวกเขาคือผู้ทำลายตัวเองที่ยอมควบคุมสถานการณ์ที่เศร้าสร้อย

การใช้คำ

self-saboteurs: คนที่บั่นทอนโอกาสของตนเอง

self-saboteur คือคนที่การเลือกหรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ ของตนเองลดโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ปลอดภัย หรือมีความสุข คำนำหน้า self- แสดงว่าผลเสียย้อนกลับมาหาตัวบุคคลนั้นเอง แม้เจ้าตัวอาจไม่ได้ตระหนักถึงรูปแบบนี้อย่างเต็มที่ ในประโยคนี้ คำดังกล่าวอธิบายว่าเหตุใดคนคนหนึ่งจึงอาจเลือกสถานการณ์ที่เศร้าแต่ควบคุมได้ แทนสถานการณ์ที่มีความสุขกว่าแต่ไม่แน่นอน คำนี้เรียกรูปแบบของการปกป้องตนเองจากความเสี่ยงด้วยการทำลายโอกาสที่ดีกว่า

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ self-saboteur มากที่สุด

  1. คนที่ถูกจ้างให้แอบทำลายอุปกรณ์ของกลุ่มอื่น
  2. คนที่วางแผนรับมือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
  3. คนที่ขัดขวางโอกาสประสบความสำเร็จของตนเองซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

คนที่ขัดขวางโอกาสประสบความสำเร็จของตนเองซ้ำ ๆ

than half out of control of a happy one.

1:44

ดีกว่าที่จะสูญเสียการควบคุมในสถานการณ์ที่มีความสุข

ไวยากรณ์

would rather A than B: เลือก A มากกว่า B

รูปแบบ would rather A than B แสดงว่า A เป็นตัวเลือกที่ต้องการ ส่วน B เป็นทางเลือกที่ไม่เลือก เมื่อ A และ B เป็นการกระทำหรือสภาวะ ควรใช้รูปที่ขนานกันหลัง rather และ than ในประโยคนี้ be in control of a sad situation คือ A ส่วน (be) half out of control of a happy one คือ B โดยละคำกริยา be ที่ใช้ร่วมกันไว้หลัง than คำว่า Half ขยาย out of control จึงหมายถึง “ควบคุมไม่ได้บางส่วน” ไม่ได้หมายถึงครึ่งหนึ่งของกลุ่มคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย would rather ... than: I ____ take the train ____ drive in heavy traffic.

ดูคำตอบ

would rather · than

They have carefully made sure that there is no chance

1:48

พวกเขาแน่ใจอย่างระมัดระวังว่าจะไม่มีโอกาส

either to disappoint or to be disappointed. ไวยากรณ์

1:51

ที่จะทำให้ใครผิดหวังหรือตัวเองต้องผิดหวัง

ไวยากรณ์

either to disappoint or to be disappointed: infinitive แบบ active และ passive

either ... or เชื่อมวลี infinitive สองวลีที่เป็นทางเลือกกัน ในที่นี้ทั้งสองส่วนเริ่มด้วย to ได้แก่ to disappoint และ to be disappointed จึงแสดงความเสี่ยงสองอย่างในโครงสร้างที่สมดุลกัน infinitive แรกเป็นรูป active คือประธานทำให้อีกคนผิดหวัง ส่วนที่สองเป็นรูป passive คือประธานเป็นฝ่ายรู้สึกผิดหวังเอง ต้องคง be ไว้ เพราะคำนี้เปลี่ยนบทบาทของประธานจากผู้ก่อให้เกิดความผิดหวังเป็นผู้ที่ประสบความผิดหวัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย infinitive รูป passive ของ disappoint: The arrangement removes any chance either to disappoint someone or ____.

ดูคำตอบ

to be disappointed

It is the external obstacle that gives them the security ไวยากรณ์

1:56

อุปสรรคภายนอกนี่เองที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่พวกเขา

ไวยากรณ์

It is the external obstacle that ...: ประโยคเน้นแบบ it-cleft

It is X that ... เป็นประโยคเน้นแบบ it-cleft ซึ่งวาง X ไว้เป็นจุดเน้น ใจความพื้นฐานเหมือนกับ The external obstacle gives them the security แต่โครงสร้าง cleft ชี้ว่า the external obstacle คือสาเหตุสำคัญ ในที่นี้ it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งของใด แต่ทำหน้าที่เปิดโครงสร้าง cleft ส่วนอนุประโยค that ระบุว่า obstacle ที่เป็นจุดเน้นทำอะไร ผลของโครงสร้างนี้คือการแก้ความเข้าใจเดิมว่า สิ่งที่สร้างความมั่นคงคืออุปสรรค ไม่ใช่สิ่งอื่นที่ดูน่าจะช่วยให้สบายใจกว่า

แบบฝึกหัด

ในประโยค “It was the broken lock that caused the delay,” โครงสร้าง it-cleft เน้นอะไร?

  1. กุญแจที่ชำรุดคือสาเหตุเฉพาะของความล่าช้า
  2. ผู้พูดไม่รู้ว่าอะไรทำให้เกิดความล่าช้า
  3. ความล่าช้าทำให้กุญแจชำรุด
  4. It อ้างถึงสิ่งของที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ

กุญแจที่ชำรุดคือสาเหตุเฉพาะของความล่าช้า

to surrender themselves totally to feelings that they would keep well at bay โน้ต

2:00

ในการยอมจำนนอย่างเต็มที่ต่อความรู้สึกที่พวกเขาจะหลีกหนี

if miraculously the obstacle were to be removed. ไวยากรณ์

2:04

หากอุปสรรคนั้นถูกปัดเป่าไปอย่างปาฏิหาริย์

วลี

surrender themselves totally to feelings: ยอมปล่อยการควบคุมอารมณ์

ในที่นี้ surrender themselves to feelings เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงพวกเขาหยุดต่อต้านหรือควบคุมอารมณ์ และปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำ themselves เป็นสรรพนามสะท้อนกลับไปยังคนที่ยอมปล่อยการควบคุม ส่วน to นำหน้าสิ่งที่พวกเขายอมจำนนให้ Totally เน้นระดับให้แรงขึ้น คือการปล่อยตัวไปตามอารมณ์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงรู้สึกอย่างรุนแรง โครงสร้าง surrender oneself to + คำนาม มักสื่อว่าคนคนหนึ่งยอมให้อารมณ์ ประสบการณ์ หรือพลังบางอย่างนำทางตนเอง ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือเพราะต้านทานไม่ไหว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสะท้อนกลับแบบเป็นทางการที่หมายถึง ‘หยุดต่อต้านโดยสิ้นเชิงและยอมปล่อยตัวไปกับบางสิ่ง’: For one evening, Maya chose to ____ the music.

ดูคำตอบ

surrender herself totally to

สำนวน

keep well at bay: ควบคุมบางสิ่งไว้อย่างแน่นหนา

keep something at bay เป็นสำนวนที่หมายถึงการป้องกันไม่ให้ภัยคุกคาม ปัญหา หรืออารมณ์เข้ามาใกล้หรือส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ในโครงสร้างเดิม สรรพนามเชื่อมความ that แทน feelings และทำหน้าที่เป็นกรรมของ keep แม้ว่าจะอยู่ก่อน they would keep well at bay well ในที่นี้หมายถึง “อย่างแน่นหนา” หรือ “อย่างมีประสิทธิภาพ” และเน้นว่าความรู้สึกเหล่านั้นถูกควบคุมไว้อย่างดี bay เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว และในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงแหล่งน้ำหรืออ่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย keep ... well at bay โดยใส่คำตอบหนึ่งชุดในแต่ละช่องว่าง: Regular breaks can help ____ fatigue ____ during a long workday.

ดูคำตอบ

keep · well at bay

ไวยากรณ์

if ... were to be removed: เงื่อนไขสมมติรูปถูกกระทำที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย

ใน if miraculously the obstacle were to be removed คำว่า were to นำเสนอการขจัดอุปสรรคว่าเป็นความเป็นไปได้ในจินตนาการที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีต ส่วน miraculously ยิ่งเน้นว่าเงื่อนไขนี้แทบไม่น่าเกิดขึ้น โครงสร้างคือ if + ประธาน + were to + be + กริยาช่องที่สาม ในที่นี้ the obstacle เป็นผู้รับการกระทำ ดังนั้น be removed จึงเป็นรูปถูกกระทำ และไม่ได้ระบุบุคคลหรือสิ่งที่ขจัดอุปสรรค

แบบฝึกหัด

ใช้ remove เติมเงื่อนไขรูปถูกกระทำที่เป็นทางการและมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยให้สมบูรณ์: If the barrier ____, the two teams could work together.

ดูคำตอบ

were to be removed

To feel a lot for someone who is available ไวยากรณ์

2:09

การรู้สึกรักใครสักคนที่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ด้วย

is an emotionally highly flammable requirement. สำนวน

2:12

ถือเป็นความต้องการที่ไวต่อความรู้สึกทางอารมณ์อย่างมาก

ไวยากรณ์

To feel ... is: วลี infinitive ทำหน้าที่เป็นประธาน

To feel a lot for someone who is available ทั้งวลีเป็นประธานของประโยค คำว่า to ที่ต้นประโยคนำหน้าวลี infinitive ซึ่งเรียกสถานการณ์ทั้งหมดว่าเป็นแนวคิดนามธรรมหนึ่งอย่าง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เพื่อที่จะ” ส่วน available หมายถึงพร้อมและเปิดรับความสัมพันธ์อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ว่างในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะสถานการณ์ทั้งหมดนั้นถือเป็นประธานหนึ่งหน่วย กริยาจึงเป็นเอกพจน์คือ is ส่วนที่เหลือของประโยคประเมินว่าสถานการณ์นี้มีความผันผวนหรือความเสี่ยงทางอารมณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี infinitive เป็นประธานเอกพจน์หนึ่งหน่วยได้ถูกต้อง

  1. To build trust with a new team it takes time.
  2. To build trust with a new team takes time.
  3. To build trust with a new team take time.
ดูคำตอบ

To build trust with a new team takes time.

สำนวน

เงื่อนไขที่ลุกติดไฟได้ง่ายอย่างยิ่งในทางอารมณ์

ในที่นี้ flammable ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยอธิบายสถานการณ์ทางอารมณ์ที่อาจ “ติดไฟ” ได้อย่างรวดเร็ว การรู้สึกลึกซึ้งต่อคนที่พร้อมจะมีความสัมพันธ์จริงทำให้เราเปราะบางอย่างมาก ความใกล้ชิดจึงอาจนำมาทั้งความรักและความเจ็บปวดรุนแรง ใน emotionally highly flammable requirement คำว่า emotionally ระบุว่าเป็นอันตรายด้านอารมณ์ ส่วน highly เพิ่มระดับของ flammable และ requirement หมายถึงเงื่อนไขจำเป็นของความรักที่จริงใจและมีให้กัน ไม่ใช่กฎทางการ แนวคิดที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำเกี่ยวกับไฟทำให้ความเสี่ยงทางอารมณ์ดูเกิดขึ้นเร็วและไม่มั่นคง

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดอธิบาย emotionally highly flammable ในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. บอกว่าคนนั้นแทบไม่มีความรู้สึกใด ๆ
  2. อธิบายเงื่อนไขที่อาจสร้างความเสี่ยงทางอารมณ์อย่างรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว
  3. อธิบายกฎทางการสำหรับป้องกันไฟไหม้จริง
ดูคำตอบ

อธิบายเงื่อนไขที่อาจสร้างความเสี่ยงทางอารมณ์อย่างรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว

The possibilities for getting hurt are enormous.

2:15

โอกาสที่จะเจ็บปวดนั้นมีมหาศาล

We might learn to trust a lover over many years

2:19

เราอาจเรียนรู้ที่จะไว้ใจคนรักเป็นเวลาหลายปี

and then promptly find that they decided to leave us or died in the night.

2:21

แล้วจู่ๆ ก็พบว่าพวกเขาตัดสินใจทิ้งเราไป หรือเสียชีวิตในคืนนั้น

We couldn't survive.

2:25

เราคงไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้

Our defenses mask too gelatinous and insecure and interior.

2:26

การป้องกันของเราซ่อนตัวตนภายในที่เปราะบางและไม่มั่นคงเอาไว้

We would have given them the keys to our self-confidence and direction สำนวน

2:31

เราคงจะมอบกุญแจแห่งความมั่นใจและทิศทางชีวิตของเราให้พวกเขาไปแล้ว

สำนวน

มอบกุญแจที่ควบคุมความมั่นใจและทิศทางชีวิตให้ใครบางคน

Give someone the keys to something เปลี่ยนกุญแจจริงให้เป็นคำเปรียบเทียบถึงการเข้าถึงและการควบคุม ในที่นี้ ความไว้วางใจที่สั่งสมมายาวนานคงทำให้คู่รักมีอิทธิพลอย่างมากต่อความมั่นใจในตัวเองและความรู้สึกถึงทิศทางชีวิตของผู้พูด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give someone the keys to + noun เมื่อคำนามหมายถึงเรื่องนามธรรม วลีนี้หมายถึงการมอบอิทธิพล อำนาจ หรือสิทธิ์เข้าถึง ไม่ใช่การมอบกุญแจจริง ในบริบทนี้ยังสื่อถึงการพึ่งพาทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบเรื่องกุญแจจากบทเรียน: After asking Ben to make every major life decision, Nora had ____ her future.

ดูคำตอบ

given him the keys to

and would struggle after so long to know how to carry on. กริยาวลี

2:35

และคงต้องดิ้นรนอย่างหนักหลังจากเวลาผ่านไปนานเพื่อจะรู้ว่าควรจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร

กริยาวลี

carry on: ดำเนินต่อหลังการสูญเสียหรือการหยุดชะงัก

ในที่นี้ carry on หมายถึงการใช้ชีวิตต่อและก้าวต่อไปหลังจากการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อพึ่งพาอีกคนมาเป็นเวลานาน ผู้พูดจินตนาการว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าต่อไปควรทำอะไร Carry on เป็นกริยาวลี ในความหมายนี้ on ช่วยสื่อถึงการดำเนินต่อไป วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการถือหรือขนสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำต่อ”: After a short break, the team decided to ____ with the meeting.

ดูคำตอบ

carry on

Not all of us have the psychological histories ไวยากรณ์

2:39

ไม่ใช่ว่าเราทุกคนจะมีอดีตทางจิตใจ

that make us robust enough to dare to enter situations ไวยากรณ์

2:42

ที่ทำให้เราแข็งแกร่งพอที่จะกล้าเผชิญกับสถานการณ์

ไวยากรณ์

Not all of us: การปฏิเสธเพียงบางส่วน

Not all of us หมายความว่าข้อความนั้นไม่ได้เป็นจริงกับทุกคนในกลุ่ม ในประโยคนี้ อย่างน้อยหนึ่งคนไม่มีภูมิหลังทางจิตใจตามที่กล่าวถึง แต่ประโยคไม่ได้ระบุว่ามีกี่คนที่มีภูมิหลังดังกล่าว โครงสร้าง not all + กลุ่มที่เป็นพหูพจน์สร้างการปฏิเสธเพียงบางส่วน หมายถึง “ไม่ใช่ทุกคน” ไม่ใช่ “ไม่มีใครเลย”

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? Not all of us felt ready to speak.

  1. ไม่มีใครรู้สึกพร้อมที่จะพูด
  2. ทุกคนรู้สึกพร้อมที่จะพูด
  3. อย่างน้อยหนึ่งคนรู้สึกว่ายังไม่พร้อม แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าไม่มีใครพร้อมเลย
ดูคำตอบ

อย่างน้อยหนึ่งคนรู้สึกว่ายังไม่พร้อม แต่ประโยคไม่ได้บอกว่าไม่มีใครพร้อมเลย

ไวยากรณ์

robust enough to dare to enter situations: คำคุณศัพท์ + enough + to-infinitive

ในโครงสร้าง adjective + enough + to-infinitive คำว่า enough วางหลังคำคุณศัพท์ และแสดงว่าคุณสมบัตินั้นมีถึงระดับที่จำเป็นต่อการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ robust หมายถึงเข้มแข็งและฟื้นตัวได้ทางอารมณ์ ดังนั้น robust enough to dare... จึงหมายความว่ามีความเข้มแข็งถึงระดับที่ทำให้กล้าเสี่ยง to ตัวแรกนำเข้าสู่ผลลัพธ์หลัง enough คือ enough to dare ส่วน to ตัวที่สองเป็นส่วนหนึ่งของ dare to enter ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงเข้มแข็งทางใจมากพอที่จะเสี่ยงเข้าไปในสถานการณ์ที่ต้องอาศัยความไว้วางใจ ไม่ได้หมายถึงมีร่างกายแข็งแรง

แบบฝึกหัด

เรียง confident และ enough ให้ถูกต้อง: After rehearsing, Lila felt ____ to give the presentation.

ดูคำตอบ

confident enough

where mutual trust is a risk

2:46

ที่ความไว้วางใจซึ่งกันและกันคือความเสี่ยง

that we can dare to endure day to day.

2:48

ซึ่งเรากล้าที่จะอดทนแบกรับไปในแต่ละวัน

We may have been let down too badly as children. กริยาวลี

2:52

เราอาจถูกทำให้ผิดหวังอย่างหนักในตอนเป็นเด็ก

กริยาวลี

let down: ทำให้คนที่ไว้ใจเราผิดหวัง

Let someone down หมายถึงทำให้คนที่ไว้ใจ พึ่งพา หรือคาดหวังบางอย่างจากเราผิดหวัง หรือไม่ทำสิ่งที่เขาพึ่งพาเราให้ทำ ในรูปถูกกระทำ be let down คนที่ผิดหวังจะเป็นประธานของประโยค ไม่ได้หมายถึงการลดตัวใครลงทางกายภาพ May have been let down มองย้อนกลับไปถึงสาเหตุในอดีตที่อาจเกิดขึ้น may แสดงความไม่แน่นอน have been วางเหตุการณ์ไว้ก่อนปัจจุบัน และ let down เป็นวลีกริยาช่อง past participle ในรูปถูกกระทำ ส่วน too badly เพิ่มความหมายว่าการถูกทำให้ผิดหวังนั้นอาจรุนแรงพอที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย let ... down โดยใช้คำสรรพนาม her: I promised Ava I would come, and I do not want to ____.

ดูคำตอบ

let her down

Perhaps a parent left or humiliated us,

2:55

บางทีพ่อแม่อาจทอดทิ้งหรือทำให้เราอับอาย

and we are at some level therefore profoundly determined

2:58

และด้วยเหตุนี้ ในระดับหนึ่ง เราจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่

never again to surrender in the true sense to another person.

3:01

ที่จะไม่ยอมมอบหัวใจให้กับใครอย่างแท้จริงอีก

We don't put it that way to ourselves, วลี

3:06

เราไม่ได้พูดกับตัวเองแบบนั้นหรอก

of course.

3:07

แน่นอน

วลี

put it that way to ourselves: อธิบายความคิดด้วยถ้อยคำแบบหนึ่ง

Put it that way หมายถึง “แสดงหรืออธิบายด้วยถ้อยคำแบบนั้น” คำว่า put ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการวางสิ่งของ และ that way หมายถึงคำอธิบายทางจิตใจที่เข้าใจได้จากบริบท ไม่ใช่ทิศทางจริง To ourselves แสดงว่าแม้แต่ตอนคิดอยู่คนเดียว คนเราก็ไม่ได้อธิบายแรงจูงใจของตนอย่างมีสติด้วยถ้อยคำเหล่านั้น รูปแบบ put it this/that way ช่วยให้พูดถึงวิธีใช้คำได้โดยไม่ต้องกล่าวความคิดทั้งหมดซ้ำ

แบบฝึกหัด

put it that way to ourselves ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร

  1. เราไม่ได้อธิบายแรงจูงใจของตัวเองในใจด้วยถ้อยคำเหล่านั้น
  2. เราไม่ได้วางบางสิ่งไว้ใกล้ตัวเอง
  3. เราไม่ได้อธิบายแรงจูงใจของเราให้คนอื่นฟัง
ดูคำตอบ

เราไม่ได้อธิบายแรงจูงใจของตัวเองในใจด้วยถ้อยคำเหล่านั้น

We're most likely not even aware of the pattern we're involved in.

3:08

เราแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำถึงรูปแบบพฤติกรรมที่เราทำอยู่

We just feel very in love

3:12

เราแค่รู้สึกตกหลุมรักอย่างมาก

whenever someone happens to reside very far away, ไวยากรณ์

3:14

เมื่อใครก็ตามบังเอิญอาศัยอยู่ไกลแสนไกล

ไวยากรณ์

happens to reside: นำเสนอข้อเท็จจริงประกอบด้วยถ้อยคำทางการ

Happen to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงว่าเป็นเรื่องประกอบ เรื่องบังเอิญ หรือไม่ใช่ประเด็นหลัก ในที่นี้ happens to reside หมายถึง “บังเอิญอาศัยอยู่” และตามหลักไวยากรณ์ to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน reside Reside หมายถึงอาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง แต่เป็นทางการและให้ความรู้สึกห่างเหินกว่า live เมื่อใช้คู่กับ happens to ประโยคจะมีน้ำเสียงเยือกเย็นและเป็นเชิงวิเคราะห์อย่างจงใจ ขณะที่บริบทบอกเป็นนัยว่าระยะทางนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอที่อยู่อาศัยของบุคคลว่าเป็นข้อเท็จจริงประกอบและใช้คำกริยาทางการด้วย

  1. The witness happens to live outside the city.
  2. The witness happens to reside outside the city.
  3. The witness resides outside the city.
ดูคำตอบ

The witness happens to reside outside the city.

while we report that a person who has an apartment round the corner

3:18

ในขณะที่เราบอกว่าคนที่มีอพาร์ตเมนต์อยู่ตรงหัวมุม

is truly very boring and not that sexy. ไวยากรณ์

3:21

น่าเบื่อมากๆ และไม่ได้เซ็กซี่ขนาดนั้น

ไวยากรณ์

not that sexy: ระดับที่ต่ำกว่าที่คาดไว้

ใน not that sexy คำว่า that เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ วลีนี้หมายถึงไม่ได้เซ็กซี่เป็นพิเศษ หรือเซ็กซี่น้อยกว่าที่บริบทอาจทำให้คาดไว้ โดย that ในที่นี้ไม่ได้ชี้ถึงบุคคลและไม่ได้นำหน้าอนุประโยค โครงสร้าง not that + คำคุณศัพท์ ลดระดับของการประเมินเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่เข้าใจกันจากบริบท โดยทั่วไปยังเว้นช่องว่างระหว่าง sexy กับคำปฏิเสธที่เด็ดขาดกว่าอย่าง not sexy

แบบฝึกหัด

ประโยคใดลดระดับที่คาดไว้ได้เป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่ตัดสินอย่างเด็ดขาดทั้งหมด

  1. The restaurant is not that expensive.
  2. The restaurant is not expensive.
  3. The restaurant is expensive.
ดูคำตอบ

The restaurant is not that expensive.

It sounds for a time ไวยากรณ์

3:24

มันฟังดูเป็นอย่างนั้นอยู่พักหนึ่ง

before you can start to see the pattern,

3:26

ก่อนที่คุณจะเริ่มมองเห็นรูปแบบนี้

quite plausible.

3:28

ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะสมเหตุสมผล

ไวยากรณ์

sounds ... quite plausible: เชื่อมกริยาเชื่อมกับคำคุณศัพท์ข้ามส่วนแทรก

sounds ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อม และ quite plausible เป็นส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ ดังโครงสร้าง It sounds ... quite plausible วลีบอกเวลาที่คั่นอยู่ทำให้โครงสร้างดูขาดช่วง แต่คำคุณศัพท์ยังคงเติมเต็ม sounds Plausible ประเมินคำอธิบายที่ it อ้างถึง ไม่ได้ขยายคำนาม pattern ที่อยู่ใกล้กว่า เมื่ออ่านประโยคยาว ให้แยกส่วนแทรกออกชั่วคราว แล้วเชื่อมกริยาเชื่อมกลับเข้ากับคำคุณศัพท์ที่ตามมาภายหลัง

แบบฝึกหัด

เลือกตัวเลือกที่เติมประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติ: The proposal sounds, at least before we examine the budget, ____.

  1. quite plausibility
  2. quite plausibly
  3. quite plausible
ดูคำตอบ

quite plausible

The true challenge of relationships is not to fall in love ลำดับความ

3:30

ความท้าทายที่แท้จริงของความสัมพันธ์ไม่ใช่การตกหลุมรัก

with someone who may never want to see us again.

3:33

คนที่อาจจะไม่อยากเห็นหน้าเราอีกเลย

It is to accept the far more interesting and truly heroic challenge

3:36

แต่เป็นการยอมรับความท้าทายที่น่าสนใจกว่าและกล้าหาญอย่างแท้จริง

of falling in love with someone who isn't dying,

3:41

ในการตกหลุมรักคนที่ไม่ได้กำลังจะตาย

isn't stationed in the Arctic,

3:44

ไม่ได้ประจำการอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ

or married to someone else,

3:45

หรือไม่ได้แต่งงานกับใครคนอื่น

someone who'd have no objection to seeing us pretty much all the time. วลี

3:47

คนที่จะไม่รังเกียจที่จะเจอเราตลอดเวลา

ลำดับความ

กรอบการแก้ความเข้าใจ “The true challenge ... is not to ... It is to ...”

อนุประโยคสองส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นคำนิยามแบบแก้ความเข้าใจ The true challenge ... is not to ... ปฏิเสธคำตอบที่ผู้ฟังอาจคาดไว้ก่อน แล้ว It is to accept ... จึงเสนอคำตอบที่แท้จริงของผู้พูด การใช้ is + to-infinitive ซ้ำทำให้สองทางเลือกมีโครงสร้างขนานกันและทำให้การพลิกมุมมองชัดเจน not ในที่นี้ไม่ได้ปฏิเสธการตกหลุมรักโดยทั่วไป แต่ปฏิเสธความคิดแบบโรแมนติกที่ว่าการรักคนที่ไม่มีทางเข้าถึงได้คือความท้าทายอันกล้าหาญ ส่วน truly heroic ใช้บรรยายการยอมรับความเปราะบางธรรมดา ๆ ของความสัมพันธ์กับคนที่พร้อมจะอยู่ในชีวิตจริง โครงสร้าง X is not to do A. It is to do B ใช้จัดระเบียบการแก้ความคิดแบบเดียวกันในข้อโต้แย้งใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมตัวอย่างใหม่ให้สมบูรณ์ด้วยกรอบการแก้ความเข้าใจแบบเดียวกัน: The real test of leadership ____ make every decision yourself. ____ build a team that can decide well.

ดูคำตอบ

is not to · It is to

วลี

“have no objection to seeing us”: โครงสร้าง no objection + to + รูป -ing

Have no objection to doing something หมายถึงไม่ต่อต้านหรือไม่คัดค้านการกระทำนั้น ในประโยคนี้ใช้ถ้อยคำที่จงใจพูดให้ดูเบา เพื่อบรรยายคนที่ยินดีจะพบเราบ่อยมาก ใน objection to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น objection to seeing ไม่ใช่ objection to see โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have no objection to + คำนาม/รูป -ing

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติว่า Maya ไม่คัดค้านการพบกันในวันศุกร์

  1. Maya has no objection to meeting on Friday.
  2. Maya has no objection meeting on Friday.
  3. Maya has no objection to meet on Friday.
ดูคำตอบ

Maya has no objection to meeting on Friday.

Impossible situations feel so romantic

3:52

สถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้นั้นรู้สึกโรแมนติกมาก

not because we have found a soulmate, ไวยากรณ์

3:55

ไม่ใช่เพราะเราได้พบเนื้อคู่

but because the absence of risk has loosened our hearts. สำนวน

3:58

แต่เป็นเพราะความไม่มีความเสี่ยงทำให้หัวใจเราผ่อนคลาย

ไวยากรณ์

not because A, but because B: ไม่ใช่เพราะ A แต่เพราะ B

not because A, but because B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบาย และเสนอ B เป็นสาเหตุที่แท้จริง ในประโยคนี้ สิ่งที่ไม่ได้ถูกปฏิเสธคือความรู้สึกโรแมนติก สิ่งที่ถูกปฏิเสธมีเพียงคำอธิบายว่าเราได้พบเนื้อคู่ อนุประโยค because ทั้งสองส่วนสร้างการแก้เหตุผลแบบขนานกัน โดย not because we have found a soulmate ตรงข้ามกับ but because the absence of risk has loosened our hearts ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการแก้คำอธิบายที่ดูน่าเป็นไปได้อย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้เหตุผลด้วยโครงสร้าง not because A, but because B: Leo apologized ____ he wanted praise, ____ he knew he had been unfair.

ดูคำตอบ

not because · but because

สำนวน

absence of risk has loosened our hearts: การไม่มีความเสี่ยงทำให้เราคลายการป้องกันทางใจ

ในที่นี้ heart หมายถึงตัวตนด้านอารมณ์ ส่วน loosened เป็นอุปมาว่าข้อจำกัดภายในผ่อนคลายลง การไม่มีความเสี่ยงทำให้คนรู้สึกปลอดภัยพอที่จะปล่อยให้อารมณ์ไหลไปได้อย่างอิสระขึ้น ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการลดการป้องกันทางอารมณ์ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของหัวใจ โดยทั่วไป ผู้เขียนอาจนำภาษาที่เกี่ยวกับร่างกายหรือการผูกมัดมาใช้กับอารมณ์ เพื่อแสดงว่าคนคนหนึ่งระวังตัวน้อยลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The safety of anonymity loosened her heart, and she wrote honestly," วลี "loosened her heart" น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ทำให้เธอป้องกันตัวทางอารมณ์น้อยลง
  2. ทำให้เธอไม่สามารถรู้สึกถึงความรักได้
  3. ทำให้รูปร่างหัวใจของเธอเปลี่ยนไปทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ทำให้เธอป้องกันตัวทางอารมณ์น้อยลง

We should, with time, more fairly

4:02

เมื่อเวลาผ่านไป เราควรจะยุติธรรมมากขึ้น

learn to dare to turn our amorous attentions วลี

4:05

โดยเรียนรู้ที่จะกล้าหันเหความสนใจในเรื่องความรักของเรา

to that deeply dangerous, threatening, but ultimately rewarding character,

4:08

ไปยังคนที่อันตราย คุกคาม แต่ท้ายที่สุดแล้วคุ้มค่า

วลี

หันความสนใจเชิงรักใคร่ไปยังใครบางคน

ในที่นี้ turn our amorous attentions to หมายถึงเปลี่ยนเป้าหมายของความสนใจเชิงรักใคร่หรือการเกี้ยวพาราสีไปยังบุคคลหนึ่ง turn ไม่ได้หมายถึงการหันร่างกายจริง ๆ แต่บอกว่าคนที่เราให้ความสนใจเปลี่ยนไป attentions ในรูปพหูพจน์อาจหมายถึงการกระทำที่แสดงความสนใจ ความชื่นชม หรือการเกี้ยวพาราสี เมื่อมี amorous ความหมายเชิงรักใคร่จะชัดเจน และสำนวนนี้ฟังเป็นทางการกว่า become interested in someone ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ turn one's amorous attentions to: After the ball, Leo ____ the young violinist.

ดูคำตอบ

turned his amorous attentions to

the person we know, the person who likes us a lot, ลำดับความ

4:14

คนที่เรารู้จัก คนที่ชอบเรามาก

and the person who's available all the time.

4:18

และคนที่พร้อมจะอยู่เพื่อเราเสมอ

ลำดับความ

การกล่าว the person ..., the person ... และ the person ... ซ้ำ

ในประโยคนี้ นามวลีทั้งสามไม่ได้แนะนำคนสามคนที่ต่างกัน การกล่าว the person ซ้ำทำให้บุคคลอ้างอิงคนเดียวได้รับคำบรรยายที่เชื่อมโยงกันสามอย่าง ได้แก่ คนที่เรารู้จัก คนที่ชอบเรา และคนที่พร้อมอยู่ด้วยอย่างสม่ำเสมอ การซ้ำข้อความเดิมที่ต้นแต่ละส่วนเรียกว่า anaphora และอนุประโยคขยายคำนามสามส่วนที่มีรูปแบบตรงกันก็สร้างรายการแบบขนาน การซ้ำนี้แบ่งข้อมูลออกเป็นขั้นที่ชัดเจน สร้างจังหวะ และเน้นคุณสมบัติแต่ละข้ออย่างเท่าเทียมกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการกล่าวป้ายชื่อซ้ำแบบเดียวกัน เพื่อบรรยายสิ่งหนึ่งผ่านคุณสมบัติสามข้อ

  1. We need a plan, a budget, and a start date.
  2. We need three different plans for three different teams.
  3. We need a plan that is simple, a plan that is fair, and a plan that can start today.
ดูคำตอบ

We need a plan that is simple, a plan that is fair, and a plan that can start today.

Now, that would be truly romantic. ลำดับความ

4:22

นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าโรแมนติกอย่างแท้จริง

ลำดับความ

Now, that would be truly romantic: ย้อนอ้างถึงสิ่งที่พูดไว้และนิยามความโรแมนติกใหม่

Now ในที่นี้เป็นเครื่องหมายเชื่อมโยงทางวาทกรรม ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาปัจจุบัน คำนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเข้าสู่ข้อสรุปเชิงประเมิน That ย้อนอ้างถึงทางเลือกที่เสนอก่อนหน้านี้ นั่นคือการยอมรับความท้าทายของการรักคนที่สามารถคบหากันได้จริง—คนที่รู้จักคุณ ชอบคุณ และอยากพบคุณเป็นประจำ คำว่า that รวบข้อเสนอก่อนหน้านี้ทั้งหมดให้เป็นประธานเดียว เพื่อให้ประโยคปิดท้ายประเมินแนวคิดทั้งก้อนได้ Would be นำเสนอ truly romantic ว่าเป็นผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อเลือกทางนั้น ไม่ใช่นิสัยในอดีต Truly แก้ไขความคิดก่อนหน้าที่ว่าความโรแมนติกต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และชวนผู้ฟังให้นิยามความโรแมนติกที่แท้จริงใหม่โดยยึดความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้เป็นหลัก

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกได้ดีที่สุดว่า “Now, that would be truly romantic.” จัดโครงสร้างบทสรุปอย่างไร

  1. ประโยคนี้เริ่มหัวข้อใหม่และไม่ได้ประเมินข้อเสนอก่อนหน้า
  2. Now บอกเวลาที่แน่นอน that แนะนำสิ่งที่ยังไม่เคยกล่าวถึง และ would อธิบายนิสัยที่เกิดซ้ำในอดีต
  3. Now ส่งสัญญาณการเข้าสู่บทสรุป that ย้อนอ้างถึงข้อเสนอก่อนหน้า และ would be truly romantic แสดงการตัดสินที่ผู้พูดปรับมุมมองใหม่
ดูคำตอบ

Now ส่งสัญญาณการเข้าสู่บทสรุป that ย้อนอ้างถึงข้อเสนอก่อนหน้า และ would be truly romantic แสดงการตัดสินที่ผู้พูดปรับมุมมองใหม่

To learn more about love,

4:30

เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความรัก

try our book on how to find love,

4:32

ลองอ่านหนังสือของเราเกี่ยวกับวิธีการค้นหาความรัก

which explains why we have the types we do.

4:34

ซึ่งอธิบายว่าทำไมเราถึงมีสเปคแบบที่เราเป็นอยู่